13 กันยายน 2562
21,225

The Cloud x TCP Spirit

ปัญหาต้นน้ำน่านไม่ใช่เพียงปัญหาของคนน่าน แต่เป็นปัญหาของคนทั้งประเทศไทย

เพราะต้นน้ำน่านเป็นลำน้ำสายหลักที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยามากถึง 47 เปอร์เซ็นต์

หากเราและป่าใหญ่ช่วยกันเก็บน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติไว้ไม่ได้ จากปัญหาเท่าเม็ดงาจะกลายเป็นปัญหาสุดหินระดับประเทศทันที นับแต่คนต้นน้ำไม่มีน้ำกินน้ำใช้ หน้าแล้งแห้งสนิท กระทบอาชีพเกษตรและคนทำไร่ไถนาอย่างจัง

วันดีคืนดีฝนกระหน่ำ คนกลางน้ำและปลายน้ำได้รับน้ำจนล้นทะลัก เพราะน้ำป่าไหลบ่าเข้าสู่เมือง เกิดอุทกภัย จนเป็นภาพชินตาของคนไทยที่เราประสบพบเจอกันอยู่ทุกปี การจะแก้ปัญหาเรื่องน้ำในประเทศไทยจึงต้องเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้การแก้ปัญหายั่งยืนมากที่สุด

จดเลกเชอร์ 10 วิชาเก็บน้ำที่คนน่านเชื่อว่าคนเมืองทำได้ทุกครัวเรือน
จดเลกเชอร์ 10 วิชาเก็บน้ำที่คนน่านเชื่อว่าคนเมืองทำได้ทุกครัวเรือน

The Cloud และกลุ่มธุรกิจ TCP จึงจัดกิจกรรม ‘TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ ครั้งที่ 1 ที่จังหวัดน่าน’ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งกิจกรรมนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการ ‘TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย’ โครงการดูแลลุ่มน้ำทั่วประเทศไทยในระยะยาวของกลุ่มธุรกิจ TCP เราชวนอาสาสมัครจากทั่วประเทศเดินทางไปเรียนรู้วิธีฟื้นป่าต้นน้ำที่หน่วยจัดการต้นน้ำสบสายกับ ดร.ธนากร ลัทธิ์ถีระสุวรรณ อาจารย์ประจำหลักสูตรบัณฑิตศึกษา การจัดการป่าไม้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ และ คุณปรีชา รอดเพชร หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำสบสาย

จดเลกเชอร์ 10 วิชาเก็บน้ำที่คนน่านเชื่อว่าคนเมืองทำได้ทุกครัวเรือน
จดเลกเชอร์ 10 วิชาเก็บน้ำที่คนน่านเชื่อว่าคนเมืองทำได้ทุกครัวเรือน

 ตลอดจนเรียนรู้วิธีการจัดการน้ำอย่างง่ายและถูกวิธีกับ กุล ปัญญาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์กสิกรรมธรรมชาติชุมชนต้นน้ำน่าน กิจกรรมในครั้งนี้นอกจากได้ความรู้กลับบ้านเต็มกระบุง เรายังมีนักแสดงหัวใจรักสิ่งแวดล้อมอย่าง อเล็กซ์ เรนเดลล์ มาร่วมเรียนรู้และทำกิจกรรมสุดสนุกด้วยกันตลอดทั้งทริป ในฐานะ TCP Spirit Ambassador เป็นปีที่ 2 

โครงการ TCP Spirit เป็นโครงการอาสาสมัครของกลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำของไทยและของโลก เช่น กระทิงแดง (เรดบูล) เรดดี้ สปอนเซอร์ แมนซั่ม และเพียวริคุ รวมทั้งแบรนด์ขนมขบเคี้ยวซันสแนค โครงการนี้ต่อยอดมาจาก ‘กระทิงแดง สปิริต’ โครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืนผ่านกิจกรรมอาสาสมัครมายาวนาน โดยหมุนเวียนนำเสนอประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจให้อาสาสมัครได้เรียนรู้ด้วยกัน

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย
วิชาที่ 1

ศึกษาต้นน้ำ

ศึกษาความสมบูรณ์ของหน่วยจัดการต้นน้ำสบสาย พื้นที่ที่ผลิกฟื้นภูเขาหัวโล้นให้เป็นป่าดิบชื้น 

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

ดร.ธนากร ลัทธิ์ถีระสุวรรณ อาจารย์ประจำหลักสูตรบัณฑิตศึกษา การจัดการป่าไม้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ และคุณปรีชา รอดเพชร หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำสบสาย ชวนอาสาสมัครร่วม 100 คน ไปเดินป่าดิบชื้นเพื่อทำความเข้าใจและเรียนรู้ป่าต้นน้ำ เดิมทีป่าที่เรากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปเคยเป็นป่าหัวโล้นสีน้ำตาล มีการรุกล้ำพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกยางพาราบ้าง ไร่ข้าวโพดบ้าง ทำให้ป่าต้นน้ำถูกทำลาย กลายเป็นพื้นที่แล้งจนไม่มีน้ำ

แต่ปัจจุบันป่าต้นน้ำสบสายถูกฟื้นฟูให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ด้วย ‘ป่าปลูก’ โดยใช้หลักการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง  คือหนึ่ง ปลูกพืชที่กินได้  สอง ปลูกพืชที่นำมาใช้งานได้  สาม ปลูกพืชที่นำมาสร้างที่อยู่อาศัยได้ 

เพื่อจะได้ประโยชน์ 4 อย่าง ดังนี้ 

  1. พออยู่ คือการปลูกต้นไม้ที่ใช้เนื้อไม้และไม้เชิงเศรษฐกิจให้เป็นป่า ไม้กลุ่มนี้เป็นไม้อายุยาวนาน ซึ่งจะเน้นประโยชน์โดยใช้เนื้อไม้เพื่อสร้างบ้าน ทำเครื่องเรือน และถือได้ว่าเป็นการออมทรัพย์เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต ต้นไม้กลุ่มนี้คือ ตะเคียนทอง ยางนา แดง สัก พะยูง พะยอม
  2. พอกิน คือการปลูกต้นไม้ที่กินได้ รวมทั้งใช้เป็นยาสมุนไพร ไม้ในกลุ่มนี้คือ แค มะรุม ทุเรียน สะตอ ผักหวาน ฝาง แห้ม กล้วย ฟักข้าว
  3. พอใช้ คือการปลูกต้นไม้ให้เป็นป่าไม้สำหรับใช้สอยในครัวเรือน เช่น ทำฟืน เผาถ่าน ทำงานหัตถกรรม หรือทำน้ำยาซักล้าง ไม้ในกลุ่มนี้คือ มะคำดีควาย หวาย ไผ่ หมีเหม็น เป็นต้น
  4. พอร่มเย็น คือประโยชน์อย่างที่ 4 ที่เกิดจากการปลูกป่า 3 อย่าง ทำให้เกิดความร่มเย็น และป่าทั้งสามอย่างนี้จะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศดินและน้ำให้อุดมสมบูรณ์ ร่มรื่น และฉ่ำเย็นขึ้น
เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

เสริมด้วยหลักการปลูกป่า 5 ระดับ เพื่อให้ต้นไม้หลายระดับชั้นช่วยดูดซับน้ำและลดการพังทลายของหน้าดิน เน้นฟื้นฟูด้วยการปลูกไม้พื้นถิ่นเดิมของป่าต้นน้ำสบสาย เช่น ต้นสัก ไผ่ กล้วยป่า หวายป่า มะเดื่อ ต้นตาว (ตอนอยู่ในถ้วยเรียก ลูกชิด) เมื่อความอุดมสมบูรณ์มาเยือน พืชชนิดอื่นก็ขึ้นตามมาอีกเพียบ ทั้งข่าป่า พริกไทยป่า ต้นบุกคางคก ต้นเต้าหลวง (ทำแกงอร่อยเหาะ) ดีปลีป่า ฯลฯ

ปัจจุบันป่าต้นน้ำสบสายกลับมาเขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยต้นไม้หลายสายพันธุ์ ระหว่างทางที่เดินไปเราเจอต้นกล้วยป่า ตัวชี้วัดความชุ่มชื้น ขึ้นเรียงกันเป็นแถว ถ้าเราเห็นกล้วยป่าที่ใด ที่นั่นมีน้ำแน่นอน

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย
เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

เราเดินจนถึงจุดหมาย ‘ห้วยขี้เปรอะ’ ต้นน้ำใสแจ๋วจนมองเห็นแมลงกระโดดดึ๋งไปมา เราทำกิจกรรมนักสืบสายน้ำเพื่อหาตัวชี้วัดคุณภาพน้ำ และเก็บตัวอย่างน้ำจากต้นน้ำเพื่อลงไปเทียบกับน้ำจากลำน้ำยาวและน้ำจากลำน้ำน่าน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ต่ำกว่าหน่วยจัดการต้นน้ำสบสาย สีที่ได้เห็นพิสูจน์ได้ด้วยตา ไม่ต้องใช้เครื่องมือใดมาพิสูจน์เพิ่มเติม 

น้ำจากลำน้ำยาวสีเหลืองขุ่น น้ำจากลำน้ำน่านสีส้มแดง ส่วนน้ำจากต้นน้ำใสแจ๋ว เป็นน้ำคุณภาพระดับดีเยี่ยม

การมีป่าที่สมบูรณ์จึงเป็นการตอกย้ำให้เราเห็นว่า ‘การมีป่าที่ดี จะทำให้น้ำดีตามไปด้วย’ เพราะป่าช่วยดูดซับน้ำ ป้องกันการไหล่บ่าของน้ำป่าในช่วงหน้าฝน และช่วยลดการกัดเซาะพังทลายของหน้าดินได้เป็นอย่างดี 

น้ำที่ไหลจากป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์จึงใสและสะอาดมากกว่าน้ำจากภูเขาหัวโล้น

วิชาที่ 2

โคก หนอง นา โมเดล

ทำความเข้าใจการจัดการน้ำอย่างถูกวิธี สำหรับใช้ตลอดทั้งปี

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

ก่อนลงมือทำสารพัดวิธีเก็บน้ำและดูแลรักษาดิน ขอชวนทำความเข้าใจ ‘โคก หนอง นา โมเดล’ กันสักนิด

  โคก หนอง นา โมเดล เป็นการบริหารจัดการน้ำที่ทุกคนประยุกต์ใช้ได้ในพื้นที่ของตนเอง เพื่อจัดการน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งปี ด้วยการขุดหนองไว้เก็บน้ำ ดินจากการขุดหนองให้ถมเป็นโคก บนโคกปลูกไม้ 5 ระดับ เพื่อใช้รากของพืชหลากสายพันธุ์ในการเก็บน้ำไว้ในดิน และยกหัวคันนาในพื้นที่นาให้สูงและใหญ่ ยิ่งหัวคันนาใหญ่และสูงมาจะช่วยให้เก็บน้ำได้เยอะ ปลูกพืชได้มาก เลี้ยงปลาในนาได้ด้วย เพื่อเป็นการพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ข้าว ปลา อาหาร น้ำ ครบครัน

วิชาที่ 3

ขุดหนองปลาโตไว

จับจอบขุดหนองน้ำเลียนแบบธรรมชาติ เพื่อรองรับน้ำฝนมหาศาล

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

การขุดหนองน้ำเลียนแบบธรรมชาติต้องมีความคด มีความโค้ง มีระดับชั้นความลึก-ตื้นต่างกัน เพื่อให้แสงแดดส่องถึง เป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตอย่างสาหร่าย ครอบครัวปลาสารพัดชนิด และเป็นขุมทรัพย์รองรับน้ำฝนชั้นยอด

ก่อนจะขุดต้องคำนวณอย่างดีว่าหนองจุน้ำได้เพียงพอต่อปริมาณการใช้งานในพื้นที่เราหรือยัง และคำนึงถึงน้ำที่ระเหยออกไปด้วย ชุมชนต้นน้ำน่านแนะว่า การออกแบบหนองต้องเน้นลึกไว้ก่อน ความกว้างเป็นรอง เพราะถ้ากว้างจะทำให้มีพื้นที่สัมผัสลมและแสงแดดมาก ทำให้น้ำระเหยออกไปได้มากกว่าเดิม เฉลี่ยแล้วน้ำจะระเหยออกจากหนองวันละ 1 เซนติเมตร ฉะนั้น เราจึงขุดหนองเลียนแบบธรรมชาติลึกประมาณ 4 เมตร เพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอตลอดทั้งปี 

วิชาที่ 4

โรงเรียนอนุบาลปลา

สานไม้ไผ่เป็นบ้านปลาเพื่อเป็นแหล่งอนุบาลปลาเล็กและทำอาหารปลาราคา 0 บาท 

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

ความสนุกของงานกสิกรรมธรรมชาติคือเราการใช้ข้าวของรอบตัวจากธรรมชาติให้สร้างสรรค์และเกิดประโยชน์สูงสุด ไม้ไผ่ที่เราเห็นอยู่ทั่วชุมชนต้นน้ำน่านถูกนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ต่างๆ ในการทำการเกษตร 

เรานำไม้ไผ่มาทำบ้านปลา เพื่อเป็นพื้นที่หลบภัยสำหรับปลาเล็ก วิธีทำไม่ยาก เพียงใช้ไม้ไผ่สานเป็นทรงกระบอก ขนาดไม่ใหญ่มาก ด้านในบรรจุกิ่งไม้คละขนาดทับถมกัน แล้วเอาไปวางในบ่อน้ำกว้าง เพียงเท่านี้ก็เสร็จ 

มีโรงเรียนอนุบาลแล้วต้องมีโรงอาหาร ถ้าเราเลี้ยงปลาเป็นประจำ การซื้ออาหารปลาทุกเดือน คงไม่ใช่เรื่องดีนัก ที่นี่จึงคิดค้น ‘แซนด์วิชปลา’ ขึ้นมา ไม่ใช่ขนมปังแซนด์วิชสอดใส่ปลาทอด แต่เป็นการเอาไม้ไผ่สานเป็นทรงกลมแล้วปักลงในบ่อน้ำ ใส่ฟางข้าวสลับชั้นกับปุ๋ยคอกมูลวัว ใส่สลับกับสัก 3 – 4 ชั้นจนเต็ม ปล่อยทิ้ง 1 สัปดาห์ กลับมาดูอีกที เกิดไรแดงและแพลงก์ตอน เป็นอาหารรสเลิศของปลา ทำให้ชาวนา ชาวสวน ไม่ต้องเสียเงินให้กับร้านจำหน่ายอาหารปลาอีกต่อไป

วิชาที่ 5

อธรรมปราบอธรรม

ดัดไม้ไผ่เป็นคอกผักตบสำหรับบำบัดน้ำเสียและดูดสารเคมี

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

ผักตบชวาไม่ใช่ตัวร้ายเสมอไป แม้ใครจะมองว่าผักกอเขียวจะเป็นศัตรูกับแหล่งน้ำ แท้จริงผักตบชวาบำบัดน้ำเสียได้ดีจนต้องยกนิ้วโป้งให้ เพราะผักตบชวาเป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพน้ำเสีย จึงมีคุณสมบัติเป็นเครื่องกรองน้ำจากธรรมชาติ รากดูดซับโละหนักได้เป็นอย่างดี โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องกรองน้ำ หรือทำระบบบำบัดน้ำเสียในบ่อปลา

ชุมชนต้นน้ำน่านจึงชวนอาสามาช่วยกันทำคอกผักตบ ด้วยการเหลาไม้ไผ่สานมาล้อมเป็นคอกใส่ในน้ำ สามารถสร้างสรรค์รูปร่างได้ตามที่เราต้องการ บางทีล้อมคอกแปดเหลี่ยม บางทีล้อมคอกหัวใจ แล้วใส่ผักตบลงคอกให้เต็ม ต้องหมั่นเอาผักตบชวาออกทุก 45 วัน เพื่อไม่ให้ผักตบชวาเจริญงอกงามจนบดบังแสงแดดที่จะส่องลงในบ่อน้ำ เพราะแสงแดดมีผลกับเจ้าปลาตัวเล็กตัวใหญ่และพืชเล็กจิ๋วในบ่อน้ำ

วิชาที่ 6

หัวคันนากินได้

ปลูกผลไม้และผักสวนครัวบนหัวคันนาให้เด็ดกินได้ด้วยมือเปล่า

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

หัวคันนาเป็นแหล่งอาหารชั้นดี เหมาะมากสำหรับคนมีบ่อน้ำและคนทำนาที่ต้องการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า วิชานี้ง่ายมาก!

แต่ยากตรงเปลี่ยนความเชื่อ เพราะหัวคันหาโดยทั่วไปมักจะทำเล็กๆ เพื่อเหลือพื้นที่ไว้ทำนาเยอะๆ แต่ชุมชนต้นน้ำน่านไม่ทำแบบนั้น พี่กุล ปัญญาวงศ์บอกว่า หัวคันนากินได้ หรือหัวคันนาทองคำ คือหลักการทำนาตามแบบสมัยโบราณ เพียงยกหัวคันนาสูงอย่างน้อย 1 เมตร พื้นที่ด้านบนกว้าง 1 เมตร ฐานกว้าง 2 เมตร คล้ายการทำนาของชาวนาสมัยก่อนที่มักยกหัวคันนาให้กว้างและสูง และต้องเป็นนาน้ำลึก ให้น้ำคอยควบคุมหญ้า 

การเก็บน้ำในนาจะเท่ากับความสูงของคันนา ทำให้น้ำซึมลงดินอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นผลให้ข้าวในนาผลผลิตดีและยังสามารถเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งในนาได้ ได้ทั้งข้าวปลาและอาหารไปพร้อมๆ กันในพื้นที่เดียว 

ถ้าปลูกเยอะจนกินคนเดียวไม่หมดก็แบ่งปันเพื่อนบ้านเรือนเคียงได้อีกด้วย

วิชาที่ 7

ปลูกป่า 5 ระดับ

ปลูกพืชผสมผสานในแปลงเดียวกัน แต่ระดับความสูงไม่เท่ากัน

ช้าก่อน ไม่ได้ชวนปลูกทั้งป่า แต่ป่า 5 ระดับ เป็นการปลูกต้นพืชหลายชนิดในแปลงเดียวกัน มีความสูงต่างระดับกัน เพราะความแตกต่างของชนิดพืชและความสูงสูงต่ำต่ำ จะทำให้เกิดการเกื้อกูลกันเหมือนป่าต่างหาก คล้ายการเลียนแบบระบบนิเวศของป่าตามธรรมชาติตามที่เราได้เห็นที่ป่าต้นน้ำสบสาย ข้อดีของป่า 5 ระดับ เมื่อมีฝนตกลงมารากจะช่วยอุ้มน้ำไว้ใต้ดินมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เอาล่ะ ขอไล่ตั้งแต่ระดับสูงไปยังระดับใต้ดิน เพื่อให้เห็นภาพพร้อมกันชัดๆ 

ไม้ระดับสูง เช่น ตะเคียน สัก ยางนา 

ไม้ระดับกลาง เช่น มะม่วง ไผ่ มะพร้าว 

ไม้ระดับเตี้ย มีพริก มะเขือ กะเพรา 

ไม้เรี่ยดิน เช่น แตงโม อัญชัน  

ไม้หัวใต้ดิน พวกข่า เผือก หัวมัน 

วิธีการนี้ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่หลายสิบไร่เหมือนชุมชนต้นน้ำน่านก็นำกลับไปทำได้ แค่สวนหย่อมเล็กๆ หน้าบ้านก็สร้างป่า 5 ระดับ ได้เช่นกัน ขอเพียงเน้นความหลากหลายของพันธุ์พืช และอย่าลืมนึกถึงประโยชน์ในการใช้สอย อยากกินอะไร อยากใช้อะไร ก็ใช้หลักการนี้กับบ้านตัวเองได้

วิชาที่ 8

ขุดคลองไส้ไก่

ขุดคลองน้ำใหญ่กว่าใส้ไก่ ให้ดินเก็บน้ำฝนและรักษาความชุ่มชื้น

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

คลองไส้ไก่เป็นคลองน้ำสายเล็ก ไม่จำเป็นต้องขนาดเล็กเท่าไส้ไก่ เพียงขุดให้เหมาะสมกับพื้นที่การใช้งาน 

ถ้ายิ่งขุดคลองไส้ไก่ให้เชื่อมถึงกันทั้งหมด แล้วให้น้ำไหลไปรวมกันยังหนองน้ำใหญ่ นอกจากจะช่วยกักเก็บน้ำฝนได้อย่างยอดเยี่ยม ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้พืช ผัก ผลไม้ รอบคลองไส้ไก่ด้วยนะ แล้วบริเวณนั้นจะมีน้ำหล่อเลี้ยงตลอดปีและเจริญงอกงามสมบูรณ์ดี หมดปัญหาการตื่นแต่เช้ามารดน้ำผักทั้งแปลง ถ้าอยากได้คลองใหญ่ก็แค่ขุดให้กว้างขึ้นเท่านั้นเอง อ้อ! คลองไส้ไก่ขุดง่าย ทำเองได้ ใช้แค่จอบเสียมและความเพียรก็พอ

วิชาที่ 9

แฝกสารพัดประโยชน์

ปลูกแฝกลงดินริมหนองน้ำ ช่วยป้องกันการพังทลาย
เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

กุล ปัญญาวงศ์ บอกเราว่า หัวใจสำคัญของการเก็บน้ำให้ดี เก็บน้ำให้ได้ หน้าดินห้ามพังทลายเด็ดขาด 

ดินวิเศษจงบอกข้าเถิด พืชใดเก็บน้ำและรักษ์ดินที่สุดในปฐพี เฉลย หญ้าแฝกสารพัดประโยชน์ 

เพราะระบบรากของแฝกหนาแน่นและเจริญเติบโตแนวลึก ช่วยฟื้นฟูทรัพยากรดิน เพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุ ความชื้น และอัตราการระบายน้ำและอากาศ แถมยังช่วยป้องกันการกัดเซาะและพังทลายของหน้าดิน ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน รักษาความชุ่มชื้นในดิน เพราะรากแฝกเมื่อสัมผัสน้ำจะดึงน้ำลงดินทันทีและรากยังช่วยดูดซับสารเคมี

ชุนชนต้นน้ำน่านมักปลูกแฝกริมบ่อน้ำและคลองไส้ไก่ เพื่อตกแต่งขอบและปล่อยให้แฝกคอยอารักขาหน้าดิน 

วิชาที่ 10

แท็งก์น้ำไม้ไผ่

เก็บน้ำจากแหล่งธรรมชาติด้วยแท็งก์น้ำไม้ไผ่โบกปูนและแผงโซลาร์เซลล์

เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย
เดินป่าศึกษาต้นน้ำ น่าน และเรียนวิชาเก็บน้ำจากกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเข้าใจว่ารักษ์น้ำแล้วต้องรักป่าด้วย

ถ้าชาวบ้านมีน้ำประปาภูเขาไหลผ่าน แต่ไม่มีพื้นที่เก็บน้ำที่เก็บได้ตลอดทั้งปี ฟันธงเลยว่าเมื่อหน้าแล้งมาถึง ยังไงก็แล้งชัวร์

แท็งก์น้ำไม้ไผ่จึงเป็นเครื่องมือเก็บน้ำที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะเก็บน้ำได้นานและถาวร ต้นทุนต่ำกว่าแท็งก์น้ำสำเร็จรูป เพราะใช้เพียงปูนและไม้ไผ่ที่มีอยู่แทบทุกพื้นที่ภาคเหนือ วิธีทำไม่ยากหรือซับซ้อน ไม่ต้องจบวิศวกรรมก็ทำได้ เพียงขุดดินลงไปจากดินเดิม 1.5 – 2 เมตร วางฐานเป็นตารางด้วยไม้ไผ่เส้น พร้อมทำระบบท่อน้ำแรงดันสูงไว้เลย แล้วเทปูนทับประมาณ 15 – 20 เซนติเมตร บริเวณด้านข้างปักด้วยไม้ไผ่แทนโครงสร้างเหล็ก จากนั้นสานไม้ไผ่เป็นทรงกลมคล้ายกระบุงใบใหญ่สูง 4 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ด้านนอกเทปูนหนา 15 เซนติเมตร ด้านในฉาบปูนหนา 4 เซนติเมตร เพื่อความคงทันแข็งแรง เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแท็งก์ไม้ไผ่จะจุน้ำได้ประมาณ 87,000 ลิตร มีใช้ตลอดปี

แต่การทำแท็งก์น้ำไม้ไผ่ได้บริเวณนั้นต้องมีแหล่งน้ำต้นทุน คือน้ำที่ไหลผ่านจากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือแหล่งน้ำใกล้เคียง เพราะถ้ารอให้ฝนตกจนเต็มแท็งก์อาจจะช้าไปเสียหน่อย แต่เจ้าแผงโซลาร์เซลล์จะช่วยปั๊มน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุนไปเก็บไว้ในแท็งก์น้ำไม้ไผ่ให้เก็บน้ำได้เร็วยิ่งขึ้น 

จาก 10 วิชาของหลักสูตร TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ คงทำให้ทุกคนเข้าใจภาพรวมของปัญหาได้มากขึ้น และนำองค์ความรู้กลับไปปรับใช้กับพื้นที่ของตนเองได้ แต่ละพื้นที่และไม่จำเป็นต้องทำให้ครบทั้งสิบวิชา เพียงนักอ่านนำไปปรับใช้และประยุกต์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ เวลา และกำลังเงิน เพียงเท่านี้ก็มีน้ำไว้ใช้ตลอดปี ใครที่พลาดกิจกรรมนี้ไม่ต้องเสียใจไป เรากำลังจะมีกิจกรรมครั้งต่อไปเร็วๆ นี้ ติดตามได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก The Cloud หรือ เพจเฟซบุ๊ก TCP Group และ www.tcp.com

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

TCP Spirit

โครงการอาสาสมัครแนวใหม่ที่รวมพลังคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนชุมชนและสังคมสู่ความยั่งยืน

15 พฤศจิกายน 2562
11,096

The Cloud x TCP Spirit

เราร่วมมือกันแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งได้อย่างไรบ้าง? 

นี่คือคำถามที่สังคมพยายามหาคำตอบทุกครั้งที่เกิดวิกฤตเรื่องน้ำ ไม่ว่าปัญหาจะเกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำใด จะอยู่ในเมืองหลวง เมืองใหญ่ หรือเมืองเล็กๆ เมื่อมีปัญหาเรื่องน้ำเกิดขึ้นก็มักจะมีหลายฝ่าย หลายพื้นที่ ได้รับผลกระทบไปพร้อมๆ กัน 

เพื่อให้ได้คำตอบที่เข้าใจง่ายและทุกคนนำกลับไปแก้ปัญหาได้ทุกพื้นที่ The Cloud และกลุ่มธุรกิจ TCP จึงจัดกิจกรรม ‘TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ ครั้งที่ 2 เขาใหญ่’ เมื่อวันที่ 1 – 3 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา เพื่อให้อาสาสมัครที่มีใจรักสิ่งแวดล้อมได้เรียนรู้ปัญหาเรื่องน้ำและวิธีการจัดน้ำที่ทุกคนนำกลับไปปรับใช้ในพื้นที่ของตัวเองได้ ซึ่งกิจกรรมนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการ ‘TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย’ โครงการดูแลลุ่มน้ำทั่วประเทศไทยในระยะยาวของกลุ่มธุรกิจ TCP 

กิจกรรมครั้งนี้เราพาอาสาสมัครจากทั่วประเทศกว่า 100 คน เดินทางไปทำความเข้าใจต้นน้ำและการจัดการน้ำตามธรรมชาติกันที่ศึกษาเส้นทางธรรมชาติน้ำตกผากล้วยไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อให้อาสาสมัครได้เห็นความสัมพันธ์ของป่าและน้ำ หลังจากได้ซึมซับความสวยงามของธรรมชาติกันแล้ว เราจะไปเรียนรู้วิธีการจัดการน้ำและการจัดการที่ดินที่ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา-เขาใหญ่ กับ พรรณราย พหลโยธิน และ โรจนี ลีลากุล เจ้าของพื้นที่ที่ร่วมกันพัฒนาที่ดินกว่า 50 ไร่ ให้พึ่งพาตัวเองได้ในด้านการจัดการน้ำและมีวิทยากรพิเศษคือ อาจารย์ยักษ์-ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลกและผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ที่มาให้ความรู้ในเรื่องการออกแบบพื้นที่แก่อาสาสมัครและอธิบายการนำหลักกสิกรรมธรรมชาติมาใช้ในการดูแลดินและน้ำ

อเล็กซ์ เรนเดลล์

กิจกรรมในครั้งนี้นอกจากได้ความรู้กลับบ้านเต็มกระบุง เรายังมีนักแสดงหัวใจรักสิ่งแวดล้อมอย่าง อเล็กซ์ เรนเดลล์ มาร่วมเรียนรู้ ร่วมทำกิจกรรม และส่องต่อแรงบันดาลใจดีๆ ในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้กับอาสาสมัครในฐานะ TCP Spirit Ambassador เป็นปีที่ 2 แล้ว

โครงการ TCP Spirit เป็นโครงการอาสาสมัครของกลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำของไทยและของโลก เช่น กระทิงแดง (เรดบูล) เรดดี้ สปอนเซอร์ แมนซั่ม และเพียวริคุ รวมทั้งแบรนด์ขนมขบเคี้ยวซันสแนค โดยต่อยอดมาจาก ‘กระทิงแดง สปิริต’ โครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืนผ่านกิจกรรมอาสาสมัครมายาวนาน โดยหมุนเวียนนำเสนอประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจให้อาสาสมัครได้เรียนรู้ด้วยกัน

อเล็กซ์ เรนเดลล์ พรรณราย พหลโยธิน และ โรจนี ลีลากุล เจ้าของพื้นที่ที่ร่วมกันพัฒนาที่ดินกว่า 50 ไร่ ให้พึ่งพาตัวเองได้ในด้านการจัดการน้ำและมีวิทยากรพิเศษคือ อาจารย์ยักษ์-ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลกและผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
พรรณราย พหลโยธิน และ โรจนี ลีลากุล เจ้าของพื้นที่ที่ร่วมกันพัฒนาที่ดินกว่า 50 ไร่ ให้พึ่งพาตัวเองได้ในด้านการจัดการน้ำและมีวิทยากรพิเศษคือ อาจารย์ยักษ์-ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลกและผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ

จากการเรียนรู้ตลอด 3 วัน 2 คืนที่เขาใหญ่ เราจึงได้จดเลกเชอร์ 10 วิชา เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณามาแบ่งปันกัน เพื่อให้ทุกคนที่อยากช่วยกันดูแลลุ่มน้ำนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปใช้ได้อย่างถูกวิธี

วิชาที่ 1

ทำความรู้จักลุ่มน้ำ

ทำความรู้จักความหมายของ ‘ต้นน้ำ’ และ ‘ลุ่มน้ำ’ ก่อนลงมือพยาบาลลุ่มน้ำด้วยกัน

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

ก่อนที่เราจะได้ลงมือพยาบาลลุ่มน้ำด้วยกัน อาสาสมัครจากทั่วประเทศจะต้องมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหาเรื่องน้ำเสียก่อน ฉัตรปรีชา ชฎากุล หัวหน้าสถานีวิจัยลุ่มน้ำมูล จึงชวนอาสาสมัครมาทำความเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ต้นน้ำ’ และ ‘ลุ่มน้ำ’ เพื่อความเข้าใจตรงกันและความถูกต้องของข้อมูล

เริ่มจากต้นน้ำ เพราะเป็นส่วนที่อยู่สูงที่สุดและพื้นที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำลำธารทั้งหลาย ‘ต้นน้ำ’ มักเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำบนที่สูงอย่างภูเขา เช่นป่าลุ่มน้ำลำตะคองที่น้ำไหลลงมาจากเขาฟ้าผ่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 

ส่วนคำว่า ‘ลุ่มน้ำ’ คือพื้นที่รับน้ำฝนทั้งหมดที่อยู่เหนือจุดไหลออกของน้ำ มีลักษณะเหมือนแอ่งกะทะ โดยมีขอบกะทะเป็นสันปันน้ำ ลุ่มน้ำมีองค์ประกอบ ดังนี้ ทรัพยากรกายภาพ เช่น ดิน ที่ดิน หิน แร่ธาตุ , ทรัพยากรชีวภาพ เช่น ป่าไม้ สัตว์ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงระบบนิเวศต่างๆ, ทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น ที่อยู่อาศัย ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม การใช้ที่ดินประเภทต่างๆ วัฒนธรรม ประเพณี ทรัพยากรเหล่านี้อยู่รวมกันอย่างกลมกลืนเป็นลุ่มน้ำ ดังนั้นการพยาบาลลุ่มน้ำจึงมุ่งจัดการที่ดินและการใช้ที่ดินของคนในลุ่มน้ำนั้นๆ

ด้วย ‘น้ำ’ เป็นทรัพยากรสำคัญของคน สัตว์ และสรรพสิ่งในธรรมชาติ โดยเฉพาะมนุษย์ที่ใช้น้ำในแทบทุกกิจกรรมในชีวิต หลายคนใช้ แต่น้อยคนที่รักษา จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ และนำมาซึ่งปัญหาภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

ขณะนี้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยกำลังมีปัญหาใหญ่ เพราะพื้นที่ป่าต้นน้ำที่คอยดูดซับน้ำบนภูเขาถูกทำลาย สูญเสียพื้นที่ต้นน้ำให้กับการเกษตรจนกลายเป็นเขาหัวโล้น คนที่อยู่กลางน้ำและปลายน้ำจึงได้รับผลกระทบต่อกันเป็นทอดๆ จึงเป็นเหตุผลให้เราต้องขึ้นมารู้จักกับ ‘ลุ่มน้ำ’ และเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาร่วมกัน  

วิชาที่ 2

ความสัมพันธ์ของป่ากับน้ำ

เดินป่าสำรวจลุ่มน้ำลำตะคองที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผากล้วยไม้

หลังจากเรียนรู้เรื่องลุ่มน้ำกันแล้ว เราพาอาสาสมัครไปเดินสำรวจป่าลุ่มน้ำลำตะคองกันที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผากล้วยไม้ ที่ไหลมาจากป่าต้นน้ำบนเขาฟ้าผ่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือนจุดกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงชาวนครราชสีมา และป่าแห่งนี้ยังเปรียบเสมือนเขื่อนเก็บน้ำธรรมชาติที่ช่วยป้องกันน้ำท่วมและน้ำแล้งได้เป็นอย่างดี

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

เราออกเดินเท้าจากด้านหน้าเข้าไปเพียงนิด ธรรมชาติก็ต้อนรับเหล่าอาสาสมัครด้วยอากาศเย็นสบายและเสียงน้ำไหลสุดผ่อนคลาย ฉลาด พุทธบาล วิทยากรประจำอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บอกเราว่า ป่าแห่งนี้เป็นป่าดิบแล้ง จัดอยู่ในหมวดป่าไม่ผลัดใบ ป่าพวกนี้จะเขียวชอุ่มทั้งปี

ลำตะคองเป็นแม่น้ำสายสำคัญอีกสายหนึ่งที่เปรียบเสมือนสายเลือดที่ไหลหล่อเลี้ยงผู้คนในจังหวัดนครราชสีมา มีต้นกำเนิดจากเขาฟ้าผ่า ซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (ไหลผ่านอำเภอปากช่อง อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา และบรรจบกับแม่น้ำมูลท้ายน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา) 

ถึงแม้ว่าลุ่มน้ำลำตะคองจะมีป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ไว้คอยกักเก็บน้ำฝน และมีน้ำไหลอยู่ตลอดทั้งปี แต่เนื่องจากบริเวณพื้นที่กลางน้ำและปลายน้ำมีความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ทำการเกษตร และทำธุรกิจ จึงมีการสูบน้ำบาดาลมาใช้ในปริมาณมาก จนทำให้เกิดปัญหาการจัดการน้ำและขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง

การเดินทางมาที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในครั้งนี้จึงเป็นการพาอาสาสมัครมาสัมผัสกับสายน้ำ ได้เห็นความยิ่งใหญ่และความสวยงามของธรรมชาติ เพื่อที่จะได้เข้าใจลุ่มน้ำ รู้จักการอนุรักษ์น้ำอย่างถูกวิธี และสร้างจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้คงอยู่ไปถึงคนรุ่นหลัง

ระหว่างสองข้างทางเราสังเกตเห็นหญ้ารังไก่ เดินไปหน่อยก็เจอต้นหวาย ถือเป็นพืชชนิดหนึ่งที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่า พอเงยหน้าตามเสียงวิทยากรก็มีเถาวัลย์เส้นหนาระโยงระยางจากต้นนู้นไปยังต้นโน้น นับเป็นการพึ่งพากันของต้นไม้ใหญ่กับเถาวัลย์ เวลากระแสลมพัดแรงรากของต้นไม้พยุงตัวเองไม่ได้ ก็อาศัยเพื่อนบ้านอย่างเถาวัลย์คอยยึดเหนี่ยวเอาไว้ แถมเถาวัลย์ยังเป็นสะพานเชื่อมของสัตว์ที่หากินบนต้นไม้อย่างชะนี กระรอก 

ระหว่างศึกษาวิทยาการชวนอาสามัครหยุดดู ‘น้ำนิ่งไหลลึก’ เป็นบริเวณที่แหล่งน้ำเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในหน้าแล้ง ถ้าไปไหนก็ตามแล้วสังเกตเห็นน้ำนิ่งแสดงว่าลึกแน่ แต่ถ้าตรงไหนน้ำไหลแรง สบายใจได้ว่าน้ำตื้น น้ำนอกจากจะมาจากฝน ยังมาจากต้นไม้ด้วยนะ ดินก็มีส่วนในการเก็บน้ำเหมือนกัน ยิ่งดินเหนียวยิ่งเก็บน้ำได้ดี เพราะช่องว่างระหว่างดินค่อนข้างถี่

ถ้าต้นไม้เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่า จิงโจ้น้ำก็เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของน้ำด้วยเช่นกัน ถ้าสัตว์อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำนั้นได้ คนก็ดื่มน้ำจากแหล่งน้ำนั้นได้เหมือนกัน ส่วนสีของน้ำในห้วยลำตะคองจะมีลักษณะขุ่นเล็กน้อยเพราะตลอดเส้นทางที่น้ำไหลลงมาจากเขาฟ้าผ่าต้องไหลผ่านหินภูเขาซึ่งเป็นหินทราย (ถ้าน้ำใสแจ๋วต้องไหลผ่านหินภูเขาที่เป็นหินปูน อย่างน้ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี)  

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติอาสาสมัครจะได้ยินเสียงน้ำไหลซู่ซ่าตลอดทาง เพราะน้ำในพื้นที่ต้นน้ำลำตะคองนั้นไหลหลากตลอดทั้งปี การมีป่าที่สมบูรณ์จะเป็นตัวช่วยอุ้มน้ำไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อถึงคราวฝนตก ป่าจะช่วยดูดซับน้ำเอาไว้ไม่ให้ไหลบ่าลงไปท่วมพื้นที่ด้านล่าง และเมื่อถึงช่วงหน้าแล้งรากของต้นไม้ที่เคยดูดซึมน้ำเอาไว้จะค่อยๆ คายน้ำออกมา การเดินป่าในครั้งนี้จึงทำให้อาสาสมัครเห็นความสัมพันธ์ของน้ำและป่าที่ช่วยกันแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งได้เป็นอย่างดี 

“ทุกสิ่งทุกอย่างมนุษย์สร้างขึ้นมาทดแทนได้  แต่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาทดแทนไม่ได้ คือสายน้ำ และความสมบูรณ์ของธรรมชาติ” ฉลาด ทิ้งท้ายแก่เราและอาสาสมัคร

วิชาที่ 3

ออกแบบพื้นที่ด้วยหลุมขนมครก

ทำความเข้าใจการออกแบบพื้นที่เก็บน้ำด้วย ‘โคก หนอง นา โมเดล’ 

ก่อนลงมือแก้ปัญหาน้ำปนเปื้อนสารเคมีทะลักเข้ามาในที่ดินและการพังทลายของหน้าดินริมลำธาร ขอชวนทำความเข้าใจ ‘หลุมขนมครก’ หรือ ‘โคก หนอง นา โมเดล’ อันเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ของรัชกาลที่ 9 กันก่อน

  โคก หนอง นา โมเดล ก็คล้ายกับ 1 ถาดขนมครก ถ้าถาดเรียบก็จะเก็บน้ำไว้ไม่ได้ การขุดหลุมขนมครกบนพื้นที่จะทำให้น้ำขังในดินได้นานขึ้น น้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงจะไม่ไหลบ่าจนเกิดน้ำท่วมเหมือนปัจจุบัน ในพื้นที่เขาหัวโล้นก็ใช้ได้ เพียงขุดหนองไว้เก็บน้ำ ปลูกพืชเป็นหน้าขั้นบันไดให้รากอุ้มน้ำในดิน ถ้าทำนาขั้นบันไดบนไหลเขาได้ยิ่งดี เพราะจะช่วยให้น้ำฝนที่ตกลงมาอยู่ในพื้นที่ดินของเราได้นานขึ้น และต้องปลูกแฝกบริเวณสันดินเพื่อช่วยให้ยึดเกาะหน้าดินได้ดี นอกจากหลุมขนมครกจะช่วยป้องกันน้ำท่วมได้แล้ว ยังช่วยจัดเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปีด้วยนะ

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น
อเล็กซ์ เรนเดลล์

วิชาที่ 4

บำบัดน้ำเสียด้วย ‘สปา’

แก้ปัญหาน้ำปนเปื้อนสารเคมีไหลทะลักเข้ามาในที่ดินด้วยการทำ ‘สปาน้ำเสีย’

หากขุดบ่อรับน้ำในบ้านของตัวเอง แต่น้ำก่อนหน้าดันไหลผ่านบ้านเพื่อนที่ใช้สารเคมีทางเกษตร แล้วจะบำบัดอย่างไร รัชกาลที่ 9 ทรงวิจัยและทำเรื่องการบำบัดน้ำเสียที่บึงมักกะสันและบึงพระรามเก้า รวมทั้งทดลองวิจัยที่แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี ในการบำบัดน้ำเสียที่ไหลผ่านเมือง ท่านตรัสว่าให้ใช้วิธีธรรมชาติ ได้ประโยชน์และประหยัด

ทางศูนย์เลยนำ ‘ระบบบำบัดน้ำเสียโดยธรรมชาติ’ มาแปลงให้เข้าใจง่ายด้วยการทำ ‘สปาน้ำเสีย’ เริ่มจาก

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

นอนพัก เป็นการขุดหนองรับน้ำให้น้ำเสียไหลเข้ามานอนพัก รอน้ำเสียนอนเต็มอิ่มจนน้ำตกกะกอนใสขึ้น แล้วปล่อยไหลไปยังบ่ออาบแดด ขอย้อนไปตอนขุดหนองสักนิด เมื่อขุดเป็นบ่อแล้วให้ย่ำมูลวัวสดผสมฟางยาแนวผนังบ่อด้วย เพราะมูลวัวจะช่วยปรับปรุงดินให้มีความหนาแน่น ไม่มีโพรง เป็นผลให้ดินเก็บน้ำได้ดี 

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

อาบแดด ขุดคลองไส้ไก่ให้คดเคี้ยว ลึกบ้าง ตื้นบ้าง เพื่อให้น้ำอยู่ในระบบบำบัดน้ำเสียได้นานที่สุด นอนอาบแดดให้แผดเผา เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรค ส่วนบริเวณคลองไส้ไก่แนะให้ปลูกพืชน้ำอย่างกก ธูปฤาษี พุทธรักษา เพื่อใช้รากดูดสารพิษ

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น
10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

กินอากาศ บ่อสุดท้ายเป็นพื้นที่พักน้ำสะอาดหลังจากการบำบัดมาสองบ่อ อาจกั้นฝายและคันดินเป็นจุด ทำเป็นน้ำตกและเติมอากาศ เพื่อความชัวร์ว่าน้ำจะปลอดภัยไร้สารพิษ ให้โยนระเบิดจุลินทรีย์เท่าลูกเปตองลงไปด้วยเพื่อปรับน้ำให้มีคุณภาพดี แล้วเจ้าจุลินทรีย์ที่ฝังอยู่ในบ่อจะคอยย่อยสลายซากพืช ซากสัตว์ที่เป็นสารอินทรีย์ในน้ำ พอย่อยสลายเสร็จ พร้อมส่งน้ำไปสู่หนองเก็บน้ำ ส่งเข้านา ส่งเข้าแปลงผัก และอุปโภคบริโภค เป็นอันจบคอร์สสปาน้ำเสียแต่เพียงเท่านี้

วิชาที่ 5

กักเก็บดินดี

แก้ปัญหาชะล้างพังทลายของหน้าดินริมลำธารด้วยการ ‘กักดิน เก็บน้ำ ปลูกแฝก’

บริเวณหนึ่งของศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา-เขาใหญ่ติดกับลำน้ำลำตะคอง เวลาน้ำหลากจะชะล้างหน้าดินลงไปอยู่ในลำน้ำเสียหมด ส่งผลให้ลำนำตื้นเขิน เขื่อนแทนที่จะกักเก็บน้ำกลายเป็นกักเก็บดิน วิทยาการแนะว่าทุกพื้นที่ติดริมน้ำหรือพื้นที่ลุ่มน้ำ ควรมีระบบอนุรักษ์ดิน เพื่อเก็บตะกอนดินดี ไว้เป็นฮิวมัสและปุ๋ยธรรมชาติให้พื้นที่ของตัวเอง

จึงเกิดการ ‘กักดิน เก็บน้ำ ปลูกแฝก’ เพื่อแก้ปัญหาชะล้างพังทลายของหน้าดินริมลำธาร 

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

  กักดิน ด้วยการปรับหน้าดินลาดชันให้เป็นนาขั้นบันได เก็บน้ำ ด้วยการขุดคลองไส้ไก่ดักตะกอนดีเก็บไว้ในหนองน้ำ ปลูกแฝก เพื่ออาศัยประโยชน์จากรากแฝกให้ช่วยยึดหน้าดินและลดการชะล้างพังทลาย แฝกควรปลูกเป็นแถวเดี่ยวขวางความลาดชันของพื้นที่ แนวแถวของแฝกจะเป็นเสมือนรั้วช่วยชะลอความเร็วของน้ำไหลบ่าหน้าดิน 

วิธีการนี้ใช้ได้กับทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นริมตลิ่ง ริมลำธาร หรือแม้แต่พื้นที่เขาหัวโล้น

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น
10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

วิชาที่ 6

คิดอะไรไม่ออกให้ ‘ปลูกกล้วย’

หน้าดินพัง เก็บน้ำไม่ดี กล้วยช่วยได้

หากเดินเข้าไปในศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา-เขาใหญ่ ไม่เพียงเห็นกองทัพต้นกล้วย แต่เจ้าบ้านยังติดป้ายอวดสรรพคุณชวนทำตามว่า ‘คิดอะไรไม่ออกปลูกกล้วย’ วิทยากรจากศูนย์ฯ เฉลยให้ฟังว่าทำไมต้องปลูกกล้วยก่อนปลูกพืชพรรณชนิดอื่น เพราะก่อนจะเป็นศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา-เขาใหญ่ ที่ดินผืนนี้เป็นดินสีน้ำตาลแห้งกรัง กักเก็บน้ำในดินได้ไม่ดี ทางศูนย์เลยเริ่มต้นปลูกกล้วยเป็นพืชเบิกนำ ลำต้นของกล้วยเก็บน้ำและความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี การปลูกกล้วยจึงเหมาะมากสำหรับใช้ปรับคุณภาพดินบนภูเขาหัวโล้น

  ที่สำคัญ กล้วยยังเป็นพืชที่ใจดี ช่วยเอื้อเฟื้อความชุ่มชื้นไปยังพืชข้างเคียงที่ปลูกเคียงคู่กันให้เจริญงอกงาม และแทบทุกส่วนของต้นกล้วยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ใบใช้นำไปห่อขนมก็ดี หยวกกล้วยก็ใช้แกงได้อร่อย ฯลฯ 

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

วิชาที่ 7

ใครฆ่าหญ้า

ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้าฆ่าหญ้า แต่ใช้หญ้าฆ่าหญ้า

การทำเกษตรกรรมในทุกวันนี้เกษตรกรจะเลือกใช้ยาฆ่าหญ้าที่อุดมไปด้วยสารเคมีกำจัดหญ้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วและลดขั้นตอนในการทำงาน แต่วิธีที่ง่ายกว่านั้นคือการ ‘ตัดให้เตียน’ แล้วไม่ต้องขนย้าย ปล่อยหญ้าไว้คอยห่มดินเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนดินที่อยู่ด้านล่าง

เมื่อความชุ่มชื้นเพียงพอจะเกิดความร้อนใต้กองหญ้า ซึ่งทำให้จุลินทรีย์เจริญได้ดีมากกว่าเดิม การย่อยสลายก็ดีตามไปด้วย จนเกิดฮิวมัสและเป็นปุ๋ยธรรมชาติราคา 0 บาท ที่ช่วยบำรุงดินต่อไป 

แถมอีกนิด ความจริงหญ้าตายได้เองถ้าไม่เจอแสงแดด เพียงแค่เอาไม้มาทาบหรือเอาร่มเงามาบังส่วนที่ไม่ต้องการ หญ้าก็จะตายไปเองโดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาไปตัด

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

วิชาที่ 8

หัวคันนาทองคำ

ปลูกผลไม้และผักสวนครัวบนหัวคันนาให้รุ่มรวยผลผลิตดั่งทองคำ

ภายในศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา-เขาใหญ่มีนาข้าวอินทรีย์ พิเศษตรงคันนาทองคำ เพราะบริเวณหัวคันนามีทั้งพืชทานได้และพืชใช้ประโยชน์ได้ แต่ดันไปขัดกับความเชื่อของชาวบ้านที่มักจะไม่ปลูกไม้ใหญ่บนคันนา ด้วยเงาของต้นไม้ทาบทับลงบนนาข้าว เป็นผลให้ข้าวเจริญเติบโตไม่ดี แต่วิทยากรแนะวิธีแก้ ง่ายนิดเดียว เพียงวางคันนาให้เป็นแนวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เท่านี้เงาก็จะไม่ทอดบนนาข้าว แถมมีหัวคันนาทองคำไว้กิน ไว้ใช้ ตลอดทั้งปี

ถ้าปลูกเยอะจนกินคนเดียวไม่หมดก็แบ่งปันเพื่อนบ้านเรือนเคียงได้อีกด้วย

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

วิชาที่ 9

ปลูกป่า 5 ระดับ

ปลูกพืชผสมผสานในแปลงเดียวกัน แต่ระดับความสูงไม่เท่ากัน

วิทยาการเล่าว่า อดีตนาข้าวถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นโคก เพื่อรองรับการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ผ่านใต้วิธีการปลูกป่า 5 ระดับ เป็นการปลูกต้นพืชหลายชนิดในแปลงเดียวกัน มีความสูงต่างระดับกัน เพราะความแตกต่างของชนิดพืชและความต่างของระดับความสูง จะทำให้เกิดการเกื้อกูลกันเหมือนป่า คล้ายการเลียนแบบระบบนิเวศของป่าตามธรรมชาติ เมื่อมีฝนตกลงมารากของพืช 5 ระดับ จะช่วยอุ้มน้ำไว้ใต้ดินมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ แล้วป่า 5 ระดับมีอะไรบ้าง

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

ไม้ระดับสูง เป็นไม้เนื้อแข็ง พวกตะเคียน สัก ประดู่ ไม้แดง

ไม้ระดับกลาง เช่น มะพร้าว มะม่วง

ไม้ระดับเตี้ย เน้นผักสวนครัว อาทิ อัญชัน 

ไม้หัวใต้ดิน พวกเผือก หัวมัน

ต้นไม้ยิ่งสูง รากยิ่งยาว ทำให้จุลินทรีย์เดินทางตามรากของต้นไม้ ส่งผลให้พื้นที่นั้นจะยิ่งอุดมสมบูรณ์และเกิดความสมดุล แถมพ่วงมาด้วยการปลูกป่า 3 อย่าง แต่ได้ประโยชน์ถึง 4 อย่าง เริ่มจากการปลูกพืชที่กินได้ ปลูกพืชที่นำมาใช้งานได้ และปลูกพืชที่นำมาสร้างที่อยู่อาศัยได้ เพื่อให้ได้ประโยชน์ 4 อย่าง สำหรับพออยู่ พอกิน พอใช้ และพอร่มเย็น 

วิชาที่ 10

น้ำหมักสารพัดประโยชน์

ทำน้ำหมักรสจืดจากหน่อกล้วยและปั้นระเบิดจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย

สมัยเปิดศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา-เขาใหญ่ พื้นที่เดิมเป็นพื้นที่ทำเกษตรเคมีมาก่อน ภายหลังทางศูนย์มาเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์ แต่ยังไม่วายมีสารพิษตกค้าง เลยตั้งใจทำน้ำหมักรสจืดจากหน่อกล้วย หมักจนอายุครบ 3 เดือน พร้อมใช้งาน! ก็เอามาราดลงดิน เพื่อชะล้างสารพิษในดิษและบำรุงดินให้ดีกว่าเดิม ด้วยการเพิ่มจุลินทรีย์ดีให้ดิน

นอกจากจะหมักพืชเป็นน้ำ ยังปั้นระเบิดจุลินทรีย์เพื่อบำบัดน้ำเสียจากปุ๋ยหมักแห้ง ดินเลน รำข้าว แกลบเผา แกลบดิบ และน้ำหมักรสจืด ผสมคลุกเคล้ากันแล้วปั้นขนาดเท่าลูกเปตอง วางในพื้นที่ร่มสัก 7 – 15 วัน ก็พร้อมกลายร่างเป็นระเบิดลูกจิ๋วสำหรับบำบัดน้ำเสีย โดยการโยนระเบิดจุลินทรีย์ 1 ลูก เหมาะกับพื้นที่บ่อน้ำขนาด 1 ตารางเมตร 

อ้อ ทางศูนย์ไม่ได้ทำแค่น้ำหมักรสจืดจากหน่อกล้วยนะ ยังมีมากถึง 7 รส สำหรับใช้กับร่างกายและต้นพืช

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

จาก 10 วิชา ของหลักสูตร TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ คงทำให้หลายบ้าน ที่ดินทุกแปลง บ้านทุกหลัง ที่อยู่ในลุ่มน้ำนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ได้กับทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะมีที่ดิน พื้นที่เกษตร หรือเป็นคนที่อาศัยอยู่ในเมือง ก็สามารถนำความรู้เหล่านี้ไปจัดการน้ำไว้ใช้ในที่ดินของตัวเอง โดยเฉพาะบำบัดน้ำเสียจากสารเคมีปนเปื้อนและแก้ปัญหาการพังทลายของหน้าดิน ตลอดจนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการชะล้างตะกอนดินไปยังแหล่งน้ำสาธารณะ เพื่อช่วยกันพยาบาลลุ่มน้ำในทุกลุ่มน้ำที่เราพึ่งพาอาศัย ถ้านำวิธีการพยาบาลลุ่มน้ำจาก TCP spirit ไปใช้ ขอเพียงแค่ 10% ของพื้นที่ลุ่มน้ำหันมาจัดการน้ำตามแนวทางนี้และช่วยบอกต่อกับคนใกล้ชิด ก็จะสามารถช่วยพยาบาลลุ่มน้ำได้ทั่วประเทศ

Writers

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load