Dadaocheng (ต้าเต้าเฉิง) ย่านท่าเรือเก่าของไทเปเป็นส่วนผสมระหว่างเยาวราชและพาหุรัด อึดใจหนึ่งเราอาจเดินมองตึกแถวเก่าอายุนับร้อยปีอัดแน่นด้วยเครื่องเทศ สมุนไพร และชาเรียงราย แต่แค่เลี้ยวหัวมุมถนน ม้วนผ้าสารพัดสีและลวดลายก็อวดโฉมออกมาจากทุกร้าน

แต่ย่านการค้าเก่าแก่แห่งไต้หวันนี้ไม่ได้มีแต่ร้านเก๋าๆ ศิลปินและนักสร้างสรรค์ที่ชอบบรรยากาศสงบของเมืองเก่าย้ายมาเปิดสตูดิโออยู่แถวนี้มากขึ้นทุกที แถมทายาทรุ่นใหม่ของธุรกิจแถวนี้ก็เริ่มปรับปรุงดีไซน์ให้ร้านค้าเติบโตไปพร้อมยุคสมัย เสน่ห์ความเก่าความใหม่ที่คละเคล้ากันทำให้ที่นี่มีชีวิตชีวาเกินกว่าจะมองข้าม

Pinkoi เว็บไซต์ขายของดีไซน์ของไต้หวันที่สนใจงานคราฟต์พาเราไปตะลุย 7 ร้านสร้างสรรค์แห่งต้าเต้าเฉิง รับประกันว่าควรค่าแก่การเดินเล่นตามรอยในไทเปจริงๆ

 

หลงรัก Wild Fabric ร้านขายผ้าดิบของทายาทร้านผ้าผู้รักธรรมชาติ

Wild Fabric Wild Fabric ร้านผ้า ผ้ากันเปื้อน Ga Jiao

พ่อของ Ga Jiao ทำงานให้กับโรงงานทอผ้า แม่ของเขาก็เป็นช่างตัดเสื้อ และครอบครัวนี้ยังมีร้านขายผ้าของตัวเอง ดีไซเนอร์หนุ่มจึงได้เรียนรู้เรื่องผ้าและการตัดเย็บตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่ได้สนใจธุรกิจนี้ จนกระทั่งเมื่อพ่อแม่จะเกษียณ Ga Jiao มองเห็นว่าร้านคาเฟ่เก๋ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่ร้านผ้าเก่าแก่ในต้าเต้าเฉิงมากขึ้นทุกที ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเปิดร้านขายผ้าคอนเซปต์จัดที่คนหนุ่มสาวจะชื่นชอบและมองเห็นความสำคัญของผืนผ้า

Ga Jiao ชอบท่องเที่ยวทั่วโลกและรักธรรมชาติ เขาอยากนำเสนอความงามของธรรมชาติให้กับลูกค้า ร้านขายผ้าสีขาวของเขาจึงขายแต่ผ้าฝ้ายและลินินที่ไม่ย้อมสีจากไต้หวันเท่านั้น โดยขายม้วนผ้าดิบและสินค้าผ้าสีขาว เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า หมวก ของตกแต่งบ้าน และทำงานร่วมกับดีไซเนอร์อื่นๆ เช่นทำคอลเลกชันเครื่องประดับสวยเก๋จากผ้าดิบ แน่นอนว่าช่วงแรกพ่อแม่ของเขาคัดค้านและไม่สนับสนุนแนวคิดของลูกชายเลยสักนิด แต่หลังจากเปิดตัว ร้านของเขาประสบความสำเร็จมากในหมู่วัยรุ่นและเป็นตัวอย่างทายาทรุ่นสองที่ดึงผูู้คนรุ่นใหม่ให้กลับมาช้อปปิ้งผ้าที่ต้าเต้าเฉิงอีกครั้ง

09.30 – 19.00 น. (เปิดทุกวัน)
Lane 32, Section 1, Dihua St, Datong District, Taipei, Taiwan
Facebook : Wild Fabric

 

ช้อปปิ้งงานศิลปะและเรียนการทำภาพพิมพ์ที่ร้าน MB More

MB More ภาพพิมพ์ MB More MB More  Lin Ren-Hsin

ร้านเล็กๆ ของ Lin Ren-Hsin อาจารย์สอนภาพพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยศิลปะไต้หวัน และ Su Yu-Ting ภรรยาผู้รักศิลปะแขนงนี้ เป็นแหล่งจำหน่ายผลงานภาพพิมพ์ราคาจับต้องได้จากศิลปินมากกว่า 40 ราย ทั้งจากไต้หวันและญี่ปุ่น มุมหนึ่งของร้านจัดเป็นนิทรรศการหมุนเวียน 8 – 9 ครั้งต่อปี ให้บรรดาศิลปินได้ผลัดกันแสดงชุดผลงาน

สองสามีภรรยาอธิบายว่า ในอดีตภาพพิมพ์เป็นศิลปะราคาแพง ศิลปินนิยมสร้างผลงานชิ้นใหญ่เพื่อขายให้เศรษฐีเท่านั้น คนรักภาพพิมพ์ทั้งสองอยากให้คนทั่วไปเข้าถึงงานศิลปะประเภทนี้และคุณค่าของงานคราฟต์ เลยขายการ์ดต่างๆ ภาพพิมพ์ขนาดเล็ก และของกระจุกกระจิกทำมือ ในราคาสมเหตุสมผล แถมชั้นสองของร้านยังเปิดเป็นห้องเวิร์กช็อปที่มีอุปกรณ์ทุกอย่างให้เลือกเรียนพิมพ์ภาพ ตั้งแต่ไม้ โลหะ ผ้า ไปจนถึงแผ่นฟอยล์ในครัวก็ใช้ทำงานศิลปะได้ ขอเพียงนัดหมายล่วงหน้า อาจารย์ Lin Ren-Hsin ยินดีสอนด้วยตัวเอง

11.00 – 19.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์)
1F No.275, Nanjing W Rd., Taipei, Taiwan
mbmore1024.blogspot.com
Facebook : MB More 1024
Pinkoi : MB More 1024

 

อุดหนุนเสื้อผ้าทำมือทีละตัวของศิลปินหนุ่มที่ร้าน ShouShou

ShouShou ผ้า เสื้อผ้า ShouShou Shou-jui Tseng

ตลาดหย่งเล่อคืออาคารขายผ้าเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดในไทเป แต่ที่นี่ไม่ใช่แค่แหล่งวัตถุดิบของดีไซเนอร์และช่างตัดเสื้อ ShouShou ห้องเสื้อเล็กจิ๋วที่เพิ่งเปิดตัวของ Shou-jui Tseng คือจุดช้อปปิ้งที่แฟชั่นนิสต้าต้องจับตามอง เพราะร้านเสื้อผ้าร้านนี้ทำเสื้อผ้าแบบ Art to wear ให้ลูกค้าทีละตัว โดย Shou-jui Tseng เป็นคนออกแบบและลงมือทำเองทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการลงสี ฉลุลาย ไปจนถึงตัดเย็บแต่ละชิ้นส่วน ศิลปินหนุ่มชาวไต้หวันเล่าให้ฟังว่าเขาเรียนจบด้านศิลปะและไปเรียนภาษาฝรั่งเศสต่อที่ปารีส ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนวิธีสื่อสารผลงานจากผืนผ้าใบไปสู่เสื้อผ้า เสื้อผ้าทั้งหมดจึงเหมือนคอลเลกชันงานศิลป์ย่อมๆ ของเขา

ชื่อร้าน Shoushou มาจากชื่อเล่นของชายหนุ่มที่เพื่อนฝรั่งเรียก พ้องเสียงกับคำว่า chouchou (ชูชู) คำภาษาฝรั่งเศสที่ไว้ใช้เรียกสิ่งที่เป็นที่รัก ฟังดูเป็นชื่อที่เหมาะสม เพราะความรักความตั้งใจที่เขาถักทอปรากฏบนเสื้อผ้าทุกตัว

Rm. 1320, 1F ,No.21, Sec 1, Dihua St, Datong Dist, Taipei, Taiwan
11.30 – 18.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์)
www.shouatelier.com
Facebook : SHOUSHOU

 

ย้อนเวลาไปกับ Bookstore 1920s ร้านหนังสือที่ขายหนังสือเกี่ยวกับยุค 1920 เท่านั้น

Bookstore 1920s Bookstore 1920s ร้านหนังสือ หนังสือ Bookstore 1920s

ยุค 1920 เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสำหรับไต้หวัน เกาะกลางทะเลที่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของญี่ปุ่นพัฒนาเข้าสู่ความทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดการเมือง การปฏิวัติอุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ทุกด้าน ไต้หวันรุ่งเรืองก้าวหน้าเป็นอันดับต้นๆ ในเอเชียตะวันออก และท่าเรือต้าเต้าเฉิงเป็นหนึ่งในฉากธุรกิจที่เฟื่องฟูที่สุดในตอนนั้น

Bookstore 1920s อยากเผยแพร่เรื่องราวของช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้ เลยคัดเฉพาะหนังสือและของที่ระลึกเกี่ยวกับไทเปและต้าเต้าเฉิงในยุค 1920 มาวางขาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือแนวประวัติศาสตร์ วรรณคดี ภาพวาด ไปจนถึงโปสการ์ดแนววินเทจ และของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ ที่สะท้อนความเป็นมาของย่านเก่าแก่นี้ได้เป็นอย่างดี ร้านหนังสือเล็กๆ หัวมุมถนนนี้จึงเหมือนไทม์แมชชีนที่พร้อมจะพาผู้อ่านย้อนเวลาไปหายุคสมัยที่แสนพิเศษอยู่เสมอ

09.00 – 19.00 น. (เปิดทุกวัน)
34, Sec 1, Dihua St, Datong Dist, Taipei, Taiwan
artyard.tw
Facebook : Bookstore 1920s

 

ละลายทรัพย์กับกระเป๋าลายกราฟิกของ BUWU

BUWU BUWU กระเป๋า กระเป๋า หมวก

Colorful, functional และ original เป็นสโลแกนของร้านกระเป๋าลายกราฟิกสุดเก๋แห่งต้าเต้าเฉิงที่เปิดตัวในปี 2013 Bu หมายถึง ‘สิ่งทอ’ และ Wu ภาษาจีนกลางหมายถึง ‘สิ่งของ’ ร้าน BUWU ตั้งใจผลิตกระเป๋าและของใช้ที่สวยงามและใช้งานได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ด้วยลายผ้าสุดป๊อปที่ดีไซเนอร์สองสาวพี่น้องออกแบบใหม่ทุกปี คอลเลกชันพิเศษที่น่าสนใจมากคือคอลเลกชัน Dadaocheng จากปี 2015 ที่พวกเธอเลือกพิมพ์พื้นผิวขรุขระของกำแพงเก่าในต้าเต้าเฉิง และเลือกใช้สีของพื้นที่คือแดง ขาว และดำ มาเป็นลายผ้า ออกแบบเป็นกระเป๋าใส่เหรียญใบจิ๋ว กระเป๋าหูรูด กระเป๋าถือ ไปจนถึงกระเป๋าสะพายแบบต่างๆ ที่น่ารักจับใจจนน่าเหมาไปใช้ทั้งเซ็ตเลย

09.30 – 19.00 น. (เปิดทุกวัน)
32, Sec 1, Dihua St, Datong Dist, Taipei, Taiwan
shop.buwudesign.com
Facebook : Buwu Design
Pinkoi : Buwu Design

 

จิบชาอู่หลงใน ASW Tea House อดีตร้านขายยาแห่งแรกของไต้หวัน

ASW Tea House ASW Tea House tea house tea house ชา

ยังไม่ทันหยิบถ้วยชา แค่เดินขึ้นบันไดไปเจอห้องนั่งเล่นวินเทจสไตล์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับชั้นหนังสือไม้สีเข้มก็มีความสุขแล้ว ตึกเก่าแสนสวยที่สร้างในปี 1917 นี้เคยเป็นตึกสูงที่สุดในต้าเต้าเฉิง และเป็นร้านขายยาแห่งแรกในไต้หวัน ยุคนั้นต้าเต้าเฉิงเป็นย่านค้าขายที่ส่งออกชาจำนวนมาก ร้านน้ำชานี้เลยหยิบประวัติศาสตร์เครื่องดื่มมาเสิร์ฟในบรรยากาศขรึมขลัง ชาดังของที่นี่คืออู่หลงและชาดำรสเลิศที่มีกรรมวิธีชงละเอียดพิถีพิถันมาก พอนั่งเอนหลังจิบชารสเลิศแล้วมองดูต้าเต้าเฉิงเบื้องล่างผ่านกระจกบานใหญ่ คุณภาพชีวิตก็ถูกยกระดับขึ้นมาทันที

09.00 – 18.00 น. (เปิดทุกวัน)
A.S. Watson & Co., 2F, Dihua St, Datong Dist, Taipei, Taiwan
Facebook : ASW Tea House

 

เรียนออกแบบลายผ้าและช้อปปิ้งข้าวของสุดน่ารักจาก In Blooom

 In Blooom ผ้า  In Blooom กระเป๋าผ้า แก้ว

ร้านผ้าสุดน่ารักร้านนี้เป็นหนึ่งในคลื่นธุรกิจรุ่นใหม่แรกๆ ที่น่าจับตามองในต้าเต้าเฉิง In Blooom เปิดตัวในปี 2008 ลวดลายสุดป๊อปที่ได้แรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน และความตั้งใจจะอนุรักษ์ของเก่าและธรรมชาติ เช่น ลายกระจกหน้าต่างโบราณของไต้หวัน ลายเหล็กดัดและลายกระเบื้องวินเทจ ไปจนถึงลายนกประจำถิ่นที่ใกล้สูญพันธุ์ ดีไซเนอร์คลี่คลายความเชยมาเป็นความเก๋จับต้องได้บนกระเป๋า ผ้าเช็ดหน้า หมวก และของใช้จุกจิกสารพัด ความจริงจังเรื่องลายผ้าของร้านทำให้ชาวญี่ปุ่นคลั่งไคล้สินค้าของ In Blooom มาก จนปัจจุบันวางขายที่ญี่ปุ่นและฮ่องกงแล้วเรียบร้อย (ทีมงานกระซิบว่าจะเข้าไทยด้วยเร็วๆ นี้)

ปัจจุบัน In Blooom ยังออกแบบลายใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ และร่วมมือกับแบรนด์อื่นๆ สร้างสรรค์คอลเลกชันพิเศษ แถมที่ร้านยังเปิดเวิร์กช็อปออกแบบลายผ้าและซิลก์สกรีนให้ลงมือทำงานคราฟต์หลังร้าน เพื่อให้ความสร้างสรรค์เบ่งบานไปสู่ลูกค้าทุกคน

09.30 – 19.00 น. (เปิดทุกวัน)
No.28, Minle St., Datong Dist, Taipei, Taiwan
www.inblooom.com
Facebook : Inbloom
Pinkoi : Inblooom

 

Writer & Photographer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ณ ตรอก ซอก ซอย แห่งย่านเมืองเก่าบางลำพู ร่องรอยบนกำแพงล้วนแสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่เคยรุ่งโรจน์ แม้วันนี้หลายอย่างจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่การเดินย่ำเพื่อท่องเที่ยวและถ่ายภาพก็เป็นการเรียนรู้อดีตที่น่าสนใจและสนุกสนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเราได้เดินเลาะเสาะหาสถานที่ลับไปกับ ‘ไกด์เด็กบางลำพู

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ กลุ่มไกด์ตัวน้อยพาเราเดินลัดไปตามถนนสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ทัศนา 7 สถานที่ลับพร้อมประวัติที่น้อยคนจะรู้ โดยเราได้เดินชมเส้นทางใหม่ล่าสุดที่เพจ เสน่ห์บางลำพู เพิ่งเปิดต้อนรับฤดูร้อน พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษอย่างการรับประทาน 4 อาหารคาว-หวาน จาก 4 ร้านท้องถิ่นขึ้นชื่อที่เหมาะจะทานลดอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงเข้าร่วมเวิร์กชอปที่จะเปลี่ยนช่วงเย็นของวันอันคุ้นเคย เป็นคลาสเรียนวิถีชีวิตเก่าก่อน แต่ไม่เก่าเก็บของชาวบางลำพู

01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

โรงเรียนพิมานวิทย์

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก
01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

ไม่มีใครเชื่อแน่นอนว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสนุกของสถานบันเทิง จะมีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ แถมยังตั้งมานานกว่า 102 ปีแล้ว โรงเรียนนั้นก็คือโรงเรียนพิมานวิทย์ 

ในช่วงเย็นหลังเด็กเลิกเรียนและถนนข้าวสารยังหลับใหล พันธกานต์ เกตุแก้วเจริญ ไกด์เด็กบางลำพูและศิษย์เก่าโรงเรียนพิมานวิทย์ พาเราเดินทางไปพบกับ คุณครูวชิรปราณี อำพล เพื่อเข้าไปทัศนศึกษาในอาคารเรียน 3 ชั้น ที่ก่อตั้งราว พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

โรงเรียนพิมานวิทย์ก่อตั้งโดย นายฮัจยียอ พิมานแมน คฤหบดีผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาอิสลาม ภายใต้ชื่อเดิมคือ โรงเรียนอนุเคราะห์อิสลาม ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวมุสลิมในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ต่อมามีการพัฒนาหลักสูตรสอนภาษาไทย รับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา กระทั่งนายฮัจยียอถึงแก่อนิจกรรม นายมาโนช พิมานแมน บุตรชายจึงดูแลโรงเรียนต่อ และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งแต่นั้น

ภายในโรงเรียนไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม เนื่องจากยังมีนักเรียนศึกษาอยู่ทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ในบางโอกาส เหล่าไกด์เด็กก็พาผู้มาเยือนเข้าชมได้ โดยโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งอยู่ริมถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด

02
ป้ายสมาคมสหายสงครามโลกครั้งที่ 1 ป้ายโบราณที่หลับใหลอยู่ในข้าวสาร

สมาคมสหายสงคราม

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู
สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

อีกหนึ่งไฮไลต์บนถนนข้าวสาร ที่หลายคนเดินผ่านอาจคิดว่าเป็นเพียงของประดับตกแต่งธรรมดา แต่ป้ายสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ มีประวัติเก่าแก่กว่านั้น 

หลังฝ่ายสัมพันธมิตรชนะฝ่ายอักษะ พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานพื้นที่ถนนข้าวสาร ส่วนหนึ่งคือที่ตั้งของตึก Buddy Group ให้กับทหารอาสาไทยที่ออกไปรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และจัดตั้งเป็นสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ พร้อมให้สัมปทานป่าไม้ในประเทศไทย กล่าวคือ ใครที่ต้องการตัดไม้ในประเทศ จะต้องขออนุญาตกับทางสมาคมฯ และรายได้เหล่านั้นจะถูกมอบให้กับทหารอาสาเป็นการตอบแทน

ประสิทธิ์ สิงห์ดำรงค์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เล่าให้ฟังว่า ป้ายนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 แต่หลังจากนั้นได้ถูกขโมยไปขาย ทางเจ้าของ Buddy Lodge จึงนำเงินไปไถ่คืนและนำมาตั้งไว้ที่ตึกเช่นเดิม

หากใครแวะไปข้าวสาร ก่อนเดินขึ้นบันไดเข้าร้าน Mulligans Irish Bar ก็เงยหน้าชมป้ายสมาคมสหายสงครามกันได้

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

ปัยย์สปา

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

เดินต่อไปเกือบสุดซอยรามบุตรี ไกด์เด็กพาเราหยุดชมร้านนวดแห่งหนึ่งที่มีเรือนไทยทรงคหบดีตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า ที่แห่งนี้คือ ปัยย์สปา ร้านนวดแผนไทยในเรือนไทยไม้สักทอง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายรัชกาลที่ 4 มีอายุมากกว่า 150 ปี 

ขณะที่เรือนไทยหลังอื่นในละแวกข้าวสารถูกรื้อออกไป เรือนไทยแห่งนี้ถือเป็นหลังสุดท้ายที่ไม่ยอมให้ใครมาชิงพื้นที่ กระทั่งเจ้าของคนปัจจุบันเข้ามาปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้เรือนไทยกลายเป็นร้านนวดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ร้านปัยย์สปาจึงกลายเป็นจุดนัดหมายของผู้คนที่เมื่อยล้า ให้พวกเขาได้มาผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนกลาง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

ตั้งฮั่วเส็ง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ
04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

เดินจากถนนข้าวสารมาหลบร้อนกันในห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อของย่านอย่าง ตั้งฮั่วเส็ง ไกด์เด็กยังไม่หยุดบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจ เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งขายวัสดุและอุปกรณ์งานฝีมือที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเส้นด้ายและไหมพรมที่มีสีให้เลือกเยอะกว่าแหล่งอื่น แถมยังเน้นคุณภาพเป็นหลัก

ห้างตั้งฮั่วเส็งก่อตั้งใน พ.ศ. 2505 บนทำเลทองในย่านการค้าบางลำพู ถือเป็นตั้งฮั่วเส็งสาขาแรกของประเทศไทยที่อยู่คู่ย่านเก่ามากว่า 60 ปี โดยคำว่า ตั้ง เป็นชื่อแซ่ของตระกูลจุนประทีปทอง ผู้ก่อตั้ง, ฮั่ว คือ ชื่อของนายอุดม พี่ชายคนโตของตระกูล และผู้บริหารตั้งฮั่วเส็งรุ่นที่ 1 ส่วนคำว่า เส็ง เป็นอักษรมงคลที่หมายถึง ความเจริญงอกงาม นิยมนำมาตั้งชื่อธุรกิจการค้า 

ปัจจุบันห้างแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการทุกวัน และมีส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า แต่ขณะที่การตลาดต้องพัฒนา ทางตั้งฮั่วเส็งก็ไม่ลืมที่จะสนับสนุนชุมชน ในฐานะห้างเก่าและความภูมิใจของคนพื้นที่ด้วย 

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

มัสยิดจักรพงษ์ – ตรอกสุเหร่า

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู
05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

ตรอกมีความกว้างเล็กกว่าซอย และในตรอกสุเหร่า ทางเข้ามัสยิดจักรพงษ์แห่งนี้ ก็แคบจนแทบจะเดินพร้อมกัน 2 คนไม่ได้ ถึงอย่างนั้น เมริกา พลังเดช หนึ่งในไกด์เด็กบางลำพูก็ยังเชิญชวนให้เรามาในช่วงเช้า เพื่อชิมอาหารจากร้านค้าข้างทางที่ขายอาหารมุสลิมแสนอร่อย (เสียดายว่าตอนที่เราไป ร้านปิดกันหมดแล้ว)

หลังจากเดินผ่านตรอกเข้าไปในชุมชน เราได้ยินเสียงสวดดังมาจากมัสยิดสีเหลืองนวลตรงหน้า นี่คือมัสยิดจักรพงษ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม เดิมทีคนในชุมชนเป็นชาวมุสลิมผู้ประกอบอาชีพช่างทองจากจังหวัดปัตตานี เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่างสิบหมู่ทำเครื่องประดับจากทองส่งเข้าวัง หลังจากนั้นครอบครัวช่างฝีมือก็เดินทางมาเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุมชน ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันจะมีมัสยิดอยู่ทั้งหมด 2 แห่ง คือ มัสยิดจักรพงษ์และมัสยิดบ้านตึกดิน (ตั้งอยู่แถวโรงเรียนสตรีวิทยา)

สุพิน หนองบัว ผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพูเล่าว่า หากไม่ใช่ช่วงที่มีกิจกรรมทางศาสนา พวกเขาจะพาแขกผู้มาเยือนเข้าเยี่ยมชมด้านบนของมัสยิด ซึ่งด้านในมีการตกแต่งสวยงาม ทั้งยังมีนาฬิกาแบบจันทรคติที่ชาวมุสลิมใช้ดูเวลาตั้งอยู่ด้วย

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

ตรอกต.เง๊กชวน

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา
06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

คำเตือนแรกคือระหวังหลงทาง หากไม่ได้มากับผู้ช่ำชองพื้นที่อย่างไกด์เด็กบางลำพู แต่อย่างไรก็ตาม ปานทิพย์ ลิกขะไชย ประธานชมรมเกสรลำพู และผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพู บอกกับเราว่า ทางออกจากมัสยิดจักรพงษ์มีทั้งหมด 4 ทาง ซึ่งชื่อของตรอกจะตั้งตามสถานที่หน้าซอย ได้แก่ ตรอกต.เง๊กชวน ตรอกฟาโรห์ ตรอกก๋วยเตี๋ยวเป็ด และตรอกสุเหร่า

ส่วนที่หน้าตรอกต.เง๊กชวน คือที่ตั้งของร้านขนมเบื้องแม่ประภา ซึ่งแม่ประภาคือสะใภ้ของนายเตีย เง๊กชวน หรือ ต.เง๊กชวน เจ้าของห้างจำหน่ายเครื่องหีบเสียงและจานเสียงตรากระต่าย แต่ในปัจจุบัน ต.เง๊กชวน ปิดกิจการไปแล้ว เหลือเพียงขนมเบื้องแม่ประภาเท่านั้น

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ศาลเจ้าพ่อเขาตก

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ความศรัทธาและความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อเขาตกกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับศาลเจ้าจีนของเจ้าพ่อเขาตกที่ตั้งอยู่บนถนนไกรสีห์ ขนาบข้างด้วยตึกปูนและอาคารจอดยานยนต์ของกรุงเทพมหานคร 

เดิมทีศาลเจ้าพ่อเขาตกเป็นศาลเจ้าประจำตลาดยอด แต่หลังเกิดเพลิงไหม้ใน พ.ศ. 2510 ศาลเจ้าก็ได้รับความเสียหายไปด้วย แต่กระนั้นความศรัทธาของชาวจีนในย่านบางลำพูก็ไม่ได้มอดหมดไปพร้อมเถ้าถ่าน พวกเขาสร้างศาลเจ้าพ่อเขาตกขึ้นอีกครั้งบนพื้นที่ลานจอดรถของตลาดยอดเดิม ก่อนจะมีการย้ายอีกครั้ง และมาตั้งอยู่บนพื้นที่ปัจจุบันเป็น ศาลเจ้าพ่อเขาตก-เจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ 

08
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

08 
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

เนื่องจากนี่คือทริปสุดพิเศษในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ที่จัดขึ้นโดยไกด์เด็กในย่าน หลังจากเดินชมประวัติศาสตร์กันมาเหนื่อย ๆ เจ้าบ้านตัวน้อยจึงได้จัดเตรียมเซ็ตอาหารคาว-หวานขึ้นชื่อประจำย่านมาให้เราได้ทานทั้งหมด 4 เมนู พร้อมผักและผลไม้แกะสลักประดับจานโดย พรชิตา บัวประดิษฐ หนึ่งในเหล่ามัคคุเทศก์ ซึ่งเซ็ตอาหารดังกล่าวสามารถหาทานได้ตลอดปี แต่จะเหมาะที่สุดในช่วงฤดูร้อน โดยทุกท่านสามารถเดินทางไปที่ร้านเอง หรือให้ไกด์เด็กคัดเลือกสำรับมาให้ในช่วงท้ายของวันก็ได้

เมนูแรกคือ ข้าวแช่แม่ศิริ ถือเป็นข้าวแช่ร้านดังในย่านนี้ ตั้งอยู่หลังนิวเวิลด์ ในตรอกไกรสีห์ ถนนพระสุเมรุ ชุมชนบ้านพานถม ซึ่งเป็นร้านที่เริ่มต้นกิจการมานานกว่า 50 ปี เรียกได้ว่าใครมาถึงก็ต้องกิน แต่นอกเหนือจากร้านแม่ศิริแล้วยังมีอีก 4 ร้าน ซึ่งเด็ก ๆ บอกกับเราว่า รสชาติไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยทั้งหมดถือเป็นของดีที่ชาวบางลำพูแนะนำให้ทานในช่วงฤดูร้อนนี้

ส่วนอาหารคาวอีกอย่างคือ ขนมจีนซาวน้ำ ร้านสมทรงโภชนา ซึ่งมี 2 ร้านได้แก่ เจ้าเก่าวัดสังเวช และเจ้าใหม่ที่ถนนสามเสน แต่ในครั้งนี้ พวกเขาเลือกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนสามเสนระหว่างซอย 3 กับซอย 5 ให้เรา ซึ่งนอกจากคนจะเข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอันขึ้นชื่อแล้ว เมนูขนมจีนซาวน้ำก็เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำของร้านด้วย

10
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

10 
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

แตงโมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะจะรับประทานในช่วงฤดูร้อน เพราะให้ทั้งความหวานและความสดชื่น ยิ่งนำไปจิ้มกับปลาแห้งทำเองจาก ร้านลุงโอ่ง ยิ่งเพิ่มความอร่อยและเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยร้านลุงโอ่งตั้งอยู่ที่ตลาดเช้าบางลำพู ขายตั้งแต่ประมาณ 6.00 – 8.00 น. นอกจากปลาแห้งยังมีขายข้าวเหนียวมูนสังขยาด้วย สำหรับการตกแต่งภายในจาน รูปทรงแตงโมถูกดีไซน์ออกมาให้เป็นสี่เหลี่ยม เพื่อสื่อถึงกำแพงเมืองเก่าและอาคารโบราณในย่านนี้

อีกหนึ่งของหวานที่นำมาเสิร์ฟคือ โบ๊กเกี้ย ขนมหวานเย็นมาพร้อมขนมสามเหลี่ยมอย่างข้าวต้มน้ำวุ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในชุมชนวัดสามพระยา ทานคู่กันสดชื่นดับร้อนได้เป็นอย่างดี

12
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์
12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

ตกเย็นปิดท้ายกันด้วยเวิร์กชอปสุดพิเศษจาก แก้วใจ เนตรรางกูร เจ้าของสูตรขนมเกสรลำพู และ สายสุนีย์ แซ่ฟุ้ง หัวหน้ากลุ่มศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ตรอกบ้านพานถม เจ้าของเวิร์กชอปดอกไม้ประดิษฐ์

แก้วใจเล่าให้ฟังว่า ถึงแม้ขนมเกสรลำพูจะเป็นขนมที่เพิ่งคิดค้นขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่เธอได้ใส่ความเป็นบางลำพูลงไปจนเต็มเนื้อแป้ง ด้วยแป้นพิมพ์ 9 ลายที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นลำพู ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่าน โดยลำพูต้นสุดท้ายได้ยืนต้นตายไปแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2554

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

เวิร์กชอปที่ 2 เป็นกิจกรรมทำดอกไม้ประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหรือเข็มกลัด ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพให้กับผู้สูงวัยในชุมชนบางลำพู หากใครคิดว่าการทำดอกไม้ประดิษฐ์ยาก เราบอกเลยว่าผู้สอนจะทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้นถนัดตา แถมเรายังได้ดอกไม้สวย ๆ กลับไปเป็นที่ระลึก

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

ปิดวันกันเมื่อแสงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ทั้งสองเวิร์กชอปรวมถึงอาหารเย็น 2 สำรับ เป็นกิจกรรมพิเศษที่ทางเพจเสน่ห์บางลำพู นำโดยไกด์เด็กจัดขึ้นเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน และเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาตร์ สถานที่ท่องเที่ยว และความทรงจำให้คงอยู่ต่อไป 

หากใครสนใจเดินชมสถานที่ลับ (ที่แท้จริงแล้วมีมากกว่านี้) รวมถึงดับร้อนด้วยอาหารและกิจกรรมสุดสนุก หรือต้องการชมเส้นทางทัวร์อื่น ๆ สามารถติดต่อไปได้ที่เพจเสน่ห์บางลำพู 

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load