The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ลมจากเมืองกรุงหอบเรามาใช้ชีวิต Eco Living ที่ ‘The Motifs Eco Hotel’ โรงแรมน้องใหม่แห่งจันทบุรี 

อาคารปูนสีขาวแซมไม้เก่าสีน้ำตาลตรงหน้ามอบความอบอุ่นตั้งแต่แรกเห็น ไม่นับความสบายตาของต้นไม้สีเขียวที่ผ่อนคลายชวนตบเท้าเข้าเอนกาย เมื่อ 60 ปีก่อน พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นบ้านเลขที่ 1 ของ คุณยายวิสาขะ โกศล

จากบ้านไม้เก่าล้อมด้วยรั้วพู่ระหงของครอบครัวข้าราชการ ถูกแปลงโฉมเป็นที่พักสีเขียวด้วยแนวคิดของ ดาว-ไอยรีลดา จิรโชคชยานันทร์ สาวชลบุรีที่กลายมาเป็นสะใภ้เมืองจันท์ เบื้องหลังเธอเคยคลุกคลีและได้รับโอกาสในการทำงานสาย MICE (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions)

“เราผ่านการทำงานระดับนั้นมาแล้ว สิ่งที่ต้องมีคือ Can do Attitude สิ่งนั้นตอบแทนเราตรงๆ พอเราทำมันบนพื้นฐานของความสุขและแพสชัน ประสบการณ์ทั้งหมดที่สั่งสอนเรา มันใช้ได้จริงและเป็นมุมมองที่กว้างมาก”

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

แม้ The Motifs Eco Hotel จะเปิดมาเพียง 3 เดือนเศษ แต่แผนการอนุรักษ์พื้นที่ถูกคิดมาก่อนหน้านั้นถึง 2 ปี เธอเริ่มตั้งแต่ศึกษาความเป็นไปได้ของพื้นที่ และเห็นโอกาสว่าจังหวัดจันทบุรียังไม่มีที่พักสำหรับสายอีโค่ เมื่อตกตะกอนความคิดก็ตระเวนนอนตามโรงแรมเพื่อมองหาจุดอ่อนทางธุรกิจ ออกตามหาสถาปนิกที่มีหัวใจและแนวทางเดียวกัน จนลงเอยที่ ECO Architect สตูดิโอออกแบบจากจังหวัดภูเก็ต ภายใต้ฝีมือการสร้างสรรค์ของ แก้ว-คำรน สุทธิ 

ที่พักแห่งนี้นำเสนอจันทบุรีด้วยคอนเซ็ปต์ #โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ 

ซึ่งสอดคล้องกับความเป็นไปได้ของเมืองจันท์ที่จะถูกดันให้เป็น ‘ปอดของตะวันออก’ ที่สำคัญ ไม่เพียงแค่มีลมหายใจเดียวกันกับธรรมชาติ แต่ยังเป็นลมหายใจเดียวกันกับชุมชนละแวกนั้นด้วย 

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ

“เราคุยกับสถาปนิกสิบเจ้า แล้วคัดเหลือสามเจ้า สุดท้ายไม่มีเจ้าไหนที่เข้ากันได้นอกจาก ECO Architect เขามาจากภูเก็ต และชินกับภูมิอากาศฝนแปดแดดสี่เหมือนจันทบุรี เราเชื่อในตัวเขาว่าจะต้องรังสรรค์อะไรสักอย่างให้เราได้ ที่สำคัญเขาเข้าใจสภาวะอากาศของที่นี่เป็นอย่างดี แล้วเขามีแฮชแท็กของตัวเองว่า บ้านที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ แต่ของเราเป็นโรงแรมที่มีคอนเซ็ปต์เดียวกัน เลยขอใช้แฮชแท็กเดียวกับเขา เป็น โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ”

ECO Architect เป็นนักสร้างบ้านที่คำนึงถึงการอยู่ร่วมกับธรรมชาติเป็นสำคัญ นั่นเป็นสิ่งที่ตรงใจดาว 

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี
The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

จึงไม่แปลกใจหากเจ้าบ้านยกให้สายฝน แสงเงา และสายลม เป็นพระนางของที่นี่ ซึ่งการออกแบบที่หายใจร่วมกับธรรมชาติยังเป็นการสร้างต้นแบบ Eco Living ที่เกิดขึ้นและใช้ได้จริง แล้วก็แทบไม่ต้องเปิดไฟ ทั้งทางเดิน ตัวอาคาร และล็อบบี้ เพราะสถาปนิกออกแบบให้แสงแดดส่องถึงทั่วบริเวณ ส่วนห้องพักก็มีหน้าต่างมากถึง 3 ด้าน แน่นอนว่าถลุงงบก่อสร้างให้บานปลาย แต่ดาวยืนยันว่าคุ้มชัวร์ในระยะยาว และแขกก็ปลื้มมาก! จนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘อยู่สบาย’ จนลืมว่าต้องเปิดแอร์ไปเลย เธอกระซิบว่าการออกแบบที่คิดมาอย่างดีช่วยลดค่าใช้จ่ายบางส่วนมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งที่นี่ออกแบบโดยเคารพพื้นที่เดิม มีการใช้ไม้จากบ้านหลังเก่ามาประกอบทั่วโรงแรม 

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

บรรยากาศก็เงียบสงบแม้สถานที่จะตั้งอยู่ละแวกชุมชน และอีกจุดขายที่ดาวตั้งใจคือ ‘อยากให้คนเที่ยวจันท์หน้าฝน’ เพราะฤดูฝนกับจันทบุรีเป็นของคู่กัน ทั้งยังเปิดมุมมองประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยวด้วย พอสถาปนิกได้ฟังความตั้งใจ ก็จัดให้ด้วยการออกแบบตัวอาคารที่ทิ้งโซ่ลงมาจากหลังคาแทนท่อ ยามฝนโปรยปรายผ่านโซ่ที่เรียงกัน แขกจะเห็นสายฝนกำลังเต้นระบำ และหยาดฝนก็เป็นเหมือนคนสวนที่คอยรดน้ำให้ต้นไม้ที่นี่ออกดอกออกผลงอกงาม

ห้องพักที่เข้าใจมนุษย์และพึ่งพาธรรมชาติ

จากการออกตามล่า Pain Point ของธุรกิจโรงแรม เพื่อไขข้อสงสัยว่านักเดินทางต้องการอะไร ดาวก็พบปัญหาเรื่องตำแหน่งแอร์ เช่น นอนแล้วแอร์เป่าหัว นักออกแบบแก้ปัญหาด้วยการติดแอร์บริเวณ Foyer พร้อมแนะทริคให้อยู่สบาย ไม่ร้อนจนเหงื่อซึม แอร์เย็นสบายตลอดเวลา แถมอากาศเย็นๆ ของเมืองจันท์ ทำให้แขกเลือกเปิดหน้าต่างมากกว่าพึ่งเครื่องปรับอากาศ ก็ช่วยเจ้าบ้านประหยัดไฟได้อีกนิด

ด้วยพื้นที่จำกัดของห้องพัก สถาปนิกเลือกยกฐานเตียงด้วยปูนแล้ววางทับด้วยฟูก เพื่อช่วยให้ห้องโปร่งโล่ง คนไม่ชอบความอึดอัดถูกใจสิ่งนี้ แล้วที่นี่ก็ไม่มีโทรศัพท์ในห้องพัก เพื่อลดในสิ่งที่อาจไม่จำเป็นและใช้ในสิ่งที่ทุกคนมีอยู่แล้ว คือ โทรศัพท์มือถือ จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีสแกน QR code คุยผ่านทาง [email protected] และโทรติดต่อกับแขกแทน

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี
The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

อีกปัญหาที่แก้มาเพื่อคนรักการแต่งหน้า ดาวเห็นว่าไฟห้องน้ำมักเป็นสีเหลือง เวลาแต่งหน้าออกมาแล้วสีบนใบหน้าจะผิดเพี้ยนจากสีจริง เธอเลือกติดตั้งกระจกในบริเวณที่รับแสงธรรมชาติได้ เพื่อขจัดปัญหาให้สายบิวตี้

ห้องพักมีให้เลือกนอนทั้งหมด 4 แบบ หนึ่ง Green Traveller ห้องน้องเล็กขนาด 20 ตารางเมตร เน้นความเรียบง่าย นอนสบาย แสงเช้าโผล่มาทักทายได้ แถมที่วางของตรงปลายเตียงก็ดึงออกมาเป็นโต๊ะทำงานได้ด้วย สอง Green Studio เพิ่มเติมระเบียงและเดย์เบดดูดวิญญาณ ดาวเลือกใช้เดย์เบดเพราะปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ หากมีลูกค้าท่านที่ 3 มาพักด้วยกัน เพียงเอาผ้าลินินหุ้มบนฟูกก็ใช้งานได้เลย ช่วยประหยัดพลังงานคุณแม่บ้านด้วย สาม Green Deluxe และสี่ Green Corner ห้องสองประเภทที่ขายดีที่สุด มีจุดขายคืออ่างอาบน้ำแช่เพลินๆ

เธอว่าห้องสองประเภทสุดท้ายทำเอานักนอนเที่ยวไม่อยากออกไปไหน ขอขลุกอยู่แต่ในห้อง

ผลิตภัณฑ์ในห้องพักส่วนใหญ่ก็เป็นแบบ Eco Friendly อย่างผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำจะเป็นขวดปั๊มที่เติมสบู่-แชมพู ได้หากใช้งานหมด เพราะเธอใส่ใจ อยากให้ข้าวของเครื่องใช้มีมาตรฐานเดียวกับโรงแรมระดับ 5 ดาวไปพร้อมกับการลดขยะ และยังพึ่งพาความงามของธรรมชาติจากดอกไม้สารพัดสีที่โรงแรมปลูกมาประดับลงแจกันใบน้อยๆ

หากสังเกตจะมีใบเตยหั่นจิ๋วแบ่งใส่จานกระจายตามจุดในโรงแรมช่วยเติมความหอมสดชื่นด้วย 

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

โรงแรมที่เป็นหนึ่งเดียวกับชุมชน

Eco Living ไม่ได้ตั้งไว้เพียงแค่คอนเซ็ปต์ แต่เธออยากร่วมงานกับคนที่มีดีเอ็นเอเดียวกัน อย่างการเลือกพนักงาน ดาวพยายามเลือกที่มายด์เซ็ตก่อนเป็นอันดับแรก ต้องมีความคิดรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พนักงานที่นี่จึงมองเห็นและเข้าใจ Energy Saving Plan ของโรงแรมทันที ความน่ารักอีกอย่างคือ เวลาเห็นแขกหิ้วกระเป๋าขนาดไม่หนักมาก พนักงานจะอาสาชวนแขกขึ้นบันไดไปส่งถึงหน้าห้อง ระหว่างทางก็เล่าเรื่องราวของโรงแรมให้แขกฟังไปพลาง

นอกจากพนักงานเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ชุมชนรอบข้างก็สำคัญไม่แพ้กัน 

“Sharing Economy เป็นสิ่งที่เราตั้งใจให้เกิดขึ้นหลังจากทำโรงแรมนี้ขึ้นมา” เจ้าบ้านเกริ่น

โรงแรมสนับสนุนชุมชนตั้งแต่วัสดุตกแต่งภายในยันกิจการร้านอาหารท้องถิ่น

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

“วัสดุในโรงแรมเราใช้วัสดุชุมชนค่ะ เสื่อได้มาจากชุมชนบ้างสระเก้า เขายิ้มกว้างมากวันที่เขาทอเสร็จแล้วเราเอามาติดโชว์บนห้อง ‘นี่เสื่อของป้าไก่นะ ถ้าลูกค้าชอบเราจะช่วยขายให้’ เสื่อของป้าไก่เป็นเสื่อปอ ดูดซับความชื้นและทำความสะอาดได้ง่าย เราเข้าใจงานคราฟต์นะว่าราคาค่อนข้างสูง แต่พอเห็นเขาทำ เรารู้สึกคุ้มค่ามาก”

เสื่อจันทบูรขึ้นชื่อลือชา ละเอียดเนี๊ยบและคงทน จนมีนักออกแบบมาพัฒนางานร่วมกับชุมชนจนผลิตภัณฑ์สวยงามน่าสนับสนุน ไม่เพียงแค่เมืองจันท์ ดาวยังอุดหนุนงานคราฟต์จากภาคเหนือมาประดับพื้นที่ด้วย

“แล้วก็มีอาหารท้องถิ่นจากชุมชน อย่างอาหารเช้า เราพาร์ตเนอร์กับร้านข้าวต้มจันทบูร อนาคตกำลังจะร่วมมือกันทำ Afternoon Tea กับร้านหอมรัญจวน และ Coffee Break ก็ดีลกับร้านกาแฟเจ๋งๆ ร้านหนึ่งที่เขาเน้นคุณภาพ และเขาแฮปปี้ที่ได้ร่วมงานกับเรา พอเป็นแบบนี้ก็ค่อนข้างยั่งยืนนะคะ เหมือนว่ามีวัตถุดิบอยู่ใกล้ตัว เขาแนะนำเรา เราแนะนำเขา ซึ่งมันไม่เกิด Food Waste จนเกินไป ไม่ต้องจ้างเชฟมาทำทุกอย่าง ถ้าเราดีลกับผู้เชี่ยวชาญ (ชุมชน) ได้เอง” ดาวเล่าใจความสำคัญ

เหตุผลที่โรงแรมฉบับอีโค่แห่งนี้เลือกเสิร์ฟ Afternoon Tea แทนเมนูคาเฟอีน เพราะไม่อยากเป็นคู่แข่งกับคาเฟ่บ้านใกล้เรือนเคียง และดาวเชื่อว่าทุกร้านพรีเมี่ยมในตัวเอง เธอจึงเลือกเป็นมิตรในเส้นทางที่แตกต่าง

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

ดาวมักแนะนำแขกให้เดินสำรวจเพื่อนบ้านรอบชุมชนริมน้ำจันทบูร ย่านเก่าแก่อายุมากกว่า 100 ปี ของจันทบุรี มีทั้งร้านรวงท้องถิ่น ตลาดค้าพลอย จนถึงโบสถ์ริมน้ำ ถ้ามีเวลาเหลืออีกนิด เธออยากให้คุณแวะ ‘ชุมชนขนมแปลก’ ขับรถเพียง 10 นาทีจากที่พัก ถ้าคุณเป็นสายประวัติศาสตร์ต้องเยือนหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี

“เราภูมิใจกับหอจดหมายเหตุฯ มาก มีพื้นที่นิทรรศการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อยู่ตรงนั้นก็ใช้เวลาเกือบครึ่งวันแล้วค่ะ” เธอเล่าพลางหัวเราะ “หลังจากนั้นก็เดินไปไหว้ศาลหลักเมือง ไหว้พระเจ้าตาก ที่อยู่ในบริเวณเดียวกันได้ หรือขับรถไปเที่ยวที่อู่ต่อเรือพระเจ้าตากด้วยก็ได้ค่ะ ซึ่งข้อมูลพวกนี้ เราจะให้ Front Office คอยช่วยแนะนำแขกและสังเกตว่าเขาเป็นสายไหน เช่น Cafe Hopper ก็เหมาะเลย ถ้าเดินผ่านโรงแรมเรา จะเจอร้านกาแฟราวๆ ห้าร้าน”

พอเราตั้งคำถามว่า ‘การที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม สำคัญกับธุรกิจยังไง’ เธอก็ให้คำตอบ

“อีกห้าปี สิบปี เราจะเข้าสู่ช่วง Sustainable ตอนนี้ถ้าเซอร์วิสเราอยู่ได้อย่างยั่งยืน มันก็จะซัพพอร์ตกันเองยาวๆ อย่างช่วงโควิด-19 มันสอนเราหลายอย่าง เราไม่ต้องเก่งทุกอย่างก็ได้นะ เราไม่ต้องแบกทุกอย่างเพื่อให้ธุรกิจรอด แต่การ Source ของจากชุมชนจะทำให้ทุกคนอยู่ได้ เราได้มิตรภาพในแง่ของธุรกิจที่เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน มีการแนะนำบอกต่อลูกค้าด้วยความจริงใจ เราเชื่อว่าที่เราอยู่รอดได้ก็มาจากความช่วยเหลือของชุมชนเหมือนกัน”

The Motifs Eco Hotel ให้และรับไปพร้อมๆ กัน โดยตั้งใจเดินหน้าโดยมีชุมชนเคียงข้าง

มื้ออาหารที่ใส่ใจคุณและโลก

นอกจากนอนพักให้อิ่มใจ ที่นี่ยังมี Co-working Space และ ร้านอาหาร Gingerbread ให้อิ่มเอมด้วย

“Co-working Space ที่นี่ไม่ใช่แบบ Photogenic นะคะ แต่เป็นสถานที่ที่เอาไว้ทำงานเงียบๆ เพราะเราเห็นเมืองจันท์มีคาเฟ่ค่อนข้างเยอะ แต่ยังไม่มีพื้นที่สำหรับเจนเอ็กซ์ เจนวาย เอาไว้คุยงาน คนที่ไม่ได้พักก็ใช้งานได้

“ส่วนเรื่องอาหาร เราแพลนจะทำ All About Toast ง่ายๆ เน้นเมนูเพื่อสุขภาพ แล้วก็จะบอกแคลอรี่ บอกค่าโปรตีน ค่าคาร์โบไฮเดรต เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสายสุขภาพที่กำลังควบคุมพลังงานด้วยค่ะ”

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

ร้านอาหารขนมปังขิงนำเสนอในรูปแบบ All-day Breakfast มีเมนูอาหารเช้าและเมนูสุขภาพให้เลือกหลากหลาย หากมานอนพักช่วงนี้จะได้ลิ้มรสอาหารเช้าทานง่ายสบายท้อง อย่างข้าวต้มจันทบูร ปาท่องโก๋พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด พ่วงด้วยน้ำมะปี๊ดสดชื่นซาบซ่า ซึ่งมาจากร้านอาหารและวัตถุดิบท้องถิ่น สลัด และผลไม้สดจากเมืองจันท์

แน่นอนว่าธุรกิจโรงแรมพ่วงร้านอาหารย่อมเกิดขยะเศษอาหารจากการกินไม่หมด ซึ่งดาวมองว่าการอุดหนุนอาหารท้องถิ่นจากชุมชนก็เป็นส่วนหนึ่งในการลด Food Waste แถมช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดการอาหารด้วย และเธอก็เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ทางเลือกที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เป็นมิตรและไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

“โชดดีที่ F&B ของที่นี่ค่อนข้างน่ารักค่ะ เวลาเราจะเลือกลงเมนูอาหารอะไร เขาจะคอยช่วยดูว่าเมนูนั้นใช้ส่วนผสมหลักด้วยกันได้หรือเปล่า ช่วยแตกไลน์ส่วนผสมหลักให้เป็นเมนูย่อย ซึ่งทำให้เราเหลือ Waste น้อยมาก

“ต้องออกตัวก่อนว่าร้านอาหารเราเพิ่งเปิดมาสามอาทิตย์ ซึ่งยังไม่ Zero Waste ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เรามองว่าการลด Food Waste ต้องทำให้ง่ายและใช้งานได้จริง ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าจะต้องทำเยอะ ทำน้อยแต่ดี ก็ทำได้ ไม่เกินตัวหรือเกินกำลังของเรา เพียงแต่ต้องคิดสักหนึ่งถึงสามตลบว่าของเหลือที่มันเกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์กับใครบ้าง อย่างเปลือกไข่ อาจมีคนต้องการเอาไปทำปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งตอนนี้เรากำลังอยู่ในกระบวนการค่ะ มีการจูงใจพนักงานให้แยกขยะ 

“มีเครื่องย่อยอาหารให้เป็นปุ๋ย พอเป็นปุ๋ยก็ตั้งใจว่าจะแบ่งให้แขกเอากลับบ้านหลังเช็กเอาต์ อนาคตอาจให้แขกช่วยใส่ปุ๋ยให้พืชผักที่เรากำลังจะปลูก แล้วก็มีตะกร้าให้เก็บผักมาทำสลัดของตัวเอง ส่วนขวดพลาสติก คิดไว้ว่าจะร่วมกับมหาวิทยาลัยที่เขาคิดค้นเครื่องที่เปลี่ยนขวดพลาสติกให้เป็นเงินได้ มาติดตั้งไว้ในพื้นที่” ดาวเล่าความมุ่งมั่น

The Motifs Eco Hotel กำลังเริ่มต้นเป็นมิตรกับโลกให้ได้ในทุกมิติเพื่อความยั่งยืนในอนาคต

การเดินทางที่แสนพิเศษ

โรงแรมแห่งนี้แจ้งเกิดหลังสถานการณ์โควิด-19 เราอดไม่ได้ที่จะถามถึงวิกฤตของธุรกิจท่องเที่ยว

“The Motifs  Eco Hotel รอดได้เพราะคนจันท์” เราชะงักกับคำตอบ ก่อนเธอจะอธิบายต่อ “ตั้งแต่โรงแรมเปิด คนจันท์ก็ให้ความสนใจ เขาคงคิดว่าเป็นของแปลกใหม่ แล้วตอนสร้างเราก็ไม่ได้เบียดเบียนใคร ไม่ได้เบียดเบียนธรรมชาติ เราเดินถามเพื่อนบ้านว่าโอเคมั้ย ขอโทษนะคะถ้าเสียงดัง อีกอย่างสถาปนิกวางงานระบบให้เราไม่เอาเปรียบคนอื่นด้วย

“พอเรากลับมาดู Analysis ในแฟนเพจ ก็พบว่าคนจันท์เยอะกว่าคนกรุงเทพฯ นิดหน่อย ซึ่งเป็นตัวเลขที่เราเซอร์ไพรส์ ถือว่า Brand Awareness สำหรับ Local เกินคาดมากค่ะ เพราะคนจันท์มาเปลี่ยนที่นอนเยอะ แล้วเราก็ได้ลูกค้าคนจันท์ที่ช่วยแนะนำให้เพื่อนหรือแขกบ้านแขกเมืองของเขามาพักที่เรา” ดาวเล่าด้วยน้ำเสียงดีใจ

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

ด้วยดาวอยู่ในสายงานโรงแรมมานับสิบปี เราจึงชวนเธอแบ่งปันโอกาสที่จะรอดในวิกฤตนี้

“มุมมองของเราคิดว่า Sharing Economy คือทางรอดของธุรกิจ และผู้ประกอบการต้องคิดนอกกรอบมากขึ้น ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของตัวเองให้มากที่สุด โดยไม่ลืมตัวตนและเสน่ห์ของตัวเอง อย่างที่นี่เราขายประสบการณ์และเราอยากให้เป็นมากกว่าที่พัก ลานจอดรถก็อาจจะเป็นสถานที่จัดอีเวนต์ ตลาดออร์แกนิก แปลงผัก ลานโยคะ”

ซึ่งเราเห็นด้วยว่า ‘ตัวตน’ คือสิ่งสำคัญ ที่จะพาผู้ประกอบการเดินหน้าต่ออย่างกล้าหาญ

และไม่ลืม ‘ตัวตน’ ที่จะส่งต่อให้ถึงใจแขกต่างถิ่นผู้มาเยือนเช่นกัน

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

“ความจริง The Motifs มีสองความหมายค่ะ ความหมายโดยตรงแปลว่าแม่แบบ ซึ่งเราแสดงออกผ่านงานสถาปัตยกรรม โดยใช้ Gingerbread (ลายขนมปังขิง) ลายแม่แบบของชุมชนริมน้ำจันทบูรเป็นตัวสื่อสาร ส่วนความหมายโดยนัย เราอยากเป็นแม่แบบของโรงแรมด้านอีโค่ เราอยากให้คนรู้จักความเป็นอีโค่มากขึ้นผ่านการมาพัก ซึ่งลูกค้าหลายคนก็เอ็นจอยกับภาวะอยู่สบาย ไม่ต้องเปิดแอร์ก็อยู่ได้ แถมการอยู่ร่วมกับธรรมชาติก็เป็นเรื่องง่ายมากเลย

“หลายคนมักจะบอกว่าสิ่งที่ยากที่สุดของการทำโรงแรมคือการก่อสร้าง แต่สำหรับเรามองว่า การทำโรงแรมให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน นั่นคือสิ่งที่ยากที่สุด เป็นความท้าทายและเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างยาวนาน”

การเดินทางกำลังเริ่มต้น ผู้คนส่งเสียงกู่ร้องด้วยความยินดี ทั้งชาวจันทบุรีและเพื่อนบ้านใกล้เคียง

เรามั่นใจว่า The Motifs Eco Hotel จะเดินด้วยก้าวเล็กๆ ที่มั่นคงจนถึงปลายทาง

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

The Motifs Eco Hotel

ที่ตั้ง : 15 ซอยท่าแฉลบ 1 ถนนท่าแฉลบ ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 3465 5353

Facebook : @themotifsecohotel

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ปริญญา ชัยสิทธิ์

จบอักษรฯ ทำงานสายพัฒนา Digital platform - เชื่อว่าการมีอะไรที่ไม่สมบูรณ์แบบบ้าง เป็นเรื่องน่ารัก

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กจอแจริมถนนเยาวราช ย่านที่ชื่อว่าไม่เคยหลับใหล  ฉันแทบนึกภาพไม่ออกเลยว่า จะมีที่พักอันแสนสงบอายุร้อยกว่าปีซ่อนตัวอยู่ในละแวกนี้ได้อย่างไร ความสงสัยเกิดขึ้นขณะที่สองเท้าก้าวฉับๆ ไปตามถนนพาดสาย ไม่นานนัก ฉันพาตัวเองมาจนถึงที่หมายซึ่งอยู่ติดกับวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร หรือวัดเกาะ เยาวราช สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ ตัวเลขไทยบนประตูสีน้ำตาลสุดคลาสสิก

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

‘๒๔๕๙’

ตัวเลขนี้เป็นทั้งปีพุทธศักราชและชื่อโรงแรม ซึ่ง คุณป๊อก-สุขสันต์ เอื้ออารีชน เจ้าของโรงแรมบอกว่า “มาจากปีที่เราสืบไปได้ว่าบ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 2459 ซึ่งก็คือ 100 ปีที่แล้ว” และเป็นที่มาของชื่อโรงแรม BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel แห่งนี้

ทันทีที่ก้าวผ่านประตูบานเล็กสุดคลาสสิก ฉันรู้สึกเหมือนเป็นหญิงสาวในละครพีเรียดสักเรื่องที่ได้เข้ามาในเขตรั้วของบ้านผู้ดีหรูหราสมัยรัชกาลที่ 6  

“ผมต้องการให้คนที่เข้ามาพักเหมือนเป็นแขกของคุณปู่คนหนึ่ง เลยเก็บทุกอย่างให้เป็นแบบนี้ คุณปู่คนนั้นเป็นคนมีฐานะ ถึงมีบ้านแบบนี้ได้ ถูกไหม ฉะนั้น ในบ้านต้องหรูหรา ของใช้ต้องสวยงาม” คุณป๊อกเล่าคอนเซปต์หลักของการรีโนเวตบ้านเก่าหลังนี้  

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

แต่กว่าจะมาเป็นที่พักอันหรูหรา เบื้องหลังของโรงแรมสไตล์บูติกแสนสวยแห่งนี้ ยังมีเรื่องราวและประวัติศาสตร์อันเต็มไปด้วยความบังเอิญแสนประทับใจมากมายซ่อนอยู่

ด้วยจังหวะและโอกาส

“ของทุกอย่างที่นี่มันเป็นเรื่องบังเอิญหมด”

คุณป๊อกเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนหน้านี้คุณป๊อกทำธุรกิจในเยาวราชและต้องขับรถผ่านบ้านหลังนี้ทุกวัน จนกระทั่งช่วงที่ต้องการใช้โกดัง ประจวบเหมาะกับตอนที่คุณประภาทิพย์ เจ้าของบ้านคนปัจจุบันติดป้ายประกาศให้เช่าอาคารนี้พอดี จึงตัดสินใจมาเช่าเป็นโกดังพักสินค้าและลานจอดรถเป็นเวลา 8 ปี

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

“สิ่งที่มันเหมือนกับเป็นจุดดำในใจคือทุกครั้งที่ขับเข้ามา เราเห็นบ้านแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ ทำไมเราเอาบ้านสวยๆ มาทำแบบนี้ เราสำนึกตลอดเวลาว่า มันควรจะเป็นอะไรสักอย่างที่ดีงามกว่านี้”

ความรู้สึกดังกล่าวติดค้างอยู่ในใจของคุณป๊อกมาจนถึงช่วงที่มีโปรเจกต์ต้องย้ายที่พักสินค้าไปที่พุทธมณฑล เพราะพื้นที่แห่งนี้ไม่เพียงพอสำหรับการเก็บสินค้า

“ตอนแรกเราคุยกับทางเจ้าของอาคารว่าเราอยากจะคืนเขา เขาก็ถามว่าอยากทำอะไร เราเลยบอกว่าเราเดินทางบ่อย อยากทำโรงแรมเล็กๆ แต่ถ้าถามว่ากำไรขาดทุนเนี่ย ผมไม่ได้คิด ผมไม่รู้ แต่ผมรู้แค่ว่าบ้านมันสวย”

คุณป๊อกเล่าจุดเริ่มต้นของโรงแรมซึ่งไม่ได้เกิดจากความถนัดหรือความอยากทำธุรกิจโรงแรม แต่เกิดจากความชอบหลายๆ อย่างของเขามาบรรจบกัน

“ผมเป็นคนที่ชอบอยู่กับสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เป็นคนชอบแต่งบ้าน ชอบของเก่า เราก็เลยบอกพี่เขาว่า น่าจะทำที่นี่เป็น Boutique Hotel”

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

เมื่อเจ้าของไม่ขัดข้องและตกลงทำสัญญาระยะยาว คุณป๊อกจึงเริ่มรีโนเวตอาคารแห่งนี้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560

“ผมไม่เคยทำโรงแรม ก็เลยต้องจ้าง 3 เดือนแรกขาดทุนระบมเลย หลังๆ เริ่มรู้แล้วว่าตรงนี้ แค่นี้พอ เรามีรูปแบบอะไรไม่เหมือนคนอื่นเลยพยายามหารายได้ทางอื่น เราก็รู้แล้วว่า อ๋อ ธุรกิจโรงแรมมันไม่ทำเงินนี่นา (หัวเราะ) F&B (Food and beverage) มันทำเงิน ก็เลยต้องปรับ พยายามทำให้ F&B แข็งแรง เพื่อจะได้มีเงินให้โรงแรมอยู่ได้”

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

ปัญหาของการรีโนเวตครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงการบริหารจัดการเท่านั้น เพราะคุณป๊อกสัญญาว่าจะทำประวัติบ้านย้อนกลับไปเมื่อสมัยรัชกาลที่ 6 ติดไว้ในโรงแรม เพื่อให้คนที่เข้ามาพักทราบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่สิ่งเหล่านี้กลับนำไปสู่จุดเริ่มต้นให้ค้นพบเรื่องราวความบังเอิญมากมาย เบื้องหลังอาคารเก่าซึ่งเคยใช้เป็นโกดังเก็บของมาตลอด 8 ปี

สู่การค้นพบความบังเอิญที่ซ่อนอยู่

จากแผนที่โบราณยืนยันว่าบ้านหลังนี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเจ้าของคนแรกคือ ตระกูลอับดุลราฮิม ก่อนจะถูกขายให้กับคุณปู่อดัม  

“มีเอกสารเก่าเกี่ยวกับคุณปู่อดัมผู้ซื้อบ้านหลังนี้ว่า เขาเป็นคนอินเดียในบังคับของอังกฤษ เป็นกรรมกรอยู่ที่อินเดียแล้วหนีขึ้นเรือมาเพื่อจะไปตายเอาดาบหน้า คุณปู่อดัมมาซื้อบ้าน สร้างเนื้อสร้างตัวที่นี่ คล้ายกับคนจีนในสมัยรัชกาลที่ 6”

คุณป๊อกเล่าว่า คุณปู่อดัมแต่งงานกับคุณยายละม่อม ซึ่งทั้งคู่เป็นชาวมุสลิมและไม่มีลูก เมื่อคุณปู่อดัมเสีย คุณยายละม่อมจึงให้พี่ชายและภรรยาซึ่งมีลูกชายคือ คุณประยูร เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย โดยคุณยายละม่อมทั้งรักและเอ็นดูคุณประยูรเหมือนลูกแท้ๆ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

“ช่วงที่มีระเบิดลง กระจกในบ้านแตกพังเสียหาย ทั้งตระกูลเก็บสมบัติหนีลงเรือแล้วย้ายไปอยู่ที่ทุ่งบางกะปิ บ้านหลังนี้จึงถูกทิ้งร้างเอาไว้ ส่วนคุณประยูรก็ไปเจอกับภรรยาที่นู่น ทั้งคู่เป็นมุสลิมจากตระกูลที่ร่ำรวย แต่ความรักครั้งนี้เหมือนโรมิโอกับจูเลียต เพราะต่างนับถือคนละนิกายซึ่งไม่ลงรอยกันคือ นิกายชีอะห์ (Shiah) กับนิกายซุนนี (Sunni)”

แต่ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกัน คุณประยูรมีลูก 3 คน คนโตชื่อคุณประภาทิพย์ผู้เป็นเจ้าของบ้านคนปัจจุบัน และเรื่องบังเอิญอันน่าอัศจรรย์ของบ้านหลังนี้คือ ภรรยาของคุณประยูร เป็นลูกหลานของตระกูลอับดุลราฮิม เจ้าของคนแรกของบ้านหลังนี้

“วันที่รีโนเวตบ้านเสร็จ เราเชิญครอบครัวคุณประภาทิพย์มานอนที่นี่ เขาบอกว่าถือกรรมสิทธิ์มา 10 ปี ไม่ได้มานอนแม้แต่คืนเดียว เพราะสมัยก่อนเขาโตที่บางกะปิ เลยได้แต่มาเก็บค่าเช่า

“วันนั้นคุณประภาทิพย์พาคุณแม่เข้ามา ท่านอายุมากแล้วล่ะ คุณประภาทิพย์ก็กระซิบ แม่ดูสิ ดูบ้านนี้สิแม่ ฟังแล้วรู้สึกว่า เงินก็ซื้อไม่ได้ เราเห็นเขาแฮปปี้ เราก็แฮปปี้นะ ไอ้เรื่องเงินมันก็เรื่องหนึ่ง แต่ว่าไอ้เรื่องแฮปปี้มันก็อีกเรื่องหนึ่ง เรารู้สึกว่า ได้ทำแล้ว ได้ตอบสิ่งที่เราอยากทำแล้ว”  

ในฐานะคนฟัง แค่นึกภาพตามฉันยังรู้สึกใจเต้นขนาดนี้ แล้วคุณป๊อกผู้ค้นพบเรื่องราวอันน่าทึ่งทั้งหมดด้วยตัวเองจะรู้สึกตื่นเต้นขนาดไหน เพราะสิ่งที่คุณป๊อกทำไม่ใช่เพียงการรีโนเวตบ้านเก่า แต่ยังเป็นการรีโนเวตประวัติศาสตร์ของครอบครัวมุสลิมนี้อีกด้วย

เพราะโชคชะตา นำพาให้มาเจอกัน

นอกจากประวัติของบ้านที่เต็มไปด้วยความบังเอิญแล้ว ยังมีเรื่องราวระหว่างการรีโนเวตที่เรียกว่าเป็น ‘โชคชะตา’ อันเป็นที่มาของชื่อ ‘ชะตา คาเฟ่’ คาเฟ่เรือนกระจกสุดชิคในเขตรั้วเดียวกันกับโรงแรมแห่งนี้ด้วย

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

“พื้นที่ตรงนี้จริงๆ แล้วมันมีสังกะสีปิดอยู่หมดเลย เป็นโรงสังกะสีเก่าๆ ที่เอาไว้เก็บของ แต่พอเริ่มทำไปสักประมาณเดือนกว่าๆ ต้องเคลียร์พื้นที่เลยให้ช่างเก็บ เราก็เห็นกำแพง พวกเราเรียกว่ากำแพงลายวัว เลยบอกช่างว่า อย่าเพิ่งทำอะไร” คุณป๊อกชี้ไปที่กำแพงของคาเฟ่ซึ่งมีลวดลายสึกกร่อนไปเองตามกาลเวลา

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

“คือเราเป็นคนที่ชอบมีภาพลอยขึ้นมาในหัวว่า มันต้องเป็นอย่างนี้ ต้องเปิดร้านกาแฟ เห็นภาพขึ้นมาเลยว่าเป็นโต๊ะใหญ่ มีเรือนกระจกมาครอบ ต้องติดแอร์ เพราะคนจะได้ไม่ร้อน แล้วก็ฝั่งนั้นเป็นกระจก เพราะอยากให้คนเห็นแต่ไม่อยากให้คนจับ กลัวรากต้นไม้พวกนี้มันจะตายหมด”

ฉันไล่สายตาไปตามบริเวณกำแพงที่คุณป๊อกพูดถึง รากของต้นไม้ที่ซอกซอนไปมานั้นเป็นเหมือนศิลปะที่ธรรมชาติรังสรรค์ไว้อย่างลงตัว

เมื่อเริ่มต้นทำร้านกาแฟ โชคชะตาก็พาคุณป๊อกให้รู้จักกับผู้คนที่หลากหลาย รวมทั้ง คุณเต้ย ผู้ให้คำปรึกษาก่อนเปิดร้านกาแฟจนกลายมาเป็นบาริสต้าของ ‘ชะตา คาเฟ่’ จนถึงปัจจุบัน แม้กระทั่งลานจอดรถด้านข้างที่เกือบจะถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่อื่นหลายต่อหลายหน ก็ยังลงเอยด้วยการเป็นลานจอดรถอย่างที่คุณป๊อกหวังไว้พอดิบพอดี

๒ ๔ ๕ ๙

นอกจากชื่อโรงแรมที่ตั้งตามปีพุทธศักราชแล้ว คุณป๊อกยังนำตัวเลข ๒ ๔ ๕ ๙ มาใช้ตั้งชื่อแต่ละห้องในโรงแรมซึ่งมีทั้งหมด 4 ห้อง โดยชั้นแรกมีห้อง ๒ และ ๔ ชั้นสองมีห้อง ๕ และ ๙ ส่วนชั้นบนสุดเป็นดาดฟ้า  

แม้ว่าโจทย์ของการออกแบบคือ ทุกห้องจะต้องไม่เหมือนกัน ทั้งโทนสี เฟอร์นิเจอร์ และการตกแต่งที่ต้องให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป โดยคุณป๊อกไม่ได้นิยามความหมายของแต่ละโทนสีที่กำหนด แต่ทั้งหมดนี้กลับเป็นความแตกต่างอย่างลงตัว

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

๒ ห้องสีเขียวด้านหน้าสุดของอาคาร เพดานยังคงเป็นแบบเดิมที่สร้างมาพร้อมกับตัวบ้าน

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

๔ ห้องสีเทาซึ่งเป็นห้องเดียวที่มีสองเตียง เป็นเตียงโบราณขนาด 4 ฟุต และมีประวัติของบ้านติดไว้หน้าห้อง

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

๕ ห้องสีเหลืองสดใส ซึ่งราคาแพงที่สุด เพราะมีทั้งห้องนั่งเล่นและห้องนอน

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

๙ ห้องสีฟ้าซึ่งเป็นห้องเดียวที่ไม่มีอ่างอาบน้ำ แต่เป็นห้องที่คุณป๊อกชอบที่สุด เพราะทั้งสีสวยและมีการจัดองค์ประกอบของห้องได้อย่างพอดี รวมทั้งมีช่องระบายอากาศแบบโบราณ

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

ส่วนชั้นดาดฟ้า ถึงแม้จะมีวิวสวยและบรรยากาศดี แต่คุณป๊อกปฏิเสธการเปลี่ยนพื้นที่นี้เป็น Rooftop Bar ที่มีแอลกอฮอล์

ผมอยากให้มีกิจกรรม มีอะไร มารองรับเกื้อหนุนกับโรงแรมเท่านั้นเอง แต่ผมไม่ได้ต้องการให้มีบรรยากาศการสังสรรค์เมามาย ที่สำคัญ คุณกินอยู่บนดาดฟ้าซึ่งข้างล่างอาคารสองชั้นเป็นโรงแรมและข้างหลังเป็นวัด คุณป๊อกอธิบายถึงเหตุผลที่โรงแรมนี้มีนโยบายไม่จำหน่ายแอลกอฮอล์

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

ก่อร่างสร้างด้วยใจ

อีกจุดเด่นที่น่าประทับใจสำหรับทุกๆ ห้องในบ้านหลังนี้คือ ห้องน้ำ

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

“ห้องน้ำเนี่ยเรารับประกันได้ว่าสวยที่สุดบนเกาะรัตนโกสินทร์ เป็นหินอ่อนทั้งหมด ใช้อ่างอาบน้ำแบบยกขา เฉพาะระบบห้องน้ำอย่างเดียวใช้เวลา 4 เดือน เพราะจริงๆ ตัวเต็มไม่มีห้องน้ำ ต้องเข้าใจก่อนว่า 100 ปีที่แล้วระบบส้วมซึมยังไม่เข้ามาถึงเมืองไทย การทำพวกระบบน้ำ ระบบไฟ จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ว่า ทำยังไงให้กระทบกระเทือนน้อยที่สุด”

ความยากของการรีโนเวต นอกจากห้องน้ำยังมีทั้งประตู หน้าต่าง หรือโครงสร้างที่ยังใช้ได้ ซึ่งต้องพยายามรักษาไว้ให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ผู้เข้าพักสัมผัสถึงกลิ่นอายในยุคสมัยรัชกาลที่ 6 ได้อย่างเต็มที่ แม้กระทั่งส่วนที่ทำใหม่ก็ตั้งใจให้กลมกลืนกับสิ่งที่มีอยู่เดิม เช่น กระเบื้องในห้อง ๒ ที่สั่งทำใหม่เลียนแบบลายเดิม

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราชBAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

คุณป๊อกทำงานร่วมกับสถาปนิกและนักออกแบบทุกขั้นตอน เลือกสรรเฟอร์นิเจอร์โบราณจากที่ต่างๆ แม้กระทั่งเรื่องละเอียดยิบย่อยอย่างรองเท้าในแต่ละห้อง จะเห็นว่าเป็นรองเท้าสานสีน้ำตาลน่ารักซึ่งต้องสั่งทำเฉพาะ เนื่องจากเป็นทรงทำยากที่ร้านจึงไม่ค่อยทำขาย

พิเศษ ใส่ใจ

นอกจากเรื่องการออกแบบตกแต่ง ความพิเศษของที่นี่อย่างแรกคือ ความใส่ใจลูกค้า

“อยู่กับเราคุณต้องไม่โดนโกง อยากไปไหนบอกเดี๋ยวเรียกแท็กซี่ เรียกรถตู้ให้ คุณก็ไปจ่ายกับเขาโดยตรงไม่ต้องมาให้อะไรเรา แต่แน่นอนว่ารถตู้ที่ดีลกับเราต้องไม่ชาร์จลูกค้า เพราะเราเดินทางเยอะ เคยโดนอย่างนั้นมาก็เลยรู้สึกว่าไม่ใช่ มนุษย์ไม่สมควรทำด้วยกันอย่างนี้ เรารู้สึกว่าถ้าคุณมา เราก็ดูแลคุณเต็มที่”

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

อย่างที่สองคือ มีห้องรับประทานอาหารอยู่บนชั้นสอง ซึ่งเดิมเสิร์ฟอาหารแบบท้องถิ่น เช่น โจ๊กสามย่าน แต่มีปัญหาร้านปิดในช่วงเทศกาลจึงต้องเริ่มเปิดครัว คุณป๊อกเล่าว่า ไม่อยากทำไข่ดาว แฮม ขนมปัง เหมือนอาหารเช้าในโรงแรมทั่วไป บวกกับการเป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้ว จึงเกิดเมนูไข่กระทะแบบฉบับของคุณป๊อกขึ้นมา เพราะไข่กระทะเป็นเมนูที่มีแค่ในประเทศไทย

“ทุกเมนูที่เป็นอาหารผมทำเองก่อนทุกอย่าง ผมเริ่มเอง คิดเมนูขึ้นมาเอง แล้วก็ไปสอนแม่ครัวทำ”

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

นอกจากเมนูแสนพิเศษแล้ว การรับประทานมื้อเช้าบนชั้นสองยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกที่ไม่ใช่ภาพตึกแบบที่เห็นจากโรงแรมทั่วไป หากแต่เป็นภาพวัดวาอาราม ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในสมัยก่อน

เมื่อละสายตาจากทิวทัศน์ภายนอก จะเห็นผนังอีกฝั่งที่ติดกับบันได คล้ายกับแกลเลอรี่ขนาดย่อมซึ่งเต็มไปด้วยพระบรมฉายาลักษณ์และพระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 อีกด้วย

BAAN ๒๔๕๙ Heritage Boutique Hotel, โรงแรม, เยาวราช

สงบใจในความวุ่นวาย และสัมผัสบรรยากาศชุมชนเก่า

“ภาพคือคุณต้องลืมตาตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วคิดว่า คุณอยู่ที่ไหนเนี่ย อยู่ยุคไหนกันแน่ ภาพที่เราอยากสื่อออกไปมันประมาณนี้ อยากให้เขาดื่มด่ำกับสภาพแวดล้อมแถวนี้ เพราะจริงๆ แล้วชุมชนพาดสายเป็นชุมชนที่เก่าไม่แพ้ใคร”

คุณป๊อกเล่าความตั้งใจหนึ่งของการสร้างโรมแรมแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหลีกหนีความวุ่นวายและได้สัมผัสบรรยากาศของชุมชนพาดสายซึ่งรายล้อมไปด้วยวัฒนธรรมหลากหลาย ที่มีทั้งมัสยิด วัดไทย และวัดจีน อยู่รวมกันในชุมชน

“การทำสิ่งนี้ทำให้เรารู้ อย่างน้อยเราก็เริ่มมีประสบการณ์ว่า อะไรถูก อะไรควร อะไรน่าทำ ยิ่งทำแล้วรู้สึกหัวใจพองโต มันเหนื่อยนะ แต่ตื่นเช้ามาแล้วอยากมาที่นี่ อยากมาคุยกับคนนู้นคนนี้ ไม่เหมือนอีกธุรกิจหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ” คุณป๊อกบอกกับเราด้วยรอยยิ้มและแววตาเปี่ยมสุข

ความรู้สึกเหมือนเป็นหญิงสาวในละครพีเรียดกลับมาอีกครั้ง เหมือนว่านี่เป็นฉากที่ฉันมาเยี่ยมบ้านคุณปู่และได้นั่งฟังเรื่องราวความบังเอิญแสนประทับใจ

ก่อนจะก้าวออกจากประตูสีน้ำตาลบานเก่า ฉันหันกลับไปมองสถาปัตยกรรมโคโลเนียลสีเหลืองอ่อนที่ซ่อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ของครอบครัวมุสลิมไว้ ท่ามกลางความวุ่นวาย และกลิ่นอายความเป็นไทยเชื้อสายจีนของเยาวราช

อาคารแห่งนี้เหมือนกำลังเฝ้ารอผู้คนที่ต้องการพักปัจจุบันอันแสนวุ่นวาย ให้เข้ามาสัมผัสอดีตแสนมหัศจรรย์และบรรยากาศอบอุ่นของโรงแรมที่สร้างขึ้นด้วยหัวใจแบบที่ฉันได้มาสัมผัสในวันนี้

ภาพ มณีนุช บุญเรือง   และ นัทธมน แก้วแป้นผา

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load