3 พฤศจิกายน 2563
23.70 K

แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ คือนักแสดงที่คนมากมายต่างจำเธอได้ในบทบาทนางเอกลุคสวยหวาน

เธอห่างหายจากวงการละครไปนานด้วยจุดเริ่มต้นที่อยากขอเบรกไปใช้ชีวิตส่วนตัวสักพัก ก่อนกลับมารับงานแสดงที่รักต่อไปตามคำที่ให้สัมภาษณ์เสมอว่า จะไม่มีวันออกจากวงการไปไหน

แต่กลายเป็นว่าการหวนคืนจอละครอีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย จนเวลาผ่านไปถึง 8 ปี

ความกลัว ความกล้า และลูกบ้า ของนางเอกสาวหวานซ่อนเปรี้ยว แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ

การกลับมาครั้งนี้เธอยังคงครองบทบาทนางเอกเช่นเคย ในละครเรื่อง ขอเกิดใหม่ใกล้ๆเธอ ทางช่อง one31 ที่เป็นการโคจรมาร่วมงานกับพระเอกรุ่นน้องอย่าง ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร

ถึงเบื้องหน้าจะมีเสียงชื่นชมกับหลายบทบาทใหม่ ทั้งงานละคร งานพิธีกร แต่เบื้องหลังคือการต่อสู้กับความคิด ความกลัว และกังวลใจ ที่ต้องอาศัยเพียงความกล้าเพื่อให้ก้าวต่อไปให้ได้ เช่นเดียวกับหลายเหตุการณ์ในหลายช่วงชีวิตของเธอ 

เราพบว่าภายใต้ความอ่อนหวานนั้น เธอคือผู้หญิงมั่นใจ เด็ดเดี่ยว และมีไลฟ์สไตล์ที่ตรงข้ามกับสิ่งที่คนต่างตัดสินจากบุคลิกภายนอก หรือเชื่อไปตามบทบาทนางเอกในอุดมคติ

เช่นครั้งหนึ่ง แอฟ ทักษอร เคยเป็นเด็กสาวชั้น ม.4 ที่มีลูกบ้าขนาดที่เดินไปลาออกจากโรงเรียน เพื่อทุ่มเวลาอ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ หรือความฝันในการเป็นเจ้าของเต็นท์รถที่มีรถขับไม่ซ้ำกันสักวัน รวมถึงการขับรถซิ่งเพื่อสนองความเร้าใจของตัวเอง 

เธอบอกว่า ชีวิตที่ดำเนินมาเป็นแอฟ ทักษอร ซึ่งรู้สึกโชคดีในทุกเรื่องของชีวิตเช่นวันนี้ ต้องย้อนกลับไปขอบคุณความกล้าและความเด็ดเดี่ยวในใจที่ผลักให้ตัวเองเดินออกมาจากความกลัว

ความกลัว ความกล้า และลูกบ้า ของนางเอกสาวหวานซ่อนเปรี้ยว แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ

การกลับมาครั้งนี้ของคุณเราได้เห็นผลงานใหม่ๆ มากขึ้น เช่นงานพิธีกรทั้งๆ ที่เป็นคนพูดน้อย ที่สำคัญ คือการกลับมารับละครที่ห่างหายไปนานมาก 

ใช่ค่ะ (ยิ้มหวาน) แอฟไม่เคยตั้งใจจะออกจากวงการหรือการเป็นนักแสดงเลย และบอกทุกคนตลอดว่าแอฟไม่ได้ออกนะ จองพื้นที่ไว้ให้แอฟก่อน แต่หลังจากช่วงเบรกที่เราไปแต่งงานมีครอบครัว มีลูก ก็กะว่าอยู่กับลูกสักพักจนถึงช่วงที่ลูกเรียนเต็มวันเมื่อไหร่ เราก็จะกลับมาทำงานที่เรารัก นี่คือสิ่งที่แพลนไว้ แต่ตัดกลับมารู้ตัวอีกที เราหยุดไปตั้งแปดปีแล้ว มันนานมาก (ลากเสียงยาว) การกลับเข้ามามันไม่ง่ายเลย

ที่บอกว่าไม่ง่าย เป็นเพราะอะไร

แอฟคิดว่าต่อให้เป็นอาชีพไหน ถ้าเราหายไปแปดปี มันย่อมต้องมีคำถามหลายอย่างเกิดขึ้นว่า เราจะกลับมาได้ไหม จะมีคนให้โอกาสเราไหม เรากลับมาแล้วจะเหมือนเดิมไหม ความรู้สึกหลายอย่างปนเปกันไปหมด ทั้งความหวัง ความดีใจ ความสุขที่จะได้กลับมา ความเครียด ความกังวล มันรวมมาหมด เราต้องต่อสู้กับตรงนี้ให้ได้

เหมือนเราอยู่ในเซฟโซนมานาน พอจะก้าวออกมาก็คิดเยอะ จริงๆ อยากกลับมาทำงานละครสักสองปีก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็พิจารณาหลายอย่างว่ากลับมาคราวนี้จะเริ่มต้นด้วยงานแบบไหน พอยังไม่เจอสิ่งที่เหมาะก็ไม่ยอมก้าวออกมาสักที แล้วคนเราพอจะก้าวแล้วไม่ก้าวสักที คราวนี้ยิ่งกลัวกว่าเดิม ถ้าตอนแรกคิดน้อยๆ แล้วก้าวออกไปเลยจะไม่กลัวขนาดนี้ 

การที่คิดเยอะอยู่อย่างนั้นทำให้เรากดดันตัวเอง แล้วก็รู้สึกว่าคนรอบข้างที่เราเคยทำงานด้วย หรือเอาตรงๆ คนที่เราเคยปฏิเสธงานไป เขาก็มองอยู่ว่าเราจะเอายังไง นั่นก็ไม่ใช่ นี่ก็ไม่เอา ไหนดูสิว่าจะทำอะไร มันก็เป็นความกดดัน

ชื่อของทักษอรเป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว ทำไมถึงกลัวที่จะกลับมาและกลัวว่าจะไม่ได้รับการยอมรับอีก

นี่คือผลงานละครไงคะ แปดปีที่ผ่านมาอาจจะมีชื่อแอฟในสื่อ แต่มันเป็นเรื่องอื่น เป็นเรื่องแอฟที่ไม่ใช่ผลงาน และแอฟไม่ได้ตั้งใจทำมัน บางเรื่องเป็นเหตุการณ์ในชีวิต ไม่ได้เป็นเรื่องการแสดงความสามารถ แล้วบังเอิญว่าคนสนใจ เพราะบางอย่างก็เป็นแง่คิดให้กับบางคนในบางสถานการณ์ ซึ่งส่วนนี้ไม่ใช่ว่าแอฟไม่เห็นคุณค่าของมันนะคะ ถ้าการสัมภาษณ์ของเราทำให้คนที่เจอหรืออยู่ในสถานการณ์บางอย่างมีกำลังใจหรือช่วยเขาได้ แอฟก็รู้สึกภูมิใจว่าเรามีส่วนเล็กๆ ช่วยเขาหรือมีผลให้คนมีความสุขบ้าง แต่งานละครเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งแอฟไม่ได้ทุ่มเทความสามารถในการทำงานแบบนี้มานานแล้ว 

สุดท้ายอะไรทำให้กล้าก้าวกลับมาอีกครั้ง

ด้วยเรื่องบท เรื่องเวลา และหลายอย่างทำให้เรามาลงตัวที่นี่ พอได้คุยกับ พี่ป้อน (นิพนธ์ ผิวเณร ผู้บริหารช่อง one31) ก็คุยกันแบบรุ่นพี่รุ่นน้อง เพราะพี่ป้อนเป็นรุ่นพี่ของแอฟที่นิเทศฯ จุฬาฯ เลยได้คุยกันแบบเจาะลึก ซึ่งไม่เคยมีใครถามเราแบบนี้ พี่ป้อนถามว่า ใน Career Path นี้มองตัวเองเป็นยังไง อยากก้าวต่อไปทางไหน ต้องการอะไร อยากทำงานแบบเอาถ้วย เอาเงิน หรือเอากระแส 

อยากรู้คำตอบที่ตอบพี่ป้อนไปตอนนั้น

ก็บอกว่าจะอยู่ในวงการ จะไม่ไปไหนค่ะ (หัวเราะ) บอกตรงๆ ว่าแอฟทำตรงนี้ไม่ได้เอาเงินหรือเอากระแสอยู่แล้ว ด้วยวัยขนาดนี้ เราอยากทำงานที่ย้อนกลับไปดูเมื่อไหร่ก็ภูมิใจ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของชีวิตก็มีหลายเรื่องที่ทำให้เราภูมิใจแบบนี้ สำหรับแอฟแล้วงานละครไม่ใช่งานหาเงิน เราอยากทำงานที่ตอนทำแฮปปี้ หรือออนแอร์ไปแล้วและกลับมารีรันกี่ครั้งก็มองมันด้วยความภูมิใจ 

ตอนนั้นได้รับคำแนะนำอะไรในการกลับมาทำงานในยุคที่วงการเปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว

พี่ป้อนก็พูดตรงมากว่า ถ้ากลับมาคราวนี้เล่นเวย์แบบเก่าไม่ได้นะ คนสมัยนี้เขาต้องแบบนี้ แล้วก็บอกตรงๆ เลยว่าอะไรที่เราต้องปรับเปลี่ยน ตอนแรกเราก็ตื่นเต้นมาก เพราะไม่เคยเจอคนที่ฟีดแบกตรงๆ แบบนี้ ไม่ใช่ก็บอกว่าไม่ใช่ เราไม่เคยเจอคนที่บอกเราว่าไม่ใช่ (หัวเราะ)

เขาพยายามบอกว่า คาแรกเตอร์หรือเสน่ห์ในความเป็นทักษอรก็เก็บเอาไว้ แต่จังหวะในการถ่ายตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วนะ กล้องไม่ได้เหมือนเดิม แอฟเหมือนมาจากแปดปีที่แล้ว ที่กล้องต้องมีสวิตชิ่ง เก็บทีละคน ต้องมีรีแอ็คกับคนนี้ให้หมดก่อน ค่อยมาคนนี้ หางตาจะดูตลอดว่าไฟขึ้นแล้วค่อยเล่น แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ต้องเล่นจริงเลย คนนี้เล่นมาแล้วเรารีบรีแอ็คกลับ ไม่ต้องรอ เดี๋ยวจะเป็นจังหวะแบบเก่า 

การได้รับคำแนะนำเรียกความมั่นใจกลับมาได้ไหม

มีหลายอย่างที่เสริมให้เรามั่นใจ แต่เสริมเท่าไหร่ก็มีความกังวล ยอมรับว่าเรากังวลมาก ตอนตัดสินใจรับและไปเรียนแอคติ้งหรือแสดงเราก็ทำเต็มที่ แต่พอมีข่าวโปรโมตละครมันก็มีประเด็นเสี่ยงหลายอย่าง ทั้งการที่เราหายไปนาน จะกลับมาเล่นกับพระเอกรุ่นน้องอย่างต่อ ธนภพ อีก มันไม่ใช่เรื่องปกติ มีประเด็นที่แอฟจะโดนเยอะมาก 

ความกลัว ความกล้า และลูกบ้า ของนางเอกสาวหวานซ่อนเปรี้ยว แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ

ถึงจะหายไป 8 ปี แต่กลับมาก็ได้เป็นนางเอกเหมือนเดิม จะว่าไปก็เป็นเรื่องที่ยากสำหรับนางเอกหลายคนเหมือนกัน คิดว่าทำไมตัวเองถึงกลับมาอีกครั้งในบทบาทเดิมได้ 

ยากจัง ไม่รู้สุดท้ายจะเป็นเพราะอะไร แต่เป็นเพราะผู้ให้โอกาส ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่มองว่าเรายังทำจุดนี้ได้ ไม่ได้มองว่าเราอายุเท่านี้แล้วต้องปัดไปอีก Category หนึ่ง ซึ่งส่วนตัวบอกกับทุกผู้จัดที่เคยคุยกันก่อนหน้านี้อยู่เสมอว่า แอฟกลับมาไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นนางเอกเท่านั้นนะคะ แต่ขอให้เป็นบทที่ดี พอกลับมาเรื่อง ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ ได้เป็นนางเอกก็แฮปปี้ และเราอาจจะตรงกับตัวเรื่องอยู่แล้ว คือนางเอกอายุเยอะกว่าพระเอก

แสดงว่าในใจยอมรับอยู่แล้วว่าถ้ากลับมาครั้งนี้อาจจะไม่ได้เป็นนางเอกเหมือนเดิม

แอฟเล่นเป็นแม่ตั้งแต่เด็กแล้วนะ (หัวเราะ) ตั้งแต่ยี่สิบต้นๆ ก็เล่นเป็นแม่ของ นุ่น ศิรพันธ์ แล้ว (เรื่อง เมื่อดอกรักบาน) เราเล่นข้ามไปข้ามมา เดี๋ยวเล่นเป็นบทแก่แล้วก็ไปเล่นบทเด็ก เราไม่ได้ยึดติดอยู่แล้ว และเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับแอฟ บทที่เล่นต้องเป็นบทที่มีความสำคัญกับเรื่อง มีความหมายหรือเป็นตัวดำเนินเรื่อง

ละครมีกระแสตอบรับดี เบาใจแล้วรึเปล่า

เบาใจขึ้น แต่ไม่ได้โล่งทั้งหมดเพราะละครยังไม่จบ (หัวเราะ) ยังไม่ตลอดรอดฝั่ง แต่พอคนดูให้การยอมรับแอฟ ได้ฟีดแบ็กที่ดีก็ดีใจมากๆ คนดูไม่ได้ต่อต้านเราหรือเคมีที่เราทำกันมาระหว่างแอฟกับต่อ เราก็มีกำลังใจไปต่อ

ก่อนหน้านี้ 2 ปี คุณเริ่มกลับมารับงานในวงการด้วยการเป็นพิธีกรในรายการ แชร์ข่าวสาวสตรอง ซึ่งเป็นภาพใหม่ที่คนไม่เคยเห็นมาก่อน 

นี่เป็นอีกงานที่ได้รับโอกาสค่ะ แอฟรู้สึกเสมอว่าถึงเราจะทำตัวให้พร้อม แต่ผู้ใหญ่ไม่ให้โอกาส เราก็คงไปถึงจุดนั้นไม่ได้ ต้องขอบคุณคุณนิด อรพรรณ ที่ให้โอกาสในเรื่องที่คนอื่นไม่ได้ให้หรือคนอื่นไม่เคยเห็น หรือไม่กล้าเสี่ยงว่าจะเอาคนพูดน้อยอย่างแอฟมาเล่าข่าว

คิดว่าคุณนิดเห็นศักยภาพอะไร

ครั้งแรกที่คุณนิดติดต่อมา แอฟบอกว่า จะไม่แปลกใจเลยถ้าคุณนิดติดต่อมาเรื่องละคร แต่นี่เป็นพิธีกร แล้วดูรายชื่อพิธีกรในรายการแล้ว แอฟไม่เข้ากับใครเลยค่ะ ไม่ใช่ว่าทำงานกับใครไม่ได้นะ แอฟรู้จักทุกคน แต่เหมือนแอฟไม่เข้ากับทุกคนอยู่คนเดียว

คุณนิดก็อธิบายว่า เป็นความตั้งใจอยากให้พิธีกรมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน ทั้งพี่ปุ้ย พิมลวรรณ, อาตุ๊ยตุ่ย พุทธชาด, แพท ณปภา ทุกคนพูดเก่ง แต่ก็มีแนวการพูดที่ต่างกันไป แล้วแอฟล่ะ (หัวเราะ) คุณนิดก็บอกว่า อยากให้แอฟเป็นตัวเอง อยากได้คาแรกเตอร์แบบนี้ อยากได้มุมมอง แนวความคิดที่แอฟมีต่อเหตุการณ์ในข่าว จะได้แตกต่างจากเพื่อนพิธีกร เขาชอบที่เราไม่ได้พูดเก่ง พูดเร็ว เราพูดน้อยแต่อาจจะตบท้ายได้

ความกลัว ความกล้า และลูกบ้า ของนางเอกสาวหวานซ่อนเปรี้ยว แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ

อะไรเป็นสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับวัยนี้

ความยากคือเราต้องแข่งกับเวลา ทุกเรื่องเลย มันไม่ง่ายเลยนะที่เรายังอยากได้งานที่ดี ได้เลือกในสิ่งที่เราชอบ ได้เลือกสิ่งที่คิดว่าใช่ หรือโอกาสที่จะได้งานที่ดีน้อยลงไปมากเมื่อเทียบกับตอนเด็กๆ ตอนนั้นอะไรมาเยอะมาก แต่ก็อาจไม่ตรงใจเรา พอตอนนี้เวลาที่มีคนติดต่อเข้ามา เขารู้คาแรกเตอร์หรือความเป็นตัวเรา เปอร์เซ็นต์ที่คลิกกับเรามีมากกว่า แต่ต้องยอมรับว่า ตัวเลือกมีน้อยลงเมื่อเราโตขึ้น

ถึงเราอยากทำงานเยอะและทำเต็มที่ แต่เราจะลองทำดะหรือทำกวาดไปหมดเลยไม่ได้ เราต้องเลือกและมีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณา เวลาจะรับบทอะไรต้องคิดถึงคนรอบข้าง คิดถึงลูก หรืออะไรบางอย่างที่เราสะสมมา แต่ก็ต้องบาลานซ์ความเป็นเรา และถ้าคิดเยอะไม่ทำอะไรสักที เวลาก็หมดแล้ว พอหมดแล้วก็ไม่มีอะไรให้คิดแล้ว เพราะโอกาสมันจบไปแล้ว เราเลยต้องทำตัวเองให้พร้อม และเปิดตัวเองมากขึ้น ไม่เหมือนตอนเด็กที่รู้สึกว่าไม่ชอบก็ไม่ทำ เพิ่งอายุยี่สิบกว่าๆ ทำได้อีกนาน

เรื่องที่เห็นบ่อยครั้งคือไม่ว่าจากรายการไหน คุณจะชอบโดนแกล้งให้พูดไม่เพราะ

ตอนนี้ก็ยังโดนอยู่ตลอด จริงๆ ไม่ได้เป็นคนรับไม่ได้ขนาดนั้น แค่เราไม่ชินกับการพูดเฉยๆ แต่ฟังรู้เรื่องทุกอย่าง ไม่ใช่ไม่รู้ เราเป็นผู้ฟังที่ดีและชอบด้วย (ยิ้ม)

ครั้งหนึ่งเคยได้เห็นข่าวคราวเรื่องความชอบในรถสปอร์ตและความเร็วของคุณ หลายคนก็เซอร์ไพรส์เพราะไม่เคยรู้มุมนี้มาก่อน 

เรื่องนี้ต้องโทษคุณพ่อเลย (ยิ้ม) น่าจะเป็นช่วงมหาวิทยาลัยที่กลับไปสนิทกับคุณพ่อ ตรงนี้ต้องขออธิบายว่า หลายคนเข้าใจผิดว่าแอฟโตมากับคุณพ่อ แอฟก็เกรงใจคุณแม่ กลัวคุณแม่จะน้อยใจ จริงๆ แล้วคุณแม่แอฟเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงแอฟมาตั้งแต่เล็กตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่แยกกัน น่าจะประมาณตอนเรียนประถมต้น คุณพ่อก็จะมาหาเป็นรูทีน อย่างทุกวันอาทิตย์เป็นวันของคุณพ่อ ก็จะได้อยู่ด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย คุณแม่แต่งงานใหม่และจะย้ายไปอยู่อเมริกา ท่านก็ถามว่าจะย้ายไปด้วยกันไหม น้องสาวไป แต่แอฟเข้าจุฬาฯ แล้วก็เสียดาย เพราะตอนนั้นเราทุบหม้อข้าวตัวเองเพื่อทุ่มเทเข้ามหา’ลัยให้ได้ ก็เลยไม่ได้ไป

ช่วงนั้นก็กลับมาอยู่กับคุณพ่อ ทำให้เราซึมซับเรื่องรถ เรื่องความเร็ว ก็เลยชอบขับรถ ชอบรถสปอร์ต ซึ่งก็คงเป็นเพราะชอบส่วนตัวด้วยแหละ ไม่ใช่คุณพ่อบิลด์อย่างเดียว แล้วเรื่องนี้ก็กลายเป็น Topic ที่พ่อลูกคุยกัน หรือวันหยุดก็ออกไปซิ่งกันบนทางด่วน

ความกลัว ความกล้า และลูกบ้า ของนางเอกสาวหวานซ่อนเปรี้ยว แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ

คือคุณพ่อเป็นสายชอบรถสปอร์ตอยู่แล้ว

คุณพ่อก็เพิ่งมาชอบนะคะ คือเขาจะเป็นพักๆ พักหนึ่งจะบ้าดำน้ำ ตีกอล์ฟ ตามแบบผู้ชาย แต่เรื่องรถก็ยังไม่เลิกสักที

แต่ Topic ที่คุณพ่อคุยกับลูกสาวคือเรื่องรถ

ใช่ค่ะ ตอนนั้นแอฟไปไกล เอางี้ดีกว่า (ตั้งท่าตั้งใจเล่า) ไม่ได้ชอบแค่รถสปอร์ตสวยงามนะ ตอนแอฟอยู่มหาลัย ใครจะเอารถมือสอง บอกแอฟได้เลย แอฟดูให้ เป็นโรคจิตแบบนี้เลย ตอนนั้นแอฟอยากมีเต็นท์รถ มันดูไม่เข้ากันเลย แต่แอฟชอบ อยากจะหารถดีๆ ใครอยากได้อะไร เราหาข้อมูลให้หมดว่ารุ่นนั้นรุ่นนี้ดียังไง

ตอนนั้นรู้สึกว่าเราจะแฮปปี้แค่ไหนถ้ามีรถไม่ซ้ำ (เน้นเสียง) แล้วเราก็ออกไปขับเล่นได้ ถึงเวลาเราก็ขายเทิร์นออกไป แล้วก็หาคันใหม่เข้ามา นี่ไม่เคยเล่าที่ไหนเลยนะเนี่ย อยู่ๆ ก็โผล่มา (หัวเราะ)

เคยฝันไปไกลถึงขั้นแข่งขันบ้างรึเปล่า

ไม่ได้ชอบรถแข่งค่ะ ชอบรถสวยงาม และชอบขับรถ

ขับเร็วที่สุดเท่าไหร่

จำไม่ได้แล้ว ลืมไปหมดแล้ว (ยิ้มหวาน) ตั้งแต่มีลูกแอฟทิ้งทุกอย่าง ไม่ขับรถเร็วแล้ว เมื่อก่อนเรารู้สึกตลอดเลยว่าขับรถเร็วเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร เฉียดฉิวแค่ไหนก็ไม่เป็นไร เพราะมันไม่เคยเป็นอะไร เมื่อก่อนชอบขับเร็ว แบบเห็นที่ว่างข้างหน้าจะคิดทันทีว่าเดี๋ยวออกขวา แล้วเข้าซ้าย แล้วก็เข้าขวาอีกทีข้างหน้า (ทำมือประกอบ) 

เมื่อก่อนคุณพ่อก็บอกว่า ถ้ารถดีไม่เป็นไรหรอก อันนี้คือผิด เรามั่นใจในศักยภาพรถจริง แต่เราจะฝากชีวิตไว้ที่รถไม่ได้ โอเค รถดี ปลอดภัย แต่เราไม่รู้เลยว่าอีกฝั่งเขาจะเป็นยังไง แอฟเชื่อว่าอุบัติเหตุมักจะเกิดขึ้นจากที่เราประมาท คิดว่าเรามั่นใจตัวเอง มั่นใจในรถ ตั้งแต่มีลูกคือไม่เอาเลย ไม่เสี่ยง ไม่ขับรถเร็วอีกเลย พลาดไม่ได้ เรื่องสุขภาพก็เหมือนกัน ต้องกลับมารักตัวเองมากขึ้น เราจะบาดเจ็บไม่ได้ เข้าโรงพยาบาลไม่ได้ ยังตายไม่ได้ 

เห็นในละครมีฉากที่ต้องดำน้ำ และคุณทำได้ดีทีเดียว นี่เป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกับคุณพ่ออีกหรือเปล่า

ตอนเด็กๆ ไม่สนใจเรื่องดำน้ำเลยค่ะ กลัว เมื่อก่อนคุณพ่อดำน้ำบ่อย แต่บัดดี้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ หลังจากนั้นที่บ้านก็สั่งห้ามดำน้ำ ไม่ให้มาทางนี้เลย แต่ด้วยความเป็นวัยรุ่นเราก็ยังไปเรียน Scuba (ยิ้ม) ส่วนในละครเป็นการดำน้ำแบบ Free Dive ซึ่งเป็นอีกทางที่ยากมาก แอฟรู้สึกว่าเรียนไว้หน่อยดีกว่า อารมณ์อยากเรียนด้วย ส่วนทักษะหลายอย่างไปฝึกหน้ากอง เช่นขับเครื่องบินหรือปีนผา 

พอไปเรียนครูบอกว่า ถ้าเล่นละครจะดำแบบ Free Dive ไม่ได้หรอก เพราะการดำแบบนี้ในหัวต้องฟรีจริงๆ เพื่อประหยัดพลังงานในร่างกาย แค่เราคิดก็ทำให้เครียด เครียดก็ทำให้เกร็งและใช้พลังงานออกไปจนทำให้เราหายใจยาวไม่ได้ เพราะ Free Dive คือการดำเพียงหนึ่งลมหายใจเท่านั้น มันไม่สามารถใช้กับละคร เพราะละครต้องมีกำหนดว่าต้องลงไปลึกแค่ไหน ลงไปจุดไหน กล้องอยู่จุดนี้ ตัวละครอยู่จุดนั้น มันไม่คิดไม่ได้ แต่อย่างน้อยไปเรียนก็ได้ทักษะและความมั่นใจมาใช้

ความกลัว ความกล้า และลูกบ้า ของนางเอกสาวหวานซ่อนเปรี้ยว แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ

ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยคุณถึงกับทุบหม้อข้าวตัวเอง ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น

ตอนเรียนจบมอสี่ แอฟไปลาออกจากโรงเรียน แล้วอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาลัยที่บ้านคนเดียว คือถ้าอ่านหนังสือแล้วสอบไม่ติดก็ต้องเคว้งอยู่ที่บ้านคนเดียว และคงจ๋อยมาก 

ทำไมต้องทำขนาดนั้น

ไม่รู้เหมือนกัน คงเป็นลูกบ้า คือเราเป็นคนที่มีอะไรแบบนี้ เหมือนจะเป็นคนขี้อายไม่มั่นใจ แต่อยู่ๆ จะมั่นใจก็มั่นใจขึ้นมา นึกจะทำอะไรก็ไม่ปรึกษาใคร พอนึกย้อนกลับไปแล้วก็แปลกใจมากเลยว่าทำไมคุณพ่อคุณแม่อนุญาต ถ้าเป็นเราเราไม่อนุญาตนะ ลูกเพี้ยนแล้วล่ะ เอาง่ายๆ ถ้าสอบไม่ติดคงอายทั้งโรงเรียน ต้องอายครู อายเพื่อน อายทุกอย่างเลย และคงต้องแบกความผิดหวังของคุณพ่อคุณแม่อีกที่เขากล้าให้เราตัดสินใจด้วยความบ้าบิ่นอะไรขนาดนั้น 

แสดงว่าหลายครั้งในชีวิตก็ใช้ความเด็ดเดี่ยวแบบนี้

เรื่องแบบนี้ก็มากับความตั้งใจที่เราพยายามที่สุดแล้ว แอฟคิดว่าทุกคนรู้สึกได้เองว่านี่คือที่สุดจริงๆ แล้วหรือยัง ถ้าที่สุดแล้วเราก็รู้สึกว่าตัดสินใจไป ถ้าผลจะออกลบก็ไม่เสียใจ เพราะมันมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว

มีคนเข้าใจคุณผิดเรื่องอะไรอีกไหม

มีเยอะไปหมด เช่น ยาก เยอะ หวาน ไม่ลุย (หันไปถามผู้จัดการ) ข้อจำกัดเยอะ ทุกคนคิดว่าเยอะ พิธีรีตอง ซึ่งเยอะเท่ากับไม่ลุย เป็นคุณหนู

บางทีก็ไม่ได้เป็นความผิดของใครนะ ที่ผ่านมา เขาอาจจะไม่ได้เห็นมุมนี้ของเรา มีพูดว่าเห็นไหมเขาเดินตลาดได้ ลุยได้ เขาเล่นกีฬาได้ แอฟก็เดินตลาดนะ กีฬาก็เล่น ไม่ได้กลัวอะไรอยู่แล้ว จะให้ทำอะไรก็บอกมา เคยทำมาหมดแล้วทุกอย่าง เพียงแต่สมัยก่อนเราอาจไม่ได้มีไอจี คนเลยไม่เห็น

อยากบอกทุกคนว่า อย่าไปตัดสินคนอื่นเลย ไม่ใช่ว่าบุคลิกแบบนี้คือไม่ลุย แล้วลุยคืออะไร สมมติตัดสินว่าเป็นคนลุย แล้วลุยอะไร สิ่งสกปรก สิ่งที่น่ากลัว หรือสิ่งที่ตื่นเต้น ไปดูไหมว่าชีวิตเขามีกิจกรรมอะไร อย่าตัดสินด้วยแค่นั้น 

การมาเล่นละครเรื่องนี้ก็ช่วยแอฟเยอะเหมือนกันนะ พี่สันต์ (สันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับ) สั่งให้ลุยอะไรก็ลุย สั่งให้โดดสะพานปลาก็โดด 

เคยโกรธใครบ้างไหม

ลูกค่ะ (ตอบทันที) ลูกคือคนที่เจอเวอร์ชันที่แย่ที่สุดของเรา ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมาก ถ้าไม่นับคุณพ่อคุณแม่ ลูกควรเป็นคนที่เรารักมากที่สุด ถ้ารักมากที่สุดเราก็ควรทำดีกับเขามากที่สุด แต่กลายเป็นกลับกันว่าเราทำดีกับเขามากที่สุดนี่แหละ แต่เราก็จะมีเวอร์ชันที่แย่สุดที่สุดให้เขาเห็นเช่นกัน มันไม่ได้มาจากความหงุดหงิด โกรธ หรือไม่สบายใจ แต่มาจากความผิดหวัง

เช่นเรารู้ว่าไม่ควรตีลูก เราก็ตี เมื่อเรารู้สึกผิดหวังจากการที่เราไม่เคยคิดหรือเห็นภาพว่าลูกเราจะทำแบบนี้ เกิดมาเราไม่เคยทำ ทำไมลูกเราทำ เมื่อผิดหวังก็ทำโทษ การที่เราแสดงด้านนี้ออกมาไม่ใช่เรื่องดี แต่เป็นเพราะความรักมาก เราไม่ได้มีด้านนี้กับคนอื่น ต่อให้คนอื่นดีบ้างไม่ดีบ้าง หรือทำอะไรให้เราเสียใจบ้าง แต่มันเจ็บไม่เหมือนกัน

เกริ่นเท่านี้ก็พอรู้ว่าการเป็นแม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งมีลูกสาวที่มีบุคลิกออกจะแตกต่างจากคุณแม่อยู่มาก คุณมีวิธีการดูแลเลี้ยงดูยังไง

พูดง่ายๆ คือปีใหม่ต่างจากแอฟทุกอย่าง เขามีคาแรกเตอร์ชัดเจนตั้งแต่เล็กจนโต อย่างแอฟตอนเป็นเด็กก็ไม่ได้มีคาแรกเตอร์อะไร เป็นเด็กเรียนธรรมดา เชื่อฟังพ่อแม่ พ่อบอกซ้ายก็ซ้าย ขวาก็ขวา ทุกอย่างปกติเรียบง่าย แต่ปีใหม่ไม่เคยเรียบง่ายเลย ขึ้นๆ ลงๆ มีสีสันตลอดเวลา ในขณะที่แอฟและที่บ้านจะเป็นเส้นตรงเรียบ พอมีปีใหม่เข้ามาในชีวิตแอฟและครอบครัว เขาเป็นสีสันมากๆ เราไม่เคยมีคนคาแรกเตอร์แบบนี้ในครอบครัว

เขาเปรี้ยว แก่น ซ่า ดื้อ เขามีหมดเลย คุณยายถึงกับส่ายหัวว่าตอนเด็กๆ แม่เลี้ยงแอฟมาก็ไม่ได้เหนื่อยขนาดนี้ ไม่ได้ยากขนาดนี้ เพราะการสื่อสารกับคนคาแรกเตอร์นี้ต้องมีวิธีการพูด ก็เลยต้องปรับตัวกันไป เราต้องหาวิธีจัดการกับเขาให้ได้ หมายถึงจัดการวิธีการคิด การพูด ให้ดึงเขาอยู่ 

ความกลัว ความกล้า และลูกบ้า ของนางเอกสาวหวานซ่อนเปรี้ยว แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ

ยากไหม

ยากมากๆ สมัยก่อนมันง่ายมาก แค่คนเป็นแม่พูดอะไรเราฟังหมดเลย ก็เขาเป็นแม่ เรารู้สึกว่าแม่มีวาจาสิทธิ์ ก็แม่สั่งน่ะ ไม่ต้องรู้เหตุผลคำอธิบาย แม่สั่งคือจบ คือต้องทำ แค่นั้น 

แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เราต้องใช้จิตวิทยาในทุกกระบวนท่า ต้องบาลานซ์ให้ได้ว่าจะทำยังไงให้เป็นแม่ที่น่าเกรงขาม โดยที่ลูกยังคงรักเรา อยากเล่นกับเรา อยากอยู่ใกล้ ไม่กลัวแต่เชื่อฟัง เคารพ เกรงใจ แต่ขณะเดียวกันแม่สอนอะไรก็ฟัง อยู่ในกฎเกณฑ์ที่แม่บอกและอยากทำให้แม่ภูมิใจ ตรงนี้ยากมาก ถ้าเราเล่นบทอะไรบทหนึ่งจะง่ายกว่านี้ ก็เป็นคุณแม่ใจดี สปอยล์ไป หรือเป็นผู้ร้ายดุลูกไปเลย แต่นี่คือต้องดึงต้องผ่อน ยิ่งลูกมีคาแรกเตอร์เป็นตัวเองแบบนี้ ก็ไม่ใช่แค่พูดแล้วเขาฟัง

การเลี้ยงลูกในยุคนี้ที่มีแต่ข่าวน่ากลัวมาให้เห็นไม่เว้นวัน คุณรับมือกับเรื่องแบบนี้ยังไงบ้าง

มันทำให้จิตตกเหมือนกันนะ โดยเฉพาะที่เรามีลูกสาวและยิ่งแอฟทำรายการข่าวก็จะมีข่าวแบบนี้ตลอด ยอมรับว่าข่าวปัจจุบันหลายเรื่องที่เกินไปกว่าละครด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ถ้าเราจะสร้างละครที่แรงขนาดนั้นยังดูไม่น่าเชื่อเลย แต่ในข่าวทุกวันนี้มีอยู่จริง ที่เราคิดว่าใครจะกล้าทำ มันก็มีจริงในโลกใบนี้ แต่สุดท้ายเรามีลูกมาแล้ว ก็ต้องเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด แอฟเข้าใจหัวอกคนสมัยใหม่เลยว่า ทำไมบางคนเขาบอกว่าไม่เอา ไม่มีลูก โลกมันโหดร้าย เขาเป็นห่วงลูก เราเข้าใจเลยจริงๆ 

การเป็นแม่เปลี่ยนแปลงชีวิตคุณอย่างสิ้นเชิง อะไรทำให้สาวสมัยใหม่อย่างคุณยอมแลกอิสระในชีวิตกับการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่แบบนี้

ถ้าในขั้นการแต่งงาน เราไม่ได้คิดว่าเป็นการทำให้เสียอิสรภาพ คำนี้น่าจะใช้กับฝ่ายชายมากกว่า นึกไม่ออกว่าทำไมแต่งงานแล้วจะทำอะไรไม่ได้ เรารู้สึกว่าทุกอย่างเหมือนเดิม เราแค่จะมีคู่ชีวิต เพื่อนคู่คิด ไม่ได้เสียอิสระอะไร แต่การมีลูกน่ะใช่ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงสิ้นเชิง ไม่มีอิสระเลย หมายถึงเราจะไม่มีเวลาส่วนตัวเลยจริงๆ จะมีก็ต่อเมื่อลูกหลับเท่านั้น ต้องแลกกับการอดนอน กล่อมลูกให้นอนหลับก่อน แล้วตั้งนาฬิกาปลุกตื่นมาอีกทีให้เรามีเวลาทำอะไร

เรื่องการมีลูก ต้องยอมรับว่ามาจากความเป็นคู่ในตอนนั้น เกิดจากความรักของเราทั้งคู่ เราแฮปปี้ อยากมีลูก เหตุผลการมีลูกของบางคนอาจเป็นเพราะฉันรักเด็ก อยากเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้มาเป็นเพื่อนกัน ให้เติบโตมาเป็นคนที่ดี หรือมีความสุขกับการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโต แต่สำหรับแอฟไม่ใช่ เราไม่คุ้นเคยกับการเลี้ยงเด็กหรือเล่นกับเด็กเลย ไม่ใช่ไม่ชอบ ไม่ใช่ไม่รัก แต่รักเฉพาะลูกเพื่อน หลานเรา ไม่ใช่เด็กคนไหนก็ได้ ก็คือไม่รักเด็กนั่นแหละ (หัวเราะ)

เป็นเพราะเชื่อว่าการมีลูกมาเติมเต็มชีวิตหรือเปล่า

ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอย่างนั้น ไม่ได้รู้สึกว่าต้องมีอะไรมาเติมเต็มนะ ตอนเป็นคู่อยู่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอะไรขาด รู้สึกว่าแฮปปี้ดีด้วยซ้ำ เพราะก็เหมือนเป็นอีกขั้นของการเดทเท่านั้นเอง บางช่วงเหมือนเรากลับมาเดท กลับมาสวีทตื่นเต้นกันได้เสมอ แต่ลูกเกิดจากความรักของเราทั้งคู่ เมื่อเรารักกัน ก็อยากจะมีจูเนียร์ของเราสักคน จะเป็นแอฟจูเนียร์ หรือสงกรานต์จูเนียร์ อะไรก็แล้วแต่ มันมาจากตรงนั้น แอฟไม่ได้หวังว่าลูกจะมาเติมเต็มคู่เรา

แล้วความสุขในวันนี้คืออะไร

ความสุขสบายใจ เรารู้สึกว่าโชคดีจังเลยในทุกๆ เรื่องที่เป็นอยู่ตอนนี้ โชคดีที่ได้กลับมาทำงานที่รัก ตอนถ่ายทำก็แฮปปี้มาก ถึงจะมีทั้งความกลัวว่าคนจะไม่ยอมรับ กลัวเรื่องการทำงานที่ไม่ได้มากองนานมาก กลัวว่าจะไหวไหมจะคิดถึงลูกจนไม่มีกะจิตกะใจทำงานหรือเปล่า แต่สุดท้ายพอเข้ากองก็ทำงานอย่างไม่มีห่วงเหมือนแปดปีที่แล้วเลย เพราะแอฟมีครอบครัวที่ดี มีผู้ช่วย มีเลขาที่คอยซัพพอร์ตให้เราลุยทำงานได้ เขาจะดูแลปีใหม่ให้อย่างดี ทีมงานก็น่ารัก แอฟพูดตลอดว่าโชคดีจังที่เราได้เริ่มงานแรกที่รู้สึกแฮปปี้และกล้าที่จะไปต่อ 

ยิ่งเรื่องงานเราได้เห็นคุณค่ากว่าเดิมมาก โดยเฉพาะกับแฟนคลับ คนดู ที่ต้องยอมรับว่าแปดปีผ่านไปฐานแฟนคลับส่วนตัวน้อยลงอยู่แล้ว เพราะเราไม่มีผลงานให้เขามาเชียร์ เราเข้าใจทุกคนว่าจะให้เขามารออะไร ก็คุณไม่มีผลงาน ถึงวันนี้น้อยลง แต่หันไปมองแล้วรู้สึกว่าฉันไปทำอะไรมาตั้งแปดปี มองกลับไปแฟนคลับกลุ่มเดิมยังอยู่ตรงนี้ จากที่ใจตุ้มต่อมก็ฟูขึ้นมาเลย แอฟรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งมากๆ ยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เรื่องครอบครัวก็รู้สึกโชคดีที่ปีใหม่ไปกับแอฟได้ในทุกช่วงวัย ถึงมีเรื่องปรับจูนกันเป็นปกติแต่สุดท้ายเขาก็ยังรักและฟังเรา โชคดีที่มีครอบครัว เพื่อน แฟนคลับที่ซัพพอร์ตเสมอไม่ใช่แค่กับแอฟคนเดียว แต่กับทั้งครอบครัวและกับปีใหม่ด้วย

ถือว่าทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

จะบอกว่าทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องงาน แอฟโชคดีที่กล้าก้าวออกมา ถ้าไม่ก้าวออกมาก็ไม่มีวันนี้จริงๆ

ความกลัว ความกล้า และลูกบ้า ของนางเอกสาวหวานซ่อนเปรี้ยว แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ

Writer

เชิญพร คงมา

อดีตเด็กยอดนักอ่านประจำโรงเรียน ชอบอ่านพอๆ กับชอบเขียน สนุกกับการเล่าเรื่องราวรักการเที่ยวเล่น ติดชิมของอร่อย และสนใจธรรมะ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

ขบฟันกั้นกอดวันทองไว้ ขุนช้างร้องไปชิงไว้หวา

เพชฌฆาตดาบยาวก้าวย่างมา ขุนแผนโถมถาคร่อมเมียไว้

ฉุดคร่าคว้ากันอยู่ดันดึง ฟันผึงถูกขุนแผนหาเข้าไม่

ดาบยู่บู้พับยับเยินไป เข้ากลุ้มรุมฉุดได้ขุนแผนมา

ขุนแผนฮึดฮัดกัดฟันเกรี้ยว บิดตัวเป็นเกลียววางกูหวา

เพชฌฆาตแกว่งดาบวาบวาบมา ย่างเท้าก้าวง่าแล้วฟันลง

ต้องคอนางวันทองขาดสะบั้น ชีวิตวับดับพลันเป็นผุยผง

พอพระไวยถึงโผนโจนม้าลง ตรงเข้ากอดตีนแม่แน่นิ่งไป

หลังจากพระพันวษาทรงสั่งประหารนางวันทองด้วยข้อหาเป็นหญิงหลายใจ เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่กับขุนแผนหรือขุนช้าง พระไวย บุตรของขุนแผนกับนางวันทองจึงไปทูลขอชีวิต จนในที่สุดก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่เมื่อเจ้ากรมยมราชเห็นคนควบม้ามาพร้อมธงขาวส่งสัญญาณยกเลิก เจ้ากรมกลับคิดว่าพระเจ้าแผ่นดินกริ้วที่ตนสั่งประหารช้า จึงรีบให้เพชฌฆาตตัดคอนางวันทองไปเสียก่อน!?

“อ้าว!!!”

รู้ตอนจบกี่ครั้งก็อดอุทานไม่ได้กับความตายอันน่าสลดของ นางวันทอง โฉมงามผู้เกิดในยุคสมัยที่ไม่อาจเลือกอะไรเพื่อชีวิตตัวเอง

ใครหลายคนคงจดจำตัวละครจากวรรณคดีรักสามเส้าเรื่อง ขุนช้างขุนแผน กันได้เป็นอย่างดี เพราะมีบรรจุอยู่ในวิชาภาษาไทยหลายระดับ แต่น่าเสียดายว่าเป็นการหยิบยกมาเพียงบางช่วงบางตอน นักเรียนจึงไปไม่ถึงจุดจบของเรื่องโดยสมบูรณ์เสียที 

แต่การไปไม่ถึงหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย กลับทำให้เกิดสำนวนที่พูดกันอย่างติดปากมาจนถึงปัจจุบันอย่าง ‘วันทองสองใจ’ ซึ่งมักมีความหมายสื่อถึงพฤติกรรมของผู้หญิงมากรัก เลือกไม่ได้ จิตใจโลเล

ในจุดนี้ ไม่ใช่เราเพียงคนเดียวที่อัดอั้นตันใจจนอยากหยิบปากกามาเปลี่ยนชีวิตของวันทองเสียใหม่ เพราะ มุ เจ้าของผลงานอันโด่งดังเรื่อง วันทองไร้ใจ ที่ขึ้นแท่นเป็นการ์ตูนยอดนิยมอันดับ 1 บนแพลตฟอร์มการ์ตูนดิจิทัล WEBTOON ขณะนี้ ได้ลงมือเปลี่ยนพล็อตชีวิตของวันทองด้วยตัวเองจนมีผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน มีคนอ่านไปมากกว่า 18.5 ล้านครั้ง! แถมยังมีแฟนคลับนำไปคอสเพลย์กันอย่างจริงจังตั้งแต่ตัวเอกยันตัวประกอบ! ความปังครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งในเครื่องการันตีว่า ชีวิตวันทองจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!

โดยวันทองในเวอร์ชันใหม่ แท้จริงแล้วเป็นสาวยุคปัจจุบันอีกคนที่ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวละครในวรรณคดี เธอต้องเผชิญหน้ากับตัวละครอีกมากมายที่เคยได้ยินชื่อ ไม่ว่าจะเป็น สายทอง หรือนางศรีประจัน รวมถึงโจทก์หัวใจอย่าง ขุนช้าง และ ขุนแผน

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

นอกจากนี้ ความน่าสนใจของเรื่องยังไม่ได้หยุดเพียงว่า สาวหลงยุคคนนี้จะทำอย่างไรกับชีวิตที่ถูกบังคับให้อยู่กับขนบธรรมเนียมและแนวคิดแบบเดิม ๆ แต่เธอจะทำอย่างไรไม่ให้จบชีวิตลงที่ลานประหารต่างหาก!

เราชวนคุณมุพูดคุยเกี่ยวกับมุมมองด้านวรรณคดีจากคนที่เรียนเอกภาษาไทย รวมถึงเจาะลึกเบื้องหลังการทำงาน และความอัดอั้นตันใจที่นำมาสู่การสร้างเนื้อเรื่องและตอนจบรูปแบบใหม่ของตัวเอง

ต่อจากนี้ วันทองไม่ต้องโดนหาว่าสองใจอีกต่อไป เพราะเธอจะไร้ใจไปเลย!

ว่าแต่ทำไมวันทองต้องไร้ใจด้วย

เป็นการตั้งล้อสำนวนวันทองสองใจค่ะ ในเรื่องคือเลือกไม่ได้ระหว่างขุนแผนกับขุนช้าง เราเลยไม่เอาทั้งสองคน ก็ไร้ใจไป แต่ถ้าไม่เอาเลยสักคนจริง ๆ เรื่องนี้คงอยู่ WEBTOON หมวดโรแมนซ์ไม่ได้ (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

คุณไม่ชอบเนื้อเรื่อง ขุนช้างขุนแผน แบบเดิม เลยเขียนเวอร์ชันใหม่

ต้องเล่าก่อนว่า ตอนนั้นติดอ่านนิยายจีน ชอบอ่านแนวทะลุมิติเข้าไปในนิยาย หรือแนวทะลุมิติเข้าไปแก้ไขชีวิตตัวเอง ก็เลยคิดว่าของไทยน่าจะมีบ้าง เลยนึกถึงวันทองขึ้นมา เรื่องแรกเป็นแนวทะลุมิติเหมือนกันค่ะ แต่เป็นเรื่องจีน ก่อนหน้านี้เขียนให้ Comico Thailand ตอนนั้นอยากล้อว่ามีแนวทะลุมิติเยอะ ก็เลยเอาทุกคนมาทะลุมิติหมดเลย แนวเบาสมอง ชื่อ เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

ส่วนเรื่อง วันทองไร้ใจ คือเราคิดว่าพวกตัวเอกของเรื่องแนวนี้มักจะชีวิตรันทด ไม่ได้รับความยุติธรรม วันทองก็เข้าแก๊ปอยู่นะ จริง ๆ เคยมีคนเขียนนิยายเกี่ยวกับวันทอง หรือคนอื่นทะลุมิติที่เป็นตัวละครใน ขุนช้างขุนแผน อยู่แล้ว เราไม่ใช่คนแรกที่เขียน แต่ตอนที่เราอ่าน ขุนช้างขุนแผน เหมือนเราดูละครแล้วขัดใจ ทำไมนางเอกต้องตายด้วยล่ะ! ไม่ได้ผิดสักหน่อย! เราเลยอยากให้วันทองได้มีสิทธิ์มีเสียง ได้แก้ไขชีวิตตัวเอง เพราะเธอคือนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกคนหนึ่ง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
การ์ตูนเรื่อง เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

แสดงว่าจริง ๆ แล้วมีนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกหลายคน

ใช่ค่ะ

หลายคนมองว่า โมรา กากี ก็กลายเป็นตัวแทนของผู้หญิงหลายใจไปเหมือนกัน

ไม่คิดว่าทั้งสองเป็นตัวแทนผู้หญิงหลายใจ แต่เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่เลือกอะไรไม่ได้เลยมากกว่า อย่างโมรา สะท้อนชีวิตสมัยก่อนที่ผู้หญิงต้องขึ้นอยู่กับผู้ชาย ผู้ชายเก่ง ฉันก็รอด ถ้าผู้ชายไม่เก่ง ฉันก็ตายตาม โมราเลยดิ้นรนให้อยู่ในความครอบครองของผู้ชายที่เก่งกว่า แต่มันขัดกับศีลธรรมของสิ่งที่สมัยนั้นคิดว่าดีงาม เธอเลยกลายเป็นตัวร้าย เธอเจอผู้ชายคนนี้ก่อนก็ต้องอยู่กับเขาเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เธอเพิ่งเกิดจากผอบ ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ส่วนกากี อันนี้เป็นพล็อตนิยายอีโรติก (หัวเราะ) ถูกครุฑพาไปอยู่บนวิมานชั้นฟ้า ให้ทำยังไงล่ะ ไม่ยอมแล้วให้กระโดดเมฆตายหรอ แล้วมีคนธรรพ์ไปซ้ำอีก จะให้ทำยังไง เลือกอะไรไม่ได้เลย แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันทองสองใจถึงติดหูคนมากกว่า

อีกอย่างคือเรามีการเอาขนบของทางอินเดียมาด้วยว่า ผู้หญิงต้องผุดผ่อง รักเดียวใจเดียว ถ้าหากสามีตายต้องเผาตัวเองตายตาม เป็นการรับอิทธิพลมา และเมื่อก่อนมีความเชื่อว่าผู้หญิงคือสมบัติของพ่อแม่ แต่งงานไปก็เป็นสมบัติของสามี ผู้หญิงจึงไม่มีแนวคิดว่า เราเป็นคน เป็นตัวเอง ไม่ใช่ของใคร มันก็เลยไปในแนวนั้น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้เห็นในเรื่อง วันทองไร้ใจ

(หัวเราะ) เพราะว่าเรื่องนี้นางเอกไม่ได้เป็นคนในยุคนั้น เธอเป็นคนยุคปัจจุบันทะลุมิติไป เธอเลยออกมือออกไม้ได้มากกว่า แต่เธอจะไปฉอดทุกคนที่ขวางหน้าก็ไม่ได้ ตรงนี้คือข้อจำกัด เธอต้องอยู่ให้ได้ ถึงไม่อยากประนีประนอมก็ต้องทำหน่อย ไม่งั้นจะถูกหาว่าบ้า

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ฟังแล้วรู้เลยว่าผู้หญิงถูกกดทับในวรรณคดีอยู่บ่อย ๆ

เพราะว่าวรรณคดีเป็นภาพสะท้อนสังคมในอดีต สมัยก่อนสถานะผู้หญิงเป็นอย่างไร ในวรรณคดีก็สะท้อนออกมาเป็นแบบนั้นเลย อย่างตอนนี้ถ้าเทียบกับวรรณคดี สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือผู้หญิงเป็นคนเขียนเองมากขึ้น จากแต่ก่อนที่ผู้ชายจะเป็นคนเขียนวรรณคดี มันก็ช่วยไม่ได้ที่เนื้อเรื่องจะเป็นไปในมุมมองของผู้ชาย แต่ก่อนมีหน้าที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ผู้หญิงต้องอยู่ในบ้าน ผู้ชายอยู่นอกบ้าน ปัจจุบันยังมีบ้าง แต่ก็เปลี่ยนไป ซึ่งสะท้อนผ่านสื่อ ผ่านเรื่องราวของยุคสมัยอย่างที่เราเห็นกัน

ในวรรณคดี สิ่งที่คนเขียนยุคนั้นเขียนออกมาก็สะท้อนเรื่องของคนยุคนั้น พอเราเขียนก็เลยสะท้อนเรื่องของยุคนี้แบบไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน ต่อ ๆ ไปก็จะมีเรื่องอื่น ๆ เพิ่มมา เช่น พ่อค้า ชนชั้น เรื่องทาส แต่อันนี้เป็นทาสในสมัยก่อน หรือความคิดที่ว่าเวลาทำงานจะต้องทำถวายหัว มีบางกลุ่มที่คิดแบบนี้อยู่ในปัจจุบัน แต่อันนี้ต้องรอซีซั่นหน้า

แล้วพอจะมีวรรณคดีหรือนิทานเรื่องไหนบ้างไหมที่ผู้หญิงไม่ถูกกดทับ หรือค่อนข้างมีอิสระมากกว่าที่เรานึกออก

มีเรื่องเดียวเท่าที่คิดออกตอนนี้คือ แก้วหน้าม้า มีสิทธิ์มีเสียงหน่อย มีอำนาจ มีอิทธิฤทธิ์ กำหนดชีวิตตัวเองได้มากกว่า อย่างน้อยก็มากกว่าตัวละครหญิงคนอื่น ๆ 

ตอนที่เขียนเรื่อง วันทองไร้ใจ ขึ้นมา คุณมีเป้าหมายไหมว่าอยากให้ใครมาอ่าน

ตอนแรกคือแค่คนที่อัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ) เธอคิดเหมือนฉันใช่ไหม (หัวเราะ) แต่ตอนที่มีการประกวดวาดการ์ตูนของ WEBTOON ในปี 2020 เขาให้วาดเรื่องแนวไหนก็ได้ เราเลยลองส่งเรื่องนี้ไป แต่ไม่ผ่าน ตอนหลังเขาถึงค่อยมาติดต่อว่าสนใจจะวาดไหม เพราะเนื้อเรื่องน่าสนใจ ก็เลยได้วาด เรื่องนี้น่าจะได้รับการติดต่อประมาณปี 2021

หลังจากนั้นคุณก็ได้เขียนต่อยาว ๆ เลย แถมลายเส้นยังสวยมากด้วย เริ่มวาดภาพจริงจังตั้งแต่เมื่อไหร่

มาเริ่มฝึกตอนที่มีเว็บบอร์ด สมัยมหาวิทยาลัย และมีเพื่อนที่ชอบวาดด้วยกันก็ได้แลกเปลี่ยนผลงานกัน เหมือนเป็นการช่วยกระตุ้นเรา เราก็ได้เรียนรู้กับคนที่เรียนมาโดยตรงหรือกับคนที่วาดมาเยอะกว่า

แต่ตอนอนุบาลก็วาดเป็นงานอดิเรกค่ะ วาดเด็กผู้หญิง ดอกไม้ วาดแล้วมีเพื่อนชมก็ยิ่งวาด พอโตขึ้นมาหน่อยสักประถมก็เริ่มวาดเป็นเรื่อง เขียนเองอ่านเอง เป็นลายเส้นญี่ปุ่นหน่อย เพราะชอบการ์ตูนตาหวาน แรงบันดาลใจตอนวาดก็มาจากคุณพ่อด้วย คุณพ่อวาดให้ดู เราก็วาดตาม

แต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย คณะที่เรียนไม่ได้เกี่ยวกับวาดรูปนะคะ เรามาฝึกเอง เปลี่ยนลายเส้นด้วย เพราะตอนแรกก็ไม่ใช่คนวาดสวย ส่วนการเรียนเอกภาษาไทยอาจจะช่วยบ้าง เพราะเราเรียนวิเคราะห์วรรณกรรมมาเยอะ ก็พอมีพื้นฐานการลำดับเรื่อง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

การที่เรียนเอกภาษาไทยคงทำให้คุณต้องคลุกคลีอยุ่กับวรรณคดีเยอะเลย

เยอะค่ะ เพราะต้องเรียนวรรณคดีซ้ำไปซ้ำมาหลายตัวเหมือนกัน คนอื่นเรียน ขุนช้างขุนแผน ช่วงมัธยมครั้งหรือสองครั้ง แต่พอเราเรียนเอกวรรณคดีจึงเอ็กซ์ตร้าเข้าไปอีก ไม่ถึงกับเรียนจนจบหลายรอบ แต่ได้เรียนจนจบและได้เห็นเวอร์ชันที่หลากหลาย

เท่าที่ตกตะกอนมา คุณคิดว่าอะไรคือคุณค่าของวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน

ถ้าตามที่เรียนมา มันเป็นความจริงที่วรรณคดีเรื่องนี้บันทึกประวัติศาสตร์ สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในสมัยนั้นได้ค่อนข้างจะครบถ้วน ถือว่าแตกต่างจากเรื่องอื่นที่เป็นจักร ๆ วงศ์ ๆ ในรั้วในวัง เรื่องนี้เป็นชีวิตชาวบ้านจริง ๆ 

โดยส่วนตัวคิดว่าเนื้อเรื่องสนุก ตื่นเต้น มีความลุ้น บางฉากมีความเป็นละคร ดราม่าเหมือนซีรีส์เกาหลีอยู่บ้างเหมือนกัน เช่น ฉากที่วันทองจะถูกลากไปแต่งงานกับขุนช้าง แล้วขุนแผนจะมาช่วยไหม ฉากนั้นคือลุ้นมาก แต่พออ่าน ๆ ไปปรากฏว่า ขุนแผนมา ไม่สนใจ นางเอกโดนลากเข้าห้องหอ ม่ายยยย!!! มีความเมโลดราม่าหน่อย หรือจังหวะถูกประหาร พระพันวษาให้อภัยแล้ว คนอ่านก็เสียดายเล่น หรืออีกฉากคือ ขุนแผนผ่าท้องนางบัวคลี่เพื่อทำกุมารทอง อันนี้จะมีความสยอง เป็นตัวเอกสายดาร์ก

รู้สึกยังไงตอนที่ขุนแผนใช้ความรุนแรง

จริง ๆ แอบตั้งคำถามว่า ทำไมคนแบบนี้ถึงมาเป็นพระเอกได้เนี่ย (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ก็เลยเป็นที่มาของการอยากเปลี่ยนพระเอกของเรื่องหรือเปล่า

ส่วนหนึ่งค่ะ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะต้องมีพระเอกคนใหม่เลย ตอนแรกจะเอนไปทางให้ขุนช้างเป็นพระเอกด้วยซ้ำ แต่พอเขียน ๆ ไปแล้วรู้สึกว่า ให้มีคนใหม่ไปเลยน่าจะสนุกกว่าในเมื่อเราดัดแปลงใหม่

หรือจริง ๆ แล้ว ขุนแผนไม่มีคุณสมบัติจะเป็นพระเอกแล้ว

(หัวเราะ) ถ้าในความคิดของเราจะให้เขาเป็นพระเอกก็ได้ แต่เนื้อเรื่องจะเป็นอีกแบบไปเลย วันทองจะต้องเหนื่อยหนักมากในการจะเปลี่ยนผู้ชายสักคนหนึ่ง ก็เลยคิดว่าถ้าเป็นคนใหม่มาเลยจะได้อีกรสชาติหนึ่ง เราอยากให้เรื่องนี้เป็นผลงานออริจินัลของเรา ไม่ใช่เอาขุนช้างขุนแผนมารีเมก

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ตอนที่คิดพล็อตเรื่องนี้ขึ้นมา คิดว่าจะมีคนสนใจไหม

ก็แอบคิดว่าน่าจะมีคนสนใจ น่าจะมีคนคิดเหมือนกับเราเยอะนะ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนเขียนนิยายมาก่อน ผลตอบรับตอนประกวดถือว่าดีค่ะ มีคนอ่านเยอะกว่าที่คิด มีคนอัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ)

จากวันแรกจนถึงตอนนี้ คุณเดินไปไกลกว่าจุดประสงค์เดิมตอนที่เริ่มเขียนบ้างไหม

ตอนแรกเราคิดแค่เอานางเอกไปฟาดกับผู้ชายสองคนนี้ แต่พอเขียนไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มใส่รายละเอียดเพิ่ม นางเอกไม่ได้จะไปต่อกรกับขุนแผนเหมือนตอนแรก ๆ เพราะคนที่เธอต้องต่อกรมากที่สุดคือ แม่ศรีประจัน เพราะสุดท้ายคนที่เป็นเจ้าของชีวิตวันทองในตอนนี้คือแม่ ไม่ใช่ขุนแผน เป็น Last Boss ของซีซั่นแรก ด้วยความเป็นแม่ เรายังทำอะไรมากไม่ได้ ต้องหาวิธีอื่นที่จะทำให้เรามีชีวิตอิสระจากเขาได้ โดยไม่ทำให้เขาเจ็บช้ำมากเกินไป 

ตอนที่วาดนางวันทอง มีการใส่ตัวตนของคนวาดลงไปในตัวละครบ้างไหม

นิสัยเราสองคนไม่เหมือนกันเท่าไหร่ (หัวเราะ) เราไม่ค่อยจะไปฉอดใคร แต่อะไรที่เราอยากทำ เราจะให้ตัวละครทำแทน ถ้าให้เหมือนกัน คือเรื่องทัศนคติว่าเราคิดอย่างไร ซึ่งจะคล้ายกัน มีความเหมือนแค่บางส่วน

ถ้าอย่างนั้นวันทองเวอร์ชันนี้มีต้นแบบมาจากไหน

เหล่าทวิตเตี้ยนทั้งหลายค่ะ ชาวทวิตเตอร์ เราคิดว่าถ้าเป็นคนในทวิตเตอร์จะคิดอย่างไร (หัวเราะ) เป็นเหมือนเฟมินิสต์ แค่บังเอิญเล่นทวิตเตอร์

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พูดถึงการทำงาน ได้ข่าวว่าตอนแรกคุณทำงานแบบโซโลคนเดียว

ตอนแรกทำคนเดียว แต่ไป ๆ มา ๆ ไม่ไหว ตอนนี้เลยมี 3 คน เพิ่มมาทีละคน ๆ ให้เพื่อนมาช่วย ทำทุกอย่างเลยประมาณ 10 ตอนแรก มีแค่เรากับโปรแกรมช่วยบ้าง ใช้ 3D ช่วยทำฉาก หรือใช้หุ่นโมเดลสามมิติก็ร่างได้ไวขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ต้องให้คนช่วยจริง ๆ 

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พวกโปรแกรมก็เรียนรู้การใช้งานเองทั้งหมดเลยไหม

ใช่ค่ะ ยากเอาเรื่อง เรื่อง วันทองไร้ใจ เป็นเรื่องแรกที่ใช้ 3D ประกอบ เพราะเรือนไทยหาโหลดฉากไม่ได้ แล้วเราต้องใช้หลายมุม ถ้าปั้นเป็น 3D จะคุ้มกว่า เพราะเราปรับได้หลายมุม ก็เลยลองปั้นเอง ตอนแรกใช้ SketchUp แต่เพราะเราไม่มีพื้นฐานเลยเริ่มต้นลำบาก บังเอิญมาเจอโปรแกรมที่มันง่ายขึ้นก็เลยใช้

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ตอนทำงานคนเดียว อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุด

ลงสี 50 กว่าช่องค่ะ มันเยอะ อดนอนอยู่พักหนึ่ง (หัวเราะ) เพราะต้องส่งงานวันศุกร์ เนื่องจากมีกำหนดออนแอร์ ตอนนี้ยังทำทัน เพราะเราทำตอนตุนไว้ก่อน เรารู้ตัวว่าต้องมีเลทแน่นอน เลยมีทำตุนเอาไว้ 1 ตอนใช้เวลา 6 – 7 วัน บางตอนที่รายละเอียดไม่เยอะ 5 วันครึ่งหรือ 6 วันก็เสร็จ

ต้องมีการทำการบ้านระหว่างตอนเยอะไหม

มีบ้าง อย่างการเปิดเสภา หรือเปิดพจนานุกรมเทียบ แต่หลัก ๆ คือเสภา ขุนช้างขุนแผน เรายึดของห้องสมุดวชิรญาณเป็นหลัก ถ้าหากมีฉากไหนที่เราสงสัยลำดับเนื้อเรื่อง ตลอดจนสีผ้าก็ไปเปิดดูได้ โชคดีที่มีออนไลน์ แต่อันนี้เป็นเรื่องของรายละเอียด

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ดูละเอียดจนถึงลายผ้าเลยทีเดียว

ใช่ค่ะ อย่างน้อยก็ตอนต้น ๆ แต่พอดำเนินเรื่องไป เราจะเริ่มปรับไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อิงตามเดิมเป๊ะแล้ว แต่บางตัวละครออกมาครั้งแรกเป็นฉากที่มีในเรื่อง เราก็อยากให้สีตรงกัน อย่างตอนแรกที่วันทองออกมาก็จะใส่สีแดง วาดไปสักพักก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูแทน ตรงนี้เราไม่ได้ใส่คำอธิบายอะไร เพราะเป็นความฟินส่วนตัวที่ได้ใส่ลงไป แต่ก็มีคนรู้นะคะ คนที่เรียนมา เราประมาทคนอ่านไม่ได้เลยค่ะ มีคนที่รู้มากกว่าเราอยู่เสมอ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

กว่าจะเป็นหนึ่งตอนนี่ทำอะไรหลายอย่างเลย หลังเสร็จงานค้นคว้าแล้วคุณต้องทำอะไร

การบ้านอันนี้จะไปอยู่ตรงเขียนสตอรี่บอร์ด เขียนเสร็จแล้วก็เริ่มร่าง ตัดเส้น ส่งให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งเทสี แล้วส่งให้ผู้ช่วยคนที่สองลงเงา ใส่เครื่องประดับ จากนั้นก็ส่งกลับมาให้เราแต่งสี ใส่ฉากหลัง พิมพ์คำพูด แล้วส่งกลับไปให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งจัดฟอนต์ให้อีกที จากนั้นส่งกลับมาให้เรา มันจะส่งไปส่งมาหน่อยนะคะ ส่งมาให้เราดูความเรียบร้อย แล้วส่งให้ผู้ดูแล WEBTOON เขาจะเช็กคำผิด บางทีก็มีแก้บางช่อง เช่น ตอนจบขอค้างกว่านี้หน่อย เรื่องตรงนี้ละเอียดอ่อน ช่วยเพิ่มอะไรหน่อย

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

การบ้านที่ต้องทำหนักที่สุดของเรื่องนี้คืออะไร

ความเป็นอยู่ในยุคนั้น เพราะตอนแรกไม่มีในหัวเลยว่าคนยุคนั้นอยู่กันอย่างไร เราจะนึกเนื้อเรื่องไม่ออก ต้องไปศึกษาตรงนั้นก่อนค่ะ

สำหรับสถาปัตยกรรม บ้านเรือน มีหนังสือเล่มไหนที่คุณใช้อ้างอิงบ้างไหม

อาจจะไม่ถึงกับเป็นหนังสือ แต่อย่างบ้านของนางวันทอง เราใช้พระตำหนักทับขวัญที่จังหวัดนครปฐมเป็นต้นแบบ มีเมืองโบราณด้วย ช่วยได้เยอะ บางอย่างที่มันหาไม่ได้ เช่น สภาพความเป็นอยู่ โชคดีที่มีละครทำมาก่อน เขาค้นคว้ามาแล้ว เราก็ขอมาใช้บ้าง บุพเพสันนิวาส นี่ช่วยได้เยอะเลยค่ะ เพราะพอ บุพเพฯ ออกมาก็มีหนังสือเกี่ยวกับอยุธยาตามมาเยอะมาก เราจึงได้เดินตามรอยเขา

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แบบนี้ถึงจะเป็นนักศึกษาเอกภาษาไทยที่ผันตัวมาเป็นนักวาดการ์ตูน แต่การอ่านหนังสือก็ขาดไม่ได้เลย

ใช่ค่ะ เป็นนิสัยส่วนตัวด้วยว่า เวลาเราคิดพล็อต จะชอบคิดจากข้อมูลมากกว่า

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แต่จินตนาการเองก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ บางตัวละครจึงไม่มีอยู่จริงในวรรณคดี

อย่างปรงทองกับเปลวคำก็ใส่เข้าไปเพื่อให้เรื่องมีความเป็นของเรามากขึ้น เป็นโอเอซิสของเรื่อง เป็นจุดดึงดูดความสนใจของคนอ่าน เพราะถ้ามีแค่ขุนช้างกับขุนแผน คนที่ไม่ชอบทั้งสองคนก็จะไม่มีเมน เราเลยใส่สองคนนี้เข้าไปให้ แล้วก็เหมือนชูใจคนวาดด้วย อย่างปรงนี่ คนวาดชอบ อยากวาดผู้หญิงน่ารักค่ะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

เท่าที่ฟังมาคุณทำงานกับประวัติศาสตร์และค่านิยมอยู่ตลอด มีเรื่องอะไรที่กังวลบ้างไหม

บางอย่างเป็นข้อมูลที่ไม่ใช่ปฐมภูมิ ไม่ได้เป็นข้อมูลแรกเริ่มดั้งเดิม ของบางคนอาจจะผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์มาแล้ว เราก็ไม่ทราบ ไม่แน่ใจว่าถูกไหม อย่างเรื่องช้างใช้เท้าหลังเดินก่อน เราก็ต้องไปเปิดคลิปช้างเดินดู แต่ข้อดีคือเราเซ็ตให้นางเอกทะลุเข้าไปในวรรณคดี ไม่ใช่ย้อนอดีต ในเสภาจะมีการปนกันของยุคสมัยอยู่ บางฉากก็เหมือนอยู่ในอยุธยา แต่บางเมนูอาหารหรือเสื้อผ้าบางอย่างกลับเป็นสมัยรัตนโกสินทร์ มันจึงปนกันอยู่ในนั้น เราเลยไม่ได้ซีเรียสเรื่องยุคสมัยมาก เรายึดว่าเป็นเรื่องในวรรณคดี ถ้าแยกออกมาทีละยุคจะเป็นงานที่หนักไปหน่อย (หัวเราะ)

คุณมองเห็นความน่ากลัวของค่านิยมจากเรื่องนี้บ้างไหม

ส่วนมากพอเกิดเป็นค่านิยม เราก็ไหลไปตามนั้น ไม่ได้ตรวจสอบตัวเองจนไหลไปตามกระแส บางครั้งจึงเกิดการทำร้ายกันเองด้วยค่านิยม ความเชื่อ อย่างวันทองนี่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้คิดด้วยซ้ำว่าเธอคิดได้ เลือกได้ เขาไม่เอ๊ะเลย เราก็ไม่เอ๊ะ พอไปเรื่อย ๆ จึงเกิดเป็นค่านิยมมองผู้หญิงเป็นสิ่งของ วันทองเป็นคนยุคนั้น เขาก็อยู่อย่างนั้น แล้วคนที่กำหนดค่านิยมในยุคนั้นก็เป็นชนชั้นสูง ขุนนางด้วย

หลังเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานมาพอสมควร อะไรคือความท้าทายในการทำงานชิ้นนี้

เรื่องทำเป็นทีมนี่แหละค่ะ ก่อนหน้านี้ทำงานคนเดียวมาก่อน มันจึงเป็นเหมือนการเรียนรู้กันระหว่างผู้ช่วยและทีมงานว่า เราจะทำอย่างไรให้ตารางเวลาลงตัว เป็นครั้งแรกที่ได้จ้างคน เพราะเพิ่งมีเงินจ้างค่ะ (หัวเราะ) เป็นเรื่องแรกที่มีคนติดตามเยอะขนาดนี้ เลยมีความกดดันด้วย กลัวว่าเราจะมีอะไรบ้งโดยที่ไม่รู้ตัวแล้วเผลอปล่อยออกไป แต่โชคดีที่ทำงานเป็นทีมก็เลยมีคนช่วยดู

ตอนนี้ก็ทำงานการ์ตูนเป็นอาชีพหลักเลย เพราะถ้าไม่หลักคงจะไม่มีเวลาวาดใช่ไหม

ไม่สามารถทำงานอื่นได้เลย จากที่เคยรับมาก็ต้องวางกองไว้ก่อน เพื่อเรื่อง วันทองไร้ใจ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ถามเรื่องความต่างระหว่างเรื่องของคุณกับวรรณคดีไปเยอะแล้ว มีอะไรที่ไม่แตกต่างกันบ้างไหม

อันที่จริงก็มีบางอย่างที่พยายามคงไว้ เช่น ประเพณี ข้าวปลาอาหาร อันนี้คือเอามาจากเสภา และความปากจัดของแม่ศรีประจันก็ด้วย นอกนั้นก็มีเปลี่ยนไปเยอะเลย

กระแสตอบรับตอนที่เรื่องนี้ออกไปแล้วทำให้ใจฟูบ้างไหม

ดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ รู้สึกดีใจที่มีคอมเมนต์ให้อ่านทุกสัปดาห์ ชอบมากที่ได้อ่านความเห็นของทุกคน มีคนที่สังเกตเยอะ ๆ ก็ทำให้เราดีใจ เช่น รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราไม่ได้บอก หรือแม้กระทั่งเกิดการถกเถียงกันว่า ขุนแผนก็ไม่ได้แย่นะ มันเป็นเพราะสภาพสังคมในสมัยนั้น เขาเลยเป็นแบบนี้

เหล่าผู้อ่านน่ารักมาก ต้องขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนมาก ๆ WEBTOON เราเขียนเป็นสัปดาห์ต่อสัปดาห์ เราไม่รู้เลยว่าจะเขียนได้ยาวแค่ไหน จะถูกตัดจบไหม แต่เพราะได้รับการสนับสนุนจากทุกคนเลยได้เขียนต่อยาว ๆ ทุกคนช่วยเปย์อ่านล่วงหน้า ทำให้ได้เงินมาสนับสนุนผู้ช่วย อันนี้สำคัญมาก ช่วยได้เยอะจริง ๆ ค่ะ อ้อ! เห็นคอมเมนต์ของเพื่อนบ้านชาวลาวด้วย เขามาอ่านก็ดีใจจริง ๆ อนาคตอยากให้ไปต่างประเทศ มีการแปลด้วย อันนี้ก็ได้แต่ภาวนาค่ะ

แฟนคลับคุณแน่นหนามาก ชุมชนวันทองไร้ใจแข็งแกร่งจนมีคนนำไปคอสเพลย์ด้วย

อันนี้ดีใจมาก เป็นความใฝ่ฝันของนักวาดหลายคน แต่งกันสวยเหมือนหลุดออกมาจากในเรื่องเลย ขนาดเป็นตัวละครที่ไม่ใช่ตัวหลักอย่างแม่ศรีประจันก็มี แปลกใจมาก ต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ

ก่อนจากกันขอถามย้ำอีกครั้งว่า จุดจบวันทองจะเหมือนเดิมไหม

(หัวเราะ) ต้องไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่วันทองแล้ว แต่เป็นนางเอกคนใหม่ เนื้อเรื่องก็ต้องต่าง ติดตามกันต่อไปนะคะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ภาพ : มุ

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load