30 กันยายน 2560
6 PAGES
14 K

เสน่ห์ของกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่ความเป็นไทย แต่เป็นความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ทำให้การใช้ชีวิตในเมืองหลวงสนุกไม่จำเจ อารยธรรมรุ่มรวยของอินเดียแทรกตัวอยู่ในอาหาร ร้านค้า ศาสนา สถาปัตยกรรม และผู้คนที่น่าทำความรู้จัก เราสูดกลิ่นเครื่องเทศแล้วออกไปตามหาดินแดนภารตะในมุมต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ทุกๆ ที่อ้าแขนต้อนรับแขกผู้มาใหม่ และทำให้หัวใจเราอบอุ่นกรุ่นกลิ่นมาซาล่า

 

1. เลือกซื้อเครื่องเทศสูตรเฉพาะที่สุวรรณ เครื่องเทศ

      ตึกหัวมุมที่ตั้งอยู่ปากซอยเจริญกรุง 42 อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศหนักแน่นทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เครื่องเทศแบบสำเร็จ สีเหลืองทองหลากเฉกในซองอย่างผงกะหรี่ ผงเครื่องข้าวหมกและผงแกงกุรุหม่าที่วางอยู่ตรงหน้า เป็นสูตรเฉพาะของภูวนาถ ธีรลักษณ์ คนไทยเชื้อสายอินเดียที่ได้สืบทอดวิธีการทำจากคุณตา ด้วยการออกแบบสูตรให้ผักชี ยี่หร่า ลูกกระวาน กานพู และอบเชย มาผสมกันในอัตราส่วนที่พอดี จึงทำให้เครื่องเทศจากร้านนี้เป็นที่นิยมของบรรดาร้านอาหารอิสลามเจ้าเด็ดในย่านบางรักทั้งหมด ส่วนเครื่องเทศแบบที่ยังไม่สำเร็จ ร้านนี้มีหญ้าฝรั่นและใบกระวานชั้นดีที่คัดสรรมาให้ ไม่เพียงเท่านั้น อีกฟากหนึ่งของร้านยังมีผ้าโสร่งและชุดประกอบพิธีละหมาดอย่างถูกต้องจำหน่ายด้วย

ที่อยู่: หัวถนนสีลม ซอยเจริญกรุง 42 แยกบางรัก
เวลาทำการ: 08.00 – 18.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
ติดต่อ: 02-234-6735

 

2. ซื้อผ้ากับนายห้างบัญชาที่ร้านนายเล็กใจดี พาหุรัด

พาหุรัดหรือลิตเติ้ลอินเดียเป็นอาณาจักรผ้าที่เลื่องลือที่สุดในกรุงเทพฯ เราเลยมุ่งไปที่ร้านนายเล็กใจดี ร้านขายผ้าที่เคียงคู่ย่านนี้มายาวนานกว่า 80 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ชาวซิกข์ของ บัญชา ผู้เป็นเจ้าของร้าน ที่แบกผ้าเดินขายตามบ้านคนไทยและใช้ความใจดีเป็นจุดขาย โดยชื่อนายเล็กเป็นชื่อคุณพ่อของนายห้างคนปัจจุบัน ร้านขายผ้าเก่าแก่นามสกุลใจดีแห่งนี้ตระการตาไปด้วยม้วนผ้าหลากสี หลายประเภท เรียงรายจนล้นออกมายังหน้าร้าน ซึ่งมีตั้งแต่ผ้าด้ายดิบ ผ้าขาว ผ้าฝ้าย ผ้าลูกแก้ว ไปจนถึงผ้าไหมและผ้าดิ้นเยียรบับ นายห้างก็ใจดีสมชื่อ ยินดีแนะนำให้เราได้ผ้าที่เหมาะไปตัดชุดสวยตามแบบในฝันในราคาสบายกระเป๋า

ที่อยู่: 382 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์
เวลาทำการ: 09.00 – 18.30 น.
ติดต่อ: 02 -222-7034

 

3. ซื้อชุดส่าหรีจากร้าน S.S. ที่่ Little India

อยากซื้อผ้าอินเดียลายวิจิตร หรือต้องการชุดส่าหรีลายวิไล ขึ้นบันไดเลื่อนเล็กๆ ที่หยุดเลื่อนถาวรมาตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่าได้เลย ตลาดที่ซ่อนตัวบนชั้น 2 นี้มีทั้งร้านขายม้วนผ้า ส่าหรี ชุดนำเข้าจากอินเดียของสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ทั้งยังมีเครื่องประดับปะวะหล่ำกำไลเสร็จสรรพ โดยร้าน S.S. นำเข้าผ้าไหม ผ้าคอตตอน ผ้าชีฟองสีสันสดใส และสารพัดชุดสวยฉูดฉาดจากนิวเดลีมาเพียบ ร้านของครอบครัวเชื้อสายอินเดียที่เปิดร้านมากว่า 15 ปีเต็มไปด้วยของสนุกที่คู่ควรกับตู้เสื้อผ้าเราเป็นที่สุด จะใส่ไปงานเลี้ยงแฟนซี ปาร์ตี้กับเพื่อน หรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันก็สวยเก๋ไม่เป็นรองใคร

ที่อยู่: ตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่า ชั้น 2 หน้าบันไดเลื่อน ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 097-442-2269

 

4. สงบจิต สงบใจ ในคุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา วัดซิกข์แห่งแรกของไทย

ออกจากพาหุรัดแล้วเลี้ยวขวา เดินตรงมาอีกนิด เราก็จะเจอคุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา ศาสนสถานอันวิจิตรของชาวซิกข์ที่เปิดประตูต้อนรับคนทุกศาสนา แต่มีข้อตกลงว่าต้องแต่งกายให้มิดชิด คลุมศีรษะด้วยผ้าที่ทางวัดจัดเตรียมให้เรียบร้อยก่อนจะเดินชมในแต่ละชั้น และห้ามถ่ายรูป เมื่อเดินขึ้นไปจะพบโถงโล่งกว้างที่สงบและสะอาดสำหรับประชุมหรือจัดงานต่างๆ โรงทานที่เปิดเลี้ยงอาหารฟรีทุกวัน และบนชั้น 4 จะเป็นโถงฟังธรรมสวดมนต์ทุกเช้าเย็น แถมยังมีขนมหวานตามธรรมเนียมที่เจ้าหน้าที่มอบให้ชิม มีห้องเรียนศาสนาที่มีการสอนเป็นภาษาไทย และหากเรามาถูกจังหวะเราอาจจะได้เห็นบรรยากาศของงานมงคลกลิ่นอายภารตะที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนในชุดกูรตะ ส่าหรี ที่ไม่ได้พบเห็นง่ายๆ

ที่อยู่: 571 ถ.จักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์
เวลาทำการ: 05.00 – 19.00 น.
ติดต่อ: 02-224-8094

 

5. ลิ้มรสขนมหวานจาก Panjab Sweet ในย่านอินเดีย เอ็มโพเรียม

‘หวานจับใจ’ คือรสสัมผัสแรกหลังจากที่เราได้ลิ้มลองขนมอินเดียซึ่งมีต้นตำรับมาจากรัฐปัญจาบในร้าน Panjab Sweets ร้านขายขนมหวานชิ้นน่ารักย่านอินเดีย เอ็มโพเรียม ขนมที่นี่ทำจากนมและน้ำตาลหน้าตาหลากหลายซึ่งใช้เป็นขนมไหว้พระพิฆเนศ พระแม่ลักษมี พระแม่อุมาเทวี คล้ายกับที่เราได้ชิมในวัดซิกข์ เมื่อสั่งมาชิมกับราสมาลัยหรือก้อนชีสแช่น้ำนมรสหอมหวาน และจิบ Chai ร้อนๆ คู่กัน ของหวานหอมอร่อยนี้ก็เพิ่มพลังงานให้เราเดินสำรวจย่านนี้อย่างสดชื่นอารมณ์ดี

ที่อยู่: ซอยอินเดีย เอ็มโพเรียม
เวลาทำการ: 07.30 – 19.00 น.
ติดต่อ: 02-222-6541

 

6. รีดเหงื่อไปพร้อมๆ กับฝึกสมาธิสไตล์อินเดียที่ Ashtanga Yoga

อยากยืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายร่างกายและอยู่กับลมหายเข้าใจเข้า-ออกของตัวเองอย่างเต็มที่ ต้องตรงไป Ashtanga Yoga โยคะ ซึ่งเป็นโยคะดั้งเดิมของอินเดียที่ทำให้เราได้ดัดทั้งกายและใจ ผ่านคลาสเรียนที่ไม่ได้แบ่งแยกระดับ โดยเริ่มจากการฝึกอาสนะในท่าที่ 1 และไล่ไปเรื่อยๆ ตามขีดความสามารถที่เรามี เมื่อถึงท่าที่เราทำไม่ไหวก็ไม่กังวลใจแต่อย่างใด เพราะอาจารย์ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีจะช่วยดูแลเราอย่างใกล้ชิด แถมยังได้ฝึกในห้องที่มีบรรยากาศเป็นมิตรกับร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังอาจจะได้เพื่อนใหม่สายสุขภาพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ที่อยู่: ชั้น 8 โรงแรม S31 ซอยสุขุมวิท 31
เวลาทำการ: 05.30 – 20.30 น.
ติดต่อ: 097-249-9202
Facebook |  Ashtanga Yoga Center Of Bangkok. – AYBKK

 

7. สร้างสิริมงคลที่วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก)

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือวัดแขก สีลม เป็นที่พึ่งทางใจของชาวพราหมณ์-ฮินดูมานับร้อยปีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 สถาปัตยกรรมแบบดราวิเดียนสีฉูดฉาดและบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ย่านเศรษฐกิจนี้มีมิติน่าสนใจทางประวัติศาสตร์และศาสนา ศาสนสถานนิกายศักตินี้เคารพบูชาพระอุมาเทวี ชายาของพระศิวะ เป็นองค์ประธาน และยังเป็นที่สักการะพระพิฆเนศและเทพองค์อื่นๆ

บุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปเยี่ยมชมสักการะ หรือขอพรด้านความรักและการขอบุตรได้ เทศกาลสำคัญเก่าแก่ของที่นี่คือพิธี ‘นวราตรี’ เพื่อบูชาพระแม่อุมาเทวี โดยจะปิดถนนและจัดขบวนแห่ประจำปีอย่างยิ่งใหญ่ประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี จะเข้าร่วมขบวนแห่กับผู้คนนับพันหรือไปสักการะในวันทั่วไปก็ทำได้ตามความประสงค์

ที่อยู่: 2 ถนนปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก
เวลาทำการ: 06.00 – 20.00 น.  

 

8. ดินเนอร์สุดหรูประหนึ่งราชาที่ห้องอาหาร Rang Mahal

เสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงห้องอาหารราง มาฮาล ว่าอร่อยนักหนาแว่วมาตลอด 23 ปีตั้งแต่โรงแรมแรมแบรนดท์ก่อตั้งมา แค่เห็นจอกทรงสูงใส่น้ำกับโซฟาสไตล์ภารตะบนห้องอาหารชั้นสูงสุดของโรงแรมก็หลงรักแล้ว พอได้ชิมขาแกะหมักย่างเตาถ่านที่ค่อยๆ ทำให้สุกกว่า 6 ชั่วโมง เราก็รู้ว่าข่าวลือเรื่องรสชาตินั้นไม่ได้เกินจริงไปแม้แต่นิดเดียว เชฟราจัน มิสรา ปรุงอาหารอินเดียเหนือรสดั้งเดิมโดยใช้เครื่องเทศจากอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่างทันดูรี ขาแกะหมักเหล้ารัม แกงแพะย่าง หรือแกงกุ้งมะเขือเทศรสจัด ทุกอย่างกลมกล่อมถูกปากคนไทย แกะและแพะนุ่มๆ หอมกรุ่นไร้กลิ่นคาว กินคู่กับข้าวบาสมาติผัดและนานใส่กระเทียมแล้วอร่อยเยี่ยมยอด ก่อนอิ่มก็ล้างมือในอ่างน้ำมะนาวอุ่นสักหน่อย แล้วปิดท้ายด้วยการชิมกุหลาบจามุนในน้ำเชื่อมอุ่นรสหอมหวานและมะม่วงลาสซี่ที่ใส่โยเกิร์ตกับถั่วเข้มข้นชื่นใจ จบมื้อแล้วน้ำตาแทบไหล ประทับใจราง มาฮาล ที่แปลว่าสถานที่จัดงานเลี้ยงของราชวงศ์จริงๆ

ที่อยู่: ชั้น 26 โรงแรม Rembrandt Hotel ซอยสุขุมวิท 18
เวลาทำการ: 17.00 – 24.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ มีมื้อกลางวัน 11.00 – 14.30 น. ด้วย)
ติดต่อ: 02-261-7100 ต่อ ราง มาฮาล
Facebook : Rang Mahal

 

9. อุดหนุนเบอร์นาร์ด ตำนานถั่วที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ผ่านไปผ่านมาแถวธรรมศาสตร์จะต้องเห็นเบอร์นาร์ดนั่งขายถั่วอยู่ที่ประตูท่าพระจันทร์เป็นทุกครั้ง อาบังวัย 72 ที่เลือกอาชีพขายถั่วเป็นอาชีพแรกและอาชีพหลัก ปักหลักขายถั่วให้เราได้ซื้อหาในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้มามากกว่า 4 ทศวรรษ เมล็ดถั่วสีเขียว เหลือง น้ำตาล ที่ถูกจัดอยู่ในกล่องไม้ที่มีล้อเลื่อน ประกอบไปด้วยถั่ว 6 ชนิด เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วลันเตาเคลือบ และถั่วปากอ้า ในราคาสบายกระเป๋าเพียง 20 บาท ไม่ว่าจะอยากได้ของขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ หรืออยากจะสนทนากับเบอร์นาร์ดที่คุยสนุกและพร้อมจะยียวนเมื่อสนิท อย่าได้คิดมาก แวะไปทักทายและอุดหนุนเขาได้ทุกวัน

ที่อยู่: หน้าคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เวลาทำการ: ตามเวลาราชการ

 

ภาพ: มณีนุช บุญเรือง, ปฏิพล รัชตอาภา

Writers

นันท์นภัส พลเศรษฐเลิศ

เด็กฝึกงานที่กำลังรอรับปริญญา ใช้ชีวิตไปมาๆระหว่างกรุงเทพฯ-ศรีสะเกษ รักการอยู่บ้าน พอๆกับการอยู่นอกบ้าน ยังไม่ชัดว่าจะได้ประกอบอาชีพอะไร แต่ตั้งใจจะหัดขีดเขียนให้ดี

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ