ถ้ามีคนถามว่ามาหัวหิน กินร้านไหนบ้าง 

ชื่อแรกที่ผมแนะนำให้ไปคือ Tanya’s ครับ

ถ้าอธิบายง่ายๆ เป็นร้านอาหารไทยที่ได้รสมือของ เชฟต่าย-นัชทกมล สงครามศรี รสอาหารแบบที่เรียกว่ารสมือแม่ที่เขาใช้กันเยอะๆ นั้น ก็ใช้เรียกรสอาหารเชฟต่ายได้อย่างไม่เขินปาก

Tanya’s ร้านอาหารไทยเครื่องแน่น กับอาหารทะเลสด ที่ไม่ควรพลาดชิมเมื่อไปหัวหิน

ผมเรียกเชฟต่ายว่าพี่ต่าย พี่ต่ายเป็นคนอุดรธานี ย้ายมาอยู่หัวหินน่าจะเกือบ 20 ปี ที่จริงก็นับเป็นคนหัวหินได้แล้ว

ตอนนี้พี่ต่ายย้ายร้าน Tanya’s มาอยู่แถวอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ระหว่างทางจากหัวหินไปปราณบุรี หลังจากก่อนหน้านี้เปิดเป็นร้านใหญ่ หลายโต๊ะ มีเมนูประจำมากมายให้เลือก

ที่ร้านใหม่ พี่ต่ายยังทำอาหารไทยเหมือนเคย แต่ลักษณะโฮมคุกกิ้งมากขึ้น เมนูอาหารทะเลเยอะขึ้นมากกว่าเดิม เพราะไม่ต้องกลัวเรื่องสต๊อกของไว้แล้ว เลือกซื้ออาหารทะเลสดๆ ของหัวหินมาทำตามออเดอร์ลูกค้าได้เลย จากเมนู พี่ต่ายมีเมนูให้เลือกอยู่ 10 – 15 เมนู แล้วก็จะสลับเมนูเข้าออกตามใจชอบแทบทุกเดือน 

Tanya’s ร้านอาหารไทยเครื่องแน่น กับอาหารทะเลสด ที่ไม่ควรพลาดชิมเมื่อไปหัวหิน

เมนูจากร้านเดิมที่ยกตามมาด้วยเป็นของที่เข้ามือพี่ต่ายอยู่แล้ว อย่างหมี่กะทิบ้านยาย แฟนประจำมาถึงก็ต้องสั่งกันน่าจะแทบทุกโต๊ะ

เวลาพูดถึงหมี่กะทิ คนมักจะนึกถึงเส้นหมี่ผัดเป็นสีชมพูอ่อนๆ ใส่เต้าหู้ แต่หมี่กะทิบ้านยาย เป็นหมี่กะทิแบบที่คุณยายของพี่ต่ายเคยทำให้กินบ่อยๆ ตั้งแต่อยู่อุดรธานี เส้นกับแกงกะทิแยกกัน เวลากินจะตักแกงกินกับเส้น 

หมี่กะทิแบบนี้มีตั้งแต่อีสานเหนืออย่างอุดรธานี ไปจนถึงอีสานใต้อย่างอุบลราชธานีก็เจอครับ มีอิทธิพลมาจากการกินของเวียดนาม ปกติแล้วจะเป็นเส้นเล็กแบบเส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นหมี่ขาวก็เจอบ้าง แต่ที่ร้าน Tanya’s พี่ต่ายใช้เส้นหมี่ขาว พี่ต่ายบอกว่า เส้นเล็กเวลาเสิร์ฟจะติดกันเป็นก้อน เส้นหมี่กินง่ายกว่า แล้วผมก็คิดว่าเส้นหมี่จะซับความชุ่มของน้ำแกงที่ราดเยอะดี 

น้ำแกงข้นคลั่ก ส่วนผสมมีพริกแกง หมูสับ ใส่เต้าเจี้ยวเพื่อความนัว ใส่ไข่และถั่วลิสงทำให้รสมันและเนื้อข้นยิ่งขึ้น พี่ต่ายบอกว่ารสที่พร้อมเสิร์ฟจะออกเปรี้ยว เค็ม หวานเข้มหนักๆ เผ็ดบางๆ กินเล่นๆ ได้ แต่กินกับเส้นก็ต้องไม่จืด

บางคนกินแบบหยอดน้ำแกงทีละขยุ้ม เส้นคล้ายขนมจีน แต่พี่ต่ายบอกว่าพี่เขากินเองแบบคลุกไปเลย ที่จริงก็แล้วแต่ความชอบ แกงที่ใช้กะทิก็เป็นลักษณะเด่นที่ผมคิดว่าเป็นความเฉพาะตัวของพี่ต่ายมาก รสแกงของพี่ต่ายต้องเรียกว่าถึงเครื่อง ข้นคลั่ก

เมนูแกงของพี่ต่ายจะขึ้นเครื่องแกงไว้ก่อนที่ลูกค้าจะมาล่วงหน้าวันเดียว โขลกเครื่องใหม่ตามสูตรของพี่ต่ายเอง สูตรส่วนใหญ่มาจากการอ่าน การชิม แล้วมาลองตำจนได้แบบที่พี่ต่ายชอบ

มองลอดเข้าไปในครัว มีลูกมือคอยช่วยอยู่ แต่พี่ต่ายจะเป็นแม่ครัวลงมือปรุงอาหารเองทุกหม้อ ทุกกระทะ โดยเฉพาะเวลาจะเข้าแกงต้องชิมเองทุกครั้ง

“พี่ชอบทำแกง ชอบความซับซ้อน พี่ว่ารสมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนทำ เครื่องแกงมีส่วนผสมหลายอย่าง ตะไคร้ หอมแดง พริก กระเทียม สุกไม่พร้อมกัน ไม่เหมือนของผัดที่ต้องทำเร็วๆ แกงมันต้องรอให้พริกแกงสุก ตะไคร้สุก รสก็เปลี่ยนไปเป็นอีกอย่าง พอรอหอมแดงสุกอีกนิดหนึ่งก็จะหวานขึ้น ยิ่งทำแกงที่ต้องใช้เวลานานๆ อย่างมัสมั่นยิ่งสนุก”

พี่ต่ายเล่าว่าตั้งใจเคี่ยวแกงนานเพื่อให้แกงสุก แกงส่วนใหญ่เลยออกข้นๆ แกงสุกที่ว่าหมายถึงจุดที่เครื่องแกงออกรสชาติเต็มที่ หอมแดงที่อยู่ในเครื่องแกงส่วนใหญ่ทำให้แกงออกรสหวาน ทั้งยังข้นจากน้ำหอมแดงเปื่อย

Tanya’s ร้านอาหารไทยเครื่องแน่น กับอาหารทะเลสด ที่ไม่ควรพลาดชิมเมื่อไปหัวหิน

“แกงต้องกินกับข้าว ถ้าเบาไปรู้สึกว่าไม่เต็มที่ แต่นั่นคือแกงที่กินกับข้าวนะ ถ้าแกงที่กินกับขนมจีน หรือแกงที่ต้องซดน้ำ ก็จะแกงอีกแบบ”

เมื่อไหร่ที่ไปกินข้าวร้านพี่ต่าย ให้มองหาเมนูแกงกะทิเอาไว้ แล้วเลือกมาลองเป็นอย่างแรก แต่ก็ยังเน้นย้ำว่าขอให้สั่งไว้ล่วงหน้า เพราะกับแกงบางชนิด ต้องทิ้งไว้ข้ามวันถึงจะได้รสดีที่สุด โดยเฉพาะมัสมั่นไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

พี่ต่ายบอกว่าเท่าที่อยู่หัวหินและสังเกตมา คนหัวหินกินง่าย ความง่ายที่ว่าอธิบายแกงพริกนกได้ดี 

แกงส้มพริกนกน่าจะเรียกว่าเป็นอาหารท้องถิ่นของคนแถบหัวหิน หรือยาวมาตั้งแต่เพชรบุรีลงไปถึงภาคใต้ก็น่าจะได้ เป็นแกงแบบที่ใช้พริกสด ตำใหม่ๆ แค่หอมแดง พริกชี้ฟ้า ข่า ก่อนแกงทุกหม้อ ไม่ต้องทำเครื่องแกงทิ้งไว้แบบแกงส้ม ถ้าตามที่แบบชาวบ้านกินกันจะไม่มีผักเลย

 ไม่ต้องใส่เนื้อปลาลงในน้ำแกงเพื่อให้น้ำแกงข้นแบบแกงส้มทั่วไป ใช้ปลาเนื้อขาวคล้ายปลากะพง แต่ถ้าเป็นปลากะพงส่วนใหญ่จะเป็นปลากะพงเลี้ยง

หัวหินมีปลาที่ชาวบ้านเรียกว่าปลาหัวกระโปง คล้ายๆ กะพงแต่เป็นปลาที่จับได้จากทะเล บางทีก็จะได้ปลากะพงแดงเขี้ยว ปรุงด้วยน้ำมะขามและตบด้วยโรยใบกะเพรา รสจะออกหวาน เปรี้ยว และเผ็ดร้อนๆ จากพริกสดและใบกะเพรา 

 สูตรนี้พี่ต่ายไปคุยกับคนเก่าคนแก่ของหัวหิน เขาบอกวิธีทำมา แล้วก็ชิมดูจากร้านต่างๆ ในหัวหินด้วย ปรับเป็นเมนูแกงส้มพริกสดในร้าน

Tanya’s ร้านอาหารไทยเครื่องแน่น กับอาหารทะเลสด ที่ไม่ควรพลาดชิมเมื่อไปหัวหิน

อาหารประเภทผัดมีอยู่เยอะมากในเมนูของพี่ต่าย ส่วนมากอาหารทะเลอย่างปูและปลาหมึกจะอยู่ในประเภทผัด กุ้ง หรือเนื้อปูก้อนสดๆ ผัดกับน้ำมันและพริกแบบไวๆ ให้กลิ่นหอมฉุนของทะเลและเครื่องผัดอย่างพริกกระเทียมลอยมาจากในครัว กลิ่นหอมหนักแน่นก็เป็นสิ่งที่พี่ต่ายเน้นในอาหารของเขา

“ผัดโหระพาหรือผัดกะเพรา พี่จะใส่ใบพวกนี้เยอะมาก เวลาเรากินผัดกะเพราแล้วเราเจอใบกะเพราแค่สามสี่ใบมันก็ไม่หอม เราใส่เยอะเพราะอยากได้กลิ่นเต็มๆ” 

ในเมนูที่ให้เลือกจะมีเมนูชื่อหมูสับหรือเนื้อสับผัดโหระพาพริกแห้ง เป็นเมนูง่ายๆ คล้ายผัดกะเพรา เอาหมูสับผัดกับพริกแห้ง ใส่ใบโหระพา แต่รสและกลิ่นหอมจะจัดมากแบบต้องเพิ่มข้าวเรื่อยๆ

Tanya’s ร้านอาหารไทยเครื่องแน่น กับอาหารทะเลสด ที่ไม่ควรพลาดชิมเมื่อไปหัวหิน
Tanya’s ร้านอาหารไทยเครื่องแน่น กับอาหารทะเลสด ที่ไม่ควรพลาดชิมเมื่อไปหัวหิน

นอกจากกลิ่นหอม เนื้อสัมผัสก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่พี่ต่ายให้ความสำคัญ การที่อาหารในจานมีเนื้อหลากหลาย จะทำให้อาหารสนุกขึ้น มะเขือยาวผัดกุ้งสับและหมูสับโหระพาเป็นเมนูที่มีหลายสัมผัสมาก พี่ต่ายผัดให้มีหมูสับและกุ้งสับผสมกันเวลาเคี้ยว พร้อมๆ กับมะเขือยาวผัด แต่ยังคงความกรอบปนนิ่ม รสหวานจากมะเขือยาวกับกลิ่นกุ้งและใบโหระพาหนักๆ ทำให้จานนี้อร่อย

พอนึกถึงสัมผัสของอาหารที่สนุก เลยนึกถึงยำวุ้นเส้นโบราณ ร้านพี่ต่ายมียำ 2 แบบที่ประทับใจ คือยำวุ้นเส้นแบบโบราณกับยำเนื้อเค็มกะทิสด ถือว่าไม่ธรรมดาทั้งคู่ 

ยำวุ้นเส้นแบบโบราณ พี่ต่ายจะเอาหมูสับติดมันไปรวน ปรุงรสหมูด้วยกระเทียมพริกไทยก่อนให้หอม ยำกับวุ้นเส้นปรุงด้วย พริก มะนาว ใส่น้ำกระเทียมดอง กินกับถั่วลิสง

Tanya’s ร้านอาหารไทยเครื่องแน่น กับอาหารทะเลสด ที่ไม่ควรพลาดชิมเมื่อไปหัวหิน

ส่วนยำเนื้อเค็มกะทิสด เป็นเมนูที่ส่วนตัวผมชอบมาก เนื้อเค็มที่พี่ต่ายตากแดดเอาไว้เอง เอามารวนกับกะทิก่อนให้กะทิเข้าเนื้อและนิ่ม ยำกับสมุนไพรที่สับละเอียดและใส่เยอะๆ เอาน้ำกะทิที่รวนเนื้อหยอดลงไปในยำด้วยรสจะออกนัวๆ 

Tanya’s ร้านอาหารไทยเครื่องแน่น กับอาหารทะเลสด ที่ไม่ควรพลาดชิมเมื่อไปหัวหิน

แค่นี้ก็น่าจะเต็มโต๊ะแล้ว ถ้าอาทิตย์ไหนมีเมนูพิเศษก็น่าสั่งมาลองครับ ช่วงที่ไปมารอบล่าสุด เป็นช่วงที่กุ้งแม่น้ำกำลังมัน เด้ง และสะเดากำลังออกพอดี เลยได้กินกุ้งย่างสะเดาและน้ำปลาหวานสูตรพี่ต่าย แน่นอนว่าน้ำปลาหวานที่รสเข้มข้น กลิ่นหอม และข้นหนืดมาครบตามแบบฉบับ Tanya’s จริงๆ

Tanya’s ร้านอาหารไทยเครื่องแน่น กับอาหารทะเลสด ที่ไม่ควรพลาดชิมเมื่อไปหัวหิน

การจะมาร้าน Tanya’s อาจต้องจองล่วงหน้าและสั่งอาหารมาก่อนนะครับ จะเพิ่มเติมที่ร้านก็ได้ แต่คงเป็นบางเมนู ที่ต้องสั่งก็เพื่อที่พี่ต่ายจะได้เตรียมของให้พอดี

ถ้าแวะมาหัวหินลองมานั่งกินสักครั้งให้ได้

Tanya’s ร้านอาหารไทยเครื่องแน่น กับอาหารทะเลสด ที่ไม่ควรพลาดชิมเมื่อไปหัวหิน

Tanya’s 

อ่างเก็บน้ำเขาเต่า หัวหิน (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : พฤหัสบดี-จันทร์ (ปิดอังคาร-พุธ) รอบเที่ยง 11.30 – 14.00 น. รอบเย็น 17.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3228 9963

Facebook : Tanya’s 

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื่องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Full Course

เปิดสูตรลัดเรื่องรสชาติและความสัมพันธ์ของมนุษย์กับอาหาร ผ่านการนั่งกินอาหารกับเชฟ

11 พฤศจิกายน 2564
6,629

เมื่อไล่เรียงร้านข้าวซอยเจ้าเก่าเจ้าดังที่มีอยู่แล้วในเชียงใหม่ เอาเข้าจริง มันก็ไม่ใช่ไอเดียที่ดีนักที่จะมาเปิดร้านข้าวซอยในเมืองหลวงแห่งข้าวซอยในยุคสมัยนี้ กระนั้นสิ่งที่ ‘Khao-Sō-i’ (อ่านว่า ข้าว-โซ-อิ) นำเสนอ กลับสร้างเอกลักษณ์ต่างออกไปจากที่หลายคนคุ้นชิน ซึ่งหาได้แตกต่างเฉพาะแค่กับร้านข้าวซอย แต่แตกต่างจากร้านอาหารทั่วไปที่เมืองมีอย่างน่าสนใจ

ใช่ครับ, ทั้งชื่อบทความนี้รวมถึงชื่อร้าน ได้สปอยล์เนื้อหาล่วงหน้าไปแล้ว Khao-Sō-i คือความพยายามทำให้เป็นญี่ปุ่นผ่านการสะกดคำอังกฤษของ Khao Soi ร้านข้าวซอยเปิดใหม่ที่นำเสนอเส้นข้าวซอยทำสดใหม่ร้านนี้ ตั้งอยู่บนถนนเจริญราษฎร์ ย่านฟ้าฮ่าม ในอาคารไม้ชั้นเดียวที่ดูเหมือนหลุดมาจากร้านรวงสักแห่งของย่านกิออนในเกียวโต 

Khao-Sō-i ร้านข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ผสานเทคนิคทำเส้นสดแบบราเมงกับตำรับน้ำแกงของคนเชียงใหม่
Khao-Sō-i ร้านข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ผสานเทคนิคทำเส้นสดแบบราเมงกับตำรับน้ำแกงของคนเชียงใหม่
Khao-Sō-i ร้านข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ผสานเทคนิคทำเส้นสดแบบราเมงกับตำรับน้ำแกงของคนเชียงใหม่

และเป็นเช่นดังร้านอาหารส่วนใหญ่ในย่านนั้น มันมีขนาดกะทัดรัดในแบบที่นักกินสายนิยมให้แฟนถ่ายรูปเช็กอินให้อาจเคืองเล็กน้อย เพราะถึงแม้ร้านจะตบแต่งสวยเฉียบ แต่คุณก็อาจต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเซลฟี่โดยไม่ติดคนอื่นมาด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องนั้นหาได้สำคัญเท่ากับสิ่งที่ร้านเสิร์ฟ นั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ใครหลายคนยืนรอคิวในช่วงไพรม์ไทม์ที่ลูกค้าแน่นขนัด เพื่อได้ลิ้มรสข้าวซอยสักครั้ง 

“ด้วยความที่หลงไหลกรรมวิธีการเพิ่มคุณค่าให้อาหารประจำชาติของคนญี่ปุ่น เราจึงตั้งชื่อร้านว่า “ข้าวโซอิ” เพราะชาวญี่ปุ่นอ่านคำว่า “Khao-Soi” ว่า “Khao-Sō-i” ขณะเดียวกันเราก็ไม่อยากให้มีคนจำข้าวซอย จากการอธิบายขยายความว่าข้าวซอยคือ Northern Thailand Curry Noodle แต่อยากให้คนอื่นจดจำเป็นชื่อเมนูตามภาษาของเราจริงๆ เหมือนที่คนญี่ปุ่นทำได้กับ ราเมง ซูชิ ซาชิมิ เทมปุระ ทงคัตซึ ยากิโซบะ เทปันยากิ และอื่นๆอีกมากมายครับ”” วิน ศรีนวกุล เจ้าของร้าน กล่าวถึงเป้าประสงค์ของการเปิดร้านนี้

Khao-Sō-i ร้านข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ผสานเทคนิคทำเส้นสดแบบราเมงกับตำรับน้ำแกงของคนเชียงใหม่

ครอบครัวของวินเป็นคนเชียงใหม่ หากเขาเกิดและเติบโตที่สหรัฐอเมริกา ช่วงเป็นวัยรุ่นเขาไปๆ มาๆ ระหว่างเชียงใหม่กับอเมริกาอยู่บ่อยๆ จนเรียนจบด้านไฟแนนซ์จากมหาวิทยาลัยที่นั่น ทั้งนี้ ระหว่างเรียน เขาได้มีโอกาสฝึกงานและทำงานพิเศษหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการเป็นซูชิเชฟที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในเท็กซัส ซึ่งเป็นงานเสริมที่เขาใช้เวลาทำนานที่สุด กระทั่งเขากลับมาเมืองไทย และเริ่มทำธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่เอเจนซี่ทัวร์ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ ความคิดเรื่องการเปิดร้านอาหารก็ยังวนเวียนอยู่ 

“ร้านนี้เกิดขึ้นได้เพราะโควิด-19 ครับ ตอนแรกผมก็ทำเอเจนซี่ทัวร์อยู่ ธุรกิจกำลังไปได้สวย แต่พอโควิดมา งานหลักที่ทำนี้ต้องพักไปยาวๆ เลย ช่วงนั้นก็คิดว่างั้นเราเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นดีกว่า ประจวบกับที่คุณปอ (ภรรยา) เป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้ว และผมได้ชิมข้าวซอยสูตรเก่าแก่ของครอบครัวเธอ ซึ่งเคยเปิดร้านข้าวซอยในเชียงใหม่เมื่อกว่าสามสิบปีที่แล้ว ก็พูดกันเล่นๆ ว่า นี่เอามาทำขายอีกทีได้เลยนะเนี่ย” วินกล่าว

แต่นั่นล่ะ แม้วินจะพูดเล่น แต่เขาก็ลงมือทำจริง เขาทดลองพัฒนาสูตรข้าวซอยไปพร้อมกับหาอัตลักษณ์ใหม่ ซึ่งประจวบกับที่เขามีความคิดอยากทำให้ข้าวซอยเป็นเมนูที่รู้จักในระดับโลกอย่างราเมงของญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการทำเส้นสดที่เหนียวนุ่ม เขาจึงประยุตก์ไอเดียนี้เข้ากับการทำเมนูข้าวซอย ‘ข้าว-โซ-อิ’ มีที่มาเช่นนี้ 

Khao-Sō-i ร้านข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ผสานเทคนิคทำเส้นสดแบบราเมงกับตำรับน้ำแกงของคนเชียงใหม่
Khao-Sō-i ร้านข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ผสานเทคนิคทำเส้นสดแบบราเมงกับตำรับน้ำแกงของคนเชียงใหม่

ความพยายามยกระดับข้าวซอยคนเมืองไม่ได้มีแค่ที่อาหาร แต่ยังรวมถึงความพิถีพิถันในการแต่งร้าน และการสร้างบรรยากาศอันเป็นมิตร ซึ่งไม่สามารถพบได้จากร้านข้าวซอยแห่งไหน วินตบแต่งร้านด้วยแนวคิดที่อยากทำให้ที่นี่เป็น ‘บาร์ข้าวซอย’ มีการเชื่อมต่อลื่นไหลของที่นั่ง มีครัวเปิดที่เผยให้เห็นกระบวนการปรุงอาหารของเชฟ เฉกเช่นที่นักดื่มได้ชมลีลาของบาร์เทนเดอร์ 

ทั้งนี้ร้านก็ยังไม่พร่องซึ่งความเป็นญี่ปุ่น ทั้งการเลือกสรรวัสดุที่ประกอบขึ้นเป็นร้าน เฟอร์นิเจอร์ การจัดสวนสไตล์เซ็นเล็กๆ ให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำ ไปจนถึงการเลือกใช้ภาชนะเซรามิก (ซึ่งวินเป็นคนออกแบบและลงมือปั้นเอง) รวมถึงสไตล์ลิ่งหน้าตาอาหารที่เครื่องเคียงถูกแยกมาอย่างสวยงามประหนึ่งไฟน์ไดน์นิ่ง ไปจนถึงการบริการที่เป็นมิตรและน่ารักของทีมงาน

ร้านเสิร์ฟเมนูหลักคือข้าวซอยที่มีอยู่ 2 แบบ คือข้าวซอยเส้นสดในน้ำแกง และข้าวซอยผัดแห้ง โดยเมนูหลังคือการนำเส้นสดมาเคี่ยวและผัดกับซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน ให้อารมณ์คล้ายยากิโซบะผัดกับพริกข้าวซอยรสชาติเข้มข้น ถ้าใครชอบกินก๋วยเตี๋ยวผัดอยู่แล้ว เจ้านี่ตอบโจทย์มากๆ 

คุยกับ วิน ศรีนวกุล หนุ่มไทยเติบโตในอเมริกา ผู้อยากพาข้าวซอยสไตล์ราเมงไปให้โลกรู้จัก
คุยกับ วิน ศรีนวกุล หนุ่มไทยเติบโตในอเมริกา ผู้อยากพาข้าวซอยสไตล์ราเมงไปให้โลกรู้จัก

วินแนะนำ 3 เมนูเชิดหน้าชูตาของร้าน โดยเริ่มจาก ‘ข้าวซอยเส้นสดเนื้อน่องลาย’ หรือข้าวซอยเสิร์ฟกับเนื้อน่องลายที่ตุ๋นมาจนนุ่มกำลังดี รู้สึกถึงความชุ่มและเด้งดึ๋ง พร้อมน้ำแกงรสกลมกล่อมและไม่จัดจ้านจนเกินไปแทรกซึมเข้ามาในเนื้อ จะบอกว่าเป็นเมนูที่สะท้อนภาพของคำว่า ‘นุ่มลิ้น’ อย่างพอดิบพอดีก็ว่าได้

‘ข้าวซอยเนื้อใบพาย’ วินเลือกเนื้อใบพายของวัวสายพันธุ์ชาโรเลย์ มีถิ่นกำเนิดจากเมืองชาโรลส์ของฝรั่งเศส ก่อนนำมาผสมกับวัวสายพันธุ์ไทย จนได้เนื้อวัวที่เนียนนุ่มและมีรสเฉพาะ ทางร้านเสิร์ฟด้วยการสไลด์บาง ย่างบนเตาเทปันยากิ ก่อนนำมาเบิร์นไฟ แนะนำว่าถ้าอยากชิมรสเนื้อแบบเต็มๆ ให้สั่งข้าวซอยผัดแห้ง เพราะเนื้อจะได้ไม่ชุ่มน้ำแกงข้าวซอยจนเปลี่ยนรสไป 

คุยกับ วิน ศรีนวกุล หนุ่มไทยเติบโตในอเมริกา ผู้อยากพาข้าวซอยสไตล์ราเมงไปให้โลกรู้จัก
คุยกับ วิน ศรีนวกุล หนุ่มไทยเติบโตในอเมริกา ผู้อยากพาข้าวซอยสไตล์ราเมงไปให้โลกรู้จัก

และอีกเมนูซิกเนเจอร์ ‘ข้าวซอยผัดแห้งไก่โซอิ’ มีจุดเด่นคือเนื้อสะโพกไก่ที่เลาะกระดูกและเอ็นออกแล้ว เนื้อไก่ถูกเสิร์ฟพอดีคำ และดูเหมือนเป็นความตั้งใจลบ Pain Point ข้าวซอยไก่ดั้งเดิมของคนเมืองที่มักเสิร์ฟมากับน่องไก่ ซึ่งกินยากเมื่อมันอยู่ในน้ำแกง มีเลอะมือ เลอะเสื้อกันไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ทั้งนี้ไก่โซอิของที่นี่เมื่อตุ๋นเสร็จวินจะนำมาเบิร์นไฟที่หนัง เพื่อเพิ่มความกรอบนอกนุ่มในอีก ไปด้วยกันได้ดีกับความละมุนของเส้นทีเดียว 

คุยกับ วิน ศรีนวกุล หนุ่มไทยเติบโตในอเมริกา ผู้อยากพาข้าวซอยสไตล์ราเมงไปให้โลกรู้จัก

นอกจากข้าวซอย ร้านยังมีเมนูกินเล่นอย่าง ‘เกี๊ยวนึ่ง’ คล้ายๆ เกี๊ยวซ่าแต่นำไปนึ่งให้แป้งนุ่ม ฉ่ำลิ้น และหอม เป็นสตาร์ทเตอร์อันยอดเยี่ยม ‘สันคอหมูคั่วพริกเกลือ’ นี่ก็ดี แต่ที่แนะนำพิเศษคือ ‘เต้าหู้ทอด’ เสิร์ฟกับน้ำจิ้มเผ็ด+หวาน เนื้อเต้าหู้คล้ายๆ เต้าหู้ไทใหญ่ เราลืมถามมาว่าใช่สูตรเดียวกันหรือเปล่า กระนั้นก็เป็นอีกสตาร์ทเตอร์ที่ไม่ควรพลาด และปิดท้ายด้วยของหวาน ซึ่งร้านมีชีสเค้กเสิร์ฟเปลี่ยนหน้าไปตามแต่วาระ 

ข้าวซอยชามละประมาณร้อยกว่าบาท กินของกินเล่นนั่นนี่ เครื่องดื่ม ของหวาน รวมๆ 2 คนจะตกประมาณ 400 – 500 บาท ซึ่งถ้าคนเชียงใหม่แท้ๆ มากิน ก็อาจสงสัยว่าข้าวซอยอะหยังมาแปงจะอั้น แต่นั่นล่ะ ถ้าคิดว่าร้านคอนเซ็ปต์จัดๆ ประมาณนี้ไปเปิดต่างประเทศ หรือลำพังแค่ในกรุงเทพฯ ราคาเท่านี้กับประสบการณ์ที่มาพร้อมรายละเอียดแสนพิถีพิถันที่เราได้ ก็ถือว่าย่อมเยาอย่างไม่น่าเชื่อแล้ว 

คุยกับ วิน ศรีนวกุล หนุ่มไทยเติบโตในอเมริกา ผู้อยากพาข้าวซอยสไตล์ราเมงไปให้โลกรู้จัก

Khao-So-i

ที่ตั้ง : ถนนเจริญราษฏร์ ตำบลฟ้าฮ่าม จังหวัดเชียงใหม่ (ตรงข้ามเพอร์เฟคโฮม) (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 11.00 – 17.00 น. ทุกวัน

โทรศัพท์ : 06 1515 4529

หมายเหตุ : ร้านกำลังจะขยายเวลาเปิดถึง 20.00 น. รอบเย็นจะให้ลูกค้าจองโต๊ะล่วงหน้าได้ แต่รอบกลางวันจะรับเฉพาะลูกค้า walk in เท่านั้น

มีที่จอดรถฝั่งเดียวกับร้าน ถัดไปประมาณ 50 เมตร

Writer

จิรัฏฐ์​ ประเสริฐทรัพย์

ประกอบอาชีพรับจ้างทำหนังสือ แปลหนังสือ และผลิตสื่อ ใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีงานอดิเรกคือเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย ผลงานล่าสุดคือรวมเรื่องสั้น ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้า

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load