“กลัวมั้ย”

โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ถามผมในร้านกาแฟแห่งหนึ่งในจังหวัดยะลา ที่ซึ่งช่างภาพชาวปัตตานีบอกผมว่า ก่อนหน้าราวสัปดาห์เพิ่งมีการวางระเบิดไม่ไกลจากจุดที่เราอยู่

ผมยิ้ม ส่ายหน้า ก่อนตอบไปเพียงว่า “ไม่กลัว” แต่ในใจคิดว่า เป็นผมหรือเปล่าที่ต้องเป็นผู้ถามคำถามนี้กับเธอ

ครั้งนี้ผมและเธอเดินทางมาเยือนยะลาเพื่อร่วมเปิดตัวหนังสั้นเรื่อง คิดถึง (Still on my mind) ที่เธอเป็นผู้กำกับ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในโครงการ ‘เที่ยวให้สุด ปักหมุด สุดแดนใต้’ ที่พยายามนำเสนอภาพของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในอีกมุมเพื่อให้ผู้คนอยากลองเดินทางมาเยือนสักครั้ง โดยเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ

ภาพที่คนนอกไม่ได้เห็น เสียงที่คนนอกไม่ได้ยิน ความงามที่คนนอกไม่ได้สัมผัส-เธอมีหน้าที่ส่งต่อสิ่งเหล่านี้

หญิงสาวตรงหน้าบอกว่าการถ่ายทำหนังสั้นเพียงครึ่งชั่วโมงเรื่องนี้ทำให้เธอต้องลงมาเยือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึง 4 ครั้ง-ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 และเพียงครั้งแรกเธอก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เธอยอมรับ เสียงระเบิดมีจริง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าที่นั่นไร้ซึ่งเสียงอื่น

เสียงชาวเมืองคุยกันเรื่องความฝันได้ยินหรือไม่ เสียงน้ำทะเลที่ซัดสาดกระทบหาดทรายสวยงามได้ฟังบ้างไหม เสียงดนตรีจากวงออร์เคสตราที่บรรเลงด้วยเด็กชายหญิงไม่แบ่งแยกศาสนาเคยฟังหรือเปล่า

เราได้นั่งคุยกันอีกครั้งยาวๆ ถึงเบื้องหลังหนังสั้นเรื่องนี้ที่ร้านกาแฟบรรยากาศดีในจังหวัดปัตตานีซึ่งข้างๆ มีป้อมทหารตั้งอยู่

คงเป็นอย่างที่เธอว่า ยังมีความงามอีกมากมายที่ยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางความไม่สงบ ซึ่งความงามที่ว่าไม่ใช่เพียงเรื่องสถานที่เท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงชีวิตต่างๆ ที่ยังเคลื่อนไหวและดำเนินต่อไป

โดนัท มนัสนันท์, หนังสั้น คิดถึง, 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ก่อนที่จะมาทำหนังสั้นเรื่องนี้ความทรงจำของคุณต่อ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นยังไง

ก่อนหน้านี้เราไม่เคยมา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อน เราก็คิดว่ามันคงไม่ปลอดภัย เพราะเราเป็นคนอ่านข่าว เราก็เห็นข่าวตลอด เอาง่ายๆ พอตัดสินใจว่าจะลงมา ด่านแรกคือครอบครัว ทุกคนเป็นกังวลหมดว่าจะมายังไง จะไปได้เหรอ ก็ยิ่งทำให้เราคิดว่า หรือมันจะไม่โอเค

จริงๆ โปรเจกต์นี้เกิดจาก พี่เป๊ก (สัณณ์ชัย เองตระกูล) เขาทำโปรเจกต์ ‘เที่ยวให้สุด ปักหมุด สุดแดนใต้ แล้วเขาอยากให้โดนัททำอะไรให้เขาสักอย่างหนึ่ง ซึ่งเขาก็ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่เขาบอกว่า โดนัทต้องไปเองก่อน เพราะว่าพี่เขาเล่าให้ฟังไม่ได้ว่า 3 จังหวัดเป็นยังไง โดนัทต้องไปเห็นเอง ซึ่งส่วนตัวก็เป็นคนที่ถ้าเราไม่เห็นเองเราจะคิดไม่ออก ก็เลยลงไปนราธิวาส ยะลา และปัตตานี

ก่อนไปก็เสิร์ชคำว่า ‘ตากใบ’ ในกูเกิล โอ้โห ไม่มีรูปอื่นนอกจากรูปเหตุการณ์รุนแรง คืออินเทอร์เน็ตมันเคลียร์อะไรพวกนี้ไม่ได้ ครั้งแรกก็กังวลเหมือนกัน แต่อย่างที่บอก ถ้าเราไม่เคยเห็นเราจะไม่รู้ว่าเราอยากจะถ่ายอะไร ที่แรกที่โดนัทไปก็คือสะพานคอยร้อยปีที่ตากใบ พอไปถึงก็ยังมีป้อมทหาร แต่ไม่มีทหารที่จุดนั้น บรรยากาศก็จะเงียบๆ ไม่ค่อยมีคน

คุณไม่กลัว

ไม่กลัว เราก็บอกกับทีมว่าอยากไปตลาด อยากเห็น ซึ่งพี่อาร์ม ผู้ช่วยผู้กำกับ ก็จะบอกว่า บางจุดอาจไม่เหมาะที่จะไป ซึ่งตรงสะพานที่ไปจะเป็นแม่น้ำที่เรานั่งเรือได้ ทีมก็ถามว่า โดนัทจะดูแค่นี้ หรือว่าจะข้ามไป เราก็บอกว่าเราดูแค่นี้ พอแล้ว นึกออกแล้วว่าเป็นยังไง ซึ่งทุกคนก็กังวลมากหากเราเกิดอยากจะข้ามไปดูจริงๆ

คือ 3 จังหวัดยังมี Red Zone อยู่ ไม่ใช่ว่าทุกที่ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างตอนที่เราตัดสินใจจะทำหนังสั้นแล้วติดต่อคนมาเล่น ทุกคนก็กลัวหมด แล้วเราก็ต้องพูดตรงๆ ว่าเราไปมาแล้ว เราพูดไม่ได้ว่ามันปลอดภัยมากๆ แต่วันนี้กับ 10 ปีที่แล้วมันไม่เหมือนเดิม แล้วสิ่งที่โดนัทเห็นคือทุกคนพยายามจะ Move On

มีกฎหรือข้อห้ามอะไรบ้างไหมตอนลงพื้นที่

ห้ามกลับเข้าโรงแรมหลัง 17.30 น. เราต้องกลับกันก่อนพระอาทิตย์ตก แต่พอมาบ่อยๆ ก็เริ่มกลับ 2 ทุ่มบ้าง เริ่มชิลล์ขึ้น แต่ถ้าคุยกับชาวบ้านเขาก็จะบอกว่า 3 ทุ่มหนูก็ยังขับรถกลับบ้านอยู่ แต่เราเป็นคนนอกพื้นที่ ต้องระวัง และเราก็คุยกันว่าเราจะไม่ไปกดเอทีเอ็ม กดกันมาให้เสร็จจากกรุงเทพฯ ป้ายสุดท้ายที่เรากดเอทีเอ็มได้คือสนามบิน เราจะไม่เดินไปไหนตอนกลางคืน ดึกๆ ไม่ต้องอยากกินอะไรกันนะ แต่มันก็เป็นแค่การระวังแหละ เราก็ต้องมีกติกากันในทีม

โดนัท มนัสนันท์, หนังสั้น คิดถึง, 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

แล้วตอนลงไปเข้าใกล้เหตุร้ายบ้างไหม

พอเสร็จจากยะลา วันที่ 2 เราเดินทางไปปัตตานีก็เจอระเบิด เขาเรียกว่าเป็นชุดระเบิดปูพรม

ตอนที่รู้ว่ามีระเบิดคิดอะไร

ตกใจ ตอนนั้นเราอยู่ในโรงแรมก็ยังไม่ได้คิดอะไร พอดีเป็นช่วงถือศีลอด ก่อนจะมีระเบิดเราก็ได้เห็นว่าเราะมะฎอนที่นี่เป็นยังไง เราก็รู้สึกดี แต่พอนั่งกินข้าวอยู่สักพักก็มีเสียงดังคล้ายพุ ห่างประมาณ 1 กิโลเมตร ข่าวก็เริ่มออกว่ามีระเบิดที่ไหนบ้าง เราก็ดูปฏิกิริยาคน เจ้าหน้าที่ในโรงแรมก็เดินมาบอกว่า มีระเบิดนะครับ ให้อยู่ในนี้ก่อนอย่าเพิ่งไปไหน เดี๋ยวจะบอกอีกทีหนึ่งตอนที่เรียบร้อย ทุกคนก็กินข้าวกัน ใช้ชีวิตกันปกติ

พอทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย เราก็ออกมาจากโรงแรม มานั่งคุยกันว่าพรุ่งนี้เราจะไปไหน แล้วก็มีระเบิดดังใกล้เรามาก เหมือนอยู่ข้างหลังเลย เราก็ตกใจมาก แล้วมีคุณลุงคนหนึ่งนั่งซ่อมจักรยานอยู่ข้างๆ เขาหันมาบอกว่า โดนัทไม่ต้องตกใจลูก เขากู้ระเบิด ไม่มีอะไร แล้วแกก็ซ่อมจักรยานแกต่อ

ตอนที่ระเบิดรู้สึกมั้ยว่าเมืองก็ยังมีปัญหาอยู่

เรารู้อยู่แล้วว่าเมืองยังมีปัญหาอยู่ เราก็อ่านข่าว แล้วคนในพื้นที่เขาก็บอกว่า มันก็เป็นปกติในช่วงเวลานี้ และเราก็เห็นว่าทุกคนยังไปต่อ ยังใช้ชีวิตอยู่

อย่างที่เราคุยกันตอนนี้คือในร้านกาแฟที่ปัตตานี ถัดจากร้านเรามีป้อมตำรวจ ทหาร ตอนเราถ่ายทำที่ร้านนี้ มอนิเตอร์เราอยู่ข้างทาง ทหารก็ถือปืนเดินกันเต็มไปหมด สิ่งเหล่านี้มันคือส่วนหนึ่งของที่นี่ มันแค่นั้นเอง แล้วอย่างที่บอกว่าเราไม่ได้โลกสวย ถามว่ามันปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์มั้ย มันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ว่ามันดีขึ้น แล้วมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

เราบอกทุกคนเหมือนกันหมดว่า เราพูดไม่ได้ว่ามันโคตรปลอดภัย เรารู้ว่ามันมีอยู่ แต่ทุกที่มีปัญหา แค่ที่นี่อาจจะชัดหน่อย เราก็มีเรื่องตลกที่พูดแซวกับเพื่อนกับทีมว่า เราก็ห้อยพระมา แต่ว่ารอบนี้เราไม่ได้ห้อยแล้ว

โดนัท มนัสนันท์, หนังสั้น คิดถึง, 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดนัท มนัสนันท์, หนังสั้น คิดถึง, 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

แล้วเจออะไรที่น่าสนใจตอนลงพื้นที่

จริงๆ เราชอบนราธิวาสนะ หาดนราทัศน์สวยมาก โคตรสวย ตอนเย็นเราเห็นแม่ลูก เห็นครอบครัว พากันมานั่งริมทะเล เห็นชีวิตของคน แล้วในเมืองก็มีแกลเลอรี่ เป็นเมืองที่น่ารักมาก เราไปตลาดมุสลิมทุกคนรู้จักเราหมด ให้น้ำให้ขนมจนเราสงสัยว่าพวกเขาดูทีวีกันด้วยเหรอ เขายังดูเราได้อยู่อีกเหรอ พี่เขาดูเราตอนไหนถึงรู้จักเรา สำหรับเรา ภาพจำที่เป็นเหตุการณ์รุนแรงมันก็หายไป

หลังจากไปนราธิวาสเราก็ไปยะลาต่อ ซึ่งก่อนจะมายะลา โปรดิวเซอร์เขาก็ส่งบทสัมภาษณ์น้องมุสลิมที่อยู่วงออร์เคสตร้ายะลามาให้อ่าน เราก็เลยอยากไปเห็น แล้วพอเราได้เห็นน้องๆ วงออร์เคสตร้าเยาวชนยะลา มันรู้สึกมหัศจรรย์มากๆ

วงออร์เคสตร้าวงหนึ่งพิเศษยังไง

เราว่ามันเรียบง่ายมาก แค่นั้นเอง เด็กออกมาเล่นดนตรีด้วยกัน แค่นั้น แล้วนี่คือชีวิตเขา เราก็สงสัยว่าเขามาอยู่ตรงนี้กันได้ยังไง ทำไมถึงมาอยู่กันตรงนี้ ก็เลยไปตามอ่านว่าจุดกำเนิดของวงนี้คืออะไร เป็นมายังไง เราก็เลยรู้ว่าวงออร์เคสตร้าก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่ทำให้คนมารวมกัน ทำให้เด็กที่ผ่านเหตุการณ์มาเหมือนกันมาอยู่ด้วยกัน 3 จังหวัดจะมีความเป็นพหุวัฒนธธรม คือผสมผสานกันระหว่างศาสนาอิสลามกับศาสนาพุทธ ซึ่งวงก็ทำให้ไทยพุทธไทยมุสลิมมาอยู่ด้วยกันในวง มันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความสามัคคี

เหมือนบทสนทนาในหนังที่บอกว่า ออร์เคสตร้ามันเล่นชิ้นเดียวไม่ได้ มันต้องเล่นเป็นวง มันคือความสามัคคี ต้องทำด้วยกัน แล้วถึงเวลาที่เด็กๆ เขามาเล่นดนตรี เขาไม่ได้แบ่งว่าเธอเป็นผู้หญิง เธอเป็นผู้ชาย เธอเป็นพุทธ เธอเป็นมุสลิม ทุกคนเล่นดนตรีด้วยกัน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ทางจังหวัดมอง แล้วมันให้แรงบันดาลใจเรามากๆ เราก็เลยอยากให้คนได้เห็น พอกลับไปกรุงเทพฯ เราก็รู้แล้วว่าเราอยากทำเรื่องเยาวชนในวงออร์เคสตร้าที่ได้เห็น

โดนัท มนัสนันท์, หนังสั้น คิดถึง, 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ได้ถามเด็กๆ มั้ยว่าเขากลัวความรุนแรงหรือเปล่า

ไม่เคยถามนะ ซึ่งวันที่เรามาถ่ายก็มีระเบิดที่ยะลา

อย่างที่ในหนังบอกว่าเราได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง คือเด็กในวงก็มีหลายคนที่สูญเสียครอบครัว คนรัก จากเหตุการณ์ความไม่สงบ แต่เรารู้สึกว่าสำหรับวงออร์เคสตร้ามันไม่มีอะไรมาแบ่ง ทุกคนมารวมกันเพราะดนตรี แล้วเราอยากให้คนเห็นว่าคนที่นี่เขาน่ารักแค่ไหน เขามีความฝัน มีความหวัง มีน้องที่อยากไปเรียนต่อวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วเราเองเป็นคนที่อยู่ได้เพราะว่าแรงบันดาลใจจากคนอื่น เรื่องของคนอื่นมันจะส่งแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรสักอย่าง เราก็เลยรู้สึกว่าน้องๆ เยาวชนกลุ่มนี้ก็น่าจะอินสไปร์คนอื่นได้ แล้วก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี เป็นภาพที่ดีที่เราจะเล่าออกไป ถ้าคนถามว่าเราเห็น 3 จังหวัดเป็นยังไง ก็เป็นแบบหนังเรื่องนี้ ในหนังไม่มีอะไรปรุงแต่ง

แล้วตอนที่ได้เจอเด็กๆ มีบทสนทนาไหนที่กระทบใจคุณบ้างไหม

หนังสั้นเรื่องนี้เราได้แรงบันดาลใจมาจากน้องผู้หญิงคนหนึ่ง น้องเป็นมุสลิมแล้วก็เล่นดนตรี ซึ่งจริงๆ แล้วศาสนาอิสลามเขาก็มีข้อกำหนดเรื่องการเล่นดนตรีอยู่ เราก็คุยกัน น้องก็บอกว่า การที่เขาได้มาเล่นมันทำให้เขาลืมทุกอย่าง แล้วเขาก็บอกว่า เขาก็รู้ว่าวันหนึ่งเขาจะเลิกเล่น แล้วเดี๋ยวเขาก็จะไปขอโทษ แต่เขาบอกว่า การที่เขาได้มาอยู่ในวงมันไม่มีการแบ่งน่ะ ไม่มีแบ่งผู้หญิง ผู้ชาย หรือแบ่งศาสนา แล้วเขาบอกว่า เขามีความสุข

แล้วน้องซึ่งเป็นต้นกำเนิดเรื่องไม่เคยเล่นดนตรีให้แม่ดู บอกว่าไม่อยากให้แม่เห็น แต่เมื่อวานที่ฉายรอบแรกแม่น้องก็มาดูหนัง

เราว่าดนตรีหรือศิลปะมันทำให้คนได้อยู่ด้วยกัน หนังมันก็เปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างได้ ดนตรีก็เหมือนกัน ศิลปวัฒนธรรมมันเชื่อมคน

โดนัท มนัสนันท์, หนังสั้น คิดถึง, 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ความยากของการเล่าเรื่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คืออะไร

มันก็ละเอียดอ่อน เราต้องระมัดระวัง พยายามอ่านเยอะๆ อ่านพวกบทสัมภาษณ์ต่างๆ อ่านข่าวของคนในพื้นที่ เราจะได้รู้ว่าอะไรเราพูดได้หรือไม่ได้ อย่างเราเองจะเล่าเรื่องเด็กเล่นดนตรี แล้วเราจะเล่าเหตุการณ์ยังไง เราคุยกันว่าเราจะพูดถึงเหตุการณ์แต่ไม่ต้องมีเลือดก็ได้ มันก็มีวิธีเล่า เจตนาของเราคืออยากให้คนเห็นด้านอื่นอยู่แล้ว เรามองชาวบ้านที่นี่ มองน้องๆ แล้วเรามีความสุข เขามีความสุขกันมาก เราไม่ได้มาเห็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วรู้สึกเศร้าจังเลย ในรอบ 2 เดือนนี้เรามา 5 ครั้งแล้ว แต่ละครั้งก็อยู่ 3 วัน 5 วัน 7 วัน

แต่ละครั้งที่มา มอง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เปลี่ยนไปมั้ย

ยิ่งอยู่เรายิ่งรู้สึกดี เรายิ่งรู้สึกคิดถึง มันเหมือนชื่อหนัง มาร้านกาแฟเจอคนรู้จักตอนที่เราถ่าย ได้เจอเด็กๆ มันคิดถึงจริงๆ มันนึกถึงเขาอยู่ตลอด เมื่อวานมีคนจาก อ.บ.ต. ของตะโละกาโปร์ มาดู เราก็จำได้ว่าตะโละกาโปร์มันสวยขนาดไหน มันโคตรสวยเลย

สุดท้ายคุณกำลังทำหนังสั้นที่โปรโมตการท่องเที่ยว แล้วคุณกล้าใส่เรื่องความรุนแรงในพื้นที่ลงไปในหนังไหม

เราใส่ลงไปนะ ตัวละครพ่อในเรื่องก็จากไปด้วยเหตุการณ์ความไม่สงบ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่ว่าสุดท้ายทุกคนก็ไปต่อ

มันเป็นเรื่องที่อยู่ในใจเขานะ เราว่าไม่มีใครลืมหรอก ไดอะล็อกที่น้องพูดก็เอามาจากบทสัมภาษณ์ที่เขาพูด เราก็ไม่กล้าเขียนอะไรจากจินตนาการของเรา เพราะเราอยากให้หนังสั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องของเขา เราเชื่อเลยว่าทุกคนที่สูญเสีย ทุกอย่างยังอยู่กับเขา แต่เขาต้องไปต่อ มันทำได้แค่นี้ เราแค่พยายามทำให้คนได้เห็นทุกด้าน ตอนจบมันก็จะเงียบๆ นิดหนึ่ง เพราะเราก็รู้ว่าสิ่งนี้มันก็ยังอยู่ แต่มันดีขึ้น

สุดท้าย เราคงไม่ได้ชวนคนมาเที่ยวที่นี่กันเยอะๆ นั่นไม่ใช่เจตนาของเรา แต่เราอยากให้คนเห็นภาพอื่น เมื่อวานที่เราไปถ่ายรูปกันในยะลา เห็นมั้ย ก็มีทัวร์มาเที่ยวนะ มันไม่ได้ง่ายที่จะโน้มน้าวให้คนมา เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราทำได้ก็คือ เราอยากให้เขาเห็นภาพอื่น แล้วถ้าเขาอยากมา เดี๋ยวเขามาเอง

โดนัท มนัสนันท์, หนังสั้น คิดถึง, 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ขอขอบคุณ: มูหมัดซอเร่ เดง

Writer

Avatar

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

2 กุมภาพันธ์ 2566
5 K

สวัสดีเดือนกุมภาพันธ์ 

หากใครกำลังมีความรักที่ผลิบานก็ยินดีด้วย แต่หากใครรักไปแล้วหัวใจต้องแตกทุกครั้งก็ขอชวนมาเข้าแก๊ง 

วันนี้เรานัดกันที่ร้านดังย่านเมืองเอก เพื่อพูดคุยกับ ‘เรนิษรา เจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด ท่ามกลางตารางทัวร์คอนเสิร์ตที่แน่นยาวไปจนถึงมีนาคม 

ไม่ต้องรอให้สิ้นหน้าหนาว จากคนสองคนที่เชื่อว่าตนถูกเลือกให้ผิดหวัง พวกเขากลับมามีหวังอีกครั้ง เพราะเพลงที่ปล่อยออกมาอย่างไม่ตั้งใจนั้นเปลี่ยนชีวิตทั้งคู่ไปตลอดกาล

เบื้องหลังเสียงร้องชวนฝัน คือ ตั้ม-ชยพล ล้วนเส้ง และ สบาย-เรนิษรา ลี​ประโคน ดูโอ้คู่รักวัย 20 ต้น ๆ ที่จะมาเปิดอกคุยถึงความหลังอันเจ็บช้ำกับ The Cloud เป็นที่แรก ตั้งแต่วันที่เกลียดตัวเองสุดขีด การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องรักของพวกเขาที่ทำให้วันนี้เป็นมากกว่าฝัน และก้าวใหม่ของเรนิษราในวันที่รับบทเป็นผู้เลือก

บทสนทนาขาดห้วงจากการเดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อเก็บภาพ John Lennon กับ Yoko Ono ได้รับรู้อีกนิดหน่อยว่าพวกเขามีครอบครัวมาดูแลข้างเวที แถมยังขับรถตู้คันโตไปส่งเล่นดนตรีไม่ว่าที่ไหน

ตกดึกแล้วอากาศเย็นชะมัด แต่คนตรงหน้าเราทำให้รู้สึกอบอุ่น

ขอให้ทุกคนโชคดีและไม่ผิดหวังอีกเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

ลุควันนี้แสบสันมาก ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร

ตั้ม : (หัวเราะ)

สบาย : วันนี้ที่ร้านเป็นธีม Y2K จริง ๆ จะใส่เสื้อหนังไบเกอร์ค่ะ แต่ว่าเก็บไว้ก่อนเป็นเซอร์ไพรส์ ส่วนของตั้มเป็นเสื้อทรง 80s แบบดิสโก้ ใส่ออกกำลังกาย ได้ตอนไปเล่นงานที่บุรีรัมย์จากร้านฮิปปี้แนวย้อนยุค

ทั้งคู่เป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้วไหม

(ตอบพร้อมกันว่าใช่)

ตั้ม : แต่ก็ไม่ได้เป็นแฟชั่นจ๋าขนาดนั้นนะ ผมอยากแต่งแค่ตอนไปเล่นงานครับ ถ้าไม่เล่นงานก็ใส่เสื้อยืด

สบาย : ใส่เสื้อขาด ๆ (หัวเราะ)

แต่ในโซเชียลจะเห็นตั้มแต่งตัว Feminine มากเลย ส่วนสบายก็แต่งตัวสีฉูดฉาด 

ตั้ม : อ๋อ เพราะว่าอยู่ในกล้องด้วย มีใส่ไปเรียนบ้าง แต่น้อยมากครับ เพราะผมมองว่าการแต่งตัวคือการแสดงออก ต้องแคร์คนอื่นอยู่แล้ว 

สบาย : ใช่ ๆ บายเคยอ่านอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสัตว์ชนิดหนึ่ง น่าจะเป็นปลา เลือกสวยแค่ตอนจะสืบพันธุ์ ตอนหากินปกติมันก็ทำสีให้จืด ๆ ธรรมดา ถ้าเข้าใจว่าเราเป็นสัตว์เหมือนกันก็เป็นเรื่องปกติ

ตั้ม : บางทีการแต่งตัวออกไปข้างนอกแล้วพยายามใส่อะไรที่แตกต่างมาก ผมว่ามันเหนื่อยตัวเองนะ การแสดงออกต้องได้อะไรกลับมาบ้าง 

ตอนนี้นอกจากทัวร์ร้องเพลงทุกวัน ทำอะไรกันอยู่

ตั้ม : ยังเรียนอยู่ครับ ปี 4 ที่ศิลปากร 

คณะอะไร

ตั้ม : ผมเรียนดุริยางค์ครับ

สบาย : บายเรียนโบราณคดี เอกอังกฤษ ไม่เข้ากันเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

นั่นสิ ทำไมถึงมาลงเอยกัน

ตั้ม : เรามาเจอกันตอนปี 1 ครับ เป็นวิชาเรียนรวมที่ต้องไปเรียนคณะดุริยางคฯ

สบาย : วิชาศิลปะ วิชาออกแบบ

เล่าได้ไหมว่าเส้นทางรักของพวกคุณเป็นยังไง

สบาย : เราเป็นเพื่อนกันมาก่อนค่ะ เริ่มจากชวนคุย แล้วก็มียืมปากกาวาดรูปเรียนวิชาศิลปะ

ตั้ม : เราชวนกันคุยเรื่องชีวิต เพลง ทัศนคติ ผมดูเหมือนจะพูดเก่งนะ แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยคุยกับใครเท่าไหร่

สบาย : เจอกันครั้งแรกคุยกันเรื่องการเมืองแล้วก็ตีกันไปช่วงหนึ่งค่ะ เพราะตั้มเป็นคนชัดเจน บายเป็นคนไม่ค่อยออกความเห็น ตั้มก็จะบังคับให้บายออกความเห็นบ้าง

ตั้ม : แค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าคิดยังไง เราจะได้คุยกันและปรับตัวเข้าหากันได้ถูก อาจจะเป็นเรื่องเล็กนะ เรื่องทัศนคติการเมือง แต่อนาคตก็มีผลต่อครอบครัว ต่อลูก 

จุดไหนที่ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนา

สบาย : เราก็คุยเล่นกันไป 4 – 5 เดือนค่ะ แล้วก็เจอกันทุกวัน มีเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์บ้าง

ตั้มเป็นคนไปส่ง?

ตั้ม : เขาเดินมาส่งผม ไม่ใช่ครับ! ต่างคนต่างเดินไปส่งกันครับ (หัวเราะ)

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

สบายชอบอะไรในตัวตั้ม

สบาย : ตอนแรกเข้าไปหาตั้มเพราะเขาดูไม่สนใจคนอื่นค่ะ หนูชอบคนที่อยู่กับตัวเอง เพราะจะทำให้เขาเป็นตัวของตัวเองด้วย ส่วนหนึ่งเพราะหนูไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วมันก็เป็นสิ่งที่หนูอยากเป็น แรก ๆ หนูเอาใจคนอื่นมากเลย พยายามทำให้คนอื่นชอบ แต่งตัวไปเรียนแบบจัดเต็ม อยากเป็นจุดสนใจ 

ตั้ม : เพราะเมื่อก่อนไม่ได้รับไง เป็นปกติของคนแหละ

สบาย : ใช่ เพราะเมื่อก่อนหนูไม่ได้หน้าแบบนี้ หนูโดนบูลลี่เยอะมาก จนบอกแม่ว่า ขึ้นมหาลัยขอทำจมูกได้ไหม พอเราเปลี่ยนไปเยอะก็ปรับตัวรับแสงไม่ทันค่ะ อึดอัดตัวเอง 

คือบางทีไม่อยากใส่สั้น ไม่อยากแต่งอะไร แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า ถ้าเราแต่งตัวน่าเกลียดคนจะว่าเราไหม เพราะตอนแรกคนชมว่าเราสวย มาหลัง ๆ เราก็คิดว่าคนชมเขาให้อะไรเราบ้าง เราได้แค่คำชม ไปเรียนหนังสือ แล้วก็เดินตากแดดกลับบ้านเหมือนเดิม เลยใส่มอมแมม ๆ ไปเรียนแล้วค่ะ สบายใจมากกว่า ตอนเจอตั้มคือเขาใส่เสื้อขาด ๆ กับกางเกงชาวเล (หัวเราะ)

แล้วตั้มชอบอะไรในตัวสบาย

ตั้ม : สบายเป็นคนเอาใจครับ ด้วยความที่ผมไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่ ตอนแรกบายก็ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองนะ แต่งตัวเวอร์มาก เหมือนใส่ชุดเชียร์ลีดเดอร์ คนละขั้วกันเลย แต่ถึงเราไม่เหมือนกัน เราก็จะไม่บังคับกัน ใครอยากทำอะไรก็ทำ มีความสุขกับตัวเอง 

ผมเคยคบกับแฟนเก่าที่รู้สึกเหมือนถูกบังคับตลอดเลย ไม่ชอบคนไว้ผมยาว ไม่ชอบให้ไว้หนวด เขาเหมือนจะตีกรอบว่า เฮ้ย ผู้ชายที่ไว้ผมยาวสกปรกเลอะ ๆ บางทีก็ดูเป็นเพศที่สาม พอเขาบังคับเรามาก ๆ มันเป็นเหมือนปมที่มีผลกระทบต่อชีวิตผมในเรื่องของตัวตน 

อีกเรื่องคือผมทำเพลงมานานแล้วครับ ผมเคยประกวด Hot Wave ปี 2018 ได้เข้ารอบชิง แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจหลายอย่าง ทำให้เราไม่ได้เข้าไปทำงานในค่ายต่อ ซึ่งก็เฟลมากครับ แล้วแฟนเก่าผมก็ให้คำแนะนำอะไรแปลก ๆ 

นั่นคือ

ตั้ม : เขาจะออกแนวว่าเรามากกว่าว่า ทำไมทำเพลงอย่างนี้ ผมก็แบบ เชี่ย ก็กูเป็นแบบนี้ ซึ่งผมไม่ได้แคร์นะ การที่เข้ารอบไปแล้วค่ายเขาจะไม่เอาเรา ผมก็ช่างแม่ง จนมาเจอบายก็ได้ทำเพลงด้วยกัน ประเด็นหลักคือบายไม่ได้บังคับอะไรผม มันเลยออกมาเป็นเรนิษราทุกวันนี้ เพราะผมทำเพลงตามใจ ไม่ได้มีกรอบว่าต้องทำอะไร

สบาย : สมัยที่ตั้มทำวงแรกกับเพื่อน เขาเป็นวงร็อกเลยค่ะ หนัก ๆ แต่หนูไม่ได้ว่า เพราะหนูฟังเพลงทุกแนว มันก็เพราะในแบบของมัน 

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

แล้วพวกคุณมาทำวงเรนิษราร่วมกันได้ยังไง

สบาย : หลังจากนั้นตั้มก็แยกวงมาทำเพลงกับบายแนวดิสโก้หน่อย แล้วก็ไม่ดังค่ะ เราคิดว่าชื่อวงมันไม่มีเอกลักษณ์ ตอนนั้นชื่อ Winterberry หนูเลยคิดจะตั้งใหม่ แล้วช่วงปี 1 หนูเกลียดตัวเองตอนมัธยมมาก เพราะว่าหนูโดนบูลลี่เยอะ ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็นเรนิษรา ดัดแปลงมาจาก เรนิตา เป็นภาษาละติน แปลว่า เกิดใหม่ 

ช่วงนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สบาย : เรื่องแรกที่ทำให้หนูติดเรื่องค่านิยมขึ้นมา คือการที่เพื่อนผู้ชายในห้องบอกว่า ทำไมหนูขนขาเยอะจัง (หัวเราะ) 

พอขึ้นมัธยมหนูก็เริ่มมีความรัก เริ่มรู้ว่าในประเทศนี้ใครคือสวย ใครคือไม่สวย พอมองกระจกแล้วเราคือฝั่งที่ไม่สวย เราตรงข้ามหมดเลยทั้งสีผิวทั้งหน้าตา ม.ปลาย น่าจะโดนเยอะสุดว่าหน้าเหมือนกะเทย นักมวย เหมือนไดโนเสาร์ ทุกวันนี้ก็ยังโดนนะคะ เพราะเราเป็นคนแต่งหน้าจัด แล้วผู้หญิงปกติจะแต่งหน้าใส ๆ แต่จริง ๆ เราแค่ชอบยุค 60 ที่เขานิยมแต่งหน้าเหมือนตุ๊กตามากกว่า 

คิดว่าการเปลี่ยนชื่อทำให้ลืมเรื่องเก่า ๆ ได้จริงรึเปล่า

สบาย : ไม่ลืมค่ะ (หัวเราะ) หนูเหมือนหลอกตัวเองว่าหนูลืมได้มากกว่า

ตอนนี้ปัญหาในอดีตยังมารบกวนจิตใจอยู่เหรอ

ตั้ม : ทุกวันนี้ยังมีอยู่เลย

สบาย : ก็มีคนที่โรงเรียนเก่ามาส่องบ้าง แต่หนูก็ไม่ได้สนใจค่ะ เพราะหนูตอนนี้กับตอนนั้นเหมือนคนละคนกันแล้ว คือถ้าไม่มีใครรู้ว่าหนูชื่อบายก็คงจำหนูไม่ได้ (หัวเราะ) หน้าหนูไม่เหมือนเดิม ชื่อไม่เหมือนเดิม เหลือแค่นามสกุลแล้วตอนนี้ที่ยังไม่ได้เปลี่ยน

ตอนที่บายบอกว่าอยากตั้งชื่อวงด้วยชื่อตัวเอง ตั้มโอเคไหม

ตั้ม : โอเคเลยครับ

สบาย : ตอนแรกก็มีคิดเหมือนกันค่ะว่า ตั้มชื่อชยพล หรือจะเปลี่ยนเป็น เชนิษรา แต่ไม่เอาดีกว่า (หัวเราะ) 

พวกคุณเคยมีทัศนคติหลาย ๆ อย่างขัดแย้งกัน ความชอบเรื่องการทำเพลงของคุณสวนทางกันด้วยรึเปล่า 

สบาย : เราชอบเหมือนกันค่ะ

ตั้ม : ผมเป็นคนชอบฟังเพลงเก่าครับ The Beatles เป็นวงดนตรีที่ผมชอบที่สุด ถ้าไม่มี The Beatles ก็คงไม่มีผมในตอนนี้ครับ ผมสักรูป John Lennon ไว้ สักโน้ตเพลง All You Need is Love ไว้ด้วย เป็นขวัญกำลังใจให้ตัวเอง

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ทำไมต้องเพลงนี้

ตั้ม : เพราะมันแปลไทยประมาณว่า ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้ถ้าคุณอยากทำ ไม่มีภาษาไหนที่คุณจะพูดไม่ได้ถ้าคุณอยากพูด ไม่มีเพลงไหนที่คุณร้องไม่เป็นถ้าคุณอยากร้อง ไม่ว่าทุกสิ่งจะเป็นยังไง จะเศร้าจะเหงา คุณแค่ต้องการความรัก ผมก็มองแค่นั้นแหละ 

ผมมองรอยสักเพื่อเข้าใจตัวเองว่าเราแค่ต้องการความรักนี่หว่า บางทีเราอ่านคอมเมนต์ก็รู้สึกแย่นะ บางคนก็ด่าเละเลย เสียงแบบนี้ใครจะไปร้องตามได้ ดนตรีก็ฟังไม่รู้เรื่อง คือกูไปทำอะไรให้มึง คนไม่แคร์มันก็ต้องมีสักนิดในความรู้สึกที่ยังแคร์คนอื่นอยู่ เราต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลก

อะไรทำให้ The Beatles มีอิทธิพลกับคุณ

ตั้ม : ผมเป็นเด็กชุมพรที่ขึ้นมาเรียนกรุงเทพฯ แล้วก็มีอาการ Homesick ไม่ได้กลับบ้าน เหมือนคนอื่นเรียนเสร็จเขามีบ้าน ได้กลับไปนอน ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีบ้าน อยู่ชุมพรเรามีมอเตอร์ไซค์ขับรถได้ แต่พอมาอยู่ที่นี่เราไม่มีอะไรเลย เดินอย่างเดียว ครอบครัวผมก็ไม่ได้เรียกว่าอบอุ่น พ่อก็ทำงานหนัก แม่ก็ทำงานหนัก ไม่ค่อยได้เจอกัน พอมาฟัง The Beatles ก็รู้ว่า John Lennon เขาขาดพ่อขาดแม่แต่ก็็ยังทำเพลงได้ ซึ่งผมต่างจากบายที่ชอบเพลงป๊อปทันสมัย

สบาย : ใช่ค่ะ ตั้มก็จะไม่รู้จักเพลงใหม่ บายก็จะไม่รู้จักเพลงเก่า บายฟังพวก Cardi B, Nicki Minaj, Doja Cat แต่ที่เข้ากันได้ เพราะว่าทุกคนที่หนูฟัง เขามีอดีตลากไปถึงสิ่งที่ตั้มฟัง ป๊อป R&B ก็มาจาก Marvin Gaye ค่ะ 

แต่บายเรียนโบราณคดีไม่ใช่เหรอ ความรู้สึกอยากทำเพลง เริ่มขึ้นมาได้ยังไง

สบาย : จริง ๆ อยากร้องเพลงทำเพลงตั้งแต่ช่วง ม.ปลายแล้วค่ะ แต่เรากดความรู้สึกไว้เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หน้าตาเราไม่ดี คงเป็นสินค้าให้คนอื่นขายไม่ได้ คงไม่มีใครซื้อเรา

ตั้ม : วงการนี้ของไทยมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ นะ ถ้าหน้าตาแย่แล้วอยากประสบความสำเร็จก็ต้องตลก

นึกถึงเพลงหนึ่งของคุณที่ร้องว่า “ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกเศรษฐี” แล้วจริง ๆ คุณเป็นลูกใคร

ตั้ม : (หัวเราะ) เอาแล้วไงทีนี้

ผมไม่ได้เรียกว่าลำบากนะครับ แค่ต้องเล่นดนตรีและเรียนไปด้วย ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะจะนอนโรงเรียนมากกว่า ที่บ้านผมถ้าพอมีตังค์ก็จะไม่ค่อยถึงผมเท่าไหร่ ต้องหาใช้เอาเองบ้าง ดิ้นร้นบ้าง เราไม่ได้มีต้นทุนชีวิตอะไร แค่ต้องเชื่อในตัวเอง 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ตัดภาพมาที่ตอนนี้ดังเป็นพลุแตก เป็นยังไงบ้าง

ตั้ม : งงครับ (หัวเราะ) เพราะเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะโปรโมตอะไรเลย แค่ลงไปเฉย ๆ ดูจาก MV ก็น่าจะรู้ 

สบาย : จริง ๆ MV ถ่ายเหมือนคนมักง่าย (หัวเราะ)

ตั้ม : ก็เพราะว่าเราไม่มีตังค์จริง ๆ ครับ ไม่มีเงินจริง ๆ ก็เลยได้ MV เป็นฟีลธรรมชาติ 

ช่วยเล่าที่มาที่ไปของเพลงนี้ให้ฟังหน่อย

ตั้ม : จริง ๆ ตอนแรกมันไม่เกี่ยวกับตัวผมและไม่เกี่ยวกับตัวบาย 

คืออย่างนี้ครับ เราเป็นนักแต่งเพลง ผมก็จะดูทวิตเตอร์ดูอะไรไปเรื่อย ๆ ผมไปเจอคำว่า ความผิดหวังมักเลือกฉันเสมอ ผมก็คิดว่า เออ งั้นมีคำว่า ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แล้วกัน ซึ่งไม่รู้มันมาจากไหน มั่วมากเลย แม่บายก็มาบอกมันแปลกดี เพราะปกติคำว่าผู้ถูกเลือกมักจะเป็นแง่บวก 

พอทำไปเรื่อย ๆ ฟังไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่าเออจริง ๆ มันเข้ากับเรานี่หว่า เพราะเราเป็นคนทำอะไรไม่เคยสมหวัง ประกวด Hot Wave ได้เข้ารอบชิงมาก็ไม่ได้เซ็นสัญญา แต่เพื่อนที่อยู่รอบข้างเราได้เซ็นสัญญา ได้เห็นเขาออกไปเป็นศิลปินค่ายใหญ่

เคยพยายามหาคำตอบไหมว่าทำไม

ตั้ม : จริง ๆ ผมโทษตัวเองมากกว่าครับ เมื่อก่อนตอนเด็กเราโทษเขา ตอนนี้ผมโทษตัวเองว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ เราขายไม่ได้ เราไม่พร้อมที่จะปั้นเป็นสินค้า ผมไม่อยากไปว่าใคร ผมแก้ที่ตัวเองก็ได้ เพราะว่าเราแก้ที่เขาไม่ได้ มันก็แค่นั้นเอง

เรื่องนี้เป็นปมในใจตั้มไหม

ตั้ม : เป็นครับ เป็นเลย จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นครับ ทุกวันนี้เลยรู้สึกสะใจนิดหนึ่งที่วงประสบความสำเร็จ เพราะคำว่าผมขายไม่ได้นี่แหละครับ

ผมเคยโดนบอกว่า หน้าแบบผมไม่มีใครเลือกหรอก จะไปอยู่ในค่ายเพลงที่ไหนได้ ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครดูหรอก ตอนนั้นเพลง ผู้ถูกเลือกฯ ยังไม่ออก เขาเปิดเพลงเราฟังแล้วก็นั่งชี้เลยว่าไม่แมสหรอก ทำไปก็ไม่มีคนฟัง เขามองว่าวงเราขายไม่ได้ เขาไม่ชอบแนวนี้ เราก็เถียง เพราะเป็นเพลงเรา ผมบอกว่า เห้ย มันเป็นความคิดเห็นของพี่คนเดียวหรือเปล่าที่ไม่แมส เพราะว่าเพลงมันต้องเอาไปเจอคนนะ ซึ่งตอนนั้นเพลงผมก็ไม่แมสจริงแหละครับ ยอดวิวหลักหมื่น 

กลับบ้านมาด้วยความรู้สึกโกรธหรือเสียใจ

ตั้ม : แค้นครับ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

มันไม่ได้เสียใจนะครับ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมก็ทำเพลงของผม แต่ว่าคุณเรียกเราไปด่าทำไม ไม่มีเหตุผล ผมไม่เคยไปขอเขาอยู่ค่าย ไม่เคยไปขอเขากินข้าว ไม่เคยไปขออะไรสักอย่าง เขาเป็นคนชวนเราไปคุยเรื่องฝึกงาน แต่พอไปนั่งปุ๊บเขาก็เปิดเพลงเลยและก็นั่งวิจารณ์เพลงผม

จากนั้นมาน่าจะไม่ถึงเดือน ผมก็ปล่อยเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง พอเริ่มประสบความสำเร็จก็เลยเหมือนได้ตบหน้า และค่ายเพลงหลาย ๆ ค่าย แม้กระทั่งค่ายที่ปฏิเสธเรา เขาก็ติดต่อมาแสดงความยินดี ผมก็ไม่ค่อยได้ตอบ

สบาย : เขาทักมาจะจ้างงานเรา

ไปรึเปล่า

ตั้ม : ไม่ไปครับ

กระแสตอบรับจากเพลงนี้มากมายท่วมท้นขนาดไหน รับมือไหวไหม

ตั้ม : ช่วงแรกรับมือไม่ไหวครับ โทรศัพท์ผมเมื่อก่อนไม่มีอะไรเลย ใช้เรียน ดูหนัง ทำเพลง ชีวิตมีแค่นั้น ว่าง ๆ โล่ง ๆ ครับ แต่พอลงเพลงไปสัก 1 – 2 อาทิตย์ได้ โทรศัพท์มันเด้ง ๆๆ เปิด TikTok ก็มีเพลงเรา มีคนโทรมาทั้งวัน ถามแบบจะจ้างงาน แล้วก็เพื่อนที่ไม่ได้คุยกันเลยเป็น 10 ปีก็ทักมาคุยด้วย เพิ่งรู้ว่าเราร้องเพลง วุ่นวายไปหมดมีแต่คนเข้ามาหา

สบาย : หนูก็จะล้อ ๆ ตั้ม สวัสดีพี่ชื่อติ๋วน้อง ๆ แม่ต่ายอะไรแบบนี้แบบไปเรื่อยค่ะ (หัวเราะ)

ตั้ม : คือมึงเป็นใครวะ ไม่เคยคุยกันเลย เจอกันแบบในโรงเรียนแค่รอบเดียว (หัวเราะ) ไม่ได้อะไรกับเขาหรอกครับ เราก็ขอบคุณมาก แต่มันแค่แปลกสำหรับเราไง เพราะเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจเรา 

เห็นชอบมีคนมาเถียงกันว่าใครเป็นคนร้องเพลงกันแน่

ตั้ม : เราร้องคู่แต่เสียงเราคล้ายกัน ผมเป็นคนเสียงเป็ด ๆ เสียงสูง บายเป็นผู้หญิงเสียงใหญ่ แล้วพอร้องมันก็เลยเข้ากันพอดีจนแยกไม่ออก

จากชื่อเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แต่หลังเพลงดังกลับกลายเป็นผู้ถูกเลือกให้สมหวัง กลัวไหมถ้าเกิดว่าดังเพลงเดียว 

ตั้ม : ผมไม่คิดว่าจะดังเพลงเดียว มั่นใจ แต่คิดว่าเพลงอื่นไม่น่าจะดังเท่าเพลงนี้แล้วแหละ แค่ประครองให้วงเราอยู่ได้ ซึ่งก็พยายามหาทางอยู่ครับ 

ผมก็มีไปคุยกับค่ายหลาย ๆ ค่าย แต่ก็มานั่งคิดอยู่ว่าเราจะเอายังไงดี เรียกว่าทุกวงก็มีระยะเวลาเป็นของตัวเอง หมายถึง ไม่ใช่ทุกวงที่จะอยู่ไปตลอด ยิ่งพวกวงอินดี้ เดี๋ยวแป๊บ ๆ มันก็เปลี่ยนแล้ว

สบาย : มีหน้าใหม่ขึ้นมาเยอะมาก ใครก็ใช้คำว่าอินดี้ได้

กดดันไหมกับเพลงต่อไป

ตั้ม : ไม่ได้กดดันเลย เรียกว่าไม่ได้สนใจมากกว่าครับ

สบาย : เราฟังแล้วชอบก็โอเคแล้ว

ตั้ม : เอาจริง มันดูแย่นะ ผมแคร์แฟนคลับเหมือนกันแต่ก็เหมือนไม่ได้แคร์เท่าไหร่

หมายความว่า

สบาย : เราว่าแฟนคลับชอบสิ่งที่เราชอบ

ตั้ม : อืม เราไม่ได้แคร์ความคิดเห็นใคร บางทีมีคนมาเมนต์แม้กระทั่งรายละเอียดเบส เบสเบาไป เสียงร้องทำไมสูงจัง ผมแคร์แค่คนที่ชอบ ก็เลยไม่ได้สนใจครับว่ามันจะเป็นยังไง เพราะเมื่อก่อนวิวหลักหมื่นเราก็อยู่ได้ เราก็ยังทำมันต่อ ผมทำวงมาแค่ปีเดียวแต่ว่าปล่อยมา 10 เพลง ซึ่งผมทำคนเดียวหมดเลยเพราะไม่มีตังค์จ้างใคร

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ระยะเวลา 1 ปี 10 เพลง กับยอดวิวหลักหมื่น มีท้อบ้างไหม

ตั้ม : มีท้อแค่แวบเดียวก็กลับมา เป็นโชคดีของเราที่ยังเรียนไม่จบ ผมเรียนไปด้วย รับงานนอกไปด้วย รับงานลูกค้า แต่งเพลง ทำเพลงโฆษณา แต่ถ้าเรียนจบคงท้อกว่านี้เพราะต้องไปทำงานประจำ อาจจะหมดเวลา หมดไฟ

แสดงว่า 10 เพลงที่ผ่านมา ทำด้วยแพสชันล้วน ๆ

ตั้ม : ใช่

ถามจริง อยากดังไหม

ตั้ม : ไม่เลยครับ คือวิวน้อยไม่ได้แปลว่าเพลงไม่ดีนะ แต่คนคงไม่เจอแค่นั้นเอง ถ้าเมื่อไหร่คนเจอเดี๋ยวมันก็มาเอง เราก็สู้ทำไปเรื่อย ๆ ผมดูจากศิลปินต่างประเทศ อย่าง Katy Perry ทำเพลง 3 อัลบั้มกว่าจะดัง ซึ่งผมก็คิดว่า ไอ้เชี่ยเราทำแค่ 10 เพลง แค่อัลบั้มเดียวเอง เขายังสู้เลย เราทำเยอะก็มีเพลงเล่นสดเยอะ ผมคิดแค่นั้น มันดันมาดังเพลงที่ 10 แต่ถ้าไม่ดังก็ยังทำต่อครับ

แต่เพลงแรก ๆ อย่าง คุณจะไปแคร์เหี้ยอะไร ดูแตกต่างจาก ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง มาก 

ตั้ม : ผมไม่ได้มองว่าต้องทำอะไรเหมือนเดิม มนุษย์ทุกคนมีเส้นทางการเดินที่แตกต่างกันจริง ๆ เราแต่งเพลงป๊อปมานานแล้ว แต่ผมแค่อยากเปิดด้วยเพลงที่แสดงความเป็นตัวเองก่อน ซึ่งรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีคนฟัง แต่มันมีความพิเศษ คนจะฟังเยอะฟังน้อยเราไม่ได้สนใจ 

แล้วทั้งสองคนเป็นคนไม่ค่อยแคร์เหี้ยอะไรรึเปล่า

สบาย : เมื่อก่อนหนูยังฝืนที่จะไม่แคร์ค่ะ เพราะว่าหนูอยากดัดนิสัยตัวเอง แต่ตอนนี้คือไม่แคร์จริง ๆ ค่ะ (หัวเราะ) ถ้าแฟนคลับมาเจอเราไปตลาด จะเห็นใส่กางเกงลายสก็อตหรือกางเกงลายชบาออกมาซื้อส้มตำเป็นปกติ 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

เป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรนิษราจินตนาการไว้คือ

ตั้ม : หาเงินครับ จริง ๆ ด้วยความที่ไม่ค่อยมีเงิน เราก็แค่ทำเพื่อหาเงิน มีหลาย ๆ คนถามว่ามีเฟสติวัลในฝันไหมที่อยากขึ้น ผมตอบว่าไม่มีนะครับ แต่ผมขึ้นได้ทุกเวที ถ้าเขาเชิญไปเล่นเราก็ไปสนุกได้ แต่ผมไม่ได้มีความฝันว่าเราต้องการไปตรงนั้น ผมอาจจะชอบ The Beatles ด้วยแหละ เขาเป็นวงที่ไม่ค่อยได้ทัวร์และเขาปล่อยเพลงถี่มาก 

แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน ก็อาจจะแค่มีเพลงอมตะที่ฟังได้ตลอด อีก 10 ปีก็ยังฟังเพลงนี้อยู่ อยากเป็น Radio Star ไม่ได้อยากเป็น Video Star เหมือนที่ ไมเคิล แจ็คสัน เคยมีดราม่า 

แล้วบายล่ะ 

สบาย : ถ้าเป็นตอน ม.ปลาย จะอยากไปโคเชลล่า แต่บายเป็นเด็กอ้วนด้วยค่ะ (หัวเราะ) พอมาทำเพลงจริง ๆ ก็เลยมีความฝันว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยวพิเศษโดยที่ไม่ต้องคิดว่าถ้าเพิ่มเงินมา 5 บาท แล้วจะเสียดายเงิน

ตั้ม : สรุปเราคือพวกงกนั่นเอง

แล้วในมุมของศิลปิน คิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้า กลับมาฟังเพลงตัวเองจะรู้สึกยังไง

ตั้ม : ถ้าคิดล่วงหน้าในตอนนี้ ผมก็มองว่าเป็นวัยครับ มันดีที่สุดแล้วในตอนนั้น ผมเป็นคนไม่ค่อยเสียดายกับสิ่งที่ตัวเองทำในอดีตเท่าไหร่ รู้สึกว่าถ้าไม่มีเราในอดีตก็ไม่มีเราในวันนี้ เราแก้มันไม่ได้ 

ฟังเพลงเรนิษราตอนไหนถึงจะเพราะที่สุด

สบาย : ส่วนใหญ่เป็นเพลงเศร้าอะ อาจจะต้องช่วงที่เศร้า ๆ หน่อย

ตั้ม :  ผมมองว่าเป็นเพลงฟังสบาย จังหวะไม่ได้เร็วไม่ได้ช้า ฟังตอนขับรถคงจะเพลิน 

ในฐานะที่พวกคุณคุยกับ The Cloud เป็นที่แรก ขอ 1 เรื่องเข้าใจผิดที่อยากแก้ข่าว

สบาย : แรก ๆ เวลาคนบอกว่าหนูเป็นกะเทย หนูก็หงุดหงิด แต่หลัง ๆ นี้เขามาถามว่าเป็นผู้หญิงหรือกะเทย หนูก็ตอบไปเลยว่าเป็นชายแท้ที่ไว้ผมยาว แล้วก็ชอบแต่งหน้าเหมือนแดร็กควีน หนูรำคาญ (หัวเราะ)

ตั้ม : แต่เป็นกะเทยก็ได้ น่ารักดีนะ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load