ลอนดอนได้ชื่อว่าเป็นมหานครที่จัดกิจกรรมตลอดทั้งปี ทั้งในพิพิธภัณฑ์ ย่านธุรกิจ สวนสาธารณะ หรืออาคารส่วนงานราชการ ซึ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิต การหาความรู้ และความสุขของเหล่าผู้ดีในเมืองหลวงแห่งนี้มาอย่างช้านาน โดยมีคำกล่าวจาก ซามูเอล จอห์นสัน (Samuel Johnson) นักเขียนชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 18 ว่า 

“คุณไม่สามารถพบคนมีสติปัญญา ที่ต้องการจากลอนดอนไป… เมื่อคนคนหนึ่งนั้นเบื่อลอนดอน แสดงว่าเขาเบื่อชีวิต เพราะว่าทุกชีวิตในลอนดอนสามารถได้รับสิ่งที่พวกเขาต้องการ” ความรู้ที่คุณต้องการอาจอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของถนนที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนที่สัญจรไปมา หรือข้างหลังประตูบานเล็กที่เดินผ่านโดยไม่เตะตาอะไรใจกลางมหานครแห่งนี้ นั่นรวมถึงสมาคมของผู้รักในธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดในโลกก็ซ่อนตัวอยู่ในลอนดอนด้วยเช่นกัน

เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน

บ้านแห่งศิลปวิทยาการ

เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน
เดอะ ริทซ์ (The Ritz) 

หากคุณได้ชมภาพยนต์รอมคอมขวัญใจตลอดกาลอย่างเรื่อง Notting Hill และจำฉากที่วิลเลียมเจ้าของร้านหนังสือมาตามหาแอนนานางเอกชื่อดังที่เดอะ ริทซ์ (The Ritz) โรงแรมหรูระดับห้าดาวย่านกรีนพาร์กได้ เพียงข้ามถนนพิกคาดิลลี (Piccadilly Road) ไปอีกฝั่งของโรงแรม และเดินมุ่งหน้าไปทางวงเวียนพิกคาดิลลี (Piccadilly Circus) อีกเล็กน้อย ก็จะพบหมู่อาคารทางด้านซ้าย เรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีลานเปิดโล่งอยู่ตรงกลาง

เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน
เบอร์ลิงตัน เฮ้าส์ ในอดีต
ภาพ : The Linnean Society of London
เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน
เบอร์ลิงตัน เฮ้าส์

หมู่อาคารหลังนี้มีชื่อว่า เบอร์ลิงตัน เฮ้าส์ (Burlington House) บ้านของศิลปวิทยาการและองค์ความรู้ที่สำคัญของอังกฤษ โดยอาคารแต่ละทิศได้จัดสรรให้กับสถาบันหลวงและสมาคมต่างๆ เช่าพื้นที่ ได้แก่ ราชบัณฑิตยสถานศิลปะ (Royal Academy of Art) ราชสมาคมเคมี (Royal Society of Chemistry) ราชสมาคมดาราศาสตร์ (Royal Astronomical Society) สมาคมธรณีวิทยาแห่งลอนดอน (Geological Society of London) สมาคมโบราณวัตถุแห่งลอนดอน (Society of Antiquaries of London) และสมาคมสุดท้ายที่เราจะเจาะลึกเรื่องราว เป็นสมาคมของผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติวิทยา (Natural History) นั่นคือ สมาคมลินเนียนแห่งลอนดอน (The Linnean Society of London)

เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน

อยู่ที่อังกฤษแต่ชื่อสวีเดน

สมาคมลินเนียน เป็นสมาคมทางธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงดำเนินงานมาถึงปัจจุบัน สมาคมแห่งนี้ตั้งขึ้นใน ค.ศ.1788 (พ.ศ. 2331) โดยนักพฤกษศาสตร์นามว่า เซอร์ เจมส์ เอ็ดเวิร์ด สมิธ (Sir James Edward Smith) นายกสมาคมคนแรกผู้หลงรักความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและเป็นแฟนพันธุ์แท้ตัวยงของ คาโรลัส ลินเนียส (Carolus Linnaeus) ผู้เปลี่ยนแปลงวงการการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของสิ่งมีชีวิต บิดาแห่งวิชาอนุกรมวิธาน (Taxonomy) ซึ่งชื่อของลินเนียส นักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดนคนนี้ ได้กลายมาเป็นชื่อของสมาคมลินเนียน เพื่อเป็นเกียรติและสืบสานงานของลินเนียสในการไขความลับของธรรมชาติ นอกจากชื่อของสมาคมที่มีความเกี่ยวข้องกับลินเนียสแล้ว สมาคมลินเนียนยังเก็บรักษาสิ่งของต่างๆ ของลินเนียสที่เซอร์ เจมส์ เอ็ดเวิร์ด สมิธ ซื้อสะสมไว้ ได้แก่ สมุดบันทึกการเดินทาง ตัวอย่างพืชและแมลง ต้นฉบับงานตีพิมพ์ ตลอดจนตราประทับจดหมายของของลินเนียส เป็นต้น

เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน
ภาพเหมือนของคาโรลัส ลินเนียส ในวัยหนุ่ม

การศึกษาและเผยแพร่องค์ความรู้เพื่อไขความลับของธรรมชาติเป็นพันธกิจสำคัญของสมาคมแห่งนี้ ค.ศ. 1857 (พ.ศ. 2400) สมาคมลินเนียนย้ายมาทำการที่เบอร์ลิงตัน เฮ้าส์ และปีถัดมา เกิดเหตุการณ์พลิกโฉมหน้าของการศึกษาชีววิทยาเกิดขึ้น ณ ห้องประชุมของสมาคมลินเนียนแห่งนี้ ทำให้มุมมองที่เรามองโลกของธรรมชาตินั้นเปลี่ยนไปตลอดกาล 

คู่เปลี่ยนโลก

วันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1858 (พ.ศ. 2401) บทความวิจัยหนึ่งได้ถูกนำเสนอในการประชุมของสมาคม บทความนี้เป็นบทความร่วมที่เขียนโดย ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) นักธรรมชาติวิทยาผู้ที่กำลังโดดเด่นในแวดวงวิชาการยุควิกตอเรียน กับ อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ (Alfred Russel Wallace) นักธรรมชาติวิทยารุ่นน้อง

เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน
ภาพเหมือนของชาร์ลส์ ดาร์วิน และ อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ

บทความนี้นำเสนอแนวคิดที่ถูกเก็บเอาไว้ในสมุดบันทึกของดาร์วินตลอดการทำงาน 20 ปีของเขา ประกอบกับงานที่มีแนวคิดเดียวกันของนักธรรมชาติวิทยาหนุ่มอย่างวอลเลซที่ถูกส่งมาไกลจากหมู่เกาะมาเลย์ (Malay Archipelago) และแน่นอนว่า สิ่งที่อยู่ในบทความนั้นคือทฤษฎีการคัดสรรโดยธรรมชาติ (Natural Selection) การนำเสนอบทความนี้ถือว่าเป็นการเปิดเผยสู่สาธารณชนครั้งแรกของทฤษฎีวิวัฒนาการอันเลื่องชื่อ หลังจากบทความนี้ตีพิมพ์ลงวารสารของสมาคมลินเนียนในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน หลังจากนั้นหนึ่งปี ดาร์วิน ตีพิมพ์หนังสือ กําเนิดสปีชีส์ (On the Origin of Species) ทำให้ทฤษฎีการคัดสรรโดยธรรมชาติเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง 

ลินเนียนในปัจจุบัน

เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน

ค.ศ.1873 (พ.ศ. 2416) เบอร์ลิงตัน เฮ้าส์ จัดสรรพื้นที่ใหม่ ทำให้สมาคมลินเนียนย้ายมาอยู่ที่อาคารด้านหน้าปีกซ้ายติดถนนพิกคาดิลลี เป็นที่อยู่ของสมาคมลินเนียนมาถึงปัจจุบัน ประกอบด้วยห้องประชุมหลักอยู่ชั้นแรก หน้าห้องประชุมมีบัลลังก์ไม้และที่นั่งของนายกสมาคม ตรงกลางเหนือบัลลังก์ประดับภาพเหมือนของลินเนียส

เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน
ภาพเหมือนของชาร์ลส์ ดาร์วิน โดย จอห์น โคลลีร์ 
ภาพ : The Linnean Society of London

 ภายในห้องประชุมก็ยังประดับภาพเหมือนของสมาชิกสมาคมที่มีชื่อเสียง รวมถึงดาร์วินและวอลเลซด้วย โดยภาพเหมือนของดาร์วินวาดขึ้นโดยจิตรกรชาวอังกฤษนามว่า จอห์น โคลลีร์ (John Collier) และเสร็จสิ้นใน ค.ศ. 1881 (พ.ศ. 2424) หนึ่งปีก่อนที่ดาร์วินจะเสียชีวิต ซึ่งดาร์วินเป็นคนคัดเลือกจิตรกรด้วยตนเอง ภาพเหมือนที่แขวนอยู่ในห้องประชุมถือเป็นภาพดั้งเดิมและเป็นภาพเหมือนที่ดีที่สุดของดาร์วิน เพราะมีการคัดลอกภาพเหมือนนี้เพิ่มอีก 2 รูป ซึ่งแขวนอยู่ที่บ้านของครอบครัวดาร์วินทางทิศใต้ของลอนดอน และหอศิลป์ภาพเหมือนแห่งชาติ (National Portrait Gallery) ตรงจัตุรัสทราฟัลการ์ (Trafalgar Square) 

เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน
ห้องสมุดของสมาคม

ชั้นสองของสมาคมเป็นห้องสมุด รวบรวมหนังสือและจดหมายเหตุเกี่ยวข้องกับธรรมชาติวิทยาและเกี่ยวข้องกับสมาคมตั้งแต่สมาคมก่อตั้งขึ้น ห้องสมุดนี้ยังจัดเก็บตัวอย่างทางธรรมชาติวิทยา ภาพวาด รวมถึงสิ่งข้าวของที่ได้รับบริจาคจากสมาชิก และภายในห้องสมุดมีการจัดตู้จัดแสดงเล็กๆ แสดงของสำคัญที่สมาคมเก็บไว้ เช่น ตัวอย่างพืชของลินเนียส วารสารของสมาคมลินเนียนที่ตีพิมพ์ทฤษฎีการคัดสรรโดยธรรมชาติเป็นครั้งแรก และหนังงูเหลือมของวอลเลซที่ได้จากการเดินทางบนเกาะบอร์เนียว ซึ่งมีการบันทึกไว้หนังสือหมู่เกาะมาเลย์ของเขา

เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน
ตู้จัดแสดงหนังสือกำเนิดกําเนิดสปีชีส์ของชาร์ลส์ ดาร์วิน และทางด้านซ้ายคือหนังงูเหลือมของอัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ
เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน
ตู้จัดแสดงตัวอย่างพืช

ปัจจุบัน สมาคมลินเนียนเป็นสมาคมในพระบรมราชินูปถัมภ์สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และนายกสมาคมคนปัจจุบัน คือ ดร.แซนดรา แนปป์ (Dr.Sandra Knapp) นักพฤกษศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญพืชสกุลมะเขือระดับโลก สมาคมลินเนียนมีสมาชิก (Fellow) ทั้งในและนอกสหราชอาณาจักร โดยคงเจตนารมณ์ของสมาคมคือ ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักประวัติศาสตร์ ศิลปิน หรือบุคคลทั่วไป ขอแค่มีความรักในธรรมชาติก็ส่งความจำนงเป็นสมาชิกได้

โดยสมาชิกของสมาคมลินเนียน ใช้อักษรตัวย่อ FLS (Fellow of the Linnean Society) ตามหลังชื่อได้ โดยสมาชิกของลินเนียนที่มีชื่อเสียงได้แก่ เซอร์ เดวิด แอตเทนบะระ (Sir David Attenborough) พิธีกรรายการสารคดีทางธรรมชาติชื่อดัง และ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น ในฐานะนักมีนวิทยา เป็นต้น

เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน

วารสารทางวิชาการของสมาคมก็ได้รับความน่าเชื่อถือในการตีพิมพ์บทความทางวิชาการในระดับนานาชาติ และบุคคลทั่วไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมของสมาคมได้ ซึ่งสมาคมลินเนียนจะจัดสัมมนาทางธรรมชาติวิทยาโดยสมาชิกของสมาคมหรือนักวิชาการผู้มีชื่อเสียงอยู่เสมอ โดยมีหัวข้อทั้งศาสตร์และศิลป์ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติวิทยา งานพิพิธภัณฑ์ ตลอดจนประวัติศาสตร์และศิลปะที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ นอกจากสมาชิกสมาคมแล้ว บุคคลทั่วไปก็เข้าฟังสัมมนาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ (ในบางสัมมนาอาจมีการเก็บค่าลงทะเบียน) ในสัมมนาแต่ละครั้ง นายกสมาคมจะมีการกล่าวเปิด หากสมาคมมีสมาชิกใหม่ จะมีพิธีการประกาศชื่อให้สมาชิกลงนามในสมุดลงนามสมาชิกหน้าบัลลังก์ในห้องประชุมเบื้องหน้ารูปของลินเนียส และแสดงความยินดีโดยนายกสมาคม นายกสมาคมมักเชิญชวนให้ผู้เข้าฟังทั่วไปสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมอยู่เสมอ เมื่อจบการสัมมนาจะมีงานเลี้ยงให้พูดคุยกันเล็กๆ ในห้องสมุดด้านบน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนและสอบถามทางวิชาการ ถือเป็นหัวใจหลักในการสร้างเครือข่ายของผู้ที่รักในธรรมชาติ

เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน

ดูกิจกรรม หัวข้อสัมมนาและลงทะเบียนเข้าร่วมได้ทางเว็บไซต์ของสมาคม อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 ทำให้การสัมมนาของสมาคมลินเนียนมีการเปลี่ยนรูปแบบเป็นระบบออนไลน์ ผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาต่างๆ ได้จากที่บ้านทั่วโลก ในภาวะปกติ สมาคมยังมีการจัดการนำชมสมาคมเดือนละครั้ง เรียกว่า Treasures Tour พาบุคคลทั่วไปชมอาคารและวัตถุจัดแสดงที่สำคัญของสมาคม หากท่านผู้อ่านมาลอนดอนและสนใจมาเที่ยวสมาคม จองการนำชมนี้ได้ในเว็บไซต์ของสมาคม มีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยในการนำชม ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้สำคัญมากต่อดำเนินงานของสมาคมและการรักษาสภาพสิ่งของที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ทางธรรมชาติวิทยา ที่ถูกรักษาไว้ ณ สมาคมแห่งนี้

อนาคตของสมาคม

เนื่องจากการพัฒนาพื้นที่รอบๆ เบอร์ลิงตัน เฮ้าส์ เป็นย่านพาณิชยกรรม ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้รัฐบาลอังกฤษมีนโยบายขึ้นค่าเช่าพื้นที่ในเบอร์ลิงตัน เฮ้าส์ เป็นตัวเลขที่สูงมาก เมื่อเทียบกับค่าเช่าตลอดทศวรรษที่ผ่านมา จนสมาคมต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้มาเกือบ 2 ศตวรรษ มีงบประมาณไม่เพียงพอต่อการจ่ายค่าเช่าและดำเนินกิจการที่เบอร์ลิงตัน เฮ้าส์ ต่อไปได้ 

การขึ้นค่าเช่าทำให้อนาคตของสมาคมแห่งศิลปวิทยาการต่างๆ อยู่ในความไม่แน่นอน ด้วยเหตุนี้เอง สมาคมลินเนียน รวมกับสมาคมธรณีวิทยาและสมาคมโบราณวัตถุ ได้เรียกร้องต่อรัฐบาลอังกฤษ เพื่อต่อลมหายใจแห่งการเรียนรู้ เพื่อรักษาประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ของโลก บุคคลทั่วไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนักรู้ถึงวิกฤตนี้ได้ 

โดยทางสมาคมลินเนียนทำแคมเปญเชิญชวนในการติดแฮชแท็ก #LinneanAtBH ในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเป็นกระบอกเสียงเล็กๆ ในการรักษาสมาคมผู้รักในธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งนี้ 

แม้ว่าในปัจจุบันกิจกรรมในมหานครลอนดอนแห่งนี้ได้รับผลกระทบ ต้องมีการยกเลิกหรือต้องจัดในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิม เนื่องจากมาตรการควบคุมการระบาดของโรค COVID-19 แต่เชื่อว่าหากผ่านพ้นวิกฤตการนี้ไปได้ มหานครแห่งนี้จะค่อยๆ กลับมามีสีสันแห่งการเรียนรู้เฉกเช่นที่เคยเป็นมาตลอดหลายศตวรรษ

เดินทัวร์ The Linnean Society of London สมาคมธรรมชาติวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกลางลอนดอน

ข้อมูลอ้างอิง

Knapp, S. et al. (2020) L: 50 objects, stories and discoveries from The Linnean Society of London . London: Linnean Society of London.

www.linnean.org

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ชวธัช ธนูสิงห์

นักศึกษาปริญญาเอกผึ้งหึ่ง ผู้ชื่นชอบพิพิธภัณฑ์และประวัติศาสตร์ พบได้บ่อยที่ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาลอนดอน

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

24 มิถุนายน 2564
545

ผมก้าวลงจากเรือโดยสารสู่หาดสีดำที่ทอดตัวยาวไปไกล ในที่สุดผมก็มาถึงหมู่บ้านรานอน (Ranon) บนเกาะแอมบริม (Ambrym) ประเทศวานูอาตู (Vanuatu) ได้สำเร็จเสียที หลังจากรอนแรมแบบลืมวันลืมคืนนับหมื่นกิโลเมตรจากกรุงเทพฯ สู่สิงคโปร์ เพื่อเปลี่ยนเครื่องมายังบริสเบน (Brisbane) ประเทศออสเตรเลีย แล้วต่อเครื่องอีกครั้งมายังเมืองพอร์ต วิลา (Port Vila) เมืองหลวงของประเทศ เปลี่ยนเป็นเครื่องบินเล็กอีกครั้งเพื่อบินมายังเมืองเครกโคฟ (Craig Cove) เกาะแอมบริม ก่อนจะลงเรือโดยสารเป็นเฮือกสุดท้ายมายังหมู่บ้านรานอนอันไกลโพ้น โอย เหนื่อย

เที่ยววานูอาตูแต่ดันกลายเป็นคุณครูจำเป็น ทำเอาชาวบ้านกรี๊ดทั้งเกาะเพราะมาจากไทย

มนุษย์เอเจนซี่โฆษณาอย่างผมต้องประชุมนำเสนองานเป็นประจำ การพูด พูด และพูด จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับอาชีพนี้ ดังนั้น เมื่อมีโอกาสพักร้อน ผมจึงเล็งเป้าหมายการเดินทางที่ไกลสุดขอบฟ้า เพื่อจะได้นั่งๆ นอนๆ โดยไม่ต้องสนใจใคร และที่ที่ผมเลือกสรรแล้วอย่างดีคือที่นี่ เกาะสวาทหาดสวรรค์ที่จะไม่มีใครมายุ่งกับผม 

ระยะเวลา 10 กว่าวันต่อจากนี้ คือเวลาที่ผมจะอยู่ในความสงบถึงขีดสุด

เที่ยววานูอาตูแต่ดันกลายเป็นคุณครูจำเป็น ทำเอาชาวบ้านกรี๊ดทั้งเกาะเพราะมาจากไทย

ป้าเอ็มม่า (Emma) คือเจ้าของบังกะโลที่ผมจะมาพักอยู่ด้วย เธอเป็นสตรีวัย 60 กว่าๆ ที่ยังแข็งแรงสดใสและดูอ่อนกว่าวัย ยิ่งเธอบอกว่าตลอด 10 กว่าวันนี้มีผมเป็นแขกเพียงคนเดียวของเธอ ผมยิ่งรู้สึกลิงโลดมากกว่าโดดเดี่ยว

แต่ผมกำลังจะได้รับรู้ความจริงในเวลาต่อมาว่าผมคิดผิด

“มาจากเมืองไทยเหรอ กรี๊ดดดดดดด” ป้าเอ็มม่ากรี๊ดออกมาอย่างจริงจัง

“โทนี่ จา เป็นยังไงบ้าง ป้าชอบโทนี่ จา มากๆ คนทั้งเกาะติดเรื่อง องค์บาก กันงอมแงม ทุกคนเป็นแฟนคลับโทนี่ จา กันทั้งนั้น” ป้าเอ็มม่ารัวใส่ผมไม่หยุด เธอชื่นชอบภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก เอามากๆ เธอคลั่งไคล้ โทนี่ จา หรือ คุณจาพรม ยีรัมย์ อย่างเห็นได้ชัด และผมคือตัวเชื่อมของเธอกับดาราคนโปรด

ป้าเอ็มม่าออกเสียงองค์บากว่า อุ๊งบัก อย่างน่ารักจนผมต้องกลั้นยิ้ม และประโยคต่อมาก็คือ

“ถ้าป้าบอกคนในหมู่บ้านว่ามีแขกมาจากประเทศอุ๊งบักแล้วล่ะก็ รับรองทุกคนก็จะกรี๊ดเหมือนกัน” 

ที่บังกะโลไม่มีไฟฟ้า ไม่มีประปา มีแต่เรือนที่สร้างขึ้นจากต้นและใบมะพร้าวอย่างเรียบง่าย ในห้องมีเพียงมุ้งและฟูกนอนพร้อมหมอน 1 ใบที่แสนสะอาด ถ้าจะอาบน้ำก็ต้องเดินไปยังบ่อน้ำจืดที่ตั้งอยู่ห่างจากห้องไปเพียง 20 ก้าว แต่ถ้าอยากซื้อขนม ซื้อน้ำ หรือชาร์จแบตเตอรี่กล้องถ่ายรูป ก็ต้องออกแรงเดินเท้าราวๆ 15 – 20 นาที ไปยังร้านชำกลางหมู่บ้าน

เที่ยววานูอาตูแต่ดันกลายเป็นคุณครูจำเป็น ทำเอาชาวบ้านกรี๊ดทั้งเกาะเพราะมาจากไทย
เที่ยววานูอาตูแต่ดันกลายเป็นคุณครูจำเป็น ทำเอาชาวบ้านกรี๊ดทั้งเกาะเพราะมาจากไทย

ร้านชำเป็นเสมือนศูนย์รวมของทุกสรรพสิ่ง นี่มีแผงโซลาร์เซลขนาดใหญ่คอยดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า จึงเป็นเพียงจุดเดียวของหมู่บ้านที่มีไฟฟ้าใช้ พอตกเย็น ใครๆ ก็พากันหอบลูกจูงหลานมานั่งดูแผ่น VCD กันเอิกเกริก และภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมตลอดกาลคืออุ๊งบักหรือ องค์บาก นั่นเอง ส่วนสัญญาณโทรศัพท์กับไวไฟนั้นไม่ต้องพูดถึง โทรศัพท์มือถือทำหน้าที่ได้แค่ถ่ายรูป จะโทรหาใคร จะโพสต์เฟซบุ๊ก ส่งไลน์ หรือตอบอีเมลนั้นลืมไปเลย

วันรุ่งขึ้นผมเดินไปที่ร้านชำแต่เช้าเพื่อไปชาร์จแบตเตอรี่กล้องและมือถือ กะจะซื้อขนมมาตุนๆ ไว้เผื่อหิวเสียหน่อย เด็กๆ ที่เล่นอยู่แถวนั้นเห็นผมจึงรี่เข้ามา

“มาจากเมืองไทยใช่มั้ย” เด็กๆ กลุ่มหนึ่งเข้ามาถาม

“ใช่แล้ว ทำไมรู้ล่ะ” ผมสงสัย

“เมื่อวานเย็นเอ็มม่ามาบอกว่ามีแขกมาจากเมืองไทย เมืองอุ๊งบัก” เด็กๆ เฉลยให้ผมเข้าใจ

“มาต่อยกัน” เด็กๆ เริ่มเข้ามาชวนผมต่อย

“อะ…อะ…อะ…ไรนะ มาต่อยกัน เฮ้ย!!! ไอ้หนู” ผมเริ่มไปไม่เป็น

“ถ้านายมาจากเมืองอุ๊งบักจริงๆ นายต้องมีพลังเตะต่อยตีลังกาได้ ไหนโชว์หน่อยดิ๊” เด็กตื๊อ

เที่ยววานูอาตูแต่ดันกลายเป็นคุณครูจำเป็น ทำเอาชาวบ้านกรี๊ดทั้งเกาะเพราะมาจากไทย

กว่าจะชาร์จแบตโทรศัพท์และกล้องถ่ายรูปจนเต็ม ผมต้องออกแรงทำท่ากังฟูกับเด็กๆ หมู่บ้านรานอนไปหลายยก 

ไม่เพียงแต่เด็กๆ ที่ตื่นเต้นดีใจ ชาวบ้านเองก็ใช่ย่อย

“โทนี่ จา สบายดีมั้ย”

“เขาจะทำอุ๊งบักภาคต่อไปอีกหรือเปล่า”

“ตัวจริงเขาเตะต่อยได้แบบในหนังมั้ย หรือเก่งกว่ามาก”

“คนไทยเตะต่อยตีลังกาได้แบบนี้ทุกคนเลยใช่มั้ย”

อยู่ดีๆ ก็มีคุณพี่คนหนึ่งเดินมาแล้วพูดว่า

“แชง คู ยู ไน” เขากล่าวอะไรบางอย่างพร้อมทำท่าย่อเข่า เอามือซ้าย-ขวา มาทำคล้ายงาช้างอยู่ข้างจมูก

“อะไรนะ” ผมไม่แน่ใจว่าเขาทำอะไร

“แชง คู ยู ไน ไงล่ะ…จากเรื่อง ต้มยำกุ้ง ที่พระเอกตามหาช้างน่ะ” คุณพี่อธิบาย

ทีนี้ผมเข้าใจแล้วว่าเขากำลังจะบอกผมว่า “ช้างกูอยู่ไหน” ประโยคสำคัญที่พระเอกจะกล่าวย้ำตลอดตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง และผมต้องพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ ความดังของจาพนมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่อง องค์บาก แต่ยังรวมถึงภาพยนตร์เรื่อง ต้มยำกุ้ง ด้วย เขาคือทูตทางวัฒนธรรมคนสำคัญของเมืองไทยในประเทศวานูอาตู

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

นับแต่นั้นมา ที่ผมคิดว่าจะอยู่เงียบๆ ก็เป็นไปได้ยาก เพราะเด็กๆ ชอบมาชวนผมเล่นกังฟูที่หาดรานอนเสมอ พวกเขามากันเป็นกลุ่ม มาชวนเล่นน้ำ เดินป่า ปีนเขา ไปไหนไปกันเป็นพรวน และเวลาที่ผมไปร้านชำเพื่อทำธุระอะไรก็ตาม ชาวบ้านจะเข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตร จนเรากลายเป็นเพื่อนกันในที่สุด

วานูอาตูเคยเป็นอาณานิคมของทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส ที่นี่มีโรงเรียนที่สอนทั้ง 2 ภาษา และเด็กๆ ก็พูดภาษาเหล่านี้ได้ดีพอๆ กับภาษาบิสลามา (Bislama) ซึ่งเป็นภาษาถิ่นของวานูอาตู ดังนั้น ภาษาจึงไม่เคยเป็นอุปสรรคเลย

หลังจากเฮฮาที่หมู่บ้านรานอนมาพักใหญ่ ผมก็อยากไปหมู่บ้านอื่นๆ บ้าง เอ็มม่าจึงให้ พี่เฟรดดี้ (Freddie) มาเป็นไกด์พาผมไป และผมเลือกเดินป่าไปที่หมู่บ้านฟันลา (Fanla)

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

พี่เฟรดดี้มารับผมด้วยชุดที่บ้านสุดๆ รองเท้าไม่ต้องใส่ ในมือมีพร้าไว้คอยถางหญ้าที่ขึ้นรกชัฏตามรายทาง หมู่บ้านฟันลามีโรงเรียนที่มิชชันนารีฝรั่งเศสมาตั้งอยู่ จึงเป็นหมู่บ้านที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก เช่นเดียวกับพี่เฟรดดี้

“เคยอ่านงานของอองเดร ฌี้ด มั้ย” พี่เฟรดดี้เอ่ย และทำให้ผมหงายเงิบไปเลย

“เอ่อ พี่หมายถึง André Gide คนที่เขียนเรื่อง La Symphonie Pastorale เหรอครับ” ผมเริ่มใช้สมองทำงานหนักมากในการนึกถึงวรรณกรรมฝรั่งเศส

“ใช่ แล้ววอลแตร์ล่ะ อ่านมั้ย” พี่เฟรดดี้ไม่หยุด และเริ่มชวนคุยเรื่องวอลแตร์พร้อมกับฌี้ด

ตาย ตาย ตาย นี่ผมกำลังอยู่ชั่วโมงวรรณคดีอยู่หรือเปล่า ผมต้องพยายามใช้ความสามารถในการชักจูงพี่เฟรดดี้ให้เบนความสนใจออกจากเรื่องวรรณกรรม และหันมาเล่าเรื่องชีวิตชาวประมงของพี่ที่ผมค่อยรู้สึกสงบขึ้นมาหน่อย ต่อมาผมได้เรียนรู้ว่าในยุคอาณานิคม ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสต่างพยายามเอาใจชาวเกาะให้หันมาเป็นพวก ทั้งสองชาติพยายามตั้งโบสถ์ สร้างโรงเรียน ห้องสมุด สถานีอนามัย เพื่อให้ชาวเกาะภักดี จึงไม่แปลกที่บางคนจะมีพื้นฐานการอ่านในขั้นเหลือเชื่อ

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก
บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

2 ชั่วโมงต่อมาผมก็มาถึงหมู่บ้านฟันลา เด็กๆ ออกมามองผมกันอย่างสนุกสนาน เพราะผมดูแตกต่างจากพวกเขามาก หมู่บ้านฟันลาเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีบ้านสานขึ้นอย่างง่ายๆ แต่ใส่สีสันเร้าใจสุดๆ พี่เฟรดดี้พาผมไปคารวะหัวหน้าหมู่บ้านตามธรรมเนียม เพื่อให้ผมได้รายงานตัวเสียก่อนว่าเป็นใคร มาจากไหน

“มาจากเมืองไทย งั้นก็ต้องรู้จักโทนี่ จา ด้วยสิ” ท่านหัวหน้าบอก ความดังของอุ๊งบักแผ่ไปทั่วทุกหย่อมหญ้าวานูอาตูจริงๆ

“บ่ายนี้ว่างมั้ย ไปลองสอนเด็กๆ หน่อยสิ เด็กๆ ต้องดีใจที่มีคนมาจากประเทศอุ๊งบักแน่ๆ เด็กๆ ที่นี่ติดหนังเรื่องนี้กันเกรียว” ท่านหัวหน้ากล่าว และผมก็พอจะนึกภาพออก

“สอนอะไรก็ได้ อย่างที่อยากสอน อะไรง่ายๆ สักครึ่งชั่วโมง เด็กๆ จะได้มีโอกาสรู้จักชาวต่างชาติ นะ นะ” หัวหน้าหมู่บ้านพยายามโน้มน้าวใจในขณะที่ผมกำลังครุ่นคิด

เกิดมาผมไม่เคยสอนหนังสือเด็กๆ เลยนะครับ ณ วินาทีนั้นผมคิดว่าผมคงจะปฏิเสธท่านหัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้แน่ๆ และก็คงจะเป็นประสบการณ์ชีวิตที่น่าจดจำที่ผมได้มาเป็นคุณครูครั้งแรกที่ประเทศวานูอาตู

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

พี่เฟรดดี้พาผมเดินไปยังโรงเรียนประถมต้นซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล ตอนนั้นเด็กๆ ไปพักอยู่ที่ไหนสักแห่ง ทำให้ผมได้มีโอกาสเดินสำรวจในห้องว่าพวกเขากำลังเรียนเรื่องอะไรกัน ผมพบกระดาษวาดรูปพระอาทิตย์ลงสีสันน่ารัก พร้อมเขียนกำกับเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Le Soleil มีตารางการกระจายกริยาภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้นอยู่สามสี่แผ่น ตอนนั้นผมรู้แล้วว่าผมต้องสื่อสารกับเด็กๆ ด้วยภาษาฝรั่งเศส แต่ผมจะสอนอะไรเหรอ การที่ท่านบอกว่าสอนอะไรก็ได้ง่ายๆ นี่มันยากมากๆ นะครับ

ไม่กี่นาทีต่อมาเด็กๆ ก็กลับมาจากช่วงพักทานของว่าง พี่เฟรดดี้พาผมไปแนะนำตัวกับคุณครู และคุณครูก็ดีใจมากที่ผมมาจากประเทศอุ๊งบัก และเมื่อคุณครูแนะนำตัวผมด้วยข้อมูลนี้ เด็กๆ ก็ร้องเย่! ออกมากันสนุกสนาน

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

ตายล่ะ ผมจะต้องสอนเขาแล้วในวินาทีนี้ ผมจะสอนอะไร ผมจะสอนอะไร ในใจผมกรีดร้อง

‘ปิ๊ง’ ในวินาทีสุดท้ายที่ผมกำลังเดินไปหน้าห้องสมองน้อยๆ ก็กระซิบว่า ‘สอนร้องเพลงสิ’

มันเป็นคำตอบที่ใช่มากๆ 

เพลงที่ผมนึกออกในวินาทีนั้นคือเพลง Coucou Hibou เป็นเพลงที่เด็กฝรั่งเศสเล็กๆ จะร้องกัน กุ๊กูคือนกกาเหว่า ส่วนอิบูคือนกฮูก เนื้อเพลงกล่าวถึงนก 2 ชนิดที่ร้องโต้ตอบกันไปมา และต้องแบ่งเด็กเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งร้องกุ๊กูแทนเสียงนกกาเหว่า อีกกลุ่มร้องอิบูแทนเสียงนกฮูก และร้องสลับกันไปมา เด็กๆ น่าจะชอบ และเนื้อเพลงเป็นไวยากรณ์ภาษาฝรั่งเศสที่ไม่ยากเลย

“เอาล่ะน้องๆ วันนี้เราจะร้องเพลง Coucou Hibou ใครอยากเป็น Coucou ใครอยากเป็น Hibou บ้างครับ” ผมเริ่มเปิดการสอน

ได้ผล ได้ผล เด็กๆ แย่งกันเป็นนก 2 ชนิดนี้อย่างสนุกสนาน และผมก็แบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม ก่อนจดเนื้อและร้องนำไปสองสามรอบ

Dans la forêt lointaine,

On entend le coucou.

Du haut de son grand chêne,

Il répond au hibou

Coucou Hibou Coucou Hibou Coucou Hibou Coucou

Coucou Hibou Coucou Hibou Coucou Hibou Coucou

ถ้าให้ผมแปลเป็นภาษาไทย ก็จะได้ประมาณว่า

ในป่าห่างไกล ได้ยินกาเหว่า

ส่งเสียงเร่งเร้า จากต้นโอ๊คใหญ่

นกฮูกได้ยิน ตอบไปทันใด

โต้กันฟังได้ ว่า “กุ๊กู” “อิบู”

กุ๊กู อิบู กุ๊กู อิบู กุ๊กู อิบู กุ๊กู

กุ๊กู อิบู กุ๊กู อิบู กุ๊กู อิบู กุ๊กู

เสียงร้องเพลงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขมากๆ ยิ่งเวลาพวกเขาตั้งใจทำหน้าที่นกกาเหว่าหรือนกฮูกยิ่งดูน่ารัก เวลาครึ่งชั่วโมงบานปลายออกไปนิดหน่อย แต่คุณครูตัวจริงก็ไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะกลับผมถามเด็กๆ ว่าอยากทำอะไรก่อนจากกัน ทายซิครับว่าเด็กๆ ตอบว่าอะไร พวกเขาตอบว่า “ครูช่วยโดดตีลังกาแบบอุ๊งบักให้ดูหน่อยสิครับ” 

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

พี่เฟรดดี้พาผมกลับมาส่งที่หมู่บ้านรานอนในเวลาค่ำ วันนี้เป็นวันที่สนุกจริงๆ หลังจากนั้นผมเลิกคิดถึงการปลีกวิเวกไปแล้ว ชาวเกาะน่ารักและเป็นมิตรมาก น้องๆ ยังมาเล่นกับผมอยู่ทุกวัน วันไหนมีตลาดนัด ผมก็ไปเดินเล่นกับป้าเอ็มม่าและช่วยถือของกลับบังกะโล ทุกคนเป็นเพื่อนกับผม และทุกคนรู้จักประเทศไทยเป็นอย่างดี

ตอนที่มาถึงใหม่ๆ ผมเคยคิดว่าที่เขาซี้เราขนาดนั้นก็เพราะภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก ที่ชาวเกาะติดงอมแงม 

แต่มีมากกว่านั้น

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 2015 พายุไซโคลนแพม กำลังแรงกว่า 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมงถล่มประเทศวานูอาตูเกือบทั้งประเทศ เกาะน้อยใหญ่เกือบทั้ง 87 เกาะอยู่ในสภาพยับเยิน เดือนตุลาคมปีนั้น ผมเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังหมู่บ้านรานอน เกาะแอมบริม ประเทศวานูอาตู และได้มีโอกาสพบเห็นร่องรอยความเสียหายที่ยังค้างคาอยู่

ในเวลาที่ชาวเกาะกำลังเดือดร้อนอย่างที่สุด พวกเขาได้รับ ‘ข้าว’ ที่รัฐบาลไทยส่งไปให้เป็นความช่วยเหลือแก่ประเทศเล็กๆ แห่งนี้ บนกระสอบข้าวมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษอ่านได้ว่า ‘ด้วยความปรารถนาดีจากประเทศไทย’ ข้าวไทยนับเป็นความช่วยเหลือชุดแรกๆ จากนานาชาติที่มาถึงประเทศวานูอาตู มาถึงเกาะแอมบริม และมาถึงหมู่บ้านรานอนแห่งนี้

“You are our friend” 

เป็นประโยคที่ผมได้ยินจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาววานูอาตูบนเกาะนี้ทุกครั้งเวลาเขาเล่าเรื่องข้าวจากเมืองไทย

วานูอาตูเป็นหนึ่งในประเทศที่ดัชนีความสุขสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก 

และตลอด 10 กว่าวันในประเทศนี้ ผมพบว่าผมได้กลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกเช่นกัน

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

โลจน์ นันทิวัชรินทร์

หนุ่มเอเจนซี่โฆษณาผู้มีปรัชญาชีวิตว่า "ทำมาหาเที่ยว" เพราะเรื่องเที่ยวมาก่อนเรื่องกินเสมอ ชอบไปประเทศนอกแผนที่ที่ไม่ค่อยมีใครอยากไป เลยต้องเต็มใจเป็น solo backpacker Instagram : LODE_OAK

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load