“เคยเห็นพิซซ่าเวียดนามไหมครับ”

“ผมจะทำพิซซ่าเวียดนามแบบใหม่ ข้างนอกเป็นแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะย่างกรอบๆ ข้างในเป็นล็อบสเตอร์คลุกมายองเนสกับซอสศรีราชา เนื้อสัมผัสจะครีมมีๆ หน่อย เนื้อล็อบเสตอร์เด้งๆ มีความเผ็ดของซอสศรีราชาตัด แล้วก็มีโฟมกะทิอยู่ข้างๆ”

ธันวา-ธันวา สุริยจักร เล่าให้เราฟัง พร้อมอวดภาพอาหารที่เขาทำให้เราดูไปพลาง นี่เป็นไฟน์ไดนิ่งที่เขาตั้งใจทำให้เพื่อนๆ ชิมเป็นครั้งแรก เป็นเมนูอาหารเวียดนามที่มีกลิ่นอายของตะวันตก ธันวาเผยว่าทั้งหมดที่เห็นนั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารที่บ้านในวัยเด็ก 

เขาเกิดและเติบโตในเมืองปากเซ สปป.ลาว ดินแดนลุ่มแม่น้ำโขงที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมหลากหลาย พ่อมีเชื้อสายไทย จีน ฝรั่งเศส ส่วนแม่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนและเวียดนาม บนโต๊ะอาหารที่บ้านของธันวาจึงมีอาหารหลายชนชาติ เป็นเมนูใหม่ๆ ที่แตกต่างจากบ้านอื่นๆ ที่นั่น

ภาพของธันวาที่ทุกคนจำได้เป็นแบบไหน หลายคนคงรู้จักเขาในฐานะพระเอกละครช่อง 7HD แต่ในปีนี้เขากำลังจะเป็นที่จดจำในฐานะเชฟผู้ที่รักการทำอาหาร ซึ่งเราก็เพิ่งเคยเห็นมุมนี้ของธันวาเช่นเดียวกัน

ในตอนแรกของรายการ MasterChef Celebrity Thailand Season 2 จานของธันวาได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 3 จานที่ดีที่สุดของแมตช์นั้น เขาสลัดภาพของพระเอกทิ้งไปชั่วคราว แล้วนั่งคุยกับเราในฐานะคนชอบทำอาหาร นี่เป็นครั้งแรกที่ทำให้เรารู้จักธันวาในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากละครทีวี และรู้ว่าเขาชื่นชอบการทำอาหารมากคนหนึ่ง

ธันวา สุริยจักร พระเอกชาวลาวกับวัยเด็ก อาหาร และการลงแข่งมาสเตอร์เชฟฯ

ไปแข่ง MasterChef Celebrity Thailand Season 2 มา เป็นอย่างไรบ้าง

จริงๆ รายการติดต่อมาตั้งแต่ซีซั่นแรกแล้ว แต่ตอนนั้นผมว่าตัวเองยังไม่พร้อม ความรู้ด้านอาหารยังไม่มากพอ ก็เลยไปซ้อมก่อนจะมาแข่งซีซั่นนี้ ผมมั่นใจว่าเรียนรู้เรื่องวัตถุดิบเยอะ และฝึกซ้อมมานานพอสมควร

คาดหวังอะไรจากการแข่งขันครั้งนี้

หวังแชมป์อยู่แล้ว แต่ไม่อยากกดดันตัวเองมากไป เพราะคนเก่งไม่ได้หมายความว่าจะเข้ารอบ คนไม่เก่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้ารอบไม่ได้ เป็นเรื่องของจังหวะที่เรากำหนดไม่ได้ สิ่งเดียวที่เรากำหนดได้ก็คือ ตั้งใจทำมันให้เต็มที่กับทุกๆ งานที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นละครหรือการแข่งขัน เราต้องเต็มที่ที่สุด

หลังจากแข่งขันรายการนี้ คุณมองตัวเองบนเส้นทางอาหารอย่างไร

มาสเตอร์เชฟ ทำให้คนทั่วไปได้เห็นผมอีกมุม ซึ่งบางคนอาจไม่เคยรู้ ผมคิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ทำให้คนเห็นความสามารถและวิธีคิดในการทำอาหารของผม ผมอยากต่อยอดอีกเยอะเลย เพราะชอบการทำอาหาร อยากทำสิ่งนี้ต่อไปเรื่อยๆ อยากมีรายการเกี่ยวกับอาหารของตัวเอง อยากทำอาหารไฟน์ไดนิ่ง

ก่อนหน้านี้คนยังไม่ค่อยรู้ว่าคุณชอบทำอาหาร แล้วทีมงานเห็นอะไรในตัวคุณถึงชวนไปแข่ง 

น่าจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้ผมเปิดร้านอาหาร แล้วครอบครัวก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารอยู่แล้วด้วย 

ได้ยินมาว่าที่ลาวมีร้านบะหมี่ของคุณย่าด้วย

เมื่อก่อนคุณย่าเปิดร้านอาหารคล้ายๆ โรงเตี๊ยมของจีน ให้อารมณ์เหมือนคาเฟ่ที่มีคนมานั่งเล่นหมากรุกจีนกัน เปิดมาตั้งแต่คุณย่ายังสาวๆ อาหารที่ขายส่วนใหญ่จะมีหมั่นโถว หมั่นโถวทอด ซาลาเปา ชา กาแฟ มีน้ำต่างๆ รวมถึงบะหมี่จีน เส้นก็ทำเอง เป็นบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงแบบดั้งเดิม เรียกได้ว่าเป็นร้านเก่าแก่อย่างนั้นเลย

จำได้ไหมว่าบะหมี่ของย่ารสชาติเป็นอย่างไร

ตอนเด็กๆ ถ้ากลับมาจากโรงเรียนแล้วมีบะหมี่ร้อนๆ ของคุณย่ารออยู่จะดีใจมาก เวลาเลิกเรียนเหนื่อยๆ หิวก็ต้องกินบะหมี่ของคุณย่าประจำ น้ำซุปเป็นซุปกระดูกแท้ คุณพ่อทำเส้นบะหมี่เองตั้งแต่เด็กๆ ผมเลยได้ซึมซับการทำอาหารมาจากพ่อด้วย

ธันวา สุริยจักร พระเอกชาวลาวกับวัยเด็ก อาหาร และการลงแข่งมาสเตอร์เชฟฯ

ทำไมคุณถึงชอบทำอาหาร

แม้ว่าจะเป็นนักแสดง แต่ผมหลงใหลการทำอาหาร เพราะมันทำให้เราได้ผ่อนคลายหลังจากทำงาน เหมือนได้รีเซตตัวเองใหม่ ผมเลยมีความสุขทุกครั้งเวลาได้จับมีด จับกระทะ หรือเวลาที่ได้รังสรรค์เมนูใหม่ๆ ความหลงใหลที่ว่ามันทำให้เราเจอทางของตัวเองด้วย

คุณฝึกทำอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วตอนนั้นทำให้ใครชิม

ผมฝึกทำอาหารตั้งแต่ยังเด็ก หัดผัด หัดทำเมนูต่างๆ โดยมีคุณย่ากับคุณลุงสอนเรื่องการปรุงรส ว่าควรใส่เครื่องปรุงอะไร สัดส่วนเท่าไหร่บ้าง บ้านที่ลาวมีสองหลัง คือบ้านของครอบครัวและบ้านย่า ครัวที่บ้านย่าเป็นแบบดั้งเดิม มีเตาอั้งโล่เรียงกันเพราะที่บ้านขายบะหมี่ เวลาผัดก็ใช้เตาอั้งโล่ ส่วนที่บ้านของครอบครัวจะใช้เตาแก๊สธรรมดา แต่ด้วยความที่บ้านเราชอบทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นคุณย่า คุณลุง หรือแม่ พื้นที่ห้องครัวก็จะใหญ่กว่าปกติ

เมนูแรกๆ ที่หัดทำคืออะไร

ตอนเด็กๆ คุณย่าสอนทำปลานึ่งซีอิ๊วสูตรโบราณ ซึ่งเป็นสูตรของคุณย่าเอง ต้องเล่าก่อนว่าเมืองที่ผมอยู่ใกล้กับแม่น้ำและมีปลาน้ำจืดเยอะมาก คนก็มักจะนำปลาน้ำจืดมาทำอาหารกัน เมนูที่ผมทำถ้าเทียบกับเมนูของไทยคงคล้ายๆ ปลาทูต้มหวาน น้ำซอสออกสีดำๆ แต่ที่ลาวจะใส่ขิงเข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มความหอมและดับกลิ่นคาวในตัวปลา ส่วนเนื้อปลาก็จะมีความฉ่ำ เพราะมีไขมันแทรก

อาหารในบ้านที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ต่างจากบ้านอื่นๆ อย่างไร

บ้านผมทำอาหารหลายแบบ ทั้งอาหารพื้นเมืองของเวียดนาม อาหารแบบจีน แล้วก็ผสมผสานความเป็นฝรั่งเศสเข้าไปด้วย ผมจำได้ว่าทุกวันรวมญาติจะมีเมนู ‘รากู’ ที่ใช้เนื้อน่องลายไปตุ๋นให้เปื่อยจนรสชาติเข้มข้น หน้าตาออกมาคล้ายๆ สตูว์เนื้อ ทานกับขนมปังบาแกตต์ 

อีกจานที่ผมชอบคือ ‘บั๋นหมี่’ ซึ่งมีขายทั่วไปที่ลาว แต่บั๋นหมี่ของครอบครัวจะไม่เหมือนที่ไหน เป็นอาหารที่ผสมผสานความเป็นเวียดนามกับฝรั่งเศสเข้าด้วยกัน ทำให้ผมรู้สึกว่าแม้อาหารตะวันตกกับอาหารลาวจะแตกต่างกันมาก แต่ก็ประยุกต์ให้เข้ากันได้

ธันวา สุริยจักร พระเอกชาวลาวกับวัยเด็ก อาหาร และการลงแข่งมาสเตอร์เชฟฯ

บั๋นหมี่ที่บ้านต่างจากที่อื่นอย่างไร

เราจะใส่ ‘ปาเต’ (Pâté) หรือตับบด ซึ่งใช้ตับไก่หรือตับหมูก็ได้มาบดให้ละเอียดเป็นเนื้อครีม จากนั้นนำมาทาบนขนมปังบาแกตต์ ใส่ผักดองต่างๆ เติมซอสศรีราชาเข้าไปหน่อย รสชาติจะออกแนวตะวันตกผสมเวียดนาม เป็นเมนูโปรดที่ผมชอบมาก

ทำไมถึงติดใจเมนูนี้

มันมีเรื่องราวเยอะ ผมเติบโตมากับเมนูนี้ ตอนเด็กๆ ทานบ่อย แต่ก่อนผมมักจะปั่นจักรยานไปเรียน แม่จะให้เงินวันละยี่สิบบาท เราจ่ายสิบบาท ก็ซื้อบั๋นหมี่กินได้แล้ว

อาหารลาวเมนูไหนที่คุณคิดว่าหากินที่ไหนก็ไม่เหมือนกินที่ลาว

บั๋นหมี่นี่แหละ ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่มีที่ไหนเหมือนที่ลาว ต่อให้ที่นี่มีร้านอาหารมากมาย แต่บั๋นหมี่ไม่เหมือนแน่นอน เพราะที่นู่นจะมีความดั้งเดิมมากกว่า รวมถึงก๋วยจั๊บญวนกับเฝอด้วย ตอนกินที่ลาวมันเป็นรสชาติที่อธิบายไม่ถูก แต่ไม่เหมือนที่ไหน ผมว่ามันมีความนุ่มลึกกว่า

ทั้งๆ ที่ชอบกินและชอบทำอาหารขนาดนี้ ทำไมผันตัวมาเป็นนักแสดงได้

เพื่อนของ พี่เอ (ศุภชัย ศรีวิจิตร) เจอผมที่เวียงจันทน์ ตอนนั้นผมไปเรียนพิเศษพอดี เขาก็ชักชวนให้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง พี่เอบินมาหาที่ลาว ได้พูดคุยกัน สุดท้ายก็ได้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง โดยเป็นไม่กี่คนในลาวที่ได้รับโอกาสนั้น ผมว่าตัวเองโชคดีมาก ต้องขอบคุณพี่เอด้วยที่เป็นคนช่วยผลักดันให้มา 

ทำไมถึงรู้สึกโชคดีที่ได้ทำงานนี้

ตอนนั้นคิดว่าได้เรียนไปด้วย หาเงินไปด้วย ถือเป็นโอกาสดีๆ ที่ได้ทำ งานแรกๆ เป็นงานเดินแบบ พอเราได้เงิน เราก็ไม่ต้องพึ่งพาครอบครัวแล้ว ตอนนั้นผมปักธงกับตัวเองไว้ว่า ผมจะหาเงินเพื่อส่งเสียค่าเล่าเรียนของตัวเองให้ได้ ให้ครอบครัวดูแลน้องสาวต่อไป ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เรายังทำต่อเรื่อยๆ

ธันวา สุริยจักร พระเอกชาวลาวกับวัยเด็ก อาหาร และการลงแข่งมาสเตอร์เชฟฯ

ถ้าไม่ได้เป็นนักแสดง คุณอยากทำอะไร

ความใฝ่ฝันของผมมีเยอะมากเลย ผมฝันอยากเป็นนักธุรกิจ อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากเป็นนักลงทุน แต่พอได้มาเป็นนักแสดงแล้วก็พบว่า เรายังสานฝันเก่าๆ ได้ เราเก็บเงินที่เหลือจากการทำงานไปลงทุนได้

ทำไมคุณถึงชอบการลงทุน

การทำธุรกิจมันเหมือนการสร้างระบบขึ้นมาเพื่อทอนแรงตัวเอง ผมไม่มีทางเป็นนักแสดงไปได้ตลอด วันหนึ่งก็ต้องแก่ตัวลง เป็นพระเอกไม่ได้ การลงทุนก็เปรียบเสมือนการหว่านเมล็ดพันธุ์ เราไม่รู้เลยว่าเมล็ดพันธุ์ไหนจะออกดอก ออกผล คล้ายกับการปลูกต้นมะม่วง มันใช้เวลานานกว่าจะออกผลให้เรากิน อาจจะตายกลางคันก็ได้ สิ่งที่เราต้องทำคือ ต้องหว่านเรื่อยๆ อย่าหยุดหว่าน วันหนึ่งถ้ามันโตขึ้น ก็เป็นโชคดีที่เราได้ผลลัพธ์จากมัน

ไม่มีใครอยากลงทุนโดยไม่ได้ผลลัพธ์ ซึ่งผลลัพธ์ของมันก็เกิดจากประสบการณ์ เกิดจากการสูญเสียที่มากพอ ได้เรียนรู้จากความผิดพลาด ผมมองว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตเลย

ถ้าเปรียบงานแสดงเป็นการลงทุน ตอนนี้ผลตอบแทนเป็นอย่างไร

ผลลัพธ์คือความรู้สึกผูกพันระหว่างคนดูกับตัวเรา ทุกคนรู้จักเราในฐานะพระเอกช่อง 7HD เพราะทำงานเก็บประสบการณ์ตรงนี้มาหลายปี ก็จะช่วยเวลาที่เราอยากทำงานอื่นๆ ในวงการนี้ต่อ ผมเชื่อว่ามันจะเป็นการลงทุนที่ไม่เสียเปล่าแน่นอน

ชอบงานของตัวเองชิ้นไหนมากที่สุด

ผลงานละครล่าสุด เรื่อง หลงกลิ่นจันทน์ (ค.ศ. 2021) เพราะเป็นบทที่ดีมาก เป็นบทที่เปิดโอกาสให้ผมได้แสดงศักยภาพในการเล่นละครเยอะมาก

รู้สึกอย่างไรกับปีที่ 11 ในวงการบันเทิง 

ผมภูมิใจที่พาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ ได้รับประสบการณ์มากขึ้น มีพัฒนาการมากขึ้นในทุกๆ วัน ผลลัพธ์ของบางคนอาจจะเป็นเงินเก็บที่มากพอหรือการมีชื่อเสียง แต่สำหรับผม ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือประสบการณ์ในการใช้ชีวิต หลายอย่างมันสอนให้เราโตขึ้น แข็งแกร่งขึ้น ในอนาคตเราอาจไม่ได้เป็นนักแสดงต่อแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น มันก็คุ้มค่าที่ได้ทำ

มองอนาคตในวงการบันเทิงอย่างไร

มีอีกหลายงานมากเลยที่ยังรอผมอยู่ ผมอยากเล่นบทที่ท้าทายขึ้น อย่างละครเรื่อง พริกกับเกลือ ที่กำลังจะเข้าฉายก็เป็นหนึ่งในนั้น ผมยังต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ทั้งในเรื่องการแสดง การวางตัว รวมถึงด้านการทำอาหารด้วย

พระเอกชาวลาวที่โตมากับอาหารไทย จีน เวียดนาม ฝรั่งเศส ผู้อยากทำร้านไฟน์ไดนิ่งเล่าชีวิตวัยเด็กของตัวเอง

สำหรับคุณแล้ว ‘อาหาร’ กับ ‘การแสดง’ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ทั้งสองสิ่งคือศิลปะที่มีวิธีนำเสนอต่างกัน การแสดงของธันวาคือตัวธันวาเล่น ส่วนอาหารคือการรังสรรค์ขึ้นมา แต่ทั้งสองอย่างเราเป็นคนสร้าง และมีธรรมชาติของเราออกมาเหมือนกัน

แล้วความต่างล่ะ

อาหารมันมีความเป็นตัวเรามากกว่า ผมคงไม่ทำอาหารที่ไม่ชอบ เพราะไม่อยากฝืนตัวเอง ถ้าฝืนตัวเองคงไม่เรียกว่าความสุข อย่างตัวผมเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอาหารไทยแท้ได้ไหม น้ำหนักมืออาจจะไม่ได้ เราคงปรุงได้ไม่จัดจ้านแบบไทยแท้ อาจจะทำได้ไม่ดี หรือถ้าทำได้ก็คงไม่อยากทำ

ส่วนการแสดงมันต่างกัน เราต้องสวมบทบาทเป็นคนอื่นให้ได้ ถ้าคุณถนัดบทดราม่า แต่วันหนึ่งต้องเล่นคอเมดี้ คุณจะต้องเป็นเดอะเบสคอเมดี้ให้ได้ การแสดงมันมีโจทย์ว่าเราต้องเป็นตัวละครแบบไหน ซึ่งก็อาจไม่ใช่ตัวเรา

อาหารแบบไหนที่บ่งบอกถึง ‘ตัวตน’ ของธันวา

ผมชอบคือไฟน์ไดนิ่ง เพราะมันละเอียดลออและมีเรื่องราวอยู่ในนั้น เหมือนได้ทำความรู้จักกับคนคนหนึ่งผ่านจานอาหาร เราเล่าเรื่องราวชีวิตที่ดำเนินมาตั้งแต่เกิดจนโตลงไปในอาหารได้ แชร์ความทรงจำเหล่านั้นให้เพื่อนๆ หรือคนที่ไม่รู้จักเราฟังได้ แล้วเขาจะรู้จักเรามากขึ้น จากการค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ตั้งแต่จานแรกไปจนถึงจานสุดท้าย ถึงคอร์สจบแล้ว แต่เรื่องราวมันไม่ได้จบตาม มันยังทำงานต่อกับคนอื่นๆ ด้วย

ที่ว่าเรื่องราวยังทำงานต่อ มันทำงานอย่างไร

มุมมองชีวิตของเราที่นำเสนอผ่านเมนูต่างๆ เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนได้เหมือนกันนะ มันคล้ายกับงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ที่ผมเชื่อว่าจะจารึกอยู่ในใจคนไปตลอด ผมมองว่าไฟน์ไดนิ่งเป็นการทำอาหารที่มีเสน่ห์ แตกต่างกับการทำอาหารแบบอื่นๆ อยู่นิดหน่อย

สมมติเราชอบกินก๋วยเตี๋ยว แล้วชอบไปกินที่ร้านหนึ่งมาก ร้านนี้อยู่ใกล้ๆ ที่ทำงาน แต่วันหนึ่งจำเป็นต้องย้ายออฟฟิศไปไกลจากที่นี่มาก ถ้าอยากกินก๋วยเตี๋ยวขึ้นมา คิดว่าจะขับรถกลับไปกินที่เดิมไหม ก็อาจจะไม่ เพราะมันไกล มีข้อจำกัดด้านระยะทาง แต่พอเป็นไฟน์ไดนิ่ง จุดเด่นไม่ได้มีแค่รสชาติ แต่ยังมีเรื่องเล่าที่ไม่ว่าไกลแค่ไหนก็ต้องไปฟัง

พระเอกชาวลาวที่โตมากับอาหารไทย จีน เวียดนาม ฝรั่งเศส ผู้อยากทำร้านไฟน์ไดนิ่งเล่าชีวิตวัยเด็กของตัวเอง

ถ้าคุณทำไฟน์ไดนิ่งของตัวเอง คุณจะเล่าเรื่องอะไร

เล่าชีวิตวัยเด็กผ่านอาหารฟิวชันแบบที่ผมเติบโตมา จริงๆ ผมตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าจะทำให้เพื่อนในแก๊งทาน ก็เลยลองออกแบบเมนูไว้บ้าง แล้วลองทำออกมาดูว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร อย่างบั๋นหมี่ ที่ปกติใช้ตับไก่ ผมก็ทำให้มันว้าวขึ้นโดยใช้ฟัวกราส์ หรือ เมนูยำไก่บีบ ยำของเวียดนามที่ต้องคลุกแล้วบีบให้น้ำยำเข้าไปในเนื้อไก่ ซึ่งเป็นอาหารแทบทุกครอบครัวที่บ้านเกิดของผมเขาทานกัน ผมก็เอามาทำเป็นรูลาด (Roulade) หรือไก่ม้วน แล้วก็เอาไปซูวี เซียร์ให้หนังกรอบ เสิร์ฟพร้อมกับมูสน้ำยำแบบเวียดนามที่มีกลิ่นของผักแพว

แล้วก็มีเฝอ ซึ่งใช้วัตถุดิบทุกอย่างแบบที่เราเคยกินเป็นชามเลย แต่ผมจัดวางเป็นสเต๊กแล้วราดซอสที่หอมกลิ่นขิง หน้าตาแบบตะวันตกแต่กินเข้าไปแล้วเป็นเฝอ 

ถ้าเปรียบ ‘ธันวา’ เป็นอาหาร คุณคิดว่าจะเป็นจานไหนในคอร์สนี้

เฝอ เพราะมันมีความเข้มข้นแต่ยังนุ่มนวลของซุป มีความหนักหน่วงของเนื้อ เส้นที่เป็นคาร์โบไฮเดรตกินเข้าไปแล้วมีพลังชีวิต ไถนาได้ทั้งวัน

แล้วชีวิตของธันวาในวัย 30 ปีจะเป็นอาหารจานไหน

คงเป็นแอพพิไทเซอร์ที่ยังรอเมนคอร์ส ตอนนี้ชีวิตผมก็ทำตามความฝันไป แต่ว่าก็ยังไม่ได้ถึงเป้าหมายตามที่เราต้องการ เรายังต้องไปต่อ 

ผมมองว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน คนเราเปลี่ยนความคิดได้ทุกวัน มีบิดเบี้ยวบ้าง มีเป้าหมายใหม่เกิดขึ้นบ้าง แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือเป้าหมายหลักๆ ในชีวิต สุดท้ายต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า ทำไมเราถึงมาอยู่จุดนี้ได้ แล้วความตั้งใจของเราคืออะไร 

แล้วเมนคอร์สที่คุณหมายถึงคืออะไร

ผมอยากกลับไปใช้ชีวิตที่ลาว อยากกลับไปอยู่กับครอบครัวที่ผมรัก มันเป็นจุดเริ่มต้น เป็นบ้านเกิด และมีครอบครัวรอเราอยู่ที่นั่น

พระเอกชาวลาวที่โตมากับอาหารไทย จีน เวียดนาม ฝรั่งเศส ผู้อยากทำร้านไฟน์ไดนิ่งเล่าชีวิตวัยเด็กของตัวเอง

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

หากพูดถึงยูทูบเบอร์เกาหลีในประเทศไทย Kyutae Oppa น่าจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่ใครต่อใครนึกถึง

หลายคนอาจคุ้นหูชื่อนี้จากการขึ้นอันดับ 1 บนเทรนด์ทวิตเตอร์ ทั้งที่จริง ๆ คิวเทคือยูทูบเบอร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในวงการ เส้นทางชีวิตของเขาอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่มีคุณค่าและน่าสนใจมากมาย ที่แน่ ๆ มันมีอะไรมากกว่าแค่ข่าวร้ายช่วงต้นปีอย่างแน่นอน

ซิม คิวเท เจ้าของช่อง Kyutae Oppa ลืมตาและเริ่มเรียนรู้โลกที่จังหวัดชลบุรี แม้จะมีพ่อกับแม่เป็นคนเกาหลีแท้ ๆ จานโปรดที่ช่วยให้เขาเติบใหญ่กลับไม่ใช่กิมจิ แต่เป็นส้มตำไก่ย่าง 

เรียกว่าถึงจะมีสายเลือดแดนโสม แต่หัวใจก็เป็นไทยเต็มดวง

หนุ่มคิ้วเข้มนิยามตัวเองในวัยเด็กว่าเป็นคนขี้อาย การอกหักจากรักแรกตอนมัธยมเหมือนเป็นการสับสวิตช์ เปลี่ยนเด็กเก็บตัวให้กลายเป็นวัยรุ่นที่ทั้งรั่ว กล้า และบ้าบิ่น ช่องยูทูบ Kyutae Oppa หรือที่ก่อนหน้าใช้ชื่อ Kyutae TV ถือกำเนิดขึ้นในตอนนั้น

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

บุคลิกที่ขี้เล่น จริงใจ กล้าทำทุกอย่างที่ขวางหน้า ส่งให้ช่องของเขาพุ่งทะยานจนมีคนติดตามกว่า 8 ล้านใน 5 ปี เขาจริงจังกับเส้นทางนี้ถึงขั้นลาออกจากมหาวิทยาลัย หลังจากที่เรียนไปได้เพียง 3 เดือน

อาจเพราะความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา หลายคนจึงไม่รู้ว่า ซิม คิวเท เพิ่งจะมีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้บ่งชี้ว่าประสบการณ์ของเขาน้อยไปกว่าใคร และอันที่จริง เขาน่าจะผ่านอะไรมามากกว่าคนที่แก่กว่าเขาไปแล้วด้วยซ้ำ

หลังปล่อยคลิปอธิบายความขัดแย้งระหว่างตนเองและทีมงาน สื่อแทบทุกสำนักก็ต่อคิวขอสัมภาษณ์จนเขาแทบไม่มีเวลาพักหายใจ เราจึงรู้สึกพิเศษไม่น้อยที่คิวเทเลือกเทคิวมาพูดคุยกับ The Cloud ในวันนี้

ขณะนั่งรอการมาถึงของโอปป้า เราได้แต่คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าหนุ่มอารมณ์ดีที่เราเห็นในช่อง หลังกล้องจะเป็นคนแบบไหน จะยิ้มแย้มบ้าบอแบบในคลิป หรือจะสุขุมนุ่มลึกเข้าถึงยาก

หนุ่มเกาหลีหัวใจไทยไม่ทิ้งให้สงสัยนาน ทันทีที่ได้เจอ คิวเทส่งยิ้มล้นปรี่ไม่ต่างจากที่เห็นในโซเชียลมีเดีย ความสนุกสนานในยูทูบเป็นอย่างไร ชีวิตจริงเขาก็เป็นแบบนั้น

อย่างไรก็ดี เมื่อการสนทนาเริ่มต้น เราจึงค่อย ๆ สัมผัสได้ถึงตัวตนความเป็นมนุษย์ของเขาทีละเล็กละน้อย เป็นชีวิตที่ไม่ได้มีเพียงมุมที่ยิ้มอิ่มสุข หากยังมีด้านที่จริงจัง ทุกข์ ไปจนถึงโศกเศร้า 

เขาเล่าทั้งหมดให้ฟังแบบตรงไปตรงมา 

ตรงหน้าของเราคือมนุษย์ที่จริงใจที่สุดคนหนึ่ง และคงถึงเวลาอันสมควรที่ทุกคนจะได้สัมผัสความจริงใจของยูทูบเบอร์วัยยังไม่เบญจเพสคนนี้

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

กิมจิไม่ค่อย ขอส้มตำดีกว่า

ชื่อ ‘ซิม คิวเท’ ของคุณ ที่แปลว่า คนที่ห่วงใยประเทศไทย มีที่มาจากอะไร

พ่อแม่ผมเป็นคนเกาหลี แต่ผมเกิดที่นี่ เมดอินไทยแลนด์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนผมเกิด คุณปู่บินจากเกาหลีมาไทย เขาบอกพ่อกับแม่ว่า ไหน ๆ จะมาตั้งหลักที่ไทยอยู่แล้ว ลูกก็เกิดที่ไทยด้วย ก็อยากให้ตั้งชื่อที่เกี่ยวกับประเทศไทยหน่อย คุณปู่เสนอว่าให้ชื่อห่วงใยประเทศไทยดีมั้ย แต่ละพยางค์ในภาษาเกาหลีมีความหมายอยู่แล้ว ชื่อคิวเทลงตัวพอดี ซิมคือชื่อตระกูล ‘คิว’ ย่อมาจากคำว่าเข้าใจ ส่วน ‘เท’ มาจาก ‘แทกุก’ ที่แปลว่าประเทศไทย ก็เลยเป็น ซิม คิวเท แต่เพื่อนเรียกกันไม่ค่อยถูกนะ คิวเทบ้าง ไคยิวเทบ้าง เรียกหยาบ ๆ ก็มี ผมเลยให้เพื่อนเรียก ‘ซิม’ แล้วกัน น่าจะเรียกง่าย จำง่ายกว่า

แล้วคุณห่วงใยประเทศไทยจริงมั้ย

จริง ๆ ก็เหมือนผมเป็นคนไทยนะ ทุกครั้งที่ไปเกาหลีจะอยากกลับมาไทยตลอด ที่นั่นไม่มีอะไรที่เราคุ้นชินเลย เหมือนไปเที่ยวต่างประเทศมากกว่า รู้สึกชัดเจนเลยว่าประเทศไทยคือบ้านของเรา ถามว่าห่วงใยมั้ยก็ต้องห่วงอยู่แล้ว เพราะว่านี่คือบ้าน

ถามจริง ประเทศนี้มีอะไรให้คุณหลงรัก

อย่างแรกก็เรื่องอาหาร ผมชอบกินอาหารรสจัด เผ็ด ๆ อร่อย ๆ อย่างกิมจิผมก็ไม่ค่อย ขอเลือกส้มตำดีกว่า กินมาตั้งแต่เด็กแล้ว

และที่ประทับใจที่สุดคือผู้คน ผมว่านิสัยคนไทยไม่เหมือนคนเกาหลีนะ คนไทยค่อนข้างใจเย็น ใจดีกว่า คนเกาหลีแอบดุ (หัวเราะ) ถ้าไม่รู้จักกันจะเหมือนมีกำแพงกั้นอยู่ พออยู่เกาหลีนาน ๆ ผมกลายเป็นอีกคนหนึ่งเลย เป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก เข้าไปเฮฮากับใครไม่ได้ แต่ที่ไทยเราได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่

หมายความว่าไม่มีความคิดจะไปใช้ชีวิตที่เกาหลีเลย

ปกติผมกลับเกาหลีปีละครั้งอยู่แล้ว แต่ไม่เคยคิดจะกลับไปใช้ชีวิตที่นั่นยาว ๆ เคยมีที่คิดเล่น ๆ ว่าอยากดังที่เกาหลีบ้างเหมือนกัน แต่คิดไปคิดมาก็รู้ตัวว่าวันนี้มีความสุขอยู่แล้ว ผมอยากประสบความสำเร็จในไทยให้สุดมากกว่า

หลายคนเรียกคุณว่าเกาหลีตัวปลอม บ้างก็แซวว่าคุณพูดภาษาไทยไม่ชัด เคยน้อยใจบ้างรึเปล่า

ไม่เลย ผมว่าเป็นอะไรที่ดี จริง ๆ แล้วหนึ่งในสี่ของคนที่ติดตามช่อง Kyutae Oppa ก็ไม่รู้นะว่าผมเป็นคนเกาหลี เขาคิดว่าผมเป็นคนไทยที่แกล้งเป็นเกาหลี แต่ผมไม่น้อยใจเพราะมันเป็นกิมมิกดี ให้คนงงว่าสรุปเป็นเกาหลีหรือไทยกันแน่ คนดูจะสงสัยว่าไอ้นี่เป็นใคร แล้วก็อาจจะไปค้นหา เข้าไปดูคลิปของเราต่อ

แต่ทุกวันนี้ภาษาไทยของผมก็เก่งขึ้นเยอะนะ 

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'
Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

อกหัก…จึงกล้าแสดงออก

จากเด็กที่อยากทำงานเบื้องหลัง ไม่ค่อยกล้าแสดงออกตอน ม.ปลาย เปลี่ยนแนวมาอยู่หน้ากล้อง ทำช่องยูทูบได้ยังไง

ผมอกหัก ด้วยความเป็นเด็กด้วยเลยรู้สึกอกหักอย่างแรง ตลกดีเหมือนกัน ตอนนั้นอยู่ที่สถานบันเทิงพอดี ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดอะไร จู่ ๆ ก็อยากขึ้นไปเต้น จากที่เศร้า ๆ พอเต้นแล้วรู้สึกลืมเรื่องอกหักไปเลย เหมือนได้เจอความสุขที่แท้จริง เห็นผู้คนมองขึ้นมาบนเวที โฟกัสที่เราคนเดียว หลังจากวันนั้น ผมก็ลองเป็นคนอีกแบบหนึ่งดู ลองยกมือขอขึ้นเวทีในงานโรงเรียนบ้าง ลองทำตัวเป็นรุ่นพี่ที่ร้องเพลงตามบันไดบ้าง (หัวเราะ) ก่อนหน้านั้นผมไม่กล้าเลยนะ กลัวมาก 

พอรู้ตัวว่ามีความสุขที่ได้แสดงออก ทีแรกผมอยากเป็นนักร้อง แต่ก็คิดว่าเป็นไม่ได้ เพราะขนาดคนที่ร้องเพลงอยู่ข้าง ๆ ยังร้องเพราะกว่าเราเลย โลกนี้มี 7 พันล้านคน ผมคงไปถึงจุดที่เป็นนักร้องไม่ได้ ก็เลยมองหาอะไรบางอย่างที่จะทำให้เรามีชื่อเสียง ก็ได้เจอยูทูบ เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ฟรี จะมาจากไหน อายุเท่าไหร่ ก็สร้างได้ ก็ลองทำดู ทำมาเรื่อย ๆ จนถึงวันนี้

พอจะจำได้มั้ยว่าคลิปแรกมีคนดูเท่าไหร่

โห คลิปหนึ่ง 40 – 50 วิวเอง ตอนนั้นคิดเยอะมากนะ ผมเริ่มทำช่วง ม.6 ทำแล้วคนก็ล้อ เพื่อนที่โรงเรียนก็ล้อว่าไอ้นี่เป็นอะไร เด็ก ๆ รุ่นน้องก็หัวเราะ คุณครูก็ดูถูก ออกแนวเป็นห่วงเพราะใกล้จะต้องเข้ามหาลัยแล้ว แต่ไอ้นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปมหาลัยไหน วัน ๆ ทำแต่คลิป

ยอดก็ไม่ได้ดี แถมมีคนดูถูกด้วย ทำไมคุณจึงยังทำต่อ

ก็โดนล้อโดนดูถูกไปแล้ว ผมขอทำต่อดีกว่า (หัวเราะ) 

แต่ผมไม่โกรธคนที่ล้อนะ เพราะผมก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง ผมยังไม่ดังจริง ๆ และคุณภาพของคลิปที่เราทำก็ตลกด้วย สมัยนั้นคนยังไม่เข้าใจว่าทำยูทูบเป็นยังไง แต่เราไม่สนใจ โอเค มีคนล้อ งั้นลองทำอีกคลิปแล้วกัน ลองหาดูว่าแบบไหนคนถึงจะชอบ ทำไปก็ยังไม่ดีหรอก แต่มันทำให้เรากลายเป็นรุ่นพี่ทำคลิปประจำโรงเรียน แม้จะมียอดติดตามไม่ถึงร้อยคนก็เถอะ

แต่พอโดนล้อมาก ๆ เข้า ผมก็เขินจนทนไม่ไหว ทำคนเดียวเหงาไปหน่อย เลยบอกเพื่อนว่ามาทำด้วยกันเถอะ คุณครูจะได้ดูถูกมึงด้วยไง (หัวเราะ) แก๊งผมมี 4 คน ก็มาช่วยออกในคลิป พอทำด้วยกันกับแก๊งเพื่อนก็เหมือนยูทูบเป็นกิจกรรมที่ได้มาสนุกกัน ตอนผมถ่ายจะมีรุ่นน้องในโรงเรียนมาดูตลอด เพราะสิ่งที่เราทำตลกมาก ผมเลยมีกำลังใจจะทำต่อไป

ใครสอนคุณทำยูทูบ

ศึกษาเองหมดเลย หลายคนทำเป็นอยู่แล้ว มันแอบคล้ายหลักการตลาดนิดหน่อย เราต้องหาอะไรที่แตกต่างในตลาดเดียวกัน ในยูทูบมีคอนเทนต์กินแล้ว เฮ้ย เกาหลีเต้นสายย่อ เกาหลีดูหนังผีไทยยังไม่มีนี่หว่า งั้นผมลองทำดีกว่า 

ส่วนการตัดต่อ ผมก็ต้องเรียนเหมือนกัน ความโชคดีอย่างหนึ่งคือผมเรียนโรงเรียนอินเตอร์ เลยสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ไม่รู้อะไรก็เสิร์ช ยุคนั้นคลิปสอนตัดต่อที่เป็นภาษาไทยยังไม่ค่อยมี แต่ภาษาอังกฤษมีทุกอย่างที่เราอยากเรียน ได้เข้าใจตั้งแต่ตอนนั้นว่า ถ้าผมอยากเรียนอะไรก็เรียนเองได้ ไม่ต้องมีอาจารย์คอยสอน

ช่อง ‘Kyutae Oppa’ เริ่มเป็นที่รู้จักตอนไหน

คลิปแรกที่ดังน่าจะเป็นเกาหลีดูหนังผีไทย เราอัดคลิปตัวเองดูหนังผี แล้วตัดเฉพาะรีแอคชันตอนตกใจ ปรากฏว่ามีคนดูดคลิปผมไปลงในเพจ คนแชร์เป็นหมื่นเลย ผมรีบทักไปหาเขาว่าใส่เครดิตให้หน่อยได้มั้ย ตอนนั้นไม่มีความรู้ ไม่รู้เลยว่าการที่เขาเอาคลิปเราไปลงดีหรือไม่ดี คิดแค่ว่า ขอบคุณครับพี่ที่เอาคลิปผมไปลง ไหน ๆ ก็เอาไปแล้ว ฝากแปะชื่อผมด้วยได้มั้ย (หัวเราะ) วันนั้นยอดติดตามผมขึ้นมา 2,000 – 3,000 แล้วไม่นานก็ขึ้นไปถึงหลักหมื่น

ทุกวันนี้ คลิปที่คุณนำเพลงไทยมาแปลงเนื้อเป็นภาษาเกาหลีได้รับความนิยมมาก ๆ เล่าแรงบันดาลใจของคลิปแนวนี้ให้ฟังหน่อย

ช่วงโควิดผมว่างมาก เลยลองหาเพลงดัง ๆ ตอนนั้นเพลง วาฬเกยตื้น ของ GUNGUN มาแรง เลยลองแปลเนื้อเพลงดู วันเดียวก็เสร็จ ผมก็ร้องแล้วลงยูทูบ โอ้โห คนดูเยอะมาก 10 – 20 ล้าน งั้นผมทำต่อดีกว่า แค่นั้นเลย 

การร้องเพลงลงยูทูบทำให้คุณเข้าใกล้ความฝันวัยเด็กที่อยากเป็นนักร้องมากขึ้นมั้ย

ทุกวันนี้ก็ยังอยากเป็นนักร้องนะ แต่พอทำยูทูบ ผมก็ไม่มีเวลาเข้าหาดนตรีเท่าไหร่ มีช่วงที่ลืมความอยากเป็นศิลปินไปเหมือนกัน รู้สึกว่าศิลปินเป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง ต้องทุ่มเท ต้องให้เวลามาก ๆ เดี๋ยวนี้มีแอบทำเพลงบ้างเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร ยังตั้งใจเต็มที่กับยูทูบเหมือนเดิม แต่กับอะไรที่จะตามมา ผมก็พยายามทำเรื่อย ๆ เพื่อให้วันหนึ่งมันสมบูรณ์

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

ถ้ารู้สึกเครียด ผมไม่ทำ

เคล็ดลับอะไรที่ทำให้ ‘Kyutae Oppa’ โดดเด่นกว่าช่องอื่น ๆ ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน

ผมขายตัวเองไว้ในนั้น เอาบางอย่างที่เป็นชีวิตจริงลงไปอยู่ในช่อง สิ่งที่ผมอยากเป็น การที่น้องสาวเป็นเด็กพิเศษ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่พบเจอ ผมก็เอาไปละลายในช่อง บางคนอาจจะมองว่านี่เป็นการขายวิญญาณ แต่ผมว่านี่คือวิถีชีวิต คือการนำเสนอตัวตนให้คนดูตามที่ตัวบุคคล วิธีนี้เป็นอะไรที่อยู่ได้นานที่สุด

แล้วบุคคลที่ชื่อ ซิม คิวเท น่าติดตามยังไง

ผมสัญญากับตัวเองว่า ตอนอยู่หน้ากล้องต้องสนุก พลังงานต้องเต็มร้อย จะเช็กก่อนทุกครั้งว่าเรามีเรื่องเครียดอะไรรึเปล่า ถ้ามี ผมจะไม่ถ่ายเลย ผมว่าเป็นการไม่ให้เกียรติคนดู เพราะคนดูส่วนใหญ่มีเรื่องเครียดอยู่แล้ว เขาไม่ได้มาเอาความรู้ แต่อยากมาดูว่าวันนี้ผมทำอะไร อยากหัวเราะในสิ่งที่ผมทำ อยากเห็นผมบ้า เห็นผมโชว์พลังในที่สาธารณะ อยากเห็นผมมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะทำอะไร ไปร่วมงานกับแขกรับเชิญคนไหน ผมจะไม่มีการเกร็งหรือกลัว ผมอยากให้พลังงานของผมช่วยให้คนดูมีความสุข นี่น่าจะเป็นจุดสำคัญที่สุดที่ทำให้คนติดตามผม 

คุณไม่ฝืนเลยเหรอที่ต้องเต้นหรือทำเรื่องตลกในที่สาธารณะ

ฝืนครับ ฝืนมาก ครั้งแรกผมก็ไม่กล้า คืนก่อนหน้านอนไม่หลับเลย วันนั้นนัดเพื่อนคนหนึ่งให้มาช่วยถ่าย ต้องเต้นกลางห้าง เราไม่เคยถ่ายคลิปในห้างมาก่อน ทั้งเกร็งทั้งกลัว (ทำท่าลุกลี้ลุกลน) เฮ้ย คนนั้นมองเราทำไม เฮ้ย คนนั้นสวยมากเลย เขินจัง ผมเกร็งไปหมด

จริง ๆ ผมลืมความรู้สึกนี้ไปแล้วนะ แต่ยูทูบเบอร์หลายคนก็ยังเป็นอยู่เวลาต้องถ่ายคลิปในที่สาธารณะ ทุกวันนี้ผมแบ่งช่องในสมองได้แล้ว ถ่ายคลิปคือถ่ายคลิป ทำอย่างอื่นคือทำอย่างอื่น ประสบการณ์ทำให้เราแบ่งได้ชัดเจนว่าเวลาไหนเครียดได้ เวลาไหนต้องถ่าย 

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

ทุกวันนี้ก็คือเต้นกลางห้างได้แบบชิลล์ ๆ

ตอนนี้ดีดนิ้วปุ๊บ เต้นได้เลย (หัวเราะ)

อะไรทำให้เด็กปี 1 ที่เพิ่งเรียนมหาลัยได้แค่ 3 เดือน ตัดสินใจลาออกไปเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง

ก่อนทำยูทูบ ผมอยากไปเรียนที่นิวยอร์ก อยากเป็นผู้กำกับอยู่หลังกล้อง แต่พออกหัก เริ่มทำยูทูบ ก็ไม่ได้อยากเรียนอะไรเป็นพิเศษ แต่พ่อแม่อยากให้เรียน และผมก็อยากรู้ เอ เรียนมหาลัยจะเป็นยังไง

ทีนี้มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปถ่ายคลิปที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ลงคลิปเสร็จ มหาลัยก็ติดต่อมาว่าอยากให้ไปเรียนที่นั่น คณะนิเทศ ให้ทุนเรียนฟรี 4 ปีเลย ผมคิดในใจ ‘โห สบายจัด ทำยูทูบจนได้เข้ามหาลัย บ้าไปแล้ว (ทำเสียงสูง)’ 

แต่พอเข้าไปเรียนจริงไม่เหมือนที่คิดไว้ ผมต้องเรียนใหม่หมด ตั้งแต่วิธีเปิดกล้อง ชัตเตอร์สปีด เช็ดเลนส์ ตอนนั้นรู้สึกเหนื่อย ทำยูทูบ เรียนหนัก เดินทางก็ไกล เลยลองชั่งน้ำหนักดูว่า ระหว่างออกมาเรียนเองกับเรียนในมหาลัย อันไหนเร็วกว่า เรียนเองอาจจะไม่ละเอียดเท่ามหาลัย แต่ก็คงเร็วกว่า ได้เจอคนมากกว่า ผมมีเป้าหมายใหม่ด้วย อยากลองก้าวไปอีกขั้น เห็นยูทูบเบอร์หลายคนเริ่มเปิดบริษัทของตัวเอง ผมเลยลาออกหลังจากเรียนไปแค่ 3 เดือนเพื่อมาจดทะเบียนบริษัท ตอนนั้นอายุแค่ 19 

การเปิดบริษัทนับเป็นก้าวสำคัญของชีวิตเลยรึเปล่า

เป็นแรงบันดาลใจที่กระตุ้นให้เราตั้งใจทำงานมากขึ้น ตอนนั้นเป้าหมายผมเกินจริงมาก ยังเด็กด้วย คิดแผนว่าจะเปิดบริษัท จะมีลูกน้องกี่คน จะขายนู่นนี่นั่น ต้องมีเสื้อผ้านะ ต้องมีผู้ติดตาม 70 ล้านคนนะ จะมีรถกี่คัน วันหนึ่งต้องเปิดโรงเรียนสอนทำยูทูบให้ได้ 

ถึงวันนี้ทำอะไรไปแล้วบ้าง

ไม่ได้ทำเลยครับ (หัวเราะ)

พอลองทำบริษัทจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าเราไม่ได้ชอบ เราแค่ทำตามคนอื่น ผมรวยขึ้น ดังขึ้นก็จริง แต่ว่าในใจรู้สึกว่าเดินผิดทาง ทุกวันนี้ยังมีบริษัทอยู่ แต่ก็ทำยูทูบเป็นหลัก ไม่ได้มีธุรกิจอะไรมากมาย

คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ
คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ

คนจริงใจมีน้อย

ทำยูทูบมา 5 ปี มีผู้ติดตามกว่า 8 ล้านคน เคยรู้สึกหมดไฟ อยากเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้างรึเปล่า

ถ้าตอบว่าไม่ก็โกหกแล้ว มีแน่นอน ช่วงที่เหนื่อยและหมดไฟที่สุดคือ ตอนที่จะเปลี่ยนยูทูบจากงานอดิเรกมาเป็นอาชีพ ยากนะ ไม่รู้เลยว่าจุดเปลี่ยนคือตอนไหน ถามวันนี้ก็ยังตอบไม่ได้ 

มีช่วงที่บอกกับตัวเองเหมือนกันว่าจะทำยูทูบต่ออีกแค่ 3 ปี จริง ๆ ยูทูบเบอร์หลายคนเคยบอกตัวเองแบบนี้นะ แต่พอคิดแบบนี้แล้วชีวิตไม่มีความสุขเลย เหมือนเราให้วันหมดอายุกับตัวเอง ถึงจุดหนึ่งเลยเปลี่ยนความคิดใหม่ ได้รู้ว่าทำยูทูบไปเรื่อย ๆ ก็ดี จริง ๆ ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็คงมีช่วงหมดไฟกันทั้งนั้น ผมลองตั้งใจใหม่ ลุยใหม่ จนความคิดที่จะทำยูทูบอีกแค่ 3 ปีหายไป ก็คงตั้งใจทำจนกว่าจะทำไม่ได้

หมายความว่าอาจจะมีวันที่คุณเลิกทำยูทูบ

มีอยู่แล้ว สักวันแหละ ทุกอย่างมีวันหมดอายุ แต่ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าตอนไหน วันหนึ่งคนอาจจะไม่ดูเราแล้ว หรือเราอาจจะทำเหมือนเดิมไม่ได้ก็ได้ ไม่มีทางรู้ แต่ถ้าถามตอนนี้ก็ยังอยากทำช่องไปเรื่อย ๆ นะ

การเป็นบุคคลสาธารณะตั้งแต่เป็นวัยรุ่นให้อะไรและเอาอะไรไปจากคุณบ้าง

ให้ผมได้รู้จักกับธาตุแท้มนุษย์ ผมทำยูทูบมา 5 ปี ทุกคนรอบตัวเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ความคิด ความชอบ สังคม เวลาสั้น ๆ เอง แต่ทุกอย่างแทบไม่เหมือนเดิม ผมได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้เยอะมาก

สิ่งที่เอาไปคือเวลา ผมได้สนุกสนานกับเพื่อนน้อยมาก ชีวิตผมไม่เหมือนของเพื่อนรุ่นเดียวกัน ตอนเพื่อนเรียนมหาลัย ผมทำงานแล้ว แทบไม่มีเพื่อนวัยเดียวกันเลย เพื่อนที่มีส่วนมากก็อายุมากกว่าเราหมด 

อีกอย่างที่เสียไปคือความเป็นส่วนตัวและความรู้สึก ผมไม่ได้มีสังกัดหรือบริษัทมาดูแล ต้องดูแลอารมณ์และชื่อเสียงของตัวเองตั้งแต่เด็ก เหนื่อยนะ ไม่มีผู้ใหญ่แนะนำ พ่อแม่เป็นคนเกาหลี เขาก็ไม่ได้เข้าใจทั้งหมดว่าสิ่งที่เราทำคืออะไร เราติดต่องานเอง ทำเองทุกอย่าง (นิ่งไป) 

ลืมไปเยอะเหมือนกันนะ ผ่านมานานแล้ว ตอนนั้นผมกลัวมาก กลัวไปหมดทุกอย่าง กลัวว่าจะพูดอะไรผิดรึเปล่า ไม่รู้ว่าออกจากบ้านแล้วจะมีคนว่าอะไรเรามั้ย เคยเจอดราม่าเหมือนกันเลยได้เข้าใจว่า อ๋อ เวลาดาราเจอเรื่องดราม่ารู้สึกแบบนี้นี่เอง แต่ถ้ามองถึงวันนี้ ผมคงบอกว่ามันดีแล้ว คุ้มแล้ว เพราะสิ่งนี้เป็นความสุขของเราจริง ๆ เราแค่ต้องหาให้เจอ เลือกโฟกัสให้ถูกจุด

คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา คุณต้องเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่ในชีวิต ทั้งเรื่องความสัมพันธ์กับคนรักและเพื่อนร่วมงาน สิ่งที่ช่วยให้คุณผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้คืออะไร

เป็นเรื่องที่แปลกมากนะ ช่วงต้นปีมีวันหนึ่งที่เราเอามือขึ้นมาตบหน้าตัวเอง ไม่รู้เลยว่าเกิดจากอะไร ไม่รู้ว่าฝันอยู่รึเปล่า ช่วงนั้นชีวิตผมคงแย่เหมือนมีคนมาตบหน้าตลอดเวลา สมองเลยคิดแต่เรื่องไม่ดีจนมือเริ่มตบปึ้ง ตบปึ้ง ไม่ยอมหยุด ตบถึงตี 4 ช้ำเลยนะ แต่พอได้สติ ผมหันไปมองดาวที่อยู่บนฟ้าหน้าบ้าน ถึงได้รู้ตัวว่าเราอยู่ตรงนี้ ถ้าโฟกัสแค่สิ่งตรงนี้ ความคิดต่าง ๆ ก็จะไม่ทำร้ายเรา ไม่รู้สิ เหมือนสมองสอนตัวเอง อาจจะดูบ้านะ แต่เป็นอย่างนั้นจริง ๆ หลังจากวันนั้น ความคิดลบก็แทบไม่มีเลย ความโกรธก็น้อยลงมาก

ยากนะ กว่าจะผ่านมาได้ ตอนนั้นเหมือนมียมทูตคอยกระซิบตลอดว่า ทำแบบนี้ก็ได้นะ มีหลายวิธีที่สามารถแก้แค้นคนที่ทำไม่ดีกับเรา วิธีมืดก็มีตั้งเยอะ แต่ผมไม่ทำ ผมเลือกที่จะรอ 2 เดือน ให้ตำรวจดำเนินการ แต่ระหว่างนั้นผมก็ยังเห็นสิ่งไม่ดีที่เขาทำกับเรา ก็ทำได้แค่อดทน พออดทนได้ เรื่องดี ๆ ก็เกิดขึ้น คงเป็นความอดทนนี่แหละที่ทำให้ผมผ่านจุดนั้นมาได้

ถ้าให้สรุปเป็นบทเรียนหนึ่งข้อ

คนจริงใจหายาก

ตอนนี้ผมไม่กลัวอะไรแล้วนะ ถ้าโดนโกง โดนบอกเลิกอีก ก็รู้แล้วว่าต้องทำยังไง ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานหรอก คนรอบตัวทั้งหมดแหละ เราต้องดูก่อนว่าใครหวังผลประโยชน์อะไรจากเรารึเปล่า ก่อนหน้านี้ผมมีเพื่อนเยอะมาก แต่พอเกิดเรื่องนี้ขึ้น ผมก็เข้าหาคนน้อยลง มีแค่ไม่กี่คนเองที่จริงใจกับเรา เพิ่งได้รู้ว่าจริง ๆ แล้ว คนจริงใจหายากนี่หว่า ตอนเด็กเราไม่รู้ นึกว่าคนจริงใจมีอยู่ทุกที่ ข้างบ้านก็มี แต่เปล่า คนจริงใจมีน้อย และในเมื่อมีน้อยก็ต้องรักษาให้ดี

วันนี้ในวัย 23 คุณคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วรึยัง

ผมว่ายังนะ ประสบความสำเร็จเหรอ (นิ่งไป 20 วินาที)

ใช่ ผมว่ายัง แต่ผมก็ไม่ได้มีเป้าหมายนะว่าอยากเป็นแบบไหน แต่ก็พูดไม่ได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว การประสบความสำเร็จน่าจะมาพร้อมความคิดที่แข็งแกร่ง มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่เกรงกลัว มีปัญหาก็รับมือได้ทุกอย่าง วันนี้ผมมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น ผมยังอายุน้อย มีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ ต้องเจออุปสรรคอีกเยอะในชีวิต

แสดงว่าคำว่า ‘ประสบความสำเร็จ’ ในนิยามของคุณไม่ใช่แค่หน้าที่การงาน แต่จิตใจต้องแข็งแกร่งด้วย

ถ้าคนติดตามในยูทูบเพิ่มขึ้น ผมดีใจอยู่แล้ว การได้ 10 ล้านซับก็สำคัญ (หัวเราะ) แต่ผมก็อยากให้ตัวเองโตขึ้นด้วย อยากให้เรา คนในทีม และช่องยูทูบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพไปพร้อมกัน อยากมั่นใจมากกว่านี้

ตอนนี้ยังมั่นใจไม่พออีกเหรอ

ผมว่ายังไม่พอ นี่เป็นแค่ช่วงเรียนรู้ ผมทำยูทูบมา 5 ปี แต่ก็เพิ่งได้เจออุปสรรคเกี่ยวกับคนครั้งแรก คนรอบตัวเคยโดนมาหมด ผมว่านี่คือประสบการณ์สำคัญที่คนทำธุรกิจทุกคนต้องเจอ ถ้าไม่เจอก็เหมือนยังไม่ได้เริ่ม ตอนนี้น่าจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของคิวเท โอปป้า

คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographer

A.W.Y

ช่างภาพจากเชียงใหม่ที่ชอบของโบราณ ยุค 1900 - 1990

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load