ผิวหนังก็เหมือนปาก

กว่าจะเลือกหยิบขนมหรือซอสปรุงรสสักขวดลงตะกร้า หลายๆ คนคงพลิกซองไปมา อ่านฉลากอยู่นานสองนาน เพราะเราต่างรู้กันดีว่าของกินเหล่านั้นต้องสัมผัสกับอวัยวะภายในและร่างกายของเราโดยตรง หากเผลอทานอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า ก็อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของเราได้เป็นแน่

ในทางกลับกัน เมื่อเราไปซื้อสบู่ แชมพู ยาสีฟัน เรากลับหยิบลงตะกร้าแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก อาจพิจารณาจากสี กลิ่น รส และโปรโมชันลดราคาอีกเล็กน้อย มาตรวัดการเลือกซื้อของใช้จึงไม่ซับซ้อนวุ่นวายเท่ากับของกิน นั่นเป็นเพราะเราต่างคิดกันไปเองว่า ของใช้เหล่านั้นล้วนอยู่ภายนอกร่างกาย จะต้องประณีตอะไรเสียมากมายกับของที่เราไม่ได้ดื่มกินเข้าไป

แต่ผิวหนังเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่มากที่สุดในร่างกาย  สารเคมีจากผลิตภัณฑ์ของใช้ต่างๆ ที่เราทาถูลงบนผิวหนัง สามารถซึมผ่านชั้นผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เพียงพอที่จะทำให้คุณลองพลิกฉลากของใช้ก่อนซื้อ

หากลองอ่านส่วนผสมที่ข้างกล่อง จะพบว่าโลชั่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ตลอดจนผลิตภัณฑ์กลุ่มซักล้างบางชนิด เต็มไปด้วยสารเคมีและสารก่อมะเร็งจำนวนมาก ลองนึกดูคร่าวๆ ว่าตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนหัวถึงหมอนอีกครั้งในตอนค่ำ เราใช้ผลิตภัณฑ์อะไรกันบ้างในวันวันหนึ่ง แล้วเราใช้ต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ นั่นเป็นปริมาณมหาศาลของสารเคมีที่ร่างกายซึมซับลงไปโดยที่เราไม่รู้ตัว 

แม้ว่าบางคนจะหันมาปลูกผัก ทำอาหารทานเอง กินอยู่ตามวิถีรักสุขภาพ ก็อาจยังพบสารเคมีใกล้เนื้อตัวจากของใช้อุปโภคที่ดูไม่มีอันตราย แทนที่อวัยวะต่างๆ จะได้ทำหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็ต้องเสียเวลามากำจัดสารพิษจากนานาของใช้ที่เราประโคมใช้กันอยู่ทุกวี่วัน ท้ายที่สุด ร่างกายก็จะอ่อนแอลงไปด้วย

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ :  Pasutara พสุธารา

ของใช้เหล่านี้ข้องเกี่ยวหมุนเวียนในชีวิตประจำวันของเรามากพอๆ กับอาหาร 3 มื้อ คงจะดีไม่น้อยหากเรามีผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ปลอดสารเคมีอันตรายเป็นทางเลือก วันนี้ ‘มนุษย์อินทรีย์’ จึงอยากให้ทุกท่าน 

‘ขออย่ายอมแพ้’ ให้กับสารเคมีในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ และอย่ายอมแพ้ต่อการช่วยโลกของเรา ด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ของใช้อินทรีย์ตั้งแต่หัวจรดเท้าจากทั่วฟ้าแบรนด์ไทย ที่ใช้วัตถุดิบในการผลิตจากธรรมชาติ ซึ่งนอกจากดีต่อตัวผู้ใช้ ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าจะเกิดอาการแพ้แล้ว ก็ยังดีต่อโลกและสิ่งแวดล้อมด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะเมื่อวัตถุดิบต้นทางผ่านการคัดเฟ้นเฉพาะสารอินทรีย์ธรรมชาติ ปลายทางที่ถูกชะล้างลงท่อระบายน้ำก็ย่อยสลายได้ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

แต่ก่อนที่จะหยิบตะกร้าไปเลือกช้อป เราอยากให้คุณลองเคลียร์ของใช้อันเก่าในห้องน้ำและโต๊ะเครื่องแป้งออกเสียก่อน มาดูกันว่าบนฉลากผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายเหล่านี้แฝงตัวอยู่หรือไม่

โซเดียมลอริลซัลเฟต หรือ โซเดียมลอริลอีเทอร์ซัลเฟต (Sodium Lauryl Sulfate-SLS หรือ Sodium Lauryl Ether Sulfate-SLES) : สารทำให้เกิดฟอง มักพบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกายและเส้นผม ช่วยลดแรงตึงผิวและทำให้สิ่งสกปรก คราบไขมันหลุดออกได้ง่าย หากมีความเข้มข้นมากไป อาจทำให้ผิวแห้งตึง ขาดน้ำ เกิดสิว และระคายเคืองต่อเยื่อบุตาได้

สารกลุ่มพาราเบน (Parabens) : สารกันเสีย ป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์เสียง่าย มักพบในเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย เส้นผม และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ แม้ใช้เพียงเล็กน้อยแต่ถ้าหากร่างกายสะสมเป็นเวลานานก็อาจเป็นสารก่อมะเร็งเต้านมได้

ซิลิโคน (Silicone) : นิยมใช้ในโลชั่นหรือครีมนวดผม ทำหน้าที่คล้ายพสาสติกเคลือบให้ผิวและเส้นผมนุ่มลื่น แต่อาจเกิดการระคายเคือง สิวอุดตัน และเส้นผมแห้งกรอบ

ปิโตรเคมีคอล (Petrochemicals) : ทำจากน้ำมันดิบ มักพบในโลชั่นและเครื่องสำอางทั่วไป ทำหน้าที่เป็นฟิล์มเคลือบผิว กักเก็บความชุ่มชื้น แต่อาจทำให้ผิวหนังอุดตันได้

สีสังเคราะห์ (Artificial Color) : สีสันที่ฉูดฉาดล้วนเป็นสีสังเคราะห์ที่อาจมีการปนเปื้อนของโลหะหนัก หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเกิดการสะสมเป็นสารก่อมะเร็งได้ นอกจากนี้ บางผลิตภัณฑ์ยังใส่กลิตเตอร์แวววาวหรือผงมุกเม็ดเล็กๆ เหล่านี้เป็นสารเคมีและทำจากเม็ดบีดไมโครพลาสติก เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

ไตรเอทานอลเอมีน (Triethanolamine หรือ TEA) : ทำหน้าที่ปรับค่า pH มักพบในผลิตภัณฑ์กลุ่มสารทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ซักล้าง และกลุ่มเจลล้างมือต่างๆ อาจทำให้เกิดการแพ้ ผิวหนังหรือเส้นผมแห้งกร้าน เกิดการระคายเคือง เป็นผื่นแดงบริเวณผิวหนังและดวงตาได้

ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) : มักใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรคในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สบู่ แชมพู ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัว ซึ่งนอกจากจะทำร้ายผิวอย่างรุนแรงแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อปอด ระบบประสาท และระบบทางเดินหายใจ

โพลีเอธิลีนไกลคอล (Polyethylene Glycol หรือ PEG) : สารให้ความชุ่มชื้นและช่วยทำให้เนื้อครีมข้นขึ้น มักพบในเครื่องสำอางทำความสะอาดผิวหน้าและครีมบำรุงผิวต่างๆ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหนังได้ และอาจเป็นสาเหตุของความผิดปกติในตับและไต

เมทิลไอโซไทอะโซลิโนน (Methylisothiazolinone หรือ MIT) : สารกันเสีย มักพบในเครื่องสำอาง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ แต่อาจก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคืองได้

ไตรโคซาน (Triclosan) : ส่วนผสมในสบู่ ยาสีฟัน เครื่องสำอาง ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียและเหงือกอักเสบ ทำให้เกิดอาการแพ้ตามผิวหนัง และมีผลให้ฮอร์โมนทำงานผิดปกติ

ดูแล้วก็มีที่คุ้นหน้าค่าตากันอยู่หลายชนิด สารบางตัวเราก็แทบจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่เชื่อสิว่าเครื่องใช้รอบตัวคุณมีสารเหล่านี้เจือปนอยู่แทบทั้งนั้น บางชนิดติดสติกเกอร์แผ่นใหญ่ไว้หน้าขวดว่า NO SLS แต่พอพลิกดูฉลากกลับมีคำว่า Sodium Laureth Sulfate อยู่ทนโท่ หากไม่พลิกอ่านก็แทบไม่รู้ตัว ว่าเราประโคมใช้สารเคมีกันอยู่ทุกเช้าเย็น ดังนั้น เพื่อให้การช้อปปิ้งข้าวของเครื่องใช้ตั้งแต่หัวจรดเท้าในครั้งต่อไป ปลอดภัยจากสารพิษนานาชนิดที่ไม่เป็นมิตรต่อร่างกาย ตามไปดูแบรนด์ไทยเชื้อสายอินทรีย์เหล่านี้กันดีกว่า ว่าจะมีของใช้ที่รักเราและรักโลกชนิดใดให้เลือกซื้อเลือกหากันบ้าง

01

ZNYA Organics

ช่องทางการซื้อ : ร้านค้าและซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไป เช็กสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่ / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Znya Organics

Facebook : Znya Organics

Instagram : znyaorganics

โทรศัพท์ : 06 1626 2928 หรือ LINE ID : @znyaorganics

ZNYA Organics
ภาพ : Znya Organics

เริ่มกันที่ของใช้ออร์แกนิกที่มีทั้งผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่และเด็กน้อยวัยเตาะแตะ ปอน-วิตราภรณ์ พิมพลา คุณแม่ผู้เคยประสบปัญหาภูมิแพ้และผื่นลมพิษขึ้นทั้งตัว รักษามาทุกวิถีทางก็ยังไม่สามารถเอาชนะอาการป่วยนี้ได้หายขาด ในเบื้องต้นเธอคิดว่าสาเหตุมาจากอาหารที่รับประทาน แต่ภายหลังพบว่าสารก่อภูมิแพ้นั้นมาจากของใช้นอกร่างกายทั้งสิ้น เธอจึงหันมาพึ่งพาธรรมชาติและเริ่มคิดค้นสบู่สูตรออร์แกนิกร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ตัวเธอและคนที่บ้านใช้ จนปัจจุบันแบรนด์ ZNYA Organics มีผลิตภัณฑ์แตกกิ่งก้านสาขาออกมาอีกจำนวนมาก

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Znya Organics

ปอนเชื่อว่าเดิมทีผิวและผมของเราทุกคนมีสุขภาพดีอยู่แล้ว แต่เมื่อเราเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เจือปนสารเคมี สภาพผิวและผมจึงถูกปรับไปตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นั้นๆ สินค้าจากแบรนด์ ZNYA Organics จึงไม่มีการคัดแยกว่าสำหรับผิวมัน ผิวแห้ง หรือ ผมมัน ผมแห้ง แต่จะใช้วัตถุดิบอินทรีย์เพื่อดีท็อกซ์สารเคมี ปรับสภาพผิวและผมให้ค่อยๆ สมดุล ที่สำคัญยังวางใจในคุณภาพได้ว่าทุกวัตถุดิบล้วนเป็นอินทรีย์ ปราศจากสารเคมีและสารกันบูดทุกชนิด เพราะได้การการันตีจาก USDA Organic จากประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นที่เรียบร้อย 

สินค้าของ ZNYA Organics มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอย่างเบบี้ออยล์ สบู่เหลว สบู่ก้อน และน้ำมันทาผิว ไปจนถึงสบู่ล้างหน้าสูตรออร์แกนิก สกัดจากน้ำมันมะกอกและน้ำมันงา แชมพูสะเดาที่กวาดรางวัลจากโปแลนด์มาแล้วหลายเวที ยาสีฟันจากดอกเกลือและกานพลู ผงถ่านพอกหน้าช่วยขจัดสารเคมีในผิว เกลือแช่ตัวและเท้าผสมน้ำมันหอมระเหยและสมุนไพร และน้ำมันบำรุงผิวหน้าแบบจบครบที่ขวดเดียวสำหรับผู้ใหญ่

วัตถุดิบที่ปอนเลือกใช้ ก็มาจากพืชผลที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ติดต่อกับฟาร์มอินทรีย์และควบคุมดูแลการผลิตเองทุกขั้นตอน ที่น่าสนใจคือ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กจะไม่เจือปนสีและกลิ่นใดๆ เพื่อให้น้องๆ หนูๆ ได้ดมและจำกลิ่นของพ่อแม่ได้อย่างเต็มที่ ส่วนแป้งฝุ่นทาตัว ปอนกล่าวว่าลืมไปได้เลย เพราะเป็นที่รู้กันว่าแป้งฝุ่นล้วนทำมาจากทัลคัม ยิ่งทาก็เหมือนยิ่งเติมฝุ่นเข้าไปในปอดของเด็กๆ ผลิตภัณฑ์ที่เธอทำออกมา จึงมีเฉพาะของจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น

02

Bija Herbal

ช่องทางการซื้อ : ร้านสวน ชั้น 1 หอศิลป์ กรุงเทพฯ, Ecotopia ชั้น 3 Siam Discovery, ICON CRAFT ชั้น 5 ICONSIAM / ออนไลน์

เว็บไซต์ : BijaHerbal

Facebook : BijaHerbal

Instagram : Bijaherbal

โทรศัพท์ : 09 2440 9449 หรือ Line ID : BijaHerbal

Bija Herbal
ภาพ : Bija Herbal

ด้วยใจรักในวิถีภูมิปัญญาไทย และอยากส่งเสริมผลิตผลและเกษตรกรไทยให้มีรายได้ อ๋อย-อัจฉราวรรณ วงศ์สาธิตกุล จึงได้หยิบยกวัตถุดิบพื้นถิ่นอย่างข้าวเสาไห้ NON-GMO มาประดิษฐ์คิดค้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า พ่วงมาด้วยขนาดไซส์เล็กกะทัดรัดน่าพกพา ถูกใจนักเดินทางที่ต้องแพ็กกระเป๋ากันอยู่บ่อยๆ

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Bija Herbal

นอกจากเรื่องขนาดบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะจะหยิบใส่กระเป๋าได้แบบพอดิบพอดี อีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ Bija (พีชะ) ตีตลาดกลุ่มนักเดินทางได้แบบอยู่หมัด คือสินค้าส่วนมากมักทำออกมาในรูปแบบผง ทำให้ไม่มีปัญหาเวลาโหลดสัมภาระขึ้นเครื่องบิน สินค้าตัวแรกเริ่มคือผงแป้งข้าวล้างหน้า มีส่วนผสมหลักอย่างแป้งข้าวเจ้าและขมิ้นชัน เมื่อไม่ใช้น้ำจึงไม่ต้องใส่สารกันเสีย ปราศจากทัลคัมและน้ำหอม ฟองน้อยเพราะไม่มี SLS มากวนใจ 

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของพีชะคือแผ่นข้าวมาสก์หน้าที่ทำจากเส้นใยขนาดเล็กกว่าผ้าฝ้ายถึง 200 เท่า จึงทำให้แนบสนิทกับผิวหน้าได้ประหนึ่งว่าเป็นผิวหนังอีกชั้นของเรา ช่วยคืนความชุ่มชื่น กระจ่างใส และความสมดุลให้กับผิวหน้า และยังทำให้ครีมบำรุงผิวซึมลงผิวหน้าได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ที่สำคัญแผ่นมาสก์ยังย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ไม่ทิ้งภาระให้กับสิ่งแวดล้อม แอบกระซิบว่าโปรดักต์นี้ได้รับรางวัลจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติอีกด้วยนะ

แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะพีชะยังยกขบวนสินค้าคุณภาพคับกล่องมาอีกหลากหลายหมวดหมู่ ทั้งผลิตภัณฑ์ Anti-aging ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์กำจัดสิว ครีมบำรุงผิวและมือ ลิปบาล์ม อายส์เซรั่ม ผงสีฟัน น้ำมันนวดตัว และอีกสารพัดที่ไม่ได้กล่าวถึง ที่สำคัญสินค้าทุกชิ้นยังใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่ไว้ใจได้ ผ่านกรรมวิธีจากธรรมชาติและปราศจากสารเคมี เรียกได้ว่าประทินผิวทั้งเรือนร่างแบบปลอดภัยหายห่วง ตั้งแต่หัวจรดเท้ากันได้ไม่มีเบื่อเลยทีเดียว

03

THLOS  

ช่องทางการซื้อ : THLOS Skincare Care & Kitchen สุขุมวิท 66 (ปิดหน้าร้านชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด) / ออนไลน์

เว็บไซต์ : THLOS

Facebook : THLOS Skin Care & Kitchen

Instagram : thlos_skincare

โทรศัพท์ : 08 5819 9003 หรือ Line ID : @thlos_skincare

THLOS
ภาพ : THLOS

THLOS ชื่อแบรนด์ที่ย่อมาจาก The Herbal Lore of Siam แปลเป็นไทยว่า คลังความรู้เรื่องสมุนไพรแห่งสยาม ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 2010โดย เปิ้ล-อังคนา พรวิศวารักษกูล และ สุชิน พรวิศวารักษกูล พี่ชายของเธอ ทั้งสองตั้งใจอยากนำเสนออัตลักษณ์ของความเป็นไทยในรูปแบบผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางร่วมสมัย โดยใช้วัตถุดิบอินทรีย์มาเป็นส่วนประกอบของสินค้าทั้งหมด

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ: THLOS

เสน่ห์ของทลอส คือการพลิกโฉมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ด้วยการนำสมุนไพรมาใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันอย่างปลอดภัย พัฒนาสูตรโดยแพทย์แผนไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรไทย กลายเป็นข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่มาพร้อมกับแพ็กเกจหรูหรายกระดับ ให้พกใส่กระเป๋าและหยิบมาใช้ได้แบบไม่เคอะเขิน ไม่ว่าจะเป็นแป้งน้ำเย็น สบู่ แชมพู ครีมนวดผม น้ำมันนวด และโลชั่นบำรุงผิว 

ส่วนสินค้าที่ทลอสภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างยิ่ง คือ ลิปบาล์มสูตรเชียร์บัตเตอร์ สารสกัดจากวัตถุดิบออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานโดย COSMOS และ BIOGRECERT มีส่วนผสมจากน้ำมันมะพร้าว น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันเมล็ดองุ่น และโจโจบา ออยล์ ให้ความชุ่มชื่นเรียบเนียนแก่ริมฝีปากจากวัตถุดิบธรรมชาติแบบปลอดสารเคมี นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อาหารและของกินแปรรูปอีกหลายชนิดวางจำหน่ายให้เลือกช้อปกันอีกด้วย

แม้ในโลกปัจจุบันจะเต็มไปด้วยการรุกหน้าของเทคโนโลยีและวิทยาการมากมาย ทลอสยังคงเชื่อมั่นว่าถ้ามีสินค้าไทยคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม พ่วงมาด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามน่าใช้สอย ก็จะช่วยทำให้คนไทยมั่นใจและหันมาใช้สินค้าแบรนด์ไทยมากยิ่งขึ้น 

04

Rai Din Dee Jai  

ช่องทางการซื้อ : ออนไลน์

เว็บไซต์ : Rai Din Dee Jai

Facebook : Raidindeejaifarm

Instagram : raidindeejai

โทรศัพท์ : 086 059 8939 หรือ Line ID : raidindeejai

Rai Din Dee Jai
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

กำพล และ หทัยชนก คู่สามีภรรยาผู้หันหลังให้กับชีวิตในเมือง และกลับมาปลูกผักทำไร่ตามวิถีเกษตรอินทรีย์ที่จังหวัดอุทัยธานี เพราะอยากให้เจ้าตัวน้อยที่กำลังจะเกิดมาได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า เริ่มจากการเปลี่ยนผืนดินเพื่อปลูกเมล็ดงาตามวิถีเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า และสารกำจัดแมลง เก็บเกี่ยวด้วยวิถีธรรมชาติและใช้ระบบแมนนวลในการบีบน้ำมันงาจากสองมือ จนได้มาเป็นน้ำมันงาอินทรีย์ไร้สารเคมีออกขาย เมื่อมีโจทย์ที่ต้องฟื้นฟูบำรุงดิน ทั้งสองจึงตัดสินใจปลูกถั่วเขียวเพื่อไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด จากนั้นจึงต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วเขียวและพืชพรรณชนิดอื่นๆ อีกมากมาย

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Rai Din Dee Jai 

การปลูกพืชแบบอินทรีย์อาจต้องใช้ระยะเวลานานกว่า และผลผลิตไม่สวยเท่ากับผลผลิตในระบบที่ใช้สารเคมี ถั่วเขียวล็อตแรกจากไร่ดินดีใจจึงถูกกดราคาแบบครึ่งต่อครึ่ง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทั้งสองเริ่มมองหาวิธีแปรรูปผลผลิตเป็นสินค้าชนิดอื่นทดแทน จากนั้นจึงได้ลองหยิบยกพืชผลต่างๆ ที่ปลูกเองเก็บเองจากในไร่ มาแปรรูปเป็นเครื่องสำอางจากธรรมชาติแท้ๆ ที่ปลอดสารเคมีและดีต่อสิ่งแวดล้อม 

ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแรกเริ่มอย่างน้ำมันงาอินทรีย์สกัดเย็น สกัดจากเมล็ดงาขาวและงาดำอินทรีย์ด้วยกรรมวิธี Cold Press ใช้สำหรับทากันแดด บำรุงผิวและเส้นผม หรือแชมพูสูตรสมุนไพรสด สารสกัดจากอัญชัน บอระเพ็ด ใบหมี่ มะกรูด และน้ำแร่จากแหล่งธรรมชาติในท้องถิ่น บรรจุลงในขวดพลาสติกแบบ HDPE ที่หมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ผงพอกหน้าจากข้าวหอมมะลิ ใช้พอกหน้าและสครับผิวได้ ผงถั่วเขียวทำความสะอาดผิวที่มีค่า pH เหมาะกับใบหน้า ใช้แทนโฟมล้างหน้าและสบู่อย่างสะอาดหมดจด นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงขนสำหรับสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

การหวนคืนสู่วิถีธรรมชาติ ปลูกผักหว่านพืชตามแบบเกษตรอินทรีย์ นอกจากจะทำให้ผู้ผลิตและลูกค้ามีความสุขที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ แล้ว ผืนดินอันแห้งแล้งก็พลิกฟื้นขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นี่จึงเป็นที่มาของชื่อไร่ดินดีใจ ที่ได้มอบคุณค่าจากธรรมชาติในผืนไร่ สู่ปลายทางผู้รับมาอย่างยาวนานมากกว่าสิบปี

05

Harmony Life

ผลิตภัณฑ์ : ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และของใช้ทั่วไป

ช่องทางการซื้อ : SUSTAINA สุขุมวิท39 / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Harmony Life

Facebook : Sustania organic shop

Instagram : harmonylife_sustaina

โทรศัพท์ : 0 2721 7511, 08 9819 0110

Harmony Life
ภาพ : HarmonyLife Organic Farm

Harmony Life คือฟาร์มปลูกผักอินทรีย์ในนครราชสีมาที่นำผลผลิตมาแปรรูปเป็นสินค้านานาชนิด แบบปลูกเอง ทำเอง ขายเองครบวงจร โดย Mr.Sho Orga ชาวญี่ปุ่นผู้เล็งเห็นถึงปัญหาน้ำเน่าเสียที่เกิดจากการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ท่อน้ำและคูคลองต่างๆ จึงอยากส่งเสริมให้ผู้คนหันมาบริโภคและใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหรืออินทรีย์ตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อให้ปลายทางของสินค้าเหล่านั้นย่อยสลายในธรรมชาติได้โดยไม่ทิ้งสารพิษลงสู่แหล่งน้ำ 

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : HarmonyLife Organic

นอกจากจัดจำหน่ายผักและสินค้าแปรรูปจากพืชผลในฟาร์มของตนเองแล้ว Harmony Life ยังมีผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ได้เลือกใช้โดยไร้กังวลต่ออาการแพ้ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นโลชั่นน้ำตบเข้มข้นบำรุงผิวหน้า สารสกัดจากว่านหางจระเข้ บวบ ใบสะเดา และแตงกวา ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น แลดูอ่อนเยาว์และฟื้นฟูรอยแผลเป็น ลิปบาล์มธรรมชาติ ผลิตจากไขผึ้งและน้ำมันจากธรรมชาติ ปราศจากสารกันบูด สารสังเคราะห์เคมี และน้ำหอม ช่วยบำรุงให้ริมฝีนุ่มลื่น ไม่แห้งกร้าน สบู่แฮนด์เมดสารสกัดจากน้ำมันมะกอก ราคาต่างกันไปตามขนาดของสบู่ที่ทำออกมาในแต่ละครั้ง หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอย่างน้ำยาซักล้างอเนกประสงค์สูตรธรรมชาติ ปราศจากน้ำมันปิโตรเลียม ใช้ส่วนผสมที่ได้รับการรองรับจาก ECO Cert. จึงมั่นใจได้ว่าอ่อนโยนต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน 

ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงโคราชก็อุดหนุนสินค้าจาก Harmony Life ได้ เพราะทางฟาร์มขนตะกร้าสินค้ามาวางจำหน่ายใกล้ๆ คนเมืองที่ร้าน SUSTAINA ซอยสุขุมวิท 39 นอกจากนี้ยังมีผักสด อาหารออร์แกนิกและขนมอร่อยๆ ไว้ให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันด้วย 

 06

Patom

ช่องทางการซื้อ : Patom Organic Living สาขาทองหล่อ 25 และ สาขาสวนสามพราน / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Patom

Facebook : Patom

Instagram : patom_organic_living

โทรศัพท์ : 0 2084 8649 หรือ LINE ID : @patom

Patom
ภาพ : www.facebook.com/patom.organics/

Patom แบรนด์สินค้าออร์แกนิกที่พ่วงมาด้วยธุรกิจคาเฟ่ใจกลางกรุงอย่าง Patom Organic Living ของ ฟี่-อนัฆ นวราช ทายาทรุ่นสามที่ต้องการขยายกิจการใหม่บนธุรกิจสวนสามพรานของครอบครัว เขาเริ่มจับต้นชนปลายจากการผลิตสบู่และแชมพู โดยได้วัตถุดิบจากสมุนไพรที่ปลูกภายในฟาร์มสวนสามพราน และจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกตามวิถีอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดล ทำให้สามารถขยายไลน์การผลิตให้มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้นภายในระยะเวลาไม่นานเกินรอ

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : www.facebook.com/patom.organics/

สินค้าทุกชิ้นจากปฐม คัดเฟ้นเฉพาะวัตถุดิบอินทรีย์ที่ปลูกได้ในประเทศไทย บรรจุลงในบรรจุภัณฑ์เก๋ไก๋ถูกใจสายมินิมอล มีตั้งแต่คลีนซิ่งสเปรย์ทำความสะอาดมือ มีส่วนผสมจากน้ำกลั่นมะนาวและน้ำกลั่นตะไคร้ธรรมชาติ เซรั่มบำรุงผมให้นุ่มสลวยดกดำ สกัดจากน้ำมันธรรมชาติ ทั้งบอระเพ็ด ทองพันชั่ง และน้ำมันมะพร้าว ยาดมสมุนไพรกลิ่นไม่อ่อนไม่แรงช่วยให้โล่งจมูก โลชั่นบำรุงผิวสกัดจากน้ำมันธรรมชาติและกุหลาบมอญ ช่วยให้ผิวอิ่มฟูดูกระจ่างใส โลชั่นสารสกัดจากใบย่านางที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย และยังมีผลิตภัณฑ์ของกินของใช้อีกมากมาย ทั้งหมดมีวางจำหน่ายอยู่ในคาเฟ่สายออร์แกนิกอินทรีย์ซึ่งไม่แพ้กัน 

ใครสนใจอยากอุดหนุนสินค้าจากเกษตรกรไทย พร้อมลิ้มลองอาหารสูตรดั้งเดิมของสวนสามพราน ไม่ต้องไปไกลถึงนครปฐม ก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนกันได้ที่ซอยทองหล่อ 25 ใกล้ๆ นี่เอง

นอกเหนือจากการคัดสรรวัตถุดิบที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อคงคุณค่าจากธรรมชาติสู่ทุกผลิตภัณฑ์ในมือของผู้บริโภค Patom ยังเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่ส่งเสริมการเพาะปลูกด้วยวิถีธรรมชาติ เสริมสร้างอาชีพและความมั่นคงให้กับเกษตรกร เพื่อปณิธานในการผลิตอาหาร สินค้า และสภาพแวดล้อมที่ดีคืนสู่ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

07

Pasutara 

ช่องทางการซื้อ : พสุธารา อ.สวนผึ้ง / Ecotopia ชั้น 3 Siam Discovery, ICON CRAFT ชั้น 5 ICONSIAM, Gourmet Market สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน เดอะมอลล์ท่าพระ และเดอะมอลล์บางแค, Lemon Farm, Siam Paragon, Emquartier / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Pasutara

Facebook : Pasutara พสุธารา

Instagram : pasutara

โทรศัพท์ : 09 2254 4199 หรือ LINE ID : @pasutara

Pasutara
ภาพ : Pasutara

พสุธารา เป็นแบรนด์ของใช้ ของกิน ที่พัก และผักออร์แกนิกภายใต้คอนเซปต์ Purifying Life โดย บาส-ปรมินทร์ วัฒน์นครบัญชา และ แม่อ้อย-ดรุณี วัฒน์นครบัญชา ที่ริเริ่มเปลี่ยนแปลงที่ดินในอำเภอสวนผึ้งให้กลายเป็นสวนผักปลอดสารพิษ และต่อยอดไอเดียธุกิจโดยการคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยความตั้งใจให้คนเข้าถึงธรรมชาติได้ด้วยของใช้และของกิน

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : www.facebook.com/pasutarathailand/

พสุธาราสร้างทางเลือกในการใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คัดสรรวัตถุดิบจากพืชผลในไร่ของตนเอง และบางส่วนนำมาจากแหล่งผู้ผลิตที่ไว้ใจได้ ว่าปลูกอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค ตั้งแต่เลม่อนบ่มน้ำผึ้งสินค้าซิกเนเจอร์ ไปจนถึงเครื่องใช้เสริมความงามอย่างคลีนซิ่งกลั่นจากโรสแมรี่สด ซึ่งได้โรสแมรี่พันธุ์ดีจากไร่ของพสุธาราเอง ช่วยลดอาการแพ้แดดและการอักเสบของผิว หรือจะเป็นน้ำตบโรสแมรี่ไทม์ออร์แกนิก เสริมทัพด้วยชะเอมเทศ และ L-canitine บริสุทธิ์มากกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ที่ อย. อนุญาตให้เคลมได้ว่าเป็นโปรดักต์ Firming และทำจากอะมิโนจากธรรมชาติ ครีมบำรุงผิวหน้าออร์แกนิกสกัดจากใบบัวบก โคกกะออม สาหร่าย และวิตามินธรรมชาติอีกนานาชนิด สบู่น้ำมันธรรมชาติที่ทำจากกรรมสกัดวิธีแบบเย็น ที่ต้องคัดสรรวัตถุดิบกันอย่างพิถีพิถันและทำด้วยความใจเย็นเป็นอย่างมาก 

นอกจากนี้ยังมีเกลือขัดผิวกายจากผิวเลม่อน กุหลาบ ขมิ้นมะกรูด และแชมพูที่มีส่วนผสมจากพืชธรรมชาติล้วนๆ ไร้พาราเบน SLS ซัลเฟต ซิลิโคน สระผมลงน้ำได้สบายใจ ไม่ทำร้ายระบบนิเวศ หากใครสนใจอุดหนุน ก็สามารถติดตามการสั่งจองได้ที่หน้าเพจของพสุธารา

สินค้าอินทรีย์จากเครือพสุธารายังมีให้เลือกใช้เลือกช้อปอีกมากมาย ที่สำคัญเขายังผลิตคิดค้นผลิตภัณฑ์ดีๆ ออกมาให้ได้อุดหนุนกันอยู่ตลอด นอกจากทำการเกษตร ของใช้ และผลิตภัณฑ์แปรรูปแล้ว พสุธารายังมีที่พักพร้อมอาหารเช้า บรรยากาศริมน้ำกลางสวนในเทือกเขาตะนาวศรี ไว้คอยบริการสำหรับผู้ที่สนใจใช้ชีวิตบริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติอีกด้วย

08

Mamagreen Organic 

ช่องทางการซื้อ : ออนไลน์

เว็บไซต์ : mamagreenorganic

Facebook : mamagreenorganic

Instagram : mamagreenorganic

โทรศัพท์ : 08 1753 3897 หรือ LINE ID : @Msoap

Mamagreen Organic
ภาพ : www.facebook.com/mamagreenorganic/

หวาน-กนกวรรณ อัศวกิจพานิช เป็นคุณแม่สายออร์แกนิก นอกจากอยากให้ลูกๆ และคนในครอบครัวกินอยู่แบบวิถีออร์แกนิกแล้ว ยังอยากให้ทุกคนได้ใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเธอเชื่อว่าของใช้ในชีวิตประจำวันที่ผลิตจากสารเคมี ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้ไม่แพ้อุตสาหกรรมอาหาร จึงเริ่มจากการทำสบู่ แชมพูแบบโฮมเมดใช้เองในบ้านและแจกจ่ายให้เพื่อนๆ เมื่อพัฒนาสูตรจนมั่นใจในคุณภาพ หวานจึงส่งต่อความตั้งใจอันดีนี้ไปยังลูกค้าของ Mamagreen Organic ให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ไร้สารเคมีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Mamagreen Organic

สินค้าทุกชนิดของ Mamagreen Organic เป็นผลิตภัณฑ์ไร้สารเคมี และมั่นใจได้ว่าผลิตจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ มีทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ เช่น สบู่เหลวที่มีส่วนผสมจากว่านหางจระเข้ที่เธอปลูกเองและน้ำมันธรรมชาติออร์แกนิกสกัดเย็น ช่วยบำรุงผิวพรรณและมีน้ำมันหอมระเหยช่วยผ่อนคลายบำบัดได้ในทุกครั้งที่ใช้ แชมพูสูตรขิงช่วยลดอาการผมร่วงและทำให้ผมนุ่มลื่นเรียบสวยโดยไม่ต้องพึ่งครีมนวดผม โลชั่นทาผิวสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ออร์แกนิก ปราศจากส่วนผสมของปิโตรเลียมและกลิ่นสังเคราะห์ หรือน้ำมันทาผิวใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ใช้ทาผิวหลังอาบน้ำ นวดบำบัด และผสมในอ่างอาบน้ำได้ 

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำยาทำความสะอาดอย่างน้ำยาล้างจานและน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ ขจัดสิ่งสกปรกได้หมดจดแต่อ่อนโยนต่อมือและสุขภาพของผู้ใช้ ปราศจากสารในตระกูลซัลเฟต อย่าง SLS SLES ทั้งหลาย และย่อยสลายในธรรมชาติโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

จุดขายของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Mamagreen Organic จึงไม่เพียงตอบโจทย์สายออร์แกนิกที่มองหาสินค้าจากวัตถุดิบเป็นมิตรกับธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังใส่ใจพิถีพิถันในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน พืชผลบางชนิดก็มาจากสวนหลังบ้านที่หวานและครอบครัวปลูกไว้เอง จึงมั่นใจในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยได้แบบสบายหายห่วง

09

 Vowda

ช่องทางการซื้อ : Vowda @หัวหิน, Tokyu ชั้น 1 MBK, All about you, Lemon farm, Ecotopia ชั้น 4 Siam Discovery / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Vowda

Facebook : Vowda Organic Cosmetics

Instagram : vowda_cosmetic

LINE ID : @vowda

ภาพ : www.facebook.com/vowdaorganiccosmetics/

วิศวกรเคมีสาว จ๋า-วิลาสินี โฆษิตชัยวัฒน์ ประสบปัญหาผิวบางและแพ้เครื่องสำอางแทบทุกชนิด เธอจึงต้องหอบยารักษาผิวหน้ากระบุงใหญ่ติดตัวไปต่างประเทศด้วยเสมอ แต่ในช่วงที่ยาใกล้หมด เธอมีโอกาสลองใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหลายชนิดทดแทน และพบว่าผิวหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแม้ไม่ต้องพึ่งสารเคมีหรือตัวยาใดๆ นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นให้จ๋าค่อยๆ ศึกษาทดลองนำพืชผลจากธรรมชาติมาดัดแปลงเป็นเครื่องสำอางและสกินแคร์ คิดค้นสูตรในห้องแล็บอยู่หลายปี และทดลองใช้เองจนมั่นใจในคุณภาพ ท้ายที่สุด แบรนด์ Vowda ก็ได้อวดโฉมสู่ท้องตลาดมาจนถึงปัจจุบัน

ภาพ : www.facebook.com/vowdaorganiccosmetics/

Vowda หยิบยกวัตถุดิบและพืชใกล้ตัวที่ปลูกง่ายขึ้นง่ายในท้องถิ่น มาสกัดเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์ ผ่านกระบวนการผลิตที่จ๋าออกแบบการทำงานของเครื่องจักรด้วยตัวเองทั้งหมด สังเกตปัญหาและความต้องการรอบตัวของตนเอง จากนั้นจึงใช้เป็นไอเดียสร้างสรรค์สินค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วยเช่นกัน 

อย่างโลชั่นน้ำตบสารสกัดจากเมล็ดกาแฟดิบ ที่จ๋าลงทุนเดินทางไปยังแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟออร์แกนิกทั้งในไทยและลาว ช่วยลดการอักเสบของผิว ทำให้ผิวหน้าแข็งแรงและลดเลือนริ้วรอยให้ตื้นจางลง หรือจะเป็นคลีนเซอร์ทำความสะอาดผิวหน้า ที่ถูกยกให้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวจากธรรมชาติที่ดีที่สุดจาก Vowda สกัดจากเมล็ดกาแแฟกรีนบีนและน้ำมันหอมระเหยทีทรีเกรดออร์แกนิก การันตีคุณภาพด้วยรางวัลชนะเลิศจากเวที EUROINVENT จากประเทศโรมาเนีย ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากผลิตภัณฑ์ประเภทสกินแคร์ดูแลผิวแล้ว Vowda ยังมีเครื่องสำอางสารสกัดจากธรรมชาติอย่างแป้งอัดแข็งจากข้าว เมล็ดบัว และกะลามะพร้าว ที่น่าสนใจคือลิปสติกออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ สารสกัดจากข้าวและปรุงแต่งสีด้วยข้าวแดง แครอท แครอทม่วง และพืชผักชนิดอื่นๆ อีกมากมาย ปลอดจากสารตะกั่วและโลหะหนักแบบสบายหายห่วง

10

นักเคมีหัวใจสีเขียว

ช่องทางการซื้อ : ออนไลน์

Facebook : นักเคมีหัวใจสีเขียว

นักเคมีหัวใจสีเขียว
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

แม้จะเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเคมี แต่ อาจารย์นุ่น-ดร.ชมพูนุท วรากุลวิทย์ ก็มีใจรักและมุ่งหวังอยากเห็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติคุณภาพดีไปอยู่ในทุกหลังคาเรือน หลังจากโหมงานหนักจนพบกับภาวะออฟฟิศซินโดรม จึงทำให้เธอกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากกว่าเก่า เริ่มจากการสังเกตกิจกรรมและสิ่งของรอบตัว จึงพบว่าสารเคมีวนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ และนี่เป็นตัวการหลักที่ทำให้สุขภาพย่ำแย่ลงด้วย คงดีกว่าหากเราสามารถหาสมุนไพรต่างๆ ในธรรมชาติมาทดแทนสารเคมีเหล่านั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เธอจึงเปิดเพจ ‘นักเคมีหัวใจสีเขียว’ เพื่อชักชวนให้คนลดการใช้เคมีสังเคราะห์ด้วยการแบ่งปันสูตรทำผลิตภัณฑ์ครัวเรือนอย่างง่ายจากวัตถุดิบธรรมชาติ ให้บรรดาเหล่าลูกเพจนำไปทดลองทำตาม นอกจากนี้อาจารย์นุ่นก็ได้ทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบออกมาปันขายบ้างบางส่วน เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าได้ทดลองใช้และอยากลงมือทำเองในครั้งต่อๆ ไป

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

ผลิตภัณฑ์แรกที่อาจารย์นุ่นเริ่มพัฒนาสูตร คือยาสระผมมะกรูด โดยเธอตระหนักว่ายาสระผมมะกรูดทั่วไปมักใช้เนื้อมะกรูดเป็นส่วนผสม ซึ่งมีกรดชนิดเดียวกับกรดมะนาว หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน แทนที่จะช่วยลดรังแค ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและหนังศีรษะอักเสบได้ ส่วนของมะกรูดที่เหมาะจะนำมาใช้ทำแชมพูคือส่วนเปลือกที่มีน้ำมันหอมระเหยอยู่จำนวนมาก จึงได้ปรับปรุงวิธีการจากสูตรภูมิปัญญาทั่วไปให้ได้คุณสมบัติที่ดีขึ้นจนกลายเป็นแชมพูมะกรูดสูตรซิกเนเจอร์ สารสกัดจากเปลือกมะกรูด ปราศจากน้ำและเนื้อไร้ข้อกังวลใจ ต่อมาจึงมีสูตรผสมอัญชันและบอระเพ็ดสดตามมา ซึ่งทุกสูตรใส่สารเกิดฟองที่อ่อนโยนในปริมาณเล็กน้อยให้พอรู้สึกว่าสระสะอาดเท่านั้น แต่ถึงแม้ว่าจะฟองน้อย แต่รับรองว่าสระแล้วสบายหัว ผมทิ้งตัวนุ่มสลวยอย่างดี 

นอกจากนี้ยังมีสินค้าจากพืชสมุนไพรอีกหลายชนิด ทั้งเจลอาบน้ำสระผมสูตรฝาง ขมิ้นชัน และน้ำผึ้ง ช่วยสมานผิวแพ้ง่าย สูตรรางจืดชาร์โคล์ช่วยล้างพิษ และสูตรฟักข้าวผสมน้ำผึ้งช่วยลดกลิ่นกาย น้ำยาบ้วนปากสมุนไพรแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ สกัดจากอบเชย กานพลู โรสแมรี่ น้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มิ้นต์แท้และเกลือธรรมชาติ ช่วยแก้ปัญหาอาการไอและเจ็บคอได้อย่างเห็นผล น้ำมันมะพร้าวบอระเพ็ดบำรุงผิวและผม และน้ำมันมะพร้าวไพลช่วยคลายกล้ามเนื้อ สมานผิวและลดอาการอักเสบได้ดี ที่สำคัญยังใช้แทนยาใส่แผลได้เลยในตัว ส่วนหมวดผลิตภัณฑ์ซักล้าง ก็มีทั้งน้ำยาอเนกประสงค์และน้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรลดเคมีให้ได้เลือกอุดหนุนกันด้วยเช่นกัน

ผลิตภัณฑ์ที่อาจารย์นุ่นจำหน่าย ไม่ได้หวังกอบโกยรายได้มากมายมหาศาล เธอเพียงทำเพื่อเป็นต้นแบบให้ลูกเพจได้รู้จักกับวิถีอินทรีย์และทดลองทำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแบบไม่พึ่งพาสารเคมีไว้ใช้เองที่บ้าน แต่สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการหาวัตถุดิบและไม่มีเวลา ก็แวะเวียนมาอุดหนุนสินค้าจากเธอเพื่อเป็นรายได้สนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งต่อความรู้ทั้งหลายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องรอเฝ้าหน้าจอให้ดี เพราะอาจารย์นุ่นจะเปิดจองสินค้าเป็นรอบๆ ช้าหมดอดแล้วอดเลย ต้องรอจนกว่าจะเปิดรอบจองใหม่เท่านั้น 

11

SABU-SABU Natural Lifestyle

ช่องทางการซื้อ : ร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป เช็กสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่ / ออนไลน์

เว็บไซต์ : SABU-SABU Natural Lifestyle

Facebook : SABU-SABU Natural Lifestyle

Instagram : sabusabulife

โทรศัพท์ : 08 9853 9991

Sabu Sabu
ภาพ : Sabu Sabu Natural Lifestyle

Virginia Bird ตัดสินใจย้ายมาใช้ชีวิตกับลูกๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อได้รับโจทย์ให้จัดทำเซ็ตของขวัญวันคริสมาสต์ให้แก่ลูกค้าของบริษัทส่งออกเฟอร์นิเจอร์ที่เธอทำงานอยู่ เธอพบว่าเป็นเรื่องยากเหลือเกินในการหาโรงงานที่จะผลิตสบู่ปลอดสารพิษให้เธอได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอหันมาทำสบู่สารสกัดจากธรรมชาติด้วยตนเอง และต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์มากกว่า 1,000 ชนิดในเวลาต่อมา ภายใต้ชื่อ Sabu Sabu ซึ่งหมายถึง สบู่ ผลิตภัณฑ์แรกของแบรนด์นั่นเอง

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : www.sabu-sabu.com

Virginia ตั้งใจให้สินค้าทุกชิ้นในเครือ Sabu Sabu ปราศจากสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม อย่างพาราเบนและ SLS ผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์อย่างสบู่อินทรีย์ ไร้สารเคมีและการแต่งกลิ่นสีทุกชนิด มีให้เลือกมากกว่า 50 สูตร ไม่ว่าจะเป็นสูตรตะไคร้ มะพร้าว เสาวรส ชาเขียว เชอร์รี่ ฯลฯ ส่วนผลิตภัณฑ์สกินแคร์ก็มีให้เลือกใช้ตั้งแต่ตระกูลคลีนซิ่ง ทั้งแบบเจล ออยล์ และสบู่ก้อน สารสกัดจากนม น้ำผึ้ง กุหลาบ และลาเวนเดอร์ นอกจากนี้ยังมีน้ำตบ โทนเนอร์ และอายครีม ไว้ให้ประทินผิวได้ไม่มีเบื่อ

ส่วนผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมอย่างแชมพู ครีมนวดผม แฮร์โทนิก น้ำมันบำรุงผม และสินค้าสำหรับหนูน้อยอย่างสบู่ก้อน สบู่เหลวสำหรับอาบน้ำสระผม แป้งฝุ่นปราศจากทัลคัม ครีมบำรุงผิวและบาล์มแก้ผื่นคัน ก็มีให้เลือกช้อปเช่นเดียวกัน

แนวคิดในการเลือกวัตถุดิบและผลิตสินค้าของ Sabu Sabu คือการหวนคืนสู่วิถีแบบธรรมชาติดั้งเดิมอย่างที่ควรจะเป็น สวนทางกับอุตสาหกรรมเคมีในปัจจุบันที่ต้องการผลิตสินค้าในต้นทุนต่ำ และเน้นปริมาณในการผลิตคราวละมากๆ สินค้าอินทรีย์และออร์แกนิกต้องอาศัยความพิถีพิถันในทุกกระบวนการ และใช้เวลามากกว่าสินค้าเคมีทั่วไป แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาช่างคุ้มค่า เพราะนั่นคือการมอบสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้ใช้ และตอบแทนคุณค่าของธรรมชาติได้ในเวลาเดียวกัน

12

Hug Organic

ช่องทางการซื้อ : ร้านค้าชั้นนำทั่วไป เช็กสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่ / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Hug Organic

Facebook : Hug Organic

Instagram : hugorganic

โทรศัพท์ : 09 4765 4242 หรือ Line ID : @hugorganic

Hug Organic
ภาพ : Hug Organic

เพราะอยากสนับสนุนให้คนหันมาดูแลสุขภาพในวันที่ร่างกายยังแข็งแรง บวกกับต้องคอยรับหน้าที่พาอากงไปพบแพทย์ผิวหนังอยู่บ่อยๆ จึงทำให้ น้ำผึ้ง-ภมรรัตน์ พรรณรัตนพงศ์ ตัดสินใจสร้างแบรนด์ธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของตัวเองขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพในรูปแบบบรรจุภัณฑ์น่าใช้และราคาน่ารัก จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของ Hug Organic มีส่วนผสมเป็นสารสกัดจากธรรมชาติใกล้เคียง 100 เปอร์เซ็นต์มากที่สุด อ่อนโยนต่อผิวและสิ่งแวดล้อมเสมือนการโอบกอดด้วยความรัก ซึ่งเธอเชื่อว่าหากเราดูแลร่างกายให้แข็งแรง เราก็จะมีโอกาสส่งต่อความรัก ความหวังดี และดูแลผู้อื่นต่อไปได้เช่นกัน

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Hug Organic

น้ำผึ้งเล็งเห็นถึงประโยชน์ของวัตถุดิบออร์แกนิกจากเกษตรกรไทย จึงคิดค้นสูตรเพื่อใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่อ่อนโยนต่อผิวและร่างกาย อย่างครีมอาบน้ำสารสกัดจากข้าวหอมนิลและดอกคาโมมายล์ พร้อมด้วยเม็ดสครับจากธรรมชาติ ไม่บาดผิว ช่วยบำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นสุขภาพดี ขจัดสิ่งสกปรกได้หมดจด หรือที่ทำมาจากพืชพรรณชนิดอื่นๆ ก็มีเช่นกัน อย่างแชมพูสารสกัดจากพริก ฮอปส์ และว่านหางจระเข้ ปราศจากพาราเบน ซิลิโคน SLS SLES และสีสังเคราะห์ ช่วยบำรุงให้เส้นผมสุขภาพดี และปกป้องเส้นผมจากมลภาวะโดยไม่ต้องพึ่งครีมนวด 

ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่น่าสนใจก็มีให้เลือกช้อปกันอีกมากมายหลายสูตร ทั้งบอดี้โลชั่น สเปรย์ล้างมือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แถมยังมีขนาดรีฟิลไว้คอยจัดจำหน่ายเพื่อลดปริมาณพลาสติกและสารพิษในสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

แม้สินค้าบางชนิดอาจยังไม่ใช่ออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยต้นทุนและกระบวนการผลิตที่ราคาสูง แต่น้ำผึ้งก็ตั้งใจพัฒนาสูตรให้มีส่วนผสมจากธรรมชาติและอ่อนโยนต่อสุขภาพของผู้ใช้มากที่สุด มีการระบุเปอร์เซ็นต์ส่วนผสมจากธรรมชาติและสารสังเคราะห์ไว้บนฉลากอย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการได้มากที่สุด นอกจากนี้ การใช้บรรจุภัณฑ์ไซส์ใหญ่จุใจ ยังเป็นการช่วยลดขยะและพลาสติก ทำให้ลูกค้าซื้อครั้งเดียวแต่ใช้ได้ต่อเนื่องยาวนาน ตัดปัญหาการสร้างขยะเหลือทิ้งบ่อยๆ

แนะนำกันมาซะยาวเหยียด แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยที่ผู้ประกอบการต่างมีความตั้งใจที่จะแจกจ่ายสินค้าดีๆ ตามวิถีอินทรีย์ออร์แกนิก ให้แก่เหล่าลูกค้าได้มีทางเลือกในการบริโภคมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางการรุดหน้าของวิทยาการเคมีในปัจจุบัน การทำให้ผลิตภัณฑ์อินทรีย์และออร์แกนิกทั้งหลายเข้าถึงวิถีชีวิตของผู้คนได้มากยิ่งขึ้น จึงถือเป็นการช่วยส่งเสริมให้คนสุขภาพดีและสิ่งแวดล้อมในสังคมดีขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

คราวหน้า ลองพลิกฉลากอ่านก่อนซื้อให้ละเอียด อย่ายอมแพ้ให้กับสารเคมี และอย่ายอมแพ้ในการช่วยโลกของเราไปด้วยกันนะ

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

ช่วงที่หลายคน Work from Home หรือ Study from Home กันมากขึ้น บ้านกลายเป็นทั้งที่อยู่อาศัย ที่พักกายใจ และที่ทำงานในคราวเดียว เมื่อเริ่มมีเวลาอยู่ติดบ้าน หลายคนจึงหันมาทำบ้านให้เป็นบ้านมากกว่าที่เคย สังเกตได้ง่ายมาก เพราะบรรดาเฟอร์นิเจอร์น่ารัก สีสันต้องตา เริ่มขายดีเป็นเทน้ำเทท่า 

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า กว่าจะมาเป็นสินค้าแต่งบ้านน่าใช้เรียงรายตามร้านค้า เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้รวมไปถึงวัสดุก่อสร้างบ้าน-อาคารทั้งหลาย ต้องผ่านกระบวนการหลอม เผา ขัดเกลาสารพัดขั้น ผลาญพลังงานธรรมชาติและสร้างขยะกองมหึมาจนน่าตกใจ อีกทั้งกว่าจะได้เหล่าปูน หิน ดิน ทราย ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ก็อาจต้องระเบิดภูเขาเผาป่าแบบในภาพยนตร์แอคชัน รังแกระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว

มนุษย์อินทรีย์ตอนนี้จึงขอเล่าเรื่องแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างแนว Circular Design ที่อยากชักชวนให้ผู้อยู่อาศัยทั้งหลาย หันมาใส่ใจสร้างบ้านที่รักตัวเราและรักสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น

เหล่าคนหัวใจอินทรีย์ต่างรู้ดี ว่าแนวคิดแบบ Circular Design ที่ว่านี้เป็นมิตรแท้ตัวจริงต่อสิ่งแวดล้อม เพราะกระบวนการผลิตทั้งหมดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น ทั้งเสื้อผ้า เครื่องใช้ ที่อยู่อาศัย ไปจนถึงอาหารที่เราทาน จะต้องนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างคุ้มค่า โดยปักธงไว้ว่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ต้องป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นตอนการหาวัตถุดิบและออกแบบ เพื่อไม่ให้เกิดของเสียเหลือทิ้งตั้งแต่ต้นทาง 

แบรนด์หลากหลายสัญชาติทั่วโลกหันมาร่วมแคมเปญรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร เช่น ทางฝั่งไต้หวันซึ่งมีทั้ง The W Glass Project คิดค้นแก้วและหลอดชานมไข่มุกจากแก้วรีไซเคิลร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือ Epson Taiwan ที่มาช่วยกำจัดปัญหากระดาษสำนักงานกองโตด้วยเครื่องพรินเตอร์ PaperLab รีไซเคิลกระดาษได้เองในตัวแบบครบถ้วนทุกกระบวนขั้น ส่วนฝั่งยุโรปก็ไม่น้อยหน้า แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชื่อดังอย่าง Adidas ก็เริ่มนำวัสดุเหลือใช้และพลาสติกมาแปรรูปเพื่อผลิตเป็นรองเท้าออกขาย หรือจะเป็น ECOALF แบรนด์แฟชั่นจากสเปนก็ดีงาม เพราะเขานำขยะทางทะเลมาแปรรูปเป็นวัสดุใหม่ เพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าแฟชั่นนานาชนิด 

ใครที่กำลังอยากรีโนเวตบ้าน หรือมีไอเดียอยากแต่งบ้านด้วยวัสดุที่ทั้งดีต่อเราและดีต่อโลก เราขอภูมิใจนำเสนอมิตรคู่เรือนเพื่อนคู่บ้านคนใหม่อย่าง ‘loqa’ (โลกา) แบรนด์ไทยที่มีแนวคิดในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตลอดจนกระบวนการผลิตที่คิดถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งชวนให้อยากเลือกหยิบสินค้าลงตะกร้า และร่วมวงสนทนากับทีมหลังบ้านของ loqa ต่อในทันที

และต่อจากนี้คือเรื่องราวฉบับย่อของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์น่ารักหัวใจสีเขียว ที่จะเปลี่ยนมุมมองและไอเดียในการสร้างบ้านของเราไปตลอดกาล

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ยั่งยืนต่อองค์รวม ย่อมยั่งยืนกับตัวเรา

เมื่อย่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว ประกอบกับความใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นทุนเดิม สองสามีภรรยาอย่าง นนท์-นรฤทธิ์ วิสิฐนรภัทร และ มาย-มนัสลิล มนุญพร จึงตื่นเช้ามาด้วยใจตระหนักว่า ต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างเพื่อความยั่งยืนของโลกใบนี้อย่างจริงจังเสียที

เพราะการแต่งบ้านคืองานอดิเรก ทั้งสองจึงตัดสินใจเริ่มต้นที่งานเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างอย่างไม่ลังเล และเหมือนโชคชะตาจะหันเหมาถูกทิศ เพราะแต่เดิมธุรกิจทางบ้านของนนท์คือการทำอิฐทนไฟ ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการผลิตที่เน้นความทนทานและพิถีพิถัน ชนิดว่าคลาดเคลื่อนแม้แต่ 1 มิลมิเมตรก็ไม่ได้ มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจใหม่แกะกล่องครั้งนี้ด้วย แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน และวัสดุตกแต่งอาคาร ในนาม loqa หรือ โลกา จึงถือกำเนิดเปิดตัวในปี 2021 อย่างเป็นทางการ พร้อมกับความตั้งใจร่วมผลักดันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

“เราสองคนสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เลยคิดว่าจะทำอะไรที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมได้บ้างไหม แล้วก็เป็นสิ่งที่เรามีศักยภาพจะทำได้” นนท์เล่าถึงที่มาที่ไปของโลกา และความได้เปรียบด้านธุรกิจอิฐทนไฟของที่บ้าน

“อีกอย่างคือเราตั้งใจว่าจะต้องทำให้มันยั่งยืนกับองค์รวม เพราะมันเชื่อมโยงถึงกันหมดค่ะ ถ้ายั่งยืนกับองค์รวม ก็น่าจะยั่งยืนกับเราเองด้วย” มายเสริม

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

หากมองเผิน ๆ เราอาจคิดว่าบรรดาอิฐก้อนและกระเบื้องทั้งหลายจากโลกา ก็ไม่ต่างจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างทั่วไปเท่าไหร่นัก แต่หากลองเพ่งสังเกตให้ดี จะพบว่าเนื้อในของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ประกอบสร้างขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ในแวดวงอุตสาหกรรมแทบทั้งสิ้น ทั้งบรรดาเซรามิกเหลือทิ้ง แก้วจากขวดเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร ทั้งหมดนี้ถูกนำมาผ่านกระบวนการผลิตด้วยระบบออกแบบหมุนเวียน (Circular Design) ที่เมื่อบดทุบหรือรื้อถอนสินค้าออกแล้ว ยังนำไปรีไซเคิลต่อได้ด้วยกระบวนการผลิตใหม่อย่างไม่สิ้นสุด

“ถ้าสินค้าของเราถูกนำไปใช้ แล้วอีก 10 – 20 ปี เกิดการทุบทิ้ง เรานำไปบดละเอียดแล้วเอากลับมาขึ้นรูป ทำเป็นของชิ้นใหม่เรื่อย ๆ ได้เลย” 

แค่เริ่มต้น ก็ฟังดูสนุกไม่เบาทีเดียว

เปลี่ยนจากไร้ค่ากลายเป็นคุณค่า

เมื่อเราสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องเป็นวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรม นนท์จึงเล่าให้ฟังอย่างเข้าใจง่ายว่า เกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมการก่อสร้างและวัสดุการก่อสร้าง อีกทั้งบั้นปลายของวัสดุเหล่านี้คือการถูกฝังกลบลงดิน แน่นอนว่าย่อมทำให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

“แค่เฉพาะคอนกรีต เหล็ก อะลูมิเนียม 3 อย่างนี้รวมกันก็ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 23 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งผมว่ามันเป็นตัวเลขที่เยอะมาก เป็นสัญญาณบอกว่าเราน่าจะมีส่วนร่วมในการทำอะไรสักอย่าง เราจึงอยากนำวัตถุดิบเหล่านั้นมาใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ในการผลิต โลกาคัดเอาเฉพาะวัสดุเหลือใช้ทั้งสิ้น เพื่อชุบชีวิตให้ของไร้ราคา กลายมาเป็นเฟอร์นิเจอร์น่าใช้และไม่สร้างขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อม ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ นนท์และมายเล่าว่าเป็นเรื่องของการเคลือบสี เคลือบเงา และตัวสร้างพันธะเคมีที่ทำให้ชิ้นงานติดกัน ถึงแม้ว่าองค์ประกอบเหล่านี้จะไม่เป็นอันตรายและไม่สร้างสารพิษให้กับสิ่งแวดล้อมแม้แต่น้อย แต่โลกาก็ยังมุ่งมั่นเดินหน้าเฟ้นหาวัสดุเหลือทิ้งมาใช้ทดแทนในอนาคต

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

“ณ วันหนึ่ง อิฐ 1 ก้อนและกระบวนการทุกอย่างเกี่ยวกับเขา เราอยากให้มันมาจาก Waste ทั้งหมดเลย นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของเราค่ะ”

นอกจากนี้ อีกหนึ่งธงชัยที่โลกาปักไว้ คือการนำเศษวัสดุจากการก่อสร้าง อย่างปูน ดินแดง คอนกรีต หรือซีเมนต์ก้อนยักษ์ใหญ่ มาปัดฝุ่นแปลงโฉมเป็นสินค้าคุณภาพได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าขั้นตอนนี้จะอยู่ในระยะทดลอง แต่ทั้งสองก็กระซิบบอกว่าไม่นานเกินรอน่าจะสัมฤทธิ์ผล

พื้นที่เล่นสนุกของคนสร้างบ้านและคนรักบ้าน

เมื่อขยะอุตสาหกรรมที่เคยถูกทิ้งลงถัง เปลี่ยนผันมาอยู่ในมือของสองนักคิดนักค้นแห่งแบรนด์โลกา ขยะด้อยค่าจึงถูกนำมาเล่นสนุกได้ไม่รู้จบ

“เราอยากให้โลกาเป็นเหมือนเลโก้ของสถาปนิกและดีไซเนอร์ เพราะเขารู้ดีที่สุดว่าต้องทำอย่างไรมันถึงจะออกมาเป็นบ้าน เป็นที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้น เราอยากเป็นพื้นที่และวัตถุดิบสนุก ๆ ให้เขาเอาไปต่อยอดได้อีกหลากหลายรูปแบบ”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

กว่าจะได้สินค้าแต่ละชิ้น โลกาคิดและทำจนได้ผลลัพธ์ในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ทุกผลิตภัณฑ์ผ่านการคิดค้น ทดลอง และพัฒนาโดยทีม R&D (Research and Development) หลังบ้าน อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยเป็นกุนซือให้คำแนะนำอยู่ไม่ขาด เรื่องความทนทานและประสิทธิภาพการใช้งานจึงไม่เป็นสองรองใคร

“แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยแต่มันสำคัญมาก และเราใส่ใจกับมันทั้งหมด เช่น คุณจะเทสารอะไรลงไป ใช้ตัวทำละลายประเภทไหน ต้องปั่นกี่นาที ในอุณหภูมิเท่าไหร่” นนท์กล่าว

“พอมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามา เขาก็ช่วยเจียระไนให้เราเข้าใจเลยว่า มีตัวแปรอะไรบ้างที่ส่งผลต่องานของเรา” มายเสริม ก่อนจะมีประโยคปิดท้ายชวนอมยิ้มจากนนท์ดังขึ้นอีกครั้ง

“จริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยชอบเคมีนะ แต่ตอนนี้ต้องรู้เรื่องของมันเยอะมากเลย” 

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ปณิธานของโลกา คือการเน้นย้ำว่าพวกเขาจะใช้กระบวนการผลิตที่รบกวนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เพื่อนำของเสียเหล่านั้นกลับมาสร้างเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่า เราจึงอยากฟังต่อไปว่า กระบวนการผลิตเหล่านั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร

“เราไม่ได้ใช้วัตถุดิบที่เป็น Raw Material หรือ Virgin Material เลย แต่เราใช้วัสดุเหลือใช้ ซึ่งมีข้อดีตรงที่วัสดุเหล่านี้เคยผ่านกระบวนการมาแล้ว เวลาเอามาใช้ต่อ เราใช้อุณหภูมิที่ต่ำลงในการเผาได้ แต่ถ้าเผาใหม่ สร้างใหม่ทั้งหมดเลย เราจะต้องทำอะไรหลายอย่างมาก เช่น อาจจะต้องเผาในอุณหภูมิที่สูงขึ้น สิ้นเปลืองพลังงานธรรมชาติมากขึ้น หรืออย่างชิ้นงานที่เป็นวัสดุปูผนังบางตัว ก็ไม่ได้ใช้ความร้อนในการผลิตเลยด้วยซ้ำ

“การเชื่อมชิ้นส่วนก็เหมือนกัน ถ้าเป็นซีเมนต์บรรจุถุงทั่วไป กว่าจะได้วัตถุดิบมา เขาต้องไประเบิดภูเขา แล้วเอามาผ่านกระบวนการความร้อนที่ประมาณ 1,200 – 1,300 องศาเซลเซียส หรืออาจจะมากกว่านั้น แต่เราใช้ปฏิกิริยาเคมีเชื่อมให้มันติดกัน แล้วก็หล่อออกมาเป็นชิ้นงาน เราไม่ได้ปล่อยคาร์บอนในกระบวนการนั้นเลย”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

แม้จะเป็นเรื่องเคมีล้วน ๆ ไม่มีอื่นใดผสม แต่นนท์ก็ช่วยย่อยใจความให้เราเข้าใจและเข้าถึงได้ไม่ยาก

“ผมว่ามันคิดง่ายไปที่จะแลกภูเขา 1 ลูกกับปูนซีเมนต์ 100 ตัน เมื่อก่อนคนอาจจะยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เรารู้แล้ว เราก็น่าจะหาทางออกที่ดีกว่านี้ได้”

เสน่ห์และพลังของความไม่สมบูรณ์แบบ

ผลิตภัณฑ์ในเครือโลกา แบ่งออกมาเป็น 2 สาขาใหญ่ นั่นคือกลุ่มสินค้าประเภท Surface ใช้สำหรับก่อผนัง ปูพื้น หรือพวกอิฐช่องลมที่มีความหนาเพียงพอสำหรับก่อผนังได้ มายเล่าว่าสินค้าในหมวดนี้แตกแยกย่อยออกไปอีกตามไซส์ สี และผิวสัมผัส

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ส่วนอีกสาขา คือ สินค้าตระกูล Casted หรือที่ทั้งสองเรียกว่า ‘งานหล่อหลอมทั้งหลาย’ ซึ่งหากจะให้แจกแจงว่าถูกหล่อหลอมออกมาเป็นสินค้าประเภทใดบ้างคงบรรยายไม่หมด เพราะมีตั้งแต่ของชิ้นเล็ก อย่างแจกันดอกไม้ เชิงเทียน จานวางสบู่ ไล่ขนาดไปจนถึงของใช้ไซส์ใหญ่ จำพวกโต๊ะข้างเตียง ม้านั่ง หรือแม้แต่ซิงก์ในห้องน้ำ

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“สินค้าในกลุ่มนี้หลากหลายมากค่ะ มันคืออะไรก็ตามที่เราอยากได้ (หัวเราะ) และคิดว่าคนที่ชอบแต่งบ้านก็น่าจะอยากได้เหมือนกัน ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เราอยากเล่นสนุกกับมัน

“เพราะท้ายที่สุดแล้ว โลกาแทบจะใช้สร้างบ้านได้ทั้งหลังเลย”

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

และทันทีที่เห็นก้อนอิฐน้อยใหญ่เรียงรายเล่นสีตัดกันไปมา จึงรู้ได้ทันทีว่า ‘เล่นสนุก’ ที่มายกล่าวถึงอยู่บ่อย ๆ นั้นหมายความว่าอะไร 

“เราทดลองดูว่าถ้าทำแบบนี้มันจะได้รูปร่าง สีสัน เท็กซ์เจอร์ ที่ต้องการไหม ตอนนี้ที่กำลังพัฒนาอยู่คือการใช้แกลบข้าวมาช่วยเพิ่มความขรุขระให้กับพื้นผิว อีกอย่างหนึ่งคือการเล่นสีสันซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากชั้นเปลือกโลกค่ะ”

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

มายกำลังหมายถึงก้อนอิฐทรงจัตุรัสขนาดน่ารัก แต่ละก้อนถูกละเลงสีไล่ระดับกันไปอย่างไม่ขัดตา มองปราดเดียวก็รู้ว่าถ้านำออกมาวางขายเมื่อไหร่ น่าจะต้อง Sold Out จนผลิตใหม่ไม่ทันแน่ ๆ 

อีกหนึ่งความตั้งใจที่กลายเป็นเสน่ห์ในทุกรายการสินค้าไปโดยปริยาย นนท์และมายเล่าว่าพวกเขาอยากให้ผลิตภัณฑ์ของโลกามองแล้วสบายตา สบายใจ เลียนแบบและใกล้ชิดธรรมชาติให้มากที่สุด กระบวนการผลิตแบบทำมือจึงเข้ามามีบทบาทมากพอตัว

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“ด้วยความที่ต้องใช้มือทำมากพอสมควร ชิ้นงานที่ออกมาก็จะแตกต่างกันบ้าง ทั้งหน้าตา สีสัน รวมถึงเนื้อใน เพราะมันก็คือ Waste แต่ละชิ้นที่ปะปนกันอยู่

“ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องเหมือนกันเป๊ะทุกชิ้นตามแม่พิมพ์ก็ได้ แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ของเขา ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเสน่ห์ที่หลาย ๆ คนมองหา”

เริ่มจากตัวเรา = ความยั่งยืน

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ใครที่อยากเห็นสินค้าทั้งหมดที่ว่ามาแบบจริง ๆ แวะเวียนไปได้ที่ The COMMONS ทองหล่อ 17 จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ หรือจะเป็นที่ Jouer สุขุมวิท 32 ที่ทั้งสองใช้สตูดิโอร่วมกับ Plant House ก็ได้ ที่สำคัญ นนท์และมายฝากมาบอกชาวมนุษย์อินทรีย์ทั้งหลายว่า หากไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ราว ๆ เดือนสิงหาคมนี้ พวกเขาจะมีสตูดิโอและโชว์รูมเล็ก ๆ อย่างเป็นทางการ ใครอยากแวะไปชมสินค้า พูดคุย ปรึกษา หรือดูตัวอย่างการใช้งานจริง ก็ปักหมุดไว้ได้เลยที่ H dining สุขุมวิท 38 

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ส่วนช่องทางการสั่งซื้อ แบรนด์นี้ก็กำลังจัดเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ เราแอบไปเห็นหน้าเว็บไซต์ของจริงมาแล้ว บอกเลยว่ามีครบทุกรายละเอียด ทั้งเรื่องไซส์ สี กรรมวิธีการผลิต วิธีนำไปใช้ ไปจนถึงคุณสมบัติด้านความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ว่าของชิ้นนี้ช่วยลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้งไปได้เท่าไหร่ โดยในอนาคต นนท์และมายอยากทำให้เว็บไซต์คำนวณได้คร่าว ๆ ว่า หากเราซื้อสินค้าของโลกาจำนวนเท่านี้ จะช่วยลดขยะไปได้กี่กิโลกรัมต่อหนึ่งตารางเมตร

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“คุณไม่ต้องสนก็ได้ว่าโลกาทำเรื่อง Waste แค่มองว่าสินค้าของเราเหมาะกับบ้านของคุณไหม แค่นั้นพอ คุณช่วยสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่ต้องตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมเลยด้วยซ้ำ แล้วท้ายที่สุด คุณอาจช่วยลดปริมาณขยะไปเป็นพันกิโลโดยไม่รู้ตัว

“เวลามองปัญหาสิ่งแวดล้อม เราอาจรู้สึกว่ามันเกินเอื้อมที่เราจะต่อสู้ใช่ไหมคะ ดังนั้น มายคิดว่าการเริ่มจากตัวเรา เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวของเรา ทำให้มันสนุกและค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อมกัน มันจะดีและยั่งยืนที่สุด”

หลังจบบทสนทนา เรารู้ได้ทันทีว่าโลกายังมีโปรเจกต์แสนสนุกรออยู่อีกเพียบ ซึ่งช่วยตอกย้ำให้เห็นว่า ความตั้งใจในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมของแบรนด์นี้ ทั้งแข็งแรงและทนทานไม่แพ้สินค้าของเขาเลยแม้แต่น้อย

ส่วนเราเองก็ดีใจไม่น้อยที่ได้เห็นการเติบโตของแบรนด์ไทยหัวใจอินทรีย์อีกหนึ่งเจ้า หากมีแบรนด์ที่อยากลุกขึ้นมาสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้อีกเยอะ ๆ ก็คงจะดีไม่น้อยเลยว่าไหม

loqa (โลกา)

โทรศัพท์ : 08 9770 4565

อีเมล : [email protected]

Facebook : loqa

Instagram : loqa.co

Line Official Account : @loqa

ภาพ : loqa

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load