หลังจากทำสื่อออนไลน์มาเกือบ 5 ปี ในที่สุดพวกเราชาว The Cloud ก็หวนเข้าวงการนิตยสารเล่มอีกครั้ง!

The Cloud Coffee Club คือนิตยสารราย 4 เดือน เนื้อหา 2 ภาษา ไทยและอังกฤษ ที่ The Cloud ขยายบทบาทจากผู้จัดงาน Thailand Coffee Fest มาสู่การนำการเล่าเรื่อง ความคิดสร้างสรรค์ และเครือข่ายที่มี มาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ Supply Chain วงการกาแฟพิเศษไทย ด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้บริโภค และนำเสนอตัวอย่างสร้างสรรค์กับคนในวงการกาแฟ

นิตยสารเล่มนี้มีรายละเอียดมากมาย ขอคัดสรรความพิเศษมาบอกเล่าเป็นหมวดหมู่ดังนี้

1. ทำเนื้อหาร่วมกับผู้ผลิตกาแฟพิเศษตัวจริง

The Cloud Coffee Club เป็นนิตยสารที่มีคอลัมน์ประจำเกี่ยวกับผู้ผลิตกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ในทุกขั้นตอนการผลิต รวมไปถึงเนื้อหาเกี่ยวกับร้านกาแฟ แบรนด์สินค้าเกี่ยวกับกาแฟ บทความพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญในวงการกาแฟ และบทเรียนเรื่องกาแฟจากทั่วโลกที่ชาวกาแฟไทยเรียนรู้มาปรับใช้ได้

แต่ละเล่มจะมีสกู๊ปหลักประจำฉบับ เล่มแรกเป็นเรื่อง Thai Coffee People รวมทีมสุดยอดผู้ผลิตกาแฟของไทยในทุกขั้นตอน ประกอบด้วย The Farmer : วัลลภ ปัสนานนท์ จาก Nine One Organic Coffee Farm, The Processor : เคเลบ จอร์แดน จาก Gem Forest, The Roaster : อธิปต์พง ตั้งศุภธวัช จาก Craft Coffee Roaster และ The Barista : อธิป อาชาเลิศตระกูล จาก Factory Coffee

เนื้อหาทั้งหมดในเล่ม เราได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟพิเศษมากมาย ทั้งให้คำแนะนำ ให้สัมภาษณ์ จนถึงช่วยเขียน ซึ่งจะหมุนเวียนเปลี่ยนคนไปทุกเล่ม จะได้ทั่วถึงทั้งวงการกาแฟอย่างแท้จริง

2. ทุกฉบับจะได้รับเมล็ดกาแฟพิเศษ

หลายคนมองว่า สื่อสิ่งพิมพ์นั้นจืดชืด เพราะไม่มีสัมผัสที่หลากหลายเหมือนสื่อออนไลน์ เราก็เลยทำสิ่งพิมพ์ที่มอบสัมผัสและประสบการณ์ที่หน้าจอให้ไม่ได้ นั่นก็คือ มีทั้งกลิ่นและรส ให้ได้อ่านและดื่มด่ำกับกาแฟพิเศษไปด้วยกัน

แต่ละฉบับเราจะชวนผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟพิเศษมาบอกเล่าเนื้อหา ซึ่งเป็นธีมของเล่มผ่านเมล็ดกาแฟพิเศษที่ทำขึ้นเฉพาะผู้อ่าน The Cloud Coffee Club เท่านั้น โดยมีปริมาณซองละ 60 กรัม เพื่อให้นักอ่านได้ทดลองชิม ถ้าติดใจก็ไปติดตามผลงานของผู้ผลิตกาแฟรายนี้ต่อได้

ฉบับแรกธีม Thai Coffee People เราก็เลยชวนสุดยอดคนกาแฟไทยทั้ง 4 ท่าน มาช่วยคัดสรรเมล็ดกาแฟพิเศษที่พวกเขาชอบที่สุดในรอบปี และร่วมมือกันทำกาแฟพิเศษขึ้นมามอบให้ผู้อ่านด้วย รายละเอียดของเมล็ดกาแฟทั้ง 5 ซองที่จะเป็นส่วนหนึ่งของนิตยสารฉบับแรกมีดังนี้

01 Mae Ton Luang Microlot 2021

Washed Process

โดย วัลลภ ปัสนานนท์

กาแฟจากหมู่บ้านแม่ตอนหลวง ตำบลเทพเสด็จ จังหวัดเชียงใหม่ คือความภาคภูมิใจของ Nine One Organic Coffee Farm ที่คว้ารางวัล ‘การประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟไทย’ มาแล้วหลายต่อหลายปี นี่คือกาแฟต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวของปี 2021 ที่สุกเป็นล็อตแรกของปีนี้ ที่วัลลภพยายามพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานให้สูงขึ้นทุกปี

02 Syrina

Red Honey Process

โดย เคเลบ จอร์แดน

‘Syrina’ (เซริน่า) คือชื่อสายพันธุ์กาแฟที่เคเลบตั้งตามชื่อลูกสาว เกิดจากการทดลองผสมสายพันธุ์ต้นกาแฟของเคเลบเมื่อหลายสิบปีก่อน จนเกิดสายพันธุ์กาแฟที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกสงบและสุข ตามความหมายของชื่อ Syrina ส่วน Red Honey Process เป็นกระบวนการแปรรูปที่เคเลบคิดค้นขึ้น เป็นการบ่มแบบพิเศษ เพื่อสร้างรสชาติของผลไม้สีแดงอย่างซับซ้อน

03 Mae Ton Luang Heirloom

Anaerobic Cold Dry Process by The First Valley Coffee

โดย อธิปต์พง ตั้งศุภธวัช

อธิปต์พงยกหน้าที่การเลือกเมล็ดให้ เอก สุวรรณโณ เกษตรกรและโปรเซสเซอร์จาก The First Valley Coffee ที่เป็นทั้งพาร์ตเนอร์และครู ซึ่งทำงานร่วมกันมาอย่างรู้มือ เอกเลือกกาแฟจากต้นแห่งประวัติศาสตร์ที่ปลูกรวมกันหลายสายพันธุ์และมีอายุเกิน 25 ปี (Heirloom) ผ่านโปรเจกต์การทดลองหมักและโปรเซส จนได้สารกาแฟไมโครล็อตที่ประสบความสำเร็จ และที่สำคัญคือยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน โดยอธิปต์พงตั้งใจคั่วให้คงรสชาติพิเศษ คือมีรสสัมผัสที่หนักแน่น (บอดี้) แต่ก็ยังมีความฉูดฉาดด้วยรสผลไม้

04 Mae Suai Sirinya

Natural Process

โดย อธิป อาชาเลิศตระกูล

หนึ่งในกาแฟที่อธิปเสาะหามาเสิร์ฟลูกค้าที่ร้านก็คือ ‘ศิริญญา’ กาแฟดอยช้าง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย การร่วมงานกับเกษตรกรที่ไร่ศิริญญา ทำให้เขาเห็นความพิถีพิถัน ใส่ใจ และมุ่งมั่นในการพัฒนาผลผลิต ค้นคว้าทดลองการโปรเซสมากมายเสมอมา กาแฟที่เขาเลือกเป็นตัวแทนของความเรียบง่าย ด้วยวิธีโปรเซสแบบ Natural ทำให้รสชาติกาแฟสะอาด ให้รสผลไม้หลากหลาย ตามแบบฉบับกาแฟไทยที่เขายกให้เป็นกาแฟ Everyday Drink

05 Java Manipruek

Anaerobic Washed Process

Bean : เคเลบ จอร์แดน

Processor : วัลลภ ปัสนานนท์

Roaster : อธิปต์พง ตั้งศุภธวัช

Brew Guide : อธิป อาชาเลิศตระกูล

เมื่อพูดถึงกาแฟไทย เราก็ฝันเห็นภาพของการทำงานเป็นทีม การทำงานที่เกื้อหนุนกันในทุกแขนง จึงเกิดไอเดียโปรเจกต์รวมดรีมทีมพิเศษครั้งแรกของวงการกาแฟไทย วัลลภและเคเลบตัดสินใจใช้กาแฟสายพันธุ์ Java จากหมู่บ้านมณีพฤกษ์ จังหวัดน่าน ที่ไร่ Gem Forest ของเคเลบ เพราะผลกาแฟเริ่มสุกในปริมาณที่เพียงพอ ก่อนจะส่งต่อให้วัลลภโปรเซสด้วยวิธี Anaerobic Washed Process จากนั้นส่งสารกาแฟพร้อมคั่วให้อธิปต์พง และส่งไม้สุดท้ายให้อธิปทดลองค้นหาวิธีการดึงรสชาติของกาแฟที่ดีที่สุดออกมา กาแฟซองนี้จะพาเราให้ดื่มด่ำกับรสชาติความเป็นกาแฟไทยจากฝีมือคนไทยแท้ จนต้องออกเสียเชียร์ให้กับกาแฟทีมชาติไทย

3. เนื้อหามี 2 ภาษา ไทยและอังกฤษ

เนื่องจากเราอยากเล่าถึงความพิเศษของกาแฟไทย จึงตั้งใจทำเนื้อหาเป็น 2 ภาษา เพื่อให้เรื่องราวเหล่านี้เดินทางออกไปสู่คนรักกาแฟได้ไกลที่สุด

The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟเล่มแรกจาก The Cloud

4. ไม่ใช่แค่นิตยสาร แต่เป็นชมรม

เราเลือกใช้ชื่อ The Cloud Coffee Club เพราะไม่ได้มองเป็นแค่นิตยสาร แต่มองเป็นชมรมคนรักกาแฟพิเศษ ซึ่งเราจะแถมเข็มกลัดตรา The Cloud Coffee Club ไปกับนิตยสารทุกเล่ม เพื่อให้ใช้ติดมาเข้าร่วมงานต่างๆ ตลอดทั้งปี

5. ออกแบบให้เป็นนิตยสารน่าเก็บสะสม

ทีมงานของ The Cloud Coffee Club นำโดย ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหาร จิรณรงค์ วงษ์สุนทร บรรณาธิการไลฟ์สไตล์ และ มณีนุช บุญเรือง บรรณาธิการภาพ ต่างก็คุ้นเคยกับการทำนิตยสารมาเนิ่นนาน ครั้งนี้พวกเราตั้งใจทำเนื้อหาและออกแบบให้เป็นนิตยสารที่เนื้อหาดี เข้ากับยุคสมัย น่าอ่าน รูปเล่มสวย จัดพิมพ์อย่างประณีต น่าเก็บสะสม แบบที่อ่านอย่างมีความสุขระหว่างจิบกาแฟ พออ่านจบก็วางประดับชั้นหนังสือได้อย่างสวยงาม

The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟเล่มแรกจาก The Cloud
The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟเล่มแรกจาก The Cloud
The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟที่จะทำให้คุณหลงรักผู้ผลิตกาแฟไทย และหลงใหลกาแฟพิเศษเล่มแรกจาก The Cloud

6. จัดทำจำนวนจำกัดแค่ 500 ชุดเท่านั้น

เนื่องจากเมล็ดกาแฟที่เราตั้งใจมอบให้กับผู้อ่านพิเศษมาก จึงหามาได้ในจำนวนจำกัด นิตยสารเล่มแรกของเราจึงจัดพิมพ์ได้แค่ 500 เล่มเท่านั้น

7. เริ่มวางขายในงาน Thailand Coffee Fest 2021

เราจะเปิดให้สั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ในช่วงเดือนมกราคม 2565 แต่จะนำไปเปิดตัวและวางขายเป็นครั้งแรกในงาน Thailand Coffee Fest 2021 วันที่ 23 – 26 ธันวาคม 2564 ที่ Impact Exhibition Hall 5 – 7 เมืองทองธานี ถ้าใครอยากมั่นใจว่าจะไม่พลาดแน่ ๆ ควรจะไปซื้อตั้งแต่ที่งาน Thailand Coffee Fest ในราคาเล่มละ 1,600 บาท

8. เปิดรับสมาชิก

ถ้าใครอ่านแนวทางของนิตยสารแล้วสนใจ อยากสนับสนุน อยากเก็บสะสมให้ครบทั้ง 3 เล่มในปีหน้า หรือไม่อยากพลาดเมล็ดกาแฟพิเศษ เราขอแนะนำให้สมัครสมาชิกรายปี มูลค่า 5,000 บาท โดยจะได้รับนิตยสาร 3 ฉบับ พร้อมด้วยถ้วยกาแฟ The Cloud Coffee Club สุดพิเศษ 1 ใบ ซึ่งเราจะจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ถึงที่บ้าน โดยเริ่มสมัครสมาชิกได้ในงาน Thailand Coffee Fest 

The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟที่จะทำให้คุณหลงรักผู้ผลิตกาแฟไทย และหลงใหลกาแฟพิเศษเล่มแรกจาก The Cloud

รายละเอียดสินค้า

ชื่อนิตยสาร : The Cloud Coffee Club

ฉบับที่ : 1 Thai Coffee People

วันวางแผง : มกราคม 2565

ขนาด : 17 x 24 เซนติเมตร

จำนวนหน้า : 104 หน้า

เมล็ดกาแฟ : ขนาด 60 กรัม จำนวน 5 ซอง

ราคา : 1,600 บาท

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Made in The Cloud

สินค้าสร้างสรรค์ผลิตโดย The Cloud

The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

แม้สถานการณ์ตอนนี้ไม่เป็นใจให้เราออกเดินทาง แต่ The Cloud Craft Box กล่องนี้จะพาประสบการณ์ดื่มชาอุ่นๆ จากยอดดอยเชียงรายส่งตรงถึงบ้านคุณ 

The Cloud และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปภัมถ์ จัดทำกล่องชารุ่นพิเศษที่บรรจุความพิถีพิถันและความห่วงใยจากภูเขา โดยคัดสรรชาและผลิตภัณฑ์ทำมือจากชุมชนต่างๆ ในพื้นที่เหนือสุดแดนสยาม มาบรรจุใน Chiang Rai Tea Box ให้คนรักชาและงานคราฟต์ละเมียดละไมได้อุดหนุนของดีท้องถิ่น เสมือนได้เดินทางไปซื้อจากภาคเหนือด้วยตนเอง 

แง้มกล่องชามาดูกันว่าภายในกล่องมีอะไรบ้าง

Chiang Rai Tea Box เสิร์ฟรสชาติและงานคราฟต์จากเชียงราย ในกล่องชาสุดพิเศษจากภูเขา

หนึ่ง

ด้วยภูมิประเทศภูเขาเขียวชอุ่มและภูมิอากาศเย็นบริสุทธิ์ของอำเภอแม่ฟ้าหลวง การปลูกชาที่นี่จึงงอกงามเติบโตดี เราคัดเลือกชาอินทรีย์อู่หลงก้านอ่อนและชาคาโมมายล์หอมกรุ่นจากร้านสวนชาดอยตุง ซึ่งผลิตชาขายทั้งในและต่างประเทศ และส่งชาให้โรงแรมดอยตุง ลอดจ์ โดยเฉพาะ มาบรรจุซอง Sachet ให้ฉีกซองชงดื่มได้อย่างสะดวกสบาย 

Chiang Rai Tea Box เสิร์ฟรสชาติและงานคราฟต์จากเชียงราย ในกล่องชาสุดพิเศษจากภูเขา
Chiang Rai Tea Box เสิร์ฟรสชาติและงานคราฟต์จากเชียงราย ในกล่องชาสุดพิเศษจากภูเขา

สอง

จะดื่มชาอร่อยทั้งที ภาชนะก็ต้องงามคู่กัน เราขอเสนอถ้วยชาเซรามิกสีขาว เติมความเก๋ด้วยการขูดลายรอบๆ พร้อมหูจับถนัดมือ ออกแบบและสร้างสรรค์โดยช่างฝีมือดอยตุง ซึ่งพัฒนาทักษะด้วยการเรียนรู้จากศิลปินเซรามิกเมืองคาซะมะ ประเทศญี่ปุ่น

Chiang Rai Tea Box เสิร์ฟรสชาติและงานคราฟต์จากเชียงราย ในกล่องชาสุดพิเศษจากภูเขา
Chiang Rai Tea Box เสิร์ฟรสชาติและงานคราฟต์จากเชียงราย ในกล่องชาสุดพิเศษจากภูเขา

สาม

เพิ่มความสุนทรีย์ไปอีกขั้น ด้วยแผ่นรองแก้วปักมือจากกลุ่มสตรีหมู่บ้านห้วยส้าน จากโครงการร้อยใจรักษ์ ดำเนินการโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งฝึกอาชีพให้สตรีชนเผ่าในหมู่บ้านต่างๆ มีรายได้เสริมนอกเหนือจากการเกษตร ด้วยการผลิตสินค้าผ้าให้ดอยตุงและสร้างพื้นที่ท่องเที่ยวในชุมชน

ปกติผู้หญิงกลุ่มชาติพันธุ์จะตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยตนเอง เช่น กลุ่มลีซูเชี่ยวชาญการตัดเย็บกระเป๋าผ้าได้เนี้ยบกริบ ส่วนกลุ่มอาข่ามีลายปักกากบาทเฉพาะตัวที่ปักตกแต่งด้านหลังและตามแขนเสื้อ พวกเธอนำลวดลายดั้งเดิมมาประยุกต์ปักมือลงบนแผ่นรองแก้ว ให้ความสดใสนี้เข้าไปอยู่ในของใช้ในชีวิตประจำวัน

ภายในกล่องจะมีแผ่นรองแก้ว 2 แผ่น สีขาวครีม 1 แผ่น และสีดำ 1 แผ่น คละสุ่มลวดลายจากทั้งหมด 6 แบบ รับรองว่าเปิดกล่องมา สวยน่ารักทุกลายจริงๆ 

Chiang Rai Tea Box เสิร์ฟรสชาติและงานคราฟต์จากเชียงราย ในกล่องชาสุดพิเศษจากภูเขา
กล่องของขวัญ Limited Edition ที่มีเพียง 150 ชุด บรรจุ ชา ผลิตภัณฑ์จากภูเขา และความตั้งใจของคนเชียงรายไว้เต็มเปี่ยม
กล่องของขวัญ Limited Edition ที่มีเพียง 150 ชุด บรรจุ ชา ผลิตภัณฑ์จากภูเขา และความตั้งใจของคนเชียงรายไว้เต็มเปี่ยม

สี่

ปิดท้ายด้วยกล่องกระดาษสาจากดอยตุง ซึ่งเคยได้รับรางวัล Demark Award 2020 ด้าน Packaging Design ด้วยจุดเด่นด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คราวนี้ช่างฝีมือดอยตุงออกแบบกล่องกระดาษสาใหม่ให้โดยเฉพาะ ใช้เทคนิคกระดาษสาไทยและญี่ปุ่นสร้างกล่องกระดาษทำมือที่หนาทนทาน เนื้อฝากล่องตกแต่งด้วยเศษผ้าและเศษด้ายที่เหลือจากการผลิตเสื้อผ้าของดอยตุง ทุกกล่องไม่ซ้ำกันซักลายเดียว 

เพราะกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน จึงผลิตได้วันละราวๆ 20 กล่องเท่านั้น โดยกล่องกระดาษสานี้นำไปใช้ใส่ข้าวของต่อได้ เมื่อทิ้งก็ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติด้วย

กล่องของขวัญ Limited Edition ที่มีเพียง 150 ชุด บรรจุ ชา ผลิตภัณฑ์จากภูเขา และความตั้งใจของคนเชียงรายไว้เต็มเปี่ยม
กล่องของขวัญ Limited Edition ที่มีเพียง 150 ชุด บรรจุ ชา ผลิตภัณฑ์จากภูเขา และความตั้งใจของคนเชียงรายไว้เต็มเปี่ยม

หมายเหตุ : Chiang Rai Tea Box ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 150 กล่องเท่านั้นนะ

รายละเอียดสินค้า

สินค้า : Chiang Rai Tea Box 

ประกอบด้วย ชาอินทรีย์อู่หลงก้านอ่อนและชาคาโมมายล์ แบบ Sachet อย่างละ 5 ซอง รวมทั้งหมด 10 ซอง จากสวนชาดอยตุง ถ้วยเซรามิกสีขาวจากดอยตุง 1 ถ้วย และแผ่นรองแก้วปักลวดลายอาข่าคละลาย 2 แผ่น บรรจุในกล่องกระดาษสาทำมือจากดอยตุง 

ราคา : 1,000 บาท (ยังไม่รวมค่าจัดส่ง 150 บาท)

สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ The Cloud Store

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load