เสน่ห์ของ ‘สาวชาววัง’ ไม่ได้มีเพียงจริตประณีตงดงามตามแบบผ้าพับไว้ เมื่อเราได้ลองออกไปตามรอยวิถีชีวิตแบบกุลสตรีในรั้ววัง ตั้งแต่ประทินผิว กินข้าว ทำงานคราฟต์ จนถึงช้อปปิ้ง จึงค้นพบว่าเสน่ห์ที่แท้จริงของพวกเธอคือความเฉลียวฉลาด ช่างคิด ช่างประดิดประดอย

ภายใต้ข้อจำกัดทั้งระเบียบอันเคร่งครัดที่ทำให้ไม่สามารถออกนอกเขตรั้ววังได้ตามอำเภอใจ เหล่ากุลสตรีชาววังสามารถหยิบยกสิ่งที่มีอยู่ใกล้ตัวมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ จนกลายเป็นเอกลักษณ์อันน่าทึ่งและใช่ว่าจะหาได้ทั่วไป สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยความอดทนและความตั้งใจสูง ทั้งยังซ่อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ไว้ภายใต้กลิ่นอายความประณีตที่อยากให้คุณได้ลองออกไปสัมผัส และรู้จักวิถีนุ่มนวลแยบยลในชีวิตกุลสตรีไทย

1

เรียนรู้วิถีชีวิตสาวชาววังผ่านหนังสือ หอมติดกระดาน

หอมติดกระดาน, ชาววัง, ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย, รัชกาลที่ 5, ซีเอ็ด, ศูนย์หนังสือจุฬาฯ หนังสือ, กลิ่นหอม, วิถีชีวิต, โบราณ, เครื่องนุ่งห่ม, หอมติดกระดาน, ชาววัง, ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย

‘หอมติดกระดาน’ คำนี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของสตรีชาววังสมัยโบราณ ซึ่งมีที่มาจากความหอมในเครื่องนุ่งห่มของสาวชาววัง เมื่อนั่งบนกระดานแผ่นใด ครั้นลุกจากไป ความหอมนั้นก็ยังคงอบอวลซึมลึกติดอยู่บนกระดานแผ่นนั้น

ก่อนจะออกไปตามรอยความหอมติดกระดาน เราอยากให้คุณมาทำความรู้จักวิถีชีวิตโดยละเอียดตั้งแต่การกินอยู่หลับนอน การแต่งกาย การปฏิบัติตัว ไปจนถึงการช้อปปิ้งของสาวชาววัง โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 5 ผ่านหนังสือ หอมติดกระดาน เขียนโดยศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย บอกเล่าเรื่องราวชีวิตสาวชาววังด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพลิดเพลินใจไปกับประวัติศาสตร์และเบื้องหลังความประณีตงดงามตามแบบฉบับสาวชาววัง ซึ่งสิ่งที่คุณจะได้จากหนังสือเล่มนี้มีมากกว่าความหอมติดกระดาน เพราะกลิ่นอายความเป็นสาวชาววังอาจซึมลึกลงไปในหัวใจของผู้อ่านโดยไม่รู้ตัว

ชื่อหนังสือ | หอมติดกระดาน
ผู้เขียน| ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย
ราคา | 180 บาท
หาซื้อได้ที่ | ศูนย์หนังสือจุฬาฯ หรือ SE-ED Book Center
2

แต้มความหอมติดกระดานด้วยน้ำปรุง ‘เย็นอุรา (yen-u-ra)’

เย็นอุรา, yen-u-ra, น้ำปรุง, น้ำหอม, โคโลญจน์, คุณหญิงผอบ ณ ถลาง, ไทย, ธรรมชาติ, เสน่ห์, หอม, ชาววัง, เย็นอุรา, yen-u-ra, น้ำปรุง, น้ำหอม, โคโลญจน์, คุณหญิงผอบ ณ ถลาง, ไทย, ธรรมชาติ, เสน่ห์, หอม, ชาววัง,

การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ไม่ได้นำการแลกเปลี่ยนสินค้าและเงินตราเข้ามาเท่านั้น แต่ยังรวมวัฒนธรรมที่หลั่งไหลเข้ามาด้วย วัฒนธรรมการใช้น้ำหอมของชาวตะวันตกในสมัยนั้นทำให้ชาวไทยเริ่มสนใจการทำน้ำหอมแบบฉบับของเราเอง จนเกิดเป็น ‘น้ำปรุง’ หนึ่งในกลิ่นหอมที่ซึมลึกจนเป็นที่มาของคำว่า ‘หอมติดกระดาน’

ความหอมจากน้ำปรุงเป็นเอกลักษณ์อย่างไทยของสาวเจ้าชาววัง บอกได้เลยว่าน้ำหอมแบบไทยนั้นดีงามไม่แพ้ใคร และหอมนานติดทนกว่าน้ำอบที่ติดผิวเพียงระดับโคโลญจน์

ตำรับความหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของน้ำปรุงแบรนด์ ‘เย็นอุรา’ น้ำหอมฉบับสาวชาววัง สืบทอดสูตรกันมาถึง 4 รุ่น จากคุณหญิงผอบ ณ ถลาง นางข้าหลวงตำหนักพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฎปิยมหาราชปดิวรัดา (หม่อมเจ้าสาย ลดาวัลย์) เป็นกลิ่นหอมแบบไทยจากธรรมชาติ แตะพรมตามเนื้อตัวเพียงเล็กน้อยก็ได้กลิ่นนุ่มนวลชวนหลงใหล ความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนในการกลั่นความหอมจากธรรมชาติสู่เครื่องแต่งตัวและร่างกาย เป็นเสน่ห์ที่หอมติดเนื้อจนต้องเหลียวหลังตามแน่นอน

เย็นอุรา, yen-u-ra, น้ำปรุง, น้ำหอม, โคโลญจน์, คุณหญิงผอบ ณ ถลาง, ไทย, ธรรมชาติ, เสน่ห์, หอม, ชาววัง, ดอกไม้

น้ำปรุงสูตรชาววังของ ‘เย็นอุรา’ มีกลิ่นดั้งเดิม ซึ่งเป็นตำหรับแท้เคียงกายสาวชาววัง ที่สกัดจากใบเนียมและดอกไม้มากถึง 13 ชนิด และยังมีกลิ่นพิเศษที่รังสรรค์มาจากดอกไม้นานาพรรณ เช่น ดอกส้ม ดอกมะลิ ดอกปีป ดอกกุหลาบเปอร์เซีย และปรับให้เหมาะสำหรับคนแพ้ง่ายคือปราศจากสารเคมีรุนแรง หากใครสนใจน้ำหอมแบบไทยที่คุณภาพล้นขวดก็ซื้อได้เลย

เย็น-อุ-รา (yen-u-ra)

น้ำปรุงตำรับคลาสสิก ขวดละ 580 บาท
ติดตามข่าวสารการออกร้านหรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่
Facebook |   เย็นอุรา / yen-u-ra
Instagram |  @ yen_u_ra
3

ร้อยมาลัยและทำเครื่องแขวนดอกไม้สดที่ HOMEiam Studio

เครื่องแขวนดอกไม้สด, workshop, HOMEiam Studio, ผู้หญิง, ชาววัง, อุบะ, รริน ภัทรพรไพศาล, วิทยาลัยในวังหญิง, กุลสตรี, ดอกไม้, เครื่องแขวนดอกไม้สด, workshop, HOMEiam Studio, ผู้หญิง, ชาววัง, อุบะ, รริน ภัทรพรไพศาล, วิทยาลัยในวังหญิง, กุลสตรี, ดอกไม้,

งานดอกไม้สดอยู่คู่กับชาววังมาอย่างยาวนาน ด้วยวัฒนธรรม ประเพณี และศาสนา ซึ่งเอื้อให้เกิดพิธีกรรมที่ใช้ดอกไม้เป็นส่วนสำคัญในพระราชพิธีต่างๆ แม้กระทั่งการใช้ประดับตกแต่ง เป็นของขวัญหรือของชำร่วย ไม่ว่าจะเป็นการทำเครื่องแขวน ร้อยมาลัย ทำพานพุ่ม ฉะนั้นสตรีชาววังจึงต้องเรียนรู้งานฝีมือในด้านนี้มิให้ขาดตกบกพร่อง

งานดอกไม้สดของสาวชาววังแตกต่างจากงานดอกไม้สดทั่วไป ด้วยขั้นตอนที่ละเอียดพิถีพิถัน อย่างการใช้ ‘อุบะทรงเครื่อง’ สำหรับมาลัยข้อพระกรและงานเครื่องแขวน ซึ่งมีกรรมวิธีที่แตกต่าง และอลังการกว่าอุบะทั่วไปที่เรียกว่า ‘อุบะพู่’

ส่วนการร้อยมาลัยข้อพระกรจะมีลวดลายและการตกแต่งที่สวยงามอลังการกว่า เช่น การใช้มาลัยแบนมาประดับ หรือใช้กลีบกุหลาบมาพับแล้วร้อยเข้าทีละกลีบแทนการใช้ดอกมะลิแบบมาลัยทั่วไปเครื่องแขวนดอกไม้สด, workshop, HOMEiam Studio, ผู้หญิง, ชาววัง, อุบะ, รริน ภัทรพรไพศาล, วิทยาลัยในวังหญิง, กุลสตรี, ดอกไม้,

มากกว่าทักษะงานฝีมือ งานดอกไม้ต้องอาศัยทั้งความอดทน ความละเอียด และการบริหารจัดการเวลาที่ดี เพราะแต่ละขั้นตอนล้วนใช้เวลานาน สวนทางกับข้อจำกัดเรื่องเวลาของดอกไม้สด ฉะนั้น หัวใจสำคัญของการทำงานฝีมือนี้คือความตั้งใจและการเอาชนะใจตัวเอง หากจะกล่าวว่า เป็นการเรียนรู้ปรัชญาชีวิตผ่านการร้อยดอกไม้ไปในตัวก็คงไม่ผิด

หากคุณอยากทำความรู้จักกับงานอันแสนประณีตและละเอียดอ่อนนี้ เราขอแนะนำ HOMEiam Studio โดย คุณเปิ้ล-รริน ภัทรพรไพศาล ช่างดอกไม้สด รุ่นที่ 23 จากวิทยาลัยในวังหญิงหรือโรงเรียนผู้ใหญ่พระตำหนักสวนกุหลาบ

จุดประสงค์หลักของคุณเปิ้ลคือการสืบสานงานดอกไม้สดแบบฉบับกุลสตรีชาววังที่หาได้ยากแล้วในปัจจุบัน โดยทำให้งานดอกไม้สดแบบชาววังเป็นวิชาความรู้ที่เข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะหลายคนอาจไม่มีเวลาและโอกาสเข้าไปศึกษากับวิทยาลัยในวังหญิงโดยตรง

คอร์สเรียนของที่นี่จะจัดลำดับขั้นตั้งแต่พื้นฐาน เริ่มจากการเลือกสรรพรรณดอกไม้ การเตรียมดอกไม้ กระทั่งว่าดอกไม้ชนิดนี้สามารถใช้ทำอะไรได้บ้างเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับงานดอกไม้อื่นๆ ได้ หรือหากมีเวลาน้อย ช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคม จะมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสั้นๆ ซึ่งสามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ อินสตาแกรม หรือเพจเฟซบุ๊กของ HOMEiam Studio

เมื่อเรียนรู้เรื่องงานดอกไม้สดไทย นอกจากทักษะและปรัชญา เรายังสามารถทำเป็นของขวัญอย่างวันแม่ที่จะถึงนี้ หรืออาจใช้สำหรับบูชาพระ ใช้ประกอบพิธีกรรมสำคัญต่างๆ ได้อีกด้วย

HOMEiam Studio

ที่อยู่ | 55/66 ถนนคลองลำเจียก แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ
Facebook | HOMEiamStudio
Instagram | @homeiam_studio
Website | www.homeiamcooking.com
ติดต่อ | 0831186555
หากสนใจงานฝีมือและการทำอาหาร คุณเปิ้ลยังเขียนบล็อกเล่าเรื่องราวการเรียนในวิทยาลัยในวังหญิงรวมทั้งประสบการณ์ด้านอาหารและงานดอกไม้สดไว้ใน www.homeiam.com
4

เดินเล่นชมไม้ดัดและเขามอที่วัดคลองเตยใน

วัดคลองเตยใน, ไม้ประดับ, สวน, อยุธยา, จีน, ญี่ปุ่น, ไม้ดัด, ไทย, เขามอ, โบราณ วัดคลองเตยใน, ไม้ประดับ, สวน, อยุธยา, จีน, ญี่ปุ่น, ไม้ดัด, ไทย, เขามอ, โบราณ

เมื่อพูดถึงไม้ประดับหรือสวนกระถาง บอนไซ และสวนขวด คงเป็นหนึ่งในงานอดิเรกสุดฮิตและเป็นที่รู้จักของคนสมัยนี้ แต่หากย้อนเวลากลับไป ผู้คนในวังแม้กระทั่งพระมหากษัตริย์ก็มีงานอดิเรกลักษณะนี้เช่นกัน เพียงแต่เป็นการทำไม้ดัดและเขามอประดับประดาในกระถางลายครามให้สาวชาววังได้เดินชม

เท้าความไปในสมัยอยุธยา ไม้ดัดเริ่มเข้ามาครั้งแรกโดยชาวต่างชาติทั้งจีนและญี่ปุ่น ซึ่งในสมัยนั้นติดต่อกับผู้คนในวังเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเห็นชาวจีนและญี่ปุ่นนำไม้ดัดมาประดับบ้านเรือน ก็เริ่มมีการเล่นไม้ดัดในไทย พัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นไม้ดัดไทย และได้รับความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 1 จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5

วัดคลองเตยใน, ไม้ประดับ, สวน, อยุธยา, จีน, ญี่ปุ่น, ไม้ดัด, ไทย, เขามอ, โบราณ

ซึ่งไม้ดัดมีทั้งหมด 9 แบบแตกต่างกันออกไป แต่แบบที่เราเห็นทั่วไปในปัจจุบันเรียกว่า ไม้ดัดญี่ปุ่น ซึ่งเป็น 1 ใน 9 แบบดังกล่าว ส่วนเขามอได้รับอิทธิพลจากจีนและญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน แต่เขามอของไทยจะแตกต่างออกไป เพราะไม่ได้ปลูกลงดินหรือจัดเป็นสวน แต่ใช้หินก้อนเล็กมาประติดประต่อกันจินตนาการเป็นรูปร่างต่างๆ แทน

ทั้งไม้ดัดและเขามอตามตำราแบบโบราณของไทยสมัยนี้เริ่มหาชมได้ยาก ซึ่งผู้สืบทอดในปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้น โดยหนึ่งในนั้นคือพระราชสิทธิสุนทร เจ้าอาวาสวัดคลองเตยใน แวะไปไหว้พระและชมสวนงดงามในกระถางที่นี่ได้เลย

วัดคลองเตยใน

ที่อยู่ | 472 ถนน ณ ระนอง แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
ติดต่อ | 022493364
5

คลายร้อนกับเมนูข้าวแช่ตำรับวังละโว้ ที่ ‘ร้านหลายรส’

ร้านหลายรส, วังละโว้, ข้าวแช่, ฤดูร้อน, สำรับชาววัง, พิมพร อิ่มประไพ, อุไร เกษมสุวรรณ, หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา, กะปิ, ร้านหลายรส, วังละโว้, ข้าวแช่, ฤดูร้อน, สำรับชาววัง, พิมพร อิ่มประไพ, อุไร เกษมสุวรรณ, หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา, กะปิ,

เมื่อฤดูร้อนมาถึง สาวชาววังจะเริ่มทำข้าวแช่ เมนูคลายร้อนแสนชื่นใจ แม้ว่าเดิมทีต้นตำรับข้าวแช่นั้นมาจากชาวมอญ แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในสำรับชาววังก็มีการปรับสูตรข้าวแช่ใหม่ โดยเพิ่มพริกหยวกและหัวหอมยัดไส้ลงไปด้วย ซึ่งตำราข้าวแช่ของแต่ละวังจะมีสูตรและความพิเศษแตกต่างกันออกไป

ส่วนใหญ่แล้วสาวชาววังมักจะทำข้าวแช่เฉพาะช่วงฤดูร้อน ด้วยเหตุผลว่าวัตถุดิบบางอย่าง เช่น พริกหยวก จะมีมากในช่วงฤดูร้อน และข้าวแช่เป็นอาหารที่รับประทานแล้วเย็นชื่นใจ เหมาะกับหน้าร้อนมากกว่าหน้าหนาวและหน้าฝน ฉะนั้น การหาข้าวแช่รับประทานในฤดูกาลอื่นจึงกลายเป็นเรื่องยาก

แต่หากใครอยากรับประทานข้าวแช่ตำรับชาววังที่พร้อมเสิร์ฟตลอดทั้งปี เราขอแนะนำให้รู้จักกับ ‘ร้านหลายรส’ กับข้าวแช่ตำรับวังละโว้ สูตรที่ คุณโด่ง-พิมพร อิ่มประไพ เจ้าของร้านคนปัจจุบัน สืบทอดมาจากคุณแม่ คือ คุณอุไร เกษมสุวรรณ ผู้ทำอาหารในห้องต้นเครื่องของวังละโว้ และเป็นน้องสาวของ หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา ซึ่งเป็นชายาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ หรือพระองค์ชายเล็ก

ร้านหลายรส, วังละโว้, ข้าวแช่, ฤดูร้อน, สำรับชาววัง, พิมพร อิ่มประไพ, อุไร เกษมสุวรรณ, หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา, กะปิ,

จุดเด่นของข้าวแช่ตำหรับวังละโว้คือกะปิสดที่ไม่ได้ผ่านการกวน แต่นำกะปิมาปรุงกับเครื่องสมุนไพรต่างๆ ทั้งตะไคร้ หอมแดง กระชาย และปลาป่น ตำในครก ก่อนจะเอากะปิที่แห้งหมาดๆ นั้นมาปั้นเป็นก้อนไปตากลม แล้วนำไปชุบไข่ทอด

แค่กะปิก็ใช้เวลานานโข แต่ในจานนั้นยังมีทั้งพริกหยวกยัดไส้หมูและกุ้ง หัวหอมแดงแกะเปลือกยัดไส้ปลาแห้ง หัวไชโป๊วผัดไข่ เนื้อฝอย และสิ่งที่คุณโด่งเพิ่มจากตำหรับชาววังคือปลาหวานที่รสชาติกลมกล่อม โดยตัดรสหวานและเค็มของจานนี้ด้วยผักและผลไม้แกะสลัก ทั้งมะม่วง แตงกวา กระชาย หอม พริก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนใช้เวลา ความละเอียดและพิถีพิถันมาก

ไม่เพียงเครื่องเคียงที่ละเอียดลออหลายขั้นตอน เพราะข้าวแช่ก็ละเอียดประณีตไม่แพ้กัน โดยจะหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ ก่อนจะนำมาขัดให้ยางออก เพื่อไม่ให้น้ำขุ่นแบบข้าวต้ม แล้วนำข้าวที่ยังไม่สุกดีไปนึ่งอีกครั้ง โดยน้ำที่ใช้นึ่งก็ต้องเป็นน้ำลอยดอกมะลิ ส่วนน้ำที่ใช้รับประทานกับข้าวแช่นั้นจะทำแยกออกมาอบควันเทียน ใส่มะลิ กลีบกุหลาบ และกระดังงาลนไฟ เพื่อให้มีกลิ่นหอมชื่นใจ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำแข็ง โรยกลีบดอกไม้

วิธีการรับประทาน แนะนำให้ทานทีละอย่างโดยไม่ผสมกัน เพื่อให้ได้อรรถรสและรับรสชาติของเครื่องเคียง รวมทั้งกลิ่นหอมของข้าวแช่ได้อย่างเต็มที่ เมื่อได้รับประทานข้าวแช่ชาววังจึงได้ทั้งความชื่นตาและชื่นใจ หากเทียบขั้นตอนอันพิถีพิถันทั้งหมดกับราคาชุดละ 280 บาท นั้นนับว่าคุ้มค่าเกินราคาเลยทีเดียว

นอกจากข้าวแช่แล้วที่นี่ยังมีอาหารไทยหลายเมนูทั้งคาวหวานต้นตำหรับชาววัง เช่น ข้าวอบสับปะรดเสวย และน้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจเลือกสรรวัตถุดิบมาอย่างดีอีกด้วย

ร้านอาหาร ‘หลายรส’

ที่อยู่ | ซอยสุขุมวิท 49 (ตรงข้ามโรงพยาบาลสมิติเวช) กรุงเทพฯ
เวลาทำการ | 10.30 – 21.00 น.
ติดต่อ | 023913193
6

แวะซื้อใบชาที่ห้างใบชาอ๋องอิวกี่ที่แยกสี่กั๊กเสาชิงช้า

ห้างใบชาอ๋องอิวกี่, เสาชิงช้า, ถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์, จีน, ร้าน, นพพร ภาสะพงศ์, ชา, พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ห้างใบชาอ๋องอิวกี่, เสาชิงช้า, ถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์, จีน, ร้าน, นพพร ภาสะพงศ์, ชา, พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

สมัยก่อนแหล่งช้อปปิ้งสำคัญของสาวชาววังคือบริเวณถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์ ซึ่งยังอยู่ภายในเขตพระบรมมหาราชวัง ส่วนภายนอกเริ่มมีพ่อค้าจากต่างประเทศมาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปิดห้างร้านต่างๆ เพื่อจำหน่ายสินค้าจากประเทศของตน

โดยเฉพาะในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งหนึ่งในห้างร้านที่มีชื่อเสียงและเปิดมาจนถึงปัจจุบันคือ ‘ห้างใบชาอ๋องอิวกี่’ โดยชาทั้งหมดนั้นนำมาจากประเทศจีน เข้ามาจำหน่ายครั้งแรกปลายสมัยรัชกาลที่ 5

แต่เนื่องจากธรรมเนียมอันเคร่งครัดทำให้การขออนุญาตออกมาเดินเลือกซื้อสินค้านอกเขตพระราชวังเป็นเรื่องยาก ห้างร้านต่างๆ จึงพยายามส่งตัวอย่างหรือแบบสินค้าเข้าไปให้เลือกสรร หรือหากเจ้านายจะเสด็จฯ ออกมาเลือกซื้อข้าวของ สาวชาววังจึงจะสามารถขอติดตามออกมาข้างนอกด้วยได้ ซึ่ง คุณนพพร ภาสะพงศ์ ทายาทรุ่นที่ 4 ของห้างใบชาอ๋องอิวกี่เล่าว่า

ห้างใบชาอ๋องอิวกี่, เสาชิงช้า, ถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์, จีน, ร้าน, นพพร ภาสะพงศ์, ชา, พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

“คุณป้าตอนเด็กๆ เคยเห็นสาวชาววังนั่งรถม้าออกมาถึงหน้าร้าน ส่วนวังที่ไกลก็จะพายเรือมาตามคลอง ลงมาซื้อชา พอซื้อของเสร็จกลับไป บ้านยังหอมอยู่เลย เพราะเสื้อผ้าก็อบร่ำมา”

ใบชาของที่นี่นอกจากจะเป็นสินค้าต่างประเทศที่ยอดนิยมสำหรับสาวชาววังในสมัยก่อนแล้ว ยังเป็นสินค้าที่ส่งเข้าไปในวังตั้งแต่ยุคที่ยังเป็นใบชาห่อกระดาษ จนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็นภาชนะกระป๋องหรือแบบกล่องอย่างที่เราเห็นกันทั่วไป ซึ่งปัจจุบันห้างใบชาอ๋องอิวกี่ยังคงส่งใบชาจากเมืองจีนเหล่านี้ไปที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐานอีกด้วย

ห้างใบชาอ๋องอิวกี่

ที่อยู่ |  63 ถนนบำรุงเมือง แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เวลาทำการ | 08.00 – 17.00 น.
Facebook | Ong Tea By Bee
ติอต่อ | 022221748
7

ผ่อนคลายสบายอารมณ์กับการนวดแบบราชสำนักที่ ‘ธรรมานามัยคลินิก’

สาวชาววัง สาวชาววัง

ตะลอนตามรอยชาววังกันมาทั้งวัน เราจึงอยากพาคุณมาหยุดพักกายสบายใจที่ “ธรรมานามัยคลินิก” คลินิกที่ใช้การนวดเพื่อรักษาและส่งเสริมสุขภาพ โดยนวดแบบราชสำนักคือเป็นศาสตร์การนวดแบบสุภาพตามธรรมเนียม เน้นการกดจุดด้วยมือ ไม่ใช้ศอก เข่า หรือแม้กระทั่งการหันปลายเท้าไปทางศีรษะของคนที่ถูกนวด ซึ่งแตกต่างจากการนวดทั่วไปที่เรียกว่า การนวดแบบเชลยศักดิ์

ที่นี่นำการนวดแบบราชสำนักมาปรับใช้กับการรักษา โดยวัดความดันและประเมิน สอบถามอาการและซักประวัติอาการเจ็บป่วย ก่อนนวดแบบแพทย์แผนไทย ส่วนเตียงสำหรับการนวดแบบราชสำนัก เดิมต้องเป็นเตียงวางราบบนพื้น ส่วนผู้นวดจะนั่งพับเพียบ แต่เนื่องจากต้องปรับให้เหมาะกับการรักษาจึงเปลี่ยนมาใช้เตียงทั่วไปแทน

ข้อดีของการนวดแบบสำนัก คือ เมื่อใช้มือนวดทำให้สามารถตรวจร่างกายไปด้วยได้ ทำให้ทราบอาการและรักษาได้อย่างตรงจุด เมื่อเริ่มหายดี คุณหมอก็ยังมีท่าออกกำลังกายที่เน้นภูมิปัญญาไทย เช่น ฤๅษีดัดตน โยคะ ให้กลับไปทำที่บ้านโดยสอดแทรกเรื่องสมาธิเข้าไป เพื่อรักษาทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ แต่หากไม่มีอาการใดที่ต้องรักษาก็จะแนะนำให้นวดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ซึ่งที่นี่รักษาโดยแพทย์แผนไทยเฉพาะทาง ในบรรยากาศผ่อนคลายคลอเสียงเพลงและกลิ่นหอมแบบไทยๆ ซึ่งก่อนนวดมีน้ำหมักผลไม้เย็นๆให้ดื่ม และปิดท้ายด้วยการรับประทานของว่างและจิบชาขิงร้อนๆ เพื่อสุขภาพหลังการนวดอีกด้วย

สาวชาววัง

ธรรมานามัยคลินิก

ที่อยู่ | เลขที่ 1 ซอยพหลโยธิน 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ
เวลาทำการ | 10.00 – 21.00 น. (ควรนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ)
ติดต่อ | 020406400

8

ยกสำรับสูตรชาววังจาก ‘ห้องอาหารแก้วเจ้าจอม’

สาวชาววัง สาวชาววัง

เสน่ห์สำรับฉบับชาววังไม่ใช่เพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงามน่ารับประทาน แต่หัวใจสำคัญคือความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน รวมทั้งเรื่องราวที่ร้อยเรียงรังสรรค์แต่ละเมนูออกมา

เรามุ่งตรงไปที่ห้องอาหารแก้วเจ้าจอม ซึ่งตั้งอยู่ในโรงแรมสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างกันไปไกลว่า หากอยากลิ้มรสเมนูอาหารสูตรชาววังแท้ต้องมาที่นี่ ซึ่งเป็นสูตรดั้งเดิมของพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ผู้ดูแลงานห้องเครื่องต้นของเสวย และยังทรงมีพระอัจฉริยภาพแบบฉบับสาวชาววัง คิดค้นสูตรอาหารใหม่ตำรับชาววัง

เมนูที่แรกที่เราอยากแนะนำคือ ‘ยำไก่อย่างเต่า’ ซึ่งมีที่มาจากการได้รับบรรณาการเนื้อสัตว์อย่างหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นเนื้อตะพาบหรือเนื้อเต่า โดยนำมายำดับกลิ่นคาว เมื่อมีการโปรดให้ยำเช่นนี้อีก จึงดัดแปลงมาใช้เนื้อไก่แทน ซึ่งแม้จะฟังดูเป็นเมนูง่ายๆ สามารถทำตามได้ไม่ยาก แต่ต้องบอกเลยว่า สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารชาววังคือการเลือกใช้วัตถุดิบที่ดี มีความละเมียดละไม และประณีตทุกขั้นตอนตั้งแต่การปรุงจนถึงการรับประทาน           

จากหนังสือหอมติดกระดานตอนหนึ่งกล่าวว่า “…ชาววังมิใช่รู้จักแต่ประดิดประดอยอาหารให้สวยงามน่ารับประทานเพียงอย่างเดียว ยังเชี่ยวชาญในการดัดแปลงอาหารจากอย่างหนึ่งเป็นอย่างหนึ่ง โดยคำนึงถึงหลักประหยัด…”

สาวชาววัง

เมนูดังกล่าวคือ ‘แกงรัญจวน’ ซึ่งเป็นการนำน้ำพริกกะปิและเนื้อที่เหลือจากผัดพริก มาต้มในน้ำซุป ใส่เครื่องปรุงต่ออีกนิด ตบท้ายด้วยสมุนไพร จึงได้เป็นเมนูใหม่ที่มีกลิ่นหอมรัญจวนสมชื่อ หากใครสนใจที่จะลิ้มลองกับข้าวตำรับชาววัง พร้อมเดินชมสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงามใกล้เคียงกับในอดีต ก็สามารถเข้ามาได้ที่ห้องอาหารแก้วเจ้าจอม โรงแรมสวนสุนันทาแห่งนี้ หรือเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในวันที่ 7 – 11 พฤศจิกายน 2561

ห้องอาหารแก้วเจ้าจอม

ที่อยู่ | โรงแรมสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เขตดุสิต กรุงเทพฯ
เวลาทำการ | 10.30 – 22.00 น. (แนะนำให้จองโต๊ะล่วงหน้า)
ติดต่อ | 022430574

Writers

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

โยษิตา ชัยชนะ

สาวใต้จากภูเก็ต นักศึกษาฝึกงานตำแหน่งอีเว้นท์ที่อยากลองงานเขียน เพราะรักการอ่าน ชอบทะเลและเสียงคลื่นที่บ้านพอๆ กับที่ชอบสีชมพู

Photographer

นัทธมน แก้วแป้นผา

เด็กภาพยนตร์ที่ชอบการถ่ายภาพมากกว่าดูหนัง

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ณ ตรอก ซอก ซอย แห่งย่านเมืองเก่าบางลำพู ร่องรอยบนกำแพงล้วนแสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่เคยรุ่งโรจน์ แม้วันนี้หลายอย่างจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่การเดินย่ำเพื่อท่องเที่ยวและถ่ายภาพก็เป็นการเรียนรู้อดีตที่น่าสนใจและสนุกสนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเราได้เดินเลาะเสาะหาสถานที่ลับไปกับ ‘ไกด์เด็กบางลำพู

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ กลุ่มไกด์ตัวน้อยพาเราเดินลัดไปตามถนนสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ทัศนา 7 สถานที่ลับพร้อมประวัติที่น้อยคนจะรู้ โดยเราได้เดินชมเส้นทางใหม่ล่าสุดที่เพจ เสน่ห์บางลำพู เพิ่งเปิดต้อนรับฤดูร้อน พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษอย่างการรับประทาน 4 อาหารคาว-หวาน จาก 4 ร้านท้องถิ่นขึ้นชื่อที่เหมาะจะทานลดอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงเข้าร่วมเวิร์กชอปที่จะเปลี่ยนช่วงเย็นของวันอันคุ้นเคย เป็นคลาสเรียนวิถีชีวิตเก่าก่อน แต่ไม่เก่าเก็บของชาวบางลำพู

01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

โรงเรียนพิมานวิทย์

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก
01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

ไม่มีใครเชื่อแน่นอนว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสนุกของสถานบันเทิง จะมีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ แถมยังตั้งมานานกว่า 102 ปีแล้ว โรงเรียนนั้นก็คือโรงเรียนพิมานวิทย์ 

ในช่วงเย็นหลังเด็กเลิกเรียนและถนนข้าวสารยังหลับใหล พันธกานต์ เกตุแก้วเจริญ ไกด์เด็กบางลำพูและศิษย์เก่าโรงเรียนพิมานวิทย์ พาเราเดินทางไปพบกับ คุณครูวชิรปราณี อำพล เพื่อเข้าไปทัศนศึกษาในอาคารเรียน 3 ชั้น ที่ก่อตั้งราว พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

โรงเรียนพิมานวิทย์ก่อตั้งโดย นายฮัจยียอ พิมานแมน คฤหบดีผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาอิสลาม ภายใต้ชื่อเดิมคือ โรงเรียนอนุเคราะห์อิสลาม ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวมุสลิมในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ต่อมามีการพัฒนาหลักสูตรสอนภาษาไทย รับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา กระทั่งนายฮัจยียอถึงแก่อนิจกรรม นายมาโนช พิมานแมน บุตรชายจึงดูแลโรงเรียนต่อ และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งแต่นั้น

ภายในโรงเรียนไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม เนื่องจากยังมีนักเรียนศึกษาอยู่ทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ในบางโอกาส เหล่าไกด์เด็กก็พาผู้มาเยือนเข้าชมได้ โดยโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งอยู่ริมถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด

02
ป้ายสมาคมสหายสงครามโลกครั้งที่ 1 ป้ายโบราณที่หลับใหลอยู่ในข้าวสาร

สมาคมสหายสงคราม

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู
สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

อีกหนึ่งไฮไลต์บนถนนข้าวสาร ที่หลายคนเดินผ่านอาจคิดว่าเป็นเพียงของประดับตกแต่งธรรมดา แต่ป้ายสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ มีประวัติเก่าแก่กว่านั้น 

หลังฝ่ายสัมพันธมิตรชนะฝ่ายอักษะ พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานพื้นที่ถนนข้าวสาร ส่วนหนึ่งคือที่ตั้งของตึก Buddy Group ให้กับทหารอาสาไทยที่ออกไปรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และจัดตั้งเป็นสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ พร้อมให้สัมปทานป่าไม้ในประเทศไทย กล่าวคือ ใครที่ต้องการตัดไม้ในประเทศ จะต้องขออนุญาตกับทางสมาคมฯ และรายได้เหล่านั้นจะถูกมอบให้กับทหารอาสาเป็นการตอบแทน

ประสิทธิ์ สิงห์ดำรงค์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เล่าให้ฟังว่า ป้ายนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 แต่หลังจากนั้นได้ถูกขโมยไปขาย ทางเจ้าของ Buddy Lodge จึงนำเงินไปไถ่คืนและนำมาตั้งไว้ที่ตึกเช่นเดิม

หากใครแวะไปข้าวสาร ก่อนเดินขึ้นบันไดเข้าร้าน Mulligans Irish Bar ก็เงยหน้าชมป้ายสมาคมสหายสงครามกันได้

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

ปัยย์สปา

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

เดินต่อไปเกือบสุดซอยรามบุตรี ไกด์เด็กพาเราหยุดชมร้านนวดแห่งหนึ่งที่มีเรือนไทยทรงคหบดีตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า ที่แห่งนี้คือ ปัยย์สปา ร้านนวดแผนไทยในเรือนไทยไม้สักทอง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายรัชกาลที่ 4 มีอายุมากกว่า 150 ปี 

ขณะที่เรือนไทยหลังอื่นในละแวกข้าวสารถูกรื้อออกไป เรือนไทยแห่งนี้ถือเป็นหลังสุดท้ายที่ไม่ยอมให้ใครมาชิงพื้นที่ กระทั่งเจ้าของคนปัจจุบันเข้ามาปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้เรือนไทยกลายเป็นร้านนวดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ร้านปัยย์สปาจึงกลายเป็นจุดนัดหมายของผู้คนที่เมื่อยล้า ให้พวกเขาได้มาผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนกลาง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

ตั้งฮั่วเส็ง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ
04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

เดินจากถนนข้าวสารมาหลบร้อนกันในห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อของย่านอย่าง ตั้งฮั่วเส็ง ไกด์เด็กยังไม่หยุดบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจ เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งขายวัสดุและอุปกรณ์งานฝีมือที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเส้นด้ายและไหมพรมที่มีสีให้เลือกเยอะกว่าแหล่งอื่น แถมยังเน้นคุณภาพเป็นหลัก

ห้างตั้งฮั่วเส็งก่อตั้งใน พ.ศ. 2505 บนทำเลทองในย่านการค้าบางลำพู ถือเป็นตั้งฮั่วเส็งสาขาแรกของประเทศไทยที่อยู่คู่ย่านเก่ามากว่า 60 ปี โดยคำว่า ตั้ง เป็นชื่อแซ่ของตระกูลจุนประทีปทอง ผู้ก่อตั้ง, ฮั่ว คือ ชื่อของนายอุดม พี่ชายคนโตของตระกูล และผู้บริหารตั้งฮั่วเส็งรุ่นที่ 1 ส่วนคำว่า เส็ง เป็นอักษรมงคลที่หมายถึง ความเจริญงอกงาม นิยมนำมาตั้งชื่อธุรกิจการค้า 

ปัจจุบันห้างแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการทุกวัน และมีส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า แต่ขณะที่การตลาดต้องพัฒนา ทางตั้งฮั่วเส็งก็ไม่ลืมที่จะสนับสนุนชุมชน ในฐานะห้างเก่าและความภูมิใจของคนพื้นที่ด้วย 

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

มัสยิดจักรพงษ์ – ตรอกสุเหร่า

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู
05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

ตรอกมีความกว้างเล็กกว่าซอย และในตรอกสุเหร่า ทางเข้ามัสยิดจักรพงษ์แห่งนี้ ก็แคบจนแทบจะเดินพร้อมกัน 2 คนไม่ได้ ถึงอย่างนั้น เมริกา พลังเดช หนึ่งในไกด์เด็กบางลำพูก็ยังเชิญชวนให้เรามาในช่วงเช้า เพื่อชิมอาหารจากร้านค้าข้างทางที่ขายอาหารมุสลิมแสนอร่อย (เสียดายว่าตอนที่เราไป ร้านปิดกันหมดแล้ว)

หลังจากเดินผ่านตรอกเข้าไปในชุมชน เราได้ยินเสียงสวดดังมาจากมัสยิดสีเหลืองนวลตรงหน้า นี่คือมัสยิดจักรพงษ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม เดิมทีคนในชุมชนเป็นชาวมุสลิมผู้ประกอบอาชีพช่างทองจากจังหวัดปัตตานี เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่างสิบหมู่ทำเครื่องประดับจากทองส่งเข้าวัง หลังจากนั้นครอบครัวช่างฝีมือก็เดินทางมาเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุมชน ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันจะมีมัสยิดอยู่ทั้งหมด 2 แห่ง คือ มัสยิดจักรพงษ์และมัสยิดบ้านตึกดิน (ตั้งอยู่แถวโรงเรียนสตรีวิทยา)

สุพิน หนองบัว ผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพูเล่าว่า หากไม่ใช่ช่วงที่มีกิจกรรมทางศาสนา พวกเขาจะพาแขกผู้มาเยือนเข้าเยี่ยมชมด้านบนของมัสยิด ซึ่งด้านในมีการตกแต่งสวยงาม ทั้งยังมีนาฬิกาแบบจันทรคติที่ชาวมุสลิมใช้ดูเวลาตั้งอยู่ด้วย

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

ตรอกต.เง๊กชวน

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา
06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

คำเตือนแรกคือระหวังหลงทาง หากไม่ได้มากับผู้ช่ำชองพื้นที่อย่างไกด์เด็กบางลำพู แต่อย่างไรก็ตาม ปานทิพย์ ลิกขะไชย ประธานชมรมเกสรลำพู และผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพู บอกกับเราว่า ทางออกจากมัสยิดจักรพงษ์มีทั้งหมด 4 ทาง ซึ่งชื่อของตรอกจะตั้งตามสถานที่หน้าซอย ได้แก่ ตรอกต.เง๊กชวน ตรอกฟาโรห์ ตรอกก๋วยเตี๋ยวเป็ด และตรอกสุเหร่า

ส่วนที่หน้าตรอกต.เง๊กชวน คือที่ตั้งของร้านขนมเบื้องแม่ประภา ซึ่งแม่ประภาคือสะใภ้ของนายเตีย เง๊กชวน หรือ ต.เง๊กชวน เจ้าของห้างจำหน่ายเครื่องหีบเสียงและจานเสียงตรากระต่าย แต่ในปัจจุบัน ต.เง๊กชวน ปิดกิจการไปแล้ว เหลือเพียงขนมเบื้องแม่ประภาเท่านั้น

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ศาลเจ้าพ่อเขาตก

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ความศรัทธาและความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อเขาตกกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับศาลเจ้าจีนของเจ้าพ่อเขาตกที่ตั้งอยู่บนถนนไกรสีห์ ขนาบข้างด้วยตึกปูนและอาคารจอดยานยนต์ของกรุงเทพมหานคร 

เดิมทีศาลเจ้าพ่อเขาตกเป็นศาลเจ้าประจำตลาดยอด แต่หลังเกิดเพลิงไหม้ใน พ.ศ. 2510 ศาลเจ้าก็ได้รับความเสียหายไปด้วย แต่กระนั้นความศรัทธาของชาวจีนในย่านบางลำพูก็ไม่ได้มอดหมดไปพร้อมเถ้าถ่าน พวกเขาสร้างศาลเจ้าพ่อเขาตกขึ้นอีกครั้งบนพื้นที่ลานจอดรถของตลาดยอดเดิม ก่อนจะมีการย้ายอีกครั้ง และมาตั้งอยู่บนพื้นที่ปัจจุบันเป็น ศาลเจ้าพ่อเขาตก-เจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ 

08
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

08 
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

เนื่องจากนี่คือทริปสุดพิเศษในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ที่จัดขึ้นโดยไกด์เด็กในย่าน หลังจากเดินชมประวัติศาสตร์กันมาเหนื่อย ๆ เจ้าบ้านตัวน้อยจึงได้จัดเตรียมเซ็ตอาหารคาว-หวานขึ้นชื่อประจำย่านมาให้เราได้ทานทั้งหมด 4 เมนู พร้อมผักและผลไม้แกะสลักประดับจานโดย พรชิตา บัวประดิษฐ หนึ่งในเหล่ามัคคุเทศก์ ซึ่งเซ็ตอาหารดังกล่าวสามารถหาทานได้ตลอดปี แต่จะเหมาะที่สุดในช่วงฤดูร้อน โดยทุกท่านสามารถเดินทางไปที่ร้านเอง หรือให้ไกด์เด็กคัดเลือกสำรับมาให้ในช่วงท้ายของวันก็ได้

เมนูแรกคือ ข้าวแช่แม่ศิริ ถือเป็นข้าวแช่ร้านดังในย่านนี้ ตั้งอยู่หลังนิวเวิลด์ ในตรอกไกรสีห์ ถนนพระสุเมรุ ชุมชนบ้านพานถม ซึ่งเป็นร้านที่เริ่มต้นกิจการมานานกว่า 50 ปี เรียกได้ว่าใครมาถึงก็ต้องกิน แต่นอกเหนือจากร้านแม่ศิริแล้วยังมีอีก 4 ร้าน ซึ่งเด็ก ๆ บอกกับเราว่า รสชาติไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยทั้งหมดถือเป็นของดีที่ชาวบางลำพูแนะนำให้ทานในช่วงฤดูร้อนนี้

ส่วนอาหารคาวอีกอย่างคือ ขนมจีนซาวน้ำ ร้านสมทรงโภชนา ซึ่งมี 2 ร้านได้แก่ เจ้าเก่าวัดสังเวช และเจ้าใหม่ที่ถนนสามเสน แต่ในครั้งนี้ พวกเขาเลือกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนสามเสนระหว่างซอย 3 กับซอย 5 ให้เรา ซึ่งนอกจากคนจะเข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอันขึ้นชื่อแล้ว เมนูขนมจีนซาวน้ำก็เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำของร้านด้วย

10
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

10 
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

แตงโมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะจะรับประทานในช่วงฤดูร้อน เพราะให้ทั้งความหวานและความสดชื่น ยิ่งนำไปจิ้มกับปลาแห้งทำเองจาก ร้านลุงโอ่ง ยิ่งเพิ่มความอร่อยและเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยร้านลุงโอ่งตั้งอยู่ที่ตลาดเช้าบางลำพู ขายตั้งแต่ประมาณ 6.00 – 8.00 น. นอกจากปลาแห้งยังมีขายข้าวเหนียวมูนสังขยาด้วย สำหรับการตกแต่งภายในจาน รูปทรงแตงโมถูกดีไซน์ออกมาให้เป็นสี่เหลี่ยม เพื่อสื่อถึงกำแพงเมืองเก่าและอาคารโบราณในย่านนี้

อีกหนึ่งของหวานที่นำมาเสิร์ฟคือ โบ๊กเกี้ย ขนมหวานเย็นมาพร้อมขนมสามเหลี่ยมอย่างข้าวต้มน้ำวุ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในชุมชนวัดสามพระยา ทานคู่กันสดชื่นดับร้อนได้เป็นอย่างดี

12
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์
12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

ตกเย็นปิดท้ายกันด้วยเวิร์กชอปสุดพิเศษจาก แก้วใจ เนตรรางกูร เจ้าของสูตรขนมเกสรลำพู และ สายสุนีย์ แซ่ฟุ้ง หัวหน้ากลุ่มศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ตรอกบ้านพานถม เจ้าของเวิร์กชอปดอกไม้ประดิษฐ์

แก้วใจเล่าให้ฟังว่า ถึงแม้ขนมเกสรลำพูจะเป็นขนมที่เพิ่งคิดค้นขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่เธอได้ใส่ความเป็นบางลำพูลงไปจนเต็มเนื้อแป้ง ด้วยแป้นพิมพ์ 9 ลายที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นลำพู ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่าน โดยลำพูต้นสุดท้ายได้ยืนต้นตายไปแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2554

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

เวิร์กชอปที่ 2 เป็นกิจกรรมทำดอกไม้ประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหรือเข็มกลัด ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพให้กับผู้สูงวัยในชุมชนบางลำพู หากใครคิดว่าการทำดอกไม้ประดิษฐ์ยาก เราบอกเลยว่าผู้สอนจะทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้นถนัดตา แถมเรายังได้ดอกไม้สวย ๆ กลับไปเป็นที่ระลึก

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

ปิดวันกันเมื่อแสงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ทั้งสองเวิร์กชอปรวมถึงอาหารเย็น 2 สำรับ เป็นกิจกรรมพิเศษที่ทางเพจเสน่ห์บางลำพู นำโดยไกด์เด็กจัดขึ้นเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน และเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาตร์ สถานที่ท่องเที่ยว และความทรงจำให้คงอยู่ต่อไป 

หากใครสนใจเดินชมสถานที่ลับ (ที่แท้จริงแล้วมีมากกว่านี้) รวมถึงดับร้อนด้วยอาหารและกิจกรรมสุดสนุก หรือต้องการชมเส้นทางทัวร์อื่น ๆ สามารถติดต่อไปได้ที่เพจเสน่ห์บางลำพู 

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load