ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี้ กระแสของโพรไบโอติกทั้งในไทยและต่างประเทศได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ อาหารเสริม หรือเครื่องดื่มอย่างคอมบูชาที่เริ่มคุ้นหูและหาซื้อได้สะดวกขึ้น ลามมาถึงใครที่มีอาการ Long Covid หรือภาวะที่ต่อเนื่องจากการได้รับเชื้อโควิด-19 ในระยะยาว ก็มีกรมอนามัยแนะนำให้ทานโพรไบโอติก 

สรรพคุณที่ฟังดูเหมือนจะครอบจักรวาล แต่จริง ๆ แล้วโพรไบโอติกคืออะไรกันแน่

วันนี้เราจึงมีนัดสนทนากับผู้ก่อตั้งทั้งสามอย่าง ฐีระวิตต์ ลี้ถาวร, เปา-จิโรจ พิสุธิกูล และ โท-เรืองยศ มหาวรมากร ถึงที่มาที่ไปและเบื้องหลังความตั้งใจทั้งหมดของ Tibicos น้ำคีเฟอร์เจ้าแรกในประเทศไทยที่ทำขายในรูปแบบพร้อมดื่ม และกล้าเคลมว่ามีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสที่เป็นประโยชน์ต่อลำไส้มากถึง 30,000 ล้าน CFU (Colony Forming Unit หรือหน่วยที่ได้จากวิธีตรวจนับปริมาณจุลินทรีย์) 

น้ำคีเฟอร์ผสมน้ำผลไม้ของพวกเขามีจุดเด่นคือ ความซ่าที่มีฟองละเอียดราวกับแชมเปญ และมีให้เลือกดื่มถึง 9 รสชาติด้วยกัน ที่สำคัญคือมีส่วนช่วยให้สุขภาพดีเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการเติมจุลินทรีย์ที่ดีให้ระบบในช่องท้อง

มาเริ่มอ่านเรื่องราวที่จะทำให้คุณสุขภาพดีอย่างยั่งยืนกันได้เลย

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ เทรนด์ใหม่ของน้ำซ่าเพื่อสุขภาพทดแทนน้ำอัดลม

จากการทดลองหาสิ่งที่ตอบโจทย์ให้ตัวเอง

ทั้งสามคนรู้จักคุ้นเคยกันดี เปาเคยทำงานเป็นลูกน้องของฐีระวิตต์เมื่อนานมาแล้ว และรู้จักกับโทจากการเริ่มวิ่งมาราธอนแบบจริงจังทั้งในและต่างประเทศ ทั้งสามคนมีความสนใจร่วมกัน คือ เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพตามประสาคนชอบออกกำลังกาย

เมื่อราว 2 ปีก่อน ในช่วงล็อกดาวน์เพราะสถานการณ์โรคระบาด เปาทดลองทำคอมบูชาเองที่บ้าน และเอามาให้ฐีระวิตต์ลองชิมก่อน

“ผมเคยไปอเมริกากับแคนาดา ซื้อของที่นู่นมาลองดื่มแล้วชอบ คือที่นู่นมีรสชาติให้เลือกเต็มไปหมด ส่วนตัวผมเองเคยมีประสบการณ์ด้านการทำเครื่องดื่มเลยลองทำดู ก็รู้สึกว่ามันดีกว่าดื่มน้ำอัดลมหรือชาปกติ พอกลับมาที่ไทย ผมก็ดูว่ามีคนทำรึยัง เห็นว่าพอมีอยู่บ้าง เลยลองทำเองดู ผสมนู่นนี่ แต่พอคุยกันจริง ๆ ท่านอื่นไม่ชอบกลิ่นหมัก แถมมีความเป็นกรดด้วย มีคนกลุ่มน้อยมากที่จะชอบหรือกินของพวกนี้ได้” เปาเริ่มเล่าให้ฟัง

ฐีระวิตต์ก็เลยลองหาอย่างอื่นที่คล้ายกันจนเจอคีเฟอร์นมก่อน แต่สำหรับคนออกกำลังกาย คีเฟอร์นมไม่ตอบโจทย์ เพราะดื่มแล้วค่อนข้างแน่นท้อง

“ดูต่อไปก็เจอ Water Kefir หรือน้ำคีเฟอร์ เลยลองมาทำเองที่บ้านแล้วส่งให้คุณเปากับคุณโทดื่ม มันสดชื่น มีความซ่าแล้วก็มีโพรไบโอติกด้วย สามารถเติมความสดชื่นหลังออกกำลังกายเสร็จ ดื่มดับกระหาย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ”

“ผมโวยวายเลยครับ ตอนระหว่างพัฒนาสูตร ผมบอกว่าคอมบูชามันมีกลิ่นเปรี้ยว มันเหม็นสำหรับผม เล่นกีฬามาแล้วไม่ได้อยากกินของแบบนี้ เหมือนกินน้ำส้มสายชู ก็เลยบอกว่ามันไม่น่าเวิร์กหรอก เลยมีอีกทางเลือกหนึ่งคือน้ำคีเฟอร์ ทำมาก็ลองชิมดู เออ อันนี้เวิร์ก” โทเสริม

ใครจะคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์พร้อมดื่มเจ้าแรกในประเทศไทยที่เริ่มมาจากการทดลองในบ้าน โทเล่าว่าทั้งสามคนช่วยกันทำทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น จนเริ่มตั้งแบรนด์และมียอดขายมากขึ้น ก็เริ่มเห็นแนวทางและแบ่งหน้าที่กัน ฐีระวิตต์ดูทิศทางกลยุทธ์ทั้งหมดว่าจะเดินไปทางไหน โทช่วยดูการตลาดว่าควรเจาะที่กลุ่มไหน ควรสื่อสารผ่านวิธีการและเครื่องมือแบบไหนบ้าง ส่วนเปารับหน้าที่ดูแลเรื่องวิจัยและพัฒนา รวมถึงเรื่องจัดซื้อ ติดต่อซัพพลายเออร์ต่าง ๆ

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ เทรนด์ใหม่ของน้ำซ่าเพื่อสุขภาพทดแทนน้ำอัดลม
Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ความต่างระหว่างคอมบูชาและน้ำคีเฟอร์

เครื่องดื่มลักษณะคล้ายกันอย่างคอมบูชาที่ได้รับความนิยมแพร่หลายและอาจจะคุ้นหูมากกว่าเป็นเพราะมีขั้นตอนการทำง่ายกว่า คือใช้ชาดำ 1 ส่วน ผสมกับน้ำตาลอีก 5 ส่วน เติมน้ำแล้วปล่อยเอาไว้ 5 วัน จะเกิดเจลแผ่นเป็นเชื้อที่มีโพรไบโอติก เรียกว่า Scoby เมื่อจะใช้งานก็เพียงเทน้ำออกแล้วเก็บ Scoby ไว้ใช้ทำคอมบูชาในล็อตต่อ ๆ ไป และนำน้ำที่ได้ไปผสมกับน้ำผลไม้ตามสูตร

ต่างกับการทำน้ำคีเฟอร์ที่ต้องใช้ Kefir Grain หรือเม็ดคีเฟอร์ที่ต้องนำเข้ามาจากอเมริกา เติมน้ำตาลและน้ำเข้าไปในปริมาณที่เหมาะสม ทิ้งไว้ 3 วัน ก็จะได้น้ำคีเฟอร์เพื่อเอาไปผสมกับน้ำผลไม้ ซึ่งเม็ดหัวเชื้อนี้ใช้เลี้ยงได้แค่เพียง 5 ครั้งก็ต้องเปลี่ยน เพื่อคงคุณภาพให้เชื้อแลคโตบาซิลลัสมีปริมาณตามที่ต้องการในทุก ๆ ขวด

ว่าง่าย ๆ ก็คือ คอมบูชาเก็บหัวเชื้อไว้ใช้ได้ตลอด ไม่หายไปไหน แต่น้ำคีเฟอร์ต้องเปลี่ยนอยู่เสมอ

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

“จริง ๆ เราใช้ต่อไปได้เรื่อย ๆ ความซ่าก็ยังมี แต่ว่าตัวเชื้อจะค่อย ๆ ลดประสิทธิภาพลงไป ในประเทศไทยก็หาซื้อเชื้อได้ แต่ปัญหาคือเราไม่แน่ใจคุณภาพเชื้อที่ได้มา ถ้าทำดื่มเองไม่มีปัญหา แต่ถ้าต้องการันตีปริมาณเชื้อได้ว่ามีเท่าไหร่ รวมถึงมีสิ่งแวดล้อมมาเป็นปัจจัยส่งผล กลัวที่สุดคืออาจจะมีเชื้อตัวที่ไม่ดีเกิดขึ้น ถ้าเพาะเชื้อมาไม่ดีและไม่ได้เก็บในที่ที่สะอาดก็อาจเกิดสิ่งปนเปื้อนได้ 

“เราเลยนำกลับไปทดสอบที่อเมริกามา พบว่า Tibicos มีเชื้อแลคโตบาซิลลัสถึง 30,000 ล้าน CFU ถ้าคุณไปดูพวกตัวโพรไบโอติกที่เป็นซองหรือเม็ด เชื้อที่มีสัดส่วนเยอะที่สุดจะเป็นแลคโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นเชื้อสังเคราะห์ ในขณะที่ของเราเป็นเชื้อธรรมชาติที่ยังมีชีวิตอยู่ เราเลยเน้นมากว่าถ้าพูดแล้วว่ามีโพรไบโอติกจำนวนนี้ ๆ ผมต้องเอาไปทดสอบดูก่อนว่าจริง เรามีใบรับรองจากสถาบันชั้นนำที่อเมริกาอย่าง Zymo Research กับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เลยว่า เรามี 30,000 ล้าน CFU แน่นอน ไม่มีการเจือปนใด ๆ เลย” ฐีระวิตต์ขยายความให้ฟังถึงรายละเอียด

“อีกอย่างคือ 99 เปอร์เซ็นต์ของคอมบูชาเป็น Acetic Acid หรือกรดน้ำส้มสายชู รสชาติมันเลยออกมาเป็นแบบนั้น จากการเช็กค่าความเป็นกรดในน้ำ ของเรามีค่า pH ที่ประมาณ 2.7 ซึ่งเท่ากับคอมบูชา แต่รสชาติของน้ำคีเฟอร์จะกลมกล่อม นุ่มนวล ดื่มง่ายกว่ามาก”

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

เหตุผลว่าทำไมต้องเป็นน้ำคีเฟอร์

คีเฟอร์มี 2 ประเภท คือ นมคีเฟอร์และน้ำคีเฟอร์ เราจึงสงสัยว่ามันต่างกันแค่ไหน และต่างกันอย่างไร โทบอกว่าเพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน เพื่อเพิ่มโอกาสในการดื่ม พวกเขาจึงตัดสินใจทำให้เป็นแบบน้ำ

“มันตอบโจทย์มากกว่า ดื่มง่ายกว่า คีเฟอร์นมมันไม่รู้จะดื่มโอกาสไหน คือดื่มเพื่อสุขภาพได้ แต่ถ้าทำเป็นน้ำคีเฟอร์จะดื่มได้ตลอด สดชื่นและอร่อย นั่งคุยงานกันกินนมคีเฟอร์ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นน้ำก็มีวาระโอกาสกินได้มากกว่า” โทเล่า

“พอออกกำลังกายเสร็จก็อยากดื่มอะไรสดชื่น ๆ เปิดตู้เย็นมาเจอแต่น้ำอัดลมแบบไร้น้ำตาลกับเกลือแร่ มีแต่อะไรหวาน ๆ ทั้งนั้นเลย ตอนแรกก็ไม่เชื่อว่าหมักออกมาจะมีความซ่าแบบนี้ ตอนทำครั้งแรก เทออกมาผสมกับน้ำผลไม้แล้วแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็น ฟองมันเนียนละเอียดมาก เหมือนแชมเปญเลย ไม่เหมือนฟองอัดก๊าซที่จะหยาบกว่า เลยรู้สึกว่ามันใช้ได้ 

“ผมลองให้ภรรยาดื่มด้วย ปกติเขาจะมีปัญหาเรื่องระบบช่องท้องเหมือนกัน ดื่มไปสักพักก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง เข้าห้องน้ำง่ายขึ้น สุขภาพดีขึ้น ตอนนั้นผมอ่านหนังสือเป็นสิบ ๆ เล่มเลยครับ เกี่ยวกับเรื่องคีเฟอร์ โพรไบโอติก สุขภาพช่องท้อง ค้นคว้าทุกอย่างว่ามีส่วนช่วยให้สุขภาพดีขึ้นยังไง ก็เลยตั้งขึ้นมาเป็นโปรเจกต์นี้ ไปปรึกษานักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร อาจารย์ หมอต่าง ๆ เขาก็บอกว่าดี และกลายมาเป็นลูกค้าปัจจุบันของเราด้วย” ฐีระวิตต์เสริม

เราสงสัยว่าทำไม Tibicos เพิ่งก่อตั้งมาได้ 7 เดือน แต่เลือกทำรสชาติเยอะถึง 9 รส ทั้งที่ปกติแบรนด์ใหม่จะเริ่มแค่รสสองรสเพื่อลองตลาดก่อนเท่านั้น

คำตอบของฐีระวิตต์คือ พาร์ตเนอร์แต่ละคนชอบรสต่างกันหมดเลย และอยากให้ทุกคนดื่ม Tibicos ทุกวันได้โดยไม่เบื่อ แถมพอวางขาย ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ชอบสั่งคละรสอีกด้วย

“เราเชื่อว่าต้องดื่ม Tibicos ต่อเนื่องอย่างน้อยวันละขวด อย่างน้อยเราจึงต้องมี 7 รส ทานควบคู่ไปกับทุกมื้ออาหารได้เลย ถ้าทานกับอาหารรสเผ็ด ผมแนะนำเป็นรสลิ้นจี่หรือสตรอว์เบอร์รีที่หวานหน่อย หรือทานก่อนมื้อกลางวันหรือเย็น แนะนำ Honey Lemon เพราะมีความเปรี้ยวนิด ๆ ช่วยเปิดให้เรารับรสได้ดีขึ้นก่อนทานอาหาร ช่วงบ่ายที่อยากได้อะไรสดชื่นให้ตื่น รสบ๊วยก็น่าจะเหมาะ ก็เลือกตามวาระโอกาสไป และยังจะมีรสใหม่ ๆ มาเรื่อย ๆ ครับ”  

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

หากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนให้เจอ

ด้วยความที่น้ำคีเฟอร์เป็นของที่ค่อนข้างใหม่ ในตอนแรกพวกเขาจึงกังวลว่า แล้วใครจะมาเป็นกลุ่มลูกค้าที่ควรเจาะตลาด การขายครั้งแรกจึงเป็นการลองเสี่ยงดูเพื่อหาว่าใครที่สนใจ แต่กลับได้ผลตอบรับที่ดีเกินคาดคิด

“ผมโพสต์ขายในกลุ่มจุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส นานมากแล้ว ตอนนั้นทำได้ 200 ขวด แต่ขายหมดภายในวันเดียว ไม่ได้มีช่องทางการจัดจำหน่าย เลยบอกว่าพรุ่งนี้จะไปสามย่านมิตรทาวน์ ใครสนใจไปถึงค่อยจ่ายเงิน ปรากฏว่าผมกลับบ้านตัวเปล่า แล้วก็มีฟีดแบ็กกลับมาตลอดเลยว่า คนชอบ ขอซื้ออีกเรื่อย ๆ” เปาเล่า

ต่อด้วยโทเสริมให้ฟังว่า ในกลุ่มจุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส ในยุคแรกค่อนข้าง Niche คือมีกลุ่มคนที่ดูแลสุขภาพมาก ๆ อยู่จำนวนหนึ่ง เลยมีคนพอรู้จักคีเฟอร์อยู่บ้าง

“เราเลยเห็นว่ามันมีตลาดนี่นา ผมเองเป็นนักกีฬา พอมีคนรู้จักในแวดวงคนที่เล่นกีฬาอยู่ค่อนข้างเยอะ เลยคุยกับทั้งสองท่านว่า ผมเองก็อยากทำสินค้าออกมา เพราะผมทานโพรไบโอติกแบบซองตลอดเหมือนกัน แล้วก็ทราบว่าจุดเริ่มต้นที่ดีต้องมาจากลำไส้ กินอะไรดีแค่ไหนแต่ถ้าลำไส้ดูดซึมไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ ประกอบกับว่าพี่เปาพิสูจน์ให้เห็นว่ามันมีตลาดจริง ๆ ก็เลยเอาตัวนี้แหละ เริ่มเปิดตัว Tibicos กับกลุ่มคนรักสุขภาพและชอบออกกำลังกายดู ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมากครับ

“อีกกลุ่มหนึ่งที่เจอคือ กลุ่มคนที่พยายามลดการบริโภคน้ำอัดลมวันละ 3 – 4 กระป๋อง เขารู้แหละว่ามันไม่ดี ก็เลยหันมาเอา Tibicos ไปทดแทน กับอีกกลุ่มคือกลุ่มวัยกลางคนที่มีปัญหาเรื่องกระเพาะ ท้องอืดง่าย เข้าห้องน้ำยาก ก็หันมาดื่มเหมือนกัน 

“มีลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่บอกเราว่า น้องห้ามหยุดขายเลยนะ เพราะวันหนึ่งต้องดื่มเช้าเย็น ทำให้สบายตัว ทานอาหารอร่อยขึ้น และมีกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพช่องท้องกับกลุ่มนักกีฬาของโท จากนั้นก็พยายามหากลุ่มตรงกลางระหว่างสองกลุ่มนี้ เลยอยากสร้าง Awareness ให้วัยที่เด็กลงมาเริ่มมาสนใจดูแลสุขภาพช่องท้องและสุขภาพโดยทั่วไปด้วย” ฐีระวิตต์ปิดท้าย

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ทิศทางตามกระแสนิยม

สำหรับเทรนด์ของโพรไบโอติกที่กำลังมาในช่วงนี้ เรามีคำถามว่าขนาดคอมบูชาที่ค่อนข้างแมสกว่ายังไม่ค่อยได้รับความนิยมเลย แต่ทำไมถึงเลือกมาทำคีเฟอร์ที่คนยิ่งไม่รู้จักเข้าไปใหญ่ จึงอยากรู้ว่าผู้บริหารมองว่า Tibicos จะไปได้ไกลแค่ไหน

ฐีระวิตต์เล่าว่าปัญหาของสินค้าที่มีส่วนประกอบของโพรไบโอติกคือ เรื่องความเข้าใจของผู้บริโภคที่ไม่ชัดเจน แบรนด์ต่าง ๆ สื่อสารถึงสรรพคุณในแต่ละช่องทางหลากหลายมาก แต่ไม่มีใครไปในทิศทางเดียวกันเลยจนน่าสับสน

โทจึงอธิบายต่ออีกว่า ในช่วงแรกที่เริ่มต้นแบรนด์จึงพยายามทำคอนเทนต์ทางโซเชียลมีเดีย ให้ความรู้เพราะเทรนด์กำลังมา แต่ความเข้าใจของผู้บริโภคคือ โพรไบโอติกเท่ากับตัวช่วยเรื่องการขับถ่ายอย่างเดียว

“ฟีดแบ็กลูกค้าคือ ถามเราว่ากินแล้วจะถ่ายดีมั้ย อันนั้นคือผลพลอยได้ครับ เมื่อไหร่ที่สมดุลลำไส้ดี การขับถ่ายคุณก็ดีแน่นอน ผู้บริโภคก็กังวลเรื่องประมาณนี้ รองลงมาคือเรื่องน้ำตาลและแคลอรี่ที่สงสัยว่ามีแค่ไหน คือเราจะตอบเขาว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่สมดุลลำไส้คุณดี แปลว่ามีจุลินทรีย์ที่ดีมากกว่าไม่ดี ระบบเผาผลาญต่าง ๆ ก็ย่อมดีขึ้น ดังนั้น น้ำตาลที่ได้จากน้ำผลไม้ธรรมชาติก็แทบจะไม่ต้องกังวลเลยครับ 

“ส่วนอีกตัวที่เราเน้นกับผู้บริโภคมาก ๆ คือเรื่องภูมิต้านทาน เพราะกว่า 70 – 80 เปอร์เซ็นต์ของภูมิต้านทานของเราเกิดจากลำไส้ใหญ่ ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีจุลินทรีย์ที่ดีมากกว่าไม่ดี ภูมิต้านทานก็จะแข็งแรงไปด้วย ถึงเริ่มมีเทรนด์ว่าถ้าเป็น Long Covid ต้องทานโพรไบโอติกเสริมภูมิต้านทาน”

ถามถึงเสียงตอบรับจากผู้บริโภค ฐีระวิตต์บอกว่าได้เกินจากที่คาดไว้มาก

“ในเชิงของการตอบรับ ทุกคนชมว่ามันดีมากเลย กลายเป็นสินค้าที่ให้คุณค่ากับลูกค้าจริง ๆ สิ่งที่เราต้องทำต่อจากนี้ คือการขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น ถามว่าอยากขยายให้เร็วกว่านี้มั้ย ก็แน่นอนครับในแง่ธุรกิจ แต่เราก็อยากคงคุณภาพให้คงที่ก่อน ทุกคนช่วยกันทำทุกอย่าง เข้าไปในโรงงานผลิต ทุกคนก็ต้องดูได้ว่าขั้นตอนการผลิตต่าง ๆ ต้องควบคุมดูแลยังไงเหมือนกันหมด ถ้าใครหายไปก็ต้องทำหน้าที่ทดแทนกันได้ เพราะช่วงโควิดอีกสองท่านไปเจอซัพพลายเออร์พร้อมกัน ลืมคิดไปต้องกักตัวกันหมด เลยเหลือผมคนเดียวที่ต้องคอยดูแลการผลิต คือเราต้องจับมัน คลุกคลี รู้ไส้ เข้าใจทุกอย่างทุกขั้นตอน”

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ตั้งใจทำให้ดี เหมือนให้คนที่รักได้ดื่ม

ก้าวต่อไปของ Tibicos คืออยากสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง และสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ ให้รู้จักว่าคีเฟอร์คืออะไรได้มากขึ้น รวมถึงมีแพลนเพิ่มช่องทางการขายแบบออฟไลน์ และแตกไลน์สินค้าด้านสุขภาพที่ได้มาจากธรรมชาติในอนาคต

“อยากสื่อสารกับผู้บริโภคให้มากขึ้น น้อยคนที่จะรู้จักคีเฟอร์ เขานึกรสชาติไม่ออก เราก็พยายามจะเข้าถึงกลุ่มตรงนี้ให้มากขึ้นว่า มันดื่มง่ายนะ รสชาติเป็นยังไง เราสามคนตั้งใจที่จะทำ Tibicos ออกมาให้ดีจริง ๆ เป็นสินค้าดื่มกันเองทุกวัน แล้วก็ให้คนในครอบครัว ให้ลูกพวกเราดื่มด้วย เราเลยมั่นใจว่า เราทำให้คนที่เรารักดื่ม กับลูกค้าก็น่าจะได้ความมั่นใจตรงนี้ไปด้วยครับ”

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

Lesson Learned

  • ต้องหาให้เจอว่ากลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงคือใคร เพราะการสื่อสารต้องปรับตามความเข้าใจและความสนใจของกลุ่มตามไปด้วย
  • การทดลองตลาดเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะได้ฟีดแบ็กที่น่าสนใจกลับมาไม่มากก็น้อย จงเอามันไปพัฒนาต่อให้สินค้าและบริการดียิ่ง ๆ ขึ้นไป
  • ถ้ามีพาร์ตเนอร์หลายคน ควรแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน เพราะทุกคนเก่งในด้านที่ต่างกัน แต่สำคัญคือ ทุกคนต้องเข้าใจการทำงานทั้งหมดเท่ากันด้วย
  • การสร้างหรือเพิ่มโอกาสให้เกิดการใช้สินค้าให้บ่อยขึ้น เป็นวิธีที่จะทำให้ผู้บริโภคจัดว่าสินค้าของเราเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตประจำวันของเขา

สั่งซื้อน้ำคีเฟอร์ได้ที่ Facebook : Tibicos และ Line : https://lin.ee/NOHSjjG

Writer

ณิชากร เอื้อสุนทรวัฒนา

อดีตนักเรียนโฆษณาที่มาเอาดีทางด้านอาหาร แต่หลงใหลการสัมภาษณ์และงานเขียน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

จุดเปลี่ยนสำคัญของโลกในขณะนี้ คือการเปลี่ยนผ่านจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวี (Electric Vehicle : EV) ซึ่งเป็นที่ยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น จากการที่ทุกคนตระหนักถึงพันธกิจสำคัญเรื่องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกพร้อมเพรียงกันทุกเชื้อชาติ ทุกเขตเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมยานยนต์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องถือเป็นสินค้าส่งออกหลักของบ้านเรามาหลายทศวรรษ จนเกิดผู้ประกอบการ ช่างชำนาญการ และผู้ที่มีความรู้ความสามารถในวงการนี้จำนวนมาก

‘อรุณ พลัส’ (ARUN PLUS) ธุรกิจใหม่แห่งอนาคตโดยกลุ่ม ปตท. เดินหน้าลุยธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ รองรับการขยายฐานธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในทุกมิติ ทั้งด้านการผลิต จำหน่าย ระบบกักเก็บพลังงาน แพลตฟอร์มเช่ายานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงพลังงานหมุนเวียนและการประหยัดพลังงาน และร่วมเป็นหนึ่งในการผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ‘Powering Life with Future Energy and Beyond ขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต’ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมพัฒนาธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและยานต์ยนต์ไฟฟ้าครบวงจร รวมทั้งจับมือพันธมิตรในการสร้างประสบการณ์การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าและบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าด้วย 

คุณโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด

เราได้คุยกับ คุณโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด ที่งานแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างกลุ่ม ปตท. และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิด ‘The Future of eMobility Lifestyle’ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่ผู้นำด้านศูนย์การค้าจับมือกับผู้นำด้านพลังงาน ขยายเครือข่ายให้บริการสถานีอัดประจุสำหรับยานต์ยนต์ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้า เพื่อสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม บนโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อและสะดวกสบาย

อรุณ พลัส มุ่งสู่บริการยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร

กลุ่ม ปตท. วางแผนสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์ให้ประเทศไทย ตามเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี 2065 โดยหมุดหมายแรกคือการตั้ง บริษัท อรุณ พลัส จำกัด ขึ้น เพื่อรองรับการขยายฐานธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า เป็นการร่วมลงทุนกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันได้ร่วมลงทุนกับ Foxconn Technology Group บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกจากไต้หวัน ก่อตั้ง บริษัท ฮอริษอน พลัส จำกัด (HORIZON PLUS) เพื่อผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ชูจุดเด่นโครงช่วงล่างที่ยืดหยุ่น ปรับแต่งเข้ากับรถได้หลายประเภท ซึ่งถือเป็นการสร้างข้อได้เปรียบด้านการแข่งขันที่น่าสนใจ

“ส่วนมากคนจะกังวลเรื่องสถานีชาร์จไฟ กลัวว่าขับอีวีไปข้างนอกแล้วจะไม่มีที่ชาร์จ หรือไฟหมดกลางทาง ปัจจุบันเราตอบโจทย์เรื่องนี้ไปได้เยอะแล้ว ทางกลุ่ม ปตท. ตั้งใจทำทั้งห่วงโซ่คุณค่าของอีวีตั้งแต่การผลิตรถ แบตเตอรี่ เครื่องชาร์จ สถานีชาร์จ รวมถึงแพลตฟอร์มให้เช่ารถไฟฟ้า ต้องทำครบวงจรเพราะนี่เป็นช่วงเริ่มต้น เพื่อกระตุ้นให้การใช้งานอีวีเกิดขึ้นในวงกว้าง” คุณโทรณกล่าว

คุณโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด

นอกจากนี้ อรุณ พลัส ยังมีโซลูชันที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ไฟฟ้าอีกหลายแบรนด์ เริ่มที่ ออน-ไอออน (on-ion) สถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เน้นขยายธุรกิจเข้าไปในพื้นที่ศักยภาพ ทั้งศูนย์การค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน ร้านอาหาร เป็นต้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้บริโภคแห่งอนาคต 

โดยผู้ใช้อีวีซึ่งใช้บริการชาร์จไฟที่สถานีของ ออน-ไอออน จะมั่นใจได้ว่าพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับเป็นพลังงานสะอาดที่มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการออกใบรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificates (RECs) และเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตในประเทศไทยทั้งหมด นอกจากนี้ผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด จะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย และ ออน-ไอออน ยังมีบริการติดตั้งเครื่องอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าตามที่พักอาศัยอีกด้วย 

ARUN PLUS ธุรกิจรถ EV ของ ปตท. เพื่อให้เมืองไทยมียานยนต์ไฟฟ้าใช้เต็มรูปแบบ

อีกบริษัทอย่าง สวอพ แอนด์ โก (Swap and Go) เป็นแพลตฟอร์มให้บริการสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เปลี่ยนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอชาร์จไฟ เพื่อเจาะตลาดกลุ่มไรเดอร์ในธุรกิจจัดส่งอาหารและสินค้าที่เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เองง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชันภายใน 3 นาที ตามจุดให้บริการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน

เนื่องจากการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ายังเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย การเปิดประสบการณ์ให้ผู้ขับขี่ได้ทดลองใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม อีวีมี (EVme) จึงช่วยตอบโจทย์เรื่องนี้ได้มาก โดยให้บริการเช่าใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบของการสมัครสมาชิก (Subscription) มีรถหลากหลายแบรนด์ให้เลือก ผู้ใช้งานเพียงเลือกรถ กดจอง ก็รอรับรถยนต์ไฟฟ้าไปใช้งานได้ที่บ้าน

ARUN PLUS ธุรกิจรถ EV ของ ปตท. เพื่อให้เมืองไทยมียานยนต์ไฟฟ้าใช้เต็มรูปแบบ

“อีวีมี เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้คนมีความรู้และสร้างประสบการณ์การใช้อีวีมากขึ้น เราปล่อยเช่ารถให้ผู้ที่สนใจอยากลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อจริง ทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไปและกลุ่ม B2B เราอยากให้ได้ทดลองใช้งานกัน โดยในแอปพลิเคชัน อีวีมี จะมีข้อมูลสถานีชาร์จไฟจากทุกค่าย ทุกแบรนด์ บริการอยู่ด้วย ผมว่าคุ้มครับ ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของอีวีค่อนข้างถูก ต้นทุนการวิ่ง 1 กิโลเมตรประมาณ 50 สตางค์ถึง 1 บาทเท่านั้นเอง” 

ARUN PLUS ธุรกิจรถ EV ของ ปตท. เพื่อให้เมืองไทยมียานยนต์ไฟฟ้าใช้เต็มรูปแบบ

“ผมใช้อีวีมาปีกว่าแล้ว ส่วนตัวก็ชอบ ประหยัด ไม่ต้องไปเติมน้ำมัน เพราะว่าเรามีเครื่องชาร์จที่บ้าน เหมือนมีปั๊มน้ำมันที่บ้านเราเอง 70 – 80 เปอร์เซ็นต์ของคนใช้งานอีวีชอบเติมไฟที่บ้าน ถ้าขับแค่ในกรุงเทพฯ ชาร์จ 1 ครั้ง ขับได้เป็นอาทิตย์ อย่างรุ่นที่ผมใช้อยู่ ขับได้ระยะทางสูงสุด 400 กิโลเมตร เสียงเงียบมาก ไม่มีไอเสียออกมา เป็นเสน่ห์ของการใช้อีวีและทำให้เมืองน่าอยู่ขึ้นจริง ๆ ครับ” 

อีกธุรกิจอย่าง นูออโว พลัส (NUOVO PLUS) บริษัทร่วมลงทุนระหว่าง อรุณ พลัส และ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมพลังงาน เพื่อลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่ รองรับทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการกักเก็บไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ภายใต้แนวคิดการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นี่เป็นตัวอย่างความตั้งใจที่ตอกย้ำความพร้อมด้านวิสัยทัศน์ เทคโนโลยี และพันธมิตรทางธุรกิจที่จะร่วมกันผลักดันระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทยต่อไป

เชื่อมต่อไม่สะดุดกับบริการชาร์จไฟในทุกจังหวะชีวิต

สถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าของ อรุณ พลัส ภายใต้แบรนด์ ออน-ไอออน เริ่มขยายตลาดทั้งลูกค้าองค์กรและบุคคล ด้วยเครื่อง AC Charger ที่รองรับการใช้งานรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ ควบคุมการใช้งานได้สะดวกผ่าน on-ion Mobile Application ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ใช้งานง่าย สะดวก ปลอดภัย ไม่ยุ่งยาก

เราจะพบบริการของ ออน-ไอออน ได้ที่อาคารจอดรถ EnCo ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (EECi) ณ วังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง รวมทั้งคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา เดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ เดอะคริสตัล ชัยพฤกษ์ เพลินนารี่ มอลล์ วัชรพล และสัมมากรเพลส รามคำแหง และในพื้นที่เซ็นทรัล 37 สาขา กว่า 18 จังหวัดทั่วประเทศ

ARUN PLUS ธุรกิจรถ EV ของ ปตท. เพื่อให้เมืองไทยมียานยนต์ไฟฟ้าใช้เต็มรูปแบบ

นับเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตาของ อรุณ พลัส ด้วยการร่วมมือกับผู้นำกลุ่มศูนย์การค้าชั้นนำของไทยอย่างเซ็นทรัลพัฒนา ในการขยายจุดบริการเครื่องอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในเซ็นทรัล 37 สาขา กว่า 18 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ประสบการณ์การชาร์จไฟนอกบ้านของลูกค้าง่าย สะดวก และไร้กังวล เป็นไปตามความตั้งใจที่จะทำให้ประเทศไทยมีจำนวนสถานีและหัวชาร์จให้ได้มากที่สุด ก้าวสู่การบริการที่ครบวงจร ภายใต้การร่วมลงทุน 200 ล้านบาท เพื่อติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าให้ได้ 400 ช่องจอดในสิ้น พ.ศ. 2565 นี้

“เราได้เจรจากับทางเซ็นทรัลพัฒนามาสักพักแล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ และต้องขอบคุณทางเซ็นทรัลพัฒนาที่ไว้วางใจบริการ ออน-ไอออน ของ อรุณ พลัส โดยทางเราพร้อมสนับสนุนเรื่องเทคโนโลยีของยานยนต์ไฟฟ้า ส่วนกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาจะเตรียมสถานที่ที่มีศักยภาพเอาไว้ให้ เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้สังคมผู้ใช้อีวีเกิดขึ้น ต่อไปเมื่อคนขับไปห้างสรรพสินค้าในต่างจังหวัดหรือใช้บริการโรงแรมก็ชาร์จไฟได้อย่างสบายใจ จุดบริการแรกในห้างสรรพสินค้าของเซ็นทรัลพัฒนาคือศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เริ่มให้บริการในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 นี้ และจะทยอยเปิดให้บริการครบทั้ง 37 สาขาช่วงต้น พ.ศ. 2566” 

ถือเป็นบริการที่ไร้รอยต่อ ไร้กังวล โดยความร่วมมือของภาคธุรกิจที่ตั้งใจขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างจริงจัง

คุยกับผู้บริหาร ARUN PLUS ถึงอนาคตของระบบใช้รถ EV ทั่วเมืองไทย และการวางแผนพลังงานสะอาดครบวงจร

พัฒนาต่อเนื่อง เพื่อก้าวต่อไปของธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม

คุณโทรณเล่าให้เราฟังเพิ่มเติมว่า อรุณ พลัส อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้เพื่อต่อยอดโอกาสที่จะขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าไปยังธุรกิจอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนพลังงานสะอาด สร้างระบบนิเวศที่ดีของผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่ง ออน-ไอออน มีแผนที่จะเปิดให้บริการแบบชาร์จเร็วหรือ DC Charger ในปีหน้า เพื่อต่อยอดจากการชาร์จปกติหรือ AC Charger ที่มีอยู่ในปัจจุบัน สอดรับกับแผนการขยายธุรกิจ และรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะเข้มข้นมากขึ้นนับจากนี้

“สำหรับเครื่องชาร์จไฟ เราจะเน้นที่ความง่าย สะดวกสบายในการใช้งาน ต้องไม่ยุ่งยาก ปลอดภัย เน้นเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค เราพยายามเอาเครื่องมือทางการตลาดเข้ามาเสริมให้คนใช้งานรู้สึกสนุกไปด้วย เรื่องที่ดีคือตอนนี้เราสนับสนุนให้คนไทยใช้พลังงานสะอาดด้วยการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งส่วนมากเป็นพลังงานจากแสงแดดที่ประเทศเรามีศักยภาพมาก ลูกค้าที่มาชาร์จไฟที่ ออน-ไอออน ทุกสถานีก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด โดยจะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากเรา และยังช่วยโลกอีกแรงครับ”

ผู้บริหารของ อรุณ พลัส มองว่าตลาดยานยนตไฟฟ้าของประเทศไทยยังมีขนาดเล็กและเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อเทียบกับตลาดขนาดใหญ่และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในวงกว้างอย่างประเทศแถบยุโรป ซึ่งถือว่ามีโอกาสอีกมากที่จะเติบโตต่อไป ซึ่งเรามีข้อได้เปรียบเรื่องการเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนมาหลายทศวรรษ การเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบพัฒนาการของธุรกิจนี้กับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนด้วยกัน ถือว่าประเทศไทยก้าวมาได้ไกลกว่าเพื่อนบ้านพอสมควรแล้ว

คุณโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด

Lesson Learned 

  • กลุ่ม ปตท. มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเรื่องการขยายตัวของพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า จึงเลือกจับมือกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากสิ่งที่ตนเองถนัด เพื่อสร้างสินค้าและบริการในราคาที่จับต้องได้สำหรับคนไทย
  • การใช้พลังงานสะอาดของ ออน-ไอออน เป็นจุดขายที่น่าสนใจ และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับ อรุณ พลัส และกลุ่ม ปตท. ช่วยทำให้คนเข้าใจและเข้าถึงพลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคมต่อไป
  • การจับมือกันกับกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มศูนย์การค้าของประเทศ จะยิ่งส่งเสริมการรับรู้ของแบรนด์ อรุณ พลัส และ ออน-ไอออน รวมทั้งตอกย้ำความจริงใจของเซ็นทรัลพัฒนาในการสนับสนุนลูกค้าเรื่องพลังงานสะอาด สร้างประสบการณ์ทางบวกให้กับผู้ใช้บริการในศูนย์การค้าได้ดี

Writer

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load