เมื่อ 4 เดือนเวียนมาบรรจบ ก็ถึงเวลาที่ The Cloud Coffee Club เล่มใหม่จะได้อวดโฉมต่อสายตาผู้อ่าน

ฉบับแรกที่เปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2564 นิตยสารเรื่องกาแฟของเรานำเสนอเรื่องราวของ ‘Thai Coffee People’ ไปแล้ว เราตั้งใจว่าจะหยิบเอาเรื่องราวในวงการกาแฟมาเล่าให้หลากหลายและครอบคลุมมากที่สุด ธีมหลักใน The Cloud Coffee Club แต่ละฉบับจึงหมุนเวียนเปลี่ยนไปเสมอ

และในฉบับที่ 2 ซึ่งกำลังจะวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2565 นี้ The Cloud Coffee Club กลับมาอีกครั้งภายใต้ธีม ‘Coffee Fermentation’ แปลเป็นไทยได้ว่า ‘การหมักกาแฟ’ อันเป็นขั้นตอนสำคัญในการเนรมิตรสและกลิ่นกาแฟในแก้วของคุณให้หอมอร่อยนั่นเอง

จั่วหัวเรื่องมาอย่างนี้แล้ว ขอเล่าตัวอย่างเนื้อหาแต่ละคอลัมน์ให้ชาวกาแฟลองจิบ ดังนี้

1. Coffee Table

คอลัมน์หลักของ The Cloud Coffee Club ซึ่งให้น้ำหนักไปที่โปรเซสเซอร์กาแฟ ในเล่มนี้เราได้คัดสรรบรรดาผู้ทำกาแฟที่สนใจในศาสตร์และศิลป์ของการหมักเมล็ดกาแฟโดยเฉพาะ เช่น ช่างเปา-ธนกฤต เปลา อดีตช่างผู้ผันตัวมาเป็นนักแปรรูปกาแฟสมัครเล่น ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการหมักกาแฟ ลองผิดลองถูกจนกระทั่งกาแฟสูตรพิเศษของเขาได้รับการยอมรับจากร้านกาแฟชั้นนำหลายแห่ง

2. Coffee People

เชิญชวนคุณมารู้จักกับคนกาแฟรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง นุ่น-ณัฏฐ์รดา คุณะวิวัฒนานนท์ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทยที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในสมาคมกาแฟพิเศษไทยมานานปี บวกกับความสามารถและแพสชันมากล้น จะพาวงการกาแฟพิเศษไปในทิศทางใด อ่านได้จากบทสัมภาษณ์เธอคนนี้

3. Coffee World

ตาม ชไมพร เจริญทั้งสมบัติ นักเรียนทุนปริญญาโทไต้หวัน ไปรู้จักกับวงการกาแฟไต้หวันที่กำลังก้าวรุดไปข้างหน้าอย่างว่องไว บทความนี้จะช่วยสลายความข้องใจว่า เหตุใดเกาะไต้หวันที่ต้องประสบภัยพิบัติร้ายแรงอย่างไต้ฝุ่นและแผ่นดินไหวแบบผูกปี อีกทั้งผู้คนส่วนมากยังนิยมดื่มชาเป็นหลัก จึงทะยานขึ้นมาเป็นแชมป์โลกกาแฟสาขาต่าง ๆ ได้มากมายในยุคนี้

4. Specialty People

คอลัมน์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในฉบับที่ 2 นี้ขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปเรียนรู้ศาสตร์การหมักกาแฟจาก R. Miguel Meza หรือ มิเกล โปรเซสเซอร์ระดับโลกผู้ครองรางวัลรองชนะเลิศ World’s Barista Champion 2011 และผู้ก่อตั้ง Paradise Coffee Roasters ที่มลรัฐมินนิโซตาและฮาวาย เชื่อเหลือเกินว่าบทสัมภาษณ์อันเปี่ยมด้วยมุมมองและข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อกาแฟไทย จะช่วยให้คอกาแฟสัญชาติไทยได้รับความรู้และแรงบันดาลใจเต็มอิ่ม พร้อมจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ กับกาแฟที่ตนเองหมักอย่างแน่นอน

5. Coffee Bag     

ชวนลุ้นเป็นประจำทุกเล่มกับ ‘Coffee Bag’ ซึ่งเลือกเฟ้นเมล็ดกาแฟจากโปรเซสเซอร์คนเก่งในเล่มมาเล่าเรื่อง พร้อมทั้งสุ่มแจกตัวอย่างเมล็ดกาแฟแก่ผู้ต้องการเป็นเจ้าของ The Cloud Coffee Club ทุกท่าน ในฉบับนี้เราคัดเลือกกาแฟมา 5 ชนิด (แต่มี 6 รูปแบบ) ทั้งหมดผ่านกระบวนการ Fermentation ในรูปแบบที่แตกต่างกันตามความถนัดและวิถีของนักแปรรูปแต่ละท่าน ประกอบไปด้วย

  • Pana Coffee กาแฟสูตรพิเศษของดอยเมฆ จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านการหมักด้วยน้ำหมักชีวภาพจาก Microbe หรือจุลินทรีย์จากต้นกาแฟ
  • Coffee Go Green ส่งตรงจากห้องแล็บในจังหวัดลำปาง มี 2 โพรเซส ได้แก่ Yeast Process และ Coffee Vino Process ซึ่งผู้อ่านอาจได้รับการสุ่มแจกกาแฟชนิดใดชนิดหนึ่งจากสองชนิดนี้
  • Indoi Coffee ผลผลิตจากดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่ต้องผ่านการหมักด้วย Sparkling Natural ซึ่งมีทั้งสารอาหาร ยีสต์ และน้ำ เป็นเวลารวมกันถึง 10 วัน
  • Le Tor Gold กาแฟที่โพรเซสโดยการปอกเปลือกเมล็ด ขัดเมือกให้แห้ง ก่อนใส่ถุงตาข่ายแขวนในแม่น้ำที่ไหลผ่านบ้านเกิดของผู้แปรรูป ให้น้ำค่อย ๆ ชะเมือกเป็นเวลานานถึง 16 ชั่งโมงจึงนำมาตาก
  • Sirinya Coffee กาแฟสายพันธุ์แม่สรวยที่ได้รับแรงบันดาลใจด้านกรรมวิธีการหมักจากไวน์ ‘Amarone’ ของอิตาลีที่มีรสชาติเข้มข้น ผ่านการหมักแบบไม่โดนอากาศ และตากแบบ Profile Drying

อ้อ! แล้ว The Cloud Coffee Club ฉบับนี้ไม่ได้ออกมาแค่นิตยสารกับเมล็ดกาแฟนะ แต่ยังมีกิจกรรมสุดเจ๋งที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนที่มีการหมักกาแฟอยู่ในหัวใจไปเข้าร่วมกันด้วย นั่นก็คือ The Cloud Coffee Club : Coffee Fermentation 101 เวิร์กชอปที่จะนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านไปเปิดโลกการหมักกาแฟที่ได้รับทั้งความรู้และความสนุกกันอย่างจุใจ

รายละเอียดสินค้า

ชื่อนิตยสาร : The Cloud Coffee Club

ฉบับที่ : 2 Fermentation

วันวางแผง : พฤษภาคม 2565

ขนาด : 17 x 24 เซนติเมตร

จำนวนหน้า : 128 หน้า

เมล็ดกาแฟ : ขนาด 60 กรัม จำนวน 5 ซอง

ราคา : 1,600 บาท

*เริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค. 65 เป็นต้นไป

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Made in The Cloud

สินค้าสร้างสรรค์ผลิตโดย The Cloud

หลังจากทำสื่อออนไลน์มาเกือบ 5 ปี ในที่สุดพวกเราชาว The Cloud ก็หวนเข้าวงการนิตยสารเล่มอีกครั้ง!

The Cloud Coffee Club คือนิตยสารราย 4 เดือน เนื้อหา 2 ภาษา ไทยและอังกฤษ ที่ The Cloud ขยายบทบาทจากผู้จัดงาน Thailand Coffee Fest มาสู่การนำการเล่าเรื่อง ความคิดสร้างสรรค์ และเครือข่ายที่มี มาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ Supply Chain วงการกาแฟพิเศษไทย ด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้บริโภค และนำเสนอตัวอย่างสร้างสรรค์กับคนในวงการกาแฟ

นิตยสารเล่มนี้มีรายละเอียดมากมาย ขอคัดสรรความพิเศษมาบอกเล่าเป็นหมวดหมู่ดังนี้

1. ทำเนื้อหาร่วมกับผู้ผลิตกาแฟพิเศษตัวจริง

The Cloud Coffee Club เป็นนิตยสารที่มีคอลัมน์ประจำเกี่ยวกับผู้ผลิตกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ในทุกขั้นตอนการผลิต รวมไปถึงเนื้อหาเกี่ยวกับร้านกาแฟ แบรนด์สินค้าเกี่ยวกับกาแฟ บทความพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญในวงการกาแฟ และบทเรียนเรื่องกาแฟจากทั่วโลกที่ชาวกาแฟไทยเรียนรู้มาปรับใช้ได้

แต่ละเล่มจะมีสกู๊ปหลักประจำฉบับ เล่มแรกเป็นเรื่อง Thai Coffee People รวมทีมสุดยอดผู้ผลิตกาแฟของไทยในทุกขั้นตอน ประกอบด้วย The Farmer : วัลลภ ปัสนานนท์ จาก Nine One Organic Coffee Farm, The Processor : เคเลบ จอร์แดน จาก Gem Forest, The Roaster : อธิปต์พง ตั้งศุภธวัช จาก Craft Coffee Roaster และ The Barista : อธิป อาชาเลิศตระกูล จาก Factory Coffee

เนื้อหาทั้งหมดในเล่ม เราได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟพิเศษมากมาย ทั้งให้คำแนะนำ ให้สัมภาษณ์ จนถึงช่วยเขียน ซึ่งจะหมุนเวียนเปลี่ยนคนไปทุกเล่ม จะได้ทั่วถึงทั้งวงการกาแฟอย่างแท้จริง

2. ทุกฉบับจะได้รับเมล็ดกาแฟพิเศษ

หลายคนมองว่า สื่อสิ่งพิมพ์นั้นจืดชืด เพราะไม่มีสัมผัสที่หลากหลายเหมือนสื่อออนไลน์ เราก็เลยทำสิ่งพิมพ์ที่มอบสัมผัสและประสบการณ์ที่หน้าจอให้ไม่ได้ นั่นก็คือ มีทั้งกลิ่นและรส ให้ได้อ่านและดื่มด่ำกับกาแฟพิเศษไปด้วยกัน

แต่ละฉบับเราจะชวนผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟพิเศษมาบอกเล่าเนื้อหา ซึ่งเป็นธีมของเล่มผ่านเมล็ดกาแฟพิเศษที่ทำขึ้นเฉพาะผู้อ่าน The Cloud Coffee Club เท่านั้น โดยมีปริมาณซองละ 60 กรัม เพื่อให้นักอ่านได้ทดลองชิม ถ้าติดใจก็ไปติดตามผลงานของผู้ผลิตกาแฟรายนี้ต่อได้

ฉบับแรกธีม Thai Coffee People เราก็เลยชวนสุดยอดคนกาแฟไทยทั้ง 4 ท่าน มาช่วยคัดสรรเมล็ดกาแฟพิเศษที่พวกเขาชอบที่สุดในรอบปี และร่วมมือกันทำกาแฟพิเศษขึ้นมามอบให้ผู้อ่านด้วย รายละเอียดของเมล็ดกาแฟทั้ง 5 ซองที่จะเป็นส่วนหนึ่งของนิตยสารฉบับแรกมีดังนี้

01 Mae Ton Luang Microlot 2021

Washed Process

โดย วัลลภ ปัสนานนท์

กาแฟจากหมู่บ้านแม่ตอนหลวง ตำบลเทพเสด็จ จังหวัดเชียงใหม่ คือความภาคภูมิใจของ Nine One Organic Coffee Farm ที่คว้ารางวัล ‘การประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟไทย’ มาแล้วหลายต่อหลายปี นี่คือกาแฟต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวของปี 2021 ที่สุกเป็นล็อตแรกของปีนี้ ที่วัลลภพยายามพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานให้สูงขึ้นทุกปี

02 Syrina

Red Honey Process

โดย เคเลบ จอร์แดน

‘Syrina’ (เซริน่า) คือชื่อสายพันธุ์กาแฟที่เคเลบตั้งตามชื่อลูกสาว เกิดจากการทดลองผสมสายพันธุ์ต้นกาแฟของเคเลบเมื่อหลายสิบปีก่อน จนเกิดสายพันธุ์กาแฟที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกสงบและสุข ตามความหมายของชื่อ Syrina ส่วน Red Honey Process เป็นกระบวนการแปรรูปที่เคเลบคิดค้นขึ้น เป็นการบ่มแบบพิเศษ เพื่อสร้างรสชาติของผลไม้สีแดงอย่างซับซ้อน

03 Mae Ton Luang Heirloom

Anaerobic Cold Dry Process by The First Valley Coffee

โดย อธิปต์พง ตั้งศุภธวัช

อธิปต์พงยกหน้าที่การเลือกเมล็ดให้ เอก สุวรรณโณ เกษตรกรและโปรเซสเซอร์จาก The First Valley Coffee ที่เป็นทั้งพาร์ตเนอร์และครู ซึ่งทำงานร่วมกันมาอย่างรู้มือ เอกเลือกกาแฟจากต้นแห่งประวัติศาสตร์ที่ปลูกรวมกันหลายสายพันธุ์และมีอายุเกิน 25 ปี (Heirloom) ผ่านโปรเจกต์การทดลองหมักและโปรเซส จนได้สารกาแฟไมโครล็อตที่ประสบความสำเร็จ และที่สำคัญคือยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน โดยอธิปต์พงตั้งใจคั่วให้คงรสชาติพิเศษ คือมีรสสัมผัสที่หนักแน่น (บอดี้) แต่ก็ยังมีความฉูดฉาดด้วยรสผลไม้

04 Mae Suai Sirinya

Natural Process

โดย อธิป อาชาเลิศตระกูล

หนึ่งในกาแฟที่อธิปเสาะหามาเสิร์ฟลูกค้าที่ร้านก็คือ ‘ศิริญญา’ กาแฟดอยช้าง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย การร่วมงานกับเกษตรกรที่ไร่ศิริญญา ทำให้เขาเห็นความพิถีพิถัน ใส่ใจ และมุ่งมั่นในการพัฒนาผลผลิต ค้นคว้าทดลองการโปรเซสมากมายเสมอมา กาแฟที่เขาเลือกเป็นตัวแทนของความเรียบง่าย ด้วยวิธีโปรเซสแบบ Natural ทำให้รสชาติกาแฟสะอาด ให้รสผลไม้หลากหลาย ตามแบบฉบับกาแฟไทยที่เขายกให้เป็นกาแฟ Everyday Drink

05 Java Manipruek

Anaerobic Washed Process

Bean : เคเลบ จอร์แดน

Processor : วัลลภ ปัสนานนท์

Roaster : อธิปต์พง ตั้งศุภธวัช

Brew Guide : อธิป อาชาเลิศตระกูล

เมื่อพูดถึงกาแฟไทย เราก็ฝันเห็นภาพของการทำงานเป็นทีม การทำงานที่เกื้อหนุนกันในทุกแขนง จึงเกิดไอเดียโปรเจกต์รวมดรีมทีมพิเศษครั้งแรกของวงการกาแฟไทย วัลลภและเคเลบตัดสินใจใช้กาแฟสายพันธุ์ Java จากหมู่บ้านมณีพฤกษ์ จังหวัดน่าน ที่ไร่ Gem Forest ของเคเลบ เพราะผลกาแฟเริ่มสุกในปริมาณที่เพียงพอ ก่อนจะส่งต่อให้วัลลภโปรเซสด้วยวิธี Anaerobic Washed Process จากนั้นส่งสารกาแฟพร้อมคั่วให้อธิปต์พง และส่งไม้สุดท้ายให้อธิปทดลองค้นหาวิธีการดึงรสชาติของกาแฟที่ดีที่สุดออกมา กาแฟซองนี้จะพาเราให้ดื่มด่ำกับรสชาติความเป็นกาแฟไทยจากฝีมือคนไทยแท้ จนต้องออกเสียเชียร์ให้กับกาแฟทีมชาติไทย

3. เนื้อหามี 2 ภาษา ไทยและอังกฤษ

เนื่องจากเราอยากเล่าถึงความพิเศษของกาแฟไทย จึงตั้งใจทำเนื้อหาเป็น 2 ภาษา เพื่อให้เรื่องราวเหล่านี้เดินทางออกไปสู่คนรักกาแฟได้ไกลที่สุด

The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟเล่มแรกจาก The Cloud

4. ไม่ใช่แค่นิตยสาร แต่เป็นชมรม

เราเลือกใช้ชื่อ The Cloud Coffee Club เพราะไม่ได้มองเป็นแค่นิตยสาร แต่มองเป็นชมรมคนรักกาแฟพิเศษ ซึ่งเราจะแถมเข็มกลัดตรา The Cloud Coffee Club ไปกับนิตยสารทุกเล่ม เพื่อให้ใช้ติดมาเข้าร่วมงานต่างๆ ตลอดทั้งปี

5. ออกแบบให้เป็นนิตยสารน่าเก็บสะสม

ทีมงานของ The Cloud Coffee Club นำโดย ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหาร จิรณรงค์ วงษ์สุนทร บรรณาธิการไลฟ์สไตล์ และ มณีนุช บุญเรือง บรรณาธิการภาพ ต่างก็คุ้นเคยกับการทำนิตยสารมาเนิ่นนาน ครั้งนี้พวกเราตั้งใจทำเนื้อหาและออกแบบให้เป็นนิตยสารที่เนื้อหาดี เข้ากับยุคสมัย น่าอ่าน รูปเล่มสวย จัดพิมพ์อย่างประณีต น่าเก็บสะสม แบบที่อ่านอย่างมีความสุขระหว่างจิบกาแฟ พออ่านจบก็วางประดับชั้นหนังสือได้อย่างสวยงาม

The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟเล่มแรกจาก The Cloud
The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟเล่มแรกจาก The Cloud
The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟที่จะทำให้คุณหลงรักผู้ผลิตกาแฟไทย และหลงใหลกาแฟพิเศษเล่มแรกจาก The Cloud

6. จัดทำจำนวนจำกัดแค่ 500 ชุดเท่านั้น

เนื่องจากเมล็ดกาแฟที่เราตั้งใจมอบให้กับผู้อ่านพิเศษมาก จึงหามาได้ในจำนวนจำกัด นิตยสารเล่มแรกของเราจึงจัดพิมพ์ได้แค่ 500 เล่มเท่านั้น

7. เริ่มวางขายในงาน Thailand Coffee Fest 2021

เราจะเปิดให้สั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ในช่วงเดือนมกราคม 2565 แต่จะนำไปเปิดตัวและวางขายเป็นครั้งแรกในงาน Thailand Coffee Fest 2021 วันที่ 23 – 26 ธันวาคม 2564 ที่ Impact Exhibition Hall 5 – 7 เมืองทองธานี ถ้าใครอยากมั่นใจว่าจะไม่พลาดแน่ ๆ ควรจะไปซื้อตั้งแต่ที่งาน Thailand Coffee Fest ในราคาเล่มละ 1,600 บาท

8. เปิดรับสมาชิก

ถ้าใครอ่านแนวทางของนิตยสารแล้วสนใจ อยากสนับสนุน อยากเก็บสะสมให้ครบทั้ง 3 เล่มในปีหน้า หรือไม่อยากพลาดเมล็ดกาแฟพิเศษ เราขอแนะนำให้สมัครสมาชิกรายปี มูลค่า 5,000 บาท โดยจะได้รับนิตยสาร 3 ฉบับ พร้อมด้วยถ้วยกาแฟ The Cloud Coffee Club สุดพิเศษ 1 ใบ ซึ่งเราจะจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ถึงที่บ้าน โดยเริ่มสมัครสมาชิกได้ในงาน Thailand Coffee Fest 

The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟที่จะทำให้คุณหลงรักผู้ผลิตกาแฟไทย และหลงใหลกาแฟพิเศษเล่มแรกจาก The Cloud

รายละเอียดสินค้า

ชื่อนิตยสาร : The Cloud Coffee Club

ฉบับที่ : 1 Thai Coffee People

วันวางแผง : มกราคม 2565

ขนาด : 17 x 24 เซนติเมตร

จำนวนหน้า : 104 หน้า

เมล็ดกาแฟ : ขนาด 60 กรัม จำนวน 5 ซอง

ราคา : 1,600 บาท

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load