เช้าวันนี้เราตื่นขึ้นมาพบกับวันเกือบสุดท้ายของการทำงานในประเทศจีน

เวลา 3 เดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกยังคงเป็นเหมือนเดิม คือทำงานหนัก และไม่มั่นใจเรื่องวัน เวลา เป็นตัวเลขมากนัก ที่จะพอรู้ในแต่ละวันบ้างก็คือตื่นกี่โมง อาบน้ำกี่โมง และเริ่มทำงานกี่โมง เท่านั้น

รู้ตัวอีกทีก็ผ่านมาครึ่งปีแล้ว จากนิวยอร์กจนถึงประเทศจีน ทุกวันนี้เราพยายามทำให้ตัวเองมี ความสุขไปกับทุกๆ วัน สนุกกับกิจกรรมที่อยู่ตรงหน้า เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวจากทั้งคน สถานที่ ภาษา หรือแม้กระทั่งอาหาร เอาเข้าจริง แค่เราโฟกัสกับสิ่งที่ตาเห็นแล้วคิดตามต่อไปเรื่อยๆ เราก็แทบจะไม่มีเวลาคิดหรือทำอะไรอย่างอื่นอีกแล้ว

เราเชื่อเหลือเกินว่าคนไทยหลายคนไม่ได้มองประเทศจีนเป็นจุดมุ่งหมายของการเดินทางเท่าไหร่นัก (โดยเฉพาะการเดินทางมาเที่ยว) หรือหวั่นใจว่าถ้ามาที่จีนจะเจอห้องน้ำที่ไม่มีประตูแน่ๆ ยิ่งพอบอกว่าเป็นคนที่มาจากประเทศจีนด้วยยิ่งแล้วใหญ่ เราคงจะวาดภาพในหัวไว้ว่าจะเสียงดัง วุ่นวาย ไม่ต่อคิวซื้อของ โอ๊ย!! ไม่ไหวๆ

ยอมรับว่าเมื่อก่อนเราก็รู้สึกแบบนั้นบ้างเหมือนกัน เห็นประเทศจีนเป็นแค่แหล่งซื้อของราคาถูก หรือไม่ก็หาของก๊อป อยากได้อะไรพี่จีนทำให้ได้หมด เวลาได้ยินคนจีนคุยกันก็จะหงุดหงิดที่เสียงดัง โวยวาย จนต้องเดินหนีไปให้ไกลๆ ประมาณว่าคุยหรือทะเลาะกันวะเนี่ย

พอนึกดูอีกที เราแทบไม่รู้จักอะไรในประเทศนี้ดีเลยเนอะ ทั้งที่เรามักแนะนำตัวกันบ่อยๆ ว่าเราคือ ‘คนไทยเชื้อสายจีน’ หรือเวลาเราเห็นใครผิวขาว ตาตี่ เราก็รวมคนกลุ่มนี้ว่าอาตี๋ อาหมวย ไว้ก่อน

วันสุดท้ายในการเป็นพระเอกละครจีนครั้งแรกของเต็งหนึ่ง

วันสุดท้ายในการเป็นพระเอกละครจีนครั้งแรกของเต็งหนึ่ง

ทั้งที่ประเทศเรามีเทศกาลตรุษจีนที่สวยงามและยิ่งใหญ่ไม่แพ้จีนแผ่นดินแม่ แต่คนส่วนใหญ่ยังแยกไม่ออกว่าภาษาจีนที่เราคุ้นเคยในบ้านเรามีทั้งภาษาจีนกลาง จีนกวางตุ้ง และจีนแต้จิ๋ว ผสมปะปนกันอยู่ ซึ่งแตกต่างกันจนแทบจะเป็นคนละภาษา

ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาถึงเทศกาลตรุษจีนทีไร เราคนไทยก็มักอวยพรกันว่า ‘ซินเจียยู่อี่ ซินนี่ฮวดไช้’ การออกเสียงแบบนี้เป็นแบบจีนแต้จิ๋ว คนจีนที่ใช้ภาษาจีนกลางหรือจีนแมนดารินจะออกเสียงว่า ‘ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ’

สิ่งที่เห็นภาพง่ายขึ้นไปอีก เวลาเราบอกใครสักคนให้พูดเลียนแบบคนจีน คนนั้นก็จะทำเป็นพูดไม่ชัดและออกเสียง ง งู ขึ้นมาทันที ตามด้วย อั๊ว-ลื้อ แบบ ‘อั๊วเป็งคงจีง’ ถ้าเป็นคนจีนใช้ภาษาจีนกลางจะไม่พูดแบบนี้แน่นอน

หลังจากที่เราอยู่ประเทศจีนมาสักพัก วันเวลาที่อยู่ที่นี่สอนให้เรามองคนจีนเปลี่ยนไปเยอะมาก จีนแผ่นดินใหญ่ไม่ได้มีแค่ของก๊อป หรือกำแพงเมืองจีนเท่านั้นนะ แต่ประเทศจีนมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและน่าสนใจ มีภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม ภาษา และอีกมากมายที่แตกต่างกันในแต่ละท้องซึ่งและน่าสนใจมากๆ

วันสุดท้ายในการเป็นพระเอกละครจีนครั้งแรกของเต็งหนึ่ง

เราเริ่มเข้าใจเรื่องการพูดคุยเสียงดังของคนมากขึ้น เพื่อนคนจีนเล่าให้ฟังว่าคนจีนเชื่อว่าการพูดด้วยวาจาที่หนักแน่นเป็นการแสดงถึงความจริงใจ และภาษาจีนก็เต็มไปด้วยคำที่หนักแน่น เวลาพูดแต่ละคำเลยดูโผงผางเหมือนคนทะเลาะกัน ไม่เหมือนภาษาไทยที่มีการสะกดคำ สั่นลิ้น และมีระดับเสียงวรรณยุกต์ตั้ง 5 เสียง คนจีนบอกว่าเวลาได้ยินคนไทยคุยกัน ฟังเหมือนเราจะร้องเพลงกันเลย

จีนเป็นประเทศใหญ่ แค่ประเทศเดียวก็ใหญ่เท่ากับทวีปเลย จึงไม่แปลกที่คนจีนจะมีทั้งคนรวย คนจน คนมีมารยาท และคนไม่รู้จักมารยาท วัฒนธรรมของเราถูกสอนมาแตกต่างกัน เวลาคนจีนเห็นคนจีนที่ไม่มีมารยาทเขาก็ไม่ได้ภูมิใจ แต่ก็คงจะไปบอกไม่ได้

สิ่งที่รู้อย่างหนึ่งก็คือ คนจีนชอบประเทศไทยมาก ชอบทะเล ภูเขา วัฒนธรรม และอาหาร เพื่อนๆ คนจีนที่เรารู้จักส่วนใหญ่เคยมาเที่ยวเมืองไทย และหลายคนก็มาไทยแทบทุกปี เรียกได้ว่าบ้านเราเป็น     จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวของคนจีนที่ฮิตมากๆ เลย

วันสุดท้ายในการเป็นพระเอกละครจีนครั้งแรกของเต็งหนึ่ง

วันสุดท้ายในการเป็นพระเอกละครจีนครั้งแรกของเต็งหนึ่ง

พอใกล้จะครบ 3 เดือน บริษัทก็เริ่มคุยเรื่องการอยู่ทำงานที่ประเทศจีนต่อกับเราบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เราเองยังไม่ได้ตัดสินใจ ถึงแม้จะรู้สึกดีกับประเทศนี้มากขึ้น แต่ความฝันที่ตั้งใจจะหาโอกาสเป็น Food Stylist ที่นิวยอร์กเองก็ยังอยากทำต่อ ไม่อยากทิ้งไปไหน กับอีกทางก็เป็นเหมือนโอกาสดีๆ ในชีวิตที่เปิดขึ้นอีกครั้ง

เราดร็อปเรียนที่นิวยอร์กไว้เกือบจะครบ 3 เดือนแล้ว ตามกำหนดคือเราดร็อปได้ 5 เดือน แต่มีข้อแม้คือ เมื่อกลับไปต้องเริ่มสอบวัดระดับใหม่และเรียนรวมกับนักเรียนรุ่นต่อไป เพราะตอนนี้เพื่อนๆ หลายคนที่นิวยอร์กเริ่มเรียนจบและกลับประเทศตัวเองไปบ้างแล้ว เราคิดหนักอยู่ไม่น้อยนะ เพราะความรู้สึกเหมือนทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ไปหมด

ไม่กี่วันต่อมา การถ่ายละครครั้งแรกที่ประเทศจีนของเราก็สิ้นสุดลง กองถ่ายปิดกล้องโดยใช้เวลาทั้งหมด 2 เดือนกับอีก 20 วัน ถึงเวลาบอกลาเมืองเล็กๆ อย่างจางโจว และเพื่อนๆ นักแสดงทุกคน รวมทั้งทีมงาน ที่นี่ไม่มีงานเลี้ยงปิดกล้องอย่างที่ไทย ถ่ายเสร็จวันนี้ ทีมงานก็ถูกไล่ให้กลับบ้านเกิดของแต่ละคนทันที ส่วนนักแสดงดีขึ้นหน่อย มีเวลาเพิ่มให้อีกหนึ่งวันในการเก็บของ แล้วก็ต้องออกจากที่พักทันที

วันสุดท้ายในการเป็นพระเอกละครจีนครั้งแรกของเต็งหนึ่ง

ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นานมากนัก แต่ทุกคนรวมถึงทุกเหตุการณ์ก็เป็นประสบการณ์ที่เราไม่มีทางลืมได้เลย หลายสถานที่ที่เราวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า ร้านอาหารหลายๆ ร้านที่กินประจำ รวมถึงมุมสวยๆ สงบๆ ที่มักจะไปเวลาว่าง ถึงเวลาที่ต้องจากกันแล้ว คงไม่มีโอกาสกลับมาเจอกันอีก ใจหายเหมือนกัน

เราเดินทางจากเมืองเล็กๆ อย่างจางโจวเข้าสู่เมืองเซี่ยงไฮ้ หรือถ้าออกเสียงแบบคนจีนแท้ก็น่าจะออกว่า ช่างไห่ ตารางงานที่นี่ไม่เยอะเหมือนช่วงแรกๆ อย่างมากก็แค่เดินทางไปสัมภาษณ์นิดหน่อย เลยมีเวลาได้พักผ่อนและเที่ยวไปทั่วๆ เมือง เซี่ยงไฮ้น่าอยู่มาก เพราะผสมผสานความเป็นจีนดั้งเดิมกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว แต่ค่าครองชีพสูงไม่ต่างจากนิวยอร์กเลย

วันสุดท้ายในการเป็นพระเอกละครจีนครั้งแรกของเต็งหนึ่ง

วันสุดท้ายในการเป็นพระเอกละครจีนครั้งแรกของเต็งหนึ่ง วันสุดท้ายในการเป็นพระเอกละครจีนครั้งแรกของเต็งหนึ่ง

1 สัปดาห์ในเซี่ยงไฮ้ รวมถึง 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้เราเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม หลงรักอาหาร ภาษาจีน ความวุ่นวายไร้แบบแผนแต่แฝงไปด้วยเสน่ห์ที่อธิบายไม่ถูก เราไม่รู้ว่าหลงรักมันตั้งแต่ตอนไหน มันซึมซับเข้าไปโดยที่เราก็ไม่รู้ตัว รู้อีกที เราก็ไม่อยากจากที่นี่ไปเสียแล้ว

คำตอบที่อยากจะมาทำงานที่จีนแล้วรีบกลับไปเรียนต่อที่นิวยอร์กช่วง 3 เดือนก่อน ความหวาดกลัวประเทศนี้ถูกนำกลับมาทบทวนอีกครั้ง ไม่แน่ เราอาจจะมาอยู่ถูกที่และถูกเวลาของมันแล้ว เราคงหลงรักประเทศจีนจริงๆ เข้าแล้วล่ะ

Writer & Photographer

คณิศ ปิยะปภากรกูล

นักร้อง-นักแสดง ที่ผันตัวเองมาเป็น Youtuber เริ่มออกเดินทางตามความฝันการเป็นเชฟทำขนมมือใหม่

To Be Continued

การเดินออกจากวงการบันเทิงไทยไปสู่การทำอาหาร นิวยอร์ก และชีวิตที่คาดเดาไม่ได้

เมื่อไหร่ที่พระอาทิตย์ตื่นสายกว่าที่เคย ลมหนาวเริ่มพัดพาความเย็นผ่านหน้า อากาศเริ่มลดอุณหภูมิลงเรื่อยๆ เป็นสัญญาณที่กำลังจะบอกว่า ฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะเข้ามาปกคลุม บรรยากาศในปักกิ่งเริ่มเห็นสีสันของเสื้อกันหนาวที่ทุกคนสวมใส่ ใบหน้าของทุกคนเริ่มมีสีแดงระเรื่อจากอากาศที่เย็นให้ได้เห็น

ขนมไหว้พระจันทร์, เทศกาลไหว้พระจันทร์

เราเดินทางกลับมาเรียนภาษาที่ประเทศจีนอีกครั้ง หลังจากที่ตัดสินใจไม่กลับไปอเมริกา ก็ไป-กลับไทย-จีนเพื่อทำงานและเรียนมาตลอด 1 ปีเต็ม พอกลับไปเรียนภาษาจีนต่อที่ไทยก็ยากมากสำหรับคนใจร้อนอย่างเรา และเมื่อระดับภาษาเริ่มสูงขึ้นก็ยิ่งหาที่เรียนยากขึ้นตามไปด้วย การกลับมาประเทศจีนคงเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด ถึงแม้จะเหงาหน่อยที่ต้องห่างบ้านห่างสตูดิโอครัวมาไกล แต่เพื่อความตั้งใจก็นับว่าคุ้มค่ากับการลงทุน เราคงหลงรักเสน่ห์บางอย่างของประเทศนี้เข้าแล้วล่ะ

ขนมไหว้พระจันทร์, เทศกาลไหว้พระจันทร์

สำหรับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ช่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่ทุกคนตื่นเต้นเป็นพิเศษ รวมถึงนักเรียนต่างชาติอย่างเราด้วย เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาววันชาติจีนที่หลายๆ คนจะได้เดินทางกลับบ้านเกิดในต่างเมือง ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การหยุดยาวที่สุดอย่างช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนจะได้พบปะคนในครอบครัว ได้ทานข้าวร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา

สำหรับเชฟทำขนมอย่างเราที่ไม่มีโอกาสกลับบ้านในช่วงนี้ ความสุขที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการได้ทานขนมไหว้พระจันทร์แสนอร่อยที่มีให้เลือกมากมายหลากหลายไส้ ที่แต่ละร้านนำออกมาแข่งขันกันด้วยแพ็กเกจสวยงาม รวมถึงลวดลายบนขนมที่มีความหมายดีๆ เหมาะสมกับการนำไปฝากผู้อื่นและคนในครอบครัว เหมือนเป็นการอวยพรให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้

ขนมไหว้พระจันทร์, เทศกาลไหว้พระจันทร์

เยว่ปิ่ง (月饼) แปลว่า ขนมไหว้พระจันทร์ ในภาษาจีนกลาง สำหรับคำว่า เยว่ (月) หมายถึง พระจันทร์ ส่วนปิ่ง (饼) ก็หมายถึง ขนมหรืออาหารลักษณะเป็นก้อนที่ทำมาจากแป้ง หรือที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักกับคำว่า ‘เปี๊ยะ’ หรือถ้าจะให้เข้าใจง่ายขึ้น ‘ขนมเปี๊ยะ’ ก็เป็นการเรียกขนมลักษณะนี้เป็นภาษาแต้จิ๋วนั่นแหละ

ขนมไหว้พระจันทร์มีลักษณะเป็นทรงกลมคล้ายกับดวงจันทร์ ทำมาจากแป้งสาลี ผสมกับน้ำเชื่อม และส่วนผสมอื่นๆ นำมาห่อกับใส่ที่ปั้นไว้เป็นทรงกลม กดใส่แป้นพิมพ์ลวดลายต่างๆ ให้สวยงาม ทาเคลือบด้วยน้ำเชื่อมหรือไข่แดงเพื่อให้สีของขนมออกมาสวยงาม จากนั้นก็นำไปอบและเก็บไว้ให้ส่วนผสมต่างๆ ซึมเข้ากันประมาณ 1 – 2 คืน จะทำให้รสชาติอร่อยกว่าทำเสร็จใหม่ๆ

ขนมไหว้พระจันทร์, เทศกาลไหว้พระจันทร์

เพื่อนชาวจีนเล่าให้ฟังว่า เมื่อถึงช่วงเวลานี้ของทุกปีก็จะได้รับของฝากเป็นขนมไหว้พระจันทร์เต็มไปหมด แต่ก็ต้องแบ่งทยอยกินทีละนิด เพราะรสชาติที่หวานแบบสุดๆ ทำให้ไม่สามารถทานหมดได้ในช่วงนี้ช่วงเดียว แต่ถ้าให้เลือกขนมไหว้พระจันทร์ที่ชอบมากที่สุดก็ต้องเป็นขนมไหว้พระจันทร์ที่ช่วยกันทำกินกันเองในครอบครัว ขนมก้อนกลมๆ สอดไส้….ง่ายๆ ไม่ได้เข้าพิมพ์ปั๊มเป็นลวดลายเหมือนตามร้านต่างๆ แต่อร่อยถูกใจที่สุด นอกจากจะเก็บไว้ทานกันเองแล้ว ก็นำไปฝากคนอื่นๆ ได้อีกด้วย

มุมมองการใช้ชีวิตแบบคนจีนแผ่นดินใหญ่แตกต่างจากบ้านเรามาก ที่นี่ความทันสมัยกับวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมยังคงผสมผสานอยู่ด้วยกันเสมอ เทคโนโลยีภายในประเทศเอื้ออำนวยความสะดวกให้คนจีนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างง่ายดาย แต่การดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ ก็ยังถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ขนมไหว้พระจันทร์, เทศกาลไหว้พระจันทร์

เหล่าซือที่มหาวิทยาลัยเล่าให้ฟังว่า ผู้ชายทุกคนยังถูกปลูกฝังให้ทำงานหนัก เมื่อถึงเวลาก็ต้องแต่งงาน หลังจากแต่งงานได้สักพัก คุณพ่อคุณแม่ก็จะเริ่มเร่งเร้าอยากให้มีหลานตัวเล็กๆ ให้อุ้ม และก็ต้องทำงานหนักเพื่อครอบครัว คนส่วนใหญ่ในแผ่นดินใหญ่ก็ดำเนินชีวิตประมาณนี้กัน เหล่าซือมักหันมาถามเราเสมอว่า ทำไมเรายังไม่แต่งงาน อายุเกิน 30 แล้วยังไม่อยากมีครอบครัวหรอ ที่ไทยคุณพ่อคุณแม่ไม่อยากอุ้มหลานหรอ เราก็เลยเล่าให้ฟังว่า สำหรับที่ไทยก็คงแล้วแต่ครอบครัว แต่เท่าที่เรารู้สึก คนไทยมีอิสระในการเลือกใช้ชีวิตได้เยอะ ยิ่งที่บ้านเรา ทุกคนปล่อยให้เรามีอิสระทางความคิดมากมายอยู่แล้ว เราจึงไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการถูกกดดันให้แต่งงานหรือมีลูกมากนัก

บรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิทำให้เมืองที่ดูสับสนวุ่นวายอย่างปักกิ่งดูเงียบสงบขึ้น ขนมไหว้พระจันทร์กับชาร้อนยังคงเพิ่มความสุขให้การอ่านหนังสือเรียนได้เสมอ หวังว่าช่วงเวลาอีกครึ่งปีที่เหลือในประเทศจีนของเรา จะเป็นช่วงเวลาที่สว่างไสวเหมือนแสงของพระจันทร์ที่สวยงามและดูอบอุ่น

Writer & Photographer

คณิศ ปิยะปภากรกูล

นักร้อง-นักแสดง ที่ผันตัวเองมาเป็น Youtuber เริ่มออกเดินทางตามความฝันการเป็นเชฟทำขนมมือใหม่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load