ปลั๊กไฟที่กำลังทำหน้าเหมือนร้องขอชีวิต

ไดร์เป่าผมเหมือนเป็ดไม่มีผิด

ร่มค้างคาวกัน COVID-19

เจอข้าวของหน้าตาประหลาดนิดๆ

คุณคิดจินตนาการเป็นอย่างอื่นมั้ย

ถ้าใช่ ยินดีด้วย คุณมีสายตาอารมณ์ดี

ถ้าไม่ เจ้าของบ้านหลังนี้จะทำให้การมองของรอบตัวคุณเปลี่ยนไป

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

‘นักทำดะ’

เป๋-ธนวัต มณีนาวา รีบเอ่ยหลังบอกว่า เราอยากรู้จักแบรนด์ TAM:DA สุดครีเอตของเขา

“อย่าเรียกว่าแบรนด์เลย ทุกคนจะเรียกเราหลายแบบมาก เจ้าของแบรนด์บ้าง นักประดิษฐ์บ้าง นักออกแบบบ้าง ล่าสุดนิทรรศการที่ทำกับหอศิลป์ฯ ตอนแนะนำตัว เขาก็ไม่รู้จะเรียกเราว่าอะไรดี สถาปนิกก็ไม่ใช่ นักออกแบบก็ไม่ใช่ เพราะวิธีทำก็ไม่ใช่นักออกแบบ เรียกว่าทำดะแล้วกัน” นักทำดะแนะนำตัวสั้นๆ กลั้วเสียงหัวเราะ

ทำดะ

TAM:DA ของเป๋ก่อตั้งมาแล้วกว่า 5 ปี โดยมี แนน-วิจิตรากรณ์ วชิรศรีสุนทรา คอยซับพอร์ตงานส่วนออฟฟิศอยู่เบื้องหลัง

ของที่ TAM:DA ทำมี 2 แบบ อย่างแรกคือใช้งานได้จริง เช่น ไม้แขวนเสื้อแขวนจักรยาน กระเป๋าคลัตช์จากไฟท้ายรถยนต์ อย่างหลังเป็นงานรูปร่างหน้าตาแปลกๆ เน้นตลก ประโยชน์เดียวคือเป็นของโชว์ เขาว่าอย่างนั้น

จินตนาการของเป๋เริ่มตั้งแต่ตอนเป็นเด็กชายผู้ประดิษฐ์มะม่วงเล่นเป็นอุลตร้าแมน ทำของเล่นเอง

โตขึ้นเขาชอบของเก่า เมื่อซื้อมาก็ต้องซ่อมบ้าง ดัดแปลงบ้าง จนเริ่มมีสกิล บวกกับความคิดสร้างสรรค์ซึ่งค่อยๆ เพิ่มพูนจากอาชีพครีเอทีฟฝั่งอีเวนต์ในบริษัทโฆษณา ที่สอนให้เขาคิดภาพเป็นสามมิติในหัว ล้วนตกตะกอนสู่ TAM:DA ทั้งสิ้น

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“ช่วงงานเลี้ยงปลายปีของบริษัท เราเอาของเหลือมาทำโคมไฟบ้าง ทำเวที เอาซีดีมาเรียงเป็นแผ่นระยิบระยับ หลายปีเข้าหน้าที่ทำของแต่งปาร์ตี้กลายเป็นหน้าที่ของเราเลย จนมีรุ่นน้องบอกว่า พี่ชอบทำอะไรแบบนี้ ทำไมพี่ไม่ทำขาย ทำไมไม่ทำเพจขึ้นมา ตอนนั้นสิบปีที่แล้วเราก็คิด จะมีคนซื้อหรอ มันจะได้หรอ มันไม่ใช่โปรดักต์ มันเป็นงาน DIY เขาก็บอก ถ้าพี่กลัวขายไม่ได้ก็ช่างมัน เราให้ประโยชน์คนอื่นไง ดีกว่าพี่เก็บไว้ในลิ้นชักแล้วไม่มีคนสนใจ เราก็เออ ทำแบบไม่หวงเลยนะ ใครจะก๊อปก็ได้ แล้วพอลงเพจมีคนมาสนใจบ้าง ถูกใจบ้าง ก็โอเคนะ มันเป็นความสนุกของเราด้วย

“คือเราเคยฝันนะว่าต้องเป็นโปรดักต์ดีไซเนอร์เก๋ๆ ถ้ามีของเป็นแบรนด์ตัวเอง ชิ้นแรกที่เคยทำขายคือ โคมไฟพุดเดิ้ล แต่ไม่มีละ พี่ทุบแตกหมดละ” เขาเล่าก่อนระเบิดเสียงหัวเราะ

“ตอนนั้นทำเป็นพันชิ้น ขายไม่ออกเลยนะ เราเห็นไฟแต่งต้นคริสต์มาสลูกสีเงินๆ เหลือเยอะจากงานอีเวนต์ มันเอาไปทำเป็นโคมไฟใหม่ได้ เราจับมารวมกันเป็นก้อนคล้ายหมาพุดเดิ้ลที่เปลี่ยนรูปร่างได้สิบสี่ท่า ร้อยด้วยยางข้างใน แต่ส่วนหัวต้องขึ้นรูปพลาสติกใหม่เพื่อซ่อนขั้วต่อหลอดไฟ ทำแพ็กเกจจิ้งจริงจัง อยู่กับชิ้นเดียวเนี่ยเป็นปี เหนื่อยมาก เอาไปวางขายที่สยาม ที่ TCDC เครียดแต่ไม่เลิกนะ ก็ยังขายอยู่ ชักรู้สึกไม่มีความสุขแล้ว

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา
เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“ส่วนของที่เราโพสต์ลงเพจเล่นๆ หรือว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ก็ทำไปด้วย อย่างไม้แขวนเสื้อที่แขวนจักรยานได้ หน้ากากหมวกกันน็อกที่เอามารวมกันเป็นโคมไฟ คนกลับชอบแบบนั้นมากกว่า ตัดสินใจทำอะไรสนุกๆ เลยออกมาเป็นของที่หน้าตาไม่เหมือนกันสักอย่าง แถมมีหลายประเภทมากทั้งกระเป๋า โคมไฟ หุ่นโชว์ หลังๆ ทำเป็นโปรเจกต์กับแบรนด์ แทบไม่ซ้ำ มีอย่างเดียวที่ซ้ำคือต้นคริสต์มาส

“อ้อ มีชูชีพขวดน้ำด้วยนะ” เป๋ต่อบทสนนทนา พลางหยิบของบนชั้นวางมาเล่าอย่างออกรส

“ทำตอนนิทรรศการเกี่ยวกับน้ำท่วมที่โกเบ ญี่ปุ่น เขาเชิญศิลปินไทยไปร่วมออกแบบเกี่ยวกับนวัตกรรมสู้ภัยพิบัติ สถาปนิกเขาก็คิดบ้านน้ำท่วม โปรดักต์ดีไซน์ก็มีนะ ทำโน่นทำนี่แบบเจ๋งเลยอะ ของเราคือ ทำเสื้อจุกโผล่แบบง่ายๆ เลยนะ เพราะถ้าน้ำมาเร็วๆ มัวเย็บติดเสื้อคงไม่ทัน เรามองเห็นฟังก์ชันฝาเกลียวว่ามันคือน็อตตัวผู้ตัวเมีย แค่ใส่เข้าไปในเสื้อ หมุนปิด คิดว่าคนญี่ปุ่นต้องฮาแน่ ปรากฏว่าเขาชอบมาก เขาโน้ตกลับมาเลยว่า ถ้าคนน้ำหนักต่างกัน ต้องใช้กี่ขวด อัตราส่วนเท่าไหร่ เลยให้เพื่อนที่เป็นวิศวะช่วยคำนวณให้ ไปทดลองที่สระน้ำจริงๆ แล้วส่งวิดีโอกลับไป สุดท้ายเข้ารอบเฉย”

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา
เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

ไม่แน่ คุณอาจเคยเห็นงานของเขาสักชิ้น จากที่ไหนสักแห่ง และนึกชอบใจอยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้

ทำบ้าน

เมื่อนักทำดะตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เขาเปลี่ยนมุมเล็กๆ ในบ้านหลังเดิมของครอบครัวให้เป็นพื้นที่ประดิดประดอย เลื่อย ตัด ดัด ทุบ นานวันเข้า ของยิ่งเยอะ ยิ่งใหญ่ และเสียงดังมากขึ้น ด้วยความเกรงใจคุณพ่อคุณแม่ เป๋มองหาที่ทางใหม่ เพื่อทำสตูดิโอพ่วงตำแหน่งเป็นบ้านของตัวเอง

สตูดิโอปูนเปลือยรูปตัว L ต่อเติมจากบ้านหลังเก่า จุดเชื่อมต่อคือห้องนอนเดิมบนชั้นสองที่ควบรวมฟังก์ชันทางเดินผ่าน ถัดมาก่อนลงบันไดเป็นครัวขนาดมินิ ชั้นล่างยกให้เป็นพื้นที่ทำงานแผ่เต็มทางยาวและสูงจรดหลังคา โดยไม่ลืมแบ่งโซนทางเข้าหน้าบ้านเป็นที่รับแขก แม้ไม่กั้นห้องแต่ก็แบ่งสัดส่วนชัดด้วยฟังก์ชันใช้สอย

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“บ้านหลังนี้คิดเหมือนตอนทำโปรดักต์เลยครับ ไม่มีแปลนเลยนะ มีแต่สเกตช์ง่ายๆ ให้วิศวกรดู ส่วนโมเดลสามมิติก็หาอะไรกล่องๆ มาทำ คิดแค่ว่าห้องนอนเก่าอยู่ตรงนี้ก็พยายามสร้างสูงขึ้นไปให้เชื่อมกัน ทำงานข้างล่างเสร็จ ขึ้นไปนอนข้างบนได้เลย

“โครงสร้างใช้เป็นโครงสร้างเหล็ก ตอนแรกมีคาน มีเสา เราเอาแค่นี้ก่อน แล้วก็จ้างผู้รับเหมางานปูนขึ้นโครงบ้าน คิดง่ายมาก คิดแค่ว่าผนังติดที่กับตัวบ้านเดิมต้องทึบ เพื่อบังบ้านให้หมดจะได้ไม่รบกวนพ่อแม่ และไม่ต้องฉาบ เพราะเราชอบดิบๆ ชอบเทกซ์เจอร์

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“ส่วนฝั่งที่เหลืออยากให้เป็นกระจกหมด เพราะชอบแสงสว่างๆ เผื่อใช้เวลาทำงานด้วย งานกระจกเราก็มีน้องที่รู้จักเลยชวนเขามาทำให้ ส่วนโครงสร้างเหล็กที่เห็นเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งโครงหน้าต่าง ประตู บันได ระแนงกันตก ได้ช่างเหล็กที่เป็นมือขวาของทำดะมาทำให้เหมือนกัน เลยเป็นการสร้างบ้านแบบตามใจฉันมาก”

ทำการทดลองไปเรื่อย (ๆ)

เมื่อเป็นบ้านตามใจฉัน ชายหนุ่มสารภาพตามตรงว่าภาพแรกในหัวไม่ได้เป็นแบบนี้ มันดีกว่าที่คิดเสียอีก

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

เพราะเหมือนเขาได้ทำการทดลองไปด้วย ยิ่งได้ช่างเหล็กคู่ใจมาช่วยเนรมิตโครงสร้างเหล็กทั้งหลังให้ ยิ่งสนุกไปกันใหญ่ ทั้งคู่ชวนกันทดลองนู่น ทำนี่ ตั้งแต่หน้าต่างที่กระจกแต่ละช่องไม่เหมือน-ไม่เท่ากันสักบาน ส่วนประตูบานผลักก็ตั้งใจทำอีกครึ่งให้เป็นบานเฟี้ยม เพื่อเปิดออกไปรับวิวสวนขนาดย่อมและต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปีหน้าบ้านที่เขารักมาก ไม่มีทางตัดแต่ใช้วิธีร่นพื้นที่หลบ ไว้เวลาทำงานขอได้หันไปเจอสีเขียวให้สบายใจ รวมถึงกลไกประตูบานใหญ่ด้านข้างและหน้าต่างเหนือประตูนั่นก็ด้วย

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

 ‘ลองสิพี่ลอง’ – คล้ายมีคนมานั่งกลางใจ

“บ้านหลังนี้เป็นเหมือนที่ทำงานสนองความต้องการ ที่รวมเอาเทคนิคที่อยากลองทำไว้ อย่างหน้าต่างข้างบนฝั่งประตูข้าง ทำเพื่อเปิดระบายอากาศ ทีแรกช่างถามว่าจะปีนขึ้นไปเปิดยังไง มีกลไกมั้ย ไม่มีหรอ เดี๋ยวช่วยคิด เลยทำเป็นที่หมุนมืออยู่ข้างล่าง ส่วนประตูนี้ทำไว้สำหรับโหลดของใหญ่ๆ มีกลไกอัตโนมัติให้เปิดขึ้น แต่ใจเราตอนแรกอยากได้ไม้ตัวใหญ่แล้วเลื่อนเหมือนประตูห้องน้ำที่เป็นล้อเลื่อนแบบวินเทจ แต่ช่างเขาก็บอก เนี่ยพี่ ผมมีแบบใหม่ ผ่าครึ่งเลย เราก็รู้สึกจะทำได้จริงหรอวะ เขาบอกทำได้ งั้นลองเลย

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“ตัวบานประตูกับหน้าต่างไอเดียจะมาเรื่อยๆ ทุกวัน ช่องนี้กี่บาน บานหนึ่งจะซอยขนาดเท่าไหร่ คือเป็นคนโลภมากอะ พอไปเห็นบ้านโน้นบ้านนี้ ก็จำแบบไว้ในหัว จนช่างเหล็กคุยกับแนนบอกว่าต้องรีบทำแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เปลี่ยนแบบอีก” นักทดลองทำดะเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ ก่อนชวนเราเดินสำรวจรอบ ๆ บ้าน

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

 ทำของเก่าให้เป็นของใหม่

บ้านใหม่หลังนี้ นอกจากโครงสร้าง ทุกอย่างก็เก่าหมด โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์และของสะสมของทั้งคู่

ตู้เหล็กหลากไซส์ เก้าอี้ เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ทำกาแฟของเป๋ สารพัดเครื่องครัวของแนน

“จริงๆ บ้านนี้สร้างหลังจากของนะ ห้องนอนเมื่อก่อนคือเต็ม ไว้เก็บของอย่างเดียว จนต้องนอนห้องรับแขก

“เราชอบของเก่ามาก พูดได้เลยว่าที่นี่มีแต่ของเก่าร้อยเปอร์เซ็นต์ เก้าอี้ที่นั่งกันอยู่ก็คือของเก่าหมดเลย ได้มาจากการไปตามหาของมาทำงานด้วย แต่ไม่ได้ไปซื้อที่ตลาดรถไฟอะไรแบบนั้นนะ ของเก่าที่เราไปซื้อส่วนใหญ่เป็นของทิ้ง จากโรงงานเหล็กรีไซเคิลบ้าง ของที่เขาบริจาควัดสวนแก้วบ้าง เจอตู้ เจอเก้าอี้ถูกใจ เราก็ซื้อเก็บ เอามาซ่อม บางตัวได้มาแต่โครงก็ไปเย็บเบาะเพิ่ม” ชายหนุ่มว่า

“มีแบบไดเรกต์มาด้วยนะ พี่เป๋มีตู้โน่นนั่นนี่ แบบเซอร์ไพรส์มาก เห็นอีกทีมาส่งแล้ว บางทีก็ซื้อไว้แล้วค่อยบอกเรา ว่าพี่ซื้อไว้ก่อนเดี๋ยวมันหาไม่ได้แล้วนะ” หญิงสาวรีบเสริมทัพ

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา
เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“คือเราซื้อตู้มาบางทีก็ต้องหาเหตุผลให้มันนะ เอาจริงๆ เลย ตู้เก่าเนี่ย ชอบต้องซื้อ แต่ตู้ใหญ่มาก แนนด่าแน่ เพราะที่มันก็แคบ เราเลยบอกว่า เห็นมั้ยเกือบร้อยลิ้นชักเนี่ย เอามาจะได้มีที่เก็บของแบบเรียบร้อยๆ ได้ใช้จริง ไม่งั้นเราจะซื้อไม่ได้ กลายเป็นที่เก็บคลังอาวุธทำงานของเราเลย” เขารีบต่อบทสนทนาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตู้ใบโปรด พลางพยักหน้าบุ้ยใบ้ว่า หญิงสาวคนรู้ใจคือเบื้องหลังความเป็นระเบียบเรียบร้อยและจัดแจงติดป้ายชื่อของแต่ละลิ้นชักนี้ให้

ถัดจากตู้ขนาดมหึมาเป็นพื้นที่ทำงาน โต๊ะเวิร์กช็อปไซส์ยาวที่พลิกอีกด้านเป็นกระดานดำได้ ฝั่งไวท์บอร์ดเดิมเขาเปลี่ยนมันให้เป็นท็อปโต๊ะ โดยเอาแผ่นไม้มาติดแทน และไม่ต้องบอกก็เดาออกว่าเป็นของเก่าจากโรงเรียนไหนสักแห่ง ส่วนสารพัดเครื่องไม้เครื่องมือช่างด้านหลังโต๊ะนี้ เป๋บอกว่าแบ่งเป็นสองส่วน คือที่ใช้จริงและเป็นของสะสม แน่นอน ทั้งหมดก็ไม่พ้นมือสองเช่นเดียวกัน

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

ก่อนเดินขึ้นสำรวจชั้นสองต่อ สายตาเหลือบไปเห็นแอร์ เจ้าตัวบอกว่าได้มาจากร้านอาหารของรุ่นน้องที่เลิกกิจการ ซึ่งเป็นแบบดิบๆ และเปลือยโครงสร้างอย่างที่อยากได้พอดี แม้แต่พัดลมทุกตัวในบ้านก็ยังประดิษฐ์เองให้เก๋เท่เข้ากันไปหมด

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“บางทีเราก็ไม่รู้ว่ามันเข้าหรือเปล่า แต่เรารู้สึกว่าเราชอบ ชอบสีของปูน สีของเหล็ก ของที่เลือกก็จะเป็นโทนสีเทา และถ้าบ้านหลังนี้มีชื่อคอลัมน์นะ ต้องเป็นแบบ ‘สตูมือสอง’ คือมือสองหมดเลยจริงๆ มีทั้งของสะสมของเราเอง ของที่ทำขึ้นมาเพื่อสะสม แล้วก็ของที่ทำขาย”

ชั้นล่าง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ทำงานของเป๋ แต่ครัวไทยบนชั้นสองนี้เป็นพื้นที่ของแนนบ้างแล้ว

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา
เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

“พวกนี้นะ ร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นของสะสม” แนนเล่าก่อนผายมือไปยังตู้เก็บเครื่องครัวสวยๆ จนเต็มชั้น

“ของใช้จริงจะเป็นหม้อ เป็นกระทะปกติเลย ส่วนใหญ่ได้มาทุกอาทิตย์ เครื่องครัวนี่ชอบด้วยกันทั้งคู่ บางทีเสาร์-อาทิตย์ก็จะไปพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน มีร้านขายพวกนี้อยู่ เป็นของจากญี่ปุ่น พี่เป๋เขาชอบเครื่องทำกาแฟ เขาก็จะซื้อของเขา เราก็ซื้อของเรา”

“จริงๆ ทีแรกเถียงกันนานมากว่าจะเอาห้องน้ำไว้ชั้นบนดีมั้ย เพราะห้องนอนเราอยู่ตรงนี้ แล้วเอาครัวไว้ข้างล่าง แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ว่าห้องน้ำข้างล่างดีแล้ว ด้วยเรื่องระบบท่อและความสะดวกเวลาที่มีลูกค้ามาคุยงาน”

เสียดายที่เราไม่ได้อยู่ถึงมื้อเย็น ไม่อย่างนั้นอาจได้ฝากท้องชิมอาหารของเชฟแนนที่การันตีรสมือโดยเป๋ว่า ถูกปาก ถูกใจที่สุด

“ข้าวของส่วนใหญ่เอาฟังก์ชันหรือเอาดีไซน์ความสวยงาม” เราถามเป๋ระหว่างเดินกลับลงมาจากชั้นสอง

“เอาอารมณ์เป็นหลัก (หัวเราะ) ฟังก์ชันก็มีบ้าง แต่โดยรวมใช้อารมณ์ บางทีฟังก์ชันมันก็ไม่ได้ แถมต้องไปทำเบาะอีก แต่ว่าอารมณ์มันใช่ อารมณ์มันควรจะไปอยู่ที่ของเรา จริงๆ เสริมกันนะ คือเป็นเรื่องเทสต์ เวลาที่มองของ เราจะมองการคิดของเขาด้วยว่าการที่เขาทำอย่างนี้มันเกี่ยวกับอะไร ไม่ใช่มองแค่ว่ามันสวยจังเลย ขากางอย่างนี้แข็งแรงดีจังเลยแต่เราเดาไปด้วย ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง บางทีมันสอนเราเรื่องสกิลโครงสร้าง ทำให้เรารู้ว่าทำยังไงให้แข็งแรง ตัวนี้มีไว้เพื่ออะไร ซ่อนข้อต่อยังไงให้ดูสวยงาม”

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

ทำงานอยู่บ้าน

“จริงๆ ทั้งคู่เป็นคนติดบ้านแต่แรกอยู่แล้ว หรือว่างานทำให้ต้องอยู่บ้าน” เราถามก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม

“ชอบอยู่บ้าน ได้อยู่กับคนที่เรารักที่เราชอบ แต่ถ้าไปเที่ยวก็คือไปเที่ยวนะ ดีใจมากที่ออกจากงานประจำ มันเหมือนเราเจอตัวเอง พอมาเจอสิ่งที่มันใช่เราแล้วมันสนุกจริงๆ” เขาตอบอย่างไม่ลังเล

“บางทีมีลูกค้า เราก็บอกให้มาที่บ้านเถอะ มาที่สตูฯ ได้เลย เราอยากให้เขาได้เห็นของจริง ดีกว่าดูจากหน้าจอคอมฯ ให้เห็นทุกอย่างเลย แล้วเขาก็จะชอบมากกว่า อีกอย่างเราเป็นคนไม่มีระเบียบเลย สมมติ ทำตัวนี้อยู่ พอเดินไปดื่มน้ำ ผ่านไปเห็นอีกอย่างก็คิดแบบ เป็นอันโน้นได้ เป็นอันนี้ได้ งานก็ลามไปถึงโต๊ะสเกตช์โน้น กลายเป็นวางเครื่องมือกระจัดกระจาย วันๆ หนึ่งมีของวางอยู่สี่ห้าโปรเจกต์อะ แต่ไม่ได้ทำพร้อมกันนะ เดินไปทำอันโน้นทีอันนี้ที พอเห็นของก็จะปิ๊งไอเดียทันทีทันใด สนุกมาก มีความสุขกับการทำอะไรแบบนี้

“สมัยเป็นหนุ่มออฟฟิศกับตอนนี้ สภาพร่างกายไม่ต่าง แต่ความสุขน่ะต่างมากๆ เมื่อก่อนมันเหนื่อย ตื่นเช้าไปทำงาน เดี๋ยวก็ประชุมทั้งวันขายงานทั้งวัน อยู่นี่มันแบบ ตื่นมาก็ทำกาแฟ พอกินกาแฟสักพักแนนทำกับข้าวเสร็จ ก็ชวนกันไปวัด

“อยู่บ้านเวลาเยอะขึ้นด้วย เราชอบอยู่บ้าน แต่เราว่าการทำงานประจำก็ดี ก่อนหน้านี้เราก็ทำงานประจำ ทำให้เราได้รู้ระบบ รู้กระบวนการ พอออกมาทำเองของเราก็ง่าย” แนนเสริม ก่อนที่พวกเราจะปล่อยให้บทสนทนาเงียบลงสักครู่ (ครู่จริงๆ)

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา
เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

ทำไปจนตาย

“มันชัดมานานแล้วล่ะว่าเราเลือกแบบนี้” เป๋ เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

“ตอนแรกที่เราก้ำกึ่งทำงานประจำ อันนั้นไม่ชัด จะไอ้นั่นไหมวะ ไอ้นี่ไหมวะ แต่สุดท้ายเราลาออกมาทำเป็นอาชีพ แกนที่เดินมันชัดมากๆ แต่ว่าเดี๋ยวอาจไปทำนู่นนี่ อาจจะมีบิดนิดหน่อยระหว่างทาง ไปทำเฟอร์นิเจอร์ ทำงานแสดง มันหลากหลาย แต่มันยังยึดแกนทำดะเหมือนเดิม ใช้ของใกล้ตัวเหมือนเดิม ทำดะจนตาย อยู่ในความสุขที่สุด แบบสุขภาพดีมาก” (หัวเราะ)

เยือน TAM:DA Studio บ้านมือหนึ่งที่มีแต่ปูนกับเหล็กและแต่งบ้านด้วยของมือสองทั้งหลัง ของ เป๋-ธนวัต มณีนาวา

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ (Mary Poppins)

อูมปา ลูมปาส์ (Oompa Loompas)

The Sound of Music

อรุณธตี รอย

ชื่อด้านบนนี้ถูกพูดถึงในบทสนทนาเรื่องที่มาที่ไปของบ้านโพสิทีฟ ซึ่งเจ้าของบ้าน แอ-พนิดา พลบุตร เล่าแต่ละเรื่องด้วยน้ำเสียงแจ่มใส ขณะพาชมบ้านขนาดเล็กของเธอที่โอบล้อมด้วยแปลงกุหลาบและต้นไม้นานาชนิด ซึ่งทุกอย่างเป็นดอกไม้กินได้ อย่างทาร์รากอน ชบาเมเปิ้ล อัญชัน สายน้ำผึ้ง

เมื่อเดินผ่านแปลงดอกไม้ไปอีกฝั่งหนึ่ง เห็นอาคารปูนเปลือยทรงเหลี่ยมพร้อมโต๊ะใหญ่ใต้ระแนง นั่นคือสตูดิโอศิลปะ Artanyway ของเพื่อนสนิทที่คุณแอชักชวนมาสร้างใกล้ ๆ กัน 

ส่วนอีกฟากหนึ่งของถนนเป็นบ้านพี่สาวและสวนกุหลาบขนาดไม่เล็ก รวบรวมกุหลาบหลากสายพันธุ์เพื่อพัฒนาคอมบูฉะ ผลิตภัณฑ์อันเป็นต้นทางการสร้างบ้านหลังนี้ของเธอ เดินถัดไปไม่ไกลเป็นบึงน้ำขนาด 8 ไร่ที่มีสายลมพัดระรื่น ต้นไม้ใหญ่เอนชาย และนกเป็ดน้ำริมบึง

บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เธอตั้งใจออกแบบให้มีขนาดเล็กพอดีกับการอยู่และทำงาน เน้นพื้นที่สวนเป็นหลัก

“นี่เป็นบ้านของตัวเราโดยเฉพาะเลย เราอยากอยู่ยังไงก็ทำมันออกมา ไม่ใช่การฝันเอา แต่มาจากความประทับใจทีละเล็กทีละน้อย จากประสบการณ์ จากหนังที่เราดู เพลงที่เราฟัง หนังสือที่เราอ่าน เป็นจินตนาการตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วว่าเราอยากให้บ้านมีอะไร

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“เราชอบเรือนกระจกในหนัง The Sound of Music เราก็ทำกระจกโปร่งรอบบ้านเลย เราอยากให้บ้านมีไก่บอกทิศทางลมบนหลังคาแบบ แมรี่ ป๊อบปิ้นส์ เราอยากให้บ้านมีนาฬิกาคุคคูนะ เราก็หามาเติม เคาน์เตอร์ที่ทำงานต้มชา ต้มยา เราก็ให้ช่างวัดความสูงระดับที่พอดีกับเรา ไม่ใช่พอดีกับช่าง เราออกแบบให้บ้านโปร่ง มีต้นไม้ทุกมุม ทุกที่ โดยไม่ต้องยกเข้ายกออก เราเดินใส่รองเท้าไปทั่ว ๆ บ้านได้ไม่มีใครว่า พื้นบ้านเราเช็ดสะอาดได้ตลอดถึงแม้จะเดินสวมรองเท้าเข้ามา บ้านนี้คือที่ทำงานที่เราอยากทำเมื่อไหร่ก็ได้ อยู่ได้นาน ๆ ด้วยความสุข และห้องนอนเล็ก ๆ เราอยากได้เตียงสี่เสาและผ้าอินเดียอย่างนี้นะ สำหรับเราแล้วผ้าอินเดียมีกลิ่นของมัน กลิ่นที่จะไม่มีวันจางหาย กลิ่นนั้นมันหอมสำหรับเรา

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ
บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“เราออกแบบอย่างที่ชอบ เลือกวัสดุเองทุกอย่าง สีเขียวของบ้านก็เลือกเอง เป็นคนชอบสีเขียวแบบนี้ ดูชุ่มชื่น สบายตา หรือแม้แต่สวนกุหลาบ ซุ้มกุหลาบของบ้านและอะไรก็ตามที่เก็บกินเองได้ นี่คือจินตนาการในวัยเด็กของเราที่กำลังดำเนินไป”

คุณแอบอกว่า แต่ละคนล้วนต้องการพื้นที่แห่งความสุข แต่ละคนอาจแตกต่าง บางคนอาจชอบอยู่คอนโดหรืออะไรก็ตาม สำหรับเธอแล้ว “เราชอบเดินบนพื้นดิน ชอบดอกไม้ ชอบสายลมเคลื่อนไหวที่มาจากธรรมชาติจริง ๆ เพราะฉะนั้น พื้นที่แห่งความสุขของเราหน้าตาเป็นแบบนี้”

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

เพราะความช่างสังเกต ช่างสงสัย และตั้งคำถามตั้งแต่เด็ก ๆ จนเติบโต เธอจึงมักให้ความสำคัญกับรายละเอียดของชีวิต เธอบอกว่าถ้าไปเจออะไรสักอย่างที่ชอบ ก็จะคิดและมองให้เห็นว่าทำไมจึงเป็นอย่างนี้ คนสร้างงานเหล่านั้นเขาเติบโตมาอย่างไรจึงทำได้นะ เบื้องหลังการงานเหล่านั้นมาจากไหน ระหว่างพูดคุยเธอเอ่ยชื่นชม อรุณธตี รอย (Arundhati Roy) นักเขียนหญิงชาวอินเดียผู้เขียน เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็ก ๆ และ กระทรวงสุขสุด ๆ

“อย่าง อรุณธตี รอย พออ่านงานเธอแล้วเราก็ อุ๊ย! เขาเกิดมายังไง ทำไมเขียนงานออกมาได้เป็นเรื่องเป็นราวอย่างนี้ ชอบมาก อะไรอย่างนี้แหละค่ะที่พอเราเห็น เราชอบ เราก็จะคิดกับมันมาก และส่วนตัวก็ชอบฟังเพลงอินเดียและดูหนังอินเดียด้วย (หัวเราะ)” 

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

มุมบ้านของเธอจึงเต็มไปด้วยของสะสม ทั้งใช้ในการทำงานและของโปรดปราน อย่างชั้นวางชาหลากหลายแหล่งที่มาที่ได้มาจากการเดินทาง หรือผนังที่ออกแบบให้เป็นชั้นวางแสดงผลงานถ้วยชาต่าง ๆ ทั้งงานปั้นมือของศิลปินเชียงใหม่และงานมือสองจากญี่ปุ่น ซึ่งเธอสัมผัสได้ถึงการส่งต่อเรื่องราวผ่านงานปั้นเหล่านั้น

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

พลังของความชอบและใส่ใจรายละเอียดเป็นที่มาของการงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา คุณแอเล่าว่าเดิมเคยทำงาน Skin Therapy แต่หยุดลงเนื่องจากปัญหาสุขภาพ หลังจากนั้นพี่สาวชวนไปทำงานธุรกิจ ก่อนที่เธอจะหยุดทุกอย่างแล้วกลับมาพูดคุยกับตัวเองอย่างจริงจังระหว่างเดินทาง (ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอโปรดปราน) “ชอบเดินทางมาก บางทีเราไปได้ความรู้ ได้ไปไขปริศนาบางอย่างระหว่างทาง” 

และนั่นเป็นที่มาให้เธอเริ่มใกล้ชิดและลงลึกกับการทำ ‘คอมบูฉะ’ ผลิตภัณฑ์ชาหมักที่เธอสร้างสรรค์และเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 6 – 7 ปีที่ผ่านมา

อูมปา ลูมปาส์ ฉบับโพสิทีฟ

“ได้ดูอูมปา ลูมปาส์ ใน The Chocolate Factory ไหมคะ จุลินทรีย์ในคอมบูฉะมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ เป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เข้าไปช่วยดูแลเรา ตรงนี้เป็นการเริ่มต้นที่จะดูแลสุขภาพ เป็นกุญแจไข แกร๊ก! ทุกอย่างเปิด ร่างกายก็จะดีขึ้น แค่ท้องสบาย ทุกอย่างก็สบายหมด”

คุณแอเล่าว่าเริ่มต้นเรียนรู้แล้วมาลองทำกินเอง แจกพี่น้องเพื่อนฝูง จากทำกินเล็ก ๆ ก็ขยายจนมีแบรนด์เป็นของตัวเอง และเมื่อเริ่มทำจริงจัง เธอจึงมองว่าการทำงานให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุดต้องอยู่ในที่ที่เหมาะสม

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“ทำบ้านนี้เพื่อการทำงานเลยค่ะ เพราะอยากเลือกอะไรที่ดีที่สุด ที่ดินตรงนี้เป็นที่ของครอบครัว เป็นที่ที่โปร่ง อากาศดี เราก็มาสร้างบ้านเล็ก ๆ ให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สะอาด จัดสรรห้องหมักโดยเฉพาะ และการต้มชา ต้มยา (Decoction) ก็ต้องเป็นที่ที่เหมาะสม เพราะมันใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“ตรงนี้เป็นที่ที่เรามาแล้วสบาย สบายแล้วเราก็จะได้ทำงานได้ดี เดินไปตรงโน้นตรงนี้ ทุกอย่างพร้อม ไม่ติดขัดอะไรในการทำงาน ทุกอย่างโพสิทีฟไปหมด”

นอกจากนั้นเธอเล่าว่าทุกวันนี้ยังอ่านบทความอย่างสม่ำเสมอเพื่อสะสมความรู้เพิ่มเติม และแลกเปลี่ยนกับผู้คนด้วยการเดินทาง สรรหาพืชพรรณมาปลูกเพื่อเพิ่มความซับซ้อนให้ตัวยาสมุนไพร สะสมพันธุ์กุหลาบหอม (สุด ๆ) จากทั่วโลก แล้วทำไมต้องเน้นดอกไม้ เราถามเธอ คำตอบของเธอสะท้อนบุคลิกหญิงสาวได้ชัดเจน 

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

“เราต้องการความนุ่มนวลของดอกไม้ พลังของดอกไม้ที่เรานำมาใช้ได้ เป็นการนำความอ่อนโยนเข้าไปในชีวิตผ่านชาหมัก ซึ่งทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็ควรได้รับพลังเหล่านี้นะคะ”

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

Artanyway

ในพื้นที่ใกล้ ๆ บ้านเป็นอาคารปูนเปลือย Artanyway ของเพื่อนสนิท ซึ่งเป็นทั้งศิลปินและอาจารย์สอนศิลปะ ต้อย-พดุงศักดิ์ คชสำโรง ซึ่งคุณแอชักชวนให้มาสร้างสตูดิโอทำงานศิลปะใกล้ ๆ กัน เธอเล่าอย่างไม่ปิดบังว่าทั้งสองคนเปลี่ยนสถานะจากคนรักกลายมาเป็นเพื่อน เป็นมิตรที่ดูแลกันและกันด้วยความจริงใจ ช่วยเหลือและเกื้อกูลกันอย่างมิตรแท้ที่พึงมีต่อกัน

“เราหามิตรไม่ได้ง่ายนะ เราอยู่กันมา 20 ปี ถึงแม้มันจะหยุดอยู่ที่ 14 ปี พอถึงจุดหนึ่ง เราเปลี่ยนมาเป็นเพื่อนปุ๊บ มันโปร่ง สบาย ส่งเสริมกันและกัน มนุษย์เราอย่างน้อยต้องมีเพื่อนสนิทสักคน

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

“แล้วพอเรามาอยู่ตรงนี้ แทบไม่ค่อยได้เจอเพื่อนคนอื่น ๆ เลย เพราะเราเป็นคนบ้างานมาก อยู่ตรงนี้เรารู้สึกว่าเรานิ่งและมีพลัง เราไม่อยากให้อย่างอื่นมารบกวน เพราะเราทำงานบำบัด ต้องมีสมาธิและมีความสุข”

คุณต้อยเล่าถึง Artanyway ว่า ตั้งใจทำเป็นสตูดิโอทำงานศิลปะ และในปีหน้าจะเปิดเป็น Artist Residency สำหรับศิลปินทั่วโลกที่ต้องการมาหาแรงบันดาลใจทำงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับชุมชมและสถานที่ทำงานศิลปะใกล้ชิดธรรมชาติ นอกจากนั้น พื้นที่เล็ก ๆ โปร่งสบายแห่งนี้จะเปิดเวิร์กชอปเล็ก ๆ เพื่อขยายความหมายของศิลปะให้กว้างไปกว่าการวาดรูป อาจเป็นพื้นที่สนทนาทางศิลปะ หรือเรียนรู้ตัวตนผ่านงานศิลปะ เพราะศิลปะควรเป็นเครื่องมือในการแสดงออกทางเสรีภาพของมนุษย์ เพื่อทำความรู้จักเข้าใจตนเองและเข้าใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ คุณแอบอกว่าไม่ต้องการให้คนมองว่า “โห เราเจ๋ง แต่เราอยากให้ดูงานที่เราทำมากกว่า และบางสิ่งบางอย่างไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหรอก มันต้องค่อย ๆ ทำ เราต้องตั้งจุดหมายไว้ให้มั่นคง ส่วนทางที่เราจะเดินไปถึง เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ขอเพียงเราอย่าได้เปลี่ยนหรือทิ้งสิ่งที่เราตั้งใจไว้ แอเองตั้งใจมานานแล้วตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าอยากทำยา อยากช่วยคนที่ไม่สบาย เพราะเราก็ไม่สบาย เราเป็นภูมิแพ้ เรารู้ว่ามันทุกข์ยากขนาดไหนในความไม่สบายนั้น เพราะฉะนั้น บางสิ่งบางอย่างที่เราช่วยเขาได้ เราก็ต้องทำให้เต็มที่

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

“แต่เต็มที่ของเรานั้น ต้องรู้ว่าเราทำแค่ไหนถึงจะเหมาะ อย่าทำมากเกินไป เพราะมันไม่มีประโยชน์

“นอนก็นอนแค่นี้ นอนที่เราชอบ ทำพื้นที่ที่ให้ความสะดวกสบาย ไม่ต้องใหญ่โต แต่ให้พื้นที่ของเราให้ความอิสระกับเราได้ ให้เราได้ปลดปล่อยและรับพลังงานที่ดี อยู่สบาย ๆ อากาศดี ไม่ต้องมากไป ไม่ต้องน้อยไป ให้พอดี ๆ ดีที่สุด”

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

Writer

สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

จบเกษตร แล้วต่อด้านสิ่งแวดล้อม แต่เติบโตด้านการงานด้วยการเขียนหนังสือมาตลอด ชอบพูดคุยกับผู้คน ชอบต้นไม้ ชอบสวน ชอบอ่าน ชอบงานศิลปะและชอบหนังสือภาพ ทุกวันนี้จึงพาตัวเองคลุกคลีอยู่กับสิ่งที่ชอบที่ชอบ ด้วยการเขียนหนังสือ ทำงานศิลปะ เดินทาง และเปิดร้านหนังสือ(ภาพ)ออนไลน์ Of Books and Bar

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load