The Cloud x TCP Spirit

ปัญหาต้นน้ำน่านไม่ใช่เพียงปัญหาของคนน่าน แต่เป็นปัญหาของคนทั้งประเทศไทย

เพราะต้นน้ำน่านเป็นลำน้ำสายหลักที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยามากถึง 47 เปอร์เซ็นต์

หากเราและป่าใหญ่ช่วยกันเก็บน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติไว้ไม่ได้ จากปัญหาเท่าเม็ดงาจะกลายเป็นปัญหาสุดหินระดับประเทศทันที นับแต่คนต้นน้ำไม่มีน้ำกินน้ำใช้ หน้าแล้งแห้งสนิท กระทบอาชีพเกษตรและคนทำไร่ไถนาอย่างจัง

วันดีคืนดีฝนกระหน่ำ คนกลางน้ำและปลายน้ำได้รับน้ำจนล้นทะลัก เพราะน้ำป่าไหลบ่าเข้าสู่เมือง เกิดอุทกภัย จนเป็นภาพชินตาของคนไทยที่เราประสบพบเจอกันอยู่ทุกปี การจะแก้ปัญหาเรื่องน้ำในประเทศไทยจึงต้องเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้การแก้ปัญหายั่งยืนมากที่สุด

จดเลกเชอร์ 10 วิชาเก็บน้ำที่คนน่านเชื่อว่าคนเมืองทำได้ทุกครัวเรือน
จดเลกเชอร์ 10 วิชาเก็บน้ำที่คนน่านเชื่อว่าคนเมืองทำได้ทุกครัวเรือน

The Cloud และกลุ่มธุรกิจ TCP จึงจัดกิจกรรม ‘TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ ครั้งที่ 1 ที่จังหวัดน่าน’ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งกิจกรรมนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการ ‘TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย’ โครงการดูแลลุ่มน้ำทั่วประเทศไทยในระยะยาวของกลุ่มธุรกิจ TCP เราชวนอาสาสมัครจากทั่วประเทศเดินทางไปเรียนรู้วิธีฟื้นป่าต้นน้ำที่หน่วยจัดการต้นน้ำสบสายกับ ดร.ธนากร ลัทธิ์ถีระสุวรรณ อาจารย์ประจำหลักสูตรบัณฑิตศึกษา การจัดการป่าไม้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ และ คุณปรีชา รอดเพชร หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำสบสาย

จดเลกเชอร์ 10 วิชาเก็บน้ำที่คนน่านเชื่อว่าคนเมืองทำได้ทุกครัวเรือน
จดเลกเชอร์ 10 วิชาเก็บน้ำที่คนน่านเชื่อว่าคนเมืองทำได้ทุกครัวเรือน

 ตลอดจนเรียนรู้วิธีการจัดการน้ำอย่างง่ายและถูกวิธีกับ กุล ปัญญาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์กสิกรรมธรรมชาติชุมชนต้นน้ำน่าน กิจกรรมในครั้งนี้นอกจากได้ความรู้กลับบ้านเต็มกระบุง เรายังมีนักแสดงหัวใจรักสิ่งแวดล้อมอย่าง อเล็กซ์ เรนเดลล์ มาร่วมเรียนรู้และทำกิจกรรมสุดสนุกด้วยกันตลอดทั้งทริป ในฐานะ TCP Spirit Ambassador เป็นปีที่ 2 

โครงการ TCP Spirit เป็นโครงการอาสาสมัครของกลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำของไทยและของโลก เช่น กระทิงแดง (เรดบูล) เรดดี้ สปอนเซอร์ แมนซั่ม และเพียวริคุ รวมทั้งแบรนด์ขนมขบเคี้ยวซันสแนค โครงการนี้ต่อยอดมาจาก ‘กระทิงแดง สปิริต’ โครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืนผ่านกิจกรรมอาสาสมัครมายาวนาน โดยหมุนเวียนนำเสนอประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจให้อาสาสมัครได้เรียนรู้ด้วยกัน

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย
วิชาที่ 1

ศึกษาต้นน้ำ

ศึกษาความสมบูรณ์ของหน่วยจัดการต้นน้ำสบสาย พื้นที่ที่ผลิกฟื้นภูเขาหัวโล้นให้เป็นป่าดิบชื้น 

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

ดร.ธนากร ลัทธิ์ถีระสุวรรณ อาจารย์ประจำหลักสูตรบัณฑิตศึกษา การจัดการป่าไม้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ และคุณปรีชา รอดเพชร หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำสบสาย ชวนอาสาสมัครร่วม 100 คน ไปเดินป่าดิบชื้นเพื่อทำความเข้าใจและเรียนรู้ป่าต้นน้ำ เดิมทีป่าที่เรากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปเคยเป็นป่าหัวโล้นสีน้ำตาล มีการรุกล้ำพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกยางพาราบ้าง ไร่ข้าวโพดบ้าง ทำให้ป่าต้นน้ำถูกทำลาย กลายเป็นพื้นที่แล้งจนไม่มีน้ำ

แต่ปัจจุบันป่าต้นน้ำสบสายถูกฟื้นฟูให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ด้วย ‘ป่าปลูก’ โดยใช้หลักการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง  คือหนึ่ง ปลูกพืชที่กินได้  สอง ปลูกพืชที่นำมาใช้งานได้  สาม ปลูกพืชที่นำมาสร้างที่อยู่อาศัยได้ 

เพื่อจะได้ประโยชน์ 4 อย่าง ดังนี้ 

  1. พออยู่ คือการปลูกต้นไม้ที่ใช้เนื้อไม้และไม้เชิงเศรษฐกิจให้เป็นป่า ไม้กลุ่มนี้เป็นไม้อายุยาวนาน ซึ่งจะเน้นประโยชน์โดยใช้เนื้อไม้เพื่อสร้างบ้าน ทำเครื่องเรือน และถือได้ว่าเป็นการออมทรัพย์เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต ต้นไม้กลุ่มนี้คือ ตะเคียนทอง ยางนา แดง สัก พะยูง พะยอม
  2. พอกิน คือการปลูกต้นไม้ที่กินได้ รวมทั้งใช้เป็นยาสมุนไพร ไม้ในกลุ่มนี้คือ แค มะรุม ทุเรียน สะตอ ผักหวาน ฝาง แห้ม กล้วย ฟักข้าว
  3. พอใช้ คือการปลูกต้นไม้ให้เป็นป่าไม้สำหรับใช้สอยในครัวเรือน เช่น ทำฟืน เผาถ่าน ทำงานหัตถกรรม หรือทำน้ำยาซักล้าง ไม้ในกลุ่มนี้คือ มะคำดีควาย หวาย ไผ่ หมีเหม็น เป็นต้น
  4. พอร่มเย็น คือประโยชน์อย่างที่ 4 ที่เกิดจากการปลูกป่า 3 อย่าง ทำให้เกิดความร่มเย็น และป่าทั้งสามอย่างนี้จะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศดินและน้ำให้อุดมสมบูรณ์ ร่มรื่น และฉ่ำเย็นขึ้น
เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

เสริมด้วยหลักการปลูกป่า 5 ระดับ เพื่อให้ต้นไม้หลายระดับชั้นช่วยดูดซับน้ำและลดการพังทลายของหน้าดิน เน้นฟื้นฟูด้วยการปลูกไม้พื้นถิ่นเดิมของป่าต้นน้ำสบสาย เช่น ต้นสัก ไผ่ กล้วยป่า หวายป่า มะเดื่อ ต้นตาว (ตอนอยู่ในถ้วยเรียก ลูกชิด) เมื่อความอุดมสมบูรณ์มาเยือน พืชชนิดอื่นก็ขึ้นตามมาอีกเพียบ ทั้งข่าป่า พริกไทยป่า ต้นบุกคางคก ต้นเต้าหลวง (ทำแกงอร่อยเหาะ) ดีปลีป่า ฯลฯ

ปัจจุบันป่าต้นน้ำสบสายกลับมาเขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยต้นไม้หลายสายพันธุ์ ระหว่างทางที่เดินไปเราเจอต้นกล้วยป่า ตัวชี้วัดความชุ่มชื้น ขึ้นเรียงกันเป็นแถว ถ้าเราเห็นกล้วยป่าที่ใด ที่นั่นมีน้ำแน่นอน

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย
เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

เราเดินจนถึงจุดหมาย ‘ห้วยขี้เปรอะ’ ต้นน้ำใสแจ๋วจนมองเห็นแมลงกระโดดดึ๋งไปมา เราทำกิจกรรมนักสืบสายน้ำเพื่อหาตัวชี้วัดคุณภาพน้ำ และเก็บตัวอย่างน้ำจากต้นน้ำเพื่อลงไปเทียบกับน้ำจากลำน้ำยาวและน้ำจากลำน้ำน่าน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ต่ำกว่าหน่วยจัดการต้นน้ำสบสาย สีที่ได้เห็นพิสูจน์ได้ด้วยตา ไม่ต้องใช้เครื่องมือใดมาพิสูจน์เพิ่มเติม 

น้ำจากลำน้ำยาวสีเหลืองขุ่น น้ำจากลำน้ำน่านสีส้มแดง ส่วนน้ำจากต้นน้ำใสแจ๋ว เป็นน้ำคุณภาพระดับดีเยี่ยม

การมีป่าที่สมบูรณ์จึงเป็นการตอกย้ำให้เราเห็นว่า ‘การมีป่าที่ดี จะทำให้น้ำดีตามไปด้วย’ เพราะป่าช่วยดูดซับน้ำ ป้องกันการไหล่บ่าของน้ำป่าในช่วงหน้าฝน และช่วยลดการกัดเซาะพังทลายของหน้าดินได้เป็นอย่างดี 

น้ำที่ไหลจากป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์จึงใสและสะอาดมากกว่าน้ำจากภูเขาหัวโล้น

วิชาที่ 2

โคก หนอง นา โมเดล

ทำความเข้าใจการจัดการน้ำอย่างถูกวิธี สำหรับใช้ตลอดทั้งปี

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

ก่อนลงมือทำสารพัดวิธีเก็บน้ำและดูแลรักษาดิน ขอชวนทำความเข้าใจ ‘โคก หนอง นา โมเดล’ กันสักนิด

  โคก หนอง นา โมเดล เป็นการบริหารจัดการน้ำที่ทุกคนประยุกต์ใช้ได้ในพื้นที่ของตนเอง เพื่อจัดการน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งปี ด้วยการขุดหนองไว้เก็บน้ำ ดินจากการขุดหนองให้ถมเป็นโคก บนโคกปลูกไม้ 5 ระดับ เพื่อใช้รากของพืชหลากสายพันธุ์ในการเก็บน้ำไว้ในดิน และยกหัวคันนาในพื้นที่นาให้สูงและใหญ่ ยิ่งหัวคันนาใหญ่และสูงมาจะช่วยให้เก็บน้ำได้เยอะ ปลูกพืชได้มาก เลี้ยงปลาในนาได้ด้วย เพื่อเป็นการพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ข้าว ปลา อาหาร น้ำ ครบครัน

วิชาที่ 3

ขุดหนองปลาโตไว

จับจอบขุดหนองน้ำเลียนแบบธรรมชาติ เพื่อรองรับน้ำฝนมหาศาล

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

การขุดหนองน้ำเลียนแบบธรรมชาติต้องมีความคด มีความโค้ง มีระดับชั้นความลึก-ตื้นต่างกัน เพื่อให้แสงแดดส่องถึง เป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตอย่างสาหร่าย ครอบครัวปลาสารพัดชนิด และเป็นขุมทรัพย์รองรับน้ำฝนชั้นยอด

ก่อนจะขุดต้องคำนวณอย่างดีว่าหนองจุน้ำได้เพียงพอต่อปริมาณการใช้งานในพื้นที่เราหรือยัง และคำนึงถึงน้ำที่ระเหยออกไปด้วย ชุมชนต้นน้ำน่านแนะว่า การออกแบบหนองต้องเน้นลึกไว้ก่อน ความกว้างเป็นรอง เพราะถ้ากว้างจะทำให้มีพื้นที่สัมผัสลมและแสงแดดมาก ทำให้น้ำระเหยออกไปได้มากกว่าเดิม เฉลี่ยแล้วน้ำจะระเหยออกจากหนองวันละ 1 เซนติเมตร ฉะนั้น เราจึงขุดหนองเลียนแบบธรรมชาติลึกประมาณ 4 เมตร เพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอตลอดทั้งปี 

วิชาที่ 4

โรงเรียนอนุบาลปลา

สานไม้ไผ่เป็นบ้านปลาเพื่อเป็นแหล่งอนุบาลปลาเล็กและทำอาหารปลาราคา 0 บาท 

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

ความสนุกของงานกสิกรรมธรรมชาติคือเราการใช้ข้าวของรอบตัวจากธรรมชาติให้สร้างสรรค์และเกิดประโยชน์สูงสุด ไม้ไผ่ที่เราเห็นอยู่ทั่วชุมชนต้นน้ำน่านถูกนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ต่างๆ ในการทำการเกษตร 

เรานำไม้ไผ่มาทำบ้านปลา เพื่อเป็นพื้นที่หลบภัยสำหรับปลาเล็ก วิธีทำไม่ยาก เพียงใช้ไม้ไผ่สานเป็นทรงกระบอก ขนาดไม่ใหญ่มาก ด้านในบรรจุกิ่งไม้คละขนาดทับถมกัน แล้วเอาไปวางในบ่อน้ำกว้าง เพียงเท่านี้ก็เสร็จ 

มีโรงเรียนอนุบาลแล้วต้องมีโรงอาหาร ถ้าเราเลี้ยงปลาเป็นประจำ การซื้ออาหารปลาทุกเดือน คงไม่ใช่เรื่องดีนัก ที่นี่จึงคิดค้น ‘แซนด์วิชปลา’ ขึ้นมา ไม่ใช่ขนมปังแซนด์วิชสอดใส่ปลาทอด แต่เป็นการเอาไม้ไผ่สานเป็นทรงกลมแล้วปักลงในบ่อน้ำ ใส่ฟางข้าวสลับชั้นกับปุ๋ยคอกมูลวัว ใส่สลับกับสัก 3 – 4 ชั้นจนเต็ม ปล่อยทิ้ง 1 สัปดาห์ กลับมาดูอีกที เกิดไรแดงและแพลงก์ตอน เป็นอาหารรสเลิศของปลา ทำให้ชาวนา ชาวสวน ไม่ต้องเสียเงินให้กับร้านจำหน่ายอาหารปลาอีกต่อไป

วิชาที่ 5

อธรรมปราบอธรรม

ดัดไม้ไผ่เป็นคอกผักตบสำหรับบำบัดน้ำเสียและดูดสารเคมี

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

ผักตบชวาไม่ใช่ตัวร้ายเสมอไป แม้ใครจะมองว่าผักกอเขียวจะเป็นศัตรูกับแหล่งน้ำ แท้จริงผักตบชวาบำบัดน้ำเสียได้ดีจนต้องยกนิ้วโป้งให้ เพราะผักตบชวาเป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพน้ำเสีย จึงมีคุณสมบัติเป็นเครื่องกรองน้ำจากธรรมชาติ รากดูดซับโละหนักได้เป็นอย่างดี โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องกรองน้ำ หรือทำระบบบำบัดน้ำเสียในบ่อปลา

ชุมชนต้นน้ำน่านจึงชวนอาสามาช่วยกันทำคอกผักตบ ด้วยการเหลาไม้ไผ่สานมาล้อมเป็นคอกใส่ในน้ำ สามารถสร้างสรรค์รูปร่างได้ตามที่เราต้องการ บางทีล้อมคอกแปดเหลี่ยม บางทีล้อมคอกหัวใจ แล้วใส่ผักตบลงคอกให้เต็ม ต้องหมั่นเอาผักตบชวาออกทุก 45 วัน เพื่อไม่ให้ผักตบชวาเจริญงอกงามจนบดบังแสงแดดที่จะส่องลงในบ่อน้ำ เพราะแสงแดดมีผลกับเจ้าปลาตัวเล็กตัวใหญ่และพืชเล็กจิ๋วในบ่อน้ำ

วิชาที่ 6

หัวคันนากินได้

ปลูกผลไม้และผักสวนครัวบนหัวคันนาให้เด็ดกินได้ด้วยมือเปล่า

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

หัวคันนาเป็นแหล่งอาหารชั้นดี เหมาะมากสำหรับคนมีบ่อน้ำและคนทำนาที่ต้องการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า วิชานี้ง่ายมาก!

แต่ยากตรงเปลี่ยนความเชื่อ เพราะหัวคันหาโดยทั่วไปมักจะทำเล็กๆ เพื่อเหลือพื้นที่ไว้ทำนาเยอะๆ แต่ชุมชนต้นน้ำน่านไม่ทำแบบนั้น พี่กุล ปัญญาวงศ์บอกว่า หัวคันนากินได้ หรือหัวคันนาทองคำ คือหลักการทำนาตามแบบสมัยโบราณ เพียงยกหัวคันนาสูงอย่างน้อย 1 เมตร พื้นที่ด้านบนกว้าง 1 เมตร ฐานกว้าง 2 เมตร คล้ายการทำนาของชาวนาสมัยก่อนที่มักยกหัวคันนาให้กว้างและสูง และต้องเป็นนาน้ำลึก ให้น้ำคอยควบคุมหญ้า 

การเก็บน้ำในนาจะเท่ากับความสูงของคันนา ทำให้น้ำซึมลงดินอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นผลให้ข้าวในนาผลผลิตดีและยังสามารถเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งในนาได้ ได้ทั้งข้าวปลาและอาหารไปพร้อมๆ กันในพื้นที่เดียว 

ถ้าปลูกเยอะจนกินคนเดียวไม่หมดก็แบ่งปันเพื่อนบ้านเรือนเคียงได้อีกด้วย

วิชาที่ 7

ปลูกป่า 5 ระดับ

ปลูกพืชผสมผสานในแปลงเดียวกัน แต่ระดับความสูงไม่เท่ากัน

ช้าก่อน ไม่ได้ชวนปลูกทั้งป่า แต่ป่า 5 ระดับ เป็นการปลูกต้นพืชหลายชนิดในแปลงเดียวกัน มีความสูงต่างระดับกัน เพราะความแตกต่างของชนิดพืชและความสูงสูงต่ำต่ำ จะทำให้เกิดการเกื้อกูลกันเหมือนป่าต่างหาก คล้ายการเลียนแบบระบบนิเวศของป่าตามธรรมชาติตามที่เราได้เห็นที่ป่าต้นน้ำสบสาย ข้อดีของป่า 5 ระดับ เมื่อมีฝนตกลงมารากจะช่วยอุ้มน้ำไว้ใต้ดินมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เอาล่ะ ขอไล่ตั้งแต่ระดับสูงไปยังระดับใต้ดิน เพื่อให้เห็นภาพพร้อมกันชัดๆ 

ไม้ระดับสูง เช่น ตะเคียน สัก ยางนา 

ไม้ระดับกลาง เช่น มะม่วง ไผ่ มะพร้าว 

ไม้ระดับเตี้ย มีพริก มะเขือ กะเพรา 

ไม้เรี่ยดิน เช่น แตงโม อัญชัน  

ไม้หัวใต้ดิน พวกข่า เผือก หัวมัน 

วิธีการนี้ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่หลายสิบไร่เหมือนชุมชนต้นน้ำน่านก็นำกลับไปทำได้ แค่สวนหย่อมเล็กๆ หน้าบ้านก็สร้างป่า 5 ระดับ ได้เช่นกัน ขอเพียงเน้นความหลากหลายของพันธุ์พืช และอย่าลืมนึกถึงประโยชน์ในการใช้สอย อยากกินอะไร อยากใช้อะไร ก็ใช้หลักการนี้กับบ้านตัวเองได้

วิชาที่ 8

ขุดคลองไส้ไก่

ขุดคลองน้ำใหญ่กว่าใส้ไก่ ให้ดินเก็บน้ำฝนและรักษาความชุ่มชื้น

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

คลองไส้ไก่เป็นคลองน้ำสายเล็ก ไม่จำเป็นต้องขนาดเล็กเท่าไส้ไก่ เพียงขุดให้เหมาะสมกับพื้นที่การใช้งาน 

ถ้ายิ่งขุดคลองไส้ไก่ให้เชื่อมถึงกันทั้งหมด แล้วให้น้ำไหลไปรวมกันยังหนองน้ำใหญ่ นอกจากจะช่วยกักเก็บน้ำฝนได้อย่างยอดเยี่ยม ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้พืช ผัก ผลไม้ รอบคลองไส้ไก่ด้วยนะ แล้วบริเวณนั้นจะมีน้ำหล่อเลี้ยงตลอดปีและเจริญงอกงามสมบูรณ์ดี หมดปัญหาการตื่นแต่เช้ามารดน้ำผักทั้งแปลง ถ้าอยากได้คลองใหญ่ก็แค่ขุดให้กว้างขึ้นเท่านั้นเอง อ้อ! คลองไส้ไก่ขุดง่าย ทำเองได้ ใช้แค่จอบเสียมและความเพียรก็พอ

วิชาที่ 9

แฝกสารพัดประโยชน์

ปลูกแฝกลงดินริมหนองน้ำ ช่วยป้องกันการพังทลาย
เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

กุล ปัญญาวงศ์ บอกเราว่า หัวใจสำคัญของการเก็บน้ำให้ดี เก็บน้ำให้ได้ หน้าดินห้ามพังทลายเด็ดขาด 

ดินวิเศษจงบอกข้าเถิด พืชใดเก็บน้ำและรักษ์ดินที่สุดในปฐพี เฉลย หญ้าแฝกสารพัดประโยชน์ 

เพราะระบบรากของแฝกหนาแน่นและเจริญเติบโตแนวลึก ช่วยฟื้นฟูทรัพยากรดิน เพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุ ความชื้น และอัตราการระบายน้ำและอากาศ แถมยังช่วยป้องกันการกัดเซาะและพังทลายของหน้าดิน ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน รักษาความชุ่มชื้นในดิน เพราะรากแฝกเมื่อสัมผัสน้ำจะดึงน้ำลงดินทันทีและรากยังช่วยดูดซับสารเคมี

ชุนชนต้นน้ำน่านมักปลูกแฝกริมบ่อน้ำและคลองไส้ไก่ เพื่อตกแต่งขอบและปล่อยให้แฝกคอยอารักขาหน้าดิน 

วิชาที่ 10

แท็งก์น้ำไม้ไผ่

เก็บน้ำจากแหล่งธรรมชาติด้วยแท็งก์น้ำไม้ไผ่โบกปูนและแผงโซลาร์เซลล์

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย
เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

ถ้าชาวบ้านมีน้ำประปาภูเขาไหลผ่าน แต่ไม่มีพื้นที่เก็บน้ำที่เก็บได้ตลอดทั้งปี ฟันธงเลยว่าเมื่อหน้าแล้งมาถึง ยังไงก็แล้งชัวร์

แท็งก์น้ำไม้ไผ่จึงเป็นเครื่องมือเก็บน้ำที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะเก็บน้ำได้นานและถาวร ต้นทุนต่ำกว่าแท็งก์น้ำสำเร็จรูป เพราะใช้เพียงปูนและไม้ไผ่ที่มีอยู่แทบทุกพื้นที่ภาคเหนือ วิธีทำไม่ยากหรือซับซ้อน ไม่ต้องจบวิศวกรรมก็ทำได้ เพียงขุดดินลงไปจากดินเดิม 1.5 – 2 เมตร วางฐานเป็นตารางด้วยไม้ไผ่เส้น พร้อมทำระบบท่อน้ำแรงดันสูงไว้เลย แล้วเทปูนทับประมาณ 15 – 20 เซนติเมตร บริเวณด้านข้างปักด้วยไม้ไผ่แทนโครงสร้างเหล็ก จากนั้นสานไม้ไผ่เป็นทรงกลมคล้ายกระบุงใบใหญ่สูง 4 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ด้านนอกเทปูนหนา 15 เซนติเมตร ด้านในฉาบปูนหนา 4 เซนติเมตร เพื่อความคงทันแข็งแรง เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแท็งก์ไม้ไผ่จะจุน้ำได้ประมาณ 87,000 ลิตร มีใช้ตลอดปี

แต่การทำแท็งก์น้ำไม้ไผ่ได้บริเวณนั้นต้องมีแหล่งน้ำต้นทุน คือน้ำที่ไหลผ่านจากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือแหล่งน้ำใกล้เคียง เพราะถ้ารอให้ฝนตกจนเต็มแท็งก์อาจจะช้าไปเสียหน่อย แต่เจ้าแผงโซลาร์เซลล์จะช่วยปั๊มน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุนไปเก็บไว้ในแท็งก์น้ำไม้ไผ่ให้เก็บน้ำได้เร็วยิ่งขึ้น 

จาก 10 วิชาของหลักสูตร TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ คงทำให้ทุกคนเข้าใจภาพรวมของปัญหาได้มากขึ้น และนำองค์ความรู้กลับไปปรับใช้กับพื้นที่ของตนเองได้ แต่ละพื้นที่และไม่จำเป็นต้องทำให้ครบทั้งสิบวิชา เพียงนักอ่านนำไปปรับใช้และประยุกต์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ เวลา และกำลังเงิน เพียงเท่านี้ก็มีน้ำไว้ใช้ตลอดปี ใครที่พลาดกิจกรรมนี้ไม่ต้องเสียใจไป เรากำลังจะมีกิจกรรมครั้งต่อไปเร็วๆ นี้ ติดตามได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก The Cloud หรือ เพจเฟซบุ๊ก TCP Group และ www.tcp.com

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

TCP Spirit

โครงการอาสาสมัครแนวใหม่ที่รวมพลังคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนชุมชนและสังคมสู่ความยั่งยืน

9 พฤศจิกายน 2561

หลังจาก The Cloud และ TCP Spirit จัดกิจกรรมพาคนเมืองออกไปเรียนรู้วิธีการดูแลต้นไม้ใหญ่ในเมืองกับกลุ่ม BIG Trees ที่สวนลุมพินีกันมาและเสียงตอบรับดีเกินคาด กลับมาครั้งนี้ ‘TCP Spirit ครั้งที่ 2 หมอต้นไม้ เชียงใหม่’ เราได้พาอาสาสมัครเกือบ 100 คนไปเรียนรู้วิธีการดูแลต้นไม้ถึงเชียงใหม่ เมื่อวันเสาร์ที่ 27 – 28 ตุลาคมที่ผ่านมา

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

เราชวนอาสาสมัครจากทั่วประเทศนั่งรถไฟไปดูแลต้นไม้ใหญ่กับ อาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย หมอต้นไม้เมืองเชียงใหม่ และอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมนั่งรถรางชมประวัติศาสตร์เมืองเก่าของเชียงใหม่ แวะเยี่ยมคุณปู่คุณย่าต้นไม้ทั้ง 5 ต้น 5 สถานที่ อายุรวมกันเกือบพันปี และร่วมกันปลูกต้นยางนาจำนวน 49 ต้น ซึ่งเป็นไม้หมายเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ และไม้หมายถิ่นของตำบลยางเนิ้งและตำบลสารภี เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ถนนสายประวัติศาสตร์

มากไปกว่านั้นอาสาสมัครยังได้เรียนรู้วิธีการดูแลต้นไม้กับรุกขกรจากทีมหมอต้นไม้เชียงใหม่ และยังมีนักแสดงหนุ่มหัวใจรักสิ่งแวดล้อมอย่าง อเล็กซ์ เรนเดลล์ ซึ่งเป็น TCP Spirit Ambassador มาร่วมเรียนรู้และดูสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กันกับเรา

หมอต้นไม้

TCP Spirit คือโครงการอาสาสมัครของกลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำของไทยและของโลก อาทิ กระทิงแดง (เรดบูล), เรดดี้, สปอนเซอร์, แมนซั่ม และเพียวริคุ รวมทั้งแบรนด์ขนมขบเคี้ยวซันสแนค โดยโครงการนี้ต่อยอดมาจากจากโครงการ ‘กระทิงแดง สปิริต’ โครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืนผ่านกิจกรรมอาสาสมัครมายาวนาน

โดยปีนี้เป็นปีแรกที่กิจกรรมอาสาสมัครของกลุ่มธุรกิจ TCP จะอยู่ภายใต้ชื่อเรียกใหม่ ‘TCP Spirit’ เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งองค์กรในการส่งต่อพลังให้ชุมชนและสังคม โดยชวนคนรุ่นใหม่ออกมามีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนและสังคม

หมอต้นไม้

จากไม้หมายทาง สู่ไม้หมายเมือง

นั่งรถรางทำความรู้จักกับคุณปู่คุณย่าต้นไม้ใหญ่ที่อยู่คู่เมืองเชียงใหม่มาหลายร้อยปี

  ก่อนออกเดินทางไปชมประวัติศาสตร์สีเขียวและเยี่ยมคุณปู่คุณย่าต้นไม้ทั้งหมด 5 ต้นในตัวเมืองเชียงใหม่ด้วยรถรางกับกลุ่มเชียงใหม่ เขียว สวย หอม เราขอชวนไปทำความรู้จักกับคำศัพท์น่าสนใจ 3 คำ คือ ไม้หมายทาง ไม้หมายถิ่น และไม้หมายเมือง

ไม้หมายเมือง เป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่เคยพบเห็นในอดีต เป็นหมุดหมายของเมืองและบอกเล่าประวัติศาสตร์ เช่น ต้นยางนาของจังหวัดเชียงใหม่ ต้นขี้เหล็กของจังหวัดลำพูน

ไม้หมายถิ่น สถานที่ที่ตั้งชื่อตามแหล่งพันธุ์ไม้ เพื่อเอื้อต่อก่อนจดจำสถานที่นั้นๆ เช่น ตลาดต้นลำไย ตลาดต้นพยอม ฯลฯ

ไม้หมายทาง เป็นต้นไม้ใหญ่ต้นสำคัญที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกับสถานที่เก่าแก่

หมอต้นไม้

คุณปู่ต้นจามจุรี อายุ 150 ปี

ที่ตั้ง : สโมสรยิมคานา
349 ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ซอยเชียงใหม่-ลำพูน 3 ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ 50000

หมอต้นไม้

ต้นจามจุรี ต้นก้ามปู หรือต้นฉำฉา ขนาด 11 คนกอดต้นนี้ตั้งอยู่ที่ที่สโมสรยิมคานา สนามกอล์ฟที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ก่อตั้งโดยกลุ่มข้าราชการอังกฤษที่มาทำสัมปทานป่าไม้ในเมืองไทย ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

หมอต้นไม้

ต้นจามจุรีจัดอยู่ในพืชตระกูลถั่วจึงแพร่พันธุ์ได้เร็ว ส่วนรากจะแผ่สาขาเกินพุ่ม ถูกขนานนามว่าเป็น Rain Tree หรือต้นไม้แห่งฤดูฝน เพราะเจริญเติบโตได้ดีในฤดูฝน ออกดอกสวยเป็นสีชมพู ส่วนฝักมีรสหวาน มักเป็นอาหารของสัตว์ เช่น ลิง ที่เวลากินจะเก็บฝักไว้ในกระพุ้งแก้ม จึงกลายเป็นอีกหนึ่งชื่อเรียกต้นจามจุรีว่า Monkey Pod หากสังเกตเปลือกต้นจามจุรีมีลักษณะเป็นเกล็ด กำลังล่อนออก แสดงว่าเปลือกอยู่ในสภาวะอ่อนแอ ทำให้ด้วงหนวดยาวเจาะเข้าไปทำอันตรายต่อลำต้นได้ แต่ด้วยความรักและความเอาใจใส่ของลูกหลานที่สโมสรยิมคานา ทำให้ต้นไม้ต้นนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีด้วยวิธีที่ถูกต้องจากหมอต้นไม้

คุณย่าต้นตะเคียนทอง อายุประมาณ 100 ปี

ที่ตั้ง : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)
153 ถนนเจริญประเทศ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ 50100

หมอต้นไม้

ต้นตะเคียนทองต้นนี้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า เป็นต้นไม้ที่ถูกกระแสน้ำปิงพัดมาเกยฝั่งริมน้ำที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นต้นอ่อน และอยู่ที่นี่มาตั้งแต่สมัยที่อธิบดีกรมป่าไม้คนไทยคนแรก พระยาดรุพันธ์พิทักษ์ ดำรงตำแหน่ง จากนั้นก็เจริญเติบโตขึ้นเป็นไม้สูงใหญ่แตกกิ่งก้านสาขาอยู่คู่กับสำนักงานตลอดมา ซึ่งปัจจุบันนี้คาดว่ามีอายุประมาณ 100 ปีแล้ว


หมอต้นไม้

หมอต้นไม้

ลักษณะลำต้นของต้นตะเคียนทองจะเปลาตรง (เปลาในภาษาต้นไม้แปลว่า ลำต้นสูงชะลูดตรงขึ้นไป หากสังเกตจะคล้ายกับลำต้นของยางนา) ขึ้นตามป่าดิบแล้ง จัดเป็นพืชวงศ์ไม้ยาง เรียกว่าเป็นไม้พี่น้องกับต้นยางนาก็ไม่ผิด คนสมัยก่อนนิยมเอาไม้ตะเคียนมาทำเรือบ้าง ทำฝาบ้านบ้าง ดังคำบอกเล่า ‘พื้นมะค่า ฝาตะเคียน’ ส่วนชันสีเหลืองจากต้นก็เอาไปทำเป็นชันยาเรือ เป็นยาไม้สำหรับทารักษาเนื้อไม้ หากสังเกต ต้นตะเคียนทองในสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) บางต้นจะแยกออกเป็น 2 กิ่ง มีความสูงมากกว่า 1.30 เมตร เรียกว่า ไม้สองนาง

นอกจากนี้ ตะเคียนทองต้นนี้ยังได้สนองพระราชประสงค์ในรัชกาลที่ 9 ด้วยการออกลูกเป็นผลมีปีกยาวหัวเท่าเข็มหมุดคล้ายลูกยางนา แต่เล็กกว่ามาก ทำให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้เก็บไปเพาะและปลูกในพื้นที่ป่าโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ โดยเฉพาะแถวอำเภอกิ่งแม่ออนและที่อื่นๆ จนสามารถขยายพันธุ์ต่อได้นับแสนต้นมาแล้ว

คุณตาต้นจามจุรี อายุมากกว่า 200 ปี

ที่ตั้ง : สำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศ (EFEO) ศูนย์เชียงใหม่
131 ถนนเจริญประเทศ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ 50100

หมอต้นไม้

ต้นจามจุรียักษ์ต้นนี้ซ่อนตัวอยู่ในสวนริมน้ำบริเวณด้านหลังของสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศ (Ecole française d’Extrême-Orient-EFEO) ศูนย์เชียงใหม่ สถาบันของฝรั่งเศสที่ศึกษาด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ ของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ภายในมีอาคารไม้โบราณอยู่หลายหลัง และมีต้นจามจุรียักษ์ต้นนี้แอบซ่อนอยู่ที่ท้ายสวนซึ่งติดกับริมแม่น้ำปิง

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

ต้นจามจุรีอายุมากกว่า 200 ปีต้นนี้เชื่อมโยงกับระบบนิเวศและประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี ถือเป็นเครื่องมือบันทึกประวัติศาสตร์ของแม่น้ำปิงและเมืองเชียงใหม่ แถมลำต้นก็ใหญ่ขนาด 16 คนกอด แข็งแรงสมบูรณ์ รากจรดปลายยอดปราศจากโรคภัยมากวนใจ ส่วนความพิเศษของต้นจามจุรียักษ์สามารถมองเห็นได้จากหลายทิศทาง หากมองจากริมแม่น้ำปิงจะเห็นได้ทั้งต้น แต่ถ้ามองจากวัดชัยมงคลที่อยู่รั้วข้างกัน จะเห็นได้เพียงแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น

คุณยายต้นมะขาม อายุ 200 ปี

ที่ตั้ง : โรงแรมแทมมาริน วิลเลจ
50/1 ถนนราชดำเนิน ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ 50200

หมอต้นไม้

แทมมาริน วิลเลจ เป็นโรงแรมขนาดเล็กบนพื้นที่อันสงบร่มรื่นภายในเมืองเก่าของเชียงใหม่ ถูกโอบล้อมด้วยคูเมืองและกำแพงเมืองโบราณ มีวัดเก่าแก่และถนนสายการค้าตั้งอยู่รายล้อมโรงแรม ชื่อ ‘แทมมาริน วิลเลจ’ หรือ ‘หมู่บ้านมะขาม’ เป็นชื่อที่ได้มาจากต้นมะขามยักษ์พันธ์ุพื้นเมืองที่คอยให้ร่มเงาและความสงบร่มรื่นอยู่ที่ใจกลางของหมู่บ้านมาเป็นเวลากว่า 200 ปีแล้ว จนมีเพื่อนสนิทเป็นคุณลุงหูกวาง คุณป้าลำไย และคุณน้ามะเดื่อ

เมื่อมีการก่อสร้างโรงแรมขึ้นมา เจ้าของเดิมให้ความสำคัญในการอยู่ร่วมกันของต้นไม้ใหญ่และที่พักอาศัยจึงเก็บต้นมะขามต้นนี้ไว้ เปรียบเสมือนเป็น ‘ใจบ้าน’ หมายถึงที่สถิตของอารักษ์ที่ดูแลและปกป้องรักษาชุมชน เมือง หรือสิ่งปลูกสร้าง ให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขตามคติความเชื่อของล้านนา และยังเป็นหัวใจของหมู่บ้านที่ชวนให้แขกที่มาเยี่ยมบ้านได้เข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ

หมอต้นไม้

โรงแรมแทมมารินฯ เป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการที่เคารพการอยู่ร่วมกับของต้นไม้ใหญ่ มีการดูแลต้นไม้เก่าแก่อย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของหมอต้นไม้ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกพนักงานให้เป็นรุกขกรเพื่อกลับมาดูแลต้นไม้ในโรงแรม และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมรอบนอกโรงแรมอีกด้วย

คุณทวดต้นยางนา อายุ 220 ปี

ที่ตั้ง : วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร พระอารามหลวง
103 ถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ 50200

หมอต้นไม้

ต้นยางนาถือเป็นพญาไม้แห่งเอเชีย เพราะลำต้นตรง สูงสง่า รากหยั่งลึก ไม่เพียงแต่ถูกใช้ให้เป็นไม้หมายเมือง แต่ยังเป็นไม้หมายถิ่นของตำบลยางเนิ้ง-สารภี  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลูกต้นยางนาสองข้างทางตลอดระยะทาง 10 กิโลเมตรตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5

ต้นยางนาต้นนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างหออินทขีลและศาลพญายักขราช (ศาลใต้) ภายในวัดเจดีย์หลวง ว่ากันว่ามีอายุประมาณ 220 ปีแล้ว

มีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับช่วงเวลาในการปลูกต้นไม้ต้นนี้อยู่ 2 ข้อด้วยกัน คือหนึ่ง เป็นต้นไม้ที่ปลูกในสมัยพระเจ้ากาวิละ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 1 วงศ์ทิพจักร (พ.ศ. 2324 – 2358) สันนิษฐานว่านำกล้าพันธุ์มาจากเขมรัฐตุงคบุรี หรือเมืองเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา

สอง มีข้อสันนิษฐานว่าปลูกไว้ให้เป็น ‘ไม้หมายเมือง’ ในปีที่ย้ายจากเวียงป่าซางมาอยู่เมืองเชียงใหม่เป็นการถาวรเมื่อ พ.ศ. 2339 และปลูกให้เป็น ‘ของคู่กับเสาอินทขีลตามตำนาน’ ในปีที่ย้ายเสาอินทขีลจากวัดสะดือเมืองมาไว้ที่วัดเจดีย์หลวงเมื่อ พ.ศ. 2353

นอกจากต้นยางนาต้นนี้แล้ว ภายในวัดเจดีย์หลวง ยังมีต้นยางนาอีก 3 ต้นที่เก่าแก่ไม่แพ้กัน

หมอต้นไม้มือสมัครเล่น

อาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย ชวนตรวจสุขภาพต้นยางนา ปลูกต้นใหม่ทดแทน และเติมอากาศด้วยกัน

หลังจากเติมพลังด้วยอาหารมื้ออร่อย อาสาสมัครหัวใจสีเขียวนั่งตัวตรงตั้งใจฟังวิชาต้นยางนา 101 กับอาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย เริ่มกันตั้งแต่พื้นฐานประวัติศาสตร์ต้นยางนา วิธีการฟื้นฟูและอนุรักษ์ด้วยการปลูกทดแทน การเติมสารอาหารและเติมอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกไปตรวจสุขภาพต้นยางนา ปลูกต้นยางนาทดแทนจำนวน 49 ต้น และเติมสารอาหารที่จำเป็นด้วยปุ๋ยไส้เดือนสูตรพิเศษร่วมกับคุณลุงคุณป้าใจ๋ดีจากกลุ่มอาสาพิทักษ์ยางนา

ตรวจสุขภาพประจำต้น

การตรวจสุขภาพของต้นไม้ใหญ่ก็คล้ายกับการตรวจสุขภาพของคนเรา
ชื่อเล่นและชื่อพฤกษศาตร์ของต้นไม้ก็คล้ายกับชื่อ-นามสกุลของเรา ข้อมูลเหล่านี้จึงเหมือนกับข้อมูลของคนไข้ที่หมอต้นไม้อาสาจำเป็นต้องรู้ก่อนที่จะตรวจสุขภาพต้นไม้ ก่อนตรวจสุขภาพต้นไม้จะต้องวัดส่วนสูงจากโคนติดพื้นดินจนถึงเรือนยอดด้วยฮากา อัลติมิเตอร์ (Haga Altimeter) และวัดความอวบอ้วนของลำต้นด้วยสายวัดขนาดยาว

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

อาสาสมัครจะต้องรู้จักวิธีสังเกต ‘บ้าน’ ของต้นไม้หรือสภาพแวดล้อมที่ต้นไม้อยู่ว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร มีการรับแรงลมที่ดีหรือไม่ มีอาคารหรือเพื่อนต้นไม้ด้วยกันโอบล้อมไว้หรือเปล่า และอย่าลืมสังเกตบริเวณโคนต้นด้วยว่ามีน้ำแช่ขังหรือมีวัสดุมาปิดทับการหายใจของโคนต้นหรือไม่

จากนั้นตรวจสุขภาพกันต่ออย่างละเอียดตั้งแต่ราก ลำต้น และเรือนยอด (กิ่ง ก้าน และใบ) ต้องดูความสมดุลของเรือนยอด ความผิดปกติของสีใบและเปลือก ดูรอยแผลของต้นไม้ สังเกตลักษณะของราก รากขด รากถูกตัด หรือรากงัดลอย กิ่งแห้งและกิ่งผุ หากพบต้องแก้ไขหรือปรึกษารุกขกร เพราะถือเป็นความเสี่ยง อาจหักหรือโค่นลงมาได้ในอนาคต

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

คุณหมอต้นไม้คนเก่งประจำเมืองเชียงใหม่แนะทริกการวัดขนาดลำตัวด้วยดินสอ โดยการวัดความสูงของคนใกล้ตัวด้วยดินสอหรือปากกา สมมติอาสาสมัครสูงเท่ากับ 1 ดินสอ (สูงจริง 160 เซนติเมตร) จากนั้นนำดินสอไปวัดความสูงของต้นไม้จากระยะไกล สมมติวัดความสูงได้ 5 ดินสอ นำความสูงต้นไม้คูณกับความสูงจริงของอาสาสมัคร ก็จะได้ความสูงของต้นไม้โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือวัดหรือสูตรคำนวณ

อัดลมเติมอากาศ ใส่ท่อเติมอาหาร

การอนุรักษ์และฟื้นฟูต้นยางนาทำได้ 3 วิธี คือการฟื้นฟูรากด้วยการเติมอากาศ การปลูกเพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ และการออกข้อบัญญัติควบคุมการก่อสร้าง

อาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย หมอต้นไม้เมืองเชียงใหม่ ให้ความรู้กับอาสาสมัครก่อนจะลงมือปลูกต้นยางนาจำนวน 49 ต้น ตลอดจนการเติมอาหารว่า ‘ดินเป็นมิตรกับต้นไม้’ ถ้ามีวัสดุพื้นผิวทึบปิดหน้าดินบริเวณโคนต้นจะทำให้น้ำและอากาศลงไปไม่ถึงราก จะต้องทำการทุบออกเพื่อปลูกหญ้าหรือใช้คอนกรีตพรุนแทนวัสดุเดิม ยิ่งบริเวณผิวดินมีลักษณะพรุน จะทำให้น้ำและอาหารลงไปหล่อเลี้ยงถึงโคนราก

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

การพื้นฟูระบบรากของต้นยางนา เราจะเติมอากาศโดยใช้เสียมลม เป็นการอัดอากาศลงไปในดินด้วยพลังลมแรงสูง ลมจะทำให้ดินร่วนแต่รากไม่ขาด ส่วนการใส่ท่อพีวีซีเจาะรูพรุนบรรจุอาหารลงไปในดินเพื่อเติมสารอาหารที่ต้นยางนาต้องการ และกระตุ้นให้เกิดการสร้างรากใหม่

หมอต้นไม้

อาหารของต้นยางนามีส่วนผสมของขุยมะพร้าว เชื้อราไตรโคเดอร์มา ปุ๋ยไส้เดือน ปุ๋ยปลา และน้ำเปล่า ส่วนผสมแต่ละชนิดให้คุณสมบัติต่างกัน อย่างขุยมะพร้าวจะเป็นตัวกลางในการกักเก็บปุ๋ย เชื้อราไตรโคเดอร์มายับยั้งการเกิดโรค สร้างภูมิคุ้มกันจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย และเร่งอัตราการเจริญเติบโตของราก ส่วนปุ๋ยไส้เดือนทำให้โครงสร้างดินดีขึ้น เก็บกักความชื้นได้ดี ดินมีความโปร่ง ร่วนซุย ทำให้รากพืชชอนไชและแพร่กระจายได้กว้างขึ้น ดินระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น ปุ๋ยปลามีธาตุอาหารสำหรับพืชครบทั้ง 16 ชนิด และน้ำเปล่าช่วยในการเจือจาง

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

แม้อากาศของเมืองเชียงใหม่จะร้อนทะลุปรอท แต่บรรยากาศกลับเย็นชุ่มฉ่ำด้วยน้ำใจของคุณน้าคุณอาจากกลุ่มอาสาพิทักษ์ยางนาและอาสาสมัครด้วยใจรักทั่วประเทศ ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันตรวจสุขภาพประจำต้นยางนา คนรุ่นใหม่สอนคนรุ่นเก่า คนรุ่นเก่าเล่าประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นใหม่ ก่อนทั้งสองวัยจะพาลูกหลานลำต้นสูงลิ่วมาลงหลังปักฐานอยู่คู่กับคุณปู่คุณย่าต้นยางนาอายุหลายร้อยปี เพิ่มจำนวนสมาชิกครอบครัวของต้นยางนาบนถนนสายประวัติศาสตร์ให้อบอุ่นมากกว่าเดิม

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

เยือนห้วยโจ้

นั่งรถชมฟาร์มและฟังเรื่องราวการพัฒนาของแม่โจ้

วันนี้เราต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยเสียงนุ่มฟังเพลิน อาจารย์มิ่งขวัญ แดงสุวรรณ ที่นำทีมอาสาสมัครทุกคนขึ้นไปชื่นชมระบบนิเวศที่สมบูรณ์ของ ‘อ่างเก็บน้ำห้วยโจ้’ ปอดสีเขียวของเมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณชุมชนบ้านโปงด้านหลังมหาวิทยาลัยแม่โจ้

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

วิทยากรเสียงหวานเล่าว่า รัชกาลที่ 9 ทอดพระเนตรเห็นพื้นที่แห่งนี้ทางเฮลิคอปเตอร์ ก่อนจะทรงให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำมอบหมายให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ดูแล

จากคำกล่าว ‘ที่ใดมีน้ำ ที่นั่นมีชีวิต’ หลังจากสร้างอ่างเก็บน้ำ ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดตั้งโครงการอนุรักษ์ร่วมกับชุมชน เน้นการระเบิดจากภายใน ฟังเสียงและความเห็นของชาวบ้านในสิ่งที่พวกเขาอยากจะทำ การมีส่วนร่วมของชุมชนก่อเกิดโครงการมากมาย อาทิ ฝายกั้นน้ำ ป่าเปียกกันภัย เป็นการเชื่อมโยงฝาย น้ำ และป่า เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

หมอต้นไม้

เรียนรู้เรื่องรัก(ษ์) ฉบับหมอต้นไม้

ชวนอาสาสมัครไปสอดส่องความรัก (ษ์) ของรุกขกรกับต้นไม้ใหญ่ผ่านกิจกรรมสนุก

หลังจากลงมาจากห้วยโจ้ เรายังมีภารกิจใหญ่ให้อาสาได้เรียนรู้ต่อ ภารกิจวันนี้มีอยู่ว่า อาสาสมัครจงเปลี่ยนความรักเป็นความรักษ์ด้วยการจำลองตนเป็นรุกขกร ด้วยคอร์สระยะสั้นจากรุกขกรประจำทีมหมอต้นไม้เชียงใหม่ จากนั้นใช้ลำแข้งแข็งขันปั่นจักรยานไปตัดแต่งกิ่งแห้ง ถอนลวดและตะปูบนต้นไม้ใหญ่ในมหาวิทยาลัยแม่โจ้

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

ใครอยากเป็นรุกขกร ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ

กิจกรรมนี้เราชวนอาสาสมัครไปจำลองตนเองเป็นรุกขกร เริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนสำคัญ อย่างการผูกเงื่อน ถ้าผูกเงื่อนถูกวิธี เหมาะสมกับการใช้งาน ก็จะทำให้การปีนป่ายบนต้นไม้ปลอดภัยมากขึ้น โดยรุกขกรใจดีจากหมอต้นไม้เชียงใหม่ สาธิตการผูกเงื่อนสำหรับปฏิบัติการจริงทั้งหมด ได้แก่ เงื่อนโบลาย เงื่อนเลขแปด เงื่อนเลขแปด 2 ห่วง และเงื่อนห่วง

หมอต้นไม้

จากนั้นอาสาสมัครเดินขบวนเข้าฐานโยนเชือก เพราะรุกขกรจะต้องโยนเชือกนำร่องไปบนกิ่งไม้ก่อนจะจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับปีนป่ายในลำดับต่อไป โดยจะมีลูกต้มบรรจุทรายขนาดพอดีมือหนัก 250 กรัม ผูกกับสายเชือก เล็งกิ่งให้แม่น แล้วโยนออกไปให้สูงพ้นกิ่ง จะโยนมือเดียวหรือโยนสองมือก็ย่อมได้  

หมอต้นไม้

หลังจากเรียนรู้ทั้งสองกระบวนการก่อนเริ่มงานของรุกขกร อาสาสมัครอดใจไม่ไหวอยากจะปีนต้นจามจุรีขนาดยักษ์ ด้วยอุปกรณ์ที่ปลอดภัยและมีการดูแลจากรุกขกรใจดีอย่างใกล้ชิด

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

ตัดกิ่งให้ขาดเลย ฉับ ฉับ ฉับ

อาสาสมัครบางกลุ่มจะต้องปั่นจักรยานคู่ใจไปตัดแต่งกิ่งอย่างถูกวิธี และถอนตะปูออกจากต้นไม้ การตัดแต่งกิ่งเป็นการรักษาสุขภาพของต้นไม้ ลดน้ำหนักของกิ่งไม่ให้หักโค่นลงมา เมื่อกิ่งไม่หนาทึบ การระบายอากาศจะดีตามมา มีแสงลอดรำไรส่องลงสู่พื้นหญ้า ทำให้หญ้าเจริญงอกงาม และถ้ามีการตัดอย่างถูกต้องจะทำให้ต้นไม้สมานแผลเร็ว สำคัญเลย ห้ามตัดแบบบั่นยอด ตัดผิด ชีวิต (ต้นไม้) เปลี่ยน!

หมอต้นไม้

อุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดแต่งกิ่งประกอบด้วยเลื่อยมือ เลื่อยมือต่อด้าม และเลื่อยกระตุก ส่วนอุปกรณ์ถอนตะปูคือค้อนและกิ่งไม้ ระหว่างถอนตะปูกิ่งไม้จะกันไม่ให้ค้อนไปโดนลำต้นแล้วทำให้เกิดแผล

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

วิธีการตัดที่ถูกต้องจะเริ่มจากการตัดชิดคอกิ่ง เพราะจะทำให้แผลปิดเองตามธรรมชาติ แล้วบากด้านล่างของกริ่งเพื่อกันกิ่งฉีก จากนั้นใช้เลื่อยตัดด้านบนให้กิ่งขาดออกจากกัน และสุดท้ายตัดเก็บตอให้ชิดโคนกิ่ง 3 ขั้นตอนแสนง่าย ใครก็สามารถทำได้

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

มากไปกว่ากิจกรรมที่อัดแน่นไปด้วยความรู้ คือการนำไปใช้จริงและการส่งต่อข้อมูลอย่างถูกต้องให้กับคนทุกกลุ่มหันกลับมาสนใจต้นไม้ สังเกตอาการป่วย ช่วยกันรักษาและอนุรักษ์ให้ต้นไม้อยู่กับเรา อยู่กับเมือง เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์สีเขียวต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน

หากใครพลาดกิจกรรมครั้งนี้ไม่ต้องเสียใจ เพราะกิจกรรมของ TCP Spirit ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เกาะกิ่งปีนป่ายติดตาม The Cloud และ TCP Group ไว้ให้ดี เราจะมีกิจกรรมอีกเร็วๆ นี้แน่นอน!

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load