“ผมชื่อเทพครับ เป็นโลเคชันเมเนเจอร์”

ประโยคแนะนำตัวด้านบนกลายมาเป็นคำตอบของชื่อเพจ Theplocation (เทพโลเคชัน) ที่ไม่ได้ตั้งเพราะความเก่งกาจด้านการสรรหาสถานที่เพียงอย่างเดียว แต่มีที่มาจาก เทพ-ธัญญเทพ สุวรรณมงคล เจ้าของเพจผู้จัดหาโลเคชันสำหรับถ่ายทำโฆษณา ภาพยนตร์ และละคร ซึ่งเขาหยิบเรื่องราวสถานที่และผู้คนที่พบเจอระหว่างทำงาน มาบอกเล่าผ่านตัวอักษรและรูปภาพอย่างออกรส

เทพมุ่งเดินบนเส้นทางโลเคชันเมเนเจอร์ตั้งแต่อายุ 25 โดยไม่สนใจเส้นทางอื่น สั่งสมประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ถ้าจะบอกว่าเขาคือนักจัดหาโลเคชันขั้นเทพคงไม่ผิดนัก เพราะหน้าที่หลักคือเฟ้นหาสถานที่แปลกใหม่ รวมทั้งประสานงานเพื่อให้การถ่ายทำราบรื่น 

“เพจเริ่มต้นจากความสนุก” เทพเล่าด้วยแววตาเป็นประกาย ความที่เป็นนักเล่าเรื่องตัวยง เขาจึงสนุกทุกครั้งที่ได้แบ่งปันโลเคชันที่คนไม่เคยเห็น พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับลูกเพจอย่างเป็นกันเอง ถึงขั้นกลายมาทำเพจจริงจังเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และมองเห็นโอกาสที่มากกว่า คือการเป็นโลเคชันเอเยนต์ควบคู่ด้วย

ครั้งนี้เทพพาเราลัดเลาะบ้านสีขาวหลังใหญ่ ตั้งตระหง่านกลางย่านลาดพร้าว หากนึกภาพตามคงเป็นคฤหาสห์ของพระ-นางในละครย้อนยุคสักเรื่อง บ้านหลังนี้เป็นบ้านนักเปียโนเลื่องชื่อ โอ่โถ่งพอที่จะมีหอจัดแสดงภายในบ้าน เจ้าบ้านต้อนรับอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับเทพที่พูดราวกับสนิทกับเจ้าบ้านมาเนิ่นนาน

“เจอกันครั้งแรกก็เดินเข้ามาในบ้านเลย” 

Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ

จุติ-เทพ

เทพชวนเราย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นกว่าจะมาเป็นนักจัดหาสถานที่ขั้นเทพ 

“ตอนนั้นเรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก็รู้สึกเคว้ง กว่าจะรู้ตัวว่าชอบทำอะไรก็ตอนฝึกงาน ตอนแรกฝึกที่บริษัทสังกัดแกรมมี่ พาร์ทหนึ่งทำรายการ พาร์ทหนึ่งทำละคร จึงขอเปลี่ยนไปทำละครเพราะชอบบรรยากาศกองถ่าย จนอายุยี่สิบห้าปี มีรุ่นพี่ที่รู้จักโทรมาบอกว่า Matching Studio เขาหาคนทำโลเคชัน ก็ถามว่าคนทำโลเคชันคืออะไร เขาบอกไม่รู้ แต่จะมามั้ย ถ้ามาจะสอนให้

“งานแรกจำได้ว่าร้องไห้เพราะหาไม่ได้ ไม่เคยทำงานโลเคชันมาก่อนในชีวิต โจทย์แรกของ ม่ำ-สุธน เพ็ชรสุวรรณ สมัยนั้นดังมากเพราะเป็นผู้กำกับโฆษณาอันดับหนึ่งของโลก ตามหาคฤหาสน์ในโฆษณามนุษย์สะดือ ร้องไห้เพราะหาไม่ได้ หัวหน้าไล่กลับบ้านพร้อมรถตู้แคสติ้ง 

“ตอนนั้นฝึกอยู่สี่เดือน จำได้ว่าวันที่หัวหน้าบอกว่าฝึกงานไม่ผ่าน อีกวันคุณปู่เสีย ช่วงเบญจเพสตอนนั้นหนักเลย หัวหน้าบอกให้กลับไปคิดดูว่าจะสู้ต่อมั้ย หรือจะไปทำอย่างอื่น สุดท้ายก็ลองอีกสามเดือน ฝ่าฟันจนได้เป็นพนักงานประจำ ทำงานที่ Matching Studio เจ็ดปี หลังจากนั้นก็ออกมาเป็นฟรีแลนซ์จนถึงปัจจุบัน”

เขาดำเนินอาชีพนี้ในฐานะฟรีแลนซ์เรื่อยมาสู่การทำเพจ Theplocation เพราะสนุกที่ได้แบ่งปันเรื่องโลเคชันแปลกใหม่ระหว่างทำงาน จนมองเห็นโอกาสใหม่ในการต่อยอดอาชีพ จึงเพิ่มบทบาทเป็นโลเคชันเอเยนต์ 

โลเคชันเอเยนต์ คือตัวแทนจัดการสถานที่ ทำให้คนสองกลุ่มที่มีความต้องการสอดคล้องกันมาเจอกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้านที่อยากให้บ้านเป็นพื้นที่ถ่ายทำ และกองถ่ายที่ต้องการหาสถานที่ถ่ายทำ เพจจึงเป็นพื้นที่ตรงกลางในการสื่อสาร ที่ดำเนินการโดยเทพแห่งเทพโลเคชัน

“เรามองว่ามันเป็นสกิลล์เดียวกัน” เทพกล่าวถึงสองบทบาทที่เขาทำ 

“ถ้าเป็นคนอื่นเขาจะเก็บบ้านหลังนี้ไว้ คนทำโลเคชันเมเนเจอร์ส่วนใหญ่มีอาวุธลับ เขาจะไม่บอกใครว่าเจอบ้านหลังนี้ แต่เราไม่ใช่ พอเรามีข้อมูลเยอะ เราต้องใช้ประโยชน์จากมันได้”

Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ
Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ

กรุง-เทพ

“โลเคชันเมเนเจอร์คือคนที่พาไปในที่ส่วนตัวได้ ที่สาธารณะใครๆ ก็ไปได้ แต่ถ้าอยากไปสถานที่ส่วนตัวต้องไปกับโลเคชันเมเนเจอร์”

หนึ่งในความเทพที่ต้องยกนิ้วให้กับเหล่าโลเคชันเมเนเจอร์ คือความสามารถในการค้นพบพื้นที่ปิดส่วนตัวสุดเจ๋งที่ไม่มีใครเคยรู้จักมาก่อน พอกล่าวเช่นนั้น หลายคนอาจเกิดความสงสัยถึงที่มาของสถานที่เหล่านั้น เทพจึงเผยวิธีเพื่อคลายความสงสัย 

“ถ้าเป็นสมัยก่อนก็เคาะตามบ้าน โจทย์คืออยากได้ครัวโมเดิร์น เราก็ต้องวางกรอบความคิดก่อนว่าจะไปหาจากที่ไหน ถ้าอยากได้ครัวโมเดิร์นต้องไปหาที่บ้านคนรวย ต้องมีวิธีการว่าจะเข้าไปได้ยังไง คุยกับ รปภ. หน้าหมู่บ้าน ไปหานิติบุคคลหรือกรรมการหมู่บ้าน บอกว่าเราต้องการอะไร แล้วเขาจะนึกออกว่าบ้านไหนมีลักษณะแบบนี้ เราก็ฝากนามบัตรกับเขา ถ้าเจ้าของบ้านสนใจก็จะโทรกลับมา

“เขาเชื่อเราได้ไงว่าไม่ใช่โจร” เทพบอกติดตลกก่อนเราจะถาม คงเพราะท่าทางและวิธีการพูดคุยของเขาที่ทำให้เจ้าของบ้านไว้เนื้อเชื่อใจ 

“ถ้าสมัยนี้เห็นทางอินเทอร์เน็ต ทางเฟซบุ๊ก เห็นว่าที่นี่สวย เราก็บันทึกเก็บไว้แล้วค่อยตระเวนหาอีกที ผ่านไปแถวไหนก็จะถ่ายรูปไว้ เราว่างผ่านไปเส้นนั้นอีกเราก็จะแวะไป”

Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ

นักจัดหาโลเคชันแต่ละคนมีความถนัดตามพื้นที่แตกต่างกันไป สำหรับเทพมีความเชี่ยวชาญพิเศษย่านกรุงเทพฯ ตึกรามบ้านช่องในเขตเมืองกรุงเขารู้จักดีหมด เพราะเป็นคนไม่ชอบไปต่างจังหวัด และไม่อยากห่างครอบครัวเป็นเวลานาน 

“สมมติทำงานกรุงเทพฯ ได้ห้าพันบาท ไปต่างจังหวัดได้แปดพันบาท เรายอมทิ้งอีกสามพันบาทแล้วอยู่กรุงเทพฯ ดีกว่า ไปต่างจังหวัดปริมาณเงินได้เยอะกว่า แต่กรุงเทพฯ เราถนัดกว่า”

แม้จะเป็นโลเคชันเมเนเจอร์ขั้นเทพย่านกรุงเทพฯ ก็มีเหตุการณ์ปราบเซียนที่ต้องแสดงความสามารถในการจัดการ 

“มีงานหนึ่งถ่ายที่คลังพหลโยธิน จุดพักสินค้าที่มาทางรถไฟ ตอนนี้เป็นสถานีรถไฟกลางบางซื่อ เมื่อก่อนมีลานกว้างใหญ่มาก จึงใช้จัดเป็นงานคอนเสิร์ตสำหรับถ่ายโฆษณาเครื่องดื่ม M-150 แล้วคนขับรถบรรทุกแถวนั้นเข้ามาถามทีมงานว่าคอนเสิร์ตใคร ทีมงานบอก เสก โลโซ สมัยนั้น เสก โลโซ ดังมาก จึงตามมากันเป็นสิบๆ คัน คนงานนั่งดูเป็นร้อย นั่งดูไม่พอกินเหล้าเสียงดังด้วย ตอนถ่ายทำเราต้องอัดเสียง หัวหน้าเลยให้เราเข้าไปคุยกับเขา

“เขากินเหล้าอยู่เราก็ไปนั่งกินเหล้ากับเขา แล้วบอกว่าไม่มี เสก โลโซ การพูดตรงๆ ดีกว่า บอกไม่มีแน่ๆ ถ้ามีพี่มาด่าผมเลย พอรู้ว่าไม่มีเขาก็กลับบ้าน” 

Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ
Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ

เล่า-อย่างเทพ

“คนไทยชอบเรื่องผี ถ้าเล่าเรื่องผีลูกเพจจะชอบมาก”

เรื่องราวของบ้านโมเดิร์นหลังโอ่อ่าย่านพัฒนาการ กรุงเทพฯ ที่กองถ่ายใช้ถ่ายทำบ้านเป็นประจำ แต่กลับมีเรื่องเล่าลี้ลับชวนขนลุก 

ครั้งเมื่อเขาได้เข้าไปทำหน้าที่โลเคชันเมเนเจอร์ เทพหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อเข้าไปก็ได้พบบ้านโมเดิร์นที่มีห้องรับแขกแบบในฝันของกองถ่าย อีกทั้งเรื่องราวที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เขาเลือกเล่าตามความจริงที่พบด้วยลีลาชวนอ่าน จนทำให้มีคนแชร์เป็นหมื่นเพียงชั่วข้ามคืน ถึงขั้นรายการวิทยุโทรมาหาเพื่อให้เล่าเรื่องนี้ กลายเป็นโพสต์แจ้งเกิดในตำนาน ที่มียอดไลก์เพจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เทพหยิบมาเล่าตั้งแต่บ้าน ตึก สตูดิโอ โรงแรม โรงเรียน ห้างร้าน ไปจนถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ สถานที่ไหนก็ตามที่ตรงคอนเซปต์กองถ่าย พร้อมมีเรื่องราวน่าติดตาม เขาเล่าหมด เรื่องราวเหล่านั้น บ้างพบเจอระหว่างทำงานในฐานะโลเคชันเมเนเจอร์ บ้างก็รู้จักจากตำแหน่งโลเคชันเอเยนต์ 

แต่ไม่ว่าจะค้นพบจากหน้าที่อะไร เรื่องที่เทพชอบเล่าเป็นพิเศษคือ ‘บ้าน’ 

“ทุกบ้านมีเรื่องราว” เทพกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ถึงสาเหตุหลักที่ชื่นชอบเกี่ยวกับบ้าน บ้านพาเขาไปรู้จักคนในบ้าน ผ่านเรื่องเล่า สิ่งของ โครงสร้าง สถานที่ตั้ง ร้อยเรียงจนเป็นเรื่องราวเฉพาะของแต่ละหลัง เทพมักตั้งชื่อบ้านตามเรื่องราวเหล่านั้น 

“อย่างบ้านหลังนี้เรียกว่าบ้านเปียโน ถ้าเราพูดคำว่าเปียโน จะนึกถึงบ้านหลังนี้ทันที เราจะไม่เรียกศาลาสุทธสิริโสภาบ้านหลังนี้มีพ่อแม่ลูกห้าคน เล่นเปียโนกันทั้งบ้าน เราจะจำเรื่องราวได้ เราพยายามไม่เขียนยาว เพราะเราเป็นคนที่ชอบอ่านอะไรที่สั้นๆ คมๆ เขียนในสิ่งที่เราเห็นว่ามันน่าสนใจ แต่ถ้าอันไหนเขียนยาวคือเรื่องมันยาวจริงๆ”

เทพถ่ายทอดเรื่องราวผ่านบทความและภาพถ่าย โดยแต่ละเรื่องราวที่เขียนโดยเทพจะเป็นข้อความสั้น หากแต่ใจความกระชับ ดึงความสนใจด้วยจุดขายของสถานที่นั้น เขาเล่าด้วยภาษาเป็นกันเอง พร้อมถ้อยคำปนสนุก เหมือนพูดคุยกับคนรู้จักมักคุ้นที่กำลังแบ่งปันประสบการณ์สนุกจากการทำงาน 

ไม่เพียงวิธีการเล่าชวนติดตาม ภาพถ่ายที่เลือกมานำเสนอ ล้วนผ่านสายตาอันเฉียบคมของโลเคชันเมเนเจอร์แล้วทั้งสิ้น เพราะเขาเชื่อว่า ภาพถ่ายเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ผู้ติดตามชื่นชอบ

“เราคิดว่าเราเป็นคนถ่ายรูปโลเคชันดี คือเรารู้ว่ามุมไหนคือจุดขาย อย่างห้องนี้เรารู้เลยว่ามุมนี้ขายแน่นอน” อีกทั้งภาพถ่ายโลเคชันที่ดี ต้องทำให้มองเห็นภาพรวมของสถานที่ทั้งหมด แม้จะไม่เคยไปสักครั้งก็ตาม

Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ
Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ

แฟน-พันธุ์เทพ 

จากวันที่ยอดไลก์มีเพียงนับร้อย จนวันนี้มีจำนวนผู้ไลก์กว่า 7,000 ถือว่าไม่น้อยสำหรับเพจที่เล่าเรื่องสถานที่ แต่ไม่ว่าจะมากหรือน้อย เทพก็ต้อนรับลูกเพจอย่างอบอุ่นเป็นกันเองเสมอ ตลอดระยะเวลาที่เปิดเพจ เขาจำลูกเพจทุกคนได้ เขาอ่านทุกคอมเมนต์ และที่สำคัญเขาตอบสนุก 

“เราจำลูกเพจได้ คนที่มาไลก์มาคอมเมนต์ตั้งแต่เพจเราหลักร้อย มีคนเคยบอกว่าเพจเราที่มันน่าสนใจเพราะเราเป็นคนตอบลูกเพจ เราก็พูดตามภาษาเรา เราเป็นคนชอบคุย ชอบตอบ ชอบแซวลูกเพจ”

เพจ Treplocation พาเขาไปรู้จักกับ ตาล-พารณี ยนตรรักษ์ แฟนเพจที่ส่งข้อความชวนเทพไปเยี่ยมเยือนถึงบ้าน บ้านของตาลเป็นโรงเรียนสอนเปียโนชื่อดัง หรือ ณัฐ สตูดิโอ สอนโดยครอบครัวนักเปียโนระดับประเทศ อีกทั้งมีหอแสดงภายในตัวที่เรียกว่า ศาลาสุทธสิริโสภา ประวัติอลังการจนเทพต้องไปชมให้เห็นกับตา 

ครั้งแรกที่เทพย่างกรายเข้าไปบริเวณบ้าน นอกจากตื่นตากับความอลังการของบ้านหลังโอ่อ่า หอแสดงโอ่โถ่ง เปียโนหลักล้าน พลันสะดุดตากับเครื่องปรับอากาศยี่ห้อ Central Air อันโด่งดังในยุคก่อน ครอบด้วยกรอบไม้หายาก ถึงขั้นกล่าวชมเจ้าบ้านที่ยังคงเก็บรักษาไว้อย่างดี 

“แอร์มันบอกยุค บ้านคนมีตังค์สมัยก่อนจะใช้ Central Air ย้อนไปสามสิบปีก่อนใครมีคือคนมีตังค์ มันคือการบอกเล่าเรื่องสมัยก่อน เราจึงเป็นคนชอบของเก่ามาก”

เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา เทพจัดกิจกรรมฉลองครบ 5,000 ไลก์ ด้วยการชักชวนลูกเพจเดินชมพัฒน์พงศ์มิวเซียมพร้อมกับเขา มีลูกเพจหลายคนให้ความสนใจ และกิจกรรมเดินทัวร์ครั้งนี้ ทำให้เขาได้รู้จักกับลูกเพจมากขึ้น 

“จริงๆ อยากให้เพจโตช้าๆ เรื่อยๆ ไม่ต้องเยอะมาก เราอยากรู้จักลูกเพจให้มากขึ้น อยากจัดกิจกรรมที่พาไปเดินสำรวจโลเคชัน เราเลือกสถานที่ให้แล้วพาไป เป็นโปรเจกต์ที่คิดไว้” 

Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ
Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ

เทพ-พา-รักษ์

“ความสุขของการทำสิ่งนี้คืออะไร” เราถามเทพ เขานิ่งคิดเพียงชั่วครู่ก่อนจะตอบว่า 

“ประเด็นแรกคือลูก ลูกขับเคลื่อนให้ทำงานนี้อยู่ เราทำเพื่อลูก”

“เราต้องเลี้ยงที่บ้านด้วยอาชีพนี้ อยากเป็นพ่อที่เต็มที่ที่สุด ให้ลูกเรียนที่ดีที่สุด” นอกจากความรักของพ่อที่มีต่อครอบครัวแล้ว ความรักต่ออาชีพก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน 

“ความสนุกคือการได้เจอสิ่งใหม่

“เจอที่ใหม่ ผู้คน และเรื่องราว เราเป็นคนที่ตื่นเต้นทุกทีเวลาที่เจออะไรใหม่ๆ อย่างบ้านหลังนี้ ตอนเจอครั้งแรกเราตื่นเต้นมาก สวยไปหมด มันมีแพสชันในการหา เราจะมีสายตาที่เห็นว่าโลเคชันนี้รอด สวย ใช้งานถ่ายได้”

10 กว่าปีที่เทพเลือกทำอาชีพนี้ เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงของวงการมาตลอด ทั้งวงการกองถ่ายที่ต้องเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย แม้กระทั่งตัวเขาเองที่ต้องปรับตัวให้เท่าทันสายอาชีพ อีกทั้งเขายังเห็นการแปรผันของโลเคชันที่เคยใช้ถ่ายทำ เทพค้นพบว่า ความท้าทายไม่ใช่แค่การมองหาสถานที่ใหม่ หากแต่เป็นการรักษาของเก่าให้ยังคงอยู่ 

“พอเห็นโลเคชันที่ถ่ายแล้วหายไปมันเศร้า บ้านใหม่ๆ ใครก็สร้างได้ แต่บ้านเก่าๆ มันหายาก”

คงจะดีไม่น้อยถ้ายังมีคนอยากอนุรักษ์

คงจะดีไม่น้อยถ้าเพจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขารักษ์

คุยกับ เทพ-ธัญญเทพ สุวรรณมงคล ชายที่เป็น Location Manager มาทั้งชีวิตถึงเบื้องหลังสถานที่ถ่ายทำสุดเทพที่สรรหาโดยเทพแห่งวงการ

ขอขอบคุณณัฐ สตูดิโอ หรือ ศาลาสุทธสิริโสภา ที่เอื้อเฟื้อสถานที่

Writer

Avatar

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

Photographer

Avatar

ปรีชญา จงศรีสวัสดิ์

ช่างภาพที่เชื่อว่าการตายอย่างมีคุณภาพคือการตายด้วยของกินที่ดีและอร่อย

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“ช่วงกักตัวโควิดมันไม่มีอะไรทำ ผมก็เลยทำเพจครับ”

“ส่วนผมหมอเจตชวนมาทำครับ (หัวเราะ)”

ประโยคแรกเป็นของ หมอเจต-นพ.เจตพัฒน์ ทวีโภคา ส่วนประโยคที่สองเป็นของ หมอบี-นพ.อุดมศักดิ์ ตั้งชัยสุริยา ที่พูดกันอย่างติดตลกเมื่อเราถามถึงจุดเริ่มต้นของ ‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน ครอบคลุมตั้งแต่เคล็ดลับสามัญประจำบ้านที่คนทั่วไปนำไปใช้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไปจนถึงความรู้ระดับเจาะลึก ซึ่งเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย
‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

นอกจากร่ายยาวให้ข้อมูลครบถ้วนประหนึ่งนั่งฟังแพทย์ในห้องตรวจ อีกจุดน่าสนใจอยู่ตรงภาพประกอบ ซึ่งหมอเจตลงมือวาดด้วยตัวเองทั้งหมด และหลังจากบทสนทนายามดึกระหว่างเรากับนายแพทย์หนุ่มทั้งสองจบลง ก็พบอีกประเด็นสำคัญที่อยากชวนทุกท่านอ่าน

ทั้งหมอบีและหมอเจตเห็นตรงและยืนยันหนักแน่นว่า จุดประสงค์ในการจัดสรรเวลามารังสรรค์คอนเทนต์ให้แฟนเพจติดตาม ก้าวข้ามการให้ความรู้หรือให้ใคร ๆ มานับหน้าถือตาว่าเป็นนายแพทย์ผู้เสียสละ แต่พวกเขาอยากให้สิ่งนี้มีส่วนให้คนตระหนักและกล้าเข้าใกล้ศาสตร์การแพทย์ฉุกเฉิน มีมุมมองที่ดีต่อแผนก ER รวมถึงฝันที่ยิ่งใหญ่ ว่าคอนเทนต์กู้ชีพมากมายที่พวกเขาตั้งใจเผยแพร่ออกไป อาจมีส่วนช่วยรักษาชีวิตคนใกล้ตัวเอาไว้ได้ 

ซักประวัติ

“ประเทศเรามีชุดความคิดที่ว่า ต้องเป็นคนรวยเท่านั้นถึงจะได้เรียนหมอ” 

หมอเจตเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการพาเราย้อนไปถึงอุดมการณ์ในวันที่ตัดสินใจเปิดเพจ เพราะชุดความคิดของสังคมที่มองว่าหากอยากอยู่ในแวดวงการแพทย์ คุณต้องมีต้นทุนที่ดี ครอบครัวต้องพร้อมสนับสนุน หรือแม้แต่เรียนจบแล้ว อยากเข้าร่วมประชุมวิชาการเพื่อยกระดับความรู้ให้ตัวเองสักครั้ง พวกเขาต้องเสียค่าใช้จ่ายถูกสุดหลักพัน หรืออาจบานปลายไปถึงหลักหมื่น ซึ่งสำหรับหมอที่มีเงินเดือนหลักแสนอาจไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อลองนึกถึงพยาบาลหรือเหล่ากู้ภัย ซึ่งจำเป็นต้องเข้าถึงความรู้เหล่านี้ไม่แพ้กัน ก็ดูจะเหนือบ่ากว่าแรงใครหลายคนไม่อยู่ไม่น้อย

“มันถึงเวลาที่เราต้องคืนอะไรให้กับสังคมบ้าง” ซึ่งสิ่งนั้นปรากฏผลลัพธ์เป็นเพจห้องฉุกเฉินต้องรู้ รวบรวมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ทั้งหมอเจตและหมอบีสั่งสมมา เพื่อให้ ‘ทุกคน’ ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานการแพทย์หรือบุคคลทั่วไปที่อาจต้องเผชิญเหตุไม่คาดฝัน เข้ามาเก็บเกี่ยวและนำไปปรับใช้ได้โดยไม่เสียสตางค์สักบาท 

นอกจากนี้ แนวทางในการตั้งชื่อเพจของพวกเขาก็น่าสนใจไม่แพ้อุดมการณ์ข้างต้น เพราะทั้งสองตั้งใจตั้งให้สั้น กระชับ ชัดเจน จนออกมาเป็น ‘ห้องฉุกเฉิน + ต้องรู้’ เพื่อกลับไปตอบโจทย์เดิมอีกว่า ทุกคนควรรู้สิ่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

พบแพทย์

ข้อมูล ณ วันที่ 26 มกราคม 2566 ห้องฉุกเฉินต้องรู้มีผู้ติดตาม 168,883 คน แต่ละโพสต์มีแฟนเพจมาแสดงความคิดเห็น ถกเถียง และรีเควสขอความรู้เรื่องอาการใหม่ ๆ แบบเรียกได้ว่าคึกคักไม่แพ้เพจให้ความบันเทิง ซึ่งผู้คนที่กดติดตามมีหลากหลาย ทั้งบุคลากรทางการแพทย์แทบทุกสาขาและคนทั่วไปหลายช่วงวัย 

หมอเจตเล่าว่าในช่วงเริ่มต้น พวกเขาไม่ได้วางกลุ่มเป้าหมายหลักไว้ให้เป็นเช่นนี้ แต่ตั้งใจให้นักศึกษาแพทย์ พยาบาล กู้ภัย และผู้คนในสายงานที่เกี่ยวกับความเป็นความตาย มาติดตามไว้เพิ่มพูนความรู้ในการทำงาน เนื้อหาและภาษาในช่วงแรก ๆ จึงหนักหน่วงและเต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะที่คนในวงการเข้าใจร่วมกัน 

สำลักควันไฟ หมดสติ อย่าเชื่อเครื่องวัดออกซิเจน ระวังพิษก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ . ไฟไหม้โรงงาน คนไข้สำลักควันหมดสติ…

Posted by ห้องฉุกเฉินต้องรู้ on Wednesday, 10 August 2022

เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยเข้าปีที่ 3 กลับกลายเป็นว่ามีคนทั่วไปให้ความสนใจมากขึ้น ประกอบกับได้หมอบีผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้สำหรับประชาชนเข้ามาร่วมแรงร่วมใจ เนื้อหาและภาษาในเพจจึงปรับให้เป็นเคสที่เข้าถึงคนทั่วไปมากขึ้น และมีการหยิบยกโรคภัยไข้เจ็บที่สังคมกำลังสนใจ บ้างก็เป็นเคสที่มีคนขอให้ช่วยอธิบายซ้ำอีกครั้ง คล้าย ๆ กับการส่งบ้าน

แล้วมีจุดไหนที่ทำให้รู้สึกว่าการทำเพจนี้ประสบความสำเร็จแล้ว – เราถาม

“มีคนส่งข้อความมาว่า เขาเป็นคุณแม่ วันหนึ่งลูกเขาเกิดอาการชัก แล้วเขาเคยติดตามในเพจ เขาเลยปฐมพยาบาลให้ลูกก่อนนำส่งโรงพยาบาล แล้วลูกก็รอดชีวิต นั่นคือหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเราคิดว่า ประสบความสำเร็จในการทำเพจแล้วครับ”

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

ณ นาทีแห่งความเป็นความตายของแม่ลูกคู่นั้นคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตกใจ แต่โพสต์โพสต์หนึ่งจากเพจห้องฉุกเฉินต้องรู้กลับผุดขึ้นมา และพาให้เธอนำวิธีที่นำเสนอในเพจไปกู้ชีพ จนรักษาลูกชายเอาไว้ได้…

นอกจากเนื้อหาสดใหม่อิงกระแสกับโรคภัยไข้เจ็บที่สังคมกำลังสนใจ ภาพวาดประกอบสื่อความชัดเจน ภาษาในการนำเสนอที่อ่านง่าย เข้าถึงได้ทุกคน อีกสิ่งที่นายแพทย์ทั้งสองให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ความถูกต้องของข้อมูล นั่นก็เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นแค่ครีเอเตอร์ แต่ยังเป็นบุคลากรทางการแพทย์ผู้ตั้งใจส่งต่อองค์ความรู้ที่มีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น ทุกข้อมูลที่เขาสื่อสารออกไปจึงต้องแม่นยำ ห้ามผิดพลาด 

“เพจที่เราทำเกี่ยวกับความเป็นความตาย ไม่ใช่ดูเพื่อความบันเทิง เพจนี้แหละจะป้องกันคุณในยามที่คุณเดือดร้อน” หมอเจตย้ำ

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย
‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

X-RAY

มาถึงหลายคนที่สงสัย หมอดูเป็นอาชีพที่ตารางงานรัดตัว แล้วหมอเจตกับหมอบีเอาเวลาไหนมาจัดสรรลงคอนเทนต์ได้ทุกวัน คุณหมอทั้งสองปรึกษากันสักครู่ แล้วให้คำตอบว่า “คำแรกคือแพสชัน คำที่สองคือการบริหารเวลา”

แพสชันที่ว่า มาจากอุดมการณ์ที่ไม่อยากให้ความรู้ถูกจำกัดด้วยทุนนิยม

และอีกคำหนึ่งคือ การบริหารเวลา หมอเจตบอกเราว่า คือสิ่งที่หมอฉุกเฉินเชี่ยวชาญเป็นอันดับต้น ๆ เพราะหากทำงานล่าช้าหรือจัดลำดับความสำคัญผิดพลาดเพียงนิด นั่นหมายถึงชีวิตของคนไข้ 

ทั้งสองแบ่งหน้าที่ในการดูแลเพจร่วมกัน โดยหมอบีดูแลเรื่องเนื้อหา ตั้งแต่คัดเลือก ค้นคว้าข้อมูล หาตัวอย่างประกอบ หรือติดต่อผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เพื่อรีเช็กข้อมูลและชวนมาพูดคุยให้ได้องค์ความรู้ที่กว้างขวางขึ้น รวมถึงหมอบียังทำหน้าที่แอดมิน ตอบกลับความคิดเห็นและข้อความจากบรรดาแฟนเพจอีกด้วย 

เย็บปากยังไงไม่ให้เบี้ยว…หาขอบปากให้เจอครับ ตรงนั้นเรียกว่า “เวอ-มิ-เลี่ยน”…

Posted by ห้องฉุกเฉินต้องรู้ on Monday, 22 August 2022

ส่วนหมอเจต นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งศาสตร์และศิลป์ เขาตั้งใจวาดภาพประกอบโพสต์ทั้งหมดให้เป็นศิลปะแบบ Pop Art โดยยังคงเก็บรายละเอียดที่เทียบเคียงกับหลักกายวิภาคศาสตร์เอาไว้ถ้วน แต่ก็ลดทอนความรุนแรงของบาดแผลหรือความเหวอะหวะให้อยู่ในระดับที่คนทั่วไปรับชมได้โดยไม่ต้องปิดตาหนี 

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

“วิธีการคือ เราจะคุยกันตลอดว่าตอนนี้มีเรื่องอะไรน่าสนใจ มีข่าวแบบนี้ คนน่าจะอยากรู้ข้อมูลการปฐมพยาบาลเคสนี้ หรือบางทีก็เริ่มจากหมอเจตส่งรูปที่วาดมาก่อน แล้วผมก็โอเค เข้าใจแล้วว่าเขาอยากสื่ออะไร มีเรื่องไหนที่ต้องเขียนชี้แจง ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องชวนใครมาคุยด้วยกัน จากนั้นก็ลุยเลย เพราะทั้งหมดเราทำอยู่ภายใต้กรอบเดียวกัน นั่นคือศาสตร์การแพทย์ฉุกเฉิน” หมอบี หมอสายวิชาการเล่าวิธีทำงานกับหมอสายติสต์อย่างหมอเจตให้ฟัง 

นอกจากทำหน้าที่แบ่งปันความรู้แบบอัดแน่นที่ย่อยให้เข้าถึงง่ายแล้ว ห้องฉุกเฉินต้องรู้ ยังเคยทำหน้าที่เป็นห้องฉุกเฉินยามจำเป็นให้กับผู้ป่วยและทีมกู้ภัยมาแล้ว คุณหมอทั้งสองยกตัวอย่างเหตุการณ์ให้เราฟังว่า มีคนส่งคลิปเข้ามาให้พวกเขาช่วยประเมินอาการเบื้องต้น ทั้งคนในบ้านหายใจผิดปกติ มีอาการชัก เพราะไม่รู้ว่าต้องรับมืออย่างไร ต้องไปโรงพยาบาลไหม หรือควรแจ้งหน่วยงานไหนต่อ หรือข้อความจากพนักงานกู้ภัย ที่ส่งเข้ามาถามว่า สิ่งที่พวกเขาปฐมพยาบาลให้ผู้ป่วยไปถูกต้องหรือเปล่า

คำถามจากแฟนเพจข้างต้น สะท้อนความเป็นจริงในสังคม 2 ประการ

หนึ่ง ความรู้เบื้องต้นในการปฐมพยาบาลยังคงห่างไกลจากความรู้ความเข้าใจของคนในสังคม พวกเรายังขาดแหล่งเข้าถึงข้อมูลอันเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นความตาย ทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง 

สอง โชคดีที่ห้องฉุกเฉินต้องรู้ มีอยู่เพื่อพยายามขจัดปัญหานั้น

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

วินิจฉัย 

ถึงแม้ว่าตอนนี้แพทย์ฉุกเฉินจะเป็นสาขาที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ มากขึ้น องค์ความรู้ด้านการปฐมพยาบาลได้รับการเผยแพร่มากขึ้น แต่จากมุมมองของหมอเจตและหมอบีผู้คลุกคลีอยู่ในวงการ พวกเขาบอกว่า คนทั่วไปยังเข้าใจและก้าวข้ามสถานการณ์ฉุกเฉินได้ไม่มากเท่าที่ควร 

ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองคนจึงตั้งใจใช้เพจห้องฉุกเฉินต้องรู้ เป็นประตูไปสู่ประชาชน เช่นเดียวกับที่แพทย์บางคนขึ้นเขาลงห้วย ขับรถขึ้นดอยด้วยงบของตัวเองไปสอนชาวบ้านเรื่องการปฐมพยาบาล สอนทำ CPR แก้อาการอาหารติดคอ ชัก แมลงสัตว์กัดต่อย ปั๊มหัวใจ ไฟฟ้าดูด จมน้ำ ฯลฯ 

“เพื่อนผมบอกว่า เพจของเราทำให้หมอฉุกเฉินมีบทบาทโดดเด่นมากขึ้น อย่างตอนเหตุโศกนาฏกรรมที่อิแทวอน ประเทศเกาหลีใต้ ถ้าเป็นในสมัยก่อน หลังเกิดเหตุการณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะออกมาให้ข้อมูล แต่ข้อมูลนั้นก็อาจจะออกแนววิเคราะห์เจาะลึก เป็นแนววิชาการหนัก ๆ เข้าถึงยาก แต่ตอนนี้เพจเราเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ออกมาพูดเรื่องนี้ได้ทันทีในฐานะหมอฉุกเฉินคนหนึ่ง รวมไปถึงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ เราสามารถย่อยข้อมูลให้เข้าใจง่ายขึ้น คนที่ติดตามนำไปใช้ได้จริงมากขึ้น 

ในคลิป #อิแทวอน…

Posted by ห้องฉุกเฉินต้องรู้ on Sunday, 30 October 2022

“เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผมเคยไปออกหน่วยสอนคนไข้เรื่องการปั๊มหัวใจ คนไข้บอก ป้าไม่ปั๊มได้ไหม ป้าทำไม่เป็นหรอก แต่หลังจากเหตุการณ์ที่อิแทวอน ซึ่งเราออกมาเล่าวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไว้อย่างละเอียด ก็รู้สึกว่าคนตระหนักและให้ความสนใจกับสิ่งนี้มากขึ้น มีถามเข้ามาว่าให้ปั๊มมือเดียวหรือ 2 มือดี ต้องเป่าปากไหม ถ้าเป่าปากแล้วจะเป็นโควิดไหม คำถามเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ประชาชนมีความตระหนักระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าดีใจมาก ๆ” หมอเจตกล่าว

ใบรับรองแพทย์

เวลาล่วงเลยจบพลบค่ำ ก่อนจากกัน เราถามถึงเป้าหมายไกล ๆ ที่นายแพทย์ทั้งสองใฝ่ฝันจะไปให้ถึง หมอเจตจึงยกคำพูดของ แอนดี วอร์ฮอล ขึ้นว่า “Art is anything that you can take away with” หรือ ศิลปะคือสิ่งที่คุณสามารถเอาไปด้วยได้ – คุยกันเรื่องวิทย์อยู่ดี ๆ ไหงยกคำคมของศิลปินคนดังขึ้นมาซะได้ 

“ทุกอย่างคือศิลปะที่คุณถือเอาไปได้ครับ ทั้งภาพของเรา เนื้อหาในเพจเรา หรือทุก ๆ ข้อมูลที่เราตั้งใจถ่ายทอดเอาไว้ ไม่ว่าอะไรจากศิลปะ คุณพกพามันใส่สมองเอาไว้ได้ แล้วจะหยิบมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้เช่นกัน นั่นคือความตั้งใจของผม

“คุณอยากรู้ว่าเส้นเลือดในสมองแตกไหม คุณดูภาพศิลปะของผม ถ้าวันหนึ่งที่คุณปากเบี้ยว คุณจะนึกถึงศิลปะของผมที่คุณเอาไปด้วยผ่านการจดจำ” หมอหัวใจศิลป์กล่าว 

และสำหรับหมอบี ความคาดหวังของเขาไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้ติดตามที่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง หากแต่เป็นการคงมาตรฐานในทุก ๆ คอนเทนต์ที่นำเสนอ ทั้งในด้านความถูกต้อง ครบถ้วน แม่นยำ เป็นประโยชน์ และเขายังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เนื้อหาเหล่านั้นจะช่วยชีวิตของใครสักคนได้ในที่สุด

ที่สำคัญ ทั้งสองยังยืนยันหนักแน่นว่า พวกเขาเชื่อมั่นว่าการเข้าถึงความรู้ไม่จำเป็นต้องเสียเงิน และเพจห้องฉุกเฉินต้องรู้ของเขาจะยังคงยึดอุดมการณ์นี้ จนกว่าจะถึงวันที่แม้แต่เด็กอนุบาลก็ทำ CPR เป็น

Facebook : ห้องฉุกเฉินต้องรู้

YouTube : ห้องฉุกเฉิน ต้องรู้

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

ธนาธิป อดิเรกเกียรติ

ธนาธิป อดิเรกเกียรติ

ช่างภาพรักความสงบ กำลังพยายามค้นหาความสุขให้กับตัวเอง ผู้หลงใหลระหว่างบรรทัดของบทกวี

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load