เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแบบสมบูรณ์ ที่ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ลองคิดภาพตามว่า ในกลุ่มคน 10 คนที่เดินมา จะมีผู้สูงวัยถึง 2 คน นี่คือ Global Trend ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ณ วันนี้ ทุกที่ทั่วโลก

ความน่าสนใจคือ อินไซต์ของผู้สูงวัยมุมมองใหม่ที่มาพร้อมยุคสมัยและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คน

ทุกวันนี้คนมากมายแฮปปี้กับชีวิตโสด ไม่ได้แต่งงาน แต่งงานแล้วไม่มีลูกหลาน หรือมีลูกหลานแต่ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เนื่องจากลูกหลานอาจทำงานอยู่ที่ต่างประเทศหรือต่างจังหวัด ไปจนถึงมีลูกหลาน แต่ปรารถนาจะใช้ชีวิตกันเองเป็นเอกเทศ และที่สำคัญ ชีวิตสูงวัยนั้นเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้น สามารถทดลองทำสิ่งต่างๆ ที่อยากทำอย่างอิสระเสรี เพราะมีพร้อมทั้งเงิน เวลา สุขภาพที่ยังแข็งแรงดีและแน่นอน ภูมิปัญญาและประสบการณ์อันมีค่าที่สั่งสมมาทั้งชีวิต

คำถามที่น่าสนใจคือ พื้นที่แบบไหนตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้สูงวัยในยุคปัจจุบัน 

The Aspen Tree คือโครงการที่พักอาศัยพร้อมบริการและการดูแลตลอดชีวิตแบบครบวงจร ด้วยมาตรฐานระดับโลก สำหรับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่นำแนวคิดดีๆ มาใช้ในการออกแบบและพัฒนาพื้นที่พักอาศัย รวมถึงพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ

ทั้งแนวคิด Lifetime Care ไม่ว่าช่วงอายุเท่าไหร่ โครงการจะเป็นเพื่อนที่คอยดูแลคุณตลอดไป แนวคิด Health and Wellness Program สร้างสุขภาพดีให้ร่างกายและจิตใจด้วยกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัยหลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงแนวคิดที่มุ่งเน้นให้ผู้สูงวัยมีความสุข สร้างคุณค่าและเติมเต็มความหมายของชีวิต ผ่านการ Socialized แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันของคนต่างรุ่นต่างวัย เพื่อสร้างสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติ ครอบครัวและสังคมรอบข้าง

เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จัก The Aspen Tree และการคิดคัดสรรค์พิถีพิถันมาอย่างดี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้สูงวัยที่จะมีช่วงชีวิตที่ดีที่สุด ด้วยคอนเซปต์ The Most Beautiful Chapter in Life

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

ชีวิตบทใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น

The Most Beautiful Chapter in Life

สองข้างทางเต็มไปด้วยพืชพรรณเขียวขจี ผีเสื้อตัวน้อยบินมาทักทายระหว่างทาง 

ที่นี่คือ The Forestias โครงการเมืองต้นแบบแห่งใหม่ ขนาด 398 ไร่ กม.7 โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ที่สร้าง ‘ผืนป่า’ ของจริง รวมไว้เป็นหนึ่งเดียวกับเมือง 

The Forestias ประกอบไปด้วยโครงการหลากหลายรูปแบบ ที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของผู้อยู่อาศัย ทั้ง Whizdom คอนโดมิเนียมที่ออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตของครอบครัวรุ่นใหม่และคนที่รักสัตว์เลี้ยง โดยเน้นรูปแบบการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ Mulberry Grove ที่พักอาศัยหลายรูปแบบ ทั้งคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์และวิลล่า ที่ออกแบบด้วยแนวคิดเพื่อการใช้ชีวิตของคนทุกวัยในครอบครัว และ The Aspen Tree ที่พักอาศัยพร้อมบริการและการดูแลตลอดชีวิตแบบครบวงจร สำหรับผู้อยู่อาศัยอายุ 50 ปีขึ้นไป 

แนวคิดของ The Forestias คือการสร้างพื้นที่ที่ธรรมชาติ สัตว์ และมนุษย์ สามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้ ผ่านการสร้างคอมมูนิตี้ที่มีคุณภาพและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ภายใต้ผืนป่าและธรรมชาติเขียวชอุ่ม พื้นที่รอบ The Forestias ได้รับการออกแบบให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์การพักอาศัยและการทำกิจกรรมของคนทุกเจเนอเรชัน โดยแต่ละพื้นที่เชื่อมโยงถึงกันได้อย่างลงตัว

แม้จะยังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง แต่เราก็มองเห็นร่มเงาผืนป่า ซึ่งจะเก็บรักษาระบบนิเวศธรรมชาติไว้อย่างดีที่หลายคนตั้งตารอคอย กำลังค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

คุณโจ-วีรวรรณ สุวรรณชาติ ผู้อำนวยการ โครงการ The Aspen Tree โดย MQDC เริ่มเล่าว่า “โครงการสำหรับผู้สูงวัยในลักษณะ Retirement Home มีมานานแล้วที่ต่างประเทศ อย่างสังคมอเมริกันที่ลูกๆ ย้ายออกจากบ้านตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย จากนั้นแยกย้ายไปสร้างครอบครัวของตนเอง ด้วยบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกับประเทศไทย โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยจึงพบได้โดยทั่วไปในสังคมตะวันตก”

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“ในขณะที่บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของไทยและประเทศแถบเอเชีย ซึ่งอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ มีพ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่าตายาย จนถึงรุ่นลูกหลาน อยู่ร่วมกัน เมื่อแต่ละท่านอายุมากขึ้น ก็ยังมีลูกหลานที่ช่วยดูแลกันต่อไป แต่ปัจจุบันจำนวนคนโสด คนที่แต่งงานและไม่มีลูกหลานเพิ่มมากขึ้น การใช้ชีวิตอย่าง Independent ที่เน้นพึ่งพาตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เมื่อคนกลุ่มนี้อายุมากขึ้นและเริ่มเข้าสู่กลุ่มผู้สูงวัย ความสุขและมุมมองการใช้ชีวิต รวมถึงไลฟ์สไตล์ จึงเปลี่ยนไปตามสภาพสังคม

“ในฐานะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะทำยังไงให้เราตอบโจทย์คนสูงวัยกลุ่มนี้ให้เขามีที่อยู่อาศัย มีสังคมและสภาพแวดล้อมดีๆ ที่สนับสนุนให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”

ดูแลกันและกันตลอดชีวิต

Lifetime Care

ที่ผ่านมาโครงการสำหรับผู้สูงวัยส่วนใหญ่ มักแยกประเภทโครงการอย่างชัดเจนว่าเหมาะกับผู้สูงวัยกลุ่มไหน เนื่องจากไลฟ์สไตล์และความต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มแรกคือ โครงการประเภท Active Living & Independent Living ซึ่งเหมาะกับผู้สูงวัยที่ยังพึ่งพาตัวเองได้ ทำกิจกรรม เล่นกีฬา และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ เพราะร่างกายยังแข็งแรงดี

ถัดมาคือ โครงการประเภท Assisted Living สำหรับกลุ่มผู้สูงวัยที่ต้องการการช่วยดูแลกิจกรรมประจำวันต่างๆ เช่น อาบน้ำ กินข้าว เปลี่ยนเสื้อผ้า พาไปซื้อของ และโครงการสำหรับกลุ่ม Dependent Living หรือผู้สูงวัยแบบพึ่งพา ซึ่งต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด

คุณโจอธิบายว่า การแยกประเภทโครงการสำหรับผู้สูงวัยแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจนนี้ เหมือนจะเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อวิจัยและศึกษาอย่างละเอียด พบว่าเมื่อผู้สูงวัยมีอายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงและข้อจำกัดทางร่างกายก็มีมากขึ้น ที่พักอาศัยซึ่งเคยอยู่อย่างมีความสุข กลับไม่เอื้ออำนวยการใช้ชีวิตให้อยู่ได้ตลอดอายุขัย ทำให้จำเป็นต้องต้องย้ายออกจากบ้านหรือสถานที่ที่ท่านคุ้นเคย

และเมื่อต้องย้ายไปยังที่พักอาศัยแห่งใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ พบเจอเพื่อนบ้านใหม่และผู้ดูแลกลุ่มใหม่ จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงวัย มีอาการซึมเศร้า ไม่อยากพบปะผู้คนและใช้เวลานานในการปรับตัว 

“จาก Pain Point นี้ เราได้นำมาศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนา โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่จะทำยังไงให้ The Aspen Tree เป็นบ้านให้ผู้สูงวัยอยู่อาศัยได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าอายุจะเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างไรในอนาคต ที่นี่จะยังเป็นที่ที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตสำหรับท่านตลอดไป

“เรามีที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญร่วมยี่สิบบริษัท ทั้งในและต่างประเทศมาช่วยกันพัฒนาโครงการ The Aspen Tree ให้ที่นี่เป็นพื้นที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับผู้สูงวัย และตอกย้ำแนวคิด Lifetime Care การดูแลตลอดชีวิตที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพให้กับผู้สูงวัย”

The Aspen Tree จึงเป็นโครงการดูแลผู้สูงวัยครบวงจร หัวใจสำคัญคืออาคารพักอาศัยแบบ Active Living Residences ที่แต่ละห้องพักได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด Universal Design ที่ทุกคนสามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย แม้แต่ผู้สูงวัยที่มีเงื่อนไขและข้อจำกัดในเรื่องของวัยหรือสมรรถภาพร่างกาย

“ในเชิงการออกแบบ เราทำงานกับ Perkins Eastman ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาโครงการเกี่ยวกับผู้สูงวัยระดับโลก โดยนำองค์ความรู้ Ageing-in-Place แนวคิดการออกแบบที่รองรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและช่วงวัยที่เพิ่มขึ้น ให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตอยู่ในที่พักอาศัยของตัวเองและพื้นที่ภายในโครงการได้นานที่สุด เช่น การเพิ่มอุปกรณ์หรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ในห้องน้ำเพื่อรองรับการใช้วีลแชร์หากมีความจำเป็น ภายใต้สังคมคุณภาพและสภาพแวดล้อมอิงธรรมชาติได้อย่างอิสระและปลอดภัยตลอดไป”

คุณโจอธิบายว่า ในการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยเพื่อผู้สูงวัย ตามแนวคิด Ageing-in-Place ควรเข้าใจกลุ่มผู้สูงวัยตามอายุและสภาพความแข็งแรงของร่างกาย เพื่อให้การสร้างพื้นที่และกิจกรรมต่างๆ สามารถตอบโจทย์ความสุขและการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม 

ทันทีที่เดินเข้าไปในห้อง อย่างแรกที่สัมผัสได้คือความโปร่งสบายเหมือนอยู่บ้าน ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ เพดานสูงเป็นพิเศษ สามารถมองเห็นธรรมชาติของผืนป่า The Forestias และสวนร่มรื่นภายในโครงการได้อย่างชัดเจน ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ทางเดินไม่คับแคบ มีการเว้นพื้นที่รอบเฟอร์นิเจอร์เอาไว้เพื่อให้ผู้สูงวัยลุกนั่งได้อย่างสะดวกสบาย และใช้รถเข็นได้อย่างอิสระทั่วห้อง กลมกลืนไปกับดีไซน์สวยงามเรียบหรู ด้วยวัสดุที่มีคุณภาพและปลอดภัย

นอกจากนี้ในโครงการยังมี Wellness Clubhouse ที่ประกอบไปด้วยกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และอาคาร Health & Brain Center ที่สร้างขึ้นเพื่อดูแลผู้สูงวัยที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 

อายุยืนยาวด้วยความ Active

Health and Wellness Program

“เราเชิญ Baycrest Global Solutions องค์กรที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสมองและการดูแลผู้สูงวัยชื่อดังระดับโลก ที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 100 ปี จากประเทศแคนาดา มาเป็นที่ปรึกษาและ Operator เพื่อให้มั่นใจว่า The Aspen Tree จะดูแลผู้สูงวัยได้ตลอดชีวิตในทุกมิติจริงๆ 

“นอกจากนี้ Baycrest Global Solution ยังมาร่วมสร้างโปรแกรม Health and Wellness Activity ในลักษณะ Preventive Care หรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ทั้งการลดปัจจัยและความเสี่ยงการเป็นโรคที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงวัย และอีกหลายองค์ความรู้ที่นำมาผนวกเข้ากับการแพทย์ในเมืองไทยและเอเชีย เพื่อสร้างสุขภาพกายและสมองที่แข็งแรง และใจที่เป็นสุขแก่ผู้สูงวัย” 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“เราจะมีโปรแกรมกิจกรรมระหว่างวัน ที่ผู้อยู่อาศัยมาเข้าร่วมได้ที่ Wellness Clubhouse นอกเหนือจากการพักผ่อนในบ้าน เขาจะได้เจอเพื่อนใหม่ พูดคุย และทำอะไรสนุกๆ ร่วมกัน หรือเราอาจจะจัดกิจกรรมร่วมกับกลุ่ม Young Generation ที่กำลังเริ่มทำธุรกิจ เพื่อให้ผู้สูงวัยและคนรุ่นใหม่ได้มาพบปะกัน ผู้สูงวัยซึ่งมีภูมิปัญญาและประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิต การได้ปฏิสัมพันธ์กับคนหลายวัย ยิ่งทำให้เขาแอคทีฟและมีอายุยืนยาว” 

ดังนั้นไม่แปลกใจว่าทำไม Wellness Clubhouse ของ The Aspen Tree จึงมีขนาดใหญ่ถึง 6,000 ตารางเมตร เพราะมีทั้งห้องสมุด ห้องคาราโอเกะ มินิเธียเตอร์ ห้องงานศิลปะ ฟิตเนสสตูดิโอ โยคะ สปาและซาลอน ร้านอาหาร ร้านกาแฟและเบเกอรี่ สระว่ายน้ำในร่ม สระว่ายน้ำเอาต์ดอร์ที่สามารถมองวิวผืนป่า The Forestias ไปจนถึง Business Lounge และห้องจัดกิจกรรมที่จะมีคลาสเรียนสนุกๆ เสวนาดีๆ หมุนเวียนมาจัดอย่างสม่ำเสมอ 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“นอกจากโปรแกรมกิจกรรมระหว่างวันต่างๆ เหล่านี้ ที่เราคัดสรรมาเพื่อผู้อยู่อาศัยแล้วนั้น The Aspen Tree ยังมี Health Care Package ไว้คอยดูแลเมื่อยามเจ็บป่วยอีกด้วย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตอย่างไร้ความกังวล

“จากผืนป่าธรรมชาติขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางพื้นที่โครงการ The Forestias เมื่อก้าวเข้าสู่ The Aspen Tree เราจะเห็นความแตกต่างของพืชพรรณอย่างชัดเจน โดยเราทำงานร่วมกับบริษัท P Landscape ที่มีแพสชันในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้สูงวัย ผ่านการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ออกมาเป็นแนวคิด Garden of The Happiness ที่เน้นสีสันอันหลากหลายของพันธุ์ไม้มาเป็นองค์ประกอบ

“อย่างต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ที่เป็นหนึ่งในไม้ยืนต้นหลักของโครงการ เมื่อชมพูพันธุ์ทิพย์เบ่งบาน นั่นหมายถึงฤดูกาลแห่งความรื่นรมย์ เป็นฤดูกาลที่ผู้คนเฝ้ารอมาตลอดทั้งปีเพื่อออกไปชื่นชมดอกไม้ พบปะและสร้างมิตรภาพใหม่ๆ เพราะแน่นอนว่า เราต้องการส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัย ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกในสภาพแวดล้อมที่มีธรรมชาติและสังคมดีๆ” 

ไม่ใช่แค่นั้น แต่รอบโครงการ The Aspen Tree ทั้งในอาคารและนอกอาคาร ยังสอดประสานไปด้วย Pocket Garden และ Walking Path ที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงวัยโดยเฉพาะ ด้วยการปรับระดับแบบ Gentle Slope ที่ช่วยให้การเดินออกกำลังกายไม่เหนื่อยเกินไป เดินอย่างเพลิดเพลินและดีทั้งกับสุขภาพร่างกายและหัวใจ 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“เราไม่ได้สร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบทั่วไป แต่เรากำลังสร้างบ้านและสังคมที่มีคุณภาพพร้อมบริการ เพื่อการดูแลผู้สูงวัยตลอดชีวิต” คุณโจเล่าพร้อมรอยยิ้ม 

ไฟฝันไม่มีวันหมดอายุ

The Endless Passion

The Aspen Tree ไม่ใช่แค่ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงวัย แต่เป็นพื้นที่จุดประกายความสุขในชีวิตบทใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

“ช่วงพัฒนาโครงการ เราได้ฟังเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจมากมายเกี่ยวกับแพสชันที่ยังลุกโชนของผู้สูงวัย หนึ่งในเรื่องราวที่น่าประทับใจนั้น คือเรื่องของภรรยาของประธานบริษัท Perkins Eastman ที่ได้เทควันโดสายดำตอนอายุเจ็ดสิบกว่า ดังนั้นอายุไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้หรือเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เลยแม้แต่น้อย” 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

คุณโจกล่าวทิ้งท้าย “เราเชื่อมั่นว่าผู้สูงวัยทุกท่าน มีแพสชัน และยังมีบางสิ่งบางอย่างที่อยากทดลองทำ หรือเคยวาดฝันไว้ตั้งแต่สมัยหนุ่มสาว แต่ด้วยภาระหน้าที่ในชีวิต ที่ทำให้ยังไม่มีเวลาเริ่มต้นลงมือทำ ผู้สูงวัยบางท่านอยากหัดเล่นกีตาร์ บางท่านอยากเต้นรำ อยากเรียนร้องเพลง บางท่านอยากทำงานศิลปะ ความฝันทั้งหมดเกิดขึ้นได้ที่นี่ นับเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดซึ่งกำลังผลิบาน”

The Cloud x The Aspen Tree 

เตรียมพบกับวิดีโอซีรีส์ ‘ทัศนะศึกษา’ จาก The Cloud และ The Aspen Tree กับ 6 เรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจของ 6 ผู้สูงวัยที่จะทำให้คุณรู้ว่า แพสชันในการใช้ชีวิตไม่มีวันหมดอายุ และช่วงเวลาที่งดงามที่สุดเริ่มต้นขึ้น เมื่อคุณลงมือทำความฝันให้เป็นจริง

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

“ไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ แต่กำเนิด หรือย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ 3 สิ่งที่ต้องมีคือ หนึ่ง ความสุข สอง ความสะดวกสบาย สาม ความปลอดภัย”

กรุงเทพมหานคร เป็นจุดศูนย์กลางของประเทศที่มีประชากรเยอะ และจะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ ‘โอกาสดี ๆ’ มากมายกระจุกกันอยู่ที่เมืองนี้ ตราบใดที่ยังเป็นเช่นนั้น ประเด็นที่ว่า ‘อะไรคือคุณภาพชีวิตที่ดีในแบบฉบับของคนในเมืองที่วุ่นวาย’ และ ‘ทำอย่างไรให้คุณภาพชีวิตแบบนั้นเกิดขึ้นจริง’ ก็เป็นโจทย์สำคัญที่โครงการคอนโดมิเนียมทั้งหลายจะต้องคำนึงถึง

วันนี้ พัชร์ธนิน ภัคไพโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และ รวิศชา วัฒนเลิศอุดม จาก ‘Artisan Ratchada’ คอนโดใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จะมานั่งคุยกับเราเกี่ยวกับการอยู่อาศัยที่ดีในมุมมองของพวกเขา

บทสนทนาเริ่มต้นในห้องตัวอย่างบรรยากาศสบาย ๆ ห้องหนึ่งในโครงการ

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

“กลุ่มที่พัฒนาเป็นชาวต่างชาติ เป็นคนจีนทางฮ่องกง เขาเริ่มวางแนวคิดของโครงการจากการใช้ชีวิตในฮ่องกง” พัชร์ธนินเริ่มเล่าที่มาที่ไปเป็นอันดับแรก

“ถ้าเราได้ไปเที่ยวฮ่องกง จะรู้สึกว่าชีวิตค่อนข้างสะดวกสบาย ทั้งเรื่องการอยู่อาศัย การเดินทาง และการจับจ่ายใช้สอยต่าง ๆ เขาก็เอาข้อดีเหล่านั้นมาย่อส่วนอยู่ในโครงการนี้”

Artisan Ratchada เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ยึดคอนเซ็ปต์ว่า ‘Craft Your Living, Connect Everything’ โดย Craft Your Living หมายถึง ผู้พักอาศัยจะได้ออกแบบการใช้ชีวิตที่เป็นตัวเองมากที่สุด และ Connect Everything หมายถึง การเชื่อมต่อทั้งในด้านทำเลและไลฟ์สไตล์ที่ลื่นไหล ไร้ข้อจำกัด ใช้ชีวิตได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไหนไกล

นอกจากความ ‘ครบถ้วน’ และ ‘ครบวงจร’ ที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ผู้บริหารยังตั้งใจสร้างชุมชนให้เป็นหมู่บ้านที่อบอุ่น ไม่แข็งกระด้างไปตามเมืองใหญ่ ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันดี พร้อมสนับสนุนลูกบ้านและชุมชนโดยรอบในด้านต่าง ๆ อยู่เสมอ

เรียกว่าเป็นทีมงานคนรุ่นใหม่ ที่มุ่งมั่นพัฒนาโครงการให้เข้าถึงหัวใจของการอยู่อาศัย ทั้งด้านฟังก์ชันที่ใช้ชีวิตอยู่ (อย่างมีประสิทธิภาพ) ได้จริง และด้านหัวจิตหัวใจ กับสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งต้องการจาก ‘บ้าน’ สักหลังที่เขาเลือก

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

ลงเสาเอก

ก่อนอื่นเราคงต้องแนะนำให้รู้จัก ‘RISLAND’ ซึ่งเป็น Developer ที่ดำเนินธรุกิจในหลายประเทศทั่วโลก เช่น ไทย ฮ่องกง อินโดนีเซีย อินเดีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และอเมริกา โดยโครงการพักอาศัยจะถูกพัฒนาให้เหมาะสม ตามโครงสร้างพื้นฐานและบริบทของประเทศนั้น ๆ

สำหรับที่ไทย ตอนนี้ RISLAND เปิดตัวไปแล้ว 7 โครงการ มีหมู่บ้าน Lake Serene ที่พระราม 2 คอนโด Cloud ทองหล่อ-เพชรบุรี คอนโด Skyrise Avenue สุขุมวิท 64 คอนโด Cloud Residences ที่สุขุมวิท 23 และคอนโด The Livin เพชรเกษมและรามคำแหง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นคอนโด High Rise ใกล้ BTS และ MRT

“มาถึง Artisan Ratchada” พัชร์ธนินเล่ามาถึงโครงการที่เรามาดูกันในวันนี้ “ที่ดินแปลงนี้ค่อนข้างใหญ่ เพราะฉะนั้นตอนพัฒนา เราก็เลยมองว่า ถ้าคนกลุ่มหนึ่งมาอยู่ตรงนี้จะอยากได้อะไรบ้าง”

อย่างที่เราได้เล่าไปตอนต้นว่า ทางผู้พัฒนามุ่งเน้นไปที่ความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย และการเชื่อมต่อของไลฟ์สไตล์ Artisan Ratchada จึงออกมาในลักษณะโครงการมิกซ์ยูส 34 ชั้น มีห้องพัก 1,337 ห้อง ชั้น 5 – 34 แยกเป็น 4 ทาวเวอร์ พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ผู้พักอาศัยแต่ละทาวเวอร์ใช้ร่วมกันที่ชั้น 4 รวมถึงส่วนพลาซ่าที่รวบรวมร้านต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน และส่วนสำนักงานที่ ชั้น 1 – 3

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

“ในพื้นที่ส่วนกลาง เรามีห้องสมุดขนาดใหญ่ คนที่อยู่ในห้องแล้วเบื่อก็ไปอ่านหนังสือในห้องสมุดได้ จะทำงานเราก็มีห้องประชุม หากต้องการใช้ก็จองกับทางนิติฯ ได้ หรือคนที่มีลูก อยากพาลูกมาเดินเล่น เราก็มีห้อง Kids Zone ที่มีเครื่องเล่นเด็ก”

สำหรับเราซึ่งเป็นผู้มาเยือนชั่วคราว แอบนึกภาพว่าหากได้อยู่ที่นี่ ห้องสมุดคงเป็นส่วนที่จะมาใช้เวลาในวันสบาย ๆ หยิบหนังสือสักเล่มสองเล่มลงมาจากห้อง แล้วปักหลักที่โต๊ะสักตัว

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

“ส่วน Outdoor ของเราก็บรรยากาศดีมาก” ไม่เกินจริงทีเดียว ทันทีที่เปิดประตูออกไปสูดอากาศภายนอกอาคาร ลมเย็นแรง ๆ ก็พัดมาปะทะ ชนิดที่ว่าหากใส่หมวก หมวกก็อาจจะหนีจากหัวไปง่าย ๆ ให้อารมณ์เหมือนเวลาไปพักผ่อนตามต่างจังหวัด

“ที่นี่ไม่ได้มีไว้สำหรับคนโสดหรือ Single Family เท่านั้น คนมีลูกหลายคนก็อยู่ได้”

ทั้งคู่บอกกับเราว่า พื้นที่ส่วนกลางของที่นี่เน้นว่าต้อง ‘ใช้ได้จริง’ สระว่ายน้ำก็ยาวระดับ Half Olympic ออกกำลังกายได้จริงจัง ห้องซาวน่า-ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก็กว้างขวาง เข้าไปใช้งานได้โดยไม่ต้องแย่งกัน

สำหรับโซนพลาซ่า ชั้นแรกเป็นร้านอาหาร ร้านทำเล็บ ร้านทำผม ร้านสะดวกซื้อ และร้านกาแฟ ชั้นสองเป็นคลินิก ออฟฟิศสำนักงาน และเอกซ์เพรสต่างๆ ส่วนชั้นสามเป็นออฟฟิศสำนักงานของบริษัทอื่น ๆ ซึ่งความเชื่อมต่อของไลฟ์สไตล์ก็คือทั้งหมดที่กล่าวมานี่แหละ

“เหมือนเราอยู่บ้านแล้วอยากซื้อของ ก็ไม่ต้องแต่งตัวมากเหมือนไปห้าง แค่ลงไปข้างล่างก็มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านทำผม ร้านกาแฟพร้อม” เธอเล่าข้อดีของความครบวงจรนี้ “เท่าที่เห็น ลูกบ้านก็แฮปปี้กับเรื่องนี้นะ เราเห็นคนใส่ชุดนอน ใส่สลิปเปอร์ลงมาเหมือนเขาอยู่ในบ้านเลย”

พลาซ่าชั้น 1 – 3 นี้ นอกจากจะอำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัยแล้ว ผู้คนในละแวกใกล้เคียงหรือคนที่สัญจรผ่านไปมาก็เข้ามาใช้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะมีแต่ลูกบ้านที่ขึ้นทาวเวอร์พักอาศัยได้ และต้องใช้การ์ดแตะไปที่ชั้นของตัวเองอย่างเจาะจงด้วย

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

นอกจากนี้ ‘เชื่อมต่อ’ ยังหมายถึงทำเลเชื่อมต่อกับภายนอกได้ดี เนื่องจากโครงการอยู่ใจกลางย่านรัชดา ซึ่งเข้าออกได้ 2 ทาง คือทางถนนเทียมร่วมมิตรและทางซอยประชาอุทิศ 24

ในส่วนขนส่งสาธารณะ ก็ใกล้กับ MRT ถึง 3 สถานี คือพระราม 9 ห้วยขวาง และศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยทางโครงการจะมีรถตู้รับ-ส่งไปถึงสถานี

แม้จะไม่ใช่ ‘ใจกลางเมือง’ แบบสีลม สาทร หรือสุขุมวิท แต่ก็มีห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน สถานศึกษา และโรงพยาบาลชั้นนำมากมายอยู่ในโซนนี้ อีกทั้งถือเป็นจุดที่เชื่อมเข้าไปกลางเมืองได้ง่ายด้วยถนนและทางด่วนหลายเส้น

ชีวิตดี ๆ ที่ออกแบบได้เอง

วาร์ปกลับมาที่ห้องพักของโครงการกันอีกครั้ง

ห้องพักที่นี่มียูนิตน้อย เพียง 8 – 12 ยูนิตต่อชั้น ขนาดตั้งแต่ 28 – 77 ตารางเมตร เหมาะสำหรับคนเมืองสมัยนี้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อเปิดประตูออกไปที่ระเบียง ก็ไม่รู้สึกว่าระเบียงห้องอื่นอยู่ใกล้ชิดกันจนเกินพอดี

“ระเบียงเรากว้างด้วยนะครับ” รวิศชาพูดพลางเลื่อนประตูออกไปหาทิวทัศน์ด้านนอก ซึ่งไม่มีอาคารสูงโดยรอบมาบดบังสายตา “หยิบคอมพิวเตอร์ไปนั่งชมวิวตอนกลางคืน พิมพ์งานได้สบายเลย”

“นี่ลูกบ้านเราย่างหมูกระทะกินกันด้วยนะ” พัชร์ธนินเสริมขึ้นมากลั้วหัวเราะ “เรางงเลย เห็นเขาเอาไปลงไอจี นี่ระเบียงเรานี่”

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

นอกจากนี้ ห้องพักยังเป็นส่วนที่อธิบายคอนเซ็ปต์ Craft Your Living ได้เป็นอย่างดี

Artisan Ratchada ใช้แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่ได้รับการยอมรับในไทยและต่างประเทศอย่าง IKEA โดยห้องตัวอย่างของแต่ละประเภท A, B, C, D, E และ F ตกแต่งด้วยผลิตภัณฑ์จาก IKEA ในสไตล์ที่แตกต่างกัน บ้างดูขี้เล่น บ้างก็ดูขรึม บ้างคลาสสิกหรูหรา ซึ่งเวลาขาย จะขายเป็นห้องเปล่า สมมติว่าลูกค้าต้องการห้องลักษณะและขนาดแบบ A แต่ตกแต่งแบบ D ก็ซื้อห้อง A และขอลิสต์เฟอร์นิเจอร์ห้อง D จากฝ่ายขายได้ ซึ่ง Interior Designer จะมาให้คำแนะนำและช่วยดูความเหมาะสมในการจัดห้องอีกที

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

“ในการขายคอนโด Pain Point หนึ่งที่เจอคือ ลูกค้านึกไม่ออกว่าจะตกแต่งยังไง วางโซฟายังไง เราก็เลยตกแต่งให้ดูทุกห้อง ในสไตล์ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง เพื่อให้ลูกค้าได้ไอเดียในการตกแต่ง” รวิศชากล่าว

จากที่เราได้เดินตามทั้งคู่ไปเยี่ยมชมห้องแต่ละประเภท ก็เข้าใจได้เลยว่า ลูกค้าคงจะได้เลือกสรรสไตล์ที่เหมาะกับตัวเองกันอย่างสนุกสนานไม่น้อย

“แต่ละคนมีความต้องการในการอยู่อาศัยที่แตกต่างกัน” เขาพูดต่อ “เราอยากให้ที่นี่เป็นที่ที่คุณได้ออกแบบพื้นที่เอง เข้ามาในห้องก็ต้องรู้สึกถึง Space ว่าที่นี่แหละคือ Place ของเรา รู้สึกว่าน่าอยู่จังเลย เป็นห้องที่จะทำอะไรก็ได้ที่เป็นตัวเรา ในเวอร์ชันที่เราชอบที่สุด”

ถัดไปจาก IKEA ทาง Artisan Ratchada ยังได้ Karmakamet แบรนด์เครื่องหอมชั้นนำของไทยมาออกแบบกลิ่นในแต่ละห้อง

“อย่างในห้องนี้จะมี 3 กลิ่น ห้องนั่งเล่นก็กลิ่นหนึ่ง ห้องนอนกลิ่นหนึ่ง ห้องนอนเล็กที่เป็นห้องเด็กก็กลิ่นหนึ่ง แต่ละห้องจะแตกต่างกัน”

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

นอกจากนี้ รวิศชายังชี้ชวนให้เรามองไปที่งานศิลปะบนผนังห้อง เป็นผลงานของ Illustrator คนไทย ซึ่งทางโครงการเลือกมาตกแต่งห้องตัวอย่าง เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสเลือกซื้อภาพสวย ๆ เหล่านี้ไปติดที่ห้อง ถือเป็นการสนับสนุนผลงานของคนไทยกันเอง

สิ่งเหล่านี้ เรามองว่าเป็นความพิถีพิถันของทีมงาน ในการส่งมอบประสบการณ์ดี ๆ ของการอยู่อาศัยให้ลูกบ้าน ทั้งทำให้ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นตัวเอง อบอวลอยู่ในกลิ่นที่ชื่นชอบ และสุนทรีไปกับงานศิลปะ ใครได้เข้ามาสัมผัสก็น่าจะประทับใจได้ไม่ยาก

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน
อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

ใจส่งถึงใจ

‘ความสัมพันธ์’ เป็นสิ่งที่ทางทีมงาน Artisan Ratchada ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ จึงได้มีการร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ อีกมากมาย เพื่อเข้าถึงหัวใจของทุกคนให้มากขึ้น

ตอนที่ซื้อห้อง ลูกค้าจะได้ Gift Voucher จากหลายแบรนด์เป็นของขวัญ ซึ่งลูกค้าเลือกไม่รับ แล้วไปรับสิทธิพิเศษอย่างอื่นแทนได้ตามความสมัครใจ

หลายครั้งทีมงานก็มอบของขวัญให้กับลูกบ้านในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งของขวัญล้วนเป็นแบรนด์ที่ทีมงาน ‘ตั้งใจเลือก’ มาอย่างดี เช่น เป็นผลงานดีไซเนอร์คนไทย หรือเป็นของดีที่อุดหนุนมาจากชุมชน

อย่าง ‘Moreover’ แบรนด์ของตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลจากดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ ก็มีการออกแบบกิฟต์เซ็ตแม่เหล็กเสริมฮวงจุ้ยมอบให้แก่ลูกบ้าน ทั้งยังเคยร่วมมือกับ Green Corner ซึ่งเป็นแบรนด์ต้นไม้ของคนไทย ออกแบบโซนสีเขียวบริเวณระเบียงห้องให้ลูกบ้าน หรือหากมีใครชอบทำอาหาร Glass House ก็เคยออกแบบแปลนห้องยูนิตพิเศษ กั้นโซนครัวเพื่อตอบโจทย์โดยเฉพาะ

“ไม่เฉพาะของตกแต่งนะคะ บางทีก็เป็นของกิน” พัชร์ธนินเล่าเพิ่มเติม “เช่น กล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์จากชุมชน ปลูกแบบไม่ได้ใช้สารเคมี และมีกระบวนการที่พิถีพิถัน ซึ่งเราก็เล่าสตอรี่ตรงนี้ให้ลูกบ้านฟังด้วย

“เวลาที่เรามอบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้ลูกบ้านหรือลูกค้า เราจะอธิบายถึงที่มาที่ไปของของขวัญอย่างละเอียด ถือเป็นการสนับสนุนแบรนด์ไปในตัว”

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

“ในช่วงโควิด เราอุดหนุนสินค้าของลูกบ้าน แล้วนำมาแจกจ่ายให้ชุมชนรอบ ๆ โครงการ” รวิศชาเล่าย้อนไปถึงช่วงที่สถานการณ์โรคระบาดกำลังหนักหน่วง

ช่วงวิกฤตแบบนี้มีคนได้รับผลกระทบกันเยอะ ลูกบ้านของ Artisan Ratchada เองก็เช่นกัน หากลูกบ้านคนไหนมีสินค้าที่อยากบริจาคให้ชุมชน หรือแม้แต่ให้ทางโครงการช่วยอุดหนุนธุรกิจขายข้าวกล่องหรือเครื่องดื่มเพื่อนำไปบริจาคก็ติดต่อได้ ซึ่งชุมชนที่เคยได้รับน้ำใจ ได้แก่ บริเวณปากซอยประชาอุทิศ 24 ชุมชนตรงถนนเพชรบุรี และชุมชนพระราม 9 ที่ใต้ทางด่วน

“ก่อนซื้อหรือหลังซื้อ เขาก็ยังเป็นลูกค้าของเรา เป็นคนสำคัญของเรา ฝ่ายขายจะไม่ตัดจบ แบบซื้อไปแล้วเท ไม่สนใจว่าเขาเจอปัญหาอะไร เพราะฉะนั้น ติดต่อฝ่ายขายได้ เราช่วยเต็มที่” เขาประกาศเจตนารมณ์

“ถ้าอยู่ในตึกแล้วมีอาชีพอะไรที่อยากให้เราช่วยประชาสัมพันธ์ หรือมีอะไรที่เราเป็นกระบอกเสียงได้ เราก็จะทำตรงนั้น”

เขาบอกว่า อยากให้ Artisan Ratchada เป็นที่ที่ทุกคนรู้สึกสบายใจเมื่อได้อาศัยอยู่

เหมือนเป็นหมู่บ้านแนวตั้งเลย เราออกความเห็น นึกภาพชุมชนที่ทุกคนเกื้อกูลกันเป็นอย่างดี

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

ความสุขที่ไม่หยุดนิ่ง

“เราพยายามพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยตลอดเวลา ฉะนั้นลูกค้าก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ” รวิศชาพูดต่อว่า อะไรที่ลูกบ้านต้องการหรือทำให้ลูกบ้านมีความสุข สะดวกสบายที่สุด แล้วพวกเขาทำได้ ก็จะเร่งทำขึ้นมา

“การที่อยู่แล้วแฮปปี้หรือไม่แฮปปี้ ทุกที่มันมีทั้งนั้น แต่อยู่ที่ว่า After Sales Service เราทำได้ดีขนาดไหน เร็วขนาดไหน

“เขารักแล้ว เขาเลือกเรา เขาตัดสินใจมาใช้ชีวิตอยู่ เราก็อยากรักษาความภูมิใจในโครงการของเรา และให้เกียรติเขาไปพร้อมกัน”

พัชร์ธนินพูดกับเราด้วยตาที่เป็นประกาย

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

เราเห็นถึงแพสชันในการพัฒนาคอนโดและความใส่ใจในการออกแบบแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ของทีม ทำให้มั่นใจไปด้วยว่า ลูกบ้านของ Artisan Ratchada จะได้รับการดูแลในทุก ๆ เรื่องด้วยความละเอียดอ่อนที่สุด

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load