เจมส์ ธีรดนย์ ไม่สบาย

เย็นวันที่เราพบกัน ฉันได้รับข่าวว่า ‘เจมมี่เจมส์’ เป็นไข้เล็กน้อย ใบหน้าของนักแสดงหนุ่มซีดขาว แต่แววตายังมีประกายแจ่มใส อาการป่วยรบกวนร่างกาย แต่ข้างในหนุ่มน้อยยังเปี่ยมด้วยพลัง ความกระตือรือร้นแบบที่เราเห็นในตัว ซัน HORMONES วัยว้าวุ่น หรือ พัฒน์ จาก ฉลาดเกมส์โกง เปล่งประกายยามเจรจา ความร่าเริงเปิดเผยนี้เองคงเป็นเหตุให้ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เราต่างมองเห็นตัวตนสนุกสนานของ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผ่านซีรีส์หรือภาพยนตร์เสมอ

จนกระทั่งภาพ SOS skate ซึม ซ่าส์ ซีรีส์ลำดับที่ 3 ใน Project S The Series ปล่อยออกมา เจมส์พลิกบทบาทไปรับบท ‘บู’ เด็กหนุ่มซึมเศร้าที่ค้นพบการเยียวยาจากการเล่นสเก็ตบอร์ด ดวงตาลึกโหล ใบหน้าซูบผอม และท่าทางอมทุกข์ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชมหรือกระทั่งตัวเจมส์เองคุ้นเคยเลยสักนิด บทบาทคนป่วยข้างในใจทำให้เขาเติบโตขึ้น และน่าสนใจเกินกว่าจะมองเพียงในหน้าจอ ฉันต้องขอพบนักแสดงหนุ่มตัวจริงสักรอบ

เจมส์จิบน้ำอุ่น ฉันจิบน้ำเย็น เรานั่งลงสนทนากันเรื่องความป่วยไข้ และการไถลออกจากบทบาทที่เคยเป็น ไปแตะขอบความเศร้าที่ฝั่งตรงข้าม เพื่อหวนกลับสู่สมดุลอีกครั้ง

เจมส์ ธีรดนย์

โรคภัยอะไรที่คุณรู้จักดีที่สุด

ภูมิแพ้ ผมแพ้อากาศ ชอบมีอาการหวัดตอนเช้า ช่วงนึงเป็นหนักมาก เคยแพ้กุ้งด้วย กินแล้วปากบวมมาก แต่ผมชอบกินซีฟู้ดปิ้งย่างมาก เลยสู้ กินไปเรื่อยๆ แต่ก่อนไม่เข้าใจว่ากุ้งอร่อยตรงไหน ตอนนี้ก็เรียบร้อย เอาชนะได้แล้ว

ก่อนหน้ารับบท ‘บู’ คุณรู้จักโรคซึมเศร้ามากแค่ไหน

ไม่อยู่ในความคิดผมเลย ผมเคยได้ยินเรื่องโรคซึมเศร้ามาบ้าง แต่ไม่ได้เข้าใจ แต่ก็ไม่เคยไปตัดสินคนที่เป็น

ก่อนหน้านี้ผมไม่กล้าพูดเรื่องโรคซึมเศร้า พูดผิดพูดถูกเดี๋ยวโดนด่า แต่ตอนนี้เรียนรู้แล้วว่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าความคิดของเราไม่ได้ไปตัดสินใคร เบียดเบียนใคร ก็ไม่แปลกถ้าเราจะพูด ผมเห็นหลายคนออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า ผมว่าไม่ผิดเลยนะ แต่ถ้าพูดโดยที่ไม่เข้าใจโรคนี้ แล้วไปโทษคนที่เป็น ไปตัดสินคนที่เป็น รู้สึกว่าไม่ควร

ในชีวิตจริง คุณเจอคนเป็นโรคซึมเศร้าบ้างมั้ย

เจอไม่มาก มีทั้งเพื่อนที่มหา’ลัยและเพื่อนที่ทำงาน บางคนผมไม่รู้ว่าเป็น พอรู้นี่ตกใจเหมือนกันนะ โรคซึมเศร้าไม่ได้มีอาการแบบเดียว มันเป็นเรื่องของสารเคมีในสมอง เราไม่รู้ว่าในหัวตอนนี้เขากำลังสู้อยู่หรือกำลังท้อ มันลึกมาก

เจมส์ ธีรดนย์ เจมส์ ธีรดนย์

จากแทบไม่รู้จักโรคนี้เลย คุณเตรียมตัวรับบทนี้อย่างไร

ตอนแรกไม่รู้ว่าต้องเล่นเป็นโรคซึมเศร้า พอรู้ผมดีใจนะ คาแรกเตอร์เก่าผมคือเด็ก ม.ปลาย ที่เป็นเพลย์บอย บ้านรวย เฮฮาปาร์ตี้ ใน ฉลาดเกมส์โกง ถือว่าไปสุดแล้วสำหรับคาแรกเตอร์นั้น ถ้าไปครึ่งๆ กลางๆ ผมคงเซ็ง ถ้าต้องได้รับบทแบบเดิมก็เซ็ง ผมเลยดีใจที่ได้รับบทที่ท้าทายมากๆ แล้วเราจะได้ตีแผ่เรื่องนี้ให้คนเข้าใจโรคซึมเศร้ามากขึ้น เพราะเรื่องดำเนินผ่านตัวละครบู

ตอนแรกผมรู้แค่ว่าจะได้รับบทเล่นสเก็ตบอร์ด ก็ไปฝึกสเก็ตบอร์ดตั้งแต่รู้เลย ก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่น แต่โชคดีที่ที่ธรรมศาสตร์มีลานสเก็ตพอดี ผมก็ลองเล่น แต่ยังเล่นไม่ค่อยเป็น จนตอนหลังมีครูมาสอน ก็เจ็บตัวมาบ้าง แขนขวาหักไปรอบนึง แต่เล่นไปเรื่อยๆ ก็ชอบนะ ผมอยากเตรียมตัวให้เหมาะกับบทมากที่สุด

นอกจากฝึกสเก็ตบอร์ด คุณต้องเตรียมตัวอะไรอีก

ต่อมาก็เรื่องร่ายกาย ผมทิ้งตัวเองตั้งแต่ถ่าย ฉลาดเกมส์โกง เสร็จ ตอนแรกดูแลตัวเองมาก พี่พัฒน์ (พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์-ผู้กำกับ) บอกว่าเรื่องนี้อยากให้ผอมเลย ไม่เอากล้ามเลย เมื่อก่อนผมหนัก 60 มีกล้าม ก็เลิกเล่นกล้าม งดข้าว คือถ้าลดน้ำหนักดีๆ แบบออกกำลังกายไปด้วย ร่างกายจะแข็งแรง กล้ามจะอยู่ ดูสุขภาพดีไงครับ

โรคซึมเศร้ามีหลายแบบ แตกต่างกันออกไป บางคนกินเยอะกว่าปกติ บางคนกินข้าวน้อยกว่าปกติ แล้วตัวละครผมเป็นประเภทไม่หิว ผมก็ค่อยๆ ลดน้ำหนักมาเรื่อยๆ ยกเว้นช่วงที่ถ่าย ฉลาดเกมส์โกง ตอนนั้นยังผอมมากไม่ได้ หลังจากถ่ายเสร็จก็ลดน้ำหนักจนซูบเลย ตื่นเช้า กินกาแฟ เข้าห้องเรียน แล้วก็ใช้ชีวิต กินข้าวเย็น แล้วก็นอน

แล้วอยู่ไหว เล่นสเก็ตไหวเหรอ

บางวันไม่ไหวก็กิน 2 มื้อ แต่คือกินน้อยมาก ครึ่งจานก็อิ่มแล้ว ลดแบบโภชนาการแย่ๆ ล่องลอยมาก เพื่อนมาบอกทีหลังว่าช่วงนั้นผมหงุดหงิดง่ายมาก เป็นผลข้างเคียงของการไม่กินอาหารนานๆ ลดน้ำหนักฮวบเฉียบพลัน ถ้าดูในเทรเลอร์จะเห็นว่าผอม ลดเหลือ 51 – 52 กิโลกรัม ผมเริ่มลดกล้ามตั้งแต่เดือนตุลาฯ พอถ่าย ฉลาดเกมส์โกง เสร็จเดือนกุมภาฯ ก็ลดอีกหนักๆ 2 เดือน หลังจากนั้นก็ต้องรักษาหุ่นไว้จนถ่ายเสร็จ ตอนนี้เสร็จหมดแล้ว ผมพร้อมจะกลับไปกินข้าว กลับไปฟิตเนสอีกครั้ง มันถึงเวลาแล้ว

เจมส์ ธีรดนย์ เจมส์ ธีรดนย์

แล้วด้านโรคซึมเศร้าล่ะ เตรียมตัวยังไง

พาร์ตโรคซึมเศร้า ผมคุยกับพี่พัฒน์มาตลอด รีเสิร์ชด้วยการอ่านเว็บบ้าง ดูเฟซบุ๊กของคนเป็นโรคซึมเศร้าบ้าง คุยกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้าจริงๆ และคุยกับจิตแพทย์ด้วย คือผมเรียนสายวิทย์ ผมก็อยากรู้ว่าโรคนี้มันเกิดจากสารเคมีในสมองตัวไหน แล้วยาที่กินเป็นสารเคมีแบบไหน ผลข้างเคียงที่เกิดกับแต่ละคนก็แตกต่างกัน ทำให้ง่วง อาเจียน ช่วงที่ดูหนักๆ คือช่วงที่ผมหาตัวละคร ผมไม่ได้หาคนที่เป็นโรคซึมเศร้า ต้องหาตัว ‘บู’ ก่อน ว่าเขาเป็นใคร แบ็กกราวนด์ชีวิตบูเป็นยังไง ผมสร้างคนคนหนึ่งขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่คนที่เคยเห็น แล้วค่อยเอาโรคซึมเศร้ามาครอบ

บูเป็นคนยังไง

พื้นฐานของบูเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าเข้าสังคม รู้สึกว่าโดนกดอยู่ตลอดเวลา ด้วยปัญหาหลายๆ อย่างที่มีในเรื่อง ทำให้เขาปิดกั้นตัวเองและเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งคนที่เป็นโรคนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบบู บางคนอาจเฮฮา แต่พออยู่คนเดียว ความคิดอาจถูกดูดไปหาความเศร้า

ผมไม่ได้เล่นแค่ข้างนอก พอได้ตัวบูแล้ว รู้ว่าภายนอกเขาเป็นยังไง ระบบความคิดเป็นยังไง ถึงได้รู้ว่ารีแอ็กชั่นที่เขาจะโต้ตอบกับสิ่งรอบข้างเป็นยังไง แล้วบูเทกยาตัวไหน เทกแล้วเปลี่ยนไปยังไง

ตัวบูไม่อยากให้คนเห็นเยอะ กลัวสายตาคนมอง ผมเลยดีไซน์ตัวละครให้เดินก้มตลอด ชอบจิกขา จิกมือ ดึงสติตัวเองให้เจ็บเพราะจะได้รู้สึกว่ามีตัวตนอยู่ ช่วงที่เล่นเลยปวดหลังน่าดู  

การสร้างคนที่เศร้าขึ้นมาส่งผลกับชีวิตคุณอย่างไรบ้าง

ผมเป็นคน extrovert มาก ได้รับบท introvert มากๆ มีช่วงที่ตกใจกับตัวเองว่า เฮ้ย ปกติเราไม่ใช่คนแบบนี้นี่ ทำไมกระบวนการความคิดเราเป็นแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกับเรา ไปเที่ยวต่างประเทศ นึกว่าจะอินกับแสงสีเสียงในเมือง เปล่าเลย อินกับธรรมชาติ ไปนั่งบนเขาชมวิว เหมือนเจอตัวเองอีกมุมนึง

พอช่วงถ่ายเสร็จก็หนักเพราะเจอเรื่องเครียดหลายเรื่อง คนทักว่าติดตัวละครบูมา ซึ่งก็อาจจะจริง ผมกลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคซึมเศร้า เลยไปหาจิตแพทย์ แต่เพราะรู้จักโรคนี้เต็มๆ แล้ว เลยรู้ว่าที่จิตแพทย์ถาม เขาถามเรื่องอาการซึมเศร้าชัวร์ๆ ผมเลยตอบหลบในครั้งแรก ไม่ยอมกินยา แล้วช่วงนั้นผมคุยปรึกษาหลายคน คิดว่าน่าจะดีขึ้นได้ ปรากฏว่าเป็นหนักเลย มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แต่โลกหม่นหมองมาก เหนื่อย ช่วงเย็นคือดาวน์สุดๆ

ทำไมถึงได้รับผลกระทบมากขนาดนั้น

อาจเพราะติดคาแรกเตอร์ อาจเพราะจิตสั่งกายว่าเรากลัวจะเป็นแบบนี้ไปตลอด ยิ่งมีเรื่องเรียน เรื่องงานเข้ามา เป็นช่วงที่เราอ่อนแออยู่ พอเจอเรื่องหนักก็เป๋ เลยไปหาหมออีกรอบนึง คราวนี้ไปคนเดียว หมอบอกว่าเป็นภาวะเครียดและสั่งยาลดเครียดให้ ผมเพิ่งหยุดกินไปช่วงวันแม่และดีขึ้นแล้ว บาลานซ์ตัวเองได้ ตอนนี้หลุดออกมาได้แล้ว เหมือนเป็นการออกจากคาแรกเตอร์ ต้องใช้เวลา

ผมคิดว่าอาชีพนักแสดง ต่อให้เล่นได้เก่งแค่ไหน สุดท้ายแล้วนักแสดงที่ดีคือต้องเข้าได้ออกได้ เข้าได้แล้วจมคือทำได้งานเดียว เข้าได้ออกได้แล้วเรียนรู้ นั่นคือสิ่งที่นักแสดงต้องทำ

เจมส์ ธีรดนย์ เจมส์ ธีรดนย์

คุณเคยติดตัวละครอื่นที่เล่นมั้ย

ไม่ ซันใน HORMOMES วัยว้าวุ่น น่ะสร้างมาจากผมอยู่เยอะ พัฒน์ใน ฉลาดเกมส์โกง ก็มีความคล้ายผมอยู่เยอะเหมือนกัน ผมก็ได้เรียนรู้นะ แต่ว่าตัวเราก่อนเล่นกับหลังเล่นก็ไม่เปลี่ยน เรื่องนี้มันต่างกับผมเหมือนหยินกับหยาง เราเป็นหยินมาก่อน พอเจอหยางในตัว แล้วมันเข้ามารวมกันได้ ทำให้รู้สึกว่าเป็นการเรียนรู้ครั้งใหญ่มาก

แล้วสิ่งที่ได้เรียนรู้อีกอย่างคือสมาธิ เวลาจะจูนเข้าต้องใช้สมาธิสูงมาก ผมไปออกกองไม่มีใครคุยกับผมเลยทั้งวัน เอาน้ำมาให้ยังไม่กล้าเลย เพราะเป็นบูตั้งแต่ถึงกองยันเลิกกอง เป็นมวลหม่นๆ เดินไปเดินมาในกองตั้งแต่ตี 5 ครึ่งถึง 5 ทุ่ม กลับบ้านแต่ละวันนี่หมดพลัง ตรงข้ามกับตอนถ่าย ฉลาดเกมส์โกง ผมดู Steve Jobs ดู The Wolf of Wall Street มันมาก พยายามหาวิธีพูดแบบดึงความสนใจคน การไปกองแต่ละวันเลยสนุกเฮฮามาก

ดูเหมือนว่าตัวละครก่อนๆ ของคุณต้องการความสนใจ แต่ตัวละครบูต้องการความเห็นอกเห็นใจ

ไม่เคยคิดแบบนั้นเลย แต่ผมคิดว่าบูคงไม่ได้ต้องการความเห็นใจ เพราะถึงต้องการไปก็อาจไม่ได้ ลึกๆ เขาแค่ต้องการความรักและการยอมรับ ซึ่งตัวละครอื่นๆ ก็ต้องการการยอมรับเหมือนกันนะ แต่มันแตกต่าง คนละอย่างกัน

เจมส์ ธีรดนย์

ในอนาคต คุณอยากรับบทแบบไหนอีกบ้าง

แบบไหนก็ได้ บทเด็กก็ได้ บทผู้ใหญ่ก็ได้ ขอแค่ทุกคนรอบข้างทุ่มเท มีแพสชัน มีความละเอียด และให้ผมได้ใช้เวลากับมันเต็มที่ อยากได้บทที่มีความพิเศษในตัวของมัน อาจเป็นหน้าที่ผมที่ต้องทำเอง ผมแค่อยากกระโจนลงไปทำให้ดีที่สุด

คำถามสุดท้ายสำหรับคนป่วยวันนี้ โรคที่คุณไม่อยากเป็นที่สุดคืออะไร

โห ไม่อยากเป็นเลย เหมือนที่เขาบอกว่า ‘ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ’ ก็จริงนะ เวลาไม่ป่วยนี่ดีมาก ถ้าป่วย มีเงินเป็นล้านก็ไม่ได้ใช้ เลยไม่อยากเป็นโรคอะไรทั้งนั้น ภูมิแพ้ก็ไม่อยากเป็น ตอนนี้ถ่ายเสร็จหมดแล้ว ผมพร้อมจะกลับไปกินข้าว กลับไปฟิตเนสอีกครั้ง ได้เวลากลับไปแข็งแรงแล้ว (หัวเราะ)

เจมส์ ธีรดนย์

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

2 กุมภาพันธ์ 2566
4 K

สวัสดีเดือนกุมภาพันธ์ 

หากใครกำลังมีความรักที่ผลิบานก็ยินดีด้วย แต่หากใครรักไปแล้วหัวใจต้องแตกทุกครั้งก็ขอชวนมาเข้าแก๊ง 

วันนี้เรานัดกันที่ร้านดังย่านเมืองเอก เพื่อพูดคุยกับ ‘เรนิษรา เจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด ท่ามกลางตารางทัวร์คอนเสิร์ตที่แน่นยาวไปจนถึงมีนาคม 

ไม่ต้องรอให้สิ้นหน้าหนาว จากคนสองคนที่เชื่อว่าตนถูกเลือกให้ผิดหวัง พวกเขากลับมามีหวังอีกครั้ง เพราะเพลงที่ปล่อยออกมาอย่างไม่ตั้งใจนั้นเปลี่ยนชีวิตทั้งคู่ไปตลอดกาล

เบื้องหลังเสียงร้องชวนฝัน คือ ตั้ม-ชยพล ล้วนเส้ง และ สบาย-เรนิษรา ลี​ประโคน ดูโอ้คู่รักวัย 20 ต้น ๆ ที่จะมาเปิดอกคุยถึงความหลังอันเจ็บช้ำกับ The Cloud เป็นที่แรก ตั้งแต่วันที่เกลียดตัวเองสุดขีด การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องรักของพวกเขาที่ทำให้วันนี้เป็นมากกว่าฝัน และก้าวใหม่ของเรนิษราในวันที่รับบทเป็นผู้เลือก

บทสนทนาขาดห้วงจากการเดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อเก็บภาพ John Lennon กับ Yoko Ono ได้รับรู้อีกนิดหน่อยว่าพวกเขามีครอบครัวมาดูแลข้างเวที แถมยังขับรถตู้คันโตไปส่งเล่นดนตรีไม่ว่าที่ไหน

ตกดึกแล้วอากาศเย็นชะมัด แต่คนตรงหน้าเราทำให้รู้สึกอบอุ่น

ขอให้ทุกคนโชคดีและไม่ผิดหวังอีกเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

ลุควันนี้แสบสันมาก ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร

ตั้ม : (หัวเราะ)

สบาย : วันนี้ที่ร้านเป็นธีม Y2K จริง ๆ จะใส่เสื้อหนังไบเกอร์ค่ะ แต่ว่าเก็บไว้ก่อนเป็นเซอร์ไพรส์ ส่วนของตั้มเป็นเสื้อทรง 80s แบบดิสโก้ ใส่ออกกำลังกาย ได้ตอนไปเล่นงานที่บุรีรัมย์จากร้านฮิปปี้แนวย้อนยุค

ทั้งคู่เป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้วไหม

(ตอบพร้อมกันว่าใช่)

ตั้ม : แต่ก็ไม่ได้เป็นแฟชั่นจ๋าขนาดนั้นนะ ผมอยากแต่งแค่ตอนไปเล่นงานครับ ถ้าไม่เล่นงานก็ใส่เสื้อยืด

สบาย : ใส่เสื้อขาด ๆ (หัวเราะ)

แต่ในโซเชียลจะเห็นตั้มแต่งตัว Feminine มากเลย ส่วนสบายก็แต่งตัวสีฉูดฉาด 

ตั้ม : อ๋อ เพราะว่าอยู่ในกล้องด้วย มีใส่ไปเรียนบ้าง แต่น้อยมากครับ เพราะผมมองว่าการแต่งตัวคือการแสดงออก ต้องแคร์คนอื่นอยู่แล้ว 

สบาย : ใช่ ๆ บายเคยอ่านอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสัตว์ชนิดหนึ่ง น่าจะเป็นปลา เลือกสวยแค่ตอนจะสืบพันธุ์ ตอนหากินปกติมันก็ทำสีให้จืด ๆ ธรรมดา ถ้าเข้าใจว่าเราเป็นสัตว์เหมือนกันก็เป็นเรื่องปกติ

ตั้ม : บางทีการแต่งตัวออกไปข้างนอกแล้วพยายามใส่อะไรที่แตกต่างมาก ผมว่ามันเหนื่อยตัวเองนะ การแสดงออกต้องได้อะไรกลับมาบ้าง 

ตอนนี้นอกจากทัวร์ร้องเพลงทุกวัน ทำอะไรกันอยู่

ตั้ม : ยังเรียนอยู่ครับ ปี 4 ที่ศิลปากร 

คณะอะไร

ตั้ม : ผมเรียนดุริยางค์ครับ

สบาย : บายเรียนโบราณคดี เอกอังกฤษ ไม่เข้ากันเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

นั่นสิ ทำไมถึงมาลงเอยกัน

ตั้ม : เรามาเจอกันตอนปี 1 ครับ เป็นวิชาเรียนรวมที่ต้องไปเรียนคณะดุริยางคฯ

สบาย : วิชาศิลปะ วิชาออกแบบ

เล่าได้ไหมว่าเส้นทางรักของพวกคุณเป็นยังไง

สบาย : เราเป็นเพื่อนกันมาก่อนค่ะ เริ่มจากชวนคุย แล้วก็มียืมปากกาวาดรูปเรียนวิชาศิลปะ

ตั้ม : เราชวนกันคุยเรื่องชีวิต เพลง ทัศนคติ ผมดูเหมือนจะพูดเก่งนะ แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยคุยกับใครเท่าไหร่

สบาย : เจอกันครั้งแรกคุยกันเรื่องการเมืองแล้วก็ตีกันไปช่วงหนึ่งค่ะ เพราะตั้มเป็นคนชัดเจน บายเป็นคนไม่ค่อยออกความเห็น ตั้มก็จะบังคับให้บายออกความเห็นบ้าง

ตั้ม : แค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าคิดยังไง เราจะได้คุยกันและปรับตัวเข้าหากันได้ถูก อาจจะเป็นเรื่องเล็กนะ เรื่องทัศนคติการเมือง แต่อนาคตก็มีผลต่อครอบครัว ต่อลูก 

จุดไหนที่ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนา

สบาย : เราก็คุยเล่นกันไป 4 – 5 เดือนค่ะ แล้วก็เจอกันทุกวัน มีเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์บ้าง

ตั้มเป็นคนไปส่ง?

ตั้ม : เขาเดินมาส่งผม ไม่ใช่ครับ! ต่างคนต่างเดินไปส่งกันครับ (หัวเราะ)

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

สบายชอบอะไรในตัวตั้ม

สบาย : ตอนแรกเข้าไปหาตั้มเพราะเขาดูไม่สนใจคนอื่นค่ะ หนูชอบคนที่อยู่กับตัวเอง เพราะจะทำให้เขาเป็นตัวของตัวเองด้วย ส่วนหนึ่งเพราะหนูไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วมันก็เป็นสิ่งที่หนูอยากเป็น แรก ๆ หนูเอาใจคนอื่นมากเลย พยายามทำให้คนอื่นชอบ แต่งตัวไปเรียนแบบจัดเต็ม อยากเป็นจุดสนใจ 

ตั้ม : เพราะเมื่อก่อนไม่ได้รับไง เป็นปกติของคนแหละ

สบาย : ใช่ เพราะเมื่อก่อนหนูไม่ได้หน้าแบบนี้ หนูโดนบูลลี่เยอะมาก จนบอกแม่ว่า ขึ้นมหาลัยขอทำจมูกได้ไหม พอเราเปลี่ยนไปเยอะก็ปรับตัวรับแสงไม่ทันค่ะ อึดอัดตัวเอง 

คือบางทีไม่อยากใส่สั้น ไม่อยากแต่งอะไร แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า ถ้าเราแต่งตัวน่าเกลียดคนจะว่าเราไหม เพราะตอนแรกคนชมว่าเราสวย มาหลัง ๆ เราก็คิดว่าคนชมเขาให้อะไรเราบ้าง เราได้แค่คำชม ไปเรียนหนังสือ แล้วก็เดินตากแดดกลับบ้านเหมือนเดิม เลยใส่มอมแมม ๆ ไปเรียนแล้วค่ะ สบายใจมากกว่า ตอนเจอตั้มคือเขาใส่เสื้อขาด ๆ กับกางเกงชาวเล (หัวเราะ)

แล้วตั้มชอบอะไรในตัวสบาย

ตั้ม : สบายเป็นคนเอาใจครับ ด้วยความที่ผมไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่ ตอนแรกบายก็ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองนะ แต่งตัวเวอร์มาก เหมือนใส่ชุดเชียร์ลีดเดอร์ คนละขั้วกันเลย แต่ถึงเราไม่เหมือนกัน เราก็จะไม่บังคับกัน ใครอยากทำอะไรก็ทำ มีความสุขกับตัวเอง 

ผมเคยคบกับแฟนเก่าที่รู้สึกเหมือนถูกบังคับตลอดเลย ไม่ชอบคนไว้ผมยาว ไม่ชอบให้ไว้หนวด เขาเหมือนจะตีกรอบว่า เฮ้ย ผู้ชายที่ไว้ผมยาวสกปรกเลอะ ๆ บางทีก็ดูเป็นเพศที่สาม พอเขาบังคับเรามาก ๆ มันเป็นเหมือนปมที่มีผลกระทบต่อชีวิตผมในเรื่องของตัวตน 

อีกเรื่องคือผมทำเพลงมานานแล้วครับ ผมเคยประกวด Hot Wave ปี 2018 ได้เข้ารอบชิง แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจหลายอย่าง ทำให้เราไม่ได้เข้าไปทำงานในค่ายต่อ ซึ่งก็เฟลมากครับ แล้วแฟนเก่าผมก็ให้คำแนะนำอะไรแปลก ๆ 

นั่นคือ

ตั้ม : เขาจะออกแนวว่าเรามากกว่าว่า ทำไมทำเพลงอย่างนี้ ผมก็แบบ เชี่ย ก็กูเป็นแบบนี้ ซึ่งผมไม่ได้แคร์นะ การที่เข้ารอบไปแล้วค่ายเขาจะไม่เอาเรา ผมก็ช่างแม่ง จนมาเจอบายก็ได้ทำเพลงด้วยกัน ประเด็นหลักคือบายไม่ได้บังคับอะไรผม มันเลยออกมาเป็นเรนิษราทุกวันนี้ เพราะผมทำเพลงตามใจ ไม่ได้มีกรอบว่าต้องทำอะไร

สบาย : สมัยที่ตั้มทำวงแรกกับเพื่อน เขาเป็นวงร็อกเลยค่ะ หนัก ๆ แต่หนูไม่ได้ว่า เพราะหนูฟังเพลงทุกแนว มันก็เพราะในแบบของมัน 

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

แล้วพวกคุณมาทำวงเรนิษราร่วมกันได้ยังไง

สบาย : หลังจากนั้นตั้มก็แยกวงมาทำเพลงกับบายแนวดิสโก้หน่อย แล้วก็ไม่ดังค่ะ เราคิดว่าชื่อวงมันไม่มีเอกลักษณ์ ตอนนั้นชื่อ Winterberry หนูเลยคิดจะตั้งใหม่ แล้วช่วงปี 1 หนูเกลียดตัวเองตอนมัธยมมาก เพราะว่าหนูโดนบูลลี่เยอะ ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็นเรนิษรา ดัดแปลงมาจาก เรนิตา เป็นภาษาละติน แปลว่า เกิดใหม่ 

ช่วงนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สบาย : เรื่องแรกที่ทำให้หนูติดเรื่องค่านิยมขึ้นมา คือการที่เพื่อนผู้ชายในห้องบอกว่า ทำไมหนูขนขาเยอะจัง (หัวเราะ) 

พอขึ้นมัธยมหนูก็เริ่มมีความรัก เริ่มรู้ว่าในประเทศนี้ใครคือสวย ใครคือไม่สวย พอมองกระจกแล้วเราคือฝั่งที่ไม่สวย เราตรงข้ามหมดเลยทั้งสีผิวทั้งหน้าตา ม.ปลาย น่าจะโดนเยอะสุดว่าหน้าเหมือนกะเทย นักมวย เหมือนไดโนเสาร์ ทุกวันนี้ก็ยังโดนนะคะ เพราะเราเป็นคนแต่งหน้าจัด แล้วผู้หญิงปกติจะแต่งหน้าใส ๆ แต่จริง ๆ เราแค่ชอบยุค 60 ที่เขานิยมแต่งหน้าเหมือนตุ๊กตามากกว่า 

คิดว่าการเปลี่ยนชื่อทำให้ลืมเรื่องเก่า ๆ ได้จริงรึเปล่า

สบาย : ไม่ลืมค่ะ (หัวเราะ) หนูเหมือนหลอกตัวเองว่าหนูลืมได้มากกว่า

ตอนนี้ปัญหาในอดีตยังมารบกวนจิตใจอยู่เหรอ

ตั้ม : ทุกวันนี้ยังมีอยู่เลย

สบาย : ก็มีคนที่โรงเรียนเก่ามาส่องบ้าง แต่หนูก็ไม่ได้สนใจค่ะ เพราะหนูตอนนี้กับตอนนั้นเหมือนคนละคนกันแล้ว คือถ้าไม่มีใครรู้ว่าหนูชื่อบายก็คงจำหนูไม่ได้ (หัวเราะ) หน้าหนูไม่เหมือนเดิม ชื่อไม่เหมือนเดิม เหลือแค่นามสกุลแล้วตอนนี้ที่ยังไม่ได้เปลี่ยน

ตอนที่บายบอกว่าอยากตั้งชื่อวงด้วยชื่อตัวเอง ตั้มโอเคไหม

ตั้ม : โอเคเลยครับ

สบาย : ตอนแรกก็มีคิดเหมือนกันค่ะว่า ตั้มชื่อชยพล หรือจะเปลี่ยนเป็น เชนิษรา แต่ไม่เอาดีกว่า (หัวเราะ) 

พวกคุณเคยมีทัศนคติหลาย ๆ อย่างขัดแย้งกัน ความชอบเรื่องการทำเพลงของคุณสวนทางกันด้วยรึเปล่า 

สบาย : เราชอบเหมือนกันค่ะ

ตั้ม : ผมเป็นคนชอบฟังเพลงเก่าครับ The Beatles เป็นวงดนตรีที่ผมชอบที่สุด ถ้าไม่มี The Beatles ก็คงไม่มีผมในตอนนี้ครับ ผมสักรูป John Lennon ไว้ สักโน้ตเพลง All You Need is Love ไว้ด้วย เป็นขวัญกำลังใจให้ตัวเอง

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ทำไมต้องเพลงนี้

ตั้ม : เพราะมันแปลไทยประมาณว่า ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้ถ้าคุณอยากทำ ไม่มีภาษาไหนที่คุณจะพูดไม่ได้ถ้าคุณอยากพูด ไม่มีเพลงไหนที่คุณร้องไม่เป็นถ้าคุณอยากร้อง ไม่ว่าทุกสิ่งจะเป็นยังไง จะเศร้าจะเหงา คุณแค่ต้องการความรัก ผมก็มองแค่นั้นแหละ 

ผมมองรอยสักเพื่อเข้าใจตัวเองว่าเราแค่ต้องการความรักนี่หว่า บางทีเราอ่านคอมเมนต์ก็รู้สึกแย่นะ บางคนก็ด่าเละเลย เสียงแบบนี้ใครจะไปร้องตามได้ ดนตรีก็ฟังไม่รู้เรื่อง คือกูไปทำอะไรให้มึง คนไม่แคร์มันก็ต้องมีสักนิดในความรู้สึกที่ยังแคร์คนอื่นอยู่ เราต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลก

อะไรทำให้ The Beatles มีอิทธิพลกับคุณ

ตั้ม : ผมเป็นเด็กชุมพรที่ขึ้นมาเรียนกรุงเทพฯ แล้วก็มีอาการ Homesick ไม่ได้กลับบ้าน เหมือนคนอื่นเรียนเสร็จเขามีบ้าน ได้กลับไปนอน ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีบ้าน อยู่ชุมพรเรามีมอเตอร์ไซค์ขับรถได้ แต่พอมาอยู่ที่นี่เราไม่มีอะไรเลย เดินอย่างเดียว ครอบครัวผมก็ไม่ได้เรียกว่าอบอุ่น พ่อก็ทำงานหนัก แม่ก็ทำงานหนัก ไม่ค่อยได้เจอกัน พอมาฟัง The Beatles ก็รู้ว่า John Lennon เขาขาดพ่อขาดแม่แต่ก็็ยังทำเพลงได้ ซึ่งผมต่างจากบายที่ชอบเพลงป๊อปทันสมัย

สบาย : ใช่ค่ะ ตั้มก็จะไม่รู้จักเพลงใหม่ บายก็จะไม่รู้จักเพลงเก่า บายฟังพวก Cardi B, Nicki Minaj, Doja Cat แต่ที่เข้ากันได้ เพราะว่าทุกคนที่หนูฟัง เขามีอดีตลากไปถึงสิ่งที่ตั้มฟัง ป๊อป R&B ก็มาจาก Marvin Gaye ค่ะ 

แต่บายเรียนโบราณคดีไม่ใช่เหรอ ความรู้สึกอยากทำเพลง เริ่มขึ้นมาได้ยังไง

สบาย : จริง ๆ อยากร้องเพลงทำเพลงตั้งแต่ช่วง ม.ปลายแล้วค่ะ แต่เรากดความรู้สึกไว้เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หน้าตาเราไม่ดี คงเป็นสินค้าให้คนอื่นขายไม่ได้ คงไม่มีใครซื้อเรา

ตั้ม : วงการนี้ของไทยมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ นะ ถ้าหน้าตาแย่แล้วอยากประสบความสำเร็จก็ต้องตลก

นึกถึงเพลงหนึ่งของคุณที่ร้องว่า “ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกเศรษฐี” แล้วจริง ๆ คุณเป็นลูกใคร

ตั้ม : (หัวเราะ) เอาแล้วไงทีนี้

ผมไม่ได้เรียกว่าลำบากนะครับ แค่ต้องเล่นดนตรีและเรียนไปด้วย ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะจะนอนโรงเรียนมากกว่า ที่บ้านผมถ้าพอมีตังค์ก็จะไม่ค่อยถึงผมเท่าไหร่ ต้องหาใช้เอาเองบ้าง ดิ้นร้นบ้าง เราไม่ได้มีต้นทุนชีวิตอะไร แค่ต้องเชื่อในตัวเอง 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ตัดภาพมาที่ตอนนี้ดังเป็นพลุแตก เป็นยังไงบ้าง

ตั้ม : งงครับ (หัวเราะ) เพราะเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะโปรโมตอะไรเลย แค่ลงไปเฉย ๆ ดูจาก MV ก็น่าจะรู้ 

สบาย : จริง ๆ MV ถ่ายเหมือนคนมักง่าย (หัวเราะ)

ตั้ม : ก็เพราะว่าเราไม่มีตังค์จริง ๆ ครับ ไม่มีเงินจริง ๆ ก็เลยได้ MV เป็นฟีลธรรมชาติ 

ช่วยเล่าที่มาที่ไปของเพลงนี้ให้ฟังหน่อย

ตั้ม : จริง ๆ ตอนแรกมันไม่เกี่ยวกับตัวผมและไม่เกี่ยวกับตัวบาย 

คืออย่างนี้ครับ เราเป็นนักแต่งเพลง ผมก็จะดูทวิตเตอร์ดูอะไรไปเรื่อย ๆ ผมไปเจอคำว่า ความผิดหวังมักเลือกฉันเสมอ ผมก็คิดว่า เออ งั้นมีคำว่า ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แล้วกัน ซึ่งไม่รู้มันมาจากไหน มั่วมากเลย แม่บายก็มาบอกมันแปลกดี เพราะปกติคำว่าผู้ถูกเลือกมักจะเป็นแง่บวก 

พอทำไปเรื่อย ๆ ฟังไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่าเออจริง ๆ มันเข้ากับเรานี่หว่า เพราะเราเป็นคนทำอะไรไม่เคยสมหวัง ประกวด Hot Wave ได้เข้ารอบชิงมาก็ไม่ได้เซ็นสัญญา แต่เพื่อนที่อยู่รอบข้างเราได้เซ็นสัญญา ได้เห็นเขาออกไปเป็นศิลปินค่ายใหญ่

เคยพยายามหาคำตอบไหมว่าทำไม

ตั้ม : จริง ๆ ผมโทษตัวเองมากกว่าครับ เมื่อก่อนตอนเด็กเราโทษเขา ตอนนี้ผมโทษตัวเองว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ เราขายไม่ได้ เราไม่พร้อมที่จะปั้นเป็นสินค้า ผมไม่อยากไปว่าใคร ผมแก้ที่ตัวเองก็ได้ เพราะว่าเราแก้ที่เขาไม่ได้ มันก็แค่นั้นเอง

เรื่องนี้เป็นปมในใจตั้มไหม

ตั้ม : เป็นครับ เป็นเลย จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นครับ ทุกวันนี้เลยรู้สึกสะใจนิดหนึ่งที่วงประสบความสำเร็จ เพราะคำว่าผมขายไม่ได้นี่แหละครับ

ผมเคยโดนบอกว่า หน้าแบบผมไม่มีใครเลือกหรอก จะไปอยู่ในค่ายเพลงที่ไหนได้ ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครดูหรอก ตอนนั้นเพลง ผู้ถูกเลือกฯ ยังไม่ออก เขาเปิดเพลงเราฟังแล้วก็นั่งชี้เลยว่าไม่แมสหรอก ทำไปก็ไม่มีคนฟัง เขามองว่าวงเราขายไม่ได้ เขาไม่ชอบแนวนี้ เราก็เถียง เพราะเป็นเพลงเรา ผมบอกว่า เห้ย มันเป็นความคิดเห็นของพี่คนเดียวหรือเปล่าที่ไม่แมส เพราะว่าเพลงมันต้องเอาไปเจอคนนะ ซึ่งตอนนั้นเพลงผมก็ไม่แมสจริงแหละครับ ยอดวิวหลักหมื่น 

กลับบ้านมาด้วยความรู้สึกโกรธหรือเสียใจ

ตั้ม : แค้นครับ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

มันไม่ได้เสียใจนะครับ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมก็ทำเพลงของผม แต่ว่าคุณเรียกเราไปด่าทำไม ไม่มีเหตุผล ผมไม่เคยไปขอเขาอยู่ค่าย ไม่เคยไปขอเขากินข้าว ไม่เคยไปขออะไรสักอย่าง เขาเป็นคนชวนเราไปคุยเรื่องฝึกงาน แต่พอไปนั่งปุ๊บเขาก็เปิดเพลงเลยและก็นั่งวิจารณ์เพลงผม

จากนั้นมาน่าจะไม่ถึงเดือน ผมก็ปล่อยเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง พอเริ่มประสบความสำเร็จก็เลยเหมือนได้ตบหน้า และค่ายเพลงหลาย ๆ ค่าย แม้กระทั่งค่ายที่ปฏิเสธเรา เขาก็ติดต่อมาแสดงความยินดี ผมก็ไม่ค่อยได้ตอบ

สบาย : เขาทักมาจะจ้างงานเรา

ไปรึเปล่า

ตั้ม : ไม่ไปครับ

กระแสตอบรับจากเพลงนี้มากมายท่วมท้นขนาดไหน รับมือไหวไหม

ตั้ม : ช่วงแรกรับมือไม่ไหวครับ โทรศัพท์ผมเมื่อก่อนไม่มีอะไรเลย ใช้เรียน ดูหนัง ทำเพลง ชีวิตมีแค่นั้น ว่าง ๆ โล่ง ๆ ครับ แต่พอลงเพลงไปสัก 1 – 2 อาทิตย์ได้ โทรศัพท์มันเด้ง ๆๆ เปิด TikTok ก็มีเพลงเรา มีคนโทรมาทั้งวัน ถามแบบจะจ้างงาน แล้วก็เพื่อนที่ไม่ได้คุยกันเลยเป็น 10 ปีก็ทักมาคุยด้วย เพิ่งรู้ว่าเราร้องเพลง วุ่นวายไปหมดมีแต่คนเข้ามาหา

สบาย : หนูก็จะล้อ ๆ ตั้ม สวัสดีพี่ชื่อติ๋วน้อง ๆ แม่ต่ายอะไรแบบนี้แบบไปเรื่อยค่ะ (หัวเราะ)

ตั้ม : คือมึงเป็นใครวะ ไม่เคยคุยกันเลย เจอกันแบบในโรงเรียนแค่รอบเดียว (หัวเราะ) ไม่ได้อะไรกับเขาหรอกครับ เราก็ขอบคุณมาก แต่มันแค่แปลกสำหรับเราไง เพราะเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจเรา 

เห็นชอบมีคนมาเถียงกันว่าใครเป็นคนร้องเพลงกันแน่

ตั้ม : เราร้องคู่แต่เสียงเราคล้ายกัน ผมเป็นคนเสียงเป็ด ๆ เสียงสูง บายเป็นผู้หญิงเสียงใหญ่ แล้วพอร้องมันก็เลยเข้ากันพอดีจนแยกไม่ออก

จากชื่อเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แต่หลังเพลงดังกลับกลายเป็นผู้ถูกเลือกให้สมหวัง กลัวไหมถ้าเกิดว่าดังเพลงเดียว 

ตั้ม : ผมไม่คิดว่าจะดังเพลงเดียว มั่นใจ แต่คิดว่าเพลงอื่นไม่น่าจะดังเท่าเพลงนี้แล้วแหละ แค่ประครองให้วงเราอยู่ได้ ซึ่งก็พยายามหาทางอยู่ครับ 

ผมก็มีไปคุยกับค่ายหลาย ๆ ค่าย แต่ก็มานั่งคิดอยู่ว่าเราจะเอายังไงดี เรียกว่าทุกวงก็มีระยะเวลาเป็นของตัวเอง หมายถึง ไม่ใช่ทุกวงที่จะอยู่ไปตลอด ยิ่งพวกวงอินดี้ เดี๋ยวแป๊บ ๆ มันก็เปลี่ยนแล้ว

สบาย : มีหน้าใหม่ขึ้นมาเยอะมาก ใครก็ใช้คำว่าอินดี้ได้

กดดันไหมกับเพลงต่อไป

ตั้ม : ไม่ได้กดดันเลย เรียกว่าไม่ได้สนใจมากกว่าครับ

สบาย : เราฟังแล้วชอบก็โอเคแล้ว

ตั้ม : เอาจริง มันดูแย่นะ ผมแคร์แฟนคลับเหมือนกันแต่ก็เหมือนไม่ได้แคร์เท่าไหร่

หมายความว่า

สบาย : เราว่าแฟนคลับชอบสิ่งที่เราชอบ

ตั้ม : อืม เราไม่ได้แคร์ความคิดเห็นใคร บางทีมีคนมาเมนต์แม้กระทั่งรายละเอียดเบส เบสเบาไป เสียงร้องทำไมสูงจัง ผมแคร์แค่คนที่ชอบ ก็เลยไม่ได้สนใจครับว่ามันจะเป็นยังไง เพราะเมื่อก่อนวิวหลักหมื่นเราก็อยู่ได้ เราก็ยังทำมันต่อ ผมทำวงมาแค่ปีเดียวแต่ว่าปล่อยมา 10 เพลง ซึ่งผมทำคนเดียวหมดเลยเพราะไม่มีตังค์จ้างใคร

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ระยะเวลา 1 ปี 10 เพลง กับยอดวิวหลักหมื่น มีท้อบ้างไหม

ตั้ม : มีท้อแค่แวบเดียวก็กลับมา เป็นโชคดีของเราที่ยังเรียนไม่จบ ผมเรียนไปด้วย รับงานนอกไปด้วย รับงานลูกค้า แต่งเพลง ทำเพลงโฆษณา แต่ถ้าเรียนจบคงท้อกว่านี้เพราะต้องไปทำงานประจำ อาจจะหมดเวลา หมดไฟ

แสดงว่า 10 เพลงที่ผ่านมา ทำด้วยแพสชันล้วน ๆ

ตั้ม : ใช่

ถามจริง อยากดังไหม

ตั้ม : ไม่เลยครับ คือวิวน้อยไม่ได้แปลว่าเพลงไม่ดีนะ แต่คนคงไม่เจอแค่นั้นเอง ถ้าเมื่อไหร่คนเจอเดี๋ยวมันก็มาเอง เราก็สู้ทำไปเรื่อย ๆ ผมดูจากศิลปินต่างประเทศ อย่าง Katy Perry ทำเพลง 3 อัลบั้มกว่าจะดัง ซึ่งผมก็คิดว่า ไอ้เชี่ยเราทำแค่ 10 เพลง แค่อัลบั้มเดียวเอง เขายังสู้เลย เราทำเยอะก็มีเพลงเล่นสดเยอะ ผมคิดแค่นั้น มันดันมาดังเพลงที่ 10 แต่ถ้าไม่ดังก็ยังทำต่อครับ

แต่เพลงแรก ๆ อย่าง คุณจะไปแคร์เหี้ยอะไร ดูแตกต่างจาก ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง มาก 

ตั้ม : ผมไม่ได้มองว่าต้องทำอะไรเหมือนเดิม มนุษย์ทุกคนมีเส้นทางการเดินที่แตกต่างกันจริง ๆ เราแต่งเพลงป๊อปมานานแล้ว แต่ผมแค่อยากเปิดด้วยเพลงที่แสดงความเป็นตัวเองก่อน ซึ่งรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีคนฟัง แต่มันมีความพิเศษ คนจะฟังเยอะฟังน้อยเราไม่ได้สนใจ 

แล้วทั้งสองคนเป็นคนไม่ค่อยแคร์เหี้ยอะไรรึเปล่า

สบาย : เมื่อก่อนหนูยังฝืนที่จะไม่แคร์ค่ะ เพราะว่าหนูอยากดัดนิสัยตัวเอง แต่ตอนนี้คือไม่แคร์จริง ๆ ค่ะ (หัวเราะ) ถ้าแฟนคลับมาเจอเราไปตลาด จะเห็นใส่กางเกงลายสก็อตหรือกางเกงลายชบาออกมาซื้อส้มตำเป็นปกติ 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

เป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรนิษราจินตนาการไว้คือ

ตั้ม : หาเงินครับ จริง ๆ ด้วยความที่ไม่ค่อยมีเงิน เราก็แค่ทำเพื่อหาเงิน มีหลาย ๆ คนถามว่ามีเฟสติวัลในฝันไหมที่อยากขึ้น ผมตอบว่าไม่มีนะครับ แต่ผมขึ้นได้ทุกเวที ถ้าเขาเชิญไปเล่นเราก็ไปสนุกได้ แต่ผมไม่ได้มีความฝันว่าเราต้องการไปตรงนั้น ผมอาจจะชอบ The Beatles ด้วยแหละ เขาเป็นวงที่ไม่ค่อยได้ทัวร์และเขาปล่อยเพลงถี่มาก 

แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน ก็อาจจะแค่มีเพลงอมตะที่ฟังได้ตลอด อีก 10 ปีก็ยังฟังเพลงนี้อยู่ อยากเป็น Radio Star ไม่ได้อยากเป็น Video Star เหมือนที่ ไมเคิล แจ็คสัน เคยมีดราม่า 

แล้วบายล่ะ 

สบาย : ถ้าเป็นตอน ม.ปลาย จะอยากไปโคเชลล่า แต่บายเป็นเด็กอ้วนด้วยค่ะ (หัวเราะ) พอมาทำเพลงจริง ๆ ก็เลยมีความฝันว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยวพิเศษโดยที่ไม่ต้องคิดว่าถ้าเพิ่มเงินมา 5 บาท แล้วจะเสียดายเงิน

ตั้ม : สรุปเราคือพวกงกนั่นเอง

แล้วในมุมของศิลปิน คิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้า กลับมาฟังเพลงตัวเองจะรู้สึกยังไง

ตั้ม : ถ้าคิดล่วงหน้าในตอนนี้ ผมก็มองว่าเป็นวัยครับ มันดีที่สุดแล้วในตอนนั้น ผมเป็นคนไม่ค่อยเสียดายกับสิ่งที่ตัวเองทำในอดีตเท่าไหร่ รู้สึกว่าถ้าไม่มีเราในอดีตก็ไม่มีเราในวันนี้ เราแก้มันไม่ได้ 

ฟังเพลงเรนิษราตอนไหนถึงจะเพราะที่สุด

สบาย : ส่วนใหญ่เป็นเพลงเศร้าอะ อาจจะต้องช่วงที่เศร้า ๆ หน่อย

ตั้ม :  ผมมองว่าเป็นเพลงฟังสบาย จังหวะไม่ได้เร็วไม่ได้ช้า ฟังตอนขับรถคงจะเพลิน 

ในฐานะที่พวกคุณคุยกับ The Cloud เป็นที่แรก ขอ 1 เรื่องเข้าใจผิดที่อยากแก้ข่าว

สบาย : แรก ๆ เวลาคนบอกว่าหนูเป็นกะเทย หนูก็หงุดหงิด แต่หลัง ๆ นี้เขามาถามว่าเป็นผู้หญิงหรือกะเทย หนูก็ตอบไปเลยว่าเป็นชายแท้ที่ไว้ผมยาว แล้วก็ชอบแต่งหน้าเหมือนแดร็กควีน หนูรำคาญ (หัวเราะ)

ตั้ม : แต่เป็นกะเทยก็ได้ น่ารักดีนะ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load