เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแบบสมบูรณ์ ที่ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ลองคิดภาพตามว่า ในกลุ่มคน 10 คนที่เดินมา จะมีผู้สูงวัยถึง 2 คน นี่คือ Global Trend ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ณ วันนี้ ทุกที่ทั่วโลก

ความน่าสนใจคือ อินไซต์ของผู้สูงวัยมุมมองใหม่ที่มาพร้อมยุคสมัยและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คน

ทุกวันนี้คนมากมายแฮปปี้กับชีวิตโสด ไม่ได้แต่งงาน แต่งงานแล้วไม่มีลูกหลาน หรือมีลูกหลานแต่ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เนื่องจากลูกหลานอาจทำงานอยู่ที่ต่างประเทศหรือต่างจังหวัด ไปจนถึงมีลูกหลาน แต่ปรารถนาจะใช้ชีวิตกันเองเป็นเอกเทศ และที่สำคัญ ชีวิตสูงวัยนั้นเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้น สามารถทดลองทำสิ่งต่างๆ ที่อยากทำอย่างอิสระเสรี เพราะมีพร้อมทั้งเงิน เวลา สุขภาพที่ยังแข็งแรงดีและแน่นอน ภูมิปัญญาและประสบการณ์อันมีค่าที่สั่งสมมาทั้งชีวิต

คำถามที่น่าสนใจคือ พื้นที่แบบไหนตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้สูงวัยในยุคปัจจุบัน 

The Aspen Tree คือโครงการที่พักอาศัยพร้อมบริการและการดูแลตลอดชีวิตแบบครบวงจร ด้วยมาตรฐานระดับโลก สำหรับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่นำแนวคิดดีๆ มาใช้ในการออกแบบและพัฒนาพื้นที่พักอาศัย รวมถึงพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ

ทั้งแนวคิด Lifetime Care ไม่ว่าช่วงอายุเท่าไหร่ โครงการจะเป็นเพื่อนที่คอยดูแลคุณตลอดไป แนวคิด Health and Wellness Program สร้างสุขภาพดีให้ร่างกายและจิตใจด้วยกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัยหลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงแนวคิดที่มุ่งเน้นให้ผู้สูงวัยมีความสุข สร้างคุณค่าและเติมเต็มความหมายของชีวิต ผ่านการ Socialized แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันของคนต่างรุ่นต่างวัย เพื่อสร้างสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติ ครอบครัวและสังคมรอบข้าง

เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จัก The Aspen Tree และการคิดคัดสรรค์พิถีพิถันมาอย่างดี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้สูงวัยที่จะมีช่วงชีวิตที่ดีที่สุด ด้วยคอนเซปต์ The Most Beautiful Chapter in Life

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

ชีวิตบทใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น

The Most Beautiful Chapter in Life

สองข้างทางเต็มไปด้วยพืชพรรณเขียวขจี ผีเสื้อตัวน้อยบินมาทักทายระหว่างทาง 

ที่นี่คือ The Forestias โครงการเมืองต้นแบบแห่งใหม่ ขนาด 398 ไร่ กม.7 โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ที่สร้าง ‘ผืนป่า’ ของจริง รวมไว้เป็นหนึ่งเดียวกับเมือง 

The Forestias ประกอบไปด้วยโครงการหลากหลายรูปแบบ ที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของผู้อยู่อาศัย ทั้ง Whizdom คอนโดมิเนียมที่ออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตของครอบครัวรุ่นใหม่และคนที่รักสัตว์เลี้ยง โดยเน้นรูปแบบการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ Mulberry Grove ที่พักอาศัยหลายรูปแบบ ทั้งคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์และวิลล่า ที่ออกแบบด้วยแนวคิดเพื่อการใช้ชีวิตของคนทุกวัยในครอบครัว และ The Aspen Tree ที่พักอาศัยพร้อมบริการและการดูแลตลอดชีวิตแบบครบวงจร สำหรับผู้อยู่อาศัยอายุ 50 ปีขึ้นไป 

แนวคิดของ The Forestias คือการสร้างพื้นที่ที่ธรรมชาติ สัตว์ และมนุษย์ สามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้ ผ่านการสร้างคอมมูนิตี้ที่มีคุณภาพและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ภายใต้ผืนป่าและธรรมชาติเขียวชอุ่ม พื้นที่รอบ The Forestias ได้รับการออกแบบให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์การพักอาศัยและการทำกิจกรรมของคนทุกเจเนอเรชัน โดยแต่ละพื้นที่เชื่อมโยงถึงกันได้อย่างลงตัว

แม้จะยังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง แต่เราก็มองเห็นร่มเงาผืนป่า ซึ่งจะเก็บรักษาระบบนิเวศธรรมชาติไว้อย่างดีที่หลายคนตั้งตารอคอย กำลังค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

คุณโจ-วีรวรรณ สุวรรณชาติ ผู้อำนวยการ โครงการ The Aspen Tree โดย MQDC เริ่มเล่าว่า “โครงการสำหรับผู้สูงวัยในลักษณะ Retirement Home มีมานานแล้วที่ต่างประเทศ อย่างสังคมอเมริกันที่ลูกๆ ย้ายออกจากบ้านตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย จากนั้นแยกย้ายไปสร้างครอบครัวของตนเอง ด้วยบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกับประเทศไทย โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยจึงพบได้โดยทั่วไปในสังคมตะวันตก”

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“ในขณะที่บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของไทยและประเทศแถบเอเชีย ซึ่งอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ มีพ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่าตายาย จนถึงรุ่นลูกหลาน อยู่ร่วมกัน เมื่อแต่ละท่านอายุมากขึ้น ก็ยังมีลูกหลานที่ช่วยดูแลกันต่อไป แต่ปัจจุบันจำนวนคนโสด คนที่แต่งงานและไม่มีลูกหลานเพิ่มมากขึ้น การใช้ชีวิตอย่าง Independent ที่เน้นพึ่งพาตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เมื่อคนกลุ่มนี้อายุมากขึ้นและเริ่มเข้าสู่กลุ่มผู้สูงวัย ความสุขและมุมมองการใช้ชีวิต รวมถึงไลฟ์สไตล์ จึงเปลี่ยนไปตามสภาพสังคม

“ในฐานะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะทำยังไงให้เราตอบโจทย์คนสูงวัยกลุ่มนี้ให้เขามีที่อยู่อาศัย มีสังคมและสภาพแวดล้อมดีๆ ที่สนับสนุนให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”

ดูแลกันและกันตลอดชีวิต

Lifetime Care

ที่ผ่านมาโครงการสำหรับผู้สูงวัยส่วนใหญ่ มักแยกประเภทโครงการอย่างชัดเจนว่าเหมาะกับผู้สูงวัยกลุ่มไหน เนื่องจากไลฟ์สไตล์และความต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มแรกคือ โครงการประเภท Active Living & Independent Living ซึ่งเหมาะกับผู้สูงวัยที่ยังพึ่งพาตัวเองได้ ทำกิจกรรม เล่นกีฬา และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ เพราะร่างกายยังแข็งแรงดี

ถัดมาคือ โครงการประเภท Assisted Living สำหรับกลุ่มผู้สูงวัยที่ต้องการการช่วยดูแลกิจกรรมประจำวันต่างๆ เช่น อาบน้ำ กินข้าว เปลี่ยนเสื้อผ้า พาไปซื้อของ และโครงการสำหรับกลุ่ม Dependent Living หรือผู้สูงวัยแบบพึ่งพา ซึ่งต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด

คุณโจอธิบายว่า การแยกประเภทโครงการสำหรับผู้สูงวัยแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจนนี้ เหมือนจะเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อวิจัยและศึกษาอย่างละเอียด พบว่าเมื่อผู้สูงวัยมีอายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงและข้อจำกัดทางร่างกายก็มีมากขึ้น ที่พักอาศัยซึ่งเคยอยู่อย่างมีความสุข กลับไม่เอื้ออำนวยการใช้ชีวิตให้อยู่ได้ตลอดอายุขัย ทำให้จำเป็นต้องต้องย้ายออกจากบ้านหรือสถานที่ที่ท่านคุ้นเคย

และเมื่อต้องย้ายไปยังที่พักอาศัยแห่งใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ พบเจอเพื่อนบ้านใหม่และผู้ดูแลกลุ่มใหม่ จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงวัย มีอาการซึมเศร้า ไม่อยากพบปะผู้คนและใช้เวลานานในการปรับตัว 

“จาก Pain Point นี้ เราได้นำมาศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนา โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่จะทำยังไงให้ The Aspen Tree เป็นบ้านให้ผู้สูงวัยอยู่อาศัยได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าอายุจะเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างไรในอนาคต ที่นี่จะยังเป็นที่ที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตสำหรับท่านตลอดไป

“เรามีที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญร่วมยี่สิบบริษัท ทั้งในและต่างประเทศมาช่วยกันพัฒนาโครงการ The Aspen Tree ให้ที่นี่เป็นพื้นที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับผู้สูงวัย และตอกย้ำแนวคิด Lifetime Care การดูแลตลอดชีวิตที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพให้กับผู้สูงวัย”

The Aspen Tree จึงเป็นโครงการดูแลผู้สูงวัยครบวงจร หัวใจสำคัญคืออาคารพักอาศัยแบบ Active Living Residences ที่แต่ละห้องพักได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด Universal Design ที่ทุกคนสามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย แม้แต่ผู้สูงวัยที่มีเงื่อนไขและข้อจำกัดในเรื่องของวัยหรือสมรรถภาพร่างกาย

“ในเชิงการออกแบบ เราทำงานกับ Perkins Eastman ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาโครงการเกี่ยวกับผู้สูงวัยระดับโลก โดยนำองค์ความรู้ Ageing-in-Place แนวคิดการออกแบบที่รองรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและช่วงวัยที่เพิ่มขึ้น ให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตอยู่ในที่พักอาศัยของตัวเองและพื้นที่ภายในโครงการได้นานที่สุด เช่น การเพิ่มอุปกรณ์หรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ในห้องน้ำเพื่อรองรับการใช้วีลแชร์หากมีความจำเป็น ภายใต้สังคมคุณภาพและสภาพแวดล้อมอิงธรรมชาติได้อย่างอิสระและปลอดภัยตลอดไป”

คุณโจอธิบายว่า ในการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยเพื่อผู้สูงวัย ตามแนวคิด Ageing-in-Place ควรเข้าใจกลุ่มผู้สูงวัยตามอายุและสภาพความแข็งแรงของร่างกาย เพื่อให้การสร้างพื้นที่และกิจกรรมต่างๆ สามารถตอบโจทย์ความสุขและการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม 

ทันทีที่เดินเข้าไปในห้อง อย่างแรกที่สัมผัสได้คือความโปร่งสบายเหมือนอยู่บ้าน ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ เพดานสูงเป็นพิเศษ สามารถมองเห็นธรรมชาติของผืนป่า The Forestias และสวนร่มรื่นภายในโครงการได้อย่างชัดเจน ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ทางเดินไม่คับแคบ มีการเว้นพื้นที่รอบเฟอร์นิเจอร์เอาไว้เพื่อให้ผู้สูงวัยลุกนั่งได้อย่างสะดวกสบาย และใช้รถเข็นได้อย่างอิสระทั่วห้อง กลมกลืนไปกับดีไซน์สวยงามเรียบหรู ด้วยวัสดุที่มีคุณภาพและปลอดภัย

นอกจากนี้ในโครงการยังมี Wellness Clubhouse ที่ประกอบไปด้วยกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และอาคาร Health & Brain Center ที่สร้างขึ้นเพื่อดูแลผู้สูงวัยที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 

อายุยืนยาวด้วยความ Active

Health and Wellness Program

“เราเชิญ Baycrest Global Solutions องค์กรที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสมองและการดูแลผู้สูงวัยชื่อดังระดับโลก ที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 100 ปี จากประเทศแคนาดา มาเป็นที่ปรึกษาและ Operator เพื่อให้มั่นใจว่า The Aspen Tree จะดูแลผู้สูงวัยได้ตลอดชีวิตในทุกมิติจริงๆ 

“นอกจากนี้ Baycrest Global Solution ยังมาร่วมสร้างโปรแกรม Health and Wellness Activity ในลักษณะ Preventive Care หรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ทั้งการลดปัจจัยและความเสี่ยงการเป็นโรคที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงวัย และอีกหลายองค์ความรู้ที่นำมาผนวกเข้ากับการแพทย์ในเมืองไทยและเอเชีย เพื่อสร้างสุขภาพกายและสมองที่แข็งแรง และใจที่เป็นสุขแก่ผู้สูงวัย” 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“เราจะมีโปรแกรมกิจกรรมระหว่างวัน ที่ผู้อยู่อาศัยมาเข้าร่วมได้ที่ Wellness Clubhouse นอกเหนือจากการพักผ่อนในบ้าน เขาจะได้เจอเพื่อนใหม่ พูดคุย และทำอะไรสนุกๆ ร่วมกัน หรือเราอาจจะจัดกิจกรรมร่วมกับกลุ่ม Young Generation ที่กำลังเริ่มทำธุรกิจ เพื่อให้ผู้สูงวัยและคนรุ่นใหม่ได้มาพบปะกัน ผู้สูงวัยซึ่งมีภูมิปัญญาและประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิต การได้ปฏิสัมพันธ์กับคนหลายวัย ยิ่งทำให้เขาแอคทีฟและมีอายุยืนยาว” 

ดังนั้นไม่แปลกใจว่าทำไม Wellness Clubhouse ของ The Aspen Tree จึงมีขนาดใหญ่ถึง 6,000 ตารางเมตร เพราะมีทั้งห้องสมุด ห้องคาราโอเกะ มินิเธียเตอร์ ห้องงานศิลปะ ฟิตเนสสตูดิโอ โยคะ สปาและซาลอน ร้านอาหาร ร้านกาแฟและเบเกอรี่ สระว่ายน้ำในร่ม สระว่ายน้ำเอาต์ดอร์ที่สามารถมองวิวผืนป่า The Forestias ไปจนถึง Business Lounge และห้องจัดกิจกรรมที่จะมีคลาสเรียนสนุกๆ เสวนาดีๆ หมุนเวียนมาจัดอย่างสม่ำเสมอ 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“นอกจากโปรแกรมกิจกรรมระหว่างวันต่างๆ เหล่านี้ ที่เราคัดสรรมาเพื่อผู้อยู่อาศัยแล้วนั้น The Aspen Tree ยังมี Health Care Package ไว้คอยดูแลเมื่อยามเจ็บป่วยอีกด้วย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตอย่างไร้ความกังวล

“จากผืนป่าธรรมชาติขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางพื้นที่โครงการ The Forestias เมื่อก้าวเข้าสู่ The Aspen Tree เราจะเห็นความแตกต่างของพืชพรรณอย่างชัดเจน โดยเราทำงานร่วมกับบริษัท P Landscape ที่มีแพสชันในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้สูงวัย ผ่านการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ออกมาเป็นแนวคิด Garden of The Happiness ที่เน้นสีสันอันหลากหลายของพันธุ์ไม้มาเป็นองค์ประกอบ

“อย่างต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ที่เป็นหนึ่งในไม้ยืนต้นหลักของโครงการ เมื่อชมพูพันธุ์ทิพย์เบ่งบาน นั่นหมายถึงฤดูกาลแห่งความรื่นรมย์ เป็นฤดูกาลที่ผู้คนเฝ้ารอมาตลอดทั้งปีเพื่อออกไปชื่นชมดอกไม้ พบปะและสร้างมิตรภาพใหม่ๆ เพราะแน่นอนว่า เราต้องการส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัย ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกในสภาพแวดล้อมที่มีธรรมชาติและสังคมดีๆ” 

ไม่ใช่แค่นั้น แต่รอบโครงการ The Aspen Tree ทั้งในอาคารและนอกอาคาร ยังสอดประสานไปด้วย Pocket Garden และ Walking Path ที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงวัยโดยเฉพาะ ด้วยการปรับระดับแบบ Gentle Slope ที่ช่วยให้การเดินออกกำลังกายไม่เหนื่อยเกินไป เดินอย่างเพลิดเพลินและดีทั้งกับสุขภาพร่างกายและหัวใจ 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“เราไม่ได้สร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบทั่วไป แต่เรากำลังสร้างบ้านและสังคมที่มีคุณภาพพร้อมบริการ เพื่อการดูแลผู้สูงวัยตลอดชีวิต” คุณโจเล่าพร้อมรอยยิ้ม 

ไฟฝันไม่มีวันหมดอายุ

The Endless Passion

The Aspen Tree ไม่ใช่แค่ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงวัย แต่เป็นพื้นที่จุดประกายความสุขในชีวิตบทใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

“ช่วงพัฒนาโครงการ เราได้ฟังเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจมากมายเกี่ยวกับแพสชันที่ยังลุกโชนของผู้สูงวัย หนึ่งในเรื่องราวที่น่าประทับใจนั้น คือเรื่องของภรรยาของประธานบริษัท Perkins Eastman ที่ได้เทควันโดสายดำตอนอายุเจ็ดสิบกว่า ดังนั้นอายุไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้หรือเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เลยแม้แต่น้อย” 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

คุณโจกล่าวทิ้งท้าย “เราเชื่อมั่นว่าผู้สูงวัยทุกท่าน มีแพสชัน และยังมีบางสิ่งบางอย่างที่อยากทดลองทำ หรือเคยวาดฝันไว้ตั้งแต่สมัยหนุ่มสาว แต่ด้วยภาระหน้าที่ในชีวิต ที่ทำให้ยังไม่มีเวลาเริ่มต้นลงมือทำ ผู้สูงวัยบางท่านอยากหัดเล่นกีตาร์ บางท่านอยากเต้นรำ อยากเรียนร้องเพลง บางท่านอยากทำงานศิลปะ ความฝันทั้งหมดเกิดขึ้นได้ที่นี่ นับเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดซึ่งกำลังผลิบาน”

The Cloud x The Aspen Tree 

เตรียมพบกับวิดีโอซีรีส์ ‘ทัศนะศึกษา’ จาก The Cloud และ The Aspen Tree กับ 6 เรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจของ 6 ผู้สูงวัยที่จะทำให้คุณรู้ว่า แพสชันในการใช้ชีวิตไม่มีวันหมดอายุ และช่วงเวลาที่งดงามที่สุดเริ่มต้นขึ้น เมื่อคุณลงมือทำความฝันให้เป็นจริง

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

“ถ้าถึงอายุที่ต้องเกษียณแล้วมันจะเป็นยังไงนะ”
แอบคิดในใจตอนที่มองเห็นตึกบ้านพักของรัฐบาลที่สูงเท่ากันอย่างเป็นระเบียบ เรียงทอดยาวสุดสายตาอยู่ตรงหน้า

อาคารบ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

อากาศเย็นแผ่วเบา ฟ้ามีเมฆฝนเล็กน้อยกำลังเคลื่อนเข้ามา เตรียมจะแวะมาเติมพลังให้ต้นกล้าที่ถูกปลูกโดยเจ้าบ้านผู้อาศัยอยู่ด้านล่างอาคารแห่งนี้

ชั้น 8 คือปอดขนาดเล็กของผู้ที่ถูกจำกัดความตามพจนานุกรมไทยว่า ‘สูงอายุ’ หรือ ‘เกษียณอายุ’ ได้ใช้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ เดินออกกำลังกาย ชมวิว ซึ่งบริเวณโดยรอบมีการปลูกต้นไม้เล่นระดับลดหลั่นคล้ายภูเขาขนาดเล็ก เขียวขจี พร้อมทั้งมีทางลาดสำหรับให้รถเข็นขึ้นลงได้อย่างสะดวก ระหว่างทางเดินมีจุดที่นั่งให้พักขาเป็นระยะๆ

อาคารบ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์
บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

ถ้าจะว่าไปแล้ว โต๊ะปิกนิกที่ตั้งอยู่ก็เหมาะสำหรับให้ครอบครัวมาใช้เวลาร่วมกันทานอาหาร หรือพูดคุยระหว่างที่ฝ่ายคนชราเดินเล่นดูแลสวนพรวนดินไปพลางๆ

บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

มุมต่างๆ ของดาดฟ้าก็มีการแบ่งซอยพื้นที่ใช้สอยและปลูกต้นไม้หลากหลายชนิด ทั้งไม้ดอก และไม้ใบ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวในแต่ละโซนที่นั่ง แม้ว่าในโซนต้นกล้าจะมองไม่ค่อยเห็นผลผลิตน้อยๆ ที่อยู่ใต้ดินนัก แต่ก็เห็นถึงความตั้งใจของคนปลูก เผลอๆ แอบคิดว่าถ้าเป็นบ้านเราอาจจะโดนเก็บทานไปเสียหมดแล้ว

สิงคโปร์
สิงคโปร์

กำปง (Kampung, Kampong) คือภาษามลายู แปลว่า ที่อยู่อาศัยแบบง่ายๆ อาจจะไม่มีน้ำ ไฟ หรือแก๊ส เป็นคำที่ใช้กันในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์

‘Kampung Admiralty’ แปลให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ที่อยู่บ้านๆ แถวเขต Admiralty นั่นเอง และดาดฟ้าเขียวขจีคือส่วนหนึ่งของตึกบ้านๆ แห่งนี้

สิงคโปร์

อาคาร Kampung Admiralty เป็นอาคารแบบ Mixed-use ต้นแบบของรัฐบาลสิงคโปร์ที่สร้างเพื่อผู้เกษียณอายุ (First Retirement Village) แปลง่ายๆ ก็อาคารบ้านพักคนชราอย่างเป็นทางการแห่งแรก อาคารแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ 3,000 ล้านสิงคโปร์ดอลลาร์ ที่จะพัฒนาให้ผู้สูงอายุได้ใช้ชีวิตหลังเกษียณในพื้นที่ที่เหมาะสม (Age in Place)

อาคารดังกล่าวเกิดจากการร่วมมือกันระหว่าง Housing & Development Board, Yishun Health, National Environment Agency, National Parks Board, กรมการขนส่ง (Land Transport Authority), Early Childhood Development Agency และ กระทรวงสาธารณสุข (Ministry of Health) ร่วมวางแผนและพัฒนาขึ้นมา

สิงคโปร์

กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์เล็งเห็นว่า การนำบ้านพักคนชราและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของคนในช่วงอายุดังกล่าว อาทิ สถานพยาบาลดูแลผู้ป่วยชราภาพ ประกอบไว้ในตึกเดียวกันกับอาคารที่พักอาศัย น่าจะเป็นทางเลือกใหม่ที่สามารถตอบโจทย์เรื่องสังคมผู้สูงอายุในอนาคต โดยในปี 2018 สถิติของกรมแรงงานระบุว่า ประชากรของสิงคโปร์ 1 ใน 4.2 คน มีอายุมากกว่า 65 ปี และภายในปี 2030 อัตราส่วนดังกล่าวจะเพิ่มมากขึ้นเท่าตัวคือ 1 ต่อ 2.4 คน

แล้วตึกที่ว่ามันต่างจากบ้านพักคนชราที่บางแคบ้านเรายังไง แค่มีสวนบนดาดฟ้าแค่นั้นเหรอ มันจะแตกต่างกันได้สักแค่ไหนเชียว

ต้องเกริ่นก่อนว่า ปกติแล้ว HDB (Housing & Development Board) อาคารที่อยู่อาศัยโดยรัฐบาลของชาวสิงคโปร์ประกอบด้วย 3 ส่วน คืออาคารที่พัก สวนหรือสนามเด็กเล่น และตึกจอดรถ ซึ่งทั้งสามส่วนกระจายอยู่ในบริเวณใกล้ๆ กันตามแนวราบ มีหลายครั้งที่พื้นที่สวน สนามเด็กเล่น หรือตึกจอดรถ ถูกแบ่งกันใช้ระหว่างหลายๆ ตึกที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน แล้วก็มีตลาด ศูนย์อาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ธนาคาร คลินิก หรือห้างร้าน กระจายอยู่รอบๆ ซึ่งแต่ละที่อาจต้องเดินเท้าหรือนั่งรถขนส่งมวลชนไป ถึงแม้ว่ารถเมล์และระบบขนส่งที่สิงคโปร์จะรองรับรถเข็นผู้สูงอายุเป็นอย่างดี แต่ว่าคุณลุงคุณป้าเหล่านั้นก็ยังต้องเดินทางอยู่ดี

บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

แต่อาคารกำปงไม่กำปงแห่งนี้กลับมองการณ์ไกลไปถึงยุคที่จะมีแต่คนแก่มากกว่าคนทำงาน ซึ่งเมื่อเวลานั้นมาถึง การเดินทางเพื่อไปซื้อของใช้หรือหาหมอตามคลินิกก็อาจจะเป็นอุปสรรคหนักหนา เพราะข้อเข่าที่เสื่อมของเหล่าผู้ชราภาพ

WOHA บริษัทสถาปนิกที่ชนะการออกแบบในโจทย์นี้จึงพลิกสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จากแนวราบยกขึ้นไปในแนวดิ่ง ตั้งทุกอย่างเรียงซ้อนกันภายใต้พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร (ประมาณ 2 สนามบอล) ที่ความสูง 45 เมตร โดยที่มีพื้นที่สวนขนาดเล็กแต่แน่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิดและสนามเด็กเล่นเป็นเหมือนสะพานเชื่อมอาคารที่อยู่อาศัยของรัฐบาล 2 อาคารเข้าด้วยกัน (อาคารหมายเลข 676A & 676B)

บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

ด้านล่างของดาดฟ้ามีศูนย์พัฒนาศักยภาพคนชรา (Active Aging Club) ที่มีกิจกรรมให้คุณลุงคุณป้าได้เสริมสร้างสมองตลอดเวลา และศูนย์รับเลี้ยงเด็กอ่อนหรือที่บ้านเรามักจะเรียกเนอร์สเซอรี่ (Child Care Centre) ครอบคลุมพื้นที่ชั้น 7 ทั้งชั้น และชั้น 6 บางส่วน โดยบางส่วนของชั้น 6 ประกอบไปด้วยสวน (Rooftop Garden) สนามเด็กเล่น และห้องจัดงาน (Function Hall) ต้องชมสถาปนิกผู้ออกแบบที่ให้ความสำคัญแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ เช่นการซ่อนท่อระบายน้ำด้วยต้นไม้

บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

ตามมาตรฐานความปลอดภัยต่อเด็กๆ เนอร์สเซอรี่รับเลี้ยงเด็กต้องอยู่ในชั้นที่เคลื่อนไหวคล่องตัวเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน (เช่น อยู่ชั้น 1) แต่ในกรณีนี้ ทางสถาปนิกแก้โจทย์ว่าหากมีเหตุคับขันที่ต้องอพยพ เด็กๆ จะถูกเรียกให้รวมตัวกันที่ลานสนามเด็กเล่นแทน

โปรเจกต์นี้ใช้เงินลงทุนกว่า 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อเนรมิตอาคาร Mixed-use แห่งนี้ให้สมบูรณ์พอที่จะเป็นต้นแบบบ้านพักหลังเกษียณในอนาคตให้กับประชาชนชาวสิงคโปร์

นอกเหนือจากตัวบ้านพักจำนวน 104 ห้อง (รวม 2 อาคาร) ศูนย์อาหาร (Hawker Center) ในชั้น 2 เนอร์สเซอรี่ (Child Care Centre) ศูนย์พัฒนาศักยภาพคนชรา (Active Aging Club) ลานกิจกรรมแสนกว้างโล่ง โปร่ง สบาย เหมือนใต้ถุนบ้านแบบไทยๆ และร้านค้าที่บริเวณชั้น 1 และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้น B1 แล้ว

ที่พิเศษยิ่งไปอีกคือ ตึกแห่งนี้มีต้นแบบที่จอดจักรยานอัตโนมัติแบบที่ญี่ปุ่นมีนั่นแหละ (Automated Bicycle Parking System) ซึ่งทางรัฐบาลสิงคโปร์นำมาทดลองใช้ที่นี่เป็นที่แรก สามารถจอดจักรยานได้ประมาณ 500 คัน เลือกจอดได้ทั้งแบบรายชั่วโมง (S$0.45) และรายเดือน (S$48) มีข่าวแว่วมาว่าอาจจะมีการเปิดอีกที่หนึ่งแถวๆ มารินาเบย์อีกด้วย

อาคารบ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

ในส่วนของ Admiralty Medical Care Centre ชั้น 3, 4 ทางผู้รับเหมาก็นำมาตรฐานการก่อสร้างระดับโรงพยาบาลมาปรับใช้เช่นกัน มีบริการที่ครอบคลุมการรักษาเทียบเท่ากับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ผู้ป่วยคงจะไม่รู้สึกว่าเหมือนโรงพยาบาลสักเท่าไร เพราะวิวที่มองผ่านกระจกออกไปเป็นสวนขนาดย่อมๆ

บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

Medical Center แห่งนี้มีบริการแผนกรักษาเฉพาะทางผู้ป่วยนอก (Specialist Outpatient Clinics) แผนกศัลยกรรมและส่องกล้อง (Day Surgery & Endoscopy Suite) สถานฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย (Rehabilitation Gym) แผนกเอกซเรย์และอัลตราซาวนด์ (X-ray & Ultrasound Suite) แผนกเทคนิคการแพทย์ (Medical Laboratory) และร้านขายยา

หน่วยงานรัฐอย่าง National Environment Agency (NEA) ควบคุมส่วนงานนี้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าการวางระบบหลังบ้านจะทำให้ส่วนต่างๆ ของอาคารแห่งนี้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีการปนเปื้อนจากท่อส่งของเสียของชั้น 3, 4 ไปปะปนกับศูนย์อาหารชั้น 2 และเช่นเดียวกันกับที่ผู้รับเหมางานชั้นศูนย์อาหารก็ต้องทำงานภายใต้กรอบและข้อกำหนดเรื่องความสะอาดอย่างเคร่งครัด ไม่ให้ท่อน้ำทิ้งที่มาจากร้านต่างๆ ลงไปปนเปื้อนที่ร้านค้าบริเวณชั้น 1

บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

  โดยสรุปต้องขอมอบ 5 ดาว ให้กับความสมบูรณ์ของการออกแบบและการใช้งานจริงของอาคารกำปงแห่งนี้ โดยเฉพาะเรื่องความสะดวกในการเข้าถึงได้ง่ายดายของรถเข็นผู้สูงอายุ นับตั้งแต่ออกมาจากสถานีรถไฟฟ้า Admiralty ผ่านลานหน้าอาคารที่กว้างเป็นพิเศษ (เพื่อให้ผู้สูงอายุที่อาจเดินช้าได้เดินอย่างสะดวกสบายขึ้น) ไปยังอาคารที่พักใน Kampung Admiralty หรือจะขึ้นลงในอาคารไปยังชั้นต่างๆ สมศักดิ์ศรีกับที่รัฐบาลสิงคโปร์ตั้งใจให้ตึกนี้เป็นต้นแบบที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุนับต่อจากนี้ไป ที่เหลือก็แค่เก็บเงินให้มากพอที่จะดูแลตัวเองตอนถึงวัยที่เราจะใช้บริการที่แห่งนี้..แค่นั้นพอ

Writer & Photographer

ส้มฉุน มะลิกุล

สาวโสดชาวไทยผู้จับพลัดจับผลูมาทำงานติดเกาะสิงคโปร์ เคยตั้งใจจะรีบทำงานเก็บเงินกลับบ้าน แต่หลังจาก 7 ปีก็เปลี่ยนเป็นเที่ยวให้รู้ กินให้สุข และลิ้มโกปี๊ (ดื่มกาแฟ) ก่อนที่เข่าและข้อเท้าจะไม่อำนวยให้ออกเดินทาง เย่!

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load