The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

 

ตีสี่ครึ่งคือเวลาที่คนส่วนหนึ่งยังหลับอยู่ บางคนอาจจะเริ่มลุกไปจากที่นอนเตรียมตัวออกจากบ้าน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำในวันหยุดพักผ่อน  ฟ้ากำลังเปลี่ยนสี แสงอาทิตย์แรกของวันเริ่มปรากฏให้เห็นที่ขอบฟ้า

ฉลามหางยาว, Monad Shoal

เรือบังกาพาพวกเราออกห่างจากเกาะไปสู่จุดหมายกลางทะเลที่ห่างออกไป 30 นาที ลมเย็นของยามเช้าหนาวกว่าที่คิด เราเข้าไปนั่งหลบลมในห้องใต้ท้องเรือได้ไม่นาน เรือก็เริ่มเบาเครื่องลง เรือบังกาหลายลำจอดเรียงที่จุดหมายแล้ว นักดำน้ำที่มาถึงก่อนหน้ากำลังเริ่มดำลงไป ทุกคนที่มาที่นี่ในเวลานี้มีเป้าหมายเป็นสิ่งเดียวกัน ‘Monad Shoal’ มีลักษณะเป็นภูเขายอดตัดใต้ทะเลที่ส่วนยอดไม่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา ด้านบนสุดของสันเขาเป็นพื้นราบขนาดใหญ่ ตรงสุดขอบพื้นราบก็หักตัวเป็นหน้าผาลึกหลายร้อยเมตร ที่นี่ในยามเช้าคือจุดที่ดีที่สุดในการได้พบเห็นฉลามที่มีความลึกลับที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง

ฉลามหางยาว, Monad Shoal

ภาพของฉลามหางยาว (Thresher Shark) ที่เคยเห็นก่อนที่จะมาที่นี่ มักเป็นภาพจากระยะไกล ฉลามที่มีความยาวหางเกือบเท่าช่วงลำตัว ลอยตัวอยู่ในน้ำที่ฟุ้งจางเหมือนสายหมอก ภาพฉลามรางเลือนราวกับเป็นสัตว์จากจินตนาการ

เราตีขาเคลื่อนตัวไปสู่ขอบหน้าผา มองลงไปข้างล่างไม่เห็นพื้น เป็นสีน้ำเงินเข้มที่ลึกลงไปไม่รู้จบ แสงสลัวของยามเช้ามืดทำให้เผลอเกร็งเขม่นตามองทุกอย่างโดยไม่รู้ตัว วัตถุทรงยาวสีดำเคลื่อนที่อยู่ในหมอกน้ำด้านหน้ากำลังเคลื่อนตัวจากทางขวาไปด้านซ้าย รูปร่างเต็มตัวของฉลามหางยาวเป็นอย่างไรยังมองเห็นได้ไม่ชัดในจังหวะแรกนี้ รู้แต่เพียงว่าเราเข้ามาในพื้นที่ของพวกมันแล้ว

ฉลามหางยาว, Monad Shoal ฉลามหางยาว, Monad Shoal

เส้นหางยาวสีเข้มคือส่วนที่มองได้ชัดสุดในระยะไกล เมื่อตัวหนึ่งผ่านไป อีกเส้นก็ปรากฏขึ้นมาทันที ที่จุดนี้ไม่ได้มีฉลามหางยาวเพียงตัวเดียว

พวกเราทุกคนเริ่มทิ้งตัวลงกับพื้นทราย นั่งให้นิ่ง หายใจให้เบา และรอคอย

ฉลามหางยาว, Monad Shoal

ฉลามหางยาวที่เริ่มว่ายวนเข้ามาใกล้เราขึ้นเรื่อยๆ ใกล้ขึ้นจนเห็นรูปร่างตัวได้ชัด ใกล้ขึ้นจนเห็นหน้าตาได้ชัด ดวงตากลมใหญ่บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตส่วนใหญ่ของพวกมันในพื้นที่แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางคืน หรือในความลึกที่แสงส่องไปไม่ถึง มันจึงเป็นหนึ่งในฉลามที่ ‘หายาก’ ที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง

ฉลามหางยาวมาที่ Monad Shoal ทุกเช้าเพื่อทำความสะอาดร่างกาย ที่สันเขาใต้ทะเลแห่งนี้เป็นเสมือนโรงอาบน้ำของพวกมัน ปลานกขุนทองพยาบาลที่อาศัยอยู่บนยอดเขาจะคอยกินปรสิตที่เกาะติดผิวของฉลาม บางครั้งเพื่อกำจัดปรสิต ฉลามหางยาวก็จะกระโดดสูงพ้นน้ำ แล้วทิ้งตัวฟาดผิวน้ำ แรงกระแทกจะช่วยให้ปรสิตหลุดออกไป

ฉลามหางยาว, Monad Shoal

ก่อนที่ Monad Shoal จะเป็นที่รู้จักของนักดำน้ำ ชาวประมงที่มารอจับปลาที่นี่เห็นฉลามหางยาวกระโดดเหนือน้ำบ่อยครั้ง จนวันหนึ่งนักดำน้ำขอติดตามชาวประมงมาลองดำน้ำที่นี่ และหลังจากนั้นที่นี่ก็กลายเป็นแห่งเดียวในโลกที่นักดำน้ำจะมารอคอยเจอฉลามหางยาวได้ทุกวัน

สำหรับชาวประมงฉลามหางยาวอาจจะไม่ใช่ปลาหายากของพวกเขา พวกมันติดอวนติดเบ็ดขึ้นมาอยู่ประจำ อาจจะมีบางตัวที่รอด แต่หลายตัวจบลงที่ตลาดปลา ชาวประมงเป็นตัวร้ายสำหรับนักดำน้ำตลอดมา พวกเขากวาดเก็บเอาสิ่งที่เราตามหาไปจากท้องทะเลอยู่เสมอ

แต่ที่จริงชาวประมงไม่ได้เป็นตัวร้ายในทุกบท ในทางกลับกันพวกเขาคือหน่วยหน้าที่เข้าใจทะเลมากกว่านักดำน้ำเสียอีก ความร่วมมือของชาวประมงและนักดำน้ำทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาจากทั่วโลก ฉลามหางยาวลี้ลับที่มาโชว์ตัวทุกวันสร้างรายได้ในรูปแบบใหม่ให้ทุกคนบนเกาะ ไม่เว้นแม้กระทั่งชาวประมง ปลาของพวกเขากลายเป็นอาหารให้นักท่องเที่ยวที่มาพักบนเกาะ หลายคนเปิดที่พักและมีรายได้เพิ่มจากธุรกิจการท่องเที่ยว ทะเลคือแหล่งอาหารของผู้คนมาช้านาน ทะเลในวันนี้นอกจากเป็นแหล่งอาหารแล้ว ยังเป็นแหล่งรายได้ใหญ่อีกด้วย

การลงดำน้ำที่นี่มีข้อกำหนดยิบย่อยมากมาย ห้ามว่ายไล่ฉลาม ห้ามพกไฟและแฟลชในการถ่ายภาพ ห้ามส่งเสียงเคาะ ห้ามว่ายออกไปเหนือเนินปะการังที่เป็นจุดอาบน้ำของฉลาม กฎทั้งหลายถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องความสมดุลของความสัมพันธ์ ไม่ให้เรารุกรานฉลามมากเกินพอดี

ฉลามหางยาว, Monad Shoal

ฉลามหางยาวตัวใหญ่โผล่เข้ามาจากที่ลึกด้านนอก ขนาดตัวของมันยาวเกือบ 2 เมตรเมื่อยังไม่รวมหาง หางมีความยาวอีกเกือบเท่าตัว ฉลามขนาด 4 เมตรกำลังว่ายวนรอบเนินปะการังด้านหน้าอย่างช้าด้านหน้า ปลานกขุนทองพยาบาลพุ่งเข้าหามันทุกครั้งที่มันวนเข้ามาใกล้ น้ำเบื้องหน้าไม่ใส ความขุ่นฟุ้งจากด้านลึกทำให้เรามองเห็นฉลามได้เมื่อมันเข้ามาใกล้เท่านั้น

เมื่อใกล้จนมองเห็นชัด หน้าตาของมันกลับไม่สร้างความหวาดกลัวให้เราเลยแม้แต่น้อย ปากขนาดเล็ก ไม่มีฟันคมซี่ใหญ่โผล่ให้เห็น ดวงตากลมโตราวกับเป็นตัวการ์ตูน มันดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว

ระยะห่างที่ไม่ไกลทำให้เราอยากพุ่งตัวเข้าหาพวกมัน แต่ไม่มีนักดำน้ำคนไหนที่ทำแบบนั้น ทุกคนยังคงนั่งนิ่ง หายใจออกช้าๆ รอให้ฉลามเป็นฝ่ายเข้าหา

ไม่มีใครอยากทำลายความเชื่อใจ ไม่มีใครอยากทำลายความสมดุลของพื้นที่นี้

 

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

24 พฤศจิกายน 2565

ต้นเดือนพฤศจิกายน 

ผมนั่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่เช้าจนพลบค่ำเป็นเวลาหลายวัน ใช้ซุ้มบังไพรแคบ ๆ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งลำห้วย ซึ่งขยายกว้างเพราะสายน้ำหลากรุนแรงในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ กับซุ้มบังไพร ตลิ่งสูงมีร่องรอยสัตว์ป่าเดินลงลำห้วยเป็นเส้นทางประจำ บริเวณนี้ระดับน้ำไม่ลึกนัก ช้าง วัวแดง รวมทั้งหมูป่า เลือกใช้จุดนี้เป็นที่ข้ามมาอีกฝั่ง 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
หมูป่าตัวผู้เดินข้ามลำห้วย โดยที่หมูป่าฝูงใหญ่เดินข้ามไปก่อนหน้า

ผมใช้เวลาร่วมกับพวกมัน ไม่ได้รับความไว้วางใจนักหรอก ช้างเดินข้ามน้ำเรื่อย ๆ ใช้งวงดูดน้ำส่งเข้าปาก มันชะงักเมื่อเดินถึงกลางลำห้วยเพราะได้กลิ่นผม หยุดเขม้นมองก่อนค่อย ๆ เดินต่อ สายตามองมาทางผมตลอด เช่นเดียวกับฝูงวัวแดงและหมูป่า กลิ่นกายคนสำหรับพวกมันคือสัตว์ผู้ล่าชนิดหนึ่งที่พวกมันไม่เคยวางใจ 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ช้างเลือกใช้จุดข้ามลำห้วยจุดเดียวกับสัตว์ตัวอื่น ๆ

ดูเหมือนจะมีแต่นกยูงซึ่งคล้ายจะไม่สนใจอะไร นกยูงตัวผู้ในช่วงเวลานี้มีหางยาวสลวย หางยาวเป็นเครื่องมือสำหรับรำแพนอวดความแข็งแรงเพื่อให้ตัวเมียเลือก ขณะตัวเมียนับสิบตัวคล้ายจะไม่สนใจ และเมื่อมีตัวผู้เข้ามามากกว่าหนึ่งตัว การรำแพนประชันจึงเลี่ยงไม่พ้น

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

นกกระเต็นใหญ่ส่งเสียงก้อง มันบินมาเกาะกิ่งไผ่ที่ยาวโค้งลง การหันหลังให้ดวงอาทิตย์ช่วยซ่อนตัวจากปลา หากมองขึ้นมาจะเห็นเพียงเงาดำ เป็น ‘ทริค’ อย่างหนึ่งที่เหล่านกกินปลาใช้ กระนั้นก็เถอะ เช่นเดียวกับสัตว์ผู้ล่าตัวอื่น ๆ ร่างกายที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสม รวมทั้งทักษะต่าง ๆ ซึ่งรับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ก็ใช่ว่าจะทำให้การโผลงจับปลาประสบผลทุกครั้ง

บินขึ้นกลับมา เกาะบนกิ่งไผ่ด้วยปากว่างเปล่า รอเพื่อเริ่มต้นอีกครั้ง

กับเหล่าสัตว์ผู้ล่า ความล้มเหลวของพวกมันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเห็น

การมาถึงที่นี่มีโอกาสได้ ‘เห็น’ ความเป็นไปรอบ ๆ ใช้เวลาไปไม่น้อย หนทางมาถึงไม่ราบเรียบ เพราะมันเป็นเส้นทางที่เราเรียกว่า ‘ทางป่า’

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นเวลาที่สายลมหนาวเข้าครอบคลุมผืนป่าแล้ว เป็นช่วงเวลาแห่งความรักของนกยูง เหล่าตัวผู้มีหางยาวเป็นเครื่องมือรำแพนเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย

การเดินทางสัญจรบนทางในป่าถึงวันนี้มีเครื่องมือบอกพิกัดอันบอกได้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ใด รวมทั้งบอกระยะทางทิศทางของจุดหมายที่กำลังมุ่งหน้า แม้ยังไม่เคยไปมาก่อนได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ละเลยหรือทิ้งวิธีการเดิม ๆ ขณะเดินทางในป่า การสังเกตทิวเขา ต้นไม้ จำเป็น สิ่งหนึ่งที่คนในป่าใช้คือตั้งชื่อเรียกสถานที่นั้น ๆ ไว้เป็นที่รับรู้ ใครพูดถึงก็จะเข้าใจกัน ทั้งเส้นทางที่ใช้รถ และด่านที่เราใช้ร่วมกับสัตว์ป่า

เรามี ‘มอเปรต’ ฟังชื่อแล้วน่ากลัว แต่เห็นภาพว่าชันมาก มี ‘เนินกระทิง’ มีคนถูกกระทิงวิ่งเข้าชาร์จ จนซี่โครงหักที่เนินนี้ อีกทั้งมี ‘มอตาจ่อย’ ได้ชื่อว่าชันและลื่น กระทั่งรถกำลังดี ๆ ก็ไต่พ้นไปได้ยาก ต้องเข็นรถจนจ่อยไปตาม ๆ กัน

ชื่อส่วนใหญ่สำหรับผู้ไม่คุ้นก็เข้าใจได้ แต่บางชื่อต้องถามที่มาที่ไปจากคนเก่า ๆ

ทางป่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูกาลใดก็ผ่านไปไม่ง่ายนัก อุปสรรคเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงฝนซึ่งกำหนดเวลาไม่ได้ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าต้องเลื่อยไม้กี่ต้นที่ล้มขวาง ไม่รู้ว่าลำห้วยจะมีระดับน้ำสูงเกินรถจะข้ามได้หรือไม่ บางครั้งรถติดในหล่มจนต้องแขวนเปลนอนข้าง ๆ รถ รุ่งเช้าค่อยหาทางนำรถขึ้นจากหล่มต่อ

เช่นนี้เราอาจได้รับเกียรติให้เป็นชื่อหล่มนั้น

เรื่องจริงขณะอยู่บนทางในป่าอย่างหนึ่งคือ เมื่อรถติดหล่ม ดูเหมือนสายฝนพร้อมโปรยมาร่วมวง

เมื่อผ่านพ้นหล่มแรกไปแล้ว มีอีกหลายหล่มรออยู่เบื้องหน้า

สัญจรอยู่บนทางป่า หากยังตั้งใจไปให้ถึงจุดหมาย การผ่านพ้นหล่มไปให้ได้จำเป็น อีกเรื่องที่สำคัญคือขึ้นจากหล่มที่ติดอยู่ให้ได้ โดยไม่พะวงกับหล่มที่รออยู่ข้างหน้า

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
กลางวันแสงแดดจัด สภาพอากาศอบอ้าว ควายป่ามุ่งหน้ามาที่ลำห้วยเพื่อแช่น้ำคลายความร้อน

ทางป่า นอกจากฝนและหล่มลึกลื่นไถล บรรดารากไม้ใหญ่น้อยที่โผล่พ้นดินจะต้านล้อ ถ้าจับพวงมาลัยรถไม่ดีมืออาจถูกพวงมาลัยหมุนอย่างรวดเร็วฟาดมือเคล็ด จึงมีการสอนต่อ ๆ กันมาถึงวิธีขับรถในช่วงฤดูฝน และทักษะการเดินทางในป่าอีกสารพัด

รากไม้โผล่เพราะหน้าดินถูกสายน้ำพัดไปหมด อีกจุดที่ต้องระวังมาก ๆ คือสะพานข้ามลำห้วย

สะพานบางแห่งมีระดับต่ำ ๆ บางแห่งสูงลิบจากเบื้องล่าง แต่ที่เหมือน ๆ กันทุกสะพานคือ มีเพียงขอนไม้ขนาดพอดีล้อรถ 2 ท่อนพาดอยู่เท่านั้น

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะพลาดตกสะพาน ไม่ว่าจะเคยผ่านสะพานนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

 ฝนตก เดินในทางป่า เสื้อผ้ามี 2 ชุด ไว้เดินและอยู่ในแคมป์ ตกเย็นก่อกองไฟเสื้อผ้าเปียกย่างให้แห้ง รมควันจนเหลือง กลิ่นควันไฟติดทนนาน

กับคนทำงานในป่า หนทางกันดารและสิ่งที่พบเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ความยากลำบาก เป็นสิ่งอันมากับงานที่เราทำ

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

ทุก ๆ วันผมอยู่บนเส้นทางขรุขระ รถกระเด้งกระดอน ตัดฟันไม้ไผ่ เลื่อยต้นไม้ที่ล้มขวาง ขุดทางเป็นบั้ง ๆ เพื่อไม่ให้รถลื่นไถล ลากสายวินซ์ หลายครั้งปูผ้านอนข้าง ๆ รถที่จมโคลน

หากเปรียบทางป่าเป็นคล้ายเส้นทางเดินของชีวิต ผมเลือกเดินบนทางป่านี้มานาน ว่าตามจริงมันไม่ใช่การเดินสู่จุดหมาย ตามหา หรือแสวงหาอะไร

เพราะผมถึงจุดหมายนั้นมานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่ผมเลือกเดิน บน ‘ทางป่า’

แต่ก็นั่นแหละ ผมต้องใช้เวลาไปไม่น้อยกว่าจะรู้ความจริงนี้…

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load