เสน่ห์ของ ‘สาวชาววัง’ ไม่ได้มีเพียงจริตประณีตงดงามตามแบบผ้าพับไว้ เมื่อเราได้ลองออกไปตามรอยวิถีชีวิตแบบกุลสตรีในรั้ววัง ตั้งแต่ประทินผิว กินข้าว ทำงานคราฟต์ จนถึงช้อปปิ้ง จึงค้นพบว่าเสน่ห์ที่แท้จริงของพวกเธอคือความเฉลียวฉลาด ช่างคิด ช่างประดิดประดอย

ภายใต้ข้อจำกัดทั้งระเบียบอันเคร่งครัดที่ทำให้ไม่สามารถออกนอกเขตรั้ววังได้ตามอำเภอใจ เหล่ากุลสตรีชาววังสามารถหยิบยกสิ่งที่มีอยู่ใกล้ตัวมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ จนกลายเป็นเอกลักษณ์อันน่าทึ่งและใช่ว่าจะหาได้ทั่วไป สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยความอดทนและความตั้งใจสูง ทั้งยังซ่อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ไว้ภายใต้กลิ่นอายความประณีตที่อยากให้คุณได้ลองออกไปสัมผัส และรู้จักวิถีนุ่มนวลแยบยลในชีวิตกุลสตรีไทย

1

เรียนรู้วิถีชีวิตสาวชาววังผ่านหนังสือ หอมติดกระดาน

หอมติดกระดาน, ชาววัง, ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย, รัชกาลที่ 5, ซีเอ็ด, ศูนย์หนังสือจุฬาฯ หนังสือ, กลิ่นหอม, วิถีชีวิต, โบราณ, เครื่องนุ่งห่ม, หอมติดกระดาน, ชาววัง, ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย

‘หอมติดกระดาน’ คำนี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของสตรีชาววังสมัยโบราณ ซึ่งมีที่มาจากความหอมในเครื่องนุ่งห่มของสาวชาววัง เมื่อนั่งบนกระดานแผ่นใด ครั้นลุกจากไป ความหอมนั้นก็ยังคงอบอวลซึมลึกติดอยู่บนกระดานแผ่นนั้น

ก่อนจะออกไปตามรอยความหอมติดกระดาน เราอยากให้คุณมาทำความรู้จักวิถีชีวิตโดยละเอียดตั้งแต่การกินอยู่หลับนอน การแต่งกาย การปฏิบัติตัว ไปจนถึงการช้อปปิ้งของสาวชาววัง โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 5 ผ่านหนังสือ หอมติดกระดาน เขียนโดยศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย บอกเล่าเรื่องราวชีวิตสาวชาววังด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพลิดเพลินใจไปกับประวัติศาสตร์และเบื้องหลังความประณีตงดงามตามแบบฉบับสาวชาววัง ซึ่งสิ่งที่คุณจะได้จากหนังสือเล่มนี้มีมากกว่าความหอมติดกระดาน เพราะกลิ่นอายความเป็นสาวชาววังอาจซึมลึกลงไปในหัวใจของผู้อ่านโดยไม่รู้ตัว

ชื่อหนังสือ | หอมติดกระดาน
ผู้เขียน| ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย
ราคา | 180 บาท
หาซื้อได้ที่ | ศูนย์หนังสือจุฬาฯ หรือ SE-ED Book Center
2

แต้มความหอมติดกระดานด้วยน้ำปรุง ‘เย็นอุรา (yen-u-ra)’

เย็นอุรา, yen-u-ra, น้ำปรุง, น้ำหอม, โคโลญจน์, คุณหญิงผอบ ณ ถลาง, ไทย, ธรรมชาติ, เสน่ห์, หอม, ชาววัง, เย็นอุรา, yen-u-ra, น้ำปรุง, น้ำหอม, โคโลญจน์, คุณหญิงผอบ ณ ถลาง, ไทย, ธรรมชาติ, เสน่ห์, หอม, ชาววัง,

การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ไม่ได้นำการแลกเปลี่ยนสินค้าและเงินตราเข้ามาเท่านั้น แต่ยังรวมวัฒนธรรมที่หลั่งไหลเข้ามาด้วย วัฒนธรรมการใช้น้ำหอมของชาวตะวันตกในสมัยนั้นทำให้ชาวไทยเริ่มสนใจการทำน้ำหอมแบบฉบับของเราเอง จนเกิดเป็น ‘น้ำปรุง’ หนึ่งในกลิ่นหอมที่ซึมลึกจนเป็นที่มาของคำว่า ‘หอมติดกระดาน’

ความหอมจากน้ำปรุงเป็นเอกลักษณ์อย่างไทยของสาวเจ้าชาววัง บอกได้เลยว่าน้ำหอมแบบไทยนั้นดีงามไม่แพ้ใคร และหอมนานติดทนกว่าน้ำอบที่ติดผิวเพียงระดับโคโลญจน์

ตำรับความหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของน้ำปรุงแบรนด์ ‘เย็นอุรา’ น้ำหอมฉบับสาวชาววัง สืบทอดสูตรกันมาถึง 4 รุ่น จากคุณหญิงผอบ ณ ถลาง นางข้าหลวงตำหนักพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฎปิยมหาราชปดิวรัดา (หม่อมเจ้าสาย ลดาวัลย์) เป็นกลิ่นหอมแบบไทยจากธรรมชาติ แตะพรมตามเนื้อตัวเพียงเล็กน้อยก็ได้กลิ่นนุ่มนวลชวนหลงใหล ความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนในการกลั่นความหอมจากธรรมชาติสู่เครื่องแต่งตัวและร่างกาย เป็นเสน่ห์ที่หอมติดเนื้อจนต้องเหลียวหลังตามแน่นอน

เย็นอุรา, yen-u-ra, น้ำปรุง, น้ำหอม, โคโลญจน์, คุณหญิงผอบ ณ ถลาง, ไทย, ธรรมชาติ, เสน่ห์, หอม, ชาววัง, ดอกไม้

น้ำปรุงสูตรชาววังของ ‘เย็นอุรา’ มีกลิ่นดั้งเดิม ซึ่งเป็นตำหรับแท้เคียงกายสาวชาววัง ที่สกัดจากใบเนียมและดอกไม้มากถึง 13 ชนิด และยังมีกลิ่นพิเศษที่รังสรรค์มาจากดอกไม้นานาพรรณ เช่น ดอกส้ม ดอกมะลิ ดอกปีป ดอกกุหลาบเปอร์เซีย และปรับให้เหมาะสำหรับคนแพ้ง่ายคือปราศจากสารเคมีรุนแรง หากใครสนใจน้ำหอมแบบไทยที่คุณภาพล้นขวดก็ซื้อได้เลย

เย็น-อุ-รา (yen-u-ra)

น้ำปรุงตำรับคลาสสิก ขวดละ 580 บาท
ติดตามข่าวสารการออกร้านหรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่
Facebook |   เย็นอุรา / yen-u-ra
Instagram |  @ yen_u_ra
3

ร้อยมาลัยและทำเครื่องแขวนดอกไม้สดที่ HOMEiam Studio

เครื่องแขวนดอกไม้สด, workshop, HOMEiam Studio, ผู้หญิง, ชาววัง, อุบะ, รริน ภัทรพรไพศาล, วิทยาลัยในวังหญิง, กุลสตรี, ดอกไม้, เครื่องแขวนดอกไม้สด, workshop, HOMEiam Studio, ผู้หญิง, ชาววัง, อุบะ, รริน ภัทรพรไพศาล, วิทยาลัยในวังหญิง, กุลสตรี, ดอกไม้,

งานดอกไม้สดอยู่คู่กับชาววังมาอย่างยาวนาน ด้วยวัฒนธรรม ประเพณี และศาสนา ซึ่งเอื้อให้เกิดพิธีกรรมที่ใช้ดอกไม้เป็นส่วนสำคัญในพระราชพิธีต่างๆ แม้กระทั่งการใช้ประดับตกแต่ง เป็นของขวัญหรือของชำร่วย ไม่ว่าจะเป็นการทำเครื่องแขวน ร้อยมาลัย ทำพานพุ่ม ฉะนั้นสตรีชาววังจึงต้องเรียนรู้งานฝีมือในด้านนี้มิให้ขาดตกบกพร่อง

งานดอกไม้สดของสาวชาววังแตกต่างจากงานดอกไม้สดทั่วไป ด้วยขั้นตอนที่ละเอียดพิถีพิถัน อย่างการใช้ ‘อุบะทรงเครื่อง’ สำหรับมาลัยข้อพระกรและงานเครื่องแขวน ซึ่งมีกรรมวิธีที่แตกต่าง และอลังการกว่าอุบะทั่วไปที่เรียกว่า ‘อุบะพู่’

ส่วนการร้อยมาลัยข้อพระกรจะมีลวดลายและการตกแต่งที่สวยงามอลังการกว่า เช่น การใช้มาลัยแบนมาประดับ หรือใช้กลีบกุหลาบมาพับแล้วร้อยเข้าทีละกลีบแทนการใช้ดอกมะลิแบบมาลัยทั่วไปเครื่องแขวนดอกไม้สด, workshop, HOMEiam Studio, ผู้หญิง, ชาววัง, อุบะ, รริน ภัทรพรไพศาล, วิทยาลัยในวังหญิง, กุลสตรี, ดอกไม้,

มากกว่าทักษะงานฝีมือ งานดอกไม้ต้องอาศัยทั้งความอดทน ความละเอียด และการบริหารจัดการเวลาที่ดี เพราะแต่ละขั้นตอนล้วนใช้เวลานาน สวนทางกับข้อจำกัดเรื่องเวลาของดอกไม้สด ฉะนั้น หัวใจสำคัญของการทำงานฝีมือนี้คือความตั้งใจและการเอาชนะใจตัวเอง หากจะกล่าวว่า เป็นการเรียนรู้ปรัชญาชีวิตผ่านการร้อยดอกไม้ไปในตัวก็คงไม่ผิด

หากคุณอยากทำความรู้จักกับงานอันแสนประณีตและละเอียดอ่อนนี้ เราขอแนะนำ HOMEiam Studio โดย คุณเปิ้ล-รริน ภัทรพรไพศาล ช่างดอกไม้สด รุ่นที่ 23 จากวิทยาลัยในวังหญิงหรือโรงเรียนผู้ใหญ่พระตำหนักสวนกุหลาบ

จุดประสงค์หลักของคุณเปิ้ลคือการสืบสานงานดอกไม้สดแบบฉบับกุลสตรีชาววังที่หาได้ยากแล้วในปัจจุบัน โดยทำให้งานดอกไม้สดแบบชาววังเป็นวิชาความรู้ที่เข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะหลายคนอาจไม่มีเวลาและโอกาสเข้าไปศึกษากับวิทยาลัยในวังหญิงโดยตรง

คอร์สเรียนของที่นี่จะจัดลำดับขั้นตั้งแต่พื้นฐาน เริ่มจากการเลือกสรรพรรณดอกไม้ การเตรียมดอกไม้ กระทั่งว่าดอกไม้ชนิดนี้สามารถใช้ทำอะไรได้บ้างเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับงานดอกไม้อื่นๆ ได้ หรือหากมีเวลาน้อย ช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคม จะมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสั้นๆ ซึ่งสามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ อินสตาแกรม หรือเพจเฟซบุ๊กของ HOMEiam Studio

เมื่อเรียนรู้เรื่องงานดอกไม้สดไทย นอกจากทักษะและปรัชญา เรายังสามารถทำเป็นของขวัญอย่างวันแม่ที่จะถึงนี้ หรืออาจใช้สำหรับบูชาพระ ใช้ประกอบพิธีกรรมสำคัญต่างๆ ได้อีกด้วย

HOMEiam Studio

ที่อยู่ | 55/66 ถนนคลองลำเจียก แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ
Facebook | HOMEiamStudio
Instagram | @homeiam_studio
Website | www.homeiamcooking.com
ติดต่อ | 0831186555
หากสนใจงานฝีมือและการทำอาหาร คุณเปิ้ลยังเขียนบล็อกเล่าเรื่องราวการเรียนในวิทยาลัยในวังหญิงรวมทั้งประสบการณ์ด้านอาหารและงานดอกไม้สดไว้ใน www.homeiam.com
4

เดินเล่นชมไม้ดัดและเขามอที่วัดคลองเตยใน

วัดคลองเตยใน, ไม้ประดับ, สวน, อยุธยา, จีน, ญี่ปุ่น, ไม้ดัด, ไทย, เขามอ, โบราณ วัดคลองเตยใน, ไม้ประดับ, สวน, อยุธยา, จีน, ญี่ปุ่น, ไม้ดัด, ไทย, เขามอ, โบราณ

เมื่อพูดถึงไม้ประดับหรือสวนกระถาง บอนไซ และสวนขวด คงเป็นหนึ่งในงานอดิเรกสุดฮิตและเป็นที่รู้จักของคนสมัยนี้ แต่หากย้อนเวลากลับไป ผู้คนในวังแม้กระทั่งพระมหากษัตริย์ก็มีงานอดิเรกลักษณะนี้เช่นกัน เพียงแต่เป็นการทำไม้ดัดและเขามอประดับประดาในกระถางลายครามให้สาวชาววังได้เดินชม

เท้าความไปในสมัยอยุธยา ไม้ดัดเริ่มเข้ามาครั้งแรกโดยชาวต่างชาติทั้งจีนและญี่ปุ่น ซึ่งในสมัยนั้นติดต่อกับผู้คนในวังเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเห็นชาวจีนและญี่ปุ่นนำไม้ดัดมาประดับบ้านเรือน ก็เริ่มมีการเล่นไม้ดัดในไทย พัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นไม้ดัดไทย และได้รับความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 1 จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5

วัดคลองเตยใน, ไม้ประดับ, สวน, อยุธยา, จีน, ญี่ปุ่น, ไม้ดัด, ไทย, เขามอ, โบราณ

ซึ่งไม้ดัดมีทั้งหมด 9 แบบแตกต่างกันออกไป แต่แบบที่เราเห็นทั่วไปในปัจจุบันเรียกว่า ไม้ดัดญี่ปุ่น ซึ่งเป็น 1 ใน 9 แบบดังกล่าว ส่วนเขามอได้รับอิทธิพลจากจีนและญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน แต่เขามอของไทยจะแตกต่างออกไป เพราะไม่ได้ปลูกลงดินหรือจัดเป็นสวน แต่ใช้หินก้อนเล็กมาประติดประต่อกันจินตนาการเป็นรูปร่างต่างๆ แทน

ทั้งไม้ดัดและเขามอตามตำราแบบโบราณของไทยสมัยนี้เริ่มหาชมได้ยาก ซึ่งผู้สืบทอดในปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้น โดยหนึ่งในนั้นคือพระราชสิทธิสุนทร เจ้าอาวาสวัดคลองเตยใน แวะไปไหว้พระและชมสวนงดงามในกระถางที่นี่ได้เลย

วัดคลองเตยใน

ที่อยู่ | 472 ถนน ณ ระนอง แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
ติดต่อ | 022493364
5

คลายร้อนกับเมนูข้าวแช่ตำรับวังละโว้ ที่ ‘ร้านหลายรส’

ร้านหลายรส, วังละโว้, ข้าวแช่, ฤดูร้อน, สำรับชาววัง, พิมพร อิ่มประไพ, อุไร เกษมสุวรรณ, หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา, กะปิ, ร้านหลายรส, วังละโว้, ข้าวแช่, ฤดูร้อน, สำรับชาววัง, พิมพร อิ่มประไพ, อุไร เกษมสุวรรณ, หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา, กะปิ,

เมื่อฤดูร้อนมาถึง สาวชาววังจะเริ่มทำข้าวแช่ เมนูคลายร้อนแสนชื่นใจ แม้ว่าเดิมทีต้นตำรับข้าวแช่นั้นมาจากชาวมอญ แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในสำรับชาววังก็มีการปรับสูตรข้าวแช่ใหม่ โดยเพิ่มพริกหยวกและหัวหอมยัดไส้ลงไปด้วย ซึ่งตำราข้าวแช่ของแต่ละวังจะมีสูตรและความพิเศษแตกต่างกันออกไป

ส่วนใหญ่แล้วสาวชาววังมักจะทำข้าวแช่เฉพาะช่วงฤดูร้อน ด้วยเหตุผลว่าวัตถุดิบบางอย่าง เช่น พริกหยวก จะมีมากในช่วงฤดูร้อน และข้าวแช่เป็นอาหารที่รับประทานแล้วเย็นชื่นใจ เหมาะกับหน้าร้อนมากกว่าหน้าหนาวและหน้าฝน ฉะนั้น การหาข้าวแช่รับประทานในฤดูกาลอื่นจึงกลายเป็นเรื่องยาก

แต่หากใครอยากรับประทานข้าวแช่ตำรับชาววังที่พร้อมเสิร์ฟตลอดทั้งปี เราขอแนะนำให้รู้จักกับ ‘ร้านหลายรส’ กับข้าวแช่ตำรับวังละโว้ สูตรที่ คุณโด่ง-พิมพร อิ่มประไพ เจ้าของร้านคนปัจจุบัน สืบทอดมาจากคุณแม่ คือ คุณอุไร เกษมสุวรรณ ผู้ทำอาหารในห้องต้นเครื่องของวังละโว้ และเป็นน้องสาวของ หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา ซึ่งเป็นชายาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ หรือพระองค์ชายเล็ก

ร้านหลายรส, วังละโว้, ข้าวแช่, ฤดูร้อน, สำรับชาววัง, พิมพร อิ่มประไพ, อุไร เกษมสุวรรณ, หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา, กะปิ,

จุดเด่นของข้าวแช่ตำหรับวังละโว้คือกะปิสดที่ไม่ได้ผ่านการกวน แต่นำกะปิมาปรุงกับเครื่องสมุนไพรต่างๆ ทั้งตะไคร้ หอมแดง กระชาย และปลาป่น ตำในครก ก่อนจะเอากะปิที่แห้งหมาดๆ นั้นมาปั้นเป็นก้อนไปตากลม แล้วนำไปชุบไข่ทอด

แค่กะปิก็ใช้เวลานานโข แต่ในจานนั้นยังมีทั้งพริกหยวกยัดไส้หมูและกุ้ง หัวหอมแดงแกะเปลือกยัดไส้ปลาแห้ง หัวไชโป๊วผัดไข่ เนื้อฝอย และสิ่งที่คุณโด่งเพิ่มจากตำหรับชาววังคือปลาหวานที่รสชาติกลมกล่อม โดยตัดรสหวานและเค็มของจานนี้ด้วยผักและผลไม้แกะสลัก ทั้งมะม่วง แตงกวา กระชาย หอม พริก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนใช้เวลา ความละเอียดและพิถีพิถันมาก

ไม่เพียงเครื่องเคียงที่ละเอียดลออหลายขั้นตอน เพราะข้าวแช่ก็ละเอียดประณีตไม่แพ้กัน โดยจะหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ ก่อนจะนำมาขัดให้ยางออก เพื่อไม่ให้น้ำขุ่นแบบข้าวต้ม แล้วนำข้าวที่ยังไม่สุกดีไปนึ่งอีกครั้ง โดยน้ำที่ใช้นึ่งก็ต้องเป็นน้ำลอยดอกมะลิ ส่วนน้ำที่ใช้รับประทานกับข้าวแช่นั้นจะทำแยกออกมาอบควันเทียน ใส่มะลิ กลีบกุหลาบ และกระดังงาลนไฟ เพื่อให้มีกลิ่นหอมชื่นใจ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำแข็ง โรยกลีบดอกไม้

วิธีการรับประทาน แนะนำให้ทานทีละอย่างโดยไม่ผสมกัน เพื่อให้ได้อรรถรสและรับรสชาติของเครื่องเคียง รวมทั้งกลิ่นหอมของข้าวแช่ได้อย่างเต็มที่ เมื่อได้รับประทานข้าวแช่ชาววังจึงได้ทั้งความชื่นตาและชื่นใจ หากเทียบขั้นตอนอันพิถีพิถันทั้งหมดกับราคาชุดละ 280 บาท นั้นนับว่าคุ้มค่าเกินราคาเลยทีเดียว

นอกจากข้าวแช่แล้วที่นี่ยังมีอาหารไทยหลายเมนูทั้งคาวหวานต้นตำหรับชาววัง เช่น ข้าวอบสับปะรดเสวย และน้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจเลือกสรรวัตถุดิบมาอย่างดีอีกด้วย

ร้านอาหาร ‘หลายรส’

ที่อยู่ | ซอยสุขุมวิท 49 (ตรงข้ามโรงพยาบาลสมิติเวช) กรุงเทพฯ
เวลาทำการ | 10.30 – 21.00 น.
ติดต่อ | 023913193
6

แวะซื้อใบชาที่ห้างใบชาอ๋องอิวกี่ที่แยกสี่กั๊กเสาชิงช้า

ห้างใบชาอ๋องอิวกี่, เสาชิงช้า, ถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์, จีน, ร้าน, นพพร ภาสะพงศ์, ชา, พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ห้างใบชาอ๋องอิวกี่, เสาชิงช้า, ถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์, จีน, ร้าน, นพพร ภาสะพงศ์, ชา, พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

สมัยก่อนแหล่งช้อปปิ้งสำคัญของสาวชาววังคือบริเวณถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์ ซึ่งยังอยู่ภายในเขตพระบรมมหาราชวัง ส่วนภายนอกเริ่มมีพ่อค้าจากต่างประเทศมาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปิดห้างร้านต่างๆ เพื่อจำหน่ายสินค้าจากประเทศของตน

โดยเฉพาะในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งหนึ่งในห้างร้านที่มีชื่อเสียงและเปิดมาจนถึงปัจจุบันคือ ‘ห้างใบชาอ๋องอิวกี่’ โดยชาทั้งหมดนั้นนำมาจากประเทศจีน เข้ามาจำหน่ายครั้งแรกปลายสมัยรัชกาลที่ 5

แต่เนื่องจากธรรมเนียมอันเคร่งครัดทำให้การขออนุญาตออกมาเดินเลือกซื้อสินค้านอกเขตพระราชวังเป็นเรื่องยาก ห้างร้านต่างๆ จึงพยายามส่งตัวอย่างหรือแบบสินค้าเข้าไปให้เลือกสรร หรือหากเจ้านายจะเสด็จฯ ออกมาเลือกซื้อข้าวของ สาวชาววังจึงจะสามารถขอติดตามออกมาข้างนอกด้วยได้ ซึ่ง คุณนพพร ภาสะพงศ์ ทายาทรุ่นที่ 4 ของห้างใบชาอ๋องอิวกี่เล่าว่า

ห้างใบชาอ๋องอิวกี่, เสาชิงช้า, ถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์, จีน, ร้าน, นพพร ภาสะพงศ์, ชา, พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

“คุณป้าตอนเด็กๆ เคยเห็นสาวชาววังนั่งรถม้าออกมาถึงหน้าร้าน ส่วนวังที่ไกลก็จะพายเรือมาตามคลอง ลงมาซื้อชา พอซื้อของเสร็จกลับไป บ้านยังหอมอยู่เลย เพราะเสื้อผ้าก็อบร่ำมา”

ใบชาของที่นี่นอกจากจะเป็นสินค้าต่างประเทศที่ยอดนิยมสำหรับสาวชาววังในสมัยก่อนแล้ว ยังเป็นสินค้าที่ส่งเข้าไปในวังตั้งแต่ยุคที่ยังเป็นใบชาห่อกระดาษ จนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็นภาชนะกระป๋องหรือแบบกล่องอย่างที่เราเห็นกันทั่วไป ซึ่งปัจจุบันห้างใบชาอ๋องอิวกี่ยังคงส่งใบชาจากเมืองจีนเหล่านี้ไปที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐานอีกด้วย

ห้างใบชาอ๋องอิวกี่

ที่อยู่ |  63 ถนนบำรุงเมือง แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เวลาทำการ | 08.00 – 17.00 น.
Facebook | Ong Tea By Bee
ติอต่อ | 022221748
7

ผ่อนคลายสบายอารมณ์กับการนวดแบบราชสำนักที่ ‘ธรรมานามัยคลินิก’

สาวชาววัง สาวชาววัง

ตะลอนตามรอยชาววังกันมาทั้งวัน เราจึงอยากพาคุณมาหยุดพักกายสบายใจที่ “ธรรมานามัยคลินิก” คลินิกที่ใช้การนวดเพื่อรักษาและส่งเสริมสุขภาพ โดยนวดแบบราชสำนักคือเป็นศาสตร์การนวดแบบสุภาพตามธรรมเนียม เน้นการกดจุดด้วยมือ ไม่ใช้ศอก เข่า หรือแม้กระทั่งการหันปลายเท้าไปทางศีรษะของคนที่ถูกนวด ซึ่งแตกต่างจากการนวดทั่วไปที่เรียกว่า การนวดแบบเชลยศักดิ์

ที่นี่นำการนวดแบบราชสำนักมาปรับใช้กับการรักษา โดยวัดความดันและประเมิน สอบถามอาการและซักประวัติอาการเจ็บป่วย ก่อนนวดแบบแพทย์แผนไทย ส่วนเตียงสำหรับการนวดแบบราชสำนัก เดิมต้องเป็นเตียงวางราบบนพื้น ส่วนผู้นวดจะนั่งพับเพียบ แต่เนื่องจากต้องปรับให้เหมาะกับการรักษาจึงเปลี่ยนมาใช้เตียงทั่วไปแทน

ข้อดีของการนวดแบบสำนัก คือ เมื่อใช้มือนวดทำให้สามารถตรวจร่างกายไปด้วยได้ ทำให้ทราบอาการและรักษาได้อย่างตรงจุด เมื่อเริ่มหายดี คุณหมอก็ยังมีท่าออกกำลังกายที่เน้นภูมิปัญญาไทย เช่น ฤๅษีดัดตน โยคะ ให้กลับไปทำที่บ้านโดยสอดแทรกเรื่องสมาธิเข้าไป เพื่อรักษาทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ แต่หากไม่มีอาการใดที่ต้องรักษาก็จะแนะนำให้นวดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ซึ่งที่นี่รักษาโดยแพทย์แผนไทยเฉพาะทาง ในบรรยากาศผ่อนคลายคลอเสียงเพลงและกลิ่นหอมแบบไทยๆ ซึ่งก่อนนวดมีน้ำหมักผลไม้เย็นๆให้ดื่ม และปิดท้ายด้วยการรับประทานของว่างและจิบชาขิงร้อนๆ เพื่อสุขภาพหลังการนวดอีกด้วย

สาวชาววัง

ธรรมานามัยคลินิก

ที่อยู่ | เลขที่ 1 ซอยพหลโยธิน 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ
เวลาทำการ | 10.00 – 21.00 น. (ควรนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ)
ติดต่อ | 020406400

8

ยกสำรับสูตรชาววังจาก ‘ห้องอาหารแก้วเจ้าจอม’

สาวชาววัง สาวชาววัง

เสน่ห์สำรับฉบับชาววังไม่ใช่เพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงามน่ารับประทาน แต่หัวใจสำคัญคือความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน รวมทั้งเรื่องราวที่ร้อยเรียงรังสรรค์แต่ละเมนูออกมา

เรามุ่งตรงไปที่ห้องอาหารแก้วเจ้าจอม ซึ่งตั้งอยู่ในโรงแรมสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างกันไปไกลว่า หากอยากลิ้มรสเมนูอาหารสูตรชาววังแท้ต้องมาที่นี่ ซึ่งเป็นสูตรดั้งเดิมของพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ผู้ดูแลงานห้องเครื่องต้นของเสวย และยังทรงมีพระอัจฉริยภาพแบบฉบับสาวชาววัง คิดค้นสูตรอาหารใหม่ตำรับชาววัง

เมนูที่แรกที่เราอยากแนะนำคือ ‘ยำไก่อย่างเต่า’ ซึ่งมีที่มาจากการได้รับบรรณาการเนื้อสัตว์อย่างหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นเนื้อตะพาบหรือเนื้อเต่า โดยนำมายำดับกลิ่นคาว เมื่อมีการโปรดให้ยำเช่นนี้อีก จึงดัดแปลงมาใช้เนื้อไก่แทน ซึ่งแม้จะฟังดูเป็นเมนูง่ายๆ สามารถทำตามได้ไม่ยาก แต่ต้องบอกเลยว่า สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารชาววังคือการเลือกใช้วัตถุดิบที่ดี มีความละเมียดละไม และประณีตทุกขั้นตอนตั้งแต่การปรุงจนถึงการรับประทาน           

จากหนังสือหอมติดกระดานตอนหนึ่งกล่าวว่า “…ชาววังมิใช่รู้จักแต่ประดิดประดอยอาหารให้สวยงามน่ารับประทานเพียงอย่างเดียว ยังเชี่ยวชาญในการดัดแปลงอาหารจากอย่างหนึ่งเป็นอย่างหนึ่ง โดยคำนึงถึงหลักประหยัด…”

สาวชาววัง

เมนูดังกล่าวคือ ‘แกงรัญจวน’ ซึ่งเป็นการนำน้ำพริกกะปิและเนื้อที่เหลือจากผัดพริก มาต้มในน้ำซุป ใส่เครื่องปรุงต่ออีกนิด ตบท้ายด้วยสมุนไพร จึงได้เป็นเมนูใหม่ที่มีกลิ่นหอมรัญจวนสมชื่อ หากใครสนใจที่จะลิ้มลองกับข้าวตำรับชาววัง พร้อมเดินชมสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงามใกล้เคียงกับในอดีต ก็สามารถเข้ามาได้ที่ห้องอาหารแก้วเจ้าจอม โรงแรมสวนสุนันทาแห่งนี้ หรือเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในวันที่ 7 – 11 พฤศจิกายน 2561

ห้องอาหารแก้วเจ้าจอม

ที่อยู่ | โรงแรมสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เขตดุสิต กรุงเทพฯ
เวลาทำการ | 10.30 – 22.00 น. (แนะนำให้จองโต๊ะล่วงหน้า)
ติดต่อ | 022430574

Writers

Avatar

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

Avatar

โยษิตา ชัยชนะ

สาวใต้จากภูเก็ต นักศึกษาฝึกงานตำแหน่งอีเว้นท์ที่อยากลองงานเขียน เพราะรักการอ่าน ชอบทะเลและเสียงคลื่นที่บ้านพอๆ กับที่ชอบสีชมพู

Photographer

Avatar

นัทธมน แก้วแป้นผา

เด็กภาพยนตร์ที่ชอบการถ่ายภาพมากกว่าดูหนัง

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ไม่ว่าวันเด็กหรือวันไหน ๆ เราก็อยากชวนผู้ปกครองปิดหน้าจอ แล้วชวนลูกหลานออกไปใช้เวลาทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกัน ถ้านึกไม่ออกว่าจะไปไหน เราคัดสรรสถานที่มาให้เลือกหลายแนว มีทั้งสถานที่เดินทางง่าย สถานที่ใช้เวลาไม่มาก สถานที่ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งทุกที่ปลอดภัยและช่วยให้น้อง ๆ ได้พัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา ทักษะเฉพาะด้าน และดื่มด่ำกับธรรมชาติในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

นี่คือ 18 สถานที่ที่เราอยากแนะนำให้พาลูกหลานไปก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็กหรืออายุเกิน 18 ปี อย่ารอช้า เพราะว่าวัยเด็กอยู่ไม่นาน

#01

สวมบทบาทอาชีพในฝันที่ Rainbow Town

พิพิธภัณฑ์เด็กแห่งกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

ถ้านึกถึงสถานที่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะในกรุงเทพฯ ต้องนึกถึงพิพิธภัณฑ์เด็ก เพราะมีกิจกรรมให้ทำมากมาย และยังแบ่งตามช่วงอายุเพื่อส่งเสริม-พัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการของเด็ก

กิจกรรมที่เราอยากแนะนำคือห้อง Rainbow Town ชั้น 2 ของอาคารสายรุ้ง เป็นเมืองจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมจินตนาการ กิจกรรมหลักในห้องนี้คือการเล่นบทบาทสมมติ ให้เด็ก ๆ รู้จักอาชีพ ลองทำอาชีพในฝัน เช่น นักบิน นักดับเพลิง กิจกรรมนี้เหมาะกับเด็กอายุ 3 – 6 ปี 

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : พิพิธภัณฑ์เด็กแห่งกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)

นอกจากห้องนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีอีกหลายอย่างที่เหมาะกับเด็กในช่วงวัย 1 – 6 ปี หากคุณพ่อ คุณแม่สนใจก็จับมือเด็ก ๆ มาเรียนรู้นอกบ้านกัน

  • วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 17.00 น.
  • ฟรี
  • สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ฯ ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ (แผนที่
#02

เรียนรู้ผ่านการเลอะ

Playville

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

Playville คือสนามเด็กเล่นในร่มใจกลางสุขุมวิทที่คำนึงถึงความต้องการและความเหมาะสมของเด็ก มีกิจกรรมมากมายให้เลือกทำ

ในสนามเด็กเล่นนี้ ทุก ๆ โซนมีทางเชื่อมถึงกันเพื่อให้เด็ก ๆ เดินไปได้ตามใจอยาก มีกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ทั้งบ่อบอล บ่อทราย พื้นหญ้าเทียม แทรมโพลีน แต่ที่แตกต่างจากสนามเด็กเล่นอื่นคือกิจกรรม Messy Play หรือให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเลอะ

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

สิ่งที่นำมาให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสมีลักษณะและกลิ่นเฉพาะ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก ๆ แน่นอน ผู้ปกครองจะเข้าไปดูแลเด็ก ๆ เอง หรือปล่อยให้พี่เลี้ยงดูแลก็ได้ รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง 

  • วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น.
  • เด็ก 350 บาท ฟรีผู้ใหญ่ 1 ท่าน/เหมาทั้งวัน เด็ก 450 บาท ฟรีผู้ใหญ่ 1 ท่าน/เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ 250 บาท ฟรีผู้ใหญ่
  • 49 Playscape ชั้น 2, เลขที่ 8/3 ซอยสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#03

เรียนเทควันโดกับโค้ชเช

EMJOY

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : Choi’s Taekwondo Academy

Choi’s Taekwondo Academy เป็นคอร์สเทควอนโดที่ควบคุมมาตรฐานโดย โค้ชเช-ชเว ยองซอก โค้ชเทควันโดทีมชาติไทยผู้พาเด็กไทยไปคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเมื่อ พ.ศ. 2563 เรียนกันที่ศูนย์เรียนรู้ EMJOY ในห้างสรรพสินค้า The EmQuartier

คอร์สนี้เด็ก ๆ จะได้ออกกำลังกายอย่างถูกต้องและปลอดภัย วอร์มร่างกายอย่างถูกวิธี หนำซ้ำยังเรียนเพื่อไปแข่งขันได้อีกด้วย นอกจากเพื่อร่างกายที่แข็งแรงผ่านการ เตะ ต่อยไม้กระดานและนวมแล้ว คอร์สนี้ยังสอนให้เด็ก ๆ มีความอดทน มีน้ำใจนักกีฬา พัฒนาทักษะการเข้าสังคม และเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัวอีกด้วย น้องเด็กอายุตั้งแต่ 4 – 18 ปี ไปสมัครเรียนกันได้เลย 

  • เปิดบริการ : วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 11.00 – 21.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 21.00 น.
  • คอร์ส 3 เดือน ราคา 12,900 บาท คอร์
  • ที่ตั้ง : EMJOY at EMQUARTIER ชั้น 2 อาคาร C 8 สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (แผนที่)
#04

เปิดประสบการณ์ดูดาวกลางเมืองแบบ 4K

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ)

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ)

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ เป็นแหล่งให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การพาเด็ก ๆ มาที่นี่ก็เพื่อส่งเสริมทักษะหรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ฝึกให้ตั้งคำถาม สังเกตสิ่งรอบตัว และเมื่อได้คำตอบก็จะเกิดเป็นแรงบันดาลใจต่อไปในอนาคต

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ มีนิทรรศการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากมาย แต่กิจกรรมสำคัญที่พลาดไม่ได้ คือการดูดาวผ่านเครื่องฉายดาวที่ทันสมัย เพราะยากเหลือเกินที่เด็ก ๆ จะมองเห็นดวงดาวบนฟ้าด้วยตาเปล่าในเมืองกรุงยามค่ำคืน แต่ถ้ามาที่นี่ พวกเขาจะได้เห็นทั้งดวงดาว อวกาศ และเรื่องดาราศาสตร์จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับพวกเขาอีกต่อไป 

  • เปิดบริการ : วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. 
  • 30 บาท / เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ฟรี
  • 928 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#05

ดูเขาสัตว์หายากของนักธรรมชาติวิทยา

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

แม้เด็ก ๆ จะค้นคว้าต้นกำเนิดของโลกและสิ่งมีชีวิตได้จากห้องเรียนวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าผู้ปกครองอยากให้ลูกได้สัมผัสความสมจริง ต้องพามาที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาย่านปทุมธานี 

จุดดึงดูดสายตาแรกหน้าพิพิธภัณฑ์นี้คือ ไดโนเสาร์จำลอง ส่วนด้านในมีการจำลองยุคไดโนเสาร์ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต พันธุ์ไม้หายาก โมเดลสัตว์ขนาดเท่าตัวจริง และสิ่งที่ต้องไปชมให้ได้สักครั้ง คือห้องแสดงเขาสัตว์หายากทั้งในและต่างประเทศ มีทั้งละมั่ง กวางป่า วัวแดง ซึ่งได้รับมาจาก นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล นักธรรมชาติวิทยา 

โดยรอบพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยายังมีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์อีก 4 แห่งที่น่าสนใจให้เด็ก ๆ ได้ไปเรียนรู้กันอีกเพียบ

  • เปิดบริการ :  วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 09.30 – 16.00 น. วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 17.00 น.
  • ผู้ใหญ่ 100 บาท นักเรียนและนักศึกษาปริญญาตรี อายุไม่เกิน 24 ปีที่มีบัตรนักศึกษา และผู้อายุเกิน 60 ปี ฟรี
  • เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (แผนที่)
#06

เล่นน้ำพุกลางแจ้งที่คาเฟ่กลางกรุง

Wonder Wood Kids Cafe

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : Wonder Wood Kids Cafe

Wonder Wood Kids Cafe เป็นคาเฟ่ที่ตอบโจทย์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ด้วยเครื่องเล่นมากมายที่ผ่านกระบวนการคิดมาอย่างดีว่าเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและปัญญาให้กับเด็ก ๆ ซึ่งมีให้เลือกสรรทั้งกิจกรรมในร่มและกลางแจ้ง 

สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจของทางร้านคือโซนเล่นน้ำที่เหมาะกับเด็กสายลุย สายเลอะ พร้อมด้วยเครื่องเล่นทั้งสไลเดอร์ ม้าโยก รถลาก บ่อทราย ให้เด็ก ๆ ได้ปล่อยพลังอย่างเต็มที่ เล่นเสร็จแล้วก็อาบน้ำล้างตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วต่อด้วยกิจกรรมในร่ม ซึ่งครบถ้วนทั้งการต่อบล็อกหรรษา สระบอล ในระหว่างรอทางร้านก็มีพื้นที่ให้ผู้ปกครองได้เอนหลังจิบชากินข้าวด้วยนะ

  • เปิดบริการ : วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 19.00 น.
  • เด็ก 350 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็กต่ำกว่า 6 เดือนเข้าฟรี
  • ซอยพัฒนาการ 51 แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#07

ให้อาหารไก่ เก็บไข่ในเล้า

LandLab

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

เยือน LandLab  ห้องแล็บการเรียนรู้วิทยาศาสตร์กลางทุ่งย่านนนทบุรี ให้เด็ก ๆ เรียนรู้พร้อมทำกิจกรรมมากมายเพื่อรู้จักวิทยาศาสตร์ผ่านธรรมชาติและสิ่งใกล้ตัว เช่น การให้อาหารสัตว์ การทำสบู่จากดอกไม้ ไปจนถึงการเข้าครัวจากวัตถุดิบภายในไร่ การให้อาหารไก่จากมือเปล่าและการเก็บไข่สด ๆ จากในเล้า รวมถึงเรียนรู้กระบวนการของการเกิดไข่จากไก่ตัวเป็น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กเมืองกรุงหลายคนไม่เคยสัมผัส

ยกตัวอย่างกิจกรรมเข้าครัวทำอาหารจากไข่ไก่และมันม่วง เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การลองผิดลองถูก ต้องจับไข่ยังไงถึงจะไม่แตก ทำยังไงให้มันม่วงกลายเป็นข้าวเกรียบ ไปจนถึงการคุมไฟเมื่อต้องทอดไข่และเผามันม่วง กิจกรรมเหล่านี้จะมอบทั้งความรู้และความสนุก เหมาะที่สุดสำหรับจดเข้าลิสต์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

  • เปิดบริการ : วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.00 น.
  • 1 ขวบครึ่ง Free Play, ไม่เกิน 3 ขวบ 250 บาท, 3 ขวบขึ้นไป 500 บาท, ผู้ใหญ่ 150 บาท Full Play ครอบครัว (3 คน) 2,000 บาท, (เพิ่มเด็ก 1,000/คน เพิ่มผู้ใหญ่ 500/คน)
  • ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย นนทบุรี (แผนที่)
#08

English Camp สุดท้าทายที่จะช่วยปลดล็อกความกลัว

Bangyai English Village

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : BangYai English Village

Bangyai English Village เป็นพื้นที่การเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนผ่านการผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติ กิจกรรมจะแบ่งตามช่วงอายุ เหมาะกับเด็ก ๆ อายุ 1.3 – 17 ปี 

เมื่อมาที่นี่ เด็ก ๆ จะได้ใช้ทักษะภาษาอังกฤษแบบเต็มที่ผ่านการฟังและโต้ตอบกับเพื่อน ๆ และคุณครูชาวต่างชาติ โดยกิจกรรมเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างจริงจังมี 2 โปรแกรมให้เลือก คือ 2 ชั่วโมง 15 กิจกรรม และ 4 ชั่วโมง 30 กิจกรรม 

รับรองว่าน้อง ๆ จะได้ฝึกทั้งภาษาอังกฤษ ปลดล็อกความกลัว สร้างความกล้าหาญ และได้รับความสนุกอย่างเต็มอิ่มแน่นอน

  • เปิดบริการ : วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 11.30 น./ 13.00 – 15.00 น. / 15.15 – 17.15 น. วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 11.30 น. / 13.00 – 15.00 น.
  • 2 ชั่วโมง 1,499 บาท / 4 ชั่วโมง 1,999 บาท
  • ซอยรวมฤทธิ์ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี (แผนที่)
#09

วาดหน้าเค้กด้วยพู่กันวาดภาพ

FUN Cafe Bangkok

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : FUN Cafe Bangkok

FUN Cafe เป็นคาเฟ่ที่จัดกิจกรรมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้น้อง ๆ ได้ลองรับบทบาทเป็นเชฟขนมหวาน แสดงฝีมือผ่านการเพนต์หน้าเค้ก

เด็กที่ชื่นชอบด้านศิลปะและฝันอยากเป็นเชฟขนมหวานหลายคนอาจมีเครื่องครัวไม่ครบครัน FUN Cafe จึงขอสานฝันให้ทุกคนได้ลองสรรสร้างรูปวาดและละเลงสีลงบนหน้าเค้ก หรือแม้กระทั่งบนรูปปั้นช็อกโกแลตผ่านพู่กันระบายสี ท้ายสุดก็ยังได้กินเค้กอร่อยหน้าตาดีฝีมือตัวเองอีกด้วย บรรยากาศภายในร้านก็แสนอบอุ่น พนักงานทุกคนพร้อมให้บริการอำนวยความสะดวกเต็มที่

  • วันพุธ-วันจันทร์ เวลา 10.00 – 19.00 น.
  • ค่าเพนต์เค้กชุดละ 155 บาท
  • 413, 6-7 ถนนมหาพฤฒาราม แขวง มหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพฯ (แผนที่)
#10

เรียนขี่ม้าในร้านอาหาร

The Hay – Equestrian Center & Eatery

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : The Hay – Equestrian Center & Eatery

The Hay – Equestrian Center & Eatery คือร้านอาหารที่เปิดสอนการเรียนขี่ม้า ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่หาโอกาสเข้าร่วมได้ไม่ง่ายนัก เหมาะกับครอบครัวสายลุยที่พร้อมเปิดประสบการณ์และเพิ่มทักษะใหม่ไปในเวลาเดียวกัน  

ทางร้านมีการสอนเป็นรายครั้งและรายคอร์ส และจัดคอร์สตามความเหมาะสมสำหรับเด็กเล็ก เด็กโต และผู้ใหญ่ สอนตั้งแต่การนั่งบนหลังม้า การทรงตัวบนหลังม้า ไปจนถึงการให้ลองบังคับม้าเองเลย การเรียนขี่ม้าช่วยให้เด็ก ๆ ได้ฝึกการทรงตัว สอนให้ใจเย็น ใช้เวลาเรียนรู้ไปทีละขั้นตอน และยังนำไปต่อยอดเป็นกีฬาแข่งขันได้อีกด้วย หากผู้ปกครองกังวลเรื่องความปลอดภัย หายห่วงได้เลยเพราะคุณครูของที่นี่จะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และกำชับให้ใส่อุปกรณ์การขี่ม้าก่อนเสมอ

  • เปิดบริการ : วันจันทร์-วันศุกร์ (หยุดทุกวันพุธที่ 3 ของเดือน) ร้านอาหารเปิดเวลา 10.00 – 21.00 น. 
  • เรียนขี่ม้า 30 นาที  800 บาท 1 ชั่วโมง 1,300 บาท (ไม่รวมค่าเช่าอุปกรณ์)
  • 75 ซอยเอกชัย 131 ถนนพรมแดน เขตบางบอน กรุงเทพฯ (แผนที่)
#11

เดินศึกษาพันธุ์ไม้บนสกายวอล์ก

ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง ปตท.

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

ป่าในกรุง ปตท. เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในบริเวณที่ดินของ ปตท. และยังเป็นศูนย์เพื่อการเรียนรู้ด้วย เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและนิทรรศการเกี่ยวกับคุณค่าของป่าไม้ 

ภายในอาคารนิทรรศการจะแบ่งโซนให้ความรู้หลายเรื่อง เช่น เมล็ดพันธุ์ไม้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ประโยชน์ของต้นไม้ 1 ต้น เมื่อได้เรียนรู้ในเรื่องราวของป่าไม้จนเข้าใจแล้ว ส่วนไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการเดินชมธรรมชาติบนสกายวอล์กระยะทางกว่า 200 เมตร มีระดับความสูงถึง 5 ระดับตลอดทางเดินจะได้เห็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ พันธุ์ไม้หลากหลายชนิด พร้อมได้สูดบรรยากาศดี ๆ กันอีกด้วย แนะนำว่าถ้ามาในช่วงเช้าบรรยากาศจะเย็นสบายและสดชื่นมาก

  • วันอังคาร-วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 18.00 น. 
  • ฟรี 
  • 81 ถนนสุขาภิบาล 2 แขวงดอกไม้ เข
#12

เดินตามผีเสื้อและแมลงกว่า 500 ตัว

อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพ

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพ

เมื่อพูดถึงสวนรถไฟ เรามักจะนึกถึงการปั่นจักรยาน ปิกนิก หรือนอนเล่นรับลม แต่ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญซ่อนอยู่ นั่นคือการเข้าไปชมอุทยานผีเสื้อและแมลงที่ตั้งอยู่ภายในสวนรถไฟที่มีทั้งหมด 4 ส่วน แต่ส่วนที่ไม่อยากให้พลาดคือส่วนที่ 4 อาคารโดมจัดแสดงผีเสื้อมากกว่า 500 ตัว เด็ก ๆ จะได้ใกล้ชิด

กับผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์ทั่วโลก ได้เห็นทั้งความสวยงามและเรียนรู้วงจรชีวิตของผีเสื้อ-แมลงไปในตัว ถือเป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนที่น้อง ๆ ต้องห้ามพลาด 

  • เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
  • ฟรี
  • ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผน
#13

ชมการรีดพิษและจับงูอย่างปลอดภัย

สวนงู สถานเสาวภา สภากาชาดไทย

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก

สวนงู สถานเสาวภา สถานที่เที่ยวเชิงวิชาการที่จะพาทุกคนไปรู้จักกับงูอย่างลึกซึ้งและปลอดภัย เหมาะกับการเรียนรู้ของคนทุกวัย เพราะมีทั้งการแสดงจากเจ้าหน้าที่และห้องจัดแสดงงูนานาชนิด 

น้อง ๆ จะได้พบกับงูหลายสายพันธุ์ที่อาจไม่เคยรู้จัก เช่น งูโมลัคแคนไพธัน งูแส้หางม้า และงูเขียวหางแฮ่มใต้ นอกจากนี้ยังมีเกมเล็ก ๆ ให้เด็ก ๆ ได้ตามหางูปลอมอีกด้วย ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ที่นี่ยังมีนิทรรศการแสดงพัฒนาการของตัวอ่อนในไข่ ภาพกระดูกงู ข้อมูลต่าง ๆ ของงูเช่น ฟันและเกล็ดงู 

และห้ามพลาดชมสาธิตการรีดงูและการจับงู เพราะการแสดงนี้จะทำให้เราได้เรียนรู้วิธีรับมือกับสัตว์เลื้อยคลานโดยไม่เป็นอันตรายต่อกันทั้งมนุษย์และสัตว์

  • วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.30 – 15.30 น. , วันปกติ สาธิตการรีดพิษงู เวลา 11.00 น. และสาธิตการจับงู 14.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สาธิตการจับงู เวลา 11.00 น.
  • ผู้ใหญ่ 40 บาท นักเรียน/นักศึกษา 20 บาท เด็ก 10 บาท
  • 1871 ถนนพระรามที่ ๔ แขวง ปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#14

ผจญภัยและปีนป่ายเครื่องเล่นกลางไร่ผลไม้

Get Growing Community Farm

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก

Get Growing Community Farm สนามเด็กเล่นที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติในพื้นที่ขนาด 6 ไร่ ที่นี่มีความสนุกให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้หลายกิจกรรม เช่น การให้อาหารสัตว์ เก็บไข่ เวิร์กชอปการทำเก้าอี้ D.I.Y 

แต่ที่ดึงดูดสายตาได้มากกว่ากิจกรรมอื่นคือสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ที่มีทั้งโซนเปียกและโซนแห้งจะได้ทั้งวิ่ง ปีน กระโดด ดึง จับ เป็นการพัฒนาทางด้านร่างกาย ความคิดและจิตใจ ส่งเสริมความกล้าการตัดสินใจเลือกเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นสัมผัสโคลน อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เนื่องจากสนามเด็กเล่นจะเน้นไปทางล้ม ลุก คลุกคลีไปกับธรรมชาติอยากให้คุณพ่อ คุณแม่เตรียมชุดมาเผื่อให้น้อง ๆ ด้วยนะ 

  • เปิดทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.30 น.
  • ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปในแต่ละกิจกรรม
  • 22 ตำบล บางกะเจ้า อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ 10130 (แผนที่)
#15

เดินชมหิ่งห้อย

บางกะเจ้า

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : www.facebook.com/Lumpoo.Bangkrasorb

คุ้งบางกะเจ้า พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใกล้กรุงที่จะทำให้น้อง ๆ ได้ดื่มด่ำไปกับการชมหิ่งห้อย รับความรู้ระหว่างทางปั่นจักรยาน สัมผัสบรรยากาศชุมชนริมน้ำ อีกทั้งใช้เวลาว่างอย่างมีคุณภาพกับครอบครัว

เริ่มจากการเดินชมตลาดน้ำบางน้ำผึ้งที่มีร้านค้ามากมาย มีขายทั้งเสื้อผ้า อาหาร ขนมโบราณ หรือใครอยากไปเช่าจักรยานปั่นชมรอบคุ้งก็ย่อมได้ ไม่ไกลกันมีพิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย บ้านธูปหอมสมุนไพร สวนป่า 200 ไร่ และสวนสาธารณะที่มีหอชมวิวสูงกว่า 7 เมตรอีกด้วย 

และสิ่งที่ต้องลองให้ได้สักครั้ง คือกิจกรรมชมหิ่งห้อย โดยในอดีตบางกะเจ้ามีจุดชมหิ่งห้อยถึง 11 จุด เพื่ออรรถรสเต็มเปี่ยม แนะนำให้ไปถึงก่อนมืด และไปที่หมู่บ้านหิ่งห้อย บางกระสอบ เพราะเป็นทั้งแหล่งอนุรักษ์และอนุบาลหนอนหิ่งห้อย มีทั้งตัวน้อยและใหญ่ให้ได้ชมแสงวิบวับ 

  • วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ติดต่อล่วงหน้าเพื่อชมหิ่งห้อย โทร. 08 8940 5992 หรือ www.facebook.com/Lumpoo.Bangkrasorb/
  • ฟรี
  • 98 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ (แผนที่)
#16

ถีบเรือเป็ด

สวนลุมพินี

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก

สวนลุมพินีคือสวนอเนกประสงค์ที่กำลังจะมีอายุครบ 100 ปี ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมายตั้งแต่เช้าจรดเย็น ตั้งแต่วิ่ง ไทเก๊ก แอโรบิก ไปจนถึงปั่นจักรยาน (ในบางเวลา) แต่ที่เราอยากแนะนำเป็นกิจกรรมสุดคลาสสิก นั่นก็คือ การถีบเรือเป็ด กิจกรรมง่าย ๆ แต่น้อง ๆ หนู ๆ และผู้ปกครองจะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศในสวนเต็ม ๆ

  • วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 04.30 – 22.00 น.
  • ค่าเช่าเรือเป็ด 40 บาท
  • 192 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#17

เล่นสไลเดอร์โคลนริมแม่น้ำ

Woodnote Natural

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : Woodnote Natural

Woodnote Natural เป็น Co-Playing Space ย่านนนทบุรีที่ทั้งครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมพร้อมกัน ระหว่างที่ผู้ปกครองเพลิดเพลินไปกับการตั้งแคมป์ริมแม่น้ำ เด็ก ๆ ก็ยังได้ฝึกพัฒนาการผ่านการเล่นดิน ปั้นโคลน และอีกหลากหลายเวิร์กชอปที่จัดขึ้นเป็นพิเศษอีกด้วย

สิ่งแรกที่เราอยากแนะนำให้ลองทำคือการเปิดประสบการณ์เล่นเลอะเปรอะโคลน ทั้งเล่นดิน คลุกทราย ลุยโคลน ลงน้ำ ให้เด็ก ๆ สนุกสนานเต็มที่และพัฒนากล้ามเนื้อไปพร้อมกับจินตนาการผ่านการปั้นในสนามทรายและสไลเดอร์โคลน นอกจากนี้ยังมีสนาม Pump Track ให้ได้ท้าทายและเวิร์กชอปอีกมากมาย เช่น การฟังนิทาน 2 ภาษา ชมแสงพลุ และการเต้นสวิงที่เคยไปเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา 

  • วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 11.00 – 19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 20.00 น.
  • 1 day pass เด็ก 890 บาท ฟรีผู้ปกครอง 2 ท่าน ไม่จำกัดเวลา
  • ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย นนทบุรี (แผนที่)
#18

สวมบทแอนดี้ Toy Story ในห้องนอนของเขา

Tooney Toy Museum

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : Tooney Toy Museum

พิพิธภัณฑ์ของเล่นย่านนนทบุรีแห่งนี้รวบรวม-ของเล่นของสะสมไว้มากกว่า 50,000 ชิ้น มีทั้งตัวการ์ตูนในอดีตและคาแรกเตอร์ฮอตฮิตในปัจจุบัน เด็ก ๆ จะได้เพลิดเพลินไปกับการ์ตูนตัวโปรด ส่วนผู้ปกครองก็จะได้ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

ในพิพิธภัณฑ์มีหลากหลายโซนให้เลือกเดินชม ที่พลาดไม่ได้คือห้องของแอนดี้จากเรื่อง Toy Story พอเข้ามาแล้วคุณจะถ่ายภาพเก็บบรรยากาศจนหนำใจ หรือสวมบทบาทเป็นแอนดี้ก็ได้เช่นกัน

ถ้าอยากเดินให้ครบทุกโซนแนะนำให้เผื่อเวลาไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง ปักหมุดวันว่าง แล้วพาเด็ก ๆ มาพบปะคาแรกเตอร์ที่ชอบอย่างใกล้ชิดได้เลย 

  • วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 18.00น
  • ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 100 บาท
  • ซอยศรีสมาน 8 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี (แผนที่)

Writers

ธนพร ท้าวลา

ธนพร ท้าวลา

นิสิตปรัชญาปี 4 กำลังค้นหาตัวตนด้วยการเขียน หลงรักฤดูฝนในวันที่ไม่ต้องไปไหน ไม่ถูกกับอากาศหนาว งานอดิเรกเต้นยับ เป็นอาร์มี่หัวใจสีม่วง

มานิตา สุนทรพจน์

มานิตา สุนทรพจน์

เด็กสาวชาวอุทัย ผู้นมัสการให้แด่สายผลิตงานสร้างสรรค์ และผู้ฝากความสุขอนันต์ไว้บนพุงแมวและชาเขียว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load