29 พฤศจิกายน 2560
23 K
The Cloud X TETRA PAK

ถึงแม้ว่ากรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความวุ่นวายและมีอีกหลายด้านของเมืองที่เราอยากเบือนหน้าหนี แต่เมืองเทพสร้างดังที่กล่าวอ้างกันตามชื่อนั้น ยังมีด้านที่สวยงามอีกมากมายที่เราอยากชวนมอง

ถ้าเปรียบกรุงเทพฯ เป็นกล่องเราคงเห็นกันมาครบทั้งสี่ด้านแล้ว แต่วันนี้เราอยากชวนคุณออกนอกบ้านไปดูด้านใหม่ที่คุณไม่เคยเห็นของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะบนที่ราบหรือขึ้นไปอยู่บนที่สูงก็ทำให้เห็นมุมเมืองที่ต่างกัน บรรยากาศดีๆ แบบนี้ถ้าได้ชวนเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก ออกไปใช้วันเวลาด้วยกันตรงนั้นก็น่าจะเป็นวันพักผ่อนที่มีคุณภาพไม่ใช่น้อย ถ้าตามมาแล้วก็อย่าลืมเลือกด้านที่คุณชอบและบอกต่อคนอื่นๆ ด้วยล่ะ

1. ตื่นเช้ามาวิ่งชมเมืองบนทางลอยฟ้า

สะพานเชื่อมสวน ทางวิ่ง ทางวิ่งลอยฟ้า ทางวิ่งลอยฟ้า สะพานเชื่อมสวน

แม้ว่ากรุงเทพฯ จะไม่มีฤดูหนาวเป็นของตัวเองจริงๆ แต่ช่วงปลายปีแบบนี้ใครที่ตื่นเช้าจะสัมผัสได้ว่าอากาศเย็นเริ่มมาเยือนเราแล้ว กิจกรรมยามเช้าที่เราอยากแนะนำคือการออกไปวิ่งรับลมเย็นให้ชุ่มปอด และถ้าอยากได้บรรยากาศดีๆ ด้วยแล้ว ต้องมาวิ่งทางจักรยานลอยฟ้าที่สามารถทั้งวิ่งและปั่นเชื่อมสวนเบญจกิตติและสวนลุมพินีได้แบบไม่ต้องติดไฟแดง ทำให้ได้วิ่งชมเมืองกันและบ้านเรือนบนถนนวิทยุกันแบบนอนสต็อปเลยทีเดียว

ถ้ามาจากสวนเบญฯ และอยากจะข้ามไปสวนลุมฯ จุดสังเกตคือเมื่อวิ่งพ้นโค้งวงรีของสวนมาแล้วให้วิ่งลัดเลาะรั้วสีส้มออกไปทางโรงงานยาสูบ จะพบกับทางเชื่อมที่พาเราไปถึงสวนลุมพินีได้ แต่ถ้ามาจากสวนลุมพินีต้องออกประตูโรงเรียนลุมพินีแล้ววิ่งย้อนขึ้นไปทางสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยนะ บันไดทางเชื่อมอยู่ตรงหัวมุมถนนวิทยุเลย

เวลาทำการ
สวนลุมพินี เปิดทุกวัน 05.00-21.00 น.
สวนเบญจกิตติ เปิดทุกวัน 05.00-20.00 น.

2. ชมวิว 2 ฝั่งเจ้าพระยาจาก River Vibe ใจกลางตลาดน้อย

River Vibe Restaurant & Bar River Vibe Restaurant & Bar วิวแม่น้ำเจ้าพระยา River Vibe Restaurant & Bar River Vibe Restaurant & Bar

บนชั้นดาดฟ้าของ River View Guest House ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางร้านเซียงกงจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ในตลาดน้อยคือที่ตั้งของ River Vibe Restaurant & Bar ร้านอาหารไทยกึ่งเอาท์ดอร์ที่โดดเด่นทั้งรสชาติอาหารและทำเลที่ตั้งดีงามจนร้านอื่นต้องอิจฉา เพราะจากมุมนี้ทำให้ได้เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 2 ด้านแบบ 360 องศา แถมยังมีโซฟาหลากสีที่วางเรียงยาวให้กึ่งนอนกึ่งนั่งและเอกเขนกชมวิวได้แบบสบายๆ

วิวทางด้านขวาของร้านคือวัดสัมพันธวงศ์ วัดปทุมคงคา วัดอรุณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และสะพานพุทธฯ ส่วนด้านซ้ายจะเห็นเขตเจริญกรุงและเขตเจริญนครและ ล้ง1919 สถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ใกล้ๆ กันนี้ยังมีบ้านโซวเฮงไถ่และศาลเจ้าโจวซือกงให้แวะไปต่อในระยะเดินถึงด้วยนะ รับรองว่ามาถึงที่นี่ไม่ได้แค่วิวสวยๆ แต่ยังมีสถานที่ดีๆ ให้ไปต่ออีกเพียบ

ที่อยู่ : 768 ซอยภาณุรังษี ถนนทรงวาด ตลาดน้อย สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
เวลาทำการ : 07.30 – 23.00 น.
ติดต่อ : 02-234-2078

3. เดินขึ้นบันไดเวียนมาชมวิวข้างบนโลหะปราสาท

โลหะปราสาท วิวกรุงเทพฯ ภูเขาทอง วิวกรุงเทพฯ วิวกรุงเทพฯ

อีกหนึ่งจุดชมวิวมุมสูงที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างกว้างไกล แถมยังได้ชมสถาปัตกรรมไทยคือโลหะปราสาทซึ่งตั้งอยู่ในวัดราชนัดดารามวรวิหาร ที่นี่คือเป็นโลหะปราสาทแห่งแรกของไทย และเป็นโลหะปราสาทองค์เดียวของโลกที่ยังอนุรักษ์ไว้ ซึ่งจุดชมวิวที่ดีที่สุดอยู่บนยอดปราสาทชั้น 7 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ กลางปราสาทจะเป็นช่องกลวงจะมีบันไดเวียน 67 ขั้นให้เราเดินขึ้นไปดูทิวทัศน์ข้างบนได้ บนยอดสูงสุดของโลหะปราสาทจะมองเห็นสะพานพระราม 8 ไกลๆ ยอดภูเขาทอง ศาลาวัดสระเกศ และศาลาว่าการกรุงเทพฯ

ก่อนขึ้นไปชมวิวอย่าลืมแวะชมนิทรรศการโลหะปราสาทที่ชั้นชั้น 1 ด้วยนะจะได้รู้สึกอินกับการชมวิวมากขึ้นเป็นพิเศษ

ที่อยู่ : 2 ถนนมหาไชย แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
เวลาทำการ : 09.00 – 20.00 น.
ติดต่อ : 02-224-8807

4. เดินทอดน่องและหามุมพักผ่อนในอุทยานจุฬาฯ 100 ปี

อุทยานจุฬาฯ 100 ปี อุทยานจุฬาฯ 100 ปี อุทยานจุฬาฯ 100 ปี อุทยานจุฬาฯ 100 ปี อุทยานจุฬาฯ 100 ปี

ถ้าอยากออกนอกบ้านมากลางเมืองแต่ไม่อยากเข้าห้างจะไปไหนดี ลองแวะมาเดินทอดน่องและหามุมพักผ่อนในอุทยานจุฬาฯ 100 ปีอาจจะมีคำตอบ ที่นี่คือสวนสาธารณะกลางเมืองที่เกิดขึ้นเพื่อฉลองวาระครบหนึ่งศตวรรษของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเดินเข้ามาในสวนจะได้พบกับต้นไม้น้อยใหญ่หลากหลายพันธุ์ จุดชมวิวสำคัญของที่นี่คืออาคารเอนกประสงค์หลังใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ส่วนเนินดินด้านบนสุดซึ่งเรียกว่า Green Roof หรือหลังคาดินที่เขียวชอุ่มด้วยวัชพืช ทำให้มองเห็นวิวบ้านเรือนและตึกสูงใหญ่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสวนนัก แนะนำว่าให้มาในช่วงเช้าและช่วงเย็นอากาศน่าจะเหมาะกับการเดินเล่นเป็นที่สุด

ที่อยู่ : 332/6 ซอยจุฬาฯ 7 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เวลาทำการ : 06.00 – 18.00 น.  

5. กินอาหารไทยและดูไฟวัดอรุณที่ Supanniga Eating Room x Roots Coffee

Supanniga Eating Room x Roots Coffee Supanniga Eating Room x Roots Coffee Supanniga Eating Room x Roots Coffee วัดอรุณ วิววัดอรุณ

อีกสถานที่ริมน้ำที่เราอยากพาไปทำความรู้จักคือ Supanniga Eating Room x Roots Coffee หรือห้องอาหารสุพรรณิการ์ สาขาท่าเตียน ร้านอาหารไทย 2 ชั้นที่มีฉากหลังเป็นแลนด์มาร์กของเจ้าพระยาอย่างวัดอรุณฯ ใครที่ชอบอาหารไทยแบบดั้งเดิมรับรองว่าจะต้องตกหลุมรักร้านนี้อย่างแน่นอน เพราะนอกจากอาหารหลายอย่างจะหาทานยากแล้วยังเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพและพิถีพิถันในกระบวนการเพื่อให้รสชาติถูกปากคนไทย

พนักงานที่ร้านบอกว่าหากอยากเห็นวิวที่ดีที่สุดของที่นี่ต้องมาก่อนเวลา 19.00 น. เพราะเป็นเวลาที่วัดอรุณฯ เปิดไฟบริเวณพระปรางค์ แต่ถ้าหากอยากเห็นวัดอรุณที่ระบายฉากหลังเป็น Vanilla sky ให้เผื่อเวลามาเร็วขึ้นสัก 1 ชั่วโมงเพราะช่วงฤดูหนาวพระอาทิตย์จะตกเร็วขึ้น ถ้ามาช้าเกรงว่าจะพลาดโอกาสมองท้องฟ้าสวยๆ ไปได้นะ

ที่อยู่ : 392/25-26 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
เวลาทำการ : 11.30 – 22.30 น.
ติดต่อ : 02-015-4224

6. หนีรถติดบนถนนวิทยุมากินมื้อค่ำบนชั้น 25 ที่ Char Bangkok

Char Bangkok Char Bangkok Char Bangkok Char Bangkok Char Bangkok

ท่ามกลางความแอแอัดบนถนนวิทยุยามเย็น บนชั้น 25 ของ Indigo Hotel คือ Char Bangkok สเต็กเฮาส์แห่งแรกของไทยที่การันตีคุณภาพจากสาขาแรกที่เซี่ยงไฮ้ นอกจากบรรยากาศเรียบหรูที่ชวนให้หลีกหนีความวุ่นวาย และบรรดาเมนูเนื้อที่เชฟพิถีพิถัน ทั้งประยุกต์และคัดสรรวัตถุดิบไทยมาสร้างสรรค์กันแล้ว วิวของที่นี่ยังน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน เนื่องจากฝั่งตรงข้ามของโรงแรมคือบ้านพักของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาและมีพื้นที่กว้างมากจนทำให้ตึกน้อยใหญ่ในละแวกนี้ไม่บดบังทัศนียภาพที่มองออกมาจาก Char Bangkok ทำให้บรรยากาศของที่นี่ควรค่ากับมื้อค่ำสุดพิเศษและคนพิเศษอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ที่ทางร้านแอบบอกมาว่าต้องจองโต๊ะล่วงหน้ากันตั้งแต่ตอนนี้แล้วนะ เพระในวันนั้นวิวจากห้องอาหารของ Char Bangkok จะมองเห็นพลุสวยๆ จากเซ็นทรัลเวิร์ลได้อย่างจุใจเลยทีเดียว ส่วน Char Bar บนชั้น 26 ก็วิวเลอค่าน่าตามไปดูไม่แพ้กัน ถ้ามาตั้งแต่ช่วงเย็นเราจะได้เห็นท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเฉดสีไปพร้อมกับดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปกับมุมตึก ดูจบแล้วค่อยลงไปดินเนอร์ชั้น 25 ได้ชมวิวอย่างคุ้มค่าแน่นอน

ที่อยู่ : Hotel Indigo Bangkok 81 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เวลาทำการ :   Char Restuarant ชั้น 25 18.00 – 00.00 น.
Char Bar ชั้น 26 17.00 – 02.00 น.
ติดต่อ : 02-207-4999

ทั้งหมดนี้คือ 6 ด้านใหม่ๆ ที่คุ้นหูคุ้นชื่อกันมานาน แต่อาจยังไม่เคยสัมผัสด้านดีงามของสถานที่เหล่านี้มาก่อน หากวันหยุดนี้ว่างก็ลองถอยห่างจากห้าง เดินห่างจากรถไฟฟ้า หรือแวะลงเรือที่ท่าน้ำอื่นๆ บ้าง เผื่อจะเจอมุมที่ชอบด้านที่ใช่ในแบบของเราเอง

อย่าลืมชวนคนรอบข้างออกมาค้นหาด้านที่ใช่และหาประสบการณ์ใหม่ในกรุงเทพฯ ด้วยกันนะ และถ้าเจอแล้วก็อย่าลืม Show your best side ที่คุณค้นพบให้ชาว The Cloud ไปตามรอยกันบ้างล่ะ 🙂

คุณอาจไม่เคยรู้ว่าในชีวิตประจำวันมี Tetra Pak อยู่รอบตัวมาตลอด ลองหันกล่องเครื่องดื่มที่อยู่ใกล้ตัวขึ้นมาดู แล้วคุณจะเห็นว่าโลโก้ของเราอยู่ตรงนั้น เพราะเราคือผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแบบครบวงจร ถ้าต้องการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ใหม่หรือให้คำปรึกษาธุรกิจก็คิดถึงเราได้นะ #ShowYourBestSide อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

Writer

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

พูดถึงร้อยเอ็ด คุณผู้อ่านนึกถึงอะไร

บึงพลาญชัย หนองน้ำแห่งใหญ่ใจกลางเมือง หอโหวด แลนด์มาร์กใหม่ประจำร้อยเอ็ด หรือทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ราบผืนใหญ่ที่กินพื้นที่หลายจังหวัดภาคอีสาน แหล่งกำเนิดข้าวหอมมะลิพันธุ์เด็ด ของดีเมืองสิบเอ็ดประตู

แต่ร้อยเอ็ดวันนี้ที่เราพบ ช่างเป็นเมืองที่แสนคึกคักน่ารัก ไม่เฉพาะเวลาลงเล่น เห็นจะเป็นเพราะมีสถานที่ดีศรีจังหวัดมากมายเต็มไปหมด ตั้งแต่กิจการห้างร้านที่คนรุ่นใหม่ไฟแรงกลับมาพลิกแดนเกิดเมืองนอนให้ฟุ้งไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ต่อยอดข้าวหอมมะลิเป็นเบเกอรี ทายาทนายฮ้อยดีกรีปริญญาโทจากอเมริกาหันมาพัฒนาพันธุ์ควาย ของดีที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ มัณฑนากรสาวเปลี่ยนบ้านเก่าเป็นคาเฟ่ แหล่งรวมของใช้ย้อนวัยที่หวนบรรยากาศครั้งอดีตกลับมาอีกครั้ง ไปจนถึงร้านกาแฟในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

คอลัมน์ Take Me Out ขอพาทุกท่านตะลุย 10 สถานที่ ทั้งวิถีวัฒนธรรมและเชิงนิเวศ จากคนมีฝันและคนมีไฟ กลับมาชุบชีวิตให้ร้อยเอ็ดเป็นเมืองแห่งแรงบันดาลใจของภาคอีสาน

01

พอดิน Clay Studio

ห้องเรียนศิลปะโอเพนแอร์ที่เชื่อว่าแค่มีดินก็เพียงพอ

พอดิน Clay Studio

‘พอดิน’ มาจากภาษาอีสานว่า ‘พ้อดิน’ แปลว่า เจอดินแล้ว

แต่อีกความหมายที่ ตี๋เล็ก-บุญกิจ พันธุ์ศรีศักดิ์ ตั้งใจซ่อนไว้ในชื่อ คือ มีแค่ดินก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างงานศิลปะสักชิ้นหนึ่ง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตี๋เล็กคืออดีตเด็กสถาปัตย์ผู้เคยติด F วิชางานปั้นสมัยเรียน ปัจจุบันกลับเป็นเจ้าของ ‘พอดิน Clay Studio’ โรงเรียนสอนศิลปะงานปั้นดินเผาไซส์จิ๋วแห่งเมืองร้อยเอ็ด เพราะฝึกทักษะพื้นฐานและปรับทัศนะให้หันมาเห็นคุณค่าของดินกับปราชญ์ชาวบ้านที่บ้านค้อ จังหวัดมหาสารคาม ก่อนมุ่งหน้าไปขอทำงานกับ อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินปั้นดินที่เชียงราย ทว่าไม่มีโอกาสได้ร่วมงาน 

เขาจึงหันมาเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเอง จนมีโอกาสไปอวดโฉมผลงานในงาน ‘ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านอาร์ต’ งานเทศกาลศิลปะครั้งใหญ่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2562 นับจากนั้นจึงเริ่มจัดเวิร์กชอปสอนปั้นดินเผาให้แก่ผู้สนใจ แต่มากกว่าวิชาความรู้หรือทักษะหัตถกรรม สิ่งที่ตี๋เล็กตั้งเป้าอยากถ่ายทอด คือความสุขจากการได้ทำงานศิลปะ เพราะแต่ละชิ้นต้องใช้จินตนาการ ความอดทน ทะนุถนอมกว่าจะได้ผลงานอันแสนน่าภูมิใจออกมา

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

“ดินที่ดี คือดินที่มีอยู่ที่บ้าน” เขาว่า

ตอนนี้ตี๋เล็กหลงใหลวิชาปั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จนเริ่มผลิตดินสำหรับงานปั้นโดยเฉพาะเพื่อจำหน่าย ควบคู่ไปกับการทำงานวิจัยการเคลือบเครื่องปั้นด้วยกากกาแฟอีกด้วย

พอดิน Clay Studio แฝงตัวอยู่กับ Skipper Garden ใช้พื้นที่กลางสวนเป็นห้องเรียนเปิดโล่ง พร้อมแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนตามงานเทศกาลต่าง ๆ เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้คนหลากหลายได้เข้ามาสัมผัสงานฝีมือแขนงนี้ แทนที่จะอยู่นิ่งอยู่กับที่

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 1542 2394

Facebook : พอดิน clay studio

02

Skipper Garden

ร้านกาแฟกลางป่ากึ่งพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีต้นไม้เยอะที่สุดในร้อยเอ็ด

Skipper Garden

ธรรมชาติบำบัดคนได้

กิ่ง-ปฏิญญากร บุราณรมย์ เจ้าของร้าน ‘Skipper Garden’ เชื่ออย่างนั้น เพราะเขามีคุณพ่อคอยปลูกฝังให้รักต้นไม้ตั้งแต่เด็ก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

วันเวลาล่วงไป จากดินรกร้าง ลูกหลานทอดทิ้งไปอยู่เมืองหลวง พร้อมป้ายประกาศให้เช่า กิ่งเปลี่ยนบ้านเป็นสวนส่วนตัว แต่เพราะอยากให้คนอื่นเข้ามาสูดไอดิน ดมกลิ่นหญ้า จึงปรับเป็นร้านกาแฟกลางป่า แผ่ร่มเงาแห่งการรักษ์ป่าครอบคลุมทั่วร้อยเอ็ดอย่างที่เห็น

ต้นไม้บางต้นเติบโตขึ้นเองอย่างไม่ตั้งใจ ไม่ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ยก็ใหญ่ได้โดยธรรมชาติ

ต้นไม้บางต้นก็มีที่มาที่ไป

เขาเล่าพลางชี้ไม้ชี้มือให้ดูต้นขนุนหน้าห้องน้ำ พร้อมเฉลยว่าตัวเองทิ้งเมล็ดลงไปในดินตรงนั้นตอนเริ่มก่อสร้างร้าน ผ่านไปไม่นานก็สูงใหญ่ใบดก เป็นแหล่งอ้างอิงอายุอานามของร้านที่แสนน่ารัก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

กิ่งปลูกปั้น Skipper Garden ขึ้นเพราะต้องการให้แขกไปใครมาได้รับพลังบวกจากต้นไม้พวกนี้ วางตัวเป็นแหล่งชาร์จแบตธรรมชาติ เปิดพื้นที่ป่ากลางเมืองให้ทุกคนมาพักผ่อนหย่อนใจ จิบกาแฟ นอนเปล รับลมกลางวันอุ่น ๆ มีสุมทุมพุ่มไม้เป็นเครื่องกีดกั้นความเครียดทิ้งไปตั้งแต่หน้าร้าน ร่มไทรใบบังเป็นร่มกางกั้นแสงแดดให้ต้องผิวแต่พอดี

“อาจจะไม่นาน ครู่สั้น ๆ แต่หากเยียวยาจิตใจคนได้ก็คุ้มแล้ว”

อ้อ! อาณาโดยรอบอันกว้างขวาง คือพื้นที่กึ่งสาธารณะที่กิ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาจัดกิจกรรมใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ไปจนถึงพอดิน Clay Studio โรงเรียนสอนทำเครื่องปั้นดินเผา

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 5135 7752

Facebook : Skipper Garden 

03

Hommali Story

แป้งข้าวหอมมะลิของดีเมืองร้อยเอ็ด สู่เมนูเบเกอรีแสนอร่อย

Hommali Story

‘เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ’

ใคร ๆ ก็รู้ว่าข้าวหอมมะลิคือของดีประจำเมืองหอโหวดแห่งภาคอีสาน แต่ครั้นจะปล่อยของดีอยู่บนหอคอยงาช้าง ไม่คิดคัดดัดแปลงให้งอกเงยงอกงามขึ้นก็น่าเสียดาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ภูมิ กองทุ่งมน แห่ง ‘Hommali Cafe’ ลูกร้อยเอ็ดที่ทดลองทำธุรกิจมาหลากหลายแขนง จึงหยิบแป้งข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาต่อยอด ผสานกับทักษะการทำขนมอบแบบฝรั่งที่เจ้าตัวไปเรียนมา ลองผิดลองถูกจนได้สูตรเบเกอรีแป้งข้าวหอมมะลิ เคล็ดลับเฉพาะหอมมะลิคาเฟ่เท่านั้น

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ร้านขนมแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศอบอุ่น สีสว่างสะอาดตา และเรื่องราวแห่งการสานต่อภูมิปัญญา แต่ยังแฝงไปด้วยวิสัยทัศน์ของเจ้าของร้าน ภูมิแบไต๋ว่าอยากพัฒนาสูตรให้เด็ดดวงจนวางขายตามร้านสะดวกซื้อ เสิร์ฟบนเครื่องบิน และส่งออกไปอวดของดีให้ชาวโลกได้ชิม ความฝันนี้ดูไม่ไกลเกินเอื้อมนัก เพราะเขาได้ แป้ง-พักตร์จิรา กองทุ่งมน ศรีภรรยา มาช่วยดูแลแผนการตลาดและกลยุทธ์

Hommali Cafe คือคาเฟ่แห่งภูมิปัญญา เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าร้อยเอ็ดคือเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์แห่งอีสาน

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 09 9610 5986

Facebook : Hommali Story

04

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

อาร์ตคาเฟ่ที่พิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

‘อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101’ คือคาเฟ่กึ่งอาร์ตสเปซกลางเมืองร้อยเอ็ดของ ต้น-ปรัชญา บุณยทัต ชาวนนทบุเรี่ยนที่ย้ายมาร้อยเอ็ดตามพ่อแม่

เกิดขึ้นด้วยความต้องการให้มีพื้นที่ที่ใคร ๆ ก็เข้ามาลองสัมผัส เพื่อพิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว ใช้เครื่องดื่มแก้วโปรดเป็นสื่อพาคนเข้าหาศิลปะอย่างแนบเนียน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ต้นไม่ใช่ศิลปินยิ่งใหญ่ที่เสกสรรงานศิลปะได้ตามใจหมาย เขาคือภูมิสถาปนิกคนธรรมดาผู้พึงพอใจกับการได้วาดรูปตามประสา เพียงแต่ไม่ต้องการให้กรอบความงามมาจำกัดจินตนาการไปอย่างน่าเสียดาย เขาหยิบชื่อ ‘อาร์ต ละ วาด’ ซึ่งเพี้ยนมาจากท่อนหนึ่งในเพลง เอาละเว้ย ของ โต้ง Twopee Southside เป็นชื่อร้าน ให้แขกไปใครมาได้อาละวาดสาดสีตามใจหมายได้อย่างไร้กังวล

มนุษย์ เครื่องดื่มแก้วโปรด งานศิลปะ ดูจะเป็น 3 สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่กลับเชื่อมโยงจนลงตัวอย่างน่าพิลึก ณ สถานที่แห่งนี้

ในอนาคต ต้นวางแผนให้อาร์ต ละ วาด แบ่งโซนร้านกาแฟกับสถานที่จัดเวิร์กชอปสอนระบายสีน้ำออกจากกันอย่างชัดเจน แถมอยากเติมพื้นที่แกลเลอรีแสดงผลงานไซส์ย่อมมาให้ครบวงจร เพื่อให้คนที่เข้ามาได้สัมผัสและตกหลุมรักศิลปะ

ที่ตั้ง : 33/63 ถนนกองพลสิบ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 2333 4095

Facebook : อาร์ต ละ วาด arts space & cafe 101

05

บ้านโบราณดี Gallery

ร้านอาหารจากบ้านเก่าของมัณฑนากรสาวกลับบ้าน

บ้านโบราณดี Gallery

ดวง-ดวงมณี สูงสันเขต คือสาวร้อยเอ็ดโดยกำเนิด 

เธอเป็นลูกสาวหล่าของครอบครัว มีกิจกรรมวาดภาพระบายสี ทำงานประดิดประดอย เป็นเครื่องแก้เหงาในวัยเยาว์

เธอติดตามรถพุ่มพวงของพ่อแม่ ตระเวนขายกับข้าวให้คนทั่วชุมชน พบปะทักทายผู้คนจนสนิทสนมประหนึ่งญาติตั้งแต่เด็กเช่นกัน

หลังเรียนจบเป็นมัณฑนากรเต็มตัว จึงตัดสินใจหอบฝันกลับถิ่นเกิด เพราะต้องการกลับมาดูแลพ่อแม่ ซึ่งนับวันก็ยิ่งอายุมากขึ้น เธอแปลงโฉมบ้านเก่าของครอบครัวเป็นร้านอาหาร เสิร์ฟกับข้าวสูตรคุณแม่ที่เคยทำเร่ขายกับรถพุ่มพวงและอร่อยเด็ดมัดใจคนทั้งย่านมาแล้ว แถมยังอุดหนุนวัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่นมาประกอบอาหารทุกจาน แจกจ่ายรายได้ให้ผู้เฒ่าผู้แก่อย่างทั่วถึง ส่วนพาร์ตเครื่องดื่ม เธออาศัยความชอบและทักษะการเรียนรู้ รังสรรค์ทุกเมนูขึ้นมาด้วยตัวเอง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

สรรพสิ่งที่ตกแต่งในร้านล้วนเป็นของกระจุกกระจิกที่ชวนหวนให้คิดถึงความอบอุ่นแห่งวันวาน เก่าเก็บบ้าง เขาให้มาบ้าง บางชิ้นดวงประดิษฐ์ขึ้นมาเองบ้าง ใครได้มาที่นี่ก็ล้วนอยากกลับบ้านไปนอนตักแม่

ดวงมณีอยากพิสูจน์ว่าคนรุ่นใหม่ก็กลับบ้านมาอยู่กับพ่อแม่ ใช้ของดีที่มีอยู่แล้วเป็นอาชีพได้จริง ไม่ใช่แค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ

ที่ตั้ง : 28 ตำบลธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 4297 4929

Facebook : บ้านโบราณดีgallery

06

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

ฟาร์มสเตย์กลางทุ่ง แหล่งจุบรรยากาศท้องทุ่งอีสาน

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

เพราะไม่อยากให้คนพื้นที่ลืมถิ่นเกิด ละทิ้งรากเหง้าของตัวเองไป ก้อง-วีรพล คำสุวรรณ หนุ่มนักดนตรีผู้ประสบภัยโรคระบาดตัวร้ายจึงหันหน้ากลับบ้าน เปลี่ยนบ้านพักกลางทุ่งที่ครอบครัวทำไว้สังสรรค์ส่วนตัวเฉพาะเพื่อนฝูงคนรู้ใจ เป็นฟาร์มสเตย์ที่พัก ให้แขกได้เข้ามาสัมผัสวิถีชาวนาขนานแท้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมต้องการกระจายรายได้ หากิจกรรมให้พ่อแม่ทำไม่เหงาห่อเหี่ยว จึงจัดแจงแบ่งหน้าที่ตามถนัด คุณพ่อดูแลนาและสวนโดยรอบให้เขียวชอุ่ม พร้อมชาร์จพลังสดชื่นจากธรรมชาติไว้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน คุณแม่งัดเสน่ห์ปลายจวัก ค้นสูตรลับเฉพาะตัวมาขโมยใจใครก็ตามที่ได้ชิม

ก่อนหน้าสถานการณ์โรคระบาดตัวร้ายจะกลับมาอีกครั้ง ก้องเห็นว่าสถานการณ์ของพี่น้องวงการดนตรีซบเซาจนน่าใจหาย จึงจัดเทศกาลดนตรีเล็ก ๆ ขึ้นที่ฟาร์มสเตย์แห่งนี้ ชื่อ ‘ในนามีเพลง’ ชวนศิลปินในพื้นที่มาสังสรรค์คลายเครียด ให้รู้ว่ายังมีกันและกันอยู่

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมยังกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่ ทำโครงการ ‘ส่งปิ่นโต’ ให้แม่ป้ารังสรรค์เมนูลับเฉพาะครัว อาหารพื้นถิ่น ใส่ปิ่นโตมาบริการนักท่องเที่ยวให้ได้กินวิถีชีวิตดั้งเดิมไม่ปรุงแต่ง

“ชีวิตชาวนาสร้างนิสัยคราฟต์ต่อการใช้ชีวิต” ก้องว่า

เขาตกหลุมรักวิถีเกษตรเข้าอย่างจังเมื่อได้มาต่อยอดปู่ย่า ฟาร์มสเตย์ วิ่งเล่นตามคันนา จับปู ดักปลา ยิงกะปอม แล้วประกอบอาหารแบบพื้นบ้าน เสน่ห์ข้อนี้ผูกเงื่อนตายระหว่างเขาเข้ากับฟาร์มสเตย์แห่งนี้

“วิถีชาวนาอาจไม่สะดวกสบาย แต่มันให้ทุกอย่างที่ชีวิตต้องการ ทั้งข้าวปลาอาหารและเงินทอง หากรู้วิธีบริหารจัดการที่ดี” 

ที่ตั้ง : ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด 45230 (แผนที่)

ร้านอาหารเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.00 – 18.00 น.

ที่พักฟาร์มสเตย์ติดต่อทางเฟซบุ๊ก

โทรศัพท์ : 08 0750 9312

Facebook : ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

07

Midori Cafe

คาเฟ่ใบไม้สีเขียวฉบับแดนอาทิตย์อุทัยที่อบอุ่นดุจบ้านเพื่อน

Midori Cafe

Midori เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่าใบไม้สีเขียว

อาร์ต-พิศุทธิ์ แสงสุริศรี ลูกหลานร้อยเอ็ดหยิบเอาความหลงใหลในธรรมชาติ โดยเฉพาะธรรมชาติแบบญี่ปุ่นที่เจ้าตัวมีโอกาสไปสัมผัส จากคราวไปเยี่ยมแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อย ๆ มาใช้เป็นธีมหลักในการตกแต่งร้าน สร้างมินิเจเปนทาวน์ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

นอกจากบรรยากาศแดนอาทิตย์อุทัย แตกต่างจากบริเวณโดยรอบ ความพิเศษที่อาร์ตบรรจงใส่ลงไปในร้าน คือบริการคั่วกาแฟแบบแก้วต่อแก้ว ด้วยความหลงใหลจนถึงขั้นมีโรงคั่วของตัวเอง ใครถนัดกาแฟคาแรกเตอร์แบบไหน กระซิบบอกอาร์ตให้จัดได้ตามต้องการ 

อาร์ตเผยความลับในใจว่าเขารักอาชีพนี้และร้านนี้อย่างมาก ลงทุนทุ่มเททุกเรี่ยวแรงตั้งแต่ Day 1 เขาจึงไม่เคยคิดย่อท้อ พร้อมตื่นเช้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มแก้วอร่อยตั้งแต่ 7 โมง ยาวไปจนถึง 2 ทุ่ม วันหยุดราชการ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันพิเศษโอกาสใด ก็ปิดบริการ Midori Cafe ไม่ได้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

คำโอภาปราศรัย เครื่องดื่มรสชาติดี บรรยากาศอบอุ่น ประสานพลังให้เราสัมผัสความเป็นกันเองได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้าบริเวณร้าน

เหมือนมาบ้านเพื่อนเลย-เราคิด 

ที่ตั้ง : ซอยราชการดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2832 9897

Facebook : Midori Cafe

08

ฟาร์มควายดี 

ฟาร์มควายไทยพันธุ์ดีของเหลนนายฮ้อยดีกรี ป.โท อเมริกา 

ฟาร์มควายดี

ควาย คือเพื่อนข้างกายเกษตรกรไทยมานานเกินกว่าจะนับได้ แม้เป็นสัตว์ที่ถูกมองข้ามอยู่ตลอดเวลา โดนตีตราว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเขลา แต่เพื่อนสี่ขาเขาโง้งยาว เจ้าของนิยามถึกทนนี้ คือความสนใจของ เจ๋ง-จารุตตม์ เดชะพหุล หนุ่มนักเรียนนอก ดีกรีปริญญาโทจากอเมริกา

สายเลือดนายฮ้อยจากคุณตาทวดกระตุ้นให้เขาสังเกตว่าเกษตรกรไทยไม่ได้มีรายได้ดีเท่าเกษตรกรฝรั่ง จากประสบการณ์ตรงเมื่อคราวไปเรียนต่อด้านการตลาดที่รัฐเนแบรสกา (Nebraska) เจ้าตัวจึงกลับมาทุ่มเทศึกษาควายอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับเรียนรู้วิถีเกษตรกรไทย จนเห็นแจ้งว่าเกษตรกรไทยขาดองค์ความรู้ในการทำเกษตรให้เป็นที่ต้องการของตลาด 

เขาจึงผลักดันการกระจายองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อม ๆ กับพัฒนาสายพันธุ์เพื่อนรักชาวนาอย่างควาย ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด ให้ได้ควายสายพันธุ์ดีตรงตามความต้องการตลาดควาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตลาดควายยิ่งใหญ่และน่าสนใจอย่างมาก มีทั้งสายสวยงาม สายควายเนื้อ สายควายนม และบรรดาควาย ๆ ในฟาร์มควายดีก็น่ารักจับใจ 

ปัจจุบันเจ๋งเป็นที่ปรึกษาสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย มีโอกาสได้ออกไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เลี้ยงควายอยู่บ่อย ๆ เพื่อพัฒนาและอนุรักษ์สายพันธุ์ควายไทยให้เจ๋งสมชื่อ

อนาคตเจ้าตัวยังมีแผนเปิดร้านอาหารกึ่งศูนย์เรียนรู้ เปลี่ยนความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ให้หันมารักน้องควายผ่านกิจกรรมสนุก ๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : โทรติดต่อคุณเจ๋งเพื่อนัดเวลา

โทรศัพท์ : 09 2425 9499

Facebook : KWAI DEE – ฟาร์มควายดี

09

เมืองไม้บาติก

แหล่งผ้าบาติกแดนใต้ใจกลางอีสาน

เมืองไม้บาติก
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ผ้าบาติกคือของดีจากแดนด้ามขวาน ลวดลายที่เห็นกันจนชินตามีตั้งแต่น้ำทะเลไปจนถึงต้นมะพร้าว สีสันฉูดฉาดแจ่มตา

อาจารย์ต่อศักดิ์ สิทธิสา คือผู้ริเริ่มพาผ้าบาติกแดนใต้มาสู่กลางภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิด ‘เมืองไม้บาติก’ โรงเรียนสอนและโรงงานผลิตผ้าบาติกที่เขาพัฒนาจนเด่นดัง ใครได้ยินว่าร้อยเอ็ดมีผ้าบาติกเป็นของดี เป็นต้องขมวดคิ้วฉงน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

เมืองไม้บาติกพัฒนาทั้งลวดลายและสีสันของผ้าให้มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนบาติกดั้งเดิม ใช้ผ้าไหมทอมือของร้อยเอ็ดแท้ ๆ เพนต์ลวดลายธรรมชาติ สาดเฉดสีเอิร์ธโทนนวลตา ตรงใจลูกค้าทั้งไทยเทศ อาจารย์ต่อศักดิ์เปิดรับนักเรียนเฉพาะกิจ สำหรับใครที่สนใจเรียนรู้วิธีทำผ้าฉบับกระชับ แวะเข้ามาเติมแต้มแต่งผ้าได้ตามจินตนาการความชอบ ใส่ไอเดียได้อย่างเต็มที่ หรือใครอยากเลือกช้อปไปเติมตู้ ก็เลือกสรรได้ตามอัธยาศัย 

อาจารย์ต่อศักดิ์เล่าอย่างภาคภูมิใจว่า เมื่อ พ.ศ. 2547 เมืองไม้บาติกได้รางวัลโอทอประดับ 5 ดาว จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วจังหวัดเพื่อนบ้าน ทั้งยังได้รับคัดเลือกจากสายการบินไทย นำไปเป็นสินค้าโอทอปขายบนเครื่องบินอีกด้วย

จะซื้อใช้ซื้อฝาก ก็เป็นตาฮักไปเบิ้ด!

ที่ตั้ง : 281 หมู่ 2 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 0 4356 9048

10

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

ร้านอาหารในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

สีนะวัฒน์พาณิชย์ คือกิจการเก่าแก่คู่เมืองร้อยเอ็ดที่ แทน สีนะวัฒน์ ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กวิ่งซนมาด้วยความผูกพัน

พอถึงคราวได้ทำ ‘Elefin’ ธุรกิจร้านอาหารของตัวเองซึ่งมีสาขาอยู่ทั้งกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ จึงอยากกลับมาเปลี่ยนมรดกบ้านเก่าของครอบครัวริมบึงพลาญชัย เป็นร้านบริการอาหารและเครื่องดื่มภายใต้เครือเดียวกัน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แทนหยิบเอาชื่อปู่ ‘สวน’ ย่า ‘พยอม’ มาเป็นชื่อสร้อยต่อท้ายประจำสาขา ด้วยอยากให้คนร้อยเอ็ดได้มีที่พักผ่อน แหล่งครัวอาหารอร่อยปลอดภัย เสิร์ฟเมนูคุณภาพและเครื่องดื่มสุขภาพ เป็นหมุดหมายสำคัญของเมือง เคียงคู่ไปกับการเป็นแหล่งรวมความทรงจำวัยเยาว์ของเขา

เอลเลฟินตกแต่งด้วยนานาอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับกิจกรรมทอผ้าไหมของ ย่าพยอม สีหะวัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะงานผ้า) พ.ศ. 2530 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และสะท้อนภูมิปัญญาชาวอีสาน เพิ่งปรับตัวเป็น House Museum อย่างเป็นทางการเพื่อเชิดชูเกียรติคุณย่า นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือจับปลาแบบดั้งเดิมของคุณปู่ ไปจนถึงโมเดลรถ ของสะสมส่วนตัวของแทน กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณอย่างน่ารัก

เรือนไม้ตึกแถวขนาด 4 คูหา 2 ชั้นยังคงอบร่ำไปด้วยเสน่ห์แห่งวันวานอยู่คู่เมืองร้อยเอ็ดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่ตั้ง : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7599 9222

Facebook : Elefin Cafe Bahn Suan Payorm ร้านอาหารเเละกาแฟ ริมบึงพลาญชัย ร้อยเอ็ด

Writer

กรภัทร พรมรักษา

ออกเดินทาง ซดกาแฟ มองท้องฟ้า ฟังเรื่องเล่า ประสบการณ์ไม่เคยเก่าเลย

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load