ประโยคที่ว่าอย่าตัดสินคนจากการมองภายนอกใช้ได้อย่างดีกับชายตรงหน้า

ลองหลับตาแล้วนึกภาพตาม ภายใต้บุคลิกสนุกสนาน เฮฮา ใบหน้ามีหนวดเคราครึ้ม ไว้ผมทรงเดรดล็อกแบบตำนานนักร้องเร็กเก้อย่าง Bob Marley เขาคือผู้ที่สนใจภาษาไทยแบบลงลึกและหลงใหลวรรณคดีไทยจนเล่าได้เป็นฉากๆ เขาคือแฟนพันธุ์แท้สุนทรภู่และเขียนหนังสือชื่อ สุนทรภู่ไม่ได้เป่าปี่ พระอภัยมณีไม่ใช่คนระยอง และที่สำคัญ

เขาคือครู

เขาคือ ครูทอม-จักรกฤต โยมพยอม หรือที่ใครๆ ต่างจดจำในนาม ‘ครูทอม คำไทย’

คุยกับ ครูทอม เรื่องอะไรไทยๆ และสิ่งที่จะเอาลงจากหิ้งในทอล์กโชว์แรกของชีวิต

ทรงผมบนหัวไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสิ่งที่อยู่ในนั้น–ครูทอมมักตอบแบบนี้เสมอยามมีใครสักคนถามถึงเรื่องบุคลิกที่ขัดแย้งกับสิ่งที่สนใจใคร่รู้

จากชายหนุ่มที่จบด้วยคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกภาษาไทย เขาสร้างชื่อด้วยการเป็นแฟนพันธุ์แท้สุนทรภู่ รวมถึงงานต่างๆ ในวงการบันเทิง ทั้งในฐานะพิธีกรและนักแสดง แม้จะออกตัวว่าชอบทำหลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเน้นย้ำผ่านบทสัมภาษณ์ต่างๆ เสมอมาคือ เขามีความสุขกับการสอนหนังสือ นั่นจึงทำให้เขาเลือกเป็นครูตระเวนสอนตามโรงเรียนต่างๆ โดยเฉพาะในชนบทที่ห่างไกลโอกาส

ผมได้ข่าวว่าเขาจัดทอล์กโชว์ครั้งแรกในชีวิตที่ชื่อ ‘ครูทอม ออน สะเตด ตอน…ทอม-ขึ้น-คูล’ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ผมจึงนัดเขาในบ่ายวันฝนพรำเพื่อคุยเรื่องไทยๆ หลายๆ เรื่องก่อนขึ้นเวที

ทั้งเรื่องภาษาไทย วรรณคดีไทย เด็กไทย การศึกษาไทย และดราม่าเรื่องการเขียนคำไทยให้ถูก

        คุยกับ ครูทอม เรื่องอะไรไทยๆ และสิ่งที่จะเอาลงจากหิ้งในทอล์กโชว์แรกของชีวิต

ทำไมคุณมักพาตัวเองไปอยู่ดราม่าเรื่องคำผิดในโลกโซเชียล

เรื่องหนึ่งที่เรารู้สึกว่าคนมักจะเข้าใจผิดและคิดไปเองคือ คนชอบคิดว่าเรามักจะเข้าไปแก้คำผิดให้คนนั้นคนนี้ ซึ่งเราไม่ได้ทำเลย

คือเรารู้สึกว่าถ้าเป็นคนทั่วไปเขาจะใช้คำผิดมันก็เป็นเรื่องของเขา คือเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จักกัน เราจะไปแก้ให้เขาทำไม คนที่เราไปทักแก้คำผิดก็จะมีแต่เพื่อนสนิทที่เรารู้ว่าเขาเข้าใจ และเขายินดีให้เราเข้าไปแก้ให้ แล้วก็เวลาที่มีสื่อมวลชน สำนักข่าวต่างๆ เขียนผิด เราก็จะเข้าไปบอกว่าคำที่ผิดคืออะไร เพราะเรามองว่าสื่อมวลชนไม่ควรจะใช้ผิด เพราะจะมีคนอีกมากมายที่เห็นสื่อมวลชนใช้ผิดแล้วก็ใช้ตาม แต่คนทั่วไปใดๆ เราไม่เคยไปแก้คำผิดให้เขาเลยนะ แต่คนก็จะมองว่าเราชอบไปทำ ซึ่งกูไม่เคย (หัวเราะ)

ในมุมของคุณมีอะไรที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาษาไทยบ้างไหม

อย่างหนึ่งที่เจอเยอะมากคือ หลายๆ คนจะเข้าใจว่าภาษาไทยมันต้องเป็นแบบนี้ ต้องตายตัวเป๊ะๆ อย่างเช่นคนจะบอกว่าคำว่า ‘ครับ’ ต้องเป็นครับ ต้องเป็น บ ใบไม้ เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ มันสามารถที่จะพลิกแพลงไปเป็นอย่างอื่นได้ อย่างคำว่า ‘นะครัช’ เรามองว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงทางภาษารูปแบบหนึ่ง ทุกภาษาบนโลกมันต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางภาษามีหลายแบบ เช่น เปลี่ยนการสะกดบ้าง เปลี่ยนความหมายบ้าง มีความหมายเพิ่มมา มีคำบางคำเกิดใหม่ หรือมีคำบางคำหายไป ซึ่งคำที่เกิดใหม่ในแต่ละยุคสมัยมันเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเรายังใช้ภาษานั้นอยู่ ภาษายังมีชีวิตอยู่ และมันยังเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ เรามองว่ามันคือความคิดสร้างสรรค์มากๆ ของคนในแต่ละยุค

คือพิมพ์ ครัช คุณรับได้ แต่พิมพ์ คะ-ค่ะ ผิดรับไม่ได้

มันคนละอย่างกันนะ บางคนจะเข้าใจว่าเหมือนกัน แต่มันไม่เหมือนกันเลย กรณีของคะ-ค่ะผิดมันผิดมาจากการผันวรรณยุกต์ พอผันวรรณยุกต์ผิดปุ๊บมันทำให้ออกเสียงคนละอย่าง และบางครั้งก็ทำให้ความหมายเปลี่ยนไป แต่ในกรณีของคำว่า ‘ครัช’ เราก็เข้าใจว่าความหมายของมันก็คือ ‘ครับ’ แต่สิ่งที่ต่างกันคือระดับความเป็นทางการ อย่างเราบอกว่าสวัสดีครับ อันนี้คือเป็นทางการ แต่พอบอกว่าสวัสดีครัช มันคือสวัสดีครับแบบไม่เป็นทางการ ซึ่งหน้าที่มันต่างกัน เพราะว่าเราไม่อยากเป็นทางการแบบสวัสดีครับ เราเลยพูดว่าสวัสดีครัช เพียงแต่ว่าถ้าจะใช้คำแบบนี้คุณก็ต้องดูกาลเทศะว่าควรใช้ตอนไหน ตอนไหนไม่ควรใช้ มุมมองเราเป็นแบบนี้

คนถามเราว่าทำไมซีเรียสกับคะค่ะ แต่ไม่ซีเรียสกับนะครับนะครัช คำตอบคือก็มันต่างกัน มันคนละก้อน เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ อย่างคนที่ใช้คะ-ค่ะผิด นั่นแปลว่าเขาผิดเพราะเขาไม่รู้ แต่คนที่ใช้นะครัช ถามว่าเขาไม่รู้เหรอว่านะครับสะกดยังไง เขารู้ แต่เขาเลือกใช้นะครับที่เป็น ช ช้าง สะกดด้วยเหตุผลทางภาษา เพื่อลดระดับความเป็นทางการ

คุยกับ ครูทอม เรื่องอะไรไทยๆ และสิ่งที่จะเอาลงจากหิ้งในทอล์กโชว์แรกของชีวิต

เห็นว่าเวลาว่างๆ คุณชอบอ่านพจนานุกรม

คนอื่นไม่อ่านกันเหรอ (หัวเราะ) สนุกนะ ผมชอบ

พจนานุกรมมีอะไรน่าสนใจ

เวลาเจอศัพท์แปลกๆ เราจะรู้สึกว่า ว้าว แปลกจังเลย ในนั้นมีคำแปลกๆ เยอะมาก เราได้เห็นได้รู้อะไรใหม่ๆ ซึ่งพอคนถามว่ารู้ไปทำไม อ้าว ก็รู้น่ะ แค่นั้น รู้สึกสนุกเอง เป็นความสนุกส่วนตัวเวลาเราเจออะไรแปลกๆ หรือการนิยามความหมายแปลกๆ ในพจนานุกรม

อย่างเมื่อวานมีเพื่อนถามเรื่องคำว่า ‘กระโปก’ เราก็ไปเปิดพจนานุกรม คำว่า ‘กระโปก’ ความหมายที่หนึ่งคือส่วนของอวัยวะเพศชาย อีกความหมายหนึ่ง มันแปลว่าส่วนประกอบของล้อเกวียนตรงเพลา เราก็รู้สึกว่า ว้าว แปลกจังเลย คำนี้มันมีความหมายมากกว่าที่เราเคยรู้นะ ถึงแม้ว่าบางคำ บางความหมาย เราก็ยังนึกไม่ออกว่ากูรู้แล้วกูจะได้เอาไปใช้ตอนไหนวะ แต่แค่เรารู้ว่ามีคำนี้มันก็รู้สึกสนุกแล้ว

ล่าสุดคุณจัดงานทอล์กโชว์ ‘ทอมขึ้นคูล’ เห็นว่าก็จะพูดถึงสิ่งเหล่านี้ ทั้งเรื่องภาษาไทย วรรณคดีไทย

ใช่ ผมก็จะพูดถึงเกร็ดเกี่ยวกับภาษาไทย วรรณคดีไทย แต่ก็ต้องอธิบายก่อนว่าโชว์นี้มันไม่ใช่การสอนนะ บางคนจะคิดว่าพอเป็นครูแล้วต้องมาสอน ซึ่งไม่ แต่เราจะมาเล่าเรื่องตลกผ่านเกร็ดเกี่ยวกับภาษาไทย วรรณคดีไทย การศึกษาไทย แล้วก็ประสบการณ์การเดินทางหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกที่ไปมา

ในขณะที่คนส่วนใหญ่มองว่าภาษาไทยกับวรรณคดีไทยเป็นสิ่งที่อยู่บนหิ้ง แตะต้องได้ยาก แต่คุณกลับจะเอามาเล่าเป็นเรื่องตลก

อันนี้คือปัญหาหนึ่งเลยที่ทำให้คนไม่สนใจภาษาและวรรณคดีไทย ผมเคยเจอหลายคนบอกว่าเราต้องสืบสานวรรณคดีไทยเพราะว่าวรรณคดีไทยเป็นมรดกของชาติ แต่เรารู้สึกว่าเป็นมรดกของชาติแล้วยังไง เรารู้สึกว่าทำไมไม่บอกไปเลยว่าอ่านวรรณคดีไทยกันเถอะ มันสนุกนะเว้ย อ่านวรรณคดีไทยเถอะ มันมีเกร็ดความรู้อันนี้นะ

ถ้าบอกว่าประโยชน์ของมันที่เห็นชัดคืออะไรบ้างมันจะทำให้คนรู้สึกว่าน่าอ่านกว่า การบอกว่าวรรณคดีไทยสนุก ตลก ได้ความรู้ มีเกร็ดอย่างนี้ เราว่ามันน่าอ่านกว่าการบอกว่าอ่านวรรณคดีไทยกันเถอะ เพราะวรรณคดีไทยคือมรดกของชาติ

ส่วนตัวเรารู้สึกว่าการที่เราเอาวรรณคดีไทย เอาภาษาไทย ไปไว้บนหิ้งมันไม่ใช่สิ่งที่ถูก มันเหมือนกับการแช่แข็ง อย่าทำแบบนั้นเลย ก็ในเมื่อวรรณคดีไทยหลายๆ เรื่องเขาแต่งขึ้นมาเพื่อสร้างความบันเทิง เพื่อให้คนได้เสพความบันเทิงจากวรรณคดี ก็เอามันมาเล่นสิ

คุยกับ ครูทอม เรื่องอะไรไทยๆ และสิ่งที่จะเอาลงจากหิ้งในทอล์กโชว์แรกของชีวิต คุยกับ ครูทอม เรื่องอะไรไทยๆ และสิ่งที่จะเอาลงจากหิ้งในทอล์กโชว์แรกของชีวิต

มุมมองแบบนี้เคยสร้างความเดือดร้อนให้คุณบ้างไหม

ไม่ถือว่าเดือดร้อน แต่ก็มีคนที่บ่นว่าทำไมเราถึงเอาวรรณคดีมาเล่าในเชิงสนุกสนานแบบนี้ อ้าว ทำไมล่ะ ก็วรรณคดีมันสนุกน่ะ ซึ่งผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร

ฟังคุณพูดในงานทอล์กโชว์จบจะอยากกลับบ้านไปอ่านวรรณคดีไทยหรือเปิดพจนานุกรมอ่านตามคุณเลยไหม

จุดประสงค์หลักไม่ได้จะพูดเพื่อให้ทุกคนจะต้องกลับไปเปิดพจนานุกรมหรือกลับไปอ่านวรรณคดีไทย ไม่ใช่เลย จุดประสงค์คือมาดูแล้วต้องสนุก ซึ่งเรามั่นใจมาก บางคนอาจจะรู้สึกว่า โอ้โห ดูอวดมาก ซึ่งใช่ เรามั่นใจอย่างนั้น คือถ้าเรากำลังทำโชว์อยู่แล้วเราไม่รู้สึกแบบนี้ ถ้าเรารู้สึกว่าโชว์เราธรรมดามาก ไม่ค่อยสนุกหรอก มันก็แย่แล้ว เหมือนเวลาเราจะขายของน่ะ เราต้องมั่นใจว่าของเราดี มีคุณภาพจริงๆ อยากจะให้คนมาดู อยากให้คนมาเห็น ถ้าเรายังไม่แน่ใจว่าของเราดีหรือเปล่า เราไม่ควรจะเอาไปขายใคร ซึ่งตอนนี้เรารู้สึกแบบนั้นแล้วว่าของเราดีมากจริงๆ ดีชนิดที่คุณจะไม่เสียดายตังค์ที่ซื้อบัตรเข้ามาดู

แล้วคุณรู้สึกยังไงที่เราต้องพยายามทำเรื่องที่มีคุณค่าให้เป็นเรื่องตลกเพื่อให้คนสนใจ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์แบบนี้อาจจะเป็นเพราะว่าบริบทสังคมที่ทำให้คนไม่อยากรับอะไรที่เครียดๆ หรืออะไรที่จริงจังอีกแล้ว คนไทยหลายคนรู้สึกเครียดมากพอแล้วกับสิ่งที่เป็นอยู่ในประเทศนี้ เวลาที่ต้องมาอ่านอะไรที่มันดูจริงจัง ที่มันเครียด เขาก็อาจจะคิดว่ามันยิ่งทำให้เขาเครียดขึ้นไปอีก เขาคงคิดว่าการเล่าเรื่องที่เนื้อหาจริงจังแต่ใช้กลวิธีที่เบาสมองจะทำให้เขามีความสุขกับการเสพเนื้อหาเหล่านั้นมากขึ้น

คุณคิดว่ามุมมองแบบนี้เป็นปัญหาไหม ที่อะไรก็ต้องทำให้ตลกคนถึงสนใจ

ใช่ เป็นปัญหามากๆ เลย เราเองเจอเด็กเยอะ เด็กมักจะมาบอกว่าครูที่โรงเรียนสอนไม่ดี เพราะว่าครูไม่ตลก ซึ่งเราว่ามันไม่ใช่ สอนดีกับสอนตลกไม่เหมือนกัน ครูบางคนสอนดี สอนเข้าใจ ทำการบ้านต่างๆ มาสอนแต่เด็กไม่ชอบ เด็กบอกว่าครูไม่ตลกถือว่าสอนไม่ดี แบบนี้มันก็ไม่ใช่ ต้องบอกเด็กให้ปรับมุมคิดตรงนี้ใหม่ คือพอมีสื่อมากมาย มีครูที่สอนด้วยวิธีตลกๆ มากขึ้น เด็กก็เลยติดภาพว่าสอนตลกแปลว่าสอนสนุก แปลว่าสอนดี ถ้าครูในโรงเรียนจะสอนดีต้องตลกด้วย ซึ่งไม่ใช่

คุยกับ ครูทอม เรื่องอะไรไทยๆ และสิ่งที่จะเอาลงจากหิ้งในทอล์กโชว์แรกของชีวิต

เห็นคุณเคยบอกว่าชอบสอนหนังสือมาก มีความสุขกับการสอน แล้วทำไมไม่เลือกเส้นทางเป็นครูประจำ

เราไม่เคยคิดอยากจะเป็นครูประจำในโรงเรียนเลย เพราะว่าเราไม่ได้อยากเป็นครูอย่างเดียว เราอยากทำอย่างอื่นด้วย เรารู้สึกว่าถ้าเราเป็นครูประจำในโรงเรียนมันปิดโอกาสในการทำอย่างอื่น เราคงไม่ได้มาเล่นละคร คงไม่ได้ทำงานพิธีกร เพราะว่าต้องทุ่มเทกับการสอนมากๆ แล้วยิ่งเดี๋ยวนี้หรือตั้งแต่เมื่อก่อนครูไม่ได้สอนอย่างเดียว แต่ต้องมีภาระงานอย่างอื่นให้รับผิดชอบด้วย ก็เลยรู้สึกว่าถ้าไปเป็นครูประจำในโรงเรียนมันจะไม่ตอบโจทย์การทำงานของเรา เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้มันเหมาะกับความต้องการ เพราะว่าได้สอนด้วย ได้ทำงานสายวงการบันเทิงด้วย

ทุกวันนี้คุณสอนบ่อยแค่ไหน

แล้วแต่โรงเรียนติดต่อมาเลย ถ้าโรงเรียนติดต่อมาแล้วคิวเราว่างเราก็จะไปให้ ส่วนใหญ่เนื้อหาที่สอนก็จะเป็นติวสอบ O-NET ติวสอบ GAT PAT เวลาที่เราจะอยู่กับเด็กบางโรงเรียนก็ 3 ชั่วโมง บางโรงเรียนก็ 6 ชั่วโมง บางโรงเรียนก็อาจจะ 2 วัน 12 ชั่วโมง แต่ก็จะมีบางโรงเรียนติดต่อมาอยากให้เราไปเป็นวิทยากรเกี่ยวกับการส่งเสริมการอ่าน แนะนำว่าควรจะอ่านหนังสืออย่างไร อ่านหนังสืออะไร หรือว่าไปเป็นวิทยากรเล่าเรื่องเกี่ยวกับวรรณคดีไทยให้เด็กชอบ ให้เด็กสนุกกับวรรณคดีไทย แบบนี้ก็มี

ในฐานะที่คุณเองเป็นติวเตอร์สอนเด็กสอบเข้ามหาวิทยาลัย คิดอย่างไรกับประโยคที่ว่าเด็กไทยเรียนไปเพื่อสอบ

ก็จริง ก็จริง (เน้นเสียง) คือตราบใดที่ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งโรงเรียน ยังคิดว่าสิ่งหนึ่งที่จะเห็นผลชัดเจนเป็นรูปธรรมว่าเด็กประสบความเร็จจากการเรียนชั้นมัธยมคือการสอบติดมหาวิทยาลัย มันก็ยังจะเป็นวงจรแบบนี้ต่อไปแหละ

เรื่องการสอบเราเองก็ไม่มีอำนาจจะไปเปลี่ยนแปลงอะไร เราก็ทำได้แค่นี้แหละ คือต้องให้เด็กเห็นคุณค่าของสิ่งที่กำลังเรียนอยู่ด้วย อย่างเราเองเวลาไปสอน ถึงแม้ว่าจะเป็นการสอนเพื่อติวสำหรับไปสอบ แต่เราจะพยายามแทรกสิ่งต่างๆ เรื่อยๆ ให้เด็กเห็นว่านอกจากเพื่อไปสอบ สิ่งที่เขาเรียนมันเอาไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไรบ้าง ต้องพยายามทำให้เด็กคิดว่าอย่าเรียนแค่เพื่อสอบเท่านั้นนะ เรียนไปแล้วต้องเอาไปใช้ ต้องให้เขารู้ว่าที่เรียนมันเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง คือการเรียนทุกอย่างบนโลกนี้ ถ้าเราไม่รู้สึกว่าเกิดประโยชน์ แล้วเราจะเรียนทำไม

แล้วคุณรู้สึกย้อนแย้งไหม ที่ตัวเองเชื่อในการเรียนเพื่อนำไปใช้ แต่สุดท้ายการสอนของคุณก็ถูกวัดผลจากการสอบอยู่ดี

ใช่ แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกย้อนแย้งขนาดนั้น เพราะว่าเราก็เข้าใจระบบการศึกษาไทยส่วนหนึ่งว่าเวลาจะคัดเลือกเด็กเข้าไปเรียนในแต่ละมหาวิทยาลัยก็ต้องสอบ ถ้าไม่ใช้การสอบแล้วจะใช้วิธีไหนคัดเลือกถึงจะเหมาะสมกับสภาพสังคม ผู้ใหญ่ก็ยังลองผิดลองถูกอยู่เรื่อยๆ แต่เหมือนส่วนใหญ่จะลองยังไม่ค่อยถูกเสียมากกว่า

อันที่จริงปัญหามันก็สืบเนื่องมาจากการที่แต่ละมหาวิทยาลัยไม่เหมือนกัน หลักสูตรไม่เหมือนกัน สภาพแวดล้อมต่างๆ ก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น มันไม่ใช่ว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน เด็กและผู้ปกครองก็อยากจะเรียนในที่ที่เหมาะกับตัวเขา ที่ที่เขาอยากจะเรียน แล้วถ้าอยากจะเรียนในที่ที่อยากเรียนก็ต้องสอบ

ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่อยู่กับการศึกษาบ้านเรา คุณพอจะมองเห็นปัญหาอะไรบ้างไหม

สิ่งที่ชัดมากอย่างหนึ่งคือ การศึกษาของประเทศนี้มันไม่เท่าเทียมกัน ตั้งแต่ประถม มัธยม คุณภาพของแต่ละโรงเรียนไม่เท่าเทียมกันเลย ทั้งคุณภาพด้านต่างๆ ทั้งสาธารณูปโภคหรือคุณภาพครู คือมันไม่เท่ากันเลย แล้วพอมันไม่เท่ากันแบบนี้ ผู้ปกครองก็อยากให้ลูกเข้าไปเรียนในโรงเรียนที่ผู้ปกครองมั่นใจในคุณภาพ

อย่างตอนนี้ สิ่งที่เราไม่ชอบมากๆ คือหลายๆ โรงเรียนให้เด็กสอบเข้า ป.1 ซึ่งเด็กอนุบาลแทนที่เขาจะมีชีวิตวัยเด็กไปเล่นกับเพื่อนเพื่อไปพัฒนาทักษะด้านอื่นของชีวิต แต่ต้องมาติวเพื่อเข้า ป.1 ซึ่งผมจะรู้สึกว่าทำไมต้องทำแบบนี้ แต่มันก็เข้าใจได้ เพราะมันก็สอดคล้องกับที่บอกว่าแต่ละโรงเรียนคุณภาพไม่เท่ากัน ซึ่งการแก้ปัญหาจริงๆ ก็คือ คุณต้องทำให้คุณภาพแต่ละโรงเรียนเท่ากัน ซึ่งทำไม่ได้อยู่แล้ว

คุยกับ ครูทอม เรื่องอะไรไทยๆ และสิ่งที่จะเอาลงจากหิ้งในทอล์กโชว์แรกของชีวิต

คุณเชื่อว่าปัญหาความไม่เท่าเทียมทางการศึกษาแก้ไม่ได้

เรารู้สึกว่ามันเป็นไปได้ยากมาก มากจนใกล้เคียงกับคำว่าเป็นไปไม่ได้เลย

อันนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่คุณพยายามตระเวนสอนตามชนบทด้วยหรือเปล่า

ใช่ เราชอบไปสอนในชนบท เรามีความสุขมากเวลาไปสอนในต่างจังหวัดไกลๆ

เวลาเราไปสอนมันจะมีทั้งโรงเรียนที่มีตังค์และบางโรงเรียนที่ยากจนข้นแค้นแสนสาหัส ซึ่งสำหรับโรงเรียนที่ไม่มีเงินที่ติดต่อมา ถ้าคิวเราได้ เราก็จะไปให้แบบที่ไม่คิดค่าตัว หรือบางครั้งเราก็จัดกิจกรรมติวการกุศลของเราเอง ครั้งแรกที่ทำคือเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ซึ่งโรงเรียนที่เราเลือก เราเลือกโรงเรียนในชนบทจริงๆ เป็นที่ที่แทบจะไม่มีโอกาส ไม่มีงบประมาณจะมาเชิญวิทยากรข้างนอกเข้าไป ซึ่งค่าตัวจากที่ทำงานในวงการบันเทิง จากที่ขายบัตรทอล์กโชว์ ส่วนหนึ่งก็จะเอาไปแปลงเป็นงบประมาณสำหรับทำกิจกรรมการกุศลเหล่านี้ ถ้าผมไม่มีงานในวงการบันเทิงเลย หรือขายบัตรทอล์กโชว์ไม่ได้ ก็คงยากที่จะไปสอนฟรีได้บ่อย ๆ (หัวเราะ)

ที่บอกว่าชอบไปสอนในชนบท ชอบอะไร

ต้องบอกก่อนว่าเวลาทำ เราไม่ได้รู้สึกว่าเราอยากได้บุญนะ ไม่ได้รู้สึกว่าทำแล้วได้บุญ ดีจังเลย แต่เราทำแล้วสนุกดี มีความสุขที่ได้เห็นเด็กได้พัฒนาตัวเอง ซึ่งเวลาเราเข้าไปสอนจะสอนแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมง แน่นอนว่าเราไม่สามารถจะให้ความรู้แบบเน้นๆ เนื้อ ๆ แบบ 100 เปอร์เซ็นต์หรอก แต่เราเชื่อว่าอย่างน้อยเด็กก็พร้อมจะไปต่อยอดด้วยตนเองได้ เขาจะสนุกกับการค้นคว้ามากขึ้น

แล้วการที่เราได้ไปเจอไปพูดคุยกับเด็กในพื้นที่จริงๆ ทำให้เรามีโอกาสได้เห็นปัญหาอีกหลายๆ อย่าง เคยมีครั้งหนึ่ง จำไม่ได้ว่าสอนเรื่องอะไร แต่เราถามเด็กว่าลากับม้าผสมพันธุ์กันออกมาเป็นอะไร ซึ่งเด็กตอบว่า ลามะ แล้วมันไม่ใช่มุก คือเด็กไม่รู้จริงๆ แล้วทั้งห้องไม่มีใครตอบได้เลยว่ามันคือ ‘ล่อ’ ซึ่งถ้าเราไม่ออกไปเจอจริงๆ เราก็จะไม่รู้เลยว่าเด็กไม่รู้จริงๆ

การได้ไปเจอเด็กเยอะๆ มันทำให้เรามีคลังคำถามมากขึ้นว่าอะไรที่คนยังไม่เข้าใจอยู่ แล้วพอเป็นแบบนี้มันก็ทำให้เราได้พัฒนาเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนการสอนมากขึ้น

นอกจากไปสอน มีอะไรที่คุณพยายามบอกเด็กๆ เหล่านั้นที่ได้เจอบ้าง

อีกอย่างหนึ่งที่พยายามจะบอก เหมือนเป็นแนะแนวการศึกษา คือเราจะบอกให้เด็กหาความฝันของตัวเอง ทำตามความฝันของตัวเอง ไม่ว่าจะเจออะไรก็แล้วแต่

เราเจอเด็กหลายๆ คนตามชนบท บางคนเขารู้ว่าเขาอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร แต่เขาไม่กล้าทำ เพราะเขาคิดว่าเขาคือเด็กต่างจังหวัด ยากจนข้นแค้นแสนสาหัส เราก็เล่าให้เขาฟังว่า เฮ้ย เราก็เป็นเด็กต่างจังหวัดเหมือนกันนะ เราก็จะพยายามแทรกตรงนี้ให้เด็กได้หาตัวเองให้เจอ แต่ก็บอกไปด้วยว่าเงื่อนไขชีวิตของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน มันไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เราก็ต้องดูว่าแต่ละชีวิตมีเงื่อนไขยังไงบ้าง แล้วถ้าเราอยากจะทำตามความฝันของตัวเอง มันทำได้มากน้อยแค่ไหน

เคยคิดไหมว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องโครงสร้าง สิ่งที่เราทำมันเล็กน้อยและไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอจริงๆ

เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้มันเป็นสิ่งที่ใหญ่โตอะไรอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้เราไปแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง แก้ที่ระบบ แก้ที่กระทรวง เราไม่มีอำนาจมากพอจะไปทำอะไรตรงนั้นอยู่แล้ว เราก็ทำเท่าที่เราจะทำได้ นั่นคือการที่เราไปเป็นวิทยากร ไปสอนตามที่ต่างๆ ซึ่งมันก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรแหละ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เด็กบางกลุ่มรู้สึกดี มีความสุขกับการเรียนภาษาไทยมากขึ้น ได้เข้าใจ แล้วก็มีพลังใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น เรารู้ว่าการที่เราทำตรงนี้มันเป็นสิ่งเล็กๆ แต่เราโอเค มันก็ไม่ได้แย่นี่ การทำสิ่งที่เล็กๆ

คุยกับ ครูทอม เรื่องอะไรไทยๆ และสิ่งที่จะเอาลงจากหิ้งในทอล์กโชว์แรกของชีวิต

Writer

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

“สวัสดีครับ ขอเป็นภาษาฝรั่งเศสได้ไหมครับพี่”

เสียงปลายสายของนักเตะเชื้อชาติไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ในยามเที่ยงวันเวลาสหราชอาณาจักรเอ่ยก่อนเริ่มบทสนทนา คงพอทำให้เราเข้าใจแล้วว่า เหตุใดถึงแทบไม่เคยมีสื่อไทยได้คุยกับ กัน-ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร แบบเต็ม ๆ มาก่อน

แม้เขาจะเกิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี ประเทศไทย รวมถึงเคยกลับมารับใช้ทีมชาติไทยชุดใหญ่ แต่ธนวัฒน์ก็ย้ายตามครอบครัวไปเติบโตบนแผ่นดินฝรั่งเศสตั้งแต่เริ่มจำความได้ และใช้ชีวิตอยู่ในยุโรปมาโดยตลอดจวบจนถึงปัจจุบัน 

ธนวัฒน์บอกว่าเขาตอบด้วยภาษาไทยไม่ค่อยถนัด แต่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะพูดฝรั่งเศสช้า ๆ ชัด ๆ ซึ่งหนุ่มสุพรรณก็ทำตามสัญญา จะรัวเร็วบ้างก็ต่อเมื่อเล่าถึงความรักต่อฟุตบอล เมื่อนั้นดวงตาของเขาจะเป็นประกายวิบวับอย่างห้ามไม่อยู่

เราอาจกล่าวได้ว่า ธนวัฒน์คือบุคคลที่บ้าบอลโดยสมบูรณ์แบบ กระตือรือร้นกับการเล่นฟุตบอลมาทั้งชีวิต และลงสนามเพื่อ ‘เล่น’ ฟุตบอลจริง ๆ

ตลอดการสนทนา เราสัมผัสได้ถึงทัศนคติดีเยี่ยม ความมั่นใจในตัวเอง ขณะเดียวกันก็มีความอ่อนน้อมสุภาพ

ท่ามกลางสิ่งที่ธนวัฒน์ต้องเจอในสนามจริง ทั้งการแข่งขันภายในทีมอันสูงลิ่ว รวมถึงการต้องแบกความคาดหวังของแฟนบอลไทยไว้เต็มบ่าที่ล้วนมีความฝันอยากเห็น ‘แข้งสายเลือดไทย’ ก้าวมาโลดแล่นบนเวทีลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

หลังจากเขาย้ายมาอยู่กับสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ เข้าฤดูกาลที่ 3 และเคยถูกส่งชื่อมาสัมผัสม้านั่งสำรองในทีมชุดใหญ่มาแล้ว… 

และในซีซั่นใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น นี่จึงถือเป็นขวบปีที่ท้าทายของ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ผู้เล่นคนไทยเพียงหนึ่งเดียว ในลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมมากสุดของโลกอย่างพรีเมียร์ลีก 

ตัวตน ความคิด ทัศนคติ และการต่อสู้ในชีวิตที่ผ่านของเขาเป็นอย่างไรบ้าง ตลอดการเดินทางบนถนนลูกหนัง ‘นักเตะหนุ่มสุพรรณ’ ผู้นี้ต้องฝ่าฟันหรือเผชิญอะไรมาบ้าง 

นี่คือคำแปลบทสนทนาดังกล่าว ที่เราพยายามถ่ายทอดอัธยาศัยใจคอของเขาให้ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุด

ฝันของ กัน-ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร นักเตะไทยคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ความทรงจำแรกสุดเกี่ยวกับฟุตบอลของคุณคืออะไร

ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตอนอายุ 2 ขวบ จำได้ว่าเล่นกับแม่บนดาดฟ้าอพาร์ตเมนต์ที่เมืองไทยนี่แหละครับ ฟุตบอลเป็นความสุข เป็นความสนุกของผม พอผม 6 ขวบก็ย้ายไปฝรั่งเศสกับแม่และพ่อเลี้ยง ซึ่งผมรักเหมือนพ่อแท้ ๆ

พ่อให้ผมไปเล่นฟุตบอลในชมรมฟุตบอลแถวบ้าน เพื่อให้ปรับตัวกับสังคมฝรั่งเศสได้ จะได้หัดพูดฝรั่งเศส เพราะตอนแรกพูดไม่ได้สักคำเลย แต่เพื่อน ๆ พูดฝรั่งเศสกันหมด มันทำให้เราต้องปรับตัวตามธรรมชาติ

มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับประเทศไทยก่อนย้ายประเทศบ้าง

ส่วนใหญ่จำได้แต่ครอบครัวครับ เพราะตอนนั้นผมยังเด็กมาก เรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับเมืองไทยจำไม่ค่อยได้

แต่คุณพูดไทยได้นี่ พูดค่อนข้างชัดเลยด้วย

ขอบคุณครับ พยายามพูดให้ชัด แต่จริง ๆ พูดได้แค่นิดหน่อยครับ คือผมฟังภาษาไทยรู้เรื่องนะเพราะแม่พูดไทยด้วยตลอด แต่ว่าพูดไม่ค่อยเก่ง ติดที่คิดคำไม่ค่อยออกน่ะ

รู้สึกเป็นคนไทยหรือคนฝรั่งเศสมากกว่ากัน

ผมเติบโตมากับวัฒนธรรมผสมผสานทั้งไทยและฝรั่งเศส ก็เลยรู้สึกว่าเป็นคนทั้ง 2 ชาติ แต่ลึก ๆ รู้สึกว่าเป็นคนไทยมากกว่า เป็นคนไทยที่โตเมืองนอก และพูดฝรั่งเศสมากกว่าภาษาไทย

ตอนเด็ก ๆ เคยคิดไหมว่าอยากโตไปทำอาชีพอะไร หรือคำตอบเดียวในใจคือนักฟุตบอลอาชีพ

ตอน 6 ขวบไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ ไม่ได้คิดว่าฟุตบอลเป็นอาชีพได้ แค่อยากเตะบอลสนุก ๆ กับเพื่อน ๆ เท่านั้น แต่หลังจากนั้นพอมีสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส (Fédération Française de Football) หรือ FFF แล้วติดต่อมาพูดคุยกับพ่อแม่และตัวผม มันก็ทำให้เราอยากเป็นนักฟุตบอลจริงจัง ผมรักฟุตบอล มีชีวิตอยู่เพื่อฟุตบอล เลยตัดสินใจไวมากเลยว่า ใช่ ผมอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

ฝันของ กัน-ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร นักเตะไทยคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
ฝันของ กัน-ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร นักเตะไทยคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ไม่มีเปลี่ยนใจเลย

ไม่มี ตอนเด็ก ๆ สมัยเรียน ครูถามว่าโตขึ้นอยากทำอาชีพอะไร ผมก็ตอบว่านักฟุตบอล

ผมเริ่มเล่นเพราะความสนุก และจริง ๆ ทุกวันนี้ก็เล่นเพราะความสนุกเป็นหลักเลยครับ เพราะถ้าไม่สนุก ไม่ชอบแล้ว เราก็คงเล่นไม่ดี

แต่เส้นทางก็ยากน่าดูใช่ไหม เพราะคนเอเชียเราตัวเล็กกว่าฝรั่ง

พูดตรง ๆ ผมมีปมว่าเราไม่เก่งเท่าเพื่อน ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น ๆ ด้วยส่วนสูงของเรา ผมมักจะเป็นคนที่ตัวเล็กสุดในทีมเสมอ แต่ถึงเราตัวไม่สูง ผมคิดว่าคนเอเชียอย่างเราก็มีข้อดีอื่นมาชดเชยนะ การเป็นคนตัวเล็กทำให้เราอาจจะเร็วกว่านิดหน่อย ผมต้องพยายามพัฒนาด้านอื่นมากลบจุดด้อยของตัวเองอยู่เสมอ

ใครเป็นนักฟุตบอลคนโปรดในใจคุณ

อันเดรส อิเนียสตา (Andrés Iniesta) นักเตะสเปนตอนนี้เล่นอยู่ที่ญี่ปุ่น เขาเป็นนักเตะที่ตัวค่อนข้างเล็ก (สูง 171 เซนติเมตร) แต่เขาเก่งทุกด้านเลย และเล่นได้มหัศจรรย์มากครับ สำหรับคนที่ตัวสูงเท่า ๆ เขา เขาเป็นแรงบันดาลใจว่าส่วนสูงไม่ใช่ปัญหาเลย

สังคมฟุตบอลของฝรั่งเศสที่กันเติบโตมาเป็นอย่างไร

คนเล่นฟุตบอลมีมากกว่าครับ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็เตะฟุตบอล ในแต่ละหมู่บ้านมีสนามบอลเล็ก ๆ เป็นแบบนี้แทบทั้งประเทศฝรั่งเศสเลย ใคร ๆ ก็มาเล่นได้ฟรี จะเด็กหรือแก่ก็เล่นด้วยกันได้หมด แล้วสนามมักเต็มไปด้วยเด็ก ๆ เสมอ ทั้งก่อนไปโรงเรียนและหลังเลิกเรียน ตอนผมไปเมืองไทย ก็เห็นว่ามีสนามเล็ก ๆ แบบนี้อยู่ แต่ไม่มากเท่าในฝรั่งเศส

ผมเองก็บ้าบอลมาก เวลาผมกลับมาจากโรงเรียน สิ่งแรกที่ทำคือวิ่งไปที่สนามและเล่นฟุตบอลกับเพื่อน ๆ (หัวเราะ) ต้องได้เตะบอลก่อนถึงจะกลับไปทำการบ้าน ซึ่งในที่สุดพ่อแม่ก็เข้าใจว่าเปลี่ยนใจผมไม่ได้แล้ว ผมไม่สนใจอย่างอื่นเลย

ฝันของ กัน-ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร นักเตะไทยคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

พวกเขาสนับสนุนเส้นทางนักเตะของคุณตลอดใช่ไหม

ใช่ครับ การสนับสนุนของพ่อแม่สำคัญมากสำหรับผม ตอนที่ผมย้ายไปน็องซี่ พ่อแม่มาเยี่ยมแทบทุกสัปดาห์เพื่อมาดูผมเล่น การเล่นฟุตบอลให้ดีคือการแสดงความขอบคุณพวกเขา ถ้าแมตช์ไหนผมเล่นแย่ ผมไม่ได้แค่รู้สึกแย่กับตัวเอง แต่รู้สึกไม่ดีด้วยที่พ่อแม่ต้องเดินทางมา

ตอนย้ายไปฝึกกับ AS Nancy Lorraine คุณอายุเท่าไหร่

12 ขวบกว่า เกือบ 13 ขวบ ผมย้ายไปอยู่โรงเรียนประจำที่ต้องฝึกซ้อมฟุตบอลทุกวัน ควบคู่กับการเรียนหนังสือ คือเช้าเรียน 2 ชั่วโมง ซ้อมบอล บ่ายเรียนอีกรอบ แล้วก็ซ้อมบอลใหม่ กินนอนในโรงเรียนประจำ ได้เจอพ่อแม่แค่เสาร์-อาทิตย์ เป็นการเตรียมตัวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ในอะคาเดมีเยาวชนที่เรียกว่า Pôle Espoirs โดยฝรั่งเศสเขาจะคัดเด็กที่เก่งที่สุด 16 – 18 คนจากแต่ละแคว้นมาฝึกซ้อมด้วยกัน แล้วก็มาแข่งกัน

ตอนนั้นกลัวไหมว่า ถ้าเล่นไม่ดีจะไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ

ไม่นะ ฟุตบอลเป็นสิ่งที่ผมชอบ แพสชันมาก่อนการทำงาน ทุกวันคือการฝึกเพื่อเข้าใกล้การเป็นนักบอลอาชีพให้ได้มากที่สุด ผมเข้าใจดีว่าถ้าเราไม่พัฒนา ก็เป็นนักบอลอาชีพไม่ได้ ไม่ได้กลัวหรือกดดัน แต่อยู่กับปัจจุบันให้เต็มที่

มันยากมากอยู่แล้วสำหรับเด็กอายุ 13 ที่ต้องห่างจากบ้าน ห่างจากครอบครัวเป็นครั้งแรก แต่พอได้เล่นฟุตบอลก็รู้สึกดีขึ้น ได้สนุก ได้หัวเราะ เล่นแล้วมีช่วงเวลาดี ๆ ก็ลืมคิดถึงบ้าน เพื่อน ๆ ที่ฝึกก็น่าจะรู้สึกคล้าย ๆ กัน

ฝรั่งเศสสอนให้เด็กเล่นฟุตบอลยังไง และปลูกฝังความคิดอะไรให้กับนักเตะระดับเยาวชน จนทำให้เป็นประเทศที่ผลิตนักฟุตบอลเก่ง ๆ ออกมาสู่โลกฟุตบอลได้ไม่ขาดสาย

อะคาเดมีฝรั่งเศสถือว่าเก่งมาก ทั้งในระดับยุโรปและระดับโลก เห็นได้ว่ามีนักเตะฝรั่งเศสเก่ง ๆ อย่าง Kylian Mbappé, Paul Pogba และคนอื่น ๆ อีกมากมาย ผมว่าเคล็ดลับคือ เขาปลูกฝังตั้งแต่เด็กว่าฟุตบอลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ให้เด็ก ๆ เล่นฟุตบอลตลอด อย่างที่ผมเล่าว่ามีสนามบอลทั่วประเทศ ฟุตบอลถือเป็นกีฬาประจำชาติฝรั่งเศสครับ

เข้าใจว่าพ่อแม่คนไทย ถ้าลูกชอบเตะบอล ก็คงบอกว่าการเรียนสำคัญกว่าฟุตบอลใช่ไหมครับ ไม่รู้จะพูดยังไงดี คือพ่อแม่ฝรั่งเศสก็คล้าย ๆ กันนั่นแหละ แต่เขาจะพยายามไม่ทำลายความฝันของลูก จะไปห้ามไม่ให้เล่นฟุตบอล ต้องเรียนหนังสืออย่างเดียว แบบนี้ไม่ได้ ต้องปล่อยให้เด็กได้คิด ได้ฝัน พูดได้แค่ว่าถ้าจะเล่นฟุตบอลให้เต็มที่ ก็อย่าทิ้งการเรียนนะ การเรียนก็สำคัญ ต้องตั้งใจทั้งคู่

ผมคิดว่าเมืองไทยให้ความสำคัญกับการเรียนหนังสือมากกว่าฟุตบอลมาก ๆ ซึ่งผมเข้าใจนะ มันเป็นเรื่องปกติ แม่ผมก็พูดแบบนี้ แต่พ่อเขาเข้าใจว่าฟุตบอลสำคัญ ให้เราทำ 2 อย่างไปพร้อมกันได้

ฝันของเจ้ากันนักเตะสัญชาติไทย ในทีมเลสเตอร์ ซิตี้ และเป็นคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

สมัยเยาวชน คุณเคยเล่นฟุตบอลกับนักเตะชื่อดังระดับโลกคนไหน

Michaël Cuisance ที่เคยเล่นให้กับบาเยิร์นมิวนิก แต่ตอนนี้ค้าแข้งอยู่กับสโมสรเวเนเซีย ในกัลโช เซเรีย อา อิตาลี คนนี้ไม่ธรรมดาเลยล่ะ

อะไรทำให้คุณตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทีมน็องซี่ และเลือกย้ายออกมาอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ประเทศอังกฤษ มีข้อเสนอเข้ามาเยอะไหมก่อนเลือกเลสเตอร์

พอมาถึงปีสุดท้ายของสัญญากับน็องซี่ ช่วงเปิดฤดูกาลก็มีสโมสรจากจีนติดต่อมาซื้อตัวผม และน็องซี่ตกลงที่จะขาย แต่ตัวผมน่ะไม่อยากไป ตอนนั้นคิดได้ว่าน็องซี่ไม่อยากได้ตัวผมแล้ว ประจวบเหมาะกับเลสเตอร์เข้ามา เขาอยากให้ผมไปอยู่ด้วยในปีถัดไป

พอจบฤดูกาล น็องซี่บอกว่าขอต่อสัญญา 1 ปี ไม่ใช่สัญญาระยะยาว ขณะที่เลสเตอร์ให้สัญญาอาชีพเลย ใจผมเลยมาอยู่เลสเตอร์

ทำไมถึงเลือกมาลีกที่ดูแข็งแรงและยากกว่าอย่างพรีเมียร์ลีก ถ้าไปจีนก็อาจจะง่ายกว่า และอาจได้รายได้สูงด้วย

ผมไม่ได้คิดจะย้ายไปอยู่จีน และเลสเตอร์เป็นสโมสรชั้นยอดของอังกฤษ ประธานสโมสรก็เป็นคนไทย มีหลายอย่างที่เกื้อหนุนให้ประสบความสำเร็จ มันเป็นประสบการณ์ที่ดี ไม่เคยคิดเสียใจเลยที่เลือกมานี่ครับ

การมีเจ้าของสโมสรเป็นคนไทย กังวลไหมว่าจะถูกมองว่าคุณได้ย้ายมาเพราะเจ้าของทีม

จะคิดอย่างนั้นก็ได้ครับ เป็นความจริงที่ประธานสโมสรเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผมได้มาอยู่ที่นี่ ไม่รู้จะพูดยังไง แต่การมาอยู่กับเลสเตอร์มีความหมายกับผมมาก ดีใจที่ได้ต่อสู้เพื่อสีของเลสเตอร์ แล้วก็ภูมิใจที่เจ้าของทีมเป็นคนไทย

ตอนผมอายุ 16 คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ก็เคยชักชวน อยากให้ผมมาอยู่เลสเตอร์แล้วนะ ซึ่งตอนนั้นผมยังมีสัญญากับน็องซี่อีก 3 ปี และพ่อแม่ก็อยากให้เรียน ม.ปลาย ที่ฝรั่งเศสให้จบก่อน ผมก็สนใจเลสเตอร์มาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

ฝันของเจ้ากันนักเตะสัญชาติไทย ในทีมเลสเตอร์ ซิตี้ และเป็นคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ฟุตบอลที่อังกฤษแตกต่างกับฝรั่งเศสอย่างไร

อธิบายยากครับ โดยรวมคือฟุตบอลอังกฤษใช้แรงเยอะกว่า ดุดันกว่า และกองเชียร์อังกฤษก็คลั่งไคล้ฟุตบอลมากกว่าฝรั่งเศสเสียอีก ทั้งการสนับสนุนหรือสนามก็ดีมาก ๆ ส่วนฝรั่งเศสก็ใช้แรงนะครับ แต่ว่าเน้นแท็กติกและเทคนิค เล่นตัวต่อตัวน้อยกว่า (Less Duel) ให้ความสำคัญกับการจ่ายบอลไว

ดุดันกว่า แปลว่ายากกว่าไหม

เรียกว่าต่างกันมากกว่า ต้องปรับตัว คนตัวเล็กอย่างผมต้องไวกว่าเดิม ไม่งั้นจะโดนประกบตลอด

คุณเล่นให้เลสเตอร์ รุ่น U-23 ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ทู ซึ่งเป็นลีกรวมดาวรุ่งฝีเท้าดีจากอะคาเดมีทีมต่าง ๆ ในอังกฤษ การแข่งขันกับนักเตะอายุน้อยมากพรสวรรค์จากหลาย ๆ สโมสรในพรีเมียร์ลีกมาแข่งขันกันเป็นอย่างไร

มันช่วยให้ผมปรับตัวและพัฒนาขึ้นเยอะ ตั้งแต่ลงสนามครั้งแรกที่นี่ การแข่งกับการซ้อมเหมือนกันเลยครับ เวลาซ้อมทุกคนวิ่งเยอะ ปะทะเต็มที่ ทำทุกอย่างเหมือนแข่งจริง ไม่มีพัก อังกฤษซ้อมโหดกว่าฝรั่งเศส ต้องซ้อม 1 ชั่วโมง 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง 30 นาทีทุกวัน แล้วก็ต้องเข้ายิมออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อมากกว่าด้วย ที่ฝรั่งเศสเข้ายิมสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น

เลสเตอร์มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการฝึกซ้อมมากกว่าด้วยใช่ไหม

ใช่ครับ ยิม สระว่ายน้ำ อ่างน้ำแข็ง ทุกอย่างระดับมืออาชีพมาก เจ้าหน้าที่ดูแลทุกอย่างก็เพียบพร้อม

คุณมีโอกาสได้ขึ้นไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของเลสเตอร์หลายครั้ง การซ้อมบนสนามเดียวกับนักเตะเวิลด์คลาสหลายคนในทีมช่วยให้คุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง

พวกเขาเป็นมืออาชีพมาก ๆ ตรงต่อเวลาทุกครั้ง ดูแลการกินอาหารอย่างดี แล้วก็ฟังกัน การได้เล่นกับนักเตะที่แข็งแกร่ง ผมเล่นเพื่อซึมซับ เล่นเพื่อเรียนรู้ทุกอย่างว่าจะเก่งกว่าพวกเขาอย่างไร

ช่วงซ้อมใหม่ ๆ ผมก็เครียดนะ แต่หลัง ๆ ผมบอกตัวเองว่า ทีมชุดใหญ่ก็มี 2 ขา 2 แขนเหมือนเราเนี่ยแหละ ทำไมถึงเป็นพวกเขา แต่ไม่ใช่ผมล่ะ

ฝันของเจ้ากันนักเตะสัญชาติไทย ในทีมเลสเตอร์ ซิตี้ และเป็นคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
ฝันของเจ้ากันนักเตะสัญชาติไทย ในทีมเลสเตอร์ ซิตี้ และเป็นคนแรกที่มีชื่อในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

พอจะเล่าถึงวันที่ได้มีชื่ออยู่ในทีมชุดใหญ่ในพรีเมียร์ลีก นัดที่เจอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปีก่อนหน้าได้ไหม คุณรู้สึกยังไงบ้างที่ได้นั่งบนม้านั่งสำรองวันนั้น เป็นจุดที่ยังไม่เคยมีคนไทยคนไหนไปถึงมาก่อน

ภูมิใจมาก ๆ ครับ ทั้งกับตัวเองและครอบครัว เป็นความรู้สึกแบบ ว้าว อะเมซิ่ง! แต่มันก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบางสิ่งเท่านั้น การได้นั่งตรงนั้น แน่นอนว่าดีมาก แต่ผมต้องการมากกว่านั้น อยากจะได้ลงแข่งจริงสักครั้ง

หลังจบสัญญานี้ คุณอยากอยู่กับเลสเตอร์ต่อไปหรือเปล่า

ผมอยากอยู่ต่อนะ แต่ผมอายุ 22 ปีแล้ว สิ่งสำคัญคือการได้เล่นในทีมพรีเมียร์ลีกจริง ๆ ช่องว่างระหว่างรุ่น U-23 กับระดับโปรก็เห็นได้ชัด U-23 มีแท็กติกน้อยกว่า ดุดันน้อยกว่า ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เป้าหมายของผมคือได้เล่นกับทีมระดับพรีเมียร์ลีกในอังกฤษ หรือระดับเดียวกันในฝรั่งเศส หรือที่อื่นที่ให้ประสบการณ์ระดับเดียวกัน

เหลืออีกแค่ปีเดียว กดดันมากไหมในการคว้าโอกาสอยู่กับทีมพรีเมียร์ลีกต่อไป

ไม่กดดัน แต่เป็นแรงผลักดันมากกว่าครับ อยากจะทำให้ดีขึ้นให้ได้ครับ

รู้ตัวใช่ไหมว่าแฟนบอลไทยจำนวนมากสนใจคุณ รู้สึกยังไงบ้างที่คนไทยจับตามองและชื่นชอบคุณ

เห็นจากโซเชียลมีเดียบ้างครับ มีคนไทยส่งข้อความมาหาเยอะ ซึ่งผมยินดีมากเลย ถ้าส่งเป็นภาษาอังกฤษก็อ่านออก แต่ถ้าส่งเป็นภาษาไทยต้องเอาไปแปลก่อน ซึ่งผมก็พยายามไล่ตอบนะ แต่ข้อความมันเยอะจริง ๆ

ได้เล่นฟุตบอลในระดับยุโรปแล้ว อะไรทำให้เลือกกลับมาเล่นให้ทีมชาติไทย

อย่างที่บอกไปว่าผมรู้สึกว่าผมเป็นคนไทยมากกว่าฝรั่งเศส ผมรักทั้งไทยและฝรั่งเศสนะ แต่เลือดผมก็ไทย ใจผมก็ไทย ตั้งแต่ย้ายไปอยู่ฝรั่งเศส ผมก็กลับมาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทยราว ๆ 3 ปีครั้งเสมอ ก็เลยรู้สึกคุ้นเคยกับเมืองไทย ถ้าได้โอกาสช่วยเหลือประเทศของผม ผมก็ยินดี แล้วคนไทยก็ชอบฟุตบอลมาก มีแพสชันสุด ๆ เวลาลงสนาม แฟน ๆ ชาวไทยก็ช่วยเชียร์ให้เราฮึดสู้

ชีวิต ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ดาวนักเตะไทยในอังกฤษ จากเด็กสุพรรณบุรี สู่นักเตะทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ที่อยู่ในรายชื่อพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

รู้สึกยังไงที่ถูกตั้งความหวังจากคนไทยว่า อยากให้คุณช่วยยกระดับทีมชาติ

เป็นแรงผลักดันที่ดีครับ ผมอยากช่วยพัฒนาทีมชาติจริง ๆ นะ คิดว่าประสบการณ์ระดับ U-23 จากยุโรปของเรามีประโยชน์ และผมอายุยังน้อย ถ้าได้เล่นในพรีเมียร์ลีกแล้วก็จะช่วยทีมชาติได้อีก

พอได้มาสัมผัสเพื่อน ๆ ในทีมชาติไทย นักเตะไทยเป็นอย่างไรบ้าง

ทุกคนใจดีกับผม แล้วก็เข้ากันได้ดีครับ ผมพยายามพูดไทย แต่ถ้าพูดไม่ได้พวกเขาก็จะช่วยพูดอังกฤษกับผม ไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร จะพรีเมียร์ลีกหรือทีมชาติไทย การเป็นคนที่เด็กที่สุดในทีมทำให้ผมฟังและเรียนรู้จากทุกคนเสมอ

เพื่อนร่วมทีมชาติไทยคนไหนที่คุณทึ่งกับฝีเท้าของเขา

(ตอบเป็นภาษาไทยชัดแจ๋ว) กันชอบ พี่เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับ พี่สารัช อยู่เย็น ครับ หลายคนก็เก่งมาก

(สลับมาพูดฝรั่งเศสเหมือนเดิม) พี่สารัชแท็กติกดีใกล้เคียงยุโรป พี่อุ้ม-ธีราทร บุญมาทัน กับพี่เจด้วย 3 คนนี้สไตล์ยุโรป

ถ้านักเตะไทยแท้ในทีมชาติได้มีโอกาสไปเติบโตในต่างแดน หรือเติบโตในโครงสร้างฟุตบอลยุโรป คุณคิดว่าทีมชาติไทยจะได้ทรัพยากรที่ดีกว่านี้แค่ไหน

คิดว่าน่าจะดีขึ้นมาก เทคนิคนักเตะไทยดีนะครับ แต่แท็กติกต้องยอมรับว่ายังอ่อนกว่าอังกฤษและฝรั่งเศส ทั้งสไตล์การเล่น การยืนตำแหน่งในสนาม การซ้อม แต่ก็มีศักยภาพที่จะโตได้อีกมาก แค่พัฒนาแท็กติกก็ไปได้ไกลขึ้นแล้ว

ผมได้โอกาสตั้งแต่เด็ก ซึ่งมันง่ายกว่าที่จะเรียนรู้ แต่ไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่โตแล้วจะทำไม่ได้นะ แค่มันน่าจะยากกว่า แต่ทุกอย่างเป็นไปได้ครับ

ชีวิต ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ดาวนักเตะไทยในอังกฤษ จากเด็กสุพรรณบุรี สู่นักเตะทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ที่อยู่ในรายชื่อพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ทุกครั้งที่สวมเสื้อทีมชาติไทยลงแข่งขัน ดูคุณภาคภูมิใจมาก ครอบครัวคุณรู้สึกอย่างไรที่เห็นคุณกลับมาเล่นให้ประเทศบ้านเกิด

ดูทุกแมตช์ สนับสนุนตลอดครับ พวกเขามีความสุขและภูมิใจมาก ๆ ในตัวผม เป็นความรู้สึกที่มีค่ามาก เป็นกำลังใจข้างหลังที่ช่วยผมได้เยอะ

ผมผูกพันกับครอบครัวมาก ๆ เป็นคนที่ครอบครัวมาก่อนทุกอย่าง ครอบครัวสำคัญกว่าฟุตบอลอีก ผูกพันกับครอบครัวที่สุพรรณบุรีด้วย ถึงจะจำเมืองสุพรรณไม่ค่อยได้ แต่มันก็เป็นที่ที่พิเศษสำหรับผม

วางเป้าหมายและอนาคตในการค้าแข้งไว้ในระดับไหน

ได้เล่นฟุตบอลไปเรื่อย ๆ อย่างมีความสุข และได้เล่นในพรีเมียร์ลีกเพื่อพัฒนาตัวเองและหาประสบการณ์ครับ อาชีพนักฟุตบอลสั้นมาก คือราว ๆ 10 – 15 ปี และต้องฝึกซ้อมหนักตลอด

หลังจากนั้นก็ยังไม่รู้ เดี๋ยวค่อยว่ากันครับ แต่ผมก็ยังอยากทำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลต่อไป

เป็นไปได้ไหมที่จะเห็นคุณกลับมาเมืองไทยเพื่อพัฒนาฟุตบอลไทย

อนาคตก็เป็นไปได้ครับ ผมอยากช่วยพัฒนาทีมชาติไทย ยินดีเป็นอย่างยิ่ง แต่ ณ ตอนนี้ผมตั้งเป้ากับอาชีพนักฟุตบอลพรีเมียร์ลีกก่อน

มีอะไรอยากบอกแฟน ๆ ชาวไทยบ้าง

ขอบคุณมาก ๆ สำหรับการสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ ส่งข้อความให้กำลังใจทุกวัน เป็นสิ่งที่ผลักดันให้ผมอยากทำให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

 

Writers

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

อลงกต เดือนคล้อย

เจ้าของเพจ alongwrite และบรรณาธิการบทสัมภาษณ์แห่ง Main Stand

Photographer

ศุภกิตติ์ วิเศษอนุพงศ์

ช่างภาพประจำทีมชาติไทยชุดใหญ่ ที่ได้รับโอกาสติดตามทีมมาตั้งแต่ปี 2016

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load