4 กุมภาพันธ์ 2563
2 K

หากนึกถึงย่านทองหล่อ-เอกมัย ในภาพจำของเราคงเป็นย่านไลฟ์สไตล์เก๋ๆ ทั้งการเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ที่อยู่อาศัย สตูดิโอด้านการออกแบบ ศูนย์การค้า รวมไปถึงบาร์ต่างๆ ที่สร้างสีสันตลอดคืน ทำให้ย่านทองหล่อ-เอกมัยเป็นย่านที่มีเสน่ห์และเชิญชวนผู้คนให้เข้ามาใช้ชีวิตกันมากขึ้น

สิ่งที่ทำให้ย่านทองหล่อ-เอกมัยในปีนี้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก คือการที่ย่านนี้ร่วมมือกับ CEA เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 หรือ Bangkok Design Week 2020 และมีการร่วมมือกันระหว่างคนในชุมชนเพื่อจัดกิจกรรมต่างๆ โดยหวังสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการขับเคลื่อนธุรกิจ เกิดการแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนของย่านนี้ในระยะยาว

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

ด้วยการผลักดันของเหล่านักออกแบบตัวเล็กๆ ที่อยู่ในพื้นที่อย่าง ต๊ะ-อนุพล อยู่ยืน ผู้อำนวยการการออกแบบเฟอร์นิเจอร์แบรนด์โมเบลลา (Mobella) มาร์ค-เมธชนัน สวนศิลป์พงศ์ หัวหน้าฝ่ายออกแบบเฟอร์นิเจอร์แบรนด์เคนคูน (kenkoon) และยศ-ยศพล บุญสม ภูมิสถาปนิกจากบริษัท ฉมา จำกัด (Shma) มารวมตัวกันกับกลุ่มร้านค้าร้านกาแฟจนเกิดเป็น ‘กลุ่มทองเอก’ หรือ Thong-Ek Cretive Neighborhood

เราจึงชวนชาวทองเอกทั้ง 3 คนมาพูดคุยเกี่ยวกับแนวคิดและกระบวนการทำงาน ที่ได้นำเพื่อนบ้านที่บ้านติดกันแต่แทบไม่รู้จักกัน มาเป็นเพื่อนบ้านที่ร่วมมือกันสร้างอะไรบางอย่างในย่านนี้ ก่อนจะเปิดบ้านต้อนรับเหล่าผู้มาเยือน 

ถ้าพร้อมแล้ว ขอเชิญทุกคนมาร่วมเยี่ยมเยียนบ้านของชาวทองหล่อ-เอกมัยไปพร้อมๆ กัน

Thong-Ek ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

บ้านเพื่อนและเพื่อนบ้าน

พื้นที่จัดงานในย่านนี้มีอยู่ 3 จุดหลักๆ คือ หนึ่ง เวิ้งตรงเอกมัยซอย 2 (บริเวณพื้นที่ด้านหน้าร้าน INK & LION Café) สอง ซอยทองหล่อ 10 และเวิ้งโบราณ เอกมัยซอย 10 และสาม คือบริเวณเอกมัยซอย 15 (Acmen Ekamai Complex) โดยมีกิจกรรมมากมายทั้งการติดตั้งสตรีทเฟอร์นิเจอร์สำหรับในงานนี้โดยเฉพาะ ร้านกาแฟก็มีการเตรียมเมนูพิเศษไว้ งานประติมากรรม งานเสวนา ไปจนถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปและทริปเดินสำรวจย่านในมิติต่างๆ กระจายไปในทุกส่วนของย่านนี้

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

“ในอดีตพื้นที่ละแวกนี้เป็นที่อยู่อาศัยมาก่อน ก่อนจะค่อยๆ พัฒนามาเป็นร้านค้าต่างๆ เรามองว่าเรื่องของความเป็นเพื่อนบ้านมันเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่ด้วยสภาพรูปแบบที่อยู่อาศัยมันทำให้เราแค่อาศัย แต่เราไม่ได้ใช้ชีวิตกับย่าน และถ้าเรารวมตัวกันมันก็น่าจะเป็นสิ่งที่แข็งแรงต่อไปในอนาคต ก็เลยเป็นที่มาของ Creative Neighborhood ไอเดียของเราคือหยิบเอาต้นทุนหรือทรัพยากรเดิมซึ่งก็คือธุรกิจเก่าแก่ที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว มาทำความรู้จักกับบรรดาคนที่ไม่น่าจะมาร่วมงานกันได้ในชีวิตปกติ อย่างพวกธุรกิจใหม่ๆ ที่เข้ามา ให้ได้มาทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่เคยมีขึ้นมา เลยเป็นคอนเซปต์ของทั้งงานว่า ‘เก่า x ใหม่’ ซึ่งเป็นได้ทั้งร้านค้าเก่าหรืออาคารสถานที่เก่ามาเจอกับกลุ่มคนมาใหม่ อย่างบริษัทออกแบบก็ไปลองติดต่อกับร้านอาหาร ร้านเฟอร์นิเจอร์มาเจอกับผับหรือบาร์อะไรแบบนี้ครับ” ชาวทองเอกอธิบายถึงที่มาที่ไปของการรวมตัว

เราก็เกิดคำถามว่า จากการนำผู้คนมาใหม่มาเจอกับคนอยู่มาก่อน มันมีปัญหาหรือมีข้อได้เปรียบในการสร้างสรรค์อะไรกันบ้าง

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

“เราก็ไปอธิบายให้เขาฟังว่าเรากำลังจะทำอะไรกัน เราต้องให้เขาเห็นภาพขึ้นมาก่อนว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำมันคืออะไร มันมีผลอย่างไรกับเขา ด้วยความที่ว่าสิ่งนี้มันยังไม่เคยเกิดขึ้นในย่านนี้ เลยต้องทำความเข้าใจแล้วก็พยายามสร้างให้เห็นภาพว่าเราจะทำแบบนี้ ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ได้ยากนะ ก็แค่ว่าเราไม่มีโอกาสได้คุยกับเขาแค่นั้นเอง แต่พอคุยไปสักพักเขาก็เข้าใจว่าสิ่งที่เราจะทำมันคืออะไร และเขาก็มีความตื่นเต้นที่อยากให้สิ่งนี้มันเกิดขึ้น อย่างเช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัฒนาพานิชกับบริษัทเฟอร์นิเจอร์ บางทีมันอาจจะดูไม่เกี่ยวข้องกันแต่ว่าสุดท้ายก็มีจุดเชื่อมอะไรบางอย่าง ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้รู้จักเพื่อนบ้านทั้งย่านจริงๆ” ชาวทองเอกอธิบายต่อ

ซึ่งหลังจากที่ชาวทองเอกได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับงานนี้ หลายคนต่างมองเห็นตรงกันว่า การรวมตัวกันใน Bangkok Design Week ครั้งนี้ไม่ควรเป็นแค่กิจกรรมระยะสั้น เพราะมีหลากหลายประเด็นที่นำมาปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวได้ เช่น การจัดการเรื่องขยะของกลุ่มร้านกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นแก้วกาแฟหรือกากกาแฟ การเชิญภาครัฐมาร่วมสร้างพื้นที่สีเขียวให้เพิ่มมากขึ้น ไปจนถึงการจัดกิจกรรมของร้านเฟอร์นิเจอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มนักเรียนนักศึกษาและคนรุ่นหลัง

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

“ครั้งนี้เป็นครั้งแรก เหมือนกับว่าเราไปทำความรู้จัก แนะนำตัว ผมว่าก้าวต่อไปมันจะต้องเกิดความร่วมมือเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ให้กับย่าน อย่างการจัดการขยะ การสร้างพื้นที่สีเขียว ทางเท้า ระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาหารที่ถูกและปลอดภัย เราอยากให้เกิดความร่วมมือทั้งกับรัฐและเอกชนในย่านที่มีนักพัฒนาเต็มไปหมดแบบนี้ ชุมชนที่ไม่ใช่แค่อยู่ใน Housing แต่เป็นชุมชนริมคลอง ผมว่าอันนี้น่าจะเป็นเป้าหมายที่ทุกคนอยากเห็นมันเปลี่ยนไปจริงๆ ซึ่ง Design week นี่แหละเป็นตัวขับเคลื่อน มันจะเป็นเหมือนตัวเปิดประตูสู่เพื่อนบ้านว่าเรารู้จักกันแล้วนะ เพื่อครั้งหน้าจะได้คุยกันในเรื่องอื่นต่อไป” ชาวทองเอกทิ้งท้ายถึงอนาคตหลังจากความร่วมมือในครั้งนี้

ซึ่งเราก็รอคอยและคาดหวังกับการลุกขึ้นมาทำอะไรสนุกๆ ของบรรดาชาวทองเอกในครั้งนี้และครั้งต่อๆ ไปอย่างใจจดใจจ่อ

และนี่คือ 9 กิจกรรมของชาวทองเอกที่เราว่าน่าสนใจและไม่ควรจะพลาดในอาทิตย์นี้ (7 – 9 กุมภาพันธ์ 2563)

01

Coffee Route 

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

ร้านคาเฟ่ในย่านทองหล่อ-เอกมัยที่ร่วมในงานต่างสร้างสรรค์เมนูพิเศษสำหรับงานนี้มาโดยเฉพาะ และเมื่อได้ชิมเมนูพิเศษจากร้านต่างๆ ครบแล้ว ก็แลกรับของที่ระลึกไปได้เลย ร้านกาแฟที่ร่วมกิจกรรม ได้แก่ Hands and Heart, Tribes Community, Ink and Lion, Greyhound Coffee at CUB Hous, (un)fashion, Steps with Theera, Ekkamai Macchiato, One Ounce for Onion, Cone No.9, Brave Roasters, Casa Lapin Specialty Coffee, Roots, Moola นอกจากนี้ในร้าน INK & LION Café ยังจัดสตรีทเฟอร์นิเจอร์และนิทรรศการภาพถ่าย Portrait ของผู้คนที่ผูกพันกับย่าน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์เนอร์ เจ้าของร้านอาหาร หรือผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านมาหลายสิบปี

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

02

Street furniture 

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

เราจะได้ทดลองและใช้เฟอร์นิเจอร์สนามรูปแบบใหม่ๆ จากการออกแบบของออฟฟิศภูมิสถาปนิก Shma โดยเป็นสตรีทเฟอร์นิเจอร์สุดสร้างสรรค์สำหรับผู้สัญจรบนทางเท้า ที่ออกแบบให้ผนวกเข้ากับต้นไม้ตลอดสองข้างทางของถนนเอกมัย กลายเป็นลูกเล่นสร้างความเพลิดเพลินและความปลอดภัยแก่การเดินเท้ามากขึ้น

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

พิกัด : แนวถนนเอกมัย

03

STRISTRO 

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

การพลิกโฉมร้านอาหารดั้งเดิมในย่านทองเอกอย่างก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัฒนาพานิชและน้อมจิตต์ไก่ย่าง ด้วยเฟอร์นิเจอร์ห้องอาหารที่มีสไตล์จาก Mobella และ kenkoon ที่จะเปลี่ยนบรรยากาศการกินร้านอาหารข้างทางที่รสชาติอร่อยอยู่แล้วให้มีบรรยากาศหรูหรายิ่งขึ้นไปอีก

พิกัด : ร้านวัฒนาพานิช และน้อมจิตต์ไก่ย่าง เอกมัย 15

04

Movie in the house

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

kenkoon ร่วมมือกับ ชอบใจ สตูดิโอ ชวนเพื่อนมาดูหนังที่บ้านฟรีๆ โดยเปิดโซนสวนหย่อมวางเบาะเอกเขนกให้ได้นั่งรับลม พร้อมรับชมภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนในย่านทองหล่อ-เอกมัย และถ้าอยากนั่งห้องแอร์ ที่ชั้นสองก็ยังเปิดห้องฉายหนังสั้นจำนวน 101 เรื่องจากผลงานของนักศึกษาและบุคคลทั่วไปตลอดระยะเวลาทั้ง 3 วัน

พิกัด : kenkoon ทองหล่อ 10

05

VESPA playground

เครื่องเล่นเด็กสีหวานขนาดยักษ์ที่จะพาทุกคนกลับไปเป็นเด็กที่ได้สนุกกับการปีนป่ายอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ตัวผลงานยังออกแบบด้วยแนวคิดที่ใช้ ‘การเล่น’ เป็นเครื่องมือกระตุ้นชุมชนและเปลี่ยนพื้นที่ร้างให้มีชีวิตชีวาและเกิดความหมายใหม่ 

พิกัด : ACMEN Ekamai 

06

SPACETRUM + COFFEENITURE

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

ทาง JOOQ, Flo และ Mobella ออกแบบประสบการณ์การดื่มกาแฟภายใต้คอนเซ็ปต์ Coffee + Furniture ที่มาพร้อมกับการเสิร์ฟเครื่องดื่มพิเศษ 4 สูตร จับคู่กับเฟอร์นิเจอร์และเพลย์ลิสต์ 4 แบบ ให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำกับอารมณ์ที่แตกต่างกัน

พิกัด : Mobella เอกมัย 15

07

Floor plan playground by Mobella x AP

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

พื้นที่การเรียนรู้แบบสามมิติเกี่ยวกับขนาดของแปลนห้องที่เราเห็นกับเฟอร์นิเจอร์​จริงๆนั้นจะเป็​นอย่างไร สนับสนุนโดยแบรนด์ Mobella​และ RHYTHM Estate Ekamai by AP

พิกัด : ACMEN Ekamai

08

Pocket Park

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

สวนขนาดเล็กจิ๋วริมทองหล่อซอย 10 มีการติดตั้งไฟจำนวนมากมาย สร้างบรรยากาศและความสนุกในอีกรูปแบบหนึ่งที่ต่างออกไปจากสวนปกติ

พิกัด : วัฒนา Pocket Park (ทองหล่อ 10)

09

MIRROR installation

Thong-Ek Cretive Neighborhood ชวนเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกันมาสร้างสรรค์ทองหล่อ-เอกมัยให้เป็นย่านดีไซน์ ใน Bangkok Design Week 2020

ประติมากรรมกระจกที่ติดตั้งบริเวณคลองเป้ง คลองเล็กๆ แสนเก่าแก่ที่ในอดีตเป็นเส้นทางเชื่อมการเดินทางของชาวทองหล่อ-เอกมัยมาเป็นเวลานาน ถึงยุคสมัยจะเปลี่ยนเป็นการใช้รถยนต์เป็นหลัก แต่คลองเส้นนี้ก็ยังคงอยู่ โดยเป็นเหมือนเส้นทางลับเพื่อตามหาพื้นที่สีเขียวภายในชุมชนด้วยนะ และแอบกระซิบบอกว่าจะมีการพาเดินในกิจกรรม The Green Finder ชวนทุกคนมาสำรวจพื้นที่สาธารณะที่หลบซ่อนอยู่ภายในย่านทองหล่อ-เอกมัย นอกจากนี้หลังจบกิจกรรมเดินส่องย่าน ยังมีกิจกรรมทอล์ก ชวนพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาย่านและเมืองด้วยพื้นที่สีเขียว พร้อมให้ความรู้ด้านการสร้างพื้นที่สีเขียวที่น่าใช้งานโดยภูมิสถาปนิกตัวจริงด้วย

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563

เวลา : 9.00 – 13.00 น.

สถานที่ : พื้นที่สีเขียวในย่านทองเอก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ตารางเวลากิจกรรมต่างๆ รวมไปถึงแผนที่ของงานนี้ ติดต่อได้ที่ Facebook : Thong-Ex Creative Neighborhood

Writers

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อาทิตยา จันทร์เศรษฐี

นัก(หัด)เขียนและนัก(หัด)วาด สะสมสติ๊กเกอร์และโปสการ์ด ตกหลุมรักท้องฟ้าซ้ำไปซ้ำมา และสัญญากับตัวเองว่าจะอ่านหนังสือเดือนละเล่ม

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ในชั่วโมงนี้ หันไปทางไหนก็คงจะไม่มีใครไม่เคยเต้นรับบท TikTok Creator หรือร้องเพลงฮิตใน TikTok Challenge ที่สุดแสนจะติดหูไปทั้งวัน

แต่แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้มีเพียงแค่คอนเทนต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นนี้ยังโดดเด่นด้านการศึกษาที่เติบโตขึ้นมาเกือบ 400 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 1 ปี หรือจริง ๆ สามารถพูดได้ว่า คอนเทนต์การศึกษาบนแพลตฟอร์มนี้ คือ ‘การเรียนรู้คู่ความสนุก’ แบบที่เราไม่รู้สึกว่ากำลังเรียนอยู่

เป็นโอกาสดีครบรอบ 2 ปีของ #TikTokUni ที่เราจะมาพูดคุยกับ กานจิ-สิริประภา วีระไชยสิงห์ Campaign and Content Operations Lead จาก TikTok แบบหมดเปลือก ว่าด้วยเรื่องการเรียนรู้บน TikTok ที่เสพง่าย แปลกใหม่ และน่าจับตาว่าวัฒนธรรมการเรียนรู้สมัยใหม่นี้จะมาเปลี่ยนแปลงวงการการศึกษาหรือบุคคลธรรมดาได้อย่างไร

ถึงแม้บทความนี้จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดไม่จบในวิดีโอสั้นเหมือนบนแพลตฟอร์ม แต่หลังจากจบบทความนี้ เวลาบน TikTok ของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

TikTok เติบโต

TikTok เริ่มเข้ามาในประเทศไทยช่วงปี 2018 ด้วยลักษณะเนื้อหาที่กระชับและเป็นวิดีโอสั้น จึงดึงดูดความสนใจได้อยู่หมัด แค่กดดู ก็สามารถเข้าใจเนื้อหาได้เลยทันที จึงไม่ใช่แพลตฟอร์มแค่ของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งอย่างเดียว แต่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในผู้ใช้งานทุก ๆ วัย 

“ที่ลักษณะคอนเทนต์กว้างขึ้น เพราะว่าเครื่องมือของเราง่าย ใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ยุ่งยาก ถ่ายเสร็จแล้วสามารถลงได้เลย กลายเป็น 1 คอนเทนต์” 

โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมา เราต้องอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ผู้คนต่างมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ การพัฒนาตนเอง แต่ไม่รู้จะไปไหน ไม่ว่าหันไปทางไหนเราจะเห็นน้อง ๆ มัธยมเต้นกันอย่างสนุกสนาน เหมือนกับที่คุณลุงคุณป้ามาแชร์เทคนิคการปลูกต้นไม้ใหม่ ๆ ในบ้านอย่างเพลิดเพลิน

เราจะเห็นคอนเทนต์หลากหลายประเภท ตั้งแต่การร้องเล่นเต้นรำ ขายของ ละครสั้น พากย์เสียง แต่งหน้า พากิน หรือแม้กระทั่งคอนเทนต์ในเชิงการศึกษา อย่างภาษา วิทยาศาสตร์ และความรู้รอบตัว

“เวลาคนนึกถึงคอนเทนต์ใน TikTok เชิงความรู้จะนึกถึงอะไร นึกถึงสอนภาษา บทสนทนาในชีวิตประจำวัน ภาษาเกาหลีที่แปลจากซีนละคร”

ปีที่ผ่านมาคอนเทนต์เชิงการศึกษาโตขึ้น 385 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก เป็นตัวเลขที่บอกนัยยะได้ว่า การเรียนรู้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันผู้คนไปแล้ว

การเรียนรู้ที่สอดไส้มาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวนี้เอง ที่ทำให้การได้ท่องไปแพลตฟอร์มนี้น่าเพลิดเพลินและกระตุ้นความสงสัยใคร่รู้ในตัวเรา

เมื่อเทียบกับปี 2021 แล้ว ผู้คนใช้เวลาบนแพลตฟอร์มมากขึ้นถึง 71 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 52 นาทีต่อคนต่อวัน ระบบนิเวศของ TikTok กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มการเติบโตของคอนเทนต์เชิงการศึกษา 3 ส่วน

ส่วนแรก ความกระชับ (Conciseness) หากผู้ใช้อยากเรียนรู้เรื่องเศษส่วน ก็ดูคอนเทนต์เรื่องเศษส่วนเลย หรือว่ามีปัญหาภาษาอังกฤษ สั่ง Starbucks ยังไง ต้องเข้าเรื่องการสั่งเป็นภาษาอังกฤษเลย นี่คือความกระชับของคอนเทนต์ที่หาที่ไหนไม่ได้มาก่อน

ส่วนที่สอง ความสร้างสรรค์ (Creativity) คือความสร้างสรรค์ในการถ่ายทอด และความครีเอทีฟของคนที่อยู่ในแพลตฟอร์มที่ทำให้เราทึ่ง พร้อมทั้งเครื่องมือตัดต่อที่ทุกคนใช้งานได้ง่าย ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้การเล่าเรื่องไม่ธรรมดาอีกต่อไปด้วย Effects, Stickers หรือการ Duet และ Stitch ที่ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับบทเรียนนั้น ๆ ได้เพิ่มขึ้นไปอีก

ส่วนสุดท้าย ความบันเทิง (Entertainment) ทุก ๆ คอนเทนต์ ไม่ว่าจะ Foodtainment หรือ Shoppertainment ต่างมีความเป็น ‘-tainment’ อยู่ในนั้น เพราะการเรียนรู้อยู่คู่ความสนุกได้จริง ๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นและดีเอ็นเอสำคัญของคอนเทนต์เชิงความรู้บนแพลตฟอร์มนี้

TikTok Culture

เราอยู่ในยุคสมัยที่เทรนด์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการแต่งหน้า แต่งตัว เพลงฮิต หรือการกินราเม็ง ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจาก TikTok ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ได้มาจากชาติใดชาติหนึ่ง แต่เป็น ‘วัฒนธรรม TikTok’

วัฒนธรรมที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเอง จุดประกายความคิด และนำความสุขสนุกมาให้กับคนอื่น ๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นภาพสะท้อนมาจากภายในองค์กรโดยตรง

บทสนทนาแรกทุกเช้าในออฟฟิศของ TikTok อาจจะไม่ใช่ ‘กินข้าวมาหรือยัง’ แต่เป็น ‘เล่นไวรัลอันนี้หรือยัง’

“สิ่งสำคัญคือ เราก็อยากพัฒนาให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเอาตัวเองเข้าไปเป็นผู้ใช้คนหนึ่ง เวลาเจอกัน เราจะเห็นทีมงานถ่ายไวรัลเหมือนกันกับทุกคนนี่แหละค่ะ” กานจิหัวเราะ

เธอเล่าต่อว่า กว่าจะออกมาเป็น 1 แคมเปญต้องประกอบด้วย Creativity, Entertainment และ Innovation กลายเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่คาดไม่ถึง และสร้างผลกระทบเชิงบวกกับผู้ใช้หรือคนในสังคม ซึ่งสิ่งนี้เป็น Vision และ Mission ของคนที่นี่

เมื่อสิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาเป็นวัฒนธรรมเชิงบวก เราจึงได้เห็นคอนเทนต์เชิงการศึกษาที่ไม่ได้มีเพียงคุณครูมาสอน แต่ทุก ๆ คนมาเล่าเรื่องผ่านประสบการณ์ และเป็นตัวเองได้โดยไม่มีใครมาตัดสิน เพราะใจความสำคัญคือการส่งต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับคอมมูนิตี้ และเมื่อส่งต่อไปเรื่อย ๆ ก็กลายเป็นการสร้าง Know-how บางอย่างให้คนอื่นโดยไม่รู้ตัว

“มี TikTok Creator เป็นคุณน้ากวาดถนนของ กทม. เขาจะบอกวันนี้เขากวาดพื้นที่ตรงนี้ เล่าอย่างแฮปปี้ในสิ่งที่เขาทำงาน เช่น ‘ทุกคน รู้ไหมว่าตัวการที่ทำให้ขยะตันคืออะไร’ หรือ ‘ป้าอยู่หน้างานเจอเหตุการณ์แบบนี้’

“กลายเป็นว่าเราเจออะไรแบบนี้จากคนที่รู้จริง คนที่มีประสบการณ์แล้วมาเล่าต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน”

หรือแม้แต่การ ‘สวัสดีวันจันทร์’ ในยุคนี้ ก็ถูกเปลี่ยนไปในรูปแบบของการส่งวิดีโอดูแลสุขภาพ แชร์วิดีโอนักกายภาพบำบัด แทนคำทักทายในรูปดอกไม้เป็นความห่วงใยให้คนที่เรารักไม่ปวดคอ บ่า ไหล่

ยินดีต้อนรับทุกคนสู่ TikTok Culture ณ บัดนี้

เรียนรู้คู่ TikTok

เมื่อการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่รวมถึงการเลื่อนหน้าจอดูวิดีโอสั้น การ ‘เรียนรู้คู่ความสนุก’ จึงเป็นคอนเซ็ปต์ที่ทีมปรินต์แปะไว้เตือนใจข้างฝาบ้าน

นิยามของการเรียนรู้สำหรับพวกเขา คือการได้นำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ และการบอกต่อ ส่งต่อข้อมูล ทั้งที่เป็นข้อมูลข่าวสารและข้อมูลความรู้ ให้กับผู้คนโดยที่เขาไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวนั้นมาก่อน

รวมไปถึงการสร้างนิสัยหรือทักษะใหม่ ๆ ให้ทุก ๆ คนนำไปต่อยอดในชีวิตประจำวันได้ 

“บางคนเข้ามาเรียนรู้แบบอยู่ดี ๆ รู้เรื่องนี้ได้ยังไงนะ อันนี้คือทางอ้อม หรือบางคนตั้งใจเข้ามาค้นหาการเรียนเรื่องนี้ หาคำตอบ

 “เดี๋ยวนี้คนใช้ TikTok ค้นหา How-to ในอัตราที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก เช่น ล็อกประตูยังไงให้ปลอดภัย เพราะคนอาจจะเคยเห็นในฟีดว่า วิธีป้องกันโจรเวลาไปพักที่ต่างจังหวัดมักจะเป็นแบบนี้ เป็นต้น”

ซึ่งการจะไปสู่ภาพการเรียนรู้เปิดกว้างที่วาดเอาไว้ จะต้องพัฒนาแพลตฟอร์มให้ยืดหยุ่นและเอื้อต่อหลากหลายรูปแบบการเรียน

เรียนต่อไม่สะดุด – หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับวิดีโอขนาดสั้น แต่ตอนนี้โพสต์วิดีโอได้ยาวถึง 10 นาที เพื่อรองรับแนวโน้มของคอนเทนต์ที่เติบโตมากขึ้น เช่น How-to และ Tutorial เพราะในทุก ๆ รูปแบบของคอนเทนต์ล้วนมีความเหมาะสมในเรื่องของความยาวและรูปแบบแตกต่างกัน

เป็นมิตรต่อการเรียนรู้ – เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ทุกเพศทุกวัยเข้ามาใช้ จึงมีทีม Content Moderator คอยดูแลตรวจสอบ ใช้ Algorithm คัดกรองคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมในด่านแรก และมีหน่วย Human Review เป็นด่านที่สองเพิ่มความรัดกุมในการคัดกรอง

การเรียนรู้ไม่มีขีดจำกัด – ด้วยพื้นฐานการเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนโดยคอมมูนิตี้ เหล่า Creator จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ผู้คนได้มาเจอคอนเทนต์ที่ตัวเองกำลังมองหา ต้องการเรียนรู้ หรือหากไม่ได้ต้องการเรียนรู้ ก็จะได้คำตอบอะไรบางอย่างกลับไป แม้แต่โฆษณาบนแพลตฟอร์มเองก็มาในรูปแบบคอนเทนต์เชิงการศึกษา อย่างข้อคิดจากหนัง หรือ วิธีการถ่ายภาพเจ๋ง ๆ จากกล้องโทรศัพท์

พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ – การเรียนรู้ที่ดีเกิดจากการที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย

“Mission ของ TikTok คืออยากให้พื้นที่นี้เป็น Trusted Entertainment Platform เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจและความสุข

“ถ้าเขาเกิดรู้สึกไม่ปลอดภัย รู้สึกไม่สบายใจที่จะแชร์ ก็จะไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นดีเอ็นเอและพื้นฐานสำคัญของแพลตฟอร์มเรา”

ทีมจึงต้องร่วมกันสร้างพื้นที่ที่ลดระดับความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์หรือคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการขยาย Creator Ecosystem และสร้าง Digital Literacy ให้กับทั้งแพลตฟอร์มเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลหรือผลกระทบของคอนเทนต์ เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

#สอนให้รู้ว่า…

ตลอด 2 ปีของ #TikTokUni เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มนี้

ทุก ๆ เดือนจะมีแคมเปญต่าง ๆ กระตุ้นให้คนออกมาแชร์ความรู้ ไม่ว่าจะเป็นภาษา ความรู้รอบตัว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์อีกมากมาย ซึ่งในโอกาสครบรอบ 2 ปีนี้ TikTok มาในธีม #สอนให้รู้ว่า

“ไม่ใช่แค่ TikTokUni สอนให้รู้ว่าอะไร แต่เราต้องการให้แรงบันดาลใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ” หรืออีกนัยหนึ่งก็เปรียบเหมือนการตั้งโจทย์ให้เราลองถามตัวเอง แล้วมองไปรอบ ๆ ตัวว่า สิ่งต่าง ๆ หรือเรื่องราวเหล่านี้ส่งผลกระทบกับเรายังไงบ้าง

ตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวอย่างการบริการประชาชนของภาครัฐ อย่างที่กระทรวงต่างประเทศจัดทำวิดีโอสอนทำพาสปอร์ตที่มาบุญครองภายใน 10 นาที หรือการประชาสัมพันธ์พาสปอร์ต 10 ปี คอนเทนต์นี้คว้ายอดวิวสูงถึง 5 ล้านวิว โดยไม่ต้องพึ่งบูสต์หรือยิง Ads ใด ๆ 

“อันนี้เป็นจุดที่ถูกทาง เหมือน Right tool, Right content ที่คนมองหา แล้วเป็นเรื่องที่เราช่วยให้ข้อมูลหรือความรู้เขาในรูปแบบใหม่ ทำให้เห็นว่ายังมีอีกหลากหลายวิธีในการบริการข้อมูลให้กับประชาชน” 

นอกจากนี้ TikTok ร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งพิพิธภัณฑ์ ภาคการศึกษา และหน่วยงานรัฐเพื่อสร้างปรากฏการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ ในการทลายข้อจำกัดการเรียนรู้รูปแบบเดิม ๆ TikTok ทำงานร่วมกันกับมิวเซียม 3 แห่งในไทย คือ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ มิวเซียมสยาม และ TK Park

“ในฝั่งของแหล่งการเรียนรู้ข้างต้น เขาอาจจะมีข้อจำกัดในการพัฒนา Innovation ทำยังไงให้มีความตื่นตาตื่นใจ สามารถชักชวนคนรุ่นใหม่เข้ามา Join ได้บ้าง ก็ตรงกับสิ่งที่เราทำพอดี”

เมื่อโจทย์ที่มีมาลงตัวกับรูปแบบคอนเทนต์ที่ทั้งกระชับ สร้างสรรค์ และสนุกโดนใจวัยรุ่น จึงเกิดเป็นการร่วมงานกับ Top Creator มากกว่า 20 – 30 คน มาร่วมเล่าเรื่องแบบใหม่ในมิวเซียม เหมือนมีเพื่อนมาเล่าให้ฟังระหว่างเดินชมพิพิธภัณฑ์ แม้สิ่งนี้อาจเคยเกิดขึ้นแล้วในพิพิธภัณฑ์ระดับโลกอย่าง Lourve หรือ The Met แต่ก็เป็นก้าวแรกของมิวเซียมในไทยที่จะสร้างภาพการเรียนรู้ใหม่ ๆ และออกจากกรอบที่เคยมี

หรือแคมเปญสนุก ๆ ที่ร่วมมือกับ TK Park เปิดตำราวิชาแนะให้แนว ชวนเหล่าวัยรุ่นมาค้นหาคำถามที่ใช่กับตัวเอง เพื่อหาเส้นทางอาชีพในอนาคต ผ่าน #TikTokแนะแนว ตอบคำถามโดยรุ่นพี่หลากสายอาชีพด้วยเครื่องมือของ TikTok ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอย่าง Q&A Feature ชวนทุกคนมาร่วมแชร์ประสบการณ์ให้น้อง ๆ ผ่านวิดีโอ

และเพื่อเริ่มเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย ก็ยังจับมือกับ InsKru และ กสศ. ในกิจกรรมเวิร์กชอปให้คุณครูกว่า 400 คน จากทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยให้ครูกลุ่มนี้เป็นเหมือน Teacher Changemaker ในการนำเสนอวิธีการสอนแบบใหม่ ๆ และจุดประกายกลุ่มครูด้วยกัน ขยายผลไปสู่โรงเรียนในทุก ๆ ตำบล ทุก ๆ จังหวัด

“เราพยายามอย่างเต็มที่ในการร่วมมือกับหลาย ๆ ภาคส่วน เพื่อช่วยให้ระบบการศึกษาค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง อาจไม่ใช่ทั้งโครงสร้าง แต่อย่างน้อยในคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แล้วสร้างผลกระทบทางอ้อมให้แผ่ออกไปเป็นวงกว้าง ให้สิ่งที่เราทำไปได้ไกลมากขึ้น”

Lifelong Learning สำหรับทุกคน

#TikTokUni ทำให้ทิศทางการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มนี้แตกย่อยได้มากขึ้น ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ทั้งยังสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบใหม่ ๆ ให้กับผู้คน

“เราจะพยายามถามตัวเองอยู่เสมอว่า นอกจากเรียนรู้คู่ความสนุกแล้ว เราสร้างอิมแพ็คให้การศึกษาไทยยังไงบ้าง”

ถึงจะผ่านมาแค่ 2 ปี แต่ผลกระทบของโครงการนี้ก็เริ่มออกดอกออกผลในวงการการศึกษาไทย แม้อาจยังไม่ใช่ระดับโครงสร้างหรือนโยบาย แต่คนหน้างานอย่างคุณครูและนักเรียนกำลังได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวจากแพลตฟอร์ม คุณครูได้เกร็ดความรู้ในการสอน การเข้าถึงเด็กรุ่นใหม่ จากการแบ่งปันประสบการณ์ในคอมมูนิตี้ของครูทั่วโลก นักเรียนเองก็ได้เห็นช่องทางในการพัฒนาตน โยงไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนในห้อง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพวกเขาในอนาคต

ในระยะยาว โจทย์สำคัญในการขยายการเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่เพียงเพิ่มจำนวนผู้ใช้ แต่รวมไปถึงการทำให้คอนเทนต์ขยายแผ่กิ่งก้านสาขา เพื่อนิสิตนักศึกษา บัณฑิตที่จบมาแล้ว คนทำงาน พ่อแม่ และคนทุก ๆ วัย เกิดเป็น Lifelong Learning บนแพลตฟอร์มอย่างแท้จริง

“สุดท้ายแล้ว เรามองว่าจุดหนึ่งที่เติมเต็มการทำงานของเราคือ เวลาที่มีคนคนหนึ่งมาบอกว่า ‘พี่ หนูได้งานจากการพัฒนาตัวเอง การเรียนภาษาผ่าน TikTok และ การทำ Resume’

“หรืออีกคนบอกว่า เขาสามารถดูแลตัวเองได้ในช่วงที่เขาติดโควิด-19 ผ่านการดูคอนเทนต์ของคุณหมอคนหนึ่งบนแพลตฟอร์มของเรา”

การได้สร้างอิมแพ็คในเชิงการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนได้พัฒนาตัวเองในแบบที่ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน หรือการได้เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่จะมาร่วมผลักดันและเปลี่ยนแปลงวงการการศึกษาไทยให้ก้าวไปข้างหน้า เป็นสิ่งที่ทีมงานภูมิใจและมุ่งผลักดันให้ TikTok เป็นอีกหนึ่ง Tools สำหรับการเรียนรู้และสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้เชิงบวก เพื่อให้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ส่งเสริม Lifelong Learning ให้กับทุกคนอย่างแท้จริง

Writer

ธฤดี อุดมธนะไพบูลย์

นักคิดเต็มเวลา นักเขียนบางเวลา รักวิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และการได้นั่งคุยกับผู้คนในวันฝนตก

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load