ไม่ต้องพึ่งหมอดูที่ไหนเราก็รู้ว่าช่วงนี้ชีวิต อะตอม-ชนกันต์ รัตนอุดม กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

บนเวที JOOX Thailand Music Awards 2017 ซึ่งจัดโดยมิวสิกสตรีมมิ่งที่ทรงอิทธิพลที่สุดรายหนึ่งในไทยขณะนี้ อะตอมกวาดไปถึง 5 รางวัล ทั้งเพลงป๊อปแห่งปี ท่อนเพลงฮิตแห่งปี เพลงฮิตติดผับแห่งปี ศิลปินแจ้งเกิดแห่งปี และเพลงยอดนิยมแห่งปี

โดยไม่เกี่ยวกับดวง-อะตอมพาตัวเองจากนักร้องที่เฝ้ารอโอกาสมายาวนานมาสู่จุดนี้ด้วยผลงานล้วนๆ หากใครติดตามผลงานของเขามาตั้งแต่ซิงเกิลอย่าง Please, แผลเป็น, ทางของฝุ่น หรือเพลงที่กลายเป็นปรากฏการณ์หนึ่งเมื่อปีที่แล้วอย่าง อ้าว ย่อมรู้ว่าเขาคือศิลปินที่ฝีไม้ลายมือครบเครื่องและน่าจับตาที่สุดคนหนึ่งในวงการเพลงไทยนาทีนี้

เขียนเพลงเองได้ทั้งคำร้องและทำนอง ร้องเล่นเองได้อย่างเข้าถึงอารมณ์เพลงที่เขาบอกว่า เขียนขึ้นมาจากชีวิต-เรายังต้องการอะไรมากกว่านี้อีกหรือ

เมื่อคืนวานนักร้องหนุ่มเพิ่งปล่อยซิงเกิลล่าสุดชื่อ ช่วงนี้ และเพียงข้ามวันยอดวิวก็เกินหลักแสนอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่เราสนใจไม่ใช่ตัวเลขนั้นหรอก เราสนใจที่มาที่ไปและชีวิตช่วงนี้ของเขามากกว่า

ไม่ต้องพึ่งหมอดูที่ไหน เพราะใครจะรู้ดีกว่าเขา ผมนัดอะตอมมาตรวจดวงชะตาชีวิตช่วงนี้ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ทั้งการงาน ความรัก และสุขภาพ ซึ่งเขาตอบได้แม่นทีเดียว (ก็แหงล่ะ ชีวิตเขานี่)

ถ้าอยากรู้ว่าช่วงนี้ชีวิตอะตอม เป็นอย่างไร ไม่ต้องรอพักชมสิ่งที่น่าสนใจให้เสียเวลา

อะตอม ชนกันต์

1

การงานช่วงนี้

ช่วงนี้คุณมีเกณฑ์ออกซิงเกิลใหม่ และจะมีอัลบั้มเต็มอีกไม่นาน
แต่งานตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตอาจลดลง เนื่องจากคุณต้องทำงานในห้องอัดเป็นส่วนใหญ่

เพลง ช่วงนี้ ซิงเกิลล่าสุดของคุณ พูดเรื่องอะไร

เพลง ช่วงนี้ พูดเรื่องที่คนเราบางทีก็ไม่ค่อยระวังตัวเวลาใช้ชีวิต เรามองแต่ตัวเอง ทุกคนมีความเห็นแก่ตัว พยายามไปถึงจุดที่ตัวเองต้องการ หรือพยายามจะได้รับความรักจากใครก็ตาม ซึ่งบางทีเราใช้วิธีการต่างๆ โดยลืมไปว่าเราทำร้ายคนไปเยอะขนาดไหน เราใช้ชีวิตเพลิดเพลินจนบางทีเผลอลืมไปว่าเราสร้างโจทย์ไว้กี่คน หรือไปทำอะไรให้คนอื่นเจ็บใจไว้กี่คน แล้วเรื่องพวกนี้มันจะตามมาถึงตัวคุณในไม่ช้า

เพลงนี้ก็จะพูดว่าให้เราระวังตัวหน่อย เอาความเชื่อเรื่องเวรกรรมเข้ามาพูด เพราะเราเชื่อว่าในเรื่องความรักน่าจะมีคนใจร้ายอยู่ประเภทนึงที่ทำร้ายคนไว้เยอะ สร้างแผลให้คนไว้มาก แล้วอาจจะยังไม่หยุดตอนนี้ เพลงนี้ก็เหมือนเตือนสติว่า ทำอะไรก็คิดถึงคนอื่นด้วย หยุดคิดถึงสิ่งที่ตัวเองทำบ้าง

ไปเจออะไรมาถึงเลือกเล่าเรื่องบาปกรรม

เพลงนี้มีวงเล็บว่า Karma ก็คือเวรกรรมนั่นแหละ ท่อนฮุคของมันจะร้องว่า “ช่วงนี้ระวังหน่อย” มาจากคุณแม่ของผม คือมีอยู่ช่วงนึงที่งานเราเยอะมาก ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะปีที่แล้วทัวร์ทั้งปี เดินทางทั้งปี แม่ก็ค่อนข้างเป็นห่วง ด้วยความเชื่อคนไทยเรื่องเบญจเพส เราอายุ 25 พอดี แม่เขาก็เลยเตือนว่าระวังหน่อย เราก็ฟังมาแต่ไม่ได้คิดอะไร แล้ววันหนึ่ง ตอนนั้นสี่ห้าทุ่ม ผมขับรถกลับดึกๆ คนเดียว มาถึงทางใต้ทางด่วนก่อนที่จะเข้าคอนโดฯ แล้วอยู่ดีๆ ก็มีท่อเดินสายไฟมันหล่นมาทั้งแผง จังหวะผมขับเข้าไปพอดีมันก็ฟาดรถ โชคดีว่าโดนแค่กระโปรงหน้า ถ้ารถไหลเข้าไปอีกนิดก็คือเป็นกระจกหน้าหรือซันรูฟแล้ว

ตอนนั้นหน้าแม่ผุดขึ้นมาเลย ผมเริ่มหลอนแล้ว เราไปทำอะไรใครไว้หรือเปล่า เริ่มกลัว เริ่มนึกถึงอะไรที่แม่พูด แล้วก็เริ่มคิดว่าระหว่างที่เรามัวแต่ทำงานเราทำอะไรไปบ้าง ไปทำให้ใครต้องเจ็บปวดหรือเปล่า ก็คิดถึงเรื่องบาปกรรม หรือว่ามันตามเราทันแล้ววะ (หัวเราะ) เราก็เลยเอามาผูกกับเรื่องความรัก

ด้วยตัวคอนเทนต์บวกกับตัวดนตรีทำให้เพลงนี้ค่อนข้างซ่า น่าจะแสบที่สุดในอัลบั้มที่จะปล่อยออกมา เพลงใหม่ 5 เพลงในอัลบั้มที่กำลังทำค่อนข้างจะจัดขึ้น เข้มข้นขึ้นจากสี่ห้าเพลงแรกที่ปล่อยออกไป เราใส่ความชอบในดนตรีโซล บลูส์ หรืออะไรที่เป็นความชอบของเราทางด้านดนตรีจริงๆ เข้าไปมากขึ้น เราก็เลยเลือกเพลงนี้มาเป็นเพลงเปิดอัลบั้ม ให้คนเห็นความแตกต่างไปเลยว่าอีกมุมนึงของอะตอมเป็นยังไง สี่ห้าเพลงที่ผ่านมาคนอาจจะรู้สึกว่าเธอน่าสงสารมากเลย จริงๆ ก็อยากให้คนได้เห็นมุมแสบมากขึ้นยิ่งกว่าเพลง อ้าว เพลงนี้วิธีการพูดของเราค่อนข้างจะเป็นไปในทางตลกร้าย คือบอกกันแบบมีความกวนตีน

ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์

ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์

เหมือนคุณพยายามเอาอารมณ์ขันมาช่วยเล่าเรื่องที่ในชีวิตจริงอาจจะตลกไม่ออก

จริงๆ แกนของเพลงผมส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเศร้าแหละ เราถนัดจะเขียนเพลงเกี่ยวกับความผิดหวัง ความเหงา หรือการที่ต้องถูกทอดทิ้ง เรามองว่าแต่ละเรื่องมีหลายมุม จะมองให้ตลกมันก็ตลกได้ อย่างเพลง อ้าว สุดท้ายก็เจ็บอยู่ดี ต่อให้บางคนใช้เพลงนี้ไล่เขาไปในใจก็เจ็บจึกเหมือนกันแหละ แต่ผมคิดว่าเพลงนี้จะช่วยทำให้เขารู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยถ้าเจอเรื่องแบบนี้แล้วมีเพลงนี้ มันจะได้มีอะไรที่ทำให้เขาแข็งแรงขึ้น แล้วก็กล้าปฏิเสธเสียที เพราะว่าสุดท้ายไอ้คนที่ไปๆ กลับๆ มันไม่ได้เรื่องหรอกครับ ถ้าคนจะอยู่เขาอยู่ตั้งนานแล้ว

ที่บอกว่า สี่ห้าเพลงที่ผ่านมาคนอาจจะรู้สึกว่าอะตอมน่าสงสาร อยากให้คนได้เห็นมุมแสบมากขึ้น แล้วเอาเข้าจริงในความสัมพันธ์คุณเป็นคนแบบไหน

เรามองว่ามันเป็นอะไรที่เป็นควบคู่กันไปได้ สำหรับเรา เราเคยเป็นคนที่ค่อนข้างซื่อในเรื่องความรักตอนที่อายุน้อยกว่านี้ แล้วพอโดนเรื่องอะไรที่ทำร้ายเราหนักเข้า มันก็ค่อยๆ เปลี่ยนเราให้เจนจัดมากขึ้น แล้วมุมมองเกี่ยวกับความรักเราก็เปลี่ยนไป เข้าใจโลกมากขึ้น กล้าที่จะพูดอะไรเกี่ยวกับมันลงไปในเพลงเยอะขึ้นตามช่วงอายุที่โตขึ้น

อะตอม ชนกันต์ อะตอม ชนกันต์

2

ความรักช่วงนี้

ช่วงนี้ความรักอาจห่างหาย แต่อาการเจ็บปวดของคุณเริ่มทุเลาลงแล้ว
ส่วนรักครั้งใหม่อาจต้องรอเวลาอีกสักพักเพราะช่วงนี้ชีวิตของคุณอยู่กับงานเป็นส่วนใหญ่

มุมมองต่อความรักที่ว่าเปลี่ยน มันเปลี่ยนจากอะไรเป็นอะไร

ตอนเด็กๆ จะคิดว่า โห ความรักเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เป็นเรื่องที่เซนสิทีฟ แตะต้องไม่ได้ ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาชีวิตที่เหลือจะแย่ไปเลย จนสุดท้ายโตมาเราก็รู้ว่ามันไม่ใช่ มันเป็นเพียงส่วนนึง บางคนอยู่รอดจากตรงนั้นมาได้จนถึงแต่งงาน คุณโชคดีที่สุดแล้ว แต่บางคนก็ยาก เพราะด้วยความที่มันเป็นช่วงชีวิตที่เราค่อยๆ โตขึ้น ความคิดเราค่อยๆ เปลี่ยน ถ้ามันเปลี่ยนไปทางเดียวกันก็โอเค แต่บางคนมันเปลี่ยนออกจากกัน ก็อยู่ด้วยกันยาก

อาจจะไม่ใช่แค่ผม ถ้าคนที่มีความรักตอนเด็กๆ ก็อาจจะเคยคิดว่าคนนี้ต้องอยู่กับเราไปตลอด เขาไม่มีทางเปลี่ยนหรอก เรารักเขามาก เราอยากจะอยู่กับเขา แต่สุดท้ายโตมาก็ได้รู้ว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปได้ คนเราเปลี่ยนกันได้ แล้วการไปยึดติดหรือยึดว่าชีวิตเราจะอยู่กับคนคนเดียว หรือเอาความสำคัญของเราไปผูกอยู่กับตัวความสัมพันธ์มันทำให้เราล้มได้ง่ายๆ

คุณพูดเหมือนว่าเคยล้ม

โอ๊ย ล้มมาเยอะแล้วครับ

แผลเต็มตัว

แผลเต็มตัว (หัวเราะ) ก็เคยโดนแหละ บังเอิญว่าเราเป็นคนที่เวลาอยู่ในความสัมพันธ์จะเป็นคนที่ยอมมากกว่า แล้วด้วยความที่เราเสมอต้นเสมอปลายและค่อนข้างจะจริงจัง มันอาจจะทำให้เราเป็นคนน่าเบื่อในช่วงของการคบกันแบบวัยรุ่น เพราะวัยรุ่นต้องการความตื่นเต้น ต้องการความท้าทาย ไอ้คนรักจริงแบบเราตั้งแต่เด็กอาจจะกลายเป็นคนน่าเบื่อ แล้วก็ทำให้เราโดนเทมาบ่อยใช้ได้เหมือนกันช่วงเด็กๆ

ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์ ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์

มองในแง่ดี ความผิดหวังมันทำให้เรามีวัตถุดิบในการเขียนเพลงมั้ย

มากๆ เลย อย่างน้อยมันก็ทิ้งอะไรไว้ให้เราเยอะ ทำให้มุมมองหรือว่าทัศนคติของเราเกี่ยวกับเรื่องนี้ชัดเจนมากขึ้น เป็นแรงบันดาลใจ เป็นแรงผลักดันส่วนหนึ่งมากๆ ในการสร้างงาน

เหมือนศิลปินหลายคนที่ใช้ความทุกข์ความผิดหวังเป็นแรงผลักดันในการสร้างงาน

จริงนะ นักเขียนเพลงหลายท่านก็บอกแบบนี้ อย่างพี่ตุลย์ อพาร์ตเมนต์คุณป้า เคยบอกว่าช่วงชีวิตที่มีความสุขมันเขียนอะไรไม่ค่อยออก นึกอะไรไม่ค่อยออก ชีวิตมันสบาย ไม่มีแรงกดดัน ไม่มีความเศร้าอะไร ผมก็เห็นด้วยว่าเราต้องผ่านอะไรมา คือคนสร้างงานศิลปะหรือว่ากวี หรืออะไรก็ตาม มันต้องมีปม ต้องมีเรื่องที่มีแรงผลักดัน ซึ่งมันก็จริงสำหรับผม

แล้วชีวิตช่วงนี้คุณขับเคลื่อนด้วยความสุขหรือความทุกข์

ช่วงนี้และช่วงปีที่แล้วส่วนใหญ่จะขับเคลื่อนด้วยเรื่องงาน งานเอาเวลาจากเราไปเยอะเหมือนกันทั้งจากครอบครัวและเรื่องความรัก อย่างตอนนี้ที่เราได้มานั่งคุยกันเพราะผมหยุดเพื่อที่จะทำอัลบั้ม เป็นการหยุดทัวร์ชั่วคราว 2 – 3 เดือน ซึ่งทำให้เรามีเวลาทำอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น ถ้าเป็นช่วงปกติอย่างปีที่แล้ว เดือนนึงผมมี 20 งานได้ ยิ่งช่วงที่เพลง อ้าว อยู่ในกระแสผมทัวร์กระจายเลย เราเคยย้ายจังหวัดจนบางวันตื่นมาในโรงแรมแล้วจำไม่ได้ว่าตัวเองอยู่จังหวัดอะไร ตื่นมาแล้วจะมีช่วงช็อกว่า เราอยู่ที่ไหน วันนี้วันที่เท่าไหร่

สุดท้ายแล้วการทำงานสำหรับผมเป็นการเติมความสัมพันธ์กับคนในด้านอื่น กับเพื่อนร่วมงาน กับแฟนเพลง เราได้รับความรักจากตรงนั้นค่อนข้างเยอะ การได้อยู่กับวงกับทีมทำเพลงที่ชอบอะไรเหมือนกัน เข้าใจกัน การได้ไปเจอแฟนเพลงที่เขาพร้อมจะให้ความรักกับเราโดยที่เราไม่ต้องขอ เขาเข้ามาหาเรา เขาอยากถ่ายรูปกับเรา อยากมาดูเราโชว์ มันเป็นความรักอีกรูปแบหนึ่งซึ่งทำให้เราไม่เหงาในช่วงเวลาที่เราควรจะเหงาหรือควรจะแย่

ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์ อะตอม ชนกันต์

3.

สุขภาพช่วงนี้

ช่วงนี้แม้การงานอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่คุณต้องระวังเรื่องสุขภาพ
เนื่องจากงานที่ถาโถมเข้ามาอาจทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อน

ช่วงนี้ชีวิตโหยหาอะไรบ้างไหม

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอหมาที่บ้าน (หัวเราะ) แต่ก่อนใช้เวลากับหมาเยอะ ช่วงนี้ก็โหยหาเรื่องเวลา เวลากับครอบครัว เวลากับเพื่อน ซึ่ง 2 – 3 เดือนนี้ได้กลับไปใช้เวลาบ้าง ได้กลับบ้านบ้าง แต่อย่างว่า เรามีงานต้องทำ มันไม่เหมือนแต่ก่อนที่เราได้กลับบ้านไปเจอพ่อแม่ทุกวัน ได้พูดคุยกับแต่ละคนในบ้านว่าแต่ละวันเป็นยังไง วันนี้ไปทำอะไรมา ได้เลี้ยงหมา ให้ข้าวให้น้ำมัน หรืออารมณ์แบบได้เจอเพื่อน ได้มีคนรักในช่วงเวลาที่เราไม่ได้ทำงานแบบนี้ ซึ่งเราก็ไม่รู้จะได้กลับไปมีช่วงเวลาแบบนั้นอีกหรือเปล่า เพราะว่าชีวิตเราเดินมาทางนี้แล้ว สิ่งเหล่านั้นก็เป็นอะไรที่โหยหา

การทำงานโดยไม่ได้ให้เวลากับคนที่บ้านหรือคนรอบข้างไม่ได้หมายความว่าเราเห็นแก่ตัวใช่ไหม

คงไม่ใช่อย่างนั้น และผมคิดว่าถ้าคนรักกัน อย่างครอบครัวผม เขาไม่มีทางพูดแบบนั้นกับผม เพราะเขารู้ว่าแต่ละคนมีความฝันของตัวเอง ทุกคนมีชีวิตของตัวเองที่ต้องใช้ เพราะว่าทุกคนในวัยหนุ่มสาวควรได้ใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองอยากใช้อยู่แล้ว

แล้วช่วงนี้สิ่งสำคัญในชีวิตคืออะไร เปลี่ยนไปไหมจากแต่ก่อน

ตอนนี้เราเริ่มรู้แล้วว่าสุขภาพร่างกายที่ดี ในการที่เราจะมีชีวิตยืนยาวอยู่กับคนที่เรารักนั้นสำคัญมากจริงๆ คนที่เราคิดว่าเขาจะอยู่กับเราไปตลอด อย่างผู้ใหญ่ที่บ้านผม คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายก็เริ่มแก่ลงทุกวัน เขาเริ่มป่วยกันแล้ว แล้วผมได้ใช้เวลากับเขาน้อย เราก็คิดว่าจะได้อยู่เจอกันไปอีกนานเท่าไหร่

คือพอเราออกมาโลดแล่นข้างนอกบ้าน ทำให้เรารู้ว่าพวกเขาสำคัญขนาดไหน เพราะว่าเราคิดถึงและเราเป็นห่วง นั่นคือเรื่องที่ผมมองว่ามันต้องแลก เวลาที่อยู่กับเขาอาจจะน้อยลง แต่จะให้ทิ้งตรงนี้ไปมันก็ลำบากสำหรับเรา สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือบาลานซ์ชีวิตสองฝั่งให้มันเข้าหากันมากขึ้น

ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์

นอกจากเรื่องเพลง ช่วงนี้ชีวิตกำลังอินกับอะไร

แหม่ เรามาเจอกันในช่วงที่ชีวิตมันวนอยู่กับการทำเพลง พูดไปมันก็จะไปเข้าเรื่องเพลงอีก ปริมาณงานหรือปริมาณสิ่งที่เราต้องทำเรื่องนี้มันเยอะมากจนเราลืมเรื่องอื่นๆ ไปเยอะเหมือนกัน แต่เท่าที่จำได้ ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้ผมมีความสุขแล้วก็อยู่กับมันได้นาน สิ่งนั้นก็คือดนตรี ทุกอย่างที่เราทำมาตลอดชีวิตตั้งแต่เด็ก สุดท้ายก็มีดนตรีเป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ แล้วมันก็ค่อยๆ ขยายจนเป็นส่วนที่ใหญ่ขึ้นมาในชีวิต

ถ้าถามว่าตอนนี้อินอะไรก็คงเป็นการเขียนเพลงใหม่ๆ  เพราะเราไม่มีเวลานั่งเฉยๆ เขียนเพลงมานานแล้ว เพราะฉะนั้นช่วงนี้ที่อินมากๆ ก็คือการได้อยู่กับตัวเองแล้วคิดอะไรใหม่ๆ ออกมา ได้ฟังเพลงใหม่ๆ ซึ่งเพลงใหม่ในที่นี้อาจจะไม่ใช่เพลงที่เพิ่งออก แต่อาจจะเป็นเพลงเก่ามากๆ ที่เราเพิ่งเคยฟัง สร้างความรู้สึกใหม่ๆ ให้เรา สร้างรสนิยมที่ดีในการฟังเพลงให้กับตัวเองมากขึ้น

ช่วงนี้มีเพลงไหนที่คุณฟังแล้วรู้สึกคุณตื่นเต้นเป็นพิเศษบ้างมั้ย

ผมฟังเพลงจับฉ่ายมากเลย ล่าสุดผมชอบเพลง Still Feel Like Your Man ของ John Mayer ตื่นเต้นว่า จอห์น เมเยอร์ เป็นแบบนี้แล้ว เพลงนี้ผมค่อนข้างชอบเพราะเพลงมันเป็นกรู๊ฟทีสนุกแต่เนื้อหามันเศร้า สำหรับผม ถึงเขาอาจจะไม่ได้เป็นต้นแบบให้ผมขนาดนั้น แต่งานเขาก็ส่งผลกับเราไม่มากก็น้อย เพราะเราก็ฟัง

แต่คนที่เรายกให้เป็นไอดอลหรือเป็นยานแม่ของผมคือ Amy Winehouse ผมชอบเขามากๆ แต่คนเก่งก็ตายกันเร็วเหลือเกิน เสียดาย แล้วผมก็พบว่าตัวเองมีส่วนคล้ายเขาในเรื่องของการที่เพลงมันส่วนตัวมากๆ ผมไปดูหนังสารคดีของเอมี่ แล้วก็รู้ว่าแต่ละเพลงคือเรื่องจริง เพลงคือชีวิตเขา คำที่เขาใช้หรือว่าวิธีการเล่าเรื่องมันจริงไปหมด ซึ่งเราก็มีความเป็นอย่างนั้นอยู่ แล้วก็เป็นห่วงตัวเองเหมือนกันว่าถ้ายังขับเคลื่อนด้วยความเศร้าอย่างนี้ไปเรื่อยๆ มันอาจจะไม่ดีนักในอนาคต

แล้วทุกวันนี้เวลาร้องเพลงที่บันทึกความเจ็บปวด คุณยังเจ็บปวดไหม

ทุกครั้งที่ร้องมันก็กลับมาแหละ แต่มันก็จบอยู่บนเวที ถึงเวลามันก็ค่อยๆ จางไป ที่เรารู้สึกว่ามันเข้มข้นหนาแน่นในช่วงแรกๆ สุดท้ายมันก็รู้สึกน้อยลง คือเราจำได้นะ และคงไม่มีใครลืมเรื่องพวกนี้ แต่ว่าความรู้สึกมันไม่ได้รุนแรงเท่าช่วงแรก มันกลายเป็นอารมณ์ใหม่ๆ เวลาเราร้องกับคนฟังเยอะๆ เพลงมันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแล้ว มันเป็นเรื่องส่วนของเรากับส่วนของคนฟัง ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีเรื่องที่ตรงกับเพลงผม ตอนที่ทุกคนร้องเพลงด้วยกันมันเป็นโมเมนต์ที่เราได้แชร์ เรื่องของเราที่ส่งไปหาคนฟังมันสะท้อนเรื่องของเขากลับมา

ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์

Writer

Avatar

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

2 กุมภาพันธ์ 2566
4 K

สวัสดีเดือนกุมภาพันธ์ 

หากใครกำลังมีความรักที่ผลิบานก็ยินดีด้วย แต่หากใครรักไปแล้วหัวใจต้องแตกทุกครั้งก็ขอชวนมาเข้าแก๊ง 

วันนี้เรานัดกันที่ร้านดังย่านเมืองเอก เพื่อพูดคุยกับ ‘เรนิษรา เจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด ท่ามกลางตารางทัวร์คอนเสิร์ตที่แน่นยาวไปจนถึงมีนาคม 

ไม่ต้องรอให้สิ้นหน้าหนาว จากคนสองคนที่เชื่อว่าตนถูกเลือกให้ผิดหวัง พวกเขากลับมามีหวังอีกครั้ง เพราะเพลงที่ปล่อยออกมาอย่างไม่ตั้งใจนั้นเปลี่ยนชีวิตทั้งคู่ไปตลอดกาล

เบื้องหลังเสียงร้องชวนฝัน คือ ตั้ม-ชยพล ล้วนเส้ง และ สบาย-เรนิษรา ลี​ประโคน ดูโอ้คู่รักวัย 20 ต้น ๆ ที่จะมาเปิดอกคุยถึงความหลังอันเจ็บช้ำกับ The Cloud เป็นที่แรก ตั้งแต่วันที่เกลียดตัวเองสุดขีด การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องรักของพวกเขาที่ทำให้วันนี้เป็นมากกว่าฝัน และก้าวใหม่ของเรนิษราในวันที่รับบทเป็นผู้เลือก

บทสนทนาขาดห้วงจากการเดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อเก็บภาพ John Lennon กับ Yoko Ono ได้รับรู้อีกนิดหน่อยว่าพวกเขามีครอบครัวมาดูแลข้างเวที แถมยังขับรถตู้คันโตไปส่งเล่นดนตรีไม่ว่าที่ไหน

ตกดึกแล้วอากาศเย็นชะมัด แต่คนตรงหน้าเราทำให้รู้สึกอบอุ่น

ขอให้ทุกคนโชคดีและไม่ผิดหวังอีกเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

ลุควันนี้แสบสันมาก ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร

ตั้ม : (หัวเราะ)

สบาย : วันนี้ที่ร้านเป็นธีม Y2K จริง ๆ จะใส่เสื้อหนังไบเกอร์ค่ะ แต่ว่าเก็บไว้ก่อนเป็นเซอร์ไพรส์ ส่วนของตั้มเป็นเสื้อทรง 80s แบบดิสโก้ ใส่ออกกำลังกาย ได้ตอนไปเล่นงานที่บุรีรัมย์จากร้านฮิปปี้แนวย้อนยุค

ทั้งคู่เป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้วไหม

(ตอบพร้อมกันว่าใช่)

ตั้ม : แต่ก็ไม่ได้เป็นแฟชั่นจ๋าขนาดนั้นนะ ผมอยากแต่งแค่ตอนไปเล่นงานครับ ถ้าไม่เล่นงานก็ใส่เสื้อยืด

สบาย : ใส่เสื้อขาด ๆ (หัวเราะ)

แต่ในโซเชียลจะเห็นตั้มแต่งตัว Feminine มากเลย ส่วนสบายก็แต่งตัวสีฉูดฉาด 

ตั้ม : อ๋อ เพราะว่าอยู่ในกล้องด้วย มีใส่ไปเรียนบ้าง แต่น้อยมากครับ เพราะผมมองว่าการแต่งตัวคือการแสดงออก ต้องแคร์คนอื่นอยู่แล้ว 

สบาย : ใช่ ๆ บายเคยอ่านอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสัตว์ชนิดหนึ่ง น่าจะเป็นปลา เลือกสวยแค่ตอนจะสืบพันธุ์ ตอนหากินปกติมันก็ทำสีให้จืด ๆ ธรรมดา ถ้าเข้าใจว่าเราเป็นสัตว์เหมือนกันก็เป็นเรื่องปกติ

ตั้ม : บางทีการแต่งตัวออกไปข้างนอกแล้วพยายามใส่อะไรที่แตกต่างมาก ผมว่ามันเหนื่อยตัวเองนะ การแสดงออกต้องได้อะไรกลับมาบ้าง 

ตอนนี้นอกจากทัวร์ร้องเพลงทุกวัน ทำอะไรกันอยู่

ตั้ม : ยังเรียนอยู่ครับ ปี 4 ที่ศิลปากร 

คณะอะไร

ตั้ม : ผมเรียนดุริยางค์ครับ

สบาย : บายเรียนโบราณคดี เอกอังกฤษ ไม่เข้ากันเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

นั่นสิ ทำไมถึงมาลงเอยกัน

ตั้ม : เรามาเจอกันตอนปี 1 ครับ เป็นวิชาเรียนรวมที่ต้องไปเรียนคณะดุริยางคฯ

สบาย : วิชาศิลปะ วิชาออกแบบ

เล่าได้ไหมว่าเส้นทางรักของพวกคุณเป็นยังไง

สบาย : เราเป็นเพื่อนกันมาก่อนค่ะ เริ่มจากชวนคุย แล้วก็มียืมปากกาวาดรูปเรียนวิชาศิลปะ

ตั้ม : เราชวนกันคุยเรื่องชีวิต เพลง ทัศนคติ ผมดูเหมือนจะพูดเก่งนะ แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยคุยกับใครเท่าไหร่

สบาย : เจอกันครั้งแรกคุยกันเรื่องการเมืองแล้วก็ตีกันไปช่วงหนึ่งค่ะ เพราะตั้มเป็นคนชัดเจน บายเป็นคนไม่ค่อยออกความเห็น ตั้มก็จะบังคับให้บายออกความเห็นบ้าง

ตั้ม : แค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าคิดยังไง เราจะได้คุยกันและปรับตัวเข้าหากันได้ถูก อาจจะเป็นเรื่องเล็กนะ เรื่องทัศนคติการเมือง แต่อนาคตก็มีผลต่อครอบครัว ต่อลูก 

จุดไหนที่ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนา

สบาย : เราก็คุยเล่นกันไป 4 – 5 เดือนค่ะ แล้วก็เจอกันทุกวัน มีเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์บ้าง

ตั้มเป็นคนไปส่ง?

ตั้ม : เขาเดินมาส่งผม ไม่ใช่ครับ! ต่างคนต่างเดินไปส่งกันครับ (หัวเราะ)

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

สบายชอบอะไรในตัวตั้ม

สบาย : ตอนแรกเข้าไปหาตั้มเพราะเขาดูไม่สนใจคนอื่นค่ะ หนูชอบคนที่อยู่กับตัวเอง เพราะจะทำให้เขาเป็นตัวของตัวเองด้วย ส่วนหนึ่งเพราะหนูไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วมันก็เป็นสิ่งที่หนูอยากเป็น แรก ๆ หนูเอาใจคนอื่นมากเลย พยายามทำให้คนอื่นชอบ แต่งตัวไปเรียนแบบจัดเต็ม อยากเป็นจุดสนใจ 

ตั้ม : เพราะเมื่อก่อนไม่ได้รับไง เป็นปกติของคนแหละ

สบาย : ใช่ เพราะเมื่อก่อนหนูไม่ได้หน้าแบบนี้ หนูโดนบูลลี่เยอะมาก จนบอกแม่ว่า ขึ้นมหาลัยขอทำจมูกได้ไหม พอเราเปลี่ยนไปเยอะก็ปรับตัวรับแสงไม่ทันค่ะ อึดอัดตัวเอง 

คือบางทีไม่อยากใส่สั้น ไม่อยากแต่งอะไร แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า ถ้าเราแต่งตัวน่าเกลียดคนจะว่าเราไหม เพราะตอนแรกคนชมว่าเราสวย มาหลัง ๆ เราก็คิดว่าคนชมเขาให้อะไรเราบ้าง เราได้แค่คำชม ไปเรียนหนังสือ แล้วก็เดินตากแดดกลับบ้านเหมือนเดิม เลยใส่มอมแมม ๆ ไปเรียนแล้วค่ะ สบายใจมากกว่า ตอนเจอตั้มคือเขาใส่เสื้อขาด ๆ กับกางเกงชาวเล (หัวเราะ)

แล้วตั้มชอบอะไรในตัวสบาย

ตั้ม : สบายเป็นคนเอาใจครับ ด้วยความที่ผมไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่ ตอนแรกบายก็ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองนะ แต่งตัวเวอร์มาก เหมือนใส่ชุดเชียร์ลีดเดอร์ คนละขั้วกันเลย แต่ถึงเราไม่เหมือนกัน เราก็จะไม่บังคับกัน ใครอยากทำอะไรก็ทำ มีความสุขกับตัวเอง 

ผมเคยคบกับแฟนเก่าที่รู้สึกเหมือนถูกบังคับตลอดเลย ไม่ชอบคนไว้ผมยาว ไม่ชอบให้ไว้หนวด เขาเหมือนจะตีกรอบว่า เฮ้ย ผู้ชายที่ไว้ผมยาวสกปรกเลอะ ๆ บางทีก็ดูเป็นเพศที่สาม พอเขาบังคับเรามาก ๆ มันเป็นเหมือนปมที่มีผลกระทบต่อชีวิตผมในเรื่องของตัวตน 

อีกเรื่องคือผมทำเพลงมานานแล้วครับ ผมเคยประกวด Hot Wave ปี 2018 ได้เข้ารอบชิง แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจหลายอย่าง ทำให้เราไม่ได้เข้าไปทำงานในค่ายต่อ ซึ่งก็เฟลมากครับ แล้วแฟนเก่าผมก็ให้คำแนะนำอะไรแปลก ๆ 

นั่นคือ

ตั้ม : เขาจะออกแนวว่าเรามากกว่าว่า ทำไมทำเพลงอย่างนี้ ผมก็แบบ เชี่ย ก็กูเป็นแบบนี้ ซึ่งผมไม่ได้แคร์นะ การที่เข้ารอบไปแล้วค่ายเขาจะไม่เอาเรา ผมก็ช่างแม่ง จนมาเจอบายก็ได้ทำเพลงด้วยกัน ประเด็นหลักคือบายไม่ได้บังคับอะไรผม มันเลยออกมาเป็นเรนิษราทุกวันนี้ เพราะผมทำเพลงตามใจ ไม่ได้มีกรอบว่าต้องทำอะไร

สบาย : สมัยที่ตั้มทำวงแรกกับเพื่อน เขาเป็นวงร็อกเลยค่ะ หนัก ๆ แต่หนูไม่ได้ว่า เพราะหนูฟังเพลงทุกแนว มันก็เพราะในแบบของมัน 

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

แล้วพวกคุณมาทำวงเรนิษราร่วมกันได้ยังไง

สบาย : หลังจากนั้นตั้มก็แยกวงมาทำเพลงกับบายแนวดิสโก้หน่อย แล้วก็ไม่ดังค่ะ เราคิดว่าชื่อวงมันไม่มีเอกลักษณ์ ตอนนั้นชื่อ Winterberry หนูเลยคิดจะตั้งใหม่ แล้วช่วงปี 1 หนูเกลียดตัวเองตอนมัธยมมาก เพราะว่าหนูโดนบูลลี่เยอะ ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็นเรนิษรา ดัดแปลงมาจาก เรนิตา เป็นภาษาละติน แปลว่า เกิดใหม่ 

ช่วงนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สบาย : เรื่องแรกที่ทำให้หนูติดเรื่องค่านิยมขึ้นมา คือการที่เพื่อนผู้ชายในห้องบอกว่า ทำไมหนูขนขาเยอะจัง (หัวเราะ) 

พอขึ้นมัธยมหนูก็เริ่มมีความรัก เริ่มรู้ว่าในประเทศนี้ใครคือสวย ใครคือไม่สวย พอมองกระจกแล้วเราคือฝั่งที่ไม่สวย เราตรงข้ามหมดเลยทั้งสีผิวทั้งหน้าตา ม.ปลาย น่าจะโดนเยอะสุดว่าหน้าเหมือนกะเทย นักมวย เหมือนไดโนเสาร์ ทุกวันนี้ก็ยังโดนนะคะ เพราะเราเป็นคนแต่งหน้าจัด แล้วผู้หญิงปกติจะแต่งหน้าใส ๆ แต่จริง ๆ เราแค่ชอบยุค 60 ที่เขานิยมแต่งหน้าเหมือนตุ๊กตามากกว่า 

คิดว่าการเปลี่ยนชื่อทำให้ลืมเรื่องเก่า ๆ ได้จริงรึเปล่า

สบาย : ไม่ลืมค่ะ (หัวเราะ) หนูเหมือนหลอกตัวเองว่าหนูลืมได้มากกว่า

ตอนนี้ปัญหาในอดีตยังมารบกวนจิตใจอยู่เหรอ

ตั้ม : ทุกวันนี้ยังมีอยู่เลย

สบาย : ก็มีคนที่โรงเรียนเก่ามาส่องบ้าง แต่หนูก็ไม่ได้สนใจค่ะ เพราะหนูตอนนี้กับตอนนั้นเหมือนคนละคนกันแล้ว คือถ้าไม่มีใครรู้ว่าหนูชื่อบายก็คงจำหนูไม่ได้ (หัวเราะ) หน้าหนูไม่เหมือนเดิม ชื่อไม่เหมือนเดิม เหลือแค่นามสกุลแล้วตอนนี้ที่ยังไม่ได้เปลี่ยน

ตอนที่บายบอกว่าอยากตั้งชื่อวงด้วยชื่อตัวเอง ตั้มโอเคไหม

ตั้ม : โอเคเลยครับ

สบาย : ตอนแรกก็มีคิดเหมือนกันค่ะว่า ตั้มชื่อชยพล หรือจะเปลี่ยนเป็น เชนิษรา แต่ไม่เอาดีกว่า (หัวเราะ) 

พวกคุณเคยมีทัศนคติหลาย ๆ อย่างขัดแย้งกัน ความชอบเรื่องการทำเพลงของคุณสวนทางกันด้วยรึเปล่า 

สบาย : เราชอบเหมือนกันค่ะ

ตั้ม : ผมเป็นคนชอบฟังเพลงเก่าครับ The Beatles เป็นวงดนตรีที่ผมชอบที่สุด ถ้าไม่มี The Beatles ก็คงไม่มีผมในตอนนี้ครับ ผมสักรูป John Lennon ไว้ สักโน้ตเพลง All You Need is Love ไว้ด้วย เป็นขวัญกำลังใจให้ตัวเอง

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ทำไมต้องเพลงนี้

ตั้ม : เพราะมันแปลไทยประมาณว่า ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้ถ้าคุณอยากทำ ไม่มีภาษาไหนที่คุณจะพูดไม่ได้ถ้าคุณอยากพูด ไม่มีเพลงไหนที่คุณร้องไม่เป็นถ้าคุณอยากร้อง ไม่ว่าทุกสิ่งจะเป็นยังไง จะเศร้าจะเหงา คุณแค่ต้องการความรัก ผมก็มองแค่นั้นแหละ 

ผมมองรอยสักเพื่อเข้าใจตัวเองว่าเราแค่ต้องการความรักนี่หว่า บางทีเราอ่านคอมเมนต์ก็รู้สึกแย่นะ บางคนก็ด่าเละเลย เสียงแบบนี้ใครจะไปร้องตามได้ ดนตรีก็ฟังไม่รู้เรื่อง คือกูไปทำอะไรให้มึง คนไม่แคร์มันก็ต้องมีสักนิดในความรู้สึกที่ยังแคร์คนอื่นอยู่ เราต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลก

อะไรทำให้ The Beatles มีอิทธิพลกับคุณ

ตั้ม : ผมเป็นเด็กชุมพรที่ขึ้นมาเรียนกรุงเทพฯ แล้วก็มีอาการ Homesick ไม่ได้กลับบ้าน เหมือนคนอื่นเรียนเสร็จเขามีบ้าน ได้กลับไปนอน ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีบ้าน อยู่ชุมพรเรามีมอเตอร์ไซค์ขับรถได้ แต่พอมาอยู่ที่นี่เราไม่มีอะไรเลย เดินอย่างเดียว ครอบครัวผมก็ไม่ได้เรียกว่าอบอุ่น พ่อก็ทำงานหนัก แม่ก็ทำงานหนัก ไม่ค่อยได้เจอกัน พอมาฟัง The Beatles ก็รู้ว่า John Lennon เขาขาดพ่อขาดแม่แต่ก็็ยังทำเพลงได้ ซึ่งผมต่างจากบายที่ชอบเพลงป๊อปทันสมัย

สบาย : ใช่ค่ะ ตั้มก็จะไม่รู้จักเพลงใหม่ บายก็จะไม่รู้จักเพลงเก่า บายฟังพวก Cardi B, Nicki Minaj, Doja Cat แต่ที่เข้ากันได้ เพราะว่าทุกคนที่หนูฟัง เขามีอดีตลากไปถึงสิ่งที่ตั้มฟัง ป๊อป R&B ก็มาจาก Marvin Gaye ค่ะ 

แต่บายเรียนโบราณคดีไม่ใช่เหรอ ความรู้สึกอยากทำเพลง เริ่มขึ้นมาได้ยังไง

สบาย : จริง ๆ อยากร้องเพลงทำเพลงตั้งแต่ช่วง ม.ปลายแล้วค่ะ แต่เรากดความรู้สึกไว้เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หน้าตาเราไม่ดี คงเป็นสินค้าให้คนอื่นขายไม่ได้ คงไม่มีใครซื้อเรา

ตั้ม : วงการนี้ของไทยมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ นะ ถ้าหน้าตาแย่แล้วอยากประสบความสำเร็จก็ต้องตลก

นึกถึงเพลงหนึ่งของคุณที่ร้องว่า “ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกเศรษฐี” แล้วจริง ๆ คุณเป็นลูกใคร

ตั้ม : (หัวเราะ) เอาแล้วไงทีนี้

ผมไม่ได้เรียกว่าลำบากนะครับ แค่ต้องเล่นดนตรีและเรียนไปด้วย ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะจะนอนโรงเรียนมากกว่า ที่บ้านผมถ้าพอมีตังค์ก็จะไม่ค่อยถึงผมเท่าไหร่ ต้องหาใช้เอาเองบ้าง ดิ้นร้นบ้าง เราไม่ได้มีต้นทุนชีวิตอะไร แค่ต้องเชื่อในตัวเอง 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ตัดภาพมาที่ตอนนี้ดังเป็นพลุแตก เป็นยังไงบ้าง

ตั้ม : งงครับ (หัวเราะ) เพราะเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะโปรโมตอะไรเลย แค่ลงไปเฉย ๆ ดูจาก MV ก็น่าจะรู้ 

สบาย : จริง ๆ MV ถ่ายเหมือนคนมักง่าย (หัวเราะ)

ตั้ม : ก็เพราะว่าเราไม่มีตังค์จริง ๆ ครับ ไม่มีเงินจริง ๆ ก็เลยได้ MV เป็นฟีลธรรมชาติ 

ช่วยเล่าที่มาที่ไปของเพลงนี้ให้ฟังหน่อย

ตั้ม : จริง ๆ ตอนแรกมันไม่เกี่ยวกับตัวผมและไม่เกี่ยวกับตัวบาย 

คืออย่างนี้ครับ เราเป็นนักแต่งเพลง ผมก็จะดูทวิตเตอร์ดูอะไรไปเรื่อย ๆ ผมไปเจอคำว่า ความผิดหวังมักเลือกฉันเสมอ ผมก็คิดว่า เออ งั้นมีคำว่า ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แล้วกัน ซึ่งไม่รู้มันมาจากไหน มั่วมากเลย แม่บายก็มาบอกมันแปลกดี เพราะปกติคำว่าผู้ถูกเลือกมักจะเป็นแง่บวก 

พอทำไปเรื่อย ๆ ฟังไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่าเออจริง ๆ มันเข้ากับเรานี่หว่า เพราะเราเป็นคนทำอะไรไม่เคยสมหวัง ประกวด Hot Wave ได้เข้ารอบชิงมาก็ไม่ได้เซ็นสัญญา แต่เพื่อนที่อยู่รอบข้างเราได้เซ็นสัญญา ได้เห็นเขาออกไปเป็นศิลปินค่ายใหญ่

เคยพยายามหาคำตอบไหมว่าทำไม

ตั้ม : จริง ๆ ผมโทษตัวเองมากกว่าครับ เมื่อก่อนตอนเด็กเราโทษเขา ตอนนี้ผมโทษตัวเองว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ เราขายไม่ได้ เราไม่พร้อมที่จะปั้นเป็นสินค้า ผมไม่อยากไปว่าใคร ผมแก้ที่ตัวเองก็ได้ เพราะว่าเราแก้ที่เขาไม่ได้ มันก็แค่นั้นเอง

เรื่องนี้เป็นปมในใจตั้มไหม

ตั้ม : เป็นครับ เป็นเลย จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นครับ ทุกวันนี้เลยรู้สึกสะใจนิดหนึ่งที่วงประสบความสำเร็จ เพราะคำว่าผมขายไม่ได้นี่แหละครับ

ผมเคยโดนบอกว่า หน้าแบบผมไม่มีใครเลือกหรอก จะไปอยู่ในค่ายเพลงที่ไหนได้ ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครดูหรอก ตอนนั้นเพลง ผู้ถูกเลือกฯ ยังไม่ออก เขาเปิดเพลงเราฟังแล้วก็นั่งชี้เลยว่าไม่แมสหรอก ทำไปก็ไม่มีคนฟัง เขามองว่าวงเราขายไม่ได้ เขาไม่ชอบแนวนี้ เราก็เถียง เพราะเป็นเพลงเรา ผมบอกว่า เห้ย มันเป็นความคิดเห็นของพี่คนเดียวหรือเปล่าที่ไม่แมส เพราะว่าเพลงมันต้องเอาไปเจอคนนะ ซึ่งตอนนั้นเพลงผมก็ไม่แมสจริงแหละครับ ยอดวิวหลักหมื่น 

กลับบ้านมาด้วยความรู้สึกโกรธหรือเสียใจ

ตั้ม : แค้นครับ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

มันไม่ได้เสียใจนะครับ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมก็ทำเพลงของผม แต่ว่าคุณเรียกเราไปด่าทำไม ไม่มีเหตุผล ผมไม่เคยไปขอเขาอยู่ค่าย ไม่เคยไปขอเขากินข้าว ไม่เคยไปขออะไรสักอย่าง เขาเป็นคนชวนเราไปคุยเรื่องฝึกงาน แต่พอไปนั่งปุ๊บเขาก็เปิดเพลงเลยและก็นั่งวิจารณ์เพลงผม

จากนั้นมาน่าจะไม่ถึงเดือน ผมก็ปล่อยเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง พอเริ่มประสบความสำเร็จก็เลยเหมือนได้ตบหน้า และค่ายเพลงหลาย ๆ ค่าย แม้กระทั่งค่ายที่ปฏิเสธเรา เขาก็ติดต่อมาแสดงความยินดี ผมก็ไม่ค่อยได้ตอบ

สบาย : เขาทักมาจะจ้างงานเรา

ไปรึเปล่า

ตั้ม : ไม่ไปครับ

กระแสตอบรับจากเพลงนี้มากมายท่วมท้นขนาดไหน รับมือไหวไหม

ตั้ม : ช่วงแรกรับมือไม่ไหวครับ โทรศัพท์ผมเมื่อก่อนไม่มีอะไรเลย ใช้เรียน ดูหนัง ทำเพลง ชีวิตมีแค่นั้น ว่าง ๆ โล่ง ๆ ครับ แต่พอลงเพลงไปสัก 1 – 2 อาทิตย์ได้ โทรศัพท์มันเด้ง ๆๆ เปิด TikTok ก็มีเพลงเรา มีคนโทรมาทั้งวัน ถามแบบจะจ้างงาน แล้วก็เพื่อนที่ไม่ได้คุยกันเลยเป็น 10 ปีก็ทักมาคุยด้วย เพิ่งรู้ว่าเราร้องเพลง วุ่นวายไปหมดมีแต่คนเข้ามาหา

สบาย : หนูก็จะล้อ ๆ ตั้ม สวัสดีพี่ชื่อติ๋วน้อง ๆ แม่ต่ายอะไรแบบนี้แบบไปเรื่อยค่ะ (หัวเราะ)

ตั้ม : คือมึงเป็นใครวะ ไม่เคยคุยกันเลย เจอกันแบบในโรงเรียนแค่รอบเดียว (หัวเราะ) ไม่ได้อะไรกับเขาหรอกครับ เราก็ขอบคุณมาก แต่มันแค่แปลกสำหรับเราไง เพราะเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจเรา 

เห็นชอบมีคนมาเถียงกันว่าใครเป็นคนร้องเพลงกันแน่

ตั้ม : เราร้องคู่แต่เสียงเราคล้ายกัน ผมเป็นคนเสียงเป็ด ๆ เสียงสูง บายเป็นผู้หญิงเสียงใหญ่ แล้วพอร้องมันก็เลยเข้ากันพอดีจนแยกไม่ออก

จากชื่อเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แต่หลังเพลงดังกลับกลายเป็นผู้ถูกเลือกให้สมหวัง กลัวไหมถ้าเกิดว่าดังเพลงเดียว 

ตั้ม : ผมไม่คิดว่าจะดังเพลงเดียว มั่นใจ แต่คิดว่าเพลงอื่นไม่น่าจะดังเท่าเพลงนี้แล้วแหละ แค่ประครองให้วงเราอยู่ได้ ซึ่งก็พยายามหาทางอยู่ครับ 

ผมก็มีไปคุยกับค่ายหลาย ๆ ค่าย แต่ก็มานั่งคิดอยู่ว่าเราจะเอายังไงดี เรียกว่าทุกวงก็มีระยะเวลาเป็นของตัวเอง หมายถึง ไม่ใช่ทุกวงที่จะอยู่ไปตลอด ยิ่งพวกวงอินดี้ เดี๋ยวแป๊บ ๆ มันก็เปลี่ยนแล้ว

สบาย : มีหน้าใหม่ขึ้นมาเยอะมาก ใครก็ใช้คำว่าอินดี้ได้

กดดันไหมกับเพลงต่อไป

ตั้ม : ไม่ได้กดดันเลย เรียกว่าไม่ได้สนใจมากกว่าครับ

สบาย : เราฟังแล้วชอบก็โอเคแล้ว

ตั้ม : เอาจริง มันดูแย่นะ ผมแคร์แฟนคลับเหมือนกันแต่ก็เหมือนไม่ได้แคร์เท่าไหร่

หมายความว่า

สบาย : เราว่าแฟนคลับชอบสิ่งที่เราชอบ

ตั้ม : อืม เราไม่ได้แคร์ความคิดเห็นใคร บางทีมีคนมาเมนต์แม้กระทั่งรายละเอียดเบส เบสเบาไป เสียงร้องทำไมสูงจัง ผมแคร์แค่คนที่ชอบ ก็เลยไม่ได้สนใจครับว่ามันจะเป็นยังไง เพราะเมื่อก่อนวิวหลักหมื่นเราก็อยู่ได้ เราก็ยังทำมันต่อ ผมทำวงมาแค่ปีเดียวแต่ว่าปล่อยมา 10 เพลง ซึ่งผมทำคนเดียวหมดเลยเพราะไม่มีตังค์จ้างใคร

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ระยะเวลา 1 ปี 10 เพลง กับยอดวิวหลักหมื่น มีท้อบ้างไหม

ตั้ม : มีท้อแค่แวบเดียวก็กลับมา เป็นโชคดีของเราที่ยังเรียนไม่จบ ผมเรียนไปด้วย รับงานนอกไปด้วย รับงานลูกค้า แต่งเพลง ทำเพลงโฆษณา แต่ถ้าเรียนจบคงท้อกว่านี้เพราะต้องไปทำงานประจำ อาจจะหมดเวลา หมดไฟ

แสดงว่า 10 เพลงที่ผ่านมา ทำด้วยแพสชันล้วน ๆ

ตั้ม : ใช่

ถามจริง อยากดังไหม

ตั้ม : ไม่เลยครับ คือวิวน้อยไม่ได้แปลว่าเพลงไม่ดีนะ แต่คนคงไม่เจอแค่นั้นเอง ถ้าเมื่อไหร่คนเจอเดี๋ยวมันก็มาเอง เราก็สู้ทำไปเรื่อย ๆ ผมดูจากศิลปินต่างประเทศ อย่าง Katy Perry ทำเพลง 3 อัลบั้มกว่าจะดัง ซึ่งผมก็คิดว่า ไอ้เชี่ยเราทำแค่ 10 เพลง แค่อัลบั้มเดียวเอง เขายังสู้เลย เราทำเยอะก็มีเพลงเล่นสดเยอะ ผมคิดแค่นั้น มันดันมาดังเพลงที่ 10 แต่ถ้าไม่ดังก็ยังทำต่อครับ

แต่เพลงแรก ๆ อย่าง คุณจะไปแคร์เหี้ยอะไร ดูแตกต่างจาก ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง มาก 

ตั้ม : ผมไม่ได้มองว่าต้องทำอะไรเหมือนเดิม มนุษย์ทุกคนมีเส้นทางการเดินที่แตกต่างกันจริง ๆ เราแต่งเพลงป๊อปมานานแล้ว แต่ผมแค่อยากเปิดด้วยเพลงที่แสดงความเป็นตัวเองก่อน ซึ่งรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีคนฟัง แต่มันมีความพิเศษ คนจะฟังเยอะฟังน้อยเราไม่ได้สนใจ 

แล้วทั้งสองคนเป็นคนไม่ค่อยแคร์เหี้ยอะไรรึเปล่า

สบาย : เมื่อก่อนหนูยังฝืนที่จะไม่แคร์ค่ะ เพราะว่าหนูอยากดัดนิสัยตัวเอง แต่ตอนนี้คือไม่แคร์จริง ๆ ค่ะ (หัวเราะ) ถ้าแฟนคลับมาเจอเราไปตลาด จะเห็นใส่กางเกงลายสก็อตหรือกางเกงลายชบาออกมาซื้อส้มตำเป็นปกติ 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

เป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรนิษราจินตนาการไว้คือ

ตั้ม : หาเงินครับ จริง ๆ ด้วยความที่ไม่ค่อยมีเงิน เราก็แค่ทำเพื่อหาเงิน มีหลาย ๆ คนถามว่ามีเฟสติวัลในฝันไหมที่อยากขึ้น ผมตอบว่าไม่มีนะครับ แต่ผมขึ้นได้ทุกเวที ถ้าเขาเชิญไปเล่นเราก็ไปสนุกได้ แต่ผมไม่ได้มีความฝันว่าเราต้องการไปตรงนั้น ผมอาจจะชอบ The Beatles ด้วยแหละ เขาเป็นวงที่ไม่ค่อยได้ทัวร์และเขาปล่อยเพลงถี่มาก 

แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน ก็อาจจะแค่มีเพลงอมตะที่ฟังได้ตลอด อีก 10 ปีก็ยังฟังเพลงนี้อยู่ อยากเป็น Radio Star ไม่ได้อยากเป็น Video Star เหมือนที่ ไมเคิล แจ็คสัน เคยมีดราม่า 

แล้วบายล่ะ 

สบาย : ถ้าเป็นตอน ม.ปลาย จะอยากไปโคเชลล่า แต่บายเป็นเด็กอ้วนด้วยค่ะ (หัวเราะ) พอมาทำเพลงจริง ๆ ก็เลยมีความฝันว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยวพิเศษโดยที่ไม่ต้องคิดว่าถ้าเพิ่มเงินมา 5 บาท แล้วจะเสียดายเงิน

ตั้ม : สรุปเราคือพวกงกนั่นเอง

แล้วในมุมของศิลปิน คิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้า กลับมาฟังเพลงตัวเองจะรู้สึกยังไง

ตั้ม : ถ้าคิดล่วงหน้าในตอนนี้ ผมก็มองว่าเป็นวัยครับ มันดีที่สุดแล้วในตอนนั้น ผมเป็นคนไม่ค่อยเสียดายกับสิ่งที่ตัวเองทำในอดีตเท่าไหร่ รู้สึกว่าถ้าไม่มีเราในอดีตก็ไม่มีเราในวันนี้ เราแก้มันไม่ได้ 

ฟังเพลงเรนิษราตอนไหนถึงจะเพราะที่สุด

สบาย : ส่วนใหญ่เป็นเพลงเศร้าอะ อาจจะต้องช่วงที่เศร้า ๆ หน่อย

ตั้ม :  ผมมองว่าเป็นเพลงฟังสบาย จังหวะไม่ได้เร็วไม่ได้ช้า ฟังตอนขับรถคงจะเพลิน 

ในฐานะที่พวกคุณคุยกับ The Cloud เป็นที่แรก ขอ 1 เรื่องเข้าใจผิดที่อยากแก้ข่าว

สบาย : แรก ๆ เวลาคนบอกว่าหนูเป็นกะเทย หนูก็หงุดหงิด แต่หลัง ๆ นี้เขามาถามว่าเป็นผู้หญิงหรือกะเทย หนูก็ตอบไปเลยว่าเป็นชายแท้ที่ไว้ผมยาว แล้วก็ชอบแต่งหน้าเหมือนแดร็กควีน หนูรำคาญ (หัวเราะ)

ตั้ม : แต่เป็นกะเทยก็ได้ น่ารักดีนะ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load