ถ้าตั้งโจทย์ให้เราชาวไทยนึกชื่อเมืองหรือรัฐในมาเลเซียมาชื่อสักหนึ่ง ‘ปีนัง (Penang)’ คงมาแรงติดอันดับ 1 หรือ 2 ของยอดรวมคำตอบ

คงเป็นด้วยประเทศของเราผูกพันกับปีนังมายาวนาน ไม่ใช่แค่เพราะอยู่ใกล้พรมแดนไทยจนนักท่องเที่ยวบ้านเราชอบจับรถข้ามด่านจากสงขลาไปเริงร่าบนเกาะปีนังเป็นอาจิณ หากแต่เกาะเล็ก ๆ ในแหลมมลายูแห่งนี้ยังเคยเป็นดินแดนของสยามในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เกาะนี้จึงมีชื่อเป็นไทยว่า ‘เกาะหมาก’ ซึ่งแปลมาจากชื่อ ‘ปูเลาปีนัง (Pulau Pinang)’ ในภาษามลายูอีกด้วย

อดีตเกาะกลางทะเลอันดามันที่รกเรื้อด้วยต้นหมาก ดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์เมื่ออังกฤษเลือกเช่าเกาะนี้ไว้เป็นเมืองท่าเสรีใน ค.ศ. 1786 เกาะปีนังเริ่มขยายตัวเป็นเมืองท่าชั้นเอกที่พร้อมอ้าแขนรับการมาเยือนของอาคันตุกะจากแดนไกล ผู้คนหลากเชื้อชาติทั้งจีน มลายู อินเดีย ตะวันตก ฯลฯ ดั้นด้นมาสร้างชีวิตใหม่โดยไม่ทิ้งรากเหง้าเดิมของตน ส่งผลให้ปีนังเป็นเบ้าหลอมทางวัฒนธรรมหม้อใหญ่ ซึ่งควบรวมคนต่างศาสนา ต่างชาติพันธุ์ ต่างวิถีชีวิต มาอาศัยอยู่ร่วมกัน

เห็นได้จากวัดวาอารามทั้ง 10 แห่งที่เลือกสรรมาทั้งความงาม ความเก่า และความขลัง ทั้งยังช่วยฉายภาพให้เห็นมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของรัฐปีนังได้เป็นอย่างดี

01

Kek Lok Si Temple

วัดพุทธใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย

Kek Lok Si Temple วัดพุทธใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย

ท่ามกลางหุบเขาอันสลับซับซ้อนของเขตอาเยอร์อีตัม (Ayer Itam) บนเกาะปีนัง ยังมีอารามใหญ่ในพุทธศาสนาอยู่แห่งหนึ่ง ซึ่งนำพาผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละหลายหมื่นคน

ประวัติของวัดใหญ่แห่งนี้ย้อนกลับไปได้ถึงปลายศตวรรษที่ 19 สมัยที่ พระอาจารย์เบี่ยวเลี่ยน ภิกษุจากมณฑลฮกเกี้ยนเดินทางมาจำพรรษาที่ปีนัง ท่านค้นพบเขาลูกหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายนกกระเรียนกำลังกางปีก ทำเลดีตามหลักฮวงจุ้ย จึงตัดสินใจสร้างวัดขึ้นบนเขาลูกนี้ พร้อมทั้งให้ชื่อเป็นภาษาจีนฮกเกี้ยนว่า ‘เก๊กลกซี (Kek Lok Si)’ แปลว่า วัดแห่งแดนสุขาวดีพุทธเกษตร

การก่อสร้างเริ่มต้นใน ค.ศ. 1891 สิ้นสุดเมื่อ ค.ศ. 1905 เพียง 1 ปีก่อนที่พระอาจารย์เบี่ยวเลี่ยนจะมรณภาพ ในสมัยของเจ้าอาวาสรูปที่สอง ทางวัดได้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ คือ ‘เจดีย์หมื่นพุทธ’ ที่สูงถึง 100 ฟุต มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ คือส่วนล่างสร้างด้วยศิลปะจีน ส่วนกลางเป็นศิลปะไทย และส่วนยอดเป็นศิลปะพม่า เพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของพุทธศาสนาซึ่งไม่แบ่งแยกเชื้อชาติหรือนิกายของผู้นับถือ

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ด้วยเนื้อที่รวมทั้งสิ้นกว่า 30 เอเคอร์ ทำให้วัดเก๊กลกซีรั้งตำแหน่งวัดในพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซียอย่างไร้คู่ท้าชิง นอกเหนือจากเจดีย์หมื่นพุทธอันโอฬาร ที่นี่ยังเนืองนองไปด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามอีกหลายหลัง ไม่ว่าจะเป็นหอพระโพธิสัตว์ หอเทวะ รวมถึงหอเก็บพระไตรปิฎก อันเป็นที่เก็บรักษาพุทธศิลป์ทั้งพระพุทธรูป จิตรกรรม งานแกะสลัก อื่น ๆ อีกมากมายสุดจะคณานับได้

จึงเป็นเรื่องเข้าใจได้ที่วัดเก๊กลกซีกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับแรก ๆ ที่ผู้คนปักหมุดในใจเมื่อไปเยือนปีนัง ว่ากันว่างานฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปีนังก็จัดขึ้นที่วัดนี้ โดยทางวัดจะประดับโคมไฟนับพันดวงตลอดทุกค่ำคืนช่วงเทศกาล

ที่ตั้ง : Kek Lok Si Temple, 11500 Ayer Itam, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 – 17.00 น.

02

Goddess of Mercy Temple

ศาลเจ้าแห่งแรกในปีนัง

รัฐปีนังเป็นรัฐเดียวในมาเลเซียที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายจีน ศาลเจ้าและวัดจีนที่นี่เลยมีมากกว่าศาสนสถานของคนเชื้อชาติศาสนาอื่น แต่ในบรรดาศาลเจ้าที่มีเยอะเป็นพะเรอเกวียนนั้น ยากจะหาศาลใดที่มีอายุอานามเทียบเคียงวัดแม่กวนอิมริมถนน Jalan Masjid Kapitan Keling ได้

ศาลเจ้าแม่กวนอิม หรือ ‘กวนยินเต้ง (Kuan Yin Teng)’ ในภาษาจีนฮกเกี้ยนสำเนียงปีนัง คือศาลเจ้าจีนที่เก่าที่สุดในปีนังเท่าที่มีการบันทึกไว้ ป้ายจารึกในศาลได้ระบุปีสร้างไว้ที่ ค.ศ. 1800 มีผู้สร้างเป็นชาวจีนกวางตุ้งและฮกเกี้ยนที่พำนักอยู่ปะปนกันในย่านนี้ เป็นเหตุให้ศาลนี้มีอีกชื่อว่า ‘กองฮกเกียง (Kong Hock Keong)’ หมายถึงศาลเจ้าของชาวกวางตุ้งและฮกเกี้ยน

Goddess of Mercy Temple ศาลเจ้าแห่งแรกในปีนัง

ร่ำลือกันว่าในอดีตเทพเจ้าที่เป็นประธานในศาลนี้คือ ‘เจ้าแม่มาจู่’ เทพีแห่งท้องทะเลผู้คุ้มครองชาวประมงและนักเดินเรือ แต่หลังการบูรณะครั้งหนึ่ง ชาวบ้านได้เปลี่ยนเทพประธานในศาลเป็นเจ้าแม่กวนอิมหรือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรผู้เปี่ยมเมตตาแทน

ไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิมกันเสร็จแล้ว อย่าลืมสำรวจศาลให้ทั่ว เพราะที่นี่ยังมีทวยเทพให้กราบไหว้อีกมาก อาทิ เทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าที่ตั่วแป๊ะกง และอีกหลายองค์ทั้งในคติพุทธศาสนาและลัทธิเต๋า ความศรัทธาที่มหาชนมีต่อศาลเจ้าเก่าแก่แห่งนี้วัดได้จากธูปมังกรดอกยักษ์ที่มักถูกจุดจนควันโขมงทั้งวัน คนมาทำบุญเนืองแน่น ตลอดจนผู้ยากไร้ตั้งแถวรอรับทานจนเป็นภาพจำของที่นี่

ที่ตั้ง : 30 Jalan Masjid Kapitan Keling, 10200 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 – 18.00 น.

03

Khoo Kongsi

ศาลเจ้าประจำกงสีตระกูลคู

Khoo Kongsi ศาลเจ้าประจำกงสีตระกูลคู

กงสี’ ในความรู้สึกของคนไทยสมัยนี้อาจหมายความแค่ธุรกิจครอบครัวจีน

ทว่ากงสีในความหมายของมาเลเซียและสิงคโปร์คือบริษัทกึ่งสมาคมที่เกื้อกูลคนในวงศ์ตระกูลเดียวกัน ให้ลองภาพชาวจีนพลัดถิ่นจากแผ่นดินใหญ่ เมื่ออพยพมายังแดนโพ้นทะเลที่ห่างไกล ก็จำต้องมุ่งหน้าหาสมาคมตระกูลตนเองเพื่อยึดไว้เป็นที่พึ่ง

สกุลคู (Khoo Clan) ถือเป็น 1 ใน 5 แซ่ที่เรืองอิทธิพลอำนาจที่สุดในปีนังยุคอาณานิคม แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ กงสีของพวกเขาได้ชื่อว่าใหญ่โตและวิจิตรพิสดารที่สุดในประเทศ

ตำนานขานไขว่าผู้สถาปนาคูกงสีในปีนังได้สร้างอาคารกงสีหลังแรกของพวกตนใน ค.ศ. 1851 ด้วยรูปแบบทางศิลปะที่งามอย่างหาใดเปรียบ แต่แล้วอาคารหลังนั้นก็ถูกฟ้าผ่าจนไม่เหลือชิ้นดีในอีก 50 ปีให้หลัง ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นเพราะอาคารหลังนั้นสร้างออกมางามเทียมหน้าพระราชวัง สวรรค์จึงลงโทษค่าที่ไม่เจียมฐานะ ชาวสมาชิกคูกงสีจึงสร้างอาคารหลังใหม่ให้ลดระดับความอลังการลงมา

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

พึงระลึกว่ากงสีประจำตระกูลคูที่เห็นอยู่ในวันนี้คือหลังที่ถูกลดราความวิจิตรลงแล้ว หากเป็นหลังแรกที่มอดไหม้ไปจะสวยกว่านี้สักเพียงไหน

หอบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ดูเด่นด้วยเครื่องยอดหลังคาประดับกระเบื้องเคลือบและคานไม้ที่ล้วนสลักเสลาอย่างละเอียดลออด้วยน้ำมือช่างระดับปรมาจารย์จากเมืองจีน ภายในตั้งบูชาเทวทูตสวรรค์ ‘อ๋องซุ้นไต่ส่าย’ ซึ่งชาวจีนแคะแซ่คูในมณฑลฮกเกี้ยนนับถือเป็นเจ้าประจำตระกูล ป้ายวิญญาณของบรรพชนชาวสมาชิกกงสีผู้ล่วงลับก็จัดเรียงไว้ในอาคารหลังนี้เช่นเดียวกัน

ปัจจุบันอาคารคูกงสีเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ ใต้ส่วนที่เป็นศาลเจ้าจัดแสดงนิทรรศการบอกเล่าความเป็นมาของตระกูลรวมถึงงานศิลปะภายในตัวอาคารอย่างหมดเปลือก

ที่ตั้ง : 18 Cannon Square, 10200 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 10 ริงกิต, เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 1 ริงกิต, เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ไม่คิดค่าเข้าชม

04

Choo Chay Keong Temple

ศาลเจ้าประจำกงสีตระกูลยับ

Choo Chay Keong Temple ศาลเจ้าประจำกงสีตระกูลยับ

เทียบจากขนาดและสมาชิก กงสีของตระกูลยับ (Yap Kongsi) อาจดูต่ำต้อยเมื่อเทียบกับกงสีของตระกูลอื่นในปีนัง หากความงามทางศิลปกรรมที่ไม่ด้อยกว่าที่อื่น ประกอบกับทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่าจอร์จทาวน์อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ก็ช่วยเพิ่มความน่าเยี่ยมยลให้ที่นี่อีกเป็นกอง

แซ่ ‘ยับ (Yap)’ เป็นภาษาจีนแคะ เรียกเป็นภาษาจีนกลางว่า ‘เย่ (Ye)’ สำเนียงที่ใช้ออกชื่อบอกให้รู้ได้ว่า สมาชิกตลอดจนผู้ก่อตั้งกงสีนี้โดยมากเป็นชาวจีนแคะจากมณฑลฮกเกี้ยน อย่างไรเสีย กงสีสกุลยับก็เปิดรับพี่น้องร่วมแซ่ชาวแต้จิ๋ว กวางตุ้ง และไหหลำ ให้เข้ามาเป็นสมาชิกได้โดยไม่เกี่ยงงอน

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ติดกับอาคารที่ทำการของยับกงสี คือศาลเจ้าจู่เจเกียง (Chu Chae Keong Temple) ภายในบูชาเทพเจ้าประจำตระกูลยับ นามว่า ‘หุ่ยเต๊กจุนอ๋อง’ ตัวศาลได้รับการบูรณะให้สวยงามในทศวรรษ 1990 โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เสาและผนังอาคารหินอ่อนที่สลักลายมังกรพันได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

ที่ตั้ง : 71 Lebuh Armenian, 10300 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

05

Sri Mahamariamman Temple

วัดแขกเมืองจอร์จทาวน์

Sri Mahamariamman Temple วัดแขกเมืองจอร์จทาวน์

ตอนใต้ของย่านเมืองเก่าจอร์จทาวน์เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวอินเดียซึ่งมีประวัติยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในมาเลเซีย เป็นที่รู้จักในระดับสากลว่า ‘ลิตเติลอินเดีย (Little India)’ ชาวบ้านร้านถิ่นในย่านนี้เป็นชาวทมิฬ (Tamils) ย้ายถิ่นมาจากรัฐที่อยู่ใต้สุดของอินเดียรวมไปถึงศรีลังกาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ท่ามกลางกลิ่นเครื่องเทศหอมอวล สีสันสดสวยของแพรพรรณส่าหรี สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งบอกเล่าความเก่าแก่ของชุมชนอินเดียได้ดีที่สุดคงเป็น วัดศรีมหามารีอัมมัน (Sri Mahamariamman) เทวสถานฮินดูนิกายศักติ ได้รับการขนานนามว่าเป็นวัดฮินดูแห่งแรกในปีนัง

ผู้ใดเคยเห็นชื่อภาษาอังกฤษของวัดพระศรีมหาอุมาเทวีที่ถนนสีลม คงพลอยสะดุดตากับชื่อวัดนี้ที่เหมือนกันทุกตัวอักษร นั่นเพราะทั้งสองวัดสร้างอุทิศแด่พระแม่มารีอัมมัน (Mariamman) เทวีแห่งฝนผู้ทรงขจัดปัดเป่าโรคฝีดาษ เป็นเทพท้องถิ่นที่ชาวทมิฬอินเดียใต้เชื่อว่าเป็นปางหนึ่งของพระแม่อุมาเทวี

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

แรกเริ่มวัดนี้เคยเป็นเพียงศาลบูชาขนาดเล็ก ไม่มีประวัติว่าสร้างโดยใครและเมื่อใด แต่น่าจะมีการทำพิธีบูชามาตั้งแต่ ค.ศ. 1801 เป็นอย่างช้า มาขยายเป็นวัดใหญ่โตเมื่อ ค.ศ. 1833 และที่มีสภาพเช่นปัจจุบันนี้ เป็นผลมาจากการบูรณะครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 1933 อันเป็นปีที่วัดมีอายุครบศตวรรษ

เช่นเดียวกับ ‘วัดแขกสีลม’ ในกรุงเทพฯ วัดศรีมหามารีอัมมันแห่งนี้รังสรรค์ขึ้นด้วยศิลปกรรมของชนชาติทมิฬในอินเดียใต้ มีจุดสังเกตอยู่ที่ ‘โคปุระ’ หรือซุ้มประตูทางเข้าออก และ ‘วิมาน’ คือยอดอาคารที่ประดิษฐานเทวรูปชั้นใน ทำเป็นทรงสูงชะลูด ลงสีสันสดใส ประดับประดาด้วยรูปเทพเจ้า อสูร สิงสาราสัตว์

วัดศรีมหามารีอัมมันยังรักษาขนบธรรมเนียมเดิมของวัดฮินดูอยู่ คือจะเปิดประตูแค่ช่วงทำพิธีภาคเช้าและเย็น ทุกครั้งที่วัดเปิดจะมีชาวมาเลเซียเชื้อสายอินเดียมาสักการะบวงสรวงจนแน่นขนัดราวกับมีงานประจำปี คนต่างศาสนาสามารถเข้าร่วมพิธีและเยี่ยมชมวัดได้ แต่พึงสำรวมกิริยาและงดถ่ายภาพภายในวัด

ที่ตั้ง : Lebuh Queen, 10450 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 06.30 – 12.00 น. และ 16.30 – 21.00 น.

06

Wat Chaiyamangalaram

วัดไทยที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3

Wat Chaiyamangalaram วัดไทยที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3

ตระเวนเที่ยววัดในศาสนาวัฒนธรรมอื่นมาหลายที่ ต่อมความคิดถึงบ้านในตัวชักจะกำเริบ เลยอยากนำท่านผู้อ่านที่รัก มาแวะพักกายใจในวัดที่ให้ความรู้สึกเหมือน ‘บ้าน’ มากที่สุด

ความที่ ‘เกาะปีนัง’ หรือ ‘เกาะหมาก’ เคยเป็นของสยามมาก่อน จึงมีชาวสยามอาศัยอยู่ไม่น้อย แม้ในวันที่ปีนังถูกเปลี่ยนมือไปอยู่ใต้ธงยูเนียนแจ็กของจักรวรรดิอังกฤษ พี่น้องชาวสยามที่ภาษามลายูให้นามว่า ‘โอรัง เซียม (Orang Siam)’ ก็ยังอยู่ที่นั่น สืบสานวิถีความเป็นอยู่อย่างชาวไทยพุทธสืบมาจนวันนี้

ย้อนไปใน ค.ศ. 1795 ที่อังกฤษเพิ่งครอบครองปีนังได้ไม่นาน มีรายงานว่าบนเกาะมีชาวสยามที่นับถือพุทธอยู่ถึง 40,000 ชีวิต เพื่อรอมชอมกับอาณาจักรรัตนโกสินทร์ที่เคยปกครองปีนังและคนเหล่านี้มาก่อน สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย แห่งอังกฤษ จึงพระราชทานที่ดินให้ชาวสยามตั้งชุมชนอยู่

วัดไชยมังคลารามสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2388 ตรงกับช่วงปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายใต้การนำของพระสงฆ์นามว่า พ่อท่านกรวด มีรูปหล่อปิดทองของท่านอยู่หน้าพระอุโบสถ

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ความน่าตื่นตาของวัดนี้อยู่ที่วิหารพระนอนซึ่งปากทางเข้าเรียงรายด้วยประติมากรรมไทย เริ่มด้วยพญานาคเจ็ดเศียร กินนร มังกร ยักษ์เฝ้าประตู ดุจดังเฝ้าอารักขาพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ จากยอดพระเศียรถึงพระบาทวัดความยาวได้ 33 เมตร ได้รับการถวายพระนามว่า ‘พระพุทธชัยมังคลาราม’ โดย พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เมื่อคราวเสด็จประพาสปีนังเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2505

เมื่อก่อนพระพุทธรูปองค์นี้เคยเป็นพระพุทธรูปไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย ทว่าภายหลังเมื่อมีการสร้างพระพุทธรูปปางไสยาสน์ยาว 40 เมตรที่รัฐกลันตัน พระพุทธชัยมังคลารามจึงตกอันดับไป

ถ้าไม่นับชาวสยามหรือชาวมาเลเซียเชื้อสายไทยที่เป็นผู้สร้างวัดแล้ว วัดไทยแห่งนี้ยังได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชูโดยชาวพม่า ชาวจีน รวมถึงชาวอินเดียผู้มีศรัทธาในพุทธศาสนาเถรวาทแบบไทย เหตุนี้วัดไชยมังคลารามจึงคับคั่งด้วยผู้คนหลายเชื้อชาติ ไม่ใช่แค่ชาวสยามในปีนังเท่านั้น

ที่ตั้ง : 17 Lorong Burma, 10250 Georgetown, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 06.00 – 17.30 น.

07

Dhammikarama Burmese Temple

วัดพม่าหนึ่งเดียวในปีนัง

Dhammikarama Burmese Temple วัดพม่าหนึ่งเดียวในปีนัง

ไทยกับเมียนมาอยู่ติดกันฉันใด วัดไทยกับวัดพม่าในปีนังก็อยู่ใกล้กันฉันนั้น เพียงเดินข้ามถนนที่อยู่หน้าวัดไชยมังคลารามของชาวสยามไปไม่กี่ก้าว ก็จะพบวัดธัมมิการามของชาวพม่าตั้งเด่นอยู่ในสายตา

จุดกำเนิดของวัดธัมมิการามสืบไปได้ถึง ค.ศ. 1803 นำมาซึ่งสถิติต่าง ๆ มากมาย อาทิ วัดพม่าที่เก่าที่สุดในมาเลเซีย วัดพม่าแห่งเดียวในรัฐปีนัง และวัดพุทธที่เก่าที่สุดแห่งหนึ่งของที่นี่

แม้จะตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดไทยที่สร้างขึ้นภายหลัง หากทว่าศิลปะการตกแต่งของวัดทั้งสองแห่งชี้ชัดอยู่ในตัว โดยศิลปะภายในวัดธัมมิการาม ทั้งตัวสถาปัตย์ จิตรกรรมฝาผนัง พุทธศิลป์บนองค์พระพุทธรูป จะแบบพม่าแท้ ๆ มีสิงห์เฝ้าขนาบข้างประตูวิหารสำคัญ รูปเคารพภิกษุณีคนสำคัญซึ่งไม่ได้รับความนิยมในวัฒนธรรมไทย ตลอดจนสัตว์ในตำนานอย่าง ‘พญาลวง’ ที่ดูคล้ายคชสีห์ หากมีปีกและขา 4 ข้าง

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

จุดเด่นที่น่าไปชมของวัดนี้มีอยู่ด้วยกันหลายที่ เป็นต้นว่าสถูปเก่าแก่อายุกว่า 2 ศตวรรษตั้งเคียงข้างหอระฆังทองคำที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อ ค.ศ. 2011 วิหารพระอุปคุตที่อยู่กลางน้ำ ภาพนูนสูงเล่าพุทธประวัติตอนเจ้าชายสิทธัตถะออกบรรพชา พระพุทธรูปปางประทานพรยืนองค์โตในพระวิหารใหญ่ ล้อมรอบด้วยผนังแกะสลักพระพุทธรูปองค์เล็กจนลายพร้อยไม่เหลือที่ว่าง หรือหากจะเดินชมภาพพุทธประวัติตั้งแต่ก่อนประสูติจนกระทั่งปรินิพพานที่วาดรูปผู้คนให้แต่งองค์ทรงเครื่องแบบชาวพม่ารามัญก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เบาทีเดียว

ที่ตั้ง : 24 Jalan Burma, Pulau Tikus, 10250 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 06.00 – 17.00 น.

08

Snake Temple

ศาลเจ้าจ้อซูก้งที่เต็มไปด้วยอสรพิษ

Snake Temple ศาลเจ้าจ้อซูก้งที่เต็มไปด้วยอสรพิษ

หากคุณรู้ตัวว่าเป็นคนไม่ถูกโรคกับสัตว์ไม่มีขา ลิ้นบิ่น 2 แฉก แนะนำให้เลื่อนผ่านศาลนี้และภาพประกอบด้านล่างไปให้ไวที่สุด ก่อนจะหาว่าไม่เตือน

กลางศตวรรษที่ 19 มีพระภิกษุชาวจีนเดินทางมายังตอนใต้ของเกาะปีนัง ที่นั่นท่านได้สร้างศาลเจ้าเพื่อเซ่นไหว้และรำลึกถึงคุณความดีของ พระอาจารย์เฉ่งจุ้ยจ้อซู (จ้อซูก้ง) พระสงฆ์สมัยราชวงศ์ซ่งที่ชาวมณฑลฮกเกี้ยนเคารพศรัทธากันมาก

เพราะเหตุที่ศาลเจ้าจ้อซูก้งตั้งอยู่ใกล้ป่ารกชัฏ วันดีคืนดีก็มีงูโผล่มาให้เห็น และทวีปริมาณมากขึ้นทุกที ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นเพราะเมตตาของพระอาจารย์จ้อซูก้งที่มีให้เหล่าอสรพิษ เลยชวนกันเลี้ยงดูงูที่เลื้อยลอดเข้ามาเป็นอย่างดี ที่นี่จึงได้รับสมัญญาใหม่ว่า ‘ศาลเจ้างู’ โดยปริยาย

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

เกือบ 200 ปีที่ล่วงมา ศาลเจ้างูได้ให้ที่พักพิงแก่งูหลายชั่วรุ่น งูที่พบที่นี่โดยส่วนใหญ่เป็นงูเขียวตุ๊กแก ซึ่งเป็นสายพันธุ์งูเฉพาะถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และชื่อเสียงของงูในศาลนี้ก็เด่นดังถึงขนาดที่งูเขียวตุ๊กแกได้รับฉายาว่า ‘Temple Viper’ ค่าที่พบมากในศาลเจ้านี้ 

นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเทพ ชื่อเสียงอีกด้านที่ลือเลื่องไม่ต่างกันคือเหล่าสัตว์มีพิษที่พบได้ดาษดาทั้งภายในและภายนอกศาล ตามแท่นบูชาและเสาต่าง ๆ มักมีห่วงคล้องให้งูเขียวตุ๊กแกเลื้อย ซึ่งทางศาลยินยอมให้ผู้ไปเยือนเข้าใกล้งูได้ แต่ห้ามทำอันตรายต่องูเป็นอันขาด

อนึ่ง ในบริเวณศาลเจ้ายังมีฟาร์มงูเป็นแหล่งรวบรวมงูกว่า 50 สายพันธุ์อีกด้วย

ที่ตั้ง : Jalan Sultan Azlan Shah, Bayan Lepas Industrial Park, 11900 Bayan Lepas, Pulau Pinang. (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 06.00 – 19.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 5 ริงกิต เด็ก 3 ริงกิต (เฉพาะฟาร์มงู)

09

Hean Boo Thean Temple

ศาลเจ้าแม่กวนอิมคอนกรีตเหนือน้ำทะเล

Hean Boo Thean Temple ศาลเจ้าแม่กวนอิมคอนกรีตเหนือน้ำทะเล

เกาะปีนังยังมีสถานที่น่าพิศวงอีกมากมายจนยากจะสาธยายได้ครบหมด อีกหนึ่งละแวกที่ควรค่าแก่การกล่าวถึง คือ Jetty หมู่บ้านชาวประมงโบราณนอกชายฝั่งทิศตะวันออก

นานกว่าร้อยปีแล้วที่ชาวจีนฮกเกี้ยนหลากภูมิลำเนาชวนกันมาทำประมง ณ ที่แห่งนี้ แต่ละตระกูลเกาะกลุ่มกันแน่นเหนียว ปลูกเรือนไม้ใกล้ชิดกับคนบ้านเดียวกัน นำไปสู่การจัดตั้งหมู่บ้านประจำแซ่ที่นานวันยิ่งหนาแน่นจนยื่นล้ำลงไปในทะเล แบ่งเป็นหมู่บ้านของคนจีนแซ่ต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 6 หมู่บ้าน

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ศาลเจ้าเฮียนบู๊เตียนตั้งอยู่ริมน้ำบนพื้นที่ถมของหมู่บ้านคนแซ่เอี๋ยว (Yeoh Jetty) สร้างขึ้นครั้งแรกใน ค.ศ. 1972 เป็นเพียงศาลเล็ก ๆ บนเสาไม้เหนือท้องน้ำ หากเมื่อใดที่น้ำทะเลหนุนสูงก็มักถูกน้ำท่วมขัง เป็นปัญหาเรื้อรังอยู่นานปี ล่วงถึง ค.ศ. 2011 คนในชุมชนจึงดำเนินการสร้างศาลเจ้าแห่งใหม่ และต่อขยายพื้นคอนกรีตที่ทนทานด้วยทุนทรัพย์กว่า 1.5 ล้านริงกิต

เทพเจ้าผู้เป็นประธานในศาลคือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรหรือเจ้าแม่กวนอิมตามความเชื่อของชาวจีน ซึ่งมองเห็นได้ตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าวิหารกลาง ด้านในเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าจีนหลายสิบองค์ซึ่งจัดวางลดหลั่นกันตามยศถาบรรดาศักดิ์ ตัวอย่างเช่น พระจี้กง เหี่ยงเทียงเสี่ยงตี่ (เจ้าพ่อเสือ) ไต่เสี่ยหุกโจ้ว (เจ้าพ่อเห้งเจีย) และตั่วแป๊ะกง (เจ้าที่) เป็นต้น

ที่ตั้ง : 52 Weld Quay, 10300 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 18.00 น.

10

Butterworth Nine Emperor Gods Temple

ศาลดาวนวจักรพรรดิแห่งบัตเตอร์เวิร์ธ

ศาลดาวนวจักรพรรดิแห่งบัตเตอร์เวิร์ธ Butterworth Nine Emperor Gods Temple

รัฐปีนังในปัจจุบันไม่ได้มีแค่เกาะปีนัง หากยังกินพื้นที่ไปถึงฝั่งแผ่นดินตรงข้ามกันด้วย

ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลเดินทางมาถึงเขตบัตเตอร์เวิร์ธ (Butterworth) บนฝั่งแผ่นดินเพียงเพื่อขึ้นเรือข้ามฟากไปฝั่งเกาะเท่านั้น ทว่าในรอบ 20 ปีหลัง บัตเตอร์เวิร์ธไม่ได้เป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป เนื่องจากผู้คนมากหน้าหลายตาได้ปักหมุดไปยัง ‘Butterworth Nine Emperor Gods Temple’

‘Nine Emperor Gods’ ที่ภาษาฮกเกี้ยนนิยมเรียกว่า ‘กิ้วอ๋องเอี๋ย’ หรือ ‘กิ้วอ๋องไต่เต่’ คือเทพเจ้า 9 องค์ซึ่งเป็นตัวแทนของดาว 9 ดวงในกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ ชาวจีนบางถิ่นเชื่อกันว่าทั้ง 9 พระองค์จะเสด็จมาเยือนโลกมนุษย์ต้นเดือน 9 ของทุกปี เกิดเป็นประเพณีถือศีลกินเจเดือน 9 อันลือชื่อ

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ในขณะที่ภาษาสากลนิยมเรียกศาลเจ้าแห่งนี้ด้วยชื่อดาวจักรพรรดิ 9 องค์ คนท้องถิ่นกลับนิยมเรียกที่นี่ว่า เต้าโบ้เก้ง (Tow Boo Kong) อันสื่อถึงพระแม่แห่งดวงดาวทั้ง 9 ดวงนี้ จะเรียกด้วยชื่อใดก็ตามแต่ เป็นที่รู้กันว่าศาลเจ้านี้เริ่มสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1971 ก่อนจะมีการกว้านซื้อที่ดินเพื่อต่อเติมเรื่อย ๆ กระทั่งแล้วเสร็จในวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2000 ด้วยทุนทรัพย์รวมทั้งสิ้นกว่า 7 ล้านริงกิตในสมัยนั้น

ทุก ๆ ครั้งที่เดือน 9 ในปฏิทินจีนเวียนมาบรรจบ ศาลเจ้าซึ่งขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดบนฝั่งแผ่นดินรัฐปีนังจะแลลานไปด้วยคลื่นมหาชนในชุดสีขาวที่ตบเท้าเข้ามาประกอบพิธีถือศีลกินผักกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน สร้างบรรยากาศแก่บัตเตอร์เวิร์ธให้มีชีวิตชีวาไม่น้อยหน้าฝั่งเกาะ

ที่ตั้ง : 894-896, MK14, Jalan Raja Uda, 12300 Butterworth, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 – 22.00 น.

Writer & Photographer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

​กลับมาอีกครั้งกับมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน Sustainability Expo 2022 (SX 2022) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก’ ตลอด 7 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม พ.ศ.​ 2565 ครอบคลุมกว่า 40,000 ตารางเมตรของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โฉมใหม่

งานนี้เป็นการรวมตัวขององค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 100 แห่ง และผู้เข้าร่วมบรรยาย 150 คนจากทั่วโลก เพื่อมาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ เทรนด์ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน รวมทั้งนำเสนอโมเดลในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนขององค์กรชั้นนำ

ภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมมากมายที่ไม่ควรพลาด และอยากเชิญชวนให้ไปเรียนรู้ สนุกกับกิจกรรมในแต่ละโซน มาร่วมสร้างสมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีขึ้น ตามมาค้นหาเรื่องราวที่ดีต่อเราต่อโลกได้ในทั้ง 7 โซน

01 SEP Inspiration

​ร่วมเจาะลึกหัวใจแห่ง SX แรงบันดาลใจจาก Sufficiency Economy Philosophy และ UNSDGs พาไปเข้าใจสมดุลใหม่บนจอโอบล้อมรอบตัว บอกเล่าเรื่องราวของโลกในมิติต่าง ๆ และความรู้ใหม่จากองค์กรที่เป็นนักปฏิบัติด้านความยั่งยืน

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

02 Better Living

ความสมดุลนำมาซึ่งความเป็นอยู่ที่ดี

โซนนี้จะได้เห็นการจัดการทรัพยากรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตลอดจนห่วงโซ่คุณค่า เพื่อต้องการให้เกิดการบูรณาการร่วมกันที่เป็นรูปธรรมจากทุกฝ่าย ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือชุมชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันสิ่งแวดล้อมก็ได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้อง

ภายในโซนมีกิจกรรมตั้งแต่ต้นสาย คือการจัดการก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ส่วนกลางสาย ผู้ชมจะได้ทำความรู้จักกับการขยายชีวิตของวงจรบรรจุภัณฑ์ (EPR) ส่งต่อจนถึงปลายสายที่จำลองโรงงานรีไซเคิลขนาดย่อม Trashpresso ของ GC เปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลายเป็นของใช้อื่น ๆ ได้ภายใน 5 นาที

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

03 Better Community

​สังคมดีตามมาจากความเป็นอยู่ที่ดี

​ชุมชนที่ดีสร้างอนาคตให้กับเราได้อย่างไร เดินโซนนี้จะได้คำตอบ

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​เริ่มที่การจำลอง Smart City เหมือนเราเดินเข้าไปในเมืองสุดล้ำ เทคโนโลยีพร้อมสรรพ มองซ้ายขวาเห็นลาน EV PARK ที่นำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากค่ายชั้นนำของประเทศไทย มองบนลงล่างเห็นแต่พื้นที่สีเขียวสารพัดประโยชน์ และยังจุใจไปกับการอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีใหม่จาก Microsoft, Dell, Tencent, Huawei และ Oculus

​ใครบ้างจะไม่อยากใช้ชีวิตในเมืองที่ทั้งตอบโจทย์เราและโลก

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

04 Better Me

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​ชีวิตที่ดีและสังคมที่ดี ย่อมปราศจากผู้อยู่อาศัยที่ดีไปไม่ได้ 3 ปัจจัยหลักที่ SX 2022 หยิบยกมานำเสนอ ได้แก่ สุขภาพที่ดี อาหารที่ดี และการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ

สุขภาพที่ดี ผู้ชมจะได้เห็นความพร้อมทางด้านการแพทย์ ซึ่งพัฒนาร่วมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ก่อให้เกิดการบริการที่เข้าถึงผู้คนได้ในวงกว้างและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นจากโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย เช่นการสาธิตวิธีใช้หุ่นยนต์ดินสอ มาดูแลผู้ป่วย OPD โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

พิเศษสำหรับโซนนี้ บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ชวนทำพินัยกรรมชีวิต หรือ e-Living Will เพื่อสร้างการตระหนักรู้ในการวางแผนชีวิตของตัวเอง กับแนวคิด ‘อยู่ดี-ตายดี’

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารคือเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นใดในภูมิทัศน์ของความยั่งยืน ภายในงานจึงมีโซนจำลองแนวคิด Farm-to-Table ซึ่งเป็นกลไกสำคัญให้เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอีกต่อไป สร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจากผู้ผลิตส่งถึงมือผู้บริโภคโดยตรงอย่างครบวงจร

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

แถมยังมีอาหารแห่งอนาคตและอาหารโปรตีนทางเลือกจากเครือซีพีเอฟและไทยยูเนี่ยน พร้อมมีบริการให้คำปรึกษาสำหรับสตาร์ทอัพด้านอาหารอย่างโครงการ Space-F

ภายในโซนนี้ยังมีการจัดแสดงผลผลิตจากนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยและ Creative Young Designers อย่างเช่น แคลเซียมที่สกัดจากกระดูกปลา วัสดุก่อสร้างที่ทำจากยางพารา ผลิตภัณฑ์จากไหมที่เหลือ และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อนำเสนอถึงการเรียนรู้ต่อยอดที่ไม่รู้จบ

ทั้ง 4 โซนที่กล่าวมา จัดแสดงอยู่ที่ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) แต่แน่นอนว่างานยิ่งใหญ่ระดับนี้ ความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านี้แน่นอน เพราะยังมีอีก 3 โซนที่เหลือซึ่งจัดอยู่ที่ชั้น LG รอให้คุณได้เข้ามาร่วมสนุก เยี่ยมชม และเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน

05 Food Festival

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​เดินงานจนเหนื่อยล้า ก็ต้องแวะมาเติมพลังกันบ้าง SX 2022 จัดให้กับสัปดาห์แห่งเทศกาลอาหารในโซน ‘SX Food Festival’ ขึ้นชื่อว่าเทศกาลอาหารย่อมต้องคู่กับความรื่นเริง รับประกันงานนี้มีให้จนเอ่อล้น เพราะผู้ชมจะได้พบกับอาหารหลากหลายรสชาติ ทั้งไทย เอเชีย และตะวันตก ที่จะมาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับต่อมรับรสของทุกคน ที่สำคัญคืออาหารภายในงาน เป็นอาหารปลอดสารพิษและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​ไฮไลต์สำคัญของงานเทศกาลอาหาร ก็หนีไม่พ้นผู้ที่จะมารังสรรค์ให้ทุกคนได้ชิม SX 2022 เชิญเชฟชื่อดังจากทั้งรายการ Iron Chef Thailand และ MasterChef Thailand มาสอนวิธีทำอาหารให้มื้ออาหารของคุณดีขึ้นสำหรับโลกใบนี้ ลืมความคิดว่าอาหารรักสุขภาพนั้นมักจะไม่อร่อยและจืดชืดไปได้เลย

06 Sustainable Marketplace

ท้องอิ่ม พร้อมช้อปปิ้งต่อ SX 2022 จัดให้ต่อเนื่องกับ ‘โซนตลาดยั่งยืน’ เชิญชวนทุกคนมาเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าจากโครงการพัฒนาชุมชนต่าง ๆ เช่น OTOP ประชารัฐ และชุมชนดีมีรอยยิ้ม นำเสนอความยั่งยืนผ่านสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​ภายในโซนยังมีสินค้าเอาใจสายกรีนโดยเฉพาะกับตลาดสินค้ากรีน Green Living มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นได้ เช่น เครื่องมือ Smart Farm ผลิตภัณฑ์พลังงานสะอาด เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน และอีกมากมาย

​พิเศษสำหรับโซนนี้ แจกฟรีต้นไม้วันละ 2,000 ต้น เพียงคลิก rebrand.ly/SX2022 เพื่อกรอกข้อมูล พร้อมบอกเหตุผลที่คุณอยากได้ต้นไม้ไปปลูกที่บ้าน แล้วไปรับต้นไม้ได้ที่ Sustainable Book Garden ได้เลย 

07 Planet Kids

งานนี้ไม่ได้มีแค่กิจกรรมสำหรับผู้ใหญ่ วัยเด็กก็มีมาให้เหมือนกัน กับโซนสุดท้ายภายในงาน SX 2022 โซนจักรวาลคิดส์เพื่อโลก Planet Kids คือจักรวาลที่เชื่อมระหว่างโซน Food Festival กับโซน Sustainable Marketplace ให้เกิดเอกภพที่สมบูรณ์

เด็ก ๆ ต้องคู่กับสนามเด็กเล่นที่มีไว้ให้เล่น ให้เลอะ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ชีวิต สนามเด็กเล่นภายในโซนนี้ออกแบบเป็นฐานกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืน เช่น การแยกขยะเพื่อโลก ทำความรู้จักกับพลังงานสะอาดเพื่อโลก และสร้างผู้พิทักษ์มหาสมุทรตั้งแต่ตัวน้อย ๆ

จินตนาการกว้างไกลของเด็ก ๆ จะถูกนำมาเชื่อมต่อไปสู่ความไร้ขีดจำกัดกับ KidsVerse โลกเสมือนที่จะพาเยาวชนเรียนรู้เกี่ยวกับความยั่งยืนแบบสนุกสนานผ่านโลก 3 ใบ ได้แก่ Good Balance สำหรับเด็ก ๆ ที่ชื่นชอบศิลปะ Better Living การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และ Better Community ตื่นตาไปกับโลกอนาคต

พิเศษสำหรับผู้เข้าชมงาน นอกเหนือจากได้เพลินเพลินไปกับโลกของความยั่งยืนอันกว้างใหญ่ ผู้เข้าชมยังสะสมคะแนน SX Shaper พร้อมแลกรับของรางวัลพิเศษได้ตลอดทั้งงานอีกด้วย

Sustainability Expo 2022 จัดขึ้นในวันที่ 26 กันยายน – 2 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Sustainability Expo

Writer

คณิศร สันติไชยกุล

นักเรียนนิเทศศาสตร์ อยากเห็นโลกที่ดีกว่าเดิม ให้ความสำคัญกับการมีอยู่ไม่ต่างจากการจากไป

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load