The Game Changer (2019)

ประเภท Documentary

ประเทศ United States of America

ผู้กำกับ Louie Psihoyos

ผู้เขียนบท Shannon Kornelsen, Mark Monroe และ Joseph Pace

นักแสดงนำ James Wilks, Arnold Schwarzenegger, Patrik Baboumian และ Scott Jurek

ความยาว 86 นาที

The Game Changers เป็นภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับการกินแบบละเว้นเนื้อสัตว์ (Plant-Based Diet) เรื่องแรกที่ทำให้ใจฉันเต้นรัว และทันทีที่ดูจบก็หันไปมองหน้าแฟน แล้วตัดสินใจเปลี่ยนมากินมังสวิรัติด้วยกันตั้งแต่วันนั้นเลย ดังนั้นฉันขอให้สิบเต็มกับสารคดีเรื่องนี้ ในแง่ความทรงพลังของการเล่าเรื่อง เพราะจริงๆ นี่ไม่ใช่สารคดีแนวนี้เรื่องแรกที่เคยดู 

เรื่องดังๆ อย่าง Cowspiracy: The Sustainability Secret, Forks Over Knives, Dominion หรือ Live and Let Live ก็เคยผ่านตามาแล้วทั้งนั้น ทำให้พอจะรู้อยู่บ้างว่าการกินแบบละเว้นเนื้อสัตว์นั้นดีอย่างไร แต่ไม่ทำให้ฉันรู้สึกอยากเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและลงมือทำทันทีได้อย่าง The Game Changers พูดให้แฟร์ คงเพราะถูกที่ถูกเวลาด้วยที่สารคดีเรื่องนี้โผล่มาตอนฉันวัยใกล้ 30 ที่ทุกการรับรู้ถูกหมักบ่มมาหลายปี 

The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix

ตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สารคดีเรื่องนี้ตะล่อมคนดูอย่างอยู่หมัดด้วยข้อมูลมากมายที่ไม่ดราม่า คือที่ผ่านมา สารคดีเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินส่วนใหญ่มักเล่นกับอารมณ์สะเทือนใจของคนดู เช่น เผยภาพความโหดร้ายของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ หรือเปิดโปงการฮั้วกันระหว่างรัฐบาลและบริษัททุนนิยมยักษ์ใหญ่ ในการบิดเบือนความจริงเรื่องอาหาร 

แต่เอาเข้าจริง ฉันคิดว่าคนส่วนใหญ่จะพยายามทำความเข้าใจและยินยอมเปลี่ยนพฤติกรรม ก็ต่อเมื่อข้อมูลนั้นชี้ให้เห็นความเป็นความตายในเชิงปัจเจกบุคคลมากกว่า พูดง่ายๆ คือข้อมูลที่บอกว่า “เอ็งตายไม่ดีแน่ ถ้ายังกินแบบนี้ต่อไป” นี่แหละคือหมัดฮุกที่จะทำให้คนวางเบอร์เกอร์เนื้อชิ้นนั้นลง 

อย่างฉันเองเลิกกินอาหารฟาสต์ฟู้ดได้เด็ดขาด ไม่ใช่จากสารคดี FOOD, INC ในตำนาน แต่เป็นหลังดูสารคดีบ้าดีเดือดเรื่อง Super Size Me ที่ว่าด้วยชายผู้ทดลองกินอาหารฟาสต์ฟู้ดทุกมื้อเป็นเวลาหนึ่งเดือนต่างหาก ใครสนใจไปหามาดูนะ สารคดีเก่าหลายสิบปีแล้ว แต่โคตรเก๋า แค่เดือนเดียวสุขภาพยังพังพินาศขนาดนั้น ถ้ากินสะสมไปทั้งชีวิตไม่ต้องคิดเลยว่าจะวายป่วงขนาดไหน 

The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix
The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix

เลิกค่ะ เลิกกินฟาสต์ฟู้ดถาวร!

*เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์สารคดี*

01

เรื่องราวของ The Game Changers เริ่มต้นเมื่อ เจมส์ วิลก์ส (James Wilks) ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้ระยะประชิด การต่อสู้แบบของเจมส์รุนแรงจนถูกแบนจากสนามต่อสู้กีฬา แต่ก็เป็นประโยชน์มากและใช้ได้จริงหากถูกทำร้ายในชีวิตประจำวันไปจนถึงในสงคราม เขาได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้จนเส้นเอ็นเข่าฉีกขาด ทำให้เขาต้องพักการฝึกซ้อมนานกว่า 6 เดือน 

ด้วยความว่างและอยากหายจากการบาดเจ็บ เจมส์เลยใช้เวลาเป็นพันชั่วโมง (ท่าจะว่างจริง) ศึกษาบทความทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการฟื้นฟูและโภชนาการ เพื่อหาทางให้ตัวเขากลับสู่สังเวียนได้เร็วที่สุด จุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงนี้ เขาไปเจอข้อมูลที่ชี้ว่า นักต่อสู้โรมันในตำนานหรือที่เรียกกันว่า Gladiators นั้นเป็นมังสวิรัติ จากการที่นักวิจัยนำกระดูกที่ขุดพบไปวิเคราะห์ 

เจมส์อึ้ง เพราะข้อมูลนี้สวนทางกับความเชื่อของคนยุคปัจจุบัน ที่เราถูกป้อนข้อมูลมาแต่ไหนแต่ไรว่าเนื้อสัตว์เป็นแหล่งโปรตีน นั่นจึงเป็นที่มาของการเดินทางเพื่อค้นหานักกีฬาที่ละเว้นเนื้อสัตว์ เพราะเจมส์อยากพิสูจน์ว่าการกินแต่ผักเนี่ย มันทำให้คนแข็งแกร่งได้จริงหรือ

สก็อตต์ จูเร็ก (Scott Jurek) หนึ่งในสุดยอดนักวิ่งระยะไกล (Ultramarathon) ตลอดกาล สก็อตต์ทำลายสถิติมาแล้วมากมาย ในการปฏิบัติภารกิจแต่ละครั้ง เขาต้องวิ่งวันละหลายร้อยกิโลเมตร ผ่านเส้นทางโหดหิน ทั้งทะเลทราย เทือกเขา ป่าชื้น ซึ่งเขาก็พิชิตมาได้ทั้งหมดจากการกินแค่ธัญพืช ผัก และผลไม้ เท่านั้น 

The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix

02

เจมส์ยังไม่เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ เขาเลยไปคุยกับแพทย์ประจำทีมผู้อยู่เบื้องหลังแชม์ World Series และ Super Bowl เลยได้รู้ความจริงที่น่าตกใจว่า ข้อมูลโภชนาการที่เราท่องจำกันอยู่ทุกวันนี้ค่อนข้างล้าสมัย 

จริงๆ แล้วพลังงานสำหรับการออกกำลังกายส่วนใหญ่มาจากคาร์โบไฮเดรตในรูปแบบไกลโคเจนที่มนุษย์สะสมไว้ในกล้ามเนื้อ และถ้าเราพยายามเปลี่ยนแคลอรี่จากคาร์โบไฮเดรต มาเป็นแคลอรี่จากโปรตีนแทน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ คุณจะขาดคาร์โบไฮเดรตและไกลโคเจนเรื้อรัง และนั่นจะทำให้คุณอ่อนเพลียเรื้อรังด้วย

The Game Changers พาเราไปรู้จักนักกีฬามืออาชีพอีกหลายคนที่ประสบความสำเร็จ และเพิ่มประสิทธิภาพร่างกายตัวเองได้อย่างไม่น่าเชื่อ จากการเปลี่ยนมากินมังสวิรัติ

เช่น มอร์แกน มิตเชล (Morgan Mitchell) แชมป์วิ่ง 400 เมตร 2 สมัยชาวออสเตรเลีย ดอตซี่ เบาช์ (Dotsie Bausch) แชมป์ปั่นจักรยาน 8 สมัยในสหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งในนักกีฬาไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่ได้แชมป์โอลิมปิกตอนอายุเกือบ 40 ปี

The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix

เคนดริก แฟริส (Kendrick Farris) นักกีฬายกน้ำหนักชาวอเมริกันเล่าให้ฟังอย่างติดตลกว่า ก่อนหน้านี้คนชอบแซวว่าการที่เขากินแต่หญ้า ไม่มีทางมีเรี่ยวแรงพอจะยกน้ำหนักเป็นร้อยกิโลกรัมได้ เขาเลยตบหน้าขาเม้าด้วยการติดทีมชาติ 3 สมัย และคว้าแชมป์โอลิมปิกเสียเลย

อีกคนคือ แพทริก บาบูเมียน (Patrik Baboumian) ชายผู้ทำลายสถิติมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกมาแล้วหลายครั้ง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าชายคนนี้ยกรถยนต์แล้วพลิกมันกลิ้งตลบได้ด้วยสองมือเปล่า และแน่นอนว่าเขาเป็นมังสวิรัติอย่างเคร่งครัดมาตั้งแต่ปี 2005 อยากให้ไปดูเรื่องของชายคนนี้แบบเต็มๆ ในสารคดี โคตรเหนือมนุษย์

นี่แค่ส่วนหนึ่ง ยังมีนักกีฬามืออาชีพอีกหลายคนที่ตบเท้ากันเข้ามา บอกเล่าเรื่องราวแสนน่าทึ่งในการเปลี่ยนมากินมังสวิรัติของพวกเขาใน The Game Changers ความสำเร็จของพวกเขาไม่ได้อาศัยแค่พลังงาน (Energy) แต่ต้องมีพละกำลังที่แข็งแกร่ง (Strength) ด้วย 

The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix

03

พละกำลังที่แข็งแกร่งมาจากโปรตีน ที่ถูกทำให้เชื่อมาตลอดว่าส่วนใหญ่มาจากเนื้อสัตว์อย่างที่เล่าไปข้างต้น สเต๊กหรือแฮมเบอร์เกอร์ที่คุณกิน ผลิตมาจากวัว แล้ววัวกินอะไร ก็กินพืช ดังนั้นว่ากันแบบตรงๆ ง่ายๆ โปรตีนที่คุณได้รับก็มาจากพืชนั่นแหละ สัตว์ที่เรากินเหล่านั้นเป็นแค่พ่อค้าคนกลางเท่านั้น 

คุณอาจไม่เคยรู้ว่า ถั่วเลนทิลต้มสุกหนึ่งถ้วยหรือแซนด์วิชเนยถั่วหนึ่งชิ้น มีปริมาณโปรตีนเท่ากับเนื้อ 85 กรัมหรือไข่ไก่ฟองใหญ่ 3 ฟอง

ไม่ใช่แค่โปรตีน ในสารคดีมีการเชิญนักกีฬา 3 คนมาร่วมทดสอบให้เห็นความแตกต่างของสภาพไขมันจากสัตว์และพืชที่ไหลเวียนอยู่ในโลหิตมนุษย์ โดยวันแรกให้กินเนื้อสัตว์และวันที่สองให้กินมังสวิรัติ ผลปรากฏว่าเมื่อนำเลือดไปแยกพลาสมาออกมา ไขมันในพลาสมาของวันที่กินมังสวิรัติใสแจ๋ว ในขณะวันกินเนื้อไขมันมีสภาพขุ่นข้นจนน่าตกใจ ไขมันเหล่านี้ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการไหลเวียนโลหิต

เมื่อนักกีฬาเห็นสภาพไขมันจากสัตว์ที่ไหลเวียนอยู่ในเลือดตัวเอง ถึงกับหน้าเหวอและอุทานออกมาว่า “It’s gross to see”

The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix
The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix

สิ่งที่ฉันชอบมากในสารคดีเรื่องนี้ คือข้อมูลทางวิทยาศาสตร์แบบเจาะลึก ตอบทุกข้อสงสัยในใจเกี่ยวกับสารอาหารที่ร่างกายจะขาดไปหากเปลี่ยนมากินมังสวิรัติ รวมถึงบอกเหตุผลว่าทำไมพืชผักถึงขาดสิ่งนั้นไป และจะต้องแก้ไขอย่างไรร่างกายถึงจะยังได้รับสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ 

และประเด็นที่เจมส์สนใจมากที่สุดคือการซ่อมแซมร่างกาย (Recovery) ที่โปรตีนจากพืชสร้างประสิทธิภาพได้มากกว่าโปรตีนจากสัตว์หลายเท่า จากการปรับสภาพการเจริญเติบโตของเส้นเลือด ไปจนถึงเนื้อเยื่อที่เสียหาย แถมยังมีผลพลอยได้เป็นการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันอีก 

ข้อมูลส่วนนี้สารคดีอธิบายไว้ละเอียดมาก แต่ขอไม่เล่าในบทความนี้ เพราะเนิร์ดเกิน ไปดูเองน่าจะได้ข้อมูลครบถ้วนที่สุด

The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix

04

อีกหนึ่งไฮไลต์ของสารคดีคือการไปนั่งคุยกับ อาร์โนลด์ ชวาสเนกเกอร์ (Arnold Schwarzenegger) อดีตนักเพาะกายมืออาชีพ นักการเมืองและนักแสดงชื่อดัง ผู้เปลี่ยนมากินมังสวิรัติถาวร เขาบอกว่าสมัยหนุ่มๆ เขากินเนื้อสัตว์เยอะมาก กินไข่ไก่ถึงวันละ 15 ฟอง เพื่อสร้างโปรตีนในการเพาะกาย 

จนเมื่อแก่ตัวลง ได้ศึกษาเรื่องโภชนาการอย่างจริงจัง เขาจึงเพิ่งค้นพบความจริงว่า มนุษย์ไม่จำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์เพื่อสร้างโปรตีน อาร์โนลด์ในวัย 72 ปีเล่าอย่างกระฉับกระเฉงว่า ทุกวันนี้เขาหลงรักพืชมากกว่าเนื้อสัตว์เสียอีก และเขาไม่กังวลเรื่องคอเลสเตอรอลอีกต่อไป

The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix

ในสังคมอเมริกัน คนถูกหล่อหลอมด้วยค่านิยมว่าความเป็นชายชาตรี และความแข็งแกร่งนั้นต้องมาจากการกินเนื้อ อย่างที่เห็นได้จากโฆษณาชวนเชื่อของฟาสต์ฟู้ดเจ้าดัง การตลาดที่ยอดเยี่ยมของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ อาโนบอกว่าเขารู้ซึ้งถึงสิ่งนี้ดี เพราะเลยหลงอยู่ในโลกใบนั้นมากกว่าครึ่งชีวิต

เมื่อพูดถึงความเป็นชายชาตรี เจมส์เลยพาคนดูไปเข้าร่วมทดลองสมรรถภาพทางเพศ ร่วมกับนักกีฬามหาวิทยาลัยหนุ่ม 3 คน ด้วยให้นักกีฬากินเนื้อสัตว์และผัก จากนั้นวัดความถี่ของการแข็งตัว และขนาดขององคชาตตอนที่แข็งตัวระหว่างนอนหลับ 

ผลปรากฏว่าค่ำคืนหลังอาหารมื้อผัก องคชาตของนักกีฬาทั้ง 3 มีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อแข็งตัว แถมยังแข็งตัวนานขึ้น อธิบายให้เห็นภาพคือสมรรถภาพทางเพศของทุกคนพุ่งสูงทะลุ 300 เปอร์เซ็นต์ (เฮ้ย อึ้ง ทึ่ง กันเลยทีเดียว)

The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix

ถ้าการกินแบบละเว้นเนื้อสัตว์มันดีขนาดนี้ ทำไมเรื่องนี้ยังเป็นแค่ Niche Market ล่ะ 

เจมส์เล่าว่าปู่ของเขาตายด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวตอนอายุแค่ 63 ปีเท่านั้น หลังจากสูบบุหรี่มาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี ทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ติดบุหรี่ เนื่องจากสมัยนั้นคนหนุ่มถูกทำให้เชื่อว่าการสูบบุหรี่ดีต่อสุขภาพ 

อุตสาหกรรมยาสูบใช้ความโด่งดังของนักกีฬามาเป็นตัวหล่อหลอมความเชื่อว่าบุหรี่คือสัญลักษณ์ของความฟิตและสุขภาพดี เป็นหลายสิบปีให้หลังจึงเริ่มมีงานวิจัยออกมาทำลายความเชื่อนั้น แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว 

ในช่วงท้ายๆ ของยุครุ่งเรืองของอุตสาหกรรมยาสูบ อุตสาหกรรมใหม่ก็ก้าวขึ้นมาแทนที่ และเริ่มเล่นเกมการตลาดแบบเดียวกัน อุตสาหกรรมปศุสัตว์ อาหารแปรรูป และอาหารฟาสต์ฟู้ดนั่นเอง

The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix

05

แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุดทำให้ฉันตัดสินใจเปลี่ยนมากินมังสวิรัติ คือความจริงที่ว่าทุกวันนี้ 3 ใน 4 ของพื้นที่เกษตรกรรมทั่วโลกใช้ไปเพื่อทำปศุสัตว์ ซึ่งสร้างผลเสียมากมายในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

การทำฟาร์มเนื้อ ฟาร์มนม ฟาร์มไข่ และฟาร์มปลา ใช้พื้นที่การเกษตรในโลกถึง 83 เปอร์เซ็นต์ แต่ให้ปริมาณแคลอรี่กับมนุษย์ที่กินมันแค่ 18 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เหตุผลที่ปศุสัตว์ใช้พื้นที่มาก เพราะอย่างที่เล่าไปข้างต้นอีกนั่นแหละว่าสัตว์เป็นแค่พ่อค้าคนกลาง มันต้องกินพืชผักปริมาณมหาศาลเพื่อสร้างโปรตีน

The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่ามีสัตว์กว่า 7 แสนล้านตัวถูกบริโภคในแต่ละปี อาหารสำหรับเลี้ยงพวกมันจึงต้องใช้พื้นที่มากมาย และนี่เองเป็นสาเหตุหลักๆ ของการเผาทำลายบุกรุกผืนป่า แถมยังใช้น้ำมหาศาลในการเพาะปลูกอีกด้วย

เชื่อไหม เนื้อในเบอร์เกอร์หนึ่งชิ้น ใช้น้ำ 2,400 ลิตรในการผลิต!

เท่านั้นยังไม่พอ มูลสัตว์ยังถูกปล่อยลงสู่ธรรมชาติ ทำลายสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศแบบครบวงจร อุตสาหกรรมปศุสัตว์สร้างมลพิษ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสาเหตุของโลกร้อน มากกว่ายานพาหนะทุกประเภทในโลก เครื่องบินทุกลำ รถยนต์ รถไฟ รวมกัน

The Game Changers ภาพยนตร์สารคดีสุดโด่งดังที่เปลี่ยนฉันเป็นมังสวิรัติทันทีที่ดูจบ, The Game Changers รีวิว, The Game Changers Netflix

ข้อมูลต่างๆ ที่เคยได้รู้มาทั้งชีวิต และที่ปรากฏในภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง มันเพียงพอแล้ว ที่จะทำให้ฉันยอมเปลี่ยนพฤติกรรมการกินแบบเดิมที่ทำมาทั้งชีวิต ในเมื่อการกินแบบละเว้นเนื้อสัตว์ (Plant-Based Diet) มันดีต่อเราตัวเอง ดีต่อโลกที่เราอาศัยอยู่ แล้วทำไมเราจะไม่ทำล่ะ จริงไหม

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

เคยคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าสตรีมมิ่งแต่ละเจ้ามาแข่งขันหรือชนกันให้รู้แล้วรู้รอด กำไรมีแต่จะตกมาถึงคนดู ทำให้ “นี่มันเป็นปีที่ดีอะไรเช่นนี้ (What a lovely year)” คงเป็นวลีเหมาะสมที่สุดแล้วล่ะครับที่เราจะใช้บรรยายปี 2022 หากต้องการนิยามถึงการแข่งขันกันของอุตสาหกรรมโทรทัศน์และสตรีมมิ่ง เพราะเป็นปีที่ทุกค่ายต่างงัดไม้เด็ดของตัวเองออกมาสู้บนเวทีอย่างไม่มีใครยอมใคร คนเดียวที่จะยอมก็คือเราที่ยอมควักเงินจ่ายมันทุกเจ้า

เพราะในปีนี้เรามีทั้ง Stranger Things ซีซั่น 4, 1899 (จากผู้สร้าง Dark), The Midnight Club (จากผู้สร้าง The Haunting of Hill House, The Haunting of Bly Manor และ Midnight Mass) และ The Sandman มหากาพย์ดาร์กแฟนตาซีของ Netflix, ฝั่ง Disney+ มีซีรีส์จักรวาล Star Wars ที่น่าจับตาอย่าง Andor และการกลับมาของตัวละครในตำนานใน Obi-Wan Kenobi กับซีรีส์ Marvel หลายเรื่อง ฝั่ง Apple TV+ ก็ปล่อยของไม่หยุดไม่หย่อน และฝั่งยักษ์ใหญ่ประจำวงการอย่าง HBO มีทั้ง Westworld ซีซั่น 4, Euphoria ซีซั่น 2 กับซีรีส์ที่คนดูมากที่สุดในปีนี้อย่าง House of the Dragon ภาค Prequel ตระกูลมังกรของ Game of Thrones ที่กระแสตอบรับและคำวิจารณ์ดีถล่มทลาย

และหลังจากที่มี The Boys ซีซั่น 3 เป็นตัวชูโรงเรียกเสียงฮือฮาไปได้ตลอดการออนแอร์ Prime Video อีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไปเมื่อเดือนที่แล้ว ก็ได้ส่งผู้เล่นหน้าใหม่ที่ไม่ใหม่อย่าง ‘The Lord of the Rings: The Rings of Power’ เข้าสู่สังวียน ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นน่าจับตามองที่สุดในปี รวมถึงโค้ชของผู้เล่นคนนี้ (ผู้สร้างซีรีส์) ก็ได้รับแรงกดดันมากที่สุดในเวทีนี้เช่นกัน เพราะจะต้องสร้างซีรีส์จากจักรวาลแฟรนไชส์ที่มีคนหลงรักมากที่สุดในโลก

บทความนี้จะเป็นการกางข้อมูลให้กับทุกคนที่สนใจชมซีรีส์ถึงที่มาที่ไป แนวคิดผู้กำกับ ความแตกต่าง และทุกสิ่งที่ควรทราบก่อนการรับชมครับ ทั้งสำหรับแฟนนิยาย J. R. R. Tolkien และผู้ที่สนใจซีรีส์​ The Rings of Power

The Rings of Power ซีรีส์ทุนสร้างสูงที่สุดในโลก 

ทุกข้อควรรู้ของ LOTR: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกแฟนตาซีแห่ง Middle-earth

ปี 2017 มีการประมูลสุดดุเดือดระดับภูเขาไฟเกิดขึ้น นั่นก็คือการประมูลลิขสิทธิ์สร้างซีรีส์จากภาพยนตร์ The Lord of the Rings และ The Hobbit ของ Warner Bros. มีตัวเก็งที่ใส่สูทนั่งทำหน้าเข้ม และสปอตไลต์ฉายแสงบ่อยที่สุดคือ Prime Video, Netflix และ HBO โดยเป็นการเริ่มต้นที่ 200 ล้านดอลลาร์ฯ และด้วยความที่ Jeff Bezos หนึ่งในชายที่รวยที่สุดในโลก และเคยอยู่อันดับหนึ่งเป็นเจ้าของ Amazon Prime Video เรื่องเลยจบลงที่ 250 ล้านดอลลาร์ฯ และใช่ครับ นี่แค่ค่าลิขสิทธิ์เท่านั้น

ซีรีส์ The Ring of Power ใช้ทุนสร้างราว ๆ 500 ล้านดอลลาร์ฯ (จะให้ถูกคือ 465 ล้านดอลลาร์ฯ บวกค่าโปรโมตทำการตลาด) ต่อแค่ 1 ซีซั่นเท่านั้นครับ นั่นทำให้ซีรีส์เรื่องนี้คือซีรีส์ที่ดูก็รู้ว่าผู้ออกทุนกระเป๋าหนักที่สุดในโลก 

Jeff Bezos เองก็เป็นหนึ่งในแฟนของ The Lord of the Rings รวมถึงลูกชายของเขาที่พูดกับพ่อตรง ๆ ว่า “พ่อ อย่าทำมันพังนะครับ ผมไหว้ล่ะ” เขาเลยอัดฉีดให้กับซีรีส์เต็มที่ เพื่อขยับขยายและทำให้ Prime Video เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วยเรื่องที่มั่นใจได้ว่าคนทั่วโลกให้ความสนใจ และทุนสร้างนี้ถูกนำไปใช้เนรมิตให้ภาพและฉากต่าง ๆ ออกมาอลังการงานสร้างที่สุด ตั้งแต่ฉากที่โชว์นาน ไปจนถึงฉากกับช็อตที่โผล่มาสั้น ๆ ซึ่งทำเอาคนดูคิดในใจว่า ไม่ต้องลงทุนขนาดนั้นก็ได้มั้ง แต่ก็ยังทำภาพรวมออกมาได้ราวกับภาพยนตร์มากที่สุด และถ้าจะให้เทียบ The Rings of Power ค่อนข้างมีภาพคล้ายกับ The Hobbit ครับ โดยที่เมกอัพทำระดับเดียวกับ The Lord of the Rings

นอกจากพร็อพ คอสตูม การเนรมิตฉากต่าง ๆ แล้ว สิ่งที่โชว์ออฟว่า The Rings of Power เล่นใหญ่เกินคำว่าซีรีส์คือซีจีที่จัดเต็มถึงขั้นใช้ 20 สตูดิโอในการทำ ศิลปินกว่า 1,500 คน และมีช็อตที่ใช้ซีจีเกือบหมื่นช็อตเลยทีเดียว และอะไรพวกนี้คือผลลัพธ์จากทุนสร้างมหาศาล 

ที่มาในการดัดแปลงและทีมผู้สร้าง 

ทุกข้อควรรู้ของ LOTR: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกแฟนตาซีแห่ง Middle-earth

คำถามที่ขับเคลื่อนซีรีส์เรื่องนี้คือ “เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะสรรสร้างเรื่องราวที่ Tolkien ไม่เคยเขียน และทำเป็นซีรีส์ระดับมหึมาอลังการงานสร้าง ซึ่งจะต้องเกิดขึ้นในตอนนี้ ยุคนี้ ช่วงเวลานี้เท่านั้น”

ซีรีส์อำนวยการสร้างโดย John D. Payne กับ Patrick McKay กำกับโดย J.A. Bayona จากภาพยนตร์ The Impossible (2012) และ A Monster Calls (2016) ทั้งผู้สร้างและผู้กำกับต่างได้รับแรงกดดันจากการที่ต้องมากุมบังเหียนซีรีส์ที่มีฐานแฟนเยอะที่สุดในโลกครับ โดยผู้สร้าง John D. Payne ตั้งใจทำออกมาให้เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี มีกลิ่นอายความผจญภัยสนุก ๆ ที่บางครั้งก็มีอะไรให้กลัว ให้รู้สึกถึงความดาร์ก ความซับซ้อน และความคมคายในเวลาเดียวกัน 

นอกจากนี้ยังประกาศแน่วแน่ว่าจะทำให้มันเล่นใหญ่ และเล่นเล็กอย่างเล่นใหญ่ไปพร้อม ๆ กัน เช่น จากปกติที่เราได้เห็นออร์คในสงครามเป็นร้อยเป็นพัน ผู้สร้างกลับนำมาคิดอีกมุมว่า จะเป็นอย่างไรหากเราต้องสู้กับออร์คเพียงตัวเดียวในสถานการณ์หนึ่ง ซึ่งดูเป็นเรื่องใหญ่ไม่ต่างจากในสงคราม

ประเด็นไม่เคารพต้นฉบับ

ทุกข้อควรรู้ของ LOTR: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกแฟนตาซีแห่ง Middle-earth

The Rings of Power มีประเด็นไม่เคารพต้นฉบับตั้งแต่ปล่อยภาพนิ่งกับตัวอย่างออกมา เกี่ยวข้องตั้งแต่ชุด ฉาก หน้าตาตัวละคร ทรงผม และสีผิว จนเกิดการตั้งคำถามมากมาย (ไหนจะเรื่องที่ผู้กำกับภาพยนตร์ The Lord of the Rings และ The Hobbit อย่าง Peter Jackson ถูกชวนให้มาเกี่ยวข้อง แต่พอถามถึงบทก่อนค่อยว่ากัน แล้วสตูดิโอบอกว่าจะส่งบทให้ Peter อ่าน จากนั้น Peter ก็ไม่ได้รับการติดต่อหรือมีส่วนด้วยเลยนับตั้งแต่วันนั้นอีก) สาเหตุเรื่องนี้ค่อนข้างเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องลิขสิทธิ์และแนวคิดในการสร้าง ที่ต้องการสำรวจและนำอะไรใหม่ ๆ มาสู่จักรวาล Tolkien ในแบบฉบับของตัวเองครับ 

นั่นก็เพราะ Prime Video ได้ลิขสิทธิ์แค่ The Fellowship of the Ring, The Two Towers, The Return of the King และ The Hobbit ซึ่งเป็นเรื่องราวในยุคที่ 3 แต่ไม่สามารถเข้าถึงหรือดัดแปลงจากที่มาสำคัญอย่าง The Silmarillion, Unfinished Tales, The History of Middle-earth และหนังสือเล่มอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะ Akallabêth ซึ่งเป็นที่มาที่ขาดไม่ได้ของ Sauron และอาณาจักร Númenor ด้วยข้อจำกัดตรงที่ต้องวาดภาพเองจากเรื่องราวต้นฉบับที่เป็น Sequel และห่างไกลหลายพันปี บวกกับวิชั่นของผู้สร้างที่อยากเติมอะไรใหม่ ๆ เข้าไป หลายอย่างก็เลยเป็นการตีความและคิดเรื่องราวขึ้นมาเอง โดยทำให้บรรยากาศกับกลิ่นอายใกล้เคียงกับหนังต้นฉบับมากที่สุด แต่ก็จงใจทำให้แตกต่างเพื่อเลี่ยงข้อเปรียบเทียบและคอนเนกชันที่ดูชัดเกินไปจนตีกรอบซีรีส์เกินความจำเป็น และนั่นส่งผลให้ซีรีส์ถูกมองว่าตีความใหม่โดยออกแนวบิดเบือน จนถึงการถูกวิจารณ์ว่าเป็น ‘แฟนฟิกชัน’

เรื่องผิดถูกอาจพูดยากกว่าถูกใจไม่ถูกใจ หรือเคารพไม่เคารพ แต่ถ้าถามความเห็นจากผู้ประพันธ์อย่าง J.R.R. Tolkien เขาเคยกล่าวไว้ในปี 1951 ว่า 

“ความตั้งใจของผมคือการเขียนวาดเรื่องราวเป็นวงกลมวงใหญ่ที่ยังสเก็ตช์และสร้างผังไม่เสร็จดี วงกลมที่เมื่อนำไปก่อร่างสร้างต่อจะเป็นภาพรวมที่ยอดเยี่ยม ตื่นตาตื่นใจ ถึงกระนั้นก็ทิ้งที่เหลือไว้ให้กับมือและความคิดของผู้อื่น ในการที่จะวาดภาพระบายสี ใส่เพลงประกอบ และแต่งเติมเรื่องราว สถานการณ์ และตัวละครให้กับมัน”

บอกเล่าเรื่องราวในยุคสอง

คู่มือฉบับสมบูรณ์ของ The Lord of the Rings: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกมหากาพย์แฟนตาซีแห่ง Middle-earth

เรื่องราวใน Middle-earth หรือมัชฌิมโลกของ J.R.R. Tolkien กว้างใหญ่ไพศาลและกินระยะเวลายาวนานถึง 9,000 ปี แบ่งเป็น 4 ยุค คือยุคแรกคือยุคแห่งการสร้างโลกที่มีวายร้ายหลักคือ Melkor หรือ Morgoth ในสมัยที่ Sauron ยังเป็นลูกกระจ๊อก ยุคสองคือยุคที่ Sauron ขึ้นสู่อำนาจและเรืองอำนาจ กับยุคที่แหวนถูกสร้างขึ้น ยุคสามคือยุคของเหตุการณ์ในฉบับภาพยนตร์ และยุคที่สี่คือ Age of Men ช่วงเวลาสงบสุขหลังจากสงครามแหวนจบลง

และ The Rings of Power ดัดแปลงจากยุคที่สอง กินระยะเวลานานถึง 3,441 ปี และเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในยุคสามของภาพยนตร์ราว ๆ 4,900 ปีเลยทีเดียวครับ The Ring of Power คือการนำเอาเนื้อหาใน 5 นาทีแรกของ The Followship of the Rings (The Lord ภาคแรก) ที่กล่าวถึงแหวน 20 วง ที่ 3 วงครอบครองโดยเอลฟ์ 7 วงครอบครองโดยคนแคระ 9 วงครอบครองโดยมนุษย์ และ 1 วงที่มีอำนาจเหนือแหวนทั้งหมด (One Ring to Rule Them All) มาขยายเป็น 5 ซีซั่น นี่จึงเป็นเรื่องราวที่จะมีทั้งมนุษย์ เอลฟ์ คนแคระ เป็นตัวละครหลัก รวมไปถึงเล่าจุดกำเนิดของแหวนเอกธำมรงค์และยุคที่ยิ่งใหญ่ รวมถึงจุดการล่มสลายของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Númenor 

จอมมาร Sauron

ทุกข้อควรรู้ของ LOTR: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกแฟนตาซีแห่ง Middle-earth

จอมมาร Sauron ในซีรีส์เรื่องนี้ หลังจากพ่ายแพ้ ถูกโค่นจนต้องหลบซ่อนตัวและรอดเร้นมาจนถึงยุคที่สอง ก็ได้อาศัยความเป็นนักเวทย์และจอมแปลงร่าง หลบอยู่ในกายหยาบนาม Annatar เพื่อสอนและหลอกลวงเอลฟ์ชื่อ Celebrimbor ในการสร้างแหวน 19 วงขึ้นมา และ Sauron เองได้แอบสร้างแหวนเอกธำมรงค์เพื่อใช้ควบคุมผู้สวมแหวนทุกวง และสร้างกองทัพออร์คกับโทรลเพื่อมาต่อกรกับมนุษย์และเอลฟ์ จึงกล่าวได้ว่าแม้เราจะไม่ได้เห็นต้นกำเนิดของ Sauron แต่ในแง่หนึ่งนี่ก็คือต้นกำเนิดของ Sauron ที่พ่วงกับเรื่องราวของแหวนด้วยครับ

รู้จักตัวละครหลักและตัวละครหน้าคุ้น

คู่มือฉบับสมบูรณ์ของ The Lord of the Rings: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกมหากาพย์แฟนตาซีแห่ง Middle-earth

ว่าด้วยตัวละครเก่าก่อน นอกจาก Sauron ตัวละครหน้าคุ้นของเรื่องนี้คือเอลฟ์ทั้งสามอย่างท่านหญิง Galadriel รับบทโดย Morfydd Clark กับ Elrond รับบทโดย Robert Aramayo (Ned Stark วัยหนุ่มในซีรีส์ Game of Thrones) ที่ในต้นฉบับเป็นลูกเขยและแม่ยาย แต่เรื่องนี้เป็นเพื่อน และราชาเอลฟ์ Gil-galad ที่แน่นอนว่าเปลี่ยนนักแสดง รวมถึงตัวละคร Isildur ผู้ตัดนิ้ว Sauron ที่เป็นบรรพบุรุษของ Aragorn ตัวละครหลักในไตรภาค The Lord of the Rings อีกด้วยครับ 

และยังมีตัวละใหม่เผ่าเอลฟ์/ตัวละครเอลฟ์ที่ไม่เคยเห็น ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญอย่าง Celebrimbor กับเอลฟ์ทหารที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน อย่าง Arondir (เอลฟ์ผมเกรียนผิวสีที่เด่น ๆ ในตัวอย่าง) ด้วยเช่นกัน

ทางด้านเผ่า Hobbit ที่ปกติขาดไม่ได้ เนื่องจากตามตำนานไม่เคยมีบทบาทสำคัญอะไรก่อนยุคที่ 3 เราจึงไม่ได้รับรู้เรื่องราวของพวกเขา แต่จะเป็นเรื่องราวเผ่าบรรพบุรุษอย่าง Harfoot แทนครับ และซีรีส์ใช้ตัวละคร Elanor ‘Nori’ Brandyfoot กับ Poppy Proudfellow ที่คล้าย Frodo และ Sam มาขับเคลื่อนเรื่องราว

Durin IV เป็นตัวละครสำคัญฝั่งคนแคระ กับภรรยา องค์หญิง Disa

ส่วนเผ่ามนุษย์มี Bronwyn กับ Theo ลูกชายที่ค้นพบดาย ดูจะเกี่ยวข้องบางอย่างกับ Sauron และอำนาจมืด Halbrand ผู้ช่วยชีวิต Galadriel และตัวละครปริศนาที่ดูจะเป็นอีกหนึ่งใจกลางของเรื่องราวนี้ ซึ่งถูกเรียกว่า The Stranger 

คู่มือฉบับสมบูรณ์ของ The Lord of the Rings: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกมหากาพย์แฟนตาซีแห่ง Middle-earth

มีกี่อีพี กี่ซีซั่น และรับชมได้ทางไหน

ซีรีส์ The Rings of Power ได้รับการอนุมัติซีซั่นแรกและซีซั่นสองล่วงหน้าแล้วครับ และถูกวางโครงเรื่องล่วงหน้าไว้แล้ว 5 ซีซั่นด้วยกัน สำหรับซีซั่น 1 ของซีรีส์เรื่องนี้จะมี 8 อีพี 2 อีพีแรกรับชมได้แล้ววันนี้ทาง Prime Video และอีพีต่อ ๆ ไป จะมาทุกวันศุกร์ เวลา 11.00 น.

ข้อมูลอ้างอิง 

www.vanityfair.com/hollywood/2022/02/amazon-the-rings-of-power-series-first-look

www.vulture.com/article/lord-of-the-rings-the-rings-of-power-plot-explained.html

collider.com/how-rings-of-power-ties-into-lord-of-the-rings/

Writer

โจนี่ วิวัฒนานนท์

แอดมินเพจ Watchman ลูกครึ่งกรุงเทพฯ-นนทบุเรี่ยน และมนุษย์ผู้มีคำว่าหนังและซีรีส์สลักอยู่บนดีเอ็นเอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load