(หากไม่ดูเป็นการรบกวน ลองเปิดเพลง Barbie Girl คลอระหว่างอ่านบทความเพื่อเพิ่มอรรถรส)

เราเชื่อว่าเด็กหญิงหลายคนคงเคยนอนดีดดิ้นหน้าแผนกของเล่นเด็กที่มีตุ๊กตาหญิงสาวผมสีบลอนด์ ปากนิด จมูกหน่อย แถมทรวดทรงสะโอดสะอง ยืนตรงอยู่ในกล่องกระดาษสีชมพู เราได้แต่ชี้ไม้ชี้มือ พร้อมหยดน้ำตาร่วงแหมะ เป็นสัญญาณบอกผู้ปกครองว่า ‘หนูอยากได้’ ด้วยราคาแพงบวกกับคุณแม่ไม่เข้าใจ เลยพาเดินเฉไฉไปแผนกเครื่องครัว 

อ้อ! หลายคนคงเดาออกว่าเรากำลังพูดถึง ‘บาร์บี้’ ตุ๊กตาที่ครองหัวใจผู้หญิงทั่วโลก

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

เช่นเดียวกับ สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมตุ๊กตาบาร์บี้ที่มีบาร์บี้อยู่ในคลังมากถึง 6,000 ตัว เธอเคยผ่านช่วงเวลาวัยเด็กเหมือนหญิงสาวทุกคน ได้แต่มองตุ๊กตาหุ่นสวยอยู่ในกล่องกระดาษ แต่ไม่ได้ครอบครอง จนวันหนึ่งเธอมีกำลังทรัพย์เพียงพอ จากความอยากได้กลายเป็นการตามหาตุ๊กตาบาร์บี้จากทั่วทุกมุมโลกมาเก็บสะสมเพื่อเติมเต็มความฝันวัยเด็ก

“เวลาคนอื่นไปต่างประเทศเขาจะไปแผนกเสื้อผ้า ส่วนเราจะไปชั้นของเล่นเด็ก” 

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

จากตุ๊กตากระดาษสู่ตุ๊กตาผมบลอนด์หุ่นเชพบ๊ะ

จากเด็กสาวที่ฝันอยากเป็นนักออกแบบเสื้อผ้า เธอเริ่มต้นจากตุ๊กตาวาดมือ ตัดแต่งกระดาษสีเป็นชุดสวย จนกระทั่งตกหลุมรักกับตุ๊กตาผมบลอนด์นำเข้า เธอวาดฝันว่าสักวันจะได้เป็นเจ้าของและลงมือตัดชุดสารพัดนึกให้สาวเจ้าใส่

“เราชอบบาร์บี้ตั้งแต่เป็นนักเรียน สมัยนั้นบ้านยังไม่ตังค์ซื้อ ตอนเห็นบาร์บี้ครั้งแรกเรารู้สึกว่าเขาต่างจากตุ๊กตาพลาสติกทั่วไป เวลาผ่านไปจนเราแต่งงาน แล้วไปฮันนีมูนที่ฮ่องกง ก็ไปเดินช้อปปิ้งใน Toys ‘R’ Us เขาขายบาร์บี้สำหรับสะสมและบาร์บี้สำหรับเด็กเล่น พอเราเห็นว่าเมืองไทยไม่มีบาร์บี้แบบนี้ บวกกับมีสตางค์พอจะซื้อได้ เลยซื้อกลับมา

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ตอนนั้นเราซื้อซีรีส์แฮปปี้ฮอลิเดย์ บาร์บี้นุ่งกระโปรงสีชมพูบานเเฉ่งเลย หน้าตาสะสวย กล่องเขาก็ทำดีมาก เขาเขียนไว้เลยว่าสำหรับนักสะสม เราเริ่มสะสมตั้งแต่ปีสองพันห้าร้อยยี่สิบเอ็ดรวมแล้วก็สี่สิบปี มีบาร์บี้ประมาณห้าพันถึงหกพันตัว”

บาร์บี้สำหรับนักสะสมกับบาร์บี้สำหรับเด็กเล่นต่างกันอย่างไร เราเอ่ยถามนักสะสมด้วยความสงสัย

“หนึ่ง ราคา สอง ปีที่ผลิต เพราะส่วนมากจะไม่มีการผลิตซ้ำ นอกจากพวกเพลย์ไลน์ เขาจะนำกลับมาทำใหม่อีกรอบ เหมือนเดิมทุกอย่าง เพื่อให้คนที่ไม่เคยได้เห็นตั้งแต่สมัยแรกได้สะสม สาม เสื้อผ้า เสื้อผ้าของบาร์บี้แบบเก็บสะสมจะสวยงามมาก มีรองเท้า มีชุดชั้นใน กล่องดีกว่า ไม่เหมือนของเด็กเล่นที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมธรรมดา” สุนันท์อธิบายให้เราฟัง

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

หลายคนคงอยากรู้เหมือนเราว่าเธอสะสมเคน (แฟนหนุ่มของบาร์บี้) ด้วยไหม

“ซื้อบ้างเป็นบางตัว แต่ถ้าไม่ปิ๊งจริงไม่ซื้อ” เธอตอบ

“แล้วเคนแบบไหนที่จะปิ๊ง” เราถาม

“เคนแต่งตัวเนี้ยบ ถ้าเคนแต่งตัวเซอร์เราไม่ซื้อ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม

หากันจนเจอ

สุนันท์บอกเราว่า เธอเลือกเก็บเฉพาะบาร์บี้ตัวที่ชอบ เมื่อก่อนแหล่งใหญ่สำหรับนักล่า (บาร์บี้) ร้านประจำอยู่ประเทศสิงคโปร์ เวลามีรุ่นใหม่ออกมาเขาจะเก็บไว้ให้ เมื่อได้บาร์บี้ครบตามสั่งถึงจะต่อสายตรงถึงเธอให้บินลัดฟ้าไป

รับบาร์บี้กลับประเทศไทย แต่การตามหาบาร์บี้ก็เปลี่ยนตามยุคสมัย สุนันท์เคยสั่งซื้อจากเว็บไซต์อีเบย์ เพราะมีคนซื้อบาร์บี้ราคาดีไปเก็งกำไรอีกที แต่เธอไม่ขาย! เน้นซื้อเก็บมากกว่า หรือบางทีบริษัทนำเข้าบาร์บี้ในประเทศหมดสัมปทานต้องล้างสต๊อกสินค้า ด้วยความสนิทสนมก็จะยกหูหาสุนันท์ก่อนใคร แน่นอนว่าเธอไม่รีรอตามไปเก็บบรรดาสาวงามเข้ากรุทันที

“บาร์บี้ตอนนี้กับเมื่อสี่สิบปีก่อนต่างกันนะ เขาเปลี่ยนไปหลายอย่าง ทั้งเสื้อผ้า หน้าตา ทรงผม บาร์บี้ศัลยกรรมมาตลอด จากหน้าที่เคยเป็นบาร์บี้ก็จะเปลี่ยนแบบไปเรื่อยๆ เป็นหน้าดาราบ้าง หน้าสูงวัยขึ้นบ้าง มีซีรีส์เยอะขึ้นด้วย 

“ส่วนแฟชั่นเขามีคนออกแบบประจำอยู่แล้ว แต่ที่เป็นนักออกแบบชื่อดังเลยคือ Bob Mackie พักหลังจะมี Christian Dior, Vera Wang, Coach, Louis Vuitton ฯลฯ มาร่วมออกแบบด้วย เคยมีครั้งหนึ่งบาร์บี้ใส่ชุดไทยมาเมืองไทย ดูไม่จืดเลย เราเลยเขียนจดหมายไปหาบริษัท Mattel ว่าคราวหน้าถ้าจะออกแบบชุดไทยให้บอกเราก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะช่วยดูให้ว่าชุดแบบนั้นโอเคแล้วหรือยัง เขาก็เงียบไป ไม่รู้ได้อ่านจดหมายเราหรือเปล่า” สุนันท์เล่าจบพร้อมเสียงหัวเราะร่า

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

Barbie Can Be Anything

จะว่าไปสาวผมบลอนด์ขวัญใจคนทั่วโลกคล้ายเป็นเครื่องบันทึกความเปลี่ยนแปลงของโลกตลอด 60 ปี ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง อย่างปี 2511 มี Christie เป็นเพื่อนบาร์บี้ผิวสีตัวแรกเกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนสิทธิความเท่าเทียม

 “ตอนมีบาร์บี้ผิวสีคนไทยไม่ค่อยรู้จัก เพราะไม่มีเข้ามาขายทางแถบเอเชีย เขาออกแบบตุ๊กตาผิวสีเพราะเกิดกรณีพิพาทเรื่องการเหยียดผิว เด็กอเมริกันผิวสีไม่มีตุ๊กตาเล่น บริษัท Mattel ก็คิดว่าควรจะมี พร้อมกับการมีนักออกแบบชื่อ Byron Lars เป็นคนผิวสี ตุ๊กตาทุกตัวที่เขาออกแบบมาเป็นผิวสีหมดเลย หาซื้อยากเหมือนกัน” นักสะสมเล่า

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

ปี 2544 บาร์บี้ทำอาชีพเป็นครูสอนภาษามือเพื่อสนับสนุนให้เด็กผู้หญิงสนใจเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ แถมบาร์บี้ยังทำอาชีพที่เราไม่คิดว่าบาร์บี้จะทำ อย่างพนักงานแคชเชียร์ประจำร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เกษตรกรเลี้ยงไก่ แร็พเปอร์ ฯลฯ

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

 ปี 2559 บาร์บี้ลงปก TIME เพื่อประกาศให้ทั่วโลกรู้ว่าเธอมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 3 แบบ ไม่ว่าจะสาวอวบอั๋น สาวร่างเล็ก และสาวตัวสูง ปี 2562 บาร์บี้ครบรอบ 60 ปี เธอมีอาชีพมากถึง 200 อาชีพ และยังสนับสนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กสาววัยกระเตาะด้วยแคมเปญ ‘You Can Be Anything’ และ ‘Dream Gap Project’

เราขอหยิบยกบาร์บี้ 10 ตัว ของสุนันท์มาบอกเล่าเรื่องราวตลอดระยะเวลา 40 ปี ของเส้นทางสายสีชมพูช็อกกิ้งพิงก์ว่าสมัยนั้นบาร์บี้ฮิตอะไร คนยุคก่อนอินอะไร ชอบแต่งตัวแบบไหนหรือแฟชั่นเก๋ไก๋กว่าสมัยนี้อย่างไร เริ่มกันเลย! 

1 บาร์บี้ออกงานคู่เอลวิส เพรสลีย์

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ตอนที่ทำออกมาเอลวิสเสียไปแล้ว ทำเพื่อระลึกถึงและบอกเล่าเรื่องราวของเขา”

2 บาร์บี้ควงคู่เคนใน Star Trek

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

Star Trek เป็นหนังที่คนยุคนั้นฮิตมาก”

3 บาร์บี้เนื้อหิน

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“อันนี้เป็นย้อนยุควินเทจ ทำจาก Silkstone เป็นเนื้อหิน มีราคาแพงและตกแตกได้ แต่เนื้อจะเนียนกว่าแบบยาง”

4 บาร์บี้ฝีมือ Bob Mackie

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“เป็นงานออกแบบชุดของ Bob Mackie แต่ละชุดที่เขาออกแบบมาคนทั่วไปใส่เดินออกไปไหนไม่ได้ เพราะมันหลุดโลก แต่ก็เป็นที่ยอมรับของนักออกแบบทั่วโลกว่าเขาเก่งมาก สมัยนี้หาซื้อไม่ได้แล้ว แต่ละตัวราคาหนักทั้งนั้น”

5 บาร์บี้เวอร์ชัน Madame du Barbie®

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ตัวสีเงินตรงนั้นแต่งเป็นหญิงในสำนักราชวังฝรั่งเศส”

6 บาร์บี้ในชุด Christian Dior

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ชุดปักเลื่อมนั้นน่าจะอายุสามสิบปีแล้ว เป็นชุดของ Christian Dior”

7 สามสาวตามหายาก

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หา ตุ๊กตาบาร์บี้ จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“สามตัวนี้หายากมาก มีแค่หนึ่งพันตัวทั่วโลก เขาจะบอกวันวางขาย เราต้องเข้าไปจองในอินเทอร์เน็ต ตามหามาสามปีกว่าจะครบทั้งหมด รายได้ของทั้งสามตัวเขาเอาไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส 

“แต่เราว่าชุดสีดำตัดไม่ค่อยเพอร์เฟกต์ ไม่คุ้มเงิน แต่ต้องเก็บ ไม่งั้นไม่ครบซีรีส์” 

8 ยูนิคอร์นยุคเก่า VS ยูนิคอร์นยุคใหม่

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“ตอนนี้คนกำลังเห่อยูนิคอร์น สมัยแรกออกมาจะธรรมดามาก พอกลับมาฮิตสีสันก็วูบวาบ คนละเรื่องเลย”

9 แม่มดบาร์บี้โอมมะลึกกึ๊กกึ๋ย

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

“แม่มดสมัยแรกเป็นแม่มดขี่ไม้กวาดธรรมดา ตอนนี้แม่มดเริ่มเลิศหรูอลังการ เมื่อก่อนขายกันกล่องละหนึ่งพันบาท เดี๋ยวนี้ราคาสามพันถึงสี่พันบาท และทุกกล่องที่เรามีไม่น่าจะมีขายในประเทศไทย”

10 บาร์บี้เข้าสปาเติมสวย

“เซ็ตอาบน้ำไม่เข้าเมืองไทย เป็นเนื้อ Silkstone ช่วงนั้นคนฮิตเข้าสปา บาร์บี้ก็เอาบ้าง ไปทำสปาเพิ่มความสวยงาม ผ้าโพกผมเอาออกได้ เปลี่ยนวิก เปลี่ยนทรงผมได้ด้วยนะ”

สุนันท์ วิเศษกิจ นักสะสมบาร์บี้ไทยที่หาตุ๊กตาบาร์บี้จากทุกมุมโลกมาสะสมกว่าครึ่งหมื่น

หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ

การเก็บรักษาบาร์บี้จำนวนครึ่งหมื่นนั้นก็ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยความขยัน เพราะห้ามให้ตุ๊กตาสัมผัสอากาศร้อน สุนันท์ต้องเก็บในตู้ ภายในห้องต้องปิดม่าน และเปิดแอร์ให้บาร์บี้วันละ 1 ชั่วโมง เวลาหยิบจับมือต้องสะอาด แม้แต่เหงื่อก็ทำให้สีเสื้อผ้าบาร์บี้เปลี่ยนได้ กิจวัตรประจำวันนอกจากหยิบจับขัดถูแล้ว หลังกลับจากทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย เธอจะยืนชื่นชมบาร์บี้ทุกตัว ย้ำว่า ทุกตัว! แม้จะกินเวลาเป็นชั่วโมง แต่ก็เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของเธอ

“เราว่าบาร์บี้มีผลต่อการเลี้ยงลูกนะ ทำให้เขามีปฏิสัมพันธ์กับเรา เราได้คุย ได้เล่นกับเขา เรารู้อุปนิสัยใจคอและอารมณ์เวลาเขาเล่นกับตุ๊กตา บางตัวให้ความรู้ด้วยนะ เวลาบาร์บี้ไปต่างประเทศ หลังกล่องจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับประเทศนั้น

“ถ้าไปจีนก็ใส่ชุดประจำชาติจีน บอกว่าจีนเป็นใคร อาหารและวัฒนธรรมเป็นยังไง มันมีประโยชน์สำหรับเด็ก ส่วนสิ่งที่บาร์บี้ให้กับเราคงเป็นความสุขใจ เราต้องทำงานนะจะได้มีเงินซื้อบาร์บี้อีก” เธอพูดติดตลก ทว่าเป็นเรื่องจริง

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

‘เก็บ หรือ ทิ้ง’

คุณจะตั้งคำถามเหล่านี้เมื่อสิ่งของชิ้นนั้นมีคุณค่ามากพอให้ลังเล

‘เก็บ’

ครูหมู-วลัยพร ใจหนักแน่น หลานสาวของ พระศรีสมุทโภค (อิ่ม ยมจินดา) เจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย เจ้าของ บ้านเจ้าเมือง ต้นตระกูลยมจินดา คนปัจจุบัน เลือกเช่นนั้นกับสมบัติทุกชิ้นที่รับสืบทอดมาจากบรรพบุรุษและของเก่าที่เธอเลือกสะสมเอง

ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบบนถนนสายเล็กยาวกว่า 700 เมตร บ้านเรือนหลังเก่ายังมีลมหายใจ ชาวยมจินดา จังหวัดระยอง ยังมีเรื่องให้เล่าขาน แต่ใครไหนเลยจะเล่าเรื่องได้ดีไปกว่าตระกูลที่มีเจ้าเมืองมากถึง 3 รุ่น และชื่อถนนหลายเส้นยังถูกตั้งขึ้นเพื่อให้เกียรติพวกเขา

เดินหลบเข้าซอยไปเพียงไม่กี่เมตร บ้านไม้ทรงปั้นหยาหลังงามยังคงตั้งอยู่ที่เดิมตั้งแต่ พ.ศ. 2475 สร้างโดย ท่านอิ่ม ยมจินดา บุตรชายของ พระยาศรีสมุทโภคไชยโชคชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เจ้าเมืองระยองคนแรกและทวดของครูหมู

ครั้งนี้ The Cloud ชวนเธอเปิดบ้าน ชมสมบัติในกรุเก่า ฟังเรื่องเล่าที่ทั้งสนุกและเพลินของตระกูลประวัติศาสตร์ ดูหอกง้าวประดับฝาผนังที่เคยใช้ในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยามาแต่โบราณ แม้แต่พื้นเอียง ๆ ของบ้านยังมีที่มา และเสาบ้านสีดำแปลกตาก็มีคำอธิบาย

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

House of Yomjinda
บ้านเจ้าเมือง

เราเคยแต่เดินชมห้องที่เปลี่ยนเป็นคลังสมบัติล้ำค่า แต่ครั้งนี้เราเดินอยู่ในบ้านที่แม้กระทั่งตัวบ้านเองก็นับเป็นสมบัติหนึ่งในนั้น

คุณแม่วันสุข ยมจินดา เป็นลูกสาวของท่านอิ่ม เธอยกครูหมูวัย 8 เดือน ให้อยู่ในความดูแลของพี่สาว 2 คนคือ วาจา ยมจินดา และ ทองล้วน ยมจินดา นอกจากนี้ยังมี คุณยายบาง ยมจินดา อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน

หลังคุณตาเสียชีวิตใน พ.ศ. 2485 บ้านหลังนี้ก็ตกทอดมาสู่คุณยายบาง คุณป้าวาจา และมาถึงเธอในปัจจุบัน

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

ความเจริญก้าวหน้าด้านการคมนาคมทำให้การสัญจรทางน้ำถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ หน้าบ้านที่ติดกับแม่น้ำระยองจึงกลับกลายเป็นหลังบ้าน อู่ต่อเรือไม้ที่มีอยู่หลายแห่งต้องปิดกิจการ ไม่นานสะพานก็สร้างขึ้น เรือไม้จึงแล่นออกสู่ปากอ่าวไม่ได้อีกต่อไป

เรามองเป็นความโชคดีที่ยังมีบ้านเก่าให้คนรุ่นใหม่มาเยี่ยมชม ครูหมูบอกว่าในอดีต คนที่อาศัยอยู่ในบ้านเก่าไม่ได้รับความนับหน้าถือตา ผิดกับปัจจุบันที่คนกลับมาสนใจของโบราณกันมากขึ้น สิ่งที่มีคุณค่าอยู่แล้วจึงมีคุณค่ายิ่งกว่าเก่า โดยเฉพาะมูลค่าทางใจที่มากกว่าตัวเงิน

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย
เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

บ้านเจ้าเมืองถูกฉาบด้วยสีเขียวอ่อนอมฟ้าหลังการปรับปรุงซ่อมแซม เธอมีศัตรูตัวฉกาจคือ ‘ปลวก’ ที่ตั้งทัพพร้อมรบทุกปี ทำเอาครูหมูหมดเงินไปมหาศาลเพื่อพิทักษ์สมบัติทั้งหมด

ตัวพื้นบ้านทำจากไม้กระท้อนซึ่งหาได้ยากในสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ ลายฉลุโบราณทำมือทั้งหมด เมื่อสร้างปีเดียวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงมีลายฉลุเป็นรูปพานรัฐธรรมนูญประดับ

“เสานี้คือไม้ตะเคียน ปกติต้องอยู่นอกชานเพราะทนแดดทนฝน แต่เมื่ออยู่ด้านนอกหลายปีเกิดการผุพัง เราเลยตั้งใจอนุรักษ์ของเก่าโดยนำมาปิดเสาที่ถูกปลวกกิน ส่วนรั้วไม้ด้านนอกที่เอาไว้กันเด็กหล่นก็เป็นไม้ตะเคียน เป็นเสาที่คุณตาเก็บไว้ใต้ถุนบ้าน”

ผ่านมาเกือบ 100 ปี บ้านทรุดลงตามกาลเวลา ครูหมูจึงต้องให้ช่างมาหนุนบ้าน เมื่อหน้าแล้งเดือนเมษา ช่างได้พายเรือเข้าไปใต้ถุนช่วงน้ำลดเพื่อซ่อมแซม และได้พบกับเสาตะเคียนพอดี

เราพิจารณาพื้นและบอกเธอว่า ตอนนี้บ้านของเธอเอียง

เธอบอกว่าที่เห็นเอียงแบบนี้ถูกต้องแล้ว เนื่องจากสมัยก่อนคุณตาสร้างระเบียงโดยยกหัวสูง ปลายเท้าต่ำ โดยใช้ลูกมะนาววางให้กลิ้งตามความลาดชัน เมื่อใครมานอนจะได้รู้ว่าฝั่งไหนคือหัวและเท้า แต่เมื่อครูหมูหนุนบ้านใหม่ ความเอียงจึงลดลง

ครูหมูอธิบายลักษณะบ้านโบราณของคนมีฐานะว่า มีห้องนอนเพียงห้องเดียว ภายในมีประตู 2 บาน เรียกว่า ประตูหน้าและประตูลับ เมื่อมีการปล้นจึงใช้ประตูลับเป็นทางหนี นอกจากนี้บ้านธรรมดาเมื่อเงยหน้ามองจะเห็นคานของบ้าน แต่บ้านคนมีฐานะจะมีฝ้าไม้กั้น

ส่วนด้านบนเพดานมีช่องลับเป็นเหมือนห้องใต้หลังคา เธอเคยให้ช่างปีนขึ้นไป แต่ตอนนี้เมื่อมองเองกลับหาไม่เจอ

“เฟอร์นิเจอร์ด้านในที่เห็นเป็นของโบราณทั้งหมด ไม่เก่า เราไม่เก็บ แต่จะมีในส่วนที่ซื้อมาเพื่อสะสมกับของประจำตระกูล โดยเฉพาะพวกตู้ไม้ ตู้คาวหวาน พวกนี้เป็นของที่คุณตาทำขึ้นมาเอง” 

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

House of the Collector
คลังสมบัติของนักสะสม

ครูหมูและสามีเก็บของสะสมร่วมกันมากว่า 40 ปี พวกเขาไม่เลือกประเภท แต่ต้องเก่าจริงเท่านั้น 

นอกจากตะเกียง วิทยุ โทรทัศน์ พัดลม เครื่องเล่นแผ่นเสียง ถ้วยชามรามไห ที่ล้วนแต่โบราณ ของชิ้นใหญ่อย่างกล้องคลุมโปง Large Format ที่เห็นในละครเรื่อง สี่แผ่นดิน ก็วางโชว์อยู่ที่มุมในสุดของบ้าน พร้อมด้วยหีบโบราณ เครื่องชั่งทอง ชั่งหมู ไปจนถึงเชี่ยนหมากที่เจ้าของกินค้างไว้ก่อนจะเสียชีวิต อุปกรณ์ทุกอย่างอยู่เหมือนเดิมและเหลือเท่าเดิมมาตลอด 80 ปี

หากรวมสิ่งของชิ้นเล็กชิ้นน้อยจำนวนมหาศาลทั้งหมดคงไม่อาจนับได้ว่าอายุกี่สหัสวรรษ

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

หิ้งบรรพบุรุษ

ภาพทั้งหมดถูกบันทึกไว้ในยุคนั้น เว้นแต่เพียงภาพของคุณทวด หรือท่านเกตุที่เป็นภาพวาด

รูปบนสุดในกรอบไม้คือ ท่านเกตุ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นพระยาศรีสมุทโภคไชยโชคชิตสงคราม เจ้าเมืองระยองคนแรก

รูปที่สองรองลงมาคือ คุณหญิงลำเจียก ภรรยาของท่านเกตุ

รูปที่สามคือ ท่านอิ่ม คุณตาของครูหมู และเจ้าของสมบัติโบราณหลายชิ้นในบ้านหลังนี้

รูปที่สี่ด้านล่างสุดคือ คุณยายบาง ภรรยาที่เสียชีวิตไปใน พ.ศ. 2514

หอกและง้าว

นับตั้งแต่สมัยคุณทวดที่มีชีวิตอยู่ในช่วงรัชกาลที่ 3 – 4 เจ้าเมืองสมัยโบราณต้องร่วมรบทัพจับศึกกับพระเจ้าแผ่นดิน จึงได้ราชทินนามว่า พระยาศรีสมุทโภคไชยโชคชิตสงคราม

หอกและง้าวด้านหลังหิ้งคืออาวุธโบราณที่ใช้ในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของต้นตระกูล เพื่อดื่มสาบานแสดงความจงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน

ทุกเสาร์ที่ 2 ของเดือนธันวาคม เทศบาลนครระยองจัดงาน ‘ภูมิบุรี ศรีระยอง’ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และมีการขอเปิดบ้านยมจินดา เพื่อนำผู้หลักผู้ใหญ่ของเมืองเข้ามาแสดงความเคารพ ในฐานะที่บรรพบุรุษของตระกูลเป็นผู้สร้างถนนยมจินดา และเป็นเจ้าเมืองระยองมาหลายรุ่น

แม้จะมีคนเคยมาขอหอกและง้าวชุดนี้ แต่ครูหมูก็ไม่ให้ เพราะถือเป็นของประจำตระกูลที่ควรอยู่คู่บ้านต่อไป

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

ตู้คาวหวานและตู้ไม้

ตู้คาวหวานออกแบบเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยม เปิด-ปิดได้ทั้ง 4 ประตู มองได้รอบทิศ เอาไว้เก็บสำรับอาหาร ตู้แต่ละหลังมีอายุกว่าร้อยปี สร้างโดยคุณตาของครูหมู

ตู้ไม้ข้างกันมีลักษณะยกออกได้เป็น 2 ท่อน ไม่มีตะปู แต่ใช้สลัก เมื่อครั้งมีนักสะสมมาเยี่ยมเยือนได้ให้ข้อมูลว่า นี่คือตู้เสื้อผ้าที่ได้แบบมาจากฝรั่งเศส

ปัจจุบันด้านในกลายเป็นที่เก็บของสำคัญ มีตั้งแต่ช้อนส้อมทองเหลืองที่คุณตาเคยใช้ ไม้เท้าหัวพญานาค กระถางต้นไม้โบราณ กระโถนประจำตำแหน่งของคุณทวด ประดับด้วยลายมังกร 5 ขา ซึ่งเป็นกระโถนสำหรับขุนนาง ส่วนพระเจ้าแผ่นดินมี 9 ขา

นอกจากนี้ยังมีชุดผ้าเยียรบับของคุณตา ซึ่งใส่ตอนที่เข้าร่วมโต๊ะเสวยกับรัชกาลที่ 5 และหนังสืองานศพ แจกในพิธีพระราชทานเพลิงศพคุณตาที่วัดเก๋งหรือวัดจันทอุดมเมื่อ พ.ศ. 2485 ปัจจุบันคือโรงพยาบาลระยอง ซึ่งด้านในยังมีเจดีย์หนึ่งองค์ที่ได้รับการดูแลโดยกรมศิลปากร ถือเป็นสมบัติที่บรรพบุรุษของตระกูลสร้างเอาไว้ 

โอ่งเขียวไข่กาและโอ่งจีน

โอ่งเขียวไข่กาบ่งบอกว่าเจ้าของเป็นคนมีฐานะ ในอดีตคุณตาใช้รองน้ำฝนสำหรับดื่ม เพราะให้ความรู้สึกเย็นชื่นใจ แต่จะเอาโอ่งนี้ไว้แจกจ่ายน้ำหน้าบ้านให้คนแปลกหน้าก็คงไม่ใช่ เธอบอกว่าในอดีตมีคุณไสยที่เรียกว่า ยาสั่ง หากเอาโอ่งใหญ่ไปตั้งไว้ก็คงโดนยาสั่งกันถ้วนหน้า

ส่วนโอ่งที่เก็บน้ำได้เย็นกว่าคือ โอ่งจีน ซึ่งขนส่งมาทางแพ ด้านในเป็นเนื้อสีเขียวคล้ายหยก มีคนมอบให้คุณตาเป็นเครื่องบรรณาการ

บานแพนก

อ่านว่า บาน-พะ-แนก คือจารึกกฎหมายในอดีตเขียนโดยอารักษ์ลายมือสวย ว่าด้วยเรื่องกฎหมายที่ดิน ที่นา รวมถึงลงโทษ หนีบขมับ หนีบเล็บ เขียนไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2410 สมัยปลายรัชกาลที่ 4

เครื่องแก้วเจียระไน

ของเก่าสุดโปรดจากอังกฤษที่เธอซื้อจากลูกศิษย์มายกตู้ หนึ่งในนั้นมีเครื่องแก้วทรงแปลกตาที่ดูคล้ายอุปกรณ์คั้นน้ำส้มไม่ก็ที่เขี่ยบุหรี่ สุดท้ายมีผู้มีความรู้มาเฉลยว่าสิ่งนี้คือ ที่เก็บแหวน

House of Memories
ความทรงจำที่ไม่มีวันขาย

ครูหมูได้รับคำชมจากผู้มาเยือนว่า นี่คือบ้านที่เก็บของเก่าไว้เยอะและเป็นระเบียบ ทุกอย่างจัดไว้เป็นหมวดหมู่ โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นเล็กที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้

ในอดีต ของโบราณไม่เคยอยู่ในความสนใจของเธอ ทั้งยังมองว่าเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตนเองกลับเป็นผู้ถวิลหาของเก่าที่เคยอยู่ในความทรงจำ

“เราย้อนนึกถึงวันที่ไปแอบดูโทรทัศน์ในตลาดเก่า ดูได้ไม่นาน 6 โมงเย็นต้องเข้าบ้าน เพราะเป็นผู้หญิง คุณป้าไม่อยากให้อยู่นอกบ้านมืด ๆ ค่ำ ๆ ต่อมาคุณป้าซื้อทีวีขาวดำ พอทำงานเองก็ซื้อทีวีสี แต่ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนา เรากลับถวิลหาของเดิม ทีวีขาวดำมันหายไปไหน”

นอกจากสิ่งของที่เคยถูกทอดทิ้งไป ครั้งหนึ่งครูหมูคิดจะรีโนเวตบ้านยมจินดาเสียใหม่ ชนิดที่เงินพร้อม แปลนพร้อม สถาปนิกพร้อม ช่างรับเหมาก่อสร้างพร้อม แต่เมื่อตกดึก เธอกลับฝันเห็นคุณทวดหญิงมานั่งขวางทางและบอกว่า ห้ามรื้อบ้านเด็ดขาด แต่ให้ซ่อมแซมได้

หลังจากครูหมูตื่น เธอล้มเลิกแผนการเดิมและตัดสินใจสร้างบ้านอีกหลังไว้ข้างกัน ซึ่งปัจจุบันคือ ‘ครัวครูหมู’ ร้านอาหารระยองโบราณที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

ในฐานะเจ้าบ้านและลูกหลานของตระกูลเก่าแก่ เธอทิ้งท้ายบทสนทนาด้วยความคิดอันมุ่งมั่นที่ใช้เวลาบ่มเพาะมาหลายสิบปี

“ของทุกชิ้นมีความหมายกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เราไม่ขายแน่นอน ขายเป็นเงินก็เอาไปใช้หมด แก่ขนาดนี้จะใช้เงินอะไรเยอะแยะ จริงไหม”

หากใครตั้งใจมาเยี่ยมบ้านเก่า อย่าลืมแวะทานอาหารสูตรโบราณที่บางจานคือของโปรดเจ้าเมืองระยองมาตั้งแต่อดีต หรือหากใครแวะมาทานอาหารก็อย่าลืมขอครูหมูเข้าชมบ้านยมจินดาที่อยู่ใต้หลังคาเดียวกัน แล้วอย่าลืมชวนเธอไปเป็นไกด์ เพราะยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่จะทำให้การไปเที่ยวระยองครั้งนี้สนุกกว่าเดิม

Facebook : บ้านเจ้าเมือง ต้นตระกูลยมจินดา

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ชาคริสต์ เจือจ้อย

ช่างภาพอิสระและนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ ชอบสั่งกระเพราหมูสับเผ็ดน้อยหวานๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load