30 สิงหาคม 2561
14 K

ถ้าพูดถึงย่านที่คนญี่ปุ่นอาศัย คำตอบในหัวอย่างแรกที่ปิ๊งขึ้นมาคือย่านสุขุมวิท ทองหล่อ และสีลมรองลงมา ซึ่งย่านที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดคงเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากสุขุมวิท ที่เรียกได้ว่าเป็นเจแปนนิสทาวน์ แม้ใครที่ทำงานหรือเคยผ่านแถวนี้มักจะเห็นบรรยากาศความน่ารักของเด็กๆ และกลุ่มแม่บ้านแดนปลาดิบที่ใช้ชีวิตแบบญี่ปุ่นอยู่ที่ใจกลางกรุงเทพฯ

ใครอยากลองออกทำความรู้จักงานอดิเรกของชาวอาทิตย์อุทัย และเปิดใจทำกิจกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น ขอให้ปักหมุดวันว่างแล้วเปิดอ่านบทความนี้อย่างละเอียด นี่คือคู่มือไซส์มินิที่จะพาทุกคนไปทำความรู้จักเสน่ห์ญี่ปุ่นที่ซ่อนความดีงามไว้ทั่วเมืองหลวง

       

รียนรู้ความงามแบบธรรมชาติกับศิลปะการจัดดอกไม้แบบอิเคบานะที่ Voice Hobby Club

ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town

ความงามของดอกไม้เสกให้วันธรรมดากลายเป็นวันพิเศษ หรือเพิ่มสีสันพร้อมสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับสิ่งรอบด้าน เมื่อความพิเศษเหล่านี้ผนวกกับศิลปะการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นอย่าง ‘อิเคบานะ’ (Ikebana) การจัดดอกไม้ที่สะท้อนความจริงของธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ คงสร้างความสะดุดตาสะดุดใจให้ผู้พบเห็นมากขึ้นไปอีก

ทดลองจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นได้ที่ Voice Hobby Club คลับย่านสุขุมวิทของคนญี่ปุ่นที่รักการทำกิจกรรม โดยคนไทยก็ร่วมกิจกรรมด้วยกันได้ Noriko Oka-Managing Director เล่าให้ฟังว่า ในทุกๆ คลาสจะมีอาจารย์ 2 คนช่วยสอนนักเรียนตั้งแต่วิธีการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แจกัน เคนซัง (ฐานสำหรับปักดอกไม้) ไปจนถึงหลักการปักดอกไม้เบื้องต้น (Basic Upright Style Moribana) ให้สวยงาม ซึ่งที่นี้จะเริ่มสอนจากคอร์สเบสิก 5  ครั้ง ก่อนต่อยอดไปเป็นคอร์สแอดวานซ์หรือ Basic-Modern ซึ่งสามารถออกแบบการจัดดอกไม้ได้เองตามต้องการ

  เสน่ห์ของอิเคบานะไม่ได้มีเพียงการสร้างองค์ประกอบที่สวยงามให้ดอกไม้มากขึ้น แต่ยังช่วยสร้างสมาธิ ปล่อยวางจิตใจให้เย็นสบาย เพราะในทุกๆ ขั้นตอนจะต้องอาศัยจิตใจที่สงบ เพื่อค่อยๆ ดึงให้ความงามของดอกไม้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น

ใครที่สนใจกิจกรรมจัดดอกไม้แบบอิเคบานะสามารถทดลองเรียนก่อนได้ในราคา  1,500 บาท

ที่อยู่ |    Racquet Club สุขุมวิท 49/9 อาคาร4 ชั้น3 กรุงเทพฯ 10110
เวลาทำการ  |   วันจันทร์-วันศุกร์ 08.30 – 18.00 น. / วันเสาร์ 09.00 – 13.00 น.
โทร   |    021197251
Facebook  |    voicehobbyclubth

แวะพักผ่อน แช่ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นแบบส่วนตัวสุดๆ ที่ KaShiKiRi Onsen

ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town

การแช่ออนเซ็นร่วมกับคนแปลกหน้าอาจสร้างความเขินอายที่ทำให้หลายคนพลาดโอกาสในการลองอีกหนึ่งกิจกรรมสุดคลาสสิกตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น ปัญหานี้จะหมดไปที่คาชิคิริออนเซ็น ออนเซ็นส่วนตัวแห่งแรกของประเทศไทย

เชอรี่-ธิดารัตน์ รุ่งอัมพรกุล ตัวแทนผู้บริหารของทางออนเซ็นเล่าให้เราฟังว่า คาชิคิริมีความหมายถึงความเป็นส่วนตัวและความพิเศษ ดังนั้น การผสมผสานระหว่างออนเซ็นแบบวัฒนธรรมญี่ปุ่นกับความเป็นส่วนตัวแบบไทยจึงกลายเป็นจุดเด่นอันดับแรกของที่นี่

ออนเซ็นใจกลางกรุงเทพนี้คงเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นเอาไว้ได้อย่างดี ผ่านการเลือกใช้น้ำแร่ส่งตรงจากเมืองออนเซ็นชื่อดังของญี่ปุ่น ทั้งคุโรคาวะและเบปปุ ที่จะผลัดเปลี่ยนกันไปในแต่ละเดือน นอกจากนี้ น้ำทั้งหมดในแต่ละวันยังถูกนำมาไหลเป็นลำธารและจัดเป็นบริเวณแช่เท้าเล็กๆ ก่อนจะเตรียมนำออกไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

“เราต้องไปศึกษาที่ญี่ปุ่นตลอดว่าน้ำแร่แบบไหนที่อินเทรนด์หรือมีคุณสมบัติหลากหลาย เพราะคนที่มาก็อยากจะแก้ปัญหาที่แตกต่างกันออกไป”

เชอรี่เสริมว่า นอกจากการแช่ออนเซ็นแล้ว คาชิคิริยังมีบริการนวดคลายกล้ามเนื้อทั้งแบบไทย ตะวันตก และแบบชิอัทสึ หรือการกดจุดคลายเส้นแบบญี่ปุ่น ที่จะยิ่งได้ผลดีหลังจากแช่ออนเซ็นและยังคงความเป็นส่วนตัวได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

ที่อยู่   |    84 ซอยสุขุมวิท 49 (สามารถเข้าได้ทั้งทาง KaShiKiRi และ MAYU)
เวลาทำการ   |    วันจันทร์-อาทิตย์ 10.00  –  22.30 น.  (วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 10.00 – 13.00 น. ลด 20%)
โทร   |    0812684624, 022587902
Facebook   |    Kashikiri onsen and spa – Kashikiri49
เว็บไซต์   |    www.kashikirionsenandspa.com

เลือกเสื้อคลุมกิโมโนในแบบที่ใช่ที่ร้าน Juicy Kimono Vintage

ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town

ปัญหาแต่งตัวแล้วดูซ้ำกับชาวบ้าน หรือหาเสื้อผ้าในโอกาสพิเศษไม่ได้จะหมดไป เมื่อไปถึง Juicy Kimono Vintage ร้านขายชุดยูกาตะและชุดกิโมโนมือสองที่คัดเลือกคุณภาพมาอย่างดี มีเนื้อผ้าหลากหลาย อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย และผ้าไหมญี่ปุ่น

ใครกำลังมองหากิโมโนแบบครบชุดก็รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะนอกจากชุดแล้ว ที่นี่ยังมีโบและโอบิลายสวยความหมายดีไว้ตกแต่งเพิ่มสีสันให้มากขึ้น หรือจะใส่ให้เต็มยศสมกับเป็นชุดประจำชาติของญี่ปุ่นก็ยังได้ นอกจากนี้ ทางร้านยังมีสินค้ามือสองอีกหลากหลาย เช่น ตุ๊กตา เกี๊ยะ และของใช้แบบญี่ปุ่น โดยสินค้าจะเข้าร้านทุกๆ 2 สัปดาห์

“ทางร้านเน้นเลือกชุดที่ใส่ได้ในชีวิตประจำวัน เราเอามาให้ลูกค้ามิกซ์แอนด์แมตช์ได้จริงๆ ในชีวิตประจำวันที่ไทยได้ เช่น ใส่ไปทะเล หรือบางคนที่ทำงานก็เลือกใส่ตัวสั้นเป็นเสื้อคลุมก็ได้”

พนิดา นาคา เจ้าของร้านเล่าจุดเด่นที่ทำให้ร้านไม่เหมือนใคร ถ้าอยากลองหาไอเทมเด็ดมาแมตช์กับเสื้อผ้าตัวโปรด พุ่งตัวไปร้านนี้ได้เลย

ที่อยู่   |    The Camp Vintage Flea Market
เวลาทำการ   |    วันศุกร์-วันอาทิตย์  18.00 น. เป็นต้นไป
ติดต่อ   |   0966845568
Facebook  |   Juicykimono

ช้อปปิ้งเครื่องครัวและงานเซรามิกส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นที่ Minohan

ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town

เครื่องครัวและจานชามกุ๊กกิ๊กเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อทานอาหารแบบญี่ปุ่น เราไปเยี่ยมแหล่งขายส่งจานเซรามิกและเครื่องครัวทุกชนิดที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างร้าน ‘Minohana’ ซึ่งเป็นศูนย์รวมสารพัดของใช้มือหนึ่ง หลากหลายรูปแบบในร้านอาหารญี่ปุ่นเอาไว้ในที่เดียว

“บริษัทของเรามีต้นกำเนิดมาจากเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องมิโนยากิหรือเครื่องปั้นดินเผา นอกจากนี้ เรายังทำงานร่วมกับโรงงานที่ญี่ปุ่นอีกหลายแห่งซึ่งโดดเด่นเรื่องงานปั้น เช่น เมืองอาริตะ เพราะฉะนั้น เราเลยมีสินค้าที่หลายๆ ร้านอาจจะไม่มี”

เอิง-อภิญญา กิจเกิดแสง Sales Assistant เล่าให้เราฟังถึงจุดเด่นของ Minohana ที่ทำให้ทางร้านกลายเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้สนใจทำร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นและคนรักถ้วยชาม

สินค้าที่โดดเด่นที่นี่หนีไม่พ้นงานเซรามิกต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต งดงาม อย่างจานลายคลื่น The Great Wave of Kanagawa จานเซ็ต Kinpaku สีทอง หรือที่ใส่สาเกลาย Hake รวมทั้งของแปลกๆ อย่างถังไม้สำหรับใส่ข้าวสวยสไตล์โอซาก้าและโตเกียว ก็มีให้เลือกครบทุกรูปแบบ

หากการเดินเลือกซื้อสินค้าในร้านยังไม่จุใจ ทางร้านก็มีบริการสั่งสินค้าจากแคตตาล็อกที่จุสินค้ากว่าพันชิ้น พร้อมส่งตรงจากญี่ปุ่นมาตามต้องการก็ยังได้

ที่อยู่   |    IWATO (Thailand) Co., Ltd. 591 อาคารยูบีซี 2 ห้อง1204B ซอยสุขุมวิท 33 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110
โทร   |    02-662-1700
www.Iwato.co.th

Facebook   |    Iwato Minohan

ตัดผมแบบนิปปอนบอย-นิปปินเกิร์ล ที่ Rikyu by Boy Tokyo ร้านตัดผมสุดฮิตจากโตเกียว

ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town

‘เอาออกนิดเดียว’ น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายคนต้องเจอเมื่อก้าวขาเข้าไปในร้านตัดผม แล้วก้าวขาออกมาพร้อมความว้าวุ่นที่ไม่อาจคาดเดาได้ แต่เราเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นที่ร้านตัดผมสไตล์ญี่ปุ่นสุดมินิมอลแห่งนี้อย่างแน่นอน

“เราเน้นงานประณีต ตัดผมอย่างต่ำใช้เวลา 1 ชั่วโมง อยากรู้ว่าขนาดไหนคงต้องมาลอง” เปรียว-ปิยธิดา วิรุณบุตร Hair Stylist ประจำร้าน Rikyu Boy ร้านตัดผมสัญชาติญี่ปุ่นเกริ่นกับเรา

คำว่า Rikyu มีความหมายคือบ้านพักตากอากาศ ซึ่งนอกจากจะหมายถึงการโยกย้ายจากญี่ปุ่นมาพักผ่อนในประเทศไทยแล้ว ตัวอาคารของร้านยังถูกดัดแปลงมาจากบ้านเก่าอายุกว่าร้อยปี ที่ถูกแปลงโฉมเป็นสีขาวสะอาดและจัดสรรปันส่วนให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

พนักงานทุกคนในร้านได้รับการฝึกฝนกันยาวนานถึง 3 ปี เพื่อให้มีฝีมือเทียบเท่ากับพนักงานที่ Boy Tokyo ร้านสาขาใหญ่ นอกจากความประณีตในการตัดผม และความเป๊ะแบบขอทรงไหนได้ทรงนั้นแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของร้านคือเทคนิคการออกแบบทรงผม

“เรามีวิธีการอธิบายให้ลูกค้าฟังด้วยการวาดภาพ สำหรับทรงผมยากๆ ที่ลูกค้าอาจไม่เข้าใจ ซึ่งช่างผมทุกคนจะถูกฝึกมาให้วาดรูปต้นแบบก่อนเสมอ”

เปรียวเสริมให้ฟัง และคงไม่ต้องสงสัยเลยว่า เพราะความญี่ปุ่นสุดๆ ไปเลยนี่แหละที่ทำให้ Rikyu Boy มีลูกค้าแวะเวียนมาใช้บริการกันถึงขนาดต้องโทรจองคิวนัดกันล่วงหน้าทุกครั้งก่อนใช้บริการ

ที่อยู่   |    ซอยสุขุมวิท 24 ติดกับร้านท่าฉลอง
เวลาทำการ   |   0 9.30 – 19.00 น.
โทร   |    021155778
Facebook   |    Rikyu by Boy Tokyo

ทานอาหารญี่ปุ่นสไตล์ครอบครัวที่ฮานาย่า ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งแรกของประเทศ

ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town

รสชาติอาหารเหมือนได้กินข้าวที่บ้าน คือจุดเด่นที่ โยชิโอะ วาตานูกิ เจ้าของร้านอาหารฮานาย่า ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งแรกของประเทศไทยบอกเรา

ร้านอาหารขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ในย่านสี่พระยาแห่งนี้เปิดมานานกว่า 70 ปี พร้อมกับสูตรอาหารที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงมือของโยชิโอะ ทายาทคนปัจจุบัน ที่เขาเองก็ได้มีโอกาสกลับไปเรียนทำอาหารจากประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองไทยเพื่อต่อยอดและพัฒนาเมนูต่างๆ ภายในร้าน

จุดเด่นของร้านจึงหนีไม่พ้นวัตถุดิบนำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งโตเกียว โอซาก้า และฟูกุโอกะ ที่นำมาผสมผสานกับวัตถุดิบไทยและรสชาติซึ่งดัดแปลงให้ถูกลิ้นคนทาน ทั้งชุดอาหารประจำวัน เมนูต้นตำรับตั้งแต่สมัยเปิดร้าน ชิราชิ (ข้าวหน้าปลาดิบไทย) เทมปูระที่นุ่มกรอบ และสลัดมันฝรั่งบดละเอียดรสชาติกลมกล่อม

“ผมอยากให้คนคิดว่าที่นี่มีอาหารที่กินทุกวันก็ไม่เบื่อ คนเราต้องกินข้าวทุกมื้อ ผมเลยอยากให้รู้สึกถึงฝีมือแบบบ้านๆ เพราะอาหารพิเศษหรืออาหารฟิวชั่นเราอาจจะกินไม่ได้ทุกวัน” โยชิโอะกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

ด้วยเหตุนี้ ฮานาย่าจึงไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหารที่ถูกส่งต่อธุรกิจกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่ฮานาย่ายังเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ลูกค้าต่างก็แนะนำลูกๆ หลานๆ ให้มาทานจากรุ่นสู่รุ่นด้วยเช่นกัน

ที่อยู่ |  683 ถนนสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ
ติดต่อ  |  022333080, 022348095
เวลาทำการ  |  จันทร์-ศุกร์ 11.20 – 14.00 น. และ 17.30 – 22.00 น. (ร้านปิดทุกอาทิตย์ที่ 2 และ 4 ของเดือน)
Facebook  |  Hanaya 1976

แวะซื้อของสดนำเข้าจากแดนอาทิตย์อุทัยที่ Thonglor Nihon Ichiba (ตลาดญี่ปุ่นทองหล่อ)

ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town

ของสดขึ้นชื่อที่คัดสรรมาอย่างดีจากประเทศญี่ปุ่นส่งตรงมาที่ตลาดสดเปิดใหม่ใจกลางเมืองย่านทองหล่อ คงเป็นสวรรค์ไม่ใช่น้อยสำหรับผู้หลงรักทำอาหาร เพราะนี่คือแหล่งรวมของดีไม่ว่าจะเป็นเนื้อวากิวขึ้นชื่อจากเมืองนาโกย่า ปลาสดใหม่เนื้อแน่นจากตลาดสึคิจิ หรือจะเป็นผักผลไม้หวานฉ่ำจากร้านในโอตะ

   Thonglor Nihon Ichiba หรือตลาดญี่ปุ่นทองหล่อ คือแหล่งเลือกซื้อของสดเปิดใหม่ในโครงการนิฮอนมุระ โดย Jalux บริษัทในเครือ Japan Airlines ที่โดดเด่นเรื่องความรวดเร็วและสดใหม่ ที่นี่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบแต่ละชิ้น ซึ่งสามารถรับประกันคุณภาพคงที่ราวกับได้บินไปกินเองถึงแหล่งขึ้นชื่อของวัตถุดิบชนิดนั้นๆ โดยทางร้านจะนำเข้าสินค้าสัปดาห์ละ 3 วัน

   เมื่อเดินเข้าไปเราจะพบกับบรรยากาศความสดของสินค้า มีให้เลือกด้วยกันถึง 3 โซน คือโซนเนื้อ โซนผัก และโซนอาหารทะเล โดยไฮไลต์ของแต่ละโซนก็มีดีไม่แพ้กัน อย่างโซนเนื้อ เราขอแนะนำ Top Round เนื้อส่วนมันน้อย ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบจากผู้ที่แวะเวียนมาและขายดีเป็นอันดับต้นๆ และสามารถเลือกซื้อได้ทั้งเนื้อแล่และเนื้อชิ้นใหญ่

หลังจากเดินเข้ามาอีกนิดเราจะพบกับโซนผักผลไม้ ซึ่งเป็นอีกโซนที่โดดเด่นด้วยผักและผลไม้รูปร่างประหลาดที่ไม่สามารถพบได้ที่ไหนอีกแล้วในกรุงเทพฯ เช่น ฟักทองอะมะคุริจากเมืองอิชิกาวะ และโซนสุดท้ายอย่างโซนปลาและอาหารทะเล เป็นโซนที่พลาดไม่ได้ เพราะบางวันทางร้านก็จะรับปลาชนิดพิเศษซึ่งอาจไม่เป็นที่คุ้นเคยนักในตลาดบ้านเราเข้ามาขายด้วย

“เนื้อจะมีสินค้าตลอด แต่ปลาเราจะเปลี่ยนแปลงตามเวลาและฤดูกาล เพราะในแต่ละช่วงปลาก็จะไม่เหมือนกัน” คุณภาสธร ศักดิ์เดชยนต์ Maketing & Sales Director ตลาดญี่ปุ่นทองหล่อ เล่าถึงความพิเศษของโซนนี้ให้ฟัง มาแล้วรับรองว่ามีของติดไม้ติดมือไปทำอาหารอร่อยๆ เป็นมื้อพิเศษแน่นอน

ที่อยู่ |   87 ซ.อรรคพัฒน์ (ทองหล่อ 13) ถ.สุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
เวลาทำการ |   09.00 – 12.00 น. (สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร) / 12.00 – 16.00 น. (สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและลูกค้าทั่วไป) หยุดทุกวันอังคาร
โทร   |    020592616
Facebook  |   JapanFreshWholesaleMarket

ออกแรงเคลื่อนไหวร่างกายกับศิลปะการต่อสู้แบบโบราณที่ Mugairyu Bangkok Keikokai

ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town

“ต้องมีสติอยู่กับตัวเอง อยู่กับปัจจุบัน”

อาจารย์เอกผู้เป็นทั้งเบื้องหน้าอย่างอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ฟันดาบแบบโบราณของญี่ปุ่น มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี และเบื้องหลังผู้ก่อตั้งกลุ่มฝึก มุไกริว กรุงเทพ กำลังพูดถึงหัวใจของการเรียนรู้ทุกๆ ครั้ง

กลุ่มฝึก มุไกริว กรุงเทพ เปิดทำการฝึกวิชาดาบญี่ปุ่น มุไกริว อิไอเฮียวโด เป็นสำนักที่สอนศิลปะการต่อสู้ที่ผสมผสานความเป็นเซนแบบเคลื่อนไหวลงไปในท่าต่างๆ ด้วยลักษณะเด่นคือ เทคนิคที่กระชับ และการเคลื่อนไหวที่ตรงไปตรงมา ทำให้มุไกริวกลายเป็นสำนักที่มีเคล็ดลับวิชาน่าสนใจและไม่เหมือนใคร    

การเรียนการสอนของกลุ่มฝึกที่นี่มีการฝึกฝน 3 ทักษะหลัก ได้แก่ อิไอโด เคนจุสสุ และชิซัน โดยเริ่มต้นจากการยืดหยุ่นร่างกายก่อนในทุกๆ ครั้ง แล้วต่อด้วยท่าพื้นฐานที่เรียกว่า ‘อิไอโด้ (Iaihyodo)’ หรือศิลปะที่ควบคุมการชักดาบออกจากฝักพร้อมกับการโจมตี และควบคุมคู่ต่อสู้ในเวลาเดียวกัน

ถึงแม้วิชาดาบต้องอาศัยความว่องไวของร่างกายเป็นส่วนหนึ่ง แต่เสน่ห์ต่างๆ มักซ่อนอยู่ในรายละเอียดของการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการวางมือเพื่อจับด้ามดาบ การก้าวเท้า ไปจนถึงระยะของดาบเมื่อถือขึ้นเตรียมฟัน ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยฝึกสมาธิ การอยู่กับตัวเอง เพื่อการขัดเกลาจิตใจและตัวตนข้างใน หากใครที่กำลังมองหาที่ฝึกและสนใจเสน่ห์ของศิลปะการต่อสู้แบบโบราณของญี่ปุ่นอยู่ กลุ่มมุไกริวยินดีสอนอย่างเต็มที่

ที่อยู่   |   สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดี (ใช้ห้องเทควันโด)
เวลาทำการ |   ทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.00 – 17.00 น.
Facebook   |   Bangkokmugairyu

เว็บไซต์   |   thaimugairyu.com

เสริมสร้างร่างกายพร้อมฝึกสมาธิผ่านการยิงธนูกับชมรม Siam Kyudo Kai

ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town

การเล่นกีฬาคู่กับการฝึกสมาธิคืออีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญตามวิถีการเล่นคิวโด หรือการยิงธนูแบบญี่ปุ่น

เราตาม ก่อ-ก่อสกุล บุณยวรรธนะ ประธานชมรมสยามคิวโดไคไปที่สนามฝึกซ้อมยิงธนู หัวหมาก ก่อต้อนรับเราพร้อมกับสมาชิกชมรมในชุด Keiko-gi เครื่องแบบเฉพาะสำหรับการเล่นคิวโด

“การสอนที่นี่ค่อนข้างชัดเจน คือจะเริ่มฝึกด้วย 8 ท่าแรกที่ที่เรียกว่า Shaho-Hassetsu ซึ่งเป็นท่าหลักของการฝึกคิวโด เอาเข้าจริง 8 ท่าก็ไม่ง่ายเท่าไหร่แล้ว”

ก่อเริ่มเล่าให้เราฟังถึงความท้าทายของกีฬาคิวโดที่มีมากกว่าการใช้แรงในการถือคันธนูขนาดใหญ่ เพราะนักกีฬาคิวโดยังต้องเก็บรายละเอียดลึกซึ้งทั้งวิธีการก้าวขาไปจนถึงลำดับของลูกธนูที่ใช้ยิง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนกว่าจะได้เริ่มยิงธนูอย่างจริงจัง

 อย่างไรก็ตาม การสอนของที่นี่ถือได้ว่าแทบจะถอดแบบมาจากญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด เพราะตลอดระยะเวลาเกือบ 9 ปีที่ผ่านมา มักมีชาวญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้ และก่อเองยังมีโอกาสได้ไปสอบวัดระดับถึงประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

มากไปกว่าความท้าทายจากการฝึกฝนแล้ว การเสริมสร้างร่างกายก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ เพราะการจัดระเบียบร่างกายถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการเล่นคิวโด แต่ก่อยังย้ำเสมอว่าสมาธิก็เป็นหัวใจที่สำคัญยิ่งกว่าเป้าหมายด้านหน้าเสียอีก

สำหรับใครที่อยากลองก็สามารถติดต่อไปทางชมรมได้โดยตรง ขอเพียงแค่มีความตั้งใจในการฝึกฝน และมีอายุมากกว่า 12 ปี เพราะทางชมรมเปิดสอนให้ฟรีตั้งแต่พื้นฐานเบื้องต้นพร้อมกับอุปกรณ์ให้ทดลองเรียนด้วย

ที่อยู่   |    สนามยิงธนูการกีฬาแห่งประเทศไทย สนามกีฬาหัวหมาก
เวลาทำการ  |   ทุกวันอาทิตย์ 09.00 – 13.00 น.
Facebook   |    Siam Kyudo Kai
เว็บไซต์   |    www.siamkyudokai.com

นัดเพื่อนไปสังสรรค์ที่ร้านคาราโอเกะสไตล์ญี่ปุ่นที่ Woodball

ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town ย่านญี่ปุ่น กรุงเทพ, คาเฟ่ สุขุมวิท, ร้านออนเซ็น สุขุมวิท,Japanese town

ลองร้องคาราโอเกะเพลงไทยเพลงฝรั่งมามากแล้ว ลองมาสัมผัสคาราโอเกะแบบญี่ปุ่นกันมั้ย ร้านคาราโอเกะ Woodball ในย่านพร้อมพงษ์ น่าจะทำให้การแฮงเอาต์ของทุกคนเต็มไปด้วยสีสันจนลืมเวลาไปเลย

บรรยากาศร้านที่โอบล้อมด้วยแสงไฟนีออนสีน้ำเงินแซมม่วงและเพลงที่คลอเบาๆ ไปจนถึงการตกแต่งเคาน์เตอร์ที่มีทั้งเหล้า วิสกี้ และวอดก้า ที่มีกลิ่นอายแบบบาร์ญี่ปุ่น ทำให้อินได้อย่างง่ายดาย ซิกเนเจอร์ของที่นี่คือความเป็นคาราโอเกะกึ่งบาร์ที่มีทั้งหมด 2 ชั้น

ใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัว อยากสนุกกับแก๊งเพื่อนสนิทพื้นที่ชั้นสองก็ร้องเพลงดังๆ ได้โดยไม่ต้องอายใคร ส่วนชั้นล่างเป็นบาร์ เหมาะสำหรับใครที่อยากร้องเพลงฉายเดี่ยวหรือพบปะเพื่อนใหม่ที่มาดื่มก็สนุกได้ไม่แพ้กัน

ความพิเศษของที่นี่คือเครื่องคาราโอเกะนำเข้าจากญี่ปุ่นที่บรรจุเพลงนับไม่ถ้วนทั้งภาษาญี่ปุ่น จีน เกาหลี และอังกฤษ อาทิ อิโตะ มิกาซึกิ แถมอัพเดตเทรนด์เพลงเรื่อยๆ ทุกเดือน เรียกได้ว่ากดเลือกเพลงอะไรก็ได้ดั่งใจ

  ส่วนที่พลาดไม่ได้สำหรับความสนุกอีกหนึ่งรูปแบบ คือการสั่นริงเกอเบล เอกลักษณ์ความสนุกอีกอย่างหนึ่งของร้าน Woodball ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีลูกค้าคนใดคนหนึ่งในร้านอยากเลี้ยงเครื่องดื่มให้กับสตาฟฟ์ในร้านทุกคน ซึ่งบางคนก็ใจป้ำเลี้ยงลูกค้าภายในร้านด้วยเช่นกัน ใครที่กำลังหาร้านที่สนุกแถมเป็นกันเอง ปักหมุดมาร้านนี้ได้เลยรับรองไม่ผิดหวังจนอยากมาซ้ำอีกสักรอบ

ที่อยู่   |   สุขุมวิท 33/1 (สามารถเดินทางมาลง BTS พร้อมพงษ์)
เวลาทำการ   |  ทุกวัน 18.00 – 02.00 น.
โทร   |   026620417
Facebook   |   karaokebarwoodball

Writers

อุษา แม้นศิริ

นักศึกษาอาร์ตสายกราฟิก แต่สนใจอยากทำงานเขียน ชอบที่จะไปงานคอนเสิร์ตไม่ว่าจะไทยหรือต่างประเทศ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือดนตรี สีฟ้า และชาเขียว

เอม มฤคทัต

นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ที่อยากจะลองทำงานเขียน หลงรักทุกอย่างที่เป็นสีพีชและภาพยนตร์จิบลิ มีความสามารถพิเศษในการกินข้าววันละ 5 มื้อ

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

พูดถึงร้อยเอ็ด คุณผู้อ่านนึกถึงอะไร

บึงพลาญชัย หนองน้ำแห่งใหญ่ใจกลางเมือง หอโหวด แลนด์มาร์กใหม่ประจำร้อยเอ็ด หรือทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ราบผืนใหญ่ที่กินพื้นที่หลายจังหวัดภาคอีสาน แหล่งกำเนิดข้าวหอมมะลิพันธุ์เด็ด ของดีเมืองสิบเอ็ดประตู

แต่ร้อยเอ็ดวันนี้ที่เราพบ ช่างเป็นเมืองที่แสนคึกคักน่ารัก ไม่เฉพาะเวลาลงเล่น เห็นจะเป็นเพราะมีสถานที่ดีศรีจังหวัดมากมายเต็มไปหมด ตั้งแต่กิจการห้างร้านที่คนรุ่นใหม่ไฟแรงกลับมาพลิกแดนเกิดเมืองนอนให้ฟุ้งไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ต่อยอดข้าวหอมมะลิเป็นเบเกอรี ทายาทนายฮ้อยดีกรีปริญญาโทจากอเมริกาหันมาพัฒนาพันธุ์ควาย ของดีที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ มัณฑนากรสาวเปลี่ยนบ้านเก่าเป็นคาเฟ่ แหล่งรวมของใช้ย้อนวัยที่หวนบรรยากาศครั้งอดีตกลับมาอีกครั้ง ไปจนถึงร้านกาแฟในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

คอลัมน์ Take Me Out ขอพาทุกท่านตะลุย 10 สถานที่ ทั้งวิถีวัฒนธรรมและเชิงนิเวศ จากคนมีฝันและคนมีไฟ กลับมาชุบชีวิตให้ร้อยเอ็ดเป็นเมืองแห่งแรงบันดาลใจของภาคอีสาน

01

พอดิน Clay Studio

ห้องเรียนศิลปะโอเพนแอร์ที่เชื่อว่าแค่มีดินก็เพียงพอ

พอดิน Clay Studio

‘พอดิน’ มาจากภาษาอีสานว่า ‘พ้อดิน’ แปลว่า เจอดินแล้ว

แต่อีกความหมายที่ ตี๋เล็ก-บุญกิจ พันธุ์ศรีศักดิ์ ตั้งใจซ่อนไว้ในชื่อ คือ มีแค่ดินก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างงานศิลปะสักชิ้นหนึ่ง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตี๋เล็กคืออดีตเด็กสถาปัตย์ผู้เคยติด F วิชางานปั้นสมัยเรียน ปัจจุบันกลับเป็นเจ้าของ ‘พอดิน Clay Studio’ โรงเรียนสอนศิลปะงานปั้นดินเผาไซส์จิ๋วแห่งเมืองร้อยเอ็ด เพราะฝึกทักษะพื้นฐานและปรับทัศนะให้หันมาเห็นคุณค่าของดินกับปราชญ์ชาวบ้านที่บ้านค้อ จังหวัดมหาสารคาม ก่อนมุ่งหน้าไปขอทำงานกับ อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินปั้นดินที่เชียงราย ทว่าไม่มีโอกาสได้ร่วมงาน 

เขาจึงหันมาเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเอง จนมีโอกาสไปอวดโฉมผลงานในงาน ‘ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านอาร์ต’ งานเทศกาลศิลปะครั้งใหญ่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2562 นับจากนั้นจึงเริ่มจัดเวิร์กชอปสอนปั้นดินเผาให้แก่ผู้สนใจ แต่มากกว่าวิชาความรู้หรือทักษะหัตถกรรม สิ่งที่ตี๋เล็กตั้งเป้าอยากถ่ายทอด คือความสุขจากการได้ทำงานศิลปะ เพราะแต่ละชิ้นต้องใช้จินตนาการ ความอดทน ทะนุถนอมกว่าจะได้ผลงานอันแสนน่าภูมิใจออกมา

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

“ดินที่ดี คือดินที่มีอยู่ที่บ้าน” เขาว่า

ตอนนี้ตี๋เล็กหลงใหลวิชาปั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จนเริ่มผลิตดินสำหรับงานปั้นโดยเฉพาะเพื่อจำหน่าย ควบคู่ไปกับการทำงานวิจัยการเคลือบเครื่องปั้นด้วยกากกาแฟอีกด้วย

พอดิน Clay Studio แฝงตัวอยู่กับ Skipper Garden ใช้พื้นที่กลางสวนเป็นห้องเรียนเปิดโล่ง พร้อมแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนตามงานเทศกาลต่าง ๆ เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้คนหลากหลายได้เข้ามาสัมผัสงานฝีมือแขนงนี้ แทนที่จะอยู่นิ่งอยู่กับที่

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 1542 2394

Facebook : พอดิน clay studio

02

Skipper Garden

ร้านกาแฟกลางป่ากึ่งพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีต้นไม้เยอะที่สุดในร้อยเอ็ด

Skipper Garden

ธรรมชาติบำบัดคนได้

กิ่ง-ปฏิญญากร บุราณรมย์ เจ้าของร้าน ‘Skipper Garden’ เชื่ออย่างนั้น เพราะเขามีคุณพ่อคอยปลูกฝังให้รักต้นไม้ตั้งแต่เด็ก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

วันเวลาล่วงไป จากดินรกร้าง ลูกหลานทอดทิ้งไปอยู่เมืองหลวง พร้อมป้ายประกาศให้เช่า กิ่งเปลี่ยนบ้านเป็นสวนส่วนตัว แต่เพราะอยากให้คนอื่นเข้ามาสูดไอดิน ดมกลิ่นหญ้า จึงปรับเป็นร้านกาแฟกลางป่า แผ่ร่มเงาแห่งการรักษ์ป่าครอบคลุมทั่วร้อยเอ็ดอย่างที่เห็น

ต้นไม้บางต้นเติบโตขึ้นเองอย่างไม่ตั้งใจ ไม่ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ยก็ใหญ่ได้โดยธรรมชาติ

ต้นไม้บางต้นก็มีที่มาที่ไป

เขาเล่าพลางชี้ไม้ชี้มือให้ดูต้นขนุนหน้าห้องน้ำ พร้อมเฉลยว่าตัวเองทิ้งเมล็ดลงไปในดินตรงนั้นตอนเริ่มก่อสร้างร้าน ผ่านไปไม่นานก็สูงใหญ่ใบดก เป็นแหล่งอ้างอิงอายุอานามของร้านที่แสนน่ารัก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

กิ่งปลูกปั้น Skipper Garden ขึ้นเพราะต้องการให้แขกไปใครมาได้รับพลังบวกจากต้นไม้พวกนี้ วางตัวเป็นแหล่งชาร์จแบตธรรมชาติ เปิดพื้นที่ป่ากลางเมืองให้ทุกคนมาพักผ่อนหย่อนใจ จิบกาแฟ นอนเปล รับลมกลางวันอุ่น ๆ มีสุมทุมพุ่มไม้เป็นเครื่องกีดกั้นความเครียดทิ้งไปตั้งแต่หน้าร้าน ร่มไทรใบบังเป็นร่มกางกั้นแสงแดดให้ต้องผิวแต่พอดี

“อาจจะไม่นาน ครู่สั้น ๆ แต่หากเยียวยาจิตใจคนได้ก็คุ้มแล้ว”

อ้อ! อาณาโดยรอบอันกว้างขวาง คือพื้นที่กึ่งสาธารณะที่กิ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาจัดกิจกรรมใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ไปจนถึงพอดิน Clay Studio โรงเรียนสอนทำเครื่องปั้นดินเผา

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 5135 7752

Facebook : Skipper Garden 

03

Hommali Story

แป้งข้าวหอมมะลิของดีเมืองร้อยเอ็ด สู่เมนูเบเกอรีแสนอร่อย

Hommali Story

‘เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ’

ใคร ๆ ก็รู้ว่าข้าวหอมมะลิคือของดีประจำเมืองหอโหวดแห่งภาคอีสาน แต่ครั้นจะปล่อยของดีอยู่บนหอคอยงาช้าง ไม่คิดคัดดัดแปลงให้งอกเงยงอกงามขึ้นก็น่าเสียดาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ภูมิ กองทุ่งมน แห่ง ‘Hommali Cafe’ ลูกร้อยเอ็ดที่ทดลองทำธุรกิจมาหลากหลายแขนง จึงหยิบแป้งข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาต่อยอด ผสานกับทักษะการทำขนมอบแบบฝรั่งที่เจ้าตัวไปเรียนมา ลองผิดลองถูกจนได้สูตรเบเกอรีแป้งข้าวหอมมะลิ เคล็ดลับเฉพาะหอมมะลิคาเฟ่เท่านั้น

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ร้านขนมแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศอบอุ่น สีสว่างสะอาดตา และเรื่องราวแห่งการสานต่อภูมิปัญญา แต่ยังแฝงไปด้วยวิสัยทัศน์ของเจ้าของร้าน ภูมิแบไต๋ว่าอยากพัฒนาสูตรให้เด็ดดวงจนวางขายตามร้านสะดวกซื้อ เสิร์ฟบนเครื่องบิน และส่งออกไปอวดของดีให้ชาวโลกได้ชิม ความฝันนี้ดูไม่ไกลเกินเอื้อมนัก เพราะเขาได้ แป้ง-พักตร์จิรา กองทุ่งมน ศรีภรรยา มาช่วยดูแลแผนการตลาดและกลยุทธ์

Hommali Cafe คือคาเฟ่แห่งภูมิปัญญา เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าร้อยเอ็ดคือเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์แห่งอีสาน

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 09 9610 5986

Facebook : Hommali Story

04

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

อาร์ตคาเฟ่ที่พิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

‘อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101’ คือคาเฟ่กึ่งอาร์ตสเปซกลางเมืองร้อยเอ็ดของ ต้น-ปรัชญา บุณยทัต ชาวนนทบุเรี่ยนที่ย้ายมาร้อยเอ็ดตามพ่อแม่

เกิดขึ้นด้วยความต้องการให้มีพื้นที่ที่ใคร ๆ ก็เข้ามาลองสัมผัส เพื่อพิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว ใช้เครื่องดื่มแก้วโปรดเป็นสื่อพาคนเข้าหาศิลปะอย่างแนบเนียน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ต้นไม่ใช่ศิลปินยิ่งใหญ่ที่เสกสรรงานศิลปะได้ตามใจหมาย เขาคือภูมิสถาปนิกคนธรรมดาผู้พึงพอใจกับการได้วาดรูปตามประสา เพียงแต่ไม่ต้องการให้กรอบความงามมาจำกัดจินตนาการไปอย่างน่าเสียดาย เขาหยิบชื่อ ‘อาร์ต ละ วาด’ ซึ่งเพี้ยนมาจากท่อนหนึ่งในเพลง เอาละเว้ย ของ โต้ง Twopee Southside เป็นชื่อร้าน ให้แขกไปใครมาได้อาละวาดสาดสีตามใจหมายได้อย่างไร้กังวล

มนุษย์ เครื่องดื่มแก้วโปรด งานศิลปะ ดูจะเป็น 3 สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่กลับเชื่อมโยงจนลงตัวอย่างน่าพิลึก ณ สถานที่แห่งนี้

ในอนาคต ต้นวางแผนให้อาร์ต ละ วาด แบ่งโซนร้านกาแฟกับสถานที่จัดเวิร์กชอปสอนระบายสีน้ำออกจากกันอย่างชัดเจน แถมอยากเติมพื้นที่แกลเลอรีแสดงผลงานไซส์ย่อมมาให้ครบวงจร เพื่อให้คนที่เข้ามาได้สัมผัสและตกหลุมรักศิลปะ

ที่ตั้ง : 33/63 ถนนกองพลสิบ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 2333 4095

Facebook : อาร์ต ละ วาด arts space & cafe 101

05

บ้านโบราณดี Gallery

ร้านอาหารจากบ้านเก่าของมัณฑนากรสาวกลับบ้าน

บ้านโบราณดี Gallery

ดวง-ดวงมณี สูงสันเขต คือสาวร้อยเอ็ดโดยกำเนิด 

เธอเป็นลูกสาวหล่าของครอบครัว มีกิจกรรมวาดภาพระบายสี ทำงานประดิดประดอย เป็นเครื่องแก้เหงาในวัยเยาว์

เธอติดตามรถพุ่มพวงของพ่อแม่ ตระเวนขายกับข้าวให้คนทั่วชุมชน พบปะทักทายผู้คนจนสนิทสนมประหนึ่งญาติตั้งแต่เด็กเช่นกัน

หลังเรียนจบเป็นมัณฑนากรเต็มตัว จึงตัดสินใจหอบฝันกลับถิ่นเกิด เพราะต้องการกลับมาดูแลพ่อแม่ ซึ่งนับวันก็ยิ่งอายุมากขึ้น เธอแปลงโฉมบ้านเก่าของครอบครัวเป็นร้านอาหาร เสิร์ฟกับข้าวสูตรคุณแม่ที่เคยทำเร่ขายกับรถพุ่มพวงและอร่อยเด็ดมัดใจคนทั้งย่านมาแล้ว แถมยังอุดหนุนวัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่นมาประกอบอาหารทุกจาน แจกจ่ายรายได้ให้ผู้เฒ่าผู้แก่อย่างทั่วถึง ส่วนพาร์ตเครื่องดื่ม เธออาศัยความชอบและทักษะการเรียนรู้ รังสรรค์ทุกเมนูขึ้นมาด้วยตัวเอง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

สรรพสิ่งที่ตกแต่งในร้านล้วนเป็นของกระจุกกระจิกที่ชวนหวนให้คิดถึงความอบอุ่นแห่งวันวาน เก่าเก็บบ้าง เขาให้มาบ้าง บางชิ้นดวงประดิษฐ์ขึ้นมาเองบ้าง ใครได้มาที่นี่ก็ล้วนอยากกลับบ้านไปนอนตักแม่

ดวงมณีอยากพิสูจน์ว่าคนรุ่นใหม่ก็กลับบ้านมาอยู่กับพ่อแม่ ใช้ของดีที่มีอยู่แล้วเป็นอาชีพได้จริง ไม่ใช่แค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ

ที่ตั้ง : 28 ตำบลธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 4297 4929

Facebook : บ้านโบราณดีgallery

06

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

ฟาร์มสเตย์กลางทุ่ง แหล่งจุบรรยากาศท้องทุ่งอีสาน

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

เพราะไม่อยากให้คนพื้นที่ลืมถิ่นเกิด ละทิ้งรากเหง้าของตัวเองไป ก้อง-วีรพล คำสุวรรณ หนุ่มนักดนตรีผู้ประสบภัยโรคระบาดตัวร้ายจึงหันหน้ากลับบ้าน เปลี่ยนบ้านพักกลางทุ่งที่ครอบครัวทำไว้สังสรรค์ส่วนตัวเฉพาะเพื่อนฝูงคนรู้ใจ เป็นฟาร์มสเตย์ที่พัก ให้แขกได้เข้ามาสัมผัสวิถีชาวนาขนานแท้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมต้องการกระจายรายได้ หากิจกรรมให้พ่อแม่ทำไม่เหงาห่อเหี่ยว จึงจัดแจงแบ่งหน้าที่ตามถนัด คุณพ่อดูแลนาและสวนโดยรอบให้เขียวชอุ่ม พร้อมชาร์จพลังสดชื่นจากธรรมชาติไว้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน คุณแม่งัดเสน่ห์ปลายจวัก ค้นสูตรลับเฉพาะตัวมาขโมยใจใครก็ตามที่ได้ชิม

ก่อนหน้าสถานการณ์โรคระบาดตัวร้ายจะกลับมาอีกครั้ง ก้องเห็นว่าสถานการณ์ของพี่น้องวงการดนตรีซบเซาจนน่าใจหาย จึงจัดเทศกาลดนตรีเล็ก ๆ ขึ้นที่ฟาร์มสเตย์แห่งนี้ ชื่อ ‘ในนามีเพลง’ ชวนศิลปินในพื้นที่มาสังสรรค์คลายเครียด ให้รู้ว่ายังมีกันและกันอยู่

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมยังกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่ ทำโครงการ ‘ส่งปิ่นโต’ ให้แม่ป้ารังสรรค์เมนูลับเฉพาะครัว อาหารพื้นถิ่น ใส่ปิ่นโตมาบริการนักท่องเที่ยวให้ได้กินวิถีชีวิตดั้งเดิมไม่ปรุงแต่ง

“ชีวิตชาวนาสร้างนิสัยคราฟต์ต่อการใช้ชีวิต” ก้องว่า

เขาตกหลุมรักวิถีเกษตรเข้าอย่างจังเมื่อได้มาต่อยอดปู่ย่า ฟาร์มสเตย์ วิ่งเล่นตามคันนา จับปู ดักปลา ยิงกะปอม แล้วประกอบอาหารแบบพื้นบ้าน เสน่ห์ข้อนี้ผูกเงื่อนตายระหว่างเขาเข้ากับฟาร์มสเตย์แห่งนี้

“วิถีชาวนาอาจไม่สะดวกสบาย แต่มันให้ทุกอย่างที่ชีวิตต้องการ ทั้งข้าวปลาอาหารและเงินทอง หากรู้วิธีบริหารจัดการที่ดี” 

ที่ตั้ง : ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด 45230 (แผนที่)

ร้านอาหารเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.00 – 18.00 น.

ที่พักฟาร์มสเตย์ติดต่อทางเฟซบุ๊ก

โทรศัพท์ : 08 0750 9312

Facebook : ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

07

Midori Cafe

คาเฟ่ใบไม้สีเขียวฉบับแดนอาทิตย์อุทัยที่อบอุ่นดุจบ้านเพื่อน

Midori Cafe

Midori เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่าใบไม้สีเขียว

อาร์ต-พิศุทธิ์ แสงสุริศรี ลูกหลานร้อยเอ็ดหยิบเอาความหลงใหลในธรรมชาติ โดยเฉพาะธรรมชาติแบบญี่ปุ่นที่เจ้าตัวมีโอกาสไปสัมผัส จากคราวไปเยี่ยมแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อย ๆ มาใช้เป็นธีมหลักในการตกแต่งร้าน สร้างมินิเจเปนทาวน์ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

นอกจากบรรยากาศแดนอาทิตย์อุทัย แตกต่างจากบริเวณโดยรอบ ความพิเศษที่อาร์ตบรรจงใส่ลงไปในร้าน คือบริการคั่วกาแฟแบบแก้วต่อแก้ว ด้วยความหลงใหลจนถึงขั้นมีโรงคั่วของตัวเอง ใครถนัดกาแฟคาแรกเตอร์แบบไหน กระซิบบอกอาร์ตให้จัดได้ตามต้องการ 

อาร์ตเผยความลับในใจว่าเขารักอาชีพนี้และร้านนี้อย่างมาก ลงทุนทุ่มเททุกเรี่ยวแรงตั้งแต่ Day 1 เขาจึงไม่เคยคิดย่อท้อ พร้อมตื่นเช้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มแก้วอร่อยตั้งแต่ 7 โมง ยาวไปจนถึง 2 ทุ่ม วันหยุดราชการ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันพิเศษโอกาสใด ก็ปิดบริการ Midori Cafe ไม่ได้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

คำโอภาปราศรัย เครื่องดื่มรสชาติดี บรรยากาศอบอุ่น ประสานพลังให้เราสัมผัสความเป็นกันเองได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้าบริเวณร้าน

เหมือนมาบ้านเพื่อนเลย-เราคิด 

ที่ตั้ง : ซอยราชการดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2832 9897

Facebook : Midori Cafe

08

ฟาร์มควายดี 

ฟาร์มควายไทยพันธุ์ดีของเหลนนายฮ้อยดีกรี ป.โท อเมริกา 

ฟาร์มควายดี

ควาย คือเพื่อนข้างกายเกษตรกรไทยมานานเกินกว่าจะนับได้ แม้เป็นสัตว์ที่ถูกมองข้ามอยู่ตลอดเวลา โดนตีตราว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเขลา แต่เพื่อนสี่ขาเขาโง้งยาว เจ้าของนิยามถึกทนนี้ คือความสนใจของ เจ๋ง-จารุตตม์ เดชะพหุล หนุ่มนักเรียนนอก ดีกรีปริญญาโทจากอเมริกา

สายเลือดนายฮ้อยจากคุณตาทวดกระตุ้นให้เขาสังเกตว่าเกษตรกรไทยไม่ได้มีรายได้ดีเท่าเกษตรกรฝรั่ง จากประสบการณ์ตรงเมื่อคราวไปเรียนต่อด้านการตลาดที่รัฐเนแบรสกา (Nebraska) เจ้าตัวจึงกลับมาทุ่มเทศึกษาควายอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับเรียนรู้วิถีเกษตรกรไทย จนเห็นแจ้งว่าเกษตรกรไทยขาดองค์ความรู้ในการทำเกษตรให้เป็นที่ต้องการของตลาด 

เขาจึงผลักดันการกระจายองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อม ๆ กับพัฒนาสายพันธุ์เพื่อนรักชาวนาอย่างควาย ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด ให้ได้ควายสายพันธุ์ดีตรงตามความต้องการตลาดควาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตลาดควายยิ่งใหญ่และน่าสนใจอย่างมาก มีทั้งสายสวยงาม สายควายเนื้อ สายควายนม และบรรดาควาย ๆ ในฟาร์มควายดีก็น่ารักจับใจ 

ปัจจุบันเจ๋งเป็นที่ปรึกษาสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย มีโอกาสได้ออกไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เลี้ยงควายอยู่บ่อย ๆ เพื่อพัฒนาและอนุรักษ์สายพันธุ์ควายไทยให้เจ๋งสมชื่อ

อนาคตเจ้าตัวยังมีแผนเปิดร้านอาหารกึ่งศูนย์เรียนรู้ เปลี่ยนความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ให้หันมารักน้องควายผ่านกิจกรรมสนุก ๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : โทรติดต่อคุณเจ๋งเพื่อนัดเวลา

โทรศัพท์ : 09 2425 9499

Facebook : KWAI DEE – ฟาร์มควายดี

09

เมืองไม้บาติก

แหล่งผ้าบาติกแดนใต้ใจกลางอีสาน

เมืองไม้บาติก
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ผ้าบาติกคือของดีจากแดนด้ามขวาน ลวดลายที่เห็นกันจนชินตามีตั้งแต่น้ำทะเลไปจนถึงต้นมะพร้าว สีสันฉูดฉาดแจ่มตา

อาจารย์ต่อศักดิ์ สิทธิสา คือผู้ริเริ่มพาผ้าบาติกแดนใต้มาสู่กลางภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิด ‘เมืองไม้บาติก’ โรงเรียนสอนและโรงงานผลิตผ้าบาติกที่เขาพัฒนาจนเด่นดัง ใครได้ยินว่าร้อยเอ็ดมีผ้าบาติกเป็นของดี เป็นต้องขมวดคิ้วฉงน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

เมืองไม้บาติกพัฒนาทั้งลวดลายและสีสันของผ้าให้มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนบาติกดั้งเดิม ใช้ผ้าไหมทอมือของร้อยเอ็ดแท้ ๆ เพนต์ลวดลายธรรมชาติ สาดเฉดสีเอิร์ธโทนนวลตา ตรงใจลูกค้าทั้งไทยเทศ อาจารย์ต่อศักดิ์เปิดรับนักเรียนเฉพาะกิจ สำหรับใครที่สนใจเรียนรู้วิธีทำผ้าฉบับกระชับ แวะเข้ามาเติมแต้มแต่งผ้าได้ตามจินตนาการความชอบ ใส่ไอเดียได้อย่างเต็มที่ หรือใครอยากเลือกช้อปไปเติมตู้ ก็เลือกสรรได้ตามอัธยาศัย 

อาจารย์ต่อศักดิ์เล่าอย่างภาคภูมิใจว่า เมื่อ พ.ศ. 2547 เมืองไม้บาติกได้รางวัลโอทอประดับ 5 ดาว จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วจังหวัดเพื่อนบ้าน ทั้งยังได้รับคัดเลือกจากสายการบินไทย นำไปเป็นสินค้าโอทอปขายบนเครื่องบินอีกด้วย

จะซื้อใช้ซื้อฝาก ก็เป็นตาฮักไปเบิ้ด!

ที่ตั้ง : 281 หมู่ 2 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 0 4356 9048

10

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

ร้านอาหารในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

สีนะวัฒน์พาณิชย์ คือกิจการเก่าแก่คู่เมืองร้อยเอ็ดที่ แทน สีนะวัฒน์ ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กวิ่งซนมาด้วยความผูกพัน

พอถึงคราวได้ทำ ‘Elefin’ ธุรกิจร้านอาหารของตัวเองซึ่งมีสาขาอยู่ทั้งกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ จึงอยากกลับมาเปลี่ยนมรดกบ้านเก่าของครอบครัวริมบึงพลาญชัย เป็นร้านบริการอาหารและเครื่องดื่มภายใต้เครือเดียวกัน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แทนหยิบเอาชื่อปู่ ‘สวน’ ย่า ‘พยอม’ มาเป็นชื่อสร้อยต่อท้ายประจำสาขา ด้วยอยากให้คนร้อยเอ็ดได้มีที่พักผ่อน แหล่งครัวอาหารอร่อยปลอดภัย เสิร์ฟเมนูคุณภาพและเครื่องดื่มสุขภาพ เป็นหมุดหมายสำคัญของเมือง เคียงคู่ไปกับการเป็นแหล่งรวมความทรงจำวัยเยาว์ของเขา

เอลเลฟินตกแต่งด้วยนานาอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับกิจกรรมทอผ้าไหมของ ย่าพยอม สีหะวัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะงานผ้า) พ.ศ. 2530 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และสะท้อนภูมิปัญญาชาวอีสาน เพิ่งปรับตัวเป็น House Museum อย่างเป็นทางการเพื่อเชิดชูเกียรติคุณย่า นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือจับปลาแบบดั้งเดิมของคุณปู่ ไปจนถึงโมเดลรถ ของสะสมส่วนตัวของแทน กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณอย่างน่ารัก

เรือนไม้ตึกแถวขนาด 4 คูหา 2 ชั้นยังคงอบร่ำไปด้วยเสน่ห์แห่งวันวานอยู่คู่เมืองร้อยเอ็ดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่ตั้ง : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7599 9222

Facebook : Elefin Cafe Bahn Suan Payorm ร้านอาหารเเละกาแฟ ริมบึงพลาญชัย ร้อยเอ็ด

Writer

กรภัทร พรมรักษา

ออกเดินทาง ซดกาแฟ มองท้องฟ้า ฟังเรื่องเล่า ประสบการณ์ไม่เคยเก่าเลย

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load