“เคยเห็นพิซซ่าเวียดนามไหมครับ”

“ผมจะทำพิซซ่าเวียดนามแบบใหม่ ข้างนอกเป็นแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะย่างกรอบๆ ข้างในเป็นล็อบสเตอร์คลุกมายองเนสกับซอสศรีราชา เนื้อสัมผัสจะครีมมีๆ หน่อย เนื้อล็อบเสตอร์เด้งๆ มีความเผ็ดของซอสศรีราชาตัด แล้วก็มีโฟมกะทิอยู่ข้างๆ”

ธันวา-ธันวา สุริยจักร เล่าให้เราฟัง พร้อมอวดภาพอาหารที่เขาทำให้เราดูไปพลาง นี่เป็นไฟน์ไดนิ่งที่เขาตั้งใจทำให้เพื่อนๆ ชิมเป็นครั้งแรก เป็นเมนูอาหารเวียดนามที่มีกลิ่นอายของตะวันตก ธันวาเผยว่าทั้งหมดที่เห็นนั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารที่บ้านในวัยเด็ก 

เขาเกิดและเติบโตในเมืองปากเซ สปป.ลาว ดินแดนลุ่มแม่น้ำโขงที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมหลากหลาย พ่อมีเชื้อสายไทย จีน ฝรั่งเศส ส่วนแม่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนและเวียดนาม บนโต๊ะอาหารที่บ้านของธันวาจึงมีอาหารหลายชนชาติ เป็นเมนูใหม่ๆ ที่แตกต่างจากบ้านอื่นๆ ที่นั่น

ภาพของธันวาที่ทุกคนจำได้เป็นแบบไหน หลายคนคงรู้จักเขาในฐานะพระเอกละครช่อง 7HD แต่ในปีนี้เขากำลังจะเป็นที่จดจำในฐานะเชฟผู้ที่รักการทำอาหาร ซึ่งเราก็เพิ่งเคยเห็นมุมนี้ของธันวาเช่นเดียวกัน

ในตอนแรกของรายการ MasterChef Celebrity Thailand Season 2 จานของธันวาได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 3 จานที่ดีที่สุดของแมตช์นั้น เขาสลัดภาพของพระเอกทิ้งไปชั่วคราว แล้วนั่งคุยกับเราในฐานะคนชอบทำอาหาร นี่เป็นครั้งแรกที่ทำให้เรารู้จักธันวาในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากละครทีวี และรู้ว่าเขาชื่นชอบการทำอาหารมากคนหนึ่ง

ธันวา สุริยจักร พระเอกชาวลาวกับวัยเด็ก อาหาร และการลงแข่งมาสเตอร์เชฟฯ

ไปแข่ง MasterChef Celebrity Thailand Season 2 มา เป็นอย่างไรบ้าง

จริงๆ รายการติดต่อมาตั้งแต่ซีซั่นแรกแล้ว แต่ตอนนั้นผมว่าตัวเองยังไม่พร้อม ความรู้ด้านอาหารยังไม่มากพอ ก็เลยไปซ้อมก่อนจะมาแข่งซีซั่นนี้ ผมมั่นใจว่าเรียนรู้เรื่องวัตถุดิบเยอะ และฝึกซ้อมมานานพอสมควร

คาดหวังอะไรจากการแข่งขันครั้งนี้

หวังแชมป์อยู่แล้ว แต่ไม่อยากกดดันตัวเองมากไป เพราะคนเก่งไม่ได้หมายความว่าจะเข้ารอบ คนไม่เก่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้ารอบไม่ได้ เป็นเรื่องของจังหวะที่เรากำหนดไม่ได้ สิ่งเดียวที่เรากำหนดได้ก็คือ ตั้งใจทำมันให้เต็มที่กับทุกๆ งานที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นละครหรือการแข่งขัน เราต้องเต็มที่ที่สุด

หลังจากแข่งขันรายการนี้ คุณมองตัวเองบนเส้นทางอาหารอย่างไร

มาสเตอร์เชฟ ทำให้คนทั่วไปได้เห็นผมอีกมุม ซึ่งบางคนอาจไม่เคยรู้ ผมคิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ทำให้คนเห็นความสามารถและวิธีคิดในการทำอาหารของผม ผมอยากต่อยอดอีกเยอะเลย เพราะชอบการทำอาหาร อยากทำสิ่งนี้ต่อไปเรื่อยๆ อยากมีรายการเกี่ยวกับอาหารของตัวเอง อยากทำอาหารไฟน์ไดนิ่ง

ก่อนหน้านี้คนยังไม่ค่อยรู้ว่าคุณชอบทำอาหาร แล้วทีมงานเห็นอะไรในตัวคุณถึงชวนไปแข่ง 

น่าจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้ผมเปิดร้านอาหาร แล้วครอบครัวก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารอยู่แล้วด้วย 

ได้ยินมาว่าที่ลาวมีร้านบะหมี่ของคุณย่าด้วย

เมื่อก่อนคุณย่าเปิดร้านอาหารคล้ายๆ โรงเตี๊ยมของจีน ให้อารมณ์เหมือนคาเฟ่ที่มีคนมานั่งเล่นหมากรุกจีนกัน เปิดมาตั้งแต่คุณย่ายังสาวๆ อาหารที่ขายส่วนใหญ่จะมีหมั่นโถว หมั่นโถวทอด ซาลาเปา ชา กาแฟ มีน้ำต่างๆ รวมถึงบะหมี่จีน เส้นก็ทำเอง เป็นบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงแบบดั้งเดิม เรียกได้ว่าเป็นร้านเก่าแก่อย่างนั้นเลย

จำได้ไหมว่าบะหมี่ของย่ารสชาติเป็นอย่างไร

ตอนเด็กๆ ถ้ากลับมาจากโรงเรียนแล้วมีบะหมี่ร้อนๆ ของคุณย่ารออยู่จะดีใจมาก เวลาเลิกเรียนเหนื่อยๆ หิวก็ต้องกินบะหมี่ของคุณย่าประจำ น้ำซุปเป็นซุปกระดูกแท้ คุณพ่อทำเส้นบะหมี่เองตั้งแต่เด็กๆ ผมเลยได้ซึมซับการทำอาหารมาจากพ่อด้วย

ธันวา สุริยจักร พระเอกชาวลาวกับวัยเด็ก อาหาร และการลงแข่งมาสเตอร์เชฟฯ

ทำไมคุณถึงชอบทำอาหาร

แม้ว่าจะเป็นนักแสดง แต่ผมหลงใหลการทำอาหาร เพราะมันทำให้เราได้ผ่อนคลายหลังจากทำงาน เหมือนได้รีเซตตัวเองใหม่ ผมเลยมีความสุขทุกครั้งเวลาได้จับมีด จับกระทะ หรือเวลาที่ได้รังสรรค์เมนูใหม่ๆ ความหลงใหลที่ว่ามันทำให้เราเจอทางของตัวเองด้วย

คุณฝึกทำอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วตอนนั้นทำให้ใครชิม

ผมฝึกทำอาหารตั้งแต่ยังเด็ก หัดผัด หัดทำเมนูต่างๆ โดยมีคุณย่ากับคุณลุงสอนเรื่องการปรุงรส ว่าควรใส่เครื่องปรุงอะไร สัดส่วนเท่าไหร่บ้าง บ้านที่ลาวมีสองหลัง คือบ้านของครอบครัวและบ้านย่า ครัวที่บ้านย่าเป็นแบบดั้งเดิม มีเตาอั้งโล่เรียงกันเพราะที่บ้านขายบะหมี่ เวลาผัดก็ใช้เตาอั้งโล่ ส่วนที่บ้านของครอบครัวจะใช้เตาแก๊สธรรมดา แต่ด้วยความที่บ้านเราชอบทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นคุณย่า คุณลุง หรือแม่ พื้นที่ห้องครัวก็จะใหญ่กว่าปกติ

เมนูแรกๆ ที่หัดทำคืออะไร

ตอนเด็กๆ คุณย่าสอนทำปลานึ่งซีอิ๊วสูตรโบราณ ซึ่งเป็นสูตรของคุณย่าเอง ต้องเล่าก่อนว่าเมืองที่ผมอยู่ใกล้กับแม่น้ำและมีปลาน้ำจืดเยอะมาก คนก็มักจะนำปลาน้ำจืดมาทำอาหารกัน เมนูที่ผมทำถ้าเทียบกับเมนูของไทยคงคล้ายๆ ปลาทูต้มหวาน น้ำซอสออกสีดำๆ แต่ที่ลาวจะใส่ขิงเข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มความหอมและดับกลิ่นคาวในตัวปลา ส่วนเนื้อปลาก็จะมีความฉ่ำ เพราะมีไขมันแทรก

อาหารในบ้านที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ต่างจากบ้านอื่นๆ อย่างไร

บ้านผมทำอาหารหลายแบบ ทั้งอาหารพื้นเมืองของเวียดนาม อาหารแบบจีน แล้วก็ผสมผสานความเป็นฝรั่งเศสเข้าไปด้วย ผมจำได้ว่าทุกวันรวมญาติจะมีเมนู ‘รากู’ ที่ใช้เนื้อน่องลายไปตุ๋นให้เปื่อยจนรสชาติเข้มข้น หน้าตาออกมาคล้ายๆ สตูว์เนื้อ ทานกับขนมปังบาแกตต์ 

อีกจานที่ผมชอบคือ ‘บั๋นหมี่’ ซึ่งมีขายทั่วไปที่ลาว แต่บั๋นหมี่ของครอบครัวจะไม่เหมือนที่ไหน เป็นอาหารที่ผสมผสานความเป็นเวียดนามกับฝรั่งเศสเข้าด้วยกัน ทำให้ผมรู้สึกว่าแม้อาหารตะวันตกกับอาหารลาวจะแตกต่างกันมาก แต่ก็ประยุกต์ให้เข้ากันได้

ธันวา สุริยจักร พระเอกชาวลาวกับวัยเด็ก อาหาร และการลงแข่งมาสเตอร์เชฟฯ

บั๋นหมี่ที่บ้านต่างจากที่อื่นอย่างไร

เราจะใส่ ‘ปาเต’ (Pâté) หรือตับบด ซึ่งใช้ตับไก่หรือตับหมูก็ได้มาบดให้ละเอียดเป็นเนื้อครีม จากนั้นนำมาทาบนขนมปังบาแกตต์ ใส่ผักดองต่างๆ เติมซอสศรีราชาเข้าไปหน่อย รสชาติจะออกแนวตะวันตกผสมเวียดนาม เป็นเมนูโปรดที่ผมชอบมาก

ทำไมถึงติดใจเมนูนี้

มันมีเรื่องราวเยอะ ผมเติบโตมากับเมนูนี้ ตอนเด็กๆ ทานบ่อย แต่ก่อนผมมักจะปั่นจักรยานไปเรียน แม่จะให้เงินวันละยี่สิบบาท เราจ่ายสิบบาท ก็ซื้อบั๋นหมี่กินได้แล้ว

อาหารลาวเมนูไหนที่คุณคิดว่าหากินที่ไหนก็ไม่เหมือนกินที่ลาว

บั๋นหมี่นี่แหละ ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่มีที่ไหนเหมือนที่ลาว ต่อให้ที่นี่มีร้านอาหารมากมาย แต่บั๋นหมี่ไม่เหมือนแน่นอน เพราะที่นู่นจะมีความดั้งเดิมมากกว่า รวมถึงก๋วยจั๊บญวนกับเฝอด้วย ตอนกินที่ลาวมันเป็นรสชาติที่อธิบายไม่ถูก แต่ไม่เหมือนที่ไหน ผมว่ามันมีความนุ่มลึกกว่า

ทั้งๆ ที่ชอบกินและชอบทำอาหารขนาดนี้ ทำไมผันตัวมาเป็นนักแสดงได้

เพื่อนของ พี่เอ (ศุภชัย ศรีวิจิตร) เจอผมที่เวียงจันทน์ ตอนนั้นผมไปเรียนพิเศษพอดี เขาก็ชักชวนให้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง พี่เอบินมาหาที่ลาว ได้พูดคุยกัน สุดท้ายก็ได้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง โดยเป็นไม่กี่คนในลาวที่ได้รับโอกาสนั้น ผมว่าตัวเองโชคดีมาก ต้องขอบคุณพี่เอด้วยที่เป็นคนช่วยผลักดันให้มา 

ทำไมถึงรู้สึกโชคดีที่ได้ทำงานนี้

ตอนนั้นคิดว่าได้เรียนไปด้วย หาเงินไปด้วย ถือเป็นโอกาสดีๆ ที่ได้ทำ งานแรกๆ เป็นงานเดินแบบ พอเราได้เงิน เราก็ไม่ต้องพึ่งพาครอบครัวแล้ว ตอนนั้นผมปักธงกับตัวเองไว้ว่า ผมจะหาเงินเพื่อส่งเสียค่าเล่าเรียนของตัวเองให้ได้ ให้ครอบครัวดูแลน้องสาวต่อไป ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เรายังทำต่อเรื่อยๆ

ธันวา สุริยจักร พระเอกชาวลาวกับวัยเด็ก อาหาร และการลงแข่งมาสเตอร์เชฟฯ

ถ้าไม่ได้เป็นนักแสดง คุณอยากทำอะไร

ความใฝ่ฝันของผมมีเยอะมากเลย ผมฝันอยากเป็นนักธุรกิจ อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากเป็นนักลงทุน แต่พอได้มาเป็นนักแสดงแล้วก็พบว่า เรายังสานฝันเก่าๆ ได้ เราเก็บเงินที่เหลือจากการทำงานไปลงทุนได้

ทำไมคุณถึงชอบการลงทุน

การทำธุรกิจมันเหมือนการสร้างระบบขึ้นมาเพื่อทอนแรงตัวเอง ผมไม่มีทางเป็นนักแสดงไปได้ตลอด วันหนึ่งก็ต้องแก่ตัวลง เป็นพระเอกไม่ได้ การลงทุนก็เปรียบเสมือนการหว่านเมล็ดพันธุ์ เราไม่รู้เลยว่าเมล็ดพันธุ์ไหนจะออกดอก ออกผล คล้ายกับการปลูกต้นมะม่วง มันใช้เวลานานกว่าจะออกผลให้เรากิน อาจจะตายกลางคันก็ได้ สิ่งที่เราต้องทำคือ ต้องหว่านเรื่อยๆ อย่าหยุดหว่าน วันหนึ่งถ้ามันโตขึ้น ก็เป็นโชคดีที่เราได้ผลลัพธ์จากมัน

ไม่มีใครอยากลงทุนโดยไม่ได้ผลลัพธ์ ซึ่งผลลัพธ์ของมันก็เกิดจากประสบการณ์ เกิดจากการสูญเสียที่มากพอ ได้เรียนรู้จากความผิดพลาด ผมมองว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตเลย

ถ้าเปรียบงานแสดงเป็นการลงทุน ตอนนี้ผลตอบแทนเป็นอย่างไร

ผลลัพธ์คือความรู้สึกผูกพันระหว่างคนดูกับตัวเรา ทุกคนรู้จักเราในฐานะพระเอกช่อง 7HD เพราะทำงานเก็บประสบการณ์ตรงนี้มาหลายปี ก็จะช่วยเวลาที่เราอยากทำงานอื่นๆ ในวงการนี้ต่อ ผมเชื่อว่ามันจะเป็นการลงทุนที่ไม่เสียเปล่าแน่นอน

ชอบงานของตัวเองชิ้นไหนมากที่สุด

ผลงานละครล่าสุด เรื่อง หลงกลิ่นจันทน์ (ค.ศ. 2021) เพราะเป็นบทที่ดีมาก เป็นบทที่เปิดโอกาสให้ผมได้แสดงศักยภาพในการเล่นละครเยอะมาก

รู้สึกอย่างไรกับปีที่ 11 ในวงการบันเทิง 

ผมภูมิใจที่พาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ ได้รับประสบการณ์มากขึ้น มีพัฒนาการมากขึ้นในทุกๆ วัน ผลลัพธ์ของบางคนอาจจะเป็นเงินเก็บที่มากพอหรือการมีชื่อเสียง แต่สำหรับผม ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือประสบการณ์ในการใช้ชีวิต หลายอย่างมันสอนให้เราโตขึ้น แข็งแกร่งขึ้น ในอนาคตเราอาจไม่ได้เป็นนักแสดงต่อแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น มันก็คุ้มค่าที่ได้ทำ

มองอนาคตในวงการบันเทิงอย่างไร

มีอีกหลายงานมากเลยที่ยังรอผมอยู่ ผมอยากเล่นบทที่ท้าทายขึ้น อย่างละครเรื่อง พริกกับเกลือ ที่กำลังจะเข้าฉายก็เป็นหนึ่งในนั้น ผมยังต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ทั้งในเรื่องการแสดง การวางตัว รวมถึงด้านการทำอาหารด้วย

พระเอกชาวลาวที่โตมากับอาหารไทย จีน เวียดนาม ฝรั่งเศส ผู้อยากทำร้านไฟน์ไดนิ่งเล่าชีวิตวัยเด็กของตัวเอง

สำหรับคุณแล้ว ‘อาหาร’ กับ ‘การแสดง’ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ทั้งสองสิ่งคือศิลปะที่มีวิธีนำเสนอต่างกัน การแสดงของธันวาคือตัวธันวาเล่น ส่วนอาหารคือการรังสรรค์ขึ้นมา แต่ทั้งสองอย่างเราเป็นคนสร้าง และมีธรรมชาติของเราออกมาเหมือนกัน

แล้วความต่างล่ะ

อาหารมันมีความเป็นตัวเรามากกว่า ผมคงไม่ทำอาหารที่ไม่ชอบ เพราะไม่อยากฝืนตัวเอง ถ้าฝืนตัวเองคงไม่เรียกว่าความสุข อย่างตัวผมเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอาหารไทยแท้ได้ไหม น้ำหนักมืออาจจะไม่ได้ เราคงปรุงได้ไม่จัดจ้านแบบไทยแท้ อาจจะทำได้ไม่ดี หรือถ้าทำได้ก็คงไม่อยากทำ

ส่วนการแสดงมันต่างกัน เราต้องสวมบทบาทเป็นคนอื่นให้ได้ ถ้าคุณถนัดบทดราม่า แต่วันหนึ่งต้องเล่นคอเมดี้ คุณจะต้องเป็นเดอะเบสคอเมดี้ให้ได้ การแสดงมันมีโจทย์ว่าเราต้องเป็นตัวละครแบบไหน ซึ่งก็อาจไม่ใช่ตัวเรา

อาหารแบบไหนที่บ่งบอกถึง ‘ตัวตน’ ของธันวา

ผมชอบคือไฟน์ไดนิ่ง เพราะมันละเอียดลออและมีเรื่องราวอยู่ในนั้น เหมือนได้ทำความรู้จักกับคนคนหนึ่งผ่านจานอาหาร เราเล่าเรื่องราวชีวิตที่ดำเนินมาตั้งแต่เกิดจนโตลงไปในอาหารได้ แชร์ความทรงจำเหล่านั้นให้เพื่อนๆ หรือคนที่ไม่รู้จักเราฟังได้ แล้วเขาจะรู้จักเรามากขึ้น จากการค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ตั้งแต่จานแรกไปจนถึงจานสุดท้าย ถึงคอร์สจบแล้ว แต่เรื่องราวมันไม่ได้จบตาม มันยังทำงานต่อกับคนอื่นๆ ด้วย

ที่ว่าเรื่องราวยังทำงานต่อ มันทำงานอย่างไร

มุมมองชีวิตของเราที่นำเสนอผ่านเมนูต่างๆ เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนได้เหมือนกันนะ มันคล้ายกับงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ที่ผมเชื่อว่าจะจารึกอยู่ในใจคนไปตลอด ผมมองว่าไฟน์ไดนิ่งเป็นการทำอาหารที่มีเสน่ห์ แตกต่างกับการทำอาหารแบบอื่นๆ อยู่นิดหน่อย

สมมติเราชอบกินก๋วยเตี๋ยว แล้วชอบไปกินที่ร้านหนึ่งมาก ร้านนี้อยู่ใกล้ๆ ที่ทำงาน แต่วันหนึ่งจำเป็นต้องย้ายออฟฟิศไปไกลจากที่นี่มาก ถ้าอยากกินก๋วยเตี๋ยวขึ้นมา คิดว่าจะขับรถกลับไปกินที่เดิมไหม ก็อาจจะไม่ เพราะมันไกล มีข้อจำกัดด้านระยะทาง แต่พอเป็นไฟน์ไดนิ่ง จุดเด่นไม่ได้มีแค่รสชาติ แต่ยังมีเรื่องเล่าที่ไม่ว่าไกลแค่ไหนก็ต้องไปฟัง

พระเอกชาวลาวที่โตมากับอาหารไทย จีน เวียดนาม ฝรั่งเศส ผู้อยากทำร้านไฟน์ไดนิ่งเล่าชีวิตวัยเด็กของตัวเอง

ถ้าคุณทำไฟน์ไดนิ่งของตัวเอง คุณจะเล่าเรื่องอะไร

เล่าชีวิตวัยเด็กผ่านอาหารฟิวชันแบบที่ผมเติบโตมา จริงๆ ผมตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าจะทำให้เพื่อนในแก๊งทาน ก็เลยลองออกแบบเมนูไว้บ้าง แล้วลองทำออกมาดูว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร อย่างบั๋นหมี่ ที่ปกติใช้ตับไก่ ผมก็ทำให้มันว้าวขึ้นโดยใช้ฟัวกราส์ หรือ เมนูยำไก่บีบ ยำของเวียดนามที่ต้องคลุกแล้วบีบให้น้ำยำเข้าไปในเนื้อไก่ ซึ่งเป็นอาหารแทบทุกครอบครัวที่บ้านเกิดของผมเขาทานกัน ผมก็เอามาทำเป็นรูลาด (Roulade) หรือไก่ม้วน แล้วก็เอาไปซูวี เซียร์ให้หนังกรอบ เสิร์ฟพร้อมกับมูสน้ำยำแบบเวียดนามที่มีกลิ่นของผักแพว

แล้วก็มีเฝอ ซึ่งใช้วัตถุดิบทุกอย่างแบบที่เราเคยกินเป็นชามเลย แต่ผมจัดวางเป็นสเต๊กแล้วราดซอสที่หอมกลิ่นขิง หน้าตาแบบตะวันตกแต่กินเข้าไปแล้วเป็นเฝอ 

ถ้าเปรียบ ‘ธันวา’ เป็นอาหาร คุณคิดว่าจะเป็นจานไหนในคอร์สนี้

เฝอ เพราะมันมีความเข้มข้นแต่ยังนุ่มนวลของซุป มีความหนักหน่วงของเนื้อ เส้นที่เป็นคาร์โบไฮเดรตกินเข้าไปแล้วมีพลังชีวิต ไถนาได้ทั้งวัน

แล้วชีวิตของธันวาในวัย 30 ปีจะเป็นอาหารจานไหน

คงเป็นแอพพิไทเซอร์ที่ยังรอเมนคอร์ส ตอนนี้ชีวิตผมก็ทำตามความฝันไป แต่ว่าก็ยังไม่ได้ถึงเป้าหมายตามที่เราต้องการ เรายังต้องไปต่อ 

ผมมองว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน คนเราเปลี่ยนความคิดได้ทุกวัน มีบิดเบี้ยวบ้าง มีเป้าหมายใหม่เกิดขึ้นบ้าง แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือเป้าหมายหลักๆ ในชีวิต สุดท้ายต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า ทำไมเราถึงมาอยู่จุดนี้ได้ แล้วความตั้งใจของเราคืออะไร 

แล้วเมนคอร์สที่คุณหมายถึงคืออะไร

ผมอยากกลับไปใช้ชีวิตที่ลาว อยากกลับไปอยู่กับครอบครัวที่ผมรัก มันเป็นจุดเริ่มต้น เป็นบ้านเกิด และมีครอบครัวรอเราอยู่ที่นั่น

พระเอกชาวลาวที่โตมากับอาหารไทย จีน เวียดนาม ฝรั่งเศส ผู้อยากทำร้านไฟน์ไดนิ่งเล่าชีวิตวัยเด็กของตัวเอง

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

หากไม่ร้องเพลงด้วยลูกเอื้อนอย่างคนรักลูกกรุง อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ ก็ร่ายกลอนสักบทของสุนทรภู่ โดยเราพยายามต่อกลอน เท่าที่ยังพอจำได้

ท่ามกลางความเงียบของโรงละคร 1,069 ที่นั่งในวันที่ไม่มีการแสดง อาร์มจดจ่อกับการจัดท่าทางหน้ากล้อง เช่นเดียวกับช่างภาพของเราที่วิ่งขึ้นลงระหว่างที่นั่งอย่างขะมักเขม้น

ก่อนที่เขาจะมานั่งอยู่ตรงนี้ เราใช้เวลา 47 นาที เพื่อพูดคุยกับอาร์ม ชายหลายบทบาทที่เป็นทั้งนักร้อง นักแสดง พิธีกร นักพากย์ ผู้ประกาศข่าวช่อง Workpoint 23 หน้ากากระฆังจาก The Mask Singer ทาสแมว พุทธมามกะ คนอกหัก คนที่ไม่เคยขอบคุณตัวเอง และคนสบาย ๆ ที่บอกว่าไม่ต้องจำเขาก็ได้ แค่รู้สึกดีต่อกันก็พอ

เจ้าตัวบอกกับเราว่า เขาไม่เคยมีเวลาตกตะกอนชีวิตอย่างนี้มาก่อน และคำถามของเรา ทำให้เขาได้ย้อนมองตนเองอีกครั้งในวันที่เติบใหญ่ แต่ยังไม่หยุดเติบโต

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

Work Work Work Work Work

ใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าเราจะได้คิวคุณมา หน้าตาตารางงานของคุณเดือนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

(เปิดโทรศัพท์ให้ดูตารางงานหลากสีที่มองไม่เห็นช่องว่าง)

งานประจำผมจะลงตารางอยู่แล้ว สีน้ำเงินคืออีเวนต์ สีเขียวคืองานพิชชิง สีดำคือมีงานอื่นจนต้องลางานประจำ ส่วนสีส้มคือธุระสำหรับศาสนา

สีส้มเป็นสิ่งที่ต้องมีในตารางเสมอไหม

มี เราจัดลำดับความสำคัญในชีวิต หลายคนบอกว่า เห็นทุกข์จึงเห็นธรรม แต่เรามีความสุขดี ไม่มีทุกข์อะไร เพียงแต่ชีวิตควรมีอะไรที่มั่นคง บางครั้งการวิ่งไปดูแลอาจารย์ที่เราเคารพอาจทำให้เหนื่อยกาย แต่ข้างในเราอิ่ม เลยเหมือนการพักผ่อน

มีเวลานอนบ้างไหม

นอนแปลว่าอะไรหรอครับ (หัวเราะ) ล้อเล่น เรื่องนอนสำคัญมาก เพียงแค่ช่วงนี้งานค่อนข้างหนักหน่วง เมื่อคืนโชคดีที่ได้นอนเก็บไว้ 6 – 7 ชั่วโมง ถือว่าโอเค คืนก่อนหน้านั้นนอน 5 ชั่วโมง เพราะเราต้องตื่นเช้ามาอ่านข่าวทุกวันจันทร์-ศุกร์ ไม่ว่าจะทำงานดึกยังไง 6 โมงก็ต้องตื่น แต่ไม่เบื่อนะ เป็นหน้าที่ที่เราชอบและสนุกที่จะทำ

การเป็นผู้ประกาศข่าวคือสิ่งที่คิดเอาไว้ตั้งแต่ต้นเลยไหม

เอาจริง ๆ ตอนเรียนคณะนิเทศ จุฬาฯ วิชาที่ไม่เคยสนใจเรียนเลยคือวารสารสนเทศ เพราะคิดว่าไม่ได้ใช้แน่ ๆ แต่สุดท้ายเราก็มาเป็นผู้ประกาศข่าว โชคชะตาผันผวนอยู่

จากตารางงานที่แน่นหนาของคุณ มีอะไรที่จะมาแทรกงานหรือสำคัญกว่างานได้บ้าง

เวลาผมจัดลำดับชีวิต ครอบครัวมาก่อนอันดับหนึ่ง วันพักผ่อนบางทีก็พาครอบครัวไปเที่ยว ส่วนอันดับสองคืองาน บางทีอันดับหนึ่งกับสองก็ไล่บี้กันบ้าง

ถามว่าเวลาไม่กลับบ้าน คุณพ่อคุณแม่มีบ่น มีถามถึงบ้างไหม พอดีเราปูทางเข้าวงการมาตั้งแต่เข้ามัธยมศึกษา ทำกิจกรรม เล่นละครนิเทศ เลิกดึกดื่นเที่ยงคืน บางวันค้างบ้านรุ่นพี่ ครอบครัวรู้ว่าเราไม่ใช่คนเหลวไหล เวลาที่ติดงาน ไม่ได้ไปทานข้าวด้วย เขาก็รู้ว่าทำงานจริง ๆ

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

Multiple Arms

ถ้าให้เลือกหนึ่งบทบาทที่คุณชอบที่สุด บทบาทนั้นคืออะไร

โห! อ่านข่าว นักร้อง พิธีกร นักแสดงละครเวที ตอบยากมากเลย เพราะทุกอย่างสนุกและมีเสน่ห์ในแบบของมัน ที่สำคัญคือได้เงิน แต่กระบวนการที่ชอบที่สุดขอเลือกการแสดงละครเวทีแล้วกัน

ในแง่งบ อาจต้องบอกว่าละครเวทีไม่ได้ตอบโจทย์ เพราะเป็นงานที่กินคิว ต้องเสียสละคิวให้คนอื่น ต้องรักสิ่งที่ทำมากถึงอยู่กับมันได้นาน แต่มวลมันอบอุ่น ถ้าเป็นภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ใช้คิวน้อยกว่า ต่างคนต่างมาเจอกันเฉพาะเวลาก็จบ แถมยังเหนื่อยกว่า เพราะโลเคชันเปลี่ยน ขณะที่การแสดงในโรงละคร เราวางแผนชีวิตได้

อีกอย่างคือมันขับเคลื่อนไปด้วยกันทั้งองค์กร 30 – 50 ชีวิต นักแสดง ผู้กำกับ ทีมเสียง ทีมแสง ทีมเอฟเฟกต์ ทีมเสื้อผ้า เรามีเกมบัดดี้ให้เล่น ทั้งหมดคือเรื่องของความสัมพันธ์ของคนเดิม ๆ ในที่เดิม ๆ ได้แชร์มุมมองชีวิต โดยเฉพาะละครในมหาวิทยาลัย ละครนิเทศ

ในวัย 34 คุณมองเรื่องความสัมพันธ์อย่างไรบ้าง

บางทีเราสังเกตว่า ความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เหนื่อยและวุ่นวายกับชีวิตเหมือนกัน แต่เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก ด้วยหน้าที่การงานต้องไปเจอผู้คน เราทิ้งความสัมพันธ์ไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ไม่ใช่สิ่งที่กระทบการทำงานและจิตใจ วัยนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการมากกว่า

นอกจากการเป็นนักแสดงละครเวที มีบทบาทไหนที่ยังไม่ได้ทำ แต่อยากทำไหม

นั่นสิ พี่ยังไม่ได้ทำอะไรบ้างนะ (ทำท่าคิด) อาจจะเป็นเบื้องหลัง กำกับ หรือโปรดิวเซอร์ คิดว่าถ้าให้ทำก็ทำได้ แต่ยังไม่ถึงเวลา อนาคตอาจจะมีจังหวะเวลาที่เหมาะสม 

น้องมาเจอตอนที่พี่ไฟแรงเรื่องการเข้าวัดพอดี พี่ก็จะให้สัมภาษณ์ประมาณนี้นะ (หัวเราะ) ภาพพี่อีก 5 ปีอาจไม่ใช่แบบนี้ก็ได้ น่าจะเปลี่ยนไปแล้ว

แล้วจากที่เข้าวงการมา 13 ปี อาร์ม กรกันต์ เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะการมองชีวิต

ก็เปลี่ยนตามสิ่งรอบตัวที่หล่อหลอมเราขึ้นมา แต่สิ่งที่ อาร์ม กรกันต์ ยังเหมือนเดิมคือความใจดี สิ่งที่เพิ่มมาตามวัยคือกิจกรรม งาน วัด เพื่อน แมว

ส่วนมุมมองชีวิต คำถามที่ว่าชีวิตคืออะไรเป็นสิ่งที่ ครูป๋อม-ไศลทิพย์ จารุภูมิ อาจารย์คณะนิเทศเคยถามผมและเพื่อนเพื่อดูว่าเด็กคนนี้เป็นอย่างไร 

คำตอบของผมในวันนั้นกับวันนี้ยังคงเป็นคำตอบเดียวกัน ชีวิตคือการเรียนรู้เพื่อพัฒนา แต่เพิ่มเติมคือ เราเรียนรู้เพื่อปรับตัว เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมาก คำตอบเราธรรมดาไม่หวือหวาเลยเนอะ เราเป็นคนอยู่กับความเป็นจริง เพราะอยากให้ใช้ได้จริง

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว
ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

คุณถือเป็นลูกชายคนหนึ่งของ Workpoint ออกรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ซีซั่นที่ 1 ในฐานะหน้ากากระฆัง คุณคิดว่าความดังคืออะไร และคุณมองว่าตัวเองดังหรือยัง

โห! สำหรับผมความดังคือการที่เราเดินไปแล้วคนทักเราถูก ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองดังไหม โดนคัดออกตั้งแต่แรก ๆ ด้วย (หัวเราะ) แต่ช่วงเป็นหน้ากากระฆังคือช่วงที่พีกมาก มีงานติดต่อเข้ามาไม่ขาด เคยชิมลางตอนไปทัวร์แบบไป-กลับช่วงนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นกระแสจริง ๆ เดินไปไหนคนก็เรียก แต่พอเวลาผ่านไป คนใหม่ขึ้นมามันก็เป็นเรื่องปกติ เขาเรียกว่า โลกธรรม 8 เป็นธรรมดาของโลก

ถ้าเลือกได้คุณอยากให้คนจดจำ อาร์ม กรกันต์ ในมุมไหน

แต่ก่อนคิดว่าคงตอบได้ ตอนนี้ผมว่า ไม่ต้องจำอาร์มหรอก แค่เรามีไมตรีต่อกันก็พอแล้ว ถ้าคนลืมเรา แปลว่าอาจจะไม่มีงานในวงการ แต่ถ้าพูดถึงอุดมคติ วันหนึ่งที่คนไม่รู้จัก อาร์ม กรกันต์ เลยมันจะมาถึงแน่นอน เพียงแต่ช้าหรือเร็ว เพราะฉะนั้น เราเลยต้องเตรียมตัว จาก Someone เป็น No one เพราะมันคืออนิจจังของทุกคนที่สักวันต้องถูกลืม

ถ้าทำใจได้ตั้งแต่วันนี้ มันก็เคลียร์เลย เพียงแต่เรายังมีบทบาทหน้าที่ต้องทำ เพราะเรามีพ่อแม่ที่ต้องดูแล มีแมว 10 ตัวที่ค่าใช้จ่ายเยอะ มีบ้านที่ต้องผ่อน งานก็ต้องมีและต้องทำต่อไป

แต่เราไม่อยากให้คนมองเป็นสายบุญขนาดนั้นนะ เราไม่ได้ดีกว่าใคร ที่พูดไปเพราะแค่สนใจปรัชญาชีวิต เรื่องไม่ดีก็มีทำอยู่บ้าง โกหกสีขาว แกล้งแมวก็ยังทำอยู่ (หัวเราะ)

แล้วคุณอยากประสบความสำเร็จไหม ในด้านไหน

ง่าย ๆ เลย ขอให้ใช้ชีวิตต่อไปได้ เพราะเราใช้ชีวิตเกือบรายวัน หมายความว่าเตรียมตัววันนี้ เพื่อทำงานพรุ่งนี้ ประสบความสำเร็จให้ทำมาหากินพอเลี้ยงพ่อแม่และแมวได้ เพราะสิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดคือครอบครัว

คุณคิดว่าความความสำเร็จเกิดจากอะไรบ้าง

คนชอบบอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จต้องเก่ง แต่ผมว่าต้องเฮงด้วย เพราะคนที่ตีระนาดเก่งกว่าผมมีเยอะ นักแสดง นักร้อง ผู้ประกาศข่าวหลายคนพูดได้เก่งกว่าผม ความเฮงเลยเป็นสิ่งที่คุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือการเตรียมความพร้อม เมื่อพร้อมและโอกาสมา จึงจะกลายเป็นความสำเร็จ แต่เห็นแบบนี้ผมก็ไม่ได้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมงนะ เราก็มีวันที่ไม่พร้อม แต่พยายามทำให้ดีที่สุด

แล้วอาร์มอยากเฮงหรือเก่งมากกว่ากัน

อยากเก่งเยอะกว่า เพราะถ้าเฮงอย่างเดียวแล้วไม่เก่ง ยังไงก็แป๊ก เฮงในที่นี้ก็แค่ไม่อยากโชคร้าย แต่เราโชคดีอยู่แล้วที่เกิดมาในครอบครัวอบอุ่น สนับสนุนทุกอย่างที่อยากทำ โตขึ้นมาผมถึงรู้ว่า สิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สุดคือความโชคดีที่สุด

ถ้าวันนี้ต้องขอบคุณใครสักคน อาร์ม กรกันต์ อยากขอบคุณใคร

เยอะเลย พ่อแม่ที่อ้าแขนรับเราอย่างสุดหัวใจ ขอบ คุณครูเอก-จิระชัย กุลละวณิชย์ ที่สอนเรามากกว่าการสอนร้องเพลง ท่านสอนวิธีวางตัวในสังคม สอนวิธีคิด การวางแผนชีวิต ท่านแบ่งปันประสบการณ์ให้อาร์มเยอะมาก เป็นข้อคิดที่มีค่าทั้งหมด

ขอบคุณเพื่อน คนที่อยู่รอบข้าง เป็นไหล่ให้เราซบในเรื่องหนักและเรื่องเบา ผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส โดยเฉพาะใน Workpoint และทุกงาน มีความสุขทุกครั้งที่เขานึกถึงเราและทุกครั้งที่ได้ทำงาน

จากที่ฟังมา คุณไม่ขอบคุณตัวเองบ้างหรอ

นั่นคงเป็นเรื่องของตัวตน อาร์มมองว่าชีวิตยังไงก็ต้องดำเนินต่อไป เลยขอบคุณคนอื่นมากกว่า ถ้าเรายังอยากมีลมหายใจ เรายังอยากยืนอยู่ตรงนี้ ยังไงก็ต้องเดินต่ออยู่แล้ว

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

What Makes You, You?

ย้อนกลับไปวัยเด็ก ยังจำได้ไหมว่าอาชีพแรกที่คุณตอบครูว่าอยากทำคืออะไร

อยากเป็นวิศวกร แต่ไม่ได้อยากไปออกแบบหรือตรวจสอบอะไรเลย เราแค่ชอบคำนี้ เพราะเป็นคำศัพท์ภาษาไทยที่ออกเสียงแล้วดูเก่ง (หัวเราะ)

ต่อมาตอนที่อยากเข้านิเทศ จุฬาฯ มีภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน ของผู้กำกับไฟแรง 6 คน นั่นคือเหตุผลแรกที่อยากเข้าเรียน เพราะอยากเป็นผู้กำกับ ส่วนอีกเหตุผลคือ ไปดูละครนิเทศฯ แล้วอยากยืนอยู่บนนั้นบ้าง สังเกตว่าไม่ได้คิดถึงอาชีพในอนาคตเลย

แล้วอะไรคือเหตุผลที่อาชีพผู้กำกับไม่ได้ไปต่อ

เราลองเป็นเด็กฟิล์ม เรียนสาขาวิชาภาพยนตร์และภาพนิ่ง ตอนเรียนคิดว่ามันเหนื่อยจัง นี่คงไม่ใช่สิ่งที่เราทุ่มเทได้มากพอ แต่ก็เข้าภาค 2 ปีเต็ม ไม่ได้ย้ายสาย จบไปค่อยว่ากัน ก็คงจะทำงานเรื่องเพลงอยู่ดี เพราะตอนปี 3 ได้ไปประกวดร้องเพลงเวทีใหญ่ครั้งแรกคือ KPN Award Thailand Singing Contest 2009 ครั้งที่ 18 ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ Popular Vote พอมีคนเริ่มรู้จัก ไปออกงาน มันได้เงิน เราคิดคงจะทำสิ่งนี้แหละ เลยยึดเป็นอาชีพมา

จากที่ผ่านคุณเหมือนยังไม่ได้มีความฝันที่ชัดเจน ตอนนี้มีความฝันหรือยัง

ก็เห็นเลขบ้างบางคืน (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ ตอนนี้ยังไม่มีเลย ฝันของผมคงเป็นการทำแบบที่ทำอยู่ทุกวันไปเรื่อย ๆ เป็นการ Maintain

ส่วนการเติบโต ผมมองว่าเป็นโบนัส

คุณเชื่อเรื่องโชคชะตาสร้างชีวิตบ้างไหม

เราคิดว่าหลายส่วนประกอบกัน ความชอบในเรื่องนั้น ๆ โชคชะตาก็คงมี แต่ความขวนขวายเราก็มีเอง ฝึกระนาดใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี อย่างเรื่อง โหมโรง เดอะ มิวสิคัล คิดว่าอันนี้เป็นโชคชะตาเหมือนกัน เพราะเขาแคสต์กันมาเยอะมาก เราเป็นคนสุดท้าย เพิ่งรู้ด้วยว่าตอนนั้นถึงขั้นผู้บริหารไปทาบทามให้ พี่หนึ่ง จักรวาล ฝึกระนาดแล้ว

ที่ได้ไป เพราะไปลงเรียนการแสดงกับครูเงาะ เพื่อนเราชื่อ ครูลูกแก้ว ขับรถมาส่งที่บ้านแล้วเล่าให้ฟัง เราหูผึ่งบอกไปเลยว่า เราตีระนาดได้นะ ขอไปแคสต์ได้ไหม เพื่อนยังไม่เชื่อเลย แต่เขาก็นัดให้ ปรากฏว่าได้

เห็นไหม เรามีความพร้อมโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เริ่มจาก ป.4 แค่เล่นได้ แต่ยังประชันไม่ได้ กลายมาเป็นโอกาสให้เรา

คว้าทุกโอกาสที่เข้ามา ไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างเหรอ

เหนื่อยมาก แต่เรากลัวที่จะปล่อยมันไป เพราะโอกาสไม่ได้เข้ามาทุกวัน สุดท้ายก็อยากลองกระโดดเข้าไปปู้ยี่ปู้ยำกับมันดูว่ารอดไหม ส่วนตอนนี้อายุ 34 แล้ว ถ้าไม่รอดก็ต้องปล่อยมันไป เก็บแรงไปทำในสิ่งที่ดีกว่า หรือเก็บแรงไปพักผ่อน

แม้กระทั่งบางคนที่ชอบบอกให้เราเก่งขึ้นกว่าเมื่อวาน มันเหนื่อยนะเอาจริง รู้สึกว่าแค่ทำให้ผ่านไปได้ด้วยดีก็ดีแล้ว ถ้ามีเวลามากพอค่อยติดปีกให้ตัวเองไปต่อก็ได้ แต่ต้องมีเวลาให้ตัวเองด้วย นอกเหนือจากจุดมุ่งหมายเรื่องงาน

ตอนนี้ใครนึกถึงอาร์มก็จะมีเสียงระนาดลอยมาด้วยทั้ง ๆ ที่คุณเรียนโรงเรียนคริสต์ คุณไปเริ่มจับระนาดได้อย่างไร

มันมาจากชาติปางก่อน (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ พอดีผมอยากโดดเรียนตอนประถม ก็เลยไปเข้าชมรมดนตรีไทย เราก็ยืนหนึ่งเล่นระนาดเอกประถมคนเดียวในโรงเรียน 2,000 คน ทุกคนแย่งเล่นบอล แต่ผมไม่เล่นกีฬาเลย 

เออทำไมนะ (นิ่งคิด) ถ้าไม่ถามนี่จำไม่ได้แล้วนะ เพราะเคยพลาดไปยืนตรงโกลด์ฟุตบอลขณะที่โค้ชกำลังสาธิตการยิงพอดี อัดเข้าเต็มท้อง ผมเลยเกรง ๆ ตั้งแต่นั้น

มีอะไรที่คุณคิดว่าตัวเองทำ และคนอื่นไม่ทำอีกไหม

ชอบถือหนังสือธรรมะตั้งแต่ประถม เพราะคิดว่าเท่ หนังสือท่านพุทธทาสภิกขุ อ่านไม่รู้เรื่องแต่อยากอ่าน มีบางเล่มที่อ่านแล้วเข้าใจ นอกจากนี้ก็ชอบทำบุญ คิดโปรเจกต์เพื่อศาสนามาตั้งแต่เด็ก ๆ

แล้วเรื่องการร้องเพลง ก่อนประกวด KPN Award คุณไปฝึกร้องเพลงจากใคร

คุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า ชอบถล่มร้านอาหารและยึดไมค์ร้องเพลง (หัวเราะ) เขาก็ร้องเพลงสุนทราภรณ์กัน เราเลยเรียนร้องเพลงจากสุนทราภรณ์ เพลงแรกที่ร้องคือ พรานทะเล ฟังวนและแกะตามต้นฉบับได้

เราฝึกร้องจากเพลงลูกกรุง เพราะคิดว่าเสียงมันเนิบดี แต่หารู้ไม่ว่าการผ่อนลมเนี่ยยาก กลายเป็นฝึกของยากก่อน พอมาร้องป๊อปเลยง่าย

ยังจำละครเวทีเรื่องแรกที่เล่นได้ไหม ถ้าย้อนเวลากลับไปเป็นผู้กำกับได้ คุณจะบอกอะไรกับเด็กคนนั้นบ้าง

จำได้สิ โตขึ้นผมจะขี่รุ้ง โรงเรียนของผมไปขอลิขสิทธิ์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ถ้าย้อนกลับไปก็คงจะบอกให้เล่นไปเถอะ เพราะเป็นเด็กมาก อยากให้เขาสนุกให้เต็มที่ แต่ถ้าเด็กคนนั้นมาแสดงตอนนี้ โรงละครพังเลยนะ ไม่มีพื้นฐานอะไรทั้งสิ้น

ปัจจุบัน คุณแสดงละครเวทีไปกี่เรื่องแล้ว

ละครเวทีสุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดยเพลงเอก ถือเป็นเรื่องที่ 10 ถ้านับละครที่คนดูต้องซื้อบัตรมาชม

เรยา เดอะ มิวสิคัล คือเรื่องแรก แสดงคู่กับ คุณชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ส่วน โหมโรง เดอะ มิวสิคัล คือเรื่องที่ 3 

จากเรื่องที่เคยแคสต์มา คุณเคยอกหักตกรอบบ้างไหม

เคย มีเรื่องหนึ่งไปแคสต์มา 3 เดือน ยังไม่ได้แสดงนะ ทั้งซ้อมและท่องบทพูดบางส่วนมาแล้ว เป็นเรื่องในโรงใหญ่ ผู้กำกับมาจากอังกฤษ เวลาเราทำอะไร เขาจะเป็นคนตรวจการบ้าน เพราะฉะนั้นจะเป็นมาตรฐานเดียวกับที่อังกฤษ เรื่องนี้สร้างความหวังให้เราเยอะมาก เพราะเข้าไปแคสต์ 5 ตัวละคร คิดในใจว่าต้องได้สักตัว แต่ปรากฏว่า 3 เดือนไม่ได้เลยสักบท ก็อกหักไป แต่หลังจากนั้นก็ได้ไปเล่นเรื่อง เรยาฯ พอดี

อกหักครั้งนั้นคุ้มค่าไหม

การอกหักครั้งนั้นสอนเราเยอะมาก ทั้งเรื่องการร้อง เล่น วินัย กระบวนการการทำละครในมาตรฐานสากล เป็นการอกหักที่คุ้มค่า

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

ปัจจุบัน ดูคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยซื้อบัตรชมละครเวทีกันแล้ว คุณคิดอย่างไร หรือต้องเป็นละครเพลงเท่านั้นถึงจะมีคนชม

คิดว่าคนแค่ยังกลัวโควิด-19 อยู่ กับเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะบัตรดูละครเวทีราคาไม่เหมือนดูหนัง คนต้องตั้งใจออกจากบ้าน แต่มันเป็นธุรกิจที่ลงทุนสูงเพื่อมอบความพึงพอใจที่ไม่เหมือนสื่ออื่น บางเรื่องมีอุดมการณ์สอดแทรก บางเรื่องเหมือนพาเราย้อนเวลากลับไปหาสิ่งที่ปัจจุบันคิดถึง

เมืองไทยเราอาจจะชินกับการแสดงละครเวทีที่ต้องมีการร้องเพลง แต่ของอเมริกา อังกฤษ ต่างประเทศเขามีละครพูดเยอะมาก อย่างของไทย เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรกถึงวันลา ของ พี่บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ก็เป็นละครพูดที่เราชอบมากเหมือนกัน

ในฐานะนักแสดงละครเวทีอาชีพ คุณคิดว่าการเป็นนักแสดงที่ดีต้องมีอะไรบ้าง

ต้องมีวินัย เสียสละคิวให้คนอื่น เพราะเราไม่ได้เล่นแค่คนเดียว ต้องเล่นให้ทีมแสง Blocking เล่นให้ผู้กำกับดู วินัยสำคัญมาก เพราะขับเคลื่อนทั้งองค์กร และต้องเป็นคนที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ซึ่งเราพยายามมีให้ครบ แม้บางวันจะพร่องไปบ้าง

ละครเวทีสุนทราภรณ์ ได้ Restage อีกครั้งหนึ่ง บุคคลในตำนานและเพลงที่ถูกเรียกว่า ‘เพลงเก่า’ ให้พลังกับคุณที่เป็นคนรุ่นใหม่อย่างไรบ้าง

เรียกว่าให้พลังซึ่งกันและกันดีกว่า นี่เป็นเรื่องแรกที่เราจับมือทีมงานทุกคนเพื่อรวมพลังก่อนแสดง แล้วเรารู้สึกว่ากำลังจะเปลี่ยนชีวิตใครบางคน เพราะสื่อบันเทิงของคนรุ่นพ่อแม่ที่จิ้มถึงใจเขามีน้อยมาก เพลงที่เขาฟังตอนเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วกลับมาฟังจนมีกำลังวังชามันแทบไม่มี 

เรามีความสุขที่ได้ออกไปแสดง เพราะรู้ว่ามันคือสิ่งที่ดีมาก พอจบการแสดง คนทั้งโรงละคร ผู้ใหญ่ที่นั่งรถเข็นมา มีไม้เท้ามาเป็นขาที่สาม คนที่จับมือลูกหลานมา เขาลุกขึ้นเต้นและยิ้ม กลับไปเรารู้ว่าเขาไม่จบแน่นอน เขาจะเอาเพลงที่ฟังไปคุยกับเพื่อน เพลงนั้นของศรีสุดา เพลงนี้ร้องตอนวันลอยกระทง เธอจำเรื่องในวันนั้นได้ไหม มันคือการจุดประกายความสุขต่อ

ทุกครั้งที่จะออกไปแสดง ผู้กำกับบอกเสมอว่า ลองหาเป้าหมายดู ละครสักเรื่องอาจทำให้คนที่อยากทำร้ายตัวเองชั่งใจคิด บางคนอาจมีความกล้าในการเผชิญสิ่งที่หวาดกลัว หรือเขาอาจกล้าที่จะบอกรักใครสักคน มันมีประโยชน์แน่นอน เพราะฉะนั้นเราจึงต้องทำให้ดีที่สุดทุกเรื่อง เช่นเดียวกับงานอื่น ๆ ในตอนนี้และในอนาคต ตราบใดที่คนยังเห็นว่าเราทำอะไรสักอย่างได้ เราก็จะคว้าโอกาสต่อไปและทำให้ดีเสมอ

อ้อ! อุปสรรคเดียวคือ เวลา เพราะเรามีเวลาจำกัดและต้องนอนครับ

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

ขอบคุณสถานที่

โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน

ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (แผนที่)

เว็บไซต์ : siampicganesha

Facebook : KBank Siam Pic-Ganesha

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load