ตั๊ก บริบูรณ์, บอล เชิญยิ้ม, ค่อม ชวนชื่น, นุ้ย เชิญยิ้ม, แจ๊ส ชวนชื่น, โรเบิร์ต สายควัน, เหน่ง เชิญยิ้ม

คุณนึกภาพบริษัทที่มีพนักงานเป็นกลุ่มคนด้านบนออกไหมว่าทิศทางบริษัทจะเป็นอย่างไร คุณคาดหวังสิ่งใดจากพนักงานเหล่านี้

สำหรับผม แน่นอนว่าไม่ได้คิดถึงเรื่องซีเรียสอย่างตัวเลขกำไรในแต่ละไตรมาส หรือความมั่นคงของบริษัทในอนาคต

ผมคิดถึงความฮาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ในวันที่บริษัทอื่นหยุดทำการเนื่องในวันหยุดชดเชยวันแม่ ผมเดินทางไปเยือน บริษัท ฮา ไม่จำกัด เนื่องจากนี่เป็นวันแรกที่พวกเขากลับมาเปิดทำการ หลังจากปิดตัวชั่วคราวไปราวเดือนกว่าๆ

หากใครจำได้ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาพวกเขาเพิ่งแถลงข่าวปิดตัวเนื่องจากหลุดผังจากช่องเดิมหลังออกอากาศมาราว 2 ปี ครั้งนั้นเองที่ บริษัท ฮา ไม่จำกัด สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส แถลงการณ์ในเพจเฟซบุ๊กมียอดไลก์หลักหมื่นและคนคอมเมนต์หลักพัน คลิปแถลงการณ์ในยูทูบมียอดวิวเกือบล้าน บ่งบอกชัดเจนว่ามีคนโหยหาจังหวะตลกเฉพาะตัวของพวกเขาอยู่ไม่น้อย

ว่ากันตามตรง รายการตลกบ้านเราก็มีอยู่ไม่น้อย รายการซิตคอมก็หาดูได้ไม่ยาก สิ่งที่น่าสนใจคืออะไรทำให้ บริษัท ฮา ไม่จำกัด โดดเด้งออกมาจากรายการเหล่านั้น อะไรทำให้ผู้คนโหยหารายการนี้

ไม่ต้องไปเปิดรายงานประจำปีของบริษัทให้วุ่นวาย พนักงานทยอยมาถึงออฟฟิศแล้ว ไปฟังจากปากพวกเขาน่าจะได้เรื่องได้ราวกว่าผมคิดว่าอย่างนั้นนะ

บริษัท ฮา ไม่จำกัด
1.

มันไม่ใช่ซิตคอมแบบที่เราคิดบนกระดาษแล้ว

ที่สตูดิโอถ่ายทำซึ่งเปรียบเสมือนออฟฟิศของพวกเขา พนักงานบริษัทคนแรกที่ผมเจอคือ โรเบิร์ต สายควัน

อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แค่เห็นหน้าผมก็แอบฮาในใจเมื่อคิดถึงมุกตลกที่ผ่านๆ มาของเขา

ที่พวกเราต้องหยุดไปสี่สิบกว่าวันเพราะพี่โรเบิร์ตเขาหยุดไปทำหน้า” เป๋าอิทธิพล อำพา โปรดิวเซอร์หัวเรี่ยวหัวแรงหลักของรายการแซวตลกขวัญใจโลกโซเชียลฯ

“นี่ขนาดทำแล้วนะ” โรเบิร์ต แซวตัวเองด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย เรียกเสียงหัวเราะให้คนรอบข้าง

หลังจากที่เหล่าตลกหน้าคุ้นมากันครบถ้วน แต่ละคนก็สับเปลี่ยนกันไปยืนกลางแดดจ้าในชุดสูทเพื่อถ่ายทำคลิปโปรโมตการกลับมาของรายการ

กูเอะใจแล้ว ทำไมวันนี้ทากันแดดให้กูหนาจัง” นุ้ย เชิญยิ้ม พูดยิ้มๆ ท่ามกลางแดดร้อนๆ ไม่ต้องสงสัยว่ามีเสียงหัวเราะตามมาไหม

บริษัท ฮา ไม่จำกัด
บริษัท ฮา ไม่จำกัด

หลายคนอาจเคยได้ยินประโยคที่ว่า ตลกตัวจริงไม่ตลก’ แต่การมาอยู่ท่ามกลางเหล่าพี่ๆ ตลกเหล่านี้ ผมกลับรู้สึกว่าประโยคนั้นเป็นเพียงคำพูดของคนนอกที่ไม่ได้สนิทสนมกับเขาเพียงพอ สารภาพตามตรงว่าตัวเองแอบนั่งหัวเราะไม่หยุดเมื่อได้นั่งฟังพวกเขาคุยกัน อำกัน หยอกล้อกัน และคงต้องให้เครดิตกับ เป๋า ผู้รับเหมาเป็นทั้งผู้กำกับและโปรดิวเซอร์รายการที่มองเห็นความฮานอกจอนี้แล้วหยิบมาใช้อย่างลงตัว

ไม่แน่ใจว่าซิตคอมรายการอื่นมีบทที่แข็งแรงแค่ไหน แต่สำหรับ บริษัท ฮา ไม่จำกัด ผู้กำกับปล่อยให้นักแสดงเล่นกันเหมือนที่พวกเขาคุยเล่นกันในชีวิตจริง

และสำหรับผู้ชมอย่างเราๆ นี่ถือเป็นเสน่ห์สำคัญของ บริษัท ฮา ไม่จำกัด อย่างแท้จริง

ตอนแรกพี่เอ-วราวุธ เจนธนากุล เขาบอกว่าเราต้องทำซิทคอมเรื่องนึง เพื่อให้เป็นตลกทางเลือกใหม่ของคนดูทีวี เพราะตอนนั้นก็มีแต่กลุ่มเดิมๆ” เป๋าย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในวันจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทที่มีพนักงาน 3 คนในช่วงเริ่มต้น คือ ตั๊ก บริบูรณ์, บอล เชิญยิ้ม และ ค่อม ชวนชื่น ก่อนจะมีเพื่อนฝูงตลกตามมาสมทบจนเต็มทีมอย่างในปัจจุบัน “ความตั้งใจแรกเลยคือมันจะเหมือนซิตคอมจริงๆ แต่ทันทีที่นับ ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง แอ็คชั่น พอเห็นเขาเล่นกันก็บอกตัวเองว่ามันไม่ใช่แล้ว มันไม่ใช่ซิตคอมแบบที่เราคิดบนกระดาษแล้ว แต่มันมีอะไรบางอย่างไม่รู้ที่เราเห็นแล้วมันตลก ตลกกว่าที่เราเคยดูในทีวีอีก จังหวะที่เขาเล่นกัน หลุดกัน มันมีความเป็นธรรมชาติ ซึ่งถ้าเกิดเราบังคับด้วยบท มันก็จะต้องเทค พูดใหม่ เทค พูดใหม่

บริษัท ฮา ไม่จำกัด

“คำถามคือไอ้สิ่งที่เราดูในสตูดิโอแล้วมันตลก ทำไมคนดูไม่ได้เห็น”

เป็นจริงอย่างที่ใครบางคนว่าไว้ว่าคำถามสำคัญกว่าคำตอบ ด้วยคำถามที่ว่า ‘ทำไมคนดูไม่ได้เห็น’ ตั้งแต่เทปแรกเป็นต้นมา เป๋าจึงตัดสินใจให้สวัสดิการกับพนักงาน บริษัท ฮา ไม่จำกัด ทุกคนเป็นอิสระในการแสดง

จะล้อจะเล่นอะไรปล่อยของกันให้เต็มที่ คนทางบ้านจะได้ฮาด้วย

เราจะมีแค่โครงเรื่อง ว่าเราจะเล่นอะไร ไปเพื่ออะไร สังเกตเขาก็อ่านกัน ดูกัน เขารู้แล้วล่ะว่ามันคืออะไร เพราะถ้าจะให้ไม่มีบทเลยก็เป็นไปไม่ได้ เพราะบางวันพวกเขาก็แบลงก์มา บางวันเขาก็เหนื่อยล้ากันมา ดังนั้นเราต้องมีโครงให้เขาเดิน เหมือนกับเราเป็นคนสร้างสนามบอล เรามีสนามบอลมาตรฐาน มีสนามหญ้าที่ดี มีลูกบอลที่ดี มีแผนการเล่นที่ดี แล้วสุดท้ายนักฟุตบอลแต่ละคนก็จะโชว์ทักษะของเขาเอง”

แจ๊ส ชวนชื่น ตลกจากยุคคาเฟ่รุ่นสุดท้าย ที่นั่งอยู่ไม่ไกลเปรียบเปรยว่าการเล่นตลกของ บริษัท ฮา ไม่จำกัด คล้ายเวลาตลกนั่งคุยกันหลังเวที

“ที่เหมือนในคาเฟ่คืออะไรรู้มั้ย” แจ๊สเกริ่นด้วยคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ “ความรู้สึกเรามันเหมือนตอนที่ตลกนั่งดื่มกินกันหลังเลิกงานแล้วคุยเล่นกัน มันคือตลกที่เล่นกันข้างล่างจริงๆ เป็นแบบนี้เลยนะ อำกัน ซึ่งไม่มีใครเห็นมุมนี้หรอก ตลกจริงๆ เขาไม่ได้สนุกตลอดเวลานะที่ต้องมาเล่นมุกอะไรเป็นล็อกๆ เขาก็จะเอาสิ่งที่เขาเล่นบนเวทีมาอำกันเอง มาเล่นกันข้างล่าง”

หากใครมีโอกาสมายืนดูการถ่ายทำในสตูดิโอคงเห็นภาพเดียวกันกับผม นั่นคือภาพการถ่ายทำที่แทบไม่มีการสั่งเทค และเป็นการถ่ายทำที่แยกไม่ออกว่าตอนนี้กำลังถ่ายอยู่จริงๆ หรือพวกเขากำลังคุยเล่นกัน

บริษัท ฮา ไม่จำกัด
บริษัท ฮา ไม่จำกัด
2.

เดี๋ยวนี้วัยรุ่นชอบเห็นความหายนะของตลก

“นี่เปิดบริษัทใหม่มุกมึงยังไม่ไปไหนเลย” นุ้ย เชิญยิ้ม อำเพื่อนตลกระหว่างซ้อมถ่ายทำเทปแรกหลังย้ายมาอยู่ช่อง ONE

นี่คือจุดเด่นอีกประการที่ทำเอาใครหลายคนนั่งหัวเราะเสียอาการ นั่นคือการเอามุกเดิมแบบที่เราคุ้นเคยจากยุคคาเฟ่รุ่งเรืองมาหักมุกหักมุม มาแซวมาขยี้

จากมุกเดิมๆ ช้ำๆ ซ้ำๆ จึงเกิดเป็นมุกใหม่ๆ อย่างไม่จำกัดในบริษัทนี้

“สมมติถ้าเทียบเป็นขนม ตลกคาเฟ่คือขนมในยุคหนึ่ง ถ้าเราเอามาขายแพ็กเกจแบบเดิม คนก็ไม่ซื้อ แต่เราคิดว่าในเมื่อเนื้อในมันดี ขนมมันอร่อยมากเลย เราก็เลยพยายามหีบห่อแพ็คเกจจิ้งใหม่” เป๋า อธิบายระหว่างพักการถ่ายทำ “บริษัทฮาเล่นมุกคาเฟ่เหมือนกัน แต่ในเมื่อคนดูเดาทางถูก แล้วเราจะทำยังไง เรากลัวไม่ขำใช่มั้ย ในเมื่อคนเดาทางถูกเราก็เล่นย้อนศรเลย จะเรียกว่าหน้าด้านก็ได้ แต่ด้วยวิธีการถ่ายทำ วิธีการนำเสนอ แล้วก็การล้อเลียนมันก็เลยดูใหม่ขึ้น”

บอล เชิญยิ้ม หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เสริมในประเด็นเดียวกัน “บางคนเคยดูมุกไวพจน์ เพ็ดตะพึด เราก็เอามาบิดสิ แกล้งหักมุก บางทีอีกคนเขาเล่นมาเราแกล้งไม่สนใจบ้าง เหมือนตั๊กเล่นเราแกล้งไม่สนใจปล่อยผ่าน มันก็จะได้วิธีการอีกวิธีนึง มันก็จะเงียบบ้าง ฮาบ้าง ผสมกันไป ผมว่าพอมารวมกันแล้วมันกลายเป็นลงตัว เคมีมันเข้ากัน คนเลยชอบ ไม่งั้นคนไม่ฮือฮาอย่างนี้หรอก”

ที่อีกมุมหนึ่งในสตูดิโอ ผมเห็นแจ๊สนอนพักอยู่บนเตียงเคียงข้างน้าค่อม ใครหลายคนในโลกโซเชียลฯ ยกย่องให้เขาและบริษัทฮาไม่จำกัด คือตัวแทนของตลกยุค 4G

ว่าแต่ตลกยุค 4G ต่างจากตลกยุคคาเฟ่ยังไง-ผมสงสัย จึงเดินเข้าไปร่วมเตียงกับเขา

บริษัท ฮา ไม่จำกัด

“นี่แหละตลกยุค 4G เขานอนให้สัมภาษณ์อย่างนี้แหละ” น้าค่อมซึ่งนั่งเอกเขนกบนเตียงชิงตอบ ก่อนที่แจ๊สซึ่งนอนอยู่ข้างๆ จะพูดต่อ “มันต่างกัน สำหรับเราต้องจับจุดคนดู ต้องรู้จักคนดูก่อน พื้นฐานเรามี เราสามารถเล่นได้ทุกอย่างแหละ แต่ไม่รู้ว่าอันไหนดีบ้างไม่ดีบ้าง ไม่รู้นะ แต่ตลกมันต้องแถกไป เอาตัวไถไปให้มันได้ ยุคนี้คนชอบดูอะไรสดๆ คนไม่ชอบอะไรที่ตั้งใจ ไม่ชอบอะไรที่เตี๊ยมมา เราต้องเกี่ยวเอาประสบการณ์ที่เรามีมาใช้ให้เร็ว เหมือนดึงลิ้นชักตรงนี้ออกมา ดึงลิ้นชักตรงนั้นออกมา เอาเอกสารเล่มนี้ออกมาใช้ เราต้องไว

“เดี๋ยวนี้วัยรุ่นชอบเห็นความหายนะของตลก คือพอแม่งเล่นแล้วไม่ฮา แต่มันกลับทำให้ฮาได้ มันคืออีกแบบนึงเลยนะ มึงหักมุกกันเอง แต่เฮ้ย มันฮา มันจี้ มันเห็นแล้วสะใจ คนดูก็ดูแล้วยิ้มแบบสะใจ ก็เลยเกิดเป็นมิติใหม่ของ บริษัท ฮา ไม่จำกัด

หากใครที่ติดตาม บริษัท ฮา ไม่จำกัด มาตั้งแต่วันแรกย่อมสังเกตได้ว่าอีกหนึ่งจุดที่ทำให้รายการโด่งดังในโลกโซเชียล คือมุกที่ทันเหตุการณ์ กล้าหยิบเรื่องหมิ่นเหม่มาล้อเลียน มาหยิกแกมหยอก

“อันนี้คือความตั้งใจเลย” เป๋าตอบทันทีเมื่อผมถามไถ่ “ตอนแรกๆ เราล้อเลียนอะไรกันบางอย่างแล้วมันเกิดกระแส เราก็เลยเรียนรู้ อ๋อ คนเขากำลังสนใจ บางทีสังคมไทยเขาอยากเห็นอะไรที่มันไว สด ตอนนั้น เราก็เลยเอาสิ่งนั้นมาทำ แต่เจตนาเราไม่ได้ตั้งใจที่จะไปตัดสินว่ามันดีหรือไม่ดีนะ

“พี่บอลกับน้าค่อมสอนผมว่า จำอวดคือจำคนอื่นมาอวด การล้อเลียนก็คือการจำเหตุการณ์มาอวดคนอื่นอีกที เราก็เลยกล้าที่จะทำ ใจเราไม่ได้คิดว่าเราจะซ้ำเติมใครหรือไม่ได้ดูถูกใคร เราทำเพื่อความสนุก”

บริษัท ฮา ไม่จำกัด
บริษัท ฮา ไม่จำกัด
3.

เราสนิทกันมากจนเกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้

บางคนบอกว่าหัวใจของการเล่นตลกคือต้องอย่าบอกว่าคุณจะเล่นตลก

แต่เมื่อถามพวกเขา พวกเขาบอกว่าหัวใจของการเล่นตลกคือความเป็นพี่เป็นน้อง และเป็นเพื่อน

ทุกคนพูดตรงกันว่าหากไม่ใช่คนกลุ่มนี้ที่อยู่รายรอบ หลายๆ มุกเขาคงไม่กล้าเล่น ไม่กล้าอำ แต่ที่กล้าทำเพราะความผูกพันที่สั่งสมกันมา

“พวกเราเป็นพี่น้องที่เกี่ยวกันมานาน” แจ๊ส เริ่มพูดก่อน “ผมเคยอยู่กับพี่บอล เคยเล่นคาเฟ่กับพี่บอลมาเกือบปี พี่ค่อมก็เหมือนอาจารย์ผมตั้งนานแล้ว พี่ตั๊กก็เหมือนพี่คนนึง เคยถ่ายรายการ โอโน่ อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เขามีความสนใจที่อยากจะเล่นตลก พี่นุ้ยก็เป็นพี่อีกคนที่เราเคยเจอมา มันกลมเกลียว เล่นกันด้วยความสนิท เราสนิทกันมากจนเกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้ แล้วผมก็เชื่อด้วยว่าผมไปที่อื่นผมก็ไม่ใช่แบบนี้”

บริษัท ฮา ไม่จำกัด

ความสำเร็จของ บริษัท ฮา ไม่จำกัด เกิดจากความสนิท เราทั้งหมดสนิทกันหมด อย่างคุณตั๊กนี่ก็สนิทกัน สนิทมาก” บอล เชิญยิ้ม พูดถึงเพื่อน

“เฮ้ย ไม่สนิท ผมไม่สนิท” ตั๊กพูดด้วยสีหน้าซีเรียสราวกับสิ่งที่พูดคือเรืี่องจริง บอลมองค้อนก่อนพูดต่อ

“พอสนิทกันเราก็เลยเล่นแกล้งนู่นนี่นั่น อำกันได้ อำตั๊กเรื่องไปเที่ยวหมอนวดจนบางคนเชื่อไปแล้ว อย่างน้าค่อมก็อำแกเรื่องสุขภาพ เรื่องเบาหวาน หรือเอาโรเบิร์ต สายควัน มาอำเรื่องยา จนเริ่มเป็นกระแส ซึ่งพี่เบิร์ตเขาไม่ได้ติดยาแล้วนะ แต่เราอำ เพราะรูปร่างทรงเขายังเหมือนอยู่” บอลพูดถึงความสนิทสนมกันของเพื่อนๆ ร่วมบริษัท

“ผมโดนถามเยอะ พี่เติมมายัง เต็มถังหรือเปล่า อย่าไปทางนั้นนะพี่ ตำรวจเขาตั้งด่าน ผมโดนแซวตลอด” โรเบิร์ต สายควัน พูดถึงผลที่ได้รับจากกระแสในโลกโซเชียลฯ “เราก็กลายเป็นมุกทางนี้ไป แต่เราก็ไม่ซีเรียส เพราะเรื่องยาเรื่องอะไรมันเป็นแค่เรื่องอดีตที่เราเคยผ่านมาในชีวิต ตอนนี้เราก็ไม่ได้ยุ่ง ไม่ได้ข้องแวะ แล้วเราก็ดีใจนะ ที่มีน้องๆ หลายคนที่เขาเคยมีปัญหากับยาเสพติดมาบอกเราว่าได้พี่เป็นไอดอลแล้วก็เลิกยาได้ ไม่ข้องแวะแล้ว ถ้ามีเวลาว่างก็จะไปพูดตามมหาวิทยาลัยบ้าง ตามค่ายทหารบ้าง เรื่องราวของพิษภัยยาเสพติด บอกเขาว่ามันไม่ดี เราผ่านมาแล้ว หลายคนก็เข้ามาขอบคุณ เราก็มีกำลังใจ”

บริษัท ฮา ไม่จำกัด

ก่อนจะปล่อยพวกเขาไปถ่ายทำฉากถัดไป ผมชงคำถามสุดท้ายให้แจ๊สได้ตอบ ความสนิทสนม ความเป็นพี่เป็นน้อง สำคัญยังไงกับการเล่นตลก”

“มันทำให้เราเล่นไม่เกร็ง บางทีสมมติผมไปเล่นกับตลกรุ่นใหญ่ที่ผมไม่ได้สนิทมาก ผมก็จะเกรงบารมี จะเล่นอะไรก็ไม่กล้า ไม่เป็นตัวเอง แต่อยู่ที่นี่ผมเป็นตัวเอง พูดอะไรก็ได้ แล้วมันจะพรั่งพรู ความสามารถเราไม่ถูกปิดกั้น ไม่ถูกปิดฝาขวด

“พอฝามันเปิด ทุกอย่างก็พร้อมที่จะพุ่งออกมา”

หลังพูดจบพวกเขาเดินไปเข้าฉากถัดไป แล้วก็จริงอย่างที่เขาว่าไว้

สิ่งต่างๆ พวยพุ่งออกมาเป็นความฮาไม่จำกัด

บริษัท ฮา ไม่จำกัด
บริษัท ฮา ไม่จำกัด

Writer

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

The calm before the storm

ฉันนึกถึงสำนวน ‘ช่วงเวลาสงบก่อนพายุเข้า’ เมื่อพูดถึงการสัมภาษณ์หนุ่มไทยคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตเป็นนักร้องอยู่ที่เกาหลี ด้านนอกห้องสีขาวเงียบกริบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ แฟนคลับมหาศาลรอคอยการปรากฏตัวของสมาชิกวง GOT7 แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ในงาน est Cola BamBam One Man Show บรรยากาศตื่นเต้น รอคอย เป็นสุข ท่วมท้นปะปนหน้าเวที กระแสความรักก่อตัวล่วงหน้านานหลายชั่วโมง และจะกระหึ่มกึกก้องกว่านี้อีกหลายเท่าเมื่อซูเปอร์สตาร์ก้าวออกไป

ส่วนฉันอยู่ในห้องรับรองกับคำถามไม่กี่ข้อ เวลาไม่กี่นาทีที่จะได้พูดคุยกับเขาแบบพิเศษ และความตื่นเต้นเหมือนกำลังจะลงมือทำข้อสอบ

เมื่อเด็กหนุ่มผมสีแดงเพลิงเข้ามานั่งแล้วส่งยิ้มให้ ฉันก็เข้าใจ

นั่นไง ตาพายุมาแล้ว

แบมแบม GOT7

เริ่มรู้ว่าชีวิตจริงคืออะไร

กราฟชีวิตของแบมแบมแตกต่างจากคนทั่วไป ขณะที่เด็กๆ คนอื่นเรียนหนังสือชั้นมัธยมต้น กันต์พิมุกต์วัย 13 ปี จากเมืองไทยไปเป็นนักร้องฝึกหัดที่เกาหลี เรียนภาษา เรียนร้อง เรียนเต้น ฝึกวิชาชีวิตนอกห้องเรียน จนได้เปิดตัวเป็น 1 ในสมาชิก 7 คนของวง GOT7 ในปี 2014 การเข้าสู่วัยทำงานตั้งแต่อายุน้อยมีราคาชีวิตที่ต้องจ่าย ประสบการณ์วัยเยาว์ที่หายไปแลกมาด้วยสถานะ ชื่อเสียงเงินทองที่หลายคนใฝ่ฝัน

“ผมมีทั้งเรื่องที่เสียดาย และก็เรื่องที่คิดว่าดีแล้วเหมือนกัน สิ่งที่เสียดายก็คือไม่มีชีวิตวัยเด็ก ผมไม่มีเพื่อนสนิทที่ไทยสักคน เวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่จะคบเพื่อนมัธยมแล้วไปมหา’ลัยด้วยกัน แต่ช่วงนั้นคือผมกำลังเทรนที่เกาหลี แต่มันก็ดีที่เริ่มทำงานตั้งแต่อายุน้อย ถ้าเกิดว่ามาไม่ถูกทางเรายังเปลี่ยนได้ เสียนิดนึง แต่ยังมีเวลาพอที่จะตัดสินใจได้อยู่

“สิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับผมหลังจากเดบิวต์คือการทำให้ครอบครัวได้สบายขึ้น ก่อนเดบิวต์บ้านผมหลังเล็กมากครับ หลังคารั่วทุกรอบที่ฝนตก การเปลี่ยนสภาพแวดล้อม เปลี่ยนบ้านให้ได้ เป็นเรื่องที่ดีที่สุด”

ปีนี้แบมแบมอายุครบ 20 ปี กำลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เมื่อนับอายุตามหลักสากล ในขณะเดียวกันความนิยมใน GOT7 ก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บทเพลงของพวกเขาเริ่มได้รับรางวัลที่ 1 และได้รางวัลปลายปีตามรายการต่างๆ มากขึ้น แถมบอยแบนด์วงนี้เพิ่งจบการทัวร์ 4 ภาคที่นครราชสีมา เชียงใหม่ กรุงเทพฯ และภูเก็ต เป็นวงเกาหลีวงแรกที่เปิดแสดงทั่วประเทศไทย สมาชิกคนไทยเพียงคนเดียวจึงได้กลับมาทำงานที่บ้านเกิดถี่ขึ้น และบางครั้งก็รับงานเดี่ยวเพียงลำพังเหมือนครั้งนี้ นับจากวันแรกที่เดบิวต์จนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่าเด็กหนุ่มเติบโตขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ

“จะว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วรึยังผมก็ไม่ชัวร์นะ แต่ที่แน่ๆ คือโตขึ้นกว่าเมื่อก่อน เริ่มรู้ว่าชีวิตจริงคืออะไร ผมว่าผมรู้เร็วกว่าคนอายุเท่าผมหลายคน ส่วนใหญ่คงกำลังเรียนมหา’ลัย ขึ้นปี 2 ยังไม่ได้เข้าสังคมจริงๆ จังๆ ส่วนผมไม่มีสังคมโรงเรียน แต่ได้เจอคนโน้นคนนี้เยอะ เรียนรู้ที่จะเตรียมอนาคตว่าตอนนี้เราอยู่ตรงนี้ แล้วถ้าเราอยากไปอยู่ตรงนั้น เราต้องทำยังไง”

แบมแบม GOT7

แบมแบม GOT7

เรียนรู้นอกตำรา

การร้อง การแร็พ การเต้น ภาษาเกาหลี และภาษาอังกฤษ สิ่งเหล่านี้อาจอยู่ในห้องซ้อมของ JYP แต่ประสบการณ์การทำงานเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสอนได้ ชีวิตใต้แสงไฟเป็นบทเรียนบทแล้วบทเล่าให้กันต์พิมุกต์เติบโตอย่างก้าวกระโดด

“ผมอาจไม่ได้เรียนรู้จากในตำรา แต่ว่าได้เรียนรู้นอกตำราเยอะพอสมควร ทั้งการคบคน การวางตัว ผมอาจจะยังอายุน้อยอยู่ แต่ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบคนอายุน้อยสักเท่าไหร่ เริ่มเรียนรู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้เราต้องทำตัวยังไง เจอผู้ใหญ่ต้องทำยังไง เวลามีงาน ต้องรับผิดชอบอะไรตรงไหน ต้องระวังอะไร ต้องมีเวลาส่วนตัวเวลาไหนบ้าง แล้วเวลาว่างๆ ควรใช้เวลายังไง

“วงการแบบนี้การแข่งขันสูงครับ การจะเอาตัวรอดมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ตอนเด็กๆ เขาให้ทำอะไรผมก็ทำตามไปหมด เดี๋ยวนี้ถ้าผมคิดอะไรที่แตกต่าง ผมก็จะลองทำในแบบที่เชื่อดู อาจได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่พอเริ่มเรียนรู้ชีวิต ผมก็เริ่มมองเกมออกว่าต้องเล่นเกมตรงนี้ยังไง สมมติมีงานออกรายการเข้ามา คนที่เล่นเกมไม่เป็นจะไม่เตรียมตัว ไม่รู้ว่าเป็นรายการอะไร ต้องเตรียมตัวยังไง ต้องพูดอะไร แล้วก็ไม่รู้ว่าคนดูอยากได้อะไรจากตัวเรา ผมไม่ได้เชี่ยวชาญ 100% นะ แต่เริ่มรู้ว่าหลายๆ คนอยากได้อะไรจากผม อยากได้ยินผมพูดอะไร สงสัยอะไรในตัวผม ดังนั้นผมจะพูดสิ่งที่เขาอยากฟัง มากกว่าพูดแค่สิ่งที่เราอยากจะเล่า”

แล้วสิ่งที่เราเห็นมีความจริงมากน้อยแค่ไหน ฉันนึกสงสัย หากการแสดงออกของไอดอลในหน้าจอหรือบนเวทีคือการเล่นตามบท ในวินาทีที่ความคาดหวังของอากาเซหรือแฟนๆ ประเดประดังเข้ามา ตัวตนของนายกันต์พิมุกต์ลบเลือนไปบ้างรึเปล่า

“ไม่นะ ผมไม่ได้เฟคหรือว่าโกหก ถ้าผมมีเรื่องที่เขาอยากรู้ ผมก็บอก ถ้าผมไม่มีจริงๆ ก็บอกว่าไม่มี มันไม่ได้กดดันอะไร ถ้าคนเริ่มมองออกว่าผมเป็นยังไง เริ่มรู้จักตัวตนที่แท้จริงของผมแล้ว ผมก็ควรที่จะพูดความจริงบ้าง ไม่ใช่พูดอะไรที่เขาอยากฟังแค่อย่างเดียว”

แบมแบม GOT7 แบมแบม GOT7

ไอคอน vs. คนธรรมดา

การทำงานมาหลายปีทำให้แบมแบมมองเห็นเป้าหมายที่เขาจะเอื้อมคว้า ชายหนุ่มรู้ตัวว่าเขาอยากเดินบนเส้นทางนี้ต่อไป แต่นั่นแหละ ไอดอลหรือดาราก็มีเลือดมีเนื้อเหมือนคนทั่วไป แบมแบมพูดตรงๆ ว่าในบางวันเขาก็อยากเป็นแค่วัยรุ่นคนหนึ่งเหลือเกิน

“บางทีผมก็อยากจบทุกอย่างแล้วกลับไปเป็นคนธรรมดา มีวันที่คิดว่าถ้าเราเป็นคนธรรมดา เราคงไม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ แต่เรื่องความฝันนี่อธิบายยากนะครับ ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือผมอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คน หลายคนบอกว่าอยากเป็นเหมือนพี่แบมแบม ผมเลยอยากเป็นไอคอน ไม่ใช่แค่กับเด็กๆ ที่อยากทำงานด้านนี้นะ แต่การทำงานตรงนี้ผมต้องเสียสละหลายอย่าง สละอิสรภาพเพื่อจะทำสิ่งที่ผมชอบ สละวัยเด็ก ดังนั้นผมอยากเป็นแรงบันดาลใจด้านการทำงาน ด้านความอดทน แต่ก็ไม่วางตัวเป็นซูเปอร์สตาร์นะ ผมก็ยังเป็นผม ทำตัวสบายๆ เวลาขึ้นเวทีก็บ้าบอเรื่อยไป กลับบ้านก็เดินตลาดเลียบด่วน (หัวเราะ)”

แววตาของนักร้องมืออาชีพมีความจริงใจและชีวิตชีวา อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แบมแบมแห่ง GOT7 จะออกไปแจกจ่ายความสนุกสนานให้ผู้คนที่รักเขา เด็กหนุ่มผมสีแดงสบตาฉันก่อนเอ่ยชัดเจน

แบมแบม GOT7

“ผมอยากให้คนชอบตัวตนที่แท้จริงของผม ไม่ต้องมองเห็นผมเป็นอะไรเลย เป็นแบมแบมนี่แหละพอแล้วครับ ถ้าเขาไม่ชอบก็ไม่เป็นไร ดีกว่าต้องไปเฟคให้คนมาชอบนะ ผมไม่ชอบอะไรแบบนั้นเลย แล้วผมเป็นคนชิลล์ๆ ไม่ค่อยดราม่ากับอะไรซักเท่าไหร่ ไม่ถนัดแสดงความเศร้า ถ้าใครบอกว่า แบมแบมร้องไห้สิ โห ผมไม่เคยบีบน้ำตาตัวเองได้สักรอบนึง ร้องไม่เป็น มันต้องเศร้าจริงๆ ถึงจะร้อง”

เสียงของแฟนคลับที่รอพบแบมแบมดังแว่วจากนอกห้อง เวลาสนทนาของเราจบลงด้วยรอยยิ้มของกันต์พิมุกต์ เขาลุกขึ้นเตรียมทำหน้าที่โอบกอดความรู้สึกของผู้คนอย่างที่มืออาชีพพึงจะเป็น ฉันเก็บความสงสัยเรื่องเสียน้ำตาของแบมแบมไว้ในใจขณะเดินออกมา ผ่านใบหน้าของผู้คนหลายร้อยที่รอคอยเขาด้วยความหวังและความสุข

ได้เวลาที่พายุจะพัดแล้ว

แบมแบม GOT7

Save

Save

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load