เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแบบสมบูรณ์ ที่ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ลองคิดภาพตามว่า ในกลุ่มคน 10 คนที่เดินมา จะมีผู้สูงวัยถึง 2 คน นี่คือ Global Trend ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ณ วันนี้ ทุกที่ทั่วโลก

ความน่าสนใจคือ อินไซต์ของผู้สูงวัยมุมมองใหม่ที่มาพร้อมยุคสมัยและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คน

ทุกวันนี้คนมากมายแฮปปี้กับชีวิตโสด ไม่ได้แต่งงาน แต่งงานแล้วไม่มีลูกหลาน หรือมีลูกหลานแต่ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เนื่องจากลูกหลานอาจทำงานอยู่ที่ต่างประเทศหรือต่างจังหวัด ไปจนถึงมีลูกหลาน แต่ปรารถนาจะใช้ชีวิตกันเองเป็นเอกเทศ และที่สำคัญ ชีวิตสูงวัยนั้นเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้น สามารถทดลองทำสิ่งต่างๆ ที่อยากทำอย่างอิสระเสรี เพราะมีพร้อมทั้งเงิน เวลา สุขภาพที่ยังแข็งแรงดีและแน่นอน ภูมิปัญญาและประสบการณ์อันมีค่าที่สั่งสมมาทั้งชีวิต

คำถามที่น่าสนใจคือ พื้นที่แบบไหนตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้สูงวัยในยุคปัจจุบัน 

The Aspen Tree คือโครงการที่พักอาศัยพร้อมบริการและการดูแลตลอดชีวิตแบบครบวงจร ด้วยมาตรฐานระดับโลก สำหรับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่นำแนวคิดดีๆ มาใช้ในการออกแบบและพัฒนาพื้นที่พักอาศัย รวมถึงพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ

ทั้งแนวคิด Lifetime Care ไม่ว่าช่วงอายุเท่าไหร่ โครงการจะเป็นเพื่อนที่คอยดูแลคุณตลอดไป แนวคิด Health and Wellness Program สร้างสุขภาพดีให้ร่างกายและจิตใจด้วยกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัยหลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงแนวคิดที่มุ่งเน้นให้ผู้สูงวัยมีความสุข สร้างคุณค่าและเติมเต็มความหมายของชีวิต ผ่านการ Socialized แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันของคนต่างรุ่นต่างวัย เพื่อสร้างสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติ ครอบครัวและสังคมรอบข้าง

เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จัก The Aspen Tree และการคิดคัดสรรค์พิถีพิถันมาอย่างดี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้สูงวัยที่จะมีช่วงชีวิตที่ดีที่สุด ด้วยคอนเซปต์ The Most Beautiful Chapter in Life

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

ชีวิตบทใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น

The Most Beautiful Chapter in Life

สองข้างทางเต็มไปด้วยพืชพรรณเขียวขจี ผีเสื้อตัวน้อยบินมาทักทายระหว่างทาง 

ที่นี่คือ The Forestias โครงการเมืองต้นแบบแห่งใหม่ ขนาด 398 ไร่ กม.7 โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ที่สร้าง ‘ผืนป่า’ ของจริง รวมไว้เป็นหนึ่งเดียวกับเมือง 

The Forestias ประกอบไปด้วยโครงการหลากหลายรูปแบบ ที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของผู้อยู่อาศัย ทั้ง Whizdom คอนโดมิเนียมที่ออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตของครอบครัวรุ่นใหม่และคนที่รักสัตว์เลี้ยง โดยเน้นรูปแบบการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ Mulberry Grove ที่พักอาศัยหลายรูปแบบ ทั้งคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์และวิลล่า ที่ออกแบบด้วยแนวคิดเพื่อการใช้ชีวิตของคนทุกวัยในครอบครัว และ The Aspen Tree ที่พักอาศัยพร้อมบริการและการดูแลตลอดชีวิตแบบครบวงจร สำหรับผู้อยู่อาศัยอายุ 50 ปีขึ้นไป 

แนวคิดของ The Forestias คือการสร้างพื้นที่ที่ธรรมชาติ สัตว์ และมนุษย์ สามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้ ผ่านการสร้างคอมมูนิตี้ที่มีคุณภาพและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ภายใต้ผืนป่าและธรรมชาติเขียวชอุ่ม พื้นที่รอบ The Forestias ได้รับการออกแบบให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์การพักอาศัยและการทำกิจกรรมของคนทุกเจเนอเรชัน โดยแต่ละพื้นที่เชื่อมโยงถึงกันได้อย่างลงตัว

แม้จะยังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง แต่เราก็มองเห็นร่มเงาผืนป่า ซึ่งจะเก็บรักษาระบบนิเวศธรรมชาติไว้อย่างดีที่หลายคนตั้งตารอคอย กำลังค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

คุณโจ-วีรวรรณ สุวรรณชาติ ผู้อำนวยการ โครงการ The Aspen Tree โดย MQDC เริ่มเล่าว่า “โครงการสำหรับผู้สูงวัยในลักษณะ Retirement Home มีมานานแล้วที่ต่างประเทศ อย่างสังคมอเมริกันที่ลูกๆ ย้ายออกจากบ้านตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย จากนั้นแยกย้ายไปสร้างครอบครัวของตนเอง ด้วยบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกับประเทศไทย โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยจึงพบได้โดยทั่วไปในสังคมตะวันตก”

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“ในขณะที่บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของไทยและประเทศแถบเอเชีย ซึ่งอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ มีพ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่าตายาย จนถึงรุ่นลูกหลาน อยู่ร่วมกัน เมื่อแต่ละท่านอายุมากขึ้น ก็ยังมีลูกหลานที่ช่วยดูแลกันต่อไป แต่ปัจจุบันจำนวนคนโสด คนที่แต่งงานและไม่มีลูกหลานเพิ่มมากขึ้น การใช้ชีวิตอย่าง Independent ที่เน้นพึ่งพาตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เมื่อคนกลุ่มนี้อายุมากขึ้นและเริ่มเข้าสู่กลุ่มผู้สูงวัย ความสุขและมุมมองการใช้ชีวิต รวมถึงไลฟ์สไตล์ จึงเปลี่ยนไปตามสภาพสังคม

“ในฐานะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะทำยังไงให้เราตอบโจทย์คนสูงวัยกลุ่มนี้ให้เขามีที่อยู่อาศัย มีสังคมและสภาพแวดล้อมดีๆ ที่สนับสนุนให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”

ดูแลกันและกันตลอดชีวิต

Lifetime Care

ที่ผ่านมาโครงการสำหรับผู้สูงวัยส่วนใหญ่ มักแยกประเภทโครงการอย่างชัดเจนว่าเหมาะกับผู้สูงวัยกลุ่มไหน เนื่องจากไลฟ์สไตล์และความต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มแรกคือ โครงการประเภท Active Living & Independent Living ซึ่งเหมาะกับผู้สูงวัยที่ยังพึ่งพาตัวเองได้ ทำกิจกรรม เล่นกีฬา และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ เพราะร่างกายยังแข็งแรงดี

ถัดมาคือ โครงการประเภท Assisted Living สำหรับกลุ่มผู้สูงวัยที่ต้องการการช่วยดูแลกิจกรรมประจำวันต่างๆ เช่น อาบน้ำ กินข้าว เปลี่ยนเสื้อผ้า พาไปซื้อของ และโครงการสำหรับกลุ่ม Dependent Living หรือผู้สูงวัยแบบพึ่งพา ซึ่งต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด

คุณโจอธิบายว่า การแยกประเภทโครงการสำหรับผู้สูงวัยแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจนนี้ เหมือนจะเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อวิจัยและศึกษาอย่างละเอียด พบว่าเมื่อผู้สูงวัยมีอายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงและข้อจำกัดทางร่างกายก็มีมากขึ้น ที่พักอาศัยซึ่งเคยอยู่อย่างมีความสุข กลับไม่เอื้ออำนวยการใช้ชีวิตให้อยู่ได้ตลอดอายุขัย ทำให้จำเป็นต้องต้องย้ายออกจากบ้านหรือสถานที่ที่ท่านคุ้นเคย

และเมื่อต้องย้ายไปยังที่พักอาศัยแห่งใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ พบเจอเพื่อนบ้านใหม่และผู้ดูแลกลุ่มใหม่ จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงวัย มีอาการซึมเศร้า ไม่อยากพบปะผู้คนและใช้เวลานานในการปรับตัว 

“จาก Pain Point นี้ เราได้นำมาศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนา โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่จะทำยังไงให้ The Aspen Tree เป็นบ้านให้ผู้สูงวัยอยู่อาศัยได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าอายุจะเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างไรในอนาคต ที่นี่จะยังเป็นที่ที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตสำหรับท่านตลอดไป

“เรามีที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญร่วมยี่สิบบริษัท ทั้งในและต่างประเทศมาช่วยกันพัฒนาโครงการ The Aspen Tree ให้ที่นี่เป็นพื้นที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับผู้สูงวัย และตอกย้ำแนวคิด Lifetime Care การดูแลตลอดชีวิตที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพให้กับผู้สูงวัย”

The Aspen Tree จึงเป็นโครงการดูแลผู้สูงวัยครบวงจร หัวใจสำคัญคืออาคารพักอาศัยแบบ Active Living Residences ที่แต่ละห้องพักได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด Universal Design ที่ทุกคนสามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย แม้แต่ผู้สูงวัยที่มีเงื่อนไขและข้อจำกัดในเรื่องของวัยหรือสมรรถภาพร่างกาย

“ในเชิงการออกแบบ เราทำงานกับ Perkins Eastman ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาโครงการเกี่ยวกับผู้สูงวัยระดับโลก โดยนำองค์ความรู้ Ageing-in-Place แนวคิดการออกแบบที่รองรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและช่วงวัยที่เพิ่มขึ้น ให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตอยู่ในที่พักอาศัยของตัวเองและพื้นที่ภายในโครงการได้นานที่สุด เช่น การเพิ่มอุปกรณ์หรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ในห้องน้ำเพื่อรองรับการใช้วีลแชร์หากมีความจำเป็น ภายใต้สังคมคุณภาพและสภาพแวดล้อมอิงธรรมชาติได้อย่างอิสระและปลอดภัยตลอดไป”

คุณโจอธิบายว่า ในการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยเพื่อผู้สูงวัย ตามแนวคิด Ageing-in-Place ควรเข้าใจกลุ่มผู้สูงวัยตามอายุและสภาพความแข็งแรงของร่างกาย เพื่อให้การสร้างพื้นที่และกิจกรรมต่างๆ สามารถตอบโจทย์ความสุขและการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม 

ทันทีที่เดินเข้าไปในห้อง อย่างแรกที่สัมผัสได้คือความโปร่งสบายเหมือนอยู่บ้าน ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ เพดานสูงเป็นพิเศษ สามารถมองเห็นธรรมชาติของผืนป่า The Forestias และสวนร่มรื่นภายในโครงการได้อย่างชัดเจน ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ทางเดินไม่คับแคบ มีการเว้นพื้นที่รอบเฟอร์นิเจอร์เอาไว้เพื่อให้ผู้สูงวัยลุกนั่งได้อย่างสะดวกสบาย และใช้รถเข็นได้อย่างอิสระทั่วห้อง กลมกลืนไปกับดีไซน์สวยงามเรียบหรู ด้วยวัสดุที่มีคุณภาพและปลอดภัย

นอกจากนี้ในโครงการยังมี Wellness Clubhouse ที่ประกอบไปด้วยกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และอาคาร Health & Brain Center ที่สร้างขึ้นเพื่อดูแลผู้สูงวัยที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 

อายุยืนยาวด้วยความ Active

Health and Wellness Program

“เราเชิญ Baycrest Global Solutions องค์กรที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสมองและการดูแลผู้สูงวัยชื่อดังระดับโลก ที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 100 ปี จากประเทศแคนาดา มาเป็นที่ปรึกษาและ Operator เพื่อให้มั่นใจว่า The Aspen Tree จะดูแลผู้สูงวัยได้ตลอดชีวิตในทุกมิติจริงๆ 

“นอกจากนี้ Baycrest Global Solution ยังมาร่วมสร้างโปรแกรม Health and Wellness Activity ในลักษณะ Preventive Care หรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ทั้งการลดปัจจัยและความเสี่ยงการเป็นโรคที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงวัย และอีกหลายองค์ความรู้ที่นำมาผนวกเข้ากับการแพทย์ในเมืองไทยและเอเชีย เพื่อสร้างสุขภาพกายและสมองที่แข็งแรง และใจที่เป็นสุขแก่ผู้สูงวัย” 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“เราจะมีโปรแกรมกิจกรรมระหว่างวัน ที่ผู้อยู่อาศัยมาเข้าร่วมได้ที่ Wellness Clubhouse นอกเหนือจากการพักผ่อนในบ้าน เขาจะได้เจอเพื่อนใหม่ พูดคุย และทำอะไรสนุกๆ ร่วมกัน หรือเราอาจจะจัดกิจกรรมร่วมกับกลุ่ม Young Generation ที่กำลังเริ่มทำธุรกิจ เพื่อให้ผู้สูงวัยและคนรุ่นใหม่ได้มาพบปะกัน ผู้สูงวัยซึ่งมีภูมิปัญญาและประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิต การได้ปฏิสัมพันธ์กับคนหลายวัย ยิ่งทำให้เขาแอคทีฟและมีอายุยืนยาว” 

ดังนั้นไม่แปลกใจว่าทำไม Wellness Clubhouse ของ The Aspen Tree จึงมีขนาดใหญ่ถึง 6,000 ตารางเมตร เพราะมีทั้งห้องสมุด ห้องคาราโอเกะ มินิเธียเตอร์ ห้องงานศิลปะ ฟิตเนสสตูดิโอ โยคะ สปาและซาลอน ร้านอาหาร ร้านกาแฟและเบเกอรี่ สระว่ายน้ำในร่ม สระว่ายน้ำเอาต์ดอร์ที่สามารถมองวิวผืนป่า The Forestias ไปจนถึง Business Lounge และห้องจัดกิจกรรมที่จะมีคลาสเรียนสนุกๆ เสวนาดีๆ หมุนเวียนมาจัดอย่างสม่ำเสมอ 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“นอกจากโปรแกรมกิจกรรมระหว่างวันต่างๆ เหล่านี้ ที่เราคัดสรรมาเพื่อผู้อยู่อาศัยแล้วนั้น The Aspen Tree ยังมี Health Care Package ไว้คอยดูแลเมื่อยามเจ็บป่วยอีกด้วย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตอย่างไร้ความกังวล

“จากผืนป่าธรรมชาติขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางพื้นที่โครงการ The Forestias เมื่อก้าวเข้าสู่ The Aspen Tree เราจะเห็นความแตกต่างของพืชพรรณอย่างชัดเจน โดยเราทำงานร่วมกับบริษัท P Landscape ที่มีแพสชันในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้สูงวัย ผ่านการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ออกมาเป็นแนวคิด Garden of The Happiness ที่เน้นสีสันอันหลากหลายของพันธุ์ไม้มาเป็นองค์ประกอบ

“อย่างต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ที่เป็นหนึ่งในไม้ยืนต้นหลักของโครงการ เมื่อชมพูพันธุ์ทิพย์เบ่งบาน นั่นหมายถึงฤดูกาลแห่งความรื่นรมย์ เป็นฤดูกาลที่ผู้คนเฝ้ารอมาตลอดทั้งปีเพื่อออกไปชื่นชมดอกไม้ พบปะและสร้างมิตรภาพใหม่ๆ เพราะแน่นอนว่า เราต้องการส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัย ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกในสภาพแวดล้อมที่มีธรรมชาติและสังคมดีๆ” 

ไม่ใช่แค่นั้น แต่รอบโครงการ The Aspen Tree ทั้งในอาคารและนอกอาคาร ยังสอดประสานไปด้วย Pocket Garden และ Walking Path ที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงวัยโดยเฉพาะ ด้วยการปรับระดับแบบ Gentle Slope ที่ช่วยให้การเดินออกกำลังกายไม่เหนื่อยเกินไป เดินอย่างเพลิดเพลินและดีทั้งกับสุขภาพร่างกายและหัวใจ 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

“เราไม่ได้สร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบทั่วไป แต่เรากำลังสร้างบ้านและสังคมที่มีคุณภาพพร้อมบริการ เพื่อการดูแลผู้สูงวัยตลอดชีวิต” คุณโจเล่าพร้อมรอยยิ้ม 

ไฟฝันไม่มีวันหมดอายุ

The Endless Passion

The Aspen Tree ไม่ใช่แค่ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงวัย แต่เป็นพื้นที่จุดประกายความสุขในชีวิตบทใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

“ช่วงพัฒนาโครงการ เราได้ฟังเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจมากมายเกี่ยวกับแพสชันที่ยังลุกโชนของผู้สูงวัย หนึ่งในเรื่องราวที่น่าประทับใจนั้น คือเรื่องของภรรยาของประธานบริษัท Perkins Eastman ที่ได้เทควันโดสายดำตอนอายุเจ็ดสิบกว่า ดังนั้นอายุไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้หรือเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เลยแม้แต่น้อย” 

The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่จริงจังเรื่องเติมแพสชันและการดูแลกันตลอดชีวิต

คุณโจกล่าวทิ้งท้าย “เราเชื่อมั่นว่าผู้สูงวัยทุกท่าน มีแพสชัน และยังมีบางสิ่งบางอย่างที่อยากทดลองทำ หรือเคยวาดฝันไว้ตั้งแต่สมัยหนุ่มสาว แต่ด้วยภาระหน้าที่ในชีวิต ที่ทำให้ยังไม่มีเวลาเริ่มต้นลงมือทำ ผู้สูงวัยบางท่านอยากหัดเล่นกีตาร์ บางท่านอยากเต้นรำ อยากเรียนร้องเพลง บางท่านอยากทำงานศิลปะ ความฝันทั้งหมดเกิดขึ้นได้ที่นี่ นับเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดซึ่งกำลังผลิบาน”

The Cloud x The Aspen Tree 

เตรียมพบกับวิดีโอซีรีส์ ‘ทัศนะศึกษา’ จาก The Cloud และ The Aspen Tree กับ 6 เรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจของ 6 ผู้สูงวัยที่จะทำให้คุณรู้ว่า แพสชันในการใช้ชีวิตไม่มีวันหมดอายุ และช่วงเวลาที่งดงามที่สุดเริ่มต้นขึ้น เมื่อคุณลงมือทำความฝันให้เป็นจริง

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

นอกจากยุค New Normal ทำเอาเทรนด์เรื่องบ้านและที่อยู่อาศัยพลิกผัน เพราะคนหันออกนอกเมืองใหญ่เพื่อลดความแออัด แล้วก็ต้องสร้างให้ยืดหยุ่นทั้งที่อยู่และที่ทำงานได้ครบทุกฟังก์ชัน 

อีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่กำลังเข้ามาพลิกการพัฒนาวงการอสังหาฯ ซึ่งมองข้ามไปไม่ได้เลย ก็คือการปรับตัวเพื่อรับกับ Climate Change 

ความน่าพรั่นพรึงนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด ขนาดในรายงานของ United Nations ยังกล่าวเอาไว้ว่า พื้นที่บางส่วนของกรุงเทพฯ จมลงประมาณ 2 เซนติเมตรทุกปี ในขณะที่ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยเพิ่มสูงขึ้น มหาสมุทรก็กำลังถูกคุกคามจากการรุกล้ำถมที่ดิน แถมการเพิ่มขึ้นของประชากร การเติบโตของระบบอุตสาหกรรม และหลายกิจกรรมของมนุษย์ ก็เป็นตัวเร่งชั้นเยี่ยมที่ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หรือเกิดมหันตภัยน้ำท่วมใหญ่ 

ไม่อยากคิดภาพ ถ้าสักวันโลกเราจะเต็มไปด้วยน้ำ เหมือนหนังเรื่อง Waterworld หรือ The Day After Tomorrow 

แต่อย่าเพิ่งวิตกกันเกิดเหตุ ถ้าเราต้องรับมือกับหายนะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจริง ๆ ก็มีแผนสำรองเอาไว้รองรับเพื่ออยู่กับภัยพิบัติ และนี่คือที่มาของ ‘Oceanix City’ ไอเดียเมืองลอยน้ำสุดเจ๋งในประเทศเกาหลีใต้

ย้อนกลับไปสักนิด ถามว่ามีคนเคยคิดอยากทำเมืองลอยน้ำมาก่อนไหม คำตอบคือมี! 

Oceanix City ที่ปูซาน เกาหลีใต้ เมืองลอยน้ำกู้วิกฤตโลกร้อนที่พึ่งพาตัวเองได้แห่งแรกของโลก

เมืองลอยน้ำเป็นหนึ่งในความใฝ่ฝันของยูโทเปียมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษ 1960 เมื่อสถาปนิกนาม Buckminster Fuller ออกแบบแผนการสร้างเมืองที่มีอพาร์ตเมนต์แสนยูนิตลอยน้ำได้ในอ่าวโตเกียวเพื่อรับมือภัยพิบัติ แต่กลับไม่เคยได้สร้างจริง หรือในปี 1999 นักธุรกิจหนุ่ม Howard Turney ถึงขั้นออกค้นหาประเทศเกาะใหม่ชายฝั่งทะเลแคริบเบียน คิดโปรเจกต์สร้างประเทศจำลองลอยทะเลในนาม New Utopia เพื่อการณ์นี้ แต่ยังไม่ผลว่าแล้วเสร็จจะหน้าตาจะออกมาเป็นอย่างไร

Oceanix City ที่ปูซาน เกาหลีใต้ เมืองลอยน้ำกู้วิกฤตโลกร้อนที่พึ่งพาตัวเองได้แห่งแรกของโลก

นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากในยุคนี้จะมีเกาะหกเหลี่ยมรูปทรงเหมือนดอกไม้กลางน้ำเกิดขึ้นเพื่อกู้วิกฤตสิ่งแวดล้อม โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของ Oceanix, สถาบัน MIT, Explorers Club และได้รับการสนับสนุนจาก UN-Habitat ตั้งแต่ปี 2019 สำหรับสร้างพื้นที่ขนาดเกือบ 500 ไร่บนผิวน้ำ ให้รองรับลูกบ้านนับหมื่นคนหรือราว 300 ครัวเรือน และมีทุกสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเตรียมการไว้

Oceanix City ที่ปูซาน เกาหลีใต้ เมืองลอยน้ำกู้วิกฤตโลกร้อนที่พึ่งพาตัวเองได้แห่งแรกของโลก

โดยเมืองลอยน้ำต้นแบบแห่งแรกในโลกนี้จะสร้างขึ้นที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยความเป็นท่าเรือที่ 5 ของโลก เมืองท่าสำคัญที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และยังเป็นศูนย์กลางการเดินเรือที่สำคัญแห่งหนึ่งของศตวรรษที่ 21 แถมในอีกแง่หนึ่ง ชายฝั่งบริเวณนี้ก็มีความเสี่ยงต่อผลกระทบของระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และได้รับความเสียหายจากอุทกภัยมากกว่าที่อื่นในเกาหลีใต้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดวิสัยทัศน์ของเมืองที่อยากสร้างถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ด้วยความเป็นไปได้ใหม่ ๆ Floating City จึงเกิดขึ้น

แน่นอนว่ามีคำถามมากมายเกิดขึ้น อย่างข้อแรก ทำเมืองลอยได้ แบบนี้น้ำไม่พัดลอยไปเรื่อยเลยหรือยังไง

Oceanix City ที่ปูซาน เกาหลีใต้ เมืองลอยน้ำกู้วิกฤตโลกร้อนที่พึ่งพาตัวเองได้แห่งแรกของโลก

นักออกแบบของบริษัท BIG ที่ร่วมในโครงการนี้อธิบายเอาไว้ว่า เมืองนี้จะไม่ลอยไปไหน เพราะยึดเกาะกับพื้นทะเลด้วย Biorock (ไบโอร็อก) ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้สร้างแนวปะการังเทียมอยู่แล้ว และไม่สร้างผลกระทบกับเจ้าสัตว์ทะเลใต้น้ำด้วยนะ

แล้วเราจะกินอยู่กันยังไงถ้าตัดขาดกับพื้นดิน 

Oceanix City ที่ปูซาน เกาหลีใต้ เมืองลอยน้ำกู้วิกฤตโลกร้อนที่พึ่งพาตัวเองได้แห่งแรกของโลก
ส่อง Oceanix City ต้นแบบเมืองลอยน้ำที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยการทำให้อยู่ได้ พึ่งตัวเองได้ และทำให้ขยะเป็นศูนย์

เมืองนี้จะพึ่งตัวเองได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ เรื่องน้ำดื่มก็ไม่ต้องห่วง เพราะจะผ่านกระบวนการดึงความชื้นจากอากาศ แยกเกลือออกจากน้ำทะเล จนถึงเก็บน้ำฝนเอาไว้ ซึ่งเท่านี้ก็เพียงพอให้ดื่มได้ ส่วนอาหาร ก็เก็บเกี่ยวจากพืชไร้ดินในฟาร์มไฮโดรโปนิกส์ลอยน้ำที่สร้างไว้ รวมถึงเพาะเลี้ยงสัตว์อย่าง กุ้ง หอย ปู ปลาจากใต้น้ำ โดยไม่รบกวนระบบนิเวศทางทะเล แล้วก็ยังมีแผงโซลาร์เซลล์ผลิตกระแสไฟฟ้าเอาไว้ใช้งาน 

ที่สำคัญ โครงการนี้ออกแบบมาให้ทนทานต่อระดับน้ำทะเลขึ้นสูง พายุเฮอริเคน และภัยธรรมชาติด้วย โดยใช้วัสดุจากท้องถิ่นสำหรับการก่อสร้างอาคาร รวมถึงไม้ไผ่ที่ต้านทานแรงดึงมากกว่าเหล็กถึง 6 เท่า ซึ่งช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์และลดต้นทุนไปได้มาก

ส่อง Oceanix City ต้นแบบเมืองลอยน้ำที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยการทำให้อยู่ได้ พึ่งตัวเองได้ และทำให้ขยะเป็นศูนย์

นอกจากอยู่ได้ ที่นี่ยังออกแบบให้มีความยั่งยืนด้วย Zero Waste เช่น เศษอาหารจะถูกแปลงเป็นพลังงานและปุ๋ยหมักในสวนชุมชน ไม่มีการใช้บรรจุภัณฑ์แบบครั้งเดียวทิ้ง และสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ จะได้รับการบำบัดในบ่อสาหร่าย

ส่อง Oceanix City ต้นแบบเมืองลอยน้ำที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยการทำให้อยู่ได้ พึ่งตัวเองได้ และทำให้ขยะเป็นศูนย์

คาดว่าเมืองนี้จะถูกเริ่มสร้างในปี 2025 และแน่นอนว่าแค่เมืองลอยน้ำอย่างเดียว คงเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ 

ส่อง Oceanix City ต้นแบบเมืองลอยน้ำที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยการทำให้อยู่ได้ พึ่งตัวเองได้ และทำให้ขยะเป็นศูนย์

ระหว่างที่รอ อาจถึงเวลาของพวกเราที่จะลงมือทำอะไรสักอย่าง เพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมก็ได้นะ

ขอบคุณภาพและข้อมูลอ้างอิง

oceanixcity.com 

www.archdaily.com

www.un.org

globetrender.com

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load