แม้เรื่องราวการเลี้ยงลูกของแต่ละบ้านอาจต่างกันออกไป แต่หนึ่งในเรื่องชวนปวดหัวที่พ่อแม่หลายบ้านต้องเจอเหมือนกันก็คือ ลูกตัวจิ๋วที่เห็นอยู่วันก่อนโตเร็วจนเผลอแป๊บเดียวก็ต้องหาเสื้อผ้าใหม่ให้อีกแล้ว 

เพราะอย่างนี้ ถ้าไม่ได้เน้นซื้อชุดไซส์ใหญ่เผื่อไว้หรือรับช่วงต่อเสื้อผ้าเก่าของคนอื่นมา พ่อแม่ก็ต้องควักกระเป๋าซื้อเสื้อผ้าใหม่ในเวลาไม่กี่เดือน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อชุดคุณภาพดีราคาสูงหรือการไปทุ่มเวลาแข่งกันตามหาและ F ชุดมือสอง แถมยังต้องโละเสื้อผ้าเก่าที่ยังดีอยู่ทิ้งไป ซึ่งถ้าไม่ว่างนั่งคัดของส่งบริจาคหรือขายต่อก็ต้องทิ้งลงถังให้กลายเป็นขยะ (อุตสาหกรรมแฟชั่นปล่อยคาร์บอนรวมกันทั้งโลกถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เยอะกว่าคาร์บอนจากเที่ยวบินต่างประเทศและการขนส่งรวมกันเสียอีก)

ในวันที่เด็กๆ ยังคงยืดตัวกันเร็ว แถมโลกชักร้อนขึ้นทุกวัน ฉันมีตัวอย่างทางแก้ปัญหาที่น่าสนใจมาแชร์กันค่ะ 

เคสที่ว่านี้มีชื่อว่า thelittleloop เป็นตลาดออนไลน์สัญชาติอังกฤษที่ให้เช่าชุดเด็กสวยน่ารัก คุณภาพดี แถมยังผลิตด้วยวิถียั่งยืนจากหลากหลายแบรนด์ ช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องซื้อและทิ้งเสื้อผ้าลูกกันไม่รู้จบ

เรื่องราวของ The Little Loop

thelittleloop หมดปัญหาซื้อชุดบ่อยเพราะลูกโตเร็ว ด้วยธุรกิจให้เช่าชุดเด็กดีไซน์สวย คุณภาพเยี่ยม

 เป็นยังไง ชวนมาเปิด Shared Wardrobe ตู้นี้ไปพร้อมกันค่ะ

ธุรกิจเพื่อพ่อแม่ จากใจพ่อแม่

The Little Loop เกิดขึ้นโดย Chalotte Morley คุณแม่ชาวอังกฤษที่เคยทำงานเป็น Head of Product ของตลาดออนไลน์เจ้าหนึ่ง ชาร์ลอตสนใจการทำธุรกิจรักโลก และเข้าใจความปวดหัวในการหาเสื้อผ้าให้ลูกของพ่อแม่เป็นอย่างดี ใน ค.ศ. 2019 เธอจึงร่วมก่อตั้ง thelittleloop ขึ้นกับ Suzi Avens อดีต Product Director ของแบรนด์ Cath Kidston 

thelittleloop หมดปัญหาซื้อชุดบ่อยเพราะลูกโตเร็ว ด้วยธุรกิจให้เช่าชุดเด็กดีไซน์สวย คุณภาพเยี่ยม

thelittleloop เป็นตลาดออนไลน์ให้เช่าเสื้อผ้าเด็กแห่งแรกของอังกฤษ ในคอนเซ็ปต์ Shared Wardrobe หรือตู้เสื้อผ้าที่ชวนพ่อแม่มาหมุนเวียนแบ่งปันเสื้อผ้าเด็กดีๆ ร่วมกัน 

ตลาดแห่งนี้คัดสรรเสื้อผ้าเด็กดีไซน์สวย มีคุณภาพ และเป็นแบรนด์ที่มีจริยธรรม มาให้พ่อแม่เลือกเช่าในราคาที่แน่นอนว่าถูกกว่าการซื้อ โดยใช้วิธีไปร่วมมือกับแบรนด์ในตลาดที่มีใจรับผิดชอบสังคม ในเงื่อนไขว่าแบรนด์จะได้ส่วนแบ่งทุกครั้งที่มีการเช่าชุด ซึ่งนั่นแปลว่าถ้าแบรนด์ใส่ใจทำชุดให้มีคุณภาพ ใส่ได้นานเช่าได้หลายครั้ง ผลตอบแทนที่ได้ก็ยิ่งสูง 

เมื่อกดเข้าเว็บ thelittleloop พ่อแม่จะเจอเสื้อผ้ามากกว่า 1,000 ชุดให้เลือกเช่า โดยเป็นเสื้อผ้าสวยยั่งยืน มีหลากหลายไซส์ และที่สำคัญคือสามารถเลือกได้ด้วยว่าอยากได้ชุดใหม่เอี่ยม (Brand Spanking New) ใส่แล้วนิดหน่อย (Gently Worn) หรือชุดตัวเก่งของเจ้าเด็กจิ๋วคนก่อนหน้า (Well Loved) โดยราคาชุดก็จะต่างกันไปตามความใหม่นั่นเอง

หลังจากได้เสื้อผ้าถูกใจก็มาถึงการจ่ายเงิน thelittleloop ใช้ระบบสมัครสมาชิก โดยให้พ่อแม่เลือกแพ็กเกจได้จากระยะเวลาที่อยากใช้บริการและจำนวนเครดิตที่ต้องการ (ที่นี่ใช้เครดิตในการเช่าแทนคิดราคาเป็นเงินเพื่อให้ง่ายกับการคิดราคาเสื้อผ้า โดยแต่ละชุดจะคำนวณเครดิตจากสภาพของชุดและ Recommended Retail Price) เช่น ถ้าพ่อแม่อยากได้เครดิต 100 เครดิตซึ่งคิดเป็นมูลค่าเงินประมาณ 165 ยูโร ใช้เช่าเสื้อผ้าได้ประมาณ 6 – 7 ชุด แล้วอยากจ่ายแบบรายเดือน ค่าสมาชิกก็จะตกที่เดือนละ 18 ยูโร แต่ถ้าอยากใช้บริการยาว 6 เดือน ก็เหมาจ่ายแค่ 90 ยูโรหรือ 15 ยูโรต่อเดือนเท่านั้น 

thelittleloop หมดปัญหาซื้อชุดบ่อยเพราะลูกโตเร็ว ด้วยธุรกิจให้เช่าชุดเด็กดีไซน์สวย คุณภาพเยี่ยม

ค่าสมาชิกนี้ยังรวมค่าประกันชุดเอาไว้แล้ว แปลว่าถ้าลูกเอาไปใส่แล้วทำเลอะก็ไม่ต้องกังวล หรือถ้าเสียหายหนักแบบประกันไม่รับเคลม thelittleloop ก็บอกว่าแบบนี้มีค่าใช้จ่าย แต่ให้ลองอีเมลมาคุยกันก่อนได้ 

เมื่อเลือกเช่าชุดและสมัครสมาชิกเรียบร้อย ชุดสวยคุณภาพดีก็จะถูกส่งตรงมาที่บ้านในถุงที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยถ้าชุดใหม่กริบ ทางตลาดแนะนำให้เอาไปซักก่อนใส่เหมือนเวลาเราซื้อเสื้อผ้าใหม่ แต่ถ้าเป็นชุดที่หมุนเวียนในระบบก็จะมีการซักรีดมาให้เรียบร้อย 

และเมื่อเปิดถุงหยิบชุดมาใช้แล้ว ตราบใดที่ความเป็นสมาชิกยัง Active อยู่ พ่อแม่ก็เก็บชุดสวยนั้นไว้ให้ลูกใส่ต่อได้เรื่อยๆ อีกทั้งถ้าเก็บยาวถึง 9 เดือนก็เก็บชุดนั้นเข้าตู้ถาวรได้ ซึ่งน่าจะตอบโจทย์พ่อแม่ที่บางครั้งอาจอยากเก็บชุดสำคัญของลูกอย่างชุดที่ใส่ตอนเดินก้าวแรกเอาไว้

ส่วนใครที่เบื่อชุดเดิมแล้วหรือลูกโตเกินชุดจนได้ ก็ส่งชุดกลับมาทางไปรษณีย์ได้ (ทางตลาดออกค่าใช้จ่ายการส่งชุดมาและส่งชุดกลับครั้งแรกให้ หลังจากนั้นสมาชิกจะเป็นคนจ่าย) แล้วเอาเครดิตที่ได้คืนกลับมาในระบบไปเช่าชุดใหม่ต่อได้ไม่รู้จบ โดย thelittleloop ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เราจะ Swap ขอแค่ยังเป็นสมาชิกอยู่ก็พอ 

และถึงที่สุด เมื่อเสื้อผ้าให้เช่าเก่าจนนำมา Swap ต่อไม่ไหว thelittleloop ก็จะนำไป Up-cycle หรือรีไซเคิลต่อ เป็นการช่วยลดจำนวนเสื้อผ้าที่ต้องโยนทิ้งจนสุดทาง

ที่ตลาด thelittleloop พ่อแม่จึงสามารถหาชุดสวย ไซส์พอดีตัว จากแบรนด์ดีๆ ได้โดยประหยัดทั้งเงินในกระเป๋าและเวลา แถมไม่ต้องโยนชุดทิ้งให้เป็นขยะของโลก

และเพราะอย่างนั้น ธุรกิจที่เริ่มต้นด้วยคุณแม่ตัวเล็กๆ นี้จึงเติบโตและสร้างผลลัพธ์ได้อย่างน่าชื่นใจ

จากชุดเด็กตัวเล็กสู่โลกใบใหญ่

ในปีนี้ thelittleloop คว้ารางวัล Marie Claire UK Sustainability Awards 2021 ในหมวด Best Rental Brand ของเสื้อผ้าสำหรับเด็กมาได้ 

“ตั้งแต่ถุงสำหรับส่งไปรษณีย์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้จนถึงแพลตฟอร์ม Re-commerce แบบตามสั่ง thelittleloop ได้ปฏิวัติประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบเดิมโดยเชื่อมโยงเรื่องของความยั่งยืน ความสะดวก สไตล์ และคุณค่าเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยทั้งพ่อแม่และโลกใบนี้” ส่วนหนึ่งของคำอธิบายจาก Marie Claire บอกไว้

แต่สิ่งที่การันตีคุณค่าของตลาดแห่งนี้ได้ดียิ่งกว่าถ้วยรางวัล คือผลกระทบเชิงบวกจริงๆ ที่เกิดขึ้นจากการชวนผู้บริโภคเปลี่ยนมาเช่าแทนการซื้อและทิ้ง 

นอกจากช่วยพ่อแม่ประหยัดเงิน thelittleloop ทำให้เสื้อผ้าเด็ก 1 ชุดได้หมุนเวียนใช้ผ่านการให้เช่าถึง 4 – 5 ครั้ง ช่วยยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้าเด็กแต่ละตัวได้ถึง 1 ปี ทำให้ไม่ต้องผลิตเสื้อผ้าใหม่ 3 – 4 ตัวด้วยกัน พูดอีกอย่างคือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปได้ไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ (ดูวิธีคำนวณอิมแพคแบบละเอียดได้ที่นี่)

และตอนนี้ ในระยะเวลา 1 ปีที่ธุรกิจดำเนินไป ตลาดออนไลน์แห่งนี้ช่วยลดขยะเสื้อผ้าได้ 630 กิโลกรัม ลดการปล่อยคาร์บอนได้ 13,537 กิโลกรัม และช่วยประหยัดน้ำได้ 583,771 ลิตร 

thelittleloop จึงนับเป็นทางแก้ปัญหาที่ออกแบบมาได้ win-win กันทุกฝ่าย แม้ว่าพ่อแม่บางคนอาจยังไม่คุ้นชินกับการเช่าชุดให้ลูก แต่สรรพคุณคับตู้แบบนี้ก็คงทำให้หลายคนลองเปิดใจได้ไม่ยาก thelittleloop จึงยังเติบโตต่อไป เป็นตู้เสื้อผ้าสวยรักโลกที่ยังคงมีแบรนด์ใหม่ คอลเลคชั่นใหม่เข้ามาเติมตู้เรื่อยๆ

“ฉันชอบการเช่าชุดกับ thelittleloop มันเป็นวิธีที่เยี่ยมมากในการแต่งตัวให้ลูกวัยเตาะแตะของฉันด้วยเสื้อผ้าคุณภาพสูง โดยไม่ต้องสร้างขยะและเปลืองเงินจากการซื้อของบ่อยๆ” Annie หนึ่งในผู้ร่วมแชร์ตู้เสื้อผ้า thelittleloop รีวิวเอาไว้พร้อมกดให้ดาว 5 ดวง

ข้อมูลอ้างอิง 

thelittleloop.com

www.starlingbank.com

www.marieclaire.co.uk

uk.trustpilot.com/review/thelittleloop.com

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

เมื่อ Work from Home มานานจนกินข้าวบ้านไปแล้วหลายร้อยมื้อ ฉันก็เริ่มมองเศษวัตถุดิบและเศษอาหารที่ถูกทิ้งลงถังด้วยสายตาเสียดาย 

รู้อยู่หรอกว่า Food Waste หรือขยะอาหารเป็นปัญหาสำคัญของทั้งโลกและไทย (ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พ.ศ. 2560 บอกไว้ว่า 64 เปอร์เซ็นต์ของขยะในไทยเป็นขยะอินทรีย์ ส่วนข้อมูลจากสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ระบุว่า 43 เปอร์เซ็นต์ของขยะในเมืองหลวงเราคือขยะอาหาร) รู้ด้วยว่าตอนนี้มีถังหมักปุ๋ยใช้ง่ายหลายแบบให้เลือก แต่ก็ยังลังเล ด้วยสารพัดเหตุผลตั้งแต่ไม่แน่ใจว่าจะทำเป็น จนถึงกลัวว่าเดี๋ยวทำปุ๋ยมาก็ไม่รู้จะใช้ตรงไหน เพราะมีต้นไม้ไม่เยอะ 

สำหรับใครที่สนใจอยากช่วยรักโลกกับเขาบ้าง แต่ยังรีรอ อยากได้ตัวช่วยอีกสักหน่อยเหมือนฉัน วันนี้ฉันมีเคสน่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ชื่อของเคสนี้คือ BK ROT เป็นบริการในนิวยอร์กที่ช่วยจัดการขยะอาหารแบบไปรับเศษอาหารถึงที่บ้านและที่ร้าน แล้วเอามาทำปุ๋ยชั้นดีเป็นของขวัญให้พืชพรรณในชุมชน

อันที่จริง บริการแบบนี้มีอยู่หลายที่ในอเมริกา (ที่นั่นแยกและจัดการขยะเป็นเรื่องเป็นราวมานานแล้ว) แต่ที่ฉันเลือก BK ROT มาเพราะมีรายละเอียดน่าสนใจหลายอย่าง มากกว่าแค่ Pick Up เศษอาหารมาทำปุ๋ยตามปกติ 

ที่สำคัญคือ เคสนี้ไม่ใช่บริการจากภาครัฐ แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากการร่วมมือกันของคนตัวเล็กๆ แบบพวกเรานี่แหละค่ะ

BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย

บริการที่ช่วยแก้ปัญหาขยะอาหารชุมชน

เรื่องของ BK ROT เริ่มต้นใน ค.ศ. 2012 ช่วงนั้นเมืองนิวยอร์กมีบริการเก็บขยะอาหารไปทำปุ๋ย (Curbside Compost Pick Up) ในหลายพื้นที่แล้ว แต่ที่หนึ่งซึ่งบริการยังมาไม่ถึงคือย่าน Bushwick ซึ่งหญิงสาวชื่อ Sandy Nurse ที่เคยทำงานให้กับ World Food Program ขององค์การสหประชาชาติอาศัยอยู่

Sandy Nurse ตัดสินใจลุกขึ้นช่วยแก้ไข เธอกับออร์แกไนเซอร์ท้องถิ่นอีกคนที่ชื่อ Renée Peperone วางแผนสร้างบริการเก็บขยะอาหารจากบ้านและธุรกิจร้านค้าขึ้นมา 

BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย

แล้วตั้งแต่ ค.ศ. 2013 บริการของทั้งคู่ลืมตาดูโลกในชื่อ BK ROT 

BK ROT ทำอะไรบ้าง หลักๆ คือ บริการนี้ช่วยเก็บขยะอาหารจากบ้านและร้านค้าในชุมชน

เพียงแค่สมัครใช้งาน จ่ายเงิน รับภาชนะเก็บขยะอาหารไป เมื่อถึงเวลาก็จะมีทีม BK ROT มาเก็บถังนั้นถึงที่ เพื่อเอาขยะไปหมักเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีปลายทางหลากหลาย เช่น สวนและฟาร์มของชุมชน พาร์ตเนอร์ และลูกค้าซึ่งอยากได้ปุ๋ยคุณภาพจากท้องถิ่นไปใช้ โดยราคาแบบมาตรฐานของการเก็บขยะตามบ้านแบบรายสัปดาห์คือ 30 ดอลลาร์ฯ ต่อ 4 สัปดาห์ ส่วนราคาของธุรกิจร้านค้านั้นแล้วแต่ตกลงกัน 

BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย
BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย

นอกจากนั้น คนที่สะดวกหิ้วเศษอาหารมาทิ้งเอง BK ROT ก็มีจุด Drop-off อยู่ตรงพื้นที่ทำงานของพวกเขา ใครมาถึงแล้วอยากทำปุ๋ยเองก็ลองได้โดยจะมีสตาฟคอยช่วย

คนเมืองที่รักโลกไม่สะดวกหมักปุ๋ย รวมถึงธุรกิจที่ไม่อยากแค่เทเศษอาหารทิ้งเปล่าจึงมีตัวช่วยดีๆ เพิ่มเข้ามาในชีวิต 

แต่มากกว่านั้น BK ROT ยังมีรายละเอียดพิเศษที่ทำให้บริการน่าสนใจไม่เหมือนใคร

บริการที่ใช้พาหนะรักโลกและเพิ่มพลังให้คนรุ่นใหม่

ความพิเศษอย่างแรกของบริการเก็บขยะอาหารนี้คือ พวกเขาไม่ได้ขับรถยนต์มาจอดหน้าบ้านคุณ แต่จะมาด้วยพาหนะสีเขียวอย่างจักรยานแบบมีรถพ่วงข้าง รวมถึงรถจักรยาน 3 ล้อไฟฟ้า เรียกว่าทำให้งานซึ่งกรีนอยู่แล้วยิ่งกรีนกว่าเดิม

นอกจากนั้น เมื่อทีมงานกดกริ่งและเปิดประตู แทนที่จะได้เห็นผู้ใหญ่วัยทำงาน คุณจะได้พบหน้าเด็กๆ รุ่นใหม่ในชุมชน 

โปรเจกต์แก้ปัญหา Food Waste รับขยะอาหารจากบ้านและร้านค้ามาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยให้สวนชุมชนในนิวยอร์ก โดยคนตัวเล็กๆ ที่อยากเห็นโลกดีขึ้น

เรื่องนี้เริ่มจาก Sandy ลองทดสอบการทำงานแล้วพบว่า ไม่สามารถจ้างคนวัยทำงานมาเป็นพนักงานประจำได้ เธอจึงหันไปหาผู้ช่วยที่มาจากเหล่าวัยรุ่นในท้องถิ่น BK ROT จะเทรนด์และจ้างพวกเขามาทำงาน ซึ่งคนรุ่นใหม่ที่ว่านี้รวมไปถึงกลุ่มวัยรุ่นผิวสี กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากการทำลายสิ่งแวดล้อม แต่รัฐอาจมองข้ามเสียงของพวกเขาเมื่อลงมือวางนโยบาย

นอกจากช่วยจัดการขยะอาหารแล้ว BK ROT จึงยังช่วยให้เกิดการจ้างงานและเพิ่มพลังให้คนรุ่นใหม่ด้วย

“BK ROT กำลังช่วยให้วัยรุ่นมีส่วนร่วมในงานแบบนี้ซึ่งเป็นก้าวเล็กๆ สู่งานด้านความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ มันช่วยจุดประกายความสนใจ ทำให้พวกเขาอยากมีส่วนร่วมลึกซึ้งขึ้นในการเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่ช่วยให้ชุมชนของพวกเขาดีขึ้น หรือช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ เรากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และฉันก็รอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นสิ่งที่พวกเราจะทำในอนาคต” Sonia ซึ่งเป็นอดีต Administrative Coordinator ของ BK ROT กล่าวไว้ 

โปรเจกต์แก้ปัญหา Food Waste รับขยะอาหารจากบ้านและร้านค้ามาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยให้สวนชุมชนในนิวยอร์ก โดยคนตัวเล็กๆ ที่อยากเห็นโลกดีขึ้น

บริการที่สร้างการเปลี่ยนแปลง

พวกเราคนเมืองผลิตขยะอาหารกันทุกวัน อย่างในนิวยอร์กเอง ราว 1 ใน 3 ของขยะทั้งเมืองก็คืออินทรียวัตถุที่ย่อยสลายได้ เมื่อ BK ROT มุ่งมั่นช่วยจัดการไม่ให้เศษอาหารถูกทิ้งไปเปล่าๆ ผลกระทบเชิงบวกที่พวกเขาสร้างจึงใหญ่โตไม่เบา

จากสถิติล่าสุดในเว็บไซต์ BK ROT ช่วยให้ขยะอาหารไม่ต้องไปลงเอยกับการฝังกลบได้ถึง 936,000 ปอนด์ (ประมาณ 424,562 กิโลกรัม) ทีมงานปั่นจักรยานเก็บขยะแบบไร้มลพิษไปแล้วกว่า 4,500 ไมล์ (ประมาณ 7,242 กิโลเมตร) และบริการนี้ก็จ่ายเงินเป็นค่าจ้างให้เหล่าทีมงานวัยรุ่นไปแล้วกว่า 210,000 ดอลลาร์ฯ 

ความสำเร็จที่พวกเขาสร้างยังได้รับการมองเห็นและฉายไฟส่องมา BK ROT เพิ่งคว้าตำแหน่งผู้ชนะใน Community Food Funders Champions Award ของ ค.ศ. 2021 นี้ ในฐานะโปรเจกต์จัดการขยะอาหารที่มีชุมชนเป็นฐาน ใช้หลักความเป็นธรรมทางสังคมและความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงช่วยพัฒนาเยาวชน 

ความเปลี่ยนแปลงที่ BK ROT สร้างไม่เล็กน้อย แต่เมื่อซูมเข้าไปในภาพใหญ่นั้น เราก็จะยังคงเห็นแก่นสำคัญ นั่นคือ บริการที่ช่วยแก้ปัญหาขยะอาหารนี้เกิดจากความร่วมมือของคนตัวเล็กๆ ในพื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง เหล่าทีมงาน บ้านและร้านค้า จนถึงผู้สนับสนุน 

เพราะอย่างนั้น BK ROT ที่อยู่ไกลถึงนิวยอร์กจึงอาจเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ รวมถึงในเมืองไทยของเรา ในย่านเล็กและใหญ่ที่พวกเราอาศัยอยู่ด้วยกัน

และอาจเริ่มต้นได้จากตัวเรานี่เอง 

โปรเจกต์แก้ปัญหา Food Waste รับขยะอาหารจากบ้านและร้านค้ามาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยให้สวนชุมชนในนิวยอร์ก โดยคนตัวเล็กๆ ที่อยากเห็นโลกดีขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง

www.bkrot.org

www.ediblebrooklyn.com

communityfoodfunders.org

news.thaipbs.or.th

www.bltbangkok.com

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load