วงการออกแบบอสังหาริมทรัพย์ไม่มีใครไม่รู้จัก โทมัส ยูล-ฮันเซน (Thomas Juul-Hansen)

เขาคือดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก เจ้าของออฟฟิศออกแบบในนิวยอร์กชื่อเดียวกับชื่อจริงของเขาเอง Thomas Juul-Hansen, Llc ทำงานดีไซน์ครอบคลุมทุกประเภทของงานสถาปัตยกรรมและออกแบบภายใน และก่อนหน้านั้นเขาเคยร่วมงานกับ Richard Meier & Partners Architects สถาปนิกอเมริกันในตำนาน 

ความโดดเด่นในงานออกแบบของโทมัส คือการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อคุณภาพของผู้คนในการใช้งานพื้นที่ ผ่านแนวคิดอันเป็นสากลและสวยงามไร้กาลเวลา ซึ่งที่มาของพื้นที่เพื่อคุณภาพชีวิตเหล่านี้คิดมาจากบริบทที่รายล้อมทั้งเรื่องทางกายภาพอย่างภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม ประโยชน์ใช้สอย ควบคู่ไปกับเรื่องนามธรรมอย่างวัฒนธรรมหรือสถานการณ์

Thomas Juul-Hansen

ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของโทมัส เอเชียและกรุงเทพฯ​ คือจุดหมายที่เขามาทำงานสร้างสรรค์เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย และอีกส่วนหนึ่งโอกาสนี้เปิดประตูให้เขาได้ท้าทายกับตัวเองว่าจะสามารถเซ็ตมาตรฐานของคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของผู้คนได้ถึงระดับไหน

บนผืนที่ดินที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ​ ในย่านหลังสวน ซึ่งฟากหนึ่งคือความเป็นเมืองที่ครบครันเรื่องความสะดวก ทั้งห้างสรรพสินค้าและรถไฟฟ้า ส่วนอีกฟากคือความสงบร่มรื่นของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เป็นที่ตั้งของโครงการคอนโดมิเนียม ‘สโคป หลังสวน’ และโทมัส ดีไซเนอร์ที่ดีที่สุดในวงการออกแบบคอนโดมิเนียมระดับโลก ได้เข้ามาสร้างความท้าทายใหม่กับโครงการบนที่ดินผืนงามริมฝั่งถนนที่ได้ชื่อว่าร่มรื่นสวยงามที่สุดนี้

01

ดีไซน์คือภาพสะท้อนของชีวิต

ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของมุมโลก ‘คุณภาพชีวิตที่ดี’ คือความต้องการพื้นฐานด้านความเป็นอยู่ที่มนุษย์ทุกคนต้องการ

การจะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ต้องเริ่มต้นจากสร้างสิ่งแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่ดี ตั้งแต่สิ่งรอบตัวที่ใกล้ชิดในระดับสัมผัส ไปจนถึงทัศนแวดล้อมที่มองเห็นในขอบเขตระยะสายตา และเป็นหน้าที่ของนักออกแบบที่ต้องคิดหากลวิธีผ่านการใช้งานวัสดุอย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างพื้นที่ทางกายภาพที่มอบคุณค่าทางความรู้สึกให้กับผู้อยู่อาศัย

Thomas Juul-Hansen

นี่เป็นครั้งแรกของโทมัสกับการทำงานออกแบบโครงการคอนโดมิเนียมในเอเชีย จากการชักชวนของ คุณยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ CEO ของบริษัท​ สโคป จำกัด ที่ต้องการสร้างพื้นที่ที่ดีที่สุดจากฝีมือดีไซเนอร์ที่ดีที่สุดเท่านั้น

“ผมไม่เคยมาเมืองไทยมาก่อน นั่นทำให้ผมต้องทำการบ้านถึงสิ่งที่คนไทยต้องการ ซึ่งผมพบว่าความต้องการของคนไทยก็เป็นเรื่องเดียวกันกับที่คนนิวยอร์กหรือคนลอนดอนต้องการ ประกอบกับวิสัยทัศน์ของคุณยงยุทธที่กระตุ้นให้ผมและทีมงานทำสิ่งที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ต่างจากลูกค้าโครงการอื่นที่เน้นประหยัดงบ ผลที่เกิดขึ้นก็คือ โครงการนี้สร้างมาตรฐานใหม่ซึ่งสูงสุดเท่าที่ผมเคยทำงานมา สูงกว่าหลายเจ้าที่เคยทำในนิวยอร์ก”

02

ความหรูหราที่มาพร้อมฟังก์ชัน

“ผมคิดว่าความหรูหราคือส่วนผสมระหว่างฟังก์ชัน ขนาด และวัสดุ” โทมัสเล่า 

“ยกตัวอย่างห้องน้ำซึ่งเป็นหนึ่งในห้องที่คนใช้เวลาอยู่กับมันมาก ขนาดต้องใหญ่พอที่จะใช้ห้องนี้ได้อย่างสบาย บรรจุอ่างอาบน้ำพร้อมฟังก์ชันที่ทุกคนต้องการ และผนังกรุแผ่นหินอ่อนเต็มผืน ทั้งหมดร่วมกันสร้างบรรยากาศอยู่สบายให้กับบ้าน หรือห้องครัวที่เป็นห้องครัวจริงๆ ที่มีขนาดใหญ่และสามารถทำอาหารได้จริงๆ ความหรูหราไม่ใช่แค่นิยามของวัสดุ แต่ยังเป็นเรื่องของสัดส่วนที่แตกต่างกัน”

“สำคัญคือการทำบ้านให้รู้สึกเหมือนกับอยู่บ้านจริงๆ สถานที่ที่คุณต้องอยู่สบาย สงบ และอบอุ่น”

คำสำคัญเหล่านี้ปรากฏให้เห็นในงานออกแบบทุกโครงการของเขา นั่นทำให้วงการอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัยของบุคคลมีชื่อเสียงในวงการต่างๆ ต้องการตัวเขามาเป็นดีไซเนอร์เพื่อสร้างโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่โดดเด่นฉีกออกมาจากอาคารอื่นๆ ในแวดวงเดียวกัน

อาคาร ONE57 หรือชื่อเล่นที่เรียกกันว่า The Billionaire Building

ตัวอย่าง อาคาร ONE57 หรือชื่อเล่นที่เรียกกันว่า The Billionaire Building อาคารชุดพักอาศัยที่ราคาสูงที่สุดในนิวยอร์ก ความใส่ใจในคุณภาพการอยู่อาศัยจากฝีมือของโทมัสสะท้อนให้เห็นผ่านรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่อุปกรณ์ประกอบบานประตูที่ออกแบบและสั่งทำพิเศษเฉพาะโปรเจกต์นี้ ไปจนถึงวัสดุกรุพื้นและผนังที่สร้างให้ห้องพักแห่งนี้เป็นเหมือนแกลเลอรี่เล็กๆ ที่เปิดมุมมองแบบพาโนรามาของแมนฮัตตันทั้งเมืองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศห้อง

อีกโครงการหนึ่งในลอนดอน Project Falcon ทาวน์เฮาส์จากยุคก่อนสงครามที่สะท้อนภาพของวัฒนธรรมของอังกฤษได้อย่างร่วมสมัย ผ่านการใช้วัสดุที่เข้ากับรสนิยมและไลฟ์สไตล์แบบโมเดิร์น โดยยังคงเคารพบริบทดั้งเดิมของพื้นที่ภายในอาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

Project Falcon

300 Collins เป็นอพาร์ตเมนต์อีกแห่งในฟลอริดา ที่แต่ละยูนิตเป็นห้องดูเพล็กซ์ที่มีสวนส่วนตัว เปิดหน้าระเบียงออกสู่มุมมองภายนอกอาคารอย่างไร้ขอบเขต ผ่านงานออกแบบภายในที่คิดแบบ Interior Out หรือคิดจากการใช้พื้นที่ภายในเป็นสำคัญ

300 Collins

03

ประสบการณ์สร้างรายละเอียด

สำหรับโทมัส เทรนด์คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและผันผ่านไปตามกาลเวลา หากแต่​ ‘คุณภาพ’ คือสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกให้การยอมรับ 

“ไม่ว่าคุณจะมีรสนิยมแบบไหน ชอบสไตล์อะไร แต่ถ้าเป็นสิ่งที่มีคุณภาพแล้ว ทุกคนก็พร้อมที่จะชื่นชอบและให้คุณค่ากับมัน ผมจึงอยากออกแบบสิ่งที่คงอยู่ได้อย่างอมตะ อยู่ร่วมด้วยได้กับทุกยุคสมัย”

โครงการ สโคป หลังสวน Thomas Juul-Hansen

จากประสบการณ์ทำงานกับผู้คนต่างวัฒนธรรมทั่วโลกอย่าง Project Falcon ในลอนดอน ที่บอกเล่ารายละเอียดความต้องการทางความรู้สึกผ่านทางวัสดุที่ใช้ อย่างหินอ่อนกรุผนัง ความแวววาวของเมทัลลิก หินแกะสลัก และวัสดุไม้จริง ซึ่งแสดงคุณค่าอย่างเป็นอมตะ ครอบคลุมความงามของอาคารยุคก่อนสงครามโลกมาจนถึงรูปแบบไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้

จากการทำงานกับโครงการคอนโดมิเนียมทั่วโลก โทมัสเก็บเอาข้อดีของไลฟ์สไตล์ผู้คนในแต่ละประเทศ มาสร้างสรรค์เป็นรายละเอียดในการออกแบบภายในสำหรับโครงการ สโคป หลังสวน

Thomas Juul-Hansen

“อย่างในเมืองไทยที่อาจไม่คุ้นกับการแยกห้องน้ำและห้องอาบน้ำ แต่ผมคิดว่านี่เป็นการจัดสรรพื้นที่ที่ดีเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน เช่นเดียวกันกับที่คนไทยถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องซึ่งเป็นเรื่องที่ผมชอบมาก เรื่องสำคัญจึงเป็นการจัดสรรพื้นที่เก็บของ ไม่ว่าห้องของคุณจะเล็กหรือใหญ่ พื้นที่เก็บของย่อมเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ทุกคนอยากได้ โครงการนี้ผมจึงออกแบบตู้เก็บรองเท้าที่เก็บได้ถึง 80 คู่ต่อตู้ หรือทั้งหมดก็ 160 คู่ต่อห้อง”

04

สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการอยู่อาศัยคอนโดมิเนียม

งานออกแบบที่ดีไม่ได้หยุดเพียงแค่ที่กระบวนการคิดงาน แต่ยังหมายถึงขั้นตอนการลงมือทำ ให้ผลของงานออกแบบปรากฏตรงตามที่คิดให้มากที่สุด การทำงานในประเทศไทยครั้งแรกเปิดโอกาสให้โทมัสในฐานะอินทีเรียดีไซเนอร์ได้ทำงานอย่างเต็มที่มากที่สุด บนจุดประสงค์หลักคือ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้กับโครงการ เขาจึงไม่ปล่อยผ่านแม้แต่ในจุดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างผลงานออกแบบที่ดีที่สุดอีกโปรเจกต์หนึ่งในชีวิต

โครงการ สโคป หลังสวน Thomas Juul-Hansen

“เพราะการทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นความฝันของผมเช่นกัน และเมื่อได้มาทำงานกับลูกค้าที่มีความต้องการเหมือนกัน นั่นทำให้ผมใช้เวลามาก เพื่อปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นในทุกรายละเอียดของการทำงาน ตั้งแต่เรื่องการจัดการพื้นที่ส่วนกลางไปจนถึงห้องพักแต่ละห้อง ทุกครอบครัวที่นี่จะได้รับห้องที่ผ่านการคิด จัดสรร ตกแต่งมาเรียบร้อย และนั่นจะเป็นประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีที่สุดซึ่งได้รับจากโครงการนี้”

ไม่เพียงแต่ผู้อยู่อาศัยที่จะได้รับประสบการณ์พิเศษจากการออกแบบของดีไซเนอร์ แต่ตัวโทมัสเองก็ได้ยกระดับมาตรฐานงานดีไซน์คอนโดมิเนียมขึ้นมาอีกขั้น 

โครงการ สโคป หลังสวน Thomas Juul-Hansen

“ผมคิดว่า งานออกแบบโครงการสโคป หลังสวน แห่งนี้ เป็นประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับผม และผมคาดว่าเมื่ออาคารแห่งนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ มันจะกลายเป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่ ไม่เพียงแค่ในกรุงเทพฯ แต่กับวงการคอนโดมิเนียมทั่วโลก ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ สู่การตระหนักในการสร้างคุณภาพชีวิตผ่านดีไซน์ และแนวความคิดนี้จะถูกกระจายออกไปทั่วโลก จนกลายเป็นมาตรฐานระดับสากลในที่สุด”

Writer

Avatar

ณัฐนิช ชัยดี

อดีตนักเรียนสัตวแพทย์ผู้ หลงใหลในเส้นสายสถาปัตยกรรม ก่อนผันตัวเองมาเรียน'ถาปัตย์ และเลือกเดินบนถนนสายนักเขียนหลังเรียนจบ สามสิ่งในชีวิตที่ชอบตอนนี้คือ การได้ติ่ง BNK48 ไปญี่ปุ่น และทำสีผม

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

ถ้ามองจากสายตาของนก เราจะเห็นแหล่งน้ำ ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวโดยมีต้นจามจุรีแผ่กิ่งก้านสร้างร่มเงาอยู่ใจกลางพื้นที่ โดยมีอาคารที่พักอาศัยความสูง 8 ชั้น 2 อาคารโค้งเรียงตัวล้อมต้นไม้ใหญ่ในจังหวะที่พอดิบพอดี

ในยุคที่นักลงทุนจำนวนมากมองว่า การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้คุ้มค่า ต้องตัดใจตัดต้นไม้ใหญ่ออกไปบ้าง คุณพงศธร จอม สาลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟินน์ ดิเวลลอปเม้นท์ ไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ เขาจึงตั้งใจสร้างคอนโดมิเนียม FYNN Asoke ในซอยสุขุมวิท 10 ให้ออกมาตามภาพในย่อหน้าแรก เพื่อยืนยันว่า การพัฒนากับธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้ ถ้ามีการออกแบบที่ดีพอ เราก็อยู่ร่วมกับต้นไม้ใหญ่ได้อย่างมีคุณภาพ

“สิ่งต่างๆ ที่มนุษย์คิดขึ้นมา ผ่านไปสักพักก็จะมีคนคิดสิ่งใหม่มาทดแทน แต่ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ต้องรอให้ถึงเวลาจึงจะเห็นผล อย่างต้นจามจุรีนี้ต้องปลูกแล้วรออีก 60 ปีถึงจะได้แบบนี้ ต้นจามจุรีต้นนี้คือความหมายที่แท้จริงของโปรเจกต์นี้เลย” คุณพงศธรเริ่มต้นอธิบายถึง ‘แก่นของพื้นที่’ ซึ่งเป็น ‘แก่น’ การทำงานของ ‘FYNN’ เช่นกัน

ความเขียวขจีผู้เป็นเจ้าบ้าน

เมื่อต้องพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยเก็บต้นไม้ใหญ่เอาไว้ ทางเลือกร้อยแปดพันทางก็ถูกโยนเข้ามาในที่ประชุม

“การเก็บต้นไม้ขนาดยักษ์เอาไว้”

“การล้อมต้นไม้และย้ายไปให้ผู้ที่ต้องการต้นไม้ใหญ่”

หรือ “การล้อมแล้วย้ายไปยังบริเวณอื่นของโครงการ”

ยิ่งถ้าเป็น “การตัดต้นไม้ให้ราบไปเลย” ก็จะยิ่งสะดวกสบายต่อการออกแบบในขั้นตอนการก่อสร้าง ตารางเมตรในการขายก็จัดได้เต็มพื้นที่

แต่ทางเลือกสุดท้ายที่ฟินน์ตัดสินใจคือ การเก็บต้นจามจุรียักษ์อายุ 60 ปีนี้ไว้ในพื้นที่เดิมของเขา

“เรามีพรสวรรค์มีความสามารถเท่าไหร่ เราต้องดึงมันออกมาให้เต็มที่ที่สุด เราไม่เสียอะไรเลยนะ นอกจากเราจะต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นแค่นั้นเอง” คุณพงศธรเอ่ยถึงการตัดสินใจที่เพิ่มความท้าทายให้ตัวเขาทีมงานและทีมออกแบบ ซึ่งเขาบอกติดตลกว่า

“มันเป็นโอกาสที่จะได้แสดงฝีมือของทีมงาน เป็นแคนวาสผืนใหญ่ที่จะได้เพนต์อย่างสุดฝีมือ”

แปลงจากที่ดินและตึกเป็น ‘บ้าน’

ในฐานะเดเวลอปเปอร์ การเพิ่ม ‘คุณค่า’ ให้ขนานไปกับมูลค่าการสร้างความหมายที่แข็งแรงให้แต่ละโปรเจกต์เหมือนเป็นดีเอ็นเอของฟินน์และสิ่งที่คุณพงศธรยึดถือ

“เราต้องช่วยเลือกทำเล สร้างสิ่งที่มีคุณค่าในราคาที่ลูกค้าสร้างกำไรได้เหมือนกัน” คุณพงศธรเล่าถึงหลักการทำงาน

“สำหรับผม ที่พักอาศัยต้องมีทั้งคอมมูนิตี้และคอนเทนต์ พื้นที่ 2 ไร่นี้เป็นซอยเดียวที่ทะลุได้จากสวนเบญจกิติ มีต้นไม้ใหญ่อยู่กลางพื้นที่ ไม่ต้องไปเล็งหาต้นไม้ที่ไหน เราจะมีพื้นที่สีเขียวทั้งในโครงการและนอกโครงการ”

พร้อมรับความยากตั้งเเต่วันแรก

ไพทยา บัญชากิติคุณ พาร์ตเนอร์บริษัท Atom Design และ อรรถพร คบคงสันติ เจ้าของสตูดิโอ TROP ทีมสถาปนิกและทีมภูมิสถาปนิกเข้ามารับหน้าที่สร้างสรรค์โครงการ

“เราออกแบบหลายทางเลือกมาก ทำอย่างไรถึงจะเก็บต้นไม้ไว้โดยยังรักษาคุณภาพของโครงการเอาไว้ได้ อาคารจะเป็นแบบแยกตึกหน้าหลังอาคารรูปตัว C จนมาลงตัวที่อาคารรูปตัว I แบ่งซ้ายขวา” คุณไพทยาสถาปนิกผู้ดูแลโครงการเริ่มต้นเล่า

เขาอธิบายต่อถึงความโค้งเว้าของอาคารว่ามาจากการสร้างพื้นที่ในจังหวะที่พอเหมาะพอดีกับฟอร์มกิ่งก้านของต้นไม้ไปพร้อมๆ กับสุนทรียะในการอยู่อาศัย ซึ่งคุณพงศธรเน้นถึงความเป็นบ้านในทุกสัมผัส อย่างการกลับเข้ามาถึงเมื่อจอดรถต้องมองเห็นต้นไม้ก่อน ได้ยินเสียงน้ำ หรือแม้กระทั่งการได้กลิ่น

กระจกโค้งถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว ทำให้ห้องนั่งเล่นยื่นออกไป มีการมองเห็นที่ไกลขึ้น
โดยช่วยให้ห้องฝั่งตรงข้ามมองเข้ามาห้องของเรายากขึ้น นอกจากส่วนต่างของพื้นที่ในการสร้างอาคารที่ต้องเสียไปเพื่อรักษาต้นไม้ ยังมีความลำบากที่ทวีคูณขึ้นในขั้นตอนการก่อสร้างอีกด้วย ดังนั้น ทีมงานต้องพยายามอย่างดีที่สุดในการรักษาต้นไม้ให้ดำรงชีวิตได้ตลอดการก่อสร้าง เพื่อให้คุ้มค่ากับเวลาและค่าใช้จ่ายที่เสียไป

“เราใช้เวลาในการปรับผังและจัดการเรื่องระบบจอดรถร่วมหลายเดือน เพราะเราต้องมีที่จอดรถใต้ดินที่ต้องขุดดินทั้งพื้นที่ ดังนั้น เราต้องเก็บถังดินเอาไว้ โดยปรึกษากับรุกขกร และกันพื้นที่รอบต้นไม้จากแกนต้นไว้ 12 เมตร” คุณไพทยาเล่าถึงขั้นตอนการดูแลต้นไม้ระหว่างก่อสร้าง เขาบอกว่าน้ำปูนคือสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด เพราะปูนอาจทำให้รากต้นไม้หายใจไม่คล่อง

ดังนั้น แนวกันดินคือสิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อเริ่มการก่อสร้าง

เราจะเก็บต้นไม้กันท่าไหน

“ถามว่ายากไหม แน่นอนว่ายากขึ้นมาก เพราะมันไม่ใช่แค่ต้นไม้แต่มันเป็นต้นจามจุรียักษ์ การที่คุณไพทยา สถาปนิก กับคุณพงศธรตัดสินใจเก็บต้นไม้ไว้ทำให้งานยากขึ้น เเต่คุ้มค่า เพราะเราไม่มีทางหาต้นไม้แบบนี้ได้
ถ้าเราล้อมต้นไม้ใหญ่มาเราจะไม่ได้ฟอร์มนี้เลย แต่เราต้องตัดกิ่งออกบ้างเพราะต้นไม้อายุขนาดนี้รากแผ่กระจายทั่วผิวดิน เมื่อเราขุดดินเพื่อก่อสร้าง รากจะหายไปบางส่วน เราต้องตัดกิ่งลดการคายน้ำให้เขายังอยู่ได้” คุณอรรถพรเสริมในเรื่องการจัดการกับภูมิทัศน์โดยมีต้นจามจุรีเป็นศูนย์กลาง

“เราใช้การสแกนแบบสามมิติว่าเราต้องเเต่งกิ่งไหนบ้างเพื่อให้เขาอยู่รอดได้ การที่เรามีต้นไม้ใหญ่หน้าห้อง
เราได้เห็นเขาในระยะใกล้ระดับเดียวกัน ซึ่งต่างจากการมองต้นไม้จากด้านล่าง” คุณอรรถพรเสริมต่อว่า

“การได้เห็นต้นไม้ในระยะประชิดแบบนี้ทำให้เราสัมผัสได้ถึงระบบนิเวศบนต้นไม้ที่มีนก กระรอก เป็นของเเถม การคงต้นจามจุรีต้นนี้ไว้เป็นสิ่งที่เราถกเถียงกันเยอะ ทำงานกันหนัก เป็นการสร้างคุณค่าเเละความหมายในตัวของโครงการได้เองก็โดยไม่ต้องสร้างเรื่องราวเสริม” คุณไพทยากล่าวทิ้งท้าย

การออกแบบโดยใช้กระจกเป็นวัสดุภายนอกอาคารจะช่วยสะท้อนกิ่งไม้ของต้นจามจุรีที่ต้องเล็มทิ้งไปให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ระบบแสงในสระที่ออกแบบจากรากของต้นไม้ เมื่อถึงเวลากลางคืนเราจะเหมือนได้เห็นรากของต้นไม้ใต้สระว่ายน้ำ สัมผัสถึงต้นจามจุรีของแต่ละห้องที่จะมองเห็นต้นไม้ในมุมที่ต่างกัน

หมดสมัยตัดป่า สร้างเมือง

“สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยพ่อผมเเล้วที่ต้องตัดป่าเพื่อสร้างโรงงาน เป็นยุคที่เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้เราอยู่ได้เเละสิ่งเเวดล้อมก็อยู่ต่อไป เราต้องบาลานซ์ให้ได้ FYNN Asoke เป็นเหมือนอีกหนึ่งหมุดหมายของเราว่าฟินน์จะดำรงอยู่ไปเพื่ออะไร” คุณพงศธรพูดถึงจุดยืนของโครงการ ก่อนจะทิ้งท้ายว่า

“สิ่งที่เรากำลังทำเป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่ในประเทศไทย เราไม่รู้หรอกว่า สุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างที่เราคิดไหม แต่เรารู้ว่า เราจะตั้งใจดูแลต้นไม้ต้นนี้ให้ดีที่สุดในทุกขั้นตอน อย่างน้อยก็น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆ โครงการเห็นว่า การพัฒนากับสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันได้”

Writer

Avatar

วิชุดา เครือหิรัญ

เคยเล่าเรื่องสั้นบ้างยาวบ้าง ในต่างเเเพลตฟอร์ม เล็กบ้างใหญ่บ้างออกมาในรูปแบบบทสัมภาษณ์ นิตยสาร เว็บไซต์ นิทรรศการไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ ตอนนี้กำลังเป็นส่วนเล็กๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย เเละยังคงเล่าเรื่องต่อไป

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load