The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ลมจากเมืองกรุงหอบเรามาใช้ชีวิต Eco Living ที่ ‘The Motifs Eco Hotel’ โรงแรมน้องใหม่แห่งจันทบุรี 

อาคารปูนสีขาวแซมไม้เก่าสีน้ำตาลตรงหน้ามอบความอบอุ่นตั้งแต่แรกเห็น ไม่นับความสบายตาของต้นไม้สีเขียวที่ผ่อนคลายชวนตบเท้าเข้าเอนกาย เมื่อ 60 ปีก่อน พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นบ้านเลขที่ 1 ของ คุณยายวิสาขะ โกศล

จากบ้านไม้เก่าล้อมด้วยรั้วพู่ระหงของครอบครัวข้าราชการ ถูกแปลงโฉมเป็นที่พักสีเขียวด้วยแนวคิดของ ดาว-ไอยรีลดา จิรโชคชยานันทร์ สาวชลบุรีที่กลายมาเป็นสะใภ้เมืองจันท์ เบื้องหลังเธอเคยคลุกคลีและได้รับโอกาสในการทำงานสาย MICE (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions)

“เราผ่านการทำงานระดับนั้นมาแล้ว สิ่งที่ต้องมีคือ Can do Attitude สิ่งนั้นตอบแทนเราตรงๆ พอเราทำมันบนพื้นฐานของความสุขและแพสชัน ประสบการณ์ทั้งหมดที่สั่งสอนเรา มันใช้ได้จริงและเป็นมุมมองที่กว้างมาก”

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

แม้ The Motifs Eco Hotel จะเปิดมาเพียง 3 เดือนเศษ แต่แผนการอนุรักษ์พื้นที่ถูกคิดมาก่อนหน้านั้นถึง 2 ปี เธอเริ่มตั้งแต่ศึกษาความเป็นไปได้ของพื้นที่ และเห็นโอกาสว่าจังหวัดจันทบุรียังไม่มีที่พักสำหรับสายอีโค่ เมื่อตกตะกอนความคิดก็ตระเวนนอนตามโรงแรมเพื่อมองหาจุดอ่อนทางธุรกิจ ออกตามหาสถาปนิกที่มีหัวใจและแนวทางเดียวกัน จนลงเอยที่ ECO Architect สตูดิโอออกแบบจากจังหวัดภูเก็ต ภายใต้ฝีมือการสร้างสรรค์ของ แก้ว-คำรน สุทธิ 

ที่พักแห่งนี้นำเสนอจันทบุรีด้วยคอนเซ็ปต์ #โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ 

ซึ่งสอดคล้องกับความเป็นไปได้ของเมืองจันท์ที่จะถูกดันให้เป็น ‘ปอดของตะวันออก’ ที่สำคัญ ไม่เพียงแค่มีลมหายใจเดียวกันกับธรรมชาติ แต่ยังเป็นลมหายใจเดียวกันกับชุมชนละแวกนั้นด้วย 

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ

“เราคุยกับสถาปนิกสิบเจ้า แล้วคัดเหลือสามเจ้า สุดท้ายไม่มีเจ้าไหนที่เข้ากันได้นอกจาก ECO Architect เขามาจากภูเก็ต และชินกับภูมิอากาศฝนแปดแดดสี่เหมือนจันทบุรี เราเชื่อในตัวเขาว่าจะต้องรังสรรค์อะไรสักอย่างให้เราได้ ที่สำคัญเขาเข้าใจสภาวะอากาศของที่นี่เป็นอย่างดี แล้วเขามีแฮชแท็กของตัวเองว่า บ้านที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ แต่ของเราเป็นโรงแรมที่มีคอนเซ็ปต์เดียวกัน เลยขอใช้แฮชแท็กเดียวกับเขา เป็น โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ”

ECO Architect เป็นนักสร้างบ้านที่คำนึงถึงการอยู่ร่วมกับธรรมชาติเป็นสำคัญ นั่นเป็นสิ่งที่ตรงใจดาว 

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี
The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

จึงไม่แปลกใจหากเจ้าบ้านยกให้สายฝน แสงเงา และสายลม เป็นพระนางของที่นี่ ซึ่งการออกแบบที่หายใจร่วมกับธรรมชาติยังเป็นการสร้างต้นแบบ Eco Living ที่เกิดขึ้นและใช้ได้จริง แล้วก็แทบไม่ต้องเปิดไฟ ทั้งทางเดิน ตัวอาคาร และล็อบบี้ เพราะสถาปนิกออกแบบให้แสงแดดส่องถึงทั่วบริเวณ ส่วนห้องพักก็มีหน้าต่างมากถึง 3 ด้าน แน่นอนว่าถลุงงบก่อสร้างให้บานปลาย แต่ดาวยืนยันว่าคุ้มชัวร์ในระยะยาว และแขกก็ปลื้มมาก! จนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘อยู่สบาย’ จนลืมว่าต้องเปิดแอร์ไปเลย เธอกระซิบว่าการออกแบบที่คิดมาอย่างดีช่วยลดค่าใช้จ่ายบางส่วนมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งที่นี่ออกแบบโดยเคารพพื้นที่เดิม มีการใช้ไม้จากบ้านหลังเก่ามาประกอบทั่วโรงแรม 

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

บรรยากาศก็เงียบสงบแม้สถานที่จะตั้งอยู่ละแวกชุมชน และอีกจุดขายที่ดาวตั้งใจคือ ‘อยากให้คนเที่ยวจันท์หน้าฝน’ เพราะฤดูฝนกับจันทบุรีเป็นของคู่กัน ทั้งยังเปิดมุมมองประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยวด้วย พอสถาปนิกได้ฟังความตั้งใจ ก็จัดให้ด้วยการออกแบบตัวอาคารที่ทิ้งโซ่ลงมาจากหลังคาแทนท่อ ยามฝนโปรยปรายผ่านโซ่ที่เรียงกัน แขกจะเห็นสายฝนกำลังเต้นระบำ และหยาดฝนก็เป็นเหมือนคนสวนที่คอยรดน้ำให้ต้นไม้ที่นี่ออกดอกออกผลงอกงาม

ห้องพักที่เข้าใจมนุษย์และพึ่งพาธรรมชาติ

จากการออกตามล่า Pain Point ของธุรกิจโรงแรม เพื่อไขข้อสงสัยว่านักเดินทางต้องการอะไร ดาวก็พบปัญหาเรื่องตำแหน่งแอร์ เช่น นอนแล้วแอร์เป่าหัว นักออกแบบแก้ปัญหาด้วยการติดแอร์บริเวณ Foyer พร้อมแนะทริคให้อยู่สบาย ไม่ร้อนจนเหงื่อซึม แอร์เย็นสบายตลอดเวลา แถมอากาศเย็นๆ ของเมืองจันท์ ทำให้แขกเลือกเปิดหน้าต่างมากกว่าพึ่งเครื่องปรับอากาศ ก็ช่วยเจ้าบ้านประหยัดไฟได้อีกนิด

ด้วยพื้นที่จำกัดของห้องพัก สถาปนิกเลือกยกฐานเตียงด้วยปูนแล้ววางทับด้วยฟูก เพื่อช่วยให้ห้องโปร่งโล่ง คนไม่ชอบความอึดอัดถูกใจสิ่งนี้ แล้วที่นี่ก็ไม่มีโทรศัพท์ในห้องพัก เพื่อลดในสิ่งที่อาจไม่จำเป็นและใช้ในสิ่งที่ทุกคนมีอยู่แล้ว คือ โทรศัพท์มือถือ จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีสแกน QR code คุยผ่านทาง [email protected] และโทรติดต่อกับแขกแทน

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี
The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

อีกปัญหาที่แก้มาเพื่อคนรักการแต่งหน้า ดาวเห็นว่าไฟห้องน้ำมักเป็นสีเหลือง เวลาแต่งหน้าออกมาแล้วสีบนใบหน้าจะผิดเพี้ยนจากสีจริง เธอเลือกติดตั้งกระจกในบริเวณที่รับแสงธรรมชาติได้ เพื่อขจัดปัญหาให้สายบิวตี้

ห้องพักมีให้เลือกนอนทั้งหมด 4 แบบ หนึ่ง Green Traveller ห้องน้องเล็กขนาด 20 ตารางเมตร เน้นความเรียบง่าย นอนสบาย แสงเช้าโผล่มาทักทายได้ แถมที่วางของตรงปลายเตียงก็ดึงออกมาเป็นโต๊ะทำงานได้ด้วย สอง Green Studio เพิ่มเติมระเบียงและเดย์เบดดูดวิญญาณ ดาวเลือกใช้เดย์เบดเพราะปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ หากมีลูกค้าท่านที่ 3 มาพักด้วยกัน เพียงเอาผ้าลินินหุ้มบนฟูกก็ใช้งานได้เลย ช่วยประหยัดพลังงานคุณแม่บ้านด้วย สาม Green Deluxe และสี่ Green Corner ห้องสองประเภทที่ขายดีที่สุด มีจุดขายคืออ่างอาบน้ำแช่เพลินๆ

เธอว่าห้องสองประเภทสุดท้ายทำเอานักนอนเที่ยวไม่อยากออกไปไหน ขอขลุกอยู่แต่ในห้อง

ผลิตภัณฑ์ในห้องพักส่วนใหญ่ก็เป็นแบบ Eco Friendly อย่างผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำจะเป็นขวดปั๊มที่เติมสบู่-แชมพู ได้หากใช้งานหมด เพราะเธอใส่ใจ อยากให้ข้าวของเครื่องใช้มีมาตรฐานเดียวกับโรงแรมระดับ 5 ดาวไปพร้อมกับการลดขยะ และยังพึ่งพาความงามของธรรมชาติจากดอกไม้สารพัดสีที่โรงแรมปลูกมาประดับลงแจกันใบน้อยๆ

หากสังเกตจะมีใบเตยหั่นจิ๋วแบ่งใส่จานกระจายตามจุดในโรงแรมช่วยเติมความหอมสดชื่นด้วย 

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

โรงแรมที่เป็นหนึ่งเดียวกับชุมชน

Eco Living ไม่ได้ตั้งไว้เพียงแค่คอนเซ็ปต์ แต่เธออยากร่วมงานกับคนที่มีดีเอ็นเอเดียวกัน อย่างการเลือกพนักงาน ดาวพยายามเลือกที่มายด์เซ็ตก่อนเป็นอันดับแรก ต้องมีความคิดรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พนักงานที่นี่จึงมองเห็นและเข้าใจ Energy Saving Plan ของโรงแรมทันที ความน่ารักอีกอย่างคือ เวลาเห็นแขกหิ้วกระเป๋าขนาดไม่หนักมาก พนักงานจะอาสาชวนแขกขึ้นบันไดไปส่งถึงหน้าห้อง ระหว่างทางก็เล่าเรื่องราวของโรงแรมให้แขกฟังไปพลาง

นอกจากพนักงานเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ชุมชนรอบข้างก็สำคัญไม่แพ้กัน 

“Sharing Economy เป็นสิ่งที่เราตั้งใจให้เกิดขึ้นหลังจากทำโรงแรมนี้ขึ้นมา” เจ้าบ้านเกริ่น

โรงแรมสนับสนุนชุมชนตั้งแต่วัสดุตกแต่งภายในยันกิจการร้านอาหารท้องถิ่น

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

“วัสดุในโรงแรมเราใช้วัสดุชุมชนค่ะ เสื่อได้มาจากชุมชนบ้างสระเก้า เขายิ้มกว้างมากวันที่เขาทอเสร็จแล้วเราเอามาติดโชว์บนห้อง ‘นี่เสื่อของป้าไก่นะ ถ้าลูกค้าชอบเราจะช่วยขายให้’ เสื่อของป้าไก่เป็นเสื่อปอ ดูดซับความชื้นและทำความสะอาดได้ง่าย เราเข้าใจงานคราฟต์นะว่าราคาค่อนข้างสูง แต่พอเห็นเขาทำ เรารู้สึกคุ้มค่ามาก”

เสื่อจันทบูรขึ้นชื่อลือชา ละเอียดเนี๊ยบและคงทน จนมีนักออกแบบมาพัฒนางานร่วมกับชุมชนจนผลิตภัณฑ์สวยงามน่าสนับสนุน ไม่เพียงแค่เมืองจันท์ ดาวยังอุดหนุนงานคราฟต์จากภาคเหนือมาประดับพื้นที่ด้วย

“แล้วก็มีอาหารท้องถิ่นจากชุมชน อย่างอาหารเช้า เราพาร์ตเนอร์กับร้านข้าวต้มจันทบูร อนาคตกำลังจะร่วมมือกันทำ Afternoon Tea กับร้านหอมรัญจวน และ Coffee Break ก็ดีลกับร้านกาแฟเจ๋งๆ ร้านหนึ่งที่เขาเน้นคุณภาพ และเขาแฮปปี้ที่ได้ร่วมงานกับเรา พอเป็นแบบนี้ก็ค่อนข้างยั่งยืนนะคะ เหมือนว่ามีวัตถุดิบอยู่ใกล้ตัว เขาแนะนำเรา เราแนะนำเขา ซึ่งมันไม่เกิด Food Waste จนเกินไป ไม่ต้องจ้างเชฟมาทำทุกอย่าง ถ้าเราดีลกับผู้เชี่ยวชาญ (ชุมชน) ได้เอง” ดาวเล่าใจความสำคัญ

เหตุผลที่โรงแรมฉบับอีโค่แห่งนี้เลือกเสิร์ฟ Afternoon Tea แทนเมนูคาเฟอีน เพราะไม่อยากเป็นคู่แข่งกับคาเฟ่บ้านใกล้เรือนเคียง และดาวเชื่อว่าทุกร้านพรีเมี่ยมในตัวเอง เธอจึงเลือกเป็นมิตรในเส้นทางที่แตกต่าง

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

ดาวมักแนะนำแขกให้เดินสำรวจเพื่อนบ้านรอบชุมชนริมน้ำจันทบูร ย่านเก่าแก่อายุมากกว่า 100 ปี ของจันทบุรี มีทั้งร้านรวงท้องถิ่น ตลาดค้าพลอย จนถึงโบสถ์ริมน้ำ ถ้ามีเวลาเหลืออีกนิด เธออยากให้คุณแวะ ‘ชุมชนขนมแปลก’ ขับรถเพียง 10 นาทีจากที่พัก ถ้าคุณเป็นสายประวัติศาสตร์ต้องเยือนหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี

“เราภูมิใจกับหอจดหมายเหตุฯ มาก มีพื้นที่นิทรรศการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อยู่ตรงนั้นก็ใช้เวลาเกือบครึ่งวันแล้วค่ะ” เธอเล่าพลางหัวเราะ “หลังจากนั้นก็เดินไปไหว้ศาลหลักเมือง ไหว้พระเจ้าตาก ที่อยู่ในบริเวณเดียวกันได้ หรือขับรถไปเที่ยวที่อู่ต่อเรือพระเจ้าตากด้วยก็ได้ค่ะ ซึ่งข้อมูลพวกนี้ เราจะให้ Front Office คอยช่วยแนะนำแขกและสังเกตว่าเขาเป็นสายไหน เช่น Cafe Hopper ก็เหมาะเลย ถ้าเดินผ่านโรงแรมเรา จะเจอร้านกาแฟราวๆ ห้าร้าน”

พอเราตั้งคำถามว่า ‘การที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม สำคัญกับธุรกิจยังไง’ เธอก็ให้คำตอบ

“อีกห้าปี สิบปี เราจะเข้าสู่ช่วง Sustainable ตอนนี้ถ้าเซอร์วิสเราอยู่ได้อย่างยั่งยืน มันก็จะซัพพอร์ตกันเองยาวๆ อย่างช่วงโควิด-19 มันสอนเราหลายอย่าง เราไม่ต้องเก่งทุกอย่างก็ได้นะ เราไม่ต้องแบกทุกอย่างเพื่อให้ธุรกิจรอด แต่การ Source ของจากชุมชนจะทำให้ทุกคนอยู่ได้ เราได้มิตรภาพในแง่ของธุรกิจที่เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน มีการแนะนำบอกต่อลูกค้าด้วยความจริงใจ เราเชื่อว่าที่เราอยู่รอดได้ก็มาจากความช่วยเหลือของชุมชนเหมือนกัน”

The Motifs Eco Hotel ให้และรับไปพร้อมๆ กัน โดยตั้งใจเดินหน้าโดยมีชุมชนเคียงข้าง

มื้ออาหารที่ใส่ใจคุณและโลก

นอกจากนอนพักให้อิ่มใจ ที่นี่ยังมี Co-working Space และ ร้านอาหาร Gingerbread ให้อิ่มเอมด้วย

“Co-working Space ที่นี่ไม่ใช่แบบ Photogenic นะคะ แต่เป็นสถานที่ที่เอาไว้ทำงานเงียบๆ เพราะเราเห็นเมืองจันท์มีคาเฟ่ค่อนข้างเยอะ แต่ยังไม่มีพื้นที่สำหรับเจนเอ็กซ์ เจนวาย เอาไว้คุยงาน คนที่ไม่ได้พักก็ใช้งานได้

“ส่วนเรื่องอาหาร เราแพลนจะทำ All About Toast ง่ายๆ เน้นเมนูเพื่อสุขภาพ แล้วก็จะบอกแคลอรี่ บอกค่าโปรตีน ค่าคาร์โบไฮเดรต เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสายสุขภาพที่กำลังควบคุมพลังงานด้วยค่ะ”

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

ร้านอาหารขนมปังขิงนำเสนอในรูปแบบ All-day Breakfast มีเมนูอาหารเช้าและเมนูสุขภาพให้เลือกหลากหลาย หากมานอนพักช่วงนี้จะได้ลิ้มรสอาหารเช้าทานง่ายสบายท้อง อย่างข้าวต้มจันทบูร ปาท่องโก๋พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด พ่วงด้วยน้ำมะปี๊ดสดชื่นซาบซ่า ซึ่งมาจากร้านอาหารและวัตถุดิบท้องถิ่น สลัด และผลไม้สดจากเมืองจันท์

แน่นอนว่าธุรกิจโรงแรมพ่วงร้านอาหารย่อมเกิดขยะเศษอาหารจากการกินไม่หมด ซึ่งดาวมองว่าการอุดหนุนอาหารท้องถิ่นจากชุมชนก็เป็นส่วนหนึ่งในการลด Food Waste แถมช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดการอาหารด้วย และเธอก็เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ทางเลือกที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เป็นมิตรและไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

“โชดดีที่ F&B ของที่นี่ค่อนข้างน่ารักค่ะ เวลาเราจะเลือกลงเมนูอาหารอะไร เขาจะคอยช่วยดูว่าเมนูนั้นใช้ส่วนผสมหลักด้วยกันได้หรือเปล่า ช่วยแตกไลน์ส่วนผสมหลักให้เป็นเมนูย่อย ซึ่งทำให้เราเหลือ Waste น้อยมาก

“ต้องออกตัวก่อนว่าร้านอาหารเราเพิ่งเปิดมาสามอาทิตย์ ซึ่งยังไม่ Zero Waste ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เรามองว่าการลด Food Waste ต้องทำให้ง่ายและใช้งานได้จริง ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าจะต้องทำเยอะ ทำน้อยแต่ดี ก็ทำได้ ไม่เกินตัวหรือเกินกำลังของเรา เพียงแต่ต้องคิดสักหนึ่งถึงสามตลบว่าของเหลือที่มันเกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์กับใครบ้าง อย่างเปลือกไข่ อาจมีคนต้องการเอาไปทำปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งตอนนี้เรากำลังอยู่ในกระบวนการค่ะ มีการจูงใจพนักงานให้แยกขยะ 

“มีเครื่องย่อยอาหารให้เป็นปุ๋ย พอเป็นปุ๋ยก็ตั้งใจว่าจะแบ่งให้แขกเอากลับบ้านหลังเช็กเอาต์ อนาคตอาจให้แขกช่วยใส่ปุ๋ยให้พืชผักที่เรากำลังจะปลูก แล้วก็มีตะกร้าให้เก็บผักมาทำสลัดของตัวเอง ส่วนขวดพลาสติก คิดไว้ว่าจะร่วมกับมหาวิทยาลัยที่เขาคิดค้นเครื่องที่เปลี่ยนขวดพลาสติกให้เป็นเงินได้ มาติดตั้งไว้ในพื้นที่” ดาวเล่าความมุ่งมั่น

The Motifs Eco Hotel กำลังเริ่มต้นเป็นมิตรกับโลกให้ได้ในทุกมิติเพื่อความยั่งยืนในอนาคต

การเดินทางที่แสนพิเศษ

โรงแรมแห่งนี้แจ้งเกิดหลังสถานการณ์โควิด-19 เราอดไม่ได้ที่จะถามถึงวิกฤตของธุรกิจท่องเที่ยว

“The Motifs  Eco Hotel รอดได้เพราะคนจันท์” เราชะงักกับคำตอบ ก่อนเธอจะอธิบายต่อ “ตั้งแต่โรงแรมเปิด คนจันท์ก็ให้ความสนใจ เขาคงคิดว่าเป็นของแปลกใหม่ แล้วตอนสร้างเราก็ไม่ได้เบียดเบียนใคร ไม่ได้เบียดเบียนธรรมชาติ เราเดินถามเพื่อนบ้านว่าโอเคมั้ย ขอโทษนะคะถ้าเสียงดัง อีกอย่างสถาปนิกวางงานระบบให้เราไม่เอาเปรียบคนอื่นด้วย

“พอเรากลับมาดู Analysis ในแฟนเพจ ก็พบว่าคนจันท์เยอะกว่าคนกรุงเทพฯ นิดหน่อย ซึ่งเป็นตัวเลขที่เราเซอร์ไพรส์ ถือว่า Brand Awareness สำหรับ Local เกินคาดมากค่ะ เพราะคนจันท์มาเปลี่ยนที่นอนเยอะ แล้วเราก็ได้ลูกค้าคนจันท์ที่ช่วยแนะนำให้เพื่อนหรือแขกบ้านแขกเมืองของเขามาพักที่เรา” ดาวเล่าด้วยน้ำเสียงดีใจ

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

ด้วยดาวอยู่ในสายงานโรงแรมมานับสิบปี เราจึงชวนเธอแบ่งปันโอกาสที่จะรอดในวิกฤตนี้

“มุมมองของเราคิดว่า Sharing Economy คือทางรอดของธุรกิจ และผู้ประกอบการต้องคิดนอกกรอบมากขึ้น ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของตัวเองให้มากที่สุด โดยไม่ลืมตัวตนและเสน่ห์ของตัวเอง อย่างที่นี่เราขายประสบการณ์และเราอยากให้เป็นมากกว่าที่พัก ลานจอดรถก็อาจจะเป็นสถานที่จัดอีเวนต์ ตลาดออร์แกนิก แปลงผัก ลานโยคะ”

ซึ่งเราเห็นด้วยว่า ‘ตัวตน’ คือสิ่งสำคัญ ที่จะพาผู้ประกอบการเดินหน้าต่ออย่างกล้าหาญ

และไม่ลืม ‘ตัวตน’ ที่จะส่งต่อให้ถึงใจแขกต่างถิ่นผู้มาเยือนเช่นกัน

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

“ความจริง The Motifs มีสองความหมายค่ะ ความหมายโดยตรงแปลว่าแม่แบบ ซึ่งเราแสดงออกผ่านงานสถาปัตยกรรม โดยใช้ Gingerbread (ลายขนมปังขิง) ลายแม่แบบของชุมชนริมน้ำจันทบูรเป็นตัวสื่อสาร ส่วนความหมายโดยนัย เราอยากเป็นแม่แบบของโรงแรมด้านอีโค่ เราอยากให้คนรู้จักความเป็นอีโค่มากขึ้นผ่านการมาพัก ซึ่งลูกค้าหลายคนก็เอ็นจอยกับภาวะอยู่สบาย ไม่ต้องเปิดแอร์ก็อยู่ได้ แถมการอยู่ร่วมกับธรรมชาติก็เป็นเรื่องง่ายมากเลย

“หลายคนมักจะบอกว่าสิ่งที่ยากที่สุดของการทำโรงแรมคือการก่อสร้าง แต่สำหรับเรามองว่า การทำโรงแรมให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน นั่นคือสิ่งที่ยากที่สุด เป็นความท้าทายและเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างยาวนาน”

การเดินทางกำลังเริ่มต้น ผู้คนส่งเสียงกู่ร้องด้วยความยินดี ทั้งชาวจันทบุรีและเพื่อนบ้านใกล้เคียง

เรามั่นใจว่า The Motifs Eco Hotel จะเดินด้วยก้าวเล็กๆ ที่มั่นคงจนถึงปลายทาง

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

The Motifs Eco Hotel

ที่ตั้ง : 15 ซอยท่าแฉลบ 1 ถนนท่าแฉลบ ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 3465 5353

Facebook : @themotifsecohotel

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ปริญญา ชัยสิทธิ์

จบอักษรฯ ทำงานสายพัฒนา Digital platform - เชื่อว่าการมีอะไรที่ไม่สมบูรณ์แบบบ้าง เป็นเรื่องน่ารัก

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Sivatel Bangkok คือกรีนโฮเทลกลางป่าคอนกรีตย่านเพลินจิต

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากอากงผู้มองกว้างของ หนิง-อลิสรา ศิวยาธร CEO คนปัจจุบัน ผู้เห็นโอกาสจากการท่องเที่ยวที่กำลังขยายตัวมากขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน อาคารมิกซ์ยูสสูง 32 ชั้นใจกลางเมืองแบ่งเป็นสำนักงาน อพาร์ตเมนต์ และโรงแรม จึงเติบโตขึ้นแทนที่พักขนาดเล็ก ซึ่งเป็นธุรกิจเดิมของครอบครัวที่สร้างอยู่ก่อน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

“อากงมองว่าธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรมเป็นธุรกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อม การที่เราใช้ชีวิต ก็ต้องใช้ไฟ ใช้แอร์ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของขยะ เรากินเยอะมันก็มีขยะเยอะ เขาก็มองว่านักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทย ไม่ได้มาแค่ช้อปปิ้ง ยิ่งนักท่องเที่ยวเยอะ ยิ่งสร้างขยะ ยิ่งทำลายสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เราจะทำธุรกิจ ก็ควรจะทำแบบมีความรับผิดชอบ คำว่ากรีนเลยอยู่ในดีเอ็นเอของ Sivatel มาตั้งแต่ต้น” หนิงพาย้อนไปดูที่มาที่ไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน

แนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมถูกวางให้เป็นเข็มทิศนำทางธุรกิจตั้งแต่ต้น 

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

เมื่อวันที่หนิง ทายาทรุ่นที่ 3 ได้รับคิวต้องเข้ามารับไม้ผลัด เป็นตัวแทนของครอบครัวพาธุรกิจนี้วิ่งต่อ จึงเป็นการทำงานที่ง่ายและไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปจากเจตนารมณ์เดิมของผู้บริหารรุ่นก่อนมากนัก

แต่สิ่งที่หัวเรือคนใหม่ลงมือปรุงให้ชัดเจนและลึกขึ้น คือ Brand Purpose หรือจุดมุ่งหมายของแบรนด์ จากโรงแรมที่มีแนวคิดประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สู่การเป็น Sustainable Boutique Hotel โรงแรมที่ใส่ใจความยั่งยืน เคารพต่อธรรมชาติในทุกกิจกรรม เช่น นำเสนออาหารปลอดภัยให้กับลูกค้า และเน้นการทำงานร่วมกับชุมชน รวมถึงการจัดการขยะภายในโรงแรม

The Cloud ได้มีโอกาสพูดคุยกับหนิงมาแล้วเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ถึงเคล็ดลับของการดำเนินธุรกิจ ตอนนั้นหนิงเพิ่งจบคอร์ส พอแล้วดี The Creator ได้ไม่นาน วันนี้น่าสนใจว่า Sivatel มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงใหม่ ดอกผลที่ได้รับผลิบานมากน้อยเพียงไร การลดขยะประเภทต่างๆ คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว และเหตุใดโรงแรมใหญ่ใจกลางเมืองแบบนี้ถึงเลือกโน้มตัวให้อยู่ใกล้กับท้องถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆ

ไปฟังด้วยกัน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

จากชุมชนสู่คนเมือง

ข้าวกล้องและผักปลอดสารจากไร่รื่นรมย์ จังหวัดเชียงราย ข้าวหอมมะลิจากเกษตรกรทัพไทย จังหวัดสุรินทร์ หมูหลุมอินทรีย์จากฟาร์มในราชบุรี ไก่อารมณ์ดีที่เลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติ จากแทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์มที่นครปฐม ฯลฯ สังเกตว่าวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคเหล่านี้ ล้วนมาจากต่างภูมิภาค

หนิงเต็มใจให้โรงแรมกลางเมืองนี้เป็นพื้นที่สังสรรค์กันระหว่างชุมชนกับคนเมือง ร่นระยะทางจากฟาร์มทั่วไทยส่งตรงสู่กรุงเทพฯ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น 

“จริงๆ ต้องบอกว่านี่คือสิ่งที่ธุรกิจใช้เวลาทำงานมาสองสามปีแล้ว ซึ่งหลังจากนี้เป็นเวลาที่เราต้องการสื่อสาร เพราะคนคิดว่าออร์แกนิกจะเป็นแค่เรื่อง Healthy แต่สำหรับเรามันคือ Safety ด้วย อย่างข้าวกะเพรา เราใช้ข้าวออร์แกนิก หมูหลุมอินทรีย์ ไข่ไก่จากแทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม ส่วนกะเพราก็ปลูกเอง ในที่นี้คือปลอดสารเคมีแล้ว เป็นออร์แกนิกแล้ว มันคือเมนูที่เรากินได้ทุกวันในชีวิตประจำวัน” หนิงยกตัวอย่างเมนูง่ายๆ ที่หากินได้ทั่วไป แต่ยากที่จะมีใครทำโดยเลือกใช้วัตถุดิบอินทรีย์ทุกองค์ประกอบในจาน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

จากที่เคยเห็นมา สรรพสินค้าใดๆ เมื่อมีออร์แกนิกต่อท้าย ราคาของผลิตภัณฑ์นั้นก็จะสูงตามไปด้วย หนิงไม่ปฏิเสธในจุดนี้ แต่ชวนเราคิดตามว่า ด้วยคุณภาพของวัตถุดิบออร์แกนิก จึงทำให้ปริมาณการใช้น้อยลงกว่าของตามท้องตลาด สุดท้ายเมื่อนำมาคิดค่าใช้จ่ายก็ถือว่าราคาสูงกว่ากันไม่มากนัก แถมยังได้ออกมาเป็นอาหารที่ปลอดภัยกับคนกิน และสิ่งที่เราคิดไม่ถึง คือบางอย่างยังมีการสูญเสียอาหาร (Food Loss) น้อยกว่าด้วย 

“อย่างหมูปกติมีไขมัน ต้องตัดแต่งทิ้ง แต่หมูของพี่สุพจน์ (หมูหลุม G-Pork Farm) มีไขมันน้อย ไม่ต้องตัดแต่ง เราใช้เนื้อได้เต็ม ตอนรับเข้ามาราคาสูงกว่า แต่พอมาคิดตอนสิ้นเดือน ต้องบวก Food Loss กลับไป ราคาก็พอๆ กัน”

ก่อนจะเสิร์ฟอาหารให้กับลูกค้า สิ่งหนึ่งที่หนิงเน้นเป็นพิเศษ คือการลงไปดูพื้นที่จริงถึงฟาร์ม เพื่อทำความรู้จักถึงที่มาที่ไปของวัตถุดิบ พาทีมงานฝ่ายต่างๆ ในโรงแรมติดสอยห้อยตามไปด้วยกัน เพื่อซึมซับและทำความเข้าใจกับวิถีอินทรีย์มากขึ้น ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอย่างใส่ใจ เพื่อเสาะหาและคัดสรรผลผลิตออร์แกนิกจากทั่วประเทศมายังโรงแรมกลางกรุงนี้ ผ่านเงื่อนไข 2 ข้อ คือ รสชาติถูกปากและถูกใจแนวคิดของเกษตรกรที่ได้ไปพูดคุยด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

“Sivatel เน้นการรู้จักเกษตรกร เน้นการดูทัศนคติ ดูความตั้งใจ ดูการเชื่อมโยงกับชุมชน เพราะเราเชื่อว่าถ้าเริ่มต้นจากคนที่ทำด้วยแพสชัน ด้วยความตั้งใจ เขาจะไม่โกงเรา” หนิงอธิบายเพิ่มถึงวิธีการทำงาน

ความน่ารักของที่นี่ คือเมื่อเราเปิดรายการอาหารของโรงแรม สิ่งแรกที่เจอกลับไม่ใช่หน้าอาหารแนะนำประจำร้าน หรือของกินเล่นเรียกน้ำย่อย แต่กลับเป็นข้อมูลของเกษตรกร และผลผลิตประจำฟาร์มที่เราคัดสรรมาปรุงเป็นอาหาร เพื่อให้ลูกค้าได้ทำความรู้จักโปรไฟล์ของเกษตรกรเจ้าของวัตถุดิบไปด้วย

“เราใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ทุกอย่างคือชีวิตของเกษตรกร คือชีวิตของชาวประมง คนเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไก่ เราต้องกินแบบเคารพธรรมชาติ สุดท้ายแล้ว เราอยากบอกผู้คนว่า โลกกำลังจะแตกนะ อุณหภูมิโลกเพิ่มไปเท่าไหร่แล้ว

“เมื่อมาที่นี่ คุณจะได้กินอยู่แบบเคารพธรรมชาติ เราจะจัดสิ่งที่อร่อยและดีงามจากวัตถุดิบออร์แกนิก ซึ่งทั้งอร่อยและปลอดภัย ทำมาด้วยความตั้งใจของเกษตรกร ฉะนั้น เราควรใช้ ควรกินอย่างเคารพ กินแบบพอดี เพื่อจะกลับไปช่วยสนับสนุนชุมชนให้อยู่ได้ ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น และเคารพธรรมชาติที่กำลังจะแย่ เราเป็นแบรนด์สำหรับคนที่อยากให้การกินอยู่ของคนมีความหมายกับคนอื่นด้วย ไม่ใช่แค่กับตัวเอง” หนิงเฉลยถึงความตั้งใจจริง

อยู่อย่างไร้พลาสติก

แม้จะเห็นว่าตึกสูงกว่า 30 ชั้น แต่ Sivatel มีห้องพักทั้งหมดเพียง 75 ห้อง ซึ่งเป็นห้องสวีตทั้งหมด โดยกลุ่มลูกค้าที่วางไว้ในตอนแรกคือนักธุรกิจ ด้วยเหตุผลใหญ่ คือทำเลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สำคัญกลางเมือง

เมื่อหน้าที่เปลี่ยนมือมาสู่อีกรุ่น หนิงสังเกตเห็นว่า ถึงเป้าหมายหลักจะเป็นนักธุรกิจ แต่ด้วยขนาดของห้องที่ใหญ่มาก แบ่งออกเป็นส่วนห้องนอนและรับแขกด้านหน้า สิ่งนี้ไม่สัมพันธ์กับกิจวัตรของกลุ่มเป้าหมาย หนำซ้ำแขกส่วนใหญ่ที่พบเจอ กลับเป็นครอบครัวที่มาพักผ่อนแบบสบายๆ ใช้เวลากับการช้อปปิ้ง ว่ายน้ำ ฯลฯ 

เธอจึงปรับแนวทางของแบรนด์เสียใหม่ และรีโนเวตห้องพักด้วยในคราวเดียวกัน

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

ห้องพักแบ่งเป็น 8 แบบที่แตกต่างกันตามขนาดพื้นที่ มีชื่อเรียกเป็นดอกไม้ชนิดต่างๆ แสดงออกผ่านการตกแต่งภายในห้อง โดยมีแรงบันดาลใจจากกระเบื้องโมเสกที่ประดับประดาสถาปัตยกรรมของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 

ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้อง หนิงเลือกนำเสนอความใกล้ชิดกับธรรมชาติและท้องถิ่นให้กับแขกที่เข้าพัก อาทิ เฟอร์นิเจอร์เครื่องสานจากเตยปาหนัน หัตถกรรมขึ้นชื่อของภาคใต้ ส่วนเสื่อปูพื้นห้องก็ทำจากเส้นใยผักตบชวา ขณะที่อุปกรณ์ภายในห้องน้ำทั้งหมด ก็เลือกใช้แบรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อมอย่าง Hug Organic โดยเปลี่ยนจากขวดพลาสติกเล็กๆ ที่พบได้ตามโรงแรมเป็นขวดปั๊มแบบรีฟิล ขวดน้ำดื่มที่เป็นพลาสติกก็ใช้เป็นขวดแก้วทั้งหมด และปลอดหลอดพลาสติกด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

“เราเลิกใช้ขวดพลาสติกแล้วเปลี่ยนมาเป็นขวดแก้ว ขยะขวดพลาสติกก็หายไปเกือบปีละสองแสนใบ เราเปลี่ยนสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำ จากขวดเล็กๆ มีตราโรงแรม เปลี่ยนมาเป็นขวดปั๊ม ทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลง เพราะเราไม่ต้องไปทำเฮาส์แบรนด์ ไม่ต้องมีออร์เดอร์ขั้นต่ำ ไม่ต้องนับสต็อก ทำแบบนี้ขยะขวดพลาสติกที่เป็นขวดแชมพูหายไปปีละแสนสอง แล้วในห้องพักก็ไม่มีหลอดให้ ลูกค้าไม่ได้มีปัญหาอะไร ปีหนึ่งขยะหลอดพลาสติกหายไปเกือบๆ ประมาณแสนหลอด ขยะพลาสติกมันก็ค่อยๆ ลดลง” ผู้บริหารตรงหน้าเล่าถึงความสำเร็จ

ปัจจุบันการคัดแยกและบันทึกน้ำหนักขยะที่ทำกันทุกเดือนของชาว Sivatel บ่งบอกชัดว่าตัวเลขของขยะประเภท Single Use Plastic ลดลงได้แล้วแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์

กินอย่างเคารพธรรมชาติ

จากข้อมูลเมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ต้องเผชิญกับขยะจำนวนมากถึงประมาณ 28 ล้านตัน เป็นขยะตกค้างที่ไม่สามารถกำจัดได้ 5.8 ล้านตัน และเป็นขยะเศษอาหารหรือ Food Waste สูงถึง 4 ล้านตัน คิดโดยประมาณเป็นร้อยละ 60 ของขยะที่กำจัดไม่ได้

ภาคอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่อาจปัดความรับผิดชอบปัญหาดังกล่าว หนิงตระหนักในข้อนี้ดี นี่จึงเป็นที่มาของสารพัดวิธีการลดขยะเศษอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเกิดขึ้นจากภายในครัวของโรงแรม

เชฟเอ้-สิทธิโชค เงินฉลาด Executive Chef ของ Sivatel คือหัวแรงสำคัญในการทำให้ความฝันของหนิงเป็นรูปเป็นร่างและจับต้องได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม น่าสนใจมากว่าปลายทางของขยะเศษอาหารที่เกิดขึ้นภายในโรงแรมใจกลางเมืองนี้ไม่ได้ไปสู่ถังขยะหรือหลุมฝังกลบ แต่ผ่านการวางแผนอย่างจริงจังจนแทบจะไม่เหลือส่วนที่ต้องทิ้งไปโดยไร้ค่า เมื่อวัตถุดิบส่งเข้ามาที่ครัว ก็เป็นหน้าที่ของเชฟเอ้ที่ต้องมองข้ามไปอีกขั้นว่าวัตถุดิบต่างๆ เหล่านี้ นำไปทำอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้บ้าง

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

เริ่มจากเศษผักโรยหน้าอย่างต้นหอม ขึ้นฉ่าย นำไปตากแห้งแล้วโรยเกลือ แปลงโฉมเป็นผงชูรสจากธรรมชาติที่ดีกับสุขภาพ ส่วนเศษเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหัวปลาและโครงไก่ จับหยิบใส่หม้อก็ได้เป็นหัวเชื้อของน้ำสต๊อกที่ใช้ปรุงสารพัดเมนูต้มในครัว 

หรือแม้แต่กระดูกของปลาแซลมอน เศษอาหารที่ฟังแล้วอาจมืดแปดด้านว่าจะนำไปทำอะไรได้นอกจากโยนลงถัง เชฟมองเห็นค่าของเนื้อปลาที่ซ่อนอยู่ โดยเอากระดูกไปอบแบบฮาล์ฟคุก เพื่อให้เนื้อร่อนออกง่ายขึ้น ก่อนนำเนื้อที่ได้ไปทำเป็นข้าวผัดปลาแซลมอนหรือยำปลาแซลมอนตะไคร้ก็ได้ โดยวิธีนี้เชฟเอ้บอกกับเราว่าปลาแซลมอนน้ำหนัก 5 กิโลกรัม เลาะเนื้อเล็กๆ ที่ถูกมองข้ามนี้ออกมาได้มากถึงเกือบ 2 กิโลกรัม

หนิงช่วยยกตัวอย่างให้ฟังอีกว่า อย่างเมนูผัดไทยกุ้งสด ที่นี่เลือกปอกเปลือกและหัวกุ้งออกตั้งแต่ก่อนเสิร์ฟ แล้วนำส่วนเกินที่ว่าไปเจียวเป็นมันกุ้ง รอใช้ปรุงกับอาหารอื่นๆ เช่น ล็อบสเตอร์บิตและข้าวต้มกุ้ง เพื่อที่แขกก็จะได้ไม่ต้องทิ้งเปลือกกุ้งเป็นขยะ แถมยังสะดวกตอนกินด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

อีกวิธีที่น่าสนใจ คือการดีไซน์เมนูอาหารต่างๆ ทั้งในมื้ออาหารเช้าและร้านอาหารของโรงแรม ให้ออกมาเป็นสารพัดเมนูที่ใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า เหลือเป็นขยะเศษอาหารให้น้อยที่สุด อย่างเมนูสเต๊กพอร์กชอปที่มีกระดูกติดมา จะดีกว่าไหมหากเลือกนำเสนอเป็นเนื้อส่วนอื่น เช่น สันในที่ไม่ทำให้เกิดขยะส่วนเกินมากขึ้น นอกจากนี้ ในรายการอาหารของที่นี่ยังไม่มีเมนูที่ทำจากหอยทุกชนิด เพราะว่าเปลือกหอยถือเป็นหนึ่งในขยะที่นำไปเพิ่มมูลค่าได้ยาก และสุดท้ายก็จำเป็นที่จะต้องทิ้งโดยเปล่าประโยชน์

จะว่าไปแล้ว แทบทุกอย่างดูง่ายดายจนน่าจดกลับไปลองทำเองที่บ้าน

จุดเริ่มต้นใหม่หลังเส้นชัย

ในวันนี้ ด้วยวิธีการต่างๆ ที่ Sivatel ได้เริ่มนำร่องทำมา ลดปริมาณขยะเศษอาหารจากครัวไปได้เยอะ แม้จะมีบางส่วนที่ยังเหลืออยู่ และนำไปแปรรูปหรือปรุงเป็นเมนูอื่นไม่ได้ แต่ทางหนึ่งเศษอาหารเหล่านี้จะย้อนกลับไปเลี้ยงหมูในฟาร์มเครือข่ายเกษตรกร ในอีกทางก็จะนำไปให้หนอนแมลงวันลายที่เลี้ยงไว้คอยเป็นผู้ช่วยย่อยสลาย แล้วจึงส่งไปให้ฟาร์มไก่ออร์แกนิกได้ใช้เป็นตัวบำรุงโปรตีนโดยไม่คิดสตางค์ เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่โรงแรมมีส่วนช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกร ซึ่งนอกจากไข่ไก่คุณภาพแล้ว ผลพลอยได้คือราคาไข่ไก่ที่กลับมาก็จะถูกลงด้วย 

“ขยะเศษอาหารคือกลุ่มสุดท้ายที่เหลืออยู่ ห้าปีนี้ โรงแรมลดขยะทั้งหมดไปถึงประมาณเจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ขยะอาหารก็ลดมาประมาณเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว จากที่เราเคยอยู่เดือนละประมาณสามพันกิโลกรัม ตอนนี้เพราะโควิด-19 ด้วย เลยเหลือประมาณเจ็ดถึงแปดร้อยกิโลกรัม ก็คือประมาณห้าสิบถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ที่เราเหลืออยู่ เราจึงให้ความสำคัญมาก เพราะขยะพลาสติกไม่มีแล้ว” หนิงอธิบายถึงเส้นชัยที่ใกล้ถึงเข้าไปทุกที

เป้าหมายในการทำงานเพื่อลดขยะประเภทต่างๆ ภายใต้การนำของหนิงไม่ได้ทำเล่นๆ เพราะเธอกำลังชวนพนักงานก้าวไปพร้อมกัน ไม่ช้า ไม่เร็ว เพียงปีละ 1 ก้าวแต่สำคัญ

ภายในปีหน้า Sivatel จะก้าวไปเป็นครัวที่ปลอดขยะเศษอาหารทั้งหมด, ปีถัดมาร้านอาหารของโรงแรมจะเป็น Zero Waste Restaurant, ค.ศ. 2024 ทั้งโรงแรมจะกลายเป็นพื้นที่ปลอดขยะทุกชนิด และในที่สุดเมื่อเข้าสู่ขวบปีที่ 5 ของโครงการนี้ หนิงมองว่าระบบที่วางไว้จะเริ่มเข้าที่เข้าทาง วันนั้นเธอวางให้ที่นี่เป็น Learning Center เกี่ยวกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

สุขบนความยั่งยืน

ขณะที่บรรยากาศกว่าค่อนโลกยังคงซึมจากโควิด-19 ประเทศไทยที่พึ่งพาธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหลักประสบปัญหานี้เข้าอย่างจัง แม้แนวทางของโรงแรมที่วางไว้อย่างแน่วแน่ จะประคับประคองให้ไม่บอบช้ำมากนักในสถานการณ์ตอนนี้

แต่ความหวังว่าจะกลับมาเปิดต้อนรับผู้มาเยือนจากต่างประเทศ ก็พังทลายให้ใจปิ๋วแทบทุกไตรมาส 

วันนี้ผู้ประกอบการไม่น้อยยังคงสาละวนกับการแก้ไขปัญหาให้ธุรกิจของตัวเองลุกขึ้นเดินหน้าต่อ ในฐานะผู้บริหารซึ่งเจอปัญหาไม่ต่างกันเรียนรู้จากวิกฤตครั้งนี้ว่า นับจากนี้ธุรกิจโรงแรมคงหวังพึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติมากไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะสถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งนี้ไม่ยั่งยืน 

เธอเชื่อว่าในอนาคต ผู้ประกอบการควรเน้นการสร้างแบรนด์ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งน่าจะเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เมื่อบ้านเมืองกลับมาหายใจหายคอได้คล่องกว่านี้

“เรื่องสิ่งแวดล้อม มีแต่ควรจะพูดให้ดังขึ้นเรื่อยๆ เป็นหนึ่งหัวข้อที่คนรุ่นใหม่อยากเห็น ในภาคธุรกิจเองเรามองว่าคุณทำไปเถอะ มันมีแต่จะเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ ถ้าคุณมี Mindset นะ มันเป็นธุรกิจที่มีส่วนทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม 

“ความจริงคือมันรอไม่ได้แล้ว ทุกคนต้องช่วยกัน แต่น้อยคนที่จะตระหนักไปถึงตรงนั้น แต่ที่แน่ๆ ความตระหนักขององค์กรต่างๆ หลังจากนี้จะมีมากขึ้น ของลูกค้าก็จะมีมากขึ้น ถ้าคุณรอให้ลูกค้ามาเยอะๆ แล้วค่อยทำ ตอนนั้นก็กลายเป็นผู้ตามแล้ว” หนิงฝากคำแนะนำให้สำหรับธุรกิจที่ริเริ่มเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงตัวเอง

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้
Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

นอกจากนี้ สิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ น่าจะเป็นโมเดลทางธุรกิจให้กับผู้ที่สนใจในจังหวัดอื่นๆ ได้เช่นกัน

“เราอยู่กลางเมือง อยากให้เห็นว่าเรายังทำได้ ถ้าเราอยู่ใจกลางเพลินจิตที่ที่ดินแพงสุดในกรุงเทพฯ เราทำสิ่งเหล่านี้ได้ ทั้งๆ ที่เราอยู่ห่างไกลจากเกษตรกรมากกว่า ถ้าคุณเป็นโรงแรมที่เชียงใหม่ ขอนแก่น หรืออัมพวา ซึ่งคุณอยู่ใกล้เกษตรกรและชุมชนมากกว่าเราเยอะ ถ้าสิ่งเหล่านี้เราทำได้ ใครๆ ก็ทำได้”

ความสุขของคนทำธุรกิจที่พัก อาจเป็นการเห็นแขกผู้มาเยือนอิ่มเอมใจกลับไป หรือบางคนอาจเป็นตัวเงินที่ทำรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ แต่การสร้างโรงแรมที่มีอัตลักษณ์ชัดเจนแบบนี้ มีความยาก ทั้งต้องลงแรงและค่าใช้จ่ายที่ต้องเสีย แล้วความสุขของผู้บริหาร Sivatel ในวันนี้คืออะไร-เราถาม

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้
Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

“เราภูมิใจที่ธุรกิจเรามีส่วนเกื้อกูลหลายๆ ชีวิต อย่างเอาแง่การทำงาน ก็คือน้องๆ พนักงานที่เขาฝากความหวัง ฝากชีวิตไว้กับเรา ส่วนสำหรับชุมชนคือกำลังใจ สิ่งที่ SME ต้องการมาก คือกำลังใจที่อยากจะได้ในการดำรงชีวิตอยู่ ชุมชนเขาก็มีกำลังใจ ว่าอย่างน้อยมีผู้ประกอบการเห็นคุณค่าในงานของเขา ที่เขาพยายามจะทำ ยังเห็นความหมายของสิ่งที่ชุมชน หรือเกษตรกรผลิต

“ในแง่สิ่งแวดล้อม เราก็เห็นว่าเรามีความสุขกับการทำธุรกิจแล้ว ซึ่งมีส่วนร่วมช่วยแก้ปัญหา ถึงแม้ว่าทุกคนอาจจะบอกว่า ทำองค์กรเดียวแล้วไม่เกิดผลหรอก แต่สิ่งที่เราคาดหวังมากกว่านั้นคือ ใครก็ตามที่มาอ่านเรื่องราวของที่นี่ หรือได้เข้ามาสัมผัส เรารู้สึกว่าเขาจะได้รับพลังบวก หรือได้แรงบันดาลใจบางอย่างกลับไป แค่นั้นเราก็รู้สึกว่างานที่ทำ มันมีความหมายกับผู้คน กับสังคม กับประเทศชาติ กับสิ่งแวดล้อมแล้ว 

“ถ้าเราเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นริเริ่ม หรือแม้แต่คิดจะเปลี่ยนอะไรบางอย่างในชีวิต เรารู้สึกว่ามันคงมีคนอีกคน หรือมีองค์กรหนึ่งที่เขากำลังเริ่มปักเมล็ดลงไปแล้ว” 

ทายาทรุ่นสามทิ้งท้ายถึงความสุขอย่างเรียบง่าย

Sivatel Bangkok Hotel

ที่ตั้ง : 53 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2309 5000

เว็บไซต์ : www.sivatelbangkok.com

Facebook : Sivatel Bangkok Hotel

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

สิทธิพงษ์ ติยะวรากุล

ชอบถ่ายรูป แต่ชอบฟังนักเขียนขณะสัมภาษณ์มากกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load