ถ้าตั้งโจทย์ให้เราชาวไทยนึกชื่อเมืองหรือรัฐในมาเลเซียมาชื่อสักหนึ่ง ‘ปีนัง (Penang)’ คงมาแรงติดอันดับ 1 หรือ 2 ของยอดรวมคำตอบ

คงเป็นด้วยประเทศของเราผูกพันกับปีนังมายาวนาน ไม่ใช่แค่เพราะอยู่ใกล้พรมแดนไทยจนนักท่องเที่ยวบ้านเราชอบจับรถข้ามด่านจากสงขลาไปเริงร่าบนเกาะปีนังเป็นอาจิณ หากแต่เกาะเล็ก ๆ ในแหลมมลายูแห่งนี้ยังเคยเป็นดินแดนของสยามในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เกาะนี้จึงมีชื่อเป็นไทยว่า ‘เกาะหมาก’ ซึ่งแปลมาจากชื่อ ‘ปูเลาปีนัง (Pulau Pinang)’ ในภาษามลายูอีกด้วย

อดีตเกาะกลางทะเลอันดามันที่รกเรื้อด้วยต้นหมาก ดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์เมื่ออังกฤษเลือกเช่าเกาะนี้ไว้เป็นเมืองท่าเสรีใน ค.ศ. 1786 เกาะปีนังเริ่มขยายตัวเป็นเมืองท่าชั้นเอกที่พร้อมอ้าแขนรับการมาเยือนของอาคันตุกะจากแดนไกล ผู้คนหลากเชื้อชาติทั้งจีน มลายู อินเดีย ตะวันตก ฯลฯ ดั้นด้นมาสร้างชีวิตใหม่โดยไม่ทิ้งรากเหง้าเดิมของตน ส่งผลให้ปีนังเป็นเบ้าหลอมทางวัฒนธรรมหม้อใหญ่ ซึ่งควบรวมคนต่างศาสนา ต่างชาติพันธุ์ ต่างวิถีชีวิต มาอาศัยอยู่ร่วมกัน

เห็นได้จากวัดวาอารามทั้ง 10 แห่งที่เลือกสรรมาทั้งความงาม ความเก่า และความขลัง ทั้งยังช่วยฉายภาพให้เห็นมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของรัฐปีนังได้เป็นอย่างดี

01

Kek Lok Si Temple

วัดพุทธใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย

Kek Lok Si Temple วัดพุทธใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย

ท่ามกลางหุบเขาอันสลับซับซ้อนของเขตอาเยอร์อีตัม (Ayer Itam) บนเกาะปีนัง ยังมีอารามใหญ่ในพุทธศาสนาอยู่แห่งหนึ่ง ซึ่งนำพาผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละหลายหมื่นคน

ประวัติของวัดใหญ่แห่งนี้ย้อนกลับไปได้ถึงปลายศตวรรษที่ 19 สมัยที่ พระอาจารย์เบี่ยวเลี่ยน ภิกษุจากมณฑลฮกเกี้ยนเดินทางมาจำพรรษาที่ปีนัง ท่านค้นพบเขาลูกหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายนกกระเรียนกำลังกางปีก ทำเลดีตามหลักฮวงจุ้ย จึงตัดสินใจสร้างวัดขึ้นบนเขาลูกนี้ พร้อมทั้งให้ชื่อเป็นภาษาจีนฮกเกี้ยนว่า ‘เก๊กลกซี (Kek Lok Si)’ แปลว่า วัดแห่งแดนสุขาวดีพุทธเกษตร

การก่อสร้างเริ่มต้นใน ค.ศ. 1891 สิ้นสุดเมื่อ ค.ศ. 1905 เพียง 1 ปีก่อนที่พระอาจารย์เบี่ยวเลี่ยนจะมรณภาพ ในสมัยของเจ้าอาวาสรูปที่สอง ทางวัดได้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ คือ ‘เจดีย์หมื่นพุทธ’ ที่สูงถึง 100 ฟุต มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ คือส่วนล่างสร้างด้วยศิลปะจีน ส่วนกลางเป็นศิลปะไทย และส่วนยอดเป็นศิลปะพม่า เพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของพุทธศาสนาซึ่งไม่แบ่งแยกเชื้อชาติหรือนิกายของผู้นับถือ

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ด้วยเนื้อที่รวมทั้งสิ้นกว่า 30 เอเคอร์ ทำให้วัดเก๊กลกซีรั้งตำแหน่งวัดในพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซียอย่างไร้คู่ท้าชิง นอกเหนือจากเจดีย์หมื่นพุทธอันโอฬาร ที่นี่ยังเนืองนองไปด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามอีกหลายหลัง ไม่ว่าจะเป็นหอพระโพธิสัตว์ หอเทวะ รวมถึงหอเก็บพระไตรปิฎก อันเป็นที่เก็บรักษาพุทธศิลป์ทั้งพระพุทธรูป จิตรกรรม งานแกะสลัก อื่น ๆ อีกมากมายสุดจะคณานับได้

จึงเป็นเรื่องเข้าใจได้ที่วัดเก๊กลกซีกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับแรก ๆ ที่ผู้คนปักหมุดในใจเมื่อไปเยือนปีนัง ว่ากันว่างานฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปีนังก็จัดขึ้นที่วัดนี้ โดยทางวัดจะประดับโคมไฟนับพันดวงตลอดทุกค่ำคืนช่วงเทศกาล

ที่ตั้ง : Kek Lok Si Temple, 11500 Ayer Itam, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 – 17.00 น.

02

Goddess of Mercy Temple

ศาลเจ้าแห่งแรกในปีนัง

รัฐปีนังเป็นรัฐเดียวในมาเลเซียที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายจีน ศาลเจ้าและวัดจีนที่นี่เลยมีมากกว่าศาสนสถานของคนเชื้อชาติศาสนาอื่น แต่ในบรรดาศาลเจ้าที่มีเยอะเป็นพะเรอเกวียนนั้น ยากจะหาศาลใดที่มีอายุอานามเทียบเคียงวัดแม่กวนอิมริมถนน Jalan Masjid Kapitan Keling ได้

ศาลเจ้าแม่กวนอิม หรือ ‘กวนยินเต้ง (Kuan Yin Teng)’ ในภาษาจีนฮกเกี้ยนสำเนียงปีนัง คือศาลเจ้าจีนที่เก่าที่สุดในปีนังเท่าที่มีการบันทึกไว้ ป้ายจารึกในศาลได้ระบุปีสร้างไว้ที่ ค.ศ. 1800 มีผู้สร้างเป็นชาวจีนกวางตุ้งและฮกเกี้ยนที่พำนักอยู่ปะปนกันในย่านนี้ เป็นเหตุให้ศาลนี้มีอีกชื่อว่า ‘กองฮกเกียง (Kong Hock Keong)’ หมายถึงศาลเจ้าของชาวกวางตุ้งและฮกเกี้ยน

Goddess of Mercy Temple ศาลเจ้าแห่งแรกในปีนัง

ร่ำลือกันว่าในอดีตเทพเจ้าที่เป็นประธานในศาลนี้คือ ‘เจ้าแม่มาจู่’ เทพีแห่งท้องทะเลผู้คุ้มครองชาวประมงและนักเดินเรือ แต่หลังการบูรณะครั้งหนึ่ง ชาวบ้านได้เปลี่ยนเทพประธานในศาลเป็นเจ้าแม่กวนอิมหรือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรผู้เปี่ยมเมตตาแทน

ไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิมกันเสร็จแล้ว อย่าลืมสำรวจศาลให้ทั่ว เพราะที่นี่ยังมีทวยเทพให้กราบไหว้อีกมาก อาทิ เทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าที่ตั่วแป๊ะกง และอีกหลายองค์ทั้งในคติพุทธศาสนาและลัทธิเต๋า ความศรัทธาที่มหาชนมีต่อศาลเจ้าเก่าแก่แห่งนี้วัดได้จากธูปมังกรดอกยักษ์ที่มักถูกจุดจนควันโขมงทั้งวัน คนมาทำบุญเนืองแน่น ตลอดจนผู้ยากไร้ตั้งแถวรอรับทานจนเป็นภาพจำของที่นี่

ที่ตั้ง : 30 Jalan Masjid Kapitan Keling, 10200 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 – 18.00 น.

03

Khoo Kongsi

ศาลเจ้าประจำกงสีตระกูลคู

Khoo Kongsi ศาลเจ้าประจำกงสีตระกูลคู

กงสี’ ในความรู้สึกของคนไทยสมัยนี้อาจหมายความแค่ธุรกิจครอบครัวจีน

ทว่ากงสีในความหมายของมาเลเซียและสิงคโปร์คือบริษัทกึ่งสมาคมที่เกื้อกูลคนในวงศ์ตระกูลเดียวกัน ให้ลองภาพชาวจีนพลัดถิ่นจากแผ่นดินใหญ่ เมื่ออพยพมายังแดนโพ้นทะเลที่ห่างไกล ก็จำต้องมุ่งหน้าหาสมาคมตระกูลตนเองเพื่อยึดไว้เป็นที่พึ่ง

สกุลคู (Khoo Clan) ถือเป็น 1 ใน 5 แซ่ที่เรืองอิทธิพลอำนาจที่สุดในปีนังยุคอาณานิคม แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ กงสีของพวกเขาได้ชื่อว่าใหญ่โตและวิจิตรพิสดารที่สุดในประเทศ

ตำนานขานไขว่าผู้สถาปนาคูกงสีในปีนังได้สร้างอาคารกงสีหลังแรกของพวกตนใน ค.ศ. 1851 ด้วยรูปแบบทางศิลปะที่งามอย่างหาใดเปรียบ แต่แล้วอาคารหลังนั้นก็ถูกฟ้าผ่าจนไม่เหลือชิ้นดีในอีก 50 ปีให้หลัง ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นเพราะอาคารหลังนั้นสร้างออกมางามเทียมหน้าพระราชวัง สวรรค์จึงลงโทษค่าที่ไม่เจียมฐานะ ชาวสมาชิกคูกงสีจึงสร้างอาคารหลังใหม่ให้ลดระดับความอลังการลงมา

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

พึงระลึกว่ากงสีประจำตระกูลคูที่เห็นอยู่ในวันนี้คือหลังที่ถูกลดราความวิจิตรลงแล้ว หากเป็นหลังแรกที่มอดไหม้ไปจะสวยกว่านี้สักเพียงไหน

หอบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ดูเด่นด้วยเครื่องยอดหลังคาประดับกระเบื้องเคลือบและคานไม้ที่ล้วนสลักเสลาอย่างละเอียดลออด้วยน้ำมือช่างระดับปรมาจารย์จากเมืองจีน ภายในตั้งบูชาเทวทูตสวรรค์ ‘อ๋องซุ้นไต่ส่าย’ ซึ่งชาวจีนแคะแซ่คูในมณฑลฮกเกี้ยนนับถือเป็นเจ้าประจำตระกูล ป้ายวิญญาณของบรรพชนชาวสมาชิกกงสีผู้ล่วงลับก็จัดเรียงไว้ในอาคารหลังนี้เช่นเดียวกัน

ปัจจุบันอาคารคูกงสีเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ ใต้ส่วนที่เป็นศาลเจ้าจัดแสดงนิทรรศการบอกเล่าความเป็นมาของตระกูลรวมถึงงานศิลปะภายในตัวอาคารอย่างหมดเปลือก

ที่ตั้ง : 18 Cannon Square, 10200 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 10 ริงกิต, เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 1 ริงกิต, เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ไม่คิดค่าเข้าชม

04

Choo Chay Keong Temple

ศาลเจ้าประจำกงสีตระกูลยับ

Choo Chay Keong Temple ศาลเจ้าประจำกงสีตระกูลยับ

เทียบจากขนาดและสมาชิก กงสีของตระกูลยับ (Yap Kongsi) อาจดูต่ำต้อยเมื่อเทียบกับกงสีของตระกูลอื่นในปีนัง หากความงามทางศิลปกรรมที่ไม่ด้อยกว่าที่อื่น ประกอบกับทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่าจอร์จทาวน์อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ก็ช่วยเพิ่มความน่าเยี่ยมยลให้ที่นี่อีกเป็นกอง

แซ่ ‘ยับ (Yap)’ เป็นภาษาจีนแคะ เรียกเป็นภาษาจีนกลางว่า ‘เย่ (Ye)’ สำเนียงที่ใช้ออกชื่อบอกให้รู้ได้ว่า สมาชิกตลอดจนผู้ก่อตั้งกงสีนี้โดยมากเป็นชาวจีนแคะจากมณฑลฮกเกี้ยน อย่างไรเสีย กงสีสกุลยับก็เปิดรับพี่น้องร่วมแซ่ชาวแต้จิ๋ว กวางตุ้ง และไหหลำ ให้เข้ามาเป็นสมาชิกได้โดยไม่เกี่ยงงอน

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ติดกับอาคารที่ทำการของยับกงสี คือศาลเจ้าจู่เจเกียง (Chu Chae Keong Temple) ภายในบูชาเทพเจ้าประจำตระกูลยับ นามว่า ‘หุ่ยเต๊กจุนอ๋อง’ ตัวศาลได้รับการบูรณะให้สวยงามในทศวรรษ 1990 โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เสาและผนังอาคารหินอ่อนที่สลักลายมังกรพันได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

ที่ตั้ง : 71 Lebuh Armenian, 10300 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

05

Sri Mahamariamman Temple

วัดแขกเมืองจอร์จทาวน์

Sri Mahamariamman Temple วัดแขกเมืองจอร์จทาวน์

ตอนใต้ของย่านเมืองเก่าจอร์จทาวน์เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวอินเดียซึ่งมีประวัติยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในมาเลเซีย เป็นที่รู้จักในระดับสากลว่า ‘ลิตเติลอินเดีย (Little India)’ ชาวบ้านร้านถิ่นในย่านนี้เป็นชาวทมิฬ (Tamils) ย้ายถิ่นมาจากรัฐที่อยู่ใต้สุดของอินเดียรวมไปถึงศรีลังกาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ท่ามกลางกลิ่นเครื่องเทศหอมอวล สีสันสดสวยของแพรพรรณส่าหรี สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งบอกเล่าความเก่าแก่ของชุมชนอินเดียได้ดีที่สุดคงเป็น วัดศรีมหามารีอัมมัน (Sri Mahamariamman) เทวสถานฮินดูนิกายศักติ ได้รับการขนานนามว่าเป็นวัดฮินดูแห่งแรกในปีนัง

ผู้ใดเคยเห็นชื่อภาษาอังกฤษของวัดพระศรีมหาอุมาเทวีที่ถนนสีลม คงพลอยสะดุดตากับชื่อวัดนี้ที่เหมือนกันทุกตัวอักษร นั่นเพราะทั้งสองวัดสร้างอุทิศแด่พระแม่มารีอัมมัน (Mariamman) เทวีแห่งฝนผู้ทรงขจัดปัดเป่าโรคฝีดาษ เป็นเทพท้องถิ่นที่ชาวทมิฬอินเดียใต้เชื่อว่าเป็นปางหนึ่งของพระแม่อุมาเทวี

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

แรกเริ่มวัดนี้เคยเป็นเพียงศาลบูชาขนาดเล็ก ไม่มีประวัติว่าสร้างโดยใครและเมื่อใด แต่น่าจะมีการทำพิธีบูชามาตั้งแต่ ค.ศ. 1801 เป็นอย่างช้า มาขยายเป็นวัดใหญ่โตเมื่อ ค.ศ. 1833 และที่มีสภาพเช่นปัจจุบันนี้ เป็นผลมาจากการบูรณะครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 1933 อันเป็นปีที่วัดมีอายุครบศตวรรษ

เช่นเดียวกับ ‘วัดแขกสีลม’ ในกรุงเทพฯ วัดศรีมหามารีอัมมันแห่งนี้รังสรรค์ขึ้นด้วยศิลปกรรมของชนชาติทมิฬในอินเดียใต้ มีจุดสังเกตอยู่ที่ ‘โคปุระ’ หรือซุ้มประตูทางเข้าออก และ ‘วิมาน’ คือยอดอาคารที่ประดิษฐานเทวรูปชั้นใน ทำเป็นทรงสูงชะลูด ลงสีสันสดใส ประดับประดาด้วยรูปเทพเจ้า อสูร สิงสาราสัตว์

วัดศรีมหามารีอัมมันยังรักษาขนบธรรมเนียมเดิมของวัดฮินดูอยู่ คือจะเปิดประตูแค่ช่วงทำพิธีภาคเช้าและเย็น ทุกครั้งที่วัดเปิดจะมีชาวมาเลเซียเชื้อสายอินเดียมาสักการะบวงสรวงจนแน่นขนัดราวกับมีงานประจำปี คนต่างศาสนาสามารถเข้าร่วมพิธีและเยี่ยมชมวัดได้ แต่พึงสำรวมกิริยาและงดถ่ายภาพภายในวัด

ที่ตั้ง : Lebuh Queen, 10450 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 06.30 – 12.00 น. และ 16.30 – 21.00 น.

06

Wat Chaiyamangalaram

วัดไทยที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3

Wat Chaiyamangalaram วัดไทยที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3

ตระเวนเที่ยววัดในศาสนาวัฒนธรรมอื่นมาหลายที่ ต่อมความคิดถึงบ้านในตัวชักจะกำเริบ เลยอยากนำท่านผู้อ่านที่รัก มาแวะพักกายใจในวัดที่ให้ความรู้สึกเหมือน ‘บ้าน’ มากที่สุด

ความที่ ‘เกาะปีนัง’ หรือ ‘เกาะหมาก’ เคยเป็นของสยามมาก่อน จึงมีชาวสยามอาศัยอยู่ไม่น้อย แม้ในวันที่ปีนังถูกเปลี่ยนมือไปอยู่ใต้ธงยูเนียนแจ็กของจักรวรรดิอังกฤษ พี่น้องชาวสยามที่ภาษามลายูให้นามว่า ‘โอรัง เซียม (Orang Siam)’ ก็ยังอยู่ที่นั่น สืบสานวิถีความเป็นอยู่อย่างชาวไทยพุทธสืบมาจนวันนี้

ย้อนไปใน ค.ศ. 1795 ที่อังกฤษเพิ่งครอบครองปีนังได้ไม่นาน มีรายงานว่าบนเกาะมีชาวสยามที่นับถือพุทธอยู่ถึง 40,000 ชีวิต เพื่อรอมชอมกับอาณาจักรรัตนโกสินทร์ที่เคยปกครองปีนังและคนเหล่านี้มาก่อน สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย แห่งอังกฤษ จึงพระราชทานที่ดินให้ชาวสยามตั้งชุมชนอยู่

วัดไชยมังคลารามสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2388 ตรงกับช่วงปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายใต้การนำของพระสงฆ์นามว่า พ่อท่านกรวด มีรูปหล่อปิดทองของท่านอยู่หน้าพระอุโบสถ

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ความน่าตื่นตาของวัดนี้อยู่ที่วิหารพระนอนซึ่งปากทางเข้าเรียงรายด้วยประติมากรรมไทย เริ่มด้วยพญานาคเจ็ดเศียร กินนร มังกร ยักษ์เฝ้าประตู ดุจดังเฝ้าอารักขาพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ จากยอดพระเศียรถึงพระบาทวัดความยาวได้ 33 เมตร ได้รับการถวายพระนามว่า ‘พระพุทธชัยมังคลาราม’ โดย พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เมื่อคราวเสด็จประพาสปีนังเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2505

เมื่อก่อนพระพุทธรูปองค์นี้เคยเป็นพระพุทธรูปไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย ทว่าภายหลังเมื่อมีการสร้างพระพุทธรูปปางไสยาสน์ยาว 40 เมตรที่รัฐกลันตัน พระพุทธชัยมังคลารามจึงตกอันดับไป

ถ้าไม่นับชาวสยามหรือชาวมาเลเซียเชื้อสายไทยที่เป็นผู้สร้างวัดแล้ว วัดไทยแห่งนี้ยังได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชูโดยชาวพม่า ชาวจีน รวมถึงชาวอินเดียผู้มีศรัทธาในพุทธศาสนาเถรวาทแบบไทย เหตุนี้วัดไชยมังคลารามจึงคับคั่งด้วยผู้คนหลายเชื้อชาติ ไม่ใช่แค่ชาวสยามในปีนังเท่านั้น

ที่ตั้ง : 17 Lorong Burma, 10250 Georgetown, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 06.00 – 17.30 น.

07

Dhammikarama Burmese Temple

วัดพม่าหนึ่งเดียวในปีนัง

Dhammikarama Burmese Temple วัดพม่าหนึ่งเดียวในปีนัง

ไทยกับเมียนมาอยู่ติดกันฉันใด วัดไทยกับวัดพม่าในปีนังก็อยู่ใกล้กันฉันนั้น เพียงเดินข้ามถนนที่อยู่หน้าวัดไชยมังคลารามของชาวสยามไปไม่กี่ก้าว ก็จะพบวัดธัมมิการามของชาวพม่าตั้งเด่นอยู่ในสายตา

จุดกำเนิดของวัดธัมมิการามสืบไปได้ถึง ค.ศ. 1803 นำมาซึ่งสถิติต่าง ๆ มากมาย อาทิ วัดพม่าที่เก่าที่สุดในมาเลเซีย วัดพม่าแห่งเดียวในรัฐปีนัง และวัดพุทธที่เก่าที่สุดแห่งหนึ่งของที่นี่

แม้จะตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดไทยที่สร้างขึ้นภายหลัง หากทว่าศิลปะการตกแต่งของวัดทั้งสองแห่งชี้ชัดอยู่ในตัว โดยศิลปะภายในวัดธัมมิการาม ทั้งตัวสถาปัตย์ จิตรกรรมฝาผนัง พุทธศิลป์บนองค์พระพุทธรูป จะแบบพม่าแท้ ๆ มีสิงห์เฝ้าขนาบข้างประตูวิหารสำคัญ รูปเคารพภิกษุณีคนสำคัญซึ่งไม่ได้รับความนิยมในวัฒนธรรมไทย ตลอดจนสัตว์ในตำนานอย่าง ‘พญาลวง’ ที่ดูคล้ายคชสีห์ หากมีปีกและขา 4 ข้าง

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

จุดเด่นที่น่าไปชมของวัดนี้มีอยู่ด้วยกันหลายที่ เป็นต้นว่าสถูปเก่าแก่อายุกว่า 2 ศตวรรษตั้งเคียงข้างหอระฆังทองคำที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อ ค.ศ. 2011 วิหารพระอุปคุตที่อยู่กลางน้ำ ภาพนูนสูงเล่าพุทธประวัติตอนเจ้าชายสิทธัตถะออกบรรพชา พระพุทธรูปปางประทานพรยืนองค์โตในพระวิหารใหญ่ ล้อมรอบด้วยผนังแกะสลักพระพุทธรูปองค์เล็กจนลายพร้อยไม่เหลือที่ว่าง หรือหากจะเดินชมภาพพุทธประวัติตั้งแต่ก่อนประสูติจนกระทั่งปรินิพพานที่วาดรูปผู้คนให้แต่งองค์ทรงเครื่องแบบชาวพม่ารามัญก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เบาทีเดียว

ที่ตั้ง : 24 Jalan Burma, Pulau Tikus, 10250 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 06.00 – 17.00 น.

08

Snake Temple

ศาลเจ้าจ้อซูก้งที่เต็มไปด้วยอสรพิษ

Snake Temple ศาลเจ้าจ้อซูก้งที่เต็มไปด้วยอสรพิษ

หากคุณรู้ตัวว่าเป็นคนไม่ถูกโรคกับสัตว์ไม่มีขา ลิ้นบิ่น 2 แฉก แนะนำให้เลื่อนผ่านศาลนี้และภาพประกอบด้านล่างไปให้ไวที่สุด ก่อนจะหาว่าไม่เตือน

กลางศตวรรษที่ 19 มีพระภิกษุชาวจีนเดินทางมายังตอนใต้ของเกาะปีนัง ที่นั่นท่านได้สร้างศาลเจ้าเพื่อเซ่นไหว้และรำลึกถึงคุณความดีของ พระอาจารย์เฉ่งจุ้ยจ้อซู (จ้อซูก้ง) พระสงฆ์สมัยราชวงศ์ซ่งที่ชาวมณฑลฮกเกี้ยนเคารพศรัทธากันมาก

เพราะเหตุที่ศาลเจ้าจ้อซูก้งตั้งอยู่ใกล้ป่ารกชัฏ วันดีคืนดีก็มีงูโผล่มาให้เห็น และทวีปริมาณมากขึ้นทุกที ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นเพราะเมตตาของพระอาจารย์จ้อซูก้งที่มีให้เหล่าอสรพิษ เลยชวนกันเลี้ยงดูงูที่เลื้อยลอดเข้ามาเป็นอย่างดี ที่นี่จึงได้รับสมัญญาใหม่ว่า ‘ศาลเจ้างู’ โดยปริยาย

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

เกือบ 200 ปีที่ล่วงมา ศาลเจ้างูได้ให้ที่พักพิงแก่งูหลายชั่วรุ่น งูที่พบที่นี่โดยส่วนใหญ่เป็นงูเขียวตุ๊กแก ซึ่งเป็นสายพันธุ์งูเฉพาะถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และชื่อเสียงของงูในศาลนี้ก็เด่นดังถึงขนาดที่งูเขียวตุ๊กแกได้รับฉายาว่า ‘Temple Viper’ ค่าที่พบมากในศาลเจ้านี้ 

นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเทพ ชื่อเสียงอีกด้านที่ลือเลื่องไม่ต่างกันคือเหล่าสัตว์มีพิษที่พบได้ดาษดาทั้งภายในและภายนอกศาล ตามแท่นบูชาและเสาต่าง ๆ มักมีห่วงคล้องให้งูเขียวตุ๊กแกเลื้อย ซึ่งทางศาลยินยอมให้ผู้ไปเยือนเข้าใกล้งูได้ แต่ห้ามทำอันตรายต่องูเป็นอันขาด

อนึ่ง ในบริเวณศาลเจ้ายังมีฟาร์มงูเป็นแหล่งรวบรวมงูกว่า 50 สายพันธุ์อีกด้วย

ที่ตั้ง : Jalan Sultan Azlan Shah, Bayan Lepas Industrial Park, 11900 Bayan Lepas, Pulau Pinang. (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 06.00 – 19.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 5 ริงกิต เด็ก 3 ริงกิต (เฉพาะฟาร์มงู)

09

Hean Boo Thean Temple

ศาลเจ้าแม่กวนอิมคอนกรีตเหนือน้ำทะเล

Hean Boo Thean Temple ศาลเจ้าแม่กวนอิมคอนกรีตเหนือน้ำทะเล

เกาะปีนังยังมีสถานที่น่าพิศวงอีกมากมายจนยากจะสาธยายได้ครบหมด อีกหนึ่งละแวกที่ควรค่าแก่การกล่าวถึง คือ Jetty หมู่บ้านชาวประมงโบราณนอกชายฝั่งทิศตะวันออก

นานกว่าร้อยปีแล้วที่ชาวจีนฮกเกี้ยนหลากภูมิลำเนาชวนกันมาทำประมง ณ ที่แห่งนี้ แต่ละตระกูลเกาะกลุ่มกันแน่นเหนียว ปลูกเรือนไม้ใกล้ชิดกับคนบ้านเดียวกัน นำไปสู่การจัดตั้งหมู่บ้านประจำแซ่ที่นานวันยิ่งหนาแน่นจนยื่นล้ำลงไปในทะเล แบ่งเป็นหมู่บ้านของคนจีนแซ่ต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 6 หมู่บ้าน

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ศาลเจ้าเฮียนบู๊เตียนตั้งอยู่ริมน้ำบนพื้นที่ถมของหมู่บ้านคนแซ่เอี๋ยว (Yeoh Jetty) สร้างขึ้นครั้งแรกใน ค.ศ. 1972 เป็นเพียงศาลเล็ก ๆ บนเสาไม้เหนือท้องน้ำ หากเมื่อใดที่น้ำทะเลหนุนสูงก็มักถูกน้ำท่วมขัง เป็นปัญหาเรื้อรังอยู่นานปี ล่วงถึง ค.ศ. 2011 คนในชุมชนจึงดำเนินการสร้างศาลเจ้าแห่งใหม่ และต่อขยายพื้นคอนกรีตที่ทนทานด้วยทุนทรัพย์กว่า 1.5 ล้านริงกิต

เทพเจ้าผู้เป็นประธานในศาลคือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรหรือเจ้าแม่กวนอิมตามความเชื่อของชาวจีน ซึ่งมองเห็นได้ตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าวิหารกลาง ด้านในเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าจีนหลายสิบองค์ซึ่งจัดวางลดหลั่นกันตามยศถาบรรดาศักดิ์ ตัวอย่างเช่น พระจี้กง เหี่ยงเทียงเสี่ยงตี่ (เจ้าพ่อเสือ) ไต่เสี่ยหุกโจ้ว (เจ้าพ่อเห้งเจีย) และตั่วแป๊ะกง (เจ้าที่) เป็นต้น

ที่ตั้ง : 52 Weld Quay, 10300 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 18.00 น.

10

Butterworth Nine Emperor Gods Temple

ศาลดาวนวจักรพรรดิแห่งบัตเตอร์เวิร์ธ

ศาลดาวนวจักรพรรดิแห่งบัตเตอร์เวิร์ธ Butterworth Nine Emperor Gods Temple

รัฐปีนังในปัจจุบันไม่ได้มีแค่เกาะปีนัง หากยังกินพื้นที่ไปถึงฝั่งแผ่นดินตรงข้ามกันด้วย

ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลเดินทางมาถึงเขตบัตเตอร์เวิร์ธ (Butterworth) บนฝั่งแผ่นดินเพียงเพื่อขึ้นเรือข้ามฟากไปฝั่งเกาะเท่านั้น ทว่าในรอบ 20 ปีหลัง บัตเตอร์เวิร์ธไม่ได้เป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป เนื่องจากผู้คนมากหน้าหลายตาได้ปักหมุดไปยัง ‘Butterworth Nine Emperor Gods Temple’

‘Nine Emperor Gods’ ที่ภาษาฮกเกี้ยนนิยมเรียกว่า ‘กิ้วอ๋องเอี๋ย’ หรือ ‘กิ้วอ๋องไต่เต่’ คือเทพเจ้า 9 องค์ซึ่งเป็นตัวแทนของดาว 9 ดวงในกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ ชาวจีนบางถิ่นเชื่อกันว่าทั้ง 9 พระองค์จะเสด็จมาเยือนโลกมนุษย์ต้นเดือน 9 ของทุกปี เกิดเป็นประเพณีถือศีลกินเจเดือน 9 อันลือชื่อ

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ในขณะที่ภาษาสากลนิยมเรียกศาลเจ้าแห่งนี้ด้วยชื่อดาวจักรพรรดิ 9 องค์ คนท้องถิ่นกลับนิยมเรียกที่นี่ว่า เต้าโบ้เก้ง (Tow Boo Kong) อันสื่อถึงพระแม่แห่งดวงดาวทั้ง 9 ดวงนี้ จะเรียกด้วยชื่อใดก็ตามแต่ เป็นที่รู้กันว่าศาลเจ้านี้เริ่มสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1971 ก่อนจะมีการกว้านซื้อที่ดินเพื่อต่อเติมเรื่อย ๆ กระทั่งแล้วเสร็จในวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2000 ด้วยทุนทรัพย์รวมทั้งสิ้นกว่า 7 ล้านริงกิตในสมัยนั้น

ทุก ๆ ครั้งที่เดือน 9 ในปฏิทินจีนเวียนมาบรรจบ ศาลเจ้าซึ่งขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดบนฝั่งแผ่นดินรัฐปีนังจะแลลานไปด้วยคลื่นมหาชนในชุดสีขาวที่ตบเท้าเข้ามาประกอบพิธีถือศีลกินผักกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน สร้างบรรยากาศแก่บัตเตอร์เวิร์ธให้มีชีวิตชีวาไม่น้อยหน้าฝั่งเกาะ

ที่ตั้ง : 894-896, MK14, Jalan Raja Uda, 12300 Butterworth, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 – 22.00 น.

Writer & Photographer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ไม่ว่าวันเด็กหรือวันไหน ๆ เราก็อยากชวนผู้ปกครองปิดหน้าจอ แล้วชวนลูกหลานออกไปใช้เวลาทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกัน ถ้านึกไม่ออกว่าจะไปไหน เราคัดสรรสถานที่มาให้เลือกหลายแนว มีทั้งสถานที่เดินทางง่าย สถานที่ใช้เวลาไม่มาก สถานที่ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งทุกที่ปลอดภัยและช่วยให้น้อง ๆ ได้พัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา ทักษะเฉพาะด้าน และดื่มด่ำกับธรรมชาติในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

นี่คือ 18 สถานที่ที่เราอยากแนะนำให้พาลูกหลานไปก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็กหรืออายุเกิน 18 ปี อย่ารอช้า เพราะว่าวัยเด็กอยู่ไม่นาน

#01

สวมบทบาทอาชีพในฝันที่ Rainbow Town

พิพิธภัณฑ์เด็กแห่งกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

ถ้านึกถึงสถานที่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะในกรุงเทพฯ ต้องนึกถึงพิพิธภัณฑ์เด็ก เพราะมีกิจกรรมให้ทำมากมาย และยังแบ่งตามช่วงอายุเพื่อส่งเสริม-พัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการของเด็ก

กิจกรรมที่เราอยากแนะนำคือห้อง Rainbow Town ชั้น 2 ของอาคารสายรุ้ง เป็นเมืองจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมจินตนาการ กิจกรรมหลักในห้องนี้คือการเล่นบทบาทสมมติ ให้เด็ก ๆ รู้จักอาชีพ ลองทำอาชีพในฝัน เช่น นักบิน นักดับเพลิง กิจกรรมนี้เหมาะกับเด็กอายุ 3 – 6 ปี 

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : พิพิธภัณฑ์เด็กแห่งกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)

นอกจากห้องนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีอีกหลายอย่างที่เหมาะกับเด็กในช่วงวัย 1 – 6 ปี หากคุณพ่อ คุณแม่สนใจก็จับมือเด็ก ๆ มาเรียนรู้นอกบ้านกัน

  • วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 17.00 น.
  • ฟรี
  • สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ฯ ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ (แผนที่
#02

เรียนรู้ผ่านการเลอะ

Playville

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

Playville คือสนามเด็กเล่นในร่มใจกลางสุขุมวิทที่คำนึงถึงความต้องการและความเหมาะสมของเด็ก มีกิจกรรมมากมายให้เลือกทำ

ในสนามเด็กเล่นนี้ ทุก ๆ โซนมีทางเชื่อมถึงกันเพื่อให้เด็ก ๆ เดินไปได้ตามใจอยาก มีกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ทั้งบ่อบอล บ่อทราย พื้นหญ้าเทียม แทรมโพลีน แต่ที่แตกต่างจากสนามเด็กเล่นอื่นคือกิจกรรม Messy Play หรือให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเลอะ

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

สิ่งที่นำมาให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสมีลักษณะและกลิ่นเฉพาะ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก ๆ แน่นอน ผู้ปกครองจะเข้าไปดูแลเด็ก ๆ เอง หรือปล่อยให้พี่เลี้ยงดูแลก็ได้ รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง 

  • วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น.
  • เด็ก 350 บาท ฟรีผู้ใหญ่ 1 ท่าน/เหมาทั้งวัน เด็ก 450 บาท ฟรีผู้ใหญ่ 1 ท่าน/เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ 250 บาท ฟรีผู้ใหญ่
  • 49 Playscape ชั้น 2, เลขที่ 8/3 ซอยสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#03

เรียนเทควันโดกับโค้ชเช

EMJOY

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : Choi’s Taekwondo Academy

Choi’s Taekwondo Academy เป็นคอร์สเทควอนโดที่ควบคุมมาตรฐานโดย โค้ชเช-ชเว ยองซอก โค้ชเทควันโดทีมชาติไทยผู้พาเด็กไทยไปคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเมื่อ พ.ศ. 2563 เรียนกันที่ศูนย์เรียนรู้ EMJOY ในห้างสรรพสินค้า The EmQuartier

คอร์สนี้เด็ก ๆ จะได้ออกกำลังกายอย่างถูกต้องและปลอดภัย วอร์มร่างกายอย่างถูกวิธี หนำซ้ำยังเรียนเพื่อไปแข่งขันได้อีกด้วย นอกจากเพื่อร่างกายที่แข็งแรงผ่านการ เตะ ต่อยไม้กระดานและนวมแล้ว คอร์สนี้ยังสอนให้เด็ก ๆ มีความอดทน มีน้ำใจนักกีฬา พัฒนาทักษะการเข้าสังคม และเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัวอีกด้วย น้องเด็กอายุตั้งแต่ 4 – 18 ปี ไปสมัครเรียนกันได้เลย 

  • เปิดบริการ : วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 11.00 – 21.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 21.00 น.
  • คอร์ส 3 เดือน ราคา 12,900 บาท คอร์
  • ที่ตั้ง : EMJOY at EMQUARTIER ชั้น 2 อาคาร C 8 สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (แผนที่)
#04

เปิดประสบการณ์ดูดาวกลางเมืองแบบ 4K

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ)

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ)

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ เป็นแหล่งให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การพาเด็ก ๆ มาที่นี่ก็เพื่อส่งเสริมทักษะหรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ฝึกให้ตั้งคำถาม สังเกตสิ่งรอบตัว และเมื่อได้คำตอบก็จะเกิดเป็นแรงบันดาลใจต่อไปในอนาคต

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ มีนิทรรศการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากมาย แต่กิจกรรมสำคัญที่พลาดไม่ได้ คือการดูดาวผ่านเครื่องฉายดาวที่ทันสมัย เพราะยากเหลือเกินที่เด็ก ๆ จะมองเห็นดวงดาวบนฟ้าด้วยตาเปล่าในเมืองกรุงยามค่ำคืน แต่ถ้ามาที่นี่ พวกเขาจะได้เห็นทั้งดวงดาว อวกาศ และเรื่องดาราศาสตร์จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับพวกเขาอีกต่อไป 

  • เปิดบริการ : วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. 
  • 30 บาท / เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ฟรี
  • 928 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#05

ดูเขาสัตว์หายากของนักธรรมชาติวิทยา

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

แม้เด็ก ๆ จะค้นคว้าต้นกำเนิดของโลกและสิ่งมีชีวิตได้จากห้องเรียนวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าผู้ปกครองอยากให้ลูกได้สัมผัสความสมจริง ต้องพามาที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาย่านปทุมธานี 

จุดดึงดูดสายตาแรกหน้าพิพิธภัณฑ์นี้คือ ไดโนเสาร์จำลอง ส่วนด้านในมีการจำลองยุคไดโนเสาร์ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต พันธุ์ไม้หายาก โมเดลสัตว์ขนาดเท่าตัวจริง และสิ่งที่ต้องไปชมให้ได้สักครั้ง คือห้องแสดงเขาสัตว์หายากทั้งในและต่างประเทศ มีทั้งละมั่ง กวางป่า วัวแดง ซึ่งได้รับมาจาก นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล นักธรรมชาติวิทยา 

โดยรอบพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยายังมีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์อีก 4 แห่งที่น่าสนใจให้เด็ก ๆ ได้ไปเรียนรู้กันอีกเพียบ

  • เปิดบริการ :  วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 09.30 – 16.00 น. วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 17.00 น.
  • ผู้ใหญ่ 100 บาท นักเรียนและนักศึกษาปริญญาตรี อายุไม่เกิน 24 ปีที่มีบัตรนักศึกษา และผู้อายุเกิน 60 ปี ฟรี
  • เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (แผนที่)
#06

เล่นน้ำพุกลางแจ้งที่คาเฟ่กลางกรุง

Wonder Wood Kids Cafe

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : Wonder Wood Kids Cafe

Wonder Wood Kids Cafe เป็นคาเฟ่ที่ตอบโจทย์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ด้วยเครื่องเล่นมากมายที่ผ่านกระบวนการคิดมาอย่างดีว่าเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและปัญญาให้กับเด็ก ๆ ซึ่งมีให้เลือกสรรทั้งกิจกรรมในร่มและกลางแจ้ง 

สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจของทางร้านคือโซนเล่นน้ำที่เหมาะกับเด็กสายลุย สายเลอะ พร้อมด้วยเครื่องเล่นทั้งสไลเดอร์ ม้าโยก รถลาก บ่อทราย ให้เด็ก ๆ ได้ปล่อยพลังอย่างเต็มที่ เล่นเสร็จแล้วก็อาบน้ำล้างตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วต่อด้วยกิจกรรมในร่ม ซึ่งครบถ้วนทั้งการต่อบล็อกหรรษา สระบอล ในระหว่างรอทางร้านก็มีพื้นที่ให้ผู้ปกครองได้เอนหลังจิบชากินข้าวด้วยนะ

  • เปิดบริการ : วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 19.00 น.
  • เด็ก 350 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็กต่ำกว่า 6 เดือนเข้าฟรี
  • ซอยพัฒนาการ 51 แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#07

ให้อาหารไก่ เก็บไข่ในเล้า

LandLab

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

เยือน LandLab  ห้องแล็บการเรียนรู้วิทยาศาสตร์กลางทุ่งย่านนนทบุรี ให้เด็ก ๆ เรียนรู้พร้อมทำกิจกรรมมากมายเพื่อรู้จักวิทยาศาสตร์ผ่านธรรมชาติและสิ่งใกล้ตัว เช่น การให้อาหารสัตว์ การทำสบู่จากดอกไม้ ไปจนถึงการเข้าครัวจากวัตถุดิบภายในไร่ การให้อาหารไก่จากมือเปล่าและการเก็บไข่สด ๆ จากในเล้า รวมถึงเรียนรู้กระบวนการของการเกิดไข่จากไก่ตัวเป็น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กเมืองกรุงหลายคนไม่เคยสัมผัส

ยกตัวอย่างกิจกรรมเข้าครัวทำอาหารจากไข่ไก่และมันม่วง เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การลองผิดลองถูก ต้องจับไข่ยังไงถึงจะไม่แตก ทำยังไงให้มันม่วงกลายเป็นข้าวเกรียบ ไปจนถึงการคุมไฟเมื่อต้องทอดไข่และเผามันม่วง กิจกรรมเหล่านี้จะมอบทั้งความรู้และความสนุก เหมาะที่สุดสำหรับจดเข้าลิสต์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

  • เปิดบริการ : วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.00 น.
  • 1 ขวบครึ่ง Free Play, ไม่เกิน 3 ขวบ 250 บาท, 3 ขวบขึ้นไป 500 บาท, ผู้ใหญ่ 150 บาท Full Play ครอบครัว (3 คน) 2,000 บาท, (เพิ่มเด็ก 1,000/คน เพิ่มผู้ใหญ่ 500/คน)
  • ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย นนทบุรี (แผนที่)
#08

English Camp สุดท้าทายที่จะช่วยปลดล็อกความกลัว

Bangyai English Village

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : BangYai English Village

Bangyai English Village เป็นพื้นที่การเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนผ่านการผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติ กิจกรรมจะแบ่งตามช่วงอายุ เหมาะกับเด็ก ๆ อายุ 1.3 – 17 ปี 

เมื่อมาที่นี่ เด็ก ๆ จะได้ใช้ทักษะภาษาอังกฤษแบบเต็มที่ผ่านการฟังและโต้ตอบกับเพื่อน ๆ และคุณครูชาวต่างชาติ โดยกิจกรรมเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างจริงจังมี 2 โปรแกรมให้เลือก คือ 2 ชั่วโมง 15 กิจกรรม และ 4 ชั่วโมง 30 กิจกรรม 

รับรองว่าน้อง ๆ จะได้ฝึกทั้งภาษาอังกฤษ ปลดล็อกความกลัว สร้างความกล้าหาญ และได้รับความสนุกอย่างเต็มอิ่มแน่นอน

  • เปิดบริการ : วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 11.30 น./ 13.00 – 15.00 น. / 15.15 – 17.15 น. วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 11.30 น. / 13.00 – 15.00 น.
  • 2 ชั่วโมง 1,499 บาท / 4 ชั่วโมง 1,999 บาท
  • ซอยรวมฤทธิ์ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี (แผนที่)
#09

วาดหน้าเค้กด้วยพู่กันวาดภาพ

FUN Cafe Bangkok

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : FUN Cafe Bangkok

FUN Cafe เป็นคาเฟ่ที่จัดกิจกรรมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้น้อง ๆ ได้ลองรับบทบาทเป็นเชฟขนมหวาน แสดงฝีมือผ่านการเพนต์หน้าเค้ก

เด็กที่ชื่นชอบด้านศิลปะและฝันอยากเป็นเชฟขนมหวานหลายคนอาจมีเครื่องครัวไม่ครบครัน FUN Cafe จึงขอสานฝันให้ทุกคนได้ลองสรรสร้างรูปวาดและละเลงสีลงบนหน้าเค้ก หรือแม้กระทั่งบนรูปปั้นช็อกโกแลตผ่านพู่กันระบายสี ท้ายสุดก็ยังได้กินเค้กอร่อยหน้าตาดีฝีมือตัวเองอีกด้วย บรรยากาศภายในร้านก็แสนอบอุ่น พนักงานทุกคนพร้อมให้บริการอำนวยความสะดวกเต็มที่

  • วันพุธ-วันจันทร์ เวลา 10.00 – 19.00 น.
  • ค่าเพนต์เค้กชุดละ 155 บาท
  • 413, 6-7 ถนนมหาพฤฒาราม แขวง มหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพฯ (แผนที่)
#10

เรียนขี่ม้าในร้านอาหาร

The Hay – Equestrian Center & Eatery

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : The Hay – Equestrian Center & Eatery

The Hay – Equestrian Center & Eatery คือร้านอาหารที่เปิดสอนการเรียนขี่ม้า ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่หาโอกาสเข้าร่วมได้ไม่ง่ายนัก เหมาะกับครอบครัวสายลุยที่พร้อมเปิดประสบการณ์และเพิ่มทักษะใหม่ไปในเวลาเดียวกัน  

ทางร้านมีการสอนเป็นรายครั้งและรายคอร์ส และจัดคอร์สตามความเหมาะสมสำหรับเด็กเล็ก เด็กโต และผู้ใหญ่ สอนตั้งแต่การนั่งบนหลังม้า การทรงตัวบนหลังม้า ไปจนถึงการให้ลองบังคับม้าเองเลย การเรียนขี่ม้าช่วยให้เด็ก ๆ ได้ฝึกการทรงตัว สอนให้ใจเย็น ใช้เวลาเรียนรู้ไปทีละขั้นตอน และยังนำไปต่อยอดเป็นกีฬาแข่งขันได้อีกด้วย หากผู้ปกครองกังวลเรื่องความปลอดภัย หายห่วงได้เลยเพราะคุณครูของที่นี่จะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และกำชับให้ใส่อุปกรณ์การขี่ม้าก่อนเสมอ

  • เปิดบริการ : วันจันทร์-วันศุกร์ (หยุดทุกวันพุธที่ 3 ของเดือน) ร้านอาหารเปิดเวลา 10.00 – 21.00 น. 
  • เรียนขี่ม้า 30 นาที  800 บาท 1 ชั่วโมง 1,300 บาท (ไม่รวมค่าเช่าอุปกรณ์)
  • 75 ซอยเอกชัย 131 ถนนพรมแดน เขตบางบอน กรุงเทพฯ (แผนที่)
#11

เดินศึกษาพันธุ์ไม้บนสกายวอล์ก

ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง ปตท.

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

ป่าในกรุง ปตท. เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในบริเวณที่ดินของ ปตท. และยังเป็นศูนย์เพื่อการเรียนรู้ด้วย เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและนิทรรศการเกี่ยวกับคุณค่าของป่าไม้ 

ภายในอาคารนิทรรศการจะแบ่งโซนให้ความรู้หลายเรื่อง เช่น เมล็ดพันธุ์ไม้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ประโยชน์ของต้นไม้ 1 ต้น เมื่อได้เรียนรู้ในเรื่องราวของป่าไม้จนเข้าใจแล้ว ส่วนไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการเดินชมธรรมชาติบนสกายวอล์กระยะทางกว่า 200 เมตร มีระดับความสูงถึง 5 ระดับตลอดทางเดินจะได้เห็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ พันธุ์ไม้หลากหลายชนิด พร้อมได้สูดบรรยากาศดี ๆ กันอีกด้วย แนะนำว่าถ้ามาในช่วงเช้าบรรยากาศจะเย็นสบายและสดชื่นมาก

  • วันอังคาร-วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 18.00 น. 
  • ฟรี 
  • 81 ถนนสุขาภิบาล 2 แขวงดอกไม้ เข
#12

เดินตามผีเสื้อและแมลงกว่า 500 ตัว

อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพ

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพ

เมื่อพูดถึงสวนรถไฟ เรามักจะนึกถึงการปั่นจักรยาน ปิกนิก หรือนอนเล่นรับลม แต่ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญซ่อนอยู่ นั่นคือการเข้าไปชมอุทยานผีเสื้อและแมลงที่ตั้งอยู่ภายในสวนรถไฟที่มีทั้งหมด 4 ส่วน แต่ส่วนที่ไม่อยากให้พลาดคือส่วนที่ 4 อาคารโดมจัดแสดงผีเสื้อมากกว่า 500 ตัว เด็ก ๆ จะได้ใกล้ชิด

กับผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์ทั่วโลก ได้เห็นทั้งความสวยงามและเรียนรู้วงจรชีวิตของผีเสื้อ-แมลงไปในตัว ถือเป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนที่น้อง ๆ ต้องห้ามพลาด 

  • เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
  • ฟรี
  • ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผน
#13

ชมการรีดพิษและจับงูอย่างปลอดภัย

สวนงู สถานเสาวภา สภากาชาดไทย

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก

สวนงู สถานเสาวภา สถานที่เที่ยวเชิงวิชาการที่จะพาทุกคนไปรู้จักกับงูอย่างลึกซึ้งและปลอดภัย เหมาะกับการเรียนรู้ของคนทุกวัย เพราะมีทั้งการแสดงจากเจ้าหน้าที่และห้องจัดแสดงงูนานาชนิด 

น้อง ๆ จะได้พบกับงูหลายสายพันธุ์ที่อาจไม่เคยรู้จัก เช่น งูโมลัคแคนไพธัน งูแส้หางม้า และงูเขียวหางแฮ่มใต้ นอกจากนี้ยังมีเกมเล็ก ๆ ให้เด็ก ๆ ได้ตามหางูปลอมอีกด้วย ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ที่นี่ยังมีนิทรรศการแสดงพัฒนาการของตัวอ่อนในไข่ ภาพกระดูกงู ข้อมูลต่าง ๆ ของงูเช่น ฟันและเกล็ดงู 

และห้ามพลาดชมสาธิตการรีดงูและการจับงู เพราะการแสดงนี้จะทำให้เราได้เรียนรู้วิธีรับมือกับสัตว์เลื้อยคลานโดยไม่เป็นอันตรายต่อกันทั้งมนุษย์และสัตว์

  • วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.30 – 15.30 น. , วันปกติ สาธิตการรีดพิษงู เวลา 11.00 น. และสาธิตการจับงู 14.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สาธิตการจับงู เวลา 11.00 น.
  • ผู้ใหญ่ 40 บาท นักเรียน/นักศึกษา 20 บาท เด็ก 10 บาท
  • 1871 ถนนพระรามที่ ๔ แขวง ปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#14

ผจญภัยและปีนป่ายเครื่องเล่นกลางไร่ผลไม้

Get Growing Community Farm

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก

Get Growing Community Farm สนามเด็กเล่นที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติในพื้นที่ขนาด 6 ไร่ ที่นี่มีความสนุกให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้หลายกิจกรรม เช่น การให้อาหารสัตว์ เก็บไข่ เวิร์กชอปการทำเก้าอี้ D.I.Y 

แต่ที่ดึงดูดสายตาได้มากกว่ากิจกรรมอื่นคือสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ที่มีทั้งโซนเปียกและโซนแห้งจะได้ทั้งวิ่ง ปีน กระโดด ดึง จับ เป็นการพัฒนาทางด้านร่างกาย ความคิดและจิตใจ ส่งเสริมความกล้าการตัดสินใจเลือกเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นสัมผัสโคลน อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เนื่องจากสนามเด็กเล่นจะเน้นไปทางล้ม ลุก คลุกคลีไปกับธรรมชาติอยากให้คุณพ่อ คุณแม่เตรียมชุดมาเผื่อให้น้อง ๆ ด้วยนะ 

  • เปิดทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.30 น.
  • ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปในแต่ละกิจกรรม
  • 22 ตำบล บางกะเจ้า อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ 10130 (แผนที่)
#15

เดินชมหิ่งห้อย

บางกะเจ้า

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : www.facebook.com/Lumpoo.Bangkrasorb

คุ้งบางกะเจ้า พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใกล้กรุงที่จะทำให้น้อง ๆ ได้ดื่มด่ำไปกับการชมหิ่งห้อย รับความรู้ระหว่างทางปั่นจักรยาน สัมผัสบรรยากาศชุมชนริมน้ำ อีกทั้งใช้เวลาว่างอย่างมีคุณภาพกับครอบครัว

เริ่มจากการเดินชมตลาดน้ำบางน้ำผึ้งที่มีร้านค้ามากมาย มีขายทั้งเสื้อผ้า อาหาร ขนมโบราณ หรือใครอยากไปเช่าจักรยานปั่นชมรอบคุ้งก็ย่อมได้ ไม่ไกลกันมีพิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย บ้านธูปหอมสมุนไพร สวนป่า 200 ไร่ และสวนสาธารณะที่มีหอชมวิวสูงกว่า 7 เมตรอีกด้วย 

และสิ่งที่ต้องลองให้ได้สักครั้ง คือกิจกรรมชมหิ่งห้อย โดยในอดีตบางกะเจ้ามีจุดชมหิ่งห้อยถึง 11 จุด เพื่ออรรถรสเต็มเปี่ยม แนะนำให้ไปถึงก่อนมืด และไปที่หมู่บ้านหิ่งห้อย บางกระสอบ เพราะเป็นทั้งแหล่งอนุรักษ์และอนุบาลหนอนหิ่งห้อย มีทั้งตัวน้อยและใหญ่ให้ได้ชมแสงวิบวับ 

  • วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ติดต่อล่วงหน้าเพื่อชมหิ่งห้อย โทร. 08 8940 5992 หรือ www.facebook.com/Lumpoo.Bangkrasorb/
  • ฟรี
  • 98 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ (แผนที่)
#16

ถีบเรือเป็ด

สวนลุมพินี

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก

สวนลุมพินีคือสวนอเนกประสงค์ที่กำลังจะมีอายุครบ 100 ปี ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมายตั้งแต่เช้าจรดเย็น ตั้งแต่วิ่ง ไทเก๊ก แอโรบิก ไปจนถึงปั่นจักรยาน (ในบางเวลา) แต่ที่เราอยากแนะนำเป็นกิจกรรมสุดคลาสสิก นั่นก็คือ การถีบเรือเป็ด กิจกรรมง่าย ๆ แต่น้อง ๆ หนู ๆ และผู้ปกครองจะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศในสวนเต็ม ๆ

  • วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 04.30 – 22.00 น.
  • ค่าเช่าเรือเป็ด 40 บาท
  • 192 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#17

เล่นสไลเดอร์โคลนริมแม่น้ำ

Woodnote Natural

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : Woodnote Natural

Woodnote Natural เป็น Co-Playing Space ย่านนนทบุรีที่ทั้งครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมพร้อมกัน ระหว่างที่ผู้ปกครองเพลิดเพลินไปกับการตั้งแคมป์ริมแม่น้ำ เด็ก ๆ ก็ยังได้ฝึกพัฒนาการผ่านการเล่นดิน ปั้นโคลน และอีกหลากหลายเวิร์กชอปที่จัดขึ้นเป็นพิเศษอีกด้วย

สิ่งแรกที่เราอยากแนะนำให้ลองทำคือการเปิดประสบการณ์เล่นเลอะเปรอะโคลน ทั้งเล่นดิน คลุกทราย ลุยโคลน ลงน้ำ ให้เด็ก ๆ สนุกสนานเต็มที่และพัฒนากล้ามเนื้อไปพร้อมกับจินตนาการผ่านการปั้นในสนามทรายและสไลเดอร์โคลน นอกจากนี้ยังมีสนาม Pump Track ให้ได้ท้าทายและเวิร์กชอปอีกมากมาย เช่น การฟังนิทาน 2 ภาษา ชมแสงพลุ และการเต้นสวิงที่เคยไปเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา 

  • วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 11.00 – 19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 20.00 น.
  • 1 day pass เด็ก 890 บาท ฟรีผู้ปกครอง 2 ท่าน ไม่จำกัดเวลา
  • ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย นนทบุรี (แผนที่)
#18

สวมบทแอนดี้ Toy Story ในห้องนอนของเขา

Tooney Toy Museum

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : Tooney Toy Museum

พิพิธภัณฑ์ของเล่นย่านนนทบุรีแห่งนี้รวบรวม-ของเล่นของสะสมไว้มากกว่า 50,000 ชิ้น มีทั้งตัวการ์ตูนในอดีตและคาแรกเตอร์ฮอตฮิตในปัจจุบัน เด็ก ๆ จะได้เพลิดเพลินไปกับการ์ตูนตัวโปรด ส่วนผู้ปกครองก็จะได้ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

ในพิพิธภัณฑ์มีหลากหลายโซนให้เลือกเดินชม ที่พลาดไม่ได้คือห้องของแอนดี้จากเรื่อง Toy Story พอเข้ามาแล้วคุณจะถ่ายภาพเก็บบรรยากาศจนหนำใจ หรือสวมบทบาทเป็นแอนดี้ก็ได้เช่นกัน

ถ้าอยากเดินให้ครบทุกโซนแนะนำให้เผื่อเวลาไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง ปักหมุดวันว่าง แล้วพาเด็ก ๆ มาพบปะคาแรกเตอร์ที่ชอบอย่างใกล้ชิดได้เลย 

  • วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 18.00น
  • ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 100 บาท
  • ซอยศรีสมาน 8 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี (แผนที่)

Writers

ธนพร ท้าวลา

ธนพร ท้าวลา

นิสิตปรัชญาปี 4 กำลังค้นหาตัวตนด้วยการเขียน หลงรักฤดูฝนในวันที่ไม่ต้องไปไหน ไม่ถูกกับอากาศหนาว งานอดิเรกเต้นยับ เป็นอาร์มี่หัวใจสีม่วง

มานิตา สุนทรพจน์

มานิตา สุนทรพจน์

เด็กสาวชาวอุทัย ผู้นมัสการให้แด่สายผลิตงานสร้างสรรค์ และผู้ฝากความสุขอนันต์ไว้บนพุงแมวและชาเขียว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load