“ผมชื่อเทพครับ เป็นโลเคชันเมเนเจอร์”

ประโยคแนะนำตัวด้านบนกลายมาเป็นคำตอบของชื่อเพจ Theplocation (เทพโลเคชัน) ที่ไม่ได้ตั้งเพราะความเก่งกาจด้านการสรรหาสถานที่เพียงอย่างเดียว แต่มีที่มาจาก เทพ-ธัญญเทพ สุวรรณมงคล เจ้าของเพจผู้จัดหาโลเคชันสำหรับถ่ายทำโฆษณา ภาพยนตร์ และละคร ซึ่งเขาหยิบเรื่องราวสถานที่และผู้คนที่พบเจอระหว่างทำงาน มาบอกเล่าผ่านตัวอักษรและรูปภาพอย่างออกรส

เทพมุ่งเดินบนเส้นทางโลเคชันเมเนเจอร์ตั้งแต่อายุ 25 โดยไม่สนใจเส้นทางอื่น สั่งสมประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ถ้าจะบอกว่าเขาคือนักจัดหาโลเคชันขั้นเทพคงไม่ผิดนัก เพราะหน้าที่หลักคือเฟ้นหาสถานที่แปลกใหม่ รวมทั้งประสานงานเพื่อให้การถ่ายทำราบรื่น 

“เพจเริ่มต้นจากความสนุก” เทพเล่าด้วยแววตาเป็นประกาย ความที่เป็นนักเล่าเรื่องตัวยง เขาจึงสนุกทุกครั้งที่ได้แบ่งปันโลเคชันที่คนไม่เคยเห็น พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับลูกเพจอย่างเป็นกันเอง ถึงขั้นกลายมาทำเพจจริงจังเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และมองเห็นโอกาสที่มากกว่า คือการเป็นโลเคชันเอเยนต์ควบคู่ด้วย

ครั้งนี้เทพพาเราลัดเลาะบ้านสีขาวหลังใหญ่ ตั้งตระหง่านกลางย่านลาดพร้าว หากนึกภาพตามคงเป็นคฤหาสห์ของพระ-นางในละครย้อนยุคสักเรื่อง บ้านหลังนี้เป็นบ้านนักเปียโนเลื่องชื่อ โอ่โถ่งพอที่จะมีหอจัดแสดงภายในบ้าน เจ้าบ้านต้อนรับอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับเทพที่พูดราวกับสนิทกับเจ้าบ้านมาเนิ่นนาน

“เจอกันครั้งแรกก็เดินเข้ามาในบ้านเลย” 

Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ

จุติ-เทพ

เทพชวนเราย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นกว่าจะมาเป็นนักจัดหาสถานที่ขั้นเทพ 

“ตอนนั้นเรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก็รู้สึกเคว้ง กว่าจะรู้ตัวว่าชอบทำอะไรก็ตอนฝึกงาน ตอนแรกฝึกที่บริษัทสังกัดแกรมมี่ พาร์ทหนึ่งทำรายการ พาร์ทหนึ่งทำละคร จึงขอเปลี่ยนไปทำละครเพราะชอบบรรยากาศกองถ่าย จนอายุยี่สิบห้าปี มีรุ่นพี่ที่รู้จักโทรมาบอกว่า Matching Studio เขาหาคนทำโลเคชัน ก็ถามว่าคนทำโลเคชันคืออะไร เขาบอกไม่รู้ แต่จะมามั้ย ถ้ามาจะสอนให้

“งานแรกจำได้ว่าร้องไห้เพราะหาไม่ได้ ไม่เคยทำงานโลเคชันมาก่อนในชีวิต โจทย์แรกของ ม่ำ-สุธน เพ็ชรสุวรรณ สมัยนั้นดังมากเพราะเป็นผู้กำกับโฆษณาอันดับหนึ่งของโลก ตามหาคฤหาสน์ในโฆษณามนุษย์สะดือ ร้องไห้เพราะหาไม่ได้ หัวหน้าไล่กลับบ้านพร้อมรถตู้แคสติ้ง 

“ตอนนั้นฝึกอยู่สี่เดือน จำได้ว่าวันที่หัวหน้าบอกว่าฝึกงานไม่ผ่าน อีกวันคุณปู่เสีย ช่วงเบญจเพสตอนนั้นหนักเลย หัวหน้าบอกให้กลับไปคิดดูว่าจะสู้ต่อมั้ย หรือจะไปทำอย่างอื่น สุดท้ายก็ลองอีกสามเดือน ฝ่าฟันจนได้เป็นพนักงานประจำ ทำงานที่ Matching Studio เจ็ดปี หลังจากนั้นก็ออกมาเป็นฟรีแลนซ์จนถึงปัจจุบัน”

เขาดำเนินอาชีพนี้ในฐานะฟรีแลนซ์เรื่อยมาสู่การทำเพจ Theplocation เพราะสนุกที่ได้แบ่งปันเรื่องโลเคชันแปลกใหม่ระหว่างทำงาน จนมองเห็นโอกาสใหม่ในการต่อยอดอาชีพ จึงเพิ่มบทบาทเป็นโลเคชันเอเยนต์ 

โลเคชันเอเยนต์ คือตัวแทนจัดการสถานที่ ทำให้คนสองกลุ่มที่มีความต้องการสอดคล้องกันมาเจอกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้านที่อยากให้บ้านเป็นพื้นที่ถ่ายทำ และกองถ่ายที่ต้องการหาสถานที่ถ่ายทำ เพจจึงเป็นพื้นที่ตรงกลางในการสื่อสาร ที่ดำเนินการโดยเทพแห่งเทพโลเคชัน

“เรามองว่ามันเป็นสกิลล์เดียวกัน” เทพกล่าวถึงสองบทบาทที่เขาทำ 

“ถ้าเป็นคนอื่นเขาจะเก็บบ้านหลังนี้ไว้ คนทำโลเคชันเมเนเจอร์ส่วนใหญ่มีอาวุธลับ เขาจะไม่บอกใครว่าเจอบ้านหลังนี้ แต่เราไม่ใช่ พอเรามีข้อมูลเยอะ เราต้องใช้ประโยชน์จากมันได้”

Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ
Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ

กรุง-เทพ

“โลเคชันเมเนเจอร์คือคนที่พาไปในที่ส่วนตัวได้ ที่สาธารณะใครๆ ก็ไปได้ แต่ถ้าอยากไปสถานที่ส่วนตัวต้องไปกับโลเคชันเมเนเจอร์”

หนึ่งในความเทพที่ต้องยกนิ้วให้กับเหล่าโลเคชันเมเนเจอร์ คือความสามารถในการค้นพบพื้นที่ปิดส่วนตัวสุดเจ๋งที่ไม่มีใครเคยรู้จักมาก่อน พอกล่าวเช่นนั้น หลายคนอาจเกิดความสงสัยถึงที่มาของสถานที่เหล่านั้น เทพจึงเผยวิธีเพื่อคลายความสงสัย 

“ถ้าเป็นสมัยก่อนก็เคาะตามบ้าน โจทย์คืออยากได้ครัวโมเดิร์น เราก็ต้องวางกรอบความคิดก่อนว่าจะไปหาจากที่ไหน ถ้าอยากได้ครัวโมเดิร์นต้องไปหาที่บ้านคนรวย ต้องมีวิธีการว่าจะเข้าไปได้ยังไง คุยกับ รปภ. หน้าหมู่บ้าน ไปหานิติบุคคลหรือกรรมการหมู่บ้าน บอกว่าเราต้องการอะไร แล้วเขาจะนึกออกว่าบ้านไหนมีลักษณะแบบนี้ เราก็ฝากนามบัตรกับเขา ถ้าเจ้าของบ้านสนใจก็จะโทรกลับมา

“เขาเชื่อเราได้ไงว่าไม่ใช่โจร” เทพบอกติดตลกก่อนเราจะถาม คงเพราะท่าทางและวิธีการพูดคุยของเขาที่ทำให้เจ้าของบ้านไว้เนื้อเชื่อใจ 

“ถ้าสมัยนี้เห็นทางอินเทอร์เน็ต ทางเฟซบุ๊ก เห็นว่าที่นี่สวย เราก็บันทึกเก็บไว้แล้วค่อยตระเวนหาอีกที ผ่านไปแถวไหนก็จะถ่ายรูปไว้ เราว่างผ่านไปเส้นนั้นอีกเราก็จะแวะไป”

Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ

นักจัดหาโลเคชันแต่ละคนมีความถนัดตามพื้นที่แตกต่างกันไป สำหรับเทพมีความเชี่ยวชาญพิเศษย่านกรุงเทพฯ ตึกรามบ้านช่องในเขตเมืองกรุงเขารู้จักดีหมด เพราะเป็นคนไม่ชอบไปต่างจังหวัด และไม่อยากห่างครอบครัวเป็นเวลานาน 

“สมมติทำงานกรุงเทพฯ ได้ห้าพันบาท ไปต่างจังหวัดได้แปดพันบาท เรายอมทิ้งอีกสามพันบาทแล้วอยู่กรุงเทพฯ ดีกว่า ไปต่างจังหวัดปริมาณเงินได้เยอะกว่า แต่กรุงเทพฯ เราถนัดกว่า”

แม้จะเป็นโลเคชันเมเนเจอร์ขั้นเทพย่านกรุงเทพฯ ก็มีเหตุการณ์ปราบเซียนที่ต้องแสดงความสามารถในการจัดการ 

“มีงานหนึ่งถ่ายที่คลังพหลโยธิน จุดพักสินค้าที่มาทางรถไฟ ตอนนี้เป็นสถานีรถไฟกลางบางซื่อ เมื่อก่อนมีลานกว้างใหญ่มาก จึงใช้จัดเป็นงานคอนเสิร์ตสำหรับถ่ายโฆษณาเครื่องดื่ม M-150 แล้วคนขับรถบรรทุกแถวนั้นเข้ามาถามทีมงานว่าคอนเสิร์ตใคร ทีมงานบอก เสก โลโซ สมัยนั้น เสก โลโซ ดังมาก จึงตามมากันเป็นสิบๆ คัน คนงานนั่งดูเป็นร้อย นั่งดูไม่พอกินเหล้าเสียงดังด้วย ตอนถ่ายทำเราต้องอัดเสียง หัวหน้าเลยให้เราเข้าไปคุยกับเขา

“เขากินเหล้าอยู่เราก็ไปนั่งกินเหล้ากับเขา แล้วบอกว่าไม่มี เสก โลโซ การพูดตรงๆ ดีกว่า บอกไม่มีแน่ๆ ถ้ามีพี่มาด่าผมเลย พอรู้ว่าไม่มีเขาก็กลับบ้าน” 

Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ
Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ

เล่า-อย่างเทพ

“คนไทยชอบเรื่องผี ถ้าเล่าเรื่องผีลูกเพจจะชอบมาก”

เรื่องราวของบ้านโมเดิร์นหลังโอ่อ่าย่านพัฒนาการ กรุงเทพฯ ที่กองถ่ายใช้ถ่ายทำบ้านเป็นประจำ แต่กลับมีเรื่องเล่าลี้ลับชวนขนลุก 

ครั้งเมื่อเขาได้เข้าไปทำหน้าที่โลเคชันเมเนเจอร์ เทพหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อเข้าไปก็ได้พบบ้านโมเดิร์นที่มีห้องรับแขกแบบในฝันของกองถ่าย อีกทั้งเรื่องราวที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เขาเลือกเล่าตามความจริงที่พบด้วยลีลาชวนอ่าน จนทำให้มีคนแชร์เป็นหมื่นเพียงชั่วข้ามคืน ถึงขั้นรายการวิทยุโทรมาหาเพื่อให้เล่าเรื่องนี้ กลายเป็นโพสต์แจ้งเกิดในตำนาน ที่มียอดไลก์เพจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เทพหยิบมาเล่าตั้งแต่บ้าน ตึก สตูดิโอ โรงแรม โรงเรียน ห้างร้าน ไปจนถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ สถานที่ไหนก็ตามที่ตรงคอนเซปต์กองถ่าย พร้อมมีเรื่องราวน่าติดตาม เขาเล่าหมด เรื่องราวเหล่านั้น บ้างพบเจอระหว่างทำงานในฐานะโลเคชันเมเนเจอร์ บ้างก็รู้จักจากตำแหน่งโลเคชันเอเยนต์ 

แต่ไม่ว่าจะค้นพบจากหน้าที่อะไร เรื่องที่เทพชอบเล่าเป็นพิเศษคือ ‘บ้าน’ 

“ทุกบ้านมีเรื่องราว” เทพกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ถึงสาเหตุหลักที่ชื่นชอบเกี่ยวกับบ้าน บ้านพาเขาไปรู้จักคนในบ้าน ผ่านเรื่องเล่า สิ่งของ โครงสร้าง สถานที่ตั้ง ร้อยเรียงจนเป็นเรื่องราวเฉพาะของแต่ละหลัง เทพมักตั้งชื่อบ้านตามเรื่องราวเหล่านั้น 

“อย่างบ้านหลังนี้เรียกว่าบ้านเปียโน ถ้าเราพูดคำว่าเปียโน จะนึกถึงบ้านหลังนี้ทันที เราจะไม่เรียกศาลาสุทธสิริโสภาบ้านหลังนี้มีพ่อแม่ลูกห้าคน เล่นเปียโนกันทั้งบ้าน เราจะจำเรื่องราวได้ เราพยายามไม่เขียนยาว เพราะเราเป็นคนที่ชอบอ่านอะไรที่สั้นๆ คมๆ เขียนในสิ่งที่เราเห็นว่ามันน่าสนใจ แต่ถ้าอันไหนเขียนยาวคือเรื่องมันยาวจริงๆ”

เทพถ่ายทอดเรื่องราวผ่านบทความและภาพถ่าย โดยแต่ละเรื่องราวที่เขียนโดยเทพจะเป็นข้อความสั้น หากแต่ใจความกระชับ ดึงความสนใจด้วยจุดขายของสถานที่นั้น เขาเล่าด้วยภาษาเป็นกันเอง พร้อมถ้อยคำปนสนุก เหมือนพูดคุยกับคนรู้จักมักคุ้นที่กำลังแบ่งปันประสบการณ์สนุกจากการทำงาน 

ไม่เพียงวิธีการเล่าชวนติดตาม ภาพถ่ายที่เลือกมานำเสนอ ล้วนผ่านสายตาอันเฉียบคมของโลเคชันเมเนเจอร์แล้วทั้งสิ้น เพราะเขาเชื่อว่า ภาพถ่ายเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ผู้ติดตามชื่นชอบ

“เราคิดว่าเราเป็นคนถ่ายรูปโลเคชันดี คือเรารู้ว่ามุมไหนคือจุดขาย อย่างห้องนี้เรารู้เลยว่ามุมนี้ขายแน่นอน” อีกทั้งภาพถ่ายโลเคชันที่ดี ต้องทำให้มองเห็นภาพรวมของสถานที่ทั้งหมด แม้จะไม่เคยไปสักครั้งก็ตาม

Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ
Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ

แฟน-พันธุ์เทพ 

จากวันที่ยอดไลก์มีเพียงนับร้อย จนวันนี้มีจำนวนผู้ไลก์กว่า 7,000 ถือว่าไม่น้อยสำหรับเพจที่เล่าเรื่องสถานที่ แต่ไม่ว่าจะมากหรือน้อย เทพก็ต้อนรับลูกเพจอย่างอบอุ่นเป็นกันเองเสมอ ตลอดระยะเวลาที่เปิดเพจ เขาจำลูกเพจทุกคนได้ เขาอ่านทุกคอมเมนต์ และที่สำคัญเขาตอบสนุก 

“เราจำลูกเพจได้ คนที่มาไลก์มาคอมเมนต์ตั้งแต่เพจเราหลักร้อย มีคนเคยบอกว่าเพจเราที่มันน่าสนใจเพราะเราเป็นคนตอบลูกเพจ เราก็พูดตามภาษาเรา เราเป็นคนชอบคุย ชอบตอบ ชอบแซวลูกเพจ”

เพจ Treplocation พาเขาไปรู้จักกับ ตาล-พารณี ยนตรรักษ์ แฟนเพจที่ส่งข้อความชวนเทพไปเยี่ยมเยือนถึงบ้าน บ้านของตาลเป็นโรงเรียนสอนเปียโนชื่อดัง หรือ ณัฐ สตูดิโอ สอนโดยครอบครัวนักเปียโนระดับประเทศ อีกทั้งมีหอแสดงภายในตัวที่เรียกว่า ศาลาสุทธสิริโสภา ประวัติอลังการจนเทพต้องไปชมให้เห็นกับตา 

ครั้งแรกที่เทพย่างกรายเข้าไปบริเวณบ้าน นอกจากตื่นตากับความอลังการของบ้านหลังโอ่อ่า หอแสดงโอ่โถ่ง เปียโนหลักล้าน พลันสะดุดตากับเครื่องปรับอากาศยี่ห้อ Central Air อันโด่งดังในยุคก่อน ครอบด้วยกรอบไม้หายาก ถึงขั้นกล่าวชมเจ้าบ้านที่ยังคงเก็บรักษาไว้อย่างดี 

“แอร์มันบอกยุค บ้านคนมีตังค์สมัยก่อนจะใช้ Central Air ย้อนไปสามสิบปีก่อนใครมีคือคนมีตังค์ มันคือการบอกเล่าเรื่องสมัยก่อน เราจึงเป็นคนชอบของเก่ามาก”

เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา เทพจัดกิจกรรมฉลองครบ 5,000 ไลก์ ด้วยการชักชวนลูกเพจเดินชมพัฒน์พงศ์มิวเซียมพร้อมกับเขา มีลูกเพจหลายคนให้ความสนใจ และกิจกรรมเดินทัวร์ครั้งนี้ ทำให้เขาได้รู้จักกับลูกเพจมากขึ้น 

“จริงๆ อยากให้เพจโตช้าๆ เรื่อยๆ ไม่ต้องเยอะมาก เราอยากรู้จักลูกเพจให้มากขึ้น อยากจัดกิจกรรมที่พาไปเดินสำรวจโลเคชัน เราเลือกสถานที่ให้แล้วพาไป เป็นโปรเจกต์ที่คิดไว้” 

Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ
Theplocation เพจที่เล่าเรื่องโลเคชันหายากในกองถ่ายผ่านสายตา Location Manager สุดเทพ

เทพ-พา-รักษ์

“ความสุขของการทำสิ่งนี้คืออะไร” เราถามเทพ เขานิ่งคิดเพียงชั่วครู่ก่อนจะตอบว่า 

“ประเด็นแรกคือลูก ลูกขับเคลื่อนให้ทำงานนี้อยู่ เราทำเพื่อลูก”

“เราต้องเลี้ยงที่บ้านด้วยอาชีพนี้ อยากเป็นพ่อที่เต็มที่ที่สุด ให้ลูกเรียนที่ดีที่สุด” นอกจากความรักของพ่อที่มีต่อครอบครัวแล้ว ความรักต่ออาชีพก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน 

“ความสนุกคือการได้เจอสิ่งใหม่

“เจอที่ใหม่ ผู้คน และเรื่องราว เราเป็นคนที่ตื่นเต้นทุกทีเวลาที่เจออะไรใหม่ๆ อย่างบ้านหลังนี้ ตอนเจอครั้งแรกเราตื่นเต้นมาก สวยไปหมด มันมีแพสชันในการหา เราจะมีสายตาที่เห็นว่าโลเคชันนี้รอด สวย ใช้งานถ่ายได้”

10 กว่าปีที่เทพเลือกทำอาชีพนี้ เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงของวงการมาตลอด ทั้งวงการกองถ่ายที่ต้องเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย แม้กระทั่งตัวเขาเองที่ต้องปรับตัวให้เท่าทันสายอาชีพ อีกทั้งเขายังเห็นการแปรผันของโลเคชันที่เคยใช้ถ่ายทำ เทพค้นพบว่า ความท้าทายไม่ใช่แค่การมองหาสถานที่ใหม่ หากแต่เป็นการรักษาของเก่าให้ยังคงอยู่ 

“พอเห็นโลเคชันที่ถ่ายแล้วหายไปมันเศร้า บ้านใหม่ๆ ใครก็สร้างได้ แต่บ้านเก่าๆ มันหายาก”

คงจะดีไม่น้อยถ้ายังมีคนอยากอนุรักษ์

คงจะดีไม่น้อยถ้าเพจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขารักษ์

คุยกับ เทพ-ธัญญเทพ สุวรรณมงคล ชายที่เป็น Location Manager มาทั้งชีวิตถึงเบื้องหลังสถานที่ถ่ายทำสุดเทพที่สรรหาโดยเทพแห่งวงการ

ขอขอบคุณณัฐ สตูดิโอ หรือ ศาลาสุทธสิริโสภา ที่เอื้อเฟื้อสถานที่

Writer

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

Photographer

ปรีชญา จงศรีสวัสดิ์

ช่างภาพที่เชื่อว่าการตายอย่างมีคุณภาพคือการตายด้วยของกินที่ดีและอร่อย

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“ผมเป็นมือใหม่ YouTube มาก”

“แต่ทั้งช่อง BoomTharis, Slot Machine, 9arm, YARDPIRUN , Koendanai ก็มาคอมเมนต์คุณนะ”

“เขาบอกว่ามีคนดังมาคอมเมนต์หลายคน ผมก็ไม่รู้ตัวนะว่าพวกเขามากัน เพราะว่ามันเยอะมาก ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง มีคนดังมาให้ความสนใจอย่างนี้” เขาเล่าพร้อมร้อยยิ้มอารมณ์ดีที่ส่งผ่านโปรแกรม Zoom

หนุ่มโคราชวัย 30 เจ้าของเพจ ‘เพลงอร่อยมาก’ ตั้งใจร้องเพลงพร้อมกับทำอาหารในห้องครัว ให้คุณผู้ดูโขลกเครื่องทำกินได้ที่บ้านด้วยเมนูง่ายๆ จะยากก็เพียงแค่การร้องตามแต่ละเพลง เพราะมันช่างโหดเหลือหลาย

เขาไม่ใช่นักร้อง แล้วก็ไม่ใช่พ่อครัว ต่อคือช่างภาพเวดดิ้งมืออาชีพ ถ่ายภาพบ่าวสาวบันทึกความรักของผู้คนมานักต่อนัก พร้อมขายภาพสต็อกในเว็บไซต์ต่างๆ มาหลายปี ปัจจุบันเขาอยู่ที่เมืองย่าโมกับครอบครัวและลูกน้อย ชอบทำกับข้าวกินเองอยู่บ่อยๆ

เรื่องราวชีวิตผู้ชายคนนี้สนุก หลายอย่างในชีวิตบางทีก็ไม่เหมือนที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ดันไปได้ดีและทำให้เขาค้นพบความสามารถตัวเองมาเรื่อยๆ

หรือแม้กระทั่งวันนี้ที่คลิปของเขาแตะล้านวิวเป็นที่เรียบร้อย ต่อเองก็ไม่คิดว่าจะไปถึงขนาดนั้น เขาแค่ชอบร้องเพลงเล่นๆ สนุกๆ มาตั้งแต่สมัยเรียน

และไม่เคยคิดจะหยุดร้องเพลงเลยแม้แต่วันเดียว

เบื้องหลังจังหวะกระเทียม ที่ไม่ว่ากี่เมนูก็ร้องให้ไพเราะได้ของ TORWAI เพลงอร่อยมาก

ตัวต่อ

ต่อเล่าว่าเขาเริ่มร้องเพลงตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ในวันปฐมนิเทศ นักศึกษาทุกคนจะโดนบังคับให้เลือกชุมนุมสังกัดเพื่อทำกิจกรรมตลอดเทอม แน่นอนว่าชายผู้นี้เลือกชมรมดนตรี

“ผมไปเจอเพื่อนคนหนึ่งเล่นกีตาร์ ส่วนผมก็ตีกลองเป็น เลยชวนๆ เพื่อนคนอื่นมารวมตัวกันลองเล่นดนตรีดูก่อน ยังไม่ต้องมีนักร้องก็ได้ ผมลองตีกลองเพลง ขาหมู Tattoo Color แต่ตีไม่ลงจังหวะสักที เลยสลับตำแหน่งกับเพื่อนอีกคนไปร้องเพลง เพื่อนในวงบอก ‘มึงร้องเพลงได้นี่หว่า งั้นไปเป็นนักร้องเลยแล้วกัน’ แล้วสมัยนั้นยังพรินต์เนื้อร้องจากร้านถ่ายเอกสารอยู่เลย”

ต่อเล่าถึงจุดเริ่มต้นสู่ห้องซ้อมดนตรีพร้อมเสียงหัวเราะ ถ้าวันนั้นเขาตีกลองลงจังหวะ วันนี้คงไม่มียูทูเบอร์ชื่อ TORWAI นี่คงเป็นจังหวะดีอย่างแรกที่เขาได้เจอความสามารถของตัวเอง

“เหมือนงานอดิเรกของเราคือเรียน แต่งานหลักคือเล่นดนตรี ผมกับเพื่อนเริ่มออกงานร้องเพลงบ่อยขึ้นจนเก็บตังค์ได้ถึงหลักหมื่น แล้วช่วงนั้นผมก็ฟีลเด็กมหาลัยที่มีโลกส่วนตัวสูง ชอบออกไปขับรถเล่นแล้วก็ถ่ายรูป มุมไหนสวยก็อยากถ่ายเก็บไว้ พ่อเลยซื้อกล้องถ่ายรูปไว้ให้ พอถ่ายรูปได้เงินดีก็มุ่งไปในสิ่งที่เลี้ยงตัวได้ จนกลายเป็นว่าผมไม่ได้ยุ่งกับการร้องเพลงอีกเลย เน้นพัฒนาฝีมือถ่ายภาพของตัวเอง เข้าสู่วงการถ่ายภาพเวดดิ้งเต็มตัว เหลือร้องเพลงเล่นๆ เวลาขับรถเดินทางแค่นั้น”

แม้ชีวิตของต่อจะพลิกเส้นถนนกันอยู่หลายตลบ จากเด็กเรียนวิศวะ มาจับไมค์ร้องเพลง จับพลัดจับพลูมาเป็นช่างภาพอาชีพ

แต่ดนตรียังอยู่กับเขาในทุกจังหวะชีวิต

ร้องเพลงต่อ

ต่อชอบร้องเพลงแบบเน้นเอาสนุกและสร้างความสุขให้กับตัวเอง แต่การร้องเล่นนั้น ทำให้ตัวเขาได้ฝึกฝนอยู่ตลอด เป็นทักษะที่ค่อยๆ บ่มเพาะไว้ ราวกับรอเวลาสุกงอม โดยที่ต่อเองก็ไม่ได้คิดถึงวันเก็บเกี่ยวผลผลิต

ช่างภาพเวดดิ้ง มีกล้องคุณภาพไว้ถ่ายงาน พร้อมไมโครโฟนสำหรับอัดวิดีโอบ่าวสาว วันหนึ่งอุปกรณ์เลี้ยงชีพที่ว่า ได้ผันตัวมาเป็นเครื่องมือสร้างคลิปร้องเพลงในห้องครัว

“เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมอธิบายไม่ถูกว่ามันมาได้ไง เราไม่ได้กะจะเป็นนักร้องอาชีพนะ เพราะคิดว่าเราไม่เก่งพอ แล้วก็ไม่ได้อยู่ในแวดวงของนักดนตรีแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมร้องเพลงเอาความสนุกสนานเฉยๆ อย่างเพลง สักวันหนึ่ง ผมเคยคัฟเวอร์เมื่อสมัยเรียน แต่ไฟล์มันหายเลยทำใหม่

“ช่วงอยู่บ้านนานๆ เราเกิดไอเดียว่าอยากลองร้องคัฟเวอร์เพลงหลายๆ แบบ แล้วทำกิจกรรมอื่นๆ ไปด้วย ตอนแรกว่าจะขับรถ จะปั่นจักรยาน หรือล้างจานไปด้วย แต่มาเริ่มจากทำกับข้าวก่อน แล้วมันก็พีกเลย คนดูชอบ”

ส่วนตัวเรารู้จัก TORWAI จากเพลง ยื้อ ตั้งแต่ดูคลิปครั้งแรก ก็ค่อนข้างทึ่งในสกิลล์การร้องเพลงของเขา มือทำกับข้าวไป ปากก็ร้องเพลงยากๆ ไปด้วย ไกวตะหลิว ผัดไก่ ใส่เครื่องปรุง ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันโดยที่เสียงไม่ดรอป ไม่แกว่ง และยังทรงพลัง

ในฐานะชาวเน็ตคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลง ยอมรับสารภาพมา ณ ที่นี้ว่าเปิดคลิปเขาฟังบ่อยมากระหว่างทำงานที่บ้าน แล้วก็สงสัยว่าเขาเลือกจับคู่เพลงกับเมนูอย่างไร 

“ผมจะเลือกเพลงที่เวลาร้องแล้วไม่ปวดหัวมาก แรงร้องยังไหว และเลือกเมนูที่ทำเป็นอยู่แล้ว กินได้แน่นอน พวกผัดกะเพรา ข้าวผัด ต้มยำ ขอแค่เล็งเครื่องปรุงให้โดนก็พอแล้ว เพราะเวลาร้องเพลงจะมีจังหวะมอนิเตอร์ในหูฟัง ป๊อกๆๆๆ เราก็เล็ง โป๊ะ พอดี เป็นเทคนิคในการลงกระเทียมให้ตรงจังหวะเพลง

“จริงๆ ไม่มีแผนอะไรมากมาย เพราะเมนูกับเพลงมันไม่เข้ากันเลย ไม่เกี่ยวกับเนื้อเพลงด้วย อย่างเพลง ยื้อ คู่กับกระเพราหมูชิ้น เพลง จันทร์เจ้า มาอยู่กับข้าวผัดทะเลกับต้มยำไก่ ด้วยความที่ว่าเพลงจันทร์เจ้า มันง่ายกว่าเพลง ยื้อ เพราะมันไม่มีท่อนบ้าพลัง เพลง จันทร์เจ้า มีท่อนที่เสียงสูงขึ้นไปนิดหนึ่ง เพลง ยื้อ จะเป็นต่ำแล้วก็สูง ต่ำแล้วก็สูง

“คอร์ดเพลงไหนง่ายก็ทำเมนูยากขึ้น เพลงไหนยากก็ทำเมนูง่ายๆ ไว้” ต่ออธิบายถึงวิธีการปรุงอาหารและร้องเพลงให้ได้ในเวลาเดียวกันด้วยเสียงขำขัน

วัตถุดิบที่ลงตัว

นอกจากร้องเพลงตอนทำอาหารแล้ว ถ้าสังเกตดูจะพบว่ามี มือกีตาร์นาม BOMOSTIN อีกหนึ่งคนที่เขาชวนมาเล่นดนตรีโซโล่เทพๆ ในคลิป ความสำเร็จของต่อจึงมีรุ่นน้องคนนี้ร่วมเป็นแบ็กอัป

“เราคิดว่าถ้าทำคัฟเวอร์แล้วทำไม่ดีก็ไม่รู้จะทำทำไม เลยชวนน้องบอม (ยุทธชัย วงศ์กาไสย) มือกีตาร์มาเล่นให้ด้วย เขาเก่งพอสมควรเลย คือเราลากคอมาอัดคลิปเลยแหละ แต่ไม่ค่อยออกสื่อเท่าไหร่ เพราะเขาเขินกล้อง ตอนแรกเขาจะไม่ลงคลิปด้วย ไม่กล้าเล่นโชว์ ผมเชียร์ให้น้องลองดูสักคลิป เดี๋ยวตัดต่อให้เอง ไม่ต้องเห็นหน้าเต็มก็ได้ ทุกคลิปเลยมีแต่มุมข้างๆ ทั้งนั้นเลย” ต่อเล่าก่อนหัวเราะดัง

“บอมเขามิกซ์ซาวนด์ดีมาก จัดบาลานซ์เสียงไม่ให้สูง-ต่ำ กังวาน หรือทุ้มบี้ จนเกินไป การอัดในห้องครัวมันมีหลายปัจจัยมาก มีเสียงกระทะที่ท่อนไหนเยอะไปก็ต้องลด ไม่งั้นคนฟังจะเกิดความรำคาญได้เหมือนกัน เพราะเสียงมาเข้าไมค์ตัวเดียวพร้อมกัน เราไม่ได้อัดแยก”

เรื่องการถ่ายทำของเขาไม่มีอะไรมาก เน้นตั้งกล้องนิ่งๆ ถ่ายภาพกว้างเข้าไว้ แต่ให้มีหลายมุมหน่อย เพื่อเพิ่มอรรถรสสำหรับคนดูได้ชมการทำอาหารอย่างเต็มตา เผื่อนำไปทำตามได้ง่ายๆ

ส่วนการอัดเสียงร้อง เขาเลือกใช้ไมค์คอนเดนเซอร์ที่เก็บเสียงได้กว้าง และชัดกว่าไมค์ไดนามิกที่เหมาะกับการถือร้องตรงๆ เสร็จแล้วก็จัดไฟให้แสงพอดีกับการถ่ายคลิป เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ เอ้ย! เตรียมอุปกรณ์ พร้อมกด Record  

อุปกรณ์พร้อมตั้งรับ ผสานด้วยเสียงร้องเกินต้านของต่อ มีควันอิมโพรไวซ์มาจากกระทะอย่างลงจังหวะทำนองราวกับถูกปล่อยคิว

มินิคอนเสิร์ตก้นครัว เริ่มแล้ว!

“หลังปล่อยเพลง ใจหนอใจ ผมก็คิดนะว่าใครจะมาดูเรา ไม่มีหรอก แต่กลายเป็นว่ากระแสตอบรับดีใช้ได้ ผมเองยังตกใจ ยังไงก็ต้องขอบคุณคนดูมากเลย จริงๆ ผมเองคนเดียวก็ฟังหลายพันรอบเหมือนกัน” เขาหยอก

ทำตามสูตรต้นตำรับ

ในฐานะคนร้องคัฟเวอร์ ต่อมีกฎของตัวเองอยู่ 2 ข้อ

ข้อแรก ต้องปรับปรุงตนเองไปเรื่อยๆ ในแต่ละคลิป แม้เล็กน้อยก็ควรทำ

“เราอยากให้เกิดความแตกต่างไปเรื่อยๆ ผมชอบท้าทายตัวเองว่า คลิปต่อไปเราจะทำอย่างไรดี หรือปรับตรงไหนได้อีก สมมติว่ารอบนี้แสงไม่สวย คลิปหน้าก็ทำให้สวยขึ้นด้วยการจัดไฟให้พร้อม สังเกตดูได้ คลิปแรกๆ ของผมไม่มีอะไรเลย แสงแบนๆ เรียบๆ มีมุมกล้องเดียว ผมทดลองทำไปเรื่อยๆ ในคลิปถัดไป ใส่ความครีเอทีฟเข้ามาหน่อย เราก็ได้พัฒนาตนเองไปด้วย”

ข้อสอง ไม่แปลงเนื้อเพลงเด็ดขาด เพราะกว่านักเขียนเพลงจะบรรจงแต่งเพลงขึ้นมาได้ มันคือการสั่งสมประสบการณ์มาทั้งชีวิต

“ในแง่การร้องเพลง ผมคิดว่าสิ่งที่คนร้องคัฟเวอร์ไม่ควรทำเลย ก็คือดัดแปลงเนื้อร้องต้นฉบับ เราเอาเพลงของคนอื่นมาร้อง ก็ต้องให้เกียรติกับเจ้าของเพลงด้วย เพราะไม่รู้ว่าต้นฉบับเขาจะโอเคไหม เขาสร้างสรรค์ผลงานมาก็ยาก กว่าจะเขียนเนื้อร้อง แต่งทำนองกันได้ เราไม่ควรไปเปลี่ยนแปลงอะไรและต้องทำออกมาให้ที่สุด จะได้ Win-Win ทั้งเราและศิลปิน การไปแปลงเพลงต้นฉบับมันอาจทำให้ผลงานของเขาดรอปลงก็ได้”

นับเป็นกฎ 2 ข้อที่ให้เกียรติทั้งตนเองและผู้อื่น

*เคล็ดลับ* รู้จักรสชาติที่เราชอบ

หากถามใครต่อใครว่าทำไมถึงชอบทำอาหาร ก็มักพบคำตอบว่า อยากปรุงรสชาติเอง ได้เลือกวัตถุดิบดีๆ อย่างพิถีพิถัน เน้นปริมาณผักหรือเน้นเนื้อสัตว์ได้ตามใจ ไม่มีใครรู้จักรสชาติที่เราชอบได้ดีเท่าตัวเรา

ชีวิตของต่อก็เป็นแบบนั้น ได้เลือกหลายสิ่งอย่างด้วยตัวเอง และเขาก็มีความสุขในพื้นที่ของตัวเอง

“ตัวผมเองไม่ได้ทำอาหารเก่งระดับเชฟ เรื่องร้องเพลงคัฟเวอร์ก็ไม่ได้มีสตูดิโออัดเสียงดีๆ แต่ขอแค่ลองเอาทั้งสองอย่างมารวมกันดูว่ามันจะเป็นยังไง โดยตั้งต้นจากความถนัดที่เรามี” เขาอธิบายถึงวิธีคิดที่เรียบง่าย ตกผลึกจากการรู้จักความสามารถของตนเอง และเริ่มลงมือทำในวันว่าง

“แต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน ผมว่าต้องหาสิ่งที่เป็นตัวเองให้เจอ ลองสังเกตดูก็ได้ว่าสิ่งใกล้ตัวเราคืออะไร เรามีจุดเด่นอะไรบ้าง ตรงนี้แหละคือความยาก เพราะใครหลายคนมองไม่เห็นกัน แล้วต้องคิดว่าอะไรที่คนอื่นเขายังไม่ทำหรือยังมีคนทำน้อย เราก็ทำให้ดี

“คนเก่งในประเทศนี้มีเยอะ เรายังไม่เห็นอีกมาก”

แน่นอนว่าความดังมาต้องมาพร้อมกับการมีสปอนเซอร์เข้า ต่อเล่าว่าตอนนี้มีลูกค้าติดต่อมาหาทุกวัน มีกระทะจากหลายแบรนด์ส่งตรงมาให้เขา รวมถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่สนใจจ้าง ซึ่งต่อตั้งใจจะลงให้ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย  

“มีคนติดต่อมาทุกวัน ผมบอกไม่ต้องจ้างผมหรอกนะ เดี๋ยวทำให้ฟรีเลย เพราะเราไม่ได้มาหาเงินจากการร้องเพลง เรารู้สึกว่าถ้ายิ่งตั้งความหวังกับมัน จะยิ่งเครียด สิ่งนี้เราชอบมาตั้งนาน แต่พอเราไปตั้งความหวังว่าต้องได้เงิน ต้องได้ยอดวิว บอกเลยว่าเครียด ให้เป็นความชอบของเราแบบนี้ตลอดไปดีกว่า ไม่ต้องทำให้เราเป็นเศรษฐีอะไรก็ได้ 

“ผมมีความสุขกับการเป็นช่างภาพอยู่แล้ว อยากทำงานถ่ายรูปไปตลอด ไม่ได้คาดหวังว่าการร้องเพลงต้องทำให้เราดังอะไรมากมาย ตอนนี้ผมอยากทำแค่นี้แหละ”

 ของอร่อยต้องอดใจรอ

ต่อบอกว่าเขาตั้งใจอัปโหลดวิดีโอเดือนละ 3 คลิปเท่านั้น

หากทำมากกว่านี้จะฝืนตัวเองเกินไปจนไม่สนุก เขาอยากรักษาจังหวะการปล่อยงานที่เขากับบอมทำไหว โดยไม่รบกวนเวลาชีวิตของกันและกันมากนัก

“ตอนแรกตั้งใจว่าจะปล่อยทุกวันอาทิตย์ แต่เราปรึกษากัน พบว่าปล่อยคลิปทุกๆ เจ็ดวันมันเร็วไปนะ มันแน่นไป รบกวนเวลาทำงานมากเลย เขาเป็นวิศวกร เราก็มีงานถ่ายภาพ เลยต้องให้เวลากันหน่อย สิบวันปล่อยคลิปหนึ่งแล้วกัน เราไม่ได้ทำเป็นอาชีพ ทำสนอง Need ตัวเอง

“ที่ลงล่าสุดเป็นเพลง บ้าบอ ของ Silly Fools อีกวงหนึ่งที่อยากร้อง หลังจากนี้จะมีเพลงช้า เป็นเมนูที่คนคาดไม่ถึงแน่ๆ ผมบอกได้เลย รอดูนะ”

ขอชวนคุณผู้อ่านกด Subscribe และกดกระดิ่งแจ้งเตือนโดยเร็วพลัน รอติดตามดูไปด้วยกัน

สมมติว่าเย็นนี้จะต้องร้องเพลงและทำอาหารไปด้วย คุณจะเลือกเมนูไหนและเพลงอะไร-เราทิ้งทวนคำถามสุดท้าย

“ช่วงนี้หน้าฝน ต้องมีเมนูปิ้งย่างกับของทอดพวกเฟรนช์ฟรายส์ คิดแล้วก็หิวเลยเนี่ย ผมอยากทำบาร์บีคิวมาก กินตอนเย็นๆ บรรยากาศชิลล์ที่สุด แล้วก็ร้องเพลงที่เกี่ยวกับฝน อย่าง ฤดูที่ฉันเหงา ของวง Flure ร้องเพลงไป ปิ้งบาร์บีคิวไป พอท่อนโซโล่ให้บอมเล่นกีตาร์ไป ระหว่างนั้นผมก็จิบเบียร์ แค่นี้แหละ แฮปปี้แล้วครับ”

TORWAI เพลงอร่อยมาก : YouTuber คนใหม่แห่งวงการทำอาหารไปร้องเพลงไป ที่ต้มยำทำแกงเสียงอย่างเทพ จนหลายแชนแนลชื่อดังขอคารวะความโหด

ภาพ : ต่อวัย สืบศรี

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load