(หากไม่ดูเป็นการรบกวน ลองเปิดเพลง Barbie Girl คลอระหว่างอ่านบทความเพื่อเพิ่มอรรถรส)

เราเชื่อว่าเด็กหญิงหลายคนคงเคยนอนดีดดิ้นหน้าแผนกของเล่นเด็กที่มีตุ๊กตาหญิงสาวผมสีบลอนด์ ปากนิด จมูกหน่อย แถมทรวดทรงสะโอดสะอง ยืนตรงอยู่ในกล่องกระดาษสีชมพู เราได้แต่ชี้ไม้ชี้มือ พร้อมหยดน้ำตาร่วงแหมะ เป็นสัญญาณบอกผู้ปกครองว่า ‘หนูอยากได้’ ด้วยราคาแพงบวกกับคุณแม่ไม่เข้าใจ เลยพาเดินเฉไฉไปแผนกเครื่องครัว 

อ้อ! หลายคนคงเดาออกว่าเรากำลังพูดถึง ‘บาร์บี้’ ตุ๊กตาที่ครองหัวใจผู้หญิงทั่วโลก

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

เช่นเดียวกับ สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมตุ๊กตาบาร์บี้ที่มีบาร์บี้อยู่ในคลังมากถึง 6,000 ตัว เธอเคยผ่านช่วงเวลาวัยเด็กเหมือนหญิงสาวทุกคน ได้แต่มองตุ๊กตาหุ่นสวยอยู่ในกล่องกระดาษ แต่ไม่ได้ครอบครอง จนวันหนึ่งเธอมีกำลังทรัพย์เพียงพอ จากความอยากได้กลายเป็นการตามหาตุ๊กตาบาร์บี้จากทั่วทุกมุมโลกมาเก็บสะสมเพื่อเติมเต็มความฝันวัยเด็ก

“เวลาคนอื่นไปต่างประเทศเขาจะไปแผนกเสื้อผ้า ส่วนเราจะไปชั้นของเล่นเด็ก” 

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

จากตุ๊กตากระดาษสู่ตุ๊กตาผมบลอนด์หุ่นเชพบ๊ะ

จากเด็กสาวที่ฝันอยากเป็นนักออกแบบเสื้อผ้า เธอเริ่มต้นจากตุ๊กตาวาดมือ ตัดแต่งกระดาษสีเป็นชุดสวย จนกระทั่งตกหลุมรักกับตุ๊กตาผมบลอนด์นำเข้า เธอวาดฝันว่าสักวันจะได้เป็นเจ้าของและลงมือตัดชุดสารพัดนึกให้สาวเจ้าใส่

“เราชอบบาร์บี้ตั้งแต่เป็นนักเรียน สมัยนั้นบ้านยังไม่ตังค์ซื้อ ตอนเห็นบาร์บี้ครั้งแรกเรารู้สึกว่าเขาต่างจากตุ๊กตาพลาสติกทั่วไป เวลาผ่านไปจนเราแต่งงาน แล้วไปฮันนีมูนที่ฮ่องกง ก็ไปเดินช้อปปิ้งใน Toys ‘R’ Us เขาขายบาร์บี้สำหรับสะสมและบาร์บี้สำหรับเด็กเล่น พอเราเห็นว่าเมืองไทยไม่มีบาร์บี้แบบนี้ บวกกับมีสตางค์พอจะซื้อได้ เลยซื้อกลับมา

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ตอนนั้นเราซื้อซีรีส์แฮปปี้ฮอลิเดย์ บาร์บี้นุ่งกระโปรงสีชมพูบานเเฉ่งเลย หน้าตาสะสวย กล่องเขาก็ทำดีมาก เขาเขียนไว้เลยว่าสำหรับนักสะสม เราเริ่มสะสมตั้งแต่ปีสองพันห้าร้อยยี่สิบเอ็ดรวมแล้วก็สี่สิบปี มีบาร์บี้ประมาณห้าพันถึงหกพันตัว”

บาร์บี้สำหรับนักสะสมกับบาร์บี้สำหรับเด็กเล่นต่างกันอย่างไร เราเอ่ยถามนักสะสมด้วยความสงสัย

“หนึ่ง ราคา สอง ปีที่ผลิต เพราะส่วนมากจะไม่มีการผลิตซ้ำ นอกจากพวกเพลย์ไลน์ เขาจะนำกลับมาทำใหม่อีกรอบ เหมือนเดิมทุกอย่าง เพื่อให้คนที่ไม่เคยได้เห็นตั้งแต่สมัยแรกได้สะสม สาม เสื้อผ้า เสื้อผ้าของบาร์บี้แบบเก็บสะสมจะสวยงามมาก มีรองเท้า มีชุดชั้นใน กล่องดีกว่า ไม่เหมือนของเด็กเล่นที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมธรรมดา” สุนันท์อธิบายให้เราฟัง

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

หลายคนคงอยากรู้เหมือนเราว่าเธอสะสมเคน (แฟนหนุ่มของบาร์บี้) ด้วยไหม

“ซื้อบ้างเป็นบางตัว แต่ถ้าไม่ปิ๊งจริงไม่ซื้อ” เธอตอบ

“แล้วเคนแบบไหนที่จะปิ๊ง” เราถาม

“เคนแต่งตัวเนี้ยบ ถ้าเคนแต่งตัวเซอร์เราไม่ซื้อ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม

หากันจนเจอ

สุนันท์บอกเราว่า เธอเลือกเก็บเฉพาะบาร์บี้ตัวที่ชอบ เมื่อก่อนแหล่งใหญ่สำหรับนักล่า (บาร์บี้) ร้านประจำอยู่ประเทศสิงคโปร์ เวลามีรุ่นใหม่ออกมาเขาจะเก็บไว้ให้ เมื่อได้บาร์บี้ครบตามสั่งถึงจะต่อสายตรงถึงเธอให้บินลัดฟ้าไป

รับบาร์บี้กลับประเทศไทย แต่การตามหาบาร์บี้ก็เปลี่ยนตามยุคสมัย สุนันท์เคยสั่งซื้อจากเว็บไซต์อีเบย์ เพราะมีคนซื้อบาร์บี้ราคาดีไปเก็งกำไรอีกที แต่เธอไม่ขาย! เน้นซื้อเก็บมากกว่า หรือบางทีบริษัทนำเข้าบาร์บี้ในประเทศหมดสัมปทานต้องล้างสต๊อกสินค้า ด้วยความสนิทสนมก็จะยกหูหาสุนันท์ก่อนใคร แน่นอนว่าเธอไม่รีรอตามไปเก็บบรรดาสาวงามเข้ากรุทันที

“บาร์บี้ตอนนี้กับเมื่อสี่สิบปีก่อนต่างกันนะ เขาเปลี่ยนไปหลายอย่าง ทั้งเสื้อผ้า หน้าตา ทรงผม บาร์บี้ศัลยกรรมมาตลอด จากหน้าที่เคยเป็นบาร์บี้ก็จะเปลี่ยนแบบไปเรื่อยๆ เป็นหน้าดาราบ้าง หน้าสูงวัยขึ้นบ้าง มีซีรีส์เยอะขึ้นด้วย 

“ส่วนแฟชั่นเขามีคนออกแบบประจำอยู่แล้ว แต่ที่เป็นนักออกแบบชื่อดังเลยคือ Bob Mackie พักหลังจะมี Christian Dior, Vera Wang, Coach, Louis Vuitton ฯลฯ มาร่วมออกแบบด้วย เคยมีครั้งหนึ่งบาร์บี้ใส่ชุดไทยมาเมืองไทย ดูไม่จืดเลย เราเลยเขียนจดหมายไปหาบริษัท Mattel ว่าคราวหน้าถ้าจะออกแบบชุดไทยให้บอกเราก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะช่วยดูให้ว่าชุดแบบนั้นโอเคแล้วหรือยัง เขาก็เงียบไป ไม่รู้ได้อ่านจดหมายเราหรือเปล่า” สุนันท์เล่าจบพร้อมเสียงหัวเราะร่า

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

Barbie Can Be Anything

จะว่าไปสาวผมบลอนด์ขวัญใจคนทั่วโลกคล้ายเป็นเครื่องบันทึกความเปลี่ยนแปลงของโลกตลอด 60 ปี ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง อย่างปี 2511 มี Christie เป็นเพื่อนบาร์บี้ผิวสีตัวแรกเกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนสิทธิความเท่าเทียม

 “ตอนมีบาร์บี้ผิวสีคนไทยไม่ค่อยรู้จัก เพราะไม่มีเข้ามาขายทางแถบเอเชีย เขาออกแบบตุ๊กตาผิวสีเพราะเกิดกรณีพิพาทเรื่องการเหยียดผิว เด็กอเมริกันผิวสีไม่มีตุ๊กตาเล่น บริษัท Mattel ก็คิดว่าควรจะมี พร้อมกับการมีนักออกแบบชื่อ Byron Lars เป็นคนผิวสี ตุ๊กตาทุกตัวที่เขาออกแบบมาเป็นผิวสีหมดเลย หาซื้อยากเหมือนกัน” นักสะสมเล่า

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

ปี 2544 บาร์บี้ทำอาชีพเป็นครูสอนภาษามือเพื่อสนับสนุนให้เด็กผู้หญิงสนใจเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ แถมบาร์บี้ยังทำอาชีพที่เราไม่คิดว่าบาร์บี้จะทำ อย่างพนักงานแคชเชียร์ประจำร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เกษตรกรเลี้ยงไก่ แร็พเปอร์ ฯลฯ

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

 ปี 2559 บาร์บี้ลงปก TIME เพื่อประกาศให้ทั่วโลกรู้ว่าเธอมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 3 แบบ ไม่ว่าจะสาวอวบอั๋น สาวร่างเล็ก และสาวตัวสูง ปี 2562 บาร์บี้ครบรอบ 60 ปี เธอมีอาชีพมากถึง 200 อาชีพ และยังสนับสนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กสาววัยกระเตาะด้วยแคมเปญ ‘You Can Be Anything’ และ ‘Dream Gap Project’

เราขอหยิบยกบาร์บี้ 10 ตัว ของสุนันท์มาบอกเล่าเรื่องราวตลอดระยะเวลา 40 ปี ของเส้นทางสายสีชมพูช็อกกิ้งพิงก์ว่าสมัยนั้นบาร์บี้ฮิตอะไร คนยุคก่อนอินอะไร ชอบแต่งตัวแบบไหนหรือแฟชั่นเก๋ไก๋กว่าสมัยนี้อย่างไร เริ่มกันเลย! 

1 บาร์บี้ออกงานคู่เอลวิส เพรสลีย์

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ตอนที่ทำออกมาเอลวิสเสียไปแล้ว ทำเพื่อระลึกถึงและบอกเล่าเรื่องราวของเขา”

2 บาร์บี้ควงคู่เคนใน Star Trek

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

Star Trek เป็นหนังที่คนยุคนั้นฮิตมาก”

3 บาร์บี้เนื้อหิน

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“อันนี้เป็นย้อนยุควินเทจ ทำจาก Silkstone เป็นเนื้อหิน มีราคาแพงและตกแตกได้ แต่เนื้อจะเนียนกว่าแบบยาง”

4 บาร์บี้ฝีมือ Bob Mackie

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“เป็นงานออกแบบชุดของ Bob Mackie แต่ละชุดที่เขาออกแบบมาคนทั่วไปใส่เดินออกไปไหนไม่ได้ เพราะมันหลุดโลก แต่ก็เป็นที่ยอมรับของนักออกแบบทั่วโลกว่าเขาเก่งมาก สมัยนี้หาซื้อไม่ได้แล้ว แต่ละตัวราคาหนักทั้งนั้น”

5 บาร์บี้เวอร์ชัน Madame du Barbie®

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ตัวสีเงินตรงนั้นแต่งเป็นหญิงในสำนักราชวังฝรั่งเศส”

6 บาร์บี้ในชุด Christian Dior

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ชุดปักเลื่อมนั้นน่าจะอายุสามสิบปีแล้ว เป็นชุดของ Christian Dior”

7 สามสาวตามหายาก

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“สามตัวนี้หายากมาก มีแค่หนึ่งพันตัวทั่วโลก เขาจะบอกวันวางขาย เราต้องเข้าไปจองในอินเทอร์เน็ต ตามหามาสามปีกว่าจะครบทั้งหมด รายได้ของทั้งสามตัวเขาเอาไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส 

“แต่เราว่าชุดสีดำตัดไม่ค่อยเพอร์เฟกต์ ไม่คุ้มเงิน แต่ต้องเก็บ ไม่งั้นไม่ครบซีรีส์” 

8 ยูนิคอร์นยุคเก่า VS ยูนิคอร์นยุคใหม่

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ตอนนี้คนกำลังเห่อยูนิคอร์น สมัยแรกออกมาจะธรรมดามาก พอกลับมาฮิตสีสันก็วูบวาบ คนละเรื่องเลย”

9 แม่มดบาร์บี้โอมมะลึกกึ๊กกึ๋ย

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“แม่มดสมัยแรกเป็นแม่มดขี่ไม้กวาดธรรมดา ตอนนี้แม่มดเริ่มเลิศหรูอลังการ เมื่อก่อนขายกันกล่องละหนึ่งพันบาท เดี๋ยวนี้ราคาสามพันถึงสี่พันบาท และทุกกล่องที่เรามีไม่น่าจะมีขายในประเทศไทย”

10 บาร์บี้เข้าสปาเติมสวย

“เซ็ตอาบน้ำไม่เข้าเมืองไทย เป็นเนื้อ Silkstone ช่วงนั้นคนฮิตเข้าสปา บาร์บี้ก็เอาบ้าง ไปทำสปาเพิ่มความสวยงาม ผ้าโพกผมเอาออกได้ เปลี่ยนวิก เปลี่ยนทรงผมได้ด้วยนะ”

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ

การเก็บรักษาบาร์บี้จำนวนครึ่งหมื่นนั้นก็ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยความขยัน เพราะห้ามให้ตุ๊กตาสัมผัสอากาศร้อน สุนันท์ต้องเก็บในตู้ ภายในห้องต้องปิดม่าน และเปิดแอร์ให้บาร์บี้วันละ 1 ชั่วโมง เวลาหยิบจับมือต้องสะอาด แม้แต่เหงื่อก็ทำให้สีเสื้อผ้าบาร์บี้เปลี่ยนได้ กิจวัตรประจำวันนอกจากหยิบจับขัดถูแล้ว หลังกลับจากทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย เธอจะยืนชื่นชมบาร์บี้ทุกตัว ย้ำว่า ทุกตัว! แม้จะกินเวลาเป็นชั่วโมง แต่ก็เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของเธอ

“เราว่าบาร์บี้มีผลต่อการเลี้ยงลูกนะ ทำให้เขามีปฏิสัมพันธ์กับเรา เราได้คุย ได้เล่นกับเขา เรารู้อุปนิสัยใจคอและอารมณ์เวลาเขาเล่นกับตุ๊กตา บางตัวให้ความรู้ด้วยนะ เวลาบาร์บี้ไปต่างประเทศ หลังกล่องจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับประเทศนั้น

“ถ้าไปจีนก็ใส่ชุดประจำชาติจีน บอกว่าจีนเป็นใคร อาหารและวัฒนธรรมเป็นยังไง มันมีประโยชน์สำหรับเด็ก ส่วนสิ่งที่บาร์บี้ให้กับเราคงเป็นความสุขใจ เราต้องทำงานนะจะได้มีเงินซื้อบาร์บี้อีก” เธอพูดติดตลก ทว่าเป็นเรื่องจริง

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

ไม่ใช่แค่ผ้าผืนเก่าผืนหนึ่ง แต่มีเรื่องราว มีวัฒนธรรม หลายครั้งก็เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์อย่างหนึ่ง บทสนทนาระหว่างเรากับ ชุติมา โมกขะสมิต นักสะสมผ้าห่มของขวัญอายุกว่าร้อยปีจากสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1600 – 1868) และสมัยเมจิ  (ค.ศ. 1868 – 1912) และผ้านานาชาติ ในวันนี้คล้ายกับการค่อยๆ เปิดหนังสือประวัติศาสตร์ วรรณคดีโบราณ ไม่เพียงเรื่องราวความหมายแต่ได้สัมผัสความอ่อนช้อยในทุกรายละเอียดของผืนผ้า

ชุติมาบอกว่าเหตุผลที่เธอซื้อและสะสมผ้าเก่าพวกนี้มาได้อาจจะเป็นเพราะมีคนไม่เห็นค่า

แต่เธอเห็น เธอเห็นความสวยงาม เห็นความหมาย เห็นเทคนิคหลายอย่างที่น่าชื่นชม

ยุคสมัยที่กระบวนการผลิตผ้าเหลือเพียงขั้นตอนพิมพ์ลายลงบนผืน ทำให้คนไม่ค่อยเห็นคุณค่าของการมีผ้า การมีแพตเทิร์น ต่างจากในอดีต การมีผ้าสักผืนถือเป็นความหรูหราของชีวิตมากๆ

“ทุกครั้งที่ได้ผ้าเก่ามา เราหาข้อมูลเกี่ยวกับผ้าผืนนั้น อย่างน้อยก็ต้องหาซื้อหนังสือเรื่องผ้าชนิดนั้นมาอ่าน ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบ มีความสุขทุกครั้งที่อ่านเจอรายละเอียดความรู้ใหม่ๆ เรื่อยมาจนวันหนึ่งที่เราตัดสินใจเลือกทำในสิ่งที่รัก ผ้าโบราณเป็นสิ่งแรกที่เรานึกถึง ในเมื่อเรามีผ้าที่เก็บไว้มากมายและอยากให้คนที่ชอบเหมือนกันรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ ไม่อยากให้ผ้าเก่ากลายเป็นเพียงผ้าที่ถูกทิ้งหรือเก็บอยู่ในเฉพาะกับกลุ่มคนที่สะสมผ้า”

ผ้าโบราณ

เธอเชื่อในความรักความชอบสิ่งของสวยงามเพราะมันสากลมากๆ

“ถ้าเราได้เล่าให้เขาฟังสักนิด เขาอาจจะรู้สึกประทับใจเหมือนกันกับเรา”

เมื่อช่วง 2 ปีที่แล้ว ชุติมาเริ่มต้นทำแบรนด์ชุดผ้าของแต่งบ้านจากกิโมโนเก่า เช่น ปลอกหมอน ผ้าปูเตียง โต๊ะ และผ้าแขวนตกแต่ง จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ด้วยความตั้งใจให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงชิ้นงานเหล่านี้ และใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งยังทำหนังสือประกอบแบรนด์ รวบรวมและบอกเล่าที่มาที่ไปของผ้า รวมทั้งเทคนิคที่ใช้ด้วย

อนาคตชุติมามีแผนเปิดเว็บไซต์เล็กๆ เพราะเธอเชื่อว่ามีคนที่ชอบผ้าเก่าและหลงใหลเรื่องราวเหมือนกันกับเธอ ระหว่างนี้หากใครสนใจลองเข้าไปติดตามดูชิ้นงานของเธอในนาม Coral Tree Design ได้ที่เว็บไซต์ etsy.com ตลาดออนไลน์ที่รวมงานฝีมือจากทั่วโลก

ผ้าโบราณ

ผ้าห่อความปรารถนาดี

สมัยก่อนที่ญี่ปุ่นเวลาจะให้ของขวัญเขาจะนำใส่ถาดไม้แล้วคลุมด้วยผ้าพาดของขวัญ หรือ Fukusa คล้ายการห่อกระดาษของขวัญในปัจจุบัน โดยผ้าจะระบุตราประจำตระกูล และหลังจากเปิดรับของขวัญแล้วผู้รับจะคืนผ้ากลับมา นอกจากจะแสดงความรู้สึกของผู้ให้ที่มีต่อผู้รับแล้ว ผ้าผืนนี้ยังแสดงยศถาบรรดาศักดิ์

“บ่งบอกชนชั้นเหลือเกิน” ช่างภาพสาวของเราร้องบอก

“เรื่องลายประจำตระกูลเราอาจจะไม่รู้มาก เราชอบความหมายของคำอวยพรบนผ้า” ชุติมารีบเล่า

นอกจากผ้าผืนลายต้นไผ่ของเจ้าหญิงสมัยเอโดะแล้ว ชุติมายังเก็บสะสมผ้าพาดของขวัญที่มีความหมายดีๆ มากมาย ฟังแล้วก็ไม่แปลกใจว่าทำไมญี่ปุ่นจึงเป็นชาติช่างคิดและช่างส่งต่อปรารถนาที่ดีแบบนี้

“ตอนซื้อมาเก็บเราก็จะถามคนขาย บางครั้งแขาก็ไม่ได้อธิบายละเอียด เราก็ไปหาข้อมูลความหมายหรือตำนานเบื้องหลังความหมายเหล่านั้น หลายลายมาจากละครโน หรือศิลปะการแสดงดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีเรื่องราวอิงตามหลักคำสอนของพุทธศาสนา”

ผ้าโบราณ

ผ้าโบราณ

ลายเหยี่ยวกับต้นสน ราวกับเป็นงานศิลปะเก่าๆ มีรายละเอียดการปักผ้าเล็กๆ ที่คล้ายทำ Spot UV บนผืนผ้า ต้นสน คือสัญลักษณ์ของ Evergreen เป็นพืชที่อดทนอยู่ได้ตลอด เพราะยังเขียวอยู่แม้อยู่ในฤดูหนาว หมายความถึง ความอดทน ความซื่อสัตย์ ขณะที่นกเหยี่ยวเมื่ออยู่รวมกับมะเชือม่วงจะหมายถึงความสำเร็จ มาจากความเชื่อของคนญี่ปุ่นเรื่องฝันแรกในคืนวันปีใหม่ (1 มกราคม) หรือ Hatsuyume หากฝันถึงหนึ่งภูเขาฟูจิ สองเหยี่ยว สามมะเขือม่วง แปลว่าปีนั้นจะโชคดีตลอดปี เพราะคำว่า ‘นะสึบิ’ ของมะเขือม่วงพ้องกับคำว่า ‘นาสึ’ ซึ่งมีความหมายว่าสำเร็จ เหมือนนกกระจิบที่ญี่ปุ่นได้ยินเสียงร้องว่า ‘ชิโยะ’ พ้องเสียงกับคำว่าหมื่นปี

ลายผู้ชาย 3 คนเป็นตัวแทนของความอายุยืน หนึ่งในนั้นคือ อุระชิมะ ทะโร เป็นตัวละครในตำนานญี่ปุ่นที่ช่วยเต่าจากการถูกกลั่นแกล้ง เต่าตอบแทนบุญคุณด้วยการพาลงไปเมืองบาดาล 3 วัน ก่อนกลับขึ้นมาบนโลกเจ้าหญิงของเมืองมอบหีบและสั่งว่าห้ามเปิด ต่อมาพบว่าเวลาบนโลกมนุษย์ผ่านไป 300 ปีแล้ว เขาจึงเปิดหีบและกลายเป็นชายชราอายุ 300 ปีแล้วตาย

ลายดอกบ๊วย ซึ่งเป็นดอกไม้ดอกแรกที่บานในช่วงหิมะตก หมายถึงความเบิกบาน หากผ้าพาดของขวัญมีลายของต้นสน ดอกบ๊วย ต้นไผ่ จะมีความหมายถึง Three friends of winter นั่นคือ ฤดูหนาวทำอะไรฉันไม่ได้และฉันกลับเบิกบานขึ้นมา มีความหมายว่าการมีชีวิตรอดท่ามกลางความยากลำบาก

ลายนกกระเรียนมีความหมายเรื่องความซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียว

ลายก้อนเมฆ คนญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นเรื่องของปัญญา น้ำฝนที่หล่นมาจากฟ้าเขาเชื่อว่าเป็นปัญญาจากการกลั่นตัวลงมา

ผ้าโบราณ

ผ้าโบราณ

ลายผ้าวาดไม่ใช่แค่การวาดผ้า

การวาดภาพลงผืนผ้าของญี่ปุ่นเป็นที่เรียกว่า การย้อมเทคนิคยูเซน (Yuzen) นั่นคือ การย้อมจากผ้าสีขาว เขียนลายบนกระดาษแล้วจึงลอกลายลงผ้า ลายที่ออกมาจะไม่เท่ากัน จากนั้นลงแป้งแล้วนำผ้าไปย้อมสี นึ่ง อบ ซักล้าง ตากแห้ง แล้วเริ่มวาดและลงสีใหม่อีกครั้ง ทำแบบนี้วนอยู่หลายรอบ

“งานฝีมือของญี่ปุ่นเขาจะแยกความเชี่ยวชาญของแต่ละบ้านแต่ละตระกูลแบ่งกันทำงาน บ้านนี้เก่งสีย้อม บ้านนี้ปักผ้าเก่งก็จะมาปักตอนจบ จะไม่ได้จบกระบวนในคราวเดียวแบบผ้าไทยเรา ทำให้ศิลปะงานฝีมือของญี่ปุ่นพัฒนาในส่วนที่ถนัดอย่างเต็มที่ ทำให้งานแต่ละชิ้นพัฒนายิ่งขึ้น”

ชุติมาเล่าว่า ญี่ปุ่นในสมัยเอโดะและเมจิ เขาจะส่งคนไปเรียนเรื่องทอผ้าที่ยุโรป จึงได้เทคนิคการทอผ้ามาและพัฒนาต่อ

ผ้ามัดย้อมญี่ปุ่น เรียกว่า Shibori เป็นเทคนิคมัดย้อมที่ค่อยๆ ใช้เข็มมัดย้อมทีละจุดเล็กๆ เกิดเป็นลาดลายและทำให้เนื้อผ้าดูเป็นสามมิติ นอกจากนี้ยังมีผ้าที่มีลายคล้ายผ้าบาติกด้วย เพราะญี่ปุ่นเองก็ทำการค้ากับทางอินโดนีเซียเหมือนกันจึงรับวัฒนธรรมนี้เข้าไปด้วย

ผ้ามัดหมี่ญี่ปุ่น เรียกว่า Kasuri ซึ่งแตกต่างจากการมัดหมี่ของไทย ที่เส้นยืนสีพื้นแต่เส้นพุ่งมัดเป็นลายแล้วค่อยๆ ทอทีละเส้น แต่เทคนิคมัดหมี่ญี่ปุ่น เขาจะมัดทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืนลายก่อนทอจึงได้ลวดลายที่ละเอียดกว่ามาก นอกจากยังมีวิธีที่วาดภาพลงบนเส้นยืนที่ขึงอยู่ก่อนทอ

ผ้าโบราณ

แต่เราก็หากันจนเจอ

“ไม่ใช่แค่เราตามหาในร้านของเก่าแล้วจะเจอผ้าแบบที่เราอยากได้นะ ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรว่าผ้าที่ปิ๊ง ใช่เลย นั้นเป็นแบบไหน และเราเชื่อว่าผ้าเองก็ตามหาเราเหมือนกัน”

คำตัดสินของชุติมาจึงได้แก่ ชอบ และราคาที่รับไหว

นอกจากผ้าพาดของขวัญและผ้ากิโมโนญี่ปุ่นโบราณ ชุติมายังหลงใหลการสะสมผ้าโบราณหลากหลายชาติ หลากหลายเทคนิค

ผ้ากลุ่มแรกๆ ที่ทำให้ชุติมาเก็บสะสมผ้าโบราณคือพวกผ้าซิ่น ทั้งๆ ที่เธอเป็นคนไม่ใส่ซิ่นนะ แต่ชอบเก็บมากๆ ก่อนจะชี้ชวนให้เราจับสัมผัสและสังเกตดูลวดลายและสีของผ้าซิ่นจากแม่แจ่ม “ชาวบ้านเขาใส่ให้ลายด้านในโชว์ออกมาด้านนอก เพราะเขาเสียดาย” ไม่น่าแปลกใจ เพราะหากเป็นเราก็คงทำอย่างนั้น

“มีคนถามว่าเก็บผ้าเก่าแล้วไม่กลัวเจ้าของที่ตามมากับผ้าหรอ ไม่กลัวเลย ถ้าเขามาเราจะได้ถามที่มาที่ไปผ้าผืนนั้น ชอบมั้ย สีสันตอนนั้นเป็นอย่างไร จะว่าไปห้องเก็บผ้าเก่าอยู่หน้าห้องพระด้วย บางวันเราก็เปิดเทปเสียงสวดมนต์บ้าง พระเทศน์บ้าง แบ่งกันฟัง”

ผ้าโบราณ

ผ้าโบราณ

ผ้าไม่ว่าจะชาติพันธุ์หรือวัฒนธรรมแบบไหน สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือผ้าทำหน้าที่แสดงตัวตน ความคิด ความเชื่อและวิถีชีวิต ของผู้ใส่ ว่าฉันเป็นคนกล้าหาญหรือฉันเป็นคนอย่างไรจากลวดลาย

จะเห็นว่าการทำลวดลายของบ้านเราและประเทศเพื่อนบ้านจะมีลายนกคู่ ลายแมงมุม ลายขอดาว ลายเถาวัลย์เลื้อย เป็นหน้ากระดาษบันทึกวิถีชีวิต ความเชื่อของพื้นที่นั้นๆ รวมถึงบันทึกเหตุการณ์อย่างช่วงสงครามโลกจะมีการทอผ้าลายเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ ในผ้าล้านนาหรือชนเผ่า หรือลวดลายบนกิโมโนของญี่ปุ่น

ถึงอย่างนั้นก็มีลายสากลมากอย่างลายข้าวหลามตัด ที่ไม่ได้มีแต่ในผ้าไทย ญี่ปุ่นก็มี หรือประเทศทางยุโรป เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ก็มีลายข้าวหลามตัดนี้เหมือนกัน

“ทุกครั้งที่หยิบผ้าไทยเก่ามาดูเราจะเห็นร่องรอยความเป็นเจ้าของเดิมอยู่ ผ่านลวดลายและการใช้สี ผ่านความสมบูรณ์ของตัวผ้าที่บอกถึงการใช้งาน ยิ่งทำให้เราอยากเก็บรักษาเขาให้ดี เราคิดแค่นี้จริงๆ”

ผ้าโบราณ ผ้าโบราณ ผ้าโบราณผ้าโบราณ

หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ

ข้อระวังในการดูแลเก็บรักษาผ้าไทย เรื่องความบอบบางของผ้าอายุเกิน 60 ปีที่พร้อมยุ่ยสลายหากจับบ่อยๆ ด้วยเพราะอุณหภูมิและความชื้นในอากาศ

กฎทั่วไปของการเก็บผ้าเก่า ได้แก่ หนึ่ง อย่าให้โดนแดด สอง ให้ระวังความชื้น สาม การเก็บผ้าบางครั้งจะเก็บเป็นชิ้น ไม่ก็ม้วนเป็นข้อป้องกันการแตกลาย สี่ ห่อด้วยผ้าฝ้าย ห้า ให้ระวังกระดาษห่อผ้า โดยเฉพาะกระดาษสีขาวเพราะมีสารกัดสี

“เราสงสัยเหมือนกันนะว่าคนสมัยก่อนเขาไม่มีซักอบแห้งหรือ Dry Cleaning แล้วเขาซักผ้าเหล่านี้กันอย่างไร ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ได้หาเจ้าที่ถูกใจได้ง่ายกว่าก่อนเลย เพราะการทำ Dry Cleaning จะใช้สารเคมี เราก็ต้องคอยย้ำว่าผ้าเราห้ามใช้เคมีนะ สุดท้ายแล้วซักมือเองดีที่สุด ส่วนขั้นตอนรีดก็ง่ายเหมือนรีดผ้าทั่วไป”

ผ้าโบราณ

ผ้า 5 ผืนที่มีความหมายมากที่สุด

1. ผ้าพาดของขวัญของเจ้าหญิง: เป็นผ้าผืนที่ชอบมากที่สุด เราได้มาจากตลาดในเกียวโต เป็นผ้าในยุคเอโดะ (ค.ศ. 1600 – 1868) หรือก่อนสมัยเมจิแต่เก็บรักษาอย่างดี จะเห็นว่าฝีมือเขาละเอียดมากเป็นลายต้นไผ่ปักลายด้วยดิ้นทอง ลายผ้าด้านล่างเป็นผ้าทอ

2. ผ้าซิ่น Sunset จากลาว: ผ้าผืนนี้อาจจะไม่ใช่ผ้าเก่าหากนับตามเวลา แต่เรารู้สึกมีความหมาย ทุกครั้งที่ใส่จะอธิบายให้คนที่พบเห็นฟังถึงที่มาของชื่อผ้าซิ่นว่า Sunset ผืนนี้ (หัวเราะ) เพราะคนทอเป็นยายแก่ๆ คนหนึ่งนั่งดูพระอาทิตย์ตกดินที่ริมคันนาทุกวัน จะเห็นว่าสีค่อยๆ ไล่เปลี่ยนระดับตามแสงของพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลับขอบฟ้าจริงๆ

3. เสื้อแจ็กเก็ตชนเผ่า: ผ้าเก่าชิ้นแรกที่ทำให้เริ่มเก็บสะสมผ้า

4. ผ้าพาดของขวัญลายไก่และกลอง: ไก่ กลอง ผืนนี้เป็นผ้าสมัยเมจิอายุร้อยกว่าปีแล้ว จะเห็นว่าสภาพยังดีอยู่ จีนเชื่อว่าไก่เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญเพราะไก่ดูแลลูกเมีย ขณะที่ญี่ปุ่นเชื่อว่าเขาเป็นลูกพระอาทิตย์ และคนที่ปลุกพระอาทิตย์ออกมาได้คือไก่ ไก่จึงมีความหมายที่ดี

5. Dragon Kabuto หมวกซามูไร: เป็นกิโมโนเด็กแรกเกิด Miyamairi มีลวดลายอลังการ ใช้สำหรับเด็กแรกเกิดใส่ให้พระชินโตสวดมนต์ให้พร ผืนนี้ที่ได้มาจากช่างตัดเสื้อเก่า เป็นผ้าผืนที่ตัดไว้เตรียมเย็บแต่คงมีเหตุการณ์ที่ทำให้เย็บไม่สำเร็จ แต่ด้วยลายหมวกซามูไรที่สวยมากเราจึงเย็บเข้าด้วยกันต่อกรอบด้วยผ้าไหมไทยสีดำหายาก

ผ้าเก่าชิ้นที่กำลังตามหา

Fireman เป็นเสื้อแจ็กเก็ตเก่าของนักดับเพลิงญี่ปุ่น เป็นชิ้นที่สวยมากๆ บางทีจะมีลายเทพเจ้าแห่งไฟตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ตามหายากเพราะว่าเป็นที่ต้องการกลุ่มนักสะสมเหมือนกัน เราก็จะปลอบใจว่าไม่เป็นไร เราอาจจะได้ชิ้นที่ดีกว่า แต่จริงๆ ไม่เคยมีอะไรที่ดีกว่าอะไร มันแค่ว่า ‘ใช่’ ไหม

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load