2 Oct 2018
8 PAGES
13 K

เมื่อรถตู้ข้ามสะพานลาว-ญี่ปุ่นมาจนเกือบพ้นเขตแม่น้ำโขง ตาตี่ๆ ของผมก็เต่งตึงขึ้นทันที

นครปากเซ จังหวัดจำปาสัก ประเทศ สปป. ลาว ต้อนรับผู้มาเยือนอย่างผมด้วยภาพคฤหาสน์ทรงยุโรปหลังมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำ สื่อมวลชนลาวเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า ‘แวร์ซายปากเซ’

ส่วนพี่น้องปากเซเรียกว่า ‘บ้านเจ๊’

ที่นี่คือบ้านของครอบครัวนักธุรกิจชาวลาว กลุ่มบริษัทดาวเฮืองของ ‘เจ๊’ เจ้าของบ้าน ได้รับการตั้งฉายาอธิบายความยิ่งใหญ่แบบที่คนไทยเข้าใจง่ายๆ ว่า เหมือนบริษัทธุรกิจเกษตรยักษ์ใหญ่ของไทย บ้างก็ว่าเหมือนบริษัทเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดของไทย

เจ๊ทำธุรกิจขายกาแฟ เป็นคนที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์การปลูกกาแฟของประเทศ สปป.ลาว  เป็นเรี่ยวแรงหลักในการส่งเสริมการปลูกกาแฟเพื่อการส่งออก ถ้าว่ากันเรื่องคุณภาพ กาแฟที่ปลูกบนที่ราบสูงโบลาเวนในเขตจำปาสักถือเป็นหนึ่งในกาแฟที่ดีที่สุดในโลก ถ้าว่ากันเรื่องปริมาณ ประเทศไทยปลูกกาแฟอาราบิก้าได้ปีละ 5,000 ตัน ส่วนที่ลาวปลูกได้ 20,000 ตัน

อย่าเพิ่งส่ายหน้าว่าคุณไม่รู้จัก เพราะกาแฟในร้านดังที่มีสาขาอยู่ในปั๊มน้ำมันทั่วประเทศไทย กาแฟที่เสิร์ฟในบางสายการบิน กาแฟสำเร็จรูปแบรนด์ไทยบางแบรนด์ และกาแฟอีกมากมายที่คุณเคยจิบ ก็คือ ‘กาแฟดาว’ ของเจ๊

บริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยเคยติดต่อขอซื้อกิจการกาแฟดาว แต่เจ๊ปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม

เมื่อสื่อมวลชนลาวติดต่อขอสัมภาษณ์ เจ๊ก็ปฏิเสธด้วยรอยยิ้มเช่นกัน เธอว่า เมื่อก่อนเวลามีสื่อมาสัมภาษณ์ ก็เอาแต่ถามเรื่องบ้าน เรื่องเงินๆ ทองๆ ซึ่งเธอว่าไม่มีประโยชน์ที่จะมาคุยกันเรื่องนี้ ช่วงหลังเธอเลยตัดปัญหาด้วยการไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ

แน่นอนว่า เราไม่ได้เดินทางมาเพื่อคุยกันเรื่องความร่ำรวยของเจ๊

แต่เราอยากรู้ว่า เจ๊เป็นใคร ปลูกกาแฟยังไงถึงทำให้กาแฟลาวเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

และอีกคำถามที่ผมสงสัย เจ๊เป็นคนไม่ชอบความหรูหรา แต่ทำไมถึงสร้างบ้านที่ใหญ่โตราวกับปราสาทขนาดนี้

รถของเราเลี้ยวผ่านประตูบ้านเจ๊เข้ามาแล้ว เดี๋ยวคงได้รู้กัน

 

ครัว

พวกเราถอดรองเท้าเดินเข้ามาในบ้านที่ข้างในโอ่โถงและหรูหรามาก ทีมงานกาแฟดาวพาเราเดินตรงเข้าไปหาเจ้าของบ้าน คุณเหลื้อง ลิดดัง ซึ่งคนที่นี่เรียกว่า ‘เจ๊’ แต่คนไทยส่วนใหญ่เรียกผู้หญิงวัย 70 ปีคนนี้ว่า ‘คุณแม่’ บ้างก็เรียก ‘มาดาม’ ซึ่งคำหลังนี่เธอไม่ชอบเลย

คุณแม่กำลังสาละวนกับการทำอาหารมื้อใหญ่ต้อนรับคณะผู้มาเยือนชาวไทย ครัวของเธอกินพื้นที่ใหญ่มาก มีทั้งห้องเตรียมอาหารสดซึ่งอยู่ชั้นล่าง และห้องปรุงอาหารที่อยู่ชั้นบน เอาแค่พื้นที่ทำอาหารชั้นบนชั้นเดียวก็น่าจะใหญ่กว่าบ้านทาวน์เฮาส์บางหลัง

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

“แม่ชอบทำอาหาร ชอบไปตลาด อยู่บ้านไม่รู้จะกินอะไร ไปเดินตลาดแล้วนึกออก เวลาทำอาหารแม่อยากมีที่วางอาหารสะอาดๆ ครัวบ้านแม่ก็เลยใหญ่” เจ้าของบ้านทักทายพวกเรา แล้วก็ขอคุยไปด้วยทำอาหารไปด้วย คุณแม่ตั้งใจจะเตรียมอาหารเกือบ 10 อย่าง โดยที่มีเมนูเด็ดคือ แจ่วปลาร้า

“คนไทยชอบนะ เพราะเขาทานแล้วไม่รู้ว่านี่คือปลาร้า มันไม่มีกลิ่น แม่เลยชอบทำเลี้ยงคนไทย” คุณแม่อธิบายเคล็ดลับว่าชั้นล่างของคฤหาสน์หลังนี้มีห้องที่เต็มไปด้วยถังหมักปลาร้า ซึ่งต้องใช้เวลาหมักประมาณ 2 ปี แต่ปลาร้าบ้านนี้หมักราว 3 – 5 ปี ที่ต้องทำเยอะขนาดนี้ก็เพราะ เวลามีใครได้ชิมปลาร้าก็มักจะขอแบ่งติดมือกลับไปด้วย

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

สมาชิกร่วมโต๊ะอาหารมื้อนี้มีคุณแม่ คุณพ่อฮ่าว ลิดดัง วัย 80 ปี ซึ่งคนที่นี่เรียกกันว่า ‘ท่านหมอ’ และ คุณบุญเฮือง แครอล ลิดดัง ลูกสาวคนโต ผู้รับหน้าที่ดูแลกาแฟดาว ทั้งคุณแม่และท่านหมอ เป็นชาวลาวเชื้อสายเวียดนาม บทสนทนาบนโต๊ะจึงมีทั้งภาษาลาว ภาษาเวียดนาม และภาษาไทย

คุณแครอลบอกว่า บ้านนี้ไม่กินข้าวนอกบ้าน และมีกฎว่าทุกคนในบ้านต้องกินข้าวเย็นพร้อมกัน

“ประเพณีของคนลาว คนเวียด เป็นแบบนั้น คนไทยเป็นแบบนั้นไหม” คุณแม่ถามพวกเรากลับ

“มีอะไรเราก็คุยกันตอนกินข้าว นั่งคุยกันชั่วโมงสองชั่วโมง ก็มีความสุขนะ” ท่านหมอตอบพร้อมรอยยิ้ม

“ถึงคุณพ่อคุณแม่จะทะเลาะกัน คุณแม่ก็ยังทำอาหารให้ และต้องกินข้าวด้วยกัน พ่อก็เลยต้องกินข้าวเย็นที่บ้านทุกวันมาตลอด 30 ปี” คุณแครอลเสริม

“ถ้าวันไหนเขาต้องไปกินเลี้ยง เราก็จะไปนั่งข้างๆ ไม่มีใครเอาไปได้” คุณแม่หัวเราะ “วันไหนเขามีผ่าตัดที่โรงพยาบาล เราก็จะทำอาหารไปเลี้ยง”

เมื่อคุยกันมาสักพัก ผมก็สัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายของครอบครัวนี้ เลยสงสัยว่าทำไมถึงสร้างบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้

“พ่อเขาอยากมีบ้านริมน้ำ” คุณแม่เล่าที่มา

“แต่ไม่ได้อยากให้ใหญ่ขนาดนี้” ท่านหมอออกตัวพร้อมเสียงหัวเราะ “เรือนเกิดผมอยู่ริมน้ำ ผมชอบน้ำ ชอบบรรยากาศริมน้ำ”

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

“ตอนแรกก็ไม่ได้อยากสร้างใหญ่ขนาดนี้นะ ไม่รู้ว่ามันใหญ่ตอนไหน” คุณแม่หัวเราะ

“คนที่ออกแบบเขาเอาแบบในกระดาษมาให้ดู แม่เขาเห็นว่าบ้านในกระดาษมันเล็ก ก็เลยบอกให้เพิ่มขนาดอีก อย่างโถงหน้าบ้านตอนแรกสูง 9 เมตร แม่ให้เพิ่มเป็น 16 เมตร เพิ่มตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย จนได้บ้านหลังเท่านี้แหละ” ท่านหมออธิบาย โดยที่คุณแม่นั่งยิ้มเขินอยู่ข้างๆ

 

ตลาด

ห่างจากตัวบ้านออกไปเล็กน้อยเป็นตลาดใหญ่กลางนครปากเซ ขายทั้งอาหารสด อาหารแห้ง เสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ และทองคำ

คุณแม่เป็นเจ้าของตลาดแห่งนี้

เดิมทีตลาดกลางนครปากเซไม่ใช่ที่นี่ แต่ตลาดแห่งนั้นโดนไฟไหม้ ทางจังหวัดจึงเสนอพื้นที่นี้ให้คุณแม่ช่วยพัฒนาเป็นตลาดแห่งใหม่ แล้วย้ายแม่ค้าจากตลาดเดิมมาขายที่นี่ คุณแม่เปิดตลาดแห่งนี้ในปี 2001 โดยให้เจ้าของร้านค้าที่โดนไฟไหม้ย้ายมาขายไม่ต้องจ่ายค่าเช่าแผง 2 ปี

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

เมื่อคุณแม่กับท่านหมอควงคู่กันไปเดินตลาดจึงคล้ายดารามาโชว์ตัว พ่อค้าแม่ขายต่างรี่เข้ามาทักทายจับไม้จับมือ

คุณแม่ชอบชวนแม่ค้าขนมคุยเรื่องขนมที่ทำ ว่าทำเองหรือไปรับมาขาย โดยพยายามแนะนำให้ทำเอง ร้านไหนรสชาติยังไม่ลงตัวคุณแม่ก็บอกสูตรให้

ส่วนท่านหมอมีคนเดินเข้ามาคุยด้วยเยอะมาก เพราะท่านเป็นคุณหมอคนดังประจำจังหวัด ผ่าตัดช่วยชีวิตคนไข้มาแล้วมากมาย ถ้าหนุ่มกว่านี้อีกสักนิด ก็มีความเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับพี่ตูน Bodyslam ดีๆ นี่เอง

พ่อค้าบางคนที่ไม่รู้จักท่านหมอมาก่อน พอเห็นคนเดินเข้ามาห้อมล้อม เขาก็เดินมาถามท่านหมอว่า คุณลุงทำอาชีพอะไร

“เป็นฆาตกร” ท่านหมอตอบ

“ผมเป็นแพทย์ผ่าตัด ถ้าผ่าเขาไม่ดีก็ตาย ผมก็เป็นฆาตกร” ท่านหมอหัวเราะ

“แต่ไม่ค่อยตายหรอก” คุณแม่แซวสามีตัวเอง “ไม่ใช่เขาเก่งนะ แต่คนไข้มีภูมิต้านทานสูง”

คุณพ่อเป็นหมอผ่าตัดที่ทำงานหนักมาก ทำงานแบบไม่มีวันหยุด วันเดียวที่ลาหยุดได้คือ วันแต่งงาน

“ช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพื่อนผมหนีออกนอกประเทศหมด เพราะงานเยอะมาก วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ต้องไปออกแรงงาน คือเอาจอบไปขุดที่นั่นที่นี่ คนที่ไม่เคยออกแรงงานก็กลัว เพื่อนผมบอกว่า ถ้าคุณออกจากปากเซไปถึงอุบลได้ให้โทรหา เขาจะรับไปอยู่ด้วยกันที่ฝรั่งเศส เพื่อนผมหลายคนอยู่ที่ฝรั่งเศส น้องชายผมก็เรียนหมอที่ฝรั่งเศส ทำงานที่นั่น แต่ผมไม่อยากไป พ่อแม่อายุมากแล้ว แม่ไม่สบาย ชวนไปเขาก็ไม่ไป แก่แล้ว ไม่รู้จะไปทำอะไร ไปแล้วก็ทุกข์ใจ พ่อแม่ไม่ไป ผมก็ไม่ไป ก็ต้องสู้”

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

หลายคนคงสงสัยว่า อาชีพหมอที่ลาวไม่รวยหรือ

“คนเอาตังค์ก็รวยครับ ตอนเด็กผมตั้งใจว่า หนึ่ง อยากเป็นครู ไปสอนหนังสือชาวบ้าน สอง เป็นเกษตรกร สาม เป็นหมอ มีครั้งหนึ่งพ่อผมไม่สบาย เรียกพยาบาลเขาก็ไม่มา เราก็เครียด เลยตั้งใจว่าอยากเรียนหมอ ช่วงปี 1975 ที่ปลดปล่อย งานก็เยอะ หมอผ่าตัดก็ไม่มีเพราะหนีไปต่างประเทศหมดแล้ว” ท่านหมออธิบาย

“เงินเดือนหมอของเขาน่ะไม่พอกินสามมื้อ คุณหมอไม่เคยเอาเงินกลับบ้านหรอก” คุณแม่เสริม ส่วนท่านหมอก็พยักหน้ายิ้มๆ ยืนยันว่าคุณแม่ไม่ได้พูดเล่น

“คนอื่นเขาอยู่ได้ เราก็ต้องอยู่ให้ได้ ต้องประหยัด ไม่ใช่ประหยัดหน่อยนะ ต้องประหยัดเยอะเลย” ท่านหมอหัวเราะ “เงินเดือนเราก็ไม่พอกินแล้ว บางทีคนป่วยไม่มีเลือดเราก็ต้องบริจาคเลือดอีก ทุก 3 เดือนต้องบริจาคเลือดถุงหนึ่ง เพราะผมเลือดกรุ๊ปโอ ถ้าคนไข้ไม่มีเลือด รักษายังไงเขาก็ตาย”

ให้ทั้งแรง ให้ทั้งเลือด ใครจะไม่รัก

นอกเวลางาน ท่านหมอก็เปิดคลินิกหวังว่าจะเป็นทางสร้างรายได้เพิ่ม

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

“เอาเข้าจริง รักษาฟรีทั้งนั้น” ท่านหมอหัวเราะ “เขามาขอฉีดยา ก็ขอติดหนี้ก่อน บอกว่าไม่มีเงิน ผมก็บอกว่าไม่เป็นไร พอคนมาติดหนี้เยอะๆ เราก็ไม่มีเงินไปจ่ายร้านขายยา เลยต้องตรวจให้เขา แล้วเขียนใบสั่งยาให้ไปซื้อยาเอง เราช่วยแค่แรง สุดท้ายก็ต้องปิดตัว ไม่ไหว”

ท่านหมอเคยคิดอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ เลยครองตัวเป็นโสดไม่ได้แต่งงานสักที จนอายุ 40 ปีก็มีแม่สื่อแม่ชักมาแนะนำให้รู้จักกับคุณแม่ซึ่งตอนนั้นอายุ 30 ปี เป็นแม่ค้าขายของในตลาดที่เวียงจันทน์

“เราเห็นทีแรกเขาผอมน่ากลัวนะ ทำไมหมอผอมขนาดนี้ คือเขาทำงานหนักทั้งวันทั้งคืน คนพูดถึงเขาทั้งจังหวัดว่าท่านหมอผ่าตัดให้ทุกคน ทำงานทุกวัน ใครๆ ก็ผ่าตัดกับเขา เขามีชื่อเสียงโด่งดังทั้งเรื่องผ่าตัดและเรื่องไม่มีเงิน” คุณแม่หัวเราะเสียงดัง แล้วพูดต่อว่า “เห็นครั้งแรกก็รักเลย”

ส่วนท่านหมอก็ชอบคุณแม่ตรงที่เป็นคนขยัน “ผมอยากมีเมียที่ทำอาหารเก่ง เวลามีเพื่อนมาบ้านจะได้พอทำอาหารเลี้ยงเพื่อนได้ ตรงสเปกเลย”

ทั้งคู่เขียนจดหมายจีบกันอยู่ 2 ปีก็ตัดสินใจแต่งงานกัน ซึ่งขั้นตอนสำคัญก็คือ การขอแต่งงาน

“ผมเป็นหมอ เป็นพนักงานของรัฐ ถ้าจะแต่งงานก็ต้องทำจดหมายขออนุญาตจากต้นสังกัดก่อน ถ้าได้รับอนุญาตถึงแต่งงานได้ แต่ถ้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ด้วย พรรคจะหาเมียให้ เพราะไม่อยากให้มีเมียเป็นคนค้าขาย มันจะขัดกับอุดมการณ์พรรค

ต้นสังกัดอนุมัติให้แต่งงาน และอนุญาตให้ลางานได้วันเดียว

“แต่งงานวันที่สอง 6 โมงเย็นทานข้าวเสร็จก็มีคนมารับไปทำงานแล้ว ผมต้องล็อกกุญแจบ้านจากข้างนอกนะ กลัวเจ้าสาวหนี” ท่านหมอหัวเราะ

 

บ้าน

เรากลับมานั่งคุยกันที่โต๊ะหน้าบ้าน บนพื้นที่เกือบ 2 เฮกตาร์ริมแม่น้ำโขง ตรงกันข้ามกับบ้านหลังแรกในชีวิตของคุณแม่แบบลิบลับ

“แม่เกิดในบ้านขนาดประมาณ 50 ตารางเมตร มีชั้นเดียว มีพี่น้อง 9 คน ครอบครัวก็ยากจน คุณพ่อรับจ้างแบกหาม ทำทุกอย่าง คุณแม่อยู่บ้านเลี้ยงลูก เราเป็นลูกคนโตก็ต้องวิ่งหาเงินมาช่วย พอมีน้องถึงคนที่ 5 ตอนนั้นเรียนอยู่ชั้น ป.3 ก็บอกคุณแม่ชีที่เป็นครูว่า ไม่เรียนแล้วเพราะไม่มีเงินจ่าย คุณแม่ชีไม่ให้เลิก เพราะเราเป็นคนเรียนเก่ง แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้เรียน เพราะต้องไปทำงานหาเงิน”

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

งานที่คุณแม่ไปทำคือ ขายของ ไปซื้อถั่ว ข้าวโพด หัวมัน เอามาต้มขาย พออายุสัก 14 – 15 ก็ไปรับไอศครีมไปขายที่โบสถ์ในเมือง นั่งรอขายอยู่หน้าห้องเรียน แล้วก็ฟังแม่ชีสอนไปด้วย พอคุณแม่ชีเห็นมานั่งฟังบ่อยๆ ก็สอนหนังสือให้ คุณแม่เองก็ชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว ถึงขนาดอ่าน สามก๊ก ตั้งแต่เด็กๆ

พออายุประมาณ 16 – 17 ปีก็ตั้งโต๊ะขายน้ำหวานที่หน้าบ้าน วันไหนขายไม่หมดก็หาบไปขายต่อ พออายุ 20 นิดๆ ก็เริ่มรับเนื้อวัวเนื้อควายไปขายที่ตลาด เจ้าของร้านในตลาดเขาเห็นคุณแม่แล้วสงสาร พอร้านเขาขายหมด ก็ให้คุณแม่ใช้ร้านของเขาขายต่อโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ช่วงนี้เองที่คุณแม่แอบมีความฝันว่า คงจะดีถ้าได้เป็นเจ้าของตลาดเอง

เข้าวัยเบญเพสคุณแม่กับเพื่อนก็เดินทางจากปากเซไปเวียงจันทน์เพื่อทำขนมขาย เป็นขนมง่ายๆ แบบขนมใบมะพร้าว ขนมครก วุ้นถ้วย ซึ่งถือว่าขายดีมาก จากนั้นก็เริ่มสั่งสินค้าจากบริษัทที่นำเข้ามาจากฝั่งไทย แล้วเอาไปขายต่อให้ชาวเวียดนาม ทำได้ประมาณ 2 ปีก็ได้เจอกับท่านหมอ แล้วย้ายกลับมาอยู่ที่ปากเซ

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

“หลังแต่งงาน แม่ไม่อยากออกไปขายของที่ตลาดแล้ว อยากมีครอบครัว มีลูก อยากมีวิชาตัดเย็บ ทำขนมอยู่ที่บ้าน จะได้ดูแลลูก ดูแลครอบครัว แม่เลยไปเรียนทำขนมเบเกอรี่ที่กรุงเทพฯ แล้วมาทำที่บ้าน ไม่ได้เปิดร้านขายนะ เพราะไม่อยากให้คุณหมอมีปัญหา เขาจะได้ไม่ถูกพูดถึงว่ามีครอบครัวค้าขาย เพราะคนชอบพูดกันว่า อาชีพแม่ค้าหน้าเลือดขูดรีดประชาชน ทำขนมเสร็จก็มีคนรับไปขายต่อ ขายดีมาก เพราะที่ปากเซไม่มีใครทำขนมแบบนี้ได้”

แล้วจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญก็เกิดขึ้นเมื่อ น้องสาวของคุณแม่ที่เวียงจันทน์ฝากของนำเข้าจากฝั่งไทยให้มาช่วยขายที่ปากเซ

“เพื่อนฝูงที่ตลาดเราเยอะ เราก็เอาเสื้อผ้า เอาของไปส่ง ตอนนั้นด่านยังไม่ได้เปิดแบบนี้ ของจากฝั่งไทยมาทางเวียงจันทน์ได้ทางเดียว ทำไปทำมาเพื่อนก็บอกให้ลองเปิดบริษัทนำเข้าสินค้าจากไทยดู ตอนนั้นแครอลอายุ 9 ขวบ เรายังไม่มีอะไรเลย ก็ลองดู”

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

วิธีการของคุณแม่ไม่มีอะไรซับซ้อน คือนำสินค้าอุปโภคบริโภคจากฝั่งไทยเข้ามาให้คนรับไปขายต่อ สินค้าที่ขายดีที่สุดก็คือผงชูรส นมข้นหวาน น้ำอัดลม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

“เราไม่รู้อะไรเลย แค่จ้างคนมาทำบัญชี แต่คนทั้งจังหวัดเขาเป็นหนี้บุญคุณคุณหมอที่เคยรักษา เขาก็เลยมาช่วยซื้อของเรา เราก็สั่งซื้อเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนทางฝั่งไทยตกใจ เลยชวนเราไปอบรม ทำให้เรารู้วิธีซื้อสินค้าตรงจากแต่ละบริษัท ไม่ต้องซื้อจากร้านค้าที่อุบลแล้ว ก็ได้ราคาถูกลงมาอีก”

ในแต่ละเดือนคุณแม่นำเข้าน้ำตาล 30 คันรถสิบล้อ หรือ 390 ตัน พอรถจอดปุ๊บ ก็มีคนมาแย่งกันรับไปขายทันที เหลือน้ำตาลให้ขนไปเก็บไว้ในโกดังแค่ 3 คันรถเท่านั้น ส่วนผงชูรสก็นำเข้ามาทีละ 5 คันรถ สินค้าอื่นๆ ก็มีปริมาณลดหลั่นกันลงมา
ช่วงนี้เองที่คุณแม่เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยความรวดเร็ว แล้วก็เร็วขึ้นไปอีกเมื่อตัดสินใจเปิดร้านค้าปลอดภาษีที่ชายแดนฝั่งไทยและเวียดนาม

คุณแม่บอกว่า ทำธุรกิจมาถึงทุกวันนี้ได้เพราะท่านหมอ

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

“คุณหมอรักษาคนมาหลายสิบปี ช่วยให้คนรอดตายเยอะ คนนับถือเขาทั้งเมือง เวลาเราค้าขายคนก็มาช่วย”

ส่วนท่านหมอก็บอกว่า ที่ท่านรักษาคนได้มากขนาดนี้ก็เพราะคุณแม่

“นานๆ ผมก็ขอเงินเมียเอาไปซื้อยาให้คนไข้ เพราะเขาไม่มีจริงๆ เมียผมบอกว่า เอาเลย ใครต้องผ่าตัดแล้วไม่มีเงินมาเอาที่บ้านเลย คิดว่าทำบุญ เดี๋ยวบุญก็จะกลับคืนมาให้ลูกให้เมีย”

แล้วก็เหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ

 

กาแฟ

จุดเริ่มต้นการปลูกกาแฟของคุณแม่มาจากรัฐบาล

“วันหนึ่งรัฐบาลก็บอกว่า คุณเอาเงินดอลลาร์ฯ ไปซื้อของนำเข้ามาเยอะ ทางธนาคารไม่มีให้แลกนะ ถ้าอยากได้เงินดอลลาร์ฯ คุณต้องทำส่งออกด้วย ตอนนั้นสินค้าของลาวที่ส่งออกได้มีอยู่ 2 อย่างคือ ไม้ กับกาแฟ แม่ไม่อยากตัดป่า ก็เลยเลือกส่งออกกาแฟ” คุณแม่เล่า

วิธีการก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก คุณแม่ไปรับซื้อเมล็ดกาแฟจากชาวบ้านแล้วก็ส่งออกให้จบๆ ไป ตามที่รัฐบาลต้องการ แต่หลังจากนั้นไม่นาน รัฐบาลก็กำหนดว่าไปซื้อจากชาวบ้านไม่ได้ ต้องปลูกกาแฟเอง

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

“เราคิดว่าทำร้านค้าปลอดภาษีได้กำไรเยอะ ก็เอาเงินมาปลูกกาแฟหน่อย ก็ปลูกไปยังงั้นแหละ ทำให้มันถูกต้อง เราจะได้ทำร้านค้าปลอดภาษีต่อ” คุณแม่เล่าความคิดแรกในการปลูกกาแฟ

แต่พอจะเริ่มปลูกจริงๆ คุณแม่และท่านหมอผู้ซึ่งมีความฝันว่าอยากเป็นเกษตร ก็ตั้งใจศึกษาเรื่องการปลูกกาแฟแบบจริงจัง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจนรู้ว่าพื้นที่ที่เหมาะกับการปลูกกาแฟที่สุดคือ ที่ราบสูงโบลาเวน เพราะเป็นดินภูเขาไฟที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุ

จากนั้นก็ตระเวนไปเรียนรู้การปลูกกาแฟจากประเทศต่างๆ โดยเฉพาะที่เวียดนามซึ่งมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ใกล้เคียงกับที่ราบสูงโบลาเวน เวลาผ่านไปราว 2 ปี คุณแม่ก็เริ่มปลูกกาแฟในปี 1999

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

“ผมลาออกจากงานมาปลูกกาแฟเลย ผมชอบปลูกต้นไม้อยู่แล้ว อยู่กับต้นไม้แล้วมันสดชื่น ผมทำหนังสือลาออกจากราชการ ขอเกษียณก่อนกำหนด รัฐบาลบอกว่าถ้าผมลาออกผมจะไม่ได้บำนาญนะ ผมก็บอกไม่เป็นไร ผมมีลูก 4 คน เงินเดือนผมไม่พอกิน ถ้ารัฐบาลไม่ให้ก็ไม่เป็นไร แต่ผมจะไปทำงานตามแนวทางของรัฐ ยกระดับกสิกรรมเป็นอุตสาหกรรม ผมเริ่มจากทำกสิกรรมก่อน ต้องรอ 7 เดือนนะเขาถึงเซ็นให้” ท่านหมอเล่า

รัฐบาลต้องการให้คุณแม่ปลูกกาแฟ 1,000 เฮกตาร์ แต่คุณแม่ปลูกแค่ 150 เฮกตาร์ ซึ่งถือว่าเยอะมากแล้ว เยอะกว่าบริษัทอื่นๆ ที่ต้องปลูกกาแฟภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน

“มีแต่คนบอกว่าเราบ้าหรือเปล่า ทำร้านปลอดภาษีได้กำไรดีๆ ไม่ชอบ มาปลูกกาแฟ ซึ่งตอนนั้นทุกคนไม่มีใครคิดว่าจะได้กำไร แม่ก็ไม่คิด บริษัทอื่นเขาทำกันนิดๆ หน่อยๆ แต่เราปลูกเยอะเลย เอาเงินที่ได้จากร้านปลอดภาษีมาปลูกกาแฟ ทำไปเกือบ 3 ล้านเหรียญฯ”

คุณแม่เล่าว่า เงินลงทุนไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ความยากก็คือการชวนชาวบ้านมาปลูกกาแฟต่างหาก

“ช่วงบุกเบิกนี่แม่ต้องทำงานกับชาวบ้าน 70 ครอบครัว เมื่อก่อนเขาก็ปลูกผัก เราจ้างเขามาปลูกกาแฟ เขาก็ไม่ได้สนใจนะ ต้องไปเอาหน่วยงานราชการมาให้ความรู้ สอนวิธีปลูก มีคนขโมยต้นกล้า ใส่ขี้วัวไม่ครบตามที่ตกลงกันไว้ กว่าจะทำความเข้าใจกันได้ โอ้ย มีแต่ปัญหา” คุณแม่หัวเราะ

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่สุดที่คุณแม่เจอ

“ปลูกไปได้ 6 เดือน ต้นกล้ากำลังขึ้นดีเลย มีรัฐมนตรี รองนายกฯ มาดูงาน เขากลับไปได้ 3 วัน ก็มีหมอกลงหนักมาก ตอนนั้นเรายังไม่รู้วิธีป้องกัน ต้นกาแฟเลยตายหมดเลย”

ปัญหาแค่นี้ทำอะไรคุณแม่ไม่ได้

“ตอนแรกแม่ไม่ได้อยากปลูกกาแฟเลยนะ ไม่ได้ชอบปลูกต้นไม้เหมือนคุณพ่อ แต่พอได้ปลูกจริงๆ เห็นต้นกาแฟมันแตกยอด มันโตขึ้น ก็รักกาแฟไปเลย คราวนี้เราก็เลยตั้งใจว่าจะปลูกใหม่ให้ดีกว่าเดิม เพราะรอบที่แล้วเรายังปลูกไม่เป็น เพิ่งทดลอง ยังเลือกพันธุ์ที่ไม่ได้ดีมาก รอบนี้เราตั้งใจมาก จะปลูกให้ดีให้ได้”

“รอบใหม่เราลงแค่ 70 เฮกตาร์ ถ้าทำแล้วไม่ดีก็ขอลาล่ะครับ” ท่านหมอหัวเราะเสียงดัง “ปลูกไปปีที่ 2 มันก็ยังไม่ตาย ปีที่ 3 ปีที่ 4 ก็ยังไม่ตาย อยู่จนถึงทุกวันนี้ กสิกรรมนี่ไม่ใช่งานง่ายนะครับ”

พอถึงปีที่ 4 ซึ่งกาแฟให้ผลผลิต ชาวบ้านใช้พื้นที่รอบข้างก็อยากปลูกกาแฟบ้าง แทนที่คุณแม่จะขยายพื้นที่ปลูกกาแฟของตัวเองจาก 70 เฮกตาร์ ก็เปลี่ยนเป็นส่งเสริมชาวบ้านรอบข้างให้ปลูกกาแฟแล้วรับซื้อแบบประกันราคาแทน

“ตอนแรกให้ต้นกล้าฟรีๆ เขายังไม่ปลูกเลยนะ ตอนนี้ชาวบ้านแย่งกันมาซื้อต้นกล้า เพราะเขารู้ว่าปลูกกาแฟแล้วจะมีรายได้มากขึ้น เราก็เอานักวิชาการไปช่วยสอน เอาเทคนิคต่างๆ ไปให้ เขาใช้เงินน้อยลง แต่ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 5 เท่า ชาวบ้านก็เลยมาปลูกกาแฟส่งให้เรา 4,000 กว่าครอบครัว”

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

ถ้าวัดกันตรงพื้นที่ปลูกกาแฟ ไร่กาแฟของคุณแม่ไม่ใช่ไร่ที่ใหญ่ที่สุด เพราะมีพื้นที่แค่ 70 เฮกตาร์ ในขณะที่นักลงทุนจากต่างประเทศรวมถึงประเทศไทย ปลูกกาแฟกันบนพื้นที่หลายร้อยเฮกตาร์ คุณแม่ปฏิเสธว่า จะไม่ขยายพื้นที่ปลูกแล้ว จะส่งเสริมให้ครอบครัวเล็กๆ ปลูกกาแฟดีกว่า

“กาแฟสุกพร้อมกันหมด ถ้าปลูกพื้นที่ไม่เยอะ คนในครอบครัวก็ช่วยกันเก็บได้ ในไร่ของเราคนงานก็ยังใช้มือเก็บได้ ลูกกาแฟที่เก็บได้จะมีแต่สีแดงเท่านั้น เวลาขายราคาก็จะดีกว่า เอาไปแปรรูปคุณภาพก็ดีกว่า ส่วนเจ้าอื่นที่พื้นที่เยอะๆ เขาต้องใช้เครื่องเก็บ มันก็ปนกันทั้งลูกสีแดงและลูกสีเขียวที่ยังไม่สุก ราคาก็ไม่ดีเท่าเรา” คุณแม่อธิบายวิธีคิด

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

แล้วทำไมถึงไม่มีนักธุรกิจรายอื่นมาทุ่มเงินซื้อเมล็ดพันธุ์จากชาวบ้านตัดหน้าคุณแม่

“มีคนรับซื้อเมล็ดกาแฟมากมาย ให้ราคาดีกว่าด้วย แม่ไม่ได้ห้ามนะ เขาจะขายให้ใครก็ได้ แต่ชาวบ้านก็ยังขายให้แม่ เพราะเราเคยช่วยเหลือกันมา แม่ช่วยเขามาตั้งแต่แรก”

คุณแครอลบอกว่า คุณแม่เป็นคนที่กล้าลงทุน กล้าได้กล้าเสีย ไม่ค่อยคิดเรื่องขาดทุนกำไร ถ้าอยากทำอะไรแล้วก็ลุยเลย คุณแม่เลยทำอะไรที่เพื่อนพ้องบอกว่า บ้า ครั้งแล้วครั้งเล่า

“แม่ทำเทคอนกรีตทำลานตากกาแฟพื้นที่ 30 เฮกตาร์ เพราะถ้าตากบนลานรสชาติกาแฟจะไม่หายไปเหมือนใช้เครื่องอบ คนญี่ปุ่นเขาจะซื้อเฉพาะแบบนี้ คนส่วนใหญ่ถามว่า ทำขนาดนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้ทุนคืน แต่แม่กลับบอกว่า ถ้าไม่ทำขนาดนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้ขาย” คุณแครอลเล่า

ช่วงแรกคุณแม่ส่งออกเมล็ดกาแฟดิบซึ่งราคาไม่สูงนัก ถ้าจะคั่วก็ต้องส่งไปคั่วประเทศอื่น ทำให้กำไรน้อยและไม่มีใครรู้จักกาแฟลาว พอทำมาได้ 10 ปี คุณแม่ก็ลงทุนทำโรงงานคั่วกาแฟและผลิตกาแฟสำเร็จรูป ถือเป็นโรงงานที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดในประเทศ

การลงทุนครั้งนี้ใช้เงินร่วมๆ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งไม่มีใครกล้าหุ้นด้วย เพราะเห็นแต่ความเสี่ยง ไม่มีใครนึกออกว่าจะคุ้มได้ยังไง แต่สุดท้ายมันก็ทำให้กาแฟดาวกลายเป็นธุรกิจกาแฟที่ครบวงจรทำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งในเอเชียมีเพียงไม่กี่รายเท่านั้น และเป็นกาแฟที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

โด่งดังขนาดมีเครือธุรกิจขนาดใหญ่จากเมืองไทยมาขอร่วมลงทุนด้วย

“แม่แก่แล้ว ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร แม่ทำของแม่มาเหนื่อยนะ จะให้มาขายกิจการ แม่ไม่ขายหรอก ถ้าจะทำแบบเป็นเพื่อนกันถือหุ้นครึ่งๆ ก็ได้ แต่ทางฝั่งนั้นบอกว่า นโยบายของเขาต้องถือหุ้นมากกว่า แม่ก็เลยบอกว่า แม่ก็มีนโยบายของแม่ คือแม่จะไม่ถือหุ้นน้อยกว่า” คุณแม่หัวเราะ แล้วก็บอกว่า สุดท้ายการลงทุนร่วมกันครั้งนี้เลยไม่เกิดขึ้น

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

 

ร้านกาแฟ

เราย้ายมาคุยกันที่ร้าน The Tea Room by DAO COFFEE ร้านกาแฟที่อยู่หน้าประตูบ้าน

ร้านนี้ขายกาแฟและอาหารสูตรรสมือคุณแม่ มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาแน่นร้านตั้งแต่เช้ายันเย็น คุณแม่ก็ชอบนั่งทำงานและนัดคุยงานในร้านมากกว่าในห้องทำงานที่อยู่ชั้นบน

ส่วนท่านหมอพูดถึงตัวเองกับร้านนี้แบบมีลูกอ้อนว่า “ตอนนี้ผมได้เงินรายวันจากรัฐบาลวันละ 200 บาท ผมทานข้าวร้านแม่ไม่ได้หรอก กาแฟแก้วหนึ่งก็ร้อยกว่าบาทแล้ว”

“ถ้าจะทานก็ต้องจ่าย แต่เดี๋ยวลดให้” คุณแม่เติมน้ำตาลกลางโต๊ะ

พอกาแฟวางกลางโต๊ะ ท่านหมอก็เล่าเรื่องกาแฟดาวให้ฟัง เรื่องเอาเมล็ดพันธุ์ไปประกวดที่สหรัฐอเมริกาแล้วได้รางวัลคุณพ่อก็ภูมิใจ แต่มีเรื่องที่ท่านหมอภูมิใจกว่านั้น

“ทำงานกับคนญี่ปุ่นนี่ยากจริงๆ ครับ” ท่านหมอหัวเราะ “ถ้าเราทำกาแฟขายคนญี่ปุ่นได้ เราขายให้ที่ไหนในโลกก็ได้แล้ว เขามีมาตรฐานสูงมาก เขาส่งคนมาดูเราปลูก ดูเราทำ อยู่กับเราทุกขั้นตอน เวลาเราปอกเปลือกเมล็ดกาแฟเขาก็ชิมด้วย เราหมักเมล็ดทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง เขาก็ชิม 18 ชั่วโมงชิมอีก 14  ชั่วโมงชิมอีก ดูเราตาก ก่อนส่งออกก็ดูอีก เจาะทุกกระสอบมาตรวจก่อน แล้วก็ให้เราส่งดินของเราเฮกตาร์ละ 1 กิโลกรัมไปให้เขาวิจัยที่บ้านเขา โอ้ย ยากมากกว่าเขาจะซื้อของเรา เขาบอกว่าจุดเด่นกาแฟของเราคือแร่ธาตุจากดินภูเขาไฟและความสะอาดในทุกขั้นตอนการผลิต เราส่งไปญี่ปุ่นทีละ 300 – 400 คอนเทนเนอร์ ไม่มีคอนเทนเนอร์ไหนตีกลับเลย”

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

กาแฟดาวทำให้ท่านหมอมีโอกาสได้เดินทางไปออกงานกาแฟทั่วโลก และได้เจอกันนักชิมจากชาติต่างๆ

“ตอนผมไปที่โรม มีคนมาชิมกาแฟดาวแล้วถามว่า ลาวอยู่ตรงไหนในโลกเหรอ พูดจบก็พากันหัวร่อ เขาไม่รู้จักเลย เราก็เอาแผนที่มากาง ถึงตอนนี้เขาก็ไม่รู้หรอกว่าลาวอยู่ตรงไหน แต่เขารู้จักกาแฟลาวแล้ว” ท่านหมอพูดจบก็ยกกาแฟดำขึ้นจิบ

“ตอนแรกก็ไม่คิดว่ากาแฟดาวจะไปได้เร็วขนาดนี้ เราพยายามทำกาแฟของเราให้ดีที่สุด พอได้รับการยอมรับเราก็ภูมิใจ คนส่วนใหญ่จะบอกว่า ลาวมีกาแฟด้วยเหรอ ตอนนี้คนค้ากาแฟเขารู้จักกาแฟลาวอยู่แล้ว แต่เราอยากให้คนทั่วไปรู้ด้วยว่า ลาวมีกาแฟที่ดี ไม่ต้องรู้จักกาแฟดาวก็ได้ แค่รู้ว่าลาวผลิตกาแฟก็คุ้มแล้ว” คุณแม่พูดพร้อมรอยยิ้ม

 

โรงพยาบาล

ท่านหมอเป็นหมอที่คนรักทั้งบ้านทั้งเมือง ส่วนคุณแม่ก็เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาก แต่ทั้งคู่เลี้ยงลูกแบบไม่บังคับ อยากเป็นอะไรก็เป็น อยากทำอะไรก็ทำ

“พ่อเขาชอบบอกแม่ว่า อย่าทำธุรกิจใหญ่เกินไป เดี๋ยวลูกจะเหนื่อย”

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

“ไม่ใช่แบบนั้น ผมบอกว่า คุณเก่งคุณทำได้ ถ้าลูกเขาไม่เก่งเหมือนคุณ เดี๋ยวลูกจะลำบาก ขยายธุรกิจเพิ่มเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเราขยายเพิ่ม เราต้องดูว่าเราดูแลไหวไหม ถ้าเราดูแลไม่ไหวก็จะปวดหัว เสียเงิน แล้วก็โดนคนดูถูกอีก” ท่านหมออธิบาย

“แม่ถามลูกว่า อยากทำต่อไหม ถ้าไม่ทำก็จะให้คนมาเทกโอเวอร์ ขายเลย เราทำไว้ดีแล้ว ถือว่าจบดีแล้ว ไม่ได้ขายของเหลือให้ใคร ต่อไปแม่ก็อยากจะไปสร้างวัด ไปอยู่วัดกับเพื่อนๆ ที่ไม่มีลูก ไม่มีครอบครัว”

แต่คุณแครอลลูกสาวคนโตที่ร่ำเรียนมาทางด้านบริหารธุรกิจมีปริญญาหลายใบจากหลายประเทศ มีความสุขกับการรับช่วงกิจการต่อ ตอนนี้ก็เป็นกำลังหลักในการบริหารงาน และพากาแฟดาวมาได้ไกลขนาดนี้

“ฮาวีย์อยากเรียนหมอเหมือนพ่อ” คุณแม่พูดถึงลูกชาย “เขาเห็นประชาชนรักพ่อ เขาอยากเป็นแบบนั้นบ้าง แต่เขาไม่ถนัดด้านนี้ เราเลยปลอบใจลูกว่า หมอบางคนเขาก็ไม่ดี หลอกเลี้ยงไข้เอาเงิน ถ้าลูกมีวิชาอะไรดีแล้วเอาไปช่วยคน ไม่เอาเปรียบคน ไม่หลอกคน ไม่ต้องเป็นหมอก็เป็นคนดีได้ เขาก็สบายใจ สุดท้ายก็เรียนสถาปัตย์ เราก็บอกว่า ถ้ามีเพื่อนมีญาติไม่มีเงิน ไปเขียนแบบช่วยเขา เราก็ได้ช่วยคนเหมือนกัน

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

ส่วนลูกคนเล็กกำลังเรียนหมออยู่ที่ศิริราช และอยากใช้ชีวิตตามรอยท่านหมอ

“เขาไม่อยากหาเงินนะ เขาบอกว่า ถ้าอยากได้เงินไม่อยู่ที่นี่หรอก ไปต่างประเทศแล้ว เขาบอกตั้งแต่ก่อนเรียนแล้วว่า เรียนจบจะทำโรงพยาบาลที่รักษาคนจน ไม่เอาเงิน ช่วยคนจน ช่วยเด็กกำพร้า เขาให้เราสัญญาว่า ถ้าเรียนจบแล้วต้องให้เงินเขาสร้างบ้านหลังหนึ่งไว้รักษาคนนะ แล้วจะหาเงินมาคืนแม่ เขาก็กลัวว่าแม่แก่แล้วจะลืม เตือนตลอด” คุณแม่ยิ้ม

“ผมก็ดีใจนะ ช่วยคนแบบนี้ดีเลย ผมก็ให้ไอเดียเขาว่าให้ทำเป็นโรงพยาบาลแม่และเด็ก คนไข้ผู้ชายมาตรวจกลางวันได้ แต่ไม่ให้ค้าง” คุณพ่อบอกว่า คงไปช่วยรักษาด้วยไม่ไหว ขอช่วยวิธีอื่นแทน

“เราแบ่งหุ้นในบริษัทให้ลูกๆ หมดแล้ว ส่วนของผมมีหุ้นอยู่ในบริษัททั้งหมดเท่าไหร่ ผมจะให้เขาหมดเลย เอาเงินไปช่วยโรงพยาบาลหมดเลย ผมจะช่วยเขาแบบนั้น” ท่านหมอตอบด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข

ดาวเฮือง ลิดดัง, Dao coffee

ภาพ นินทร์ นรินทรกุล

CONTRIBUTORS

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)