(หากไม่ดูเป็นการรบกวน ลองเปิดเพลง Barbie Girl คลอระหว่างอ่านบทความเพื่อเพิ่มอรรถรส)

เราเชื่อว่าเด็กหญิงหลายคนคงเคยนอนดีดดิ้นหน้าแผนกของเล่นเด็กที่มีตุ๊กตาหญิงสาวผมสีบลอนด์ ปากนิด จมูกหน่อย แถมทรวดทรงสะโอดสะอง ยืนตรงอยู่ในกล่องกระดาษสีชมพู เราได้แต่ชี้ไม้ชี้มือ พร้อมหยดน้ำตาร่วงแหมะ เป็นสัญญาณบอกผู้ปกครองว่า ‘หนูอยากได้’ ด้วยราคาแพงบวกกับคุณแม่ไม่เข้าใจ เลยพาเดินเฉไฉไปแผนกเครื่องครัว 

อ้อ! หลายคนคงเดาออกว่าเรากำลังพูดถึง ‘บาร์บี้’ ตุ๊กตาที่ครองหัวใจผู้หญิงทั่วโลก

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

เช่นเดียวกับ สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมตุ๊กตาบาร์บี้ที่มีบาร์บี้อยู่ในคลังมากถึง 6,000 ตัว เธอเคยผ่านช่วงเวลาวัยเด็กเหมือนหญิงสาวทุกคน ได้แต่มองตุ๊กตาหุ่นสวยอยู่ในกล่องกระดาษ แต่ไม่ได้ครอบครอง จนวันหนึ่งเธอมีกำลังทรัพย์เพียงพอ จากความอยากได้กลายเป็นการตามหาตุ๊กตาบาร์บี้จากทั่วทุกมุมโลกมาเก็บสะสมเพื่อเติมเต็มความฝันวัยเด็ก

“เวลาคนอื่นไปต่างประเทศเขาจะไปแผนกเสื้อผ้า ส่วนเราจะไปชั้นของเล่นเด็ก” 

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

จากตุ๊กตากระดาษสู่ตุ๊กตาผมบลอนด์หุ่นเชพบ๊ะ

จากเด็กสาวที่ฝันอยากเป็นนักออกแบบเสื้อผ้า เธอเริ่มต้นจากตุ๊กตาวาดมือ ตัดแต่งกระดาษสีเป็นชุดสวย จนกระทั่งตกหลุมรักกับตุ๊กตาผมบลอนด์นำเข้า เธอวาดฝันว่าสักวันจะได้เป็นเจ้าของและลงมือตัดชุดสารพัดนึกให้สาวเจ้าใส่

“เราชอบบาร์บี้ตั้งแต่เป็นนักเรียน สมัยนั้นบ้านยังไม่ตังค์ซื้อ ตอนเห็นบาร์บี้ครั้งแรกเรารู้สึกว่าเขาต่างจากตุ๊กตาพลาสติกทั่วไป เวลาผ่านไปจนเราแต่งงาน แล้วไปฮันนีมูนที่ฮ่องกง ก็ไปเดินช้อปปิ้งใน Toys ‘R’ Us เขาขายบาร์บี้สำหรับสะสมและบาร์บี้สำหรับเด็กเล่น พอเราเห็นว่าเมืองไทยไม่มีบาร์บี้แบบนี้ บวกกับมีสตางค์พอจะซื้อได้ เลยซื้อกลับมา

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ตอนนั้นเราซื้อซีรีส์แฮปปี้ฮอลิเดย์ บาร์บี้นุ่งกระโปรงสีชมพูบานเเฉ่งเลย หน้าตาสะสวย กล่องเขาก็ทำดีมาก เขาเขียนไว้เลยว่าสำหรับนักสะสม เราเริ่มสะสมตั้งแต่ปีสองพันห้าร้อยยี่สิบเอ็ดรวมแล้วก็สี่สิบปี มีบาร์บี้ประมาณห้าพันถึงหกพันตัว”

บาร์บี้สำหรับนักสะสมกับบาร์บี้สำหรับเด็กเล่นต่างกันอย่างไร เราเอ่ยถามนักสะสมด้วยความสงสัย

“หนึ่ง ราคา สอง ปีที่ผลิต เพราะส่วนมากจะไม่มีการผลิตซ้ำ นอกจากพวกเพลย์ไลน์ เขาจะนำกลับมาทำใหม่อีกรอบ เหมือนเดิมทุกอย่าง เพื่อให้คนที่ไม่เคยได้เห็นตั้งแต่สมัยแรกได้สะสม สาม เสื้อผ้า เสื้อผ้าของบาร์บี้แบบเก็บสะสมจะสวยงามมาก มีรองเท้า มีชุดชั้นใน กล่องดีกว่า ไม่เหมือนของเด็กเล่นที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมธรรมดา” สุนันท์อธิบายให้เราฟัง

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

หลายคนคงอยากรู้เหมือนเราว่าเธอสะสมเคน (แฟนหนุ่มของบาร์บี้) ด้วยไหม

“ซื้อบ้างเป็นบางตัว แต่ถ้าไม่ปิ๊งจริงไม่ซื้อ” เธอตอบ

“แล้วเคนแบบไหนที่จะปิ๊ง” เราถาม

“เคนแต่งตัวเนี้ยบ ถ้าเคนแต่งตัวเซอร์เราไม่ซื้อ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม

หากันจนเจอ

สุนันท์บอกเราว่า เธอเลือกเก็บเฉพาะบาร์บี้ตัวที่ชอบ เมื่อก่อนแหล่งใหญ่สำหรับนักล่า (บาร์บี้) ร้านประจำอยู่ประเทศสิงคโปร์ เวลามีรุ่นใหม่ออกมาเขาจะเก็บไว้ให้ เมื่อได้บาร์บี้ครบตามสั่งถึงจะต่อสายตรงถึงเธอให้บินลัดฟ้าไป

รับบาร์บี้กลับประเทศไทย แต่การตามหาบาร์บี้ก็เปลี่ยนตามยุคสมัย สุนันท์เคยสั่งซื้อจากเว็บไซต์อีเบย์ เพราะมีคนซื้อบาร์บี้ราคาดีไปเก็งกำไรอีกที แต่เธอไม่ขาย! เน้นซื้อเก็บมากกว่า หรือบางทีบริษัทนำเข้าบาร์บี้ในประเทศหมดสัมปทานต้องล้างสต๊อกสินค้า ด้วยความสนิทสนมก็จะยกหูหาสุนันท์ก่อนใคร แน่นอนว่าเธอไม่รีรอตามไปเก็บบรรดาสาวงามเข้ากรุทันที

“บาร์บี้ตอนนี้กับเมื่อสี่สิบปีก่อนต่างกันนะ เขาเปลี่ยนไปหลายอย่าง ทั้งเสื้อผ้า หน้าตา ทรงผม บาร์บี้ศัลยกรรมมาตลอด จากหน้าที่เคยเป็นบาร์บี้ก็จะเปลี่ยนแบบไปเรื่อยๆ เป็นหน้าดาราบ้าง หน้าสูงวัยขึ้นบ้าง มีซีรีส์เยอะขึ้นด้วย 

“ส่วนแฟชั่นเขามีคนออกแบบประจำอยู่แล้ว แต่ที่เป็นนักออกแบบชื่อดังเลยคือ Bob Mackie พักหลังจะมี Christian Dior, Vera Wang, Coach, Louis Vuitton ฯลฯ มาร่วมออกแบบด้วย เคยมีครั้งหนึ่งบาร์บี้ใส่ชุดไทยมาเมืองไทย ดูไม่จืดเลย เราเลยเขียนจดหมายไปหาบริษัท Mattel ว่าคราวหน้าถ้าจะออกแบบชุดไทยให้บอกเราก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะช่วยดูให้ว่าชุดแบบนั้นโอเคแล้วหรือยัง เขาก็เงียบไป ไม่รู้ได้อ่านจดหมายเราหรือเปล่า” สุนันท์เล่าจบพร้อมเสียงหัวเราะร่า

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

Barbie Can Be Anything

จะว่าไปสาวผมบลอนด์ขวัญใจคนทั่วโลกคล้ายเป็นเครื่องบันทึกความเปลี่ยนแปลงของโลกตลอด 60 ปี ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง อย่างปี 2511 มี Christie เป็นเพื่อนบาร์บี้ผิวสีตัวแรกเกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนสิทธิความเท่าเทียม

 “ตอนมีบาร์บี้ผิวสีคนไทยไม่ค่อยรู้จัก เพราะไม่มีเข้ามาขายทางแถบเอเชีย เขาออกแบบตุ๊กตาผิวสีเพราะเกิดกรณีพิพาทเรื่องการเหยียดผิว เด็กอเมริกันผิวสีไม่มีตุ๊กตาเล่น บริษัท Mattel ก็คิดว่าควรจะมี พร้อมกับการมีนักออกแบบชื่อ Byron Lars เป็นคนผิวสี ตุ๊กตาทุกตัวที่เขาออกแบบมาเป็นผิวสีหมดเลย หาซื้อยากเหมือนกัน” นักสะสมเล่า

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

ปี 2544 บาร์บี้ทำอาชีพเป็นครูสอนภาษามือเพื่อสนับสนุนให้เด็กผู้หญิงสนใจเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ แถมบาร์บี้ยังทำอาชีพที่เราไม่คิดว่าบาร์บี้จะทำ อย่างพนักงานแคชเชียร์ประจำร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เกษตรกรเลี้ยงไก่ แร็พเปอร์ ฯลฯ

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

 ปี 2559 บาร์บี้ลงปก TIME เพื่อประกาศให้ทั่วโลกรู้ว่าเธอมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 3 แบบ ไม่ว่าจะสาวอวบอั๋น สาวร่างเล็ก และสาวตัวสูง ปี 2562 บาร์บี้ครบรอบ 60 ปี เธอมีอาชีพมากถึง 200 อาชีพ และยังสนับสนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กสาววัยกระเตาะด้วยแคมเปญ ‘You Can Be Anything’ และ ‘Dream Gap Project’

เราขอหยิบยกบาร์บี้ 10 ตัว ของสุนันท์มาบอกเล่าเรื่องราวตลอดระยะเวลา 40 ปี ของเส้นทางสายสีชมพูช็อกกิ้งพิงก์ว่าสมัยนั้นบาร์บี้ฮิตอะไร คนยุคก่อนอินอะไร ชอบแต่งตัวแบบไหนหรือแฟชั่นเก๋ไก๋กว่าสมัยนี้อย่างไร เริ่มกันเลย! 

1 บาร์บี้ออกงานคู่เอลวิส เพรสลีย์

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ตอนที่ทำออกมาเอลวิสเสียไปแล้ว ทำเพื่อระลึกถึงและบอกเล่าเรื่องราวของเขา”

2 บาร์บี้ควงคู่เคนใน Star Trek

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

Star Trek เป็นหนังที่คนยุคนั้นฮิตมาก”

3 บาร์บี้เนื้อหิน

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“อันนี้เป็นย้อนยุควินเทจ ทำจาก Silkstone เป็นเนื้อหิน มีราคาแพงและตกแตกได้ แต่เนื้อจะเนียนกว่าแบบยาง”

4 บาร์บี้ฝีมือ Bob Mackie

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“เป็นงานออกแบบชุดของ Bob Mackie แต่ละชุดที่เขาออกแบบมาคนทั่วไปใส่เดินออกไปไหนไม่ได้ เพราะมันหลุดโลก แต่ก็เป็นที่ยอมรับของนักออกแบบทั่วโลกว่าเขาเก่งมาก สมัยนี้หาซื้อไม่ได้แล้ว แต่ละตัวราคาหนักทั้งนั้น”

5 บาร์บี้เวอร์ชัน Madame du Barbie®

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ตัวสีเงินตรงนั้นแต่งเป็นหญิงในสำนักราชวังฝรั่งเศส”

6 บาร์บี้ในชุด Christian Dior

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ชุดปักเลื่อมนั้นน่าจะอายุสามสิบปีแล้ว เป็นชุดของ Christian Dior”

7 สามสาวตามหายาก

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“สามตัวนี้หายากมาก มีแค่หนึ่งพันตัวทั่วโลก เขาจะบอกวันวางขาย เราต้องเข้าไปจองในอินเทอร์เน็ต ตามหามาสามปีกว่าจะครบทั้งหมด รายได้ของทั้งสามตัวเขาเอาไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส 

“แต่เราว่าชุดสีดำตัดไม่ค่อยเพอร์เฟกต์ ไม่คุ้มเงิน แต่ต้องเก็บ ไม่งั้นไม่ครบซีรีส์” 

8 ยูนิคอร์นยุคเก่า VS ยูนิคอร์นยุคใหม่

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ตอนนี้คนกำลังเห่อยูนิคอร์น สมัยแรกออกมาจะธรรมดามาก พอกลับมาฮิตสีสันก็วูบวาบ คนละเรื่องเลย”

9 แม่มดบาร์บี้โอมมะลึกกึ๊กกึ๋ย

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“แม่มดสมัยแรกเป็นแม่มดขี่ไม้กวาดธรรมดา ตอนนี้แม่มดเริ่มเลิศหรูอลังการ เมื่อก่อนขายกันกล่องละหนึ่งพันบาท เดี๋ยวนี้ราคาสามพันถึงสี่พันบาท และทุกกล่องที่เรามีไม่น่าจะมีขายในประเทศไทย”

10 บาร์บี้เข้าสปาเติมสวย

“เซ็ตอาบน้ำไม่เข้าเมืองไทย เป็นเนื้อ Silkstone ช่วงนั้นคนฮิตเข้าสปา บาร์บี้ก็เอาบ้าง ไปทำสปาเพิ่มความสวยงาม ผ้าโพกผมเอาออกได้ เปลี่ยนวิก เปลี่ยนทรงผมได้ด้วยนะ”

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ

การเก็บรักษาบาร์บี้จำนวนครึ่งหมื่นนั้นก็ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยความขยัน เพราะห้ามให้ตุ๊กตาสัมผัสอากาศร้อน สุนันท์ต้องเก็บในตู้ ภายในห้องต้องปิดม่าน และเปิดแอร์ให้บาร์บี้วันละ 1 ชั่วโมง เวลาหยิบจับมือต้องสะอาด แม้แต่เหงื่อก็ทำให้สีเสื้อผ้าบาร์บี้เปลี่ยนได้ กิจวัตรประจำวันนอกจากหยิบจับขัดถูแล้ว หลังกลับจากทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย เธอจะยืนชื่นชมบาร์บี้ทุกตัว ย้ำว่า ทุกตัว! แม้จะกินเวลาเป็นชั่วโมง แต่ก็เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของเธอ

“เราว่าบาร์บี้มีผลต่อการเลี้ยงลูกนะ ทำให้เขามีปฏิสัมพันธ์กับเรา เราได้คุย ได้เล่นกับเขา เรารู้อุปนิสัยใจคอและอารมณ์เวลาเขาเล่นกับตุ๊กตา บางตัวให้ความรู้ด้วยนะ เวลาบาร์บี้ไปต่างประเทศ หลังกล่องจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับประเทศนั้น

“ถ้าไปจีนก็ใส่ชุดประจำชาติจีน บอกว่าจีนเป็นใคร อาหารและวัฒนธรรมเป็นยังไง มันมีประโยชน์สำหรับเด็ก ส่วนสิ่งที่บาร์บี้ให้กับเราคงเป็นความสุขใจ เราต้องทำงานนะจะได้มีเงินซื้อบาร์บี้อีก” เธอพูดติดตลก ทว่าเป็นเรื่องจริง

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

การะเวกสอดสี มักกะโรนี กระเช้าสีดา ขนมเบื้อง เกี๊ยวกรอบ

เราอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง แต่ชื่ออาหารต่างๆ คุ้นหูบ้าง ไม่คุ้นหูบ้าง ถูกเอ่ยขึ้นมาชวนให้ความหิวได้เริ่มทำงาน นั่นเพราะเรามีนัดพูดคุยกับ เชฟกร-ฐาปกร เลิศวิริยะวิทย์ เชฟหนุ่มแห่งห้องอาหารประเทศสิงคโปร์ ผู้หลงใหลในการเก็บสะสมตำราอาหารไทยโบราณ

ฐาปกร เลิศวิริยะวิทย์

วันนี้เขามาพร้อมกับกล่องลังบรรจุหนังสือสภาพเก่าแก่หลากหลายสีสันนับสิบเล่ม ที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการหยิบจับอย่างมากเพื่อไม่ให้เสียหาย

เรานั่งลงและหยิบหนังสือทีละเล่มมาเปิดไล่ดูเมนูทีละอันอย่างบรรจง จินตนาการไปถึงภาพอาหารในยุคสมัยก่อน พร้อมกับฟังเรื่องราวและความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหนังสือเหล่านี้

“เราได้ไปทำงานกับเชฟต่างชาติคนหนึ่ง แล้วเห็นเชฟชอบเปิดตำราอาหารในห้องทำงาน เราก็ลองขอดูตำราของเขา ลองเปิดสูตรหาดู เจอเมนูแปลกๆ ที่น่าสนใจเยอะมาก บางเมนูปัจจุบันก็ไม่น่าจะหาทานได้ง่ายๆ เชฟเล่าว่าบางเมนูในร้านนี่ก็เอาเมนูเก่าในตำราพวกนี้มาประยุกต์ให้ถูกปากคนทานนี่แหละ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเริ่มค้นหาและเก็บตำราอาหารเก่าบ้าง ตอนแรกก็ไม่ได้เก็บเยอะนะ ไปๆ มาๆ มันงอกออกมาเอง” เชฟกรอธิบาย

ตำราอาหารไทยโบราณ

ในระยะประมาณ 3 ปีตั้งแต่เริ่มเก็บสะสม เมล็ดพันธุ์ตำราอาหารไทยของเชฟกรงอกเงยมากว่า 600 เล่ม แม้ว่าการเก็บสะสมตำราเหล่านี้อาจมีส่วนที่ยากลำบาก ทั้งราคาที่สูงกว่าหนังสือทั่วไป การต้องตามล่าหาตำราที่ใฝ่ฝัน ต้องส่งหนังสือเก่าขาดไปให้ร้านซ่อมหนังสือชุบชีวิต จนถึงต้องเก็บรักษาอย่างพิถีพิถัน แต่เชฟหนุ่มตรงหน้าเราก็ยังคงไม่หยุดเสาะหาตำราอาหารที่ถูกใจ ไม่ว่าจะจากร้านหนังสือเก่า ร้านค้าออนไลน์ จนถึงการแลกเปลี่ยนกับเพื่อนคอเดียวกัน (ซึ่งเขาเองก็บอกว่าต้องขอบคุณเจ้าของร้านหนังสือและคนรอบตัวที่ช่วยให้การสะสมนี้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่งด้วย)

ตำราอาหารไทยโบราณ

สำหรับคนที่ทำอาหารเป็นอาชีพ การได้ค้นคว้าและลงมือทำอาหารตามตำราเหล่านี้ก็เหมือนการเพิ่มพูนความรู้ของตัวเองให้มากขึ้น ด้วยข้อมูลน่าสนใจหลายส่วนอาจหาไม่ได้จากอินเทอร์เน็ต และช่วยให้หยิบจับเมนูอาหารเก่าๆ มาปรับใช้ให้เข้ากับเมนูปัจจุบันได้ เหมาะกับนิสัยเชฟกรที่ชอบลองผิดลองถูกอยู่เป็นประจำ

“พอเราได้ทดลองตามสูตรในตำรา บางอันก็ออกมาอร่อยมาก แต่บางอันกินแล้วก็รู้สึกว่ามันผิดปกติ คงเป็นเรื่องของยุคสมัยที่เปลี่ยนไปด้วย มีรสนิยมต่างกัน อย่างแกงเขียวหวานสมัยนี้บางที่ก็ใสเชียว บางที่ก็ข้นมาก ตำราพวกนี้ก็เป็นบันทึกของคนเฉพาะกลุ่มในช่วงนั้น ไม่ได้เป็นตัวแทนว่าคนทั้งประเทศนิยมชมชอบรสชาตินั้น คล้ายๆ กับข้าวแช่ที่แต่ละบ้านก็จะมีสูตรที่ต่างกันไปด้วย เราก็ลองเอามาเปรียบเทียบแล้วปรับดูให้เหมาะสม” เชฟกรเล่าสิ่งที่ได้เรียนรู้

ตำราอาหารไทยโบราณ

นอกจากเป็นคลังความรู้ชั้นยอดในด้านการประกอบอาหารแล้ว เชฟกรเล่าว่า ตำราอาหารเหล่านี้ยังเปี่ยมด้วยสาระและสุนทรีย์ทางประวัติศาสตร์และภาษา บางเล่มบันทึกวิถีชีวิตคนในสมัยก่อน ช่วยให้คนอ่านสมัยนี้เห็นพัฒนาการของบ้านเมือง ขณะที่หลายเล่มเน้นเล่าถึงวิถีชีวิตชาววัง เนื่องจากชาววังเป็นผู้ที่มีโอกาสได้เรียนหนังสือและมีฐานะ ทำให้ตีพิมพ์ตำราอาหารออกมาได้ ขณะที่ชาวบ้านอาจมีเพียงบันทึกลายมือที่ส่งต่อกันมา

ตำราอาหารไทยโบราณ

ตำราอาหารไทยโบราณ

ตำราอาหารเหล่านี้ยังเปี่ยมเสน่ห์ในด้านภาษา หลายคำแปลกตา และบางทีก็ช่วยให้รู้ยุคสมัย เช่น ตำราอาหารยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่มีวิธีเขียนภาษาไทยแบบเฉพาะตัว

สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกตำราอาหารที่ได้จะมาอยู่ในคลังส่วนตัว เชฟกรเล่าให้ฟังว่าไม่ได้มีกฎเกณฑ์ซับซ้อน แต่เมื่อแจกแจง เราก็เห็นถึงความหลงใหลในตำราอาหารเก่าของเขาชัดเจน เพราะเชฟเล่าว่าบางทีก็ซื้อตำราเนื้อหาเดิมที่พิมพ์ครั้งใหม่ หรือเปลี่ยนปกใหม่ เช่น แม่ครัวหัวป่าก์ ที่เขามีสะสมอยู่มากกว่า 1 แบบ

 แม่ครัวหัวป่าก์

ท้ายที่สุด การสะสมตำราอาหารของเชฟกรไม่ใช่แค่เรื่องความรักเฉพาะตัว เขายังมองว่านี่จะเป็นคลังความรู้และขุมทรัพย์สำหรับคนรุ่นต่อไป

“มีคำถามเหมือนกันนะว่าเก็บไปเพื่ออะไร ก็ถามมาจากแม่ผมเองนี่แหละ (หัวเราะ) ว่าทำไมไม่ขายทิ้ง ผมบอกว่าขายไม่ได้หรอก เผื่อไว้สำหรับอนาคต เราทำเป็นห้องสมุดได้ ใครมาหาสูตรจะได้หาได้ง่าย ถ้าใครไม่มีเล่มไหนแล้วอยากได้เมนู เราก็ถ่ายรูปส่งให้เขาได้” เชฟหนุ่มผู้สะสมความรู้จากยุคอดีตไว้กล่าว

 

5 ตำราคัดสรรที่อยากรักษาไว้

เข้าขวัญปรุงตามตำรับ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท (หนังสือจากงานพระราชทานเพลิงศพของพระองค์เจ้าเยาวภาฯ)

เข้าขวัญปรุงตามตำรับ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท

ตำราเล่มนี้เป็นการรวบรวมตำรับอาหารส่วนพระองค์ของพระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท ผสมกับความรู้การครัวและการทำอาหารจากบรรดาประยูรญาติในราชสกุลสนิทวงศ์ ที่แต่ละพระองค์เขียนสูตรมาเพื่อตีพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ ความพิเศษจึงอยู่ที่การเป็นหนังสือที่เขียนโดยตระกูลที่ชำนาญในเรื่องการทำอาหาร และมีลงรายละเอียดไว้ว่าเป็นสูตรของใครบ้างในราชตระกูล เมนูหลายอย่างมีอิทธิพลจากของต่างชาติและจีนที่ถูกนำมาปรับให้มีความเป็นไทยมากขึ้น

แม่ครัวหัวป่าก์

แม่ครัวหัวป่าก์

ตำราเล่มแรกที่เราเก็บสะสมคือ แม่ครัวหัวป่าก์ เพราะเป็นฉบับเบสิกที่สุด ใช้บ่อย ใช้ได้จริง เรื่องราวของตำราเล่มนี้คือเป็นตำราอาหารยุคบุกเบิกอันขึ้นชื่อของประเทศไทย แต่งโดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงค์ ประกอบไปด้วย 5 เล่ม ผ่านการตีพิมพ์มา 9 ครั้ง มีความละเอียดในเนื้อหา เป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งหมวดหมู่ของอาหารหรือที่เรียกกันในสมัยนั้นว่าบริเฉทอย่างชัดเจน เช่น แบ่งเป็นแกง การจ่ายตลาด การหุงต้ม ฯลฯ มีเมนูบางอย่างที่ยังมีอยู่อย่างฉู่ฉี่ปลาทูสด ซึ่งเรายังเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน แต่ว่ารสชาติอาจจะไม่เหมือนสมัยนั้น หรือบางอย่างก็ไม่มีใครกินกันในปัจจุบันแล้วอย่างแกงเต่าขั้วต้ม บางอันก็มีปลาแซลมอนด้วย

ตำราอาหารที่ไม่มีชื่อเรื่อง

ตำราอาหาร

ตำราเล่มนี้ไม่มีปก สภาพที่เห็นอยู่นี่คือเราไปซ่อมมาเอง เราไม่รู้ว่าใครแต่ง เปิดหนังสือมาก็เป็นสูตรเลย แต่เท่าที่ดูคือมีเมนูอาหารฝรั่งแล้ว น่าจะไม่เก่ามาก สมัยรัชกาลที่ 5 หรือ 6 เมนูแต่ละอันในหนังสือเล่มนี้จะเขียนไว้สั้นๆ ไม่ได้บอกหน่วยในการชั่งตวงด้วย ก็ต้องกะวัตถุดิบแล้วชิมเอา สูตรไม่ชัดเจน แต่เป็นเล่มที่ทำให้เราได้ทดลองดี

 ตำรับปรุงอาหารสำรับรอบปี

ตำรับปรุงอาหารสำรับรอบปี

นี่เป็นตำราอาหารของหลานของแม่ครัวหัวป่าก์ พิมพ์แค่ 3 เล่มแล้วก็เลิกพิมพ์ เราซื้อมาสะสมเพราะมันเล่มหนา มีสูตรให้ลองเยอะ แต่เวลาทำอาหารจากตำราเล่มนี้ เราต้องปรับเปลี่ยนวัตถุดิบบางอย่าง เพราะมีสิ่งที่ผิดกฎหมายในปัจจุบัน เช่น เมนูสัตว์ป่า รวมถึงมีการใช้วัถตุดิบหายาก หรือหาได้แต่ไม่มีใครกินแล้ว เช่น แกงเผ็ดค้างคาวแม่ไก่ และเมนูที่ใช้นกปากส้อม

ตำราอาหารเขียนด้วยลายมือ

ตำราอาหาร

ตำราอาหารเขียนด้วยลายมือ

ตำราเล่มนี้เขียนด้วยลายมือ ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเขียน ที่น่าสนใจคือหนังสือเหล่านี้มักจะมีจดหมายบางอย่างแนบมาด้วย อย่างฉบับนี้เขียนตอน พ.ศ 2486 ก็ได้เห็นว่าชาวบ้านสมัยก่อนเขาคิดอะไร ทำอะไรกันบ้าง เหมือนหลุดออกมาจากบ้านสมัยนั้น แม่หรือยายเขียนไว้แล้วรุ่นลูกหลายเห็นเป็นหนังสือไม่มีค่าเลยขายทิ้ง เล่มนี้เมนูอาหารเยอะเป็นร้อยเมนูเลย

 

ขอบคุณสถานที่: Onedeecafe

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load