ไม่แน่ใจว่าฮ่องกงในภาพจำของคนอื่นเป็นอย่างไร แต่สำหรับเราฮ่องกงเป็นเมืองที่มีความหลากหลายอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงเมืองช้อปปิ้งอย่างที่ถูกโปรโมตจนเป็นภาพจำ

ไม่ว่าคุณจะมีรสนิยมอย่างไร ชื่นชอบชื่นชมสิ่งใด คุณสามารถพบสถานที่ที่ทำให้สบายใจในฮ่องกง

ชอบศิลปะก็สามารถเดินเข้ามิวเซียม ชอบถ่ายรูปก็เดินถ่ายได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ ชอบช้อปปิ้งก็มีห้างสรรพสินค้ารองรับ ชอบกินก็มีทั้งร้านอาหารริมทางยันภัตตาคารสุดหรู ชอบกาแฟและขนมก็มีคาเฟ่โคตรเท่ให้เลือก ชอบไหว้เจ้าก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นที่พักพิงทางใจ

และเป็นความหลากหลายนั้นเอง ที่ทำให้ฮ่องกงเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ มีชีวิตและชีวา แตกต่างจากบ้านเมืองที่มีความเจริญใกล้เคียงกัน

ในช่วงเวลาที่เทศกาลตรุษจีนกำลังจะเวียนมา เราเลยอยากลองลิสต์ 8 สิ่งน่าทำหลากหลายหมวดหากไปเยือนฮ่องกงในช่วงนั้น (เลข 8 คือเลขนำโชคของชาวฮ่องกง) ซึ่งหากใครได้ไปทำครบทั้ง 8 กิจกรรม สำหรับเรา นี่ถือเป็นเรื่องโชคดีโดยที่ไม่ต้องรอคำอวยพรใดๆ แล้ว

 

เดินดูงานดีไซน์ที่ PMQ และเดินเล่นย่าน Tai Ping Shan

 PMQ บันได

สำหรับคนชอบงานออกแบบคงเคยได้ยินชื่อของ PMQ กันอยู่แล้ว อาคารสีเขียวขาวสุดคลาสสิกแห่งนี้แต่เดิมเป็นแฟลตตำรวจเก่าที่สร้างเมื่อปี 1951 โดยหลังจากที่รัฐสร้างที่พักแห่งใหม่ให้ตำรวจ อาคารแห่งนี้จึงถูกทิ้งร้างจนกระทั่งปี 2010 รัฐบาลฮ่องกงตัดสินใจปรับพื้นที่ให้กลายเป็นแหล่งรวมคนในวงการสร้างสรรค์ได้มาปล่อยของ ทั้งศิลปิน ดีไซเนอร์ โดยห้องพักตำรวจแต่ละห้องถูกปรับเป็นสตูดิโอ แกลเลอรี่ ร้านขายสินค้าของนักออกแบบ ร้านหนังสือ คาเฟ่ ฯลฯ รวมทั้งมีอีเวนต์สนุกๆ เพื่อขับเคลื่อนวงการสร้างสรรค์ในฮ่องกง

Tai Ping Shan Street

Tai Ping Shan Street

ที่สนุกไม่แพ้ตัวอาคาร PMQ คือบริเวณย่านที่อยู่รายล้อม ซึ่งสามารถเดินเล่นได้เพลินๆ เช่น Tai Ping Shan Street ซึ่งเป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านรวงน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่บรรยากาศดีหรือแกลเลอรี่ของศิลปินท้องถิ่นแทรกตัวอยู่

 

ส่อง street art ย่าน Wong Chuk Hang

สตรีทอาร์ต Street Art

ใครชอบงานสตรีทอาร์ตน่าจะเพลิดเพลินกับการเดินในย่าน Sheung Wan และ Sham Shui Po ซึ่งเป็น 2 ย่านที่กำแพงและผนังอาคารมีงานศิลปะปรากฏให้เห็นกระจายอยู่ทั่วพื้นที่

ฮ่องกงถือเป็นที่ที่มีซีนทางด้านสตรีทอาร์ตน่าสนใจเมื่อมีกลุ่มที่ชื่อ HKwalls คอยผลักดันและเปิดพื้นที่ให้ศิลปินสตรีทอาร์ตในฮ่องกงได้มีโอกาสแสดงผลงานโดยไม่ผิดกฎหมาย โดยตั้งแต่มี 2014 เป็นต้นมาได้จัดงาน Street Art Festival ตามย่านต่างๆ เริ่มต้นที่ย่าน Sheung Wan และ Stanley Market ปี 2016 ที่ย่าน Sham Shui Po และล่าสุดเมื่อปี 2017 ที่เพิ่งผ่านมาทางกลุ่มเลือกย่าน Wong Chuk Hang ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราถ้าสนใจสามารถเข้าไปดูแผนที่ในเว็บไซต์แล้วเดินตามชมผลงานได้เลย

แผนที่

 

เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านอาหารและการกิน

Poon Choi

ฮ่องกงมีอาหารขึ้นชื่อหลายอย่าง แต่ถ้าจะให้แนะนำอาหารที่ทำให้ได้อิ่มท้องและเรียนรู้วัฒนธรรมไปพร้อมกันในช่วงตรุษจีนอยากขอแนะนำ Poon Choi อาหารที่คนฮ่องกงกินเพื่อเป็นสิริมงคล โดยในหม้อขนาดใหญ่ประกอบด้วยวัตถุดิบที่ชื่อพ้องความหมายกับคำที่เป็นมงคล เช่น กุ้ง ที่เสียงพ้องความหมายกับเสียงหัวเราะที่มีความสุข หอยนางรมแห้ง ที่หมายถึงความสิริมงคลที่เกิดขึ้นในชีวิต หรือผักที่ในภาษาจีนกวางตุ้งออกเสียงคล้ายกับคำที่มีความหมายว่า โชคลาภ

อีกกิจกรรมการกินที่เราอยากแนะนำคือการไปหยำฉ่า ซึ่งแม้คำว่า ‘หยำ-ฉ่า’ จะแปลตรงตัวว่า ดื่มชา แต่สำหรับคนจีนการหยำฉ่ากินความหมายกว้างกว่านั้น อย่างที่รู้กันว่าเทศกาลตรุษจีนสำหรับคนจีนคืองานรวมญาติ โดยหนึ่งในสถานที่นัดพบกันพร้อมหน้าคือร้านน้ำชาที่มีเสิร์ฟติ่มซำยามเช้าจนถึงเที่ยง เพราะฉะนั้น ใครอยากสัมผัสบรรยากาศแสนคึกคักแบบ local แท้ๆ แนะนำให้ลองดูสักที

 

ไหว้เจ้าที่ Che Kung Temple

Che Kung Temple Che Kung Temple Che Kung Temple

วัฒธรรมความเชื่อกับชาวฮ่องกงนั้นแยกกันไม่ออก แม้จะได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกที่เข้ามาปกครองอย่างยาวนานก็ตาม โดยช่วงคืนก่อนเข้าสู่วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ศาลเจ้าต่างๆ ทั่วเมืองจะเต็มไปด้วยผู้คนที่แห่ไปไหว้เจ้าเพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเองและครอบครัว ใครนึกภาพไม่ออกให้นึกภาพวัดเล่งเน่ยยี่หรือศาลเจ้าพ่อเสือในไทยและคูณสองเข้าไปน่าจะใกล้เคียง

โดยหนึ่งในศาลเจ้าที่เป็นที่นิยมคือศาลเจ้าอายุกว่า 300 ปี อย่าง Che Kung Temple ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยอดฮิตของชาวไทย ช่วงตรุษจีนศาลเจ้าแห่งนี้จะถูกประดับประดาไปด้วยกังหันหลากสี โดยคนนิยมไปหมุนกังหันสีทองพร้อมขอพร

ไม่เฉพาะคนทั่วไปที่หวังเปลี่ยนชีวิตเท่านั้นที่เดินทางไปศาลเจ้าแห่งนี้เพราะหากไล่รายชื่อดูเราจะเห็นว่ามีทั้งคนมีชื่อเสียง ผู้มีอำนาจ ผู้ว่าการรัฐ ซึ่งตอกย้ำถึงวัฒนธรรมความเชื่อของชาวฮ่องกงต่อศาลเจ้าที่ว่าไว้เป็นอย่างดี

 

นั่งรถรางถ่ายรูปเล่น

รถราง รถราง รถราง

หนึ่งในกิจกรรมที่ใช้เงินน้อยแต่เพลิดเพลินไม่น้อยคือการขึ้นรถรางแล้วถ่ายรูปเล่น โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่แสงไฟทั่วเมืองทำงานแทนแสงจากดวงอาทิตย์

ทุกวันนี้เหลือเพียงฮ่องกงที่ยังคงอนุรักษ์รถรางสองชั้นเอาไว้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยว ทำให้ทางเลือกในการเดินทางในย่านธุรกิจฝั่งเกาะฮ่องกงมีทางเลือกหลากหลาย ทั้งรถประจำทาง รถไฟใต้ดิน และรถราง ซึ่งแม้รถรางจะเป็นระบบขนส่งสาธารณะบนบกที่เก่าแก่แต่สภาพของรถรางกลับใหม่เอี่ยมสวนทางกับอายุการใช้งาน

ราคาค่าเดินทางก็สุดถูก เพียง 2.30 ดอลลาร์ฮ่องกงตลอดสาย ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือมันค่อนข้างช้า อย่างที่รู้กัน รถรางเคลื่อนตัวด้วยความเร็วจำกัดอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีป้ายค่อนข้างถี่ ระยะทาง 13 กิโลเมตร จากถนน Johnston ไปถึงย่าน Causeway Bay มีถึง 120 สถานี แต่ด้วยความช้าของมันก็ทำให้เหมาะกับคนที่ต้องการนั่งรถเล่น ถ่ายรูปเพลินๆ

 

อัพเดตเทรนด์สนีกเกอร์

NIKE

ฮ่องกงเป็นเมืองช้อปปิ้งสนุก มีหลายอย่างน่าซื้อหา แต่ถ้าจะให้แนะนำสักอย่างที่เป็นจุดเด่นของเมืองเมืองนี้ เราอยากเฉพาะเจาะจงลงไปที่รองเท้าผ้าใบ

ในเอเชีย ฮ่องกงถือเป็นที่ที่วัฒนธรรมสตรีทแฟชั่นแข็งแรงเป็นอันดับต้นๆ หลายคนอาจไม่รู้ว่า Hypebeast สื่อที่ทรงอิทธิพลในโลกสตรีทแฟชั่นที่สุดในโลกสื่อหนึ่งก่อตั้งโดยหนุ่มฮ่องกงที่ชื่อ Kevin Ma นอกจากนั้นยังมีแบรนด์ท้องถิ่นที่ขยับกลายเป็นแบรนด์ที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง CLOT ของพระเอก Edison Chen และ Kevin Poon

สำหรับใครที่สนใจอยากเดินอัพเดตเทรนด์วงการสตรีทแฟชั่น มี 2 ย่านที่น่าสนใจ ย่านแรกคือ Fa Yuen Street หรืออีกชื่อคือ Sneaker Street จะมีถนนสักกี่สายบนโลกที่มีร้านรองเท้าเรียงรายติดๆ กันคล้ายร้านทองบนถนนเยาวราช ถนนสายรองเท้าผ้าใบความยาวราว 150 เมตร มีร้านรองเท้าผ้าใบราว 50 ร้าน เรียกว่ามีรองเท้าหลากหลายรุ่นให้เดินเลือกกันจนตาลาย อีกย่านคือ Causeway Bay ซึ่งมีร้านที่น่าสนใจหลายๆ ร้านตั้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็น NIKE LAB ซึ่งเป็นร้านระดับเอ็กซ์คลูซีพที่มีสินค้าลิมิเต็ดของแบรนด์ไนกี้ให้เลือกซื้อ นอกจากนั้นยังมีมัลติแบรนด์ชื่อดังอย่าง I.T ด้วย

 

สัมผัสความสงบบนเกาะ Lamma

ชายหาด สตรีทอาร์ท เกาะ Lamma

ใครๆ ก็จดจำฮ่องกงว่าเป็นเมืองสุดโหวกเหวก ผู้คนเสียงดัง จึงไม่แปลกที่เหล่าแบ็กแพ็กเกอร์จำนวนไม่น้อยจะหลงใหลเกาะ Lamma เพราะเกาะเล็กๆ ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีจากท่าเรือเซ็นทรัลนั้นเงียบสงบ ไม่มีแม้กระทั่งรถยนต์ การเดินทางภายในเกาะใช้จักรยานและการเดินเท้าล้วนๆ แต่ถนนหนทางก็สะดวกสบายดีไม่ได้ลำบากอะไร

สิ่งที่ขึ้นชื่อของเกาะแห่งนี้คืออาหารทะเล (ก็แน่อยู่แล้ว ตั้งอยู่กลางทะเลขนาดนั้น) เมื่อก้าวเท้าจากเรือขึ้นฝั่งเราจะเห็นร้านอาหารเรียงรายต้อนรับ แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีแค่นั้น เพราะเมื่อเดินลึกเข้าไปเราจะพบร้านรวงน่ารัก คาเฟ่น่านั่ง และมีชายหาด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากฮ่องกงที่เราคุ้นชิน

 

รอดู International Chinese New Year Night Parade

ดอกไม้ไฟ เชิดมังกร พาเหรด พาเหรด

แต่ละปีหนึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยวและคนฮ่องกงรอคอยคือการได้ชมขบวนพาเหรดใน งาน International Chinese New Year Night Parade ซึ่งเป็นหนึ่งในงานพาเหรดบนท้องถนนที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งปีนี้จะจัดในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ในธีม ‘Best Fortune. World Party.’ โดยขบวนพาเหรดสุดอลังการจะเคลื่อนไปบนถนน Canton Road, Haiphong Road และ Nathan Road ในย่าน Tsim Tha Tsui

นอกจากนั้นในค่ำคืนวันที่ 17 บริเวณอ่าววิกตอเรียยังมีการแสดงพลุดอกไม้ไฟฉลองวันขึ้นปีใหม่จีนอีกด้วย ใครที่ไปฮ่องกงช่วงนั้นแนะนำว่าไม่ควรพลาดอย่างยิ่งเพราะแต่ละปีจะมีเพียงครั้งเดียว

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

17 มิถุนายน 2565
3.29 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ในชีวิตคนเรามีสิ่งที่ชอบถึงขนาดเรียกว่าเป็น ‘ความรัก’ จนถึงขั้น ‘หลงใหล’ อยู่เพียงไม่กี่อย่าง

คนชอบดื่มกาแฟย่อมต้องรักการดื่มกาแฟ หรือถ้าถึงขนาดเป็นเจ้าของกิจการที่มีหน้าที่ชงให้คนอื่นดื่ม ยิ่งต้องทวีความรัก ความชอบ และความหลงใหลมากกว่าใคร ครั้นจะรักการชงและชิมแต่ในร้านของตัวเอง ก็เหมือนกับการอยู่แต่ในกะลา ไม่กล้าออกจากเซฟโซนไปไหน วลีเด็ดจาก สามก๊ก แว่วมากระทบหูว่า ‘รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง’ เป็นการเปรียบเปรยให้เห็นว่า คุณควรออกไปแสวงหากาแฟร้านอื่น ๆ ดื่มบ้าง เพื่อให้รู้ว่าตอนนี้เขาพัฒนากันไปถึงขั้นไหน มีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ หรือหลุดหายไปจากวงโคจรบ้าง เพลานี้มีเมล็ดกาแฟอะไรเด็ดแบบไม่ควรพลาด มีวิธีชง เครื่องมือ อุปกรณ์แบบไหนมาใหม่ หรืออะไรกำลังเป็นที่กล่าวขวัญและควรรู้

จะแค่ตามหารสชาติ ตามหาแรงบันดาลใจ หรือจะอะไรก็ตาม แต่เหนือสิ่งอื่นใด การ ‘รู้เขารู้เรา’ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนทำธุรกิจ ที่ต้องรู้ท่าทีของคู่แข่งหรือคู่ค้าของเรา นับรวมถึงธุรกิจร้านกาแฟด้วย

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ ป้าพิม-เพลินพิศ เรียนเมฆ ขอชวนคุณเดินสายตระเวนชิมกาแฟทั่วราชอาณาจักร เป็นการแนะนำร้านกาแฟที่ชอบในแบบที่ใช่ตามสไตล์ป้า กับ ‘5 ร้านทั่วเมืองกรุง’ ยังไม่เลยไปต่างถิ่น ต่างแดน ต่างประเทศ ขอแบบใกล้ ๆ ตามไปง่าย ๆ กันก่อน และตามประสาป้าก็ต้องชอบร้านในแบบฉบับป้า ๆ ที่เจ้าของหรือคนชงล้วนเป็นคนปลายหลัก 6 ทะลุข้ามหลัก 7 นอกจากจะแตกต่างด้วยวิธีการของแต่ละร้านแล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

01
หน่ำเฮงหลี : ร้านเก่า กาแฟแก่

หน่ำเฮงหลี : ร้านเก่า กาแฟแก่

ถ้านับอายุตึกแถวห้องนี้ ก็ไม่น่าจะมากกว่าเจ้าของร้านกาแฟ ‘หน่ำเฮงหลี’ รุ่นปัจจุบันสักเท่าใด พี่น้อง 3 สาวแต่ละคนวัยเกือบ 70 รับช่วงร้านมาจากเตี่ย และยังคงดำเนินกิจการสืบต่อมาจนบัดนี้

ตัวอาคารยังคงงดงามตามกาลเวลา แม้ผ่านมาเนิ่นนาน ร้านนี้เคยเป็น ‘สภากาแฟ’ อันโด่งดังในยุคที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีอิสระทางความคิดและมีการพบปะของนักเขียน นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ หรือคนวัยทำงาน มาจับกลุ่มพูดคุยถกเถียงถึงประเด็นร้อน และสารพัดเรื่องราวจนมืดค่ำกันเป็นเรื่องธรรมดา ก่อนความคึกคักนั้นจะค่อยถอยห่างจางหาย เหลือเพียงอดีตให้เล่าขานและจดจำ โต๊ะและเก้าอี้ชุดเก่ายังจัดวางอยู่ที่เดิม พัดลมเพดานยังตรึงอยู่บนขื่อ แม้ใบพัดไม้จะถูกถอดออกเพราะหมดอายุการใช้งาน แต่การนั่งดื่มกาแฟร้อนใส่นมข้นแกล้มขนมปังสังขยายังทำได้อยู่

หน่ำเฮงหลี : ร้านเก่า กาแฟแก่

แม้ ‘กาแฟกลิ่นคาราเมล’ สูตรเด็ดของร้านจะไม่หวนกลับมาให้ได้ลิ้มรสอีก และรสชาติใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นเคยจะเข้ามาแทนที่ แต่เสน่ห์ของหน่ำเฮงหลียังเด่นชัดเสมอ กาแฟยังคงเข้มขลัง ขนมปังยังหอมกรุ่น สังขยาไข่ไม่ใส่แป้งสียังคงตุ่น ป้า 3 คน ยังยืนหยัดชงกาแฟ ปิ้งขนมปัง ปาดสังขยา และเสิร์ฟให้เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

แวะเยี่ยมเยือนกันได้ พวกเธอคงดีใจ

หน่ำเฮงหลี : ร้านเก่า กาแฟแก่

หน่ำเฮงหลี

ที่ตั้ง : 212 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2281 2134

02
ซ้อแห้ง : กาแฟโบราณในร้านโชห่วย

ซ้อแห้ง : กาแฟโบราณในร้านโชห่วย

วิถีของคนรุ่นก่อนในถิ่นเก่าที่ยังคงมีชีวิตผูกพันกับสายน้ำ เฉกเช่นชุมชนริมคลองบางหลวง บ้านแต่ละหลังตั้งเรียงรายแนบชิดติดกัน จนหลังคาทับซ้อนเกยกันมาเนิ่นนาน และอยู่อย่างสงบร่มเย็นเป็นสุขมาโดยตลอด

ร้านโชห่วยในบ้านของ ซ้อแห้ง ขายสินค้าครัวเรือนแทบทุกชนิด ทั้งข้าวสาร ถ่าน กะปิ น้ำปลา และสารพันของจำเป็น ไม่เคยขาดหรือหายไปจากช่องชั้นที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบนัก แต่ก็หากันจนเจอเสมอ

ซ้อแห้ง : กาแฟโบราณในร้านโชห่วย

อีกสิ่งที่ไม่เคยขาดหายไปเช่นกัน คือ โอเลี้ยง โอยัวะ ในกระป๋องนมผูกหูด้วยเชือกที่ซ้อแห้งชงขายมามากกว่า 50 ปี กาแฟโบราณหวานเข้มถึงใจ ปลุกยามเช้าให้ตาตื่น เพิ่มความสดชื่นยามร้อนในตอนบ่าย เตาตั้งหม้อต้มกาแฟยังเป็นแบบเก่า ถูกซ้อนด้วยหัวแก๊สเพื่อความสะดวก ไม้ทุบน้ำแข็งอันเดิมถูกปลดระวางวางเกะกะสุมกันอยู่

ซ้อแห้ง : กาแฟโบราณในร้านโชห่วย

ซ้อแห้ง ป้าแห้ง หรือยายแห้ง วัย 74 ยังคงแข็งแรง สดใส ยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าทุกวัน

ถ้าไปดูโขนหรือเสพงานศิลป์ที่บ้านศิลปิน แวะไปชิมกาแฟโบราณจากมือชงรุ่นเก๋า และถามไถ่เรื่องราวแต่หนหลังของชาวริมคลองแห่งนี้ได้ ซ้อชอบเล่าแบบไม่มีพัก ไม่มีเบรก จนรู้ลึก รู้ดีแทบทุกตารางนิ้วของพื้นที่

ร้านซ้อแห้งกาแฟโบราณ บ้านศิลปินคลองบางหลวง

ที่ตั้ง : 309 ซอยเพชรเกษม 28 แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 4880 7340

Facebook : บ้านศิลปิน คลองบางหลวง Artist House Bangkok

03
Simply Caf : สปีดบาร์ก็มี

สาวน้อยผมสีทองแดงวัย 64 ปี สวมถุงมือดำ กดช็อตเอสเปรสโซ่จากเครื่องชงอัตโนมัติราคาค่อนล้านคนเดียว ในร้านกาแฟชื่อ ‘Simply Caf’ สาวเท่คนนี้มีชื่อว่า ดวงสมร ตันกายา มีบัดดี้คู่ใจเป็นวิศวกรหนุ่มหน้าใสผู้ไม่อยากจากแม่ไปทำงานไกล จึงตัดสินใจเปิดร้านกาแฟที่เรียบง่ายสมชื่อร้านในย่านรัตนาธิเบศร์

Simply Caf : สปีดบาร์ก็มี

การตกแต่งน้อยแต่มาก ทันสมัย อุปกรณ์ชงกาแฟและเครื่องมือเครื่องใช้ทุกชิ้น ล้วนอยู่ในระดับท็อปฮิตทั้งราคาและคุณภาพ เมล็ดกาแฟหลากหลายในร้านคั่วโดย ‘คุณลูก’ หรือบัดดี้คนที่ถูกเอ่ยถึง ส่วนคุณแม่เป็นมือหลักในการชงกาแฟ และช่วยคุณลูกเป็นงานรอง ส่วนคุณลูกที่คั่วกาแฟขายเป็นหลัก ยามว่างก็มาเสริมทัพเป็นบาริสต้ากับคุณแม่

Simply Caf : สปีดบาร์ก็มี

กาแฟนมรสชาติดี อเมริกาโน่ก็เยี่ยม ขอยกความเด่นให้ช็อตเอสเปรสโซ่ที่นวลละมุน หอมกรุ่นมาก การใช้เครื่องชงคุณภาพเยี่ยมตามราคาค่าตัว ร่วมกับการคั่วเมล็ดอย่างเหมาะสม ทำให้กาแฟแก้วนี้ตราตรึงใจ จนต้องย้อนกลับไปจิบอีกหลายครั้ง ที่สำคัญ ราคาไม่แรง รสชาติกวาดโค้งเข้าเส้นชัย นำโด่งไร้คู่แข่ง แม้จะอยู่ในย่านชานเมืองก็ตาม

Simply Caf 

ที่ตั้ง : 20 ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี (แผนที่)

(ร้านอยู่ริมถนน ถัดจากคอนโด Skyline ประมาณ 50 เมตร ข้าง 7-Eleven ก่อนถึงทางเข้าคอนโดฯ ลุมพินี)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 9894 3129

04
Oak-Rong Cafe : เมื่อถึงทีของสโลว์บาร์

สำหรับกาแฟสายพิเศษหรือสเปเชียลตี้ที่เรียกกันว่า ‘สโลว์บาร์’ มีวิธีชงแบบเนิบช้า

ส่วนการชงแบบดริปหรือ Pour Over หมายถึง การรินน้ำลงบนผงกาแฟอย่างทะนุถนอมค่อยเป็นค่อยไป เพื่อดึงเอารสชาติเด่นของกาแฟให้ออกมาแสดงตัวตนได้เต็มที่ น้ำกาแฟจึงยังคงความนุ่มนวลหอมกรุ่นเสมอ

การจะได้ผลลัพธ์เช่นนั้นต้องอาศัยการฝึกปรือบ่อย ๆ จนชำนาญ เฉกเช่นเดียวกับ ป้านก-อรวรรณ สนิธวรรณะ ผู้จัดสรรพื้นที่ของบ้านให้เป็นคาเฟ่ขนาดกะทัดรัด สำหรับยืนดริปกาแฟให้ผู้ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน คู่กับลูกชายที่ยังคงชื่นชอบการชงแบบสปีดบาร์ด้วยเครื่องชงเอสเปรสโซ่แมชชีน

Oak-Rong Cafe : เมื่อถึงทีของสโลว์บาร์

กาแฟในถุงจากหลายโรงคั่วที่ตั้งเรียงรายให้เลือก ต้องผ่านการเห็นชอบจากคนทั้งคู่ ด้วยความชอบในวิธีการชงที่แตกต่างกัน ผู้ชื่นชอบกาแฟจึงเลือกเมล็ดกาแฟและวิธีการชงในแบบที่ตนชอบได้ ถ้าเป็นคนรักนมจะเลือกเมนูลาเต้ลายสวยก็ได้ หรือสายดำจะเลือกแบบดริปที่ให้กลิ่นหอมจนทะลุแมสก์ก็ได้ดั่งใจ

นอกจากเสิร์ฟกาแฟเป็นหลักแล้ว ยังบริการเครื่องดื่มอื่น ๆ และเค้กรสชาติดี เสริมด้วยอาหารจานเดียวง่าย ๆ อารมณ์คล้ายไปกินข้าวบ้านเพื่อน โดยมีแม่เพื่อนเป็นผู้ลงมือปรุงให้อย่างเต็มใจ

Oak-Rong Cafe : เมื่อถึงทีของสโลว์บาร์

Oak-Rong Cafe & Aramta Studio

ที่ตั้ง : 134 ซอยติวานนท์ 40 ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 07.00 – 17.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 07.00 – 15.00 น. (ปิดวันอังคาร)

โทรศัพท์ : 09 1452 9955

Facebook : Oak-Rong Cafe & Aramta Studio

05
ร้านกาแฟลุงต่าย : เป็นหนึ่งเรื่องหม้อ

ถึงวัยจะไม่ทะลุหลัก 6 แต่ต้องยอมใจให้เขาคนนี้ สมชาติ บางต่าย หรือ ลุงต่าย มีชื่อลือลั่นในการเป็นมือหนึ่งด้านการใช้อุปกรณ์ชงกาแฟอย่าง ‘หม้อต้มแบบอิตาลี’ ที่เรียกหน้าตาและวิธีการของมันว่า Moka Pot

ร้านกาแฟลุงต่าย : เป็นหนึ่งเรื่องหม้อ

Moka Pot เป็นหม้อต้มกาแฟหน้าตาแปลก แยกออกเป็น 2 ส่วน บนและล่าง มีกรวยใส่กาแฟและวางตรงกลางระหว่างหม้อด้านล่างที่เอาไว้เติมน้ำไม่ให้เกินวาล์วของตัวหม้อ นำหม้อด้านบนมาประกบหมุนให้แน่นพอตึงมือ แล้วนำไปต้ม เมื่อน้ำเดือดจะดันตัวทะลุกรวย ผ่านผงกาแฟบดขึ้นไปให้น้ำกาแฟรินไหลออกทางช่องเล็ก และค้างนองอยู่บนหม้อด้านบนที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ก่อนนำไปผสมให้เกิดเป็นเมนูต่าง ๆ เช่น อเมริกาโน่น้ำมะพร้าว แต่ที่น่าทึ่งคือการทำกาแฟดำให้ไม่ขม ไม่เข้ม หากแต่นุ่มละมุนลิ้น หนักแน่นด้วยบอดี้ และชูกลิ่นของกาแฟตัวนั้น ๆ ให้ทวีความหอม

ร้านกาแฟลุงต่าย : เป็นหนึ่งเรื่องหม้อ

ร้านลุงต่ายเรียงรายด้วยหม้อต้มที่แขวนอยู่ริมผนัง แต่ละใบเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ผ่านกาลเวลามาเกือบสิบปี ตั้งแต่ผมลุงยังดำสนิท เปลี่ยนเป็นแซมขาวแบบไม่ใช่แค่ประปราย จวบจนวันนี้ วันที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ได้รับการยอมรับในเรื่องฝีมือการใช้หม้อที่เชี่ยวชาญชำนาญยุทธของวงการกาแฟบ้านเรา

ร้านกาแฟลุงต่าย

ที่อยู่ : ถนนบรมราชชนนี-คลองบางระมาด แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 18.00 น. (ปิดบริการวันจันทร์และวันพฤหัสบดี)

โทรศัพท์ : 09 0974 5962

Facebook : ร้านกาแฟลุงต่าย

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

เพลินพิศ เรียนเมฆ

ทาสแมวชอบหมา แต่หลงรักกาแฟไม่น้อยไปกว่าการอ่านหนังสือและท่องเที่ยว

Photographers

ยุพดี สัตตะรุจาวงษ์

ช่างภาพจากคณะวิทยาศาสตร์ ผสมผสานงานศิลปะ มีใจรักการทำอาหารและขนม

เพลินพิศ เรียนเมฆ

ทาสแมวชอบหมา แต่หลงรักกาแฟไม่น้อยไปกว่าการอ่านหนังสือและท่องเที่ยว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load