ปลั๊กไฟที่กำลังทำหน้าเหมือนร้องขอชีวิต

ไดร์เป่าผมเหมือนเป็ดไม่มีผิด

ร่มค้างคาวกัน COVID-19

เจอข้าวของหน้าตาประหลาดนิดๆ

คุณคิดจินตนาการเป็นอย่างอื่นมั้ย

ถ้าใช่ ยินดีด้วย คุณมีสายตาอารมณ์ดี

ถ้าไม่ เจ้าของบ้านหลังนี้จะทำให้การมองของรอบตัวคุณเปลี่ยนไป

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

‘นักทำดะ’

เป๋-ธนวัต มณีนาวา รีบเอ่ยหลังบอกว่า เราอยากรู้จักแบรนด์ TAM:DA สุดครีเอตของเขา

“อย่าเรียกว่าแบรนด์เลย ทุกคนจะเรียกเราหลายแบบมาก เจ้าของแบรนด์บ้าง นักประดิษฐ์บ้าง นักออกแบบบ้าง ล่าสุดนิทรรศการที่ทำกับหอศิลป์ฯ ตอนแนะนำตัว เขาก็ไม่รู้จะเรียกเราว่าอะไรดี สถาปนิกก็ไม่ใช่ นักออกแบบก็ไม่ใช่ เพราะวิธีทำก็ไม่ใช่นักออกแบบ เรียกว่าทำดะแล้วกัน” นักทำดะแนะนำตัวสั้นๆ กลั้วเสียงหัวเราะ

ทำดะ

TAM:DA ของเป๋ก่อตั้งมาแล้วกว่า 5 ปี โดยมี แนน-วิจิตรากรณ์ วชิรศรีสุนทรา คอยซับพอร์ตงานส่วนออฟฟิศอยู่เบื้องหลัง

ของที่ TAM:DA ทำมี 2 แบบ อย่างแรกคือใช้งานได้จริง เช่น ไม้แขวนเสื้อแขวนจักรยาน กระเป๋าคลัตช์จากไฟท้ายรถยนต์ อย่างหลังเป็นงานรูปร่างหน้าตาแปลกๆ เน้นตลก ประโยชน์เดียวคือเป็นของโชว์ เขาว่าอย่างนั้น

จินตนาการของเป๋เริ่มตั้งแต่ตอนเป็นเด็กชายผู้ประดิษฐ์มะม่วงเล่นเป็นอุลตร้าแมน ทำของเล่นเอง

โตขึ้นเขาชอบของเก่า เมื่อซื้อมาก็ต้องซ่อมบ้าง ดัดแปลงบ้าง จนเริ่มมีสกิล บวกกับความคิดสร้างสรรค์ซึ่งค่อยๆ เพิ่มพูนจากอาชีพครีเอทีฟฝั่งอีเวนต์ในบริษัทโฆษณา ที่สอนให้เขาคิดภาพเป็นสามมิติในหัว ล้วนตกตะกอนสู่ TAM:DA ทั้งสิ้น

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“ช่วงงานเลี้ยงปลายปีของบริษัท เราเอาของเหลือมาทำโคมไฟบ้าง ทำเวที เอาซีดีมาเรียงเป็นแผ่นระยิบระยับ หลายปีเข้าหน้าที่ทำของแต่งปาร์ตี้กลายเป็นหน้าที่ของเราเลย จนมีรุ่นน้องบอกว่า พี่ชอบทำอะไรแบบนี้ ทำไมพี่ไม่ทำขาย ทำไมไม่ทำเพจขึ้นมา ตอนนั้นสิบปีที่แล้วเราก็คิด จะมีคนซื้อหรอ มันจะได้หรอ มันไม่ใช่โปรดักต์ มันเป็นงาน DIY เขาก็บอก ถ้าพี่กลัวขายไม่ได้ก็ช่างมัน เราให้ประโยชน์คนอื่นไง ดีกว่าพี่เก็บไว้ในลิ้นชักแล้วไม่มีคนสนใจ เราก็เออ ทำแบบไม่หวงเลยนะ ใครจะก๊อปก็ได้ แล้วพอลงเพจมีคนมาสนใจบ้าง ถูกใจบ้าง ก็โอเคนะ มันเป็นความสนุกของเราด้วย

“คือเราเคยฝันนะว่าต้องเป็นโปรดักต์ดีไซเนอร์เก๋ๆ ถ้ามีของเป็นแบรนด์ตัวเอง ชิ้นแรกที่เคยทำขายคือ โคมไฟพุดเดิ้ล แต่ไม่มีละ พี่ทุบแตกหมดละ” เขาเล่าก่อนระเบิดเสียงหัวเราะ

“ตอนนั้นทำเป็นพันชิ้น ขายไม่ออกเลยนะ เราเห็นไฟแต่งต้นคริสต์มาสลูกสีเงินๆ เหลือเยอะจากงานอีเวนต์ มันเอาไปทำเป็นโคมไฟใหม่ได้ เราจับมารวมกันเป็นก้อนคล้ายหมาพุดเดิ้ลที่เปลี่ยนรูปร่างได้สิบสี่ท่า ร้อยด้วยยางข้างใน แต่ส่วนหัวต้องขึ้นรูปพลาสติกใหม่เพื่อซ่อนขั้วต่อหลอดไฟ ทำแพ็กเกจจิ้งจริงจัง อยู่กับชิ้นเดียวเนี่ยเป็นปี เหนื่อยมาก เอาไปวางขายที่สยาม ที่ TCDC เครียดแต่ไม่เลิกนะ ก็ยังขายอยู่ ชักรู้สึกไม่มีความสุขแล้ว

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา
เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“ส่วนของที่เราโพสต์ลงเพจเล่นๆ หรือว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ก็ทำไปด้วย อย่างไม้แขวนเสื้อที่แขวนจักรยานได้ หน้ากากหมวกกันน็อกที่เอามารวมกันเป็นโคมไฟ คนกลับชอบแบบนั้นมากกว่า ตัดสินใจทำอะไรสนุกๆ เลยออกมาเป็นของที่หน้าตาไม่เหมือนกันสักอย่าง แถมมีหลายประเภทมากทั้งกระเป๋า โคมไฟ หุ่นโชว์ หลังๆ ทำเป็นโปรเจกต์กับแบรนด์ แทบไม่ซ้ำ มีอย่างเดียวที่ซ้ำคือต้นคริสต์มาส

“อ้อ มีชูชีพขวดน้ำด้วยนะ” เป๋ต่อบทสนนทนา พลางหยิบของบนชั้นวางมาเล่าอย่างออกรส

“ทำตอนนิทรรศการเกี่ยวกับน้ำท่วมที่โกเบ ญี่ปุ่น เขาเชิญศิลปินไทยไปร่วมออกแบบเกี่ยวกับนวัตกรรมสู้ภัยพิบัติ สถาปนิกเขาก็คิดบ้านน้ำท่วม โปรดักต์ดีไซน์ก็มีนะ ทำโน่นทำนี่แบบเจ๋งเลยอะ ของเราคือ ทำเสื้อจุกโผล่แบบง่ายๆ เลยนะ เพราะถ้าน้ำมาเร็วๆ มัวเย็บติดเสื้อคงไม่ทัน เรามองเห็นฟังก์ชันฝาเกลียวว่ามันคือน็อตตัวผู้ตัวเมีย แค่ใส่เข้าไปในเสื้อ หมุนปิด คิดว่าคนญี่ปุ่นต้องฮาแน่ ปรากฏว่าเขาชอบมาก เขาโน้ตกลับมาเลยว่า ถ้าคนน้ำหนักต่างกัน ต้องใช้กี่ขวด อัตราส่วนเท่าไหร่ เลยให้เพื่อนที่เป็นวิศวะช่วยคำนวณให้ ไปทดลองที่สระน้ำจริงๆ แล้วส่งวิดีโอกลับไป สุดท้ายเข้ารอบเฉย”

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา
เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

ไม่แน่ คุณอาจเคยเห็นงานของเขาสักชิ้น จากที่ไหนสักแห่ง และนึกชอบใจอยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้

ทำบ้าน

เมื่อนักทำดะตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เขาเปลี่ยนมุมเล็กๆ ในบ้านหลังเดิมของครอบครัวให้เป็นพื้นที่ประดิดประดอย เลื่อย ตัด ดัด ทุบ นานวันเข้า ของยิ่งเยอะ ยิ่งใหญ่ และเสียงดังมากขึ้น ด้วยความเกรงใจคุณพ่อคุณแม่ เป๋มองหาที่ทางใหม่ เพื่อทำสตูดิโอพ่วงตำแหน่งเป็นบ้านของตัวเอง

สตูดิโอปูนเปลือยรูปตัว L ต่อเติมจากบ้านหลังเก่า จุดเชื่อมต่อคือห้องนอนเดิมบนชั้นสองที่ควบรวมฟังก์ชันทางเดินผ่าน ถัดมาก่อนลงบันไดเป็นครัวขนาดมินิ ชั้นล่างยกให้เป็นพื้นที่ทำงานแผ่เต็มทางยาวและสูงจรดหลังคา โดยไม่ลืมแบ่งโซนทางเข้าหน้าบ้านเป็นที่รับแขก แม้ไม่กั้นห้องแต่ก็แบ่งสัดส่วนชัดด้วยฟังก์ชันใช้สอย

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“บ้านหลังนี้คิดเหมือนตอนทำโปรดักต์เลยครับ ไม่มีแปลนเลยนะ มีแต่สเกตช์ง่ายๆ ให้วิศวกรดู ส่วนโมเดลสามมิติก็หาอะไรกล่องๆ มาทำ คิดแค่ว่าห้องนอนเก่าอยู่ตรงนี้ก็พยายามสร้างสูงขึ้นไปให้เชื่อมกัน ทำงานข้างล่างเสร็จ ขึ้นไปนอนข้างบนได้เลย

“โครงสร้างใช้เป็นโครงสร้างเหล็ก ตอนแรกมีคาน มีเสา เราเอาแค่นี้ก่อน แล้วก็จ้างผู้รับเหมางานปูนขึ้นโครงบ้าน คิดง่ายมาก คิดแค่ว่าผนังติดที่กับตัวบ้านเดิมต้องทึบ เพื่อบังบ้านให้หมดจะได้ไม่รบกวนพ่อแม่ และไม่ต้องฉาบ เพราะเราชอบดิบๆ ชอบเทกซ์เจอร์

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“ส่วนฝั่งที่เหลืออยากให้เป็นกระจกหมด เพราะชอบแสงสว่างๆ เผื่อใช้เวลาทำงานด้วย งานกระจกเราก็มีน้องที่รู้จักเลยชวนเขามาทำให้ ส่วนโครงสร้างเหล็กที่เห็นเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งโครงหน้าต่าง ประตู บันได ระแนงกันตก ได้ช่างเหล็กที่เป็นมือขวาของทำดะมาทำให้เหมือนกัน เลยเป็นการสร้างบ้านแบบตามใจฉันมาก”

ทำการทดลองไปเรื่อย (ๆ)

เมื่อเป็นบ้านตามใจฉัน ชายหนุ่มสารภาพตามตรงว่าภาพแรกในหัวไม่ได้เป็นแบบนี้ มันดีกว่าที่คิดเสียอีก

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

เพราะเหมือนเขาได้ทำการทดลองไปด้วย ยิ่งได้ช่างเหล็กคู่ใจมาช่วยเนรมิตโครงสร้างเหล็กทั้งหลังให้ ยิ่งสนุกไปกันใหญ่ ทั้งคู่ชวนกันทดลองนู่น ทำนี่ ตั้งแต่หน้าต่างที่กระจกแต่ละช่องไม่เหมือน-ไม่เท่ากันสักบาน ส่วนประตูบานผลักก็ตั้งใจทำอีกครึ่งให้เป็นบานเฟี้ยม เพื่อเปิดออกไปรับวิวสวนขนาดย่อมและต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปีหน้าบ้านที่เขารักมาก ไม่มีทางตัดแต่ใช้วิธีร่นพื้นที่หลบ ไว้เวลาทำงานขอได้หันไปเจอสีเขียวให้สบายใจ รวมถึงกลไกประตูบานใหญ่ด้านข้างและหน้าต่างเหนือประตูนั่นก็ด้วย

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

 ‘ลองสิพี่ลอง’ – คล้ายมีคนมานั่งกลางใจ

“บ้านหลังนี้เป็นเหมือนที่ทำงานสนองความต้องการ ที่รวมเอาเทคนิคที่อยากลองทำไว้ อย่างหน้าต่างข้างบนฝั่งประตูข้าง ทำเพื่อเปิดระบายอากาศ ทีแรกช่างถามว่าจะปีนขึ้นไปเปิดยังไง มีกลไกมั้ย ไม่มีหรอ เดี๋ยวช่วยคิด เลยทำเป็นที่หมุนมืออยู่ข้างล่าง ส่วนประตูนี้ทำไว้สำหรับโหลดของใหญ่ๆ มีกลไกอัตโนมัติให้เปิดขึ้น แต่ใจเราตอนแรกอยากได้ไม้ตัวใหญ่แล้วเลื่อนเหมือนประตูห้องน้ำที่เป็นล้อเลื่อนแบบวินเทจ แต่ช่างเขาก็บอก เนี่ยพี่ ผมมีแบบใหม่ ผ่าครึ่งเลย เราก็รู้สึกจะทำได้จริงหรอวะ เขาบอกทำได้ งั้นลองเลย

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“ตัวบานประตูกับหน้าต่างไอเดียจะมาเรื่อยๆ ทุกวัน ช่องนี้กี่บาน บานหนึ่งจะซอยขนาดเท่าไหร่ คือเป็นคนโลภมากอะ พอไปเห็นบ้านโน้นบ้านนี้ ก็จำแบบไว้ในหัว จนช่างเหล็กคุยกับแนนบอกว่าต้องรีบทำแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เปลี่ยนแบบอีก” นักทดลองทำดะเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ ก่อนชวนเราเดินสำรวจรอบ ๆ บ้าน

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

 ทำของเก่าให้เป็นของใหม่

บ้านใหม่หลังนี้ นอกจากโครงสร้าง ทุกอย่างก็เก่าหมด โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์และของสะสมของทั้งคู่

ตู้เหล็กหลากไซส์ เก้าอี้ เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ทำกาแฟของเป๋ สารพัดเครื่องครัวของแนน

“จริงๆ บ้านนี้สร้างหลังจากของนะ ห้องนอนเมื่อก่อนคือเต็ม ไว้เก็บของอย่างเดียว จนต้องนอนห้องรับแขก

“เราชอบของเก่ามาก พูดได้เลยว่าที่นี่มีแต่ของเก่าร้อยเปอร์เซ็นต์ เก้าอี้ที่นั่งกันอยู่ก็คือของเก่าหมดเลย ได้มาจากการไปตามหาของมาทำงานด้วย แต่ไม่ได้ไปซื้อที่ตลาดรถไฟอะไรแบบนั้นนะ ของเก่าที่เราไปซื้อส่วนใหญ่เป็นของทิ้ง จากโรงงานเหล็กรีไซเคิลบ้าง ของที่เขาบริจาควัดสวนแก้วบ้าง เจอตู้ เจอเก้าอี้ถูกใจ เราก็ซื้อเก็บ เอามาซ่อม บางตัวได้มาแต่โครงก็ไปเย็บเบาะเพิ่ม” ชายหนุ่มว่า

“มีแบบไดเรกต์มาด้วยนะ พี่เป๋มีตู้โน่นนั่นนี่ แบบเซอร์ไพรส์มาก เห็นอีกทีมาส่งแล้ว บางทีก็ซื้อไว้แล้วค่อยบอกเรา ว่าพี่ซื้อไว้ก่อนเดี๋ยวมันหาไม่ได้แล้วนะ” หญิงสาวรีบเสริมทัพ

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา
เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“คือเราซื้อตู้มาบางทีก็ต้องหาเหตุผลให้มันนะ เอาจริงๆ เลย ตู้เก่าเนี่ย ชอบต้องซื้อ แต่ตู้ใหญ่มาก แนนด่าแน่ เพราะที่มันก็แคบ เราเลยบอกว่า เห็นมั้ยเกือบร้อยลิ้นชักเนี่ย เอามาจะได้มีที่เก็บของแบบเรียบร้อยๆ ได้ใช้จริง ไม่งั้นเราจะซื้อไม่ได้ กลายเป็นที่เก็บคลังอาวุธทำงานของเราเลย” เขารีบต่อบทสนทนาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตู้ใบโปรด พลางพยักหน้าบุ้ยใบ้ว่า หญิงสาวคนรู้ใจคือเบื้องหลังความเป็นระเบียบเรียบร้อยและจัดแจงติดป้ายชื่อของแต่ละลิ้นชักนี้ให้

ถัดจากตู้ขนาดมหึมาเป็นพื้นที่ทำงาน โต๊ะเวิร์กช็อปไซส์ยาวที่พลิกอีกด้านเป็นกระดานดำได้ ฝั่งไวท์บอร์ดเดิมเขาเปลี่ยนมันให้เป็นท็อปโต๊ะ โดยเอาแผ่นไม้มาติดแทน และไม่ต้องบอกก็เดาออกว่าเป็นของเก่าจากโรงเรียนไหนสักแห่ง ส่วนสารพัดเครื่องไม้เครื่องมือช่างด้านหลังโต๊ะนี้ เป๋บอกว่าแบ่งเป็นสองส่วน คือที่ใช้จริงและเป็นของสะสม แน่นอน ทั้งหมดก็ไม่พ้นมือสองเช่นเดียวกัน

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

ก่อนเดินขึ้นสำรวจชั้นสองต่อ สายตาเหลือบไปเห็นแอร์ เจ้าตัวบอกว่าได้มาจากร้านอาหารของรุ่นน้องที่เลิกกิจการ ซึ่งเป็นแบบดิบๆ และเปลือยโครงสร้างอย่างที่อยากได้พอดี แม้แต่พัดลมทุกตัวในบ้านก็ยังประดิษฐ์เองให้เก๋เท่เข้ากันไปหมด

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“บางทีเราก็ไม่รู้ว่ามันเข้าหรือเปล่า แต่เรารู้สึกว่าเราชอบ ชอบสีของปูน สีของเหล็ก ของที่เลือกก็จะเป็นโทนสีเทา และถ้าบ้านหลังนี้มีชื่อคอลัมน์นะ ต้องเป็นแบบ ‘สตูมือสอง’ คือมือสองหมดเลยจริงๆ มีทั้งของสะสมของเราเอง ของที่ทำขึ้นมาเพื่อสะสม แล้วก็ของที่ทำขาย”

ชั้นล่าง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ทำงานของเป๋ แต่ครัวไทยบนชั้นสองนี้เป็นพื้นที่ของแนนบ้างแล้ว

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา
เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“พวกนี้นะ ร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นของสะสม” แนนเล่าก่อนผายมือไปยังตู้เก็บเครื่องครัวสวยๆ จนเต็มชั้น

“ของใช้จริงจะเป็นหม้อ เป็นกระทะปกติเลย ส่วนใหญ่ได้มาทุกอาทิตย์ เครื่องครัวนี่ชอบด้วยกันทั้งคู่ บางทีเสาร์-อาทิตย์ก็จะไปพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน มีร้านขายพวกนี้อยู่ เป็นของจากญี่ปุ่น พี่เป๋เขาชอบเครื่องทำกาแฟ เขาก็จะซื้อของเขา เราก็ซื้อของเรา”

“จริงๆ ทีแรกเถียงกันนานมากว่าจะเอาห้องน้ำไว้ชั้นบนดีมั้ย เพราะห้องนอนเราอยู่ตรงนี้ แล้วเอาครัวไว้ข้างล่าง แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ว่าห้องน้ำข้างล่างดีแล้ว ด้วยเรื่องระบบท่อและความสะดวกเวลาที่มีลูกค้ามาคุยงาน”

เสียดายที่เราไม่ได้อยู่ถึงมื้อเย็น ไม่อย่างนั้นอาจได้ฝากท้องชิมอาหารของเชฟแนนที่การันตีรสมือโดยเป๋ว่า ถูกปาก ถูกใจที่สุด

“ข้าวของส่วนใหญ่เอาฟังก์ชันหรือเอาดีไซน์ความสวยงาม” เราถามเป๋ระหว่างเดินกลับลงมาจากชั้นสอง

“เอาอารมณ์เป็นหลัก (หัวเราะ) ฟังก์ชันก็มีบ้าง แต่โดยรวมใช้อารมณ์ บางทีฟังก์ชันมันก็ไม่ได้ แถมต้องไปทำเบาะอีก แต่ว่าอารมณ์มันใช่ อารมณ์มันควรจะไปอยู่ที่ของเรา จริงๆ เสริมกันนะ คือเป็นเรื่องเทสต์ เวลาที่มองของ เราจะมองการคิดของเขาด้วยว่าการที่เขาทำอย่างนี้มันเกี่ยวกับอะไร ไม่ใช่มองแค่ว่ามันสวยจังเลย ขากางอย่างนี้แข็งแรงดีจังเลยแต่เราเดาไปด้วย ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง บางทีมันสอนเราเรื่องสกิลโครงสร้าง ทำให้เรารู้ว่าทำยังไงให้แข็งแรง ตัวนี้มีไว้เพื่ออะไร ซ่อนข้อต่อยังไงให้ดูสวยงาม”

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

ทำงานอยู่บ้าน

“จริงๆ ทั้งคู่เป็นคนติดบ้านแต่แรกอยู่แล้ว หรือว่างานทำให้ต้องอยู่บ้าน” เราถามก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม

“ชอบอยู่บ้าน ได้อยู่กับคนที่เรารักที่เราชอบ แต่ถ้าไปเที่ยวก็คือไปเที่ยวนะ ดีใจมากที่ออกจากงานประจำ มันเหมือนเราเจอตัวเอง พอมาเจอสิ่งที่มันใช่เราแล้วมันสนุกจริงๆ” เขาตอบอย่างไม่ลังเล

“บางทีมีลูกค้า เราก็บอกให้มาที่บ้านเถอะ มาที่สตูฯ ได้เลย เราอยากให้เขาได้เห็นของจริง ดีกว่าดูจากหน้าจอคอมฯ ให้เห็นทุกอย่างเลย แล้วเขาก็จะชอบมากกว่า อีกอย่างเราเป็นคนไม่มีระเบียบเลย สมมติ ทำตัวนี้อยู่ พอเดินไปดื่มน้ำ ผ่านไปเห็นอีกอย่างก็คิดแบบ เป็นอันโน้นได้ เป็นอันนี้ได้ งานก็ลามไปถึงโต๊ะสเกตช์โน้น กลายเป็นวางเครื่องมือกระจัดกระจาย วันๆ หนึ่งมีของวางอยู่สี่ห้าโปรเจกต์อะ แต่ไม่ได้ทำพร้อมกันนะ เดินไปทำอันโน้นทีอันนี้ที พอเห็นของก็จะปิ๊งไอเดียทันทีทันใด สนุกมาก มีความสุขกับการทำอะไรแบบนี้

“สมัยเป็นหนุ่มออฟฟิศกับตอนนี้ สภาพร่างกายไม่ต่าง แต่ความสุขน่ะต่างมากๆ เมื่อก่อนมันเหนื่อย ตื่นเช้าไปทำงาน เดี๋ยวก็ประชุมทั้งวันขายงานทั้งวัน อยู่นี่มันแบบ ตื่นมาก็ทำกาแฟ พอกินกาแฟสักพักแนนทำกับข้าวเสร็จ ก็ชวนกันไปวัด

“อยู่บ้านเวลาเยอะขึ้นด้วย เราชอบอยู่บ้าน แต่เราว่าการทำงานประจำก็ดี ก่อนหน้านี้เราก็ทำงานประจำ ทำให้เราได้รู้ระบบ รู้กระบวนการ พอออกมาทำเองของเราก็ง่าย” แนนเสริม ก่อนที่พวกเราจะปล่อยให้บทสนทนาเงียบลงสักครู่ (ครู่จริงๆ)

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา
เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

ทำไปจนตาย

“มันชัดมานานแล้วล่ะว่าเราเลือกแบบนี้” เป๋ เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

“ตอนแรกที่เราก้ำกึ่งทำงานประจำ อันนั้นไม่ชัด จะไอ้นั่นไหมวะ ไอ้นี่ไหมวะ แต่สุดท้ายเราลาออกมาทำเป็นอาชีพ แกนที่เดินมันชัดมากๆ แต่ว่าเดี๋ยวอาจไปทำนู่นนี่ อาจจะมีบิดนิดหน่อยระหว่างทาง ไปทำเฟอร์นิเจอร์ ทำงานแสดง มันหลากหลาย แต่มันยังยึดแกนทำดะเหมือนเดิม ใช้ของใกล้ตัวเหมือนเดิม ทำดะจนตาย อยู่ในความสุขที่สุด แบบสุขภาพดีมาก” (หัวเราะ)

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) แต่ก็ห่างถนนใหญ่พอสมควรสำหรับกิจการคาเฟ่ 

ลัดเลี้ยวเข้าซอยท้าวสุระ 3 ราว 300 เมตร หลังประตูเหล็กสีดำสูงใหญ่ บดบังสายตาอีกชั้นด้วยกำแพงธรรมชาติสีเขียว คือ 382space คาเฟ่และบ้านในสวนหลังเล็กของ เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจสร้างบ้านเองกับมือ เขาว่ามันเป็นบ้านหลังแรก ถ้าไม่ทำวันนั้น คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจทำคาเฟ่ไว้ใต้ถุนบ้าน เขาว่าหากมันเจ๊งก็ยังเหลือบ้านอยู่

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจทำสวนแบบป่า เขาว่าอยากให้ต้นไม้ดูแลกันเองบ้าง ลำพังตื่นตี 4 มารดน้ำต้นไม้ในโรงเรือนและรอบๆ ก็ปันเวลาแห่งความสุขไปกว่า 6 ชั่วโมง

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจทำทุกอย่างที่ชอบ เขาว่าเพื่อให้ได้อยู่ที่บ้านกับคนที่รัก

หาใช่แค่วาฑิตติดบ้าน เขายังติดดินด้วย

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

บ้านที่กลับมาสร้าง

7 ปีให้หลัง เน็ตและฮุ้งกลับจากอังกฤษ พวกเขาพกเงินหนึ่งก้อนที่เก็บหอมรอบริบจากการทำงานศิลปะ คาเฟ่ และเป็นแฮนดี้แมนรับซ่อมแซมบ้าน ตรงกลับนครราชสีมา พร้อมฝันแรกที่อยากทำกิจการคาเฟ่ขนาดอบอุ่น ส่วนฝันถึงการขายต้นไม้เป็นอย่างที่สองเพิ่งงอกจากงานอดิเรก

มั่นใจแน่ๆ แล้วว่าจะสร้างบ้าน ทั้งเน็ตและฮุ้งทยอยเก็บภาพมุมที่ชอบไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง โชคดีที่ทั้งสองหลงใหลเหล็ก อิฐ ไม้ โดยปล่อยเปลือยสัจจะวัสดุ และโชว์โครงสร้างแบบอินดัสเทรียลเหมือนกัน ประกอบกับมีไม้เก่าจากการรื้อบ้าน และคุณตายังซื้อไม้เก็บไว้ให้ลูกหลานตามขนบคนโบราณ

ผลที่ได้คือบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ แปลนสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า เพราะตั้งใจหลบต้นไม้และบ่อปลา ด้านบนเป็นส่วนอยู่อาศัย ด้านล่างเป็นคาเฟ่ ข้างกันมีห้อง Reading Room ไว้ให้สมาชิกคาเฟ่มานั่งทำงาน อ่านหนังสือเงียบๆ ได้

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

“ฟังก์ชันมาก่อน” ชายสวมเสื้อสีเขียวปอนๆ เพิ่งวางมือจากสวนมาเริ่มต้นเล่าให้ฟัง

“คิดว่าจะทำบ้านสเกลไม่ใหญ่อยู่แล้ว อยู่ห้องเช่าที่นู่น เราชินกับการทำทุกอย่างในห้องเดียวกัน ขนาดล้างฟิล์ม อัดรูปก็ทำในนั้น มีครัว ห้องนอน ครัวก็ครัวนั้น ข้างบนเลยออกแบบบ้านเป็น Open Plan เพดานสูง ไม่กั้นห้องเลย มีที่นอน มีครัวเล็กๆ ไว้ทำอะไรกินนิดๆ หน่อยๆ ส่วนนั่งเล่นไว้ดูทีวีนี่เพิ่งเพิ่มขึ้นมา แต่ก่อนไม่มีเพราะเราคิดว่าไม่จำเป็น หลังๆ ฮุ้งเขาพักผ่อนด้วยการดูซีรีส์ ผมก็ดูด้วยบางเรื่อง

“ตั้งใจไม่ติดแอร์ กะว่าลมร้อนให้ระบายขึ้น บางวันร้อนหนักๆ ก็ลงมานอนในคาเฟ่บ้าง นอนใน Reading Room บ้าง ปีหนึ่งมีวันที่ทนไม่ไหวอยู่ไม่เกินอาทิตย์ ร่างกายจะรู้เองว่ามันนอนไม่หลับ เรามีอุปกรณ์แคมปิ้ง ก็หอบถุงนอนลงมา” เน็ตเล่าต่อพร้อมเสียงหัวเราะ

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

สำรวจห้องไม้สีขาวด้วยสายตาจะเห็นดีเทลที่ทั้งคู่แอบซ่อนไว้ เช่น หน้าต่างสามเหลี่ยมใต้คานอยากมีไว้ให้แสงเข้า แต่ช่างบอกทำไม่ได้หรอก เขาเลยทำเองให้ดูซะเลย ที่เก็บจักรยานเหนือฝ้าห้องน้ำ ช่วยประหยัดพื้นที่และกลายเป็น Installation อย่างแนบเนียน พื้นไม้ไม่ปิดผิวรอยตะปูเก่า ที่เขาว่าอยากเก็บไว้อย่างนั้น ก็เพราะมีเรื่องราวของมันให้นึกถึง

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ
382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

ความโชคดีที่ปลูกข้างบ้านคุณพ่อคุณแม่ บางส่วนจึงอาศัยใช้ร่วมกัน เช่น พื้นที่ซักล้างใช้ร่วมกันได้ ครัวใหญ่ และไม่ใช่แค่ชั้นบนที่ทำสเกลๆ เล็ก คาเฟ่ก็เช่นกัน บาร์ขนาด 2 คน โต๊ะเก้าอี้น้อยชิ้น แต่เกือบทุกชิ้นเจ้าตัวลงมือประกอบขึ้นเอง วางเข้ามุมอย่างพอดี เพื่อลดความแข็งกระด้างของโครงสร้างเหล็ก อิฐเปลือย ปูนเปลือย เขากรุกระจก 3 ด้านแทนผนัง ช่วยดึงแสงธรรมชาติ สร้างความโปร่งโล่ง มองลอดเฟรมกระจกออกไปเห็นต้นไม้ในสวนสวย ประดับแทนภาพศิลปะ

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

บ้านหลังน้อยมีพื้นที่ใช้สอย 70 ตารางเมตร ใช้เวลาสร้างราวปีกว่า ที่นานขนาดนั้นเพราะเน็ตลงมือสร้างเอง ตั้งแต่เขียนแบบด้วยวิธีวาดเป็นภาพศิลปะ แล้วให้เพื่อนสถาปนิกเติมเรื่องโครงสร้าง มีคุณพ่อรับบทเป็นนายช่างใหญ่ กับลูกมือ 5 คน 

2 ใน 5 คือเน็ตและฮุ้ง

บ้านที่มากกว่าบ้าน

“ในความรู้สึกเรา มันมากกว่าการสร้างบ้าน เราใส่รายละเอียดของบ้านได้ทุกอย่าง เป็นคนเลือกให้มันออกมาเป็นแบบไหน ตะปูจะตอกยังไง น็อตจะขันยังไง ไม้ลายฝั่งไหน อย่างก่อผนังอิฐ ช่องไฟต้องเท่านี้ ต้องเอาฝั่งที่ไม่มีลายออก กระเบื้องดินเผาที่ปูพื้น ถ้าเป็นช่างคงปูไปเลย แต่เรากับฮุ้งเอากระเบื้องออกมาเรียงให้ลาย สี จังหวะ มันกระจายสวยก่อน 

“ขนาดเราเรียงไว้เสร็จแล้ว ช่างยังปูเป็นคลื่น ก็เลยรื้อปูใหม่ กับกระเบื้องหลังคาเจาะไม่เรียงตรงกัน เราต้องมาตีเส้นใหม่ ใช้เชือกขึง ซึ่งไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว แม้แต่เราทำเสร็จก็ไม่ได้ไปเห็นอีกเลย” ชายเจ้าของบ้านผู้อยู่ในทุกกระบวนการว่าขำๆ ก่อนสารภาพอีกเหตุผลที่เวลาบานปลายว่าถ้าไม่ได้ดั่งใจ ส่วนใหญ่จะรื้อทำใหม่ 

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

“เราคิดว่าจะทำครั้งเดียว ถ้าปล่อยผ่านมันไม่มีโอกาสกลับมาแก้ แต่ก็เชื่อนะว่า ไปสักพักเราก็จะชินกับมัน ณ ตอนนั้นเราก็อยากแก้ เพราะทำให้รู้สึกว่า ไม่ได้ซื้อบ้านสำเร็จรูป มันเป็นสิ่งที่เราค่อยๆ ทำให้โตขึ้น สิ่งนี้ค่อนข้างพิเศษสำหรับเรา และเห็นเรื่องราวเวลาที่มองบ้าน เห็นตัวเราอยู่ในนั้น” 

ถึงอย่างไรการทำเอง ก็ช่วยเซฟทั้งค่าแรงและค่าวัสดุอยู่ดี

ส่วนคาเฟ่ ในชื่อ 382space ก็ตั้งใจให้มีขนาด 2 คนดูแลไหว จากประสบการณ์เป็นลูกมือคาเฟ่เล็กๆ ที่เจ้าของร้านทำเอง และพอมองเห็นช่องว่ามันรันไปต่อเองได้ 

(มีเสียงแว่วๆ มาว่าพอมีคนมามากกว่าที่คิด ได้น้องสตาฟมาช่วย ก็อยากย้อนกลับไปทำบาร์ใหญ่ขึ้น)

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ
382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

ที่นี่ พวกเขาใช้ระบบสมาชิก มีรหัสในการเข้าประตู และเข้าไปใช้งาน Reading Room ได้ตามต้องการ

แนวคิดนี้เกิดขึ้นเพราะเน็ตชอบในบรรยากาศ Chelsea Arts Club ที่เขาเคยสัมผัส ความแปลกของคลับแห่งนี้ คือ ให้แต่สมาชิกผู้ทำงานสร้างสรรค์ เช่น ศิลปิน ครีเอทีฟ สถาปนิก นักดนตรี เท่านั้นที่เข้าไปใช้งานได้ โดยมีกฎเหล็กข้อสำคัญคือ ห้ามใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ห้ามใช้มือถือ ห้ามกางคอมพิวเตอร์ทำงาน แต่กลับดื่มกาแฟได้ ดื่มเบียร์ได้ ซึ่งในความคิดเขา ถือว่าเป็นการขอที่มาก แต่คนผู้โหยหาสถานที่แบบนี้ก็ยังมาเจอกันได้

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

“เราชอบไอเดียของคนเข้ามาใช้พื้นที่หนึ่งบนข้อตกลงเดียวกัน ได้เห็นคนนั่งคุยกัน นั่งอ่านหนังสือ โห มีเสน่ห์มาก โคตรเท่ คนก็ยอมรับที่มันเป็น เราก็เลยคิดว่าถ้าเราจะทำบ้างมันเป็นไปได้ อย่างน้อยให้คนได้ทำความเข้าใจแนวทางของร้านก่อน พอเขารู้คาแรกเตอร์ของร้าน คนที่ต้องการบรรยากาศเงียบๆ นั่งชิลล์ๆ ในสวน ก็จะมาร้านเรา

“กฎของร้านเราก็ไม่ได้ขออะไรมาก งดสูบบุหรี่ พาลูกมาก็ดูแลลูก เวลากฎเยอะคนจะรู้สึกว่าเยอะ แต่จริงๆ แล้วเราก็ขออะไรที่มันเป็นคอมมอนเซนส์ในการไปพื้นที่สาธารณะ เราแค่ต้องการให้คนอื่นรักษาสิ่งที่เราตั้งใจทำมากๆ พอๆ กับที่เราดูแล โดยหลักการเราไม่ได้ไม่อยากให้คนมา ดังนั้น สมาชิกจะพาเพื่อนมากี่คนก็ได้”

นอกจากข้อดีกับคนที่เข้ามาจะได้รู้จักตัวตนของ 382space และเป็นหูเป็นตาให้กับร้านแล้ว ระบบนี้ยังเป็นฐานข้อมูลเพื่อติดตาม COVID-19 ส่วนใครที่ไม่สะดวกหรือเป็นขาจร ก็มีระบบบัตรชั่วคราวให้แลก โดยไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิก

บ้านที่อยากให้คนมาเยี่ยม

หากอยู่ท่ามกลางธุรกิจคาเฟ่จะรู้กันดีว่า ต้นทุนในกาแฟหนึ่งแก้วมักบวกค่าสถานที่เข้าไปแล้ว และยิ่งลูกค้านั่งนาน ก็ยิ่งทำให้เสียโอกาสในการรับลูกค้าใหม่ๆ แต่สำหรับเจ้าของร้านในบ้านอย่างเน็ตและฮุ้งกลับไม่ได้มองอย่างนั้น 

“มันค่อนข้างขัดกับหลักการตลาด ในแง่คนทำธุรกิจก็อยากให้คนมาร้านเยอะๆ แต่ของเรา เราอยากให้คนที่เข้าใจร้านมา ไม่ต้องเยอะมากก็ได้ เราชอบให้คนที่มาจมอยู่กับพื้นที่ เอางานมานั่งทำ เอาหนังสือมานั่งอ่าน เราชอบเวลาที่คนมาแล้วรู้สึกว่าสวนสวยจังเลย มาดูแล้วเอากลับไปแต่งสวนที่บ้าน เราว่าร้านกาแฟมันเป็นมากกว่าร้านกาแฟ วิถีของมันไม่เหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวที่คนมากินอิ่มแล้วก็กลับ คนไม่ได้มาบริโภคแค่กาแฟ คนมาอินบรรยากาศ มาเพื่อประโยชน์อะไรบางอย่าง 

“เราอยากให้ที่นี่เป็นตัวเลือกหนึ่งให้คนที่อยากไปสวนสาธารณะ ซึ่งเมืองไทยไม่ค่อยมีสวนสาธาณะที่เป็นสวนๆ สักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะทำเพื่อคนอื่น เราเอาตัวเองตั้งว่าอยากทำสวน แล้วให้คนอื่นมาแชร์สิ่งที่ทำ”

เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

ด้วยเหตุผลนี้ ทั้งคู่อยากมีห้องหนึ่งเอาไว้ให้สมาชิกที่มาคนเดียว หรือหาที่นั่งทำงานได้มีพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งต่อให้ร้านยุ่งแค่ไหน ห้องนี้ก็จะไม่เต็ม 

อดีตศิลปินเปลี่ยนแกลเลอรี่เก่าของตัวเองที่เคยรับบท Garden Shop มาเป็นห้องสูงโปร่งคงคอนเซปต์ปูน เหล็ก ไม้ รายล้อมด้วยโต๊ะ-เก้าอี้ ที่เขาทำเองบางส่วน ส่วนบางตัวเป็นเฟอร์นิเจอร์วินเทจจากร้านมือสอง ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย เน้นแสงธรรมชาติจากหลังคาสกายไลต์ และกรอบกระจกบนใหญ่ โดยไม่ลืมเติมสีเขียวจากไม้ชวนสดชื่น และประดับภาพศิลปะไว้เบรกความดิบเท่ของผนังปูนเปลือย บอกเลยว่าเหมาะแก่การอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานเงียบๆ มาก

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ
382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

บ้านที่ส่วนใหญ่ให้ต้นไม้อยู่

ถ้ามองจากมุมสูง แทบไม่เห็นตัวบ้านที่หลบใต้ร่มไม้สีเขียว พื้นที่ราว 70 เปอร์เซ็นต์ของที่ดินเป็นสวนป่าที่เขาลงแรงทั้งหมด เว้นก็เสียแต่ต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีอยู่เดิม

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

คนที่อินทำคาเฟ่อยู่ดีๆ ก็เปิดประตูมาเจอความชอบใหม่และจริงจังขึ้นเรื่อยๆ จากแค่จัดสวน พอมีลูกค้าถามซื้อต้นไม้ ก็เริ่มแบ่งบางต้นมาชำขาย ก่อนลามไปสู่สะสมพันธุ์แปลกหายาก 

“ไปเจอกลุ่มคนที่เขาเล่นต้นไม้ เลยมาคิดว่าทำไมโคราชไม่มีร้านขายต้นไม้ดีๆ เราก็เลยเกิดไอเดียเปลี่ยนแกลเลอรี่ให้เป็น Garden Shop แต่เปิดเดือนละครั้ง และมีไปขายที่ตลาดนัดด้วย หลังๆ เราเล่นไม้ที่ลึกขึ้น เหมือนคนไม่ค่อยซื้อ เลยเปลี่ยนมาขายในกลุ่ม อย่างก้ามกุ้งด่างนี้ เจ็ดพันถึงหนึ่งหมื่น ถ้าด่างทั้งใบ ใบละหมื่นถึงสองหมื่น ด้วยกระแสช่วงนี้ราคามันเลยขึ้น ก็ดีเป็นโชคดีของเราด้วย จากเมื่อก่อนเสียเงินซื้อ ตอนนี้พอเป็นออนไลน์ ที่เราเลี้ยงๆ ไว้มันขายได้หมด บางต้นเราก็ผสมเกสรเอง” 

โรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง

เจ้าของงานอดิเรกปลูกต้นไม้ที่กลายเป็นฟูลไทม์ไม่ทันรู้ตัวเล่า ก่อนพาเดินลัดเลาะหลังสวน ไปยังโรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง

แน่ล่ะ แต่ละโรงเรือนก็สร้างเอง ศึกษาวิธีการปลูกเองจากการถามผู้ชำนาญ บ้างก็สังเกตเอาจากถิ่นกำเนิดแล้วค่อยๆ ทดลองปรับ นำเข้ากล้าต้นไม้จากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไม้สะสม

โรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง
โรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง

แม้ชอบทำสวน แต่งานรับจัดสวนไม่ใช่ทางเท่าไหร่ เพราะเน็ตอินกับการขยายพันธุ์มากกว่า วันๆ เลยชอบหมกตัวอยู่ในสวนของตัวเอง

ถึงอย่างไร เขาก็เอ่ยปากว่ามันไม่ได้โรแมนติก มีความยุ่งยาก ไหนจะต้องมาเพาะเมล็ด ไหนจะต้องถอนวัชพืชตอนหน้าฝน บางทีก็ดูแลไม่ทัน ยังดีที่ในโซนสวน เขาจัดระบบนิเวศให้ต้นไม้น้อยใหญ่เกื้อกูลกันเองแบบป่าไว้

“เราลงมารดน้ำต้นไม้ตอนตีสี่ครึ่ง ถ้าฝนไม่ตก ใช้เวลารดน้ำต้นไม้หกชั่วโมง ในสวนไม่ได้ใช้สปริงเกอร์ เพราะไม่ได้วางระบบไว้ แต่ในโรงเรือนใช้ อย่างท้องร่อง เป็นงานแก้จากเมื่อก่อน ทำไว้เกือบสี่สิบปีแล้วมันเริ่มตื้น ตอนฝนตกน้ำท่วมขึ้นมา เลยไปจ้างแม็คโครเล็กมาขุด มีบ่อน้ำด้านหลังให้มันไปรวมตรงนั้นก่อนรอระบาย พอมีคลองเราก็เอาต้นไม้ลงไปปลูกบ้าง ทำสะพานข้ามให้มันสวยหน่อย” 

เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

เน็ตชวนเข้าไปดูในโรงเรือนแคคตัส เขาเรียกให้เข้าไปดูฝักของต้นพาชีโพเดียม (Pachypodium) ซึ่งเป็นพันธุ์จากมาดากัสก้าใกล้ๆ คาดคะเนด้วยสายตา เขาว่ามีประมาณ 70 เมล็ด เมล็ดละ 20 บาท คู่นี้ก็ได้ประมาณ 3,000 บาท

ส่วนอีกสายพันธุ์ที่ปีหนึ่งออกดอกรอบเดียว ต้นนี้เขาว่ามันน่าจะอายุ 10 ปีได้ เลี้ยงมา 5 ปี เพิ่งออกดอกปีแรก หน้าตาแบบนี้ก็ มีคนซื้อเมล็ดละ 25 บาท หนึ่งฝักมี 200 เมล็ด ทว่านกตัวแสบแอบมากินไปหลายฝัก อาทิตย์ก่อนเขาเลยทำตาข่ายดักนก DIY จากของที่เหลือในบ้าน ปิดรูบนหลังคาเสีย

ทำไมคนเรียนศิลปะมาถึงได้พูดชื่อต้นไม้คล่องแคล่วขนาดนี้คะ-เราถามขณะเดินตามหลังเขา

“รักแล้วมันเป็นอย่างนี้” 

เราปล่อยให้รอยยิ้มตาหยีขานรับคำตอบ

เดินไปจนสุดโรงเรือน ด้านซ้ายมือเป็นแปลงสารพัดผักสวนครัว ด้านหลังเป็นเล้าไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อย หรือที่เรียกว่า Happy Chicken ความตั้งใจแรกหวังเก็บไข่มาทำขนมในร้าน แต่ไปๆ มาๆ เพิ่มเป็น 70 ตัวได้ อาทิตย์หนึ่งเก็บไข่ได้ประมาณ 14 – 15 ถาด จึงแบ่งขาย มีกำไรตรงที่ได้กินไข่ไก่สดๆ และรู้ที่มาที่ไป

เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

บ้านที่ค้นพบว่า ทำสิ่งเดิมๆ ได้ทุกวัน

เน็ตเป็นคนติดบ้าน การตื่นและเข้านอนด้วยกิจวัตรเดิมๆ จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา 

ความลับอีกข้อคือ เขาค่อนข้างกลัวผู้คน เช่นเดียวกับฮุ้ง

“ต้นไม้มันทำให้เราอยู่บ้าน ได้อยู่กับตัวเอง เป็นคนแพ้คน ใช้พลังงานค่อนข้างเยอะเวลาเจอคน ถ้าไปขายต้นไม้ในงานแฟร์เจอคนเยอะๆ อย่างนั้นต้องกินพาราไว้เลย ตกเย็นน็อกแน่นอน ตอนอยู่อังกฤษนั่งรถไฟ Underground เจอคนเยอะ เลยปั่นจักรยานเอา” ชายเสื้อเขียวเล่าติดตลก

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

การกลับมาอยู่บ้านของคนเคยห่างบ้าน จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบความชอบหลายๆ อย่างในตัวเอง

“ไม่ได้อยากทำทีละหลายๆ อย่างนะ ไม่ได้แพลนอะไรที่มันไกลมากขนาดนั้น เรามีเป้าหมายอย่างหนึ่ง คืออยากทำร้าน แล้วสิ่งนี้มันเปิดประตูเราไปเรื่อยๆ จนค้นพบว่าทุกอย่างมันมีทางไปของมัน แล้วเราก็เลือกว่าเราจะทำหรือไม่ทำ เชื่อว่าโอกาสที่ให้ทำสิ่งใหม่ๆ จะมีมาเสมอ 

“เราว่าทุกอาชีพ ถ้าจริงจังมันโอเคหมด เมื่อก่อนเรามองว่าอาชีพต้องเป็นอาชีพ ตั้งแต่ไปอยู่อังกฤษ เราทำร้านอาหาร ทำคาเฟ่ ไปเป็นแฮนดี้แมนอย่างละหน่อย มันก็หาเงินได้ จริงๆ เงินที่เราได้มาไม่จำเป็นต้องแหล่งเดียวที่ใช้คำว่าอาชีพ ผมปลูกต้นไม้ก็ไม่ได้คิดว่านั่นคืออาชีพ แค่รู้สึกว่าโอเค มันหารายได้ได้จากตรงนั้น ถึงจะฟูลไทม์ เราก็ไม่รู้ว่านี่เรียกเป็นเกษตรกรหรือยัง ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำธุรกิจ แค่รู้สึกว่าชอบทำ แล้วสิ่งนั้นมันต้องไม่กินตังค์เราก็พอ (หัวเราะ)”

หลังบทสนทนาจบลง เจ้ายูเค น้ำตาล สเตล่า จินนี่ และปุย เจ้าของบ้านสี่ขาก็ผลัดกันเข้ามาเป็นนายแบบ-นางแบบ ให้ถ่ายรูปอย่างรู้งาน

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load