3 Jan 2018
6 PAGES
320 K
10

ผม ก้อง ทรงกลด รู้จัก ก้อง-ดร.ก้องภพ อยู่เย็น สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน

 

9

เขาเรียนจบจากภาควิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โปรเจกต์จบของเขาคือ เครื่องวัดคลื่นสมองเพื่อรักษาผู้ป่วยลมชักและลมบ้าหมู ซึ่งได้รับรางวัลสิ่งประดิษฐ์แห่งชาติ และนำไปใช้งานจริงในโรงพยาบาล

 

8

เขาเรียนจบปริญญาโทและเอกด้านไฟฟ้า จากสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา เขาเชี่ยวชาญด้านคลื่นไมโครเวฟ

 

7

ปัจจุบันเขาเป็นวิศวกรขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา หรือ นาซา

 

6

เขาทำงานที่สถาบัน Goddard Space Flight Center ในรัฐแมรี่แลนด์ ภารกิจของศูนย์แห่งนี้คือ สำรวจโลกและจักรวาล

 

5

งานของ ดร.ก้องภพ คือสร้างอุปกรณ์เพื่อรับคลื่นไมโครเวฟจากนอกโลก เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของจักรวาล

 

4

ผมเคยสัมภาษณ์ใหญ่ ดร.ก้องภพ แบบยาวเหยียดเมื่อ 7 ปีก่อน และเคยชวนเขาขึ้นเวทีพูดคุยครั้งเล็กๆ อีกหลายหน

 

3

ครึ่งปีก่อน ผมพบ ดร.ก้องภพ ที่สหรัฐอเมริกา หลังการนั่งคุยแบบยาวนาน ก็พบว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้น่าสนใจมาก

 

2

ดร.ก้องภพ เพิ่งทำปฏิทินดาวเรียงตัว มันคือปฏิทินที่บอกว่า เมื่อดวงดาวนอกโลกเรียงตัวกันในบางตำแหน่งจะส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์บางอย่างภายในโลก เขาทำออกมาเป็นปฏิทินรายวัน เพื่อให้เรารู้ว่า วันไหนมีโอกาสเกิดภัยพิบัติ และวันไหนที่ควรไปดูปรากฏการณ์แสงเหนือ เขาเก็บข้อมูลมา 7 ปี เพื่อพิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้ถูกต้อง

 

1

ดร.ก้องภพ กลับมาทำธุระที่ประเทศไทยช่วงสั้นๆ เราเลยได้นั่งคุยกันอีกรอบ

 

0

นี่คือบทสนทนาว่าด้วย งานของเขาที่นาซา ปฏิทินดาวเรียงตัว คำแนะนำในการไปดูแสงเหนือ มนุษย์ต่างดาว และความสุขที่แท้

ดร.ก้องภพ อยู่เย็น

ศูนย์ที่คุณทำงานอยู่ทำเรื่องเกี่ยวกับอะไรบ้าง

มี 4 สายงานหลัก คือ การสำรวจภายในโลกและในชั้นบรรยากาศ สำรวจดวงอาทิตย์ สำรวจดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาล แล้วก็สำรวจนอกระบบสุริยจักรวาล ซึ่งผมทำอยู่ในส่วนนี้ ในหน่วยงานมีการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร แผนกช่าง ฝ่ายบริหารจัดการ วิศวกรมีหน้าที่พัฒนาเทคโนโลยีให้นักวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์จะคิดโครงการว่าเขาอยากวัดแบบนี้ ถ้าได้ศึกษาตรงนี้เราจะมีความเข้าใจบางอย่างมากขึ้น ผมก็ต้องคิดว่าเราจะสร้างเครื่องมืออะไรแบบไหนเอาไปใช้พิสูจน์ความเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

 

งานที่คุณดูแลอยู่ตอนนี้คืออะไร

หน้าที่หลักของผมคือ พัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับการตรวจจับภาพที่อยู่นอกโลก โดยเฉพาะที่อยู่ไกลออกไปมากๆ คือในย่านคลื่นไมโครเวฟ ความยาวคลื่นมีหลายย่านความถี่ ความถี่แสงคือส่ิงที่ตาเรามองเห็น ย่านอินฟาเรดคือสิ่งที่สัตว์เห็นในที่มืด คลื่นไมโครเวฟก็ยาวขึ้นไปอีก อยู่ในที่มืดกว่านั้นอีก ภาพที่ได้จะมีหน้าตาไม่เหมือนกัน แบบเดียวกับภาพที่ได้จากกล้องอินฟาเรดก็ไม่เหมือนกล้องถ่ายรูป คลื่นไมโครเวฟเอาไว้ใช้ตรวจจับวัตถุที่มีระยะห่างจากโลกมากๆ

 

ภาพไกลที่สุดที่คุณบันทึกได้ ไกลแค่ไหน

ตอนนี้ค้นไปถึง 13.7 พันล้านปีแสง นี่คือภาพที่เรากำลังประเมินผลกัน

 

เราได้อะไรจากการดูภาพพวกนี้

ถ้าในระดับคนทั่วไป มันไม่มีความหมายอะไรเลย (หัวเราะ) แต่นักวิทยาศาสตร์สนใจอยากศึกษาวิวัฒนาการของจักรวาล อยากรู้ว่ากาแล็กซี่ก่อตัวหน้าตาเป็นยังไง โครงสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกาแล็กซี่หน้าตาเป็นยังไง การเคลื่อนไหวของพลังงานหน้าตาเป็นยังไง

ดร.ก้องภพ อยู่เย็น

คาแรกเตอร์ของชาวนาซาเป็นยังไง

ผมเชื่อว่า คนที่ทำงานนาซามีความภูมิใจในองค์กรมาก ภูมิใจในงาน รู้สึกว่าได้ทำงานที่ยิ่งใหญ่ แล้วคนส่วนใหญ่ก็พยายามขับเคลื่อนงานให้สำเร็จเพราะเป็นความภูมิใจในเชิงการทำเพื่อมนุษยชาติ ในรูปแบบของการให้ความรู้ความเข้าใจใหม่ๆ กับคนทั้งโลก

 

คุณได้อะไรจากการทำงานนาซาบ้าง

ทำให้ผมเข้าใจว่า ไม่ว่าเราจะศึกษาเรื่องที่อยู่ในอวกาศหรืออยู่ในโลก ข้อสรุปก็เหมือนกันคือ มันไม่มีอะไร (หัวเราะ) หากเราเข้าใจอวกาศ กลไกการทำงานในอวกาศ เราก็จะเข้าใจกลไกการทำงานของจิตใจเราและสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา หรือในทางตรงกันข้าม หากเราเข้าใจตัวเอง เราก็จะเข้าใจกลไกการทำงานของอวกาศและจักรวาลด้วย

 

จักรวาลกับตัวเราเหมือนกันตรงไหน

เหมือนกันตรงที่ต้องพึ่งพาอาศัยสิ่งรอบๆ เพื่อให้อยู่ได้ ดวงอาทิตย์ต้องอาศัยสิ่งที่อยู่รอบๆ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างดวงดาว ทำให้เกิดปฏิกิริยาดวงอาทิตย์ หรือทำให้เกิดความแปรปรวน มีปฏิกิริยาต่างๆ ในระบบสุริยะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีเหตุและปัจจัยของมัน พอเราศึกษาเรื่องอวกาศ มันก็มีกลไกการทำงาน ถ้ามีส่ิงนี้ สิ่งนี้ก็ยังคงอยู่ ถ้าสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้ก็จะดับไปด้วย ทุกอย่างเข้าสู่สัจธรรม

 

นอกเวลางานคุณสนใจเรื่องอะไร

ในเวลางานผมศึกษานอกระบบสุริยะ นอกเวลางานผมก็ศึกษาในระบบสุริยะ กลไกการทำงานของระบบสุริยะ ปฏิกิริยาของดวงอาทิตย์ กำเนิดดาวเคราะห์ รวมๆ แล้วเลยศึกษาทั้งจักรวาลเลย (หัวเราะ)

ดร.ก้องภพ อยู่เย็น

ศึกษาด้วยตัวเองที่บ้าน

ใช่

 

สิ่งที่คุณสนใจเป็นพิเศษในระบบสุริยะคืออะไร

กลไกการเกิดขึ้นของบางสิ่งบางอย่าง เช่น ปฏิกิริยาดวงอาทิตย์ การเกิดขึ้นของภัยธรรมชาติ ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ไม่ได้จำกัดเฉพาะบนโลกแต่ดาวดวงอื่นด้วย แต่เน้นเรื่องบนโลกเป็นหลัก

 

คุณตั้งสมมติฐานว่า

หากมีการกระเพื่อมสั่นไหวของอวกาศ โลกจะได้รับผลกระทบแบบใดแบบหนึ่งตามมา

 

พิสูจน์แล้วเป็นจริงไหม

แน่นอน ถ้าสมมติฐานคือ สภาพอวกาศมีความแปรปรวนจะส่งผลบางอย่างต่อโลก มันก็เหมือนอากาศรอบๆ กับตัวเรา ถ้าอากาศรอบๆ มีออกซิเจนน้อยลง ตัวเราก็หายใจไม่ออก ออกซิเจนเยอะก็กระปรี้กระเปร่า โลกกับสิ่งที่อยู่นอกโลกก็เหมือนกัน เพียงแต่จะแสดงอาการไม่เหมือนกัน โลกจะแสดงอาการออกมาหลายแบบ อาจจะเกิดพายุที่มีความแปรปรวนสูง อากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลัน ร้อนเป็นหนาวหนาวเป็นร้อนในช่วงเวลาสั้นๆ เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ปรากฏการณ์แสงเหนือ หรือไม่ใช่ภัยพิบัติแต่ส่งผลให้จิตใจมนุษย์แปรปรวน ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์

 

 

ดวงดาวส่งผลกับจิตใจเรายังไง

ถ้าถามตำรวจว่าวันไหนมีอาชญากรรมเยอะ เขาจะตอบว่า วันที่มีพระจันทร์เต็มดวง ภาษาอังกฤษมีคำศัพท์ว่า Lunatic หมายถึงคนบ้า ซึ่งมีรากศัพท์จากคำว่าพระจันทร์ ดวงดาวมีอิทธิพลต่อจิตใจมนุษย์ (เว้นจังหวะ) หากมนุษย์ขาดสติ

 

ในปฏิทินของคุณระบุว่าวันไหนโลกจะได้รับอิทธิพลจากดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์ และดาวเสาร์ คล้ายคำพูดของหมอดูที่ว่า พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก ไหม

คล้ายๆ กัน เราดูในมุมของปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่หมอดูอาจจะดูว่าคนที่มีนิสัยแบบนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นผลจะออกเป็นยังไง แต่ถ้าเรามีสติ เรารู้ทัน ก็ไม่เป็นแบบนั้นนะ ถ้าคุณฝึกเจริญสติจนถึงจุดสุดยอด อิทธิพลจากสิ่งรอบๆ จะไม่มีผลต่อจิตใจเลย แต่ร่างกายไม่เกี่ยวนะ ถ้าเราขาดออกซิเจนต่อให้เจริญสติ แต่ไม่มีออกซิเจนให้หายใจก็อยู่ไม่ได้

ปฏิทินดาวเรียงตัวใช้ทำอะไรได้บ้าง

ช่วงที่กราฟขึ้นสูงๆ อากาศจะแปรปรวนแบบสุดโต่ง เป็นช่วงที่มีความเสี่ยงเรื่องฝนฟ้าอากาศ ถ้าอยากจัดงานกลางแจ้งก็จัดก่อนช่วงกราฟขึ้นสูงสุด ส่วนช่วงที่กราฟเริ่มลง อากาศก็จะครึ้มๆ ถ้าใช้ที่ประเทศอื่นก็ต้องประยุกต์หน่อย อยู่ในทะเลทรายจะเป็นเรื่องลมพายุ ถ้านอร์เวย์ก็เป็นเรื่องแสงเหนือ ช่วงที่กราฟขึ้นสูงสุดคือช่วงที่มีแสงเหนือเยอะที่สุด องค์กรชั้นนำอย่าง NOVA หรือ NASA คาดการณ์แสงเหนือล่วงหน้าได้ประมาณ 1 เดือน แต่ปฏิทินนี้บอกล่วงหน้าได้ปีหนึ่ง ถ้าคุณกำลังวางแผนจะไปดูแสงเหนือก็ดูปฏิทินนี้แล้ววางแผนหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกได้เลย หรือถ้าจะทำการเกษตร ก็จะรู้ว่าช่วงไหนน้ำเยอะ น้ำน้อย

 

องค์กรที่โปรโมตการท่องเที่ยวแสงเหนือควรมอบรางวัลให้คุณนะ

มันอยู่ในช่วงการทดลอง ปีที่ผ่านมาผมส่งปฏิทินนี้ให้ไกด์ชาวไทยที่ทำทัวร์แสงเหนือที่นอร์เวย์ เพราะอยากรู้ว่ามันตรงไหม เขาบอกว่ามันแม่นมาก

 

จากปฏิทินนี้ปี 2561 สภาพดินฟ้าอากาศบ้านเราจะเป็นยังไง

แกว่งตัวสูงกว่าปี 2560 โดยเฉพาะเดือนตุลาคม จะแกว่งตัวสูงมาก พีกช่วงวันที่ 25 – 26 ตุลาคม ช่วงนั้นสภาพอากาศจะไม่ดี

 

แต่ใครๆ ก็รู้ว่าช่วงตุลาคมฝนตกน้ำท่วมทุกปีอยู่แล้ว

ใช่ แต่บอกได้หรือเปล่าว่าวันไหน ผมบอกได้เลย ค่อนข้างชัวร์มาก

 

การค้นพบครั้งนี้นาซาไม่สนใจเหรอ

ผมทำเป็นงานอดิเรก ผมแค่อยากสร้างความเข้าใจแบบใหม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกมีผลมาจากนอกโลกด้วย แต่มันก็ยากที่จะให้มุมมองนี้ไปแทนที่มุมมองที่มีอยู่ เหมือนเรามองว่านี่คือแก้ว เอาไปใช้ประโยชน์แบบนี้ แต่อีกคนบอกว่าไม่ใช่ มันคือพลาสติกที่มีน้ำอยู่ข้างใน มันก็คุยกันไม่รู้เรื่องนะ แทนที่เราจะมาเถียงกันว่ามันเรียกว่าอะไร เราควรจะดูว่าแก้วน้ำนี้เอาไปใช้ประโยชน์อะไรมากกว่า ถ้าเราดูที่ประโยชน์เป็นหลักเราจะไม่ทะเลาะกัน แต่ถ้าตัดสินกันที่มุมมองว่ามุมไหนถูกมุมไหนผิด มันก็จะขัดแย้งกัน

ดร.ก้องภพ อยู่เย็น

คุณสนใจเรื่องมนุษย์ต่างดาวไหม

ผมเคยสนใจ ตอนนั้นสนใจเรื่องเทคโนโลยีว่าเขาเดินทางมายังไง ใช้เทคโนโลยีแบบไหน แล้วทำยังไงเราถึงจะทำแบบเขาได้บ้าง สำหรับผม มนุษย์ต่างดาวมี 2 ส่วน คือ ร่างกายและจิตใจ คนส่วนใหญ่มักมองที่ร่างกาย คือตัวโตๆ ตาใหญ่ๆ แต่ก็ยังมีเรื่องของจิตใจ แล้วก็มิติอีก เรื่องจิตใจซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมร่างกาย มันต้องตาโตๆ หัวกลมๆ ด้วยหรือเปล่า ส่วนเรื่องมิติ สิ่งที่เรามองเห็นและสัมผัสได้ไม่ใช่ความจริงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เวลาเราฝันก็อีกมิติหนึ่ง คลื่นความถี่ต่างๆ ก็เป็นอีกมิติหนึ่ง แม้ว่าเราจะมองไม่เห็นแต่มันก็มีอยู่จริง เขาอาจจะมาแล้วก็ได้ แต่เรามองไม่เห็น วิธีการสื่อสารของเขาอาจจะไม่ใช่เสียงพูด หรือวาดภาพสัญลักษณ์บนโลก แต่อาจจะสื่อตรงมาที่จิตเราเลยก็ได้ มันทำให้เราเข้าใจว่า โลกใบนี้ไม่มีขีดจำกัดในทุกแง่ มีความเป็นไปได้ทุกเงื่อนไขเท่าที่เราจะคิดได้ เราต้องเปิดใจให้กว้าง

 

คุณเชื่อว่ามีสิ่งมีชีวิตนอกโลก

ผมเชื่อว่ามี ขนาดเรายังเกิดได้เลย สิ่งมีชีวิตมีหลายมิติ หลายมุมมอง แล้วก็หลายเงื่อนไข เงื่อนไขของสิ่งมีชีวิตนอกโลกอาจจะต่างกับสิ่งมีชีวิตบนโลกก็ได้ สิ่งมีชีวิตนอกโลกอาจจะไม่ต้องอาศัยออกซิเจนหรือน้ำก็ได้ ดังนั้นจึงมีหลายรูปแบบมาก เหมือนกับคนมีหลายรูปแบบ ถ้าคิดว่าคนต้องมีแบบเดียว พอเราไปเจอคนที่นิสัยผิดจากความคาดหมายของเรา บางทีเราก็รับไม่ได้

 

เชื่อเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกเดินทางเข้ามาในโลกไหม

หากมีดาวดวงหนึ่งมีอายุมากกว่าโลก และมีสิ่งมีชีวิตที่เกิดก่อนสิ่งมีชีวิตบนโลกสักหมื่นปี คิดว่าเทคโนโลยีของเขาจะไปไกลขนาดไหน แล้วถ้าไกลขนาดนั้น เขาน่าจะมาหาเราก่อนที่เราไปหาเขาใช่ไหม แล้วก็มีคำถามว่า ถ้าเขามาหาเราทำไมเราหาเขาไม่เจอ ก็เพราะเราสร้างเงิื่อนไขว่าสิ่งมีชีวิตนอกโลกต้องเป็นแบบนี้แบบนั้น ในความเป็นจริงไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นก็ได้ หรือเราเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตนอกโลกจะมีจริงเมื่อเขาปรากฏตัวให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ต่อชาวโลก เราสร้างเงื่อนไขนี้ขึ้นมา แต่ในความเป็นจริงเขาไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวแบบนั้นก็ได้ เขามาแบบไม่ต้องให้ใครรู้ก็ได้ พอเราสร้างเงื่อนไขในจิตใจของเรา ก็อาจจะทำให้เราไม่ได้เห็นความจริง

 

ประโยชน์ของการรู้จักมนุษย์ต่างดาวคืออะไร

ทำให้เรารู้ว่าโลกใบนี้มีอะไรอีกมากมายที่เราไม่รู้ หากเราต้องการพัฒนาโลกให้มีความเจริญในบางเรื่อง เราต้องเปิดใจให้กว้างกับสิ่งที่เราคิดว่าอาจจะไม่มีหรือเป็นไปไม่ได้ แล้วทำสิ่งนั้นให้เป็นไปได้

 

ทำไมถึงเลิกสนใจ

พอรู้ว่าผมทำงานนาซาเด็กๆ ก็ชอบถามผมว่า เคยเจอมนุษย์ต่างดาวหรือเปล่า นั่นเป็นเหตุที่ทำให้ผมต้องศึกษา เพราะผมตอบคำถามของเขาในตอนนั้นไม่ได้ ตอนนั้นอยากรู้ว่ามันมีจริงหรือเปล่า คำตอบก็คือ มี ในหลายรูปแบบ จากภาพถ่ายดาวเทียมนอกโลก จากประสบการณ์ส่วนตัว และจากประสบการณ์ของคนอื่น พอรู้แล้วว่ามี ผมก็ปล่อยวางความสงสัยนั้น เพราะมันไม่ได้ช่วยให้เราพ้นทุกข์

ดร.ก้องภพ อยู่เย็น

คุณมีแผนจะทำงานที่นาซาอีกนานแค่ไหน

ขึ้นกับวาระ เราอยู่ตรงไหนแล้วทำตัวเป็นประโยชน์ได้มากที่สุด เราก็อยู่ที่นั่นแหละ

 

ประโยชน์ในความหมายของคุณคือ

บำบัดทุกข์ให้ผู้อื่นได้ ให้ความสุขผู้อื่นได้ นำคนรอบข้างไปสู่ความเจริญได้ นาซาพัฒนาเทคโนโลยีเพราะเขามีความต้องการตรงนั้น เราก็ช่วยให้เขาพัฒนาตรงนั้น ส่วนเรื่องจิตใจ เราพัฒนาจิตใจของเราได้ระดับหนึ่ง แล้วก็ช่วยพัฒนาจิตใจผู้อื่นให้มีความเจริญ มีความสุขขึ้น

 

ทำไมวิศวกรนาซาถึงอยากทำให้คนมีความสุข

ทุกอาชีพก็ช่วยคลายทุกข์ให้คนนะ อุตสาหกรรมบันเทิงก็ช่วยคลายทุกข์ให้คน อุตสาหกรรมอาหารทำให้คนไม่หิว ก็คลายทุกข์เหมือนกัน

 

คุณอยากคลายทุกข์ด้านไหนให้ผู้คน

เรื่องความสงสัยในปริศนาอวกาศ ในเรื่องปรากฏการณ์ต่างๆ ปฏิทินดาวเรียงตัวก็ทำให้เราคลายความกังวล พอเรารู้ว่าช่วงไหนจะได้รับอิทธิพลจากสิ่งอื่นๆ มันก็ช่วยเตือนสติเรา ถ้ามีสติความวิตกกังวลก็หายไป แล้วผมก็อยากสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโลก เมื่อเราเข้าใจถูกแล้ว ความทุกข์ก็จะลดลง

ดร.ก้องภพ อยู่เย็น

เราเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับโลก

เราเข้าใจว่า เราหาความสุขที่แท้จริงจากสิ่งที่อยู่ในโลกนี้ได้

 

ทำไมความสุขที่แท้จริงถึงไม่มีในโลก

เพราะมันไม่เที่ยง มันไม่มีตัวตนที่แท้จริง ถ้าเรายึดถือว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นความสุข สักวันหนึ่งมันก็ต้องเสื่อมสลายไป ความสุขนั้นจึงอยู่ไม่นาน แล้วจะได้ความทุกข์มาแทน

 

สิ่งที่คุณอยากรู้ที่สุดในวันนี้คืออะไร

ความสุขที่แท้จริงสูงสุดคืออะไร เราจะไปถึงจุดนั้นได้หรือเปล่า

 

ยากกว่าการเดินทางไปดาวดวงอื่นไหม

น่าจะง่ายกว่า การไปถึงดาวดวงอื่นไม่ได้ทำให้ผมเข้าถึงความสุขที่แท้จริง เหมือนเราไปดาวอังคาร พอไปเหยียบดาวอังคารก็มีความสุขอยู่สัก 5 นาที แล้วก็อยากกลับบ้าน (หัวเราะ) มีใครอยากจะอยู่ดาวอังคารตลอดชีวิตบ้าง เราจะไปหาสิ่งเหล่านั้นทำไม ในเมื่อเรารู้ตั้งแต่แรกว่ามันไม่ใช่เป้าหมายของความสุขที่แท้จริง

ดร.ก้องภพ อยู่เย็น

ภาพ: มณีนุช บุญเรือง

ติดตามข้อมูลเรื่องปฏิทินดาวเรียงตัวเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.kpsquare.com
เฟซบุ๊ก : ก้องภพ อยู่เย็น

CONTRIBUTORS

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

มณีนุช บุญเรือง

สาวชาวเชียงใหม่ อดีตช่างภาพ a day BULLETIN LIFE หลงใหลในแสงแดด พอๆ กับอเมริกาโนฮ้อนๆ เจ้า