22 กรกฎาคม 2564
5.39 K

เมื่อพูดถึงงานของกระทรวงการต่างประเทศ คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงภาพการนั่งโต๊ะเจรจาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ก็ยังมีงานอีกมิติที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การดูแลคนไทยในต่างแดน ซึ่งใน พ.ศ. 2564 มีคนไทยอาศัยอยู่ในต่างประเทศมากถึง 1.4 ล้านคน

งานสองส่วนนี้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เราต้องมีสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศก่อน จึงจะเข้าไปตั้งสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ เพื่อดูแลคนไทย ซึ่งเป็นทั้งงานเชิงรับและเชิงรุก ที่จะคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ ในขณะเดียวกันก็สร้างชุมชนไทยให้เข้มแข็งผ่านระบบอาสาสมัคร ‘สหวิชาชีพ’ และโครงการต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ ส่งเสริมสุขภาพ สร้างทักษะอาชีพ ไปจนถึงการทำให้สถานทูตเป็นที่พึ่งทางใจ และการสร้างความสามัคคีในชุมชนชาวไทย

14 ภารกิจดูแลคนไทยในต่างแดนที่คุณอาจนึกไม่ถึงว่า นี่คืองานของสถานทูต
นำวิทยากรสหวิชาชีพไปให้ความรู้การสร้างเสริมอาชีพแก่คนไทยในนอร์เวย์

เมื่อชุมชนไทยในต่างแดนเข้มแข็ง ย่อมจะเกื้อหนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็จะดีขึ้นด้วย

ภารกิจนี้อยู่ภายใต้การดูแลของกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยผ่านสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่ตั้งอยู่ทั่วโลก ซึ่งปีที่ผ่านมาช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนไปเกือบ 150,000 คน

ความช่วยเหลือที่ว่ามีตั้งแต่งานขีดเขียนเอกสาร ไปจนถึงการลงพื้นที่ทุรกันดารที่อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากทุกรูปแบบ ซึ่งหลากหลาย และบางงานก็ไม่น่าเชื่อว่า นี่คืองานของนักการทูตไทย

The Cloud ขอแนะนำ 14 ภารกิจดูแลคนไทยที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า นี่คืองานของสถานทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ โดยผู้ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวของแต่ละภารกิจให้เราฟังก็คือ คุณนฤชัย นินนาท ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ

1. ตามหาญาติ

การตามหาญาติ คืองานที่มีผู้ใช้บริการเกือบ 2,000 รายในปีที่ผ่านมา โดยผู้ใช้บริการเป็นคนไทยที่อยู่ในเมืองไทย ซึ่งพบว่าญาติผู้อยู่ต่างแดนขาดการติดต่อ จึงขอให้สถานทูตช่วยตามหาว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร เหล่านักการทูตจึงต้องรับบทประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือชุมชนไทยในประเทศนั้นๆ เพื่อแกะรอยตามหา บางกรณีพบว่าถูกจับไปดำเนินคดี แต่หลายกรณีก็พบความจริงที่โหดร้ายว่า เขาหรือเธอคนนั้นไม่อยากติดต่อกับคนเคยรักอีกต่อไป เพราะมีคนรักใหม่ไปแล้ว ในกรณีนี้ทางสถานทูตจะส่งข่าวเศร้าให้ทราบว่า ญาติปลอดภัยดี แต่ไม่ต้องการเปิดเผยที่อยู่ และไม่ต้องการให้ติดต่อไปแล้ว

2. เปิดสถานทูตเป็นที่พึ่งทางใจ

สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทย ถือว่าเป็นที่พึ่งสำหรับผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพราะเมื่อเกิดปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ คนไทยจำนวนมากมักจะหนีร้อนมาพึ่งเย็นที่สถานทูต

เคยมีกรณีหญิงไทยจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ แล้วย้ายไปอยู่กับสามี พอเกิดเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรง ผู้หญิงก็หนีออกมาตัวเปล่า ไม่มีเงินและเอกสารใดๆ เธอมาขอให้สถานทูตช่วยส่งเธอกลับเมืองไทย แต่โชคร้ายที่ประเทศนั้นจะเดินทางออกได้ก็ต่อเมื่อได้รับ Exit Visa หรือการอนุญาตให้ออกจากประเทศก่อนเท่านั้น กรณีนี้ต้องให้สามีเป็นผู้ยินยอม ในเบื้องต้นไม่ว่าสถานทูตจะต่อรองเท่าไรก็ไม่เป็นผล เพราะทางการมองว่าเป็นเรื่องในครอบครัว หญิงไทยรายนี้เลยต้องขอรับการปรึกษาและช่วยเหลือจากสถานทูตเป็นที่พึ่งทางใจเป็นเวลาต่อเนื่องถึง 9 เดือน จนสามารถเดินทางกลับไทยได้

3. ช่วยเหลือคนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน

ครั้งหนึ่งลูกเรือประมงของไทยถูกกลุ่มโจรสลัดข้ามประเทศแถบภูมิภาคแอฟริกาจับตัวไปเรียกค่าไถ่ ด้วยการโทรมาขอเงินจากสถานทูตไทย เพื่อแลกกับชีวิตลูกเรือ ความยากคือจะต้องช่วยคนไทยให้ปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เจรจาต่อรองหรือจ่ายเงินให้กับกลุ่มโจร แต่จะต้องใช้วิธีประสานงานและเจรจาผ่านรัฐบาลและองค์กรเอกชนท้องถิ่น จนสุดท้ายก็ช่วยลูกเรือทั้งหมดกลับมาได้อย่างปลอดภัย ถือเป็นงานเจรจา ในอีกรูปแบบที่หลายคนคงไม่คาดคิดว่านี่คืองานของนักการทูต

14 ภารกิจดูแลคนไทยในต่างแดนที่คุณอาจนึกไม่ถึงว่า นี่คืองานของสถานทูต
การช่วยเหลือลูกเรือประมงกลับจากโซมาเลีย

4. ส่งคนไทยกลับบ้านท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน

เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ภัยธรรมชาติ ภัยสงคราม สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่มีหน้าที่ช่วยดูแลคนไทย เช่น ส่งแรงงานไทยกลับประเทศเมื่อเกิดสงครามในลิเบีย หรือในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกก็ช่วยประสานงานพาคนไทยราว 200,000 คน กลับประเทศ ความท้าทายของการขนคนในช่วงวิกฤต คือการหาเครื่องบิน ซึ่งมีทั้งการส่งเครื่องบินไปรับ ประสานเครื่องบินพาณิชย์ กึ่งพาณิชย์ เครื่องบินทหารของไทย ไปจนถึงการขอฝากเครื่องบินต่างชาติกลับมา ถ้าเป็นการอพยพฉุกเฉิน รัฐบาลอาจจะดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้

14 ภารกิจดูแลคนไทยในต่างแดนที่คุณอาจนึกไม่ถึงว่า นี่คืองานของสถานทูต
สอท. ณ กรุงลอนดอน ให้บริการ One Stop Service แก่คนไทยในอังกฤษ
ผู้บริหารกรมการกงสุลหารือภารกิจการดูแลคนไทย

5. ส่งคนไทยที่ประสบปัญหากลับบ้าน

กรณีคนไทยที่ประสบปัญหาในต่างประเทศและต้องการเดินทางกลับไทย แต่ไม่มีเอกสารเดินทางไม่ว่าด้วยสาเหตุใด เช่น หนังสือเดินทางหายหรือโดนนายจ้างยึด ทางสถานทูตจะทำการพิสูจน์หลักฐานอื่นๆ ยืนยันว่าเป็นคนไทยจริง แล้วจึงจะออกเอกสารเดินทางชั่วคราวให้ แต่หลายรายก็ยังกลับไม่ได้อีกเพราะไม่มีเงิน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีระบบประกันชีวิตหรือสวัสดิการต่างๆ มาช่วยค่ารักษาพยาบาล ก็ต้องเดินทางกลับไปรักษาตัวที่เมืองไทย

ในกรณีที่เจ้าตัวและญาติที่เมืองไทยมีเงินไม่เพียงพอ สามารถขอยืมเงินในการเดินทางกลับไทยได้จากกระทรวงการต่างประเทศ โดยต้องลงนามในสัญญาชดใช้เงินคืน และต้องชดใช้เงินคืนตามข้อกำหนด ในช่วงที่ยังไม่คืนเงิน ก็จะไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยได้ เพราะจะไม่มีหนังสือเดินทาง รวมทั้งหากไม่ชำระเงินคืนตามกำหนดระยะเวลา ก็อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ถ้าสงสัยว่า หากเข้าเมืองมาแบบผิดกฎหมายแล้วตอนเดินทางออกจะทำอย่างไร ในกรณีที่เจ็บป่วย ประเทศต้นทางมักจะยินดีให้ออก แต่ก่อนออกอาจจะโดนปรับ โดนแบนวีซ่า หรือขึ้นบัญชีดำไม่อนุญาตให้กลับเข้ามาอีก แล้วแต่นโยบายของแต่ละประเทศ

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ
ช่วยเหลือและรอรับคนไทยกลับจากอินเดีย

6. ช่วยคนไทยที่ถูกดำเนินคดี

คดีเด็ดที่คนไทยในต่างประเทศทำผิดบ่อยที่สุดคือ การพำนักอาศัยเกินเวลา ส่วนเรื่องที่ถึงขั้นถูกคุมขังมักจะเป็นคดียาเสพติด เมื่อคนไทยในต่างแดนถูกจับ บางประเทศจะแจ้งมาที่สถานทูต ซึ่งมักจะเป็นการแจ้งเพื่อทราบ จากนั้นก็ปล่อยให้คดีดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม หน้าที่ของสถานทูตคือ จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือต่างๆ ในฐานะที่เป็นคนไทยไม่ว่าจะผิดหรือถูก โดยไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งจะช่วยประสานงานแจ้งญาติที่เมืองไทย หรือช่วยหาทนาย

บางประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก จะแจ้งสถานทูตก็ต่อเมื่อผู้ต้องหาร้องขอ ถ้าไม่ร้องขอ (เพราะกลัวหรืออาย) ก็ไม่แจ้งสถานทูต ในกรณีนี้ทางสถานทูตจะไม่ทราบเลยว่ามีคนไทยต้องโทษจองจำอยู่ในประเทศนั้น บางประเทศที่เคร่งครัดเรื่องความเป็นส่วนตัวมากๆ ถึงสอบถามไปว่ามีคนไทยอยู่ในเรือนจำไหม เขาก็จะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ

การส่งตัวคนไทยที่ได้รับการปล่อยตัวหลังสิ้นสุดการดำเนินคดีจาก สปป. ลาวกลับประเทศไทย

7. ช่วยพาญาติไปพบผู้ต้องหา

เคยมีกรณีที่หญิงไทยลักลอบนำเฮโรอีนเข้าประเทศหนึ่ง ศาลตัดสินให้ประหารชีวิต เมื่อลูกสาวทราบข่าวก็อยากจะไปเจอคุณแม่เป็นครั้งสุดท้าย ทางสถานทูตก็ช่วยประสานให้ได้เดินทางไปพบ ซึ่งบางประเทศการเยี่ยมผู้ต้องหาทำได้ยากมาก บางประเทศก็ไม่อนุญาตเลย ในกรณีนี้ลูกสาวได้พบคุณแม่ทันเวลาก่อนวันประหารชีวิต 1 วัน แล้วก็ได้นำอัฐิคุณแม่กลับมา

การเดินทางเข้าประเทศอื่นในกรณีเร่งด่วนแบบนี้ เช่น มีญาติถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ ต้องไปขึ้นศาลเป็นพยาน ต้องไปดูแลญาติที่เจ็บป่วยหรือกำลังจะเสียชีวิต หรือไปทำพิธีสำคัญ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จะช่วยประสานงานกับสถานทูตต่างๆ ให้ช่วยออกวีซ่าแบบเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ

8. นำศพกลับประเทศ

เมื่อชาวไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ ญาติมักต้องการให้นำศพกลับมาทำพิธีทางศาสนาในเมืองไทย ซึ่งความยากง่ายก็แตกต่างกันไปตามประเทศและศาสนา

หากชาวพุทธหรือคริสต์อยากนำศพใส่โลงแล้วส่งกลับประเทศ มีบริษัทที่ให้บริการด้านนี้ แต่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และมีกระบวนการต่างๆ มากมายที่ต้องทำ ทั้งระเบียบขั้นตอนการบรรจุเคลื่อนย้ายศพและงานเอกสาร ในช่วงโควิด-19 เช่นนี้ก็มีกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งทางสถานทูตก็จะประสานงานกับญาติ เพื่อให้ความช่วยเหลือในทุกขั้นตอน

ถ้าญาติไม่สามารถเดินทางมาเองได้ ก็จะมอบอำนาจให้สถานทูตเป็นผู้จัดการให้

9. เผาศพ

วิธีการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศที่สะดวกที่สุดคือ ฌาปนกิจแล้วนำกลับมาแต่อัฐิ ในเมืองที่มีวัดและเมรุ กระบวนการเผาศพทำได้ไม่ยาก แต่หากเมืองนั้นไม่มีวัดหรือมีวัดแต่ไม่มีเมรุ ก็ต้องหาสถานที่เผา ซึ่งอาจเป็นสถานที่ที่ให้บริการด้านนี้โดยตรง หรืออย่างในบางประเทศ นักการทูตก็เคยต้องไปประสานกับท้องถิ่นเพื่อนำศพไปจุดไฟเผากลางลานแบบดั้งเดิม โดยทั่วไปแล้วนักการทูตจะช่วยตั้งแต่การติดต่อรับศพจากโรงพยาบาล ติดต่อพระมาทำพิธี ไปจนถึงช่วยเก็บอัฐิ เป็นภารกิจอีกประการที่คนทั่วไปอาจไม่ได้นึกถึง

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ
สอท. ณ กรุงเทลอาวีฟ เตรียมการส่งอัฐิผู้เสียชีวิตกลับไทย เนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองในอิสราเอล

10. ฝังศพและขุดศพ

ในกรณีที่ผู้เสียชีวิตเป็นชาวมุสลิม ก็มีทั้งการฝังในประเทศที่เสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงตามหลักศาสนา และการส่งศพกลับมาฝังในประเทศไทย เคยมีกรณีหนึ่งเป็นลูกเรือชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธไปเสียชีวิตในประเทศมุสลิม ทางบริษัทจึงนำศพไปฝังในสุสาน เมื่อญาติรู้ข่าวก็อยากจะนำศพกลับมาทำพิธีทางศาสนาที่ไทย จึงประสานให้ทางสถานทูตช่วยติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศนั้นเพื่อขุดศพขึ้นมา และเพื่อให้มั่นใจว่าขุดถูกศพ ก็ต้องมีการนำชิ้นเนื้อไปพิสูจน์อัตลักษณ์ก่อน จากนั้นก็นำไปเผาแล้วนำอัฐิกลับมา โดยมีนักการทูตหรือกงสุลเป็นผู้จัดการทุกขั้นตอน

11. รับส่งอัฐิ

หากญาติผู้เสียชีวิตไม่สามารถเดินทางไปรับอัฐิกลับมาได้ด้วยตัวเอง ทางสถานทูตก็พร้อมทำพิธีทางศาสนาอย่างถูกต้อง แล้วจัดส่งอัฐิกลับมาให้ด้วย ผ่านระบบถุงเมล์การทูตของกระทรวงที่ใช้รับส่งเอกสารระหว่างประเทศ เมื่ออัฐิมาถึงเมืองไทย จะถูกเก็บไว้ในห้องเก็บอัฐิ ซึ่งเป็นห้องหนึ่งอยู่ในกองคุ้มครองฯ (ซึ่งน่าจะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับห้องนี้มากมายเหลือเกิน) เพื่อรอให้ญาติมารับ ถ้าญาติไม่มารับ ก็จะนำไปเก็บไว้ที่วัดต่อไป

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ

12. ส่งทรัพย์สินผู้เสียชีวิตกลับไทย

การส่งทรัพย์สินผู้เสียชีวิตกลับไทยไม่ได้ง่ายเหมือนการแพ็กของย้ายบ้านเสมอไป เมื่อมีคนไทยเสียชีวิตในต่างแดน บ่อยครั้งที่ญาติจะขอให้สถานทูตช่วยรวบรวมทรัพย์สินของผู้ตายส่งกลับมาให้ ราวสิบปีก่อน รถบัสท่องเที่ยวไทยพลิกคว่ำในต่างประเทศ มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 ราย ทรัพย์สินทั้งหมดกระจัดกระจายรวมกันอยู่ในรถ ทางสถานทูตก็ต้องรวบรวมข้าวของต่างๆ ซึ่งบางชิ้นยังมีคราบเลือดติด กลับมาให้ญาตินำหลักฐานมาพิสูจน์เพื่อรับกลับ

อีกกรณี คนไทยไปเสียชีวิตในห้องพักที่ต่างประเทศ กว่าจะรู้ว่าเสียชีวิตก็นอนเป็นศพในห้องอยู่หลายวัน เจ้าหน้าที่สถานทูตต้องช่วยนำศพไปฌาปนกิจให้ และเมื่อญาติขอร้องให้ช่วยส่งทรัพย์สินในห้องกลับมา เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าไปทำความสะอาดห้อง เพื่อขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไปก่อน จะได้ตรวจเช็กและนำข้าวของในห้องส่งกลับมาให้ญาติที่เมืองไทยได้ครบถ้วนตามที่ร้องขอไว้

13. จัดเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

หนึ่งในภารกิจของกรมการกงสุลก็คือ การจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งมีระยะเวลารับบัตรเลือกตั้ง และส่งบัตรคืนตามที่กฎหมายกำหนด โดยทำผ่าน 3 วิธี 

หนึ่ง จัดคูหาเลือกตั้งที่สถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ เหมาะกับประเทศที่มีคนไทยอาศัยกระจุกอยู่รวมกันในพื้นที่ที่ไม่ไกลจากสถานทูต

สอง ลงคะแนนผ่านระบบไปรษณีย์ เหมาะกับประเทศขนาดใหญ่ หรือเดินทางมาที่สถานทูตลำบาก 

สาม จัดคูหาเลือกตั้งเคลื่อนที่ไปยังจุดที่มีคนไทยอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก เช่น ไซต์ก่อสร้าง ซึ่งบางประเทศก็ไม่อนุญาต เพราะถือเป็นการใช้แผ่นดินของเขาดำเนินการเรื่องการเมืองภายในประเทศ ซึ่งต้องดูข้อกำหนดและข้อห้ามของประเทศเจ้าบ้านด้วย

ความท้าทายคือ การส่งข้อมูลข่่าวสารรวมทั้งเอกสารจำนวนมากให้คนไทยที่กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ในเวลาที่จำกัดตามกฎหมายเลือกตั้งของไทย รวมทั้งการรับคืน รวบรวม และจัดส่ง บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วให้ทันเวลา เพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถคัดแยกตามเขตเลือกตั้งในประเทศ และจัดส่งไปนับคะแนนรวมกับบัตรเลือกตั้งที่เขตเลือกตั้งนั้นๆ แต่ในทางปฏิบัติพบว่า ระบบไปรษณีย์ในหลายประเทศยังมีความล่าช้า ส่งผลใ่ห้ไม่สามารถส่งบัตรฯ กลับมาให้ได้ทันตามกรอบเวลา ทำให้บัตรเลือกตั้งนั้นๆ กลายเป็นบัตรเสีย แต่ถือว่าผู้ลงคะแนนได้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิงจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

14. จัดเลือกตั้งแบบ E-Voting

ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา ประเทศไทยวางแผนจะเปิดให้ลงคะแนนเสียงแบบออนไลน์เป็นครั้งแรกในบางประเทศ โดยผู้ทีี่มีคุณสมบัติครบสำหรับการลงคะแนนเสียงจะได้รับรหัสเข้าไปโหวตจากสถานทูต อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีข้อห่วงกังวลด้านกฎหมาย จึงได้เลื่อนการทดลองลงคะแนนแบบออนไลน์ออกไปโดยไม่มีกำหนด แต่หวังว่าเราจะได้เห็นการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแบบออนไลน์ในต่างประเทศในอนาคต

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ

ภาพ : กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

5 สิ่งควรทำสำหรับคนไทยไปต่างแดน

1. เข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย โดยขอวีซ่าให้ถูกประเภทก่อนเดินทาง และเมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทางแล้ว ต้องอยู่ตามข้อกำหนดของวีซ่านั้นๆ ไม่ควรไปทำงานโดยใช้วีซ่าผิดประเภท เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังจะไม่ได้รับสิทธิและสวัสดิการต่างๆ อาจถูกหลอก ถูกนายจ้างยึดหนังสือเดินทาง โดนกักขังหรือทำร้ายร่างกาย และบางกรณีไม่กล้าเปิดเผยตัว ยิ่งทำให้การให้ความช่วยเหลือเป็นไปโดยยาก

2. ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ควรศึกษาให้ดีว่าแต่ละประเทศมี กฎระเบียบเกี่ยวกับการเดินทางเข้า-ออกเมือง อย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้ถูกปฏิเสธการเข้าเมือง และต้องโดนส่งตัวกลับประเทศไทย

3. ควร ทำประกันสุขภาพ สำหรับช่วงเวลาที่อยู่ในต่างประเทศ เนื่องจากการเข้าถึงสถานพยาบาลในหลายประเทศอาจมีข้อจำกัดพอสมควรและยังมีค่าใช้จ่ายที่สูง

4. เมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทางแล้ว ควร ลงทะเบียน ไว้กับสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ ซึ่งสามารถทำออนไลน์ได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ของแต่ละสถานทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ฯ

5. โหลดแอปพลิเคชัน ‘Thai Consular’ เพื่ออัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่จะไป เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว แอปฯ จะส่งข้อมูลเตือนผู้เดินทาง รวมถึงมีปุ่ม SOS ขอความช่วยเหลือจากสถานทูตได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ นอกจากนี้ ควรมีหมายเลขโทรศัพท์ของสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ และกรมการกงสุลไว้ในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

เดินทางกันไปยังประเทศที่มีขนาดใหญ่กว่าจังหวัดภูเก็ตเพียง 185.6 ตารางกิโลเมตร นั่นคือขนาดของประเทศสิงคโปร์ที่มีประชากรอาศัยอยู่เกือบ 6 ล้านคน ขณะที่ความยิ่งใหญ่ด้านเทคโนโลยีก้าวไปไกลถึงขั้นได้รับการขนานนามว่า Silicon Valley of Asia ในฐานะ Hub of Innovation and Technology

ครั้งนี้ The Cloud ได้รับคำชวนจาก IBM เพื่อมาชมงาน Think Singapore – Businesses in Asia showcase ‘A New Era of Innovation’ with IBM ท่ามกลางบรรยากาศของนวัตกรรมอันก้าวหน้า และมีเป้าหมายร่วมกันคือการพาทุกคนไปสู่ความยั่งยืน

แน่นอนว่าความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แท้จริงแล้ว ทุกคน ทุกองค์กร ทุกสังคม และทุกสิ่ง ต้องการความยั่งยืนในการบริหารจัดการ เพื่อก้าวไปในอนาคตได้อย่างดีและมั่นคงกว่าเก่า

อธิบายแล้วอาจฟังดูน่าเบื่อ เพราะฉะนั้น เราขอนำทุกท่านทัวร์งานพร้อม คุณสุรฤทธิ์ วูวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มเทคโนโลยี บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เพื่อรู้จักกับ 5 นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา รวมถึงตอบคำถามว่า ทำไมความยั่งยืนจึงกลายเป็นเทรนด์ที่ต้องสนใจ

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก
ภาพ : IBM

01 Envizi – Sustainability Performance Management

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก
ภาพ : IBM

เราเห็นผู้คนมากหน้าหลายตาเดินทางเข้ามาชมงานนี้ตั้งแต่เช้า มีทั้งสื่อมวลชนและพนักงานของ IBM จากทั่วโลก ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนล่วงหน้าด้วยความสนใจ

บูทแรกที่เราเดินไปถึงคือ Envizi – Sustainability Performance Management เจ้าของบูทชาวฝรั่งเศสอธิบายให้ฟังถึงเทรนด์ความยั่งยืนที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ

ปัจจุบันความยั่งยืนคือทางรอดขององค์กรไม่ใช่แค่ทางเลือกว่าจะสนใจหรือไม่ องค์กรทั่วโลกทั้งรัฐและเอกชน ต่างรับแรงกดดันจากหน่วยงานที่กำกับดูแลนักลงทุน และผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศ ให้ต้องดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

ความยั่งยืนในที่นี้ไม่ใช่แค่การรักษาสิ่งแวดล้อม หรือรับผิดชอบมลพิษที่องค์กรของตนก่อ แต่ยังรวมถึงการดำเนินนโยบายอย่างจริงจัง โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้พนักงาน นักลงทุน และผู้เกี่ยวข้องพัฒนางานร่วมกันได้บนความเชื่อใจอย่างยืนยาว นอกจากนี้ การพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถและศักยภาพที่เหมาะสม เพื่อให้พวกเขานำความรู้ไปต่อยอดได้ในอนาคต ก็ถือเป็นการพัฒนาคนอย่างยั่งยืนอีกประการ

ผลสำรวจ Global CEO Study ของสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (Institute for Business Value หรือ IBV) ประจำปี 2565 ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ CEO ทั่วโลกมองว่าความยั่งยืนเป็นประเด็นที่ท้าทาย แต่ต้องให้ความสำคัญที่สุด โดยเฉพาะในอีก 2 ปีข้างหน้า หากองค์กรไหนจัดการเรื่องความยั่งยืนได้ดี ก็จะสะท้อนผ่านภาพลักษณ์องค์กรให้เห็นในอีก 5 ปี

เมื่อทั่วโลกให้ความสำคัญ นักลงทุนคงไม่ยอมควักเงินสนับสนุนบริษัทที่ไม่สนใจความยั่งยืน ตั้งแต่การพัฒนาคน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการดูแลสังคม และแน่นอนว่าผู้บริโภคที่ตรวจสอบไม่ได้แม้กระทั่งกระบวนการผลิตน้ำดื่ม 1 ขวด ว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ก็คงไม่อยากซื้อน้ำขวดนั้นจากบริษัทที่ไม่โปร่งใสแน่นอน

Envizi ถูกพัฒนาขึ้นมาในฐานะโปรแกรมที่ทำให้องค์กรมองเห็นข้อมูลมหาศาล เกี่ยวกับการใช้พลังงานทั้งหมดอย่างเป็นระเบียบ เพื่อวิเคราะห์หาจุดที่ต้องพัฒนา ประเมินความเสี่ยง และบริหารจัดการกลยุทธ์อย่างเหมาะสม ก่อนจะไปถึงปลายทาง คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

โดยสรุปแล้ว Envizi เป็น AI ที่บอกสถิติชนิดที่เห็นกันไปเลยว่า ทุกวันนี้องค์กรใช้ไฟฟ้าไปแล้วกี่หน่วย มีคาร์บอนฟุตพรินต์หรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกปล่อยออกมาเท่าไหร่ ใช้น้ำไปมากน้อยแค่ไหน สร้างขยะไปกี่กิโลกรัม ทำ CSR ทั้งหมดกี่ครั้ง ตลอดจนเส้นทาง Supply Chain การผลิต การขนส่ง สร้างความเสี่ยงต่อภูมิอากาศอย่างไร รวมถึงติดตามการใช้พลาสติกในบริษัทอีกด้วย

ปัจจุบันมีองค์กรทั่วโลกที่ใช้เทคโนโลยี Envizi เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลหลังบ้านอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนยิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็น IBM, Microsoft, Uber, Autodesk, S&P Global, Morgan Stanley หรือ Honeywell

02 Crime Scene Investigation Training with Watson Discovery

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

ถือเป็นอีกหนึ่งบูทที่เราต้องเหลียวหลังมองด้วยความอยากรู้อยากลอง เพราะเห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนใส่แว่น VR (Virtual Reality) ยื่นมือออกไปข้างหน้า ทำนิ้วเป็นรูปตัว L ขยับไปขยับมา

พวกเขามองเห็นอะไรบางอย่างที่เราไม่เห็น

พอหันไปมองหน้าจอด้านหลังของบูท เราก็รู้ว่าพวกเขากำลังตรวจสอบศพแบบ 3D ที่นอนอยู่บนพื้น! แถมเรายังเหยียบศพนั้นอยู่ด้วย!

กิจกรรมตรงหน้าคือการฝึกตรวจสอบร่องรอยอาชญากรรมในสถานที่จริง (Crime Scene Investigation : CSI) โดยผสมระหว่างเทคโนโลยีเสมือนจริง (Reality Technology) กับแว่น Microsoft HoloLens ฉายภาพสถานที่เกิดเหตุแบบสมจริง ซึ่งสิ่งนี้ช่วยให้ผู้เรียนด้าน CSI ฝึกตามรอยอาชญากรได้ในสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่แทบไม่ต่างจากการเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

สาเหตุที่ทำให้วิธีการนี้ยั่งยืน คือ การฝึกฝนที่ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุก่อน ทั้งยังไม่ต้องกลัวว่าจะทำลายหลักฐานหรือร่องรอยสำคัญ โดยผู้ฝึกเข้าระบบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ใช้มือหยิบจับอาวุธหรือหลักฐานขึ้นมาตรวจสอบได้ พร้อมเปิดข้อมูลในคลังเพื่อสืบสวนได้อย่างสะดวกสบาย รวมถึงมีฟังก์ชันถ่ายภาพและบันทึกภาพได้ตามอัธยาศัย

ฟีเจอร์สำคัญของโปรแกรม CSI คือการนำ IBM Watson Discovery ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI เข้ามาสืบค้นและดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องขึ้นมาอยู่ตรงหน้า ทั้งประวัติอาชญากร เหตุอาชญากรรมในอดีต แพตเทิร์นการก่อเหตุ และการฆาตกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากฐานข้อมูลในองค์กรและเว็บไซต์ทั่วไป เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกรอบด้านที่มีประสิทธิภาพสำหรับเจ้าหน้าที่ฝึกหัดวิเคราะห์เหตุอาชญากรรม

03 Gas Leak Detection with IBM Acoustic Insights

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

มาถึงบูทโปรดที่ดูภายนอกไม่คิดอะไร แต่เมื่อได้ทราบข้อมูลแล้วกลับประทับใจไม่รู้ลืม

เราได้ยินเสียงดัง ฟี่! ลากยาวมาจากที่ไหนสักแห่งในห้องจัดแสดง นั่นคือเสียงก๊าซรั่วจำลอง จากบูท Seeing Sound with AI

ถูกแล้ว เทคโนโลยีตัวนี้ทำให้เรามองเห็นเสียงด้วยตา!

หูของมนุษย์ไม่อาจได้ยินเสียงของทุกอย่าง แค่เทียบกับหูของแมวหรือสุนัขก็เทียบไม่ติดแล้ว ดังนั้นการใช้ IBM Acoustic Insights เข้ามาช่วยจับเสียงที่ผิดปกติ จึงตอบโจทย์การแก้ปัญหาที่มองไม่เห็น อย่างน้อยก็ไม่ต้องรอให้ก๊าซรั่วเสียงดังกว่าเดิมจนห้ามการลุกลามไม่ได้

AI ดังกล่าวถูกโปรแกรมสั่งให้จดจำเสียงในภาวะปกติ และเริ่มวิเคราะห์แพตเทิร์นเสียงที่ลอยเข้าเซ็นเซอร์รับเสียงว่าผิดปกติหรือไม่ ยกตัวอย่าง หากมีก๊าซรั่วในห้องเครื่อง AI จะทราบทันทีจากการวิเคราะห์เสียงที่ผิดปกติ และเริ่มวิเคราะห์ว่าเสียงดังกล่าวเป็นก๊าซอะไร (เพราะเสียงของก๊าซแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน) และเสียงนั้นมาจากจุดไหน (ท่อไหน) เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปแก้ไขที่ต้นเหตุได้อย่างรวดเร็ว

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

IBM Acoustic Insights เป็นประโยชน์มากในอุตสาหกรรมการผลิต เพราะช่วยให้โรงงานพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ และลดโอกาสการหยุดทำงานหรือลดความล้มเหลวของเครื่องจักรได้ นอกจากนี้ ยังช่วยลดเวลาตรวจสอบการทำงานที่ต้องใช้คน เพราะต้องยอมรับว่า หลายครั้งคุณภาพการตรวจสอบโดยมนุษย์ก็ไม่คงที่ ล่าช้า และต้องอาศัยผู้มีประสบการณ์สูงตรวจสอบอย่างละเอียด

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

แน่นอนว่าการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อใช้ในโรงงานที่เต็มไปด้วยท่ออย่างเดียวคงน่าเสียดาย AI ตัวนี้จึงถูกนำไปต่อยอดการใช้งานในวงการอื่น เช่น ตรวจจับเสียงไอของไก่ในฟาร์ม หากไก่ป่วย เสียงจะผิดปกติจน AI แจ้งเตือนให้นำไก่ตัวนั้นออกไป ก่อนที่การแพร่ระบาดจะลุกลาม หรือแม้กระทั่งด้านความปลอดภัยบนน่านฟ้า AI ก็จับเสียงโดรนตัวเล็กตัวน้อยที่หูของมนุษย์ไม่ได้ยินได้ด้วย

หากนำเทคโนโลยีอื่นมาทำงานควบคู่กัน จะเสริมประสิทธิภาพในการตรวจสอบได้ดียิ่งกว่าเดิม ยกตัวอย่าง การใช้กล้องเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของเสียง ผ่านสีที่แสดงบนหน้าจอแบบเรียลไทม์

04 Edge-based Analytics Drive Smarter Operations (Boston Dynamics Spot)

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก
ภาพ : IBM

สุดยอดน้องหมาไม่มีขน ไม่ต้องกลัวว่าน้องจะเห่าใส่ เพราะน้องเห่าได้จริง แถมยังพูดกับคุณได้ด้วย!

Boston Dynamics Spot ไม่ใช่เทคโนโลยีหุ่นยนต์สุนัขตัวแรก แต่เป็นอีกหนึ่งหุ่นยนต์ที่ตอบโจทย์ด้านความแข็งแรงและความสู้ ไม่ล้ม ไม่สะดุด เดินขึ้นบันไดได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งจุดนี้พัฒนามาจาก Pain Point ของหุ่นยนต์ตัวก่อน ๆ ที่พ่ายแพ้ต่อโรงงานหรือไซต์งานขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน หรือแม้กระทั่งสถานที่แคบ มีพื้นผิวขรุขระก็เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ โดยเฉพาะประเภทที่ใช้ล้อ

Spot เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี AI, IoT (Internet of Things), Edge Computing และ 5G เข้าด้วยกัน พร้อมความสามารถในการวิเคราะห์ เพื่อช่วยตรวจสอบพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับมนุษย์ เช่น โรงผลิตไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยสายไฟและท่อน้ำ โรงแยกก๊าซที่มีรูรั่วของท่อ เส้นทางภายในเหมืองก่อนเปิดให้เจ้าหน้าที่ใช้ รวมถึงเขตก่อสร้าง

ภาพ : IBM

ความฉลาดของ Spot ไม่หยุดอยู่แค่การเคลื่อนไหว เพราะเชื่อมต่อกับ Edge Computing พร้อมรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ในจุดที่หุ่นยนต์เข้าไปได้ เพื่อประมวลสิ่งที่เห็นหรือได้ยินแบบเรียลไทม์ โดยอาศัย AI วิเคราะห์ภาพและเสียงของ IBM คอยช่วย นอกจากนี้ การเชื่อมต่อกับ 5G ยังทำให้ Spot สื่อสารกับทีมงานที่ไม่ได้อยู่หน้างานได้ทันที

เจ้าของบูทลองเปิดภาพที่มาจากกล้องของ Spot ให้เราชม ซึ่งสถานที่ที่หุ่นยนต์ตัวนี้อยู่คือ สหรัฐอเมริกา!

จากนี้ไป มนุษย์จะมีทางเลือกในการเข้าตรวจสอบสถานที่เสี่ยงภัย ทั้งยังมีผู้ช่วยวิเคราะห์สถานการณ์และข้อมูลถึงหน้างาน ทำให้การทำงานเป็นไปโดยง่าย รัดกุม และมั่นคง โดย Spot ถูกนำไปใช้จริงแล้วในหลายประเทศ เช่นเดียวกับสิงคโปร์ที่รัฐบาลใช้หุ่นยนต์สุนัขเดินไปตามสวนสาธารณะ เพื่อสำรวจและแจ้งเตือน (เห่าหรือพูดผ่านระบบ Speak Through ของหุ่นยนต์) เมื่อประชาชนไม่เว้นระยะห่างทางสังคม หรืออยู่ใกล้กันมากกว่า 6 ฟุต

น่าเสียดายที่เราไม่มีโอกาสได้เห็น Spot ตัวจริงทั้งในงานและในสวนสาธารณะของสิงคโปร์ แต่เราเชื่อว่าในอนาคตจะมีหุ่นยนต์รูปแบบต่าง ๆ เดินขวักไขว่ให้เห็นกันทั่วไป

05 Gamified Experience of Cyber Range

เรามาถึงบูทสุดท้ายที่จัดมู้ดแอนด์โทนราวกับเกมเซ็นเตอร์ และเมื่อเดินเข้าไปก็พบว่า นี่คือบูทเกมจริง ๆ ที่มอบประสบการณ์ให้เราเป็นผู้ปกป้องบริษัทจากแฮกเกอร์!

เกมนี้เกิดจากแนวคิดที่ต้องการจัดการด้านความปลอดภัยขององค์กรอย่างยั่งยืน โดยทีมสตาฟอธิบายให้เราฟังว่า การจัดการด้านความปลอดภัยไม่ควรเป็นหน้าที่ของแผนก IT หรือใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ เพราะข้อมูลอันมีค่าของบริษัทคือสมบัติของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายการเงิน ฝ่ายการตลาด ฝ่ายกฎหมาย หรือแม้กระทั่ง CEO ดังนั้นหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น พวกเขาทุกคนควรรู้ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และปกป้ององค์กรอย่างไร เพียงเท่านี้เราก็จะมีกำลังพลมากกว่าเดิมหลายเท่า

ความไม่แน่นอนของภัยไซเบอร์ ทำให้องค์กรต้องเตรียมป้องกันตนเองจากการเป็นเป้าโจมตีอย่างสม่ำเสมอ โดย IBM Security เป็นเทคโนโลยีการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบเกม เพื่อให้พนักงานในองค์กรได้สัมผัสสถานการณ์กดดันและตื่นตระหนกเวลาที่มีเหตุโจมตีจริง

ตัวอย่างที่นำมาโชว์ในงาน Think Singapore คือสถานการณ์ที่แฮกเกอร์โจมตีสนามบิน และเราเป็นพนักงานที่ถูกขอให้ช่วยแก้ไขสถานการณ์ โดยต้องประเมินความเสียหายและความเสี่ยง เพื่อตัดสินใจว่าจะป้องกันแฮกเกอร์อย่างไร ไม่ให้สถานการณ์ลุกลามจนสร้างความเสียหายมากกว่าเดิม

บอกเลยว่า บรรยากาศของเกมทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ และความสำคัญของการป้องกันข้อมูลออนไลน์เป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าทุกคนในบริษัทมีความรู้เรื่องการจัดการสถานการณ์ ย่อมเกิดความยั่งยืนในการจัดการได้จริง

แม้เทคโนโลยีที่กล่าวมาทั้งหมดจะดูไกลตัว แต่ในปัจจุบัน ชีวิตที่เกี่ยวโยงกับโลกออนไลน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งคือบทพิสูจน์ว่า มนุษยชาติไม่อาจปฏิเสธเทคโนโลยีได้อีกต่อไป และในอนาคต ทุกสิ่งที่อยู่ในงาน Think Singapore มีโอกาสจะขยายผลเข้าไปในทุกประเทศ สังคม และองค์กร เพื่อช่วยบริหารจัดการและพัฒนาตั้งแต่บุคลากรไปจนถึงผลผลิตของบริษัท โดยมอบผลลัพธ์อันมีประสิทธิภาพแก่ทุกฝ่ายยิ่งขึ้นไป นั่นคือความยั่งยืนที่ทั่วโลกกำลังพูดถึง

Writers

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load