Taste Nirvana คือแบรนด์น้ำมะพร้าวพร้อมดื่มสัญชาติไทยที่ดังระดับโลก ทั้งครองใจคนทั่วสหรัฐอเมริกามายาวนาน และขายดีที่แคนาดา ออสเตรเลีย รัสเซีย สโลวาเกีย เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ดูไบ คูเวต

แต่ไม่เคยแม้วางจำหน่ายในประเทศไทย

ในประเทศที่น้ำมะพร้าวหวานหอมหากินได้ง่ายและราคาไม่แพง ใครจะยอมซื้อน้ำมะพร้าวบรรจุขวดราคา 70 บาท จริงไหม

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

แต่เดี๋ยวก่อน ทันทีที่ได้ชิมน้ำมะพร้าว สูตร HPP Cold Pressed และน้ำมะพร้าวโซดาในรูปแบบ Sparkling Water เย็นชื่นใจ เราก็ขอถอนคำพูด

ยิ่งได้คุยกับ คุณสุรชัย วัฒนาพร ผู้ก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์ Taste Nirvana ผู้ซึ่งมีประสบการณ์กว่า 50 ปีในการบริหารบริษัทและโรงงานผลิตซอสปรุงรสพันท้ายนรสิงห์ในสหรัฐอเมริกา บุกเบิกชาไทยพร้อมดื่ม ก่อนจะเริ่มต้นสร้างแบรนด์น้ำผลไม้พร้อมดื่ม Taste Nirvana เมื่อ 15 ปีก่อน ถึงการทำธุรกิจครอบครัวควบคู่ไปกับสร้างทางเลือกใหม่ให้ตลาด เรายิ่งรู้สึกเสียดายที่คนไทยน่าจะรู้จัก Taste Nirvana เร็วกว่านี้

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

วิธีการบริหารธุรกิจแบบที่คิดการใหญ่ ใช้ความอดทน และใฝ่รู้ ยังคงร่วมสมัยเสมอ อย่างน้อย Taste Nirvana ก็พิสูจน์แล้วด้วยการเป็นแบรนด์น้ำมะพร้าวอันดับต้นๆ ของโลก

นิตยสารชื่อดังอย่าง Better Homes and Gardens ซึ่งทำการสำรวจแบรนด์น้ำมะพร้าวพร้อมดื่มขวัญใจมหาชน ยกให้ Taste Nirvana เป็นแบรนด์น้ำมะพร้าวที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2013

นอกจากน้ำมะพร้าวรสชาติต่างๆ ที่อร่อยมากจนอยากชวนคุณมาชิมด้วยกัน เราสนุกที่ได้รู้เรื่องการสอบขอใบอนุญาตและความเอาจริงเอาจังของคุณสุรชัย ที่เปลี่ยนภาพจำร้ายๆ ที่มีต่ออุตสาหกรรมประเทศนั้น ไปจนถึงมุมมองใหม่ที่มีต่อสินค้าคุณภาพดี

และเราก็ได้ยินคำว่า มาตรฐานและคุณภาพ จากปากคุณสุรชัยบ่อยกว่าชื่อแบรนด์เสียอีก

ถ้าคุณไม่รีบไปไหน เชิญรับน้ำมะพร้าวเย็นๆ และฟังเรื่องราวของ Taste Nirvana พร้อมกัน

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

การสอบใบอนุญาตตั้งบริษัทและโรงงานในสหรัฐ

หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมจากโรงเรียนสวนกุหลาบพร้อมวุฒินิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง สุรชัยเริ่มต้นทำธุรกิจจากการเป็นตัวแทนครอบครัวไปดูแลธุรกิจเครื่องปรุงตราพันท้ายนรสิงห์ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อ 50 ปีก่อน

“บรรยากาศการสอบใบอนุญาตเปิดบริษัทและจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรม สำหรับคนเอเชียในสหรัฐอเมริกายุ่งยากแค่ไหน” เราถาม

“ไม่ได้มีปัญหายุ่งยากอะไร” สุรชัยรีบตอบทันที ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นเราคงไม่เชื่อ

“แน่นอนว่าการสร้างโรงงานที่นี่มีกฎระเบียบ ข้อกำหนด และแบบแผน มากมาย สิ่งสำคัญของการสอบของใบอนุญาตคือความรู้จริงในเรื่องที่ทำ

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

“ระบบการกำกับดูแลโรงงานในสหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญกับกระบวนการให้ความรู้และข้อมูลที่จำเป็นต่อการขออนุญาต เรื่องไหนไม่รู้ เขาก็มีหน่วยงานมาให้คำแนะนำโดยเฉพาะ เพื่อให้คุณทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของหน่วยงานรัฐบาลที่ทำงานนี้โดยตรง นั่นคือ ไม่ได้มาเพื่อจับผิดและคาดโทษ แต่มีจุดมุ่งหมายพัฒนาความรู้ความเข้าใจเพื่อให้ทุกฝ่ายทำสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม” สุรชัยเล่าบรรยากาศการกำกับดูแลอย่างประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับการขออนุญาตในประเทศไทย ไม่เพียงไม่มีข้อมูลให้ ยังปล่อยให้ผู้มาขออนุญาตจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง นำมาซึ่งความผิดโดยไม่ตั้งใจ

นอกจากความรู้เรื่องการบริหาร อดีตนักเรียนนักกฎหมายยืนยันกับเราว่าความใฝ่รู้เป็นคุณสมบัติสำคัญของการนักธุรกิจมือใหม่

สุรชัยเล่าถึงห้องเรียนสั้นๆ ที่เขาเลือกอย่างวิชาประวัติศาสตร์ชาติอเมริกาที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส หรือ UCLA เพราะเชื่อการเรียนรู้เหตุการณ์ซ้ำในอดีต เพื่อเลี่ยงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอนาคต

ไปจนถึงลงเรียนวิชาออกแบบอย่างจริง ที่มหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย ฟุลเลอร์ตัน ผสมกับความชอบเรื่องศิลปะ วิศวกรรมเครื่องยนต์ และสถาปัตยกรรม

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

รสชาติของหน้าร้อนที่คนทั้งสหรัฐอเมริกาหลงรัก

ระหว่างที่บุกเบิกสินค้าของพันท้ายนรสิงห์จนมีชื่อเสียงในหมู่ชาวเอเชียในสหรัฐอเมริกา สุรชัยก็เริ่มสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่มและจำหน่ายภายใต้ชื่อพันท้ายนรสิงห์ ซึ่งมีสินค้าขายดีอย่าง ชาไทยและกาแฟไทย จนกลายเป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่ได้ใจชาวอเมริกันผู้หลงรักหน้าร้อนของเอเชีย

ต่อมา สุรชัยตัดสินใจสร้างแบรนด์น้ำมะพร้าวและเครื่องดื่มจากผลไม้ Taste Nirvana ในปี 2003 ก่อนย้ายฐานการผลิตกลับมาที่ประเทศไทยในปี 2006 ด้วยเหตุผลเรื่องข้อตกลงการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ

ทำไมต้องเป็นน้ำมะพร้าว

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

สุรชัยเล่าว่า ที่ผ่านมาน้ำมะพร้าวพร้อมดื่มไม่เป็นที่นิยมในบ้านเรา เพราะหาซื้อได้ตามทั่วไป ขณะที่ฝั่งผู้ผลิตก็ยังไม่ค่อยมีใครหันมาทำอุตสาหกรรมแปรรูปน้ำมะพร้าวพร้อมดื่มจริงจัง จนกระทั้งมีกระแสเรื่องเรื่องสุขภาพที่โลกสนใจและรู้จักเลือกสรรอาหารและเครื่องดื่มที่มาจากธรรมชาติมากกว่าแต่ก่อน

“จุดแข็งของแบรนด์คือ การผลิตน้ำผลไม้ที่ดีกว่าเจ้าอื่นๆ เพราะเรามีประสบการณ์มายาวนาน เราใช้คุณภาพที่ดีเข้าสู้จนเกิดกระแสปากต่อปาก” สุรชัยเล่า พร้อมรินน้ำมะพร้าวส่งให้เรา

โจทย์ที่อยากให้คนไทยได้บริโภคสินค้าคุณภาพเดียวกับที่ส่งออก

นอกจากน้ำมะพร้าวแบบต้นตำรับ เราตื่นเต้นกับน้ำมะพร้าวโซดาในรูปแบบ Sparkling Water โซดาที่อร่อยสดชื่น และบรรดาน้ำมะพร้าวรสชาติอื่นๆ อย่างเสาวรส ช็อกโกแลต ชาเขียวมัทฉะ และอื่นๆ ซึ่งเป็นความตั้งใจของ Taste Nirvana ที่อยากเสนอทางเลือกในการบริโภคที่แตกต่าง

ราคาขายน้ำมะพร้าว Taste Nirvana ซึ่งอยู่ที่ 60 – 70 บาท อาจจะสูงเกินไปเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ และค่าครองชีพ

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

สุรชัยเล่าสาเหตุที่เขาและ Taste Nirvana อยากนำเสนอน้ำมะพร้าวคุณภาพให้คนไทยลิ้มลอง ว่าเขาอยากให้คนไทยเลือกกินเลือกใช้ของไทยที่มีคุณภาพ แทนที่จะทำเพื่อส่งออกและสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศเพียงอย่างเดียว

และเพื่อเสริมว่าเขาเห็นต่างจากวาทกรรมที่บอกว่า ‘ของดีมีไว้ส่งออก คนไทยก็ได้แต่กินของเหลือๆ ต่อไป’ สุรชัยจึงยกตัวอย่างพฤติกรรมบริโภคสินค้าเกษตรที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตให้เราฟัง

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

“ผมพบว่าคนไทยมีความเข้าใจผิดๆ อยู่ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ข้าวหอมมะลิ คนไทยเรามักจะมองว่าแพงเกินไปจึงไม่นิยมกิน แล้วเลือกซื้อข้าวถูกเกรดไม่ดีเพียงเพราะอยากลดค่าใช้จ่าย แต่หากคิดดูให้ดี ข้าว 1 กระสอบ ขนาด 50 กิโลกรัม เมื่อเฉลี่ยราคาข้าวหุงสุกต่อจาน ซึ่งอาจจะเป็น 2 – 3 บาท ขณะที่บนโต๊ะนั้นอุดมไปด้วยเนื้อสัตว์คุณภาพดีราคาแพงกว่าข้าวหลายเท่า ต่างจากชาวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับข้าวมาก โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นที่จะไม่ยอมกินข้าวไม่ดีเลย

“คิดดูเล่นๆ ก็ได้ว่าถ้าคนไทยทั้งประเทศเปลี่ยนความคิด หันมากินข้าวคุณภาพดี ชาวนาจะรวยขึ้นไหม และแล้วทำไมเราถึงไม่ช่วยเขาด้วยการเลือกกินข้าวที่ดี ในระยะยาวก็จะเปลี่ยนให้ชาวนาที่เคยปลูกข้าวไม่ดีหันมาปลูกข้าวคุณภาพดีด้วยความตั้งใจ คุณภาพชีวิตทุกคนก็จะเปลี่ยนไป แต่วันนี้คนเราไม่คิดแบบนั้น เราอยากซื้อทุกอย่างที่ราคาถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือตอนนี้ไม่ต้องคิดไกลแบบนั้นก็ได้ เราอยากให้เขาเริ่มจากคิดถึงตัวเองก่อนด้วยการเลือกกินของที่ดี” สุรชัยเล่า

ไม่ได้แปลว่าเราอยากให้คุณลุกขึ้นไปซื้อน้ำมะพร้าวราคา 70 บาททันทีตอนนี้ เพียงแต่ชวนคิดว่าการเลือกของเราส่งผลต่อตัวเองและคนอื่นๆ มากแค่ไหน

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

น้ำมะพร้าวไทยในตู้แช่เย็นของแผนกเครื่องดื่มโลก

สำหรับคนไทยชื่อแบรนด์ที่ยาวกว่า 3 พยางค์อาจจะทำให้จำยาก แต่สำหรับการตลาดต่างประเทศนั้นเป็นข้อได้เปรียบเพราะความหมายที่ดี

“Taste Nirvana คือรสชาติของความสุข” สุรชัยอธิบายพร้อมรอยยิ้ม

นอกจากโรงงานผลิตที่จังหวัดนครปฐม ออฟฟิศ Taste Nirvana ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีพนักงานประจำ 20 คน ทั้งไทยและเทศเกือบครบทุกเชื้อชาติ และยังมีพนักงานขายกว่า 300 คนทำหน้าที่กระจายสินค้าตามจุดต่างๆ ในโลก โดยเฉพาะห้างค้าปลีกเจ้าใหญ่ในโลก

อีกปัจจัยที่ทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ นั่นคือการออกแบบฉลากและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นสากล เรียบง่าย ให้ข้อมูลครบถ้วนเพื่อการสื่อสารที่ชัดเจน

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

“วันหนึ่งน้ำมะพร้าวจากไทยจะสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ เหมือนที่ชาเขียวของญี่ปุ่นทำได้หรือไม่” เราถาม

“จากยอดขายและความนิยมของน้ำมะพร้าว ผมบอกได้ทันทีว่าคนอเมริกันผู้รักการดื่มกาแฟนั้นชอบน้ำมะพร้าวมากกว่าชาเขียว มีงานเขียนเกี่ยวกับสรรพคุณของน้ำมะพร้าวเผยแพร่ในสื่อต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องสารอาหารและความเข้มข้นระดับกรดด่างของน้ำมะพร้าวที่เทียบเท่ากับตัวเลขในเม็ดเลือดของคนเรา ถึงขั้นมีการค้นคว้าประวัติศาสตร์ว่าครั้งหนึ่งน้ำมะพร้าวในสวนเคยช่วยชีวิตทหารที่เสียเลือดมากในสนามรบจนรอดกลับมารักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ทันเวลา หรือแม้แต่ความเชื่อของคนจีนที่เชื่อว่าน้ำจากที่สูงเป็นน้ำที่ดีและบริสุทธิ์ มีคุณค่าครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ” สุรชัยเล่าความนิยมของน้ำมะพร้าวในตลาดคนรักสุขภาพ

ในตลาดน้ำมะพร้าวพร้อมดื่ม แม้จะเจอคู่แข่งอย่างบราซิล ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย แต่ก็มั่นใจได้ว่าน้ำมะพร้าวจากไทยอร่อยมีเอกลักษณ์ เพราะภูมิปัญญาของเกษตรกรรมไทยที่มายาวนานทำให้รสชาติน้ำมะพร้าวที่ได้ทั้งหวานกว่า มีกลิ่นเฉพาะตัว

รสธรรมชาติ

ธรรมชาติของน้ำมะพร้าวยังอร่อยไม่เท่ากันทุกลูก Taste Nirvana มีวิธีทำให้น้ำมะพร้าวอร่อยเหมือนกันทุกขวดได้ยังไง เราสงสัย

เมื่อตามไปดูขั้นตอนการแปรรูปมะพร้าวหลังรับซื้อจากชาวบ้าน ความสงสัยนั้นก็หายไป

หลังจากล้างทำความสะอาด ทีมงานจะนำมะพร้าวไปเข้าเครื่องจักรที่พัฒนาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน อันมีกลไกง่ายดายอย่างการลอยลูกมะพร้าวในน้ำเพื่อสังเกต สัดส่วนการลอยซึ่งบอกใบ้ถึงรสชาติความอร่อย

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

“การลอยของมะพร้าวเหนือน้ำเพื่อหาว่ามะพร้าวลูกนั้นมี ‘เนื้อสองชั้น’ หรือไม่ โดย ‘เนื้อสองชั้น’ หมายถึง น้ำมะพร้าวที่ถูกเคลือบด้วยเนื้อแต่ยังไม่ถึงกะลามะพร้าว น้ำที่ได้จึงหวาน ไม่เปรี้ยว ซึ่งชั้นภายในเกิดจากน้ำมะพร้าวค่อยๆ เคลือบกันจะเป็นเนื้อก่อนจะกลายเป็นเนื้อมะพร้าวแก่” คุณบอม ตัวแทนทีมงานเล่าให้ฟังขณะพาเราเดินชมกระบวนการผลิต พร้อมๆ กับยืนยันว่าไม่สามารถเปิดเผยเกณฑ์การวัดระดับลอยจบของลูกมะพร้าวได้เนื่องจากเป็นความลับทางธุรกิจ

อีกวิธีที่ใช้ตามระเบียบของสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้ปรุงรสสินค้าแปรรูปจากธรรมชาติได้ไม่เกิน 0.5 กรัม หรือ 0.05% ข้อกำหนดเดียวกับโรงงานผลิตน้ำส้มและน้ำแอปเปิ้ล ซึ่งสิ่งที่ Taste Nirvana ทำคือ ใช้น้ำตาลสดจากจั่นมะพร้าวซึ่งเป็นน้ำตาลธรรมชาติในการปรับปรุงรสชาติให้อร่อยเท่ากันทุกขวด

เป้าหมายของ Taste Nirvana คือการผลิตน้ำผลไม้ที่คงรสชาติเหมือนกินสดๆ ด้วยการผลิตผ่านเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา เป็นเหตุผลว่าเมื่อกลับมาตั้งโรงงานที่ไทย สิ่งแรกที่สุรชัยทำคือติดต่อไปที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI เพื่อขออนุญาตจัดตั้งโรงงานและนำเข้าเครื่องจักรที่ได้มาตรฐานการผลิตตรงกับเกณฑ์ความปลอดภัยเพื่อส่งกลับไปขายที่สหรัฐอเมริกา รวมถึงสร้างความมั่นใจแก่เกษตรกรและพนักงานที่เขาตั้งมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

ขณะที่เจ้าอื่นในตลาดรับซื้อมะพร้าวจากชาวสวน ฆ่าเชื้อด้วยการต้ม ก่อนบรรจุขวดส่งขายพร้อมดื่มเหมือนๆ กัน เหตุผลที่ Taste Nirvana ลงทุนกับเครื่องจักรเทคโนโลยีสูงราคาแพง เป็นเพราะที่นี่ให้ความสำคัญกับมาตราฐานในกระบวนการผลิตมากที่สุด

ไม่เพียงรักษารสชาติและคุณภาพของน้ำมะพร้าว แต่ต้องได้มาตรฐานความปลอดภัย พิสูจน์ได้ว่าไม่เป็นอันตรายกับผู้บริโภค ด้วยวิธีการทำไมโครฟิวเตรชัน (Microfiltration) เพื่อกรองเชื้อโรคแม้จะมีขนาดที่เล็กมากๆ ก่อนจะบรรจุขวด แช่แข็ง และฆ่าเชื้ออีกครั้งด้วยวิธี HPP หรือ High Pressure Processing ซึ่งเป็นการถนอมอาหารด้วยความดันสูง ระดับเดียวกับในทะเลน้ำลึกที่สิ่งมีชีวิตไม่อาจดำรงอยู่ ก่อนส่งไปขายที่สหรัฐอเมริกา

โจทย์ของการออกแบบโรงงานสีเขียวตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้ง

ในมุมคนนอกที่ได้ยินข่าวว่าสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมในวันนี้มาจากโรงงานอุตสาหกรรมของประเทศที่พัฒนาแล้ว ทำให้เรามีภาพจำที่ไม่ดีนัก เมื่อถามความจริงจากสุรชัยผู้ทำธุรกิจและอยู่กับโรงงานอุตสาหกรรมในสหรัฐอเมริกามายาวนาน เขาก็ตอบทันทีว่า ความคิดที่ติดตัวเสมอหลังจากการทำโรงงานในสหรัฐอเมริกา คือ การคิดถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

“ประเทศที่พัฒนาแล้วล้วนเคยผ่านปัญหาสิ่งแวดล้อมมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำหรืออากาศ เพราะตระหนักถึงมลพิษที่สร้างออกมา ทำให้การควบคุมดูแลรัดกุมและมีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้เด็ดขาดซึ่งน้อยคนจะรู้ เช่น ปัญหาฝุ่นควันที่เราเจอกันอยู่วันนี้ ที่นั่นเขาก็เคยเผชิญมาแล้วเมื่อ 50 – 60 ปีก่อน และเขาแก้ปัญหานี้แล้ว สิ่งสำคัญคือจิตสำนึก ความรู้ที่เพียงพอ และใจที่อยากแก้ไขในสิ่งผิด” สุรชัยเล่า

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

ที่ Taste Nirvana จึงจริงจังกับการออกแบบโรงงานสีเขียว ใช้พลังงานไบโอแมสแทนน้ำมันในการผลิต ซึ่งมาจากการอัดเม็ดกากมะพร้าวและกะลาบดละเอียด มีระบบบำบัดน้ำเสียที่จ้างผู้เชี่ยวชาญศึกษาโครงการระบบนิเวศแหลมผักเบี้ยของรัชกาลที่ 9 มาใช้ในโรงงาน โดยปลูกต้นกกไว้บริเวณโรงงานเพื่อให้น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วไหลเวียนอยู่บริเวณต้นกก 1 เดือนก่อนปล่อยน้ำออกสู่ภายนอก

รสชาติของความสุข

“เป้าหมายในการทำธุรกิจเปลี่ยนไปจากวันแรกอย่างไรบ้าง” เราถาม

“เป้าหมายของผมคือความสุข ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เพียงความหมายใหญ่ขึ้น เพราะความสุขของผมคือความสุขที่เห็นคนขอบตัวมีความสุข พนักงานทำงานอย่างมีความสุข ชาวสวนชาวไร่ คู่ค้า ผู้บริโภคได้กินของดีที่เราทุกฝ่ายทำอย่างตั้งใจ” สุรชัยตอบช้าๆ ทิ้งท้าย

ใครอยากลองชิมน้ำมะพร้าว Taste Nirvana มีจำหน่ายทางออนไลน์แล้ว ที่ www.tastenirvana.com

Taste Nirvana, น้ำมะพร้าว

Lesson Learnt

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามจงทำให้สุดความสามารถที่มี เพราะผลของความสำเร็จมันอาจจะห่างกันเพียง 0.1 “49.9 กับ 50 มองเผินๆ ต่างกันเพียง 0.1 เราจำเป็นต้องรู้ให้ได้ว่า 0.1 ที่หายไปนั้นคืออะไร

ที่ตั้งใจจะบอกคือ จงพยายามทำให้ดีมากที่สุดเท่าที่จะทำได้” สุรชัยแนะนำวิธีคิดที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดในเส้นทางการทำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีชื่อมากว่า 50 ปี

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

“ทำไมกวาดบ้านมาตั้งนาน บ้านยังไม่สะอาดอีกนะ แถมบางทียังสกปรกขึ้นอีก”

นี่คงเป็นความในใจของใครหลายๆ คนเมื่อต้องหยิบไม้กวาดในบ้านที่ใช้ได้ไม่นาน ดอกหญ้าก็หลุดร่วงจนแทบจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน

Sweepy คือแบรนด์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานั้น โดยเริ่มต้นจากการตั้งใจผลิตไม้กวาดที่มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ให้คุณทำความสะอาดได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น มีอายุการใช้งานนานนับปี และมีเป้าหมายสุดท้ายคืออยากเห็นคนมีชีวิตที่ดีขึ้น

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

แบรนด์นี้เกิดจากการร่วมมือกันของสามพี่น้อง 

ตูน-นนทัช ขันธรูป พี่ใหญ่ผู้ริเริ่มแบรนด์ ดูแลด้านการออกแบบและการตลาด โดยมีอีกหน้ากากหนึ่งเป็นสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบร้านที่เราคุ้นเคยหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Peace Oriental Teahouse, Khao, และ Honeyful Cafe 

แตม-อธิษฐ์ ขันธรูป น้องชายคนรองผู้ดูแลด้านการโฆษณา

และ เติม-โตมา ขันธรูป น้องชายคนเล็กที่รับผิดชอบด้านสื่อออนไลน์ การวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

ในตอนแรก ตูนก็คล้ายกับใครหลายๆ คนที่อยากลองทำธุรกิจค้าขาย หลายคนหาไอเดียจาก Pain Point ของตัวเอง บางคนก็เริ่มต้นจากธุรกิจของครอบครัว แต่ Sweepy กลับมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ ‘วัด’

ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด ‘วัด’ นั่นแหละ ในช่วงที่ตูนกำลังบวชอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ด้วยสัญชาตญาณนักออกแบบผู้หลงใหลในงานคราฟต์ ทำให้เขาได้เห็นและเรียนรู้วิชาการทำไม้กวาดจากคุณลุงคนหนึ่ง แต่ใครจะไปรู้ว่าวิชานี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจใหม่ของเขาในอนาคต อย่างธุรกิจผลิตอุปกรณ์สามัญประจำบ้านที่เรียกว่า ‘ไม้กวาด’

ปัญหาหลุดลุ่ย

“ปัญหาหลักคือดอกหญ้าหลุด ผมเลยศึกษาว่าทำไมมันถึงหลุด ทำไมไม้กวาดถึงใช้ได้แค่สามเดือนแล้วก็พัง เลยมาลองดูว่าเราจะทำไม้กวาดที่ดีกว่านี้ได้ไหม” ตูนเล่าถึง Pain Point ซึ่งพบเจอในไม้กวาดดอกหญ้าที่ซื้อกันได้ทั่วไป แต่ชาติเสือก็ต้องไว้ลาย เมื่อเป็นสถาปนิกทั้งที จะพัฒนาแค่ฟังก์ชันการใช้งานก็กระไรอยู่ ดังนั้น สำหรับตูนแล้ว ด้านความสวยงามก็ต้องปรับให้ดูดีขึ้นด้วย

“สำหรับดีไซน์ปกติที่เราเห็น ถ้าสมมติเราเห็นไม้กวาดอยู่กลางบ้าน สิ่งแรกที่เราจะคิดคือ เอ๊ะ ไม้กวาดมาทำอะไรตรงนี้ มันดูผิดที่ผิดทาง และเราจะหงุดหงิด” 

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

เติมกล่าวเสริมขึ้นมาถึงอีกหนึ่งปัญหาที่แอบแฝงอยู่ในใจหลายๆ คนเกี่ยวกับไม้กวาด เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมไม้กวาดของ Sweepy จึงมีดีไซน์สวยเรียบ เข้าได้กับทุกมุมของบ้าน

ถึงแม้ตูนมองเห็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญกับการใช้ไม้กวาด และศักยภาพในการต่อยอดเป็นธุรกิจแล้ว การเริ่มต้นนั้นกลับไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว เขาติดต่อ Supplier เพื่อค้นหาวัสดุที่เหมาะสมและบริหารจัดการต้นทุน เพื่อพิสูจน์ว่ามันเกิดขึ้นได้จริงก่อนก้าวเดินต่อไป

งานฝีมือ

ไม้กวาดอาจเป็นสิ่งที่เราเห็นกันจนคุ้นตา จนนึกไม่ออกว่ามันจะเปลี่ยนไปจากเดิมได้อย่างไร 

สำหรับริษัทการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จากการใส่ใจในรายละเอียดและพัฒนาให้ดีขึ้น 

“ผมลองศึกษาดูว่าไม้กวาดปกติประกอบยังไง คุณภาพของดอกหญ้าเป็นแบบไหน เขาคัดยังไง แล้วก็นำสิ่งที่ลุงเคยสอนผมมาปรับใช้ มันน่าจะเป็นอย่างนี้ได้นะ น่าจะปรับตรงนี้ได้ โดยทุกวัสดุที่เราใช้ คือทำเพื่อให้ฟังก์ชันมันดีขึ้น แข็งแรงขึ้น”

Sweepy แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

ดอกหญ้าเรียกได้ว่าเป็นพระเอกหลักสำหรับไม้กวาด ทว่าดอกหญ้าทั่วๆ ไปมักมาพร้อมผงฝุ่น และส่วนที่แข็งหักง่ายติดมาด้วย ทำให้บางครั้งเวลาใช้งาน พื้นบ้านกลับสกปรกกว่าเดิม 

การคัดดอกหญ้าในการทำไม้กวาดของ Sweepy คือสัดส่วน 50 – 50 ครึ่งหนึ่งใช้ได้ อีกครึ่งหนึ่งคัดออก

“เราเลือกแต่ดอกหญ้าที่มีมาตรฐานเกรด A เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหานี้เวลากวาดบ้าน ให้ตอนใช้งานจริงๆ คนเขารู้สึกดีและสะอาด” 

นอกจากวัสดุที่ใช้แล้ว เพื่อให้ได้ไม้กวาดที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนการประกอบไม้กวาดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน 

Sweepy แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข
แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

“การประกอบไม้กวาดคือเราต้องดูว่าดอกหญ้าที่เราเลือก ไม่ใช่แค่เลือกแล้วเอามาประกอบยังไงก็ได้ มันมีขั้นตอนในการประกอบ อย่างเช่นการผูกช่อ การเรียงไม้กวาด หรือการที่เราเย็บอย่างแน่นหนา ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญเหมือนกัน ข้ามขั้นตอนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะออกมาไม่สมบูรณ์แบบ” 

ขั้นตอนในการทำไม้กวาด จึงไม่ใช่การที่คนคนหนึ่งทำหลายๆ อย่างเพื่อประหยัดแรงงานให้คุ้มที่สุด แต่เป็นการทำงานเป็นทีม ใครเชี่ยวชาญเรื่องไหนก็ทำเรื่องนั้น เช่น คนทุบดอกหญ้าจะทุบดอกหญ้าอย่างเดียว คนดูแลเรื่องไม้ก็จะดูเรื่องไม้อย่างเดียว

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อใช้วัสดุคุณภาพดี มีขั้นตอนการประกอบที่ถูกต้อง อีกสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ คือการออกแบบที่เข้าใจคนใช้งาน โดยปกติ ไม้กวาดมีลักษณะเป็นไม้ตรงๆ และมีดอกหญ้าแยกออกมาเป็น 2 แฉก แต่ไม้กวาด มีดีไซน์แปลกตากว่านั้น ซึ่งไม่ใช่เพื่อความสวยงามหรือความแปลกใหม่ แต่เป็นดีไซน์ที่ตั้งใจออกแบบมาให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาอาการปวดหลังเวลากวาดบ้าน 

“เราอยากให้ไม้กวาดน้ำหนักเบา ความยาวพอดี และเป็นทรงแบบไม้ฮอกกี้ ให้มีองศาที่กวาดได้กว้างขึ้น ทำให้ไม่ต้องก้มหรือบิดตัวเยอะเวลากวาดใต้เตียงหรือโซฟาลึกๆ ส่งผลให้ใช้เวลาในการกวาดน้อยลง ปวดหลังน้อยลง และรู้สึกดีขึ้นเวลาทำความสะอาดบ้าน”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

สานคุณค่า

ไม้กวาดเป็นเครื่องมือทำความสะอาดที่เรียกได้ว่าต้องมีประจำทุกบ้านในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม้กวาดที่เราเห็นทำจากพลาสติก และขาดเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมในส่วนนี้ไป แบรนด์จึงตั้งใจแฝงสิ่งนี้เข้าไปในการออกแบบสินค้าของพวกเขา ด้วยไม้และดอกหญ้าที่หาได้ในท้องถิ่น วิธีการผูกช่อ การทำความสะอาด ไม่ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ทำด้วยมือตามภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้ว

“เราเห็นไม้กวาดมาตั้งแต่เด็ก เราอยู่กับมันมานานจนเป็นสิ่งที่สำคัญต่อบ้าน เลยรู้สึกว่าจริงๆ ไม้กวาดควรจะมีคุณค่าทางวัฒนธรรมด้วย แต่ก็ยังอยากให้มีความทันสมัย เพื่อให้เข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข
แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

เพราะอยากเห็นสิ่งแวดล้อมกับโลกที่สะอาดและน่าอยู่ขึ้น Sweepy จึงมีคอนเซปต์หลักเป็นความมินิมอลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยพยายามลดการใช้พลาสติกให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหากจำเป็นต้องใช้พลาสติก ก็จะนำพลาสติกรีไซเคิลมาใช้แทน

นอกจากไม้กวาดดอกหญ้าแล้ว ยังมีอุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆ และสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น ไม้กวาดหยากไย่ ไม้กวาดเสี้ยนตาล ตะกร้าจากแอฟริกา และสินค้าประจำฤดู เช่น ร่มในฤดูฝน ซึ่งทั้งหมดยังคงอยู่ภายใต้คอนเซปต์ตั้งต้นเช่นกัน

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

การสื่อสารของไม้กวาด

หลังจากใช้เวลาออกแบบสินค้าและแบรนด์เกือบ 2 ปี เมื่อเลือกใช้วัสดุที่ดีพร้อมกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันมาก ต้นทุนในการผลิตก็ย่อมสูงขึ้น ราคาขายจึงสูงขึ้นตามไปด้วย 

เมื่อเริ่มวางขายด้วยราคาที่แพงกว่าไม้กวาดทั่วไป ปัญหาที่แบรนด์ต้องเผชิญต่อมา คือการที่ผู้บริโภคไม่เข้าใจในตัวสินค้า

ทำไมราคาแพงจึงเป็นคำถามสำคัญ

“ปกติเขาจะใช้ไม้กวาดราคาประมาณแปดสิบถึงหนึ่งร้อยบาท แล้วก็เปลี่ยนทุกๆ สามถึงสี่เดือน ผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนจะสงสัยในสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนว่า ทำไมมันแพงจัง แพงเกินไปหรือเปล่า สิ่งที่เราทำคือให้เขาลองใช้จริงก่อน โดยมี Tester ให้เขาได้ลองว่ามันใช้งานได้ดีจริงๆ มันลดเวลากวาดบ้านได้จริงๆ และอายุการใช้งานก็นานจริงๆ”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภค การสื่อสารและตลาดจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญ

“ในการทำการตลาด สิ่งสำคัญที่สุดคือ การสื่อสารที่ชัดเจนและให้ข้อมูลกับผู้ใช้งาน ซึ่งจะทำให้เขาเข้าใจสินค้าของเราจริงๆ ทุกคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน เราต้องเรียนรู้จากความต้องการของแต่ละคน และพยายามปรับการสื่อสารของเราให้เข้ากับเขาได้มากที่สุด”

เมื่อสื่อสารชัดเจน โฆษณาอย่างทั่วถึง ประกอบกับสินค้ามีคุณภาพและเรื่องราว ทำให้สินค้านั้นขายได้ด้วยตัวมันเอง ณ วันนี้ หลายคนเข้าใจในสินค้าของพวกเขามากยิ่งขึ้น ยอดขายก็เพิ่มขึ้นตามมาด้วย และทั้งสามก็ยังควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากการสื่อสารกับลูกค้า การสื่อสารกับคนในทีมก็สำคัญไม่แพ้กัน พวกเขาเลือกใช้โรงงานของตัวเองในการผลิตไม้กวาดและสินค้าต่างๆ แทนที่จะจ้างผลิต โดยมีผู้เชี่ยวชาญสอนพนักงานในการผลิตแต่ละขั้นตอน 

เติมบอกว่า ส่วนนี้ต้องมีความยืดหยุ่น ต้องคอยควบคุมอย่างใจเย็น เพื่อปรับทัศนคติและสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

“เราพยายามจะเป็นผู้นำที่ให้กำลังใจ ฟังทีมของเราว่าเผชิญปัญหาอะไรบ้าง เขาต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า ผมคิดว่าการฟังสำคัญมาก เราต้องฟังทุกคนตั้งแต่ลูกค้า มาจนถึงทีมตัวเอง”

แก่นไม้กวาด

ตลอดการสนทนา ทำให้เรารู้ว่าแม้สินค้าจะมีอยู่ทั่วไปและเป็นที่ต้องการอยู่แล้วในตลาด แต่เมื่อต้องการพัฒนาออกมาให้เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ กลับไม่ใช่เรื่องง่าย 

“มันยากบ่อยกว่าที่มันง่าย” ตูนว่าอย่างนั้น “ทุกวันเราต้องเจออุปสรรคหลายอย่าง สำหรับผม การทำธุรกิจจึงต้องมีแพสชันและเป้าหมายที่ชัดเจน ในไตรมาสนี้ ในเดือนนี้ ในวันนี้ มีอะไรบ้าง แล้วเราจะสื่อสารสิ่งเหล่านี้ให้คนอื่นในทีมเข้าใจได้อย่างไร

“ความท้าทายอีกอย่างคือ การหากลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนในช่วงแรก การสื่อสาร และรักษาลูกค้าที่อยากซื้อต่อไป เนื่องจากสินค้าของเรามีอายุการใช้งานนาน” เติมเสริม

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

บ่อยครั้งที่เราได้ยินว่าแพสชันเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ Sweepy ทำอย่างไรให้ความหลงใหลนั้นอยู่ในหัวใจของทุกคนในทีม

“สิ่งแรกที่ต้องมองเห็นคือธรรมชาติของคน ต้องเข้าใจว่าแต่ละคนสไตล์เป็นยังไง ถ้ามีความสำเร็จอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็พยายามให้สิ่งตอบแทนหรือเลี้ยงฉลองกัน ส่วนแพสชัน ผมว่าเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้ แต่เราต้องเป็นผู้นำให้เขาเห็นว่ามันดียังไง ให้มันเดินหน้าไปด้วยกัน”

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทั้งสามคนจึงใช้วิธีทำคอนเทนต์และสื่อต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่ลูกค้า โดยเน้นไปที่การสื่อสารว่าลูกค้าจะได้รับอะไรจากสินค้าของพวกเขา 

“เราอยากให้คนที่ไม่ชอบการทำความสะอาด คนที่รู้สึกว่าการทำความสะอาดยากและน่าเบื่อ หันมาสนใจว่าการทำความสะอาดมันมีผลต่อจิตใจคนจริงๆ พอบ้านคุณสะอาด สมองของคุณก็จะโปร่ง ทำให้ทำงานได้ดีขึ้น และทำให้ชีวิตดีขึ้น”

ในอนาคต ทั้งสามยังคงมุ่งมั่นที่จะปลุกปั้น Sweepy ให้เป็นบริษัทที่ครอบคลุมในเรื่องการทำความสะอาด โดยจะมีสินค้าที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ใหญ่และวัยรุ่น 

และกระซิบบอกตรงนี้เลยว่า รอดูผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกมาในอนาคต ไม่แน่ เราอาจได้เห็นหุ่นยนต์หรือเครื่องดูดฝุ่นแบบใหม่จากแบรนด์นี้ ซึ่งเติมยอมรับว่าก็มีแอบคิดไว้เหมือนกัน

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

Lesson Learned

  1. ต้องมีแพสชันเพื่อก้าวข้ามความท้อแท้และความยากของการทำธุรกิจ และอย่าลืมหาวิธีแบ่งปันแพสชันนี้ให้คนในทีมเห็นภาพตรงกัน
  2. หาความรู้จากแหล่งต่างๆ เพราะความรู้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไม่ว่าใครก็ทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้
  3. มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน กล้าและไม่กลัวการลองลงมือทำ
  4. ฉลองกับความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีและจริงใจ

Facebook : Sweepy by SAJ

Writer

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load