ผิวหนังก็เหมือนปาก

กว่าจะเลือกหยิบขนมหรือซอสปรุงรสสักขวดลงตะกร้า หลายๆ คนคงพลิกซองไปมา อ่านฉลากอยู่นานสองนาน เพราะเราต่างรู้กันดีว่าของกินเหล่านั้นต้องสัมผัสกับอวัยวะภายในและร่างกายของเราโดยตรง หากเผลอทานอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า ก็อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของเราได้เป็นแน่

ในทางกลับกัน เมื่อเราไปซื้อสบู่ แชมพู ยาสีฟัน เรากลับหยิบลงตะกร้าแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก อาจพิจารณาจากสี กลิ่น รส และโปรโมชันลดราคาอีกเล็กน้อย มาตรวัดการเลือกซื้อของใช้จึงไม่ซับซ้อนวุ่นวายเท่ากับของกิน นั่นเป็นเพราะเราต่างคิดกันไปเองว่า ของใช้เหล่านั้นล้วนอยู่ภายนอกร่างกาย จะต้องประณีตอะไรเสียมากมายกับของที่เราไม่ได้ดื่มกินเข้าไป

แต่ผิวหนังเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่มากที่สุดในร่างกาย  สารเคมีจากผลิตภัณฑ์ของใช้ต่างๆ ที่เราทาถูลงบนผิวหนัง สามารถซึมผ่านชั้นผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เพียงพอที่จะทำให้คุณลองพลิกฉลากของใช้ก่อนซื้อ

หากลองอ่านส่วนผสมที่ข้างกล่อง จะพบว่าโลชั่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ตลอดจนผลิตภัณฑ์กลุ่มซักล้างบางชนิด เต็มไปด้วยสารเคมีและสารก่อมะเร็งจำนวนมาก ลองนึกดูคร่าวๆ ว่าตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนหัวถึงหมอนอีกครั้งในตอนค่ำ เราใช้ผลิตภัณฑ์อะไรกันบ้างในวันวันหนึ่ง แล้วเราใช้ต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ นั่นเป็นปริมาณมหาศาลของสารเคมีที่ร่างกายซึมซับลงไปโดยที่เราไม่รู้ตัว 

แม้ว่าบางคนจะหันมาปลูกผัก ทำอาหารทานเอง กินอยู่ตามวิถีรักสุขภาพ ก็อาจยังพบสารเคมีใกล้เนื้อตัวจากของใช้อุปโภคที่ดูไม่มีอันตราย แทนที่อวัยวะต่างๆ จะได้ทำหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็ต้องเสียเวลามากำจัดสารพิษจากนานาของใช้ที่เราประโคมใช้กันอยู่ทุกวี่วัน ท้ายที่สุด ร่างกายก็จะอ่อนแอลงไปด้วย

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ :  Pasutara พสุธารา

ของใช้เหล่านี้ข้องเกี่ยวหมุนเวียนในชีวิตประจำวันของเรามากพอๆ กับอาหาร 3 มื้อ คงจะดีไม่น้อยหากเรามีผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ปลอดสารเคมีอันตรายเป็นทางเลือก วันนี้ ‘มนุษย์อินทรีย์’ จึงอยากให้ทุกท่าน 

‘ขออย่ายอมแพ้’ ให้กับสารเคมีในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ และอย่ายอมแพ้ต่อการช่วยโลกของเรา ด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ของใช้อินทรีย์ตั้งแต่หัวจรดเท้าจากทั่วฟ้าแบรนด์ไทย ที่ใช้วัตถุดิบในการผลิตจากธรรมชาติ ซึ่งนอกจากดีต่อตัวผู้ใช้ ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าจะเกิดอาการแพ้แล้ว ก็ยังดีต่อโลกและสิ่งแวดล้อมด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะเมื่อวัตถุดิบต้นทางผ่านการคัดเฟ้นเฉพาะสารอินทรีย์ธรรมชาติ ปลายทางที่ถูกชะล้างลงท่อระบายน้ำก็ย่อยสลายได้ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

แต่ก่อนที่จะหยิบตะกร้าไปเลือกช้อป เราอยากให้คุณลองเคลียร์ของใช้อันเก่าในห้องน้ำและโต๊ะเครื่องแป้งออกเสียก่อน มาดูกันว่าบนฉลากผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายเหล่านี้แฝงตัวอยู่หรือไม่

โซเดียมลอริลซัลเฟต หรือ โซเดียมลอริลอีเทอร์ซัลเฟต (Sodium Lauryl Sulfate-SLS หรือ Sodium Lauryl Ether Sulfate-SLES) : สารทำให้เกิดฟอง มักพบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกายและเส้นผม ช่วยลดแรงตึงผิวและทำให้สิ่งสกปรก คราบไขมันหลุดออกได้ง่าย หากมีความเข้มข้นมากไป อาจทำให้ผิวแห้งตึง ขาดน้ำ เกิดสิว และระคายเคืองต่อเยื่อบุตาได้

สารกลุ่มพาราเบน (Parabens) : สารกันเสีย ป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์เสียง่าย มักพบในเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย เส้นผม และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ แม้ใช้เพียงเล็กน้อยแต่ถ้าหากร่างกายสะสมเป็นเวลานานก็อาจเป็นสารก่อมะเร็งเต้านมได้

ซิลิโคน (Silicone) : นิยมใช้ในโลชั่นหรือครีมนวดผม ทำหน้าที่คล้ายพสาสติกเคลือบให้ผิวและเส้นผมนุ่มลื่น แต่อาจเกิดการระคายเคือง สิวอุดตัน และเส้นผมแห้งกรอบ

ปิโตรเคมีคอล (Petrochemicals) : ทำจากน้ำมันดิบ มักพบในโลชั่นและเครื่องสำอางทั่วไป ทำหน้าที่เป็นฟิล์มเคลือบผิว กักเก็บความชุ่มชื้น แต่อาจทำให้ผิวหนังอุดตันได้

สีสังเคราะห์ (Artificial Color) : สีสันที่ฉูดฉาดล้วนเป็นสีสังเคราะห์ที่อาจมีการปนเปื้อนของโลหะหนัก หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเกิดการสะสมเป็นสารก่อมะเร็งได้ นอกจากนี้ บางผลิตภัณฑ์ยังใส่กลิตเตอร์แวววาวหรือผงมุกเม็ดเล็กๆ เหล่านี้เป็นสารเคมีและทำจากเม็ดบีดไมโครพลาสติก เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

ไตรเอทานอลเอมีน (Triethanolamine หรือ TEA) : ทำหน้าที่ปรับค่า pH มักพบในผลิตภัณฑ์กลุ่มสารทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ซักล้าง และกลุ่มเจลล้างมือต่างๆ อาจทำให้เกิดการแพ้ ผิวหนังหรือเส้นผมแห้งกร้าน เกิดการระคายเคือง เป็นผื่นแดงบริเวณผิวหนังและดวงตาได้

ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) : มักใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรคในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สบู่ แชมพู ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัว ซึ่งนอกจากจะทำร้ายผิวอย่างรุนแรงแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อปอด ระบบประสาท และระบบทางเดินหายใจ

โพลีเอธิลีนไกลคอล (Polyethylene Glycol หรือ PEG) : สารให้ความชุ่มชื้นและช่วยทำให้เนื้อครีมข้นขึ้น มักพบในเครื่องสำอางทำความสะอาดผิวหน้าและครีมบำรุงผิวต่างๆ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหนังได้ และอาจเป็นสาเหตุของความผิดปกติในตับและไต

เมทิลไอโซไทอะโซลิโนน (Methylisothiazolinone หรือ MIT) : สารกันเสีย มักพบในเครื่องสำอาง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ แต่อาจก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคืองได้

ไตรโคซาน (Triclosan) : ส่วนผสมในสบู่ ยาสีฟัน เครื่องสำอาง ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียและเหงือกอักเสบ ทำให้เกิดอาการแพ้ตามผิวหนัง และมีผลให้ฮอร์โมนทำงานผิดปกติ

ดูแล้วก็มีที่คุ้นหน้าค่าตากันอยู่หลายชนิด สารบางตัวเราก็แทบจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่เชื่อสิว่าเครื่องใช้รอบตัวคุณมีสารเหล่านี้เจือปนอยู่แทบทั้งนั้น บางชนิดติดสติกเกอร์แผ่นใหญ่ไว้หน้าขวดว่า NO SLS แต่พอพลิกดูฉลากกลับมีคำว่า Sodium Laureth Sulfate อยู่ทนโท่ หากไม่พลิกอ่านก็แทบไม่รู้ตัว ว่าเราประโคมใช้สารเคมีกันอยู่ทุกเช้าเย็น ดังนั้น เพื่อให้การช้อปปิ้งข้าวของเครื่องใช้ตั้งแต่หัวจรดเท้าในครั้งต่อไป ปลอดภัยจากสารพิษนานาชนิดที่ไม่เป็นมิตรต่อร่างกาย ตามไปดูแบรนด์ไทยเชื้อสายอินทรีย์เหล่านี้กันดีกว่า ว่าจะมีของใช้ที่รักเราและรักโลกชนิดใดให้เลือกซื้อเลือกหากันบ้าง

01

ZNYA Organics

ช่องทางการซื้อ : ร้านค้าและซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไป เช็กสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่ / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Znya Organics

Facebook : Znya Organics

Instagram : znyaorganics

โทรศัพท์ : 06 1626 2928 หรือ LINE ID : @znyaorganics

ZNYA Organics
ภาพ : Znya Organics

เริ่มกันที่ของใช้ออร์แกนิกที่มีทั้งผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่และเด็กน้อยวัยเตาะแตะ ปอน-วิตราภรณ์ พิมพลา คุณแม่ผู้เคยประสบปัญหาภูมิแพ้และผื่นลมพิษขึ้นทั้งตัว รักษามาทุกวิถีทางก็ยังไม่สามารถเอาชนะอาการป่วยนี้ได้หายขาด ในเบื้องต้นเธอคิดว่าสาเหตุมาจากอาหารที่รับประทาน แต่ภายหลังพบว่าสารก่อภูมิแพ้นั้นมาจากของใช้นอกร่างกายทั้งสิ้น เธอจึงหันมาพึ่งพาธรรมชาติและเริ่มคิดค้นสบู่สูตรออร์แกนิกร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ตัวเธอและคนที่บ้านใช้ จนปัจจุบันแบรนด์ ZNYA Organics มีผลิตภัณฑ์แตกกิ่งก้านสาขาออกมาอีกจำนวนมาก

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Znya Organics

ปอนเชื่อว่าเดิมทีผิวและผมของเราทุกคนมีสุขภาพดีอยู่แล้ว แต่เมื่อเราเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เจือปนสารเคมี สภาพผิวและผมจึงถูกปรับไปตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นั้นๆ สินค้าจากแบรนด์ ZNYA Organics จึงไม่มีการคัดแยกว่าสำหรับผิวมัน ผิวแห้ง หรือ ผมมัน ผมแห้ง แต่จะใช้วัตถุดิบอินทรีย์เพื่อดีท็อกซ์สารเคมี ปรับสภาพผิวและผมให้ค่อยๆ สมดุล ที่สำคัญยังวางใจในคุณภาพได้ว่าทุกวัตถุดิบล้วนเป็นอินทรีย์ ปราศจากสารเคมีและสารกันบูดทุกชนิด เพราะได้การการันตีจาก USDA Organic จากประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นที่เรียบร้อย 

สินค้าของ ZNYA Organics มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอย่างเบบี้ออยล์ สบู่เหลว สบู่ก้อน และน้ำมันทาผิว ไปจนถึงสบู่ล้างหน้าสูตรออร์แกนิก สกัดจากน้ำมันมะกอกและน้ำมันงา แชมพูสะเดาที่กวาดรางวัลจากโปแลนด์มาแล้วหลายเวที ยาสีฟันจากดอกเกลือและกานพลู ผงถ่านพอกหน้าช่วยขจัดสารเคมีในผิว เกลือแช่ตัวและเท้าผสมน้ำมันหอมระเหยและสมุนไพร และน้ำมันบำรุงผิวหน้าแบบจบครบที่ขวดเดียวสำหรับผู้ใหญ่

วัตถุดิบที่ปอนเลือกใช้ ก็มาจากพืชผลที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ติดต่อกับฟาร์มอินทรีย์และควบคุมดูแลการผลิตเองทุกขั้นตอน ที่น่าสนใจคือ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กจะไม่เจือปนสีและกลิ่นใดๆ เพื่อให้น้องๆ หนูๆ ได้ดมและจำกลิ่นของพ่อแม่ได้อย่างเต็มที่ ส่วนแป้งฝุ่นทาตัว ปอนกล่าวว่าลืมไปได้เลย เพราะเป็นที่รู้กันว่าแป้งฝุ่นล้วนทำมาจากทัลคัม ยิ่งทาก็เหมือนยิ่งเติมฝุ่นเข้าไปในปอดของเด็กๆ ผลิตภัณฑ์ที่เธอทำออกมา จึงมีเฉพาะของจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น

02

Bija Herbal

ช่องทางการซื้อ : ร้านสวน ชั้น 1 หอศิลป์ กรุงเทพฯ, Ecotopia ชั้น 3 Siam Discovery, ICON CRAFT ชั้น 5 ICONSIAM / ออนไลน์

เว็บไซต์ : BijaHerbal

Facebook : BijaHerbal

Instagram : Bijaherbal

โทรศัพท์ : 09 2440 9449 หรือ Line ID : BijaHerbal

Bija Herbal
ภาพ : Bija Herbal

ด้วยใจรักในวิถีภูมิปัญญาไทย และอยากส่งเสริมผลิตผลและเกษตรกรไทยให้มีรายได้ อ๋อย-อัจฉราวรรณ วงศ์สาธิตกุล จึงได้หยิบยกวัตถุดิบพื้นถิ่นอย่างข้าวเสาไห้ NON-GMO มาประดิษฐ์คิดค้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า พ่วงมาด้วยขนาดไซส์เล็กกะทัดรัดน่าพกพา ถูกใจนักเดินทางที่ต้องแพ็กกระเป๋ากันอยู่บ่อยๆ

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Bija Herbal

นอกจากเรื่องขนาดบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะจะหยิบใส่กระเป๋าได้แบบพอดิบพอดี อีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ Bija (พีชะ) ตีตลาดกลุ่มนักเดินทางได้แบบอยู่หมัด คือสินค้าส่วนมากมักทำออกมาในรูปแบบผง ทำให้ไม่มีปัญหาเวลาโหลดสัมภาระขึ้นเครื่องบิน สินค้าตัวแรกเริ่มคือผงแป้งข้าวล้างหน้า มีส่วนผสมหลักอย่างแป้งข้าวเจ้าและขมิ้นชัน เมื่อไม่ใช้น้ำจึงไม่ต้องใส่สารกันเสีย ปราศจากทัลคัมและน้ำหอม ฟองน้อยเพราะไม่มี SLS มากวนใจ 

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของพีชะคือแผ่นข้าวมาสก์หน้าที่ทำจากเส้นใยขนาดเล็กกว่าผ้าฝ้ายถึง 200 เท่า จึงทำให้แนบสนิทกับผิวหน้าได้ประหนึ่งว่าเป็นผิวหนังอีกชั้นของเรา ช่วยคืนความชุ่มชื่น กระจ่างใส และความสมดุลให้กับผิวหน้า และยังทำให้ครีมบำรุงผิวซึมลงผิวหน้าได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ที่สำคัญแผ่นมาสก์ยังย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ไม่ทิ้งภาระให้กับสิ่งแวดล้อม แอบกระซิบว่าโปรดักต์นี้ได้รับรางวัลจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติอีกด้วยนะ

แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะพีชะยังยกขบวนสินค้าคุณภาพคับกล่องมาอีกหลากหลายหมวดหมู่ ทั้งผลิตภัณฑ์ Anti-aging ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์กำจัดสิว ครีมบำรุงผิวและมือ ลิปบาล์ม อายส์เซรั่ม ผงสีฟัน น้ำมันนวดตัว และอีกสารพัดที่ไม่ได้กล่าวถึง ที่สำคัญสินค้าทุกชิ้นยังใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่ไว้ใจได้ ผ่านกรรมวิธีจากธรรมชาติและปราศจากสารเคมี เรียกได้ว่าประทินผิวทั้งเรือนร่างแบบปลอดภัยหายห่วง ตั้งแต่หัวจรดเท้ากันได้ไม่มีเบื่อเลยทีเดียว

03

THLOS  

ช่องทางการซื้อ : THLOS Skincare Care & Kitchen สุขุมวิท 66 (ปิดหน้าร้านชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด) / ออนไลน์

เว็บไซต์ : THLOS

Facebook : THLOS Skin Care & Kitchen

Instagram : thlos_skincare

โทรศัพท์ : 08 5819 9003 หรือ Line ID : @thlos_skincare

THLOS
ภาพ : THLOS

THLOS ชื่อแบรนด์ที่ย่อมาจาก The Herbal Lore of Siam แปลเป็นไทยว่า คลังความรู้เรื่องสมุนไพรแห่งสยาม ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 2010โดย เปิ้ล-อังคนา พรวิศวารักษกูล และ สุชิน พรวิศวารักษกูล พี่ชายของเธอ ทั้งสองตั้งใจอยากนำเสนออัตลักษณ์ของความเป็นไทยในรูปแบบผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางร่วมสมัย โดยใช้วัตถุดิบอินทรีย์มาเป็นส่วนประกอบของสินค้าทั้งหมด

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ: THLOS

เสน่ห์ของทลอส คือการพลิกโฉมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ด้วยการนำสมุนไพรมาใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันอย่างปลอดภัย พัฒนาสูตรโดยแพทย์แผนไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรไทย กลายเป็นข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่มาพร้อมกับแพ็กเกจหรูหรายกระดับ ให้พกใส่กระเป๋าและหยิบมาใช้ได้แบบไม่เคอะเขิน ไม่ว่าจะเป็นแป้งน้ำเย็น สบู่ แชมพู ครีมนวดผม น้ำมันนวด และโลชั่นบำรุงผิว 

ส่วนสินค้าที่ทลอสภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างยิ่ง คือ ลิปบาล์มสูตรเชียร์บัตเตอร์ สารสกัดจากวัตถุดิบออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานโดย COSMOS และ BIOGRECERT มีส่วนผสมจากน้ำมันมะพร้าว น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันเมล็ดองุ่น และโจโจบา ออยล์ ให้ความชุ่มชื่นเรียบเนียนแก่ริมฝีปากจากวัตถุดิบธรรมชาติแบบปลอดสารเคมี นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อาหารและของกินแปรรูปอีกหลายชนิดวางจำหน่ายให้เลือกช้อปกันอีกด้วย

แม้ในโลกปัจจุบันจะเต็มไปด้วยการรุกหน้าของเทคโนโลยีและวิทยาการมากมาย ทลอสยังคงเชื่อมั่นว่าถ้ามีสินค้าไทยคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม พ่วงมาด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามน่าใช้สอย ก็จะช่วยทำให้คนไทยมั่นใจและหันมาใช้สินค้าแบรนด์ไทยมากยิ่งขึ้น 

04

Rai Din Dee Jai  

ช่องทางการซื้อ : ออนไลน์

เว็บไซต์ : Rai Din Dee Jai

Facebook : Raidindeejaifarm

Instagram : raidindeejai

โทรศัพท์ : 086 059 8939 หรือ Line ID : raidindeejai

Rai Din Dee Jai
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

กำพล และ หทัยชนก คู่สามีภรรยาผู้หันหลังให้กับชีวิตในเมือง และกลับมาปลูกผักทำไร่ตามวิถีเกษตรอินทรีย์ที่จังหวัดอุทัยธานี เพราะอยากให้เจ้าตัวน้อยที่กำลังจะเกิดมาได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า เริ่มจากการเปลี่ยนผืนดินเพื่อปลูกเมล็ดงาตามวิถีเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า และสารกำจัดแมลง เก็บเกี่ยวด้วยวิถีธรรมชาติและใช้ระบบแมนนวลในการบีบน้ำมันงาจากสองมือ จนได้มาเป็นน้ำมันงาอินทรีย์ไร้สารเคมีออกขาย เมื่อมีโจทย์ที่ต้องฟื้นฟูบำรุงดิน ทั้งสองจึงตัดสินใจปลูกถั่วเขียวเพื่อไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด จากนั้นจึงต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วเขียวและพืชพรรณชนิดอื่นๆ อีกมากมาย

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Rai Din Dee Jai 

การปลูกพืชแบบอินทรีย์อาจต้องใช้ระยะเวลานานกว่า และผลผลิตไม่สวยเท่ากับผลผลิตในระบบที่ใช้สารเคมี ถั่วเขียวล็อตแรกจากไร่ดินดีใจจึงถูกกดราคาแบบครึ่งต่อครึ่ง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทั้งสองเริ่มมองหาวิธีแปรรูปผลผลิตเป็นสินค้าชนิดอื่นทดแทน จากนั้นจึงได้ลองหยิบยกพืชผลต่างๆ ที่ปลูกเองเก็บเองจากในไร่ มาแปรรูปเป็นเครื่องสำอางจากธรรมชาติแท้ๆ ที่ปลอดสารเคมีและดีต่อสิ่งแวดล้อม 

ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแรกเริ่มอย่างน้ำมันงาอินทรีย์สกัดเย็น สกัดจากเมล็ดงาขาวและงาดำอินทรีย์ด้วยกรรมวิธี Cold Press ใช้สำหรับทากันแดด บำรุงผิวและเส้นผม หรือแชมพูสูตรสมุนไพรสด สารสกัดจากอัญชัน บอระเพ็ด ใบหมี่ มะกรูด และน้ำแร่จากแหล่งธรรมชาติในท้องถิ่น บรรจุลงในขวดพลาสติกแบบ HDPE ที่หมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ผงพอกหน้าจากข้าวหอมมะลิ ใช้พอกหน้าและสครับผิวได้ ผงถั่วเขียวทำความสะอาดผิวที่มีค่า pH เหมาะกับใบหน้า ใช้แทนโฟมล้างหน้าและสบู่อย่างสะอาดหมดจด นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงขนสำหรับสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

การหวนคืนสู่วิถีธรรมชาติ ปลูกผักหว่านพืชตามแบบเกษตรอินทรีย์ นอกจากจะทำให้ผู้ผลิตและลูกค้ามีความสุขที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ แล้ว ผืนดินอันแห้งแล้งก็พลิกฟื้นขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นี่จึงเป็นที่มาของชื่อไร่ดินดีใจ ที่ได้มอบคุณค่าจากธรรมชาติในผืนไร่ สู่ปลายทางผู้รับมาอย่างยาวนานมากกว่าสิบปี

05

Harmony Life

ผลิตภัณฑ์ : ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และของใช้ทั่วไป

ช่องทางการซื้อ : SUSTAINA สุขุมวิท39 / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Harmony Life

Facebook : Sustania organic shop

Instagram : harmonylife_sustaina

โทรศัพท์ : 0 2721 7511, 08 9819 0110

Harmony Life
ภาพ : HarmonyLife Organic Farm

Harmony Life คือฟาร์มปลูกผักอินทรีย์ในนครราชสีมาที่นำผลผลิตมาแปรรูปเป็นสินค้านานาชนิด แบบปลูกเอง ทำเอง ขายเองครบวงจร โดย Mr.Sho Orga ชาวญี่ปุ่นผู้เล็งเห็นถึงปัญหาน้ำเน่าเสียที่เกิดจากการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ท่อน้ำและคูคลองต่างๆ จึงอยากส่งเสริมให้ผู้คนหันมาบริโภคและใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหรืออินทรีย์ตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อให้ปลายทางของสินค้าเหล่านั้นย่อยสลายในธรรมชาติได้โดยไม่ทิ้งสารพิษลงสู่แหล่งน้ำ 

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : HarmonyLife Organic

นอกจากจัดจำหน่ายผักและสินค้าแปรรูปจากพืชผลในฟาร์มของตนเองแล้ว Harmony Life ยังมีผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ได้เลือกใช้โดยไร้กังวลต่ออาการแพ้ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นโลชั่นน้ำตบเข้มข้นบำรุงผิวหน้า สารสกัดจากว่านหางจระเข้ บวบ ใบสะเดา และแตงกวา ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น แลดูอ่อนเยาว์และฟื้นฟูรอยแผลเป็น ลิปบาล์มธรรมชาติ ผลิตจากไขผึ้งและน้ำมันจากธรรมชาติ ปราศจากสารกันบูด สารสังเคราะห์เคมี และน้ำหอม ช่วยบำรุงให้ริมฝีนุ่มลื่น ไม่แห้งกร้าน สบู่แฮนด์เมดสารสกัดจากน้ำมันมะกอก ราคาต่างกันไปตามขนาดของสบู่ที่ทำออกมาในแต่ละครั้ง หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอย่างน้ำยาซักล้างอเนกประสงค์สูตรธรรมชาติ ปราศจากน้ำมันปิโตรเลียม ใช้ส่วนผสมที่ได้รับการรองรับจาก ECO Cert. จึงมั่นใจได้ว่าอ่อนโยนต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน 

ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงโคราชก็อุดหนุนสินค้าจาก Harmony Life ได้ เพราะทางฟาร์มขนตะกร้าสินค้ามาวางจำหน่ายใกล้ๆ คนเมืองที่ร้าน SUSTAINA ซอยสุขุมวิท 39 นอกจากนี้ยังมีผักสด อาหารออร์แกนิกและขนมอร่อยๆ ไว้ให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันด้วย 

 06

Patom

ช่องทางการซื้อ : Patom Organic Living สาขาทองหล่อ 25 และ สาขาสวนสามพราน / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Patom

Facebook : Patom

Instagram : patom_organic_living

โทรศัพท์ : 0 2084 8649 หรือ LINE ID : @patom

Patom
ภาพ : www.facebook.com/patom.organics/

Patom แบรนด์สินค้าออร์แกนิกที่พ่วงมาด้วยธุรกิจคาเฟ่ใจกลางกรุงอย่าง Patom Organic Living ของ ฟี่-อนัฆ นวราช ทายาทรุ่นสามที่ต้องการขยายกิจการใหม่บนธุรกิจสวนสามพรานของครอบครัว เขาเริ่มจับต้นชนปลายจากการผลิตสบู่และแชมพู โดยได้วัตถุดิบจากสมุนไพรที่ปลูกภายในฟาร์มสวนสามพราน และจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกตามวิถีอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดล ทำให้สามารถขยายไลน์การผลิตให้มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้นภายในระยะเวลาไม่นานเกินรอ

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : www.facebook.com/patom.organics/

สินค้าทุกชิ้นจากปฐม คัดเฟ้นเฉพาะวัตถุดิบอินทรีย์ที่ปลูกได้ในประเทศไทย บรรจุลงในบรรจุภัณฑ์เก๋ไก๋ถูกใจสายมินิมอล มีตั้งแต่คลีนซิ่งสเปรย์ทำความสะอาดมือ มีส่วนผสมจากน้ำกลั่นมะนาวและน้ำกลั่นตะไคร้ธรรมชาติ เซรั่มบำรุงผมให้นุ่มสลวยดกดำ สกัดจากน้ำมันธรรมชาติ ทั้งบอระเพ็ด ทองพันชั่ง และน้ำมันมะพร้าว ยาดมสมุนไพรกลิ่นไม่อ่อนไม่แรงช่วยให้โล่งจมูก โลชั่นบำรุงผิวสกัดจากน้ำมันธรรมชาติและกุหลาบมอญ ช่วยให้ผิวอิ่มฟูดูกระจ่างใส โลชั่นสารสกัดจากใบย่านางที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย และยังมีผลิตภัณฑ์ของกินของใช้อีกมากมาย ทั้งหมดมีวางจำหน่ายอยู่ในคาเฟ่สายออร์แกนิกอินทรีย์ซึ่งไม่แพ้กัน 

ใครสนใจอยากอุดหนุนสินค้าจากเกษตรกรไทย พร้อมลิ้มลองอาหารสูตรดั้งเดิมของสวนสามพราน ไม่ต้องไปไกลถึงนครปฐม ก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนกันได้ที่ซอยทองหล่อ 25 ใกล้ๆ นี่เอง

นอกเหนือจากการคัดสรรวัตถุดิบที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อคงคุณค่าจากธรรมชาติสู่ทุกผลิตภัณฑ์ในมือของผู้บริโภค Patom ยังเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่ส่งเสริมการเพาะปลูกด้วยวิถีธรรมชาติ เสริมสร้างอาชีพและความมั่นคงให้กับเกษตรกร เพื่อปณิธานในการผลิตอาหาร สินค้า และสภาพแวดล้อมที่ดีคืนสู่ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

07

Pasutara 

ช่องทางการซื้อ : พสุธารา อ.สวนผึ้ง / Ecotopia ชั้น 3 Siam Discovery, ICON CRAFT ชั้น 5 ICONSIAM, Gourmet Market สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน เดอะมอลล์ท่าพระ และเดอะมอลล์บางแค, Lemon Farm, Siam Paragon, Emquartier / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Pasutara

Facebook : Pasutara พสุธารา

Instagram : pasutara

โทรศัพท์ : 09 2254 4199 หรือ LINE ID : @pasutara

Pasutara
ภาพ : Pasutara

พสุธารา เป็นแบรนด์ของใช้ ของกิน ที่พัก และผักออร์แกนิกภายใต้คอนเซปต์ Purifying Life โดย บาส-ปรมินทร์ วัฒน์นครบัญชา และ แม่อ้อย-ดรุณี วัฒน์นครบัญชา ที่ริเริ่มเปลี่ยนแปลงที่ดินในอำเภอสวนผึ้งให้กลายเป็นสวนผักปลอดสารพิษ และต่อยอดไอเดียธุกิจโดยการคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยความตั้งใจให้คนเข้าถึงธรรมชาติได้ด้วยของใช้และของกิน

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : www.facebook.com/pasutarathailand/

พสุธาราสร้างทางเลือกในการใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คัดสรรวัตถุดิบจากพืชผลในไร่ของตนเอง และบางส่วนนำมาจากแหล่งผู้ผลิตที่ไว้ใจได้ ว่าปลูกอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค ตั้งแต่เลม่อนบ่มน้ำผึ้งสินค้าซิกเนเจอร์ ไปจนถึงเครื่องใช้เสริมความงามอย่างคลีนซิ่งกลั่นจากโรสแมรี่สด ซึ่งได้โรสแมรี่พันธุ์ดีจากไร่ของพสุธาราเอง ช่วยลดอาการแพ้แดดและการอักเสบของผิว หรือจะเป็นน้ำตบโรสแมรี่ไทม์ออร์แกนิก เสริมทัพด้วยชะเอมเทศ และ L-canitine บริสุทธิ์มากกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ที่ อย. อนุญาตให้เคลมได้ว่าเป็นโปรดักต์ Firming และทำจากอะมิโนจากธรรมชาติ ครีมบำรุงผิวหน้าออร์แกนิกสกัดจากใบบัวบก โคกกะออม สาหร่าย และวิตามินธรรมชาติอีกนานาชนิด สบู่น้ำมันธรรมชาติที่ทำจากกรรมสกัดวิธีแบบเย็น ที่ต้องคัดสรรวัตถุดิบกันอย่างพิถีพิถันและทำด้วยความใจเย็นเป็นอย่างมาก 

นอกจากนี้ยังมีเกลือขัดผิวกายจากผิวเลม่อน กุหลาบ ขมิ้นมะกรูด และแชมพูที่มีส่วนผสมจากพืชธรรมชาติล้วนๆ ไร้พาราเบน SLS ซัลเฟต ซิลิโคน สระผมลงน้ำได้สบายใจ ไม่ทำร้ายระบบนิเวศ หากใครสนใจอุดหนุน ก็สามารถติดตามการสั่งจองได้ที่หน้าเพจของพสุธารา

สินค้าอินทรีย์จากเครือพสุธารายังมีให้เลือกใช้เลือกช้อปอีกมากมาย ที่สำคัญเขายังผลิตคิดค้นผลิตภัณฑ์ดีๆ ออกมาให้ได้อุดหนุนกันอยู่ตลอด นอกจากทำการเกษตร ของใช้ และผลิตภัณฑ์แปรรูปแล้ว พสุธารายังมีที่พักพร้อมอาหารเช้า บรรยากาศริมน้ำกลางสวนในเทือกเขาตะนาวศรี ไว้คอยบริการสำหรับผู้ที่สนใจใช้ชีวิตบริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติอีกด้วย

08

Mamagreen Organic 

ช่องทางการซื้อ : ออนไลน์

เว็บไซต์ : mamagreenorganic

Facebook : mamagreenorganic

Instagram : mamagreenorganic

โทรศัพท์ : 08 1753 3897 หรือ LINE ID : @Msoap

Mamagreen Organic
ภาพ : www.facebook.com/mamagreenorganic/

หวาน-กนกวรรณ อัศวกิจพานิช เป็นคุณแม่สายออร์แกนิก นอกจากอยากให้ลูกๆ และคนในครอบครัวกินอยู่แบบวิถีออร์แกนิกแล้ว ยังอยากให้ทุกคนได้ใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเธอเชื่อว่าของใช้ในชีวิตประจำวันที่ผลิตจากสารเคมี ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้ไม่แพ้อุตสาหกรรมอาหาร จึงเริ่มจากการทำสบู่ แชมพูแบบโฮมเมดใช้เองในบ้านและแจกจ่ายให้เพื่อนๆ เมื่อพัฒนาสูตรจนมั่นใจในคุณภาพ หวานจึงส่งต่อความตั้งใจอันดีนี้ไปยังลูกค้าของ Mamagreen Organic ให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ไร้สารเคมีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Mamagreen Organic

สินค้าทุกชนิดของ Mamagreen Organic เป็นผลิตภัณฑ์ไร้สารเคมี และมั่นใจได้ว่าผลิตจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ มีทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ เช่น สบู่เหลวที่มีส่วนผสมจากว่านหางจระเข้ที่เธอปลูกเองและน้ำมันธรรมชาติออร์แกนิกสกัดเย็น ช่วยบำรุงผิวพรรณและมีน้ำมันหอมระเหยช่วยผ่อนคลายบำบัดได้ในทุกครั้งที่ใช้ แชมพูสูตรขิงช่วยลดอาการผมร่วงและทำให้ผมนุ่มลื่นเรียบสวยโดยไม่ต้องพึ่งครีมนวดผม โลชั่นทาผิวสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ออร์แกนิก ปราศจากส่วนผสมของปิโตรเลียมและกลิ่นสังเคราะห์ หรือน้ำมันทาผิวใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ใช้ทาผิวหลังอาบน้ำ นวดบำบัด และผสมในอ่างอาบน้ำได้ 

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำยาทำความสะอาดอย่างน้ำยาล้างจานและน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ ขจัดสิ่งสกปรกได้หมดจดแต่อ่อนโยนต่อมือและสุขภาพของผู้ใช้ ปราศจากสารในตระกูลซัลเฟต อย่าง SLS SLES ทั้งหลาย และย่อยสลายในธรรมชาติโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

จุดขายของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Mamagreen Organic จึงไม่เพียงตอบโจทย์สายออร์แกนิกที่มองหาสินค้าจากวัตถุดิบเป็นมิตรกับธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังใส่ใจพิถีพิถันในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน พืชผลบางชนิดก็มาจากสวนหลังบ้านที่หวานและครอบครัวปลูกไว้เอง จึงมั่นใจในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยได้แบบสบายหายห่วง

09

 Vowda

ช่องทางการซื้อ : Vowda @หัวหิน, Tokyu ชั้น 1 MBK, All about you, Lemon farm, Ecotopia ชั้น 4 Siam Discovery / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Vowda

Facebook : Vowda Organic Cosmetics

Instagram : vowda_cosmetic

LINE ID : @vowda

ภาพ : www.facebook.com/vowdaorganiccosmetics/

วิศวกรเคมีสาว จ๋า-วิลาสินี โฆษิตชัยวัฒน์ ประสบปัญหาผิวบางและแพ้เครื่องสำอางแทบทุกชนิด เธอจึงต้องหอบยารักษาผิวหน้ากระบุงใหญ่ติดตัวไปต่างประเทศด้วยเสมอ แต่ในช่วงที่ยาใกล้หมด เธอมีโอกาสลองใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหลายชนิดทดแทน และพบว่าผิวหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแม้ไม่ต้องพึ่งสารเคมีหรือตัวยาใดๆ นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นให้จ๋าค่อยๆ ศึกษาทดลองนำพืชผลจากธรรมชาติมาดัดแปลงเป็นเครื่องสำอางและสกินแคร์ คิดค้นสูตรในห้องแล็บอยู่หลายปี และทดลองใช้เองจนมั่นใจในคุณภาพ ท้ายที่สุด แบรนด์ Vowda ก็ได้อวดโฉมสู่ท้องตลาดมาจนถึงปัจจุบัน

ภาพ : www.facebook.com/vowdaorganiccosmetics/

Vowda หยิบยกวัตถุดิบและพืชใกล้ตัวที่ปลูกง่ายขึ้นง่ายในท้องถิ่น มาสกัดเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์ ผ่านกระบวนการผลิตที่จ๋าออกแบบการทำงานของเครื่องจักรด้วยตัวเองทั้งหมด สังเกตปัญหาและความต้องการรอบตัวของตนเอง จากนั้นจึงใช้เป็นไอเดียสร้างสรรค์สินค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วยเช่นกัน 

อย่างโลชั่นน้ำตบสารสกัดจากเมล็ดกาแฟดิบ ที่จ๋าลงทุนเดินทางไปยังแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟออร์แกนิกทั้งในไทยและลาว ช่วยลดการอักเสบของผิว ทำให้ผิวหน้าแข็งแรงและลดเลือนริ้วรอยให้ตื้นจางลง หรือจะเป็นคลีนเซอร์ทำความสะอาดผิวหน้า ที่ถูกยกให้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวจากธรรมชาติที่ดีที่สุดจาก Vowda สกัดจากเมล็ดกาแแฟกรีนบีนและน้ำมันหอมระเหยทีทรีเกรดออร์แกนิก การันตีคุณภาพด้วยรางวัลชนะเลิศจากเวที EUROINVENT จากประเทศโรมาเนีย ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากผลิตภัณฑ์ประเภทสกินแคร์ดูแลผิวแล้ว Vowda ยังมีเครื่องสำอางสารสกัดจากธรรมชาติอย่างแป้งอัดแข็งจากข้าว เมล็ดบัว และกะลามะพร้าว ที่น่าสนใจคือลิปสติกออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ สารสกัดจากข้าวและปรุงแต่งสีด้วยข้าวแดง แครอท แครอทม่วง และพืชผักชนิดอื่นๆ อีกมากมาย ปลอดจากสารตะกั่วและโลหะหนักแบบสบายหายห่วง

10

นักเคมีหัวใจสีเขียว

ช่องทางการซื้อ : ออนไลน์

Facebook : นักเคมีหัวใจสีเขียว

นักเคมีหัวใจสีเขียว
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

แม้จะเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเคมี แต่ อาจารย์นุ่น-ดร.ชมพูนุท วรากุลวิทย์ ก็มีใจรักและมุ่งหวังอยากเห็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติคุณภาพดีไปอยู่ในทุกหลังคาเรือน หลังจากโหมงานหนักจนพบกับภาวะออฟฟิศซินโดรม จึงทำให้เธอกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากกว่าเก่า เริ่มจากการสังเกตกิจกรรมและสิ่งของรอบตัว จึงพบว่าสารเคมีวนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ และนี่เป็นตัวการหลักที่ทำให้สุขภาพย่ำแย่ลงด้วย คงดีกว่าหากเราสามารถหาสมุนไพรต่างๆ ในธรรมชาติมาทดแทนสารเคมีเหล่านั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เธอจึงเปิดเพจ ‘นักเคมีหัวใจสีเขียว’ เพื่อชักชวนให้คนลดการใช้เคมีสังเคราะห์ด้วยการแบ่งปันสูตรทำผลิตภัณฑ์ครัวเรือนอย่างง่ายจากวัตถุดิบธรรมชาติ ให้บรรดาเหล่าลูกเพจนำไปทดลองทำตาม นอกจากนี้อาจารย์นุ่นก็ได้ทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบออกมาปันขายบ้างบางส่วน เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าได้ทดลองใช้และอยากลงมือทำเองในครั้งต่อๆ ไป

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

ผลิตภัณฑ์แรกที่อาจารย์นุ่นเริ่มพัฒนาสูตร คือยาสระผมมะกรูด โดยเธอตระหนักว่ายาสระผมมะกรูดทั่วไปมักใช้เนื้อมะกรูดเป็นส่วนผสม ซึ่งมีกรดชนิดเดียวกับกรดมะนาว หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน แทนที่จะช่วยลดรังแค ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและหนังศีรษะอักเสบได้ ส่วนของมะกรูดที่เหมาะจะนำมาใช้ทำแชมพูคือส่วนเปลือกที่มีน้ำมันหอมระเหยอยู่จำนวนมาก จึงได้ปรับปรุงวิธีการจากสูตรภูมิปัญญาทั่วไปให้ได้คุณสมบัติที่ดีขึ้นจนกลายเป็นแชมพูมะกรูดสูตรซิกเนเจอร์ สารสกัดจากเปลือกมะกรูด ปราศจากน้ำและเนื้อไร้ข้อกังวลใจ ต่อมาจึงมีสูตรผสมอัญชันและบอระเพ็ดสดตามมา ซึ่งทุกสูตรใส่สารเกิดฟองที่อ่อนโยนในปริมาณเล็กน้อยให้พอรู้สึกว่าสระสะอาดเท่านั้น แต่ถึงแม้ว่าจะฟองน้อย แต่รับรองว่าสระแล้วสบายหัว ผมทิ้งตัวนุ่มสลวยอย่างดี 

นอกจากนี้ยังมีสินค้าจากพืชสมุนไพรอีกหลายชนิด ทั้งเจลอาบน้ำสระผมสูตรฝาง ขมิ้นชัน และน้ำผึ้ง ช่วยสมานผิวแพ้ง่าย สูตรรางจืดชาร์โคล์ช่วยล้างพิษ และสูตรฟักข้าวผสมน้ำผึ้งช่วยลดกลิ่นกาย น้ำยาบ้วนปากสมุนไพรแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ สกัดจากอบเชย กานพลู โรสแมรี่ น้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มิ้นต์แท้และเกลือธรรมชาติ ช่วยแก้ปัญหาอาการไอและเจ็บคอได้อย่างเห็นผล น้ำมันมะพร้าวบอระเพ็ดบำรุงผิวและผม และน้ำมันมะพร้าวไพลช่วยคลายกล้ามเนื้อ สมานผิวและลดอาการอักเสบได้ดี ที่สำคัญยังใช้แทนยาใส่แผลได้เลยในตัว ส่วนหมวดผลิตภัณฑ์ซักล้าง ก็มีทั้งน้ำยาอเนกประสงค์และน้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรลดเคมีให้ได้เลือกอุดหนุนกันด้วยเช่นกัน

ผลิตภัณฑ์ที่อาจารย์นุ่นจำหน่าย ไม่ได้หวังกอบโกยรายได้มากมายมหาศาล เธอเพียงทำเพื่อเป็นต้นแบบให้ลูกเพจได้รู้จักกับวิถีอินทรีย์และทดลองทำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแบบไม่พึ่งพาสารเคมีไว้ใช้เองที่บ้าน แต่สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการหาวัตถุดิบและไม่มีเวลา ก็แวะเวียนมาอุดหนุนสินค้าจากเธอเพื่อเป็นรายได้สนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งต่อความรู้ทั้งหลายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องรอเฝ้าหน้าจอให้ดี เพราะอาจารย์นุ่นจะเปิดจองสินค้าเป็นรอบๆ ช้าหมดอดแล้วอดเลย ต้องรอจนกว่าจะเปิดรอบจองใหม่เท่านั้น 

11

SABU-SABU Natural Lifestyle

ช่องทางการซื้อ : ร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป เช็กสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่ / ออนไลน์

เว็บไซต์ : SABU-SABU Natural Lifestyle

Facebook : SABU-SABU Natural Lifestyle

Instagram : sabusabulife

โทรศัพท์ : 08 9853 9991

Sabu Sabu
ภาพ : Sabu Sabu Natural Lifestyle

Virginia Bird ตัดสินใจย้ายมาใช้ชีวิตกับลูกๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อได้รับโจทย์ให้จัดทำเซ็ตของขวัญวันคริสมาสต์ให้แก่ลูกค้าของบริษัทส่งออกเฟอร์นิเจอร์ที่เธอทำงานอยู่ เธอพบว่าเป็นเรื่องยากเหลือเกินในการหาโรงงานที่จะผลิตสบู่ปลอดสารพิษให้เธอได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอหันมาทำสบู่สารสกัดจากธรรมชาติด้วยตนเอง และต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์มากกว่า 1,000 ชนิดในเวลาต่อมา ภายใต้ชื่อ Sabu Sabu ซึ่งหมายถึง สบู่ ผลิตภัณฑ์แรกของแบรนด์นั่นเอง

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : www.sabu-sabu.com

Virginia ตั้งใจให้สินค้าทุกชิ้นในเครือ Sabu Sabu ปราศจากสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม อย่างพาราเบนและ SLS ผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์อย่างสบู่อินทรีย์ ไร้สารเคมีและการแต่งกลิ่นสีทุกชนิด มีให้เลือกมากกว่า 50 สูตร ไม่ว่าจะเป็นสูตรตะไคร้ มะพร้าว เสาวรส ชาเขียว เชอร์รี่ ฯลฯ ส่วนผลิตภัณฑ์สกินแคร์ก็มีให้เลือกใช้ตั้งแต่ตระกูลคลีนซิ่ง ทั้งแบบเจล ออยล์ และสบู่ก้อน สารสกัดจากนม น้ำผึ้ง กุหลาบ และลาเวนเดอร์ นอกจากนี้ยังมีน้ำตบ โทนเนอร์ และอายครีม ไว้ให้ประทินผิวได้ไม่มีเบื่อ

ส่วนผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมอย่างแชมพู ครีมนวดผม แฮร์โทนิก น้ำมันบำรุงผม และสินค้าสำหรับหนูน้อยอย่างสบู่ก้อน สบู่เหลวสำหรับอาบน้ำสระผม แป้งฝุ่นปราศจากทัลคัม ครีมบำรุงผิวและบาล์มแก้ผื่นคัน ก็มีให้เลือกช้อปเช่นเดียวกัน

แนวคิดในการเลือกวัตถุดิบและผลิตสินค้าของ Sabu Sabu คือการหวนคืนสู่วิถีแบบธรรมชาติดั้งเดิมอย่างที่ควรจะเป็น สวนทางกับอุตสาหกรรมเคมีในปัจจุบันที่ต้องการผลิตสินค้าในต้นทุนต่ำ และเน้นปริมาณในการผลิตคราวละมากๆ สินค้าอินทรีย์และออร์แกนิกต้องอาศัยความพิถีพิถันในทุกกระบวนการ และใช้เวลามากกว่าสินค้าเคมีทั่วไป แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาช่างคุ้มค่า เพราะนั่นคือการมอบสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้ใช้ และตอบแทนคุณค่าของธรรมชาติได้ในเวลาเดียวกัน

12

Hug Organic

ช่องทางการซื้อ : ร้านค้าชั้นนำทั่วไป เช็กสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่ / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Hug Organic

Facebook : Hug Organic

Instagram : hugorganic

โทรศัพท์ : 09 4765 4242 หรือ Line ID : @hugorganic

Hug Organic
ภาพ : Hug Organic

เพราะอยากสนับสนุนให้คนหันมาดูแลสุขภาพในวันที่ร่างกายยังแข็งแรง บวกกับต้องคอยรับหน้าที่พาอากงไปพบแพทย์ผิวหนังอยู่บ่อยๆ จึงทำให้ น้ำผึ้ง-ภมรรัตน์ พรรณรัตนพงศ์ ตัดสินใจสร้างแบรนด์ธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของตัวเองขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพในรูปแบบบรรจุภัณฑ์น่าใช้และราคาน่ารัก จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของ Hug Organic มีส่วนผสมเป็นสารสกัดจากธรรมชาติใกล้เคียง 100 เปอร์เซ็นต์มากที่สุด อ่อนโยนต่อผิวและสิ่งแวดล้อมเสมือนการโอบกอดด้วยความรัก ซึ่งเธอเชื่อว่าหากเราดูแลร่างกายให้แข็งแรง เราก็จะมีโอกาสส่งต่อความรัก ความหวังดี และดูแลผู้อื่นต่อไปได้เช่นกัน

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Hug Organic

น้ำผึ้งเล็งเห็นถึงประโยชน์ของวัตถุดิบออร์แกนิกจากเกษตรกรไทย จึงคิดค้นสูตรเพื่อใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่อ่อนโยนต่อผิวและร่างกาย อย่างครีมอาบน้ำสารสกัดจากข้าวหอมนิลและดอกคาโมมายล์ พร้อมด้วยเม็ดสครับจากธรรมชาติ ไม่บาดผิว ช่วยบำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นสุขภาพดี ขจัดสิ่งสกปรกได้หมดจด หรือที่ทำมาจากพืชพรรณชนิดอื่นๆ ก็มีเช่นกัน อย่างแชมพูสารสกัดจากพริก ฮอปส์ และว่านหางจระเข้ ปราศจากพาราเบน ซิลิโคน SLS SLES และสีสังเคราะห์ ช่วยบำรุงให้เส้นผมสุขภาพดี และปกป้องเส้นผมจากมลภาวะโดยไม่ต้องพึ่งครีมนวด 

ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่น่าสนใจก็มีให้เลือกช้อปกันอีกมากมายหลายสูตร ทั้งบอดี้โลชั่น สเปรย์ล้างมือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แถมยังมีขนาดรีฟิลไว้คอยจัดจำหน่ายเพื่อลดปริมาณพลาสติกและสารพิษในสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

แม้สินค้าบางชนิดอาจยังไม่ใช่ออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยต้นทุนและกระบวนการผลิตที่ราคาสูง แต่น้ำผึ้งก็ตั้งใจพัฒนาสูตรให้มีส่วนผสมจากธรรมชาติและอ่อนโยนต่อสุขภาพของผู้ใช้มากที่สุด มีการระบุเปอร์เซ็นต์ส่วนผสมจากธรรมชาติและสารสังเคราะห์ไว้บนฉลากอย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการได้มากที่สุด นอกจากนี้ การใช้บรรจุภัณฑ์ไซส์ใหญ่จุใจ ยังเป็นการช่วยลดขยะและพลาสติก ทำให้ลูกค้าซื้อครั้งเดียวแต่ใช้ได้ต่อเนื่องยาวนาน ตัดปัญหาการสร้างขยะเหลือทิ้งบ่อยๆ

แนะนำกันมาซะยาวเหยียด แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยที่ผู้ประกอบการต่างมีความตั้งใจที่จะแจกจ่ายสินค้าดีๆ ตามวิถีอินทรีย์ออร์แกนิก ให้แก่เหล่าลูกค้าได้มีทางเลือกในการบริโภคมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางการรุดหน้าของวิทยาการเคมีในปัจจุบัน การทำให้ผลิตภัณฑ์อินทรีย์และออร์แกนิกทั้งหลายเข้าถึงวิถีชีวิตของผู้คนได้มากยิ่งขึ้น จึงถือเป็นการช่วยส่งเสริมให้คนสุขภาพดีและสิ่งแวดล้อมในสังคมดีขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

คราวหน้า ลองพลิกฉลากอ่านก่อนซื้อให้ละเอียด อย่ายอมแพ้ให้กับสารเคมี และอย่ายอมแพ้ในการช่วยโลกของเราไปด้วยกันนะ

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

เช้าวันไหนที่รีบร้อนออกจากบ้านสุด ๆ จนไม่มีเวลาสรรหาอาหารเช้าให้อิ่มท้อง ตัวเลือกแรก ๆ ที่หลายคนมองหา คงหนีไม่พ้นเจ้าก้อนขนมปังอันคุ้นเคย เพราะนอกจากจะคลายหิวได้ชะงัด ยังหาซื้อได้ง่ายมาก รูปแบบและรสชาติก็มีให้เลือกหลากหลาย แถมราคายังสบายกระเป๋า

ข้อนี้ เราไม่เถียง

แต่หากมีใครออกตัวว่ากินขนมปังแทนข้าวทุกวันยังได้ ข้อนี้คงต้องขอเถียงสักหน่อย

แม้จะอร่อยถูกใจแค่ไหน แต่คงต้องอดใจไว้บ้าง เพราะความลับที่ซ่อนไว้ในก้อนแป้งนุ่มนิ่มเหล่านี้ ซับซ้อนกว่าที่เราคาดการณ์ไว้หลายเท่า

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Younglek Bread

ก่อนอื่นมาว่ากันด้วยเรื่องแป้งสาลี อย่างที่ทราบกันดีว่าแป้งชนิดนี้เอาไปทำขนมตระกูลเบเกอรี่ได้หลากหลาย ทั้งเค้ก คุกกี้ รวมไปถึงขนมปัง พระเอกของเราในวันนี้ด้วย และหากลองเท้าความไปว่ากว่าจะมาเป็นขนมปัง ก้อนแป้งเหล่านี้ก็ต้องเคยเป็นแป้งสาลี และเคยเป็นเมล็ดข้าวสาลีมาก่อน

หากพลิกหน้าหนังสือประวัติศาสตร์ ว่ามนุษย์เริ่มรู้จักขนมปังกันตั้งแต่เมื่อไหร่ คงต้องย้อนไปร่วมหลายหมื่นปี เรียกได้ว่าเป็นอาหารที่อยู่คู่มวลมนุษยชาติมาทุกยุคทุกสมัย แต่ความจริงที่น่าตกใจ คือขนมปังจากแป้งสาลีในปัจจุบันที่เราหยิบตามชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตนั้น แตกต่างและกลายพันธุ์จากขนมปังในอุดมคติเมื่อครั้งอดีตไปหลายตลบ

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Craft bread

นี่แหละปัญหา เพราะน้อยคนจะรู้ว่าในแป้งสาลีมีส่วนผสมหลักที่เรียกว่า เลคติน ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในเมล็ดข้าวตามธรรมชาติ ประโยชน์คือช่วยป้องกันไม่ให้เหล่าแมลงเข้ามายุ่มย่าม แต่โทษดันตกอยู่ที่คนกินอย่างเรา ๆ เพราะเจ้าเลคตินที่ว่านี้จะเข้าไปก่อกวนระบบภูมิคุ้มกันและอาจทำให้เกิดภาวะลำไส้รั่วได้

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

นอกจากนี้ แป้งสาลียังมีของแถมชิ้นโตอย่างกลูเตนและไฟเตตมอบให้ด้วย (ใจดีเชียว) สำหรับกลูเตน แม้จะช่วยให้ขนมปังขึ้นฟูนุ่มนิ่มและอุดมไปด้วยโปรตีนมากมาย แต่มันอาจกระตุ้นให้สารแปลกปลอมหรือโปรตีนอันตรายเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายมาก ซ้ำร้ายหากใครมีอาการแพ้ก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะร่างกายที่ย่อยกลูเตนไม่ได้ อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน บางรายร้ายแรงถึงชีวิตเลยก็มี (น่ากลัวไหมล่ะ)

ส่วนไฟเตต แม้ชื่ออาจไม่คุ้นหูนัก แต่สายขนมปังควรทำความรู้จักอย่างยิ่ง เพราะหน้าที่ของมันคือขัดขวางไม่ให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุและวิตามินได้คล่องตัว ผลคือตับ ไต ผิวหนัง ผม ขน เล็บ ฯลฯ ก็จะขาดสารอาหารบำรุงจนอ่อนแอ

ที่กล่าวมาทั้งหมด คือผลพลอยได้จากแป้งสาลี แม้เราจะไม่อยากได้สักเท่าไหร่ ก็ต้องจำใจรับไว้แต่โดยดี

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ความลับของแป้งสาลียังไม่หมดเพียงเท่านี้ ที่เราเกริ่นไปว่าแป้งสาลีในปัจจุบันต่างจากแป้งสาลีในอดีตแบบไม่เห็นฝุ่นนั้นไม่เกินจริง เพราะการปลูกข้าวสาลีเพื่อใช้ทำขนมปังในอุตสาหกรรม เน้นเรื่องความไว ปริมาณ และรสชาติมากกว่าคุณภาพหลายเท่าตัว ข้าวสาลีสมัยใหม่จึงใช้เวลาปลูกสั้นมาก ยังไม่ทันดูดซับวิตามินหรือแร่ธาตุใด ๆ จากดิน ก็โดนจับถอนรากถอนโคนเข้าเครื่องบดกันแล้ว นี่ยังไม่นับรวมการตัดแต่งพันธุกรรม การใช้สารเคมีเร่งโต และการใช้ยาฆ่าแมลงอีกนับไม่ถ้วน ผลร้ายปลายทางคือกระบวนการเหล่านี้จะไปเร่งเร้าให้เมล็ดข้าวสาลีมี 3 สหาย เลคติน กลูเตน และไฟเตต เพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

ยังไงดีล่ะหวา เห็นทีคงต้องเลิกกินขนมปังให้รู้แล้วรู้รอด

ช้าก่อน! อย่าเพิ่งหมดหวัง มนุษย์อินทรีย์สายแป้งอย่างเราไม่เคยยอมแพ้อะไรง่าย ๆ อยู่แล้ว เราจึงอยากแนะนำให้คุณผู้อ่านทั้งหลายได้รู้จักกับขนมปังทางเลือกใหม่ที่ดีต่อร่างกาย ลำไส้ และต่อมน้ำลายเป็นอย่างมาก

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

ขนมปังก็อินทรีย์ได้ หากวัตถุดิบหลัก นั่นก็คือ ‘แป้ง’ ที่มาจากธรรมชาติเช่นกัน มิตรสหายและกูรูด้านขนมปังของเรา จึงแนะนำให้เลือกทานขนมปังที่หมักจากยีสต์ธรรมชาติหรือขนมปังจากข้าวพันธุ์พื้นเมือง เพราะมีปัญหาจุกจิกน้อยกว่าแป้งสาลี หรือหากเป็นขนมปังจากแป้งสาลี ก็ต้องผ่านกรรมวิธีการหมักเพื่อให้จุลินทรีย์ฝ่ายดีช่วยย่อยก้อนแป้งในระยะเวลาที่เหมาะสมเสียก่อน จึงจะทานได้อย่างปลอดภัยหายห่วง

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Sunday

อย่าง ซาวโดวจ์ (Sourdough) เมนูยอดฮิตในช่วงนี้ คือตัวอย่างของขนมปังที่จัดอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสุขภาพ แม้จะทำจากแป้งสาลี แต่มีการหมักที่พิถีพิถันและใจเย็นแบบสุด ๆ จึงได้รับการอวยยศว่าคุ้มค่าแก่การทานคาร์บก้อนนี้เป็นอย่างมาก แม้จะใช้เวลาหมักแป้งนานหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่า เพราะบรรดาจุลินทรีย์ ยีสต์ และแบคทีเรียต่าง ๆ จะมีเวลามากพอในการช่วยเปลี่ยนน้ำตาลและแป้ง ไปเป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแอลกอฮอล์ (เอทานอล) ระหว่างนี้ในก้อนแป้งก็จะสร้างกรดแลกติก แร่ธาตุ และกรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ที่สำคัญยังช่วยทลายกลูเตนและไฟเตตให้อ่อนกำลังลง

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ผลคือ เมื่อทานขนมปังก้อนนี้เข้าไป ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะไม่พุ่งกระฉูด อีกทั้งยังย่อยง่าย สบายท้อง เก็บไว้ได้นาน ไม่เหมือนขนมปังอุตสาหกรรมที่ยังไม่ทันทิ้งระยะหมัก ก็ถูกยัดเข้าเตาอบกันดื้อ ๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางคนกินขนมปังแล้วแน่นท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ซ้ำร้ายยังได้ทานสารกันบูดและน้ำตาลปริมาณสูงปรี๊ดเข้าไปเต็ม ๆ

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

หรือหากเป็นขนมปังที่หมักด้วยยีสต์ธรรมชาติจากผัก-ผลไม้ก็ยิ่งดี เพราะนอกจากจุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยผลิตพรีไบโอติกส์ที่เป็นมิตรต่อระบบทางเดินอาหารแล้ว ขนมปังที่ได้ยังมีกลิ่นฟรุตตี้ ๆ เปรี้ยวนิดหวานหน่อย อร่อยลงตัว ยั่วให้น้ำลายไหลได้ไม่ยาก

ส่วนขนมปังจากแป้งข้าวพันธุ์พื้นเมือง ก็หมดห่วงได้เลยกับเรื่องสารเคมีและสิ่งเจือปน เพราะเมื่อดิน น้ำ อากาศในแต่ละท้องถิ่นเหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชพรรณชนิดนั้น ๆ เป็นทุนเดิม สารแต่งเติมอื่นใดก็ไม่จำเป็น อีกทั้งยังได้ช่วยสนับสนุนเกษตรกรและเพิ่มมูลค่าให้พันธุ์ข้าวในประเทศเราอีกด้วยนะ

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

เมื่อพูดถึงข้าวพันธุ์พื้นเมือง ชื่อของ หมู-วิชญ์ เบญจกุศล และ น้อง-โสรัจ เบญจกุศล ก็เด้งโดดขึ้นมาเป็นอันดับแรก นอกจากจะเป็นนักพัฒนา​สูตร ครูสอนทำแยมและ​ขนมปัง​ที่ Bread Books Bike & Beer แล้ว ทั้งสองยังเป็นกูรูและมิตรสหายสายคาร์บที่น่ารักของเรา ที่สำคัญยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแป้งข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ทั้งสนุกและน่าดีใจมากสำหรับคนรักขนมปังมาเล่าสู่กันฟัง

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

เพราะต้องเข้าคลาสสอนนักเรียนมือใหม่อบขนมปังอยู่เป็นประจำ พี่หมูและพี่น้องจึงอยากมีแหล่งวัตถุดิบใกล้ตัวในประเทศ โดยมีโจทย์ว่าต้องหาได้ง่ายและราคาไม่แพง เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว โดยทั้งสองตั้งใจว่าอยากทำคลาสขนมปังจากข้าวสาลีเพาะงอก การทดลองและการเดินทางที่สนุกท้าทายจึงเริ่มขึ้น

พี่หมูและพี่น้องส่งจดหมายไปยังศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง เพื่อขอรับตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีที่ปลูกในไทยทั้งหมดมาศึกษา รวมทั้งสั่งซื้อและทำจดหมายขอรับเมล็ดข้าวสาลีพันธุ์หลัก ๆ จากอเมริกาและยุโรปมาวิเคราะห์เพิ่มเติมด้วยอีกทาง เพื่อทำความรู้จักก่อนว่าข้าวสาลีที่เหมาะจะนำมาเพาะงอกควรเป็นชนิดใด นอกจากนี้ยังมี แอ้-นพวรรณ ทิพย์วงศ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หนึ่งในกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่ดูแลเรื่องข้าวสาลีในประเทศไทย มาช่วยเป็นกุนซือให้ และยังได้ ​สิปปวิชญ์ ปัญญาตุ้ย นักวิชาการจากศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง มาช่วยเสริมองค์ความรู้ให้แข็งแรง

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ไม่นานเกินรอ แป้งข้าวสาลีเพาะงอกสัญชาติไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ออกมาเสร็จสมบูรณ์ เมื่อนำไปทำขนมปัง ก็จะได้ขนมปังจากแป้งสาลีไทยเพาะงอก ส่งกลิ่นหวานหอมไม่แพ้แป้งสาลีนำเข้า ขนมปังก้อนนี้ยังถือเป็นซูเปอร์ฟู้ดของคนรักสุขภาพ เพราะเหล่าแป้งทั้งหลายได้ย่อยไปเรียบร้อยตั้งแต่ขั้นตอนการงอก ทั้งแป้งและโปรตีนในก้อนขนมปังจึงมีขนาดเล็กลงมาก ๆ ไม่สร้างภาระให้ระบบย่อย นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างสมดุลให้แบคทีเรียฝ่ายดีในลำไส้ มีวิตามินและแร่ธาตุชั้นเลิศมากมาย กินแล้วผ่อนคลาย หลับง่าย สบายท้อง ป้องกันมะเร็งลำไส้ แถมยังช่วยชะลอความแก่ได้อีกด้วย

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ภารกิจของพี่น้องและพี่หมูยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เขากระซิบบอกเรามาอีกว่า ในฐานะช่างทำขนมปัง ทั้งสองยังคงมุ่งมั่นทดลองนวด อบก้อนขนมปังจากข้าวปรับปรุงสายพันธุ์ที่ส่งมอบมาจากนักวิชาการแห่งศูนย์วิจัยข้าวสะเมิงอีกทอดหนึ่ง หากผลลัพธ์ออกมาเข้าท่า ทางฝั่งต้นทางจะนำข้าวสายพันธุ์​นี้ไปพัฒนา​และแจกจ่ายให้เกษตรกร​ปลูกทดแทนพันธุ์​เดิม เพื่อส่งเสริมการเพาะปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรท้องถิ่นอีกทาง

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Craft bread

ที่สำคัญ กูรูสายคาร์บยังอยากฝากถึงคุณผู้อ่านทุกท่านว่า อย่ากลัวเลขราคาแป้งสาลีของไทยที่อาจแซงหน้าราคาแป้งนำเข้าจากเมืองนอกไปบ้าง เพราะบ้านเราไม่มีอากาศ ดิน น้ำ ที่เหมาะกับการปลูกข้าวสาลีเท่าไรนัก เกษตรกรจึงต้องทำงานหนักมาก เพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวให้นำมาใช้งานได้อย่างมีคุณภาพ ยิ่งถ้าเหล่า Baker และผู้บริโภคอย่างเรา ๆ หันมาอุดหนุนแป้งข้าวในประเทศกันมากขึ้น ก็จะยิ่งทบแต้มให้เหล่าเกษตรกรมีกำลังใจพัฒนาผลผลิตให้ดีและจับต้องได้มากกว่าเดิม

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Unbranded Cafe

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจเริ่มมองหาร้านค้าที่อบขนมปังปลอดภัยตามสเปกที่เล่ามา แต่ขอบอกเลยว่าไม่ต้องเสียเวลาตามหากันให้เหนื่อยหน่าย เพราะมนุษย์อินทรีย์ฉบับนี้ รวบรวมร้านค้าและโรงอบขนมปังโฮมเมดจากทั่วสารทิศมาให้แบบจุใจ ทั้งขนมปังหมักยีสต์ธรรมชาติและขนมปังจากข้าวพันธุ์พื้นเมือง การันตีว่าทานแล้วดีต่อร่างกายหายห่วงทุกรายการ

อย่ารอช้า ปักหมุด คว้าตะกร้า แล้วมาเลือกหยิบก้อนคาร์บที่ถูกใจกันได้ ณ บัดนี้

01
Craft bread

ที่ตั้ง : 185 หมู่บ้านสัมมากร ถนนรามคำแหง 112 เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Craft bread

Instagram : thecraftbread

โทรศัพท์ : 08 9691 8242 หรือ Line ID : @craftbread

ประเดิมด้วยร้านขนมปังทำมือที่นวดและอบขนมทุกชิ้นด้วยใจอินทรีย์ ความดีงามของที่นี่คือการใช้แป้งออร์แกนิกโฮลวีตล้วนแบบไม่ผสมแป้งขัดขาว ขนมแต่ละก้อนจึงมีไฟเบอร์สูง สารอาหารครบถ้วนกว่า อิ่มท้องนาน แถมช่วยเรื่องการทำงานของระบบขับถ่ายได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ที่ร้านยังใช้น้ำผึ้งแท้และน้ำมันมะกอก Extra Light เป็นส่วนผสมหลัก ช่วยเสริมทัพรสชาติและประโยชน์อีกทวีคูณ

Craft bread
ภาพ : Craft bread

เมนูที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ยกให้เป็น Original 100% Whole Wheat Loaf ที่วางขายมานานกว่า 8 ปี นับตั้งแต่เปิดชายคาร้าน ลูกค้าเลือกถั่วหรือธัญพืชต่าง ๆ เป็นส่วนผสมเพิ่มเติมได้ตามชอบ นอกจากนี้ ยังมี 100% Whole Wheat Bread ที่ผสมงาและข้าวไทยอินทรีย์ อย่างข้าวหอมดำสูตะบุตร ข้าวเหนียวดำสีลาภรณ์ ฯลฯ ทำให้ตัวขนมปังมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และรสสัมผัสนุ่มฟู ปิดท้ายด้วยขนมปังสายชีสที่เป็นมิตรต่อสุขภาพแบบไม่น่าเชื่อ อย่าง Cream Cheese Garlic 100% Whole Wheat Bun ทางร้านเลือกใช้ชีสรมควันเฮาส์เมดส่งตรงจากเชียงใหม่ ไม่ใส่วัตถุกันเสีย นมข้นหวานหรือน้ำตาลทรายใด ๆ ให้ต้องกังวล

Craft bread
ภาพ : Craft bread

Craft bread ยังมีเมนูขนมปังน่าชิมอีกสารพัด ทั้งแบบคาวแบบหวานครบทุกรสชาติ ใครสนใจเชิญแวะเลือกได้ที่หน้าร้านทุกวันเสาร์-อาทิตย์ หรือจะรอรับหน้าบ้านก็ได้เหมือนกัน เพราะที่นี่มีรอบส่งทุก ๆ กลางสัปดาห์ไว้ให้บริการด้วย

02
Anotai Vegetarian Restaurant

ที่ตั้ง : 976/17 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Anotai Vegetarian Restaurant
Instagram : anotaigo

โทรศัพท์ : 08 7339 0239 หรือ Line ID : @anotai

นอกจากขึ้นชื่อเรื่องเมนูมังสวิรัติแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าขนมปังจากครัวอโณทัย ครบเครื่องทั้งรสชาติ ความสดใหม่ และคุณประโยชน์คับเตา เพราะที่นี่เลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเน้น ๆ และผ่านกระบวนการแปรรูปน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

Anotai Vegetarian Restaurant
ภาพ : Anotai Vegetarian Restaurant

สาวกซาวโดวจ์ต้องถูกใจ เพราะร้านอโณทัยหมักยีสต์เอง อบเอง เสิร์ฟขนมปังสดใหม่ทุกเช้า หากใครชอบขนมปังเนื้อนุ่ม ชนิดที่ว่าจับยืดแล้วเห็นเนื้อขนมปังเป็นเส้น ๆ แนะนำให้เลือกแบบ Brioche ทางร้านจัดเต็มทั้งนม เนย ไข่ ให้แบบไม่หวงของ หรือใครชอบขนมปังเนื้อนุ่มเบา จะเลือกแบบ Soft Crust Sourdough ก็อร่อยไม่แพ้กัน สูตรนี้ใส่ นม เนย ไข่ ปริมาณปานกลาง ทำให้เนื้อหนึบหนับแต่ไม่หนักท้อง ย่อยง่าย ทานง่าย แถมยังทานได้เรื่อย ๆ สูตรลับที่ทางร้านฝากมา คือให้หั่นขนมปังหนาสักเล็กน้อย แล้วปิ้งให้ด้านนอกพอกรอบสีสวย จะใช้ประกบทำแซนด์วิชก็อร่อย หรือจะทานเปล่า ๆ ก็เพลินมาก เผลอแป๊บเดียวอาจหมดโลฟโดยไม่รู้ตัว

Anotai Vegetarian Restaurant
ภาพ : Anotai Vegetarian Restaurant

เรื่องรสชาติ มีให้ชิมเยอะมากจนแทบลองไม่หมด ไม่ว่าจะเป็นรสมันหวาน มะตูม งาดำ แครนเบอร์รี ดาร์กช็อกโกแลต เปลือกส้มเชื่อมโฮมเมด ฯลฯ ทุกก้อนคัดเฟ้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ มั่นใจได้เลยว่าปลอดภัยและไม่ใส่สารปรุงแต่ง ใครอยากลองชิมสูตรไหน รสชาติใด ก็ติดตามและสั่งซื้อทางหน้าเพจได้เลย

03
PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

ที่ตั้ง : 83 หมู่ 5 ตำบลตะแพน อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง (แผนที่)

Facebook : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
Instagram : pungcraft.bakery

โทรศัพท์ : 08 9962 4172 หรือ Line ID : armyaathome

หากลองแวะมาทานขนมปังที่ PungCraft แล้วจะต้องทึ่ง เพราะไม่ใช่แค่รสชาติที่ทำเราติดใจ แต่เมื่อรู้ว่าขนมปังเหล่านี้ปั้นปรุงจากแป้งข้าวพันธุ์พื้นเมืองไทย ก็ยิ่งทำให้ทุกเมนูอร่อยและสนุกขึ้นกว่าเดิม

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

เมื่อปัญหาสุขภาพด้านท้องไส้ รบเร้าให้ ญา-รัญญา นวลคง อยากหันมาสร้างอาหารทางเลือกที่ดีต่อร่างกาย บวกกับใจรักที่อยากแบ่งปันเรื่องราวของแป้งข้าวพื้นบ้านจากระบบเกษตรอินทรีย์ของไทย โรงเรียนสอนทำขนมปังแป้งข้าวและแป้งธัญพืชปราศจากกลูเตนในนาม PungCraft จึงถือกำเนิดขึ้น นอกจากจะมีคลาสเรียนทำขนมปังแบบละเอียดทุกกระบวนขั้น ชนิดที่ว่าเริ่มตั้งแต่ขนมปังคืออะไร โรงเรียนแห่งนี้ยังมีเมนูชูโรงอย่าง Brown Rice Sourdough Bread เปิดรอบให้พรีออเดอร์กันอยู่เรื่อย ๆ ลองครั้งเดียวเป็นต้องติดใจ เพราะเจ้าขนมปังที่ว่านี้มีเส้นใยจากข้าวกล้องที่เป็นสารอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้ หมักด้วยยีสต์ธรรมชาติอย่างช้า ๆ ทำให้ขนมปังย่อยง่าย มีกลิ่นเฉพาะ แถมอร่อยไม่ซ้ำใคร เรียกได้ว่าเป็นขนมปังที่เกิดมาเพื่อสุขภาพลำไส้ของเราอย่างแท้จริง

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

อีกหนึ่งความหรรษาจาก PungCraft คือเราเลือกแป้งข้าวกล้องที่นำมาอบเป็นขนมปังได้ตามชอบ ทั้งแป้งข้าวกล้องสังข์หยด ข้าวกล้องหอมนครชัยศรี ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวกล้องหอมนิล และข้าวกล้องหอมกระดังงา แต่ละชนิดล้วนให้สี กลิ่น เนื้อสัมผัส และรสชาติที่ต่างกัน แต่รับรองว่าอร่อยและดีต่อร่างกายทุกสูตร

04
Some Time Blue Cafe

ที่ตั้ง : 55/5 ซอยพหลโยธิน 2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Some Time Blue
Instagram : sometimebluecafe

โทรศัพท์ : 08 3945 4159 หรือ Line ID : @sometimeblue

หลายคนอาจเคยทานซาวโดวจ์สูตรแปลกจาก Baker เจ้าต่าง ๆ กันมาบ้าง แต่หากยังไม่เคยลิ้มรสขนมปังจาก Some Time Blue Cafe ก็อย่าเพิ่งคิดว่าที่เคยทานไปแปลกใหม่ที่สุด คราวนี้เราชวนมาเปิดต่อมรับรสกับซาวโดวจ์ไส้จีน ที่เหมือนยกเมืองจีนทั้งมณฑลมาไว้ในขนมปังก้อนเดียว

Some Time Blue Cafe
ภาพ : Some Time Blue

นอกจากเลื่องชื่อเรื่องกาแฟดริป Some Time Blue Cafe ยังมีขนมปัง Sourdough ก้อนใหญ่อบสดใหม่จากเตา เสิร์ฟคู่กับกาแฟแบบเหมาะเจาะลงตัว ด้านหลังครัวกระซิบบอกเราว่า แม้จะเป็นขนมปังที่ปั้นจากวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง ยีสต์ธรรมชาติ น้ำ แป้ง และเกลือ แต่ด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถันมาก ๆ รสชาติและเนื้อสัมผัสจึงออกมาอร่อยซับซ้อน สุดยอดกว่าขนมปังยีสต์ผงผสมผงฟูเป็นไหน ๆ แถมยังอิ่มนาน ไม่หนักท้องให้ต้องลำบากลำไส้

ไฮไลต์อยู่ที่ทางร้านจะทำไส้ขนมปังแบบจีน ๆ เวียนไปให้ได้ลองรสชาติใหม่กันเป็นซีรีส์ ที่อยากแนะนำคือไส้ใบปอผัดกระเทียม สูตรนี้หอมเครื่องถึงรสเอามาก ๆ รสชาติจะติดปลายขมนิด ๆ หรือจะไส้ที่ขายดีตลอดกาลอย่างกานาฉ่ายก็ควรลอง ส่วนใครอยากได้เท็กซ์เจอร์หนึบหนับเคี้ยวสนุก ต้องไส้กุนเชียงต้นหอม สูตรนี้อร่อยสุดยอด ขอเตือนว่ากินแล้วจะหยุดไม่อยู่

Some Time Blue Cafe
ภาพ : Some Time Blue

อ้อ ลืมบอกไปว่าทางร้านใจดีสุด ๆ แม้จะไม่ได้เปิดคลาสสอนทำขนมปังอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าใครอยากเข้าครัวมาอบขนมปังด้วยกันหรืออยากแบ่ง Sourdough Starter ไปลองหมักแป้งเองที่บ้านก็บอกมาได้เลย

05
Younglek Bread

ที่ตั้ง : 186/5 ซอยลาดพร้าว​ 87 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Younglek Bread
Instagram : younglekbread

คอนเซ็ปต์ของโรงอบเล็ก ๆ แห่งนี้ น่ารักไม่แพ้หน้าตาขนมปังที่วางขายอยู่ เพราะขนมปังที่ดีสำหรับ Yonglek Bread นอกจากเป็นมิตรต่อสุขภาพแล้ว ยังต้องกินแล้วมีความสุข สร้างพลังบวกให้คนกินได้อีกด้วย

Younglek Bread
ภาพ : Younglek Bread

Younglek Bread ขออาสาคัดเฟ้นวัตถุดิบคุณภาพดี และลงมือนวด ปั้น อบขนมปังที่ทุกชนิดทำจากซาวโดวจ์ ปราศจากยีสต์สำเร็จรูปและสารปรุงแต่ง เพื่อให้ลูกค้าได้ละเลียดรสชาติทุกคำอย่างสบายใจ ที่นี่มีเมนู Sourdough Bread เยอะมากจนเราจำชื่อไม่หมด แถมยังหน้าตาดีทุกชิ้น เห็นก็รู้ทันทีว่าต้องชิมให้ครบทุกแบบ

แต่ที่ติดอกติดใจลูกค้า (รวมถึงเราด้วย) มากที่สุด เห็นจะเป็น Sourdough Cinnamon Bun ขนมปังรสชาติละมุนซับซ้อน ใช้ไข่คุณภาพสูงจากฟาร์มที่พิถีพิถันแม้แต่อาหารของแม่ไก่ นมสด ๆ จากแม่วัวกินหญ้า และเนยคุณภาพสูงจากฝรั่งเศส นอกจากจะได้เนื้อขนมปังนุ่ม ไม่ร่วนเบา ความพิเศษยังอยู่ที่ผิวนอกกรอบเกรียมนิด ๆ ตบท้ายด้วยกลิ่นอบเชยเตะจมูก หากทานคู่กับกาแฟดริปหรือมาซาล่า จาย (ชาผสมเครื่องเทศ) จะทำให้อารมณ์ดีได้ทั้งวัน

อีกเมนูคือ Sourdough Pretzels เพรตเซลที่มีวิธีทำแบบต้นตำรับ ด้วยการจุ่มสารละลาย Lye ก่อนเข้าอบ ทำให้ได้ขนมปังสีสวย มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ปรับสูตรให้เนื้อนุ่มหนึบถูกปากชาวเอเชีย เสริมด้วยรสเค็มลึกของดอกเกลือคุณภาพสูงจากแม่กลอง

และหนึ่งเมนูปิดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้อย่าง Homnin Sourdough ก้อนนี้ใช้แป้งข้าวหอมนิลอินทรีย์ซูเปอร์ฟู้ด เต็มไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และข้าวสาลีอินทรีย์พันธุ์ฝางนำมาบดสด ๆ แบบโฮลเกรน ขนมปังก้อนนี้จึงเป็นคาร์บเชิงซ้อนที่มีกากใยสูง ใครได้ชิมต่างต้องหลงรักในรสสัมผัสของข้าวเหนียวดำและกลิ่นหอมเฉพาะตัว

Younglek Bread
ภาพ : Younglek Bread

ใครอยากพิสูจน์ว่าขนมปังที่กินแล้วยิ้มได้เป็นอย่างไร ไปเลือกจิ้มเมนูแล้วสั่งซื้อทางหน้าเพจของ Younglek Bread ได้เลย ที่นี่เปิดรับออเดอร์สัปดาห์ละครั้ง สั่งวันพุธ ส่งวันเสาร์ จะแวะไปรับที่หน้าร้านหรือใช้บริการเดลิเวอรี่ส่งถึงหน้าบ้านก็ตามสะดวก

06
บ้านสุขภาพพุทธิญา

ที่ตั้ง : ซอยเกษมสันต์ 2 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : บ้านสุขภาพพุทธิญา : ดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด

Instagram : phuttiya_healthy_home

โทรศัพท์ : 06 3195 9782 หรือ Line ID : phuttiya4

สายสุขภาพต่างรู้ดี ว่าทุกเมนูคาวหวานจากบ้านสุขภาพพุทธิญาล้วนปรุงมาอย่างใส่ใจ จากวัตถุดิบธรรมชาติและกรรมวิธีที่ประณีตทุกกระบวนขั้น เปลี่ยนให้จานอาหารเป็นมากกว่าของกิน ช่วยเติมพลังชีวิตและชุบชูจิตใจให้แข็งแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ภาพ : บ้านสุขภาพพุทธิญา : ดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด

เมื่อการแพ้กลูเตนกลายเป็นอาการยอดฮิตติดท็อปของคนรอบตัว เชฟฮ้ง-พุฒิพงศ์ เตชมานะชัย จึงตั้งใจคิดค้นสูตรขนมปังที่ปราศจากกลูเตน คัดเฟ้นวัตถุดิบอินทรีย์คุณภาพ ให้ทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ดี และที่สำคัญต้องปลอดภัย ไม่ทิ้งสารอันตรายใด ๆ ให้ร่างกายต้องเหนื่อยขับออก จนได้สูตรขนมปังเพื่อสุขภาพแบบตัวจริงเสียงจริง ลบภาพขนมสายเฮลท์ตี้ที่หลายคนคิดว่าไม่น่ากินไปได้เลย

ไม่ว่าจะเป็นขนมปังจากข้าวอินทรีย์ ให้รสหวานธรรมชาติและสัมผัสนุ่มเป็นเอกลักษณ์ ตามด้วยขนมปังถั่วเลนทิลและข้าวโอ๊ต ผสมหัวเชื้อ Sourdough แป้งข้าวและบัควีทอินทรีย์ที่ทางร้านลงมือหมักเองนานถึง 7 วัน ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าพิถีพิถันแค่ไหน ไม่ว่าคุณจะแพ้กลูเตนหรือไม่ ก็ไม่ควรพลาด 2 เมนูนี้ด้วยประการทั้งปวง

เชฟฮ้งยังทิ้งท้ายไว้ว่า ขนมปังที่ดีต่อสุขภาพคือขนมปังที่เหมาะกับร่างกายของคนทาน แบบไหนทานแล้วรู้สึกเบาสบายมีพลัง จึงจะเรียกว่าเหมาะสมกับร่างกายของเรา และแน่นอนว่าขนมปังโฮมเมดทานแล้วอุ่นใจสบายท้องกว่าขนมปังอุตสาหกรรมเป็นไหน ๆ เพราะเราได้เลือกวัตถุดิบเอง ปั้นเอง ปรุงเองทุกขั้นตอน ไม่ต้องแต่งเติมหรือใส่สารใด ๆ ให้ยุ่งยาก เพียงจับเอารสและพลังจากธรรมชาติมารวมกันในขนมปังแต่ละก้อน เท่านี้ก็อร่อยเหาะอย่าบอกใคร

07
Rush Lush Craft Cafe

ที่ตั้ง : 50/8 ถนนบาลเมือง ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย (แผนที่)

Facebook : Rush Lush Craft Cafe

Instagram : rushlushcraftcafe

โทรศัพท์ : 08 6735 8135

เมื่อมาเยือนคราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยแห่งนี้ นอกจากจะตกหลุมรักบรรยากาศเงียบสงบกลางเมืองเก่า เรายังติดใจทั้งรูป รส กลิ่น และเนื้อสัมผัสของขนมปังยีสต์ธรรมชาติ ที่คัดสรรวัตถุดิบจากท้องถิ่นแท้ ๆ คลึงเคล้าด้วยเรื่องเล่าและคุณค่าของชุมชนจนหัวปักหัวปำ

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

จากความตั้งใจที่อยากอบขนมปังเพื่อสื่อสารเรื่องราวของชุมชน Rush Lush จึงเลือกใช้นานาวัตถุดิบธรรมชาติ ทั้งผักและผลไม้ปลอดสารในท้องถิ่น มาช่วยสร้างจุลินทรีย์ที่ดีในก้อนขนมปัง เมื่อวัตถุดิบหลังบ้านรสชาติดีและมีคุณภาพ ก็ไม่ต้องพึ่งพานม เนย หรือสารปรุงแต่งอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย ผลพลอยได้คือขนมปังอบสดใหม่ที่ดีต่อสุขภาพและต่อมรับรสมาก ๆ

อย่างขนมปังปกาเกอะญอคอลเลกชัน ที่ได้วัตถุดิบหลักตามฤดูกาลจากไร่หมุนเวียนของชาวปกาเกอะญอ ความสนุกอยู่ที่แต่ละพืชพรรณนั้นให้กลิ่น สี และรสชาติต่างกันไปไม่ซ้ำ ทั้งขนมปังฟักทอง ขนมปังมันม่วง ขนมปังงาดำ ไปจนถึงขนมปังมันมือเสือ นอกจากนี้ยังมีขนมปังผลไม้ตามฤดูกาล ที่ต้องลองทายกันว่าแต่ละช่วงที่แวะไปที่ร้าน ผลไม้ต้นไหนออกผลดกจนเอามาใช้ทำขนมปังได้บ้าง ส่วนที่ขึ้นแท่นขายดีครองอันดับ คงต้องยกให้ขนมปังมะปรางหวานสุโขทัย หรือจะเป็นขนมปังมะม่วงน้ำดอกไม้ ขนมปังหม่อน ขนมปังกล้วยตาก ขนมปังมะม่วงเสาวรสก็น่าชิมไม่แพ้กัน

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

นอกจากความนุ่มฟูของเนื้อขนมปังและรสชาติหวานมันจากธรรมชาติ อีกหนึ่งสิ่งที่เราขอคารวะชื่นชมในทีมหลังครัวของ Rush Lush คือการใช้ขนมปัง 1 ก้อนเพื่อเชื่อมโยงและเกื้อกูลชุมชนในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าเป็นขนมปังที่ดีทั้งต่อสุขภาพคนทานและสุขภาพชุมชนของจริง

08
Sunday

ที่ตั้ง : ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sunday

Instagram : sundayisgood

โทรศัพท์ : 08 1644 3597 หรือ Line ID : @dyf4200o

พอได้ชิมสารพัดขนมปังจากครัว Sunday เราก็คลายสงสัยทันทีว่าทำไมลูกค้าขาประจำต่างติดอกติดใจ แวะมาสั่งขนมอบสดใหม่จากที่นี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Sunday
ภาพ : Sunday

ช่างปั้นขนมปังของ Sunday เล่าให้เราฟังว่า ขนมปังทุกชนิดจากที่นี่จะผ่านกรรมวิธีการหมักนานกว่า 15 ชั่วโมง ทำให้เนื้อขนมปังย่อยง่าย ดีต่อระบบย่อยอาหาร ลำไส้ และปริมาณน้ำตาลไม่สูงจนน่าตกใจเหมือนขนมปังอุตสาหกรรม รายการสินค้าก็มีให้เลือกหลากหลายตามใจคนชิม แต่ที่ถูกแนะนำจนต้องติดดาว ทางร้านยกให้เป็นเมนู Basic Country Sourdough Bread ที่ถึงแม้จะใช้ส่วนผสมน้อยอย่าง มีแค่แป้งขนมปัง แป้งโฮลวีต เกลือ และน้ำ แต่รับรองว่าให้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่อร่อยจนวางไม่ลง

ตามมาด้วย Sourdough Brioche ก้อนนี้เป็นสูตร Enriched Sourdough Bread ที่มีมะตูมเป็นส่วนผสมหลัก เข้าเตาอบทีเป็นต้องรู้กันทั้งซอย เพราะโชยกลิ่นหอมของเนยและมะตูมไปไกลลิบลิ่ว ส่วนเมนู Miso Sesame Milk Loaf ก็น่าลองไม่แพ้กัน สูตรนี้ใช้งาขาว งาดำ และมิโสะเป็นส่วนผสมด้วย ใครอยากลองชิมเมนูนี้ต้องจับตาเฝ้าหน้าเพจไว้ให้ดี เพราะอบขายกันเป็นรอบ ๆ ไม่ได้มีจำหน่ายตลอดเหมือน 2 เมนูแรกนะ

Sunday
ภาพ : Sunday

เคล็ดไม่ลับที่ทำให้ขนมปังจากเตาของ Sunday ชนะใจลูกค้าได้แบบอยู่หมัด ทางร้านบอกว่าหากไม่มีรอบส่งเยอะ ๆ ให้ต้องรีบร้อนมากนัก ก็จะใช้วิธีการนวดแป้งด้วยมือแทนการใช้เครื่อง แม้จะใช้เวลาและแรงมากกว่า แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเนียนนุ่มแบบธรรมชาติ อีกทั้งยังได้ฝึกปรือฝีมือนวดแป้งไปในตัวด้วย

09
เฟื่องฟุ้ง

ที่ตั้ง : 108/55 ถนนอนามัย ตำบลในเมือง เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

Facebook : เฟื่องฟุ้ง

โทรศัพท์ : 08 6614 5247 หรือ Line ID : @fuangfungbakery

อีกหนึ่งร้านโปรดของสายแป้งที่ไม่พูดถึงไม่ได้อย่าง ‘เฟื่องฟุ้ง’ ครัวอบขนมปังที่คัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติจากพื้นเมือง มาแปลงโฉมให้เป็นเบเกอรี่สายสุขภาพนานาชนิด บอกเลยว่าใครเป็นแฟนขนมปังตัวจริงจะต้องอยากชิมแบบสู้ไม่ถอย

เฟื่องฟุ้ง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

ความตั้งใจของเฟื่องฟุ้ง คือการอบขนมปังปลอดภัย ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเน้น ๆ ไม่เร่งสีเร่งกลิ่นจากสารเสริมคุณภาพ ใครผ่านไปแถวตลาดสีเขียวขอนแก่น ลองแวะไปชิมขนมปัง 13 ไส้กันได้ในทุกเย็นวันศุกร์ แต่ที่ถูกใจเหล่าลูกค้ากันเป็นแถว เห็นจะเป็นขนมปังไส้เห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรมผัดพริกไทยดำ ตัวแป้งใช้แป้งสาลีไม่ฟอกสี จึงให้รสสัมผัสแน่นนุ่มเต็มปากเต็มคำ เห็ดที่ใช้ทำไส้ได้จากเกษตรกรท้องถิ่นในพื้นที่ และปลูกด้วยกรรมวิธีที่ปลอดภัย ส่วนพริกไทยดำออร์แกนิก ก็ส่งตรงจากสวนในจังหวัดระยอง พอป่นละเอียดใส่ในไส้ขนมปัง จะส่งกลิ่นหอมนัวจนน้ำลายไหล แถมรสชาติที่ได้ก็กลมกล่อมเข้ากับเนื้อขนมปังเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังมีขนมปังแป้งข้าวเหนียวดำ ท็อปด้วยมะพร้าวอบเนยน้ำตาลโตนด ก้อนนี้ใช้แป้งข้าวเหนียวดำออร์แกนิกจากร้อยเอ็ด โรยหน้าด้วยมะพร้าวอบแห้งคลุกน้ำตาลโตนดจากสงขลา กลายเป็นว่าขนมหน้าตาฝรั่งจ๋า แต่รสชาติออกมาไทยแท้ถูกปาก

เฟื่องฟุ้ง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

ความน่ารักมากของเฟื่องฟุ้ง คือการสนับสนุนเกษตรกรและวัตถุดิบของดีในท้องถิ่น รวมถึงอยากให้ผู้บริโภคได้ทานขนมปังอย่างรู้ที่มาที่ไป เมื่อรู้ว่าวัตถุดิบแต่ละสัดส่วนมาจากไหน การทานขนมปังสักก้อนอย่างมีความสุขและสบายใจก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยว่าไหมล่ะ

10
Salee Bakehouse

ที่ตั้ง : 34/25 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 43 ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี (แผนที่)

Facebook : Salee Bakehouse

Instagram : saleebakehouse

เว็บไซต์ : http://saleebakehouse.com/

โทรศัพท์ : 09 9324 9555

ขนมปังที่ดีตามนิยามของ Salee Bakehouse ต้องไม่ใช่ก้อนแป้งหนึบหนับที่ทานอร่อยเท่านั้น แต่ยังต้องคัดสรรวัตถุดิบที่ดี ผ่านกรรมวิธีที่เหมาะสม และไม่เป็นภาระต่อร่างกาย จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้เด็ดขาด และขนมปังทุกก้อนจาก Salee Bakehouse ก็ตอบโจทย์ทุกข้อได้แบบร้อยคะแนนเต็ม

Salee Bakehouse
ภาพ : Salee Bakehouse

เมนูสุดรักที่เหล่านักชิมสายแป้งต่างยกนิ้วโป้งให้ คือ Sourdough Bagel ที่นี่ใช้แป้งจากยีสต์ธรรมชาติ แถมยังหมักนานแบบค่อยเป็นค่อยไป นอกจากจะได้ขนมปังเนื้อนุ่ม ท้องไส้ก็ยังพลอยดีใจ เพราะทานเข้าไปแล้วไม่ลำบากย่อยยากเหมือนเบเกิลเจ้าอื่น ๆ สาลียังบอกเราอีกว่า ทางร้านจะมีเมนูพิเศษตามฤดูกาลเวียนไปเรื่อย ๆ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ขนมปังอร่อยและสนุกขึ้นมาก คือการได้จับเอาวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีอยู่มากมาย มาระบายรสชาติในก้อนขนมปังแบบไม่ซ้ำใคร

อย่างเมนูขนมปังมะม่วงที่ขายดีมากจนลูกค้าต่างตั้งตารอทุกปี เพราะที่นี่ใช้เฉพาะมะม่วงตามฤดูกาล ได้รสหอมหวานเต็มปากเต็มคำ นอกจากนี้ ยังมีขนมปังกล้วยหอมทองอินทรีย์ ขนมปังข้าวเม่ามะพร้าวอ่อน และขนมปังข้าวไทย ที่ติดอันดับขายดีไม่แพ้กัน

Salee Bakehouse
ภาพ : Salee Bakehouse

ในอนาคตอันใกล้มาก ๆ สาลีมีแผนจะขยับขยายชายคาร้านไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใครอยากอุดหนุนก็ติดตามรอบพรีออเดอร์ได้ที่หน้าเพจ หรือหากขี้เกียจรอ ก็สอบถามเมนูที่วางอยู่หน้าร้านทางข้อความได้เลย

11
Amantee

ที่ตั้ง : 2240/12-13 ถนนจันทน์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Amantee

Instagram : amanteebakery

เว็บไซต์ : www.amantee.com

โทรศัพท์ : 0 2678 1300

หากเช้าวันไหนเกิดอยากทานครัวซองต์สูตรต้นตำรับแบบฝรั่งเศสแท้ ๆ เหล่าสาวกขนมปังรู้ดีว่าไม่ต้องบินไกลลัดฟ้าไปตามหาที่ไหน เพียงแวะไปที่ซอยจันทน์เก่าแล้วเข้าคิวซื้อที่ร้าน Amantee ก็จะได้ลิ้มรสขนมปังออร์แกนิกแบบฝรั่งเศส แถมยังอร่อยมากจนต้องร้องว่า C’est vachement bon!

ภาพ : Amantee

เพียงก้าวขาเข้ามาก็รู้ได้ทันทีว่า ร้านนี้สัญชาติฝรั่งเศสขนานแท้ เพราะ Gilles Sandre หนึ่งในผู้ก่อตั้งร้าน เลือกใช้เฉพาะแป้งออร์แกนิกสูตรต้นตำรับขนมอบจากฝรั่งเศสและธัญพืชเต็มเมล็ดมาโม่เองด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมกันถึงในร้าน วัตถุดิบทุกชนิดจึงสดใหม่ ไม่ต้องใช้สารแต่งเติม และที่สำคัญสายแพ้อาหารยังทานได้สบาย เพราะไม่มีกลูเตนเจือปน แน่นอนว่าเมนูทั้งหมดคือขนมปังสไตล์ฝรั่งเศสที่มีให้เลือกเยอะจนตาลาย

แต่พระเอกของร้านคงต้องยกให้ Plain Croissant ผิวบางกรอบ เนื้อในเหนียวนุ่มฉ่ำเนย นอกจากนี้ ยังมีขนมปังจำพวกนูอาจจ์ เอฟารูเช บาแก็ต ซูเรียร์ และอีกสารพัดอย่าง เห็นชื่อหรูหราอย่างนี้แต่ราคาสบายกระเป๋ามาก บางครั้ง (บ่อยครั้ง) ทางร้านก็ใจดี ซื้อนี่แถมนู่นให้เต็มตะกร้าไปหมด เพราะจะไม่มีการเก็บขนมปังข้ามวันเด็ดขาด ทุกก้อนต้องอบสดใหม่พร้อมขายในเช้าวันถัดไปเท่านั้น

Amantee รักและใส่ใจในการทำขนมปังทุกกระบวนขั้น แม้กระทั่งอุณหภูมิบนมือของเชฟขณะปั้น ก็มีผลต่อเนื้อสัมผัสและความอร่อยได้ หากอยากทานขนมปังสูตรต้นตำรับ จะต้องรออย่างใจเย็นเท่านั้น ห้ามเร่งเร้าหรือข้ามขั้นตอนใดโดยเด็ดขาด อย่างที่คุณ Gilles กล่าวไว้ว่าเราต้อง “Respect the dough” เพื่อดึงรสชาติและความสมบูรณ์แบบของขนมปังออกมาให้มากที่สุด สมแล้วที่ใครต่อใครต่างร่ำลือกันว่า เจ้าของร้าน Amantee รักขนมปังของเขามากจริง ๆ

12
Unbranded Cafe

ที่ตั้ง : โรงแรมพระนครนอนเล่น 46 ซอยเทเวศร์ 1 แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Unbranded Cafe

Instagram : unbrandedcafe

เว็บไซต์ : www.phranakorn-nornlen.com/unbranded

โทรศัพท์ : 08 2424 2265 หรือ Line ID : @unbrandedcafe

คาเฟ่นั่งสบาย ครบครันทั้งเรื่องอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มนานาชนิด แต่เมนูที่ลูกค้าต่างโปรดปรานมากเป็นพิเศษจนต้องมอบมงให้ คือ Preferment Bread ขนมปังปอนด์เนื้อนุ่มส่งตรงจากเตา อบสดใหม่กันโลฟต่อโลฟ

Unbranded Cafe
ภาพ : Unbranded Cafe

กว่าจะเป็นขนมปังปอนด์เนื้อนุ่มเบาแต่ละก้อน Unbranded Cafe ต้องใช้เวลานานไม่เบาในการลงมือปั้นแป้ง เพราะขนมปังทุกชิ้นต้องผ่านกระบวนการ Preferment ที่ต้องแบ่งแป้งไปหมักล่วงหน้านานถึง 12 ชั่วโมง ก่อนจะนำมาผสมต่ออีก 2 – 3 ชั่วโมง รวม ๆ แล้วก็เกินครึ่งค่อนวันพอดี เพื่อให้ยีสต์ตัวเก่งได้มีเวลาย่อยน้ำตาลและแป้งแบบสบาย ๆ ไม่รีบร้อน รสชาติและเนื้อสัมผัสที่ได้จึงออกมาซับซ้อนเป็นเอกลักษณ์ เนื้อขนมปังทั้งเหนียว นุ่ม แข็งแรง แต่ย่อยง่ายมาก แถมเก็บได้นานโดยไม่ต้องใช้สารเสริมใด ๆ มีให้เลือกชิมได้ 3 แบบ 3 สไตล์ ทั้งขนมปังปอนด์ขาว โฮลวีต และช็อกโกแลต ถูกใจทั้งสายหวานและสายธัญพืชแน่นอน

Unbranded Cafe
ภาพ : Unbranded Cafe

หากสนใจ ทักไปทางเพจเพื่อขอพรีออเดอร์กันได้เลย หรือวันไหนผ่านไปแถวหน้าร้าน ก็ลองแวะไปอุดหนุนกันได้ อาจมีเมนูพิเศษอย่างขนมปังฟักทอง และ Shokupan (Japanese Milk Bread) เรียงอยู่หน้าเชลฟ์ ทานคู่กับกาแฟนุ่ม ๆ ของทางร้านสักแก้ว รับรองว่าคล่องคอไม่มีเบื่อ

13
Wild Grains Bakery

ที่ตั้ง : 278 ซอยเอกมัย 18 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Wild Grains Bakery

Instagram : wildgrainsbakery

เว็บไซต์ : www.wildgrainsbakery.com

โทรศัพท์ : 08 6881 9226 หรือ Line ID : @wildgrainsbakery

มนุษย์อินทรีย์อย่างเรา ขอยกให้ Wild Grains Bakery เป็นหนึ่งในร้านขนมปังที่เป็นมิตรต่อคนทานและสิ่งแวดล้อมตัวจริง เพราะนอกจากจะคัดสรรแต่วัตถุดิบปลอดภัย รู้ที่มาที่ไปในทุกคำที่ทาน ทางร้านยังใช้กระบวนการผลิตที่ไม่เหลือทิ้งอาหารขยะให้เป็นภาระของสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

Wild Grains Bakery
ภาพ : Wild Grains Bakery

มั่นใจได้เลยว่าขนมปังทุกก้อนจากเตาอบของ Wild Grains Bakery ส่งตรงจากวัตถุดิบธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกเมนูผ่านการหมักและนวดแป้งด้วยมืออย่างตั้งใจ ไฮไลต์ความอร่อยยกให้ Country Sourdough ขนมปังสุดคลาสสิกที่ใช้ยีสต์บ่มเลี้ยงเอง รสชาติออกเปรี้ยวกำลังดี เพิ่มคุณค่าด้วยธัญพืชงอกเต็มเมล็ดบดสดใหม่

หรือหากใครไม่ชอบขนมปังรสออกเปรี้ยว เขาก็มีสูตรลูกผสม (Hybrid Sourdough) ที่ใช้ซาวโดวจ์รวมกับยีสต์สดอีกเล็กน้อย ทำให้ได้ขนมปังเนื้อนุ่มเบาเป็นโพรง

อีกรายการที่พลาดไม่ได้คือ Sprouted Wheat Super Triple Seeded ก้อนนี้ใช้แป้งขนมปังจากธัญพืชงอกเต็มเมล็ด แทรกด้วยสารพัดธัญพืชอย่างเมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน และเมล็ดแฟลกซ์ ใส่มาอัดแน่นจัดเต็มทุกอณู

นอกจากนี้ยังมีเครื่องจิ้มอื่น ๆ สำหรับทานคู่กับขนมปัง เพิ่มรสชาติให้อร่อยล้ำทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นฮัมมูส บาบากานุช เปสโต ไปจนถึงวีแกนชีส ทุกรายการล้วนปราศจากสารคงรูปและสารกันบูด วางใจได้เลยว่าทั้งอร่อยและปลอดภัย

Wild Grains Bakery
ภาพ : Wild Grains Bakery

ใครอยากลิ้มรสเมนูไหน แนะนำให้สั่งจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน เพราะ Wild Grains Bakery ต้องใช้เวลาคัดสรรวัตถุดิบและอบสดใหม่กันแบบวันต่อวัน บางเมนูอบแค่สัปดาห์ละครั้งก็มี เพราะโรงอบแห่งนี้ไม่อยากให้มีขยะเหลือทิ้งในสิ่งแวดล้อมเลยแม้แต่นิดเดียว สอบถามรายละเอียดและรอบการสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจ จะแวะไปรับที่หน้าร้าน หรือใช้บริการเดลิเวอรี่ส่งตรงถึงหน้าบ้านก็ได้

14
Sarnies Sourdough

ที่ตั้ง : 55/14 ตรอกวัดสวนพลู (ซอยเจริญกรุง 42/1) แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sarnies Sourdough

Instagram : sarnies.sourdough

เว็บไซต์ : www.sarnies.com

โทรศัพท์ : 0 2550 6107

ทันทีที่เห็นเมนูของคาเฟ่เจ้าดังจากสิงคโปร์อย่าง Sarnies Sourdough บอกเลยว่าทำเอาต่อมน้ำลายพรั่งพรู เพราะนอกจากจะมีซาวโดวจ์เป็นตัวชูโรงแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูขนมปังอีกสารพัดอย่าง ทั้งแบบคาวหวานครบทุกรสชาติ ไปคนเดียวอาจทำใจเลือกลำบากมาก เพราะน่ากินไปหมดทุกอย่างจริง ๆ

Sarnies Sourdough
ภาพ : Sarnies Sourdough

คาเฟ่แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นเตาอบครัวกลาง ส่งมอบขนมปังสดใหม่ให้ร้าน Sarnies ทุกสาขา ทั้ง Sarnies Roastery, Sarnies Old Town ไปจนถึงร้านค้าในออนไลน์ สายสุขภาพเป็นปลื้มอย่างแน่นอน เพราะขนมปังทุกก้อนหมักนวดจากยีสต์ธรรมชาติล้วน ๆ ยังไม่นับรวมความใส่ใจแบบละเอียดยิบในกระบวนขั้นอื่น ๆ อย่างเรื่องอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมในการหมัก ผลพลอยได้คือ กลิ่น สี และเนื้อสัมผัสที่ล้ำลึกชวนลอง

ใครโปรดปรานขนมปังสายไหนเชิญจิ้มเลือกได้ตามชอบ เพราะเขามีทั้งตระกูลซาวโดวจ์ โทสต์ ฟอคคาเซีย เบเกิล บริยอช ครัวซองต์ ไปจนถึงพิซซ่า อาหารเช้าจานเดี่ยว และเมนูสุขภาพอีกเพียบ แต่ถ้าจะให้เฮลท์ตี้ครบหลักสูตร ลองสั่งคอมบูฉะมาทานคู่กับขนมปังยีสต์ธรรมชาติสักก้อน ทางร้านบอกมาว่าแก้วนี้บ่มรวมกับชาดำและผลไม้ตามฤดูกาลนานถึง 2 สัปดาห์ รับรองว่าทานแล้วอร่อยใจฟู แถมได้ดีท็อกซ์ร่างกายให้สดชื่นจากภายในอีกด้วยนะ

Sarnies Sourdough
ภาพ : Sarnies Sourdough

หากอยากทานขนมปังอบสดใหม่ ให้แวะไปที่ร้านก่อน 16.30 น. เพราะหลังจากนั้นเป็นเวลาของเมนูพิซซ่าหอมกรุ่น ทุกถาดอบจากยีสต์ธรรมชาติอีกเช่นเคย เพิ่มเติมคือโรยหน้าด้วยวัตถุดิบพรีเมียมแบบอัดแน่น กินแล้วดีต่อใจจนติดใจแน่นอน

15
Sai (ไซ) artisan bakery

ที่ตั้ง : ตลาดจริงใจเชียงใหม่ เลขที่ 45 ถนนอัษฎาธร ตำบลป่าตัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : Sai

Instagram : saiartisan

โทรศัพท์ : 08 2165 7889

ขอปิดท้ายบทความด้วยร้านขนมปังโฮมเมดเอาใจชาวเชียงใหม่ กับร้าน Sai (ไซ) artisan bakery ที่มีจุดขายตรงความสดใหม่และความจริงใจที่มอบให้ลูกค้า แม้จะใช้ส่วนผสมและวิธีทำที่เรียบง่ายมาก แต่รสชาติออกมาอร่อยซับซ้อน กินแล้วรับรองแสงออกปาก

Sai (ไซ) artisan bakery
ภาพ : Sai

เพราะติดใจรสชาติของซาวโดวจ์ที่เคยชิมในต่างประเทศ เมื่อบินลัดฟ้ากลับไทย หญิง-พิมพ์กานต์ หรรษา และ เรี่ยว อซาอิ จึงหันหน้าเข้าครัวเบเกอรี่ เฟ้นหาวัตถุดิบดี ๆ เพื่อนำเสนอตัวตนและรสชาติที่ชื่นชอบผ่านก้อนขนมปัง ด้วยยีสต์ที่หมักเลี้ยงเองและขั้นตอนการทำที่พิถีพิถัน ขนมปังทุกก้อนจาก Sai จึงหอมหวานเป็นเอกลักษณ์ ติดปลายเปรี้ยวหน่อย ๆ ที่สำคัญยังดีต่อลำไส้ ย่อยง่าย ทานแล้วท้องไม่อืด ส่วนเรื่องสารเสริมหรือสารกันราก็วางใจได้ เพราะอย่างที่รู้กันว่าขนมปังตระกูลซาวโดวจ์ขึ้นชื่อเรื่องอายุที่เก็บได้นาน เพียงสไลซ์เป็นแผ่นบาง ใส่ถุงซิปล็อกแล้วแช่ช่องฟรีซ ก็เก็บได้นานเป็นเดือน

ใครชอบเมนูไหนเชิญจิ้มเลือก เพราะเขามีหลายสูตรหลายไส้ให้เลือกสรร ทั้ง Sourdough Country Bread สูตรต้นตำรับ ส่วนใครเป็นสายผลไม้ ขอแนะนำ Cinnamon Fruit Loaf นอกจากนี้ยังมีสูตร Raisin & Walnut Rye Raisin Walnut Rye & Spelt Sesame & Sunflower และ Sourdough Milk Bread ให้ลองชิมกันแบบจุใจ

Sai (ไซ) artisan bakery
ภาพ : Sai

ชาวเชียงใหม่แวะไปอุดหนุนกันได้ ณ ตลาดจริงใจเชียงใหม่ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ (ช้าหมด อดจริง ๆ นะ รีบไปให้ทันช่วง 06.30 – 13.00 น. จะดีที่สุด) บอกไว้ก่อนว่าที่นี่ไม่มีหน้าร้าน หากไม่ว่างแวะไปตลาด ก็พรีออเดอร์กับทางร้านได้โดยตรงทุกสัปดาห์ รับรองว่าทั้งอร่อยและปลอดภัย เพราะทั้งหญิงและเรี่ยวลงมือปั้นอบขนมปังทุกก้อนด้วยตัวเอง

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load