“การทำยางกับการทำกาแฟ มันมีบางอย่างคล้ายกัน”

เป็นหนึ่งในประโยคบทสนทนาของ เติ้ล-รังสิมันตุ์ ร่วมชาติ เจ้าของร้านกาแฟ The Rubberer หรือทายาทรุ่นสามธุรกิจทำยางในจังหวัดระยองที่สืบทอดต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น

คาเฟ่ยางพาราแฝงตัวอยู่ในระยอง ไม่ได้ขายยางพาราและไม่ได้ขายกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่นำสองสิ่งนี้มารวมกันเป็นหนึ่ง ยางกับกาแฟเชื่อมโยงกันอย่างไร การทำสองสิ่งนี้คล้ายกันตรงไหน ที่สำคัญ ระยองมีสวนยางด้วยเหรอ เพราะจังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องทุเรียนและผลไม้นานาชนิด รวมไปถึงทะเลสวย ๆ แต่กลับแทบไม่มีภาพจำของสวนยางเลย

เช้าตรู่วันศุกร์ เรารีบออกเดินทางปักหมุดไปยังตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เพื่อไขข้อข้องใจ แต่ไม่นานความสงสัยก็หายไป เมื่อล้อรถหยุดหมุนจอดอยู่หน้าร้าน พร้อมเสียงของพี่คนขับตะโกนมาว่า “ถึงแล้ว” ความสงสัยได้แปรเปลี่ยนมาเป็นความประทับใจแรกต่อร้านกาแฟขนาดใหญ่ ลานกว้าง โล่ง โปร่ง สบาย 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ด้วยการออกแบบอิงจากโรงยาง ทั้งรูปทรงและวัสดุจากอิฐก้อนใหญ่ รวมทั้งหลังคายาวยื่นพิเศษซึ่งผสมความชอบญี่ปุ่นเล็กน้อยของเติ้ล จึงทำให้ The Rubberer มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์สมชื่อ

เพียงแค่ข้างนอกยังคล้ายโรงยาง แล้วภายในร้านกาแฟพร้อมเสิร์ฟความอร่อยนี้จะมีอะไรเกี่ยวกับยางอีก ไม่รีรอ รีบจ้ำอ้าวเข้าไปดูกัน

ต้นยาง

เติ้ลเป็นคนระยองตั้งแต่เกิด มีธุรกิจติดตัวตั้งแต่วัยเยาว์ ผูกพันกับยางตั้งแต่จำความได้ เพราะทำมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยคุณตาเป็นเกษตรกร มีทั้งสวนผลไม้และสวนยาง ขายส่งมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน จนถึงคราคุณตาได้ถ่ายทอดมอบประสบการณ์ต่อให้คุณพ่อรวมถึงตัวเติ้ลเอง จึงทำให้เขารู้จักกระบวนการและวิธีกรีดยางเป็นอย่างดี 

“ตอนเด็กคุณพ่อชอบพาไปดูว่าทำอะไรยังไง วิธีการกรีดยาง การดูหน้ายาง”

ความสนุก ความสุขของเขาไม่ใช่การทำสวนยาง ทว่าเป็นการได้เข้าไปวิ่งเล่น และใช้เวลาอยู่กับคุณพ่อในสวน เวลาผ่านไป เด็กน้อยซุกซนวิ่งเล่นในสวนคนนั้น ก็ได้รับบทมาช่วยคุณพ่อดูแลธุรกิจครอบครัวและดูแลลูกน้อง ให้ทุกอย่างเรียบร้อยมากขึ้นกว่าเดิม โดยธุรกิจของเขาทำตั้งแต่ปลูกยาง กรีดยาง มาทำเป็นยางแผ่น และนำจำหน่ายทั้งรูปแบบของยางแผ่นและน้ำยางสด แต่ไม่ได้นำไปแปรรูปเป็นหมอนหรืออะไร ส่วนถ้าถามถึงนักทำยางมือทองล่ะก็ คุณพ่อยังคงดำรงตำแหน่งเช่นเคย

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่สร้างใหม่จึงออกแบบทรงคล้ายโรงยาง และเลือกใช้วัสดุเป็นอิฐสีเทา ส่วนข้างบนหลังคามีช่องใสเล็ก ๆ ให้แสงส่องลงมา อิงจากโรงยางที่ต้องใช้ความร้อนอบยาง เดิมที่นี่เคยเป็นพื้นที่ของสวนมะพร้าว โรงโม่มัน และโรงยางจริง ๆ มาก่อน การออกแบบคาเฟ่จึงไม่เพียงเน้นความสวยงามหรือความเสมือนจริง แต่อบอวลด้วยเรื่องราวความผูกพันของเติ้ลกับยางร่วมกันไปทั้งร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

โรงยางเดิมซึ่งเอาไว้ใช้อบยาง ทำยางแผ่น อยู่บนพื้นที่โซนด้านหลังร้าน แต่ตอนนี้ได้ทุบทิ้งไปแล้ว โรงยางใหม่สร้างใกล้ ๆ บริเวณโรงยางเดิมแทน 

ส่วนสวนยางจะเขยิบออกไปไกลหน่อย อยู่คนละที่กับโรงยาง ซึ่งสวนของเขาก็ติดกับสวนเพื่อนบ้านละแวกนี้ที่ปลูกยางเหมือนกัน เป็นอีกการการันตีว่าระยองมีคนปลูกยางมากพอสมควร เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นยางมากมายเลยทีเดียว

“ส่วนใหญ่ถ้านึกถึงระยองก็นึกถึงผลไม้ บางคนจะไม่รู้ว่าเรามียางพาราเหมือนกัน แต่ที่ระยองเขาก็ปลูกกันมานานแล้วครับ ตั้งแต่เด็กผมก็จำได้ว่าเป็นสวนยางแบบนี้เลย”

ลูกพี่ลูกน้องหรือญาติ ๆ ของเติ้ลในวัยนั้น หลายคนก็ทำอาชีพขายส่งน้ำยางเช่นเดียวกัน เวลาเลิกเรียนตอนเย็นก็มักมีผู้คนแวะเวียนมาเล่นกับเติ้ลในสวนอยู่บ่อยครั้ง 

“แต่ถ้าเทียบสมัยก่อน ตอนนู้นสวนยางมันก็เยอะกว่านะ มีช่วงหนึ่งยางราคาขึ้นกิโลเป็นร้อย เกษตรกรที่ทำสวนผลไม้อยู่แล้ว ก็เปลี่ยนมาทำสวนยางพาราเพราะราคาดีมาก” เขาพูดไปขำไป แต่ตอนนี้ด้วยพิษเศรษฐกิจทำให้ทุกอย่างกลับกัน เกษตรกรที่เคยทำสวนยาง ก็โค่นยางไปปลูกผลไม้ที่ราคาดีกว่า อย่างทุเรียน

แต่ในความโชคร้ายยังแอบมีสิ่งโชคดีเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ คือความพิเศษของยางที่ไม่อาจหาได้จากการปลูกผลไม้ชนิดไหน

“ยางเขามีอายุนาน 20 – 30 ปี”

นั่นแปลว่าการปลูกยางไม่จำเป็นต้องดูแลเยอะ “ถ้าไม่มีคนกรีดยางก็ไม่เป็นอะไร มันไม่เสียหาย แต่ถ้าเรามีคนกรีด เราก็ได้รายได้จากตรงนั้น” เติ้ลชี้ให้เห็นถึงข้อดีต้นยาง

แต่ก็ต้องเน้นความชำนาญด้วยเช่นกัน “ถ้าเรากรีดยางดี กรีดไม่เข้าแก่นต้น ก็จะทำให้ต้นยางให้น้ำยางเราไปได้นานเลย การกรีดยาง ดูแลหน้ายาง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ต้นยางผลิตน้ำยางออกมาได้นาน”

และความพิเศษอีกอย่าง ถ้าน้ำยางหมดต้นโดยเกิดจากการกรีดยางไม่ดี กรีดแล้วเข้าแก่นยาง ทำให้หน้ายางเสียหาย หรือต้นที่หมดอายุ ไปต่อไม่ไหว เขาสามารถตัดต้นยางนำไปขายได้ต่อแล้วก็ปลูกใหม่ มีความยืดหยุ่น แถมไม่ต้องฉีดยาเยอะแบบผลไม้ให้มากมาย นี่เป็นข้อดีเอกอุของการปลูกยาง

ต้นตอ

เห็นได้ชัดว่าเติ้ลเติบโตและผูกพันกับสวนยางมาตั้งแต่เล็ก จนถึงจุดหนึ่งเขาเริ่มสนใจอยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำเพิ่มเติมจากสิ่งเดิมที่มีอยู่ มีความสุขพร้อมสร้างรายได้ไปด้วยกัน

‘การกิน’ เป็นคำตอบของเติ้ล ผู้หลงใหลการได้ลิ้มรสอะไรอร่อย ๆ เอ็นจอยอาหารและเครื่องดื่ม ประจวบเหมาะเป็นช่วงที่ได้ชิมกาแฟรสชาติใหม่แบบที่เขาไม่เคยทานมาก่อน ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าทำไมกาแฟบางตัวถึงมีหลายรสชาติ มีรสต่างกัน ไม่ได้มีเพียงรสเข้ม ๆ ขม ๆ อย่างที่เขาคุ้นเคย

“เฮ้ย! เหมือนเรากินอะไรก็ไม่รู้ มันแปลกดี มีเปรี้ยว มีหอม” 

จากความแปลกกลายเป็นความสนใจ ทำให้หันมาศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง และเริ่มอยากเปิดคาเฟ่เพื่อส่งต่อกาแฟรสชาติในแบบที่ชอบ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

หลังจากได้ไปลองชิมกาแฟร้านต่าง ๆ อยู่พักใหญ่ เติ้ลก็ได้ไปเจอเมล็ดกาแฟไทยที่ชอบมาจากโรงคั่ว Cozy Factory ที่ทางโรงคั่วได้ไปพัฒนา และดูแลเกษตรกรสวนแม่บู่หย่า จังหวัดเชียงราย เขาเลยมีโอกาสได้ลองศึกษา เรียนรู้ และทำงานร่วมกับโรงคั่ว Cozy Factory ให้ช่วยออกแบบกาแฟเฉพาะของร้าน เป็นกาแฟไทย มีคาแรกเตอร์เอกลักษณ์ ไม่หวือหวามาก แต่มีอาฟเตอร์เทสดี หวาน ทานง่ายในทุกวัน

“กาแฟไทยอร่อยครับ สู้ต่างชาติได้เลย”

และหนึ่งในความสนุกของการทำกาแฟ คือการได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอด เพราะคาแรกเตอร์ของกาแฟแต่ละตัวไม่เหมือนกัน มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น กาแฟบางตัวกลิ่นฟลอรัล บางตัวเป็นฟรุตตี้

แล้วระยองปลูกกาแฟได้ไหม – เราถาม

“ผมว่าน่าจะปลูกโรบัสต้าได้ แต่อาราบิก้า สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ความสูงของระยอง ไม่เหมาะสมครับ” เขาตอบตามตรง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ต้นน้ำ-ปลายทาง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“แต่สุดท้ายเราก็ย้อนกลับมาอะไรที่เกี่ยวกับยางอยู่ดี” เขาพูดแซวตัวเอง

เติ้ลตั้งใจนำเรื่องราวยางมาเป็นคอนเซ็ปต์หลัก เพื่อแสดงให้เห็นตัวตนเขาและครอบครัว ให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสความทรงจำดี ๆ ที่มีร่วมกับยาง ผ่านบรรยากาศร้าน สิ่งของ หรือแม้แต่ผ่านกาแฟที่เขาทำ

“เราคิดว่าการทำยางกับการทำกาแฟมีบางอย่างคล้ายกัน ความตั้งใจในการทำ ความประณีต ความใส่ใจ

“เรากรีดยางก็ต้องเป็นคนมีฝีมือกรีด หน้ายางถึงจะสวย ไม่ลึกเข้าไปในเนื้อยาง กาแฟก็เหมือนกัน เราต้องหาสารกาแฟจากต้นน้ำ มันมีความใส่ใจในกระบวนการทำครับ”

หากจิบกาแฟเสร็จ เดินออกมาหลังร้านสักนิด จะเจอมุมให้นั่งพินิจกับความทรงจำก้อนใหญ่ของเติ้ล เพราะสิ่งนั้นคือเครื่องรีดยางสมัยโบราณที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยคุณตา ซึ่งยังคงระบบแมนนวล ต้องใช้มือหมุน มีให้เลือก 2 ลาย และยังใช้งานได้ในปัจจุบัน เครื่องนี้ยังหมุนได้จริง แต่ตอนนี้ล็อกเอาไว้ให้คงอยู่ในสถานะเก็บความทรงจำ

“ยังใช้ได้ แต่อย่าใช้เลย” เติ้ลหัวเราะ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“เหมือนเครื่องบดปลาหมึกยักษ์!” เสียงของพี่ที่มากับเราพูดขึ้นมา

 “มีคนบอกแบบนี้เสมอครับ” เขาตอบกลับอย่างชอบใจ

เจ้าเครื่องบดปลาหมึกยักษ์หรือเครื่องรีดยางนี้ถือว่าเป็นแรร์ไอเท็มมาก น้อยคนที่เคยเห็นและเคยได้ลองใช้ เพราะตอนเติ้ลเกิดมาก็เหลือเพียงเครื่องดั้งเดิมที่ถูกเก็บไว้ และมาใช้เครื่องรีดยางที่มีมอเตอร์แทนในการทำงานแล้ว

“กระบวนการทำยางแผ่น เรานำน้ำยางสดมากรองแล้วใส่ในแบบ ใส่น้ำกรด รอเขาเซ็ตตัว แล้วเอาออกมาจากแบบ นำมาอัดให้แบนยาว แล้วนำไปเข้าเครื่องรีดยางเรียบและลายต่อ ออกมาเป็นแผ่นยางพารา ตากแดดแล้วก็นำมาเก็บเข้าโรงอบยางต่อ”

หากนึกภาพไม่ออก ให้ลองแหงนมองข้างบน จะพบแผ่นยางพาราแขวนเรียงรายตากแดดอยู่บนราวเหล็ก รอการเก็บในตอนเย็น เพราะหากฝนตกอาจทำให้เกิดเชื้อราได้ หน้าฝนจึงไม่ค่อยเห็นแผ่นยางพาราตากอยู่หลังร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คนส่วนใหญ่ที่แวะเวียนมาคาเฟ่แห่งนี้เป็นคนต่างที่ต่างถิ่นและไม่ค่อยคุ้นเคยกับยาง มุมนี้จึงกลายเป็นมุมโปรดของใครหลายคน กลายเป็นพื้นที่ของการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว

“ลูกค้าบางคนที่พาคุณพ่อคุณแม่มา เขาก็ประหลาดใจกับโซนนี้ ได้มาเห็นของโบราณ และทำความรู้จักยางพารา”

เติ้ลรู้สึกอิ่มเอมกับภาพบรรยากาศของผู้คนที่ได้มาลองชิมกาแฟฝีมือตน และมีความสุขร่วมไปกับความทรงจำของเขาที่มีต่อยาง ซึ่งอนาคตเติ้ลเผยว่าอาจจะมีอะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เขาได้เปิดร้านกาแฟทำตามฝัน แต่ไม่ทิ้งธุรกิจยางอย่างแน่นอน 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

อย่างอร่อย

สุดท้าย ถ้ามา The Rubberer อย่าลืมสั่งกาแฟเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านไปลองชิม เมนูที่เติ้ลตั้งใจทำและคัดสรรมาแล้วว่าดีแน่นอน

‘กาแฟดำ Black’ และ ‘กาแฟนม White’ คาแรกเตอร์เมล็ดกาแฟชัดเจน และผ่านการคิดค้นอัตราส่วน ปริมาณนม ปริมาณกาแฟด้วยความประณีต ใส่ใจอย่างเต็มเปี่ยมในทุกขั้นตอนว่าเหมาะสมกับเมล็ดกาแฟสวนแม่บู่หย่ามากที่สุด

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ขอแนะนำเมนู ‘BlackPink’ กาแฟลิ้นจี่สีชมพูสดใส ทานแล้วได้ความสดชื่นตามมาในทันที แถมด้วยเมนู ‘Larisa’ ซึ่งไม่ได้หมายถึงลิซ่าอย่างใด แต่เป็นชื่อลูกของเติ้ล วัยกำลังซนที่ชื่นชอบการดื่มน้ำส้มยูซุเป็นชีวิตจิตใจ คุณพ่อเติ้ลจึงนำความชอบของลูกมาเป็นแรงบันดาลใจ และกลายเป็นกาแฟส้มยูซุแก้วนี้

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

หรือถ้าใครอยากได้กาแฟในรูปแบบเมล็ด ที่นี่ก็มีขายโดยตัวยอดนิยม คือ House Blend มีแบบคั่วกลางและคั่วอ่อน

คั่วกลางเป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process, Honey Process และ Natural Process ให้รสชาติออกโทนดาร์กช็อกคาราเมล กลมกล่อม เปรี้ยวน้อย เป็นรสชาติที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย เหมาะสำหรับนำไปทำเมนูกาแฟเย็น

  ส่วนคั่วอ่อน เป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process และ Natural Process รสชาติออกโทนฟรุตตี้ สดชื่น เปรี้ยว ผลไม้อบอวล และมีอาฟเตอร์เทสหอมหวาน เหมาะสำหรับทำเมนูกาแฟร้อน ใครชื่นชอบรสผลไม้ต้องไม่พลาด

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน
เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก ถึงเวลาต้องแยกย้ายกัน ระหว่างทางนั่งรถกลับกรุงเทพฯ เราเริ่มอยากทานกาแฟฝีมือบาริสต้าคนนี้ที่ The Rubberer อีกรอบแล้ว

The Rubberer

ที่ตั้ง : 41/1 ม.3 ตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์, เวลา 07.00 – 16.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์, เวลา 08.30 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 09 4964 8008Facebook : The Rubberer

Writer

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

ชาคริสต์ เจือจ้อย

ช่างภาพอิสระและนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ ชอบสั่งกระเพราหมูสับเผ็ดน้อยหวานๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

หน้าลำคลองสายเก่าเป็นที่ตั้งของอาคารชั้นเดียวบนฐานราก ตราพระแสงดาบทับโล่เขนดูเด่นใต้หลังคาจั่ว ถัดลงมาเป็นป้ายชื่อสถานีตำรวจสีขาวตัดพื้นหลังเทาเข้ม ผนังไม้ถลอกปอกเปิก แซมด้วยตาไม้ลายพร้อย บ่งบอกความเก่าของวัสดุก่อสร้าง เหนือบานหน้าต่างไม้ทุกจุดมีช่องแสงฉลุลายเถาวัลย์เลื้อย รับกับคันทวยหลังคาซึ่งออกแบบมาเป็นลายเดียวกัน มุขตึกเรียงรายด้วยไม้ประดับในกระถาง บนเสาต้นหนึ่งมีระฆังใบคร่ำผูกไว้ รอเวลาคนในเครื่องแบบใช้ตีส่งสัญญาณ

คงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าเราจะพบโรงพักไม้แบบนี้ในหนังไทยสมัยก่อนหรือตามชนบทไกลปืนเที่ยง แต่เปล่าเลย ถึงเดินจากจุดนี้ไปไม่กี่ร้อยเมตรจะเข้าเขตจังหวัดสมุทรสาครแล้ว ทว่าคำที่ปรากฏบนป้ายชื่อโรงพักคือ ‘สถานีตำรวจนครบาลหนองแขม’ นั่นหมายความว่า มันยังอยู่ในกรุงเทพฯ !

สถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่า บูรณะโรงพักไม้ร้อยปีเป็นแลนด์มาร์กริมคลองภาษีเจริญ

ที่นี่แทบจะเป็นโรงพักเพียงแห่งเดียวที่ยังเก็บรักษาโครงสร้างไม้เอาไว้ทั้งหลัง ขณะที่โรงพักแห่งอื่น ๆ ทั่วทั้ง 50 เขตเมืองหลวงถูกทุบทิ้ง สร้างใหม่ หรือย้ายไปประจำอยู่ในตึกคอนกรีตกันหมดแล้ว

แม้ในปัจจุบัน บรรดาผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เขตหนองแขมย้ายไปสร้างที่ทำการใหม่ หากแต่ สน. ริมคลองอายุร้อยปีหลังนี้ก็ยังได้รับการปรับปรุง พลิกโฉมให้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติศาสตร์ตำรวจและท้องที่เขตหนองแขม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะเยี่ยมเยียน หากมาล่องเรือท่องคลองภาษีเจริญ

มาถึงหนองแขมคราวนี้ เราได้รับเกียรติจาก ร้อยตำรวจตรีชนะพรรษ กรงทอง แห่งสถานีตำรวจนครบาลหนองแขม และ องุ่น-นวรัตน์ กรงทอง อาสาสมัครตำรวจบ้าน เป็นมัคคุเทศก์พาเยี่ยมชมพร้อมกับให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาและเป็นไปของโรงพักเก่าแห่งนี้อย่างหมดเปลือก

ชุมชนริมคลอง

หลายคนคงรู้จักหนองแขมในฐานะเขตหนึ่งในฝั่งธนบุรีตอนใต้ อยู่ประชิดติดอำเภอกระทุ่มแบน ของจังหวัดสมุทรสาคร และเป็นทางผ่านไปสู่ภาคใต้มานานกาล เพราะมีถนนเพชรเกษม หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ตัดผ่าน

สถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่า บูรณะโรงพักไม้ร้อยปีเป็นแลนด์มาร์กริมคลองภาษีเจริญ

นานหลายศตวรรษก่อนหน้านั้น พื้นที่นี้เคยเป็นไร่นาอันห่างไกลความเจริญมาก่อน ด้วยสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม บางแห่งจึงมีน้ำท่วมขังจนเป็นหนองน้ำ ตามห้วยหนองคลองบึงเหล่านั้นมักมีต้นแขมอันเป็นวัชพืชน้ำจำพวกหญ้าขึ้นออกันเป็นกลุ่มแน่นขนัด เป็นสาเหตุให้พื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยหนองน้ำและต้นแขมนี้ได้รับการขนานนามว่า ‘หนองแขม’ ในกาลต่อมา

และแล้วความเจริญก็เดินทางมาเยือนหนองแขม เมื่อสยามลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริงกับสหราชอาณาจักรเมื่อ พ.ศ. 2398 น้ำตาลและอ้อยซึ่งมีแหล่งเพาะปลูกอยู่ที่ริมแม่น้ำท่าจีนกลายเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ชาวต่างชาติต้องการมาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริที่จะเชื่อมแม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นแหล่งท่าเรือเข้าด้วยกัน เพื่อให้ง่ายต่อการลำเลียงส่งออก

พ.ศ. 2410 ปีก่อนสุดท้ายแห่งรัชสมัยของพระองค์ รัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ พระภาษีสมบัติบริบูรณ์ (ยิ้ม พิศลยบุตร) เจ้าภาษีฝิ่นและเจ้าของโรงจักรหีบอ้อย เป็นแม่กองขุดคลองความกว้าง 7 วา ความลึก 5 ศอก โดยเริ่มจากคลองบางกอกใหญ่ที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่แล้ว ออกไปทางแม่น้ำท่าจีน ณ ตำบลดอนไก่ดี ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครในปัจจุบัน

ในการนี้ รัชกาลที่ 4 ได้พระราชทานนามคลองนี้ว่า ‘ภาษีเจริญ’ ให้คล้องจองกับคลองดำเนินสะดวกที่เชื่อมแม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งพระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ขุดขึ้นก่อน สมัยหนึ่งคนสยามก็เรียกคลองคู่นี้ว่า ‘ภาษีเจริญ-ดำเนินสะดวก’ เป็นคำคล้องติดปากไปโดยปริยาย

คลองภาษีเจริญที่พาดผ่านหนองแขมได้นำพาผู้คนจำนวนมากมาตั้งบ้านเรือนตามแนวคลอง ตามมาด้วยตลาด โรงเรียน โรงสี สถานีอนามัย ครบสรรพทุกความต้องการของชุมชน

“ข้าง ๆ โรงพักนี้เคยเป็นตลาด สถานีอนามัยก็มีมาแต่ดั้งเดิม เลยไปก็จะเป็นตลาดน้ำ แต่ตอนนี้เป็นตลาดสด” สาวหนองแขมตัวจริงอย่างคุณองุ่นสาธยายถึงภาพอดีต “สมัยก่อนมีห้องแถวยาวเหมือนตลาดร้อยปี เป็นห้องแถวยาว ต่อด้วยโรงสี ร้านทอง ทุกอย่างอยู่ริมน้ำหมดเลย

สถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่า บูรณะโรงพักไม้ร้อยปีเป็นแลนด์มาร์กริมคลองภาษีเจริญ

“บ้านคนอยู่ชายน้ำด้านหนึ่ง อำเภอก็อยู่ริมน้ำเลยไปทางด้านนู้น แต่ตอนนี้ย้ายไปอยู่ริมถนนเพชรเกษม คือสำนักงานเขตหนองแขมหลังปัจจุบัน ข้ามคลองไปอีก 4 วาก็จะเป็นจังหวัดสมุทรสาคร”

โรงพักในพระราชดำริ

คลองภาษีเจริญเป็นบ่อเกิดของชุมชนแถบหนองแขมและความเจริญก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นดาบสองคมสำหรับคนในพื้นที่ เนื่องจากแหล่งชุมนุมชนที่เพิ่งเกิดใหม่แห่งนี้อยู่ไกลจากพระนครหรือศูนย์กลางการปกครองอักโข โจรผู้ร้ายจึงปะปนเข้ามากับฝูงชน ต่างก่อเหตุปล้นสะดม คุกคามสวัสดิภาพในการดำรงชีพและทรัพย์สินของชาวบ้านอยู่เป็นอาจิณ

ครั้นถึง พ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสต้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม – 7 สิงหาคม รวมเป็นระยะเวลา 25 วัน ทรงมีจุดเริ่มต้นที่พระราชวังบางปะอิน และมุ่งใต้ผ่านปทุมธานี นนทบุรี พระนคร ธนบุรี ไปถึงราชบุรีและเพชรบุรีตามลำดับ ระหว่างทาง พระองค์เสด็จฯ ทางชลมารคในคลองภาษีเจริญ และได้ทรงหยุดประทับแรมที่วัดหนองแขมซึ่งเป็นวัดเก่าแก่

สถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่า บูรณะโรงพักไม้ร้อยปีเป็นแลนด์มาร์กริมคลองภาษีเจริญ

“คลองนี้เป็นคลองขุด น้ำในคลองมันตื้น ท่านเสด็จฯ มาถึงหน้าวัดหนองแขมแล้วน้ำแห้ง เลยเสด็จต่อไม่ได้ ก็เลยแวะประทับแรมที่วัดนี้ค่ะ” ผู้รับผิดชอบดูแลโรงพักไม้เล่าด้วยความภูมิใจ

“หนองแขมก็เลยเป็นที่แรกในกรุงเทพฯ ที่รัชกาลที่ 5 เสด็จมาประทับแรมในการประพาสต้น ไม่มีที่อื่น ๆ เพราะที่นี่ค่อนข้างไกล และพระองค์จะเสด็จฯ ไปยังจังหวัดอื่นต่อ ตอนนี้ทางวัดก็เลยจะมี ‘ท่าเสด็จ’ เป็นจุดที่สันนิษฐานว่าพระองค์เสด็จขึ้นจากเรือพระที่นั่ง”

ความทราบไปถึงพระเนตรพระกรรณว่าแถบหนองแขมมีขโมยขโจรชุกชุม รัชกาลที่ 5 จึงมีรับสั่งให้จัดตั้งสถานีตำรวจขึ้นเพื่อสอดส่องดูแลท้องที่นี้ นำมาซึ่งการสร้างสถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังแรกที่เป็นตึกทรงปั้นหยา มีมุขหน้าจั่วยื่นออกมาเป็นทางขึ้นลง ใช้ไม้สร้างทุก ๆ กระเบียดนิ้ว

สถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่า บูรณะโรงพักไม้ร้อยปีเป็นแลนด์มาร์กริมคลองภาษีเจริญ
สถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่า บูรณะโรงพักไม้ร้อยปีเป็นแลนด์มาร์กริมคลองภาษีเจริญ

“โรงพักนี้สร้างตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ แต่มีชื่อสารวัตรคนแรกที่มาประจำอยู่ที่นี่ คือ ร้อยตำรวจโทมาลัย มัลลิกามาลย์ เมื่อ พ.ศ. 2448 ครับ” ผู้หมวดชนะพรรษกล่าวต่อ

ข้อมูลการก่อตั้ง ของ สน.หนองแขม มีน้อย เรียกว่าแทบหลักฐานไม่มีลายลักษณ์หลงเหลืออยู่เลยก็ว่าได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ตำรวจและประชาชนชาวหนองแขมเชื่อว่าอาจสามารถสืบสาวความเป็นมาของโรงพักอายุเกินร้อยปีแห่งนี้ได้ ก็คือหลักหมุดที่ฝังอยู่ในรั้วสถานี

“ยังมีหลักหมุดให้ดูอยู่นะคะ ที่หลักหมุดเขาเขียนว่า ‘พระราชดำริ’ ท่านคงยกที่ตรงนี้ให้ปักเป็นอาณาเขตของโรงพักค่ะ” อาสาสมัครตำรวจบ้านช่วยเสริม ก่อนเบนสายตาไปทางพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ซึ่งเธอเรียกว่า ‘องค์พ่อปิยมหาราช’ พลันประนมมือไหว้อย่างนอบน้อม

สถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่า บูรณะโรงพักไม้ร้อยปีเป็นแลนด์มาร์กริมคลองภาษีเจริญ

“ตอนแรกที่เราบูรณะที่นี่เสร็จใหม่ ก็เตรียมไว้แค่พื้นที่โล่ง ๆ แล้วอยู่ดี ๆ ก็มีผู้ใหญ่ใจดียกพระบรมรูปองค์นี้มาถวาย พอได้มาก็คิดว่า สน.หนองแขม ควรต้องมีที่สักการะ ก็เลยประดิษฐานไว้ตรงนี้”

สน. เก่า

หากถือเอาปีที่สารวัตรคนแรกย้ายมาปฏิบัติหน้าที่เป็นปีที่โรงพักหนองแขมสร้างเสร็จสมบูรณ์ โรงพักนี้ก็จะมีอายุรวมทั้งสิ้น 81 ในปีที่มันถูกปลดระวางจากราชการ

สถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่า บูรณะโรงพักไม้ร้อยปีเป็นแลนด์มาร์กริมคลองภาษีเจริญ
สถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่า บูรณะโรงพักไม้ร้อยปีเป็นแลนด์มาร์กริมคลองภาษีเจริญ

เพราะเมื่อ พ.ศ. 2529 อาคารไม้หลังนี้เริ่มทรุดโทรมลงทุกขณะ ประกอบกับศูนย์กลางของหนองแขมได้ย้ายไปอยู่ริมถนนเพชรเกษม ทางสัญจรโบราณอย่างคลองภาษีเจริญจึงถูกลดบทบาทลง การเดินทางที่เคยสะดวก เพียงจอดเรือเทียบตลิ่งก็ถึงหน้าโรงพักก็กลายเป็นความยุ่งยาก ถ้ามาทางรถ จำต้องทะลุมาตามซอยคับแคบที่อยู่ข้างวัดหนองแขมเข้ามา บ้านเรือนผู้คนก็ย้ายไปอยู่ตามถนนใหญ่ หากอยู่ที่เดิมก็จะดูแลไม่ทั่วถึง ทางตำรวจจึงมีดำริว่าควรย้ายไปสร้างโรงพักที่ใหม่ให้มีเนื้อที่กว้างขวาง สอดคล้องกับการคมนาคมสมัยใหม่ด้วย

สถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่า บูรณะโรงพักไม้ร้อยปีเป็นแลนด์มาร์กริมคลองภาษีเจริญ

พ.ศ. 2530 ตำรวจนครบาลหนองแขมได้ย้ายไปยังโรงพักแห่งใหม่ริมถนนบางบอน ทิ้งให้โรงพักไม้หลังเดิมที่มีอายุอยู่ในราวสมัยรัชกาลที่ 5 – 6 เป็นอนุสรณ์สถานของวันวานที่คลองภาษีเจริญยังใช้เป็นเส้นทางคมนาคมสายหลัก รวมถึงการเสด็จประพาสต้นที่นำมาซึ่งโรงพักแห่งนี้

สองผู้ดูแลเล่าว่าโรงพักไม้ผลัดเปลี่ยนหน้าที่หลายครั้ง ก่อนลงเอยที่การทิ้งร้าง

“ก่อนหน้านี้เราเคยใช้ที่นี่เป็นบ้านพักตำรวจ เพราะตำรวจเยอะขึ้น ที่นี่เลยถูกแบ่งซอยกั้นห้องเป็นที่พักให้ตำรวจ แล้วพอแฟลตตำรวจแห่งใหม่สร้างเสร็จ พวกเขาก็ย้ายไปอยู่ที่นั่นกัน

“ที่นี่ก็ปล่อยร้างมาระยะหนึ่ง หลังจากนั้นทางผู้บำบัดยาเสพติดเขาก็ติดต่อมาขอใช้เป็นสถานที่บำบัดผู้ติดยา แต่เพราะอยู่ใกล้แหล่งชุมชน มีบ้านคนอยู่เยอะ ชาวบ้านเขากลัวกัน ก็เลยร้องเรียนมา ทางผู้บำบัดยาเสพติดเขาก็เลยยกเลิกไป ก็ปล่อยร้างมาจนถึง พ.ศ. 2560”

สถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่า บูรณะโรงพักไม้ร้อยปีเป็นแลนด์มาร์กริมคลองภาษีเจริญ

ทว่าโรงพักไม้ถูกปิดไว้ได้ไม่นานเท่าไร บางสิ่งบางอย่างก็บันดาลให้คุณองุ่น ผู้หมวดชนะพรรษ และพรรคพวก ต้องย้อนกลับมาดูอีกครั้ง

“วันนั้นเหมือนอะไรไม่รู้มาดลใจ พวกเราก็เข้ามาดูกัน เพราะชาวบ้านเขาแจ้งว่ามีกลิ่นเหม็นสาบ เหมือนอะไรตาย นึกว่ามีคนถูกฆ่าตายหรือเปล่า ก็ต้องเข้ามาดู มาตัดต้นไม้ พอเราเริ่มทำแบบนี้กัน ถ่ายรูปให้เห็นกัน ทางผู้ใหญ่ใน สน. เขาก็เริ่มเล็งเห็น ท่านเลยสั่งว่าอยากให้กลับมาฟื้นฟูบูรณะอีกครั้งหนึ่ง”

การบูรณะเริ่มต้นขึ้นในสมัยที่ พันตำรวจเอกอชิรวิทย์ ทองจันดี ดำรงตำแหน่งเป็นผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลหนองแขม ท่านและชาวบ้านในย่านนี้ใช้วิธีร่วมกันบอกบุญกับวัดที่อยู่ติดกัน เงินที่ได้รับจากงานทอดผ้าป่ามากกว่า 4 ล้านบาทถูกนำมาใช้เป็นทุนทรัพย์ในการบูรณะซึ่งดำเนินไปด้วยน้ำพักน้ำแรงของชาวหนองแขมเป็นสำคัญ

“เสาในเรือนนี้เป็นเสาตะเคียนทั้งหมดรวม 38 ต้น ตำแหน่งเหมือนเดิมทุกที่ ทุกต้นวางอยู่ที่เดิมหมด เพียงแต่เราเสริมโครงขึ้นไป ต้นไหนที่ผุก็เอาไม้มาตอก ส่วนบนก็เสริมข้อต่อขึ้นไปเพื่อให้มันโปร่ง ไม่งั้นมันจะเตี้ย อากาศไม่ถ่ายเท ตอนนี้ทำแล้วก็สูงโปร่ง ทุกอย่างคงไว้โครงเดิมหมด

“ส่วนสีไม้กระดานผนัง ที่จริงสีเดิมของโรงพักไม่ใช่สีนี้ แต่เรามาบูรณะใหม่ ก็ไม่อยากให้มันดูอึมครึมมากไป ใหม่ ๆ ไม่มีใครอยากเข้ามา คือเขากลัวกัน ตอนยังไม่ได้ทำเป็นแบบนี้ยิ่งน่ากลัวกว่านี้อีก”

สถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่า บูรณะโรงพักไม้ร้อยปีเป็นแลนด์มาร์กริมคลองภาษีเจริญ
พาชม สน. ไม้ล้วนแห่งสุดท้ายใน กทม. ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อันภาคภูมิใจของชาวหนองแขม

นับเป็นความภาคภูมิของเขตหนองแขมโดยแท้ เพราะแม้โรงพักหลังนี้จะไม่ได้ใช้เป็นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนดังก่อน แต่ก็เป็นโรงพักไม้แห่งสุดท้ายในกรุงเทพฯ ที่ยังคงโครงสร้างที่เป็นไม้ไว้ในทุกจุดของตัวอาคาร ไม่ได้ปรับประยุกต์ไปใช้วัสดุอื่นเลย

“โรงพักที่เป็นไม้แบบนี้ ในกรุงเทพฯ มีที่นี่กับที่บางโพ แต่ สน.บางโพ มีบูรณะไปบ้างแล้วครับ”

แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์

การพลิกโฉม สน.หนองแขมหลังเก่ากินเวลานานกว่า 1 ปี เริ่มใน พ.ศ. 2561 เสร็จลุล่วงเมื่อ พ.ศ. 2562 ทางภาคเอกชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงส่งมอบหน้าที่การดูให้กับสถานีตำรวจหนองแขมต่อไป

ครั้นจะเก็บไว้เฉย ๆ ก็ใช่ที่ ตำรวจเลยปรับปรุงอาคารโรงพักแห่งนี้ให้เป็น ‘พิพิธภัณฑสถานโรงพัก (เก่า)’ จำลองสถานที่ รูปแบบการทำงาน และความเป็นอยู่ของตำรวจเมื่อร้อยปีก่อน ให้ผู้สนใจเข้ามาเยี่ยมชมได้โดยไม่คิดค่าเข้าชมแต่อย่างใด

พาชม สน. ไม้ล้วนแห่งสุดท้ายใน กทม. ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อันภาคภูมิใจของชาวหนองแขม

อย่างแรกคือข้าวของเครื่องใช้ ของเหล่านี้ที่เคยมีอยู่ในโรงพักไม้ถูกย้ายออกไปหมดแล้ว เพื่อจัดแสดงสิ่งของให้สมกับเป็นพิพิธภัณฑ์ ผู้กำกับเลยต้องเสาะหาของชุดใหม่เข้ามาทดแทน

“พวกนี้ท่านอชิสั่งมาอีกที จากไหนบ้างไม่แน่ใจ แต่เก้าอี้นี้เป็นของโรงเรียน ของที่มากับ สน. ไม่เหลือแล้ว เราพยายามที่จะไปซื้อของเก่ามาใส่ไว้ สน. นี้ ก็คล้าย ๆ กับพิพิธภัณฑ์ของเก่าไปด้วย บางคนมีของเก่า เช่น นาฬิกา ตู้ โทรทัศน์ เขาก็เอามาประดับไว้ให้ บางคนมาเยี่ยมชมแล้วเห็นควร เขาก็ให้มาประดับโรงพัก มันต้องมีคนมาทำความสะอาดดูแลตลอดไม่อย่างนั้นมันจะโทรม มีอยู่ช่วงหนึ่งปลวกกิน กินกล่อง กินกระดาษ เราก็ต้องให้บริษัทมาฉีดปลวกค่ะ”

อย่างที่สองคือห้องขัง กรงขังของเดิมนั้นอยู่บริเวณเสาตะเคียนต้นที่มีกุญแจมือคล้องอยู่ แต่ถูกรื้อออกหมดไม่มีเหลือ ผู้กำกับอชิรวิทย์ก็ไปซื้อหากรงขังจากของ สน. อื่นมาติดตั้งไว้ ให้ผู้เข้าชมเห็นถึงการคุมขังผู้ต้องหาสมัยก่อน

พาชม สน. ไม้ล้วนแห่งสุดท้ายใน กทม. ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อันภาคภูมิใจของชาวหนองแขม

อย่างสุดท้าย หุ่นตำรวจที่องุ่นเรียกติดปากว่า ‘พี่หุ่น’ สวมเครื่องแบบตำรวจไทยในอดีต หุ่น 2 ตัวนี้ก็มีเรื่องให้เล่าได้ยืดยาวไม่รู้จบ

“เริ่มแรกผู้กำกับเขาจะให้ตำรวจมานั่งแต่งชุดแบบนี้ เมื่อไหร่มีงานก็จะให้แต่งแบบนี้ แต่มันวุ่นวาย ตอนหลังเขาก็เลยคิดมาว่าถ้าอยากให้ดูชุดแต่งกายสมัยก่อน ก็ให้เอาหุ่นมาตั้งแทนแล้วกัน”

พูดแล้ว นายร้อยตำรวจตรีก็ช่วยมอบวิทยาทานด้านเครื่องแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต่อ

“ชุดสมัยก่อนเป็นแบบชุดใหญ่ ไม่ได้เอาเสื้อใส่ในกางเกง เป็นแบบชุดใหญ่สีขาวหรือคอแบะสีกากี แล้วก็คาดเข็มขัด พอสมัยนี้ชุดใหญ่ที่เป็นชุดขาวหรือคอแบะไม่มีคาดเข็มขัดแล้ว แล้วก็ใส่เฉพาะเวลามีพิธีการสำคัญเท่านั้น” ผู้หมวดว่า “สีนี้คือสีกากีอ่อน สีชุดนี่เปลี่ยนบ่อยมากนะ จากที่เราเห็นว่าเป็นสีกากีอ่อน เดี๋ยวนี้เป็นชุดแบบ ปจ. เหมือนตำรวจทางหลวง เหมือนเจ้าหน้าที่ปราบจราจล ชุดสายตรวจมันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ชุดจราจรยังเหมือนเดิม แต่สายตรวจเปลี่ยนไปแล้ว”

ส่วนสาเหตุที่เครื่องแบบต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อย ๆ ก็เพื่อให้เข้ากับการใช้งาน

“ชุดเมื่อก่อนเป็นชุดรวมเลย ไม่ได้แยกเป็นสายงานครับ ที่ต้องแยกเดี๋ยวนี้ก็เพื่อให้คล่องตัวขึ้น สะดวกขึ้น อย่างเมื่อก่อนเวลามีปืนใส่ไว้ที่คาดเข็มขัด เวลาวิ่งก็ต้องคอยจับปืนตลอด มันจะร่วงตลอด ตอนหลังปรับชุดมาเพื่อให้รัดกุมยิ่งขึ้น”

พาชม สน. ไม้ล้วนแห่งสุดท้ายใน กทม. ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อันภาคภูมิใจของชาวหนองแขม

นอกจากอุปกรณ์อันเกี่ยวข้องกับราชการตำรวจแล้ว ความเป็นตึกเก่าของที่นี่ยังเป็นที่สะดุดตาของสำนักงานเขตหนองแขม ซึ่งต้องการให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเขต

นี่คือสาเหตุที่ภายในโรงพักไม้แห่งนี้มีภาพถ่ายเก่า หน้ากระดาษหนังสือพิมพ์เก่า อัดใส่กรอบรูป ประดับอยู่ตามผนังไม้แต่ละจุด ทุกภาพมีคำอธิบายเป็นแผ่นโลหะพร้อม QR Code ให้สแกนอ่านข้อมูลได้อย่างง่ายดาย

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่

ปีสองปีมานี้ ชื่อของสถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่าเริ่มเป็นที่คุ้นหูของกลุ่มผู้สนใจท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และ Unseen มากขึ้นทุกที ๆ จากเคยได้ผ่านเพียงอย่างเดียว คณะทัวร์ล่องเรือคลองภาษีเจริญที่มักนั่งยาวจากกรุงเทพฯ ข้ามไปยังเขตสมุทรสาครก็เริ่มเหลียวแลโรงพักไม้หลังนี้ และพากันเพิ่มมันไว้ในโปรแกรมเที่ยวของตัวเอง ต่อจากวัดหนองแขมที่อยู่ถัดไป

อย่างไรก็ดี โครงสร้างตึกเก่าที่ปรับปรุงใหม่มาได้ไม่กี่ปี ก็เริ่มส่อให้เห็นปัญหานานัปการ ผู้ดูแลอย่างคุณองุ่นกล่าวว่าอาคารในความรับผิดชอบของเธอยังมีอะไรต้องซ่อมแซมอีกมาก เพื่อรองรับผู้มาเยือนในโอกาสต่อ ๆ ไป

พาชม สน. ไม้ล้วนแห่งสุดท้ายใน กทม. ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อันภาคภูมิใจของชาวหนองแขม

“อันดับแรก ตอนนี้เพิ่งจะบูรณะมาได้แค่ 4 – 5 ปี ก็เริ่มดูทรุดโทรมแล้ว ก็เลยกะว่าจะต้องขอความร่วมมือของประชาชนชาวหนองแขมและทุกภาคส่วน ตอนนี้องุ่นเองก็รอให้ทุกฝ่ายฟื้นจากโควิดก่อน” เธอพูดพร้อมเหยียดปลายนิ้วตรงไปยังรูร้าวบนหลังคากระเบื้อง

“เห็นหลังคารั่วไหม ที่มีรอยแตกเพราะเวลาอากาศร้อน ไม้จะแห้งและหดตัว เกิดความยืดหยุ่นเลยทำให้กระเบื้องขยับ ก็จะมีแตกบ้าง ตอนนี้ถ้ามาตอนกลางคืนก็จะเห็นดาว มากลางวันก็จะเห็นพระอาทิตย์ ถ้ามาตอนฝนตกก็เอาหม้อรอง เหมือนบ้านเก่าเลย ตอนนี้ห่วงจุดนี้ที่สุด คงต้องรออีกสักพักค่ะ”

เธอหวังว่าวันหนึ่ง สน. ริมคลองนี้จะเป็นที่เที่ยวที่ผู้คนต้องคำนึงถึง และสร้างรายได้แก่ชุมชน

“ทางเขตเขาก็พยายามอนุรักษ์ เพราะถ้านั่งเรือมาเที่ยว เขาก็มาขึ้นตรงท่าน้ำได้ ถ้าติดต่อมาล่วงหน้าและต้องการดูสินค้า OTOP เราก็จะให้ชุมชนเขามาตั้งขาย เพราะมีคนอยู่ตรงนี้ แต่ต้องให้รู้ล่วงหน้า

พาชม สน. ไม้ล้วนแห่งสุดท้ายใน กทม. ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อันภาคภูมิใจของชาวหนองแขม

“มีนักท่องเที่ยวมาทางเรือบ่อยเพราะเขาจะมาผ่านตรงนี้และล่องไปทางสมุทรสาคร อำเภอกระทุ่มแบน และออกอำเภอบ้านแพ้ว ตรงแม่น้ำท่าจีน เพราะมันหลายจุดเส้นนี้มันผ่านวัดปากน้ำด้วยตั้งแต่เส้นเจ้าพระยามา ถ้าเขาจัดไหว้พระ 9 วัดตรงนี้ เราว่ามาถึง เพราะต้องมาหลายวัดอยู่แล้ว ทางเขตหนองแขมก็มีวัดหลักสาม วัดหนองแขม วัดใหม่หนองพะอง ออกไปทางแม่น้ำก็มีอีกเยอะค่ะ”

ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ใน พ.ศ. 2565 ที่กำลังจะผ่านเลยไปนี้ สถานีตำรวจเก่าหนองแขมจึงยังเปิดให้บริการเป็นเวลาไม่ได้ จะเปิดก็แต่เวลามีงานหรือประเพณีที่สำคัญ เช่น ลอยกระทง งานประจำปีของวัดหนองแขม เป็นต้น

พาชม สน. ไม้ล้วนแห่งสุดท้ายใน กทม. ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อันภาคภูมิใจของชาวหนองแขม

“วันลอยกระทง องุ่นจะมาเปิดประตูให้เข้าเยี่ยมชมถึงเที่ยงคืน เพราะต้องมาดูแลคนที่ใช้แม่น้ำ เวลาลอยกระทงถ้าคนลงไปที่โป๊ะมากก็จะอันตราย เราก็ต้องมาคอยประชาสัมพันธ์ แล้วก็จะมีกลุ่มแม่บ้านมาขายกระทงเพื่อเอาเงินเข้าบำรุง สน. เคยทำเกม ‘ตำรวจน้อยตกน้ำ’ ขายจนยอดทะลุเป้าเลย แต่เวลาจะเปิดก็ต้องขอนาย มาเปิดเองโดยพลการไม่ได้”

หรือถ้านักท่องเที่ยวคนใดต้องการเยี่ยมชมนอกวาระพิเศษ คุณองุ่นกับผู้หมวดชนะพรรษฝากมาว่าให้โทรศัพท์ติดต่อพวกเขาก่อน หรือจะอีเมลไปหา ติดต่อผ่านทางสถานีตำรวจแห่งปัจจุบันก็ได้เช่นกัน หากมีเวลาว่าง ไม่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ทั้งคู่รวมทั้งเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ยินดีต้อนรับอย่างเต็มใจยิ่ง

พาชม สน. ไม้ล้วนแห่งสุดท้ายใน กทม. ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อันภาคภูมิใจของชาวหนองแขม

สน. ตกยุคที่เกือบถูกทอดทิ้ง ในวันเก่า มาวันนี้ สถานีตำรวจนครบาลหนองแขมหลังเก่าเป็นมากกว่าโรงพักของผู้พิทักษ์สันติรัษฎร์ แต่อยากเป็นโรงพักให้กับราษฎรผู้ได้รับพิทักษ์สันติสุขทุกคน

ลองพาตัวเองมาดื่มด่ำความงามของอาคารไม้ เพื่อพักกาย พักใจ ที่โรงพักแห่งนี้ดูนะครับ

สถานีตำรวจนครบาลหนองแขม (หลังเก่า)

ที่ตั้ง : แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วันและเวลาทำการ : ติดต่อขอเข้าชมล่วงหน้าเท่านั้น

รายละเอียดเพิ่มเติม : คุณองุ่น 09 4962 8744 / สถานีตำรวจนครบาลหนองแขม 0 2429 3568-72 หรือ อีเมล [email protected]

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load