เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแบบสมบูรณ์ ที่ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ลองคิดภาพตามว่า ในกลุ่มคน 10 คนที่เดินมา จะมีผู้สูงวัยถึง 2 คน นี่คือ Global Trend ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ณ วันนี้ ทุกที่ทั่วโลก

ความน่าสนใจคือ อินไซต์ของผู้สูงวัยมุมมองใหม่ที่มาพร้อมยุคสมัยและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คน

ทุกวันนี้คนมากมายแฮปปี้กับชีวิตโสด ไม่ได้แต่งงาน แต่งงานแล้วไม่มีลูกหลาน หรือมีลูกหลานแต่ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เนื่องจากลูกหลานอาจทำงานอยู่ที่ต่างประเทศหรือต่างจังหวัด ไปจนถึงมีลูกหลาน แต่ปรารถนาจะใช้ชีวิตกันเองเป็นเอกเทศ และที่สำคัญ ชีวิตสูงวัยนั้นเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้น สามารถทดลองทำสิ่งต่างๆ ที่อยากทำอย่างอิสระเสรี เพราะมีพร้อมทั้งเงิน เวลา สุขภาพที่ยังแข็งแรงดีและแน่นอน ภูมิปัญญาและประสบการณ์อันมีค่าที่สั่งสมมาทั้งชีวิต

คำถามที่น่าสนใจคือ พื้นที่แบบไหนตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้สูงวัยในยุคปัจจุบัน 

The Aspen Tree คือโครงการที่พักอาศัยพร้อมบริการและการดูแลตลอดชีวิตแบบครบวงจร ด้วยมาตรฐานระดับโลก สำหรับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่นำแนวคิดดีๆ มาใช้ในการออกแบบและพัฒนาพื้นที่พักอาศัย รวมถึงพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ

ทั้งแนวคิด Lifetime Care ไม่ว่าช่วงอายุเท่าไหร่ โครงการจะเป็นเพื่อนที่คอยดูแลคุณตลอดไป แนวคิด Health and Wellness Program สร้างสุขภาพดีให้ร่างกายและจิตใจด้วยกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัยหลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงแนวคิดที่มุ่งเน้นให้ผู้สูงวัยมีความสุข สร้างคุณค่าและเติมเต็มความหมายของชีวิต ผ่านการ Socialized แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันของคนต่างรุ่นต่างวัย เพื่อสร้างสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติ ครอบครัวและสังคมรอบข้าง

เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จัก The Aspen Tree และการคิดคัดสรรค์พิถีพิถันมาอย่างดี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้สูงวัยที่จะมีช่วงชีวิตที่ดีที่สุด ด้วยคอนเซปต์ The Most Beautiful Chapter in Life

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

ชีวิตบทใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น

The Most Beautiful Chapter in Life

สองข้างทางเต็มไปด้วยพืชพรรณเขียวขจี ผีเสื้อตัวน้อยบินมาทักทายระหว่างทาง 

ที่นี่คือ The Forestias โครงการเมืองต้นแบบแห่งใหม่ ขนาด 398 ไร่ กม.7 โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ที่สร้าง ‘ผืนป่า’ ของจริง รวมไว้เป็นหนึ่งเดียวกับเมือง 

The Forestias ประกอบไปด้วยโครงการหลากหลายรูปแบบ ที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของผู้อยู่อาศัย ทั้ง Whizdom คอนโดมิเนียมที่ออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตของครอบครัวรุ่นใหม่และคนที่รักสัตว์เลี้ยง โดยเน้นรูปแบบการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ Mulberry Grove ที่พักอาศัยหลายรูปแบบ ทั้งคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์และวิลล่า ที่ออกแบบด้วยแนวคิดเพื่อการใช้ชีวิตของคนทุกวัยในครอบครัว และ The Aspen Tree ที่พักอาศัยพร้อมบริการและการดูแลตลอดชีวิตแบบครบวงจร สำหรับผู้อยู่อาศัยอายุ 50 ปีขึ้นไป 

แนวคิดของ The Forestias คือการสร้างพื้นที่ที่ธรรมชาติ สัตว์ และมนุษย์ สามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้ ผ่านการสร้างคอมมูนิตี้ที่มีคุณภาพและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ภายใต้ผืนป่าและธรรมชาติเขียวชอุ่ม พื้นที่รอบ The Forestias ได้รับการออกแบบให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์การพักอาศัยและการทำกิจกรรมของคนทุกเจเนอเรชัน โดยแต่ละพื้นที่เชื่อมโยงถึงกันได้อย่างลงตัว

แม้จะยังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง แต่เราก็มองเห็นร่มเงาผืนป่า ซึ่งจะเก็บรักษาระบบนิเวศธรรมชาติไว้อย่างดีที่หลายคนตั้งตารอคอย กำลังค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

คุณโจ-วีรวรรณ สุวรรณชาติ ผู้อำนวยการ โครงการ The Aspen Tree โดย MQDC เริ่มเล่าว่า “โครงการสำหรับผู้สูงวัยในลักษณะ Retirement Home มีมานานแล้วที่ต่างประเทศ อย่างสังคมอเมริกันที่ลูกๆ ย้ายออกจากบ้านตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย จากนั้นแยกย้ายไปสร้างครอบครัวของตนเอง ด้วยบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกับประเทศไทย โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยจึงพบได้โดยทั่วไปในสังคมตะวันตก”

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“ในขณะที่บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของไทยและประเทศแถบเอเชีย ซึ่งอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ มีพ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่าตายาย จนถึงรุ่นลูกหลาน อยู่ร่วมกัน เมื่อแต่ละท่านอายุมากขึ้น ก็ยังมีลูกหลานที่ช่วยดูแลกันต่อไป แต่ปัจจุบันจำนวนคนโสด คนที่แต่งงานและไม่มีลูกหลานเพิ่มมากขึ้น การใช้ชีวิตอย่าง Independent ที่เน้นพึ่งพาตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เมื่อคนกลุ่มนี้อายุมากขึ้นและเริ่มเข้าสู่กลุ่มผู้สูงวัย ความสุขและมุมมองการใช้ชีวิต รวมถึงไลฟ์สไตล์ จึงเปลี่ยนไปตามสภาพสังคม

“ในฐานะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะทำยังไงให้เราตอบโจทย์คนสูงวัยกลุ่มนี้ให้เขามีที่อยู่อาศัย มีสังคมและสภาพแวดล้อมดีๆ ที่สนับสนุนให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”

ดูแลกันและกันตลอดชีวิต

Lifetime Care

ที่ผ่านมาโครงการสำหรับผู้สูงวัยส่วนใหญ่ มักแยกประเภทโครงการอย่างชัดเจนว่าเหมาะกับผู้สูงวัยกลุ่มไหน เนื่องจากไลฟ์สไตล์และความต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มแรกคือ โครงการประเภท Active Living & Independent Living ซึ่งเหมาะกับผู้สูงวัยที่ยังพึ่งพาตัวเองได้ ทำกิจกรรม เล่นกีฬา และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ เพราะร่างกายยังแข็งแรงดี

ถัดมาคือ โครงการประเภท Assisted Living สำหรับกลุ่มผู้สูงวัยที่ต้องการการช่วยดูแลกิจกรรมประจำวันต่างๆ เช่น อาบน้ำ กินข้าว เปลี่ยนเสื้อผ้า พาไปซื้อของ และโครงการสำหรับกลุ่ม Dependent Living หรือผู้สูงวัยแบบพึ่งพา ซึ่งต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด

คุณโจอธิบายว่า การแยกประเภทโครงการสำหรับผู้สูงวัยแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจนนี้ เหมือนจะเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อวิจัยและศึกษาอย่างละเอียด พบว่าเมื่อผู้สูงวัยมีอายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงและข้อจำกัดทางร่างกายก็มีมากขึ้น ที่พักอาศัยซึ่งเคยอยู่อย่างมีความสุข กลับไม่เอื้ออำนวยการใช้ชีวิตให้อยู่ได้ตลอดอายุขัย ทำให้จำเป็นต้องต้องย้ายออกจากบ้านหรือสถานที่ที่ท่านคุ้นเคย

และเมื่อต้องย้ายไปยังที่พักอาศัยแห่งใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ พบเจอเพื่อนบ้านใหม่และผู้ดูแลกลุ่มใหม่ จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงวัย มีอาการซึมเศร้า ไม่อยากพบปะผู้คนและใช้เวลานานในการปรับตัว 

“จาก Pain Point นี้ เราได้นำมาศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนา โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่จะทำยังไงให้ The Aspen Tree เป็นบ้านให้ผู้สูงวัยอยู่อาศัยได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าอายุจะเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างไรในอนาคต ที่นี่จะยังเป็นที่ที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตสำหรับท่านตลอดไป

“เรามีที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญร่วมยี่สิบบริษัท ทั้งในและต่างประเทศมาช่วยกันพัฒนาโครงการ The Aspen Tree ให้ที่นี่เป็นพื้นที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับผู้สูงวัย และตอกย้ำแนวคิด Lifetime Care การดูแลตลอดชีวิตที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพให้กับผู้สูงวัย”

The Aspen Tree จึงเป็นโครงการดูแลผู้สูงวัยครบวงจร หัวใจสำคัญคืออาคารพักอาศัยแบบ Active Living Residences ที่แต่ละห้องพักได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด Universal Design ที่ทุกคนสามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย แม้แต่ผู้สูงวัยที่มีเงื่อนไขและข้อจำกัดในเรื่องของวัยหรือสมรรถภาพร่างกาย

“ในเชิงการออกแบบ เราทำงานกับ Perkins Eastman ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาโครงการเกี่ยวกับผู้สูงวัยระดับโลก โดยนำองค์ความรู้ Ageing-in-Place แนวคิดการออกแบบที่รองรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและช่วงวัยที่เพิ่มขึ้น ให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตอยู่ในที่พักอาศัยของตัวเองและพื้นที่ภายในโครงการได้นานที่สุด เช่น การเพิ่มอุปกรณ์หรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ในห้องน้ำเพื่อรองรับการใช้วีลแชร์หากมีความจำเป็น ภายใต้สังคมคุณภาพและสภาพแวดล้อมอิงธรรมชาติได้อย่างอิสระและปลอดภัยตลอดไป”

คุณโจอธิบายว่า ในการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยเพื่อผู้สูงวัย ตามแนวคิด Ageing-in-Place ควรเข้าใจกลุ่มผู้สูงวัยตามอายุและสภาพความแข็งแรงของร่างกาย เพื่อให้การสร้างพื้นที่และกิจกรรมต่างๆ สามารถตอบโจทย์ความสุขและการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม 

ทันทีที่เดินเข้าไปในห้อง อย่างแรกที่สัมผัสได้คือความโปร่งสบายเหมือนอยู่บ้าน ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ เพดานสูงเป็นพิเศษ สามารถมองเห็นธรรมชาติของผืนป่า The Forestias และสวนร่มรื่นภายในโครงการได้อย่างชัดเจน ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ทางเดินไม่คับแคบ มีการเว้นพื้นที่รอบเฟอร์นิเจอร์เอาไว้เพื่อให้ผู้สูงวัยลุกนั่งได้อย่างสะดวกสบาย และใช้รถเข็นได้อย่างอิสระทั่วห้อง กลมกลืนไปกับดีไซน์สวยงามเรียบหรู ด้วยวัสดุที่มีคุณภาพและปลอดภัย

นอกจากนี้ในโครงการยังมี Wellness Clubhouse ที่ประกอบไปด้วยกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และอาคาร Health & Brain Center ที่สร้างขึ้นเพื่อดูแลผู้สูงวัยที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 

อายุยืนยาวด้วยความ Active

Health and Wellness Program

“เราเชิญ Baycrest Global Solutions องค์กรที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสมองและการดูแลผู้สูงวัยชื่อดังระดับโลก ที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 100 ปี จากประเทศแคนาดา มาเป็นที่ปรึกษาและ Operator เพื่อให้มั่นใจว่า The Aspen Tree จะดูแลผู้สูงวัยได้ตลอดชีวิตในทุกมิติจริงๆ 

“นอกจากนี้ Baycrest Global Solution ยังมาร่วมสร้างโปรแกรม Health and Wellness Activity ในลักษณะ Preventive Care หรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ทั้งการลดปัจจัยและความเสี่ยงการเป็นโรคที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงวัย และอีกหลายองค์ความรู้ที่นำมาผนวกเข้ากับการแพทย์ในเมืองไทยและเอเชีย เพื่อสร้างสุขภาพกายและสมองที่แข็งแรง และใจที่เป็นสุขแก่ผู้สูงวัย” 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“เราจะมีโปรแกรมกิจกรรมระหว่างวัน ที่ผู้อยู่อาศัยมาเข้าร่วมได้ที่ Wellness Clubhouse นอกเหนือจากการพักผ่อนในบ้าน เขาจะได้เจอเพื่อนใหม่ พูดคุย และทำอะไรสนุกๆ ร่วมกัน หรือเราอาจจะจัดกิจกรรมร่วมกับกลุ่ม Young Generation ที่กำลังเริ่มทำธุรกิจ เพื่อให้ผู้สูงวัยและคนรุ่นใหม่ได้มาพบปะกัน ผู้สูงวัยซึ่งมีภูมิปัญญาและประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิต การได้ปฏิสัมพันธ์กับคนหลายวัย ยิ่งทำให้เขาแอคทีฟและมีอายุยืนยาว” 

ดังนั้นไม่แปลกใจว่าทำไม Wellness Clubhouse ของ The Aspen Tree จึงมีขนาดใหญ่ถึง 6,000 ตารางเมตร เพราะมีทั้งห้องสมุด ห้องคาราโอเกะ มินิเธียเตอร์ ห้องงานศิลปะ ฟิตเนสสตูดิโอ โยคะ สปาและซาลอน ร้านอาหาร ร้านกาแฟและเบเกอรี่ สระว่ายน้ำในร่ม สระว่ายน้ำเอาต์ดอร์ที่สามารถมองวิวผืนป่า The Forestias ไปจนถึง Business Lounge และห้องจัดกิจกรรมที่จะมีคลาสเรียนสนุกๆ เสวนาดีๆ หมุนเวียนมาจัดอย่างสม่ำเสมอ 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“นอกจากโปรแกรมกิจกรรมระหว่างวันต่างๆ เหล่านี้ ที่เราคัดสรรมาเพื่อผู้อยู่อาศัยแล้วนั้น The Aspen Tree ยังมี Health Care Package ไว้คอยดูแลเมื่อยามเจ็บป่วยอีกด้วย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตอย่างไร้ความกังวล

“จากผืนป่าธรรมชาติขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางพื้นที่โครงการ The Forestias เมื่อก้าวเข้าสู่ The Aspen Tree เราจะเห็นความแตกต่างของพืชพรรณอย่างชัดเจน โดยเราทำงานร่วมกับบริษัท P Landscape ที่มีแพสชันในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้สูงวัย ผ่านการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ออกมาเป็นแนวคิด Garden of The Happiness ที่เน้นสีสันอันหลากหลายของพันธุ์ไม้มาเป็นองค์ประกอบ

“อย่างต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ที่เป็นหนึ่งในไม้ยืนต้นหลักของโครงการ เมื่อชมพูพันธุ์ทิพย์เบ่งบาน นั่นหมายถึงฤดูกาลแห่งความรื่นรมย์ เป็นฤดูกาลที่ผู้คนเฝ้ารอมาตลอดทั้งปีเพื่อออกไปชื่นชมดอกไม้ พบปะและสร้างมิตรภาพใหม่ๆ เพราะแน่นอนว่า เราต้องการส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัย ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกในสภาพแวดล้อมที่มีธรรมชาติและสังคมดีๆ” 

ไม่ใช่แค่นั้น แต่รอบโครงการ The Aspen Tree ทั้งในอาคารและนอกอาคาร ยังสอดประสานไปด้วย Pocket Garden และ Walking Path ที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงวัยโดยเฉพาะ ด้วยการปรับระดับแบบ Gentle Slope ที่ช่วยให้การเดินออกกำลังกายไม่เหนื่อยเกินไป เดินอย่างเพลิดเพลินและดีทั้งกับสุขภาพร่างกายและหัวใจ 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“เราไม่ได้สร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบทั่วไป แต่เรากำลังสร้างบ้านและสังคมที่มีคุณภาพพร้อมบริการ เพื่อการดูแลผู้สูงวัยตลอดชีวิต” คุณโจเล่าพร้อมรอยยิ้ม 

ไฟฝันไม่มีวันหมดอายุ

The Endless Passion

The Aspen Tree ไม่ใช่แค่ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงวัย แต่เป็นพื้นที่จุดประกายความสุขในชีวิตบทใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

“ช่วงพัฒนาโครงการ เราได้ฟังเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจมากมายเกี่ยวกับแพสชันที่ยังลุกโชนของผู้สูงวัย หนึ่งในเรื่องราวที่น่าประทับใจนั้น คือเรื่องของภรรยาของประธานบริษัท Perkins Eastman ที่ได้เทควันโดสายดำตอนอายุเจ็ดสิบกว่า ดังนั้นอายุไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้หรือเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เลยแม้แต่น้อย” 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

คุณโจกล่าวทิ้งท้าย “เราเชื่อมั่นว่าผู้สูงวัยทุกท่าน มีแพสชัน และยังมีบางสิ่งบางอย่างที่อยากทดลองทำ หรือเคยวาดฝันไว้ตั้งแต่สมัยหนุ่มสาว แต่ด้วยภาระหน้าที่ในชีวิต ที่ทำให้ยังไม่มีเวลาเริ่มต้นลงมือทำ ผู้สูงวัยบางท่านอยากหัดเล่นกีตาร์ บางท่านอยากเต้นรำ อยากเรียนร้องเพลง บางท่านอยากทำงานศิลปะ ความฝันทั้งหมดเกิดขึ้นได้ที่นี่ นับเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดซึ่งกำลังผลิบาน”

The Cloud x The Aspen Tree 

เตรียมพบกับวิดีโอซีรีส์ ‘ทัศนะศึกษา’ จาก The Cloud และ The Aspen Tree กับ 6 เรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจของ 6 ผู้สูงวัยที่จะทำให้คุณรู้ว่า แพสชันในการใช้ชีวิตไม่มีวันหมดอายุ และช่วงเวลาที่งดงามที่สุดเริ่มต้นขึ้น เมื่อคุณลงมือทำความฝันให้เป็นจริง

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

60 

  เห็นตัวเลขนี้ทีไรก็นึกถึงอายุขวบปีที่ต้องเกษียณออกจากงานที่ทำสู่คำว่าผู้สูงวัย แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น เราจะใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างไรให้มีความสุข 

เราพบอีกหนึ่งโครงการน่าสนใจอย่าง ‘จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ (Jin Wellbeing County)’ ซึ่งความพิเศษแรกอยู่ตรงที่ นี่คือคอนโดมิเนียม Wellness Mixed Use 7 ชั้น 5 อาคาร ขนาด 494 ยูนิตเพื่อผู้สูงวัยโดยเฉพาะ ความพิเศษข้อต่อมาคือได้ผู้มีประสบการณ์ด้านโรงพยาบาลและการแพทย์กว่า 40 ปีอย่าง ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) มาเป็นผู้พัฒนาโครงการ จนกลายเป็นความพิเศษข้อที่สาม คือการนำสุขภาพแบบบูรณาการ หรือ Integrated Healthcare มาผนวกกับที่พักอาศัย (Active Living) จนสร้างที่อยู่ทางเลือกแห่งนี้ได้สำเร็จ 

แต่ความเจ๋งแจ๋วยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะเราพาไปคุยกับ ทิมโมตี้ เลิศสมิติวันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทธนบุรี เวลบีอิ้ง จำกัด ผู้ดำเนินการโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ถึงที่มาที่ไปและแนวคิดการออกแบบให้ชาวสูงวัยอยู่ดีทั้งกายและใจในช่วงบั้นปลายอย่างแท้จริง 

Jin Wellbeing County คอนโดมิเนียมทางเลือกใหม่เพื่อชาวสูงวัย ดีไซน์เพื่อวัยเกษียณสนุก

เปลี่ยนหมู่บ้านสูงวัยในภาพจำ

ไม่บอกก็คงพอเดาได้ ว่าทำไมประเทศไทยถึงยังต้องการโครงการที่พักอาศัยเพื่อวัยเกษียณ

เพราะจากกราฟสถิติ พบว่าประชากรที่อายุเกิน 60 ปีขยายเพิ่มขึ้นมากถึง 13 ล้านคน แต่เมื่อเทียบกับจำนวนหมู่บ้านที่รองรับผู้สูงอายุได้ กลับมีจำนวนน้อยมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ Jin Well Being กลายเป็นโครงการที่อยู่อาศัยที่อยากทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรเป็นแห่งแรก ๆ ในไทย

“แม้เราจะเห็นโรงพยาบาลเปิดใหม่เยอะขึ้น แต่เราเห็นว่าโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้หรือในโครงการที่พักเพื่อผู้สูงอายุยังไม่มาก ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ซึ่งทำเรื่องโรงพยาบาลมา 55 ปี เห็นความสำคัญข้อนี้ เลยอยากสร้างหมู่บ้านผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เพราะเรารู้ว่าประชากรในส่วนนี้กำลังโตขึ้นเรื่อย ๆ ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 6 – 7 ปีที่ผ่านมา” คุณทิมโมตี้เกริ่นถึงที่มา 

  คงปฏิเสธไม่ได้กับข้อเท็จจริงดังกล่าวเรื่องแนวโน้ม Aging Society ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าถามกันตามตรง วัยเก๋าและลูกหลานหลายคนคงส่ายหัว ถ้ารู้ว่าต้องไปอยู่บ้านพักคนชราหรือแม้กระทั่งหมู่บ้านสำหรับผู้สูงอายุ อาจด้วยความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าการเป็นลูกต้องกตัญญูและเลี้ยงดูพ่อแม่ในยามแก่เฒ่า ห้ามปล่อยให้พวกเขาไปอยู่โครงการเพื่อผู้สูงวัย กลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับโครงการ ซึ่งคุณทิมโมตี้บอกว่าเผชิญกับความท้าทายนี้เช่นกัน

“คนไทยหลายคน พอได้ยินเรื่องหมู่บ้านผู้สูงอายุครั้งแรก ก็บอกว่าไม่มีทางไปแน่นอน ต่อต้านก่อน แต่ถ้าลองคิดอีกมุม ในบ้านที่มีผู้สูงอายุ เราให้เขานั่งติดวีลแชร์อยู่เฉย ๆ ในบ้าน ลูกหลานไม่ให้ออกไปไหนเพราะห่วงไปหมด พอคนแก่ต้องอยู่ติดบ้านทุกวันเป็นเวลาหลายปี เขาก็เบื่อ หรือไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง คิดในอีกแง่ ถ้าเขาได้เจอเพื่อนคนวัยเดียวกัน ได้อยู่ในการดูแลของแพทย์ ได้ทำกิจกรรมที่ชอบ พวกเขาก็จะสนุกและมีชีวิตชีวาขึ้น” 

เปิดบ้านทดลองอยู่

คำถามต่อมาคือ แล้วโครงการนี้เปลี่ยนความคิดของพวกเขาอย่างไร คำตอบก็น่าสนใจมาก นั่นคือทางโครงการให้คนมาทดลองใช้ชีวิตจริง ๆ ก่อนซื้อได้

“อีกกรณีคือ บางครั้งพ่อแม่ที่เป็นผู้สูงอายุไม่อยากมาเอง แต่ลูกอยากให้มา เขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง เดี๋ยวจะโดนหาว่าพาเขาไปทิ้งหรือเปล่า เราก็เลยเริ่มจากการชวนมาทำกิจกรรมก่อน เช่น เรามีวันเก็บผัก ชวนแวะมาแบบไปเช้าเย็นกลับ ให้เขาได้มาเจอเพื่อน ๆ แล้วเราก็มีกิจกรรม Open House กันทุกเดือน ให้เชิญพ่อแม่มานอนที่นี่ เราเปิดห้องให้ทดลองมาอยู่ฟรี มีอาหารบริการ ลองอยู่ก่อนได้ในวันเสาร์และอาทิตย์” 

คุณทิมโมตี้บอกว่าพอเริ่มให้พวกเขาคุ้นชินและสนุก เหล่าชาวสูงวัยก็จะอยากกลับไปที่โครงการเองเพราะเริ่มมีเพื่อน ส่วนคนที่ติดใจก็ซื้อที่พักเข้ามาอยู่เลย และอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงวัยหลายคนไม่อยากซื้อบ้านหลังปลดระวาง เพราะเมื่อเกษียณตัวไปก็ต้องกลับบ้านต่างจังหวัด เพื่อกลับไปหาญาติหรือเพื่อนที่มีอยู่ดี

“เราเลยพยายามสร้างเพื่อนใหม่ ให้เขาได้เจอสังคมใหม่ รวมทั้งยังรักษาเพื่อนเก่าเขาให้ยังอยู่ อย่างถ้ามีเพื่อนมาจากต่างจังหวัด ก็นัดแก๊งเพื่อนมาเจอกันที่นี่ จะเก็บผัก เล่นเกม หรือทำกิจกรรมที่ดีด้วยก็ได้ เพื่อน ๆ ของลูกบ้านที่ดีเขาก็ดีใจที่ได้เจอกัน มันเลยไม่เหงา” คุณทิมโมตี้กล่าวถึงความตั้งใจของโครงการในการสร้างคอมมูนิตี้ชาวสูงวัย

สร้าง Hybrid Lifestyle 

แต่กว่าจะออกมาเป็นโครงการที่พักเพื่อผู้สูงอายุได้เช่นนี้ ต้องผ่านการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน จากตอนแรกที่คิดออกแบบอย่างคนทำโรงพยาบาลกลับไม่ตอบโจทย์ หรือคิดแบบคนทำอสังหาริมทรัพย์ก็ยังไม่เวิร์ก 

“เราทดสอบมาทุกแบบแล้ว เพราะหมู่บ้านผู้สูงอายุแบบนี้ยังไม่มีใครที่มาสอนเราได้ จะเลียนแบบใครก็ยาก เลยต้องลองผิดลองถูกจนได้ประสบการณ์ และทุกคนที่เข้ามาบอกว่าใช่ ก็ค้นพบว่าต้องสร้างโครงการนี้แบบ Hybrid ทั้งกึ่งโรงแรม กึ่งคอนโดมิเนียม กึ่งโรงพยาบาล และกึ่งโรงเรียน” เมื่อเดินสำรวจพื้นที่ ก็พบว่าที่นี่ออกแบบอย่างที่คุณทิมโมตี้ว่าจริง ๆ

ภายในโครงการขนาด 140 ไร่ การออกแบบที่พักอาศัยของ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ภายใต้อาคาร Low Rise 7 ชั้น ประกอบด้วยพื้นที่กิจกรรมมากมาย แถมยังอนุญาตให้เดินทางสะดวกใกล้ย่านชานเมืองแบบมีรถไฟฟ้าเข้าถึง ผนวกกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่คิดมาเพื่อความปลอดภัย 

Jin Wellbeing County คอนโดมิเนียมทางเลือกใหม่เพื่อชาวสูงวัย ดีไซน์เพื่อวัยเกษียณสนุก
Jin Wellbeing County คอนโดมิเนียมทางเลือกใหม่เพื่อชาวสูงวัย ดีไซน์เพื่อวัยเกษียณสนุก

ประกอบด้วยจำนวน 5 อาคารชื่อคล้องจองและความหมายดี แบ่งเป็นคลัสเตอร์ 1 คือ อาคารสิริ และอาคารสราญ รวมทั้งคลัสเตอร์ 2 ได้แก่ อาคารรุ่งเรือง อาคารร่มเย็น และอาคารรื่นรมย์

แม้จะมีห้องพักให้เลือกทั้งแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน แต่ฟังก์ชันด้านในก็ออกแบบมาให้โปร่ง โล่ง กว้าง ไม่ต่างกัน โดยห้องพักมีแสงธรรมชาติเข้าถึงและระบายอากาศได้ดี ด้วยเหตุผลที่ว่าหากมีลูกหลานหรือเพื่อนฝูงแวะมานอนค้างด้วย หรือแวะมาทำกิจกรรมร่วมกันในพื้นที่ส่วนกลาง ก็จะได้ไม่แออัด สมกับเป็นคอนโดฯ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของชาวสูงวัยมากกว่า 

แถมยังคิดมาแล้วว่าต้องไม่มีพื้นต่างระดับ รวมถึงไม่มีธรณีประตู เพื่อลดความเสี่ยงการสะดุดหกล้ม ใช้วัสดุกันลื่นสำหรับพื้นห้อง จนถึงระบบไฟในห้องที่เป็นระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติ ให้ผู้สูงอายุเดินเหินตอนกลางคืนได้ปลอดภัย และถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินเมื่อไหร่ ก็กดปุ่มบนหัวเตียงเพื่อเรียกเจ้าหน้าที่พยาบาลได้ตลอดเวลา

Jin Wellbeing County คอนโดมิเนียมทางเลือกใหม่เพื่อชาวสูงวัย ดีไซน์เพื่อวัยเกษียณสนุก
Jin Wellbeing County คอนโดมิเนียมทางเลือกใหม่เพื่อชาวสูงวัย ดีไซน์เพื่อวัยเกษียณสนุก

และถ้าสำรวจดี ๆ ภายในห้องน้ำก็ใช้วัสดุกันลื่นเช่นกัน พร้อมติดตั้งราวจับเพื่อช่วยในการทรงตัว ส่วนบานประตูแบบเลื่อน ออกแบบมาเพื่อป้องกันผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคความจำเสื่อม อาจเปิดประตูไม่ได้หรือล้มหมดสติ และไม่ต้องแปลกใจหากห้องน้ำมีขนาดใหญ่ ก็เพื่อรองรับรถเข็นในกรณีที่ผู้สูงวัยนั่งวีลแชร์ได้ด้วย 

นอกจากนี้ ความกึ่งโรงพยาบาลยังอยู่ที่การออกแบบทุกอย่างในโครงการให้เป็นแบบ Universal Design ทุกพื้นที่ต้องให้รถวีลแชร์เข้าถึงได้ทั้งหมด ไม่มีโค้งหักศอกหรือห้องเล็ก ๆ ที่เดินยาก ทั้งยังมีโรงพยาบาลธนบุรีอยู่ภายในพื้นที่โครงการ และหากลูกบ้านเจ็บป่วยฉุกเฉิน ทีมแพทย์จะเข้าช่วยเหลือได้ภายใน 3 นาที มีหน่วยพยาบาลเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง และหากเกิดเหตุฉุกเฉินใด ๆ Tracking บริเวณข้อมือจะส่งสัญญาณไปยังห้องฉุกเฉินทันที

ตัวโรงพยาบาลเองนอกจากรักษาอาการเจ็บป่วยทั่วไป ยังออกแบบมาเพื่อดูแลสูงวัยในระยะยาว โดยดูแลสุขภาพแบบบูรณาการ (Integrated Healthcare) เพื่อผู้สูงวัยโดยเฉพาะ และหากเป็นผู้ป่วยติดเตียง หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ก็มีบุคลากรทางการแพทย์คอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าใกล้มือหมอสุด ๆ 

ใครสนใจขยับแข้งขาเคลื่อนไหว ก็มี จิณณ์ เวลเนส (Jin Wellness) ศูนย์เสริมสร้างสุขภาพเวชศาสตร์ชะลอวัย ช่วยออกแบบโปรแกรมเพื่อป้องกันและชะลอโรคภัยต่าง ๆ เฉพาะบุคคล เช่น การตรวจความยืดหยุ่น การทรงตัว รวมทั้งสุขภาพกายและใจ จนถึงออกกำลังกายภายใต้การดูแลของนักวิทยาศาสตร์การกีฬาเตรียมเอาไว้ให้ด้วย ดูแลกันเรื่องสุขภาพโดยลูกหลานไม่ต้องคอยนั่งกังวลเลย

Jin Wellbeing County คอนโดมิเนียมทางเลือกใหม่เพื่อชาวสูงวัย ดีไซน์เพื่อวัยเกษียณสนุก

Active Living, Active Learning

แนวคิดการออกแบบที่สำคัญอีกข้อก็คือ Active Living and Learing ซึ่งเป็นตัวกำหนดพื้นที่สีเขียวและกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในโครงการนี้ เพราะความตั้งใจสร้าง Active Aging Society สังคมผู้สูงวัยให้ยังกระปรี้กระเปร่า

ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา

ยกตัวอย่างเช่น การออกแบบ Landscape ในพื้นที่ จากปกติโครงการที่อยู่อาศัยถูกกำหนดให้มีสวนเพียง 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่นี่กลับเลือกขยายไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์ หรือครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมด 

“เราอยากสร้างสวนให้ผู้สูงอายุจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความร่มรื่นหรือความสวยงาม แต่อยากเอื้อประโยชน์ต่อการใช้งาน เราไปคุยกับผู้สูงอายุแล้วเขาบอกว่า อยากมีสวนไว้เดิน ไว้นัดเจอเพื่อน หรือบางทีก็แก้เครียด พวกเขาควรได้ใช้งานพื้นที่สีเขียว อีกอย่าง เราไม่อยากให้คนอยู่แต่บ้าน เราจะสร้างความท้าทายให้พวกเขาขยับและมีกิจกรรมทำตลอด” คุณทิมโมตี้เล่าความตั้งใจในการสร้างสวนขนาดใหญ่กลางโครงการ 

ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา
ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา

สวนแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยบริษัทภูมิสถาปนิกอย่าง Shma Company Limited ซึ่งได้รับรางวัลการันตีจากหลายเวที ทำให้สวนแห่งนี้มีทางเดินยาวที่ปลอดภัยสำหรับออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติ ส่งผลดีต่อการบำบัดและฟื้นฟูร่างกายของผู้สูงวัย เพราะทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น รวมถึงมีสวนหินบำบัด ช่วยปรับสมดุลร่างกายให้ผู้สูงวัยรู้สึกสดชื่นขึ้นเมื่อเดินเท้าเปล่า 

นอกจากนี้ ยังสร้างให้ความกว้างของทางเดินใหญ่กว่าทางเดินปกติ (ประมาณ 1.5 – 2 เมตร) มากพอที่จะให้รถเข็นวีลแชร์เข็นผ่านสะดวก มีราวจับอย่างน้อย 1 ด้านตลอดเส้นทาง โดยออกแบบให้กลมกลืนไปกับตัวสวน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดิน พร้อมจุดนั่งพักทุก ๆ 30 – 50 เมตร ที่สำคัญคือ มีกล้องวงจรปิดกระจายอยู่ทั่วทั้งสวน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้ก็ย้ำความตั้งใจในการออกแบบเพื่อมวลชนอย่างที่บอกไปข้างต้นได้เป็นอย่างดี 

อีกหนึ่งข้อสำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือการเป็นโครงการที่พักอาศัยกึ่งโรงเรียน

ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา
ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา

ไม่ว่าคุณจะอยากทำกิจกรรมอะไร แค่บอกมา ที่นี่ก็มีให้ ทั้งห้องคาราโอเกะ ห้องเกม ห้องอเนกประสงค์ ศาลาสมาธิในสวนไม้ไผ่ สระออกกำลังกาย ฟิตเนส ไปจนถึงลานกิจกรรมกลางแจ้ง

ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา
ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา

“เราบอกแล้วว่าจะท้าทายคุณไปเรื่อย ๆ เราจะให้ลูกบ้านออกไป Jin Wellbeing Farm ฟาร์มผักออร์แกนิก เดินออกไปทะเลสาบด้านหลัง แล้วถ้าเราทำเลนจักรยานรอบ ๆ เสร็จในระยะถัดไป ก็จะให้คุณขี่ไปหรือจะเดินรอบหมู่บ้านได้ กิจกรรมเยอะมากจนคุณจะไม่ได้อยู่เฉย ๆ” 

เราพาเดินมายังด้านหลังโครงการเฟสแรก พบกับแปลงกระบะผักสวนครัวทดลอง ที่ทางโครงการอนุญาตให้ลูกบ้านแต่ละหลังจับจองพื้นที่เป็นของตัวเองได้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมคลายเหงาให้ชาวสูงวัย 

ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา
ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา

คุณทิมโมตี้ยังเสริมอีกว่า ยังมีคลาสสอนทำอาหาร คลาสพาไปวิ่ง จนถึงพาไปเที่ยวทริปทำบุญต่างจังหวัดแบบที่วัยเกษียณชอบใจ โดยมีคุณหมอคอยตามไปดูแลด้วย เรียกได้ว่าใส่ใจทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจกันทุกส่วน เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างครบองค์ในที่เดียว

ใส่ใจกันในทุกจุดขนาดนี้ ขนาดเราไม่ใช่คนสูงวัยยังอยากจับจองพื้นที่เอาไว้บ้าง เพราะทั้งร่มรื่นและน่าอยู่มากจริง ๆ

เตรียมตัวเกษียณ

ในอนาคต คุณทิมโมตี้บอกว่าพื้นที่ส่วนแรกด้านหน้าสุด พัฒนาเป็นโรงพยาบาลธนบุรี 3 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ รองรับการรักษาได้เหมือนโรงพยาบาลทั่วไป และคาดว่าในเฟสต่อไป จะขยายหมู่บ้านเพื่อชาวสูงวัยออกไปยังจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งก็คงต้องติดตามกันต่อไป

ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา

คนในวัยที่เริ่มนับถอยหลังอายุเข้าใกล้ 60 ปีหรือที่เกษียณแล้วก็ตาม เราคาดเดาเอาเองอย่างคนในวัยนี้ว่า หากแก่ตัวไป บ้านหลังใหญ่แต่เงียบเหงาอาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ แต่อาจเป็นบ้านขนาดพอดีที่ตอบโจทย์ความต้องการให้เราแก่แล้วยังเก๋าอยู่ ได้เจอเพื่อนวัยเดียวกัน ยังได้ทำในสิ่งที่รักและชอบ รวมทั้งยังดูแลสุขภาวะกายและใจให้แข็งแรงอยู่ได้มากกว่าหรือเปล่า

เราคงไม่กล้าตอบแทนใคร แต่เชื่อว่าความตั้งใจของโครงการ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ (Jin Wellbeing County) ได้สร้างอีกทางเลือกที่อยู่อาศัยของผู้สูงวัยในไทย ให้กลายเป็นสังคมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังได้ไม่มากก็น้อย

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load