“ตอนแรกเราเข้าใจว่าเราไม่มีวัฒนธรรม เพราะเราไม่ใช่เมืองหลวง ไม่เคยเป็นราชธานี แต่ในช่วงหลายปีมานี้มันมีกระแสหวนหาอดีต ภูเก็ตเป็นเมืองแรกๆ ที่หันกลับไปมองว่าตึกรามบ้านช่อง อาหาร และสิ่งที่เรามีอยู่แล้วนั่นแหละคือวัฒนธรรมของเรา จริงๆ ภูเก็ตแตกต่างจังหวัดอื่นโดยสิ้นเชิง อาหารก็คล้ายทางปีนัง กระเถิบไปอีกสองสามจังหวัดเราจะไม่ค่อยเจออะไรแบบนี้แล้ว

“ถึงภูเก็ตอ่อนแอเรื่องศิลปะ เราไม่มี art college ไม่มีหอศิลป์ แต่ความแข็งแรงของวัฒนธรรมภูเก็ตสะท้อนผ่านอาหารการกิน”

ตี่-วีระชัย ปรานวีระไพบูลย์ สถาปนิก นักธุรกิจ และสมาชิกกลุ่ม So Phuket อธิบายไอเดียเบื้องหลังโครงการ F. A.T. Phuket (Food Art Old Town) ที่แต่งเติมผนังย่านเมืองเก่าด้วยกราฟฟิตี้สีสันสดใส ในปี 2015 ภูเก็ตเพิ่งได้รับการจัดอันดับว่าเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร หรือ Creative City of Gastronomy จากยูเนสโก ชาว So Phuket เลยจับจุดแข็งเรื่องการกินที่ผูกพันกับวิถีคนภูเก็ต 12 หมวดมาเป็นโจทย์ให้ศิลปินเพ้นต์กำแพงเป็นอาหารตา ลวดลายมีชีวิตชีวาบอกใบ้อาหารจานเด็ด 88 รายการให้ผู้คนแกะรอยความอร่อยของไข่มุกอันดามัน

ไปภูเก็ตครั้งหน้า อย่ามองหาภาพสตรีทอาร์ตเพียงอย่างเดียว เรารวมเมนูห้ามพลาดจากแต่ละหมวดมาไว้ที่นี่แล้ว

1.เจอเต่าแดง กินเต่าแดง

ณ ปากซอยรมณีย์ ถนนถลาง น้องมาร์ดี เด็ก 3 ตาของ Alex Face กลายร่างเป็นเต่าแดงตัวใหญ่ ที่แขนขาเขียนว่าแก้ว แหวน เงิน ทอง พร้อมหางลายสมหวัง ภาพนี้มาจากความเชื่อเรื่องเทศกาลพ้อต่อหรือ Hungry Ghost Festival ที่วิญญาณคนตายจะออกมาเที่ยวบนโลกมนุษย์ ชาวบ้านจะแขวนโคมเพื่อนำทางดวงวิญญาณ และตั้งโต๊ะเซ่นอาหารเซ่นไหว้พร้อมขนมอังกู๊โก้ย หรือขนมเต่าทาสีแดง ในช่วงเทศกาลเดือน 7 ตามปฏิทินจีน ช่วงนั้นจะหาเต่าตัวใหญ่ทานได้ฟรี แต่ถ้าอยากลองชิมเต่าแดงเพื่อสิริมงคลนอกเทศกาล ก็หาซื้อขนมถั่วเขียวรูปเต่าตัวเล็กๆ รสหวานนุ่มนวลได้ในตลาดเช้าตลอดทั้งปี แนะนำว่าควรตื่นเช้าไปลอง เพราะในตลาดยังมีของกินสนุกๆ อีกเพียบ

2. ชมนก กินนก

รักกิจ ควรหาเวช ศิลปินสไตล์ Geometric ซ่อนสีสันและรูปทรงของขนมเด็ก 12 อย่างไว้ในภาพนกตัวใหญ่ที่ถนนถลาง ขนมที่กินหลังเลิกเรียนและขนมโบราณต่างๆ ของภูเก็ตเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำวัยเด็ก เช่น ก้องทึ๋ง (ขนมตุ๊บตั๊บ) ซิต่าวซ้อ (ขนมหน้าแตก) ขนมปลา ของอร่อยเหล่านี้ส่วนใหญ่หาซื้อได้ที่ร้านอาตั๊กแก ถนนดีบุก หรือร้านเค่งติ๊น ย่านบางเหนียว เราขอแนะนำขนมนก ขนมปังกรอบรูปนกจากร้านเค่งติ๊น วิธีกินให้อร่อยต้องจับนกจุ่มในช็อกโกแลตร้อนก่อนส่งเข้าปาก รสหวานมันกับความกรอบจะกลมกล่อมเข้ากันดีเป็นที่สุด

3. กินเจสู้เสือ

อีกภาพของรักกิจอยู่ที่หน้าโรงแรมสินทวี ถนนพังงา เป็นภาพหน้าเสือขนาดใหญ่ สีสันของพยัคฆ์สุดเท่นี้มาจากเทศกาลกินเจอันโด่งดังของภูเก็ต ในภาพซ่อนตะเกียง ประทัด กล่องไม้ขีด และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการถือศีลกินผัก ใครอยากทานอาหารมังสวิรัติ แนะนำให้ไปถนนระนองที่มีร้านอาหารเจเรียงราย ขอแนะนำผัดหมี่เจร้านเจี๊ยะฉ่าย รสชาติดีและราคาเป็นมิตร หรือจะลองเมนูอื่นๆ เช่น จับฉ่าย หรืออาจาด (ยำแตงกวาใส่เห็ดหูหนูกับผงกะหรี่) ก็ดีงามไม่แพ้กัน ที่สำคัญควรไปถนนระนองช่วงเช้าหรือกลางวันเพราะอาหารหมดเร็ว

4. เดินตลาดเช้า เข้าร้านเสี่ยวโบ๋ย

ตลาดดาวทาวน์มีทั้งของสด อาหาร และสิ่งของต่างๆ ขายจนคึกคักตลอดวัน ลองเลี้ยวเข้าไปถามหาภาพเด็กเข็นรถเข็น ทุกคนจะชี้ไปที่กำแพงรูปน้องมาร์ดีสวมชุดย่าหยาสีชมพู สะท้อนวิถีตลาดเช้าหรือบ่านซ้านของเมืองตื่นเช้า งานนี้จะเลือกกินข้าวต้มฮกเกี้ยน โรตีแกง หรือข้าวยำ ก็เหมาะสมตามธรรมเนียม แต่เราเลือกพุ่งไปร้านจ่วนเฮี้ยง ร้านเก่าแก่ที่ขายเสี่ยวโบ๋ยหรือติ่มซำมาเกือบร้อยปี ทีเด็ดอยู่ตรงขนมจีบ ฮะเก๋าร้อนๆ หอมนุ่ม และน้ำจิ้มปรุงเองที่นัวอร่อยเหนือจิ๊กโฉ่วธรรมดา มี 2 สาขาที่ถนนพูนผลและถนนชนะเจริญ ถ้าอยากกินก็ต้องตื่นเช้าเช่นเคย เพราะร้านจะเปิดแค่ 6 โมงเช้า – 11 โมงเท่านั้น

5. กินเปาะเปี๊ยะยามบ่าย ทักทายฝูงสัตว์

มื้อสำคัญมากของชาวภูเก็ตคือมื้อบ่าย เพราะเป็นเวลาชุมนุมสภากาแฟหรือสภาโกปี๊ เหนือเครื่องดื่มและจานอาหารคาวหวานสารพัดคือบทสนทนากระชับความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นโอ้เอ๋ว อาวโป้ ตูโบ้ หรือฉิ้งฉ้างทอด P7 ซ่อนสีและสัญลักษณ์ของมื้อบ่ายในลำตัวฉูดฉาดของเสือตัวนี้ ไปมองหาพี่เสือได้ที่ทางเข้าลานจอดรถโรงแรมสินทวี ถนนพังงา แล้วอย่าลืมไปชิมเปาะเปี๊ยะสด จานฮกเกี้ยนคลาสสิกประจำมื้อบ่ายมารับประทาน เราได้ชิมแป้งนุ่มๆ ไส้มันแกวผัดราสซอสกลมกล่อมนี้หน้าโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว อร่อยประทับใจ แต่สายข่าวแนะนำให้ไปชิมอีกเจ้าที่ตลาดใต้ต้นฉำฉาด้วย เพราะนอกจากปอเปี๊ยะรสชาติเด็ดขาด แถวนั้นยังมีร้านอาหารพื้นเมืองอีกมากมาย

6. ดูนกปิกนิกเล่นน้ำ ตามไปโซ้ยก๋วยเตี๋ยวกุ้ย

เจ้านกตาโตที่จับเชือกตามเต่าลงทะเลเป็นผลงานของ ‘มือบอน’ (ไม่ได้ว่า เขาใช้ฉายานี้จริงๆ) บอกเล่ากิจกรรมเดินเต่าของชาวภูเก็ตบนฝาผนังร้านจี๊ดราดหน้ายอดผัก ซอยโรงแรมเพ้งหมินเก่า ถนนพังงา โดยสมัยก่อนชาวบ้านจะออกไปปิกนิกเล่นน้ำที่ชายหาด เฝ้าดูเต่าวางไข่เวลากลางคืน และบางครั้งก็เก็บไข่เต่ามากินหรือมาขาย สมัยนี้ไม่มีกิจกรรมนี้แล้วเพราะธรรมชาติเปลี่ยนแปลง แต่อาหารห่อไปปิกนิกยังคงอยู่ ไม่ว่าจะผัดไทย หมี่หุ้น หรือก๋วยเตี๋ยวกุ้ย จานเส้นผัดซอสกับถั่วงอกและเต้าหู้ ขอย้ำตรงนี้ว่าต้องไปกินที่ร้านกิมแจ้ ถนนพูนผล ซอย 9 เพราะร้านเก่าแก่นี้นอกจากผัดแบบออริจินัลอร่อย ยังมีจานพลิกแพลงใส่เนื้อสัตว์ และห่อหมกกับเกี้ยนทอดที่อร่อยจนลืมไม่ลงด้วย

7. เปิดครัวบ้านป้า กินปลาทอดเครื่อง

บนผนังตึกร้านซินเซ่งหลอง หัวถนนพังงา มีคุณป้าหน้าตาใจดีนั่งอยู่ที่โต๊ะกับข้าว งานเพนต์แบบ realistic นี้เป็นของ พิชิต ไปแดน สังเกตได้ว่าคุณป้าแต่งตัวแบบย่าหยา สวมเสื้อลูกไม้ติดกระดุมผ่าหน้า นุ่งผ้าปาเต๊ะ และท่าทางจะทำกับข้าวอร่อย ครัวในบ้านของภูเก็ตมีจานเด็ดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหมูฮ้อง หอยพงผัดขิง น้ำชุบคั่ว แกงตูหมี้ แต่งานนี้เราขอแนะนำปลาทอดเครื่องจากร้านข้าวแกงโกฮวดที่ถนนวิชิตสงคราม ดูภายนอกร้านนี้หน้าตาธรรมดา แต่รสชาติแต่ละจานบอกเลยว่าเข้าขั้นจอมยุทธ์ ตักเข้าปากแล้วได้กำซาบความเป็นภูเก็ตอย่างแท้จริง ควรเก็บร้านนี้เป็นมื้อกลางวัน เพราะเขาเปิดแค่ 8 โมง – บ่าย 3 ก่อนสั่งอย่าลืมถามว่าวันนี้ได้วัตถุดิบอะไรมา แล้วเลือกความอร่อยตามหน้างาน

8. เห็นลุงผัดโอต๊าว เลยตามไปกินเจ้าอร่อย

ผลงานอีกภาพของ พิชิต ไปแดน อยู่ข้างๆ คุณป้าในครัวที่ถนนพังงา ภาพคุณลุงผัดโอต๊าวสะท้อนวัฒนธรรมอาหารรถเข็นแผงลอยที่รสเด็ดเทียบชั้นจานเหลา โอต๊าวคือหอยนางรมทอดใส่เผือกที่ใช้แป้งเหนียวนุ่ม คนละสูตรกับหอยทอดภาคกลาง แต่ความดีงามมีมากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน จานนี้ขอแนะนำร้านรถเข็นหน้าโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว เคี้ยวแล้วมีความสุขจนบรรยายสรรพคุณไม่ถูก

9. เฮงรับตรุษจีน กินขนมฮวดโก้ย

สัตว์สีขาวดำตัวยาวของโลเลบนผนังตึกร้านสินดี ปากซอยโรงแรมเพ้งหมินเก่า ถนนพังงา คือสิงโตเหนียน สัตว์ประหลาดดุร้ายในตำนานของจีนที่กลัวเสียงดัง แสงสว่าง และของสีแดง เทศกาลตรุษจีนจึงต้องติดโคม จุดประทัด ใช้ของสีแดงต่างๆ เพื่อเฉลิมฉลองการปราบปิศาจและต้อนรับปีใหม่ รวมถึงกินของอร่อยประจำตรุษจีน เช่น ลักฉ่าย (ผักแห้ง 6 อย่าง) ขนมเข่ง ขนมรา ขนมท่อนไต้ และขนมฮวดโก้ยหรือขนมถ้วยฟูที่มีความหมายดี เป็นสิริมงคล นอกเทศกาลก็หาซื้อมากินเพิ่มโชคลาภความเฟื่องฟูได้ที่ตลาดเช้า

10. ไหว้เทวดา ตามหาเตเหลี่ยว

ภาพหุ่น 3 ตัวนี้อยู่ตรงทางเข้าศาลเจ้าแสงธรรม ถนนพังงา เป็นฝีมือศิลปินชาวรัสเซีย Ludmila Letnikova เล่าเรื่องหุ่นกาเหล้ที่นิยมเล่นหลังตรุษจีน 9 วัน เพื่อไหว้บูชาเทวดา เป็นมหรสพหุ่นที่มีตัวแสดง 3 ตัว คือ เซ่งกั่งเอี๋ย ผู้รับราชโองการจากสวรรค์ ใบหน้าสีแดง หุ่นจอหงวน หน้าตาหล่อเหลา และฮูหยินส้อหยกหลาน ผู้เป็นตัวแทนร้องเพลงบูชา สิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานนี้คืออาหารเซ่นไหว้เทวดา เช่น อ้อย เจดีย์น้ำตาล ผลไม้ต่างๆ และเตเหลี่ยว หรือที่คนไทยเรียกว่าขนมจันอับ มีทั้งขนมถั่วตัด งาตัด ข้าวพอง ลองซื้อจากร้านเค่งติ๊น หรือร้านขนมพื้นเมืองอื่นๆ แล้วมากินคู่กับชาจีนร้อนๆ รับรองว่าอร่อยเข้ากันแน่นอน 

11. มองบ้านบ้าบ๋า คว้ากะละแมเข้าปาก

ลวดลายแบบชิโน-โปรตุกีสที่ต่อกันเป็นทรงบ้านนี้เป็นผลงานของ BeerPitch บนผนังทางเข้าลานจอดรถโรงแรมสินทวี ถนนพังงา สื่อถึงความสุขและงานวิวาห์แบบบ้าบ๋าที่ใช้ขนมหวาน 12 อย่างในงาน เช่น ขนมเทียน ขนมชั้น ขนมบูหลู และที่ขาดไม่ได้คือกะละแมหรือกันแมเหนียวหนุบหนับ สื่อถึงความรักของหนุ่มสาวที่หวานชื่น แน่นเหนียว ยืนนาน ถ้าอยากให้ความรักแน่นแฟ้นตามความเชื่อ ก็หาซื้อขนมหวานหอมนี้ได้จากร้านอาตั๊กแก ถนนดีบุก และในตลาดเช้า

12. ฉลองการเกิดด้วยอิ่วปึ่ง

ปิดท้ายด้วยเทศกาลการกำเนิดซึ่งเคยเป็นภาพแรกของโครงการ F.A.T. Phuket แต่ปัจจุบันภาพน้องมาร์ดีบนกำแพงธนาคารชาร์เตอร์เก่าหรือพิพิธภัณฑ์เพอรานากันนิทัศน์บนถนนพังงา ถูกลบไปแล้ว หลังชาวเมืองแสดงความเห็นว่าไม่เหมาะสม ในภาพน้องมาร์ดีถือเสี่ยหนาหรือปิ่นโตจีน ตามประเพณีการคลอดลูกของชาวจีนภูเก็ต เมื่อเด็กอายุครบ 1 เดือน พ่อแม่จะทำอิ่วปึ่ง หรือข้าวเหนียวผัดแบบฮกเกี้ยน ใส่กุ้งแห้งฝอย โรยหมูแดง หอมเจียว ห่อใบไผ่ ตบท้ายด้วยไข่ย้อมสีแดง ไปแจกจ่ายให้ญาติพี่น้องเพื่อส่งข่าวการเกิด แล้วคนอื่นๆ จะใส่ข้าวสาร ไข่ดิบ เงินก้นถุงหรือทองใส่เสี่ยหนาคืนให้ครอบครัวที่เพิ่งมีสมาชิกใหม่ ปัจจุบันแม้ไม่ได้ปิ่นโตก็หาอิ่วปึ่งกินได้ในภูเก็ต ทั้งในตลาดเช้าและร้านขนมพื้นเมืองทั่วไป

ภาพ: So Phuket 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

16 กุมภาพันธ์ 2561

บางทีการสานสัมพันธ์ไทย-จีนก็ง่ายนิดเดียว เพียงหนึ่งมื้ออาหาร กับข้าวไทย กับข้าวจีน ทานคู่กับข้าวต้มกุ๊ย พุ้ยข้าวไป คุยกันไป เพลิดเพลินเจริญอาหาร แถมพลังงานเต็มร่างกาย

ตรุษจีนปีนี้ ไม่ว่าคุณจะกินหมูเห็ดเป็ดไก่ตามธรรมเนียมหรือไม่ เราอยากชวนไปทานข้าวต้มที่กำเนิดจากจีนแผ่นดินใหญ่ เรียนรู้วัฒนธรรมจับตะเกียบจากตำนานร้านข้าวต้มกุ๊ย 7 ร้านรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่ร้านเก่าอายุ 20 ปีจนถึง 100 ปี มีทั้งแบบบุฟเฟต์และ a la carte ให้เลือกพุ้ยในราคาย่อมเยาแต่คุณภาพคับถ้วย (ข้าวต้ม)

1

 คิดเมนูสร้างสรรค์เองได้ที่ ‘ข้าวต้มบุฟเฟต์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค’

ระดับความเก่า : 20 ปี

ข้าวต้มบุฟเฟต์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ข้าวต้มบุฟเฟต์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ข้าวต้มบุฟเฟต์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ข้าวต้มบุฟเฟต์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ข้าวต้มบุฟเฟต์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค

บุฟเฟต์ข้าวต้มที่เปิดมากว่า 2 ทศวรรษ ทานได้แบบไม่อั้น ต้มผัดแกงทอดมีครบ ข้าวต้มมีให้เลือกหลายแบบทั้งข้าวต้ม ข้าวกล้องผสมข้าวซ้อมมือ ข้าวต้มขาว ข้าวต้มเผือก และข้าวต้มมันแบบโบราณที่ใส่มันและเผือกชิ้นเต็มคำ

ลองเดินสำรวจอาหารกันบ้างฝั่งนั้นก็หมูกรอบ เดินไปอีกหน่อยก็มีก๋วยเตี๋ยว อ๊ะ! ตรงนั้นมีผักและวัตถุดิบสารพัดให้เลือกมาผัดได้ตามชอบใจ ทั้งกุ้ยฉ่ายขาว แขนง คะน้า เต้าหูปลา ผักบุ้ง เห็ดหูหนู และสารพัดผักอีกมากมาย หรือจะสั่งเมนูสำเร็จอย่างผัดกระเฉดกุ้งวุ้นเส้น พ่อครัวผัดแบบจานต่อจาน เสิร์ฟร้อนทานอร่อย เครื่องเคียงก็มีครบตามแบบฉบับข้าวต้มกุ๊ย หมูหยอง กุนเชียง ไชโป๊ว ยำผักกาดดอง ใบปอ ไข่เค็ม ฯลฯ ใครชอบรสเข้มข้น แนะนำคากิและเป็ดพะโล้ คากิหนึ่งคำ ข้าวต้มหนึ่งคำ เป็ดพะโล้หนึ่งคำ ข้าวต้มหนึ่งคำ ลงตัว!

ขอกระซิบบอกเบาๆ ว่าที่นี่ยังมีอีกหนึ่งเมนูน่าโดน คือปลาตะเพียนต้มเค็มสูตรดั้งเดิม ที่นำปลาไปทอดก่อนต้มเพื่อไม่ให้เนื้อเละ คั่วน้ำตาลปี๊บให้หอม สีเหลืองสวยน่าทาน จะไปกินตอนเช้า สาย บ่าย ค่ำ ก็อร่อยเสมอต้นเสมอปลาย

ที่อยู่: ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง
เวลาทำการ:  17.00 – 24.00 น.
ติดต่อ:  02 290 0125
2

อิ่มอร่อยกับ 200 กว่าเมนูของแสงชัยโภชนา

ระดับความเก่า : 47 ปี

แสงชัยโภชนา แสงชัยโภชนา แสงชัยโภชนา แสงชัยโภชนา แสงชัยโภชนา แสงชัยโภชนา แสงชัยโภชนา

ริมถนนสุขุมวิท 32 มีโต๊ะ เก้าอี้ วางเป็นหย่อม พร้อมรถเข็นใส่แก้วและน้ำดื่ม มองเข้าไปในร้านข้าวต้มติดแอร์ คนแน่นเต็มร้าน ที่ผนังด้านหนึ่งมีรูปถ่ายคนดังนับร้อยเบียดกันอยู่บนผนัง หากสังเกตดีๆ จะมีผู้ชายคนเดิมอยู่ในทุกรูป เขาคือ เฮียเหลา-สมชาย จิตรเจริญวิรกุล ทายาทรุ่น 2 แสงชัยโภชนา

“ย้อนไปเมื่อ 50 – 60 ปีที่แล้ว คุณพ่อเป็นเพียงบริกรอยู่ในร้านข้าวต้มกุ๊ยย่านสนามเสือป่า เจ้าของเป็นคนจีน มีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นลูกค้าประจำ พ่อไปส่งให้ตลอด จนสุดท้ายหุ้นกันกับเพื่อนบริกรอีกคนเปิดร้านข้าวต้ม เปลี่ยนที่มาเรื่อย จนมาลงตัวที่เส้นสุขุมวิท” เฮียเหลาเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสนุก

เมื่อถามถึงเมนูเด็ดจาก 200 เมนู เฮียเหลาแนะนำอย่างคล่องแคล่ว จับตะเกียบให้พร้อม เริ่มด้วยข้าวต้มกลิ่นใบเตยหอมฉุย เสิร์ฟจานแรกด้วยเป็ดพะโล้ชิ้นหนานุ่ม เกี่ยมบ๊วยรวนหมูสับถ้วยโต เมนูดั้งเดิมสมัยคุณพ่อ เซอร์ไพร์สด้วยเครื่องในหมูหลากชนิดด้านล่าง บอกได้เลยว่าอย่าตัดสินเกี่ยมบ๊วยแค่หน้าตา ถ้าไม่ลองชิมปูดองสดใหม่เนื้อเด้ง ราดน้ำจิ้มแสนอร่อย ต่อด้วยปลาหิมะนึ่งซีอิ๊วเนื้อแน่นที่เป็นสูตรลับของทางร้าน และอย่าลืมเหลือพื้นที่ว่างในท้องให้สุดยอดเมนูเด็ดแฝงเรื่องราว ‘ปูนึ่งนมสด’

เฮียเหลาเล่าอย่างภูมิใจว่า “มีลูกค้าท่านนึงบอกเฮียว่า อยากทานอะไรก็ได้ที่คล้ายไข่ตุ๋น แต่ส่วนตัวเฮียไม่ชอบไข่เพราะคาว แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจทำให้ ลองจินตนาการผสมเอาเองจากประสบการณ์การทำอาหาร ลูกค้าชิมคำแรก ให้เฮีย 100% บอกว่าขึ้นเมนูได้เลย” หลังจากได้ลองชิม อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ แค่วางบนโต๊ะ ความหอมของนมและเนื้อปูลอยมาเตะจมูก สีเหลืองนวลตาตัดกับสีขาวของเนื้อปูชวนให้ลิ้มลองเป็นที่สุด เนื้อปูให้มาแบบไม่มีกั๊ก หากยังไม่จุใจกับ 5 เมนูอร่อย ขอเชิญชวนไปพิสูจน์ได้ตามพิกัดด้านล่าง เฮียเหลาพร้อมบริการ!

ที่อยู่:  ปากซอยสุขุมวิท 32 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย
เวลาทำการ:  18.00 – 04.00 น.         
ติดต่อ: 081 376 0150
Facebook:   ร้านแสงชัยโภชนา
3

กินข้าวต้มสีฟ้า แดง ขาว ที่ ‘ห้องอาหารมาลัย โรงแรมมาเลเซีย’

ระดับความเก่า : 50 ปี

ห้องอาหารมาลัย โรงแรมมาเลเซีย ห้องอาหารมาลัย โรงแรมมาเลเซีย ห้องอาหารมาลัย โรงแรมมาเลเซีย ห้องอาหารมาลัย โรงแรมมาเลเซีย ห้องอาหารมาลัย โรงแรมมาเลเซีย

ห้องอาหารมาลัยอยู่เป็นคู่ขวัญกับโรงแรมมาเลเซียมากว่า 50 ปี ถ้านึกถึงข้าวต้มบุฟเฟต์ 24 ชั่วโมง สถานที่แห่งนี้คงอยู่ในใจใครหลายๆ คน ทั้งยังได้พ่อครัวมือดีจากโรงแรม Rex มาดูแลเรื่องข้าวต้มโดยเฉพาะ ปัจจุบันห้องอาหารมาลัยได้ปรับรูปแบบจากบุฟเฟ่ต์เป็น a la carte อาหารมีให้เลือกมากมาย ข้าวต้มสีสันสดสวยเป็นเอกลักษณ์ก็ยังคงมีอยู่ ทั้งข้าวซ้อมมือสีแดง ข้าวต้มอัญชันสีฟ้าสดใส หรือข้าวต้มขาวแบบดั้งเดิม มีให้เลือกตามความชอบของแต่ละคน

เมนูแนะนำมีมากมายจนเลือกไม่ถูก คัดแล้วคัดอีกจนเหลือ 5 เมนูที่อยากชวนไปลอง เริ่มที่เย็นตาโฟหม้อไฟชามยักษ์ เสิร์ฟร้อนแบบควันพวยพุ่ง น้ำซุปเย็นตาโฟสีชมพูเข้มรสข้น เปรี้ยวนิด หวานหน่อย เครื่องแน่นแบบยกมาทั้งทะเล แขนงผัดน้ำมันหอย ผักแขนงสีเขียวสด กัดเข้าไปคำแรกก็สัมผัสได้ถึงความกรอบ หอมน้ำมันหอย อีก 3 เมนูคลาสสิกที่ทานกับข้าวต้มแล้วเข้ากันเป็นที่สุด ‘ปลาเค็ม’ มาพร้อมเครื่องเคียง พริก หอมแดง บีบมะนาวหน่อย อร่อยถึงใจ ต่อด้วยยำกุ้งแห้ง และผัดใบปอที่คลุกเคล้ากับกระเทียมสับ ผัดหอมๆ รสชาติเข้มข้น ว่าแล้วก็อยากเบิ้ลข้าวต้มเพิ่มอีกสักถ้วย

แอร์เย็นฉ่ำกับข้าวต้มสีสวย เสิร์ฟพร้อมกับแสนอร่อย จะคุยจ้อกับแก๊งเพื่อน หรือแอบละสายตามองจอสี่เหลี่ยมขนาดยักษ์ที่มีนักกีฬาวิ่งกันอยู่เต็มสนามบ้างก็ไม่ผิด ปล่อยให้บรรยากาศและข้าวต้มมื้ออร่อยบันทึกเรื่องราวของค่ำคืนนี้ด้วยตัวของมันเอง

ที่อยู่:  ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร
เวลาทำการ:  24 ชั่วโมง
ติดต่อ:  02 679 7127
Facebook:  Malai Coffee House 24-Hour Services
4

ชิมสูตรลับจีนแต้จิ๋วจากเตาถ่านที่ร้าน ‘ข้าวต้มบวร’

ระดับความเก่า : 60 ปี

ข้าวต้มบวร ข้าวต้มบวร ข้าวต้มบวร ข้าวต้มบวร ข้าวต้มบวร ข้าวต้มบวร

จากจีนแผ่นดินใหญ่ สู่ไทยแลนด์แดนข้าวอร่อย อากงพกความรู้ด้านอาหารติดตัวมาด้วย จึงเปิดร้านขายข้าวต้มเล็กๆ หน้าวัดบวรฯ สมัยนั้นชื่อร้านก็ไม่มี เกิดการบอกกันปากต่อปากจนเป็นชื่อร้านข้าวต้มบวรในที่สุด โดยสั่งสมสูตรลับและความอร่อยยาวนานถึง 60 ปี

โจ-ธุราทร สวัสดิ์ธนะโรจน์ ทายาทรุ่นสามบอกที่มาที่ไปของข้าวต้มกุ๊ยที่ได้รับฟังมาจากคุณพ่อว่า “จริงๆ เรียกข้าวต้มคุ้ย เพราะว่าเวลากินต้องยกถ้วยข้าวแล้วใช้ตะเกียบคุ้ยข้าวเข้าปาก เพี้ยนไปเพี้ยนมา จนเป็นข้าวต้มกุ๊ย” สิ่งประดิษฐ์หนึ่งอย่างของร้านที่อากงมอบไว้ให้สานต่อความอร่อยคือ เตาถ่านประยุกต์ ทำจากหม้อใบใหญ่ก่อปูนขึ้นไปไม่สูงมาก เป็นเคล็ดลับให้ไฟถึงทั่วอาหาร และกลิ่นหอมของถ่านก็จะเพิ่มความหอมให้อาหารแต่ละจานด้วย

เมนูส่วนใหญ่ล้วนทำจากเตาถ่านเพื่อคงความดั้งเดิม และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นคากิพะโล้ น้ำพะโล้รสเข้มข้นหวานเค็ม แถมเนื้อคากิไม่ได้เปื่อยจนเคี้ยวไม่ได้ แต่หนุบหนับเด้งสู้ฟัน ปลาจะละเม็ดน้ำแดง คัดแต่ปลาสดและมีคุณภาพเท่านั้น ผัดเกี๊ยมฉ่ายกระเพาะหมู ต้มหน่อไม้จีน และหนึ่งเมนูลับห้ามพลาด ‘หมูสับนึ่งไข่เค็ม’ หมูปรุงรสก้อนโตรสชาติกลมกล่อม ไข่เค็มตรงกลางทั้งหอมทั้งมัน เป็นการผสมผสานที่ลงตัวจนต้องแนะนำให้ไปลองสักครั้งในชีวิต ตบท้ายด้วยไอศกรีม homemade ถ้วยน้อยที่ทำด้วย heartmade ของทางร้าน บอกเลยว่ารสชาติดีไม่แพ้กัน

ที่อยู่:  ตรงข้ามวัดบวรนิเวศวิหาร ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร
เวลาทำการ:  16.00 – 03.00 น. ปิด วันอังคาร สัปดาห์ที่ 4 ของทุกเดือน, วันสงกรานต์
ติดต่อ:   02 629 1739
Facebook:    ข้าวต้มบวร
5

ชิมรสมือมือหนึ่งเรื่องของทอดและสุดยอดเมนูลับ ‘ข้าวต้มเทเวศร์ สูตรเชี่ยวชาญ’

ระดับความเก่า : 63 ปี

ข้าวต้มเทเวศร์ ข้าวต้มเทเวศร์ ข้าวต้มเทเวศร์ ข้าวต้มเทเวศร์ ข้าวต้มเทเวศร์ ข้าวต้มเทเวศร์

เฮียฮง-สุภกริช สมวสุนธรา ทายาทรุ่นสองวัย 68 ปี ผู้ขนานนามตนเองว่า ‘เจ๊ก Made in Thailand’ ที่เรียกตนเองแบบนั้นก็เพราะว่า คนจีนโบราณมักห่วงสูตร ใครเข้าไปหลังไจ๋ (หน้าเขียง) มักจะโดนไล่ แต่เฮียฮงไม่ใช่แบบนั้น แต่จะฝึกฝนเด็กในร้าน สอนเทคนิคและสูตรอาหาร หวังเพื่อให้มีคนสืบทอดต่อ จนได้พ่อครัวที่มองตาก็รู้ใจ อยู่คู่กับร้านมากว่า 40 ปี เฮียฮงยังเปรียบตนเองอีกว่า “ป๋าเป็นพระเกจิ จะไปไหนก็ได้ เพราะฝากวัดไว้กับเจ้าอาวาสแล้ว” พูดเสร็จก็หัวเราะชอบใจ

เฮียฮงเป็นคนเล่าเรื่องสนุก ยังพูดติดตลกกับเราอีกว่าเมนูเด็ดมักได้มาจากวงสนทนาเคล้าน้ำเมา อย่างไส้พะโล้ทอดกรอบ ได้มาก็เพราะว่าเบื่อไส้พะโล้ เลยลองเอาไปทอดให้กรอบ ใส่กระเทียมนิด พริกไทยหน่อย ทดลองอยู่ 3 ครั้งจนลงตัว ออกมาเป็น 1 ในเมนูอร่อยของร้าน ทดลองเก็บไว้ 1 คืน เช้ามาจิ้มกับซีอิ๊วดำ ก็ยังคงกรอบ อร่อย เหมือนนั่งทานที่ร้าน ขอยกให้เป็นไส้พะโล้ทอดกรอบในดวงใจ

เมนูอร่อยของร้านยังมีอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นเป็ดตุ๋นฟักมะนาวดอง เนื้อเป็ดนุ้มนุ่มหอมกลิ่นมะนาว ฟักก็แทบจะละลายในปาก หรือจะเป็นหนำเลี้ยบกุ้งสับหยาบ จานนี้รสชาติสุขุมนุ่มลึก แต่ถ้าบ้านไหนพาเจ้าตัวน้อยมาทานด้วย ต้องสั่งวุ้นเส้นกระเทียมดอง เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี

หากคิดว่าเมนูเด็ดมีเพียงเท่านี้ ต้องบอกเลยว่าคิดผิด! เพราะอีกหนึ่งจานลับสุดยอด ต้องกระซิบถามเจ้าของร้านเท่านั้น คือ ‘หมูสับผัดปลาเค็มใส่กุ้งแห้ง’ เมนูโบราณหอมทานง่าย เข้ากันกับข้าวต้มร้อนๆ เหนียวนุ่มกำลังดี ซดน้ำเก๊กฮวยสีเหลืองสด สูตรเข้มข้นของทางร้านตบท้าย ขอยกนิ้วให้มื้อพิเศษแบบนี้ พร้อมพูดว่า อร่อยจริงๆ อร่อยจริงๆ อร่อยจริงๆ ถ้าใครอยากลองเมนูลับ แอบไปกระซิบเฮียฮง หรือกดสั่งจากบริการเดลิเวอรี่ได้เลย

ที่อยู่: ถนนกรุงเกษม แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร
เวลาทำการ:  17.00 – 02.00 น.          Delivery: 17.00 – 23.00 น.
ติดต่อ:  062 669 6292  Line: @kaotomthewet
Facebook:   ร้านข้าวต้มเชี่ยวชาญพานิช(เทเวศร์)
6

พุ้ยข้าวต้มโรงเตี๊ยมที่ ‘เพ่งเพ้ง บางลำพู’

ระดับความเก่า : 74 ปี

เพ่งเพ้ง บางลำพู เพ่งเพ้ง บางลำพู เพ่งเพ้ง บางลำพู เพ่งเพ้ง บางลำพู เพ่งเพ้ง บางลำพู เพ่งเพ้ง บางลำพู

จากร้านข้าวต้มหม้อเดียวและกับข้าว 1 อย่างเลียบคลองรอบกรุงของนายเพ้ง สู่ร้านข้าวต้มติดแอร์ชื่อดังย่านบางลำพู อากงส่งตะหลิวต่อไปยังทายาทรุ่นสาม บุ๊ค-ไมตรี จันทรภาสวร ชายหนุ่มวัย 36 ปี
บอกกับเราว่า “ถ้าไม่มีกรมศิลป์ฯ ก็ไม่มีเพ่งเพ้ง”

“สมัยก่อน ร้านเพ่งเพ้งเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘โรงเตี๊ยม’ลูกค้าที่ร้านส่วนใหญ่เป็นพนักงานจากกรมศิลปากร ที่มักสร้างสรรค์เมนูแปลกใหม่ให้กับทางร้าน เพราะเมนูอาหารยังมีไม่มาก จับนู่นผสมนี่จนเกิดเป็น ‘ยำจับฉ่ายวุ้นเส้น’ ที่กลายเป็นเมนูเด็ดของร้านจนถึงปัจจุบัน” ทายาทรุ่น 3 ขยายความให้เราฟัง

ชื่อแปลก หน้าตายิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ จับฉ่ายอะไรกันใส่วุ้นเส้น แถมยำอีก แต่พอชิมคำแรกเข้าไป ทุกอย่างที่คิดผิดไปหมด เป็นความลงตัวที่แม้แต่แม่ก็ทำให้อร่อยแบบนี้ไม่ได้ ยิ่งทานคู่กับข้าวต้มเม็ดอวบเหนียวนุ่มจากข้าวหอมมะลิต้นฤดู หมูสับก้อนโตต้มบ๊วยเปรี้ยวชื่นใจ ไส้พะโล้ทอดที่ยืนยันว่าโคตรกรอบ ยำเป็ดย่างรมควัน ต่อด้วยผัดหอยกะพง และปลาขนุนทอดที่ทานได้ทั้งตัว ยิ่งกินยิ่งซาบซึ้งใจ เมนูอร่อยและราคาถูกยังมีอีกเพียบ ถ้าอดใจไม่ไหว ยกหูโทรศัพท์สั่งเดลิเวอรี่ รับรอง กริ๊ง! เดียว อิ่มอร่อยถึงบ้าน

ที่อยู่ ซอยข้างร้านอัดรูปจำลองศิลป์ ถนนพระสุเมรุ แขวงตลาดยอด เขตพระนคร
เวลาทำการ: 16.00 – 21.30 น. หยุดทุกวันที่ 19 – 20 ของเดือน
ติดต่อ: 086 332 9959
Facebook:  ข้าวต้มเพ่งเพ้ง
7

คีบกานาฉ่ายดึกดำบรรพ์ที่  ‘ข้าวต้มแปลงนาม 24 น.’

ระดับความเก่า : 100 ปี

ข้าวต้มแปลงนาม ข้าวต้มแปลงนาม ข้าวต้มแปลงนาม ข้าวต้มแปลงนาม ข้าวต้มแปลงนาม

เมื่อเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่ได้ใฝ่ฝันอยากจะเป็นเชฟหรือพ่อครัวปรุงอาหาร แต่ถึงเวลาต้องรับช่วงต่อกิจการร้านข้าวต้มของพ่อ ที่ถูกส่งต่อมาจากรุ่นอากง วรพงศ์ หล่อศรีธนชัย ก็พร้อมที่จะเรียนรู้และฝึกฝน ประยุกต์ความอร่อยจากที่เคยได้ชิม พัฒนาเป็นสูตรของตนเองปีแล้วปีเล่า จนเป็นขวัญใจคอข้าวต้มวัยเก๋ามานักต่อนัก ครองใจสื่อทุกประเภท แม้แต่ห้างดังก็ชวนไปออกร้านอยู่บ่อยครั้ง

“ทำอาหารก็เหมือนงานศิลปะ ต้องมีความอดทนและใจเย็น ค่อยๆ ชิม ค่อยๆ ปรุง เสริมเติมแต่งรสชาติจนกว่าจะถูกปาก” ทายาทรุ่นสามวัย 61 ปีบอกกับเราด้วยแววตามุ่งมั่น

กว่าจะออกมาเป็นหนึ่งเมนูอร่อยไม่ง่าย อย่าง ‘กานาฉ่าย’ หากมองภายนอกก็แค่ผักเขียวเข้มที่โปะอยู่บนจาน แต่แท้จริงแล้วกว่าจะออกมาเป็นกานาฉ่ายสูตรดึกดำบรรพ์จากเมืองจีน ใช้เวลานานกว่า 2 วัน ใจจดใจจ่อคอยเคี่ยวอยู่ตลอด เฝ้าประคบประหงมเจ้าผักดองรสเปรี้ยว เติมรสชาติให้ถูกปากคนไทย จนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ถึงขั้นคนไทยนิยมซื้อตุนไว้พกพาเวลาไปเที่ยวเมืองนอก

ต้มกะหล่ำปลีถือเป็นอีกหนึ่งหมัดเด็ดที่มัดใจชาวข้าวต้มกุ๊ย กะหล่ำปลีต้มจนเปื่อย แต่ใบยังเรียงกันสวย เนื้อไม่เละ ทั้งยังละลายในปาก เห็ดหอมคู่ใจฉ่ำไปด้วยน้ำซุปรสกลมกล่อม ได้ลองสักครั้งจะติดใจ ไหนจะไก่น้ำแดง ซี่โครงหมูอบ ที่หมึกแดงยังยืนยันว่าอร่อยจริงๆ แถมข้าวต้มกุ๊ยยังผสมระหว่างข้าวหอมมะลิและข้าวเก่า ใช้เทคนิคน็อกน้ำเย็นให้เม็ดข้าวด้านในสุก แต่ด้านนอกยังเรียวสวย ชวนทาน

ใส่ใจกระทั่งรายละเอียดของเม็ดข้าวขนาดนี้ ขอให้ข้าวต้มแปลงนามอยู่กับเราไปอีกนับร้อยปี

ที่อยู่: ถนนไมตรีจิตต์ (วงเวียน 22) แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
เวลาทำการ:  17.00 – 05.00 น.
ติดต่อ: 02 226 2842
Facebook:  ข้าวต้มแปลงนาม 24 น.

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

ฐนกฤต ทิพย์เวียง

ช่างภาพสายเหนือ พร้อมที่จะลุยทุกสถานการณ์ ยกเว้นตอนท้องเสีย

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load