ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี้ กระแสของโพรไบโอติกทั้งในไทยและต่างประเทศได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ อาหารเสริม หรือเครื่องดื่มอย่างคอมบูชาที่เริ่มคุ้นหูและหาซื้อได้สะดวกขึ้น ลามมาถึงใครที่มีอาการ Long Covid หรือภาวะที่ต่อเนื่องจากการได้รับเชื้อโควิด-19 ในระยะยาว ก็มีกรมอนามัยแนะนำให้ทานโพรไบโอติก 

สรรพคุณที่ฟังดูเหมือนจะครอบจักรวาล แต่จริง ๆ แล้วโพรไบโอติกคืออะไรกันแน่

วันนี้เราจึงมีนัดสนทนากับผู้ก่อตั้งทั้งสามอย่าง ฐีระวิตต์ ลี้ถาวร, เปา-จิโรจ พิสุธิกูล และ โท-เรืองยศ มหาวรมากร ถึงที่มาที่ไปและเบื้องหลังความตั้งใจทั้งหมดของ Tibicos น้ำคีเฟอร์เจ้าแรกในประเทศไทยที่ทำขายในรูปแบบพร้อมดื่ม และกล้าเคลมว่ามีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสที่เป็นประโยชน์ต่อลำไส้มากถึง 30,000 ล้าน CFU (Colony Forming Unit หรือหน่วยที่ได้จากวิธีตรวจนับปริมาณจุลินทรีย์) 

น้ำคีเฟอร์ผสมน้ำผลไม้ของพวกเขามีจุดเด่นคือ ความซ่าที่มีฟองละเอียดราวกับแชมเปญ และมีให้เลือกดื่มถึง 9 รสชาติด้วยกัน ที่สำคัญคือมีส่วนช่วยให้สุขภาพดีเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการเติมจุลินทรีย์ที่ดีให้ระบบในช่องท้อง

มาเริ่มอ่านเรื่องราวที่จะทำให้คุณสุขภาพดีอย่างยั่งยืนกันได้เลย

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ เทรนด์ใหม่ของน้ำซ่าเพื่อสุขภาพทดแทนน้ำอัดลม

จากการทดลองหาสิ่งที่ตอบโจทย์ให้ตัวเอง

ทั้งสามคนรู้จักคุ้นเคยกันดี เปาเคยทำงานเป็นลูกน้องของฐีระวิตต์เมื่อนานมาแล้ว และรู้จักกับโทจากการเริ่มวิ่งมาราธอนแบบจริงจังทั้งในและต่างประเทศ ทั้งสามคนมีความสนใจร่วมกัน คือ เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพตามประสาคนชอบออกกำลังกาย

เมื่อราว 2 ปีก่อน ในช่วงล็อกดาวน์เพราะสถานการณ์โรคระบาด เปาทดลองทำคอมบูชาเองที่บ้าน และเอามาให้ฐีระวิตต์ลองชิมก่อน

“ผมเคยไปอเมริกากับแคนาดา ซื้อของที่นู่นมาลองดื่มแล้วชอบ คือที่นู่นมีรสชาติให้เลือกเต็มไปหมด ส่วนตัวผมเองเคยมีประสบการณ์ด้านการทำเครื่องดื่มเลยลองทำดู ก็รู้สึกว่ามันดีกว่าดื่มน้ำอัดลมหรือชาปกติ พอกลับมาที่ไทย ผมก็ดูว่ามีคนทำรึยัง เห็นว่าพอมีอยู่บ้าง เลยลองทำเองดู ผสมนู่นนี่ แต่พอคุยกันจริง ๆ ท่านอื่นไม่ชอบกลิ่นหมัก แถมมีความเป็นกรดด้วย มีคนกลุ่มน้อยมากที่จะชอบหรือกินของพวกนี้ได้” เปาเริ่มเล่าให้ฟัง

ฐีระวิตต์ก็เลยลองหาอย่างอื่นที่คล้ายกันจนเจอคีเฟอร์นมก่อน แต่สำหรับคนออกกำลังกาย คีเฟอร์นมไม่ตอบโจทย์ เพราะดื่มแล้วค่อนข้างแน่นท้อง

“ดูต่อไปก็เจอ Water Kefir หรือน้ำคีเฟอร์ เลยลองมาทำเองที่บ้านแล้วส่งให้คุณเปากับคุณโทดื่ม มันสดชื่น มีความซ่าแล้วก็มีโพรไบโอติกด้วย สามารถเติมความสดชื่นหลังออกกำลังกายเสร็จ ดื่มดับกระหาย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ”

“ผมโวยวายเลยครับ ตอนระหว่างพัฒนาสูตร ผมบอกว่าคอมบูชามันมีกลิ่นเปรี้ยว มันเหม็นสำหรับผม เล่นกีฬามาแล้วไม่ได้อยากกินของแบบนี้ เหมือนกินน้ำส้มสายชู ก็เลยบอกว่ามันไม่น่าเวิร์กหรอก เลยมีอีกทางเลือกหนึ่งคือน้ำคีเฟอร์ ทำมาก็ลองชิมดู เออ อันนี้เวิร์ก” โทเสริม

ใครจะคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์พร้อมดื่มเจ้าแรกในประเทศไทยที่เริ่มมาจากการทดลองในบ้าน โทเล่าว่าทั้งสามคนช่วยกันทำทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น จนเริ่มตั้งแบรนด์และมียอดขายมากขึ้น ก็เริ่มเห็นแนวทางและแบ่งหน้าที่กัน ฐีระวิตต์ดูทิศทางกลยุทธ์ทั้งหมดว่าจะเดินไปทางไหน โทช่วยดูการตลาดว่าควรเจาะที่กลุ่มไหน ควรสื่อสารผ่านวิธีการและเครื่องมือแบบไหนบ้าง ส่วนเปารับหน้าที่ดูแลเรื่องวิจัยและพัฒนา รวมถึงเรื่องจัดซื้อ ติดต่อซัพพลายเออร์ต่าง ๆ

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ เทรนด์ใหม่ของน้ำซ่าเพื่อสุขภาพทดแทนน้ำอัดลม
Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ความต่างระหว่างคอมบูชาและน้ำคีเฟอร์

เครื่องดื่มลักษณะคล้ายกันอย่างคอมบูชาที่ได้รับความนิยมแพร่หลายและอาจจะคุ้นหูมากกว่าเป็นเพราะมีขั้นตอนการทำง่ายกว่า คือใช้ชาดำ 1 ส่วน ผสมกับน้ำตาลอีก 5 ส่วน เติมน้ำแล้วปล่อยเอาไว้ 5 วัน จะเกิดเจลแผ่นเป็นเชื้อที่มีโพรไบโอติก เรียกว่า Scoby เมื่อจะใช้งานก็เพียงเทน้ำออกแล้วเก็บ Scoby ไว้ใช้ทำคอมบูชาในล็อตต่อ ๆ ไป และนำน้ำที่ได้ไปผสมกับน้ำผลไม้ตามสูตร

ต่างกับการทำน้ำคีเฟอร์ที่ต้องใช้ Kefir Grain หรือเม็ดคีเฟอร์ที่ต้องนำเข้ามาจากอเมริกา เติมน้ำตาลและน้ำเข้าไปในปริมาณที่เหมาะสม ทิ้งไว้ 3 วัน ก็จะได้น้ำคีเฟอร์เพื่อเอาไปผสมกับน้ำผลไม้ ซึ่งเม็ดหัวเชื้อนี้ใช้เลี้ยงได้แค่เพียง 5 ครั้งก็ต้องเปลี่ยน เพื่อคงคุณภาพให้เชื้อแลคโตบาซิลลัสมีปริมาณตามที่ต้องการในทุก ๆ ขวด

ว่าง่าย ๆ ก็คือ คอมบูชาเก็บหัวเชื้อไว้ใช้ได้ตลอด ไม่หายไปไหน แต่น้ำคีเฟอร์ต้องเปลี่ยนอยู่เสมอ

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

“จริง ๆ เราใช้ต่อไปได้เรื่อย ๆ ความซ่าก็ยังมี แต่ว่าตัวเชื้อจะค่อย ๆ ลดประสิทธิภาพลงไป ในประเทศไทยก็หาซื้อเชื้อได้ แต่ปัญหาคือเราไม่แน่ใจคุณภาพเชื้อที่ได้มา ถ้าทำดื่มเองไม่มีปัญหา แต่ถ้าต้องการันตีปริมาณเชื้อได้ว่ามีเท่าไหร่ รวมถึงมีสิ่งแวดล้อมมาเป็นปัจจัยส่งผล กลัวที่สุดคืออาจจะมีเชื้อตัวที่ไม่ดีเกิดขึ้น ถ้าเพาะเชื้อมาไม่ดีและไม่ได้เก็บในที่ที่สะอาดก็อาจเกิดสิ่งปนเปื้อนได้ 

“เราเลยนำกลับไปทดสอบที่อเมริกามา พบว่า Tibicos มีเชื้อแลคโตบาซิลลัสถึง 30,000 ล้าน CFU ถ้าคุณไปดูพวกตัวโพรไบโอติกที่เป็นซองหรือเม็ด เชื้อที่มีสัดส่วนเยอะที่สุดจะเป็นแลคโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นเชื้อสังเคราะห์ ในขณะที่ของเราเป็นเชื้อธรรมชาติที่ยังมีชีวิตอยู่ เราเลยเน้นมากว่าถ้าพูดแล้วว่ามีโพรไบโอติกจำนวนนี้ ๆ ผมต้องเอาไปทดสอบดูก่อนว่าจริง เรามีใบรับรองจากสถาบันชั้นนำที่อเมริกาอย่าง Zymo Research กับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เลยว่า เรามี 30,000 ล้าน CFU แน่นอน ไม่มีการเจือปนใด ๆ เลย” ฐีระวิตต์ขยายความให้ฟังถึงรายละเอียด

“อีกอย่างคือ 99 เปอร์เซ็นต์ของคอมบูชาเป็น Acetic Acid หรือกรดน้ำส้มสายชู รสชาติมันเลยออกมาเป็นแบบนั้น จากการเช็กค่าความเป็นกรดในน้ำ ของเรามีค่า pH ที่ประมาณ 2.7 ซึ่งเท่ากับคอมบูชา แต่รสชาติของน้ำคีเฟอร์จะกลมกล่อม นุ่มนวล ดื่มง่ายกว่ามาก”

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

เหตุผลว่าทำไมต้องเป็นน้ำคีเฟอร์

คีเฟอร์มี 2 ประเภท คือ นมคีเฟอร์และน้ำคีเฟอร์ เราจึงสงสัยว่ามันต่างกันแค่ไหน และต่างกันอย่างไร โทบอกว่าเพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน เพื่อเพิ่มโอกาสในการดื่ม พวกเขาจึงตัดสินใจทำให้เป็นแบบน้ำ

“มันตอบโจทย์มากกว่า ดื่มง่ายกว่า คีเฟอร์นมมันไม่รู้จะดื่มโอกาสไหน คือดื่มเพื่อสุขภาพได้ แต่ถ้าทำเป็นน้ำคีเฟอร์จะดื่มได้ตลอด สดชื่นและอร่อย นั่งคุยงานกันกินนมคีเฟอร์ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นน้ำก็มีวาระโอกาสกินได้มากกว่า” โทเล่า

“พอออกกำลังกายเสร็จก็อยากดื่มอะไรสดชื่น ๆ เปิดตู้เย็นมาเจอแต่น้ำอัดลมแบบไร้น้ำตาลกับเกลือแร่ มีแต่อะไรหวาน ๆ ทั้งนั้นเลย ตอนแรกก็ไม่เชื่อว่าหมักออกมาจะมีความซ่าแบบนี้ ตอนทำครั้งแรก เทออกมาผสมกับน้ำผลไม้แล้วแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็น ฟองมันเนียนละเอียดมาก เหมือนแชมเปญเลย ไม่เหมือนฟองอัดก๊าซที่จะหยาบกว่า เลยรู้สึกว่ามันใช้ได้ 

“ผมลองให้ภรรยาดื่มด้วย ปกติเขาจะมีปัญหาเรื่องระบบช่องท้องเหมือนกัน ดื่มไปสักพักก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง เข้าห้องน้ำง่ายขึ้น สุขภาพดีขึ้น ตอนนั้นผมอ่านหนังสือเป็นสิบ ๆ เล่มเลยครับ เกี่ยวกับเรื่องคีเฟอร์ โพรไบโอติก สุขภาพช่องท้อง ค้นคว้าทุกอย่างว่ามีส่วนช่วยให้สุขภาพดีขึ้นยังไง ก็เลยตั้งขึ้นมาเป็นโปรเจกต์นี้ ไปปรึกษานักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร อาจารย์ หมอต่าง ๆ เขาก็บอกว่าดี และกลายมาเป็นลูกค้าปัจจุบันของเราด้วย” ฐีระวิตต์เสริม

เราสงสัยว่าทำไม Tibicos เพิ่งก่อตั้งมาได้ 7 เดือน แต่เลือกทำรสชาติเยอะถึง 9 รส ทั้งที่ปกติแบรนด์ใหม่จะเริ่มแค่รสสองรสเพื่อลองตลาดก่อนเท่านั้น

คำตอบของฐีระวิตต์คือ พาร์ตเนอร์แต่ละคนชอบรสต่างกันหมดเลย และอยากให้ทุกคนดื่ม Tibicos ทุกวันได้โดยไม่เบื่อ แถมพอวางขาย ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ชอบสั่งคละรสอีกด้วย

“เราเชื่อว่าต้องดื่ม Tibicos ต่อเนื่องอย่างน้อยวันละขวด อย่างน้อยเราจึงต้องมี 7 รส ทานควบคู่ไปกับทุกมื้ออาหารได้เลย ถ้าทานกับอาหารรสเผ็ด ผมแนะนำเป็นรสลิ้นจี่หรือสตรอว์เบอร์รีที่หวานหน่อย หรือทานก่อนมื้อกลางวันหรือเย็น แนะนำ Honey Lemon เพราะมีความเปรี้ยวนิด ๆ ช่วยเปิดให้เรารับรสได้ดีขึ้นก่อนทานอาหาร ช่วงบ่ายที่อยากได้อะไรสดชื่นให้ตื่น รสบ๊วยก็น่าจะเหมาะ ก็เลือกตามวาระโอกาสไป และยังจะมีรสใหม่ ๆ มาเรื่อย ๆ ครับ”  

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

หากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนให้เจอ

ด้วยความที่น้ำคีเฟอร์เป็นของที่ค่อนข้างใหม่ ในตอนแรกพวกเขาจึงกังวลว่า แล้วใครจะมาเป็นกลุ่มลูกค้าที่ควรเจาะตลาด การขายครั้งแรกจึงเป็นการลองเสี่ยงดูเพื่อหาว่าใครที่สนใจ แต่กลับได้ผลตอบรับที่ดีเกินคาดคิด

“ผมโพสต์ขายในกลุ่มจุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส นานมากแล้ว ตอนนั้นทำได้ 200 ขวด แต่ขายหมดภายในวันเดียว ไม่ได้มีช่องทางการจัดจำหน่าย เลยบอกว่าพรุ่งนี้จะไปสามย่านมิตรทาวน์ ใครสนใจไปถึงค่อยจ่ายเงิน ปรากฏว่าผมกลับบ้านตัวเปล่า แล้วก็มีฟีดแบ็กกลับมาตลอดเลยว่า คนชอบ ขอซื้ออีกเรื่อย ๆ” เปาเล่า

ต่อด้วยโทเสริมให้ฟังว่า ในกลุ่มจุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส ในยุคแรกค่อนข้าง Niche คือมีกลุ่มคนที่ดูแลสุขภาพมาก ๆ อยู่จำนวนหนึ่ง เลยมีคนพอรู้จักคีเฟอร์อยู่บ้าง

“เราเลยเห็นว่ามันมีตลาดนี่นา ผมเองเป็นนักกีฬา พอมีคนรู้จักในแวดวงคนที่เล่นกีฬาอยู่ค่อนข้างเยอะ เลยคุยกับทั้งสองท่านว่า ผมเองก็อยากทำสินค้าออกมา เพราะผมทานโพรไบโอติกแบบซองตลอดเหมือนกัน แล้วก็ทราบว่าจุดเริ่มต้นที่ดีต้องมาจากลำไส้ กินอะไรดีแค่ไหนแต่ถ้าลำไส้ดูดซึมไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ ประกอบกับว่าพี่เปาพิสูจน์ให้เห็นว่ามันมีตลาดจริง ๆ ก็เลยเอาตัวนี้แหละ เริ่มเปิดตัว Tibicos กับกลุ่มคนรักสุขภาพและชอบออกกำลังกายดู ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมากครับ

“อีกกลุ่มหนึ่งที่เจอคือ กลุ่มคนที่พยายามลดการบริโภคน้ำอัดลมวันละ 3 – 4 กระป๋อง เขารู้แหละว่ามันไม่ดี ก็เลยหันมาเอา Tibicos ไปทดแทน กับอีกกลุ่มคือกลุ่มวัยกลางคนที่มีปัญหาเรื่องกระเพาะ ท้องอืดง่าย เข้าห้องน้ำยาก ก็หันมาดื่มเหมือนกัน 

“มีลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่บอกเราว่า น้องห้ามหยุดขายเลยนะ เพราะวันหนึ่งต้องดื่มเช้าเย็น ทำให้สบายตัว ทานอาหารอร่อยขึ้น และมีกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพช่องท้องกับกลุ่มนักกีฬาของโท จากนั้นก็พยายามหากลุ่มตรงกลางระหว่างสองกลุ่มนี้ เลยอยากสร้าง Awareness ให้วัยที่เด็กลงมาเริ่มมาสนใจดูแลสุขภาพช่องท้องและสุขภาพโดยทั่วไปด้วย” ฐีระวิตต์ปิดท้าย

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ทิศทางตามกระแสนิยม

สำหรับเทรนด์ของโพรไบโอติกที่กำลังมาในช่วงนี้ เรามีคำถามว่าขนาดคอมบูชาที่ค่อนข้างแมสกว่ายังไม่ค่อยได้รับความนิยมเลย แต่ทำไมถึงเลือกมาทำคีเฟอร์ที่คนยิ่งไม่รู้จักเข้าไปใหญ่ จึงอยากรู้ว่าผู้บริหารมองว่า Tibicos จะไปได้ไกลแค่ไหน

ฐีระวิตต์เล่าว่าปัญหาของสินค้าที่มีส่วนประกอบของโพรไบโอติกคือ เรื่องความเข้าใจของผู้บริโภคที่ไม่ชัดเจน แบรนด์ต่าง ๆ สื่อสารถึงสรรพคุณในแต่ละช่องทางหลากหลายมาก แต่ไม่มีใครไปในทิศทางเดียวกันเลยจนน่าสับสน

โทจึงอธิบายต่ออีกว่า ในช่วงแรกที่เริ่มต้นแบรนด์จึงพยายามทำคอนเทนต์ทางโซเชียลมีเดีย ให้ความรู้เพราะเทรนด์กำลังมา แต่ความเข้าใจของผู้บริโภคคือ โพรไบโอติกเท่ากับตัวช่วยเรื่องการขับถ่ายอย่างเดียว

“ฟีดแบ็กลูกค้าคือ ถามเราว่ากินแล้วจะถ่ายดีมั้ย อันนั้นคือผลพลอยได้ครับ เมื่อไหร่ที่สมดุลลำไส้ดี การขับถ่ายคุณก็ดีแน่นอน ผู้บริโภคก็กังวลเรื่องประมาณนี้ รองลงมาคือเรื่องน้ำตาลและแคลอรี่ที่สงสัยว่ามีแค่ไหน คือเราจะตอบเขาว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่สมดุลลำไส้คุณดี แปลว่ามีจุลินทรีย์ที่ดีมากกว่าไม่ดี ระบบเผาผลาญต่าง ๆ ก็ย่อมดีขึ้น ดังนั้น น้ำตาลที่ได้จากน้ำผลไม้ธรรมชาติก็แทบจะไม่ต้องกังวลเลยครับ 

“ส่วนอีกตัวที่เราเน้นกับผู้บริโภคมาก ๆ คือเรื่องภูมิต้านทาน เพราะกว่า 70 – 80 เปอร์เซ็นต์ของภูมิต้านทานของเราเกิดจากลำไส้ใหญ่ ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีจุลินทรีย์ที่ดีมากกว่าไม่ดี ภูมิต้านทานก็จะแข็งแรงไปด้วย ถึงเริ่มมีเทรนด์ว่าถ้าเป็น Long Covid ต้องทานโพรไบโอติกเสริมภูมิต้านทาน”

ถามถึงเสียงตอบรับจากผู้บริโภค ฐีระวิตต์บอกว่าได้เกินจากที่คาดไว้มาก

“ในเชิงของการตอบรับ ทุกคนชมว่ามันดีมากเลย กลายเป็นสินค้าที่ให้คุณค่ากับลูกค้าจริง ๆ สิ่งที่เราต้องทำต่อจากนี้ คือการขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น ถามว่าอยากขยายให้เร็วกว่านี้มั้ย ก็แน่นอนครับในแง่ธุรกิจ แต่เราก็อยากคงคุณภาพให้คงที่ก่อน ทุกคนช่วยกันทำทุกอย่าง เข้าไปในโรงงานผลิต ทุกคนก็ต้องดูได้ว่าขั้นตอนการผลิตต่าง ๆ ต้องควบคุมดูแลยังไงเหมือนกันหมด ถ้าใครหายไปก็ต้องทำหน้าที่ทดแทนกันได้ เพราะช่วงโควิดอีกสองท่านไปเจอซัพพลายเออร์พร้อมกัน ลืมคิดไปต้องกักตัวกันหมด เลยเหลือผมคนเดียวที่ต้องคอยดูแลการผลิต คือเราต้องจับมัน คลุกคลี รู้ไส้ เข้าใจทุกอย่างทุกขั้นตอน”

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ตั้งใจทำให้ดี เหมือนให้คนที่รักได้ดื่ม

ก้าวต่อไปของ Tibicos คืออยากสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง และสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ ให้รู้จักว่าคีเฟอร์คืออะไรได้มากขึ้น รวมถึงมีแพลนเพิ่มช่องทางการขายแบบออฟไลน์ และแตกไลน์สินค้าด้านสุขภาพที่ได้มาจากธรรมชาติในอนาคต

“อยากสื่อสารกับผู้บริโภคให้มากขึ้น น้อยคนที่จะรู้จักคีเฟอร์ เขานึกรสชาติไม่ออก เราก็พยายามจะเข้าถึงกลุ่มตรงนี้ให้มากขึ้นว่า มันดื่มง่ายนะ รสชาติเป็นยังไง เราสามคนตั้งใจที่จะทำ Tibicos ออกมาให้ดีจริง ๆ เป็นสินค้าดื่มกันเองทุกวัน แล้วก็ให้คนในครอบครัว ให้ลูกพวกเราดื่มด้วย เราเลยมั่นใจว่า เราทำให้คนที่เรารักดื่ม กับลูกค้าก็น่าจะได้ความมั่นใจตรงนี้ไปด้วยครับ”

Tibicos เครื่องดื่มน้ำคีเฟอร์ที่เชื่อว่าระบบช่องท้องที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

Lesson Learned

  • ต้องหาให้เจอว่ากลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงคือใคร เพราะการสื่อสารต้องปรับตามความเข้าใจและความสนใจของกลุ่มตามไปด้วย
  • การทดลองตลาดเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะได้ฟีดแบ็กที่น่าสนใจกลับมาไม่มากก็น้อย จงเอามันไปพัฒนาต่อให้สินค้าและบริการดียิ่ง ๆ ขึ้นไป
  • ถ้ามีพาร์ตเนอร์หลายคน ควรแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน เพราะทุกคนเก่งในด้านที่ต่างกัน แต่สำคัญคือ ทุกคนต้องเข้าใจการทำงานทั้งหมดเท่ากันด้วย
  • การสร้างหรือเพิ่มโอกาสให้เกิดการใช้สินค้าให้บ่อยขึ้น เป็นวิธีที่จะทำให้ผู้บริโภคจัดว่าสินค้าของเราเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตประจำวันของเขา

สั่งซื้อน้ำคีเฟอร์ได้ที่ Facebook : Tibicos และ Line : https://lin.ee/NOHSjjG

Writer

Avatar

ณิชากร เอื้อสุนทรวัฒนา

อดีตนักเรียนโฆษณาที่มาเอาดีทางด้านอาหาร แต่หลงใหลการสัมภาษณ์และงานเขียน

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

ครั้งแรกที่เราเห็นหมวก Madmatter ในงานตลาดนัดสุดฮิต เราก็รู้เลยว่าแบรนด์นี้เป็น ‘แบรนด์ที่มีของ’ เลือกเลยค่ะ มีครบทุกสี มีครบทุกไซส์ พร้อมส่งทุกเมื่อ ไม่สิ! เราหมายถึง มีของที่แปลว่าไม่ธรรมดา

เราเชื่อว่าใครหลายคนคงเคยผ่านตา ลองจับของจริง หรือเคยได้ฟังเรื่องราวของ Madmatter มาบ้างแล้ว ว่าเป็นแบรนด์ที่เปลี่ยนแจ็กเก็ตหรือเสื้อผ้ามือสองญี่ปุ่นให้กลายเป็นหมวกและกระเป๋าสตางค์ดีไซน์สวย คอนเซปต์ดีจนน่าประทับใจ

หลังจากเฝ้ามองการเติบโตของแบรนด์นี้มาระยะหนึ่ง เราติดต่อ Madmatter ในวันที่ Five Patch Cap หมวกที่เป็นลายเซ็นของแบรนด์ได้รับรางวัล DEmark Award 2017 ชวน แท็ป-ปธานิน งามกิจเจริญลาภ และ แจ๊ส-ธนิสรา โพธิ์นทีไท สองหนุ่มสาวผู้ก่อตั้งแบรนด์พูดคุยตั้งแต่ เรื่องโจทย์ของแบรนด์ที่ไม่ใช่เรื่อง Eco อย่างที่หลายคนเข้าใจ เรื่องการสร้างแบรนด์ที่ท้าทายตัวเองด้วยคำว่า Sustainable Design เรื่องความจริงของการตลาดที่มักทำนักเรียนออกแบบปวดใจ เรื่องรางวัลด้านการออกแบบที่เราสงสัยว่าจะส่งผลต่อยอดขายในภายภาคหน้าไหม ไปจนถึงคู่สีใหม่ที่ใช้ความคิดสร้างไสยต่อยอดแบรนด์ให้สนุกกว่าที่เคย

Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

จุด…ธูปสามดอก แล้วตั้งนะโมสามจบ

จุด…เริ่มต้นของทั้งคู่มาจากความหลงใหลในเสื้อผ้ามือสองจากญี่ปุ่น แต่เนื่องจากอากาศบ้านเราร้อนเกินกว่าจะมิกซ์แอนด์แมตช์เป็นแฟชั่นฤดูหนาวได้ แท็ปและแจ๊สจึงได้แต่เก็บสะสมเสื้อผ้าเหล่านี้ไว้เป็นจำนวนมาก จนวันหนึ่งที่ทั้งคู่เกิดความตั้งใจที่จะโชว์ศักยภาพของผ้ามือสองว่าสามารถแปลงเปลี่ยนเป็นสินค้าอื่นได้หลากหลาย

จึงออกมาเป็นหมวกในแบบ 6 กลีบมาตรฐาน และแบบ 5 กลีบที่ตัดเย็บด้วยเทคนิคการต่อผ้าจากชิ้นส่วนเล็กๆ หรือ patchwork จนเป็นลายเซ็นเฉพาะของแบรนด์ เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องขนาดชิ้นส่วนผ้าเก่าที่ได้จากการเลาะแจ็กเก็ตผ้าวูลเนื้อหนา แล้วต่อยอดเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้แก่ รองเท้า และกระเป๋าทรงต่างๆ

จนเมื่อเวลาผ่านไป 2 ปี จากแบรนด์ที่เป็น Design Based ค่อยๆ คิดถึงเรื่องการทำธุรกิจมากขึ้น เรียนรู้จากคู่ค้าที่เป็นนักธุรกิจ ปรับและเปลี่ยนโจทย์ตั้งต้นที่อยากทำสินค้าจากผ้ามือสอง 100% กลายเป็นลดทอนสัดส่วนของผ้ามือสองลง และใช้ผ้าค้างสต็อกโรงงานเพิ่มขึ้น เพื่อจัดการการผลิตให้พอกับความต้องการของคู่ค้า พร้อมกับเริ่มใช้คอนเซปต์ waste to worth สร้างมูลค่าใหม่ให้กับสิ่งที่คนไม่เห็นคุณค่า

Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

ศักดิ์สิทธิ์-able design

แจ๊สเล่าว่า คนทั่วไปมักเข้าใจว่า Madmatter เป็นแบรนด์เพื่อโลกและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราพบว่าความเข้าใจนี้ถูกต้องเพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้น

จากพื้นฐานของนิสิตภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรม จากคณะสภาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้ทั้งคู่รู้และอยู่เทรนด์เรื่อง Eco มาโดยตลอด แต่แทนที่จะติดป้ายรักษ์โลกอย่างแบรนด์ดีไซน์ทั่วไป สิ่งที่แท็ปและแจ๊สทำก็คือ ตั้งโจทย์ที่จะทำของ Eco ให้ดูไม่ Eco อย่างที่เคย

“ทุกครั้งที่เราเดินเข้าร้านขายของ Eco เรามักจะมีคำถามในหัวว่า ‘ทำไมมันต้องหน้าตาแบบนี้’ เราก็เข้าใจว่าของมันรักษ์โลก แต่เราไม่อยากใช้ เราอาจจะมีรสนิยมอีกแบบ เราจึงพยายามทำในสิ่งที่เราอยากใช้ เพราะถ้าคุณตั้งใจจะออกแบบของเพื่อบอกว่ารักโลกแต่หน้าตาไม่ดึงดูดความสนใจ สุดท้ายคนก็ไม่ซื้อและมันก็กลายเป็นขยะอยู่ดี” แจ๊สรีบเล่า ก่อนที่แท็ปจะสรุปสิ่งที่ Madmatter เป็นให้ฟังว่า

“เราเป็น Sustainable Design”

พลังของหนุ่มสาวที่ประกาศเสียงดังฟังชัดถึงเจตนารมณ์นี้ทำให้เราแอบใจชื้น เพราะน้อยครั้งที่จะเจอคนรุ่นใหม่สนใจ ศึกษา และลงลึกในรายละเอียดในทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ไม่ได้สนใจแต่เรื่องการขายที่ต้องมีรายได้ แต่คิดถึงมุมคนผลิต มุมของคุณภาพสินค้า และมุมของผู้บริโภค

ในมุมโรงงานผลิต สิ่งแรกที่แท็ปและแจ๊สเรียนรู้คือเรื่องการทำความเข้าใจโรงงาน

“ด้วยความที่เป็นเสื้อผ้ามือสอง ผ้าที่ได้จากการเลาะจึงมีชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็ก ประกอบกับความเข้าใจเดิมของเราที่คิดว่าทุกโรงงานต้องปรับตัวการผลิตให้ได้ตามที่เราต้องการได้สิ เราเป็นเจ้าของแบรนด์เล็กๆ ที่ไม่ได้สนใจข้อจำกัดว่าเรากำลังไปรบกวนขั้นตอน 1 – 10 ที่มีอยู่แล้ว” แท็ปเล่า

ทั้งคู่จึงเรียนรู้ว่าต้องเข้าใจขั้นตอนที่โรงงานมี แล้วออกแบบกระบวนการของเราให้เหมาะสม ซึ่งการผลิตที่ง่ายไม่ซับซ้อนเป็นอีกหนึ่งวิธีการผลิตอย่างยั่งยืนได้เช่นกัน ขณะที่ในมุมผู้บริโภค แจ๊สมองว่าลูกค้าควรได้รับสิ่งที่มีคุณค่าและสัมผัสสิ่งเหล่านั้นได้ ซึ่งหากสังเกตดีๆ ลูกค้าจะเห็นลายมือขยุกขยิกเล็กๆ ที่ป้ายมุมขวาล่างของกระเป๋า นอกจากจะบอกสัดส่วนของผ้าเก่าที่ใช้ ยังบอกลำดับหมายเลขของกระเป๋าที่ผลิตด้วย

Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

เมตตามหานิยม

แม้ทั้งคู่จะผ่านกระบวนการตั้งแต่การเริ่มต้นโจทย์ การหาช่วงว่างในตลาด การศึกษาความต้องการผู้บริโภค และการตลาดเบื้องต้นมาบ้างแล้ว แต่ในโลกความเป็นจริง โจทย์ที่ดีอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ

“เดิมเราคิดว่าลูกค้าของเราได้แก่ชาวต่างชาติและคนไทยที่อยู่ในวงการสร้างสรรค์ เราพบความจริงไม่เป็นอย่างที่เราคิด คนกลุ่มหลังนั้นเล็กมาก ชื่นชอบแบรนด์เราจริงๆ แต่ไม่ซื้อด้วยเหตุผลของราคาที่สูงเกินไป แต่ก็ยังมีกลุ่มลูกค้าคนไทยที่อยู่วงการอื่นๆ แต่สนใจในงานออกแบบหรือมีความเชื่อในสิ่งที่เราทำ ต่อมาเราจึงปรับแผนทำตลาดแรกให้แข็งแรง โดยมีลูกค้าจากทั้ง wholesale ของประเทศสิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และอื่นๆ” แจ๊สและแท็ปผลัดกันเล่าบทเรียนการขายอย่างสนุกสนาน

การได้รับรางวัล DEmark Award 2017 ส่งผลต่อยอดขายอย่างไรบ้าง เราถาม

แท็ปบอกว่า ในมุมที่ดีคือเรื่องการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ แต่ด้วยธรรมชาติของสินค้าไลฟ์สไตล์ที่คนเลือกซื้อเพราะอารมณ์มากกว่าเหตุผล รางวัลด้านการออกแบบจึงไม่ได้มีผลต่อยอดขายใดๆ

ไม่เป็นไร ค่ะ ไม่เป็นไร ของซื้อของขาย เราเอาฤกษ์เอาชัยกันใหม่ได้ คอลเลกชันใหม่ของ Madmatter จึงเป็นที่ฮือฮาด้วยคู่สีดีมีมงคล จับคู่ดวงชะตาเสริมบารมีกันให้ครบทั้ง 7 วัน มาในขนาดกระเป๋าที่ผู้หญิงก็ใช้ได้ ผู้ชายก็ใช้ดี

เอาฤกษ์เอาชัยกันตั้งแต่แบบทรงของกระเป๋าที่มีแรงบันดาลใจจากสัดส่วนทองคำ ตามด้วยการจับคู่สีสนุกสนาน เริ่มจาก สีน้ำเงินให้โชคมนตรี มีผู้อุปถัมภ์ เหมาะกับใช้ประชุมงานวันจันทร์ ส่วนวันอังคารจัดสีแดงเข้าใส่เสริมดวงอุปถัมภ์ให้งานลุล่วง วันพุธลองกระเป๋าสีเหลือง วันพฤหัสบดีเป็นคู่สีเขียวตัดน้ำเงินให้โชคทั้งเดช อำนาจ และมนตรี วันศุกร์สดใสใส่สีส้มตัดคู่สีชมพูอ่อนเพิ่มโชคด้านลาภเงินทอง วันเสาร์จะมงคลต้องชมพูคู่สีฟ้า วันอาทิตย์เรียบๆ คูลๆ ด้วยคู่สีน้ำตาลและดำให้โชค

วันกันว่าเรื่องดวงดาวและดวงชะตาสัมพันธ์ข้องเกี่ยวกันไม่มากก็น้อย ปัญญาชนคนแฟชั่นอย่างเราก็แค่มี Mongkol bag ให้อุ่นใจเท่านั้น ไม่มีอะไรจริงๆ เสียดายถ้ามีสีไหนใช้แล้วความรักเบิกบาน จะขอเหมามาให้หมด

 Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า  Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

โชคลาง-ของขวัญ

“ให้โชคดี โชคดี สุขเกษมเปรมปรีดิ์ ขอให้รวย ขอให้รวย”

ใครบางคนอาจจะโชคดีได้ทำธุรกิจจากสิ่งที่รักและสิ่งนั้นไปได้ดี แท๊ปบอกว่า เมื่อยังเป็นเด็ก เขาคิดแค่ว่าทำอะไรก็ได้ตราบเท่าที่อยากทำ เมื่อโตขึ้นในโลกความจริงสอนให้เขารู้จักความยืดหยุ่น

“ทุกคนมักคิดว่าการทำแบรนด์มันง่าย จริงๆ มันก็ง่ายแหละ แต่ทำให้ยั่งยืนมันยากมากเลยนะ ความท้าทายคือเราจะพยายามทำสิ่งนี้ให้ยั่งยืน” แท็ปนิ่งคิดแล้วจะตอบคำถามสุดท้ายเรื่องบทเรียนที่ได้รับ ก่อนที่แจ๊สจะเสริมทิ้งท้ายไว้ว่า

เราเรียนรู้ว่าการเริ่มต้นทำธุรกิจเราไม่ควรเริ่มต้นทำในสิ่งที่มาจากความชอบของเราเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อคนอื่นต้องเสียเงินซื้อจากเรา เราจึงควรเริ่มต้นด้วยการคิดถึงคนอื่น”

Madmatter แบรนด์ไทยที่ใช้ความคิดสร้างไสย (ศาสตร์) ปลุกเสกหมวกและกระเป๋าทรงเท่ Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

*หมายเหตุ

บทความข้างต้นนี้เต็มไปด้วยความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

โบราณท่านว่า ไม่เชื่อให้ลบหลู่ ใครจะขอท้าพิสูจน์ความโชคด้วยกระเป๋าสักใบสองใบ อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังเรื่องความศักดิ์สิทธิ์บ้างนะคะ

 

ภาพ: มณีนุช บุญเรือง และ Madmatter

The Rules

  1. รักษาสมดุลในชีวิต เช่น พยายามนัดเจอเพื่อน 1 วันต่อสัปดาห์
  2. คิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง
  3. มีทัศนคติที่ดี

 

www.madmatterstore.com

Facebook : Madmatter

Instagram : madmatterstore

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load