ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี้ กระแสของโพรไบโอติกทั้งในไทยและต่างประเทศได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ อาหารเสริม หรือเครื่องดื่มอย่างคอมบูชาที่เริ่มคุ้นหูและหาซื้อได้สะดวกขึ้น ลามมาถึงใครที่มีอาการ Long Covid หรือภาวะที่ต่อเนื่องจากการได้รับเชื้อโควิด-19 ในระยะยาว ก็มีกรมอนามัยแนะนำให้ทานโพรไบโอติก 

สรรพคุณที่ฟังดูเหมือนจะครอบจักรวาล แต่จริง ๆ แล้วโพรไบโอติกคืออะไรกันแน่

วันนี้เราจึงมีนัดสนทนากับผู้ก่อตั้งทั้งสามอย่าง ฐีระวิตต์ ลี้ถาวร, เปา-จิโรจ พิสุธิกูล และ โท-เรืองยศ มหาวรมากร ถึงที่มาที่ไปและเบื้องหลังความตั้งใจทั้งหมดของ Tibicos น้ำคีเฟอร์เจ้าแรกในประเทศไทยที่ทำขายในรูปแบบพร้อมดื่ม และกล้าเคลมว่ามีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสที่เป็นประโยชน์ต่อลำไส้มากถึง 30,000 ล้าน CFU (Colony Forming Unit หรือหน่วยที่ได้จากวิธีตรวจนับปริมาณจุลินทรีย์) 

น้ำคีเฟอร์ผสมน้ำผลไม้ของพวกเขามีจุดเด่นคือ ความซ่าที่มีฟองละเอียดราวกับแชมเปญ และมีให้เลือกดื่มถึง 9 รสชาติด้วยกัน ที่สำคัญคือมีส่วนช่วยให้สุขภาพดีเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการเติมจุลินทรีย์ที่ดีให้ระบบในช่องท้อง

มาเริ่มอ่านเรื่องราวที่จะทำให้คุณสุขภาพดีอย่างยั่งยืนกันได้เลย

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ เทรนด์ใหม่ของน้ำซ่าเพื่อสุขภาพทดแทนน้ำอัดลม

จากการทดลองหาสิ่งที่ตอบโจทย์ให้ตัวเอง

ทั้งสามคนรู้จักคุ้นเคยกันดี เปาเคยทำงานเป็นลูกน้องของฐีระวิตต์เมื่อนานมาแล้ว และรู้จักกับโทจากการเริ่มวิ่งมาราธอนแบบจริงจังทั้งในและต่างประเทศ ทั้งสามคนมีความสนใจร่วมกัน คือ เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพตามประสาคนชอบออกกำลังกาย

เมื่อราว 2 ปีก่อน ในช่วงล็อกดาวน์เพราะสถานการณ์โรคระบาด เปาทดลองทำคอมบูชาเองที่บ้าน และเอามาให้ฐีระวิตต์ลองชิมก่อน

“ผมเคยไปอเมริกากับแคนาดา ซื้อของที่นู่นมาลองดื่มแล้วชอบ คือที่นู่นมีรสชาติให้เลือกเต็มไปหมด ส่วนตัวผมเองเคยมีประสบการณ์ด้านการทำเครื่องดื่มเลยลองทำดู ก็รู้สึกว่ามันดีกว่าดื่มน้ำอัดลมหรือชาปกติ พอกลับมาที่ไทย ผมก็ดูว่ามีคนทำรึยัง เห็นว่าพอมีอยู่บ้าง เลยลองทำเองดู ผสมนู่นนี่ แต่พอคุยกันจริง ๆ ท่านอื่นไม่ชอบกลิ่นหมัก แถมมีความเป็นกรดด้วย มีคนกลุ่มน้อยมากที่จะชอบหรือกินของพวกนี้ได้” เปาเริ่มเล่าให้ฟัง

ฐีระวิตต์ก็เลยลองหาอย่างอื่นที่คล้ายกันจนเจอคีเฟอร์นมก่อน แต่สำหรับคนออกกำลังกาย คีเฟอร์นมไม่ตอบโจทย์ เพราะดื่มแล้วค่อนข้างแน่นท้อง

“ดูต่อไปก็เจอ Water Kefir หรือน้ำคีเฟอร์ เลยลองมาทำเองที่บ้านแล้วส่งให้คุณเปากับคุณโทดื่ม มันสดชื่น มีความซ่าแล้วก็มีโพรไบโอติกด้วย สามารถเติมความสดชื่นหลังออกกำลังกายเสร็จ ดื่มดับกระหาย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ”

“ผมโวยวายเลยครับ ตอนระหว่างพัฒนาสูตร ผมบอกว่าคอมบูชามันมีกลิ่นเปรี้ยว มันเหม็นสำหรับผม เล่นกีฬามาแล้วไม่ได้อยากกินของแบบนี้ เหมือนกินน้ำส้มสายชู ก็เลยบอกว่ามันไม่น่าเวิร์กหรอก เลยมีอีกทางเลือกหนึ่งคือน้ำคีเฟอร์ ทำมาก็ลองชิมดู เออ อันนี้เวิร์ก” โทเสริม

ใครจะคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์พร้อมดื่มเจ้าแรกในประเทศไทยที่เริ่มมาจากการทดลองในบ้าน โทเล่าว่าทั้งสามคนช่วยกันทำทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น จนเริ่มตั้งแบรนด์และมียอดขายมากขึ้น ก็เริ่มเห็นแนวทางและแบ่งหน้าที่กัน ฐีระวิตต์ดูทิศทางกลยุทธ์ทั้งหมดว่าจะเดินไปทางไหน โทช่วยดูการตลาดว่าควรเจาะที่กลุ่มไหน ควรสื่อสารผ่านวิธีการและเครื่องมือแบบไหนบ้าง ส่วนเปารับหน้าที่ดูแลเรื่องวิจัยและพัฒนา รวมถึงเรื่องจัดซื้อ ติดต่อซัพพลายเออร์ต่าง ๆ

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ เทรนด์ใหม่ของน้ำซ่าเพื่อสุขภาพทดแทนน้ำอัดลม
Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ความต่างระหว่างคอมบูชาและน้ำคีเฟอร์

เครื่องดื่มลักษณะคล้ายกันอย่างคอมบูชาที่ได้รับความนิยมแพร่หลายและอาจจะคุ้นหูมากกว่าเป็นเพราะมีขั้นตอนการทำง่ายกว่า คือใช้ชาดำ 1 ส่วน ผสมกับน้ำตาลอีก 5 ส่วน เติมน้ำแล้วปล่อยเอาไว้ 5 วัน จะเกิดเจลแผ่นเป็นเชื้อที่มีโพรไบโอติก เรียกว่า Scoby เมื่อจะใช้งานก็เพียงเทน้ำออกแล้วเก็บ Scoby ไว้ใช้ทำคอมบูชาในล็อตต่อ ๆ ไป และนำน้ำที่ได้ไปผสมกับน้ำผลไม้ตามสูตร

ต่างกับการทำน้ำคีเฟอร์ที่ต้องใช้ Kefir Grain หรือเม็ดคีเฟอร์ที่ต้องนำเข้ามาจากอเมริกา เติมน้ำตาลและน้ำเข้าไปในปริมาณที่เหมาะสม ทิ้งไว้ 3 วัน ก็จะได้น้ำคีเฟอร์เพื่อเอาไปผสมกับน้ำผลไม้ ซึ่งเม็ดหัวเชื้อนี้ใช้เลี้ยงได้แค่เพียง 5 ครั้งก็ต้องเปลี่ยน เพื่อคงคุณภาพให้เชื้อแลคโตบาซิลลัสมีปริมาณตามที่ต้องการในทุก ๆ ขวด

ว่าง่าย ๆ ก็คือ คอมบูชาเก็บหัวเชื้อไว้ใช้ได้ตลอด ไม่หายไปไหน แต่น้ำคีเฟอร์ต้องเปลี่ยนอยู่เสมอ

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

“จริง ๆ เราใช้ต่อไปได้เรื่อย ๆ ความซ่าก็ยังมี แต่ว่าตัวเชื้อจะค่อย ๆ ลดประสิทธิภาพลงไป ในประเทศไทยก็หาซื้อเชื้อได้ แต่ปัญหาคือเราไม่แน่ใจคุณภาพเชื้อที่ได้มา ถ้าทำดื่มเองไม่มีปัญหา แต่ถ้าต้องการันตีปริมาณเชื้อได้ว่ามีเท่าไหร่ รวมถึงมีสิ่งแวดล้อมมาเป็นปัจจัยส่งผล กลัวที่สุดคืออาจจะมีเชื้อตัวที่ไม่ดีเกิดขึ้น ถ้าเพาะเชื้อมาไม่ดีและไม่ได้เก็บในที่ที่สะอาดก็อาจเกิดสิ่งปนเปื้อนได้ 

“เราเลยนำกลับไปทดสอบที่อเมริกามา พบว่า Tibicos มีเชื้อแลคโตบาซิลลัสถึง 30,000 ล้าน CFU ถ้าคุณไปดูพวกตัวโพรไบโอติกที่เป็นซองหรือเม็ด เชื้อที่มีสัดส่วนเยอะที่สุดจะเป็นแลคโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นเชื้อสังเคราะห์ ในขณะที่ของเราเป็นเชื้อธรรมชาติที่ยังมีชีวิตอยู่ เราเลยเน้นมากว่าถ้าพูดแล้วว่ามีโพรไบโอติกจำนวนนี้ ๆ ผมต้องเอาไปทดสอบดูก่อนว่าจริง เรามีใบรับรองจากสถาบันชั้นนำที่อเมริกาอย่าง Zymo Research กับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เลยว่า เรามี 30,000 ล้าน CFU แน่นอน ไม่มีการเจือปนใด ๆ เลย” ฐีระวิตต์ขยายความให้ฟังถึงรายละเอียด

“อีกอย่างคือ 99 เปอร์เซ็นต์ของคอมบูชาเป็น Acetic Acid หรือกรดน้ำส้มสายชู รสชาติมันเลยออกมาเป็นแบบนั้น จากการเช็กค่าความเป็นกรดในน้ำ ของเรามีค่า pH ที่ประมาณ 2.7 ซึ่งเท่ากับคอมบูชา แต่รสชาติของน้ำคีเฟอร์จะกลมกล่อม นุ่มนวล ดื่มง่ายกว่ามาก”

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

เหตุผลว่าทำไมต้องเป็นน้ำคีเฟอร์

คีเฟอร์มี 2 ประเภท คือ นมคีเฟอร์และน้ำคีเฟอร์ เราจึงสงสัยว่ามันต่างกันแค่ไหน และต่างกันอย่างไร โทบอกว่าเพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน เพื่อเพิ่มโอกาสในการดื่ม พวกเขาจึงตัดสินใจทำให้เป็นแบบน้ำ

“มันตอบโจทย์มากกว่า ดื่มง่ายกว่า คีเฟอร์นมมันไม่รู้จะดื่มโอกาสไหน คือดื่มเพื่อสุขภาพได้ แต่ถ้าทำเป็นน้ำคีเฟอร์จะดื่มได้ตลอด สดชื่นและอร่อย นั่งคุยงานกันกินนมคีเฟอร์ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นน้ำก็มีวาระโอกาสกินได้มากกว่า” โทเล่า

“พอออกกำลังกายเสร็จก็อยากดื่มอะไรสดชื่น ๆ เปิดตู้เย็นมาเจอแต่น้ำอัดลมแบบไร้น้ำตาลกับเกลือแร่ มีแต่อะไรหวาน ๆ ทั้งนั้นเลย ตอนแรกก็ไม่เชื่อว่าหมักออกมาจะมีความซ่าแบบนี้ ตอนทำครั้งแรก เทออกมาผสมกับน้ำผลไม้แล้วแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็น ฟองมันเนียนละเอียดมาก เหมือนแชมเปญเลย ไม่เหมือนฟองอัดก๊าซที่จะหยาบกว่า เลยรู้สึกว่ามันใช้ได้ 

“ผมลองให้ภรรยาดื่มด้วย ปกติเขาจะมีปัญหาเรื่องระบบช่องท้องเหมือนกัน ดื่มไปสักพักก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง เข้าห้องน้ำง่ายขึ้น สุขภาพดีขึ้น ตอนนั้นผมอ่านหนังสือเป็นสิบ ๆ เล่มเลยครับ เกี่ยวกับเรื่องคีเฟอร์ โพรไบโอติก สุขภาพช่องท้อง ค้นคว้าทุกอย่างว่ามีส่วนช่วยให้สุขภาพดีขึ้นยังไง ก็เลยตั้งขึ้นมาเป็นโปรเจกต์นี้ ไปปรึกษานักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร อาจารย์ หมอต่าง ๆ เขาก็บอกว่าดี และกลายมาเป็นลูกค้าปัจจุบันของเราด้วย” ฐีระวิตต์เสริม

เราสงสัยว่าทำไม Tibicos เพิ่งก่อตั้งมาได้ 7 เดือน แต่เลือกทำรสชาติเยอะถึง 9 รส ทั้งที่ปกติแบรนด์ใหม่จะเริ่มแค่รสสองรสเพื่อลองตลาดก่อนเท่านั้น

คำตอบของฐีระวิตต์คือ พาร์ตเนอร์แต่ละคนชอบรสต่างกันหมดเลย และอยากให้ทุกคนดื่ม Tibicos ทุกวันได้โดยไม่เบื่อ แถมพอวางขาย ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ชอบสั่งคละรสอีกด้วย

“เราเชื่อว่าต้องดื่ม Tibicos ต่อเนื่องอย่างน้อยวันละขวด อย่างน้อยเราจึงต้องมี 7 รส ทานควบคู่ไปกับทุกมื้ออาหารได้เลย ถ้าทานกับอาหารรสเผ็ด ผมแนะนำเป็นรสลิ้นจี่หรือสตรอว์เบอร์รีที่หวานหน่อย หรือทานก่อนมื้อกลางวันหรือเย็น แนะนำ Honey Lemon เพราะมีความเปรี้ยวนิด ๆ ช่วยเปิดให้เรารับรสได้ดีขึ้นก่อนทานอาหาร ช่วงบ่ายที่อยากได้อะไรสดชื่นให้ตื่น รสบ๊วยก็น่าจะเหมาะ ก็เลือกตามวาระโอกาสไป และยังจะมีรสใหม่ ๆ มาเรื่อย ๆ ครับ”  

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

หากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนให้เจอ

ด้วยความที่น้ำคีเฟอร์เป็นของที่ค่อนข้างใหม่ ในตอนแรกพวกเขาจึงกังวลว่า แล้วใครจะมาเป็นกลุ่มลูกค้าที่ควรเจาะตลาด การขายครั้งแรกจึงเป็นการลองเสี่ยงดูเพื่อหาว่าใครที่สนใจ แต่กลับได้ผลตอบรับที่ดีเกินคาดคิด

“ผมโพสต์ขายในกลุ่มจุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส นานมากแล้ว ตอนนั้นทำได้ 200 ขวด แต่ขายหมดภายในวันเดียว ไม่ได้มีช่องทางการจัดจำหน่าย เลยบอกว่าพรุ่งนี้จะไปสามย่านมิตรทาวน์ ใครสนใจไปถึงค่อยจ่ายเงิน ปรากฏว่าผมกลับบ้านตัวเปล่า แล้วก็มีฟีดแบ็กกลับมาตลอดเลยว่า คนชอบ ขอซื้ออีกเรื่อย ๆ” เปาเล่า

ต่อด้วยโทเสริมให้ฟังว่า ในกลุ่มจุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส ในยุคแรกค่อนข้าง Niche คือมีกลุ่มคนที่ดูแลสุขภาพมาก ๆ อยู่จำนวนหนึ่ง เลยมีคนพอรู้จักคีเฟอร์อยู่บ้าง

“เราเลยเห็นว่ามันมีตลาดนี่นา ผมเองเป็นนักกีฬา พอมีคนรู้จักในแวดวงคนที่เล่นกีฬาอยู่ค่อนข้างเยอะ เลยคุยกับทั้งสองท่านว่า ผมเองก็อยากทำสินค้าออกมา เพราะผมทานโพรไบโอติกแบบซองตลอดเหมือนกัน แล้วก็ทราบว่าจุดเริ่มต้นที่ดีต้องมาจากลำไส้ กินอะไรดีแค่ไหนแต่ถ้าลำไส้ดูดซึมไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ ประกอบกับว่าพี่เปาพิสูจน์ให้เห็นว่ามันมีตลาดจริง ๆ ก็เลยเอาตัวนี้แหละ เริ่มเปิดตัว Tibicos กับกลุ่มคนรักสุขภาพและชอบออกกำลังกายดู ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมากครับ

“อีกกลุ่มหนึ่งที่เจอคือ กลุ่มคนที่พยายามลดการบริโภคน้ำอัดลมวันละ 3 – 4 กระป๋อง เขารู้แหละว่ามันไม่ดี ก็เลยหันมาเอา Tibicos ไปทดแทน กับอีกกลุ่มคือกลุ่มวัยกลางคนที่มีปัญหาเรื่องกระเพาะ ท้องอืดง่าย เข้าห้องน้ำยาก ก็หันมาดื่มเหมือนกัน 

“มีลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่บอกเราว่า น้องห้ามหยุดขายเลยนะ เพราะวันหนึ่งต้องดื่มเช้าเย็น ทำให้สบายตัว ทานอาหารอร่อยขึ้น และมีกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพช่องท้องกับกลุ่มนักกีฬาของโท จากนั้นก็พยายามหากลุ่มตรงกลางระหว่างสองกลุ่มนี้ เลยอยากสร้าง Awareness ให้วัยที่เด็กลงมาเริ่มมาสนใจดูแลสุขภาพช่องท้องและสุขภาพโดยทั่วไปด้วย” ฐีระวิตต์ปิดท้าย

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ทิศทางตามกระแสนิยม

สำหรับเทรนด์ของโพรไบโอติกที่กำลังมาในช่วงนี้ เรามีคำถามว่าขนาดคอมบูชาที่ค่อนข้างแมสกว่ายังไม่ค่อยได้รับความนิยมเลย แต่ทำไมถึงเลือกมาทำคีเฟอร์ที่คนยิ่งไม่รู้จักเข้าไปใหญ่ จึงอยากรู้ว่าผู้บริหารมองว่า Tibicos จะไปได้ไกลแค่ไหน

ฐีระวิตต์เล่าว่าปัญหาของสินค้าที่มีส่วนประกอบของโพรไบโอติกคือ เรื่องความเข้าใจของผู้บริโภคที่ไม่ชัดเจน แบรนด์ต่าง ๆ สื่อสารถึงสรรพคุณในแต่ละช่องทางหลากหลายมาก แต่ไม่มีใครไปในทิศทางเดียวกันเลยจนน่าสับสน

โทจึงอธิบายต่ออีกว่า ในช่วงแรกที่เริ่มต้นแบรนด์จึงพยายามทำคอนเทนต์ทางโซเชียลมีเดีย ให้ความรู้เพราะเทรนด์กำลังมา แต่ความเข้าใจของผู้บริโภคคือ โพรไบโอติกเท่ากับตัวช่วยเรื่องการขับถ่ายอย่างเดียว

“ฟีดแบ็กลูกค้าคือ ถามเราว่ากินแล้วจะถ่ายดีมั้ย อันนั้นคือผลพลอยได้ครับ เมื่อไหร่ที่สมดุลลำไส้ดี การขับถ่ายคุณก็ดีแน่นอน ผู้บริโภคก็กังวลเรื่องประมาณนี้ รองลงมาคือเรื่องน้ำตาลและแคลอรี่ที่สงสัยว่ามีแค่ไหน คือเราจะตอบเขาว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่สมดุลลำไส้คุณดี แปลว่ามีจุลินทรีย์ที่ดีมากกว่าไม่ดี ระบบเผาผลาญต่าง ๆ ก็ย่อมดีขึ้น ดังนั้น น้ำตาลที่ได้จากน้ำผลไม้ธรรมชาติก็แทบจะไม่ต้องกังวลเลยครับ 

“ส่วนอีกตัวที่เราเน้นกับผู้บริโภคมาก ๆ คือเรื่องภูมิต้านทาน เพราะกว่า 70 – 80 เปอร์เซ็นต์ของภูมิต้านทานของเราเกิดจากลำไส้ใหญ่ ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีจุลินทรีย์ที่ดีมากกว่าไม่ดี ภูมิต้านทานก็จะแข็งแรงไปด้วย ถึงเริ่มมีเทรนด์ว่าถ้าเป็น Long Covid ต้องทานโพรไบโอติกเสริมภูมิต้านทาน”

ถามถึงเสียงตอบรับจากผู้บริโภค ฐีระวิตต์บอกว่าได้เกินจากที่คาดไว้มาก

“ในเชิงของการตอบรับ ทุกคนชมว่ามันดีมากเลย กลายเป็นสินค้าที่ให้คุณค่ากับลูกค้าจริง ๆ สิ่งที่เราต้องทำต่อจากนี้ คือการขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น ถามว่าอยากขยายให้เร็วกว่านี้มั้ย ก็แน่นอนครับในแง่ธุรกิจ แต่เราก็อยากคงคุณภาพให้คงที่ก่อน ทุกคนช่วยกันทำทุกอย่าง เข้าไปในโรงงานผลิต ทุกคนก็ต้องดูได้ว่าขั้นตอนการผลิตต่าง ๆ ต้องควบคุมดูแลยังไงเหมือนกันหมด ถ้าใครหายไปก็ต้องทำหน้าที่ทดแทนกันได้ เพราะช่วงโควิดอีกสองท่านไปเจอซัพพลายเออร์พร้อมกัน ลืมคิดไปต้องกักตัวกันหมด เลยเหลือผมคนเดียวที่ต้องคอยดูแลการผลิต คือเราต้องจับมัน คลุกคลี รู้ไส้ เข้าใจทุกอย่างทุกขั้นตอน”

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ตั้งใจทำให้ดี เหมือนให้คนที่รักได้ดื่ม

ก้าวต่อไปของ Tibicos คืออยากสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง และสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ ให้รู้จักว่าคีเฟอร์คืออะไรได้มากขึ้น รวมถึงมีแพลนเพิ่มช่องทางการขายแบบออฟไลน์ และแตกไลน์สินค้าด้านสุขภาพที่ได้มาจากธรรมชาติในอนาคต

“อยากสื่อสารกับผู้บริโภคให้มากขึ้น น้อยคนที่จะรู้จักคีเฟอร์ เขานึกรสชาติไม่ออก เราก็พยายามจะเข้าถึงกลุ่มตรงนี้ให้มากขึ้นว่า มันดื่มง่ายนะ รสชาติเป็นยังไง เราสามคนตั้งใจที่จะทำ Tibicos ออกมาให้ดีจริง ๆ เป็นสินค้าดื่มกันเองทุกวัน แล้วก็ให้คนในครอบครัว ให้ลูกพวกเราดื่มด้วย เราเลยมั่นใจว่า เราทำให้คนที่เรารักดื่ม กับลูกค้าก็น่าจะได้ความมั่นใจตรงนี้ไปด้วยครับ”

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

Lesson Learned

  • ต้องหาให้เจอว่ากลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงคือใคร เพราะการสื่อสารต้องปรับตามความเข้าใจและความสนใจของกลุ่มตามไปด้วย
  • การทดลองตลาดเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะได้ฟีดแบ็กที่น่าสนใจกลับมาไม่มากก็น้อย จงเอามันไปพัฒนาต่อให้สินค้าและบริการดียิ่ง ๆ ขึ้นไป
  • ถ้ามีพาร์ตเนอร์หลายคน ควรแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน เพราะทุกคนเก่งในด้านที่ต่างกัน แต่สำคัญคือ ทุกคนต้องเข้าใจการทำงานทั้งหมดเท่ากันด้วย
  • การสร้างหรือเพิ่มโอกาสให้เกิดการใช้สินค้าให้บ่อยขึ้น เป็นวิธีที่จะทำให้ผู้บริโภคจัดว่าสินค้าของเราเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตประจำวันของเขา

สั่งซื้อน้ำคีเฟอร์ได้ที่ Facebook : Tibicos และ Line : https://lin.ee/NOHSjjG

Writer

ณิชากร เอื้อสุนทรวัฒนา

อดีตนักเรียนโฆษณาที่มาเอาดีทางด้านอาหาร แต่หลงใหลการสัมภาษณ์และงานเขียน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

ถ้า ‘คำพูดที่ไม่เคยคิด’ ที่จริงก็คือ ‘ยาพิษ’ ทำลายชีวิตของคน

‘ขยะ’ จากการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่ไม่เคยมีใครคิดคำนึงถึง ก็คงเป็น ‘ยาพิษ’ ที่ทำลายชีวิตของโลกใบนี้เช่นเดียวกัน

แต่ในทางกลับกัน ‘ขยะ’ ที่ถูกทิ้ง หากใส่ใจลงไปสักนิด ขยะเหล่านั้นก็กลายเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่เราอาจคาดไม่ถึงได้ อย่างเช่นธุรกิจที่มีรายได้หลักพันล้าน เป็นต้น

คุณอ่านไม่ผิดหรอก ขยะที่เราทิ้งในทุก ๆ วันนี่แหละ กลายเป็นธุรกิจพันล้านได้จริง ๆ

ตอนแรกเราก็ไม่อยากเชื่อ เพราะหลายครั้งเมื่อพูดถึงคำว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือรักษ์โลก เรื่องราวเหล่านั้นมักจะจบแค่ในทางทฤษฎี เป็นกิจกรรม CSR เล็ก ๆ หรือไม่ก็หายไปเพราะไม่ทำกำไร

แต่ภายในงาน GC Circular Living Symposium 2022: Together To Net Zero นี้ มีคนคนหนึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า Circularity in Action หรือเศรษฐกิจหมุนเวียนในทางปฏิบัตินั้นเกิดขึ้นได้จริง

Miniwiz สตาร์ทอัพระดับโลกที่เปลี่ยนขยะไร้ค่าให้กลายเป็นวัสดุก่อสร้างจนถึงอาคารทั้งหลัง

เรามีนัดหมายพิเศษกับ คุณอาเธอร์ หวง (Arthur Huang) ผู้ก่อตั้ง Miniwiz ธุรกิจที่เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นสิ่งของที่แม้แต่เรายังคาดไม่ถึง ตั้งแต่วัสดุก่อสร้างไปจนถึงอาคารทั้งหลัง หรือแม้กระทั่งหอพักผู้ป่วยในโรงพยาบาล

มากไปกว่านั้น Miniwiz ไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนขยะให้กลับมาเป็นประโยชน์ และช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ แต่บริษัทแห่งนี้ยังเติบโตอย่างมั่นคง จนตอนนี้มีรายได้หลักพันล้านบาท

มาดูกันเลยดีกว่าว่า ‘ขยะ’ จะกลายเป็น ‘ขุมทรัพย์’ ในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างไร

Crossing the Rubicon

จุดเริ่มต้นที่ทำให้อาเธอร์เริ่มสนใจขยะ คือตอนที่เขากำลังศึกษาด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ Cornell University สหรัฐอเมริกา และมีโอกาสเดินทางไปยังกรุงโรม ประเทศอิตาลี

ในขณะที่ประเทศบ้านเกิดอย่างไต้หวันหนาแน่นไปด้วยตึกระฟ้าและสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์ แต่กรุงโรมนั้นเป็นเมืองเก่าแก่ นอกจากจะมีการอนุรักษ์ธรรมชาติไว้แล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่สวยงามมากมาย

ทว่าสิ่งที่เหลือเชื่อก็คือ จริง ๆ แล้ววัสดุก่อสร้างของสถาปัตยกรรมที่สวยงามเหล่านั้น จำนวนไม่น้อยทำมาจากขยะ!

เรารู้ว่ามันไม่น่าเชื่อ ของเสียที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั้นดินเผาใช้แล้ว เศษอาหาร หรือแม้กระทั่งเศษซากต่าง ๆ เหล่านั้น ถูกแปรรูปโดยชาวโรมันให้กลายเป็นวัสดุก่อสร้าง โดยวัสดุก่อสร้างเหล่านี้ คือสิ่งที่ยึดแบบหล่อโครงสร้างของอาคารที่ทำมาจากไม้และก้อนอิฐ ซึ่งใช้เป็นวัสดุตกแต่งพื้นผิวของอาคารเข้าด้วยกัน

นี่คือสิ่งที่จุดประกายให้อาเธอร์หันมาสนใจด้านความยั่งยืนของการใช้วัสดุต่าง ๆ ก่อนที่จะได้ไปศึกษาต่อ ณ Harvard University และตัดสินใจก่อตั้ง Miniwiz ขึ้นในปี 2005

ย้อนกลับเกือบ 20 ปีที่แล้ว ในยุคนั้นคำว่ายั่งยืน อาคารสีเขียว ฯลฯ เป็นเรื่องใหม่ ขณะเดียวกันก็เป็นคำที่ใช้กันอย่างพร่ำเพรื่อ

“เราเริ่มก่อตั้งบริษัทด้วยความโกรธ ในยุคนั้นเมื่อคุณค้นคว้าลึกลงไป จะพบว่าภายใต้คำว่าอาคารสีเขียวที่ถูกใช้อย่างพร่ำเพรื่อ เกณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้เพื่อนิยามอาคารเหล่านั้นกลับไม่ได้ยั่งยืนจริง ๆ อย่างที่เข้าใจ เราเลยต้องทำให้ผู้คนเห็นว่า Zero Waste ที่แท้จริงเป็นอย่างไร”

Miniwiz สตาร์ทอัพระดับโลกที่เปลี่ยนขยะไร้ค่าให้กลายเป็นวัสดุก่อสร้างจนถึงอาคารทั้งหลัง
คุณอาเทอร์ หวง (Arthur Huang) ผู้ก่อตั้ง Miniwiz

กลายเป็นเป้าหมายของ Miniwiz ที่ตั้งใจพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เศรษฐกิจหมุนเวียนนั้นเกิดขึ้นได้จริง โดยการแปรรูปขยะและของเสียต่าง ๆ ให้กลายเป็นวัสดุที่ผู้คนใช้กันในชีวิตประจำวัน และจากจุดนั้น Miniwiz ก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง

แน่นอนว่าหากเป็นสตาร์ทอัพในยุคนี้ พอพูดถึงการเติบโต หลายคนคงนึกถึงการพรีเซนต์ขอเงินสนับสนุนจากนักลงทุน แต่นั่นไม่ใช่กับ Miniwiz

“ในวันแรก เราไม่ได้มีนักลงทุน เรามีแค่พาร์ตเนอร์ ซึ่งก็เป็นเพื่อน ๆ ที่นำเงินเก็บของแต่ละคนมาร่วมก่อตั้งธุรกิจ”

Miniwiz เติบโตได้โดยไม่ต้องมีนักลงทุนหรือสถาบันการเงินมาร่วมลงทุนด้วย และเพิ่งจะมีสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นในปี 2020 ที่ผ่านมานี่เอง

แล้วอะไรที่ทำให้ Miniwiz ก้าวขึ้นมาถึงตรงนี้ได้ – คำตอบคือ ความโกรธ

The Anger of Love

ถึงแม้ว่าตอนนี้ Miniwiz จะสร้างอาคารขนาดใหญ่จากขยะได้ แต่ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ใครจะยอมให้เด็กอายุ 25 ที่เพิ่งจบใหม่มาสร้างตึก

“ในตอนแรกเราต้องเริ่มจากคอนเซ็ปต์เล็ก ๆ ที่เข้าใจง่าย” อาเธอร์เล่าย้อนกลับไปถึงจุดแรกเริ่ม

“ณ ตอนนั้น เราไม่สามารถสร้างตึกได้ แต่เราสร้างสิ่งของภายในตึกได้ จึงตัดสินใจเริ่มต้นด้วยการสร้างโปรดักต์ชิ้นหนึ่งที่เข้ากับคอนเซ็ปต์ความยั่งยืนของเราขึ้นมา เพื่อทดสอบว่าตลาดจะชอบมันหรือเปล่า”

โปรดักต์ชิ้นแรกของ Miniwiz คือ HYmini อุปกรณ์ชาร์จ iPod และแก็ดเจ็ตอื่น ๆ ด้วยพลังงานลมและพลังแสงอาทิตย์ ซึ่งสร้างขึ้นจากวัสดุรีไซเคิล

ด้วยราคาที่จับต้องได้ (ประมาณ $50) และความสามารถในการผสานเข้าไปในชีวิตประจำวันของผู้คน โปรดักต์ชิ้นนี้จึงสร้างชื่อเสียงให้กับ Miniwiz อย่างมาก จนถึงขั้นได้ลงนิตยสาร The New York Times 

“ด้วยโปรดักต์ชิ้นนี้ เราพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า คำว่ายั่งยืนที่แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร และเราใช้ความโกรธที่มีต่อคำว่ายั่งยืนที่ไม่ได้ยั่งยืนนั้นในการที่จะก้าวต่อไป”

โลกของธุรกิจนั้นไม่ได้สวยงาม หากขาดทุนก็ไม่อาจคงอยู่อย่างยั่งยืนได้

หนึ่งในหลุมพรางที่สตาร์ทอัพหลายแห่งตัดสินใจจะสร้างผลิตภัณฑ์จากวัสดุใหม่ ๆ ไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ คือ ต้นทุน

เมื่อวัสดุที่ใช้เป็นสิ่งใหม่ ถ้าหากผลิตในจำนวนน้อย แน่นอนว่าต้นทุนต่อชิ้นจะสูง ราคาแพง ผู้คนก็อาจไม่ซื้อ

คุณอาเทอร์ หวง (Arthur Huang) ผู้ก่อตั้ง Miniwiz
คุณอาเทอร์ หวง (Arthur Huang) ผู้ก่อตั้ง Miniwiz

“ดังนั้น เราต้องหาคนที่จะซื้อของของเราในปริมาณมาก เราโชคดีที่ขายสินค้าชิ้นแรกได้เยอะ แต่เชื่อไหมว่า ชิ้นที่สองเราขายไม่ได้เลย และนั่นทำให้เราเกือบเจ๊ง

“แต่ก่อนจะเจ๊ง เราต้องหาสินค้าที่จะทำให้เรามีความยั่งยืนในด้านการเงิน ถ้าคุณไม่ทำ คุณก็ตาย แค่นั้นเลย”

แม้โลกของธุรกิจจะดูโหดร้าย แต่ถ้าหากไปถูกทาง ทิศทางของธุรกิจก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน

“ทุกครั้งที่เราอยู่ในจุดที่มีปัญหาด้านการเงิน เราจะสร้างนวัตกรรม ผมคิดว่านั่นคือวิธีเดียวที่จะเอาตัวรอดได้”

คำว่านวัตกรรมของอาเธอร์ไม่ใช่แค่การกลับมาพัฒนาสิ่งที่เคยทำให้มันดีกว่าเดิม แต่นวัตกรรมของเขาคือการวิจัยและพัฒนาเพิ่ม พร้อมกับใส่ความคิดสร้างสรรค์เข้าไป

“ตอนที่คุณอยู่ในจุดที่กำลังจะตาย คุณจะสร้างสรรค์มาก และในจุดนั้นเอง ผู้คนจะกลายเป็น 2 อย่าง คนโกหกที่ชั่วร้ายหรือคนที่ซื่อสัตย์มาก ๆ”

ในหลายครั้งเมื่อเกิดวิกฤต สิ่งที่หลายคนทำคือการโกหกตัวเองและคนอื่น แต่เมื่ออาเธอร์ตกอยู่ในสถานการณ์นั้น สิ่งที่เขาทำคือการกลายเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก ๆ

“เวลาผมอยู่ในจุดที่มีปัญหาด้านการเงิน ผมบอกคนที่ผมพรีเซนต์ให้ฟังเลยว่า ผมมีปัญหาด้านการเงิน ถ้าผมจะซื้ออะไรก็เพราะผมเชื่อในสิ่งนั้น ตลาดนี้ดูมีมูลค่ามาก แต่ผมคิดว่านี่ก็เป็นประโยชน์สำหรับคุณด้วย ผมขอช่วยคุณทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นได้ไหม”

การซื่อสัตย์กับตัวเองและผู้อื่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์เกือบทุกชิ้นของอาเธอร์ และการซื่อสัตย์ก็ทำให้คนที่เขาทำงานด้วยมั่นใจว่ากำลังทำงานกับคนมีความสามารถ

และสิ่งนี้ทำให้ Miniwiz รอดจากจุดที่เกือบเจ๊งจากสินค้าชิ้นที่สอง ด้วยการทำให้ลูกค้ายอมซื้อวัสดุก่อสร้างจากขยะ ซึ่งในตอนนั้นยังพัฒนาไม่เสร็จด้วยซ้ำ
แทนที่จะพูดถึงผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนอย่างเดียว อาเธอร์แสดงให้บริษัทอื่น ๆ เห็นว่า วัสดุก่อสร้างที่แปรรูปมาจากขยะของเขา นอกจากสวยกว่าแล้ว ยังราคาถูกกว่าอีกด้วย

Love on Fire

เมื่อพูดถึงการแปรรูปขยะให้กลายเป็นขุมรัพย์ หลายคนอาจยังนึกภาพไม่ออกว่าอาคารเหล่านั้นหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เราเชื่อว่ารูปจากทั่วโลกต่อไปนี้ จะทำให้คุณร้องอ๋อหรือร้องว้าวได้เลยทีเดียว

การเล่นแร่แปรธาตุของพ่อมดผู้ก่อตั้ง Miniwiz บริษัทที่เปลี่ยนขยะให้เป็นวัสดุก่อสร้าง อาคาร และของใช้ที่คุณอาจเคยสัมผัสโดยไม่รู้ตัว
การเล่นแร่แปรธาตุของพ่อมดผู้ก่อตั้ง Miniwiz บริษัทที่เปลี่ยนขยะให้เป็นวัสดุก่อสร้าง อาคาร และของใช้ที่คุณอาจเคยสัมผัสโดยไม่รู้ตัว

นี่คือตัวอย่างจากผลงานของ Miniwiz ที่ทำให้กับแบรนด์ดังจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Nike, Starbucks, McDonald’s, Dominique Crenn, LVMH, Prada, Kering, Richmond และอื่น ๆ ถ้าจะให้เราเล่าให้หมด The Cloud อาจจะต้องเปิดคอลัมน์ใหม่เลยก็ว่าได้

การเล่นแร่แปรธาตุของพ่อมดผู้ก่อตั้ง Miniwiz บริษัทที่เปลี่ยนขยะให้เป็นวัสดุก่อสร้าง อาคาร และของใช้ที่คุณอาจเคยสัมผัสโดยไม่รู้ตัว

แม้กระทั่งในยุคโควิด-19 Miniwiz เปลี่ยนขยะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชุด PPE ใช้แล้ว ขวดพลาสติก และของเสียอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน ให้กลายเป็นชุด PPE ชุดใหม่ หรือห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาลมาแล้ว

ไม่ใช่แค่ในต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยเอง หลายคนอาจเคยได้สัมผัสผงานของ Miniwiz อย่างไม่รู้ตัวแล้วเช่นกัน

การเล่นแร่แปรธาตุของพ่อมดผู้ก่อตั้ง Miniwiz บริษัทที่เปลี่ยนขยะให้เป็นวัสดุก่อสร้าง อาคาร และของใช้ที่คุณอาจเคยสัมผัสโดยไม่รู้ตัว

Sky-wing Bike Pavilion ภายใน Happy & Healthy Bike Lane สนามลู่ปั่นจักรยานเจริญสุขมงคลจิต สร้างขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง AOT และ SCB เป็นหนึ่งในผลงานจากวัสดุก่อสร้างที่ Miniwiz แปรรูปมาจากขวดน้ำพลาสติกใช้แล้ว

มากไปกว่านั้น สำหรับใครที่มองว่าสิ่งก่อสร้างเหล่านี้อาจดูไกลตัวไปสักนิด ยังไม่เห็นภาพขั้นตอนว่าขยะจะกลายเป็นวัสดุก่อนสร้างได้อย่างไร ลองนึกภาพเครื่องจักรห้องแล็บเคลื่อนที่ที่ใครก็เข้าไปใช้ได้ และเมื่อหย่อนขยะลงไป ขยะเหล่านั้นก็จะแปลงร่างกลายเป็นของใช้ต่าง ๆ ทันที

ที่เราพูดถึงไม่ใช่ในหนัง Transformer หรือ Back to the Future แต่นี่คือสิ่งที่ Miniwiz ทำร่วมกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ในการใช้เครื่อง Mini Trashpresso หรือโรงงานรีไซเคิลเคลื่อนที่เปลี่ยนขยะพลาสติกจากฝาขวดน้ำดื่มให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์น่ารัก ๆ  อย่างกระถางต้นไม้หรือของใช้กระจุกกระจิกได้ในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงอึดใจ ทุกคนจะได้มีประสบการณ์ร่วมกันว่าการขยะพลาสติกสามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง 

การเล่นแร่แปรธาตุของพ่อมดผู้ก่อตั้ง Miniwiz บริษัทที่เปลี่ยนขยะให้เป็นวัสดุก่อสร้าง อาคาร และของใช้ที่คุณอาจเคยสัมผัสโดยไม่รู้ตัว

Sustain the Anger

เมื่อถามว่าจะส่งต่อองค์ความรู้เรื่องความยั่งยืนไปสู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างไร คำตอบของอาเธอร์ก็เกินกว่าที่เราจะคาดคิดอีกครั้ง 

“ผู้คนแค่ต้องโกรธอย่างแท้จริง” อาเธอร์กล่าวด้วยสีหน้าเรียบง่าย สั้น ๆ แต่ลึกซึ้ง

“ถ้าปราศจากไฟโกรธ คุณจะคงสิ่งที่คุณอยากทำไว้ไม่ได้ เพราะอุปสรรคหลาย ๆ อย่างจะโค่นคุณลง ในทางกลับกัน อีกด้านหนึ่งของความโกรธก็คือความรัก เพราะคุณแคร์อะไรบางอย่าง คุณถึงตั้งใจที่จะทำและทุ่มเทให้กับมัน”

เมื่อความรักต่อโลกกลายเป็นความโกรธ ผู้คนจึงลงมือทำเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า เศรษฐกิจหมุนเวียน และความยั่งยืนของโลกใบนี้นั้นเป็นไปได้จริง

ในอนาคต อาเธอร์วางแผนจะทำให้การเปลี่ยนขยะให้เป็นขุมทรัพย์เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวมากขึ้นสำหรับทุกคน โดยตั้งใจจะสร้างห้องครัวเปลี่ยน ‘ขยะ’ ให้กลายเป็น ‘อาหารจานพิเศษ’ 

“ผมแค่หวังจะเป็นคนคนหนึ่งที่ช่วยนำความยั่งยืนมาผสานเข้ากับชุมชนในแต่ละท้องที่ได้

“ตอนนี้เรากำลังร่วมมือกับองค์กรรัฐรวมถึง PTTGC ในการนำองค์ความรู้เหล่านี้มาเป็นเครื่องจักร เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นวัสดุก่อสร้างหรือสิ่งของที่ผู้คนนำกลับไปใช้ได้”

และไม่แน่ ในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจได้เห็นเครื่องจักรหรือห้องแล็บของอาเธอร์มาตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ให้พวกเราสร้างความเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกันก็เป็นได้

คุณอาเทอร์ หวง (Arthur Huang) ผู้ก่อตั้ง Miniwiz

Lessons Learned

  • การทำธุรกิจด้านความยั่งยืน ไม่ใช่แค่ทำผลิตภัณฑ์จากวัสดุที่ดีต่อโลก แต่ต้องยั่งยืนในด้านของการเงินด้วย
  • จงสื่อสัตย์ในวิกฤต เพราะความสื่อสัตย์นั้นจะทำให้คนอื่นเชื่อมั่นในตัวเรา
  • คงความโกรธเอาไว้ เพราะความโกรธคือไฟที่จะช่วยให้เราก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ ได้

Writer

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load