คุณใหม่-สิริกิติยา เจนเซน เป็นธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

เรียนจบปริญญาตรีสาขาเอเชียศึกษา จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เคยฝึกงานกับนักออกแบบชาวญี่ปุ่น Yohji Yamamoto และทำงานกับ Hermès ที่นิวยอร์ก

หลังจากใช้ชีวิตที่อเมริกานานถึง 30 ปี คุณใหม่ก็กลับมาทำงานด้านประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทย ด้วยการรับราชการตำแหน่งนักอักษรศาสตร์ปฏิบัติการ กลุ่มประวัติศาสตร์ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ช่วยราชการที่สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร

คุณใหม่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ แต่ไม่ได้สนใจแค่การอนุรักษ์อาคาร เธออยากให้คนมีความรู้ความเข้าใจในสถานที่นั้นๆ ด้วย เพราะถ้าคนไม่เห็นความสำคัญก็ยากจะช่วยกันดูแล

คุณใหม่เลยพยายามขับเคลื่อนงานด้านการเก็บข้อมูล (Documentation) และการตีความเพื่อเผยแพร่ (Interpretation)

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

นิทรรศการ วังน่านิมิต ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งคุณใหม่เป็นผู้อำนวยการโครงการ คือการรวบรวมข้อมูลเรื่องวังหน้ามาเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญ

นอกจากนี้ คุณใหม่ยังชวน The Cloud จัดกิจกรรม Walk with The Cloud 08 : The Hidden Palace คุณใหม่จะพาผู้สนใจไปเดินทำความรู้จักวังหน้าด้วยกันแบบสุดพิเศษ!

และนี่คือบทสนทนากับคุณใหม่ ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับงานด้านประวัติศาสตร์ วังหน้า การใช้เวลาว่างเดินไปคุยกับคนตามชุมชน การเอาชนะความกลัว ชีวิตที่ต้องเปลี่ยนแปลงตลอด การใช้จักรยานในนิวยอร์ก การแบกเป้ปีนเขาไปเที่ยวโบสถ์โบราณที่เอธิโอเปีย การปีนเขาคนเดียวในโอมาน การถ่ายรูปด้วยเลนส์เก่า และกิจกรรมพิเศษที่กำลังจะทำร่วมกับ The Cloud

ที่ผ่านมาคุณใหม่ไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ออกสื่อสักเท่าไหร่

เราเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยกล้าให้สัมภาษณ์ มีคนขอสัมภาษณ์บ้างเหมือนกัน มีคนอยากเห็นว่าแต่ละวันเราทำงานอะไรบ้าง บางทีเราก็อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน เลยไม่อยากให้สัมภาษณ์ กลัวคนเบื่อ (หัวเราะ)

สิ่งที่คนส่วนใหญ่อยากรู้เกี่ยวกับคุณใหม่คืออะไร

บางทีคนเห็นเราไกลๆ เห็นเราเวลาไปงาน เห็นเราจากภาพถ่ายหรือสื่อต่างๆ ก็ดูไม่ค่อยออกว่าตัวตนของเราเป็นอย่างไร คิดว่าเขาคงอยากรู้จักตัวตนของเรามากขึ้น

ตอนอยู่ที่อเมริกาคุณใหม่เป็นวัยรุ่นแบบไหน

ช่วงมัธยมจะขี้อาย ตอนนี้ก็ขี้อาย แต่ตอนนั้นยิ่งกว่านี้อีก เป็นเด็กที่ไม่ค่อยมั่นใจ เรียนก็ไม่เก่งมาก ถ้ารู้จักกันเราจะเป็นคนตลก ตอนเรียนวิชาการแสดงถูกจับให้เล่นเป็นตัวตลกทุกครั้ง เป็นคนสบายๆ ง่ายๆ ไม่ค่อยออกไปเที่ยวกับเพื่อน ชอบอยู่กับบ้าน ใช้ชีวิตง่ายมาก บ้านอยู่ใกล้ทะเล ชอบไปเล่นน้ำกับเพื่อน กลับเมืองไทยปีละครั้งสองครั้ง นิสัยเหมือนเด็กฝรั่งมากกว่า

เหตุการณ์สึนามิส่งผลกับชีวิตวัยรุ่นของคุณใหม่ยังไงบ้าง

เราอาจจะพูดถึงเหตุการณ์ช่วงนั้นลำบาก ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ลำบาก ซึ่งมันก็ลำบากสำหรับทุกคน ตอนแรกเราก็ตกใจ แต่มันทำให้เราเริ่มคิดว่าพรุ่งนี้เราอาจจะไม่ได้อยู่ต่อก็ได้ ถ้ามัวแต่นั่งกลัวทั้งวันเราจะเสียโอกาสหลายๆ อย่าง ทำให้เราเริ่มกล้ามากขึ้น เราเคยกลัวอะไรก็จะทำเลย เคยไปกระโดดร่มจากเครื่องบินด้วย หลังจากสึนามิเราเริ่มเป็นแบบนั้น เลยตัดสินใจย้ายไปอยู่นิวยอร์ก

การย้ายไปเรียนที่นิวยอร์กสำคัญยังไง

เราอยู่ที่แคลิฟอร์เนียมา 19 ปี อยากเรียนที่ NYU (New York University) มานานแล้ว แต่เรากลัว เคยมีคนบอกว่าอย่าเรียนที่นี่เลย เราเลยเลิกคิด พอเราไม่อยากเป็นคนขี้กลัวแล้ว อยากเป็นผู้ใหญ่แล้ว เราคิดว่าถ้าจะเปลี่ยนแปลงอะไรก็ต้องเปลี่ยนเลย เราตัดสินใจย้ายไปอยู่นิวยอร์กคนเดียวโดยที่ไม่รู้จักใครในเมืองนั้นเลย เราเร่ิมห่างจากครอบครัวเป็นครั้งแรก ถ้าอยู่ใกล้ครอบครัวเราอาจจะไม่ค่อยกล้าแสดงออก พอมาอยู่นิวยอร์กเราก็กล้ามากขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น พยายามตั้งใจเรียนให้ได้คะแนนสูงๆ ได้พบคนที่นิสัยคล้ายๆ กัน สนใจศิลปะ ประวัติศาสตร์ ชอบผจญภัยเหมือนกัน เป็นเมืองที่ทำให้เราได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาก

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ กลัวไหม

ไม่กลัว มันเป็นเมืองที่ปลอดภัยนะ แต่ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ว่าทุกคนในเมืองใหญ่จะเป็นคนดี เราเคยถูกคนเดินตาม ก็ต้องระวังตัวตลอด ต้องไม่ทำตัวอินโนเซนต์ แต่เมืองใหญ่ที่ไหนก็เป็นแบบนี้

นอกเวลาเรียนคุณใหม่ชอบทำอะไร

เที่ยวพิพิธภัณฑ์ ช่วงนั้นเป็น Introvert ชอบอยู่คนเดียว ไปไหนก็ไปคนเดียว บางทีก็ไปพิพิธภัณฑ์ทั้งวัน เราเดินได้ทั้งวัน ไม่ก็นั่งอ่านหนังสือ

ชอบเล่นกีฬาด้วย

เราถนัดกีฬาทางน้ำ ตอนเด็กๆ เคยเล่นกระดานโต้คลื่น ว่ายน้ำในทะเล ชอบกีฬาทุกอย่างที่อยู่ในน้ำ ตอนอยู่นิวยอร์กปั่นจักรยานบ่อยมาก ถ้าไม่จำเป็นต้องนั่งรถไฟใต้ดิน เราจะปั่นจักรยานไปตลอด เพราะได้ช่วยดูแลโลก แล้วก็ได้ออกกำลังกายด้วย เราใช้ Citi Bike (จักรยานสาธารณะของนิวยอร์ก) บางทีก็ปั่นข้ามสะพาน มันเป็นจักรยานที่ใหญ่และหนัก ดูไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ ปั่นไปไหนคนก็ล้อตลอด เรามีจักรยานเสือหมอบของตัวเองคันหนึ่ง เอาไว้ปั่นไกลๆ นอกเมือง เป็นจักรยานที่เก็บไว้กับตัวตลอด ถ้าใช้ในเมืองก็กลัวว่าจอดทิ้งไว้จะหาย แล้วเราก็วิ่งฮาล์ฟมาราธอน ตอนนี้ไม่ค่อยได้วิ่งแล้วเพราะข้อเท้าไม่ค่อยดี เมื่อก่อนยังไปปั่นจักรยานที่สุวรรณภูมิบ้าง แต่ตอนนี้ไม่ได้ไปแล้ว ว่ายน้ำอย่างเดียว

เริ่มสนใจประวัติศาสตร์ตอนไหน

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเราเรียนด้านเอเชียศึกษา เพราะเราอยากทำงานร่วมกับคนเอเชีย ก็ต้องเข้าใจวัฒนธรรมของคนเอเชีย ถ้าไม่เข้าใจกันคงคุยกันไม่รู้เรื่อง เราไม่ได้เรียนเรื่องประวัติศาสตร์โดยตรง แต่เรียนทุกอย่าง ทั้งวรรณกรรมและหนังที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยา เราสนใจความเป็นมาของสิ่งต่างๆ เร่ิมตรงไหน เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ส่งผลต่ออะไรบ้าง

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ความสนุกของประวัติศาสตร์คืออะไร

ประวัติศาสตร์มีหลายมุมมอง มีมุมที่เคยมีคนอธิบายไว้ มุมที่ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการ และมุมของคนทั่วไปที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งไม่เคยมีคนบันทึกไว้ แล้วประวัติศาตร์ก็ยังถูกบันทึกไว้ในวรรณกรรม สถาปัตยกรรม ศิลปะ หลายประเทศสอนประวัติศาสตร์ไม่เก่งเท่าไหร่ ให้ท่องจำอย่างเดียว เราต้องเข้าใจว่าประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้ เมื่อโลกเปลี่ยน วิธีคิดของคนที่มีต่อโลกก็เปลี่ยน ศิลปะก็เปลี่ยน สถาปัตยกรรมก็เปลี่ยน สิ่งที่ถูกบันทึกก็เปลี่ยน เราต้องคุยกันแบบนี้

การเรียนประวัติศาสตร์เอเชียในอเมริกาต่างจากการเรียนในเอเชียไหม

คนสอนแต่ละคนก็มีมุมมองไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เวลาที่เราฟังประวัติศาสตร์หลายๆ มุมเหมือนจะไม่ใช่ก้อนเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วมันเป็นก้อนเดียวกัน เพียงแต่เป็นคนละส่วน คนอเมริกันมีวิธีคิดแบบหนึ่ง เวลาสอนเขาก็จะบอกว่าคนเอเชียทำแบบนี้เพราะแบบนี้ แต่คนเอเชียก็มองอีกแบบ เมื่อมาอยู่ที่เอเชียเราก็จะเข้าใจภาพรวมทั้งหมด

พอเรียนจบทำไมถึงเริ่มทำงานในวงการแฟชั่น

ช่วงนั้นยังไม่อยากทำงานวิชาการ กลัวจะไม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เรายังเป็นเด็กอยู่ ถ้าลองไปทำงานอีกด้านหนึ่งก่อนก็ไม่เสียหาย ก็เปิดหนังสือพิมพ์หางาน แล้วสมัครฝึกงานกับนักออกแบบชาวญี่ปุ่น Yohji Yamamoto งานแฟชั่นเป็นสิ่งที่สนุกดี แต่สุดท้ายเราก็ชอบงานที่ค่อนข้างเป็นวิชาการ เป็นประวัติศาสตร์ ช่วงที่ทำงานกับ Hermès หัวหน้าของเราเคยทำงานที่ Costume Institute ซึ่งเอาเรื่องเครื่องแต่งกายของคนยุคก่อนมาเล่าให้คนเข้าใจว่าเมื่อก่อนคนแต่งตัวแบบนั้นเพราะอะไร เล่าถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของคน ทำให้เราเห็นว่า ประวัติศาสตร์กับความคิดสร้างสรรค์ไปด้วยกันได้ เลยคิดว่าอยากจะกลับมาทำงานด้านประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ทำไมถึงเลือกกลับมาทำงานด้านประวัติศาสตร์ที่ไทย

ตอนอายุ 30 เป็นช่วงที่คิดว่าถ้าจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตก็ต้องเปลี่ยนตอนนี้ เริ่มแก่แล้ว (หัวเราะ) ที่ผ่านมา ภาษาไทยก็ไม่ค่อยได้พูด เมืองไทยก็ไม่ค่อยได้กลับ วัฒนธรรมไทยก็ไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งเท่าไหร่ เราชอบประวัติศาสตร์ไทยมานาน แต่ไม่เคยเรียนด้านนี้แบบจริงจัง ได้เรียนตอนเด็กๆ บ้าง ได้เห็นตอนไปงานบ้าง เหตุผลหนึ่งก็คืออยากกลับมาเพื่อเข้าใจสิ่งเหล่านี้มากขึ้น เข้าใจตัวเองมากขึ้น อยู่ใกล้ชิดคนไทยมากขึ้น

การกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้าง

นิวยอร์กเป็นเมืองที่อยู่แล้วไม่อยากไปที่อื่น เป็นเมืองที่สบาย เพื่อนก็เยอะ เราอยู่นิวยอร์กมา 12 ปี ในความคิดเรา คนเราไม่ควรอยู่ที่หนึ่งนานเกินไป เพราะชีวิตจะเริ่มนิ่ง คนเราต้องการการเปลี่ยนแปลงตลอด จะได้พัฒนาตัวเองตลอด คนอื่นถ้าคุ้นกับสถานที่คุ้นกับคนแล้วจะไม่ค่อยกล้าไปที่อื่น แต่เรากลับคิดว่าถ้าคุ้นเมื่อไหร่ควรไปได้แล้ว

อีกเรื่องคือ ถ้าเราอยากเปลี่ยนมาทำสิ่งที่เราอยากทำมาตลอด ไม่เริ่มจากจุดนี้ก็อาจจะช้าไป เพราะเราอยู่ในจุดที่อาจจะสบายเกินไปแล้ว มันก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ต้องปรับตัวเรื่องไหนมากที่สุด

เราเป็นคนพูดตรง ตอนนี้ก็ยังพูดตรงอยู่ แต่ดีขึ้นหน่อย (หัวเราะ) ต้องใช้เวลาปรับเยอะเหมือนกัน เมื่อก่อนเราคิดเหมือนคนอเมริกัน คิดอะไรก็พูด มันก็เป็นไปตามนั้น แต่อยู่เมืองไทยต้องระมัดระวังหน่อยหนึ่ง (หัวเราะ) เราต้องทำความเข้าใจคนมากขึ้น ต้องคิดถึงใจของคนอื่นมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้ก็คือ การย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ทุกคนคิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่อคนอื่นหรือเปลี่ยนเพื่อเมือง แต่เราคิดว่า เราต้องยอมปรับตัวเพื่อให้เข้ากับคนอื่น ต้องเข้าใจคนที่อยู่ในสถานที่นั้น และเข้าใจตัวเอง บางคนย้ายไปไหนก็ไม่สำเร็จเพราะเขาพยายามให้คนที่อยู่รอบตัวปรับตามเขา

ตอนกลับมาเมืองไทยเราพยายามมีเพื่อนคนไทยอย่างเดียว พยายามคุยภาษาไทยมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยพูดภาษาไทยเท่าไหร่ ก็ต้องบังคับให้พูด กลัวแค่ไหนก็ต้องบังคับตัวเองให้พูด

กลัวพูดผิด

เป็นคนขี้อาย ขนาดภาษาอังกฤษยังไม่ค่อยกล้าคุยเลย ถ้าไม่รู้จักกันจะไม่คุยเลย ภาษาไทยยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ กลัวโดนล้อ ตอนกลับมาต้องปรับตัวเยอะเหมือนกัน วันไหนต้องออกไปเจอคนเยอะๆ คืนก่อนนั้นเราจะนอนไม่ค่อยหลับ พอไปลงพื้นที่คุยกับคนเราก็กลัวเขา เขาก็กลัวเรา ต่างคนต่างกลัว (หัวเราะ) คนที่ไม่รู้จักกันคงสงสัยว่าทำไมคนนี้พูดแล้วสั่น

แก้ปัญหานี้ยังไง

พยายามออกไปคุยกับคน เข้าไปในวัดก็คุยกับรองเจ้าอาวาส พอคุยกับคนเยอะขึ้นก็ดีขึ้น แล้วก็เริ่มเข้าใจคนไทยมากขึ้น

คุยเรื่องอะไรกัน

เรื่องทั่วไป ชีวิตเป็นยังไง เราสนใจวิธีคิดของทุกคน ชอบเข้าใจหลายๆ มุม ชอบคุยเรื่องความรู้สึกที่มีต่อสถานที่ ความรู้สึกต่อประวัติศาสตร์ เราเรียนประวัติศาสตร์ไทยจากการนั่งฟัง จากการลงพื้นที่ไปคุยกับคน ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน อาจจะรู้ไม่ถึงระดับที่ควรจะต้องรู้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ต้องใช้เวลา

 ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

 ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ดีกว่าการอ่านหนังสือไหม

หนังสือก็อ่าน แต่เราเน้นคุยกับคนมากกว่า เพราะวิธีบันทึกประวัติศาสตร์เมื่อก่อนก็คือการพูด ช่วงปีแรกที่มาทำงานที่กรมฯ เขาไปทำงานที่ไหนเราก็จะขอตามไปด้วย ไปฟังอย่างเดียวเลย บางคนถามว่าทำไมไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยสนใจหรือเปล่า ไม่ใช่นะ ถ้ามัวแต่คิดว่าจะพูด เราจะไม่ฟัง ถ้าไม่ฟังก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไร สุดสัปดาห์ถ้าไม่ได้ทำงานเราก็จะออกไปศึกษาประวัติศาสตร์ ไปเดินย่านเก่าในกรุงเทพฯ คนเดียว

ไปที่ไหน

เราเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมที่ได้รางวัล อ่านเรื่องหอไตรของวัดระฆังฯ แล้วอยากเรียนรู้เรื่องนี้ ก็ไปที่วัดเลย เดินตรงไปที่หอไตร เจอคนที่ดูแลหอไตรมา 30 ปี ก็นั่งคุยกันชั่วโมงสองชั่วโมง เขาอธิบายให้ฟังว่าจิตรกรรมฝาผนังหมายความว่าอะไร ซ่อมเมื่อไหร่ ปัญหาในการอนุรักษ์คืออะไร ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่เข้าไปศึกษาเองได้ เราเรียนแบบนี้

ประทับใจที่ไหนเป็นพิเศษ

หลายที่ ตอนไปเมืองกาญจน์ศึกษาเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 มีโอกาสได้คุยกับคนที่คุณปู่ของเขาอยู่ในเหตุการณ์ และคนออสเตรเลียที่อยู่ในเหตุการณ์ มุมมองของเขาไม่เหมือนกันเลย เลยต้องมีการคุยกับคนหลายๆ ฝ่าย ยิ่งเป็นเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 ยิ่งมีหลายมุม

เมืองจันท์เราก็ชอบมาก ไม่ใช่แค่เพราะทุเรียนอร่อย (หัวเราะ) แต่มีชุมชนที่เข้มแข็ง โครงการบ้านหลวงราชไมตรีทำได้ดีมาก เอาตึกเก่ามาพัฒนาเป็นที่พัก ให้คนในชุมชนได้เข้ามาร่วมเป็นเจ้าของ ให้เกียรติเขา ให้งานเขา อาหารเช้าที่เสิร์ฟก็มาจากอาหารในชุมชน คนที่ทำงานในนั้นก็เป็นคนในชุมชน

เขาบันทึก (Documentation) การทำงานไว้ทุกขั้นตอน ถ้าชุมชนจะทำโครงการแบบนี้อีกก็ย้อนกลับไปดูได้ ส่วนของการตีความเพื่อสื่อความหมาย (Interpretation) ในศูนย์การเรียนรู้ก็เอาข้อมูลที่คนทั่วไปอาจจะเข้าถึงยาก มานำเสนอด้วยวิธีที่ง่าย เช่น รูปถ่าย แผนผัง หรืออาร์ตเวิร์ก ดูแล้วเข้าใจได้ทันทีว่าประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงในเมืองนี้คืออะไร คนในชุมชนก็ภูมิใจ

เห็นโครงการแบบนี้แล้วรู้สึกว่ามันเป็นไปได้ แต่ต้องมีส่วนผสมที่ดีมากๆ เป็นเมืองที่ให้โอกาสคน ซึ่งบางทีเราไม่ค่อยนึกถึงคนเท่าไหร่ นึกถึงแต่สิ่งก่อสร้าง ถ้าเราไม่สนใจคน ประวัติศาสตร์ก็จะหยุดนิ่งไปต่อไม่ได้

 ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

การทำงานอนุรักษ์อาคารเก่าต้องสนใจคนในมุมไหน

ตอนนี้คนสนใจแต่การอนุรักษ์สิ่งก่อสร้าง แต่เราดูแลตึกอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องดูแลจิตใจคนด้วย ถ้าเราอนุรักษ์โบราณสถานแห่งหนึ่ง แต่คนที่อยู่รอบพื้นที่นั้นไม่เข้าใจความสำคัญของที่นี่ ไม่เข้าใจว่าความเชื่อของคนยุคที่สร้างคืออะไร ทำไมถึงสร้างแบบนี้ เขาก็จะดูแลไม่ถูก จะไม่เข้าใจว่านี่คือสิ่งที่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องดูแล ถ้าตึกอยู่แต่คนไม่อยู่ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ก็ไม่ไปต่อ

เป็นวิธีคิดที่ใหม่มาก

ใช่ เราสนใจอยากเข้าไปเก็บข้อมูล แล้วเอาข้อมูลนั้นไปสื่อสารให้คนเข้าใจวัฒนธรรมของตัวเอง ให้เห็นว่าประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ศึกษาได้ คุยกันได้ ถ้าทำให้คนเห็นความสำคัญได้ ประวัติศาสตร์ก็จะไปต่อได้

มีตัวอย่างไหนที่น่าสนใจบ้าง

ที่เกาหลีใต้ เมื่อก่อนวัฒนธรรมของเขาเคยถูกทำลายไปหลายครั้ง เขารู้สึกว่าต้องทำงานหนักเพื่อเก็บส่วนที่เหลือเอาไว้ ถ้าไม่รีบมันจะหายไป เด็กรุ่นใหม่จะไม่รู้จักศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมแล้ว ไม่รู้จักวิธีเขียน วิธีทำงานศิลปะ ตอนนี้เขาพยายามรื้อฟื้นทุกอย่างกลับมาเพื่อให้ประวัติศาสตร์ได้ดำเนินต่อเนื่องไป ของแบบนี้ถ้าหายไปแล้วจะรื้อฟื้นกลับมายากมาก บางอย่างที่รื้อฟื้นไม่ได้แล้วก็ต้องเอาวิธีการของประเทศอื่นมาใช้ เขาพยายามเน้นไปที่เรื่องของคน ให้การศึกษากับคน ทำให้คนเข้าใจ

สนใจวังหน้าในมุมไหน

เราสนใจเรื่องการเปลี่ยนแปลง สนใจสิ่งที่คนอาจจะไม่ได้มอง อาจจะเข้าไปไม่ถึง วังหน้าเป็นเรื่องของคน และเป็นสิ่งก่อสร้างหลักช่วงต้นรัตนโกสินทร์ แต่คนอาจจะไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเคยใหญ่โต เคยมีความสำคัญมาก มีการเปลี่ยนแปลงตลอด สำนักของเรามีโครงการศึกษาโบราณคดี มีการขุดค้นเกี่ยวกับวังหน้าโดยตรง ส่วนหนึ่งของสนามหลวงเมื่อก่อนเป็นที่ฝึกรบของวังหน้า ขุดลงไปก็เจอปืนใหญ่ ปืนเก่า ช่วงสร้างพระเมรุก็เจอของเก่า ซึ่งเราปล่อยไว้ งานโบราณคดีไม่ได้ขุดทุกอย่าง เพราะอาจมีผลกระทบได้ เราต้องศึกษาว่าควรขุดขึ้นมาไหม ถ้าไม่จำเป็นก็ปล่อยไว้

เราอยากเอาข้อมูลทั้งหมดที่ทุกคนทำไว้แล้วมาปรับเพื่อเผยแพร่กับคนนอกกรมฯ มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบ้าง เรายังต้องศึกษามากกว่านี้อีกเยอะ ต้องขุดค้น ต้องหาข้อมูลจากเมืองไทยและเมืองนอก เพราะบางทีรูปเก่าก็ไม่ได้อยู่แค่ในประเทศไทย ต้องใช้เวลา เราไม่อยากรอให้ได้ข้อมูลครบร้อยเปอร์เซ็นต์ค่อยเผยแพร่ ไม่อย่างนั้นคงต้องรอกันเป็นสิบปี

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ทำไมถึงชวน The Cloud ทำกิจกรรม Walk with The Cloud เรื่องวังหน้า

โครงการเฟสนี้มีนิทรรศการที่หอศิลป์กรุงเทพฯ เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ สิ่งที่หายไปแล้วแต่อยากให้คนนึกถึง The Cloud เคยพาคนไปเดินพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมาแล้ว แต่โครงการนี้ไม่เหมือนกัน เพราะจะเล่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ ตอนเดินอาจจะยากหน่อย เพราะจะเน้นในสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา การเดินครั้งนี้จะทำให้รู้ว่าวังหน้าใหญ่แค่ไหน สำคัญระดับไหน ทำไมถึงมีการเปลี่ยนแปลง เราจะพูดถึงช่วงต้นรัตนโกสินทร์บ้างเพื่อให้เข้าใจภาพรวม แต่จะเน้นช่วงรัชกาลที่ 4 และ 5

จะไม่เหมือนการบรรยายในห้องเรียนใช่ไหม

ไม่เหมือน เป็นการคุยกันของวิทยากรแบบไม่มีผิด ไม่มีถูก เราจะคุยกันเรื่องการเปลี่ยนแปลงโดยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ อาจารย์พรธรรม ธรรมวิมล เป็นสถาปนิกที่เชี่ยวชาญเรื่องผังเมือง จะเล่าว่าทำไมยุคเก่าถึงตั้งวังหน้าแบบนี้ อาจารย์พีรศรี โพวาทอง เน้นเรื่องสถาปัตยกรรมโดยตรง อาจารย์สันติ เล็กสุขุม เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องจิตรกรรมฝาผนัง เราคุยกับอาจารย์สันติแล้วถูกใจมาก เพราะเป็นคนที่เข้าใจว่าประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ไม่มีวันถูกต้อง มันเปลี่ยนแปลงตลอด มีการขุดค้นได้ข้อมูลใหม่ เราต้องเอาข้อมูลนั้นเข้าไปถึงคน ให้คนเริ่มตั้งคำถาม ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ เราก็คุยกันใหม่ได้เลย

งาน ‘วังน่านิมิต’ ครั้งนี้คุณใหม่ลงมือทำด้วยตัวเองเยอะมาก

มันเป็นโปรเจกต์ใหญ่ชิ้นแรกที่เราสนใจ ทุ่มเทมาก ลงมือทำเยอะ เพราะเราอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อจะได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ในทุกด้าน เราเป็นทั้ง Project Director และ Project Manager ต้องเข้าไปหาและประสานงานคนด้วยตัวเอง ต้องขอความช่วยเหลือจากคน ทริปนี้เราเป็นคนจัดเส้นทางการเดิน เป็นคนนำประเด็นพูดคุยว่าจะไปทางไหน ถ้าเป็นหัวหน้างานแล้วไม่ได้ลงไปเอง อยู่ในห้องอย่างเดียวก็คุมทุกอย่างไม่ได้ จะเป็นปัญหาพอสมควร

เวลาเจอปัญหาจัดการยังไง

เราไม่เคยทำโครงการแบบนี้มาก่อน รู้แค่เราอยากทำแบบนี้ เป้าหมายคือแบบนี้ การทำงานที่ใหญ่ขนาดนี้อาจจะมีบางส่วนที่ทำให้บางคนไม่พอใจบ้าง เราอาจจะไม่ได้ทำถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำผิดพลาดบ้าง ถ้ามัวแต่กลุ้มใจว่าทำไมถึงผิดพลาด ก็จะอยู่กับที่ไม่มีอะไรดีขึ้น เราต้องยอมรับก่อนว่าถ้าเข้าไปทำงานด้านที่เราไม่เคยทำมาก่อน ต้องกล้าทำ ถ้าทำผิดก็ต้องกล้ายอมรับ ต้องฟังคนอื่นว่าทำไมคุณถึงทำผิด คราวหน้าจะได้ไม่ทำแบบนี้อีก การยอมรับว่าทำผิดเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเอง

เวลาทำผิดมีคนกล้าเตือนไหม

เราอยากให้คนเตือนนะ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ก็จะมีผู้ใหญ่คอยเตือนว่าคราวหน้าคุณใหม่ลองทำแบบนี้ก็ได้นะ อาจจะดีกว่า

เวลามีปัญหาคุณใหม่ปรึกษาใคร

คุยกับทุกคนนะ เวลาเหนื่อยๆ นี่ระบายกับทุกคนเลย (หัวเราะ) คำแนะนำที่เราได้มาคือ ถ้านี่คือสถานการณ์ที่แย่ที่สุดแล้วก็ถือว่าโชคดี เพราะบางอย่างอาจจะยากกว่านี้อีกเยอะเลย ถ้าเหตุการณ์ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป อย่าบ่น (หัวเราะ)

วันที่ไปเดินสำรวจเส้นทางอากาศร้อนอบอ้าวมากและต้องเดินไกลมาก คุณใหม่ก็เดินไปพร้อมทีมงาน ร่มก็ไม่กาง ปกติคุณใหม่ใช้ชีวิตแบบนี้หรือ

ก็เป็นแบบนี้มาตลอด ตอนอยู่อเมริกาเราก็อยู่คนเดียวแบบคนธรรมดา ตอนนี้ก็ธรรมดา (หัวเราะ) ตอนกลับมาก็ตกใจเหมือนกัน ต้องปรับตัว เพราะเราไม่ชินที่มีคนตามเยอะๆ เราเป็นคนง่ายๆ ชอบความร้อนอยู่แล้ว เลยไม่ได้คิดถึงเรื่องร้อน

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ไม่กลัวดำ

ตัวดำอยู่แล้ว ไม่เป็นไร (หัวเราะ)

คุณใหม่ชอบเที่ยว

เที่ยวเยอะเลย (หัวเราะ)

สงกรานต์ที่ผ่านมาไปทำอะไรที่เอธิโอเปีย

มีหลายคนสงสัยเหมือนกัน (หัวเราะ) เราอยากไปที่นี่มาก เพราะได้ฟังคนเล่า เห็นรูปถ่าย และฟังพอดแคสต์เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ในเอธิโอเปีย เอธิโอเปียเป็นประเทศที่มีภาษาของตัวเองซึ่งเก่าแก่มากๆ ทางตอนเหนือเป็นที่ตั้งของจักรวรรดิอัคซูไมท์ตั้งแต่ก่อนคริสตกาล เป็นจักรวรรดิสำคัญแห่งแรกที่นับถือศาสนาคริสต์ ที่นี่เลยมีประวัติศาสตร์สำคัญที่เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ ศาสนาคริสต์ในแอฟริกาถือว่าพระเยซูเป็นทั้งมนุษย์และพระเจ้า แต่ศาสนาคริสต์ในเอธิโอเปียไม่เหมือนที่อื่น เพราะถือว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าอย่างเดียว เลยมีความพิเศษและเก่าแก่มาก

หาคนไปด้วยยากไหม

เราไปกัน 2 คนกับเพื่อนสนิท เขาเป็นคนอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น ครอบครัวเขาอยู่อเมริกามาร้อยปีแล้ว เป็นเพื่อนผู้หญิงที่เราเดินทางด้วยตลอด ไปเที่ยวอาร์เจนตินาด้วยกันเดือนหนึ่ง พม่า ตุรกี เปรู ทุก 3 ปีเราจะไปเที่ยวด้วยกัน เขาจะแต่งงานเดือนกรกฎาคมนี้ เราเลยบอกว่านี่เป็นทริปสละโสดของเธอ (หัวเราะ) แฟนเขาขอไปด้วย เราก็บอกว่าไม่ได้ นี่เป็นทริปของสองสาวเท่านั้น เราก็ไปเที่ยวกันแบบลุยเลย

ไปลุยที่ไหนกันบ้าง

ทางตอนเหนือมีโบสถ์เก่าที่สร้างในช่วงต้นคริสตกาล เก่ากว่าโบถส์ลาลีเบลาที่ขุดอยู่ใต้ดินที่ดังๆ อีก เราต้องเดินประมาณชั่วโมงหนึ่ง แล้วก็ปีนเขาขึ้นไปแบบใช้อุปกรณ์ปีนเขา มีเชือกผูกเอว เพราะโบสถ์อยู่บนเขา ภาพเขียนเก่าบนเพดานโบสถ์สภาพดีมาก เพราะคนไม่ค่อยเข้าไปถึง แดดก็ไม่ค่อยโดน อากาศก็แห้ง ไม่ชื้นเหมือนเมืองไทย วันนั้นเราเดินไป 28 กิโลเมตร มันมาก ปีนเขา ดูบ้านเก่า แล้วก็พักที่บ้านดินในชุมชน เหมือนที่ชาวบ้านเขาอยู่กัน ไม่มีเครื่องทำความร้อน หนาวมาก ห้องน้ำก็ต้องออกมาเข้าข้างนอก เป็นแบบขุดหลุม

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ชอบเที่ยวแบบนี้

ใช่ เราชอบความสบายนะ แต่ถ้าจะไปประเทศอื่นเราก็อยากเข้าใจวัฒนธรรมของเขา เราไม่อยากไปทำสิ่งที่ทำที่เมืองไทยก็ได้ เราอยากเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ช้อปปิ้งก็ทำได้นะ แต่อาจจะแค่วันสองวัน ส่วนใหญ่เราชอบออกไปเที่ยว ไปเดินเขา ชอบลุยมากกว่า

มีทริปแปลกๆ อีกไหม

ก็มีเยอะนะ เราเคยไปพม่าตอนที่เปิดประเทศใหม่ๆ ตอนนั้นไม่มีใครไปเลย ผู้หญิง 2 คนไปเที่ยวพุกามกัน เช่าจักรยานวันละ 6 เหรียญฯ (200 บาท) ปั่นไปเรื่อยๆ ไปดูเจดีย์ กินอาหารริมน้ำกัน อาร์เจนตินาก็เป็นเมืองที่สนุก ตอนนั้นไปแบบไม่แพงเท่าไหร่ ที่พักคืนละ 11 เหรียญ (380 บาท) ไปขึ้นเขากัน

เคยไปเที่ยวคนเดียวไหม

เคยไปเมืองจีนคนเดียว เราอยากไปดูแพนด้าที่เฉิงตูมาก ขี้เกียจชวนใคร บังเอิญมีเพื่อนของเพื่อนสนิทอยู่ที่นั่น เป็นคนจีน เขาอยากฝึกภาษาอังกฤษ เลยขอพาเราเที่ยว พาไปดูแพนด้า ไปดูพระพุทธรูปใหญ่ เป็นเมืองที่อาหารอร่อย สนุกดี แพนด้าก็น่ารักดี แต่มันดูขี้เกียจหน่อยหนึ่ง (หัวเราะ) โอมานเป็นอีกที่ที่ชอบ ไปคนเดียวเหมือนกัน สวยมาก มีอะไรแปลกๆ เยอะ มีภูเขาที่เป็นเหมือนแกรนด์แคนยอนของเขา ช่วงนั้นเป็นช่วงกุหลาบบาน ตอนปีนเขาจะได้กลิ่นกุหลาบทั่วไปหมด อีกที่ชื่อทะเลสาบวาดิ ถ้าจะไปถ้ำต้องปีนเขาแล้วว่ายน้ำไป คนแถวน้ันชอบมาเมืองไทย พอรู้ว่าเป็นคนไทยเขาจะดีใจมาก เป็นประเทศที่เราชอบมาก

ทำไมถึงชอบถ่ายรูปด้วยเลนส์เก่า

เราไม่ได้เป็นช่างภาพนะ แต่เราชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็กๆ หลายคนบอกว่ามุมมองของเราดี น่าจะจัดแสดงภาพถ่ายนะ เราใช้เลนส์เก่าเพราะเป็นคนประหยัด (หัวเราะ) ตอนเริ่มถ่ายรูปเราก็ซื้อกล้อง Mirrorless มา ตอนนั้นเลนส์แพงมากเลย เราเข้าไปดูในอีเบย์ว่าซื้อเลนส์อะไรได้บ้าง ก็ไปเจอคนซ่อมกล้องคนหนึ่งอายุ 70 แล้วมั้ง เขาแนะนำว่าลองใช้เลนส์แบบนี้ๆ นะ เลยเริ่มจากตรงนั้น พอเป็นเพื่อนกับเขา เขาก็สอนเราว่าต้องถ่ายแบบนี้ เราใช้เลนส์เก่าแบบโฟกัสด้วยมือ ก่อนถ่ายต้องคิดเยอะขึ้น ต้องคิดว่ามันโฟกัสหรือเปล่า ไม่ใช่ถ่ายไปเรื่อยๆ เพราะลบได้ เราชอบตรงที่ได้คิด หลังจากนั้นก็ติดเลย เคยซื้อเลนส์ที่เป็นโฟกัสอัตโนมัติมาใช้เหมือนกัน แต่ไม่นานก็ต้องย้อนกลับไปใช้เลนส์เก่า เพราะมันมีเอกลักษณ์ของมัน การเอาเลนส์เก่ามาใช้กับกล้องใหม่มันไม่ลงตัวร้อยเปอร์เซ็นต์ต้องใช้ตัวแปลง มันจะมีส่วนที่เป็นเงาๆ บ้าง เราชอบตรงนี้แหละ

เพื่อนบางคนบอกว่าเขาไม่มีเงินซื้อกล้องแพงๆ เราว่ามันไม่ได้ขึ้นกับกล้อง แต่ขึ้นกับตาของคน บางคนถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือมุมมองของเขาก็ยังสวย เหมือนเขาเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

เวลาไปเที่ยวชอบถ่ายอะไร

ตอนเด็กๆ คนล้อว่าเราไม่ชอบถ่ายคน ชอบถ่ายธรรมชาติ ถ้ามีคนยืนอยู่ในรูป เราจะบอกให้เขาออกไป (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ชอบถ่ายรูปคน ชอบโมเมนต์ของคน บางทีเราก็ไม่ค่อยกล้าถ่าย อย่างที่นิวยอร์กคนเขาถือ แต่คนพม่าไม่ถือ ชอบให้ถ่ายรูป ก็ง่ายเลย

สายสิญจน์ที่ข้อมือสำคัญกับคุณใหม่ยังไง

หลายคนคิดว่าศาสนาพุทธคือการไปวัดแล้วขอพร สายสิญจน์แบบนี้อาจจะเอาไว้ขอให้ได้แฟนหรือขอให้สอบได้ แต่สำหรับเราศาสนาพุทธไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่ได้สอนว่าขอแล้วจะได้ แต่สอนให้มีสติ สายสิญจน์คือสิ่งที่ทำให้เรามีสติอยู่กับตัว เส้นหนึ่งเราได้มาจากวัดที่เชียงใหม่ อีกเส้นได้มาจากวัดอรุณฯ ตอนที่พาเพื่อนชาวต่างชาติไปคุยกับรองเจ้าอาวาสเรื่องศาสนา ประวัติศาสตร์ การอนุรักษ์ อีกเส้นซื้อมาจากวัดพูที่ลาวตอนไปเที่ยวกับเพื่อน เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและการเดินทาง เรามีสายสิญจน์แบบนี้เยอะเหมือนกัน

ชอบตัวละครไหนในซีรีส์ Game of Thrones ที่สุด

Arya Stark เขาเป็นผู้หญิงที่มั่นใจและกล้า ไม่กลัวอะไรเลย ซื่อสัตย์ ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องครอบครัว เพื่อคนที่เขารัก ถ้าเขารักใครเขาจะไม่ท้ิงไป เราชอบนิสัยเขา เขาเป็นคนที่เท่

เป็นท่านหญิงที่ไม่เหมือนท่านหญิงเท่าไหร่ ดูลุยๆ อินดี้ๆ เหมือนคุณใหม่ไหม

เราก็ไม่เคยฆ่าคนนะ (หัวเราะ) เขาเป็นคนที่สนุก จริงจัง จริงใจ นิสัยอาจจะคล้ายกัน เราก็เลยชอบเขา เรื่องนี้สนุกจริงๆ ดูแล้วติดเลย

มีครั้งหนึ่งที่คุณใหม่เคยสั่งกาแฟแล้วพนักงานถามว่าชื่ออะไร รู้สึกยังไงบ้างเวลาที่คนไม่รู้จัก

ก็ไม่รู้สึกอะไร (หัวเราะ) เราชอบความเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว คนไม่รู้จักก็ดีเหมือนกัน จะได้มีอิสระหน่อยหนึ่ง เราใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกตลอด เพิ่งกลับมา อาจจะไม่มีข่าวให้คนรู้จัก ก็ไม่ได้หวังจะให้คนรู้จักนะ ไม่รู้จักก็ไม่เป็นไร เราไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ

หลังจากนั้นสักพักก็มีคนเดินมาที่โต๊ะเพื่อขอถ่ายรูป เขาบอกว่าเป็นแฟนคลับคุณใหม่ ตอนนั้นรู้สึกยังไงบ้าง

ก็ตกใจ ถ้ามีคนรู้จักเราจะตกใจกว่าคนไม่รู้จัก เพราะเราไม่ได้เป็นคนดัง ก็จะตกใจ อาย หน้าก็จะแดงขึ้น (หัวเราะ) แต่ถ่ายรูปได้นะ ไม่ได้คิดอะไร ให้คุยกันก็คุยได้ ไม่มีปัญหา

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Cloud of Thoughts

บทสัมภาษณ์ขนาดยาวว่าด้วยเรื่องราวชีวิตและความคิดอันมีพลัง

“ไอ้ห่า! กูขี่ของกูมาตั้งนานแล้ว พวกมึงไม่รู้กันเองแล้วมาบอกว่า กูเพิ่งขี่!”

เสียงดัง ฟังชัด และจัดจ้าน

แม้ชายผู้เป็นดั่งมาสคอตของเชียงรายจะพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ใครต่อใครที่ได้ยินคงแอบเปรียบเปรยว่าเหมือนเขาพูดออกลำโพง

อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ตัวจริงเสียงจริงนั่งอยู่ตรงนี้ หลบหลังม่านไวนิลที่ทีมงานเลื่อนมากั้นเพื่อสร้างห้องส่วนตัวชั่วคราว แต่ถึงแม้ม่านจะใหญ่เพียงไหน ก็ไม่อาจบดบังรัศมีและคิวแฟนคลับที่มานั่งรอได้

จำไม่ได้แล้วว่าคำถามแรกคืออะไร เพราะแค่เพียงเริ่มประโยคด้วยคำว่า ‘มอเตอร์ไซค์’ หลังจากนั้นความรัก ความหลงใหล ก็หลั่งไหลออกมาให้ฟังเป็นมหากาพย์อย่างน่ายินดี

ต่อจากนี้ โปรดจินตนาการถึงบรรยากาศเชียงรายช่วงเหมันต์ ขุนเขาสูงชันโอบล้อมด้วยก้อนเมฆสีขาว หมอกคลานต่ำเสมือนห่มผืนนาบนยอดดอย อุณหภูมิลดลงจนปลายจมูกเย็นชื้น ลมโชยชวนชมทิวทัศน์กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

ท่ามกลางภาพนั้น…

อาจารย์เฉลิมชัยพุ่งทะยาน บิดรถเครื่องมากับหมู่เพื่อนในชุดเซฟตี้ สวมเกราะหนาและม้าเหล็กคู่ใจ เจียงฮายในบทความนี้ยังงามเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความร้อนแรงของนักซิ่งที่แก่แค่วัย แต่ใจเกินร้อย! 

จงนึกถึงสุรเสียงของชายคนนี้ให้ดี

“มันคือจิตวิญญาณณณณณณณ!!!”

กูขี่ด้วยจิตวิญญาณ! อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินเชียงรายผู้ขอตายบนหลังมอเตอร์ไซค์
กิโลเมตรแรก

บิดมาตั้งแต่น้อย

คนกำลังตื่นเต้นที่เห็นอาจารย์ขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก

คนเข้าใจผิดว่าเพิ่งมาหัดขี่มอเตอร์ไซค์ จริง ๆ พี่ขโมยรถญาติไปขี่ตั้งแต่เด็กแล้ว จนเตี่ยมีเป็นของตัวเอง พี่ก็ขโมยไปขี่ จักรยานก็ชอบนะ ปั่นตั้งแต่ในเมืองไปเชียงแสน ออกจากโรงเรียน 4 โมง ปั่นไปถึงแม่สายตี 2 ตี 3 มืดสนิท ไม่มีไฟ ถนนก็ไม่ดี

พอมีรถเครื่องทีนี้ซิ่งไปเลย! 

เรียน มศ.3 ปีสุดท้ายที่เชียงรายก็มีแก๊งแล้ว วัยรุ่นซิ่งในเมือง คนมองว่าน่ารำคาญสุด ๆ เป็นเด็กเกเร ผาดโผน แถมยังทำท่าแปลก ๆ ยืนบนหลังมอเตอร์ไซค์บ้าง 

ทำมาหมด!

จากที่ลักรถคนอื่นขี่ นานไหมกว่าจะมีเป็นของตัวเอง

ตอนเรียนเพาะช่าง อยู่กรุงเทพฯ มันไม่มีมอเตอร์ไซค์ พอไปเข้าศิลปากร ประมาณปี 3 น้องชายเสือกมี Enduro! (มอเตอร์ไซค์วิบาก) กูเลยยืมของมันขี่ไปพัทยา บางแสน ตกปลาแถวอยุธยา ขี่แม่งไปหมด

เรียนจบถึงได้ซื้อคันแรกของตัวเอง Honda 100cc ตัวเมีย เรียกมันว่า ‘อีแก่’ พากันไปงานแสดงทุกที่ จากบ้านเช่า ซื้อบ้านแล้วอีแก่ก็ยังอยู่ หลังจากนั้นไปถอย Yamaha Virago เป็นชอปเปอร์ เอ้อ! ค่อยมีสกุลรุนชาติหน่อย! นี่คือรถในดวงใจ มีเงินแล้วกูก็ได้ซื้อจริง ๆ

สร้างวัดแล้วซื้อ Enduro เพิ่มอีก 3 – 4 คัน ขึ้นดอยอย่างเดียว Virago อยู่คู่กันจนได้มอบให้ลูกศิษย์ สิ่งที่ตามมาคือ Chopper Harley-Davidson แหม่! ใฝ่ฝัน! (ยิ้มหวาน) 

หลังจากนั้นก็เริ่มใช้รถดีที่สุด แพงที่สุด ซื้อ Husqvarna Motorcycles มา

สรุปแล้วไม่มีใครชวนเฉลิมชัยขี่ เพราะเฉลิมชัยขี่เองอยู่แล้ว

แล้วก็ซื้อรถให้ลูกศิษย์ลูกหาติดตามเราขึ้นดอยด้วย ไปกันเป็นฝูง

ตัวพ่อของจริงเลย แต่กว่าจะได้มาซิ่งตามฝันแบบนี้มีอะไรมาขัดขวางบ้างไหม

ช่วงอายุ 55 – 60 งานใหญ่งานโตยุ่งมากจนต้องเลิกขี่ระยะหนึ่ง เลยตั้งใจว่า แม่ง! เดี๋ยวกูอายุ 65 กูจะไม่สนใจห่าอะไรทั้งนั้น กูจะขี่มอเตอร์ไซค์แม่งอย่างเดียว

ถึง 60 ก็ฟื้นมอเตอร์ไซค์ วางมือจากงาน ซื้อรถใหม่หมด กลายเป็นโต้โผใหญ่ของวงการ Enduro ทางภาคเหนือ 

เชียงรายถือว่าเป็นที่ที่นักขี่ Enduro อยากมามาก เพราะภูเขาเราเยอะ เรามีแก๊งวิบากเยอะที่สุด แข่งกันปีหนึ่ง 3 – 4 ครั้ง

เขารู้กันทั้งภาค มีแต่พวกที่อยู่ไกลที่ไม่รู้เรื่องว่า เราเป็นตาแก่คนเก่งที่ขี่วิบากขึ้นดอยได้คนเดียว

สมัยก่อนคนขี่ขึ้นดอยเด็กกว่ากู อายุ 62 – 63 หลัง ๆ มาเหลือกูคนเดียว

พวกมันไม่เอา ลูกไม่ให้ขี่ เมียไม่ให้ขี่ ข้ออ้างคือความแก่!

แต่เรายังไฟแล่บอยู่

กูขี่ด้วยจิตวิญญาณ! อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินเชียงรายผู้ขอตายบนหลังมอเตอร์ไซค์

แล้วพอตื่นเช้ามาได้อายุ 65 จริง ๆ อาจารย์รู้สึกอย่างไร

โอ้! ไอ้ห่า! โอกาสของกูมาแล้ว! แต่ก่อนเขียนภาพเป็นเดือนเพื่อให้รูปดี มีคนชื่นชม อยากได้ เขียนรูปใหญ่เพื่ออวดเขา เอาชนะศิลปินคนอื่นบ้างเพื่อศักดิ์ศรี แต่ตอนนี้หมดยุคขี้อวด กูขอเขียนที่อยากเขียนจริง ๆ 

ตอนนี้ 68 ได้ขี่ดั่งใจตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ขี่หนักจนจะหมดประเทศ ขี่จนนับกิโลไม่ได้

ประเทศนี้เสร็จกูแล้ว! ป่าก็เสร็จ! ภูเขาก็เสร็จ! ทะเลก็เสร็จ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ

ตอนที่คนอื่นเตือนว่าแก่แล้วอย่าซ่า เฉลิมชัยคิดอย่างไร

พวกมึงหารู้ไม่! กูนี่ทักษะสูง ขี่มาทั้งชีวิต คนขี่ Enduro ด้วยกันถึงรู้ว่ากูขึ้น Stage 1 สูงสุดของการขี่วิบากได้สบาย ๆ ขณะที่คนทั่วไปไม่มีทาง

ทางเรียบก็ขี่ได้ไกล จากเชียงรายมากรุงเทพฯ คนเดียว ออกประมาณ 6 โมงเช้า มาถึงบ่าย 3 โมง ทุกคนบอกมึงแน่ฉิบหายอาจารย์

ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ที่ว่า ตาแก่คนหนึ่งดัดจริตมาขี่ตอนแก่ พ่อมึงสิ! แม่งโง่เกินไปแล้ว ใครจะไปขี่ ไอ้ห่า! แต่นี่ประวัติเขายิ่งใหญ่ ของจริง! เขาขี่ขึ้นดอยผาตั้ง ภูชี้ฟ้า ไม่รู้กี่ร้อยเที่ยว ขี่ไปแม่ฮ่องสอนพันกว่าโค้ง!

ที่ไหนในแผ่นดินที่บอกว่าทางยาก มา! มึงมาให้หมด!

กูขี่ด้วยจิตวิญญาณ! อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินเชียงรายผู้ขอตายบนหลังมอเตอร์ไซค์
กิโลเมตรที่นับไม่ได้

อ้ายเฉลิมชัยไปไหนมาบ้าง

ตั้งแต่ขี่มา อาจารย์ชอบที่ไหนเป็นพิเศษไหม

ทุกที่สวยหมด เพราะเป็นคนชอบป่า ชอบมองไกล ไปยืนอยู่บนดอยจั๊กก่า เป็นส่วนที่สูงที่สุดหลังดอยช้าง แต่เดี๋ยวนี้เสือกมีทางให้รถปิ๊กอัพขึ้นได้ แต่ขึ้นยังไงก็ไม่ถึง ต้องเดิน แล้วมันมีทางของมอเตอร์ไซค์ที่โคตรหฤโหด ปราบเซียนมาเยอะ ถ้าใครขึ้นได้ด้วยทางวิบากคนนั้นเก่งสุด

กูไปอยู่บนหลังดอยจั๊กก่า วิวแม่งสวยฉิบหาย! มองไปสองข้างเป็นเหว แล้วมีหัวกิ้งก่า คนที่แน่ที่สุดคือคนที่ขี่ไปที่หัวของมัน

กูผ่านมาแล้ววววววว!!!

หัวมันใหญ่กว่าโต๊ะนิดเดียว จอดจึ๊ก เอาขาตั้งลง กูต้องฝึกกลับรถเองในที่แคบ เอียงรถ แล้วหมุน ไอ้เหี้ย! กูหมุนรถครั้งเดียวต้องผ่าน ไม่งั้นตกไปตาย! สยิวกิ้วมาก 

ลูกชอบขี่มอเตอร์ไซค์ก็เลยไปด้วยกัน วันนั้นกูตะโกนบอก ลูกอย่ามาาาาาาา!!!

ทุกคนบอกว่า อาจารย์อย่าไป อย่าไปเหี้ยอะไร กูพุ่งมาแล้ว! กูคนที่ 2 คนแรกมันไปแล้ว ทุกคนรออยู่ข้างบน กูลงไป 2 คน อ๊ากกกกกกก!!! พวกมึงทิ้งกูแบบนั้นเลย

คนแรกไปถึงเบรกเอี๊ยด! กูจะหยุดได้ยังไง จำเป็นอย่างยิ่ง ต้องไป พวกนั้นไม่มาสักตัว ไอ้เหี้ย!

ถอยหลังก็ไม่ได้ อายเขา แต่กูก็ปราบมันจนได้

อย่างนี้จะมีใครไปตามรอยอาจารย์ได้บ้างไหม

ไม่ไหว ต้องถามว่าขี่ได้ Stage ไหน ถ้ามืออาชีพก็ไปได้ แต่ถ้าแค่ขี่ไปตลาด มันโหดเกินไป ร่างกายไม่แข็งแรง ความชอบมันก็ต้องชอบเป็นหัวจิตหัวใจ ถ้าไปตามถนนแบบรถปิ๊กอัพไปได้ อันนี้เขาเรียกวิบากเด็ก ไร้สาระ!

เราไปทางที่ประชาชนเดินไปไร่ เข้าป่าหาเห็ด ทางเดินตามไหล่เขา ต้องแบบนี้ ข้าง ๆ เป็นเหว เร้าใจ! ลงน้ำ ลุยห้วย ล้มบ้างก็สนุกกันไป

แล้วถ้าคนที่ตามมา เขาไปต่อกับเราไม่ได้จะทำอย่างไร

ให้มันรอ จะขี่ท่องเที่ยวต้องเป็นคนเก่งด้วยกัน เรามีคนขี่วิบากทั้งหมด 20 กว่าคน บางทีเราไปเป็นฝูง ในนั้นมีคนขี่ได้ตั้งแต่ Stage 1 – 3 พอไปถึงกลางดอย ถ้ากูจะขึ้น Stage 2 กูจะดูว่าใครไม่ได้ไปต่อ ไอ้นี่อย่าไป มึงอย่าไป มึงไม่ไหว กูจะไป Stage 1 มึงอยู่ตรงนี้พอ เรารู้ความสามารถคนและต้องบอก

ทางเรียบก็เหมือนกัน บางคนขี่ได้ 30 กิโลก็เหนื่อยแล้ว เดี๋ยวจอดเยี่ยว เดี๋ยวจอดแดก แล้วกูจะสนุกได้ยังไง คนที่ขี่ทางเรียบต้อง 200 กิโลพัก อย่างกูเนี่ยเป็นเรื่องปกติ น้ำมันใกล้หมดค่อยเติม มึงขี่ไม่ได้อย่ามาเลย

กูขี่ด้วยจิตวิญญาณ! อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินเชียงรายผู้ขอตายบนหลังมอเตอร์ไซค์

มีสถานที่ไหนที่จะไม่มีวันได้เห็น หากไม่ได้อยู่บนหลังมอเตอร์ไซค์ไหม

เยอะแยะ แต่เราไม่สามารถรู้จักชื่อได้เลย เพราะมันคือในป่า ไม่รู้ที่ไหน ไม่มีป้ายหมู่บ้าน ต้องไปแบบนั้นถึงจะสวย ทางเขามีให้ แต่กูไม่ไป กูตัดผ่าป่าแม่ง

เชียงรายเนี่ยงามขนาดนะ ยังมีที่ที่คนธรรมดาไม่เห็นอีกเยอะ หลังดอยช้าง ภูชี้ฟ้า ผาตั้ง ไม่เหลืออะไรสักอย่าง ผาฮี้ก็ธรรมดา ไม่ได้ตื่นเต้น มีภูเขาที่อยู่จากเชียงรายไปเชียงดาวเท่านั้นที่เราไปกัน

บางทีไปโผล่หมู่บ้านไกลปืนเที่ยง ชาวบ้านเขางงไหมว่า พวกเอ็งมากันได้ยังไง

ประจำ วันนั้นขี่ขึ้นไปบนดอย ลืมดูน้ำมันของลูกศิษย์ ฉิบหายละไอ้เหี้ยเอ๊ย น้ำมันหมด! มองไปเห็นหมู่บ้านหนึ่งอยู่ไกลลิบ คิดกันว่าไปแม่งที่นั่นแหละ ไปขอน้ำมัน

พอถึงก็เจอน้ำมันปั๊มหลอดในบ้านคนมีตังค์ในป่า คนเติมน้ำมันเป็นคนแก่ เขาถามว่าไปไหนกันมา ตอนนั้นพวกเราใส่หมวกกันน็อกอยู่ แกก็บอกว่า แต่ก่อนลุงขี่หนักเลย เพิ่งเลิกไปเมื่อปีก่อน เราหันไปมอง ไอ้ห่า! แกมี Honda 250 วิบากจอดอยู่ มันก็เล่าเลยว่าสมัยก่อนขี่หนัก แต่ตอนนี้เมียกับลูกไม่ให้ขี่ เพราะอายุ 60 แล้ว พวกเอ็งหนุ่ม ๆ ขี่ไปเถอะยังแข็งแรง มันก็เติมน้ำมันไปพูดไป

ลูกศิษย์บอก ลุง ๆ คนนั้นที่ลุงกำลังจะเติมน้ำมันให้ เขาอายุ 68 แล้วนะ ลุงบอกว่า อย่าพูดเลอะเทอะ! กู 60 ยังจะไม่ไหว มึง 68 จะขี่ได้ยังไง!

พอกันที กูทนมาพอแล้ว เปิดหมวกมา มันตกใจเรียก อาจารย์!

กูบอก 68 ขี่ได้โว้ย! ไอ้ห่า! ไปเจื้อเมียยะหยัง (ไปเชื่อเมียทำไม) มันก็ครับ ๆ เดี๋ยวผมจะไปขี่แล้ว หนอยแหนะ! มันหาว่ากูขี่ไม่ได้

มีอีกเรื่อง วันนั้นไปกินกาแฟร้านหรูอยู่บนดอยที่เราชอบไป เลี้ยวรถเข้าร้าน ป้าที่ขายผลไม้แกเห็นคนเยอะก็รีบหาบของมาขาย

เราเข้าไปนั่ง ถอดหมวก ป้าแกก็อุทาน ปั๊ดโถ่! ธัมโม สังโฆ ปิ้ว ๆ ๆ มา นึกว่าวัยรุ่น ตี่แต้คนเฮาตึงนั่น ขายบ่ออกแล้วกำนี่ (ที่แท้คนกันเองทั้งนั้น ขายของไม่ได้แล้วสิเนี่ย)

เราบอก ป้าจะไปไหน มานี่! ซื้อหมดเลย ๆ เหมา!

นี่แหละชีวิต นี่คือความสุข ถ้าเป็นตาแก่อยู่บ้านไม่มีหรอกชีวิตแบบนี้

ขี่มาตั้งนานเคยเจออุบัติเหตุไหม

ประจำ! เคยล้มสลบไปแป๊บหนึ่ง จำไม่ได้ว่าที่ไหน คิดว่าริมฝั่งแม่น้ำกก ด้านไปทางผาลั้งลงไปข้างล่าง เราเสือกตีโค้งลงมาจากดอยเร็วมาก แล้วทางแคบ มีน้ำไหล หลุมเยอะ

เห็นเลย! ฉิบหายแล้วกู! ซ้ายไปไม่ได้ ขวาก็ไม่ได้ แต่ต้องตัดสินใจเอาขวาที่เสือกมีน้ำ

ตู้มมมมมมม!!! รถแม่งปลิวไปที่หนึ่ง ตัวไปอีกที่หนึ่ง

เอ๊ย! ไม่ใช่สิ… รถทับขากูอยู่เนี่ยแหละ รถกับขากูไปด้วยกัน ตัวฟาดกับพื้น รถลากขาไป เงียบไปพักหนึ่ง อีกพวกยังมาไม่ทัน เพราะเราขี่เร็วมากเป็นทัพหน้า มันต้องทิ้งห่างกันไม่งั้นจะอันตราย

1 – 2 นาที เขาถึงโผล่มา เห็นเรานอนอยู่ เราลืมตาขึ้นมาลองขยับขาดู เออ เจ็บวุ้ย อีเหี้ย! นอนนิ่งให้เขาเอารถออก จับขาตัวเองถอดรองเท้าดู โอ้โห! เจ็บแต่ไม่มีสิทธิ์เจ็บ

วิบากแม่งห้ามเจ็บ เพราะต้องไปอีกไกลฉิบหาย รถทิ้งไม่ได้ เพราะไม่มีใครขี่ให้มึง ต้องขี่กลับออกมาถนนใหญ่เอง

เจ็บก็เจ็บ ทุกคนถามว่าอาจารย์ไหวไหม กูบอกว่า กูไหว แต่เอากูขึ้นรถก่อน มึนเพราะหัวฟาด ขนาดใส่เกราะก็เจ็บตัว แล้ววันนั้นเสือกอยากลองรถใหม่ รถไม่คุ้นเคย รถเล็กด้วยกำลังไม่พอ ประมาทไม่ใส่รองเท้าวิบาก เสือกใส่รองเท้าธรรมดา ตั้งแต่นั้นกูบอกตัวเองจะไม่ทำอีกแล้ว 

จะไม่ขี่วิบากอีกแล้ว

จะไม่ใส่รองเท้าธรรมดาอีกแล้ว กูไม่ได้เลิกโว้ย! ขี่กลับวัดด้วยความอยากล้างแค้น ไม่เข็ด อาทิตย์เดียวเท่านั้น กูขอล้างแค้น แผลยังไม่หาย กูไม่สนใจ เข้าเฝือกก็จะขอขี่

กูอยากรู้ทำไมกูลงไปนอนตรงนั้น ทุกคนรอบตัวบอกว่า อาจารย์อย่าาาาาา!!! เมียบอก ไม่นะพี่! ดื้อจริง ๆ ไปทำไม

ไม่! กูจะไป! ไปเดี๋ยวนี้ กูต้องไปดู ขี่ไปดูเลยทำไมกูล้ม

เสร็จแล้วกลับมาเลียแผลอีก 6 เดือน กูช้ำ! ยังไงแม่งก็ต้องเอาขาลงอยู่ดี แต่คนมันรัก ให้กูทำไง

กูขี่ด้วยจิตวิญญาณ! อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินเชียงรายผู้ขอตายบนหลังมอเตอร์ไซค์
กูขี่ด้วยจิตวิญญาณ! อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินเชียงรายผู้ขอตายบนหลังมอเตอร์ไซค์

คนอื่นเขาก็เป็นห่วง

อย่าห่วงกูเลย กูขี่มานานแล้ว

กูอะโคตรเก่ง ถ้ากูเก่งขนาดนี้แล้วเสือกเจ็บแล้วตายกับมอเตอร์ไซค์ กูก็ดีใจ แต่อย่าให้กูป่วยตายโดยที่ไม่ได้ขี่ อยู่ในบ้านไม่ไปไหน ขี้กลัว ขี้ขลาด ไม่กล้าใช้ชีวิต ตายแบบนั้นไม่คุ้ม

แล้วชีวิตแบบไหนที่เฉลิมชัยใฝ่ฝัน

กูชอบชีวิตที่เป็นหนุ่มตลอดเวลา ตายบนหลังมอเตอร์ไซค์ดีกว่าการตายทุกอย่าง บอกเมียบอกลูก ถ้าพ่อมึงขี่แล้วเกิดอุบัติเหตุตาย นั่นคือความใฝ่ฝันของพ่อ

ตอนนี้ไปไหนถอดหมวกมา คนยังบอกอาจารย์สุดยอด! ไอ้เหี้ย ได้รับคำชมแม่งดี

ตาแก่ที่ตัดความกลัวเจ็บ ความกลัวตายได้ คือตาแก่ที่มีความสุขที่สุด อย่างพี่นี่แข็งแรง ออกกำลังกายตลอด

เพราะอะไรถึงต้องออกกำลังกายตลอดในวัยนี้

เพราะกูจะขี่มอเตอร์ไซค์ (หัวเราะ)

เช้ามาต้องเดิน 6 กิโล เตะขาซ้ายขวาข้างละ 70 ที กลิ้งลูกกลิ้งฝึกแขน 35 ครั้งตอนเช้าทุกวัน เย็นตีแบด ร่างกายฟิตเปรี๊ยะ รถใหญ่ก็เอาอยู่ บางทีช่วยเด็กเข็น กูเป็นปรมาจารย์แล้ว

การขี่แบบเฉลิมชัยต้องมีทักษะอะไรเป็นพิเศษไหม

ต้องมีทักษะสูงสุดของการขี่ทางเรียบ ทางโค้ง สมาธิต้องดี มองไกลออกไปสุดสายตา เพื่อดูว่ามีสิ่งใดเคลื่อนไหวไหม การแซง ขึ้นเขาและลงเขา มันมีทักษะ ไม่ใช่แค่ขี่รถเป็น

ต้องขี่ได้ทุกพื้นที่ ขรุขระ เจอทราย เจอหิน หน้าฝนควรขี่อย่างไร การเชนเกียร์ การใช้เกียร์ในแต่ละโค้ง สูงไปเร็วไปก็อันตราย ต่ำไปก็ปัด

จะขี่ทำไมถ้าขี่แค่ 60 – 100 ขึ้นรถเถอะ มอเตอร์ไซค์มันต้องตื่นเต้น ความเร็วต้องมี ต้องฝึกกับม้าทุกตัว เดี๋ยวก็คล่องเองเหมือนเวลาเขียนรูป ขี่บ่อยเท่าไหร่ปลอดภัยเท่านั้น

ในใจอาจารย์คิดว่าการขี่มอเตอร์ไซค์อันตรายจริงไหม

วิบากอันตรายไม่จริง ขับวิบากไม่ตาย อย่างเก่งตกเหวตาย แต่ก็ยังไม่เคยเห็น วิบากล้มแค่เจ็บ แต่ถ้าทางเรียบอาจจะตายง่ายด้วยความเร็ว ดังนั้นจึงน่ากลัวกว่า

มีโค้งที่เกือบปราบไม่ได้ในความทรงจำบ้างไหม

ก็ที่แม่ฮ่องสอนแหละ แต่ตอนนี้มันได้ทุกโค้ง ไม่น่ากลัวสำหรับคนขี่ขนาดนี้แล้ว ไปได้หมดทั่วโลก หิมาลัย ทะเลทราย อยากออกนอกประเทศ เมื่อก่อนไม่มีเวลา

ในประเทศนี้จบ แต่ยังอยากไปนะ ภาคอีสาน ภาคใต้ 

ชอบอะไรมากกว่ากันระหว่างทางเรียบกับวิบาก

วิบากเท่านั้นที่สวยโคตร ๆ ถึงรักมันมากไง เพราะมันไปในที่ที่คนไปไม่ได้ เดินก็ใช้เวลา แต่มอเตอร์ไซค์ลักไก่เข้าป่าไปเรื่อย ๆ

นึกเอาว่าภูเขานู้นแม่งไม่เคยมีใครไป ผ่าแม่งเลย! ห่อข้าวไป 2 วัน 2 คืน

ธรรมดาไปมันไม่ตื่นเต้น ได้ชมธรรมชาติ ภูเขา หุบห้วย ป่าไม้ และเจอชาวบ้าน เสน่ห์ของมันคือสิ่งที่รายล้อมตัวกู

แล้วเส้นทางแบบไหนที่ชอบที่สุด

ยิ่งทางพริ้วยิ่งชอบ โค้งมากเท่าไหร่ยิ่งชอบ เรียบไปไม่ไหว ต้องใช้ความเร็วกระตุ้นให้ตื่น

ทางอุตรดิตถ์ไปพิษณุโลกคือสุดยอด เป็นทางที่ชอบมาก หรือทางที่เชียงราย 2 เลนใหญ่ เป็นที่สะใจของอารมณ์

เวลาบอกว่าไปแดกกาแฟ ชอบที่สุดที่แม่จัน แดกเสร็จพุ่งออกไปบนถนนเส้นนี้ ความเร็วสูงสุด เลี้ยวโค้งขึ้นดอย พริ้วบนดอยไปผาตั้ง เป็นหนทางที่ดี มีร้านอร่อยอยู่ข้างบน

ขอชื่อถนนอีกรอบได้ไหม

ที่จะไปผาตั้ง ชื่อว่า… ชื่ออะไรวะ ไอ้เหี้ยเอ๊ย! ไอ้ฉิบหาย!

(รอ 5 นาที)

พญาเม็งราย! ไปผาตั้งเป็นถนนใหญ่ เอาไว้ซ้อมความเร็ว อันนี้คือขาประจำทางเรียบ เราจะไปกินกาแฟ กวยจั๊บ ซิ่งขึ้นผาตั้ง กินข้าวกลางวัน มีร้านอาหารยูนนานอยู่ข้างบน อร่อยมาก กินเสร็จค่อยพริ้วกลับเชียงรายอีกทาง

แล้วขาประจำวิบากล่ะ

ขึ้นแม่มอญ จากนั้นไปดอยช้าง อ้อมลงไปผาลั้ง วิ่งลงเขาต่อไปชิดแม่น้ำกก อ้อมกลับมาเชียงราย

บางทีวิบากวิ่งไปร้านกวยจั๊บก่อน ขึ้นดอยบ้านอาดี้ สวยมาก แล้วขึ้นผาลั้ง กลับลงมาดอยช้าง แม่หม่อน กลับบ้าน

อีกอันที่ชอบคือหน้าผาที่ตูดดอยช้าง ไปตอนตี 5 ดูพระอาทิตย์ขึ้น ดูทะเลหมอก บางทีไม่ได้นัดหมาย เสือกอยากไป ไป 2 คันก็มี

กูขี่ด้วยจิตวิญญาณ! อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินเชียงรายผู้ขอตายบนหลังมอเตอร์ไซค์
กูขี่ด้วยจิตวิญญาณ! อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินเชียงรายผู้ขอตายบนหลังมอเตอร์ไซค์

ไปนั่งตรงนั้นทำกิจกรรมอะไรบ้าง

นั่งมองฟ้า เมฆที่เปลี่ยนทิศทาง ดวงอาทิตย์ที่ขึ้นมา หมอกที่จางไป ค่อยกลับบ้านไปกินข้าวเช้า บางทีห่อข้าวไปเลย 1 วันเต็ม ๆ กินกลางป่า ไม่รู้ที่ไหน แต่ไกลและงดงาม 

เอาแต่อาหารแห้งไป น้ำพริก แคบหมู หมูย่าง ปิ้งย่าง อาหารกินง่าย แต่อร่อยมากเวลาไปอยู่บนดอย วิวแม่งประเมินค่าไม่ได้ นี่คือหลังมอเตอร์ไซค์วิบาก

อาจารย์มีมอเตอร์ไซค์วิบากกี่คัน

วิบากน่าจะเป็นสิบคัน เดี๋ยวนี้ต้องสร้างโรงเก็บให้มัน ทางเรียบมี 3 คันที่เชียงราย ที่กรุงเทพฯ เกือบ สิบคันแต่ไม่มีวิบาก

คนมีรถเยอะไม่ได้แปลว่าโอ้อวดหรืออะไร แต่เขาชอบความหลากหลาย ใช้ไปในสถานที่ที่เหมาะสม

ต้องฝึกนานไหมกว่าจะคุ้นเคยกับมอเตอร์ไซค์แต่ละคัน

แป๊บเดียวพริ้วเลย คนที่ขี่ไม่ได้เพราะมึงขี่โดยไม่เอาใจขี่ เหมือนมึงขี่ม้า คนเก่งขี่ได้ทุกตัว ตั้งแต่อ่อนแอยันแข็งแรง ม้านิสัยดียันม้าพยศ คนพวกนี้ให้ใจแก่ม้า ส่วนคนไม่เก่งจึงเลือกม้า เอาเฉพาะที่ถูกใจ

บางคนขี่ไม่ได้แม่งบอกเบรกไม่ดี คลัตช์แข็งเข้าเกียร์ยาก ฮาเลย์เข้าเกียร์ดังปั๊ก GS แม่งคลัตช์นิ่ม ไอ้สัส กูได้หมด กูชอบฮาเลย์เพราะได้รสชาติของความเถื่อน ความมีชีวิต เหมือนม้าที่แข็งแรงที่สุด แต่ไม่ปราดเปรียว GS มันแข็งแรงและปราดเปรียว

มันคนละฟีล กูรักทั้งสองฟีล! กูมีตั้งแต่เบาไปถึงหนัก แต่งให้แรงขึ้นทุกคัน มีตั้งแต่คันเล็กขาถึงพื้นทั้งสองข้างจนถึงเขย่ง ได้ฟีลแตกต่าง ตัวสูงเรากระโดดเหินได้ เตี้ยขาถึงก็ไม่สนุก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะไปไหน

ความสุขในชีวิตบั้นปลายของชายซ่าและม้าเหล็ก 'เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์' ศิลปินเชียงรายผู้ขอตายอย่างสิงห์มอเตอร์ไซค์
กิโลเมตรที่ไม่ต้องนับ

ชีวิตชั่วนิรันดร์บนหลังมอเตอร์ไซค์

วีรกรรมที่ผ่านมาให้อะไรกับชีวิตบ้าง

ความภาคภูมิใจ เจอสภาพที่เหี้ยที่สุด กลับบ้านตี 2 เข็นรถขึ้นเขาจนหมดแรง ติดในหล่ม ติดในป่า ไฟไม่มี น้ำไม่ได้กิน ชีวิตหฤโหดที่สนุกฉิบหาย เราเป็นตาแก่คนเดียวที่ยืนอยู่ท่ามกลางเด็ก ๆ รู้สึกภูมิใจมากกว่าการเป็นคนร่ำรวยหรือมีชื่อเสียงเสียอีก

ถึงบอกว่าตายก็ช่างแม่งมันสิ มีคนบอกให้ขับรถยนต์ แต่มันไม่เหมือนกัน มอเตอร์ไซค์ยิ่งใหญ่กว่าเยอะ มันมีอิสรภาพมากกว่า

มอเตอร์ไซค์เหมือนนกที่บินอยู่บนอากาศ บิดทีหนึ่งลมปะทะหน้า สดชื่น เหมือนเราโบยบินอยู่คนเดียว ยิ่งเราอยู่บนดอยสูง ยิ่งอยู่บนทางเรียบที่ไกลสุดลูกหูลูกตา บิดด้วยความเร็ว ชีวิตมีความสุขมาก

รถไซด์โค้ง พริ้วไปมาไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จอดไหนก็ง่าย จะไปในที่ลำบากก็ได้ มันเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ คนเก่งทักษะดีขี่บ่อย ขี่แล้วติด คนรักมอเตอร์ไซค์ที่ขี่ท่องเที่ยวคือคนที่รู้สัจธรรมของมัน รู้ถึงจิตวิญญาณ

การค้นหาตัวตนด้วยมอเตอร์ไซค์ดีที่สุดสำหรับกู

นั่นคือความสุขที่แท้จริงของคนที่เกิดมาแล้วมีอิสรภาพ อิสรภาพของมันยิ่งใหญ่ที่สุด

ปลายทางความฝันของศิลปินที่ทำทุกอย่างมามากแล้วอย่างอาจารย์คืออะไร

กูคิดว่าเมื่ออายุ 65 กูรวย ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองเสร็จแล้ว ทำให้ลูกเมียจบสิ้นแล้ว

กูขออิสรภาพ ขอชีวิตที่เหลือจงเป็นของกู จงทำหน้าที่ในสิ่งที่กูชอบที่สุดนั่นก็คือมอเตอร์ไซค์ กูไม่ได้ดัดจริตเพิ่งมาชอบ มันอยู่ในสายเลือด ล้มแล้วล้มอีกกูก็ไม่ยอมแพ้ แก่แล้วความเจ็บไม่ได้หยุดกูเลย

ความเจ็บเพิ่มพูนให้กูเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ระวังตัวมากขึ้น ชุดเกราะเพิ่มขึ้นเพื่อเซฟตัวเอง

ในฐานะศิลปิน การขี่มอเตอร์ไซค์เกี่ยวข้องกับศิลปะบ้างไหม

(ทุบโต๊ะ) ถ้าจะขี่ให้มัน มันคือศิลปะ ขี่แล้วไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อยากไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ขี่หยุดแล้วก็อยากขึ้นอีก นี่คือศิลปะของการขี่ เพราะมันให้เราทุกอย่าง เราบริหารร่างกายอยู่บนนั้นได้ อันนี้คนระดับเทพเขาถึงพูดกัน

  คนที่ขี่ระยะไกลหรือขี่วิบากโหด ๆ สามารถพักตัวเองอยู่หลังเบาะ ยืดเส้นยืดสาย ผ่อนร่างกาย นี่คือศิลปะการขี่ที่สมบูรณ์แบบ

สำหรับอาจารย์ อะไรคือสิ่งจำเป็นในการขี่บ้าง

หนึ่ง เส้นทางสนุก

สอง ต้องมีร้านอร่อย กาแฟต้องดี สำคัญยิ่งของนักขี่ทางเรียบ

แล้วเวลาเราขี่ รถต้องเท่ากัน พี่ถึงมีรถทุกขนาด เพื่อจะได้ไปด้วยกันให้สมน้ำสมเนื้อและต้องเลือกม้าตัวที่เหมาะสม

ความสุขในชีวิตบั้นปลายของชายซ่าและม้าเหล็ก 'เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์' ศิลปินเชียงรายผู้ขอตายอย่างสิงห์มอเตอร์ไซค์

พูดถึงการขี่เป็นก๊วน ประสบการณ์ที่มีลูกชายร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยเป็นอย่างไร

ดีสิ มันขี่เก่งขึ้นเรื่อย ๆ Stage 2 แล้ว 

ครั้งนั้นไปกัน 20 คน ทางขึ้นแคบ ๆ เหวอยู่ขวา บรึ้นขึ้นไป ไม่มีใครถึง ต้องเข็น หรือเอาคนเก่งมาขี่ คนเก่งถ้ารถไม่แรงก็ขึ้นไม่ได้อยู่ดี ต้องถอยมาตั้งหลักเพื่อเร่งขึ้น

ลูกชายขึ้นได้แค่นี้ พ่อมันรอข้างบน เราก็ห่วงลูกทำไมยังไม่มา มันไกลมาก ได้ยินเสียงรถลูกอยู่ข้างล่าง สักพักเงียบไป ลูกเดินขึ้นมา ขว้างหมวกกันน็อกทิ้งพื้น ล้มลงนอนบนตักพ่อมันแล้วบอกว่า

พ่อ… มาทำเหี้ยอะไรเนี่ย เหนื่อยฉิบหาย!

ตั้งแต่นั้นมันเลิกเลย ไม่ไปที่นั่นอีก พ่อรู้ไหมแรงรถก็ไม่พอ เดินขึ้นมาโคตรเหนื่อย (หัวเราะ)

ลูกมาเพราะพ่อชวนเลยใช่ไหม

มอเตอร์ไซค์อยู่ในจิตวิญญาณพ่อมันอยู่แล้ว ชวนลูกขี่ ลูกก็ชอบ เดี๋ยวนี้มันขี่อยู่กรุงเทพฯ ทุกวัน ไม่ขับรถเลย แต่ในกรุงเทพฯ มันเก่งกว่าพ่ออีก

ในอนาคตมีแผนการขี่ไปไหนไกล ๆ ไหม

มีคนชวนไปอินเดีย รวมพล Royal Enfield ยังไม่ได้ตัดสินใจ อยากไปยุโรปมากกว่า ปีหน้าเดือนมีนาคมจะไปเวียดนาม ใจก็อยากไปแชงกรีล่า ขี่ไปทิเบต 4,000 กว่ากิโล

ระยะทางไกลมาก แล้วความฝันอันใกล้ล่ะ

พอชอบวิบาก ตอนนี้อยากได้อีกคันคือ KTM เป็นรถสูง โหลดไม่ได้ พยายามมา 3 ปีแล้วยังไม่ได้ ตอนนี้มีคนที่ทำมอเตอร์ไซค์เขาจะโหลดเตี้ยให้อาจารย์เป็นพิเศษ เพื่อให้สมใจอยาก

พอสมใจแล้ว คิดว่าชีวิตที่เหลือนี้จะขาดมอเตอร์ไซค์ได้ไหม

ไม่ได้ เขาถามว่าซื้อมาทำอะไรเยอะแยะ กูอยากได้ม้าหลายตัว ไม่ต้องขี่มากแล้วตายก็ได้ แต่ถ้ามีชีวิตยืนยาวก็ขี่จนตาย 

ซื้อแล้วไม่ได้ห่วง ไม่ได้ยึดติดกับตัวรถ ยึดความสุขของตัวเป็นที่ตั้ง รถของอาจารย์ ศิษย์ขี่ได้ทุกคน ไม่หวง สมบัติของกู ไม่ใช่ของกู อิสรภาพคือให้พวกมึงยืมได้ทุกคัน เป็นไง กูแน่ไหม

แน่

นี่คือไม่ยึดมั่นถือมั่น ขอแค่กูได้ขี่ กูก็จะขี่จนตาย

ความสุขในชีวิตบั้นปลายของชายซ่าและม้าเหล็ก 'เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์' ศิลปินเชียงรายผู้ขอตายอย่างสิงห์มอเตอร์ไซค์

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load