7 กุมภาพันธ์ 2561
199 K

‘อันนั้นก็ดี อันนี้ก็น่ารัก’

เราสงสัยว่าคนในคลิปเขาจะรู้ตัวไหมน้า ว่าความน่ารักของเสื้อผ้า หน้าผม สิ่งละอันพันละน้อย ที่เธอชี้ชวนให้เราดูนั้น มันน่ารักขึ้นมาหลายระดับทันทีที่เธอพูด น้ำเสียงที่เธอใช้ ท่าทางที่เปลี่ยนไปจากที่เราเคยจำได้ ทำให้หญิงสาวคนนี้กลายเป็นที่รักของชาวโซเชียลในชั่วข้ามคืน

วันนี้เรามีนัดจิบน้ำชายามบ่ายกับ พี่ขวัญ-สู่ขวัญ บูลกุล ที่ The St. Regis Bar

ฝนที่ตกตลอดทั้งเช้า ทำให้เราพลาดการเดินเที่ยวชมห้างร้านใกล้เคียงกับพี่ขวัญ แบบที่เราดูในรายการ Celeb Blog รายการออนไลน์ที่พี่ขวัญทำร่วมกับนิตยสาร แพรว

ยอดผู้ชมนับล้าน คนไลก์และคนแชร์จำนวนมหาศาล ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่เรามาเจอกันในวันนี้

เราคุยกันเรื่องช้อปปิ้งกับคาถากลั้นใจสะกดเงินในกระเป๋า วาระที่พี่ขวัญกลายเป็นไอดอลของหนุ่มสาวทุกวัย ชีวิตอีกมุมที่ยิ่งทำให้พี่ขวัญเป็นผู้หญิงในอุดมคติมากขึ้น มากขึ้น เข้าไปอีก

อย่าเสียเวลาเลยค่ะ เชิญทุกคนมาล้อมวง สนทนาและจิบน้ำชายามบ่ายนี้ด้วยกัน ระหว่างนี้ขอเสิร์ฟบอสตันล็อบสเตอร์ต้มยำในขนมปัง พัฟมูสตับเป็ด นอร์วีเจียนแซลมอนมัสตาร์ดน้ำผึ้ง ชิลี่ช็อกโกแลตทาร์ต คาโนลี่ส้ม เค้กฮาเซลนัท ไปด้วย

นั่นไง พี่ขวัญเดินมานู่นแล้ว

สู่ขวัญ บูลกุล

ภาพจำในรายการ Celeb Blog พี่ขวัญจะมาพร้อมวลีว่า ‘ของมันต้องมี’ ในความเป็นจริง ทุกอย่างมันเป็น ‘ของมันต้องมี’ ขนาดนั้นเลยเหรอ

จริงๆ พี่ขวัญยังคุยกับโยหรือน้ำหวาน คนตัดต่อรายการ อยู่เลยว่า คำว่า ‘ของมันต้องมี’ มาจากไหน น้ำหวานก็บอกว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่พี่ขวัญไปจตุจักร พี่ขวัญก็พูดว่า “ของมันต้องมี” ขึ้นมาจริงๆ เขาเลยจำวลีนี้และตัดต่อใส่ไปเรื่อยๆ แต่จริงๆ มันไม่ใช่คำพูดติดปากพี่ขวัญเลย ถ้าลองกลับไปดูจะเห็นว่าพี่ไม่ค่อยพูดนะ มีแค่ขึ้นแคปชัน แต่ในเมื่อตอนนี้ทุกคนจำว่า ‘ของมันต้องมี’ โดยสู่ขวัญ ถ้างั้นก็สู่ขวัญก็ได้

ลิปสติกที่ว่ามีร้อยแท่งคือร้อยแท่งจริงๆ

เกินร้อยแท่งค่ะ วันก่อนพี่ขวัญเพิ่งทำ live เรื่องนี้ไป

ต้องเล่าก่อนว่าพี่ขวัญเป็นคนโบราณ ไม่ค่อยรู้เรื่องโลกออนไลน์เท่าไหร่ สิ่งเดียวที่มีและแอ็กทีฟคือ Instagram

ตอนที่ทำรายการ เราไม่ได้คิดว่าจะมีคนดูมากมายขนาดนี้ ไม่คิดมาก่อนว่าทุกคนอยากจะมีลิปสติกสีเดียวกับพี่ขวัญ หรืออยากได้สิ่งที่พี่ขวัญคิดว่ามันน่ารัก แต่พอเรารู้ว่าสิ่งที่ทำส่งผลต่อคนอื่น เช่น เครื่องสำอางเคาน์เตอร์ขายหมด เราก็ตกใจ หรือเข้าไปอ่านคอมเมนต์น้องๆ ที่บอกว่า “เห็นมั้ยพี่ขวัญยังมีถึง 100 แท่งได้ เราก็ซื้อต่อไป” จริงๆ ถ้าเราไม่ลำบาก การช้อปปิ้งเป็นเรื่องสนุกของผู้หญิง เพราะบางอย่างไม่ได้มีราคาแพงมาก แต่มันแพงแน่ๆ สำหรับเด็กที่ยังไม่ได้มีงานทำ หรือเพิ่งเริ่มต้นทำงาน

พี่ขวัญจึงขอทีมงานทำ live เพื่อบอกทุกคนว่าที่มาของลิปสติกหลายร้อยแท่งมาจากแบรนด์ต่างๆ ส่งมาให้ใช้ รวมกับที่ตัวเองซื้อเองบ้าง และพี่ไม่ได้ซื้อของทุกอย่างที่เห็นในรายการ

แต่แฟนรายการทุกคนเข้าใจว่าพี่ขวัญซื้อทุกอย่าง

พี่ขวัญยังถามเพื่อนเลยว่าอะไรทำให้คนรู้สึกว่าพี่ซื้อของทุกชิ้น อาจจะเป็นเพราะคลิปที่ไปร้านพี่เป็ด เป็นร้านวินเทจ แล้วพี่พูดว่า อันนี้เราเอา อันนี้เก็บนะ อันนี้ของพี่ขวัญ อันนั้นซื้อจริง เพราะว่าการหาชุดไปงานเลี้ยงของผู้ใหญ่ซึ่งชอบจัดธีม Gatsby (การแต่งตัวสไตล์วินเทจยุค 1920) เป็นปัญหาระดับชาติของพี่ขวัญเหมือนกัน หรืออย่างคลิปที่ไปเซ็นทรัล ชิดลม เขาให้บัตรกำนัลมาซื้อของแจกผู้ชมเป็นของขวัญปีใหม่ คนก็อาจจะเข้าใจว่าพี่ขวัญซื้อของทุกอย่าง

ในชีวิตจริงพี่ขวัญไม่ได้ซื้อทุกอย่างที่อยากได้ พี่ขวัญคิดว่าเราก็ไม่ควรใช้เงินแบบนั้น พี่เลยรู้สึกว่าข้อดีของการทำออนไลน์คือความคล่องตัวมันสูง เมื่อรายการออกอากาศไปแล้ว มีกระแสตอบรับที่ทำให้เข้าใจผิด เราก็พยายามสื่อสารอธิบายสิ่งที่อยากให้เข้าใจได้ อย่างเช่นเรื่องลิปสติกและการช้อปปิ้งของพี่

ความสุขของการช้อปปิ้งไม่ใช่การได้มานะ พี่ขวัญเชื่อว่าทุกคนไม่ได้ซื้อทุกอย่างที่อยากได้หรอก ความสนุกมันอยู่ที่การเดินดูของ บางอย่างมันอาจจะน่ารัก แต่ไม่รู้จะใส่ไปไหน น่ารัก แต่ไม่เหมาะกับเรา น่ารัก แต่มันแพงเกินไป เหมือนพาไปดูของมากกว่าที่จะบอกว่าซื้อสิ อันนี้ดีนะซื้อเลย

ขอกลับมาที่เรื่องลิปสติกอีกนิดหนึ่งค่ะ คุณโชค (สามี) เข้าใจมั้ยคะว่าสีแดงนี้ต่างกับสีแดงนั้นยังไง สงสัยมั้ยว่าทำไมพี่ขวัญต้องมีลิปสติกหลายแท่ง

ไม่เลย เขาดูไม่ออก พี่เลิกอธิบายไปแล้วเพราะรู้ธรรมชาติของเขา แต่เขาก็จะถามพี่ว่า เขารู้ว่าพี่ช้อปปิ้งจนเสื้อผ้าล้นห้องไปหมด แต่ทำไมพี่ขวัญชอบใส่เสื้อผ้าเดิมๆ

‘เดิมที่ไหนคะ ใหม่ตลอดเลย นี่พี่แยกไม่ออกหรอคะเนี่ย นี่เราอุตส่าห์ซื้อไปขนาดนี้พี่แยกไม่ออกเลยหรอคะ’

ขนาดเสื้อผ้ายังแยกไม่ออกเลย พี่ขวัญเลยไม่หวังอะไรกับการแยกสีลิปสติก เขาแยกไม่ออกหรอกค่ะ มีแต่เราเท่านั้นที่เป็นพันธุ์พิเศษ เราแยกสีออกค่ะ พวกนั้นเขาอาจจะไม่ได้พัฒนาเต็มที่เหมือนเรา

สู่ขวัญ บูลกุล สู่ขวัญ บูลกุล

พี่ขวัญมีคำแนะนำเรื่องงบประมาณช้อปปิ้งในแต่ละเดือนมั้ยคะ พวกเราค่อนข้างควบคุมไม่อยู่

พี่ขวัญว่าเราพิจารณาจากข้อผูกมัดในชีวิตความจำเป็นของชีวิตดีกว่า ความฟุ่มเฟือยไม่ใช่สิ่งที่ดีอยู่แล้ว ถ้าเงินมันซื้อความสุขได้ก็ซื้อ แต่ถ้าซื้อแล้วมันเป็นทุกข์ในชีวิต เป็นภาระในชีวิตทำให้ตัวเองเดือดร้อน หรือทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็อย่าทำ

อย่างที่บอกเราไม่คิดว่าคนจะมาอยากได้สิ่งที่เรามีขนาดนี้ เราน่ะสี่สิบกว่าแล้ว ก็เข้าใจว่าช่วงอายุของคนที่ติดตามรายการก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน นั่นคือมีหน้าที่การงานและมีกำลังซื้อพอสมควร แต่เมื่อพบว่ามีเด็กๆ ติดตามรายการด้วย พี่ขวัญก็รู้สึกเป็นห่วง

เป็นห่วงว่า…

พี่ขวัญไม่อยากจะเป็นต้นแบบว่าเราซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า

ถ้าคุณมีเงินเดือน 12,000 บาท มีรายจ่าย ได้แก่ ค่าโทรศัพท์มือถือ ค่ากิน ค่าอยู่ มันก็แทบจะไม่เหลือเก็บอยู่แล้วนะคะ เพราะฉะนั้น ช้อปปิ้งแทบไม่ได้เลย อาจจะได้เสื้อเชิ้ตสักตัวหนึ่งหรืออะไรที่เราจะใส่ไปที่ทำงาน เราอาจจะต้องพิจารณาสถานภาพทางการเงินของเราว่าอยู่ประมาณไหน ภาระที่เราจะต้องรับผิดชอบเป็นยังไง

วิถีช้อปปิ้งอย่างแหลกลาญนั้นมีอยู่ วิธีการก็คือ ถ้าเรียนหนังสืออยู่ ขอให้ตั้งใจเรียนอย่างดีที่สุด ถ้าเริ่มต้นทำงาน ก็ขอให้ทุ่มเท ขยัน อดทน ขวนขวายให้มากที่สุด ช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป เราควรทำงานชนิดที่ไม่มีเวลาว่างไปช้อปปิ้ง นี่คือวิถีชีวิตที่ถูกต้อง และเมื่ออายุ 35 ทุกอย่างจะเหมาะสมและถูกต้องแก่การจับจ่าย แล้วเมื่อวันนั้นมาถึงคุณจะช้อปปิ้งสนุกมากที่สุด เทียบไม่ได้กับวันนี้ที่ต้องคิดแล้วคิดอีกหากจะซื้อของสักชิ้น

ทำงานชนิดที่ไม่มีเวลาไปช้อปปิ้งของพี่ขวัญเป็นยังไง

สมัยเริ่มทำงานที่เนชั่น พี่ต้องใช้กระเป๋าใบใหญ่เพราะในนั้นมีทั้งหนังสือพิมพ์ มีหนังสือ มีทุกอย่าง ช่วงนั้นพี่ไม่หยุดอ่าน ฟัง และรับรู้ข้อมูลเลย เพราะงานนักข่าวสายเศรษฐกิจที่พี่เริ่มต้น พี่ไม่ได้เริ่มต้นจาก 0 แต่พี่ติดลบที่ 100 กว่าที่พี่มาถึงจุดที่ 0 และไต่ระดับขึ้นไป พี่ต้องทำงานกับตัวเองหนักมาก ตอนทำงานอย่าว่าแต่ช้อปปิ้งเลย มันไม่ว่างจริงๆ จากที่เคยกินข้าวกับเพื่อนทุกวันศุกร์ ลืมเรื่องนั้นไปได้เลย เพราะทำงานตลอดเวลาจริงๆ

ในความรู้สึกพี่งานเรามันยากมาก เราไม่สามารถที่จะคิดว่า ‘เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน’ ได้เลย เพราะพรุ่งนี้เราสัมภาษณ์ CEO ธนาคาร เราจะไปแบบไม่รู้อะไรเลยในหัว เราจะถามคำถามท่านว่าอะไร มันก็ต้องอ่านทุกอย่างใหม่หมด

พี่ขวัญมีความเชื่ออย่างหนึ่งที่เชื่อเสมอนะ และเจอใครพี่ขวัญก็จะบอกตลอด ว่าช่วงตั้งต้นของชีวิตจงทำงานให้หนัก ถ้ามันจะต้องอดหลับอดนอนบ้าง ธรรมชาติเขาใจดีกับเรา อนุโลมให้เราหามรุ่งหามค่ำได้โดยที่ร่างกายโอเค และแม้สังคมจะเปลี่ยนไป เด็กๆ อยากได้เงินเยอะๆ ไม่อยากทำงานที่หนักและได้เงินเดือนน้อยๆ ในยุคสมัยพี่ขวัญไม่ใช่แบบนี้ ไม่มีใครทำงานรวยในช่วงอายุยี่สิบปีกว่าๆ แต่เป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตจริงๆ สำคัญมากนะ เพราะวันหนึ่งที่คุณพร้อมทุกอย่าง เราทุ่มเทกับมัน เราขยัน เราพยายาม เราอดทน พอถึงจุดหนึ่งชีวิตเปลี่ยนไป มันตอบแทนอะไรเรามากกว่าเรื่องของเงิน

และเมื่อจะซื้อของสักชิ้น พี่ขวัญจะ…

ถ้าพี่อยากจะซื้อของบ้าๆ บอๆ แพงๆ ต้องเป็นเงินของพี่ขวัญเองเท่านั้น สามีจะดูแลจ่ายค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนลูก ค่ากินอยู่ สิ่งนั้นเป็นสิ่งจำเป็น พี่ยินดีถ้าเขาจะเป็นคนออกค่าใช้จ่าย แต่ถ้าพี่อยากได้อะไรบ้าบอพี่จะไม่ใช้เงินสามีเลย เพราะพี่รู้ว่าเขาทำงานหนักและสิ่งที่เขาทำมันไม่ใช่ธุรกิจที่มีส่วนต่างกำไรมหาศาล แต่เป็นงานที่เขาทำเพราะรัก เพราะผูกพัน และคือความภาคภูมิใจ ทำเพราะอยากให้รู้ว่าเกษตรกรไทยอยู่รอดในสังคมโลกได้ เพราะฉะนั้น พี่จะไม่ใช้เงินเขาซื้อของราคาแพงที่พี่อยากได้

สู่ขวัญ บูลกุล สู่ขวัญ บูลกุล

เวลาเดินดูของพี่ขวัญมักจะโดนดึงดูดหรือพ่ายแพ้ให้กับของแบบไหน

ไม่มีของที่ดึงดูดเป็นพิเศษชนิดที่กลับบ้านไปแล้วนอนไม่หลับนะ เราผ่านการช้อปปิ้งมายาวนานแล้ว ถ้าคำถามนี้เกิดขึ้นในช่วงเด็กพี่คงตอบได้ อ๋อ โอเค พี่รู้แล้ว ก่อนหน้านี้พี่เป็นคนที่ช้อปปิ้งแบบซื้อๆๆๆ ซื้อจนมีกางเกงซ้ำกัน มีเสื้อซ้ำกัน มีเครื่องสำอางซ้ำ จนถึงจุดหนึ่งเราพบว่าห้องเสื้อผ้าจะถล่มแล้ว และพี่ขวัญไปเจอหนังสือ ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว เราก็เริ่มตัดสินใจเคลียร์ของ

แล้วพี่ขวัญกล้าทิ้งจริงๆ หรอคะ

อย่าใช้คำว่าทิ้ง เพราะไม่เคยทิ้งอะไรเลย พี่ขวัญเอาไปบริจาค ความรู้สึกเปลี่ยนเลยนะ บางอย่างเรารักของเราแล้วเราไม่อยากทิ้งและมันยังดูดี และถ้าเปลี่ยนจากคำว่าทิ้งมาเป็นคำว่าบริจาคให้แก่คนที่เขาไม่มี เราจะสามารถดึงมันออกจากราวแล้วกองได้ทันที

อันนี้เป็นคำที่มาจากหนังสือ หรือเป็นความคิดพี่ขวัญเองคะ

เป็นความรู้สึกพี่เอง พี่ก็จะแยกเป็นกอง จะมีกองที่บริจาคไปยังที่ต่างๆ ง่ายๆ อย่างเช่นพวกเสื้อยืดกางเกงขาสั้น กางเกงยีนส์ กางเกงยืดๆ ใส่สบายที่เรามีความรู้สึกว่ามันเหมาะสำหรับสถานที่นั้นๆ ส่วนชุดราตรีก็จะไว้อีกกองหนึ่ง แต่ทุกอย่างไม่มีคำว่าทิ้งค่ะ พี่ขวัญเอามาให้น้องที่ออฟฟิศเลือกหยิบแล้วให้เขาบริจาคตามกำลังศรัทธา

สิ่งที่ดีมันไม่ใช่แค่ตู้โล่ง หลังจากที่เราจัดตู้เสื้อผ้าเราแล้ว เราจะเริ่มเห็นว่าเรามีอะไร เรามีกางเกงสีดำมากพอที่จะใส่ไปจนตาย มีทุกแบบ จะห้าส่วน หกส่วน ยาว บาน ลีบ สกินนี่ เอวสูง เอวต่ำ ซิปหน้า ซิปหนัง กำมะหยี่ ผ้าไหม ผ้าลินิน สีดำไม่ต้องซื้อแล้วเนอะ จนกว่าจะแก่ตายกันไป ต่อมาที่สีขาว ทำไมซื้อกางเกงลินินสีขาวมากขนาดนี้ ไม่ต้องซื้อแล้วนะ สีน้ำเงินซื้อทำไมเยอะมาก เคยใส่มั้ยกางเกงสีน้ำเงิน ไม่ค่อยใส่เลย หยุดซื้อได้แล้วนะ ชัดเจนมากขึ้น

สรุปแล้วพี่ขวัญเคลียร์เสื้อผ้าในตู้ไปเท่าไหร่คะ

30% ค่ะ

เหลือ 30% เหรอคะ

เคลียร์ออกไป 30% ค่ะ

พี่ขวัญเคยบอกว่าการเลือกซื้อของบอกคาแรกเตอร์บางอย่างของคนได้ อย่างนี้เราควรไปเดตกันที่ร้านเสื้อผ้าไหม

จริงๆ เขาแต่งตัวมายังไงก็รู้แล้วนะ ไม่ต้องไปถึงห้างหรอก

สู่ขวัญ บูลกุล สู่ขวัญ บูลกุล

แล้วถ้าเขาเป็นคนดีทุกอย่าง แต่สไตล์การแต่งตัวเข้ากันไม่ได้จริงๆ จะทำยังไง

ถ้าคนสองคนคบกัน สิ่งสำคัญคือความรักความเข้าใจ เรื่องอื่นอย่าเอามาเป็นประเด็นใหญ่

‘คนนี้น่ารักมากเลยนะ ดีทุกอย่าง แต่แต่งตัวเชย’ คุณคะ คุณหาคนดีๆ แบบนี้ยาก เสื้อผ้าค่อยๆ เปลี่ยนได้ อย่าลืมว่าความรักคือการให้เกียรติกันและกัน ถ้าเราไม่ชอบสไตล์เขา ไม่ชอบทรงผมเขา ทำไมใช้รองเท้าแบบนี้ เหล่านี้เป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ตอนเราอายุน้อยกว่านี้เราก็ไม่ได้แต่งตัวแบบนี้จริงมั้ย สไตล์และเครื่องประดับภายนอกมันเปลี่ยนกันได้ ถ้าเจอคนที่ดีจงรักษาเขาไว้ อย่าเอาแต่ใจ

อย่างคลิปรายการ Celeb Blog ของพี่ขวัญที่กำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ขณะนี้ มีที่มาที่ไปยังไง

จริงๆ แล้วเป็นความตั้งใจลึกๆ ของพี่ขวัญว่าถ้าหนังสือหรือสิ่งพิมพ์มาขอความร่วมมือใดๆ จากพี่ พี่ยินดีจะทำให้ เพราะเราโตมาในยุคหนังสือ นิตยสาร สิ่งพิมพ์ เฟื่องฟู และในปัจจุบันที่สิ่งเหล่านี้กำลังจะค่อยๆ หายไปตามกาลเวลา สังคมเปลี่ยน เครื่องมือและวิธีการสื่อสารเปลี่ยนไป พี่ก็รู้ว่าพี่คงช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่หากเราช่วยอะไรได้เราก็จะทำ แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่ง พอดีกับที่แพรวออนไลน์มาชวนพี่ขวัญเขียนคอลัมน์ ตอนนั้นโจทย์แรกเป็นเรื่อง Beauty ซึ่งพี่ก็บอกทีมงานว่าไม่ถนัดมากพอจะให้คำแนะนำใครได้ จึงกลายมาเป็นคอลัมน์ที่จะมีโจทย์แต่ละตอนให้พี่ขวัญตอบ เช่น การจัดตู้เสื้อผ้า ทฤษฎีเลือกเสื้อยืดสีขาว เป็นต้น

ระหว่างที่เขียนคอลัมน์ เอ๋ ทีมงาน จะติดต่อขอนัดถ่ายคลิปสั้นๆ เพื่อเป็นตัวอย่างแนะนำบทความตอนต่อไป พี่ขวัญก็แอบรู้สึกว่าเราทำอะไรมากกว่านี้ได้ไหมที่จะสนุกขึ้น ก็เลยชวนทีมงานออกไปถ่ายคลิปกันที่ห้าง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นที่เอ็มโพเรียม ก่อนจะไปตลาดนัดจัตุจักร ยิ่งทำคลิปก็ยิ่งสนุก เพราะทีมงานก็ปล่อยให้พี่ขวัญทำสิ่งที่อยากทำ ซึ่งก็ยิ่งทำให้พี่ขวัญมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งนี้อย่างแรง เราไปตามหาจริงๆ สงสัยจริงๆ อยากได้จริงๆ อย่างที่บอกไปเมื่อตอนต้นว่าเราก็ไม่คิดมาก่อนว่าคนจะชอบดูพวกเราช้อปปิ้งขนาดนี้

สี่งที่รายการนี้ตั้งใจจะบอกคนดูก็คือ

จริงๆ ไม่ได้ต้องการอะไรจากสิ่งนี้เลย ไม่ได้ต้องการให้มีคนติดตามมาก แค่ทำแล้วมันสนุกดี คนดูดูแล้วอาจจะรู้สึกเพลินๆ ขำๆ อาจจะต่อยอดหรือว่าสร้างแรงบันดาลใจแก่คนที่ดูอยู่ได้ บางคนอาจจะกำลังตามหาลิปสติกอยู่พอดี ไหนไปลองสีแบบพี่ขวัญซิ เหมือนเพื่อนหญิงปรึกษากันมากกว่า เบื่อปากสีนู้ดแล้วควรจะแดงไหนดีนะ พี่ก็หวังแค่นี้

แต่หากสิ่งนี้กำลังส่งผลต่อคน ทำให้เขารู้สึกต้องซื้อหาตามพี่ขวัญ พี่ก็ต้องระวังมากขึ้น ทั้งอธิบายและแนะนำ

ที่มาของทุกสรรพสิ่งล้วนน่ารัก

มาจากน้ำหวานแหละ นอกจากถ่ายแล้วยังเป็นคนตัดต่อด้วย น้ำหวานเล่าว่าต้องดูฟุตเทจก่อนตัดอย่างน้อย 5 รอบเพื่อดูว่าพี่พูดว่าอะไรบ้าง และเจอจักรวาลคำว่าน่ารักเต็มไปหมด พี่ไม่รู้ตัวว่าพี่เป็นคนชอบพูดคำว่าน่ารัก เลยเป็นที่มาของทุกสรรพสิ่งล้วนน่ารัก วลีคำว่า ‘ของมันต้องมี’ ก็เหมือนกัน เกิดจากน้ำหวานใส่แคปชันลงไปในรายการ

สู่ขวัญ บูลกุล สู่ขวัญ บูลกุล

ถ้ารายการนี้มีพี่ขวัญเวอร์ชันผู้ชาย ผู้ชายคนนั้นจะเป็นใคร และเขาจะพาไปดูอะไร

พี่คนนั้นมีในใจแล้ว แต่ขออุบไว้ก่อนได้มั้ย

คิดยังไงเวลาคนมาชื่นชมพี่ขวัญ และยกให้เป็นไอดอล

พี่ไม่ได้ดีกว่าคนอื่นหรอก พี่ก็เหมือนทุกคน พี่เกิดมาพร้อมกับการไม่มีพรสวรรค์ใดๆ เลย เป็นเด็กไม่มีความมั่นใจในตัวเอง เป็นเด็กที่ธรรมดาที่สุดในโลกคนหนึ่ง พี่รู้แค่ว่าพี่ไม่เก่ง ดังนั้น พี่ต้องพยายาม

พี่ขวัญบอกเด็กๆ เสมอว่า การที่เรามีความรู้สึกแปลกแยกเล็กๆ ว่าไม่มีความฝันจะเป็นหมอ ทนาย สถาปนิก นักออกแบบ หรือมีเป้าหมายชัดเจนเหมือนคนอื่น แล้วสงสัยว่าเราหลักลอยหรือเปล่า พี่ขวัญอยากบอกว่า อย่ารู้สึกตกใจ มันไม่ใช่เรื่องแปลก พี่ขวัญก็เป็นหนึ่งในนั้น ไม่แปลก และก็ไม่ผิด แต่ขอแค่ว่าจงทุ่มกับสิ่งตรงให้ถึงที่สุด ชนิดที่ว่าเมื่อมองย้อนกลับมาจะต้องไม่มีคำว่าเสียดาย เช่น ตอน ม.5 ฉันน่าจะตั้งใจเรียน หรือตอน ม.6 ฉันน่าจะเลือกเรียนคณะนี้ แต่ทำให้ดีที่สุดในทุกๆ วัน แค่นั้นเอง

มันน่าตื่นเต้นดีนะ ที่จะลองดูกันว่าผลจากการทำสิ่งนี้อย่างดีที่สุดนั้นจะพาเราไปถึงจุดไหน

จนถึงวันนี้ พี่ขวัญยังมีสิ่งที่อยากทำมากๆ อยู่มั้ยคะ

มีนะ แม้จะผ่านมานานแล้วพี่ขวัญก็ยังอยากไปสมัครทำงานเป็นผู้ช่วยนักโบราณคดี แผนกขุดปัดโบราณสถาน โบราณวัตถุ อยู่เลย เป็นความฝันวัยเด็กที่อยากเลือกเรียนโบราณคดีมาก จริงๆ พ่อก็ไม่ได้ห้าม แต่ท่านชวนให้คิดถึงอนาคต ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอาชีพที่ทำมาหากินเลี้ยงตัวเองได้ ท่านจะสอนเสมอว่าต่อให้เป็นผู้หญิงก็ต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้

กับบทบาทแม่ พี่ขวัญเป็นแม่แบบไหน

ถ้าเป็นเรื่องเรียน พี่ให้ความสำคัญกับคอมเมนต์จากครูมากกว่าผลการเรียนของปราบ (ลูกชาย) ถ้าครูบอกว่าปราบไม่ส่งการบ้าน อันนี้พี่จะต้องเรียกมาคุยกันยาวว่าทำไมไม่รับผิดชอบ แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆ ตราบใดที่เรารู้สึกว่าลูกเรามีเหตุมีผล มีความคิดเป็นระบบ ปัญหาต่างๆ ก็จะผ่านไป เพียงรอให้เขาโตพอหรือมีประสบการณ์ชีวิตมากพอ แล้วเราค่อยๆ แนะนำเขา

สู่ขวัญ บูลกุล สู่ขวัญ บูลกุล

พี่ขวัญอยากให้ลูกชายจดจำพี่ขวัญในแบบไหน

จดจำว่าแม่ไม่ใช่คนเก่ง แต่แม่เป็นคนที่พยายาม ปราบชอบบอกว่าเขาไม่เก่ง พี่ก็จะบอกว่า ไม่เป็นไร ขอให้ปราบรู้ว่าปราบพยายามถึงที่สุดแล้ว แม่โอเค ตอนแม่เด็กๆ แม่ก็สอบตก แม่ไม่ใช่คนเก่ง แต่ที่แม่มีทุกอย่างวันนี้ แม่แค่พยายามทำทุกอย่างในมือให้ถึงที่สุด ทำให้สุดความสามารถ

พี่ไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่าทุกคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเป็นคนเก่ง แต่เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้มากกว่า

ถ้าลูกชายมีของที่อยากได้มากๆ แล้วบอกพี่ขวัญว่า “ของมันต้องมี” พี่ขวัญจะบอกลูกว่ายังไง

ด้วยความเป็นอยู่และสภาพแวดล้อมรอบตัว เขาพอจะรู้ว่าที่บ้านสามารถซื้อหาสิ่งที่เขาอยากได้ได้ แต่มันคงจะไม่เหมาะสมที่เด็กอายุ 12 ขวบซื้อของราคาแพง เขาเข้าใจนะ เพราะเราเลี้ยงเขาในฟาร์ม เขาจะสนิทกับพี่ๆ ที่ทำงานในฟาร์ม ได้เห็นว่าทุกคนต้องทำงานตั้งแต่เช้าถึงเย็น และได้รับค่าจ้างขั้นต่ำรายวันเท่าไหร่ รองเท้าราคา 6,000 บาท เท่ากับรายได้เกือบทั้งเดือนของพี่ๆ ซึ่งมีภรรยา ลูก และพ่อแม่ ที่ต้องดูแล

พี่ก็บอกว่า แม่จะซื้อรองเท้าเตะบอลคู่นั้นให้ปราบ ถ้าปราบเป็นนักฟุตบอลที่ซ้อมทุกวันเพื่อไปแข่ง แต่ถ้าปราบมีไว้ใช้เตะฟุตบอลเล่นๆ หลังบ้านสัปดาห์ละครั้ง แม่ไม่ซื้อให้

ยิ่งคุยยิ่งเห็นความอุดมคติจากพี่ขวัญ

จริงๆ ตอนนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พี่ตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง วันที่เรารู้แล้วว่าอะไรคือความสุขของชีวิต เราต้องการใช้ชีวิตอย่างไร นั่นก็คือ ชีวิตที่ไม่ยึดติดกับชื่อเสียง ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข และการได้รู้ว่าตัวเองพอจะเป็นประโยชน์ ก็ทำให้เรารู้สึกมีค่า พี่ไม่ได้คิดว่าจะมีคนสนใจพี่ขนาดนี้ แต่ถ้าการที่พี่อยู่ในจุดนี้แล้วพี่สามารถเป็นประโยชน์ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ใครได้ พี่ก็จะอยู่

สู่ขวัญ บูลกุล

ขอขอบคุณสถานที่: The St. Regis Bar
The St. Regis Bangkok
www.stregisbangkok.com

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

หากพูดถึงยูทูบเบอร์เกาหลีในประเทศไทย Kyutae Oppa น่าจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่ใครต่อใครนึกถึง

หลายคนอาจคุ้นหูชื่อนี้จากการขึ้นอันดับ 1 บนเทรนด์ทวิตเตอร์ ทั้งที่จริง ๆ คิวเทคือยูทูบเบอร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในวงการ เส้นทางชีวิตของเขาอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่มีคุณค่าและน่าสนใจมากมาย ที่แน่ ๆ มันมีอะไรมากกว่าแค่ข่าวร้ายช่วงต้นปีอย่างแน่นอน

ซิม คิวเท เจ้าของช่อง Kyutae Oppa ลืมตาและเริ่มเรียนรู้โลกที่จังหวัดชลบุรี แม้จะมีพ่อกับแม่เป็นคนเกาหลีแท้ ๆ จานโปรดที่ช่วยให้เขาเติบใหญ่กลับไม่ใช่กิมจิ แต่เป็นส้มตำไก่ย่าง 

เรียกว่าถึงจะมีสายเลือดแดนโสม แต่หัวใจก็เป็นไทยเต็มดวง

หนุ่มคิ้วเข้มนิยามตัวเองในวัยเด็กว่าเป็นคนขี้อาย การอกหักจากรักแรกตอนมัธยมเหมือนเป็นการสับสวิตช์ เปลี่ยนเด็กเก็บตัวให้กลายเป็นวัยรุ่นที่ทั้งรั่ว กล้า และบ้าบิ่น ช่องยูทูบ Kyutae Oppa หรือที่ก่อนหน้าใช้ชื่อ Kyutae TV ถือกำเนิดขึ้นในตอนนั้น

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

บุคลิกที่ขี้เล่น จริงใจ กล้าทำทุกอย่างที่ขวางหน้า ส่งให้ช่องของเขาพุ่งทะยานจนมีคนติดตามกว่า 8 ล้านใน 5 ปี เขาจริงจังกับเส้นทางนี้ถึงขั้นลาออกจากมหาวิทยาลัย หลังจากที่เรียนไปได้เพียง 3 เดือน

อาจเพราะความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา หลายคนจึงไม่รู้ว่า ซิม คิวเท เพิ่งจะมีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้บ่งชี้ว่าประสบการณ์ของเขาน้อยไปกว่าใคร และอันที่จริง เขาน่าจะผ่านอะไรมามากกว่าคนที่แก่กว่าเขาไปแล้วด้วยซ้ำ

หลังปล่อยคลิปอธิบายความขัดแย้งระหว่างตนเองและทีมงาน สื่อแทบทุกสำนักก็ต่อคิวขอสัมภาษณ์จนเขาแทบไม่มีเวลาพักหายใจ เราจึงรู้สึกพิเศษไม่น้อยที่คิวเทเลือกเทคิวมาพูดคุยกับ The Cloud ในวันนี้

ขณะนั่งรอการมาถึงของโอปป้า เราได้แต่คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าหนุ่มอารมณ์ดีที่เราเห็นในช่อง หลังกล้องจะเป็นคนแบบไหน จะยิ้มแย้มบ้าบอแบบในคลิป หรือจะสุขุมนุ่มลึกเข้าถึงยาก

หนุ่มเกาหลีหัวใจไทยไม่ทิ้งให้สงสัยนาน ทันทีที่ได้เจอ คิวเทส่งยิ้มล้นปรี่ไม่ต่างจากที่เห็นในโซเชียลมีเดีย ความสนุกสนานในยูทูบเป็นอย่างไร ชีวิตจริงเขาก็เป็นแบบนั้น

อย่างไรก็ดี เมื่อการสนทนาเริ่มต้น เราจึงค่อย ๆ สัมผัสได้ถึงตัวตนความเป็นมนุษย์ของเขาทีละเล็กละน้อย เป็นชีวิตที่ไม่ได้มีเพียงมุมที่ยิ้มอิ่มสุข หากยังมีด้านที่จริงจัง ทุกข์ ไปจนถึงโศกเศร้า 

เขาเล่าทั้งหมดให้ฟังแบบตรงไปตรงมา 

ตรงหน้าของเราคือมนุษย์ที่จริงใจที่สุดคนหนึ่ง และคงถึงเวลาอันสมควรที่ทุกคนจะได้สัมผัสความจริงใจของยูทูบเบอร์วัยยังไม่เบญจเพสคนนี้

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

กิมจิไม่ค่อย ขอส้มตำดีกว่า

ชื่อ ‘ซิม คิวเท’ ของคุณ ที่แปลว่า คนที่ห่วงใยประเทศไทย มีที่มาจากอะไร

พ่อแม่ผมเป็นคนเกาหลี แต่ผมเกิดที่นี่ เมดอินไทยแลนด์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนผมเกิด คุณปู่บินจากเกาหลีมาไทย เขาบอกพ่อกับแม่ว่า ไหน ๆ จะมาตั้งหลักที่ไทยอยู่แล้ว ลูกก็เกิดที่ไทยด้วย ก็อยากให้ตั้งชื่อที่เกี่ยวกับประเทศไทยหน่อย คุณปู่เสนอว่าให้ชื่อห่วงใยประเทศไทยดีมั้ย แต่ละพยางค์ในภาษาเกาหลีมีความหมายอยู่แล้ว ชื่อคิวเทลงตัวพอดี ซิมคือชื่อตระกูล ‘คิว’ ย่อมาจากคำว่าเข้าใจ ส่วน ‘เท’ มาจาก ‘แทกุก’ ที่แปลว่าประเทศไทย ก็เลยเป็น ซิม คิวเท แต่เพื่อนเรียกกันไม่ค่อยถูกนะ คิวเทบ้าง ไคยิวเทบ้าง เรียกหยาบ ๆ ก็มี ผมเลยให้เพื่อนเรียก ‘ซิม’ แล้วกัน น่าจะเรียกง่าย จำง่ายกว่า

แล้วคุณห่วงใยประเทศไทยจริงมั้ย

จริง ๆ ก็เหมือนผมเป็นคนไทยนะ ทุกครั้งที่ไปเกาหลีจะอยากกลับมาไทยตลอด ที่นั่นไม่มีอะไรที่เราคุ้นชินเลย เหมือนไปเที่ยวต่างประเทศมากกว่า รู้สึกชัดเจนเลยว่าประเทศไทยคือบ้านของเรา ถามว่าห่วงใยมั้ยก็ต้องห่วงอยู่แล้ว เพราะว่านี่คือบ้าน

ถามจริง ประเทศนี้มีอะไรให้คุณหลงรัก

อย่างแรกก็เรื่องอาหาร ผมชอบกินอาหารรสจัด เผ็ด ๆ อร่อย ๆ อย่างกิมจิผมก็ไม่ค่อย ขอเลือกส้มตำดีกว่า กินมาตั้งแต่เด็กแล้ว

และที่ประทับใจที่สุดคือผู้คน ผมว่านิสัยคนไทยไม่เหมือนคนเกาหลีนะ คนไทยค่อนข้างใจเย็น ใจดีกว่า คนเกาหลีแอบดุ (หัวเราะ) ถ้าไม่รู้จักกันจะเหมือนมีกำแพงกั้นอยู่ พออยู่เกาหลีนาน ๆ ผมกลายเป็นอีกคนหนึ่งเลย เป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก เข้าไปเฮฮากับใครไม่ได้ แต่ที่ไทยเราได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่

หมายความว่าไม่มีความคิดจะไปใช้ชีวิตที่เกาหลีเลย

ปกติผมกลับเกาหลีปีละครั้งอยู่แล้ว แต่ไม่เคยคิดจะกลับไปใช้ชีวิตที่นั่นยาว ๆ เคยมีที่คิดเล่น ๆ ว่าอยากดังที่เกาหลีบ้างเหมือนกัน แต่คิดไปคิดมาก็รู้ตัวว่าวันนี้มีความสุขอยู่แล้ว ผมอยากประสบความสำเร็จในไทยให้สุดมากกว่า

หลายคนเรียกคุณว่าเกาหลีตัวปลอม บ้างก็แซวว่าคุณพูดภาษาไทยไม่ชัด เคยน้อยใจบ้างรึเปล่า

ไม่เลย ผมว่าเป็นอะไรที่ดี จริง ๆ แล้วหนึ่งในสี่ของคนที่ติดตามช่อง Kyutae Oppa ก็ไม่รู้นะว่าผมเป็นคนเกาหลี เขาคิดว่าผมเป็นคนไทยที่แกล้งเป็นเกาหลี แต่ผมไม่น้อยใจเพราะมันเป็นกิมมิกดี ให้คนงงว่าสรุปเป็นเกาหลีหรือไทยกันแน่ คนดูจะสงสัยว่าไอ้นี่เป็นใคร แล้วก็อาจจะไปค้นหา เข้าไปดูคลิปของเราต่อ

แต่ทุกวันนี้ภาษาไทยของผมก็เก่งขึ้นเยอะนะ 

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'
Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

อกหัก…จึงกล้าแสดงออก

จากเด็กที่อยากทำงานเบื้องหลัง ไม่ค่อยกล้าแสดงออกตอน ม.ปลาย เปลี่ยนแนวมาอยู่หน้ากล้อง ทำช่องยูทูบได้ยังไง

ผมอกหัก ด้วยความเป็นเด็กด้วยเลยรู้สึกอกหักอย่างแรง ตลกดีเหมือนกัน ตอนนั้นอยู่ที่สถานบันเทิงพอดี ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดอะไร จู่ ๆ ก็อยากขึ้นไปเต้น จากที่เศร้า ๆ พอเต้นแล้วรู้สึกลืมเรื่องอกหักไปเลย เหมือนได้เจอความสุขที่แท้จริง เห็นผู้คนมองขึ้นมาบนเวที โฟกัสที่เราคนเดียว หลังจากวันนั้น ผมก็ลองเป็นคนอีกแบบหนึ่งดู ลองยกมือขอขึ้นเวทีในงานโรงเรียนบ้าง ลองทำตัวเป็นรุ่นพี่ที่ร้องเพลงตามบันไดบ้าง (หัวเราะ) ก่อนหน้านั้นผมไม่กล้าเลยนะ กลัวมาก 

พอรู้ตัวว่ามีความสุขที่ได้แสดงออก ทีแรกผมอยากเป็นนักร้อง แต่ก็คิดว่าเป็นไม่ได้ เพราะขนาดคนที่ร้องเพลงอยู่ข้าง ๆ ยังร้องเพราะกว่าเราเลย โลกนี้มี 7 พันล้านคน ผมคงไปถึงจุดที่เป็นนักร้องไม่ได้ ก็เลยมองหาอะไรบางอย่างที่จะทำให้เรามีชื่อเสียง ก็ได้เจอยูทูบ เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ฟรี จะมาจากไหน อายุเท่าไหร่ ก็สร้างได้ ก็ลองทำดู ทำมาเรื่อย ๆ จนถึงวันนี้

พอจะจำได้มั้ยว่าคลิปแรกมีคนดูเท่าไหร่

โห คลิปหนึ่ง 40 – 50 วิวเอง ตอนนั้นคิดเยอะมากนะ ผมเริ่มทำช่วง ม.6 ทำแล้วคนก็ล้อ เพื่อนที่โรงเรียนก็ล้อว่าไอ้นี่เป็นอะไร เด็ก ๆ รุ่นน้องก็หัวเราะ คุณครูก็ดูถูก ออกแนวเป็นห่วงเพราะใกล้จะต้องเข้ามหาลัยแล้ว แต่ไอ้นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปมหาลัยไหน วัน ๆ ทำแต่คลิป

ยอดก็ไม่ได้ดี แถมมีคนดูถูกด้วย ทำไมคุณจึงยังทำต่อ

ก็โดนล้อโดนดูถูกไปแล้ว ผมขอทำต่อดีกว่า (หัวเราะ) 

แต่ผมไม่โกรธคนที่ล้อนะ เพราะผมก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง ผมยังไม่ดังจริง ๆ และคุณภาพของคลิปที่เราทำก็ตลกด้วย สมัยนั้นคนยังไม่เข้าใจว่าทำยูทูบเป็นยังไง แต่เราไม่สนใจ โอเค มีคนล้อ งั้นลองทำอีกคลิปแล้วกัน ลองหาดูว่าแบบไหนคนถึงจะชอบ ทำไปก็ยังไม่ดีหรอก แต่มันทำให้เรากลายเป็นรุ่นพี่ทำคลิปประจำโรงเรียน แม้จะมียอดติดตามไม่ถึงร้อยคนก็เถอะ

แต่พอโดนล้อมาก ๆ เข้า ผมก็เขินจนทนไม่ไหว ทำคนเดียวเหงาไปหน่อย เลยบอกเพื่อนว่ามาทำด้วยกันเถอะ คุณครูจะได้ดูถูกมึงด้วยไง (หัวเราะ) แก๊งผมมี 4 คน ก็มาช่วยออกในคลิป พอทำด้วยกันกับแก๊งเพื่อนก็เหมือนยูทูบเป็นกิจกรรมที่ได้มาสนุกกัน ตอนผมถ่ายจะมีรุ่นน้องในโรงเรียนมาดูตลอด เพราะสิ่งที่เราทำตลกมาก ผมเลยมีกำลังใจจะทำต่อไป

ใครสอนคุณทำยูทูบ

ศึกษาเองหมดเลย หลายคนทำเป็นอยู่แล้ว มันแอบคล้ายหลักการตลาดนิดหน่อย เราต้องหาอะไรที่แตกต่างในตลาดเดียวกัน ในยูทูบมีคอนเทนต์กินแล้ว เฮ้ย เกาหลีเต้นสายย่อ เกาหลีดูหนังผีไทยยังไม่มีนี่หว่า งั้นผมลองทำดีกว่า 

ส่วนการตัดต่อ ผมก็ต้องเรียนเหมือนกัน ความโชคดีอย่างหนึ่งคือผมเรียนโรงเรียนอินเตอร์ เลยสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ไม่รู้อะไรก็เสิร์ช ยุคนั้นคลิปสอนตัดต่อที่เป็นภาษาไทยยังไม่ค่อยมี แต่ภาษาอังกฤษมีทุกอย่างที่เราอยากเรียน ได้เข้าใจตั้งแต่ตอนนั้นว่า ถ้าผมอยากเรียนอะไรก็เรียนเองได้ ไม่ต้องมีอาจารย์คอยสอน

ช่อง ‘Kyutae Oppa’ เริ่มเป็นที่รู้จักตอนไหน

คลิปแรกที่ดังน่าจะเป็นเกาหลีดูหนังผีไทย เราอัดคลิปตัวเองดูหนังผี แล้วตัดเฉพาะรีแอคชันตอนตกใจ ปรากฏว่ามีคนดูดคลิปผมไปลงในเพจ คนแชร์เป็นหมื่นเลย ผมรีบทักไปหาเขาว่าใส่เครดิตให้หน่อยได้มั้ย ตอนนั้นไม่มีความรู้ ไม่รู้เลยว่าการที่เขาเอาคลิปเราไปลงดีหรือไม่ดี คิดแค่ว่า ขอบคุณครับพี่ที่เอาคลิปผมไปลง ไหน ๆ ก็เอาไปแล้ว ฝากแปะชื่อผมด้วยได้มั้ย (หัวเราะ) วันนั้นยอดติดตามผมขึ้นมา 2,000 – 3,000 แล้วไม่นานก็ขึ้นไปถึงหลักหมื่น

ทุกวันนี้ คลิปที่คุณนำเพลงไทยมาแปลงเนื้อเป็นภาษาเกาหลีได้รับความนิยมมาก ๆ เล่าแรงบันดาลใจของคลิปแนวนี้ให้ฟังหน่อย

ช่วงโควิดผมว่างมาก เลยลองหาเพลงดัง ๆ ตอนนั้นเพลง วาฬเกยตื้น ของ GUNGUN มาแรง เลยลองแปลเนื้อเพลงดู วันเดียวก็เสร็จ ผมก็ร้องแล้วลงยูทูบ โอ้โห คนดูเยอะมาก 10 – 20 ล้าน งั้นผมทำต่อดีกว่า แค่นั้นเลย 

การร้องเพลงลงยูทูบทำให้คุณเข้าใกล้ความฝันวัยเด็กที่อยากเป็นนักร้องมากขึ้นมั้ย

ทุกวันนี้ก็ยังอยากเป็นนักร้องนะ แต่พอทำยูทูบ ผมก็ไม่มีเวลาเข้าหาดนตรีเท่าไหร่ มีช่วงที่ลืมความอยากเป็นศิลปินไปเหมือนกัน รู้สึกว่าศิลปินเป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง ต้องทุ่มเท ต้องให้เวลามาก ๆ เดี๋ยวนี้มีแอบทำเพลงบ้างเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร ยังตั้งใจเต็มที่กับยูทูบเหมือนเดิม แต่กับอะไรที่จะตามมา ผมก็พยายามทำเรื่อย ๆ เพื่อให้วันหนึ่งมันสมบูรณ์

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

ถ้ารู้สึกเครียด ผมไม่ทำ

เคล็ดลับอะไรที่ทำให้ ‘Kyutae Oppa’ โดดเด่นกว่าช่องอื่น ๆ ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน

ผมขายตัวเองไว้ในนั้น เอาบางอย่างที่เป็นชีวิตจริงลงไปอยู่ในช่อง สิ่งที่ผมอยากเป็น การที่น้องสาวเป็นเด็กพิเศษ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่พบเจอ ผมก็เอาไปละลายในช่อง บางคนอาจจะมองว่านี่เป็นการขายวิญญาณ แต่ผมว่านี่คือวิถีชีวิต คือการนำเสนอตัวตนให้คนดูตามที่ตัวบุคคล วิธีนี้เป็นอะไรที่อยู่ได้นานที่สุด

แล้วบุคคลที่ชื่อ ซิม คิวเท น่าติดตามยังไง

ผมสัญญากับตัวเองว่า ตอนอยู่หน้ากล้องต้องสนุก พลังงานต้องเต็มร้อย จะเช็กก่อนทุกครั้งว่าเรามีเรื่องเครียดอะไรรึเปล่า ถ้ามี ผมจะไม่ถ่ายเลย ผมว่าเป็นการไม่ให้เกียรติคนดู เพราะคนดูส่วนใหญ่มีเรื่องเครียดอยู่แล้ว เขาไม่ได้มาเอาความรู้ แต่อยากมาดูว่าวันนี้ผมทำอะไร อยากหัวเราะในสิ่งที่ผมทำ อยากเห็นผมบ้า เห็นผมโชว์พลังในที่สาธารณะ อยากเห็นผมมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะทำอะไร ไปร่วมงานกับแขกรับเชิญคนไหน ผมจะไม่มีการเกร็งหรือกลัว ผมอยากให้พลังงานของผมช่วยให้คนดูมีความสุข นี่น่าจะเป็นจุดสำคัญที่สุดที่ทำให้คนติดตามผม 

คุณไม่ฝืนเลยเหรอที่ต้องเต้นหรือทำเรื่องตลกในที่สาธารณะ

ฝืนครับ ฝืนมาก ครั้งแรกผมก็ไม่กล้า คืนก่อนหน้านอนไม่หลับเลย วันนั้นนัดเพื่อนคนหนึ่งให้มาช่วยถ่าย ต้องเต้นกลางห้าง เราไม่เคยถ่ายคลิปในห้างมาก่อน ทั้งเกร็งทั้งกลัว (ทำท่าลุกลี้ลุกลน) เฮ้ย คนนั้นมองเราทำไม เฮ้ย คนนั้นสวยมากเลย เขินจัง ผมเกร็งไปหมด

จริง ๆ ผมลืมความรู้สึกนี้ไปแล้วนะ แต่ยูทูบเบอร์หลายคนก็ยังเป็นอยู่เวลาต้องถ่ายคลิปในที่สาธารณะ ทุกวันนี้ผมแบ่งช่องในสมองได้แล้ว ถ่ายคลิปคือถ่ายคลิป ทำอย่างอื่นคือทำอย่างอื่น ประสบการณ์ทำให้เราแบ่งได้ชัดเจนว่าเวลาไหนเครียดได้ เวลาไหนต้องถ่าย 

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

ทุกวันนี้ก็คือเต้นกลางห้างได้แบบชิลล์ ๆ

ตอนนี้ดีดนิ้วปุ๊บ เต้นได้เลย (หัวเราะ)

อะไรทำให้เด็กปี 1 ที่เพิ่งเรียนมหาลัยได้แค่ 3 เดือน ตัดสินใจลาออกไปเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง

ก่อนทำยูทูบ ผมอยากไปเรียนที่นิวยอร์ก อยากเป็นผู้กำกับอยู่หลังกล้อง แต่พออกหัก เริ่มทำยูทูบ ก็ไม่ได้อยากเรียนอะไรเป็นพิเศษ แต่พ่อแม่อยากให้เรียน และผมก็อยากรู้ เอ เรียนมหาลัยจะเป็นยังไง

ทีนี้มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปถ่ายคลิปที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ลงคลิปเสร็จ มหาลัยก็ติดต่อมาว่าอยากให้ไปเรียนที่นั่น คณะนิเทศ ให้ทุนเรียนฟรี 4 ปีเลย ผมคิดในใจ ‘โห สบายจัด ทำยูทูบจนได้เข้ามหาลัย บ้าไปแล้ว (ทำเสียงสูง)’ 

แต่พอเข้าไปเรียนจริงไม่เหมือนที่คิดไว้ ผมต้องเรียนใหม่หมด ตั้งแต่วิธีเปิดกล้อง ชัตเตอร์สปีด เช็ดเลนส์ ตอนนั้นรู้สึกเหนื่อย ทำยูทูบ เรียนหนัก เดินทางก็ไกล เลยลองชั่งน้ำหนักดูว่า ระหว่างออกมาเรียนเองกับเรียนในมหาลัย อันไหนเร็วกว่า เรียนเองอาจจะไม่ละเอียดเท่ามหาลัย แต่ก็คงเร็วกว่า ได้เจอคนมากกว่า ผมมีเป้าหมายใหม่ด้วย อยากลองก้าวไปอีกขั้น เห็นยูทูบเบอร์หลายคนเริ่มเปิดบริษัทของตัวเอง ผมเลยลาออกหลังจากเรียนไปแค่ 3 เดือนเพื่อมาจดทะเบียนบริษัท ตอนนั้นอายุแค่ 19 

การเปิดบริษัทนับเป็นก้าวสำคัญของชีวิตเลยรึเปล่า

เป็นแรงบันดาลใจที่กระตุ้นให้เราตั้งใจทำงานมากขึ้น ตอนนั้นเป้าหมายผมเกินจริงมาก ยังเด็กด้วย คิดแผนว่าจะเปิดบริษัท จะมีลูกน้องกี่คน จะขายนู่นนี่นั่น ต้องมีเสื้อผ้านะ ต้องมีผู้ติดตาม 70 ล้านคนนะ จะมีรถกี่คัน วันหนึ่งต้องเปิดโรงเรียนสอนทำยูทูบให้ได้ 

ถึงวันนี้ทำอะไรไปแล้วบ้าง

ไม่ได้ทำเลยครับ (หัวเราะ)

พอลองทำบริษัทจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าเราไม่ได้ชอบ เราแค่ทำตามคนอื่น ผมรวยขึ้น ดังขึ้นก็จริง แต่ว่าในใจรู้สึกว่าเดินผิดทาง ทุกวันนี้ยังมีบริษัทอยู่ แต่ก็ทำยูทูบเป็นหลัก ไม่ได้มีธุรกิจอะไรมากมาย

คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ
คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ

คนจริงใจมีน้อย

ทำยูทูบมา 5 ปี มีผู้ติดตามกว่า 8 ล้านคน เคยรู้สึกหมดไฟ อยากเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้างรึเปล่า

ถ้าตอบว่าไม่ก็โกหกแล้ว มีแน่นอน ช่วงที่เหนื่อยและหมดไฟที่สุดคือ ตอนที่จะเปลี่ยนยูทูบจากงานอดิเรกมาเป็นอาชีพ ยากนะ ไม่รู้เลยว่าจุดเปลี่ยนคือตอนไหน ถามวันนี้ก็ยังตอบไม่ได้ 

มีช่วงที่บอกกับตัวเองเหมือนกันว่าจะทำยูทูบต่ออีกแค่ 3 ปี จริง ๆ ยูทูบเบอร์หลายคนเคยบอกตัวเองแบบนี้นะ แต่พอคิดแบบนี้แล้วชีวิตไม่มีความสุขเลย เหมือนเราให้วันหมดอายุกับตัวเอง ถึงจุดหนึ่งเลยเปลี่ยนความคิดใหม่ ได้รู้ว่าทำยูทูบไปเรื่อย ๆ ก็ดี จริง ๆ ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็คงมีช่วงหมดไฟกันทั้งนั้น ผมลองตั้งใจใหม่ ลุยใหม่ จนความคิดที่จะทำยูทูบอีกแค่ 3 ปีหายไป ก็คงตั้งใจทำจนกว่าจะทำไม่ได้

หมายความว่าอาจจะมีวันที่คุณเลิกทำยูทูบ

มีอยู่แล้ว สักวันแหละ ทุกอย่างมีวันหมดอายุ แต่ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าตอนไหน วันหนึ่งคนอาจจะไม่ดูเราแล้ว หรือเราอาจจะทำเหมือนเดิมไม่ได้ก็ได้ ไม่มีทางรู้ แต่ถ้าถามตอนนี้ก็ยังอยากทำช่องไปเรื่อย ๆ นะ

การเป็นบุคคลสาธารณะตั้งแต่เป็นวัยรุ่นให้อะไรและเอาอะไรไปจากคุณบ้าง

ให้ผมได้รู้จักกับธาตุแท้มนุษย์ ผมทำยูทูบมา 5 ปี ทุกคนรอบตัวเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ความคิด ความชอบ สังคม เวลาสั้น ๆ เอง แต่ทุกอย่างแทบไม่เหมือนเดิม ผมได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้เยอะมาก

สิ่งที่เอาไปคือเวลา ผมได้สนุกสนานกับเพื่อนน้อยมาก ชีวิตผมไม่เหมือนของเพื่อนรุ่นเดียวกัน ตอนเพื่อนเรียนมหาลัย ผมทำงานแล้ว แทบไม่มีเพื่อนวัยเดียวกันเลย เพื่อนที่มีส่วนมากก็อายุมากกว่าเราหมด 

อีกอย่างที่เสียไปคือความเป็นส่วนตัวและความรู้สึก ผมไม่ได้มีสังกัดหรือบริษัทมาดูแล ต้องดูแลอารมณ์และชื่อเสียงของตัวเองตั้งแต่เด็ก เหนื่อยนะ ไม่มีผู้ใหญ่แนะนำ พ่อแม่เป็นคนเกาหลี เขาก็ไม่ได้เข้าใจทั้งหมดว่าสิ่งที่เราทำคืออะไร เราติดต่องานเอง ทำเองทุกอย่าง (นิ่งไป) 

ลืมไปเยอะเหมือนกันนะ ผ่านมานานแล้ว ตอนนั้นผมกลัวมาก กลัวไปหมดทุกอย่าง กลัวว่าจะพูดอะไรผิดรึเปล่า ไม่รู้ว่าออกจากบ้านแล้วจะมีคนว่าอะไรเรามั้ย เคยเจอดราม่าเหมือนกันเลยได้เข้าใจว่า อ๋อ เวลาดาราเจอเรื่องดราม่ารู้สึกแบบนี้นี่เอง แต่ถ้ามองถึงวันนี้ ผมคงบอกว่ามันดีแล้ว คุ้มแล้ว เพราะสิ่งนี้เป็นความสุขของเราจริง ๆ เราแค่ต้องหาให้เจอ เลือกโฟกัสให้ถูกจุด

คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา คุณต้องเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่ในชีวิต ทั้งเรื่องความสัมพันธ์กับคนรักและเพื่อนร่วมงาน สิ่งที่ช่วยให้คุณผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้คืออะไร

เป็นเรื่องที่แปลกมากนะ ช่วงต้นปีมีวันหนึ่งที่เราเอามือขึ้นมาตบหน้าตัวเอง ไม่รู้เลยว่าเกิดจากอะไร ไม่รู้ว่าฝันอยู่รึเปล่า ช่วงนั้นชีวิตผมคงแย่เหมือนมีคนมาตบหน้าตลอดเวลา สมองเลยคิดแต่เรื่องไม่ดีจนมือเริ่มตบปึ้ง ตบปึ้ง ไม่ยอมหยุด ตบถึงตี 4 ช้ำเลยนะ แต่พอได้สติ ผมหันไปมองดาวที่อยู่บนฟ้าหน้าบ้าน ถึงได้รู้ตัวว่าเราอยู่ตรงนี้ ถ้าโฟกัสแค่สิ่งตรงนี้ ความคิดต่าง ๆ ก็จะไม่ทำร้ายเรา ไม่รู้สิ เหมือนสมองสอนตัวเอง อาจจะดูบ้านะ แต่เป็นอย่างนั้นจริง ๆ หลังจากวันนั้น ความคิดลบก็แทบไม่มีเลย ความโกรธก็น้อยลงมาก

ยากนะ กว่าจะผ่านมาได้ ตอนนั้นเหมือนมียมทูตคอยกระซิบตลอดว่า ทำแบบนี้ก็ได้นะ มีหลายวิธีที่สามารถแก้แค้นคนที่ทำไม่ดีกับเรา วิธีมืดก็มีตั้งเยอะ แต่ผมไม่ทำ ผมเลือกที่จะรอ 2 เดือน ให้ตำรวจดำเนินการ แต่ระหว่างนั้นผมก็ยังเห็นสิ่งไม่ดีที่เขาทำกับเรา ก็ทำได้แค่อดทน พออดทนได้ เรื่องดี ๆ ก็เกิดขึ้น คงเป็นความอดทนนี่แหละที่ทำให้ผมผ่านจุดนั้นมาได้

ถ้าให้สรุปเป็นบทเรียนหนึ่งข้อ

คนจริงใจหายาก

ตอนนี้ผมไม่กลัวอะไรแล้วนะ ถ้าโดนโกง โดนบอกเลิกอีก ก็รู้แล้วว่าต้องทำยังไง ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานหรอก คนรอบตัวทั้งหมดแหละ เราต้องดูก่อนว่าใครหวังผลประโยชน์อะไรจากเรารึเปล่า ก่อนหน้านี้ผมมีเพื่อนเยอะมาก แต่พอเกิดเรื่องนี้ขึ้น ผมก็เข้าหาคนน้อยลง มีแค่ไม่กี่คนเองที่จริงใจกับเรา เพิ่งได้รู้ว่าจริง ๆ แล้ว คนจริงใจหายากนี่หว่า ตอนเด็กเราไม่รู้ นึกว่าคนจริงใจมีอยู่ทุกที่ ข้างบ้านก็มี แต่เปล่า คนจริงใจมีน้อย และในเมื่อมีน้อยก็ต้องรักษาให้ดี

วันนี้ในวัย 23 คุณคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วรึยัง

ผมว่ายังนะ ประสบความสำเร็จเหรอ (นิ่งไป 20 วินาที)

ใช่ ผมว่ายัง แต่ผมก็ไม่ได้มีเป้าหมายนะว่าอยากเป็นแบบไหน แต่ก็พูดไม่ได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว การประสบความสำเร็จน่าจะมาพร้อมความคิดที่แข็งแกร่ง มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่เกรงกลัว มีปัญหาก็รับมือได้ทุกอย่าง วันนี้ผมมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น ผมยังอายุน้อย มีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ ต้องเจออุปสรรคอีกเยอะในชีวิต

แสดงว่าคำว่า ‘ประสบความสำเร็จ’ ในนิยามของคุณไม่ใช่แค่หน้าที่การงาน แต่จิตใจต้องแข็งแกร่งด้วย

ถ้าคนติดตามในยูทูบเพิ่มขึ้น ผมดีใจอยู่แล้ว การได้ 10 ล้านซับก็สำคัญ (หัวเราะ) แต่ผมก็อยากให้ตัวเองโตขึ้นด้วย อยากให้เรา คนในทีม และช่องยูทูบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพไปพร้อมกัน อยากมั่นใจมากกว่านี้

ตอนนี้ยังมั่นใจไม่พออีกเหรอ

ผมว่ายังไม่พอ นี่เป็นแค่ช่วงเรียนรู้ ผมทำยูทูบมา 5 ปี แต่ก็เพิ่งได้เจออุปสรรคเกี่ยวกับคนครั้งแรก คนรอบตัวเคยโดนมาหมด ผมว่านี่คือประสบการณ์สำคัญที่คนทำธุรกิจทุกคนต้องเจอ ถ้าไม่เจอก็เหมือนยังไม่ได้เริ่ม ตอนนี้น่าจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของคิวเท โอปป้า

คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographer

A.W.Y

ช่างภาพจากเชียงใหม่ที่ชอบของโบราณ ยุค 1900 - 1990

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load