เวลามาบางกะเจ้าจะกินอะไรดี

พอคิดไปแล้ว ถึงจะเคยไปขี่จักรยานทั่วสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ และเดินเที่ยวตลาดน้ำบางน้ำผึ้งจนรอบ ก็ยังบอกไม่ได้ว่าบางกะเจ้ามีรสชาติอะไรที่โดดเด่นจดจำได้ จนอยากกลับไปเพียงเพื่อให้ได้กินอาหารจานนั้นอีก

ผู้ที่มองเห็นปัญหานี้และอยากลุกขึ้นมาจัดการมัน คือคนกลุ่มหนึ่งที่ประกอบด้วย FARMTO ธุรกิจขายสินค้าเกษตร ลุงรีย์-ชารีย์ บุญญวินิจ จาก Uncleree Farm ฟาร์มไส้เดือนที่สนใจเรื่องวัตถุดิบอาหาร วี-กวี สุดจิตต์ จากกิน-ได้-ดี ธุรกิจอาหารสำหรับคนแพ้อาหาร และ มิ้ม-ผกามาศ อินทับ จากสาระดีดี ร้านสลัดที่พิษณุโลก ทั้งสี่แบรนด์เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพอแล้วดี The Creator รวมถึงขอใช้พื้นที่ Hiddenwoods ของ แมน-ปัญญา เต็มคำขวัญ เป็นเวทีในการสร้างสรรค์

ความรักอาหารผสมกับความอยากช่วยพัฒนาพื้นที่ พาพวกเขามาร่วมมือกันปลุกสรรค์ปั้นเสกบางกะเจ้า จนกลายเป็นอาหารจากวัตถุดิบบางกะเจ้า 8 เมนูที่เราไปชิมมาแล้วขอยืนยันว่าอร่อยจริงๆ

แต่ความอร่อยนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง เพราะอาหารเหล่านี้ทั้งทำง่าย ดีต่อสุขภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

ขอชวนมาร่วมเข้าครัว สานต่อความเป็นบางกะเจ้าด้วยกัน

 

เตรียมตัวทำ

ช่องว่างเรื่องอาหารในบางกะเจ้า ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่ ‘เคย’ มี

ระหว่างที่ลงมาศึกษาชุมชน พวกเขาพบว่าที่นี่มีผลผลิตทางธรรมชาติในตำนานมากมาย เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้บางกะเจ้า หรือส้มเทพรส ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นของหากินยาก และมีไม่พอที่จะผลิตในปริมาณมาก นอกจากนั้น คนในชุมชนก็เคยมีภูมิปัญญาเรื่องการประกอบอาหารจากวัตถุดิบพื้นถิ่นอยู่มากมาย แต่คุณค่าเหล่านี้ไม่ถูกมองเห็น และกำลังเลือนหายไป

นี่จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่จะหยิบเอาวัตถุดิบและความรู้เท่าที่มีมากระตุ้นให้เกิดรสชาติแห่งบางกะเจ้าอีกครั้ง

บางกะเจ้า

หลังจากศึกษาไปแล้ว พวกเขาก็คิดว่าเริ่มจาก ‘จาก’ ก่อนแล้วกัน

จากเป็นพืชที่อยู่กับบางกะเจ้ามานาน เพราะพื้นที่บางกะเจ้าเป็นสามน้ำ ประกอบด้วยน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย เหมาะกับให้จากเติบโตได้ดี รวมถึงได้ทำหน้าที่เป็นกำแพงกันดินธรรมชาติ คอยปกป้องเกาะกลางกรุงเทพฯ แห่งนี้ไว้ แถมเป็นต้นไม้ที่นำไปใช้ได้ทุกส่วน ทั้งใบ แก่น ผล ไปจนถึงส่วนลึกลับราคาแพงอย่างนมจาก

พวกเขาจึงจะสร้างเมนูโดยมีจากเป็นหลัก ร่วมวงด้วยวัตถุดิบอื่นๆ ที่หาได้ง่ายในบางกะเจ้า เช่น มะขาม มะตาด ตะลิงปลิง และผักปลัง ภายใต้เงื่อนไขว่า เมนูจะต้องอร่อย ทำง่าย แม้คนแพ้อาหารก็กินได้

หากไม่เชื่อ ต้องลองไปอ่านสูตร แล้วทำกันเองดู

 

ลงมือทำ

ลูกจากทอด กินกับน้ำจิ้มมะขามเปียกตาลมะพร้าว

บางกะเจ้า บางกะเจ้า

ลูกจากทอดรสอร่อยให้อารมณ์คล้ายคาลามารี เพราะจากของบางกะเจ้าปลูกในน้ำเค็ม ในลูกจากจึงมีกลิ่นทะเลอ่อนๆ คล้ายหมึก

  1. เลือกลูกจากแบบกลางๆ ไม่อ่อนหรือไม่แก่จนเกินไป
  2. นำลูกจากมาล้างทำความสะอาด
  3. นำแป้งทอดกรอบผสมเกลือมาคลุกบางๆ
  4. ทอดในน้ำมันท่วม

หากอยากกินกับรสชาติแนวๆ มากกว่าแค่ซอสมะเขือเทศ ขอเสนอน้ำจิ้มรสชาติไทยที่ทำจากมะขามเปียกผสมกับน้ำตาลมะพร้าว ให้ได้ทั้งรสเปรี้ยวและหวานลงตัว

  1. นำมะขามเปียกแช่ในน้ำ พักไว้ 10 นาที แล้วนำมาคั้นเอาน้ำ
  2. ตั้งกระทะบนไฟกลาง ต้มน้ำเปล่า เติมน้ำตาลมะพร้าว เคี่ยวให้น้ำตาลละลาย
  3. เติมน้ำมะขามเปียก น้ำปลา เกลือ เคี่ยวต่อให้เดือด (ในขั้นตอนนี้ หากเติมมะเขือเทศจะช่วยให้รสชาติกลมกล่อมมากขึ้น)
  4. ผสมแป้งมันกับน้ำเปล่า เติมลงไปเคี่ยวให้เหนียวข้น แป้งสุกใสเมื่อไรแปลว่าพร้อมเสิร์ฟ

 

ยำบางกะเจ้าและปลานิลฟู

บางกะเจ้า

ปลานิลฟูที่รสชาติเค็มๆ มันๆ ตัดกับรสเปรี้ยวของตะลิงปลิงได้เป็นอย่างดี ส่วนผักปลังเป็นผักพื้นบ้านที่หาได้ตามตลาดโดยทั่วไป จะสร้างสัมผัสกรอบให้ยำ

  1. นำตะลิงปลิงมาล้างทำความสะอาดแล้วคั้นให้ได้น้ำแยกไว้ เหลือไว้หั่นแว่นประมาณ 2 เม็ด
  2. ล้างทำความสะอาดผักปลังเตรียมไว้ ตั้งน้ำไฟกลาง พอเดือดแล้วนำผักปลังลงไปลวก เติมเกลือนิดหน่อย แล้วยกขึ้น ล้างด้วยน้ำเย็น พักไว้
  3. ผสมน้ำตะลิงปลิง น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา ละลายให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำพริกเผา คนให้เข้ากัน ได้ออกมาเป็นน้ำยำรสแซ่บ
  4. คลุกผักปลังที่ลวกแล้วกับน้ำยำ เติมหอมแดง ตะลิงปลิงหั่นแว่น และพริกขี้หนูซอย
  5. ย่างเนื้อปลานิล แล้วนำมาโขลกในครกให้เนื้อละเอียด ก่อนจะตั้งกระทะไฟกลาง พอน้ำมันร้อนจัด โรยเนื้อปลานิลลงไปทอด รอให้เนื้อปลาเป็นสีเหลืองทองแล้วยกขึ้นมาพักน้ำมัน
  6. ตักยำใส่ภาชนะ วางปลาฟูไว้ด้านบน โรยด้วยมะพร้าวคั่วและสะระแหน่

 

แกงเผ็ดมะตาด

บางกะเจ้า

มะตาด หรือแอปเปิ้ลมอญ เป็นผลไม้หน้าตาแปลกประหลาดที่คนมอญนิยมใช้ทำแกงส้มและแกงคั่ว สาเหตุที่มีมะตาดอยู่ในบางกะเจ้าก็เพราะโดยดั้งเดิมแล้วคนบางกะเจ้ามีเชื้อสายมอญนั่นเอง

บางกะเจ้า บางกะเจ้า

  1. นำมะตาดมาปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นบางๆ เเช่น้ำไว้
  2. ล้างกุ้งให้สะอาด แกะเปลือกเเล้วผ่าหลัง
  3. ใส่กะทิลงในหม้อ ตั้งบนไฟกลาง พอกะทิเดือดเเล้ว เติมพริกเเกงลงไปผัดให้หอม
  4. เติมมะตาดลงไปผัดให้สุก เเล้วเติมกุ้งลงไปผัดให้สุก
  5. ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา เติมพริกชี้ฟ้า เเละโหระพา ตามใจชอบ

 

โรตีจาก

บางกะเจ้า

ส่วนตัวแล้วขอแนะนำเมนูนี้เป็นพิเศษ เพราะโรตีที่ผสมจากมีรสเค็มมัน อร่อยกว่าโรตีปกติที่เคยกิน แถมเหมาะกับคนแพ้แป้งสาลี ไข่ และนม รวมถึงช่วยลดปริมาณขยะเศษอาหาร เพราะลูกจากที่นำมาใช้คือลูกจากแก่ที่แข็งแล้ว นำไปใช้อะไรไม่ได้ นอกจากมาทำเป็นผงผสมแป้งเช่นนี้

บางกะเจ้า

  1. เลือกลูกจากที่แก่กำลังพอดี ไม่แข็งหรืออ่อนไป นำมาอบไล่ความชื้นออก บดเป็นผงแป้ง
  2. ผสมแป้งจากกับแป้งมันสำปะหลังในอัตราส่วน 1:1 ใส่เกลือเล็กน้อย
  3. ผสมน้ำร้อนและน้ำมันรำข้าว คลุกให้เข้ากัน
  4. ตั้งกระทะด้วยไฟอ่อน แล้วนำส่วนผสมลงไปผัดโดยเติมน้ำร้อนอีก 4 ช้อนชา ผัดจนแป้งสุก สังเกตว่าแป้งจะเกาะตัว ให้นำแป้งออกจากกระทะ
  5. นวดแป้งจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ปั้นเป็นก้อนกลมแล้วบี้แบนเป็นแผ่น
  6. ลงทอดในน้ำมันร้อนๆ ให้โรตีพองกรอบ

บางกะเจ้า บางกะเจ้า บางกะเจ้า

 

ส้มตำลูกจากไหลบัว

บางกะเจ้า

ส้มตำเป็นเมนูทำง่ายที่ใช้อุปกรณ์น้อยแต่อร่อยได้หลากหลาย โดยเฉพาะเมื่อใช้ไหลบัวและเม็ดบัวกรุบกรอบ ทำให้ได้รสชาติแปลกใหม่ ทั้งหวานทั้งเค็ม ไม่ใช่แค่เปรี้ยวหรือเผ็ดอย่างเดียว

บางกะเจ้า บางกะเจ้า

  1. เตรียมน้ำส้มตำ โดยการผสมน้ำปลาและน้ำตาลมะพร้าว ละลายให้เข้ากัน เติมน้ำมะนาว
  2. ล้างทำความสะอาดไหลบัวและถั่วฝักยาว หั่นชิ้นพอคำ
  3. ตำพริกและกระเทียบพอหยาบ เติมถั่วฝักยาว ตำพอบุบๆ นำไหลบัวลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ไม่ต้องตำไหลบัว
  4. ใส่ลูกจากทอดประกอบด้านข้าง
  5. ราดด้วยน้ำส้มตำ โรยกุ้งแห้งและเม็ดบัว จัดแต่งให้สวยงาม

 

ไก่ย่างอบใบจาก

บางกะเจ้า

ในต้นจาก มีของลับซ่อนอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ ‘นมจาก’ ที่เป็นริ้วสีน้ำตาล หลบอยู่ใต้ใบอ่อนของจาก จากแต่ละต้นจะมีนมจากปริมาณน้อย ทำให้นมจากกิโลกรัมหนึ่งก็ขายได้ราคาเป็นหมื่นแล้ว ปกติแล้วชาวบ้านมักนำไปใช้ทำชา แต่เราได้พบว่าเมื่อนำมาอบไก่ นมจากจะทำให้รสไก่นวลอร่อยขึ้นด้วย

บางกะเจ้า

  1. ล้างทำความสะอาดไก่
  2. โขลกพริกไทย กระเทียม ขมิ้น รากผักชี ให้ละเอียด นำไปคลุกเคล้าชโลมให้ทั่วไก่ โรยเกลือ หมักเก็บไว้ในตู้เย็น 2 ชั่วโมง
  3. นำไปย่างบนเตาถ่าน ให้หนังไก่กรอบเป็นสีเหลืองส้ม
  4. นำใบจากมาวางบนตะแกรง วางไก่ทับใบจากให้ตรงกับบริเวณที่มีนมจาก แล้ววางใบจากทับลงไปอีกรอบ
  5. อบต่ออีกประมาน 30 นาที ไก่จะสีสวยงาม มีกลิ่นหอม พร้อมเสิร์ฟ

 

ต้มส้มปลาใบมะขามอ่อนบางกะเจ้า

มะขามเป็นของหาง่ายในพื้นที่บางกะเจ้า และยอดมะขามก็รอคอยให้เราเด็ด เพราะยิ่งเด็ด มะขามจะยิ่งแตกยอดใหม่ การนำมะขามอ่อนมาทำต้มส้ม จึงได้ทั้งความอร่อยและช่วยให้ธรรมชาติได้เติบโต

  1. เตรียมปลาทู โดยการดึงเหงือกและดึงไส้ออก แล้วล้างให้สะอาด
  2. โขลกหอมแดงและพริกขี้หนูหยาบๆ หั่นต้นหอม ผักชี ล้างใบกะเพรา เตรียมไว้
  3. เตรียมหม้อเติมน้ำตั้งไฟกลางจนเดือด เติมเกลือ เติมข่า ตะไคร้ หอมแดงโขลก
  4. พอเครื่องเทศสุกแล้วเติมปลาทูลงไป ต้มประมาน 5 – 6 นาที แล้วเติมยอดมะขามอ่อน ต้มจนสุกดี ปรุงรสด้วยน้ำปลา โรยใบกะเพรา ต้นหอม ผักชี

 

ซอร์เบต์ตะลิงปลิงผสมเนื้อลูกจาก ราดน้ำตาลสด

บางกะเจ้า

นี่คือเมนูปราบเซียนที่ได้ แนน-วราภรณ์ มงคลแพทย์ จากบ้านหมากม่วงที่ปากช่องมาช่วยออกแบบ อาจจะทำยากสักนิด เพราะต้องกะสมดุลรสชาติเปรี้ยวหวานเค็มให้ดี แถมยังต้องใช้เครื่องปั่นไอศครีมด้วย แต่รับรองว่าหากเจอจุดที่ถูกต้อง รสตะลิงปลิงจะทำให้คุณลืมซอร์เบต์ส้มหรือมะนาวที่เคยกินมาเสียสนิทแน่นอน

  1. ผสมน้ำตาลทราย เกลือ คนให้เข้ากัน เทน้ำเดือดลงไปผสม คนให้ละลายและไม่มีส่วนผสมจับกันเป็นก้อน นำไปพักให้เย็น
  2. ปั่นผสมเนื้อตะลิงปลิงและน้ำตาลสดเคี่ยวเข้าด้วยกันให้ละเอียด
  3. ปั่นผสมสิ่งที่ได้จากข้อ 1 และข้อ 2 ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
  4. บ่มไว้ในตู้เย็นประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง
  5. นำมาปั่นด้วยเครื่องปั่นไอศครีมประมาณ 45 – 60 นาที จนเริ่มแข็งตัว
  6. ตักใส่ในภาชนะ / กล่องบรรจุ และผสมเนื้อลูกจากลงไปให้ทั่ว
  7. แช่แข็งทิ้งไว้อีก 1 วัน

 

Aftertaste

ไม่ว่าอาหารจะอร่อยแค่ไหน แต่สุดท้ายเมนูเหล่านี้ก็ยังเป็นแค่ข้อเสนอที่มาจากคนนอกชุมชน

ถ้าจะให้ดีที่สุด รสชาติของบางกะเจ้าควรมาจากคนในชุมชนเอง

เพราะอย่างนั้น จุดสำคัญของกระบวนการตามหารสบางกะเจ้าทั้งหมดนี้จึงอยู่ที่การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ เด็กๆ เหล่านี้มีหน้าที่ตามหาวัตถุดิบมาให้ทีม แลกกับรายได้เล็กๆ น้อยๆ ในขณะเดียวกันก็ได้ความรู้และเข้าใจคุณค่าของสิ่งที่มีในท้องถิ่นด้วย

จากที่เคยรับจ้างทำงานทั่วไป วันนี้เด็กหลายคนเริ่มสนใจอยากหันมาทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้บางกะเจ้า และหวังว่าพวกเขาจะเติบโตไปเป็นกลุ่มชาวบางกะเจ้าที่เข้มแข็งในอนาคต

ส่วนเมนูเหล่านี้ก็ไม่อยากให้จบแค่การทำชิมกันไม่กี่ครั้ง แต่หวังให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าและร้านอาหารต่างๆ ในบางกะเจ้ามาลองหยิบไปตีความและทำเมนูอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีก จนกระทั่งวันที่ไปบางกะเจ้า แล้วมีแต่อาหารเฉพาะถิ่นขายอยู่ทั่วตลาด จนคนอยากมาบางกะเจ้าเพื่อลิ้มรสชาติพิเศษที่หาที่อื่นไม่ได้

หากอาหารแบบบางกะเจ้าฟื้นกลับมา ก็อาจส่งผลต่อไปได้ถึงการทำไร่สวนในพื้นที่ เมื่อมีอุปทานต้นจาก มะตาด และตะลิงปลิง ชาวบ้านก็จะไม่ปลูกต้นไม้อื่นที่ไม่เหมาะกับความเป็นบางกะเจ้า ทำให้ระบบนิเวศบนเกาะเปลี่ยนไปในทางที่เหมาะสมขึ้นด้วย

ให้รสชาติของบางกะเจ้า เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความเป็นบางกะเจ้าให้เข้มแข็งอีกครั้ง

Writer & Photographer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2565
4.66 K

เบื้องหลังคลองภักดีรำไพที่ทอดยาวเลียบไปกับถนน คือทิวทัศน์ของภูเขาและหนึ่งฟ้ากว้างเคล้ากับหมอกจาง ๆ ที่มองแล้วรู้สึกสงบใจ ใครจะคิดว่าวิวนี้มองเห็นได้จากศูนย์การค้าอย่าง ‘เซ็นทรัล จันทบุรี’ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ศูนย์การค้าแห่งนี้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดจันทบุรี ที่รุ่มรวยทั้งวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ อย่างภูเขา น้ำตก ทะเล ผลไม้เมืองร้อน ไปจนถึงอัญมณี ราวกับเป็น Hidden Gem แห่งภาคตะวันออกที่รอการเจียระไนให้เฉิดฉาย 

เซ็นทรัลพัฒนาจึงปักหมุดพื้นที่กว่า 40 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก โดยมีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม และคอนเวนชันฮอลล์สำหรับจัดงานแสดงสินค้าและงานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยมีโจทย์คือทำอย่างไรให้เชื่อมโยงพื้นที่จากภายในอาคารสู่ภายนอกอาคารได้อย่างลื่นไหล กลมกลืน รวมทั้งใช้สอยพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเกิดเป็นศูนย์การค้าแบบ Semi-outdoor ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกิน เที่ยว ช้อปปิ้งตั้งแต่เช้าจรดค่ำ 

ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ คือดีไซน์ที่ไม่ป่าวประกาศว่าเป็นอาคารหน้าใหม่ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นในจังหวัดจันทบุรี หากเป็นการผสมผสานความทันสมัยและเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไว้อย่างลงตัว รวมถึงการออกแบบพื้นที่ให้โอบรับกับวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายช่วงวัย 

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เสน่ห์เมืองจันท์ที่แทรกซึมอยู่ในการออกแบบ

ถ้ามีใครถามหาคู่มือ ‘รู้จักจันทบุรีฉบับรวบรัด’ เราคงแนะนำให้เดินทางมายังเซ็นทรัล จันทบุรี เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนการรวบรวมเอาความรุ่มรวยของทั้งจังหวัด มาไว้ในการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Charming Chanthaburi’ หรือ ‘มหัศจรรย์จันทบุรี’ 

หากมองจากภายนอกตัวอาคาร เราจะพบสัญลักษณ์ของเมืองจันท์อย่าง Art Feature กระต่ายสีขาวแสนน่ารักในหลากหลายอิริยาบถรอบ ๆ ศูนย์การค้า ชวนให้เรารู้สึกสดใสและอบอุ่นหัวใจในเวลาเดียวกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนบริเวณด้านหน้า เราจะเห็นฟาซาด (Façade) หรือองค์ประกอบด้านหน้าของอาคาร เป็นสีน้ำตาลอิฐที่มีรูปทรงโค้งมนซ้อนทับกันหลายชั้น โดยลวดลายดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายเสื่อจันทบูร ผสมผสานกับประกายของอัญมณีเมืองจันท์

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน เราจะพบว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งของอาคารเป็นแบบเปิดโล่งหรือ Semi-outdoor เพื่อรับแสงและลมธรรมชาติ โดยตัวอาคารค่อนข้างโปร่ง ทำให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย เมื่อรวมกับวัสดุกึ่งปูนกึ่งไม้ ยิ่งได้กลิ่นอายของบ้านเรือนในชุมชนริมน้ำจันทบูร แต่ความละเอียดของสถาปัตยกรรมดังกล่าวไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อมองลึกลงไปจนถึงดีเทลเล็ก ๆ อย่างเสาบริเวณชั้น 1 จะเห็นว่าเสาถูกตกแต่งด้วยเสื่อจันทบูรลายเก๋ ตลอดจนลายกระเบื้องบริเวณศูนย์อาหาร (Food Patio) ก็มีการเลือกใช้สีสันและแพตเทิร์นที่คล้ายกับเสื่อกกเช่นกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงจันทบุรี คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงรสชาติผลไม้เมืองร้อน อย่างเงาะ มังคุด ทุเรียน หรือลองกอง ซึ่งความน่ารักของบริเวณชั้น 2 คือ โซนสำหรับนั่งพักที่บ่งบอกถึงความเป็นจันทบุรี ผ่านเฟอร์นิเจอร์สีสวยดีไซน์สร้างสรรค์ โดยเฉพาะเก้าอี้รูปทรงทุเรียนและมังคุดสุดมินิมอล ราวกับเป็นผลงานศิลปะที่นั่งได้จริง

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

คงกลิ่นอายความเป็นชุมชน

นอกจากการออกแบบที่คำนึงถึงท้องถิ่นแล้ว สิ่งที่ทำให้เซ็นทรัล จันทบุรี โดดเด่น คือการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยชูอัตลักษณ์ของดีแห่งจันทบุรี นำร้านรวงและสินค้าท้องถิ่นมาเปิดขายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของดีเมืองจันท์ ในงานสีสันจันทบูร ร้านกาแฟคราฟต์ของนักธุรกิจท้องถิ่นรุ่นใหม่อย่าง กาแฟบ้านทวด และ ‘โซนพลอยจันท์’ ที่เต็มไปด้วยร้านอัญมณีชื่อดังของจังหวัด

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

‘ตลาดจริงใจ’ ที่มีผักและผลไม้จากสวนในท้องถิ่น เช่น มะปี๊ดหรือส้มจี๊ด หน่อไม้ มังคุด ลองกอง เงาะ ฯลฯ ส่วนบริเวณ Semi-outdoor ของชั้น G ก็ได้รวมเอาของดีจาก 10 อำเภอดังมาจัดจำหน่ายอีกด้วย

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนภายนอกอาคาร ยังมี ‘จุดชมจันท์’ ที่มองวิวบริเวณคลองภักดีรำไพได้แบบ 360 องศา โดยชั้นล่างเปิดเป็นคาเฟ่ ‘Seed Of Siam’ คาเฟ่ที่ตั้งใจจะฟื้นคืนกาแฟจันทบูรที่เคยห่างหายไปนับร้อยปี ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟจันทบูร คือรสช็อกโกแลตที่จิบแล้วมีรสหวานตบท้าย เรียกว่าเป็นอีกโซนหนึ่งที่ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศและรสชาติในแบบฉบับของเมืองจันท์เลยทีเดียว

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เซ็นทรัล จันทบุรี ยังจ้างงานคนท้องถิ่นมาทำงานในศูนย์การค้า เปิดโอกาสให้ชาวจันทน์ที่ต้องไปทำงานต่างบ้าน ได้มีโอกาสกลับมาทำงานในจังหวัด ดูแลท้องถิ่น และสร้างความรู้สึกให้ชุมชนได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดตัวเอง

พื้นที่สาธารณะที่โอบรับคนทุกวัย

อีกจุดเด่นของเซ็นทรัล จันทบุรี คือพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์ผู้คนทุกช่วงวัย โดยภายในอาคารจะมี ‘บ้านชานจันท์’ Co-working Space ร้านกึ่งคาเฟ่สำหรับนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ ถัดไปไม่ไกลจากบริเวณนั้นยังมีสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่เด็ก ๆ เข้าไปปีนป่ายเล่นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เมื่อเดินออกมาจากโซน Semi-outdoor เราจะพบพื้นที่กว่า 4 ไร่ที่ถูกพัฒนามาเป็น ‘สวนเพลิน’ เพื่อตอบโจทย์การพักผ่อนหย่อนใจของชาวจันทบุรี สำหรับคนที่อยากนั่งเงียบ ๆ ก็มี ‘เรือนจันทบูร’ ให้หย่อนใจทอดสายตามองวิวแม่น้ำและภูเขา ส่วนสายออกกำลังกาย ที่นี่มีทั้งลู่วิ่งรอบสวน ความยาวกว่า 400 เมตร จุดจอดจักรยาน ลานสเกตบอร์ด สนามบาสเกตบอล เครื่องออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น ไปจนถึงพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
เรือนจันทบูร
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
สวนเพลิน

ถัดจากโซนสัตว์เลี้ยง คือบริเวณ ‘ลานอินจัน’ ที่ตั้งชื่อตามต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี โดยลานนี้จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ความพิเศษคือท่ามกลางไม้ดอกไม้ประดับ เราจะเห็นต้นอินจันและผลไม้ท้องถิ่นอย่างมะปี๊ด มังคุด และทุเรียน ปลูกแซมอยู่ภายในสวน เพื่อรอวันให้เราได้ยลโฉม (และอาจจะได้ลิ้มรส) เมื่อต้นไม้เหล่านี้ผลิดอกออกผลเต็มที่

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

หากย้อนกลับมามองในภาพรวมของเซ็นทรัล จันทบุรี เราจะไม่ได้เห็นเพียงผู้คนที่ก้าวเข้ามาซื้อสินค้าและบริการเท่านั้น แต่เราจะเห็นผู้มาเยือนที่ได้ทำความรู้จักจังหวัดนี้ผ่านดีไซน์และร้านรวงต่าง ๆ ได้เห็นเด็ก ๆ กำลังเล่นสนุก วัยรุ่นมาถ่ายรูปเช็กอิน วัยทำงานมาใช้พื้นที่ Co-working Space ครอบครัวพาเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นออกกำลังกาย เพราะนอกจากการเป็นศูนย์การค้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่แห่งนี้ยังเชื่อมต่อผู้คนมากหน้าหลายตาให้เข้ามาใช้ชีวิต และสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดจันทบุรีได้อย่างเต็มอิ่ม

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load